<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เชื้อเพลิงไฮโดรเจน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 17 Aug 2024 06:47:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เชื้อเพลิงไฮโดรเจน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บี.กริม ผนึก บีไอจี เร่งผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ลดปล่อยคาร์บอนกว่า 10,000 ตัน/ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/bgrimm-mou-big-climate-tech-collarboration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Aug 2024 06:44:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[B.Grimm]]></category>
		<category><![CDATA[BIG]]></category>
		<category><![CDATA[carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Technology Company]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Generating a Cleaner Future]]></category>
		<category><![CDATA[GreenLeap-Global and Green]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fuels]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฮาราลด์ ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยบุตร จารุเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28121</guid>

					<description><![CDATA[<p>บี.กริม เพาเวอร์ ผนึกกำลัง บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) ลงนามความร่วมมือศึกษาพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ยกระดับสู่การผลิตพลังงานสีเขียว ผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไฮโดรเจนตอบโจทย์เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2050 ร่วมกัน ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เปิดเผยว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจของ บี.กริม เพาเวอร์ ตามยุทธศาสตร์ “GreenLeap – Global and Green” ซึ่งได้ประกาศเมื่อปี 2566 ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อมุ่งสู่ตลาดพลังงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยมีกลยุทธ์หลักคือ สนับสนุนการขยายโครงการพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงจัดหาพลังงานที่สะอาด ยั่งยืน มีเสถียรภาพในระดับสูง และราคาที่เข้าถึงได้ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกเพื่อการผลิตไฟฟ้าสำหรับอนาคต (Sustainable Fuels) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/bgrimm-mou-big-climate-tech-collarboration/">บี.กริม ผนึก บีไอจี เร่งผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ลดปล่อยคาร์บอนกว่า 10,000 ตัน/ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บี.กริม เพาเวอร์</strong> ผนึกกำลัง <strong>บีไอจี</strong> ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) ลงนามความร่วมมือศึกษาพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ยกระดับสู่การผลิตพลังงานสีเขียว ผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไฮโดรเจนตอบโจทย์เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2050 ร่วมกัน</p>
<p><span id="more-28121"></span></p>
<p><strong>ดร. ฮาราลด์ ลิงค์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เปิดเผยว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจของ บี.กริม เพาเวอร์ ตามยุทธศาสตร์ “<strong>GreenLeap – Global and Green</strong>” ซึ่งได้ประกาศเมื่อปี 2566 ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อมุ่งสู่ตลาดพลังงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก</p>
<p>เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยมีกลยุทธ์หลักคือ สนับสนุนการขยายโครงการพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงจัดหาพลังงานที่สะอาด ยั่งยืน มีเสถียรภาพในระดับสูง และราคาที่เข้าถึงได้ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกเพื่อการผลิตไฟฟ้าสำหรับอนาคต (Sustainable Fuels) การศึกษาความเป็นไปได้​ในเรื่องในการใช้ Hydrogen ในการผลิตไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ใหม่ ภายใต้วิสัยทัศน์ การขยายธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี เพื่อก้าวสู่ผู้นำด้านการพัฒนาด้านพลังงานที่ยั่งยืนและปลอดภัย</p>
<p>ความร่วมมือกับ บีไอจี ซึ่งเป็นผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญตามยุทธศาสตร์ <strong>Green Leap – Global and Green</strong> ในการยกระดับความร่วมมือ ด้วยการผนึกจุดแข็ง ความชำนาญ และประสบการณ์ของทั้งสององค์กร เพื่อร่วมกันศึกษาและผลักดันการใช้ไฮโดรเจนมาผสมร่วมกับก๊าซธรรมชาติมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะขยายโอกาสทางการตลาดสำหรับผู้บริโภคที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะผลักดันให้ บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้าสู่เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ในปี 2573 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 25% และก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกและบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593)</p>
<p><strong>คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าวว่า บีไอจีเดินหน้าในการนำนวัตกรรมจากไฮโดรเจนที่บีไอจีและแอร์โปรดักส์ (บริษัทแม่ของบีไอจีจากประเทศสหรัฐฯ) มีความชำนาญและเป็นผู้ลงทุนโครงการกรีนไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดของโลก บีไอจีตระหนักถึงการใช้พลังงานสะอาดเพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในประเทศไทยภายใต้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ <strong>GENERATING A CLEANER FUTURE</strong> ด้วยการผลักดันการผลิตและการใช้ประโยชน์จากพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นหนึ่งใน Climate Technology เป็นแรงสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าการใช้ไฮโดรเจนในการผลิตไฟฟ้าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 600,000 ต้น</p>
<p>ความร่วมมือกับบี.กริม เพาเวอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับภาคเอกชนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดครั้งแรกในประเทศไทยและร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนในประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในอนาคต อีกทั้งการนำไฮโดรเจนมาผลิตไฟฟ้าเป็นการผลิตไฟฟ้าทางเลือกในการใช้เชื้อเพลิงสะอาดที่สามารถตอบสนองแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (Power Development Plan: PDP) ทั้งนี้ ไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำจากบีไอจีได้รับใบรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ว่าปล่อยคาร์บอนลดลด 95% เทียบเท่าการผลิตบูลไฮโดรเจน (Blue Hydrogen) และนอกจากการผลิตไฟฟ้าแล้ว ไฮโดรเจนยังมีศักยภาพในการเป็นโซลูชันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/bgrimm-mou-big-climate-tech-collarboration/">บี.กริม ผนึก บีไอจี เร่งผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ลดปล่อยคาร์บอนกว่า 10,000 ตัน/ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“บีไอจี” ก้าวสู่ผู้นำ Climate Tech มุ่งเน้นคลีนไฮโดรเจน และ สมาร์ทแพลตฟอร์มลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/big-drive-climate-technology-transform-to-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Sep 2023 05:52:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Air Products]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยบุตร จารุเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์โปรดักส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21045</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโอกาสครบรอบ 35 ปี “บีไอจี” ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กร พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Climate Technology ชูศักยภาพคลีนไฮโดรเจนและเทคโนโลยีสมาร์ทแพลตฟอร์มลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ร่วมผลักดันประเทศให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 35 ปี บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กร พร้อมใช้ชื่อ “บีไอจี” เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการขับเคลื่อนเพื่อเป้าหมาย Net Zero ที่ “บีไอจี” มุ่งมั่นการพัฒนานวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมเพื่อก้าวสู่เป้าหมายของความยั่งยืนอย่างแท้จริงด้วย Climate Technology “บีไอจี” เป็นบริษัทในเครือแอร์โปรดักส์ (Air Products) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 35 ปีในประเทศไทย พร้อมรุกด้าน Climate Technology มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/big-drive-climate-technology-transform-to-growth/">“บีไอจี” ก้าวสู่ผู้นำ Climate Tech มุ่งเน้นคลีนไฮโดรเจน และ สมาร์ทแพลตฟอร์มลดคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในโอกาสครบรอบ 35 ปี <strong>“บีไอจี”</strong> ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กร พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Climate Technology ชูศักยภาพคลีนไฮโดรเจนและเทคโนโลยีสมาร์ทแพลตฟอร์มลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ร่วมผลักดันประเทศให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero</p>
<p><span id="more-21045"></span></p>
<p><strong>คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 35 ปี บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด ประกาศทรานส์ฟอร์มองค์กร พร้อมใช้ชื่อ “บีไอจี” เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการขับเคลื่อนเพื่อเป้าหมาย Net Zero ที่ “บีไอจี” มุ่งมั่นการพัฒนานวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมเพื่อก้าวสู่เป้าหมายของความยั่งยืนอย่างแท้จริงด้วย Climate Technology</p>
<p>“บีไอจี” เป็นบริษัทในเครือแอร์โปรดักส์ (Air Products) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 35 ปีในประเทศไทย พร้อมรุกด้าน Climate Technology มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero ให้ได้เร็วกว่าเป้าหมายที่ประเทศวางไว้ในปี ค.ศ. 2065</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21048 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/4-7.jpg" alt="" width="1200" height="926" /><br />
“บีไอจีพร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Climate Technology เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรที่สอดรับกับเป้าหมายของประเทศไทยในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และ Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2065 ซึ่งขณะนี้เอง บีไอจี ก็ได้ลงมือทำไปแล้วมีความก้าวหน้าในการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิจากการลดใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิตของเราได้กว่า 20% แล้ว จากเป้าหมาย 33% ในปี ค.ศ. 2030 เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ด้วย Climate Technology ในปี 2050” คุณปิยบุตร กล่าว</p>
<p>หนึ่งใน Climate technology ที่สำคัญคือ ไฮโดรเจน ซึ่งในปัจจุบัน &#8220;บีไอจี&#8221; เป็นผู้ผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำเพื่อนำมาใช้ในงานพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดในประเทศ มีความเชี่ยวชาญทางด้านนวัตกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับไฮโดรเจน โดยบริษัทได้ใช้เทคโนโลยีจากบริษัทแม่คือ แอร์โปรดักส์ ที่เป็นผู้ผลิตไฮโดรเจนรายใหญ่สุดของโลกซึ่งกำลังมีโครงการใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 15,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับไฮโดรเจนสีน้ำเงิน (Blue Hydrogen) และไฮโดรเจน สีเขียว (Green Hydrogen) ปัจจุบันมีความคืบหน้าโครงการไปแล้วกว่า 50% แล้ว และคาดว่าจะพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบในปี ค.ศ. 2026-2027 ในส่วนของประเทศไทย บีไอจีได้ร่วมมือกับ กลุ่มบริษัท ปตท. และ โตโยต้าจัดตั้งสถานีบริการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนให้กับภาคยานยนต์แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตั้งแต่ปี 2565</p>
<p>นอกจากนี้ บีไอจียังมีแผนจะนำเทคโนโลยีการเก็บกักคาร์บอนและเทคโนโลยีอีเล็คโตรไลซิสเพื่อพัฒนาไฮโดรเจนสีน้ำเงินและไฮโดรเจนสีเขียวร่วมกับองค์กรชั้นนำในประเทศ โดยมุ่งเน้นโครงการสำคัญที่ทำได้จริง เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานไฮโดรเจนอย่างเต็มรูปแบบ ถือความก้าวที่สำคัญที่ช่วยประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emissions มีการประเมิน มูลค่าทางเศรษฐกิจของไฮโดรเจน ในช่วง 2025-2030 คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท และภายหลังจากปี 2030 คาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 200,000-300,000แสนล้านบาท</p>
<p>คุณปิยบุตรกล่าวว่า ในสถานการณ์การส่งเสริมอุตสาหกรรม มีความต้องการให้ภาครัฐ มีการกำหนด และวางแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่อนาคต เนื่องจากอุตสาหกรรมได้มีการเปลี่ยนไป จากการที่ไทยเติบโตมาต่อเนื่อง ตลอด 35 ปี จากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่ถูก แต่ปัจจุบันต้นทุนได้ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งราคาก๊าซธรรมชาติ และค่าแรงงาน จำเป็นต้องมองว่าทิศทางอุตสาหกรรมในระยะต่อไป ควรจะผลิตแบบเดิมๆ หรือผลิตอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน เพื่อการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสามารถส่งออกไปยัง สหรัฐ และยุโรป ที่มีมูลค่าสูงกว่า รัฐบาลควรวางโครงสร้างพื้นฐานซัพพลายเชนทั้งระบบ รวมถึงการทำภาษีคาร์บอน ( Carbon Tax )ซึ่งในต่างประเทศ จะมีการติดตามว่ามีการจัดการคาร์บอน รวมถึงนโยบายของภาครัฐในการบริหารจัดการ ทำ Net Zero ได้อย่างไร ให้เป็นรูปธรรม</p>
<p>“ส่วนการส่งเสริมการใช้ไฮโดเจนในภาคยานยนต์ ที่หลายฝ่ายจะเปรียบเทียมกับยานยนต์ไฟฟ้า อาจแข่งขันไม่ได้ หากนำเอาไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์นั่ง เพราะในความเป็นจริงรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ต้องเป็นรถยนต์ EV อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ EV ไม่สามารถตอบสนองในเรื่องประสิทธิภาพในกลุ่มยานยนต์ขนส่งขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ปริมาณเชื้อเพลิงให้สอดรับกับระยะทางตั้งแต่ 500-1,000 กิโลเมตร เพราะหากเป็นรถยนต์ขนส่งEV จะมีต้องมีการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำให้รถไม่สามารถบรรทุกสินค้าได้ในปริมาณที่มากเท่าที่ควร รวมถึงระยะเวลาการชาร์จต้องใช้เวลานาน เมื่อเทียบกับการใช้ก๊าซไฮโดรเจน ใช้เวลาเติมเพียง 3-5 นาที วิ่งได้ระยะ ไกล ถึง 700 กิโลเมตร สามารถตอบโจทย์และใช้งานได้จริง”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-21046 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/3-11.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นอกจากนี้ บีไอจียังได้พัฒนาอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ด้าน Climate Technology คือ สมาร์ทแพลตฟอร์มสำหรับการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิของภาคอุตสาหกรรม ผ่านระบบ Carbon Accounting Platform ด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี โดยเริ่มจากการวัดเพื่อทราบปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิในกระบวนการผลิตทั้งหมดแบบเรียลไทม์ จากนั้นบีไอจีจะนำโซลูชั่นหลากหลายรวมไปถึงนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำเป็นพิเศษที่บีไอจีผลิตได้เพียงรายเดียวในประเทศไทยมาช่วยลดการปล่อยคาร์บอนที่มาจากกระบวนการผลิตที่ถูกวัด และสุดท้ายแพลตฟอร์มนี้ยังสามารถทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนซื้อขายคาร์บอนเครดิตกับบีไอจีเองและภาคส่วนต่างๆ จากทุกอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ เพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมให้บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิและการสร้างความยั่งยืน โดยภาคอุตสาหกรรมสามารถนำไปวางแผนและดำเนินการเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิในกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>บีไอจีจึงผลักดัน Climate Technology พร้อมขับเคลื่อนและร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยศักยภาพความเป็นผู้นำทั้งในระดับโลกและระดับประเทศทางด้านไฮโดรเจนและเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ สอดรับนโยบายประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนร่วมกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/big-drive-climate-technology-transform-to-growth/">“บีไอจี” ก้าวสู่ผู้นำ Climate Tech มุ่งเน้นคลีนไฮโดรเจน และ สมาร์ทแพลตฟอร์มลดคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
