<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เฉลิมชาติ การุญ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%8d/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 Nov 2022 10:38:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เฉลิมชาติ การุญ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“โลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน”  3 โมเดล เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เมื่อโลกขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Net Zero</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/11/kbank-esg-seminar-transform-to-low-carbon-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Nov 2022 10:38:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN BUSINESS]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ของผู้ประกอบการในยุค Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยยศ ตันพิสุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พวงพันธ์ ศรีทอง]]></category>
		<category><![CDATA[อดุลย์ เปรมประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อิทธิพร อินทรวิศิษฎ์]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลิมชาติ การุญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15834</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะ Bank of Sustainability​ ​ที่วางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตตามแนวทาง ESG ซึ่งไม่ได้เน้นการเติบโตจากแค่ตัวเลขของผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่​ให้ความสำคัญกับการส่งมอบคุณค่าแห่งความยั่งยืนไปสู่ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย ธนาคารกสิกรไทย ยังได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะเป็นธนาคารชั้นนำด้าน ESG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ​ด้วยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนอย่างเป็นระบบและผสมผสานเป็นเนื้อเดียวไปกับธุรกิจ​ และสามารถวัดผลได้ตามหลักการและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกมิติ โดยเฉพาะเป้าหมายสู่ Net Zero จากการดำเนินงานของธนาคาร ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโอสินเชื่อของธนาคาร ตามเป้าหมายของประเทศไทย ซึ่งธนาคารกสิกรไทยไม่เพียงวางยุทธศาสตร์สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตัวของธนาคารเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ทุกธุรกิจสามารถพิชิตเป้าหมาย​ Net Zero ของแต่ละองค์กรได้ด้วยเช่นกัน เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศน์ทางธุรกิจของทั้งประเทศให้แข็งแกร่ง สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก เนื่องจากประเด็นด้าน ESG กลายมาเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ของโลกธุรกิจนี้ได้ทัน นำมาซึ่งการจัดสัมมนา “การปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ของผู้ประกอบการในยุค Net Zero” เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคธุรกิจไทยสามารถปรับตัว และรับมือต่อการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งจากกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงความคาดหวังทั้งจากนักลงทุนและผู้บริโภคที่ถามหาความรับผิดชอบจากธุรกิจที่พึงมีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เมื่อโลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน คุณชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ​ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเติบโตของธุรกิจต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงมิติของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันภาคธุรกิจเองก็เป็นหนึ่งในความหวังสำคัญที่จะเข้ามามีส่วนช่วยพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือ​ในการบรรเทาหรือป้องกันผลกระทบ​ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศให้ลดน้อยลงไปได้เช่นกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/kbank-esg-seminar-transform-to-low-carbon-society/">“โลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน”  3 โมเดล เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เมื่อโลกขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะ <strong>Bank of Sustainability</strong>​ ​ที่วางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตตามแนวทาง ESG ซึ่งไม่ได้เน้นการเติบโตจากแค่ตัวเลขของผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่​ให้ความสำคัญกับการส่งมอบคุณค่าแห่งความยั่งยืนไปสู่ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย</p>
<p><span id="more-15834"></span></p>
<p><strong>ธนาคารกสิกรไทย</strong> ยังได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะเป็นธนาคารชั้นนำด้าน ESG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ​ด้วยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนอย่างเป็นระบบและผสมผสานเป็นเนื้อเดียวไปกับธุรกิจ​ และสามารถวัดผลได้ตามหลักการและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกมิติ โดยเฉพาะเป้าหมายสู่ Net Zero จากการดำเนินงานของธนาคาร ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโอสินเชื่อของธนาคาร ตามเป้าหมายของประเทศไทย</p>
<p>ซึ่งธนาคารกสิกรไทยไม่เพียงวางยุทธศาสตร์สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตัวของธนาคารเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ทุกธุรกิจสามารถพิชิตเป้าหมาย​ Net Zero ของแต่ละองค์กรได้ด้วยเช่นกัน เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศน์ทางธุรกิจของทั้งประเทศให้แข็งแกร่ง สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก เนื่องจากประเด็นด้าน ESG กลายมาเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ของโลกธุรกิจนี้ได้ทัน</p>
<p>นำมาซึ่งการจัดสัมมนา “<strong>การปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ของผู้ประกอบการในยุค </strong><strong>Net Zero</strong>” เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคธุรกิจไทยสามารถปรับตัว และรับมือต่อการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งจากกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงความคาดหวังทั้งจากนักลงทุนและผู้บริโภคที่ถามหาความรับผิดชอบจากธุรกิจที่พึงมีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>
<figure id="attachment_15836" aria-describedby="caption-attachment-15836" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-15836 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-SEMINAR-K-CHAIYOS.jpg" alt="" width="1200" height="663" /><figcaption id="caption-attachment-15836" class="wp-caption-text"></em> <em>คุณชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</em></figcaption></figure>
<p><strong>เมื่อโลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน</strong></p>
<p><strong>คุณชัยยศ ตันพิสุทธิ์</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ​ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเติบโตของธุรกิจต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงมิติของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันภาคธุรกิจเองก็เป็นหนึ่งในความหวังสำคัญที่จะเข้ามามีส่วนช่วยพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือ​ในการบรรเทาหรือป้องกันผลกระทบ​ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศให้ลดน้อยลงไปได้เช่นกัน ​</p>
<p><em><strong> “</strong>ประเด็นด้าน ESG เริ่มมีบทบาทต่อภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการที่กลุ่มผู้กำกับกิจการทั้งในและต่างประเทศ เริ่มวางแนวทางให้ภาคธุรกิจขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม พร้อมวางแนวทางให้ภาคธุรกิจปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดมาตรฐานในการกำกับกิจการ การส่งเสริมให้นำไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมให้ธุรกิจจัดทำรายงานเพื่อเปิดเผยข้อมูลการขับเคลื่อนให้สาธารณชนรับทราบ รวมทั้งมีการประเมินผลประสิทธิภาพต่างๆ โดยเฉพาะเวทีระดับโลก ที่เริ่มตั้งกำแพงหรือกีดกันธุรกิจที่สร้างผลกระทบต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการ CBAM ของกลุ่มสหภาพยุโรป รวมไปถึงการตั้งเงื่อนไขหรือเป้าหมายเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบตลอดซัพพลายเชนในห่วงโซ่  ดังนั้น ทุกธุรกิจไม่ว่าจะรายใหญ่หรือเล็ก ก็จำเป็นต้องเข้าใจและตระหนักถึงประเด็นเหล่านี้ด้วย”​</em></p>
<figure id="attachment_15837" aria-describedby="caption-attachment-15837" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-15837 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-SEMINAR-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="639" /><figcaption id="caption-attachment-15837" class="wp-caption-text"><em>คุณพวงพันธ์ ศรีทอง ผู้จัดการส่วนงานฉลากคาร์บอน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณพวงพันธ์ ศรีทอง</strong> ผู้จัดการส่วนงานฉลากคาร์บอน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ TGO กล่าวถึงการทำธุรกิจภายใต้บริบทภาวะโลกรวน หรือ Climate Change ว่า ภาคธุรกิจจำเป็นต้องหาวิธีในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตหรือดำเนินธุรกิจอย่างสูงสุด​​ ภายใต้การปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้น้อยที่สุด สอดคล้องกับกรอบนโยบายของประเทศที่ตั้งเป้าสู่การเป็น Carbon Neutrality ในปี 2050 และ Net Zero ในปี 2065 ผ่านการขับเคลื่อนทั้งการใช้กฎระเบียบหรือข้อกฎหมายที่เข้มข้นขึ้น จากปัจจุบันที่อาจยังอยู่ในภาคสมัครใจ การใช้กลไกความร่วมมือจากภาคภาคีเครือข่ายต่างๆ การใช้เทคโนโลยีหรือการพัฒนานวัตกรรมมาช่วย รวมไปถึงการสนับสนุนการเข้าถึงงบประมาณเพื่อลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ​</p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็น 1 ใน 81 ประเทศทั่วโลกที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero แล้ว ขณะที่อีกกว่า 60 ประเทศอยู่ระหว่างการประกาศเป้าหมายดังกล่าว รวมทั้งในส่วนภาคธุรกิจชั้นนำกว่า 1,180 องค์กรทั่วโลก ที่ประกาศเป้าหมายสู่ Net Zero ​​โดยภ​าคธุรกิจไทยเองมี 44 องค์กรแล้วที่ประกาศเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการ​ปรับแผนเพื่อรับมือและทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ</p>
<p>การประกาศเป้าหมายของแต่ละพื้นที่ ยังส่งผลกระทบให้เกิดการปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ที่แต่ละพื้นที่ กำหนดในฐานะส่วนหนึ่งของซัพพลายเชน เช่น ​กลุ่มสหภาพยุโรป ที่วางเป้าหมาย Net zero ในปี 2050 และเพิ่มการลดคาร์บอน 50-55% จากเดิมที่วางไว้ 40% ในปี 2030 นำมาซึ่งการประกาศใช้แผนปฏิรูปสีเขียวเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยมีมาตรการเก็บภาษีคาร์บอน หรือ CBAM ตามอัตราส่วนการสร้างคาร์บอนของสินค้านำเข้าขอฝ EU โดยปีหน้าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ใน 9 อุตสาหกรรมหลักๆ เช่น ซีเมนต์ เหล็ก พลาสติก ปุ๋ย ไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์​ เป็นต้น และเตรียมบังคับใช้เต็มรูปแบบทุกอุตสาหกรรม ในอีก 3 ปี หรือในปี 2568 เช่นเดียวกับสหรัฐที่เตรียมใช้นโยบาย USA BCA สำหรับกลุ่มสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนปริมาณสูง ซึ่งจะเริ่มใช้ในปี 2567  ​ซึ่งมาตรการต่างๆ เหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่มีการส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรปและอเมริกาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><em>“การปรับตัวของภาคธุรกิจไทยสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ สามารถทำได้ผ่านทั้งผลิตภัณฑ์​ องค์กร พนักงาน และกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น เช่น ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ รูปแบบพลังงานที่ใช้ รวมทั้งการเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต รวมทั้งลดใช้พลังงานในสำนักงาน หรือปรับพฤติกรรมของพนักงานในองค์กร รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่พยายามหาแนวทางลดการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกันต้องพยายามเพิ่มศักยภาพในฟากอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเพิ่มโอกาสให้แข่งขันได้มากขึ้น รวมทั้งต้องเริ่มประเมินการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เพื่อนำมาซึ่งการวางแนวทางลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้ตามเป้าหมาย” </em></p>
<figure id="attachment_15838" aria-describedby="caption-attachment-15838" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-15838 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-SEMINAR-SP.jpg" alt="" width="1200" height="628" /><figcaption id="caption-attachment-15838" class="wp-caption-text"><em>คุณกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต บริษัท เอส แอนด์ พี​​ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</em></figcaption></figure>
<p><strong>3 Best Practice</strong><strong>​ ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ </strong></p>
<p>งานสัมมนาครั้งนี้ ยังได้หยิบยกแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ ESG Framework เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งการปรับตัวรับกับภาวะ Green Disruption ของภาคธุรกิจชั้นนำระดับประเทศในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไป ทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหารอย่าง<strong> บริษัท เอส แอนด์ พี​​ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> กลุ่มธุรกิจพลังงานงานอย่าง <strong>บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด</strong> และกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง <strong>บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด</strong></p>
<p>โดย <strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต บริษัท เอส แอนด์ พี​​ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เจ้าของร้านอาหารและเบเกอรี่ชื่อดังอย่าง <strong>S&amp;P</strong> ที่ปัจจุบันมีสาขาเกือบ 500 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งยังมีโรงงานในการผลิตเบเกอรี่ 3 แห่ง และอาหาร 1 แห่ง ​ซึ่งได้ขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนมากว่า 8 ปีแล้ว รวมทั้งการคำนวณการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์หลักและภายในโรงงาน ตลอดจนภายในสำนักงานใหญ่ด้วย เพื่อเริ่มต้นสู่การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 รวมทั้งติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ 1 เมกะวัตต์ ช่วยลดคาร์บอนได้ราว 600 ตัน และลดต้นทุนการซื้อไฟฟ้าลงได้ถึง 50% โดยมีแผนจะติดตั้งเพิ่มเติมสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในทุกโรงงาน รวมทั้งในศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ ส่วนด้านสังคมได้มีการส่งมอบอาหารส่วนเกินให้ชุมชนผ่านเครือข่าย SOS ไปแล้วกว่า 8 หมื่นมื้ออาหาร</p>
<p><em>“เราให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกทั้งภายในโรงงานและศูนย์การกระจายสินค้า โดยมีเป้าหมายจะใช้พลังงานจากโซลาร์เพื่อทดแทนการใช้พลังงานในช่วงกลางวันภายในโรงงานได้ทั้งหมด รวมทั้งการมีแผน </em><em>Waste Reduction</em><em> ผ่านการบริหารจัดการภายในกระบวนการผลิต และลงทุนด้านระบบออโตเมชันมาใช้ในการคำนวณการสั่งเบเกอรี่ไปยังหน้าร้าน ซึ่งลดความสูญเสียจาก </em><em>265 </em><em>ล้านบาทในช่วง </em><em>5 </em><em>ปีก่อน โดยปีล่าสุดตัวเลขความสูญเสียเหลือเพียง </em><em>150 </em><em>ล้านบาท ซึ่งลดไปได้ถึง </em><em>45% </em><em>สะท้อนว่าเป็นการลงทุนที่ช่วยได้ทั้งการลดคาร์บอนและยังช่วยเพิ่มกำไรให้องค์กรได้ด้วย”​</em></p>
<figure id="attachment_15839" aria-describedby="caption-attachment-15839" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15839 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-Seminar-Bangkok-Cable.jpg" alt="" width="1200" height="634" /><figcaption id="caption-attachment-15839" class="wp-caption-text"><em>คุณเฉลิมชาติ การุญ รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณเฉลิมชาติ การุญ</strong> รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งกระแสไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ ​ซึ่งดำเนินธุรกิจมาเกือบ 60 ปี พร้อมแตกไลน์ธุรกิจมาสู่กลุ่มพลังงานสะอาดอย่างการผลิตโซลาร์เซลล์​ และยังเป็นสมาชิก Global Compact Network Thailand ซึ่งมีพันธกิจ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ สิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน ต่อต้านคอรัปชัน รวมทั้งการปกป้องสิ่งแวดล้อม ​เพื่อขับเคลื่อนการลดคาร์บอนในการดำเนินงานให้เป็นศูนย์ พร้อมทั้งมีโรงงานโซลาร์ ที่สมุทรปราการ​ รวมทั้งติดตั้งโซลาร์รูฟในโรงงาน ผลิตไฟฟ้าได้ 2.3 เมกะวัตต์ และ 1.9​ เมกะวัตต์ พร้อมประเมินการปล่อยและดูดซับคาร์บอน เพื่อวางแผนสร้างความเป็นกลางในอนาคต</p>
<p><em>“ประสิทธิภาพในการลดการปล่อยคาร์บอนมาจากการจัดการ </em><em>2 </em><em>ส่วนหลักคือ การจัดการด้านการใช้พลังงานและการใช้วัตถุดิบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของต้นทุนในทุกธุรกิจและช่วยเพิ่มผลผลิตหรือ </em><em>Yield </em><em>ให้ธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรในธุรกิจเราซึ่งถือเป็นทรัพยากรส่วนรวม จึงจำเป็นต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมให้ผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าของเราทั้งสายไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้านรวมไปถึงสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ มีส่วนในการช่วยลดความสูญเสียได้ตลอดอายุการใช้งาน สะท้อนถึงการมองไปไกลกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันแต่มองไกลไปถึงสิ่งที่ผลิตภัณฑ์เราจะมีส่วนช่วยในการลดคาร์บอนได้ในระยะยาวอีกด้วย ”</em></p>
<figure id="attachment_15841" aria-describedby="caption-attachment-15841" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-Seminar-Oil.jpg" alt="" width="1200" height="638" /><figcaption id="caption-attachment-15841" class="wp-caption-text"><em>คุณอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณอดุลย์ เปรมประเสริฐ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ภายใต้แบรนด์ “กุ๊ก” ​กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้วางกรอบ ESG พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อการขับเคลื่อนอย่างชัดเจน รวมทั้งได้จัดทำรายงานด้านความยั่งยืน แม้ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็ตาม โดยวางเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 พร้อมลดคาร์บอนลง 20% ภายในปี 2027 พร้อมขับเคลื่อน BCG Economy ภายในองค์กร รวมไปถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน​​ ด้วยการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคล ขณะเดียวกันได้ใช้ดัชนีชี้วัดความสุขในการทำงานของพนักงาน ​รวมทั้งใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประเมินการลงทุนในธุรกิจอย่างมีเหตุผล และสร้างภูมิคุ้มกันโดยมีแผนรองรับความเสี่ยง เพื่อเคารพผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด</p>
<p><em>“การลงทุนในเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่การเพิ่มต้นทุน แต่ทางกลับกันยังช่วยให้ลดตันทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเป็น </em><em>Low Waste Cost Producer</em><em> ที่สร้างความยั่งยืนและสมดุลภายในระบบซัพพลายเชน เพราะการคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยทำให้เราสามารถซื้อวัตถุดิบจากผู้ผลิตได้ในที่ราคาที่ โดยไม่ต้องผลักภาระไปสู่ผู้บริโภค เป็นการสร้างกำไรได้จากการลดความสูญเสียในองค์กร โดยไม่ต้องไปผลักภาระผ่านราคาขาย ขณะเดียวกันก็พยายามสร้างมูลค่าจาก </em><em>Waste </em><em>ภายในองค์กร เพื่อให้เป็น </em><em>A Fossil Free Factory</em><em> และสามารถบรรลุ </em><em>Net Zero </em><em>ได้ตาม </em><em>Green Business Roadmap </em><em>ที่วางไว้”</em></p>
<figure id="attachment_15835" aria-describedby="caption-attachment-15835" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15835 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-Seminar-K-Iithiporn.jpg" alt="" width="1200" height="638" /><figcaption id="caption-attachment-15835" class="wp-caption-text"><em>คุณอิทธิพร อินทรวิศิษฎ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย</em></figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ <strong>คุณอิทธิพร อินทรวิศิษฎ์</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย ยังเป็นตัวแทนจากภาคการเงิน ที่เข้ามาช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ Low Carbon ผ่านบทบาทสำคัญของธนาคารในฐานะแหล่งทุนและการให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจ ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับกลุ่มธุรกิจเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ในรูปแบบสินเชื่อระยะยาวภายใต้เงื่อนไขพิเศษทั้งวงเงินและอัตราดอกเบี้ยโดยเฉพาะ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้</p>
<p><em>“ธนาคารมีหลากหลายแพกเกจตามแนวทางที่แต่ละธุรกิจจะดำเนินการเพื่อลดการใช้พลังงานในองค์กร ​​อาทิ สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป สินเชื่อการประหยัดพลังงาน และสินเชื่อสถานีอัดประจุไฟฟ้า ​รวมทั้งยังมีสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ ตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสินเชื่อระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ และปลอดดอกเบี้ยในช่วง </em><em>6</em><em> เดือนแรก เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดสู่การเปลี่ยนผ่านเช่นเดียวกัน ซึ่งในอนาคตปัจจัยในการปรับตัวสู่ </em><em>Green Business </em><em>ของภาคธุรกิจจะกลายเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขในการพิจารณาการให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจ รวมทั้งการได้รับข้อเสนอพิเศษกว่ากลุ่มธุรกิจที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำ และพิชิตเป้าหมายในการสร้าง </em><em>Net zero </em><em>ได้อย่างที่ตั้งใจไว้​”​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/kbank-esg-seminar-transform-to-low-carbon-society/">“โลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน”  3 โมเดล เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เมื่อโลกขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
