<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 18 Jan 2026 09:23:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Oct 2025 04:08:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[การบินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการผลิต Co-processing]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37103</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย ICAO (องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ) ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ‘โรงกลั่นชีวภาพ’ หรือ Biorefinery ​ผลิต SAF สำเร็จรายแรกของไทย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่ ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-37103"></span></p>
<p>​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง</p>
<p>เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย <strong>ICAO (</strong><strong>องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ)</strong> ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ</p>
<p><strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ</strong><strong>’ </strong><strong>หรือ </strong><strong>Biorefinery</strong><strong> ​ผลิต </strong><strong>SAF</strong><strong> สำเร็จรายแรกของไทย </strong></p>
<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>GC</strong> ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่<strong> ธุรกิจมูลค่าสูง</strong><strong>–</strong><strong>คาร์บอนต่ำ (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business)</strong>​ เป็นผู้บุกเบิกการผลิต <strong>‘</strong><strong>เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน</strong><strong>’</strong><strong> (</strong><strong>SAF: Sustainable Aviation Fuel)</strong> หรือ เรียกให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า <strong>&#8216;น้ำมันเครื่องบิน&#8217;</strong> ที่ผลิตได้จากแหล่งพลังงานชีวภาพต่างๆ ​รวมไปถึงน้ำมันพืชใช้แล้ว หรือ <strong>UCO (Used Cooking Oil)</strong> ที่ทาง GC ได้ศึกษาและพบว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมและตรงกับความต้องการใช้งานของกลุ่มสายการบินมากที่สุด เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบร่วมกับน้ำมันดิบ แทนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37104 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong><em>GC </em></strong><strong><em>สามารถ​​ผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>ได้สำเร็จ​​เป็นรายแรกของไทยและมี​สายการบิน​​นำไปใช้เชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว</em></strong> ​ภายใต้การรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง <strong>ISCC CORSIA</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานความยั่งยืนที่ยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน และ <strong>ISCC Plus</strong> สำหรับการใช้วัตถุดิบชีวภาพและวัสดุหมุนเวียนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน</p>
<p>ความพิเศษและแตกต่าง​ของ <strong>SAF</strong> ​ที่ผลิตโดย GC อยู่ที่ต้นทางและเทคโนโลยีการผลิต เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์จาก <strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>Biorefinery) </strong><strong>แบบครบวงจร</strong><strong>’</strong> ที่ใช้องค์ความรู้และความชำนาญด้านการกลั่นมา​พัฒนาต่อยอดโรงกลั่นเดิมให้สามารถ​​ผลิต SAF ได้ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ จึง​ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนที่ต่ำกว่า​​และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น รวมทั้งใช้เวลาดำเนิน​การไม่นาน ส่งผลให้โรงกลั่นชีวภาพ <strong>Biorefinery</strong> ​สามารถเดินหน้าเปิดให้บริการ​รองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>ต่อยอดระบบนิเวศจาก</strong><strong> SAF </strong><strong>สู่​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต </strong></p>
<p>โรงกลั่นชีวภาพ​แห่งนี้ ไม่เพียงรองรับการผลิต​พลังงานสะอาดอย่าง SAF เท่านั้น แต่ GC ยังเลือกใช้ <strong>‘</strong><strong>เทคโนโลยีการผลิตร่วมแบบ </strong><strong>Co-processing’ </strong>และสร้างให้ทั้งระบบการผลิตมีความเชื่อมโยงกัน ​ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ได้ Bio-Naphtha ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลผลิตของกระบวนการกลั่น และสามารถนำมาต่อยอด​เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-Chemicals) หรือพลาสติกชีวภาพ (Bio-Plastics) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับ​เทรนด์โลกในยุคความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและ​คงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Sustainable-Material.jpg" alt="" width="1200" height="703" /></p>
<p><strong><em>โรงกลั่นชีวภาพ </em></strong><strong><em>Biorefinery </em></strong><strong><em>ของ </em></strong><strong><em>GC </em></strong><strong><em>ถือเป็นโรงงานแห่งแรก​ของประเทศที่สามารถผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>เชิงพาณิชย์ได้ และยังเป็นโรงงานเพียงแห่งเดียวที่สามารถผลิตได้ทั้งพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ​ ภายในโรงงานเดียวกันและจากกระบวนการเดียวกัน รวมทั้ง​ทุกผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นแห่งนี้ผลิตได้ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และยังเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ</em></strong></p>
<p>​นอกจากนี้ โรงกลั่นฯ นี้​​ยังช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากการใช้วัตถุดิบต้นทางจากของเสียในครัวเรือนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว มาผสมกับน้ำมันดิบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จนได้ผลิตภัณฑ์พลังงาน​สะอาดหรือ​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต​​ ที่ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะและผลกระทบ​จากการทิ้งที่ไม่ถูกวิธี ยังลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการสร้างก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงตลอดทั้ง Ecosystem ​​ที่ได้นำ​ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดไปใช้ ​พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้คนเพิ่มมากขึ้น จากการเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วภายในครัวเรือนไปจำหน่ายเพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบให้​โรงกลั่นฯ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/SAF-pilot.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย GC ยังได้ส่งเสริมการจัดตั้ง <strong>Community Waste Hub</strong> ร่วมกับชุมชนใน จ.ระยอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อมาป้อนเป็นวัตถุดิบ​สำหรับการผลิตได้อย่างเพียงพ​อ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชนให้ดีขึ้นด้วย</p>
<p>เทคโนโลยีการผลิตแบบ Co-processing ​นี้ ยังสามารถรองรับการใช้วัสดุการเกษตรในกลุ่มพลังงาน อาทิ ​มันสำปะหลัง ปาล์ม​​ หรืออ้อย มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันพืชใช้แล้วได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นแนวทางช่วย​ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่า​​เพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรภายใน​ประเทศเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง</p>
<p><strong>เร่งขยายพันธมิตร ​แนวร่วม</strong><strong> ‘</strong><strong>ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ</strong><strong>’</strong></p>
<p>สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มพลังงานสะอาด ​เบื้องต้น​โรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC สามารถผลิต SAF ในเฟสแรกได้ 6 ล้านลิตรต่อปี หรือราว 5,000 ตัน และจะขยายเพิ่มเติมอีก 4 เท่า เป็น 24 ล้านลิตรต่อปี หรือ 25,000 ตัน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน​ได้ถึง 15,000 ตันต่อปีในระยะแรก และเพิ่มเป็น 60,000 ตันต่อปีในระยะที่สอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/BA-SAF-2.jpg" alt="" width="1188" height="601" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37108 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/TG-SAF.jpg" alt="" width="1600" height="805" /></p>
<p>​​หนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จคือ การผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรใน Ecosystem เพื่อนำ SAF ที่ผลิตได้ ไปใช้ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์จริงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย นำร่องโดย <strong>สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส</strong> รวมทั้งการลงนามเพิ่มเติมกับ <strong>การบินไทย</strong> เพื่อนำ SAF ไปผสมในเชื้อเพลิงอากาศยานสำหรับเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ​และอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญอย่าง <strong>โออาร์</strong>​ (บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)) ที่เข้ามา​ช่วยขยายตลาดและพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่าย​ SAF เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อร่วมสร้างท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ และจะทำให้ทุกการเดินทางของทุกคนช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโลก ขณะที่​แนวโน้ม​การเปลี่ยนผ่านกฎระเบียบด้านการบิน ที่จะกำหนดให้มีการใช้ SAF จากภาคสมัครใจไปสู่ภาคบังคับ จะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด จากการใช้ SAF อย่างแพร่หลายมาก​ขึ้น ​รวมทั้งผลกระทบจากอุตสาหกรรมการบินที่มีต่อโลกก็จะลดลงได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน</p>
<p>ส่วน​ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวัสดุยั่งยืน ซึ่งเป็นการต่อยอด​ Bio-Naphtha ​ที่ได้มาจากกระบวนการผลิตภายในโรงกลั่น ปัจจุบันสามารถนำมา​ผลิต​ทั้งเคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ​ที่ผู้บริโภค​มักใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในชีวิตประจำวันเช่นกัน ​โดยได้เริ่ม​​เดินหน้าผลิต​เชิงพาณิชย์แล้ว​ 3 กลุ่ม ได้แก่</p>
<p><strong>Bio-Propylene</strong> หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ภาชนะ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกแข็ง ของเล่นเด็ก และชิ้นส่วนยานยนต์</p>
<p><strong>Bio-Butadiene (Bio-BD)</strong> ที่มักใช้ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์และรองเท้ากีฬา</p>
<p>และ <strong>Bio-PTA</strong> (Purified Terephthalic Acid) สำหรับใช้ผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET</p>
<p>นอกจากนี้ ​​ยังสามารถต่อยอดสู่เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพอื่นๆ ได้อีกหลายชนิด หากตลาดมีความพร้อมและมีความต้องการ​​มากขึ้นในอนาคตก็สามารถเดินหน้าผลิตได้ทันที เช่น <strong>Bio-PE</strong> สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ ขวด เครื่องใช้ในครัวเรือน และฟิล์มพลาสติก <strong>Bio-Propylene Oxide </strong>สำหรับอุตสาหกรรมโฟมเบาะรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และฉนวน <strong>Bio-Phenol</strong> สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และ​ <strong>Bio-Benzene</strong> สำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน เคมีภัณฑ์ขั้นต้น และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งวัสดุชีวภาพเหล่านี้เป็น​ที่ต้องการอย่างสูงในตลาดโลก สะท้อนให้เห็นศักยภาพของโรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยืดหยุ่นและหลากหลาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37106 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_1-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เห็นได้ชัดว่า การพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพ หรือ Biorefinery ของ GC ไม่​​​เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ GC แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการ​พัฒนาอุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียน​ ขณะเดียวกัน​ยังต่อยอด​​มูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบทางการเกษตร และของเหลือใช้ในครัวเรือน พร้อมส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนตามแนวทาง Circular Economy สอดคล้องกับทิศทางของโลกที่​​ขับเคลื่อนสู่ยุคคาร์บอนต่ำ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในความเป็นผู้นำของ GC​ ที่มองเห็นโอกาสเติบโตจากการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง ​ส่งมอบโซลูชันเคมีภัณฑ์ครบวงจร ที่คาร์บอนต่ำแต่มีมูลค่าสูง ​ พร้อม​สร้างสรรค์​โลกอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปรากฏการณ์แห่งปี ‘GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING’ ยั่งยืน = (ไม่) ยาก ถึงเวลารวมพลคนหัวใจยั่งยืน ชวน GEN S ก้าวข้ามความยาก สู่ความ ‘ยั่งยืน’ ไปด้วยกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/gc-sustainable-living-symposium-2024-gen-s-gathering/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Nov 2024 09:57:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BIOREFINERY Project]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC Sustainable Living Symposium 2024]]></category>
		<category><![CDATA[GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING]]></category>
		<category><![CDATA[Generation Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[GenS]]></category>
		<category><![CDATA[GenS Gathering]]></category>
		<category><![CDATA[GenS Standing For Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พีทีที โกลบอล เคมิคอล]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมมูลค่าสูง]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30382</guid>

					<description><![CDATA[<p>เก็บตกปรากฏการณ์แห่งปีอย่าง ‘GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING’ งานรวมพลคนหัวใจยั่งยืน ซึ่งขับเคลื่อนเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กับการเชื่อมโยงพันธมิตรหัวใจรักษ์โลก (GEN S: Generation Sustainability) ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ พร้อมจับมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน แลกเปลี่ยนไอเดีย ระดมความคิด สร้างการมีส่วนร่วม นำไปสู่การลงมือทำในภาคปฏิบัติ ​​ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “ยั่งยืนไม่ยาก” เป้าหมายสำคัญอันหนึ่งของ GC Sustainable Living Symposium ​คือ การเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วย​สนับสนุนประเทศไทยเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตต่างๆ สู่การเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูง (High Value) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ​​ทำให้การออกแบบพื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในงานสามารถสัมผัสประสบการณ์แห่งความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ จากหลากหลายกิจกรรมภายในโซนต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/gc-sustainable-living-symposium-2024-gen-s-gathering/">ปรากฏการณ์แห่งปี ‘GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING’ ยั่งยืน = (ไม่) ยาก ถึงเวลารวมพลคนหัวใจยั่งยืน ชวน GEN S ก้าวข้ามความยาก สู่ความ ‘ยั่งยืน’ ไปด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เก็บตกปรากฏการณ์แห่งปีอย่าง ‘<strong>GC Sustainable Living Symposium </strong><strong>2024</strong><strong>: GEN S GATHERING’ </strong>งานรวมพลคนหัวใจยั่งยืน ซึ่งขับเคลื่อนเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดย <strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GC</strong> กับการเชื่อมโยงพันธมิตรหัวใจรักษ์โลก<strong> (</strong><strong>GEN S: Generation Sustainability)</strong> ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ พร้อมจับมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน แลกเปลี่ยนไอเดีย ระดมความคิด สร้างการมีส่วนร่วม นำไปสู่การลงมือทำในภาคปฏิบัติ ​​ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด <strong>“</strong><strong>ยั่งยืนไม่ยาก</strong><strong>”</strong></p>
<p><span id="more-30382"></span></p>
<p>เป้าหมายสำคัญอันหนึ่งของ <strong>GC Sustainable Living Symposium</strong> ​คือ การเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วย​สนับสนุนประเทศไทยเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตต่างๆ สู่การเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูง (High Value) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ​​ทำให้การออกแบบพื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในงานสามารถสัมผัสประสบการณ์แห่งความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ จากหลากหลายกิจกรรมภายในโซนต่างๆ ทั้ง 4 โซน ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30388 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/11.jpg" alt="" width="1200" height="409" /></p>
<p>&#8211; <strong>Net Zero Experience</strong> กับการแสดงผลแบบเรียลไทม์จาก ​Carbon Emission Dashboard อีกหนึ่งผลลัพธ์ของความร่วมมือร่วมใจจากทุกคนภายในงานแบบจับต้องและวัดผลได้</p>
<p>&#8211;<strong>นวัตกรรมที่ยั่งยืน </strong><strong>= </strong><strong>เป็นไปได้</strong> เส้นทาง Decarbonization สู่ Net Zero ของ GC ทั้งจาก Process ผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงจาก​กระบวนการต่างๆ ภายในโรงงาน และการขับเคลื่อนภายนอกอย่างโครงการปลูกป่า​หรือการทำนาเปียกสลับแห้ง รวมถึงการขยาย Portfolio ผลิตภัณฑ์ยั่งยืน อย่างโครงการ BIOREFINERY เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30390 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/20241018-212.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8211; <strong>ธุรกิจที่ยั่งยืน​ = สำเร็จได้</strong> ผ่านโชว์เคสกลุ่มธุรกิจ High Value &amp; Low Carbon ของ GC ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์และวัสดุขั้นสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวัน ทั้งไบโอเคมิคอล พลาสติกชีวภาพจาก NatureWorks  Brand Innoplus  และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) รวมทั้ง​เคมีภัณฑ์เคลือบผิว allnex ผู้นำด้านเคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนระดับโลก</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>วิถีชีวิตที่ยั่งยืน ​= ทุกความร่วมมือ </strong>เรียนรู้ไลฟ์สไตล์ Circular ​แบบ GEN S​ ตอกย้ำแนวคิด​ <strong>“</strong><strong>ยั่งยืนไม่ยาก</strong><strong>”</strong> ผ่านกิจกรรม​สนุกๆ ​อย่าง <strong>Plastic Funtastic</strong>, <strong>Green University</strong> ​ความร่วมมือของ GC, AIS และ​ 42 มหาวิทยาลัย มาร่วมทิ้งเทิร์นให้โลกจำเป็นปีที่ 2​ รวมทั้ง​แพลตฟอร์ม <strong>GC YOU</strong><strong>เทิร์น</strong> หนึ่งกลไกขับเคลื่อน​เศรษฐกิจหมุนเวียน ​ซึ่งปัจจุบันมีจุดรวบรวมพลาสติกใช้แล้วกว่า 290 จุด สามารถหมุนเวียนพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบใหม่ได้กว่า 1,200 ตัน ในตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30391 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/12.jpg" alt="" width="1200" height="410" /></p>
<p>นอกจากนี้ งานยัง​ฉายภาพทุกแง่มุมในการขับเคลื่อน ‘<strong>ความยั่งยืน</strong>’ จาก 30 ผู้นำทางความคิด รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่านเวทีสัมมนาที่จัดเต็มทั้ง​วิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และ Best Practice การสร้างธุรกิจและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ต้องร่วมกันเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสต่อยอดเพื่อสร้างการเติบโต หรือการพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ ​สำหรับต่อยอดสู่อนาคตและเปลี่ยนผ่าน เพื่อก้าวข้ามความยาก ไปสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30392 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/20241018-272.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ต้นแบบโรงกลั่นชีวภาพ ต่อยอด​</strong> <strong>‘</strong><strong>เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน</strong><strong>’</strong></p>
<p>หนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานครั้งนี้ ที่สะท้อนความมุ่งมั่นการพัฒนานวัตกรรม ของ GC ได้เป็นอย่างดี คือ การเป็นผู้นำนวัตกรรมพัฒนา <strong>‘</strong><strong>เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน</strong><strong>’</strong> หรือ <strong>SAF</strong> (Sustainable Aviation Fuel) ตามแนวทาง Decarbonization <strong>ในฐานะบริษัทไทยรายแรกที่ปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันดิบที่มีอยู่​ มาต่อยอดกับเทคโนโลยีการกลั่นขั้นสูงเป็นโรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>BIOREFINERY Project</strong><strong>)</strong> ทำให้สามารถเปลี่ยน Waste จากกระบวนการผลิต หรือ​การนำน้ำมันพืชใช้แล้วทั้งจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ​​มาเพิ่มมูลค่าต่อยอดเป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับอุตสาหกรรมการบินอย่าง SAF ซึ่งจัดเป็น Renewable &amp; Sustainable Energy เพราะมีอัตราการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตต่ำกว่าน้ำมันเจ็ททั่วไปถึง 80% และตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับสูงหรือ  High Emission เพื่อ​ขับเคลื่อนสู่ Net Zero ภายในปี 2593 ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30393 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/20241018-49.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC  กล่าวว่า GC เป็นบริษัทไทยรายแรกที่ต่อยอดปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันดิบ ​มาเป็นโรงกลั่นชีวภาพหรือ <strong>BIOREFINERY</strong> ให้สามารถรองรับวัตถุดิบเหลือใช้​ จากขยะอุตสาหกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มแบบ Low Carbon ทั้งการพัฒนา​​เชื้อเพลิงยั่งยืนหรือ SAF ในเฟสแรก ที่เตรียมเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนมกราคม 2568 หรือช่วง​ต้นปีหน้า ​จากข้อกำหนดองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศที่ให้ผสม SAF ในน้ำมันอากาศยานตามสัดส่วนที่กำหนด เพื่อ​ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมการบิน ภายใต้มาตรฐาน​ด้านความยั่งยืนและลดการปล่อยคาร์บอน ISSC Plus และ ISSC Corsia ​ที่รับรองว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้ง Value Chain</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30394 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/20241018-38.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ กระบวนการผลิต SAF ยังสามารถแยกไบโอแนฟทา​เพื่อนำมาเป็นสารตั้งต้นสำหรับการต่อยอดสู่กลุ่มเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงอื่นๆ เพื่อการผลิตในเฟสต่อไป ทั้งเคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Biochemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) สำหรับใช้ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ วัสดุ หรือชิ้นงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีดีมานด์การเติบโตสูงเช่นกัน เพื่อสานต่อกลยุทธ์ Step Change ​จากการต่อยอดสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ​พร้อมยกระดับศักยภาพธุรกิจ​เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภายใต้ความเชี่ยวชาญของ GC ในการ​พัฒนาเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><em>“</em><em>GC </em><em>มีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์พร้อมตั้งเป้าเป็นองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนระดับสากล โดยที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนเป้าหมาย​​ลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ผ่าน​กว่า 200 โครงการ ตาม​หลัก 5</em><em>R </em><em>ทั้ง </em><em>Reduce</em><em>,</em><em> Reuse</em><em>, </em><em>Recycle </em><em>มุ่งส่งเสริมการลดใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการใช้ซ้ำให้มากที่สุด รวมทั้งการแปรรูปขยะอุตสาหกรรมจากกระบวนการเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมทั้ง​​ </em><em>Refuse </em><em>ที่​ปฏิเสธการใช้สารที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ </em><em>Renewable </em><em>​เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมทั้งนำเทคโนโลยีและ </em><em>Digitalization </em><em>มาเพิ่มประสิทธิภาพภายในโรงงาน​ หรือแผนบริหารจัดการคาร์บอน ภายใต้ความร่วมมือในกลุ่ม ปตท. ทั้งการศึกษาการกักเก็บ การใช้ประโยชน์จากคาร์บอน และการแสวงหาโอกาสในธุรกิจไฮโดรเจน  ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่ไม่เพียงสร้างประโยชน์ให้กลุ่ม ปตท. แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านกระบวนการ​ผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ ที่​จะทำให้ภาคการผลิตในอุตสาหกรรม รวมทั้งประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย </em><em>Net Zero</em><em>​ ในปี </em><em>2593 </em><em>พร้อมกันได้ในที่สุด</em><em>”</em> คุณณะรงค์ศักดิ์ กล่าวย้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30395 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/13.jpg" alt="" width="1200" height="408" /></p>
<p>เห็นได้ชัดเจนว่าองค์ประกอบต่างๆ ภายในงาน <strong>GC Sustainable Living Symposium </strong><strong>2024: </strong><strong>GEN S GATHERING</strong>  สะท้อนให้เห็นถึงก้าวสำคัญในการปลุกพลังสร้างสรรค์และผสานพลัง GEN S ทุกคน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและโลกใบนี้ให้รอดพ้นความเสี่ยงจากวิกฤตโลกเดือด จนนำมาสู่การเกิดโลกรวน ซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่ใกล้ตัวเราทุกคนมากกว่าที่คิด โดย <strong>‘ความยั่งยืน’</strong> คือทางออกเดียวในการกู้โลกใบนี้ให้รอดพ้นจากผลกระทบที่เกิดขึ้น และไม่สามารถรอเวลาได้อีกต่อไป งานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งการสร้างให้เกิดแรงกระเพื่อมเพื่อนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง ทั้งจากการ​นำเสนอโซลูชันทางธุรกิจ และการหาคำตอบสำหรับการมีไลฟ์สไตล์แบบยั่งยืนได้ทุกวัน เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยและโลกใบนี้​เกิดความยั่งยืนในทุกมิติอย่างแท้จริง ​<b> </b></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/gc-sustainable-living-symposium-2024-gen-s-gathering/">ปรากฏการณ์แห่งปี ‘GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING’ ยั่งยืน = (ไม่) ยาก ถึงเวลารวมพลคนหัวใจยั่งยืน ชวน GEN S ก้าวข้ามความยาก สู่ความ ‘ยั่งยืน’ ไปด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกแอร์เวย์ส ผนึก OR นำร่องเที่ยวบินปฐมฤกษ์ &#8216;สมุย-กรุงเทพ&#8217;​ ใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) พร้อมยกระดับ “กรีนแอร์พอร์ต” หนุนภาค​การบินทั่วโลกสู่ NET ZERO 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/bangkok-airways-low-carbon-skies-partnership-with-or/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Jun 2024 04:06:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Aviation]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Airways]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Airport]]></category>
		<category><![CDATA[ICAO]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Skies by Bangkok Airways]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[การบินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ดิษทัต ปันยารชุน]]></category>
		<category><![CDATA[​นิจพัฒน์ ปิยะพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบินคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26420</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เดินหน้าโครงการ “Low Carbon Skies by Bangkok Airways” ผลักดันสายการบินสู่ความยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนจากส่วนปฏิบัติการด้านการบิน ล่าสุดจับมือกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR นำร่องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ในเที่ยวบินของบางกอกแอร์เวย์สเส้นทางสมุย-กรุงเทพ พร้อมเผยถึงแผนและแนวทางการพัฒนาสนามบินภายใต้การบริหารสู่ความยั่งยืนในอนาคต ​คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์สมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อก้าวสู่เป้าหมาย “สายการบินยั่งยืน” พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้นโยบาย ESG ในทุกมิติ โดยกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมในปีนี้ ได้ริเริ่มโครงการ “Low Carbon Skies by Bangkok Airways” เพื่อมุ่งลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินธุรกิจทั้งระบบ โดยเฉพาะในส่วนปฏิบัติการด้านการบิน (Airlines) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สร้างคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มากที่สุด สายการบินฯ ได้กำหนดพันธกิจการดำเนินงานในด้านต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/bangkok-airways-low-carbon-skies-partnership-with-or/">บางกอกแอร์เวย์ส ผนึก OR นำร่องเที่ยวบินปฐมฤกษ์ &#8216;สมุย-กรุงเทพ&#8217;​ ใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) พร้อมยกระดับ “กรีนแอร์พอร์ต” หนุนภาค​การบินทั่วโลกสู่ NET ZERO 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เดินหน้าโครงการ “<strong>Low Carbon Skies by Bangkok Airways</strong>” ผลักดันสายการบินสู่ความยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนจากส่วนปฏิบัติการด้านการบิน</p>
<p><span id="more-26420"></span></p>
<p>ล่าสุดจับมือกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR นำร่องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ในเที่ยวบินของบางกอกแอร์เวย์สเส้นทางสมุย-กรุงเทพ พร้อมเผยถึงแผนและแนวทางการพัฒนาสนามบินภายใต้การบริหารสู่ความยั่งยืนในอนาคต</p>
<p><strong>​คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ</strong> กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์สมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อก้าวสู่เป้าหมาย “<strong>สายการบินยั่งยืน</strong>” พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้นโยบาย ESG ในทุกมิติ โดยกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมในปีนี้ ได้ริเริ่มโครงการ <strong>“Low Carbon Skies by Bangkok Airways</strong>” เพื่อมุ่งลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินธุรกิจทั้งระบบ โดยเฉพาะในส่วนปฏิบัติการด้านการบิน (Airlines) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สร้างคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มากที่สุด สายการบินฯ ได้กำหนดพันธกิจการดำเนินงานในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและพลังงานทางเลือก และเพื่อให้เป้าหมายดังกล่าว มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26423 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/นายพุฒิพงศ์-ปราสาททองโอสถ-กรรมการผู้อำนวยการใหญ่-บริษัท-การบินกรุงเทพ-จำกัด-มหาชน-02.jpg" alt="" width="539" height="597" /></p>
<p>ล่าสุด สายการบินฯ จึงได้ดำเนินความร่วมมือกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ในเที่ยวบินนำร่องของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนให้มีการใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซ CO2 สู่ชั้นบรรยากาศ</p>
<p>ทั้งนี้ การดำเนินตามแนวทางดังกล่าวยังสอดรับกับทุกภาคส่วนทั่วโลกที่ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศเป็นศูนย์ในปี 2050 (Net Zero Carbon Emission 2050) และตามมาตรการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) รวมถึงสมาคมการบินระหว่างประเทศ (IATA)</p>
<p><em>“เพื่อตอกย้ำถึงบทบาทการเป็นสายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก และสายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในเอเชีย การันตีด้วยรางวัลเกียรติยศจากสกายแทร็กซ์ 7 ปีซ้อน สายการบินฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์เดินทางที่น่าประทับใจให้กับผู้โดยสาร นอกจากนี้ บางกอกแอร์เวย์สยังมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสีเขียวให้เป็นที่แพร่หลายทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค จึงได้พัฒนากระบวนการดำเนินงานด้านการปฏิบัติการบินภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด เพื่อช่วยลดการปล่อย CO2 มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการใช้น้ำมันอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2023 ที่ผ่านมาสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 สู่ชั้นบรรยากาศเท่ากับ 11,321 ตัน หรือมากกว่า 200 กิโลกรัม/เที่ยวบิน และการเติมน้ำมัน SAF ในเที่ยวบินนำร่องของบางกอกแอร์เวย์สในครั้งนี้สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 โดยประมาณ 1,346 กิโลกรัมต่อเที่ยวบิน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26426 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/นายดิษทัต-ปันยารชุน-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บริษัท-ปตท.-น้ำมันและการค้าปลีก-จำกัด-มหาชน-ห.jpg" alt="" width="515" height="686" /></p>
<p><strong>คุณดิษทัต ปันยารชุน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า ความร่วมมือของ OR และบางกอกแอร์เวย์สในโครงการ Low Carbon Skies by Bangkok Airways โดยการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ครั้งนี้ มุ่งสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่โลกที่สะอาดและยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมการบิน โดยน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) เป็นน้ำมันที่มีคุณสมบัติทางเคมีที่คล้ายคลึงกับน้ำมันเจ็ท ผลิตจากน้ำมันทำอาหารที่ใช้แล้ว หรือที่เรียกว่า UCO (Used Cooking Oil) โดย SAF สามารถผสมเข้าไปกับน้ำมันเจ็ทเพื่อให้ใช้ในเครื่องบินได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหรือปรับปรุงเครื่องยนต์ ถือว่าเป็นพลังงานที่ลดการปลดปล่อย Carbon ซึ่งเชื้อเพลิง SAF สำหรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ปตท. ค้าสากล จำกัด (PTTT) บริษัทในกลุ่ม ปตท. เป็นผู้จัดหาและนำเข้า นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับเป้าหมาย OR SDG โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน “G” หรือ “GREEN” หรือการสร้างโอกาสเพื่อสังคมสะอาด ที่มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ (Healthy Environment) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมาย OR 2030 อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-26427 aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/นายนิจพัฒน์-ปิยะพันธ์-รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสนามบิน-บริษัท-การบินกรุงเทพ-จำกัด-ม.jpg" alt="" width="514" height="686" /></p>
<p><strong>​นายนิจพัฒน์ ปิยะพันธ์</strong> รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสนามบิน บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นอกจากการยกระดับความยั่งยืนในมิติของ Airlines แล้ว บริษัทฯ ยังตั้งเป้าหมายและวางแนวทางการดำเนินงานในการพัฒนาสนามบิน 3 แห่ง (สมุย สุโขทัย ตราด) ภายใต้การบริหารเพื่อก้าวสู่ความยั่งยืนในอนาคต ผ่านแนวคิด <strong>Green Airport</strong> โดยมีสนามบินสมุย ซึ่งเป็นสนามบินเเห่งเเรกที่ได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพรินท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นต้นแบบตามแนวทางดังนี้</p>
<p>• ด้านการออกแบบอาคารผู้โดยสาร โดยเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ และอาคารที่โปร่งแสงรับแสงจากธรรมชาติ ลดการเปิดไฟ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยรอบสนามบิน</p>
<p>• ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น การติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไว้ให้บริการผู้โดยสาร การเปลี่ยนสารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ เป็นสารทำความเย็นที่มีอัตราการเผาไหม้ที่ต่ำ และหลอดไฟภายในสนามบินกว่า 80% เป็นหลอด LED</p>
<p>• การจัดการของเสีย จัดตั้งถังแยกขยะตามประเภท รณรงค์การใช้พลาสติกเป็นศูนย์ และใช้ภาชนะ<br />
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำเสียแบบครบกระบวนการ โดยนำน้ำมารีไซเคิล เพื่อใช้รดน้ำต้นไม้ภายในสนามบิน ซึ่งทำให้การปล่อยน้ำเสียออกสู่ธรรมชาติเป็นศูนย์ และลด CO2 จากการใช้น้ำได้กว่า 39.7 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/ปี</p>
<p>• แผนดำเนินงานสู่เป้าหมายการปล่อยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ อาทิ แผนปรับปรุงระบบไฟส่องสว่างของลานจอดให้เป็น LED ทั้งหมด การติดตั้ง Solar Cell แผนการปรับใช้รถให้บริการภาคพื้นดินเป็นระบบไฟฟ้า และการพัฒนาสนามบินให้เป็น Green Terminal</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/bangkok-airways-low-carbon-skies-partnership-with-or/">บางกอกแอร์เวย์ส ผนึก OR นำร่องเที่ยวบินปฐมฤกษ์ &#8216;สมุย-กรุงเทพ&#8217;​ ใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) พร้อมยกระดับ “กรีนแอร์พอร์ต” หนุนภาค​การบินทั่วโลกสู่ NET ZERO 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AOT ร่วมการเสวนาในงาน ACI World Annual General Assembly, Conference and Exhibition (WAGA) 2024</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/aot-join-aci-world-annual-general-assembly-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jun 2024 00:22:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ACI World Annual General Assembly]]></category>
		<category><![CDATA[AOT]]></category>
		<category><![CDATA[Aviation]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26194</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ในฐานะ ACI Asia-Pacific and Middle East Regional Board Director ได้เข้าร่วมการเสวนางาน ACI World Annual General Assembly, Conference and Exhibition (WAGA) 2024 ในหัวข้อ “Customer Experience and Changing Passenger Expectations” ระหว่างวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2567 ณ โรงแรม Hilton Riyadh Hotel &#38; Residences กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อนำเสนอทิศทางการดำเนินงานของ AOT กับผู้แทนจากท่าอากาศยานชั้นนำต่างๆ และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้โดยสารต่อท่าอากาศยาน รวมถึงกลยุทธ์และวิธีการต่างๆ ที่นำมาใช้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้โดยสารและสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/aot-join-aci-world-annual-general-assembly-2024/">AOT ร่วมการเสวนาในงาน ACI World Annual General Assembly, Conference and Exhibition (WAGA) 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x_elementToProof"><b>ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ในฐานะ ACI Asia-Pacific and Middle East Regional Board Director ได้เข้าร่วมการเสวนางาน ACI World Annual General Assembly, Conference and Exhibition (WAGA) 2024 ในหัวข้อ “Customer Experience and Changing Passenger Expectations” ระหว่างวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2567 ณ โรงแรม Hilton Riyadh Hotel &amp; Residences กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย </b></div>
<p><span id="more-26194"></span></p>
<div class="x_elementToProof"><b>เพื่อนำเสนอทิศทางการดำเนินงานของ AOT กับผู้แทนจากท่าอากาศยานชั้นนำต่างๆ และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้โดยสารต่อท่าอากาศยาน รวมถึงกลยุทธ์และวิธีการต่างๆ ที่นำมาใช้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้โดยสารและสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ</b></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26198 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AOT3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></div>
<div><b>นอกจากนี้ ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ พร้อมด้วยผู้บริหาร AOT ยังได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบิน รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ท่าอากาศยานสมาชิกได้รู้จักกัน ตลอดจนการหารือเรื่องการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน ภายใต้หัวข้อ “The Global Race: How to Stand Out in a Competitive Airport Ecosystem”</b></div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26197 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AOT2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></div>
<div><b>ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าวได้มีการจัดนิทรรศการของท่าอากาศยานและบริษัทชั้นนำทางด้านเทคโนโลยีและด้านการบริการ รวมทั้งการเสวนาจากผู้บริหารท่าอากาศยานและบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการบินในหลายหัวข้อ อาทิ การพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยาน การเปิดเสรีด้านการขนส่งทางอากาศ การท่องเที่ยว กระบวนการผู้โดยสาร การจัดการด้านพลังงานแบบยั่งยืน การลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์<br />
และการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF)</b></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/aot-join-aci-world-annual-general-assembly-2024/">AOT ร่วมการเสวนาในงาน ACI World Annual General Assembly, Conference and Exhibition (WAGA) 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
