<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เทรนด์ผู้บริโภค &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 17 Jan 2026 15:57:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เทรนด์ผู้บริโภค &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอ็นไอเอ เปิด 3 เทรนด์นวัตกรรมมาแรง ขับเคลื่อน &#8216;เทคโนโลยี -ธุรกิจ-ผู้บริโภค&#8217; ​​พร้อม 4 นโยบาย ขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศไทย​ &#8216;เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/nia-disclose-innovation-trends-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 11:29:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Circular]]></category>
		<category><![CDATA[Health & Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[Hyper-Personalization]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Innovation Nation]]></category>
		<category><![CDATA[Muketing]]></category>
		<category><![CDATA[National Innovation Agency Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Silver Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ชาตินวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39416</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิด​ 3 เทรนด์นวัตกรรมที่น่าสนใจในปี 2569 ได้แก่ เทรนด์ทางเทคโนโลยี (Technology Trends) เทรนด์ทางธุรกิจ (Market Trends) และเทรนด์ในผู้บริโภค (Consumer Trends) พร้อมเปิด 4 นโยบายขับเคลื่อนนวัตกรรม ​ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม (Investment), 2) เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนานวัตกรรม (Innovation Linkages),  3) ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ (Regionalization of Innovation) และ 4) ยกระดับทักษะนวัตกรรมของประเทศ (Innovation Competency at Large) เพื่อเร่งส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพการเติบโต และการกระจายตัวของธุรกิจนวัตกรรมให้พร้อมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยต่อไปอย่างยั่งยืน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เปิดเผยว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/nia-disclose-innovation-trends-2026/">เอ็นไอเอ เปิด 3 เทรนด์นวัตกรรมมาแรง ขับเคลื่อน &#8216;เทคโนโลยี -ธุรกิจ-ผู้บริโภค&#8217; ​​พร้อม 4 นโยบาย ขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศไทย​ &#8216;เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) </strong>หรือ<strong> NIA</strong> กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิด​ 3 เทรนด์นวัตกรรมที่น่าสนใจในปี 2569 ได้แก่ เทรนด์ทางเทคโนโลยี (Technology Trends) เทรนด์ทางธุรกิจ (Market Trends) และเทรนด์ในผู้บริโภค (Consumer Trends)</p>
<p><span id="more-39416"></span></p>
<p>พร้อมเปิด 4 นโยบายขับเคลื่อนนวัตกรรม ​ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม (Investment), 2) เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนานวัตกรรม (Innovation Linkages),  3) ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ (Regionalization of Innovation) และ 4) ยกระดับทักษะนวัตกรรมของประเทศ (Innovation Competency at Large) เพื่อเร่งส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพการเติบโต และการกระจายตัวของธุรกิจนวัตกรรมให้พร้อมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยต่อไปอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เปิดเผยว่า ​การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค แนวคิดสลับขั้วทางการค้าที่นำไปสู่มาตรการภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียมที่สร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่มูลค่าโลก ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ กลายเป็นกระแสความเปลี่ยนแปลงหลักที่เกิดขึ้นในปี 2568</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39531 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/AW-ประกอบข่าว-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​ <strong>‘นวัตกรรม’</strong> ยังคงเป็นส่วนสำคัญ เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนเหล่านี้​ โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทย ​ที่ต้องติดตามและปรับตัวให้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด​ เพื่อสามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โ​ดยในปี 2569 นี้ NIA มอง​ Top3 ของเทรนด์นวัตกรรมที่น่าจับตาพร้อมทั้งการเกิดโอกาสทางธุรกิจจากเทรนด์แต่ละด้าน ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. เทรนด์ทางเทคโนโลยี (Technology Trends) : ​</strong>โดยเทรนด์ต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจ​<strong> ‘ต้นทุนถูกลง’</strong> และ <strong>‘สร้างความสามารถในแข่งขันในระยะยาว’ </strong>โดย​ 3 เทรนด์ทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ​ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Agentic AI (ปัญญาประดิษฐ์    เชิงปฏิบัติการ) หรือ AI ที่สามารถทำงานแทนคนได้</strong>อย่างการตอบแชทลูกค้าพร้อมปิดการขาย การจัดการคำสั่งซื้อ  การจองคิว การเปรียบเทียบราคา และการสั่งซื้อสินค้าโดยอัตโนมัติ</p>
<p><strong>&#8211; Hyper-Automation (ระบบอัตโนมัติเชื่อมโยง)</strong> ระบบบอทที่ช่วยลดงานซ้ำๆ เพิ่มประสิทธิภาพ และความแม่นยำ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมื่อมีคำสั่งซื้อจากร้านค้า ข้อมูลจะวิ่งไปตัดสต็อกในระบบบัญชี และออกใบแปะหน้าขนส่งทันทีโดยไม่ต้องใช้คนคีย์ข้อมูลซ้ำ</p>
<p><strong>&#8211; Carbon Accounting (ระบบคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์) </strong>ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีการส่งออกหรือเป็นซัพพลายเออร์ให้กับบริษัทใหญ่ โดยต้องจัดทำตั้งแต่การใช้พลังงาน การผลิต การขนส่ง และของเสีย เพื่อให้ทราบถึงร่องรอยการปลดปล่อยคาร์บอน เนื่องจากความเข้มงวดของกฎระเบียบโลก เช่น CBAM ของยุโรป ตลอดจน พ.ร.บ. โลกร้อนที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ</p>
<p><strong>2. เทรนด์ทางธุรกิจ (Market Trends) : </strong>สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและอุตสาหกรรมจากกลุ่มต่างๆ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการดึงดูดกำลังซื้อของลูกค้าและผู้บริโภค  โดย 3 เทรนด์กลุ่ม​ธุรกิจที่น่าจับตามอง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Health and Wellness (ธุรกิจฮีลกายและใจ)</strong> ที่ไม่ได้มีแค่การ ‘รักษา’ แต่รวมถึงการ ‘ป้องกัน’ และการ ‘บำบัด’ ในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีความเครียดสะสมมักพบปัญหา Office Syndrome และปัญหาการนอนหลับ จึงเป็นโอกาสให้กลุ่มธุรกิจและบริการ ​เช่น คลินิกกายภาพบำบัด, ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม/เทียนหอมช่วยการนอนหลับ, อาหารเสริมคลายเครียดจากสมุนไพรไทย หรือธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รมทั้งกิจกรรมโยคะ/ทำสมาธิ  เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; Pet Economy (เศรษฐกิจทาสหมาแมว)</strong>  ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยถือว่าเป็นตลาดที่เติบโตได้สวนกระแสเศรษฐกิจ จากที่เคยเป็นธุรกิจที่มีตลาดเฉพาะกลุ่ม กลายมาเป็นธุรกิจกระแสหลักที่เริ่มมีคนกระโดดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น เช่น อาหารสัตว์เกรด Holistic/Organic ปรุงสุกใหม่ (Fresh Pet Food), เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบให้มีฟังก์ชันสำหรับแมว ตลอดจนบริการสปา คอนโดและโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง</p>
<p><strong>&#8211; Green &amp; Circular Business (สร้างคุณค่าจากของเหลือใช้)</strong> เทรนด์รักษ์โลก ทำให้ธุรกิจ ‘Upcycling’ และ ‘Recycling’ ได้รับความสนใจ สินค้าและบริการที่มีความเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม หรือมีเรื่องราวสอดรับกับเทรนด์รักษ์โลก ​แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป หรือมีภาระด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในมุมของผู้ผลิต แต่ก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด และช่วยสร้างโอกาสที่ดีสำหรับภาคธุรกิจ หรือ SME ในการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค้าให้วัตถุดิบในท้องถิ่น หรือต่อยอดวัตถุดิบเหลือทิ้ง ผ่านการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งาน หรือตามเทรนด์แฟชัน ​เช่น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ, ธุรกิจแฟชันจากวัสดุหมุนเวียน, สินค้าอุปโภคบริโภคแบบเติม (Refill Station) เพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก  เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39530 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-nia3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. เทรนด์ผู้บริโภค (Consumer Trends) : </strong>พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไป   สู่ความ ‘คุ้มค่า’ และ ‘ใส่ใจตัวเอง’ มากขึ้น โดย 3 เทรนด์​พฤติกรรม​ที่​​เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคที่มีความน่าสนใจ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Hyper-Personalization (รู้ใจรายคน)</strong> ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่สินค้าคุณภาพดี แต่ต้องการสินค้าที่<strong> ‘เหมาะกับฉันคนเดียว’</strong> โดยฟันเฟืองสำคัญคือการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูล เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เช่น อาหารเสริมที่จัดชุดตามผลตรวจเลือด สกินแคร์ที่ปรับสูตรตามสภาพผิวเฉพาะ เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; Silver Solution (สูงวัยมีสุข)</strong> ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แบบ ดังนั้น การออกแบบธุรกิจและบริการเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับลูกค้ากลุ่มนี้จะช่วยสร้างความแตกต่าง  ให้กับธุรกิจ เช่น บริการปรับปรุงห้องน้ำ/บ้านเพื่อความปลอดภัย ทัวร์ท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์สำหรับวัยเกษียณ บริการผู้ช่วยพาไปหาหมอ</p>
<p><strong>&#8211; Muketing หรือ Magic Economy (สายมูฮีลใจ)</strong> ความเชื่อและความศรัทธาอยู่คู่กับคนไทยมายาวนานจนกลายเป็นวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม ที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เหมาะกับการส่งเสริมธุรกิจทัวร์ทำบุญไหว้พระ ผลิตภัณฑ์บนความเชื่ออย่างกำไลข้อมือและตะกรุดแฟชั่น ซึ่งผสมรวมระหว่างงานศิลปะกับความเชื่อเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติที่มีพลังวิเศษ เป็นต้น</p>
<p><strong>4 นโยบายขับเคลื่อนการพัฒนา &#8216;นวัตกรรม&#8217; ประเทศไทย</strong></p>
<p><strong>ดร. กริชผกา</strong> <strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong> ที่ผ่านมา NIA มีเป้าหมายสำคัญในการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่ <strong>‘เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคต</strong> โดยมีธุรกิจสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และผลักดันนวัตกรรมไทยให้เติบโต</p>
<p>ทั้งนี้ ​ก้าวสู่การเป็น <strong>‘ชาตินวัตกรรม’ </strong>​มีเป้าหมายหลัก ได้แก่ <strong>1)</strong> <strong>การพัฒนานวัตกรรมบนฐานเทคโนโลยีขั้นสูง </strong>ซึ่งมีความซับซ้อนที่เป็นจุดแข็งและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย <strong>2)</strong> <strong>การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูงบนฐานความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม </strong>และ <strong>3)</strong> <strong>การเตรียมความพร้อมกำลังคนไปสู่แรงงานสูงที่ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว </strong>เพื่อตอบสนอง​ต่อโครงสร้างประชากรและตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป</p>
<p><em>“<strong>NIA ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในฐานะผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจนวัตกรรมในทุกมิติผ่านแนวคิด 4G </strong>ได้แก่ <strong>Groom</strong> การบ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรม <strong>Grant</strong> การให้เงินทุน <strong>Growth </strong>การสร้างโอกาสขยายตลาดและแหล่งเงินทุน และ <strong>Global</strong> การเข้าสู่ตลาดระดับโลก และเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยสามารถเติบโตอย่างเข้มแข็งและแข่งขันได้ในตลาดโลก&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39532 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/AW-ประกอบข่าว-5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนของ NIA ​ในปี 2569 ​จะมุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยผ่าน<strong> ‘นโยบายนวัตกรรม’  </strong>ผ่านแนวทางทางการดำเนินงานใน 4 ด้าน ต่อ​ไปนี้</p>
<p><strong>1.  ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม </strong>โดย NIA มีกลไกสนับสนุนทางการเงินที่หลากหลายในรูปแบบเงินให้เปล่าซึ่งเหมาะกับธุรกิจนวัตกรรมในระยะเริ่มต้น แต่<strong>สำหรับธุรกิจนวัตกรรมในระยะเติบโต ‘การร่วมลงทุน’ </strong>ถือว่าสำคัญมาก เพราะช่วย<strong> ‘เติมเงินทุน’ </strong>ในการนำนวัตกรรมไปสู่ตลาดและการขยายธุรกิจ</p>
<p>ซึ่งปีนี้ <strong>NIA มุ่งเน้นการต่อยอดและขยายผลกลไกการร่วมลงทุน เช่น Corporate Co-funding และ กลไกการร่วมลงทุนจากภาครัฐ (NIA venture)</strong> โดยดำเนินการร่วมกับบริษัทร่วมลงทุน (VC/CVC)  รวมทั้ง​ <strong>โปรแกรม Global Investment Link</strong> เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจนวัตกรรมผ่านการเข้าถึงแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจน<strong>มาตรการการยกเว้นภาษี Capital Gains Tax </strong>เพื่อส่งเสริมการระดมทุนในธุรกิจสตาร์ตอัป โดยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับส่วนเกินทุน</p>
<p><strong>2. เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนานวัตกรรม </strong>ซึ่งต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่ช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม/ภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดการแปลงงานวิจัยจากรั้วมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้งานจริง</p>
<p><strong> NIA มีการพัฒนากลไกสนับสนุนที่ไม่ใช่การเงินเพื่อยกระดับงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ </strong>ผ่านการเชื่อมโยงองค์ประกอบที่หลากหลายในระบบนิเวศนวัตกรรม ได้แก่ <strong>การเร่งสร้างการเติบโต (NIA Acceleration) </strong>ใน 5 อุตสาหกรรม <strong>การพัฒนาศูนย์กลางเครือข่ายนวัตกรรม (Thailand Innovation Hub)</strong> แพลตฟอร์มเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพและส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจน<strong>มาตรการสนับสนุนด้านภาษี </strong>เช่น <strong>สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับย่านนวัตกรรมการแพทย์ </strong>จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการสนับสนุนสิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ และในอนาคต NIA มีแผน<strong>การส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการระดมทุน (IP Financing)</strong> เพื่อปลดล็อกมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ตอัป ให้ธุรกิจสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินทุนหรือระดมทุน</p>
<p><strong>3. ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ </strong>เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ผ่านกลไกการทำงานร่วมกับบุคลากรในพื้นที่อย่าง <strong>หน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม </strong>ที่ช่วยบ่มเพาะ ยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมจนสามารถพัฒนาแนวคิดสู่ต้นแบบหรือโครงการนำร่อง พร้อมทั้งสนับสนุนทุนในการนำแนวคิดนวัตกรรมมาขยายผลผ่าน<strong>โครงการนวัตกรรมแบบเปิด โครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน </strong>และ<strong>โครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม </strong></p>
<p>รวมถึงการนำรูปแบบ <strong>กลไกการให้เงินทุนอุดหนุน </strong>มาจัดทำเป็นแผนภาพการ<strong>สนับสนุนตามการเติบโตของนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการนวัตกรรม </strong>เพื่อให้เห็นแนวทางการเติบโตได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมของนวัตกรในพื้นที่ให้เติบโตไปสู่ตลาดระดับประเทศผ่าน<strong>โครงการ ‘นิลมังกร เดอะเรียลลิตี้’</strong> ที่สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจนวัตกรรมให้กับคนทั่วไปที่จะแปลงธุรกิจคนตัวเล็กให้กลายเป็นฮีโร่ของเศรษฐกิจท้องถิ่น กลไกหล่านี้ไม่ใช่แค่เพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจในพื้นที่ แต่เป็น การสร้างงาน สร้างเงินหมุนเวียนและเพิ่มโอกาสในชุมชน เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่เติบโตไปพร้อมชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39529 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-nia.jpg" alt="" width="1200" height="903" /></p>
<p><strong>4. ยกระดับทักษะนวัตกรรมของประเทศ </strong>โดยชุดความคิด ความรู้ ทักษะ และระบบการจัดการด้านนวัตกรรม เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้กับกำลังคนและธุรกิจนวัตกรรมไทย โดยเฉพาะนวัตกรและเจ้าของธุรกิจ การรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ความรู้ทางเทคโนโลยีและธุรกิจ ตลอดจนชุดความคิดความเป็นผู้ประกอบการ และการเติบโตสู่ตลาดสากล เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจนวัตกรรมตั้งแต่วันเริ่มต้น</p>
<p><em>&#8220;<strong>NIA ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังชุดความคิดและทักษะนวัตกรให้กับกำลังคนรุ่นใหม่ ทั้งในระดับเยาวชนและธุรกิจสตาร์ตอัป</strong> ผ่านโปรแกรม <strong>STEAM4INNOVATOR</strong> และ <strong>Startup Thailand League</strong> ตลอดจนหลักสูตรการฝึกอบรมที่จะช่วยยกระดับธุรกิจด้วยนวัตกรรมของ <strong>สถาบันวิทยาการนวัตกรรม (NIA Academy)</strong> และสำหรับองค์กรธุรกิจและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ​<strong>การเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัว  ไปสู่การเป็น ‘องค์กรนวัตกรรม’</strong> ผ่านการจัดการนวัตกรรมที่เป็นระบบ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน   ของผู้ประกอบการไทย ซึ่ง <strong>NIA ได้นำกระบวนการ Consultative Assessment </strong>มาช่วยสะท้อนให้ผู้ประกอบการมองเห็นจุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสในการพัฒนา<strong> ‘นวัตกรรม’ </strong>ควบคู่กับการพัฒนา<strong> ‘ผลิตภาพ’ อย่างเป็นระบบ</strong> ผ่าน<strong>โครงการ INNOProductivity for SMEs </strong>เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยให้มีการวางระบบการจัดการนวัตกรรมในองค์กรอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบท ขนาด และศักยภาพของธุรกิจ โดย<strong>ในปีนี้จะต่อยอดกิจกรรมไปสู่  การสนับสนุนการวางระบบนวัตกรรมในองค์กรให้เป็นไปอย่างสอดคล้องกับมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรมสากล อย่าง ISO56001</strong>”  </em>ดร.กริชผกา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/nia-disclose-innovation-trends-2026/">เอ็นไอเอ เปิด 3 เทรนด์นวัตกรรมมาแรง ขับเคลื่อน &#8216;เทคโนโลยี -ธุรกิจ-ผู้บริโภค&#8217; ​​พร้อม 4 นโยบาย ขับเคลื่อนไทยสู่ประเทศไทย​ &#8216;เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิด 10 เทรนด์โลก ธุรกิจ &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ปี 2026  เมื่อผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการแค่ &#8216;อิ่ม&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/food-and-beverage-trend-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 06:58:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Behavior]]></category>
		<category><![CDATA[ConsumerTrends]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Food Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Food Trends 2026]]></category>
		<category><![CDATA[FoodBeverage]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[Innova Market Insights]]></category>
		<category><![CDATA[InnovaMarket]]></category>
		<category><![CDATA[Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Top Food & Beverage Trend 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหาร 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38643</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก Innova Market Insights เปิดเผย &#8216;Top Food &#38; Beverage Trend 2026&#8216; รายงานแนวโน้ม &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อน อุตสาหกรรมอาหาร ในปีหน้า ทั้งนี้ พบ 4 นวัตกรรมสำคัญ ซึ่งถือเป็นเสาหลักในการผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม ประกอบด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ ความเพลิดเพลิน ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ราคาที่สามารถจับต้องได้ ขณะที่แรงขับเคลื่อนระดับโลก​ พร้อมทั้งการคาดการณ์เทรนด์ประจำปี ผ่านการวิจัยผู้บริโภค และการติดตามการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่​อย่างต่อเนื่อง สามารถสรุป 10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มของโลกที่น่าสนใจ ในปี 2026 ได้ ต่อไปนี้ 1. Powerhouse Protein : ความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้นระหว่าง &#8216;ความต้องการโปรตีน&#8216; และประเด็นเรื่องสุขภาพ โดยพบว่า กว่าครึ่งของผู้บริโภคทั่วโลกพยายามเพิ่มโปรตีนในอาหารอย่างจริงจัง รวมทั้งการมองหาฟังก์ชันนัลในแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยความต้องการแตกต่างและหลากหลาย เพื่อสร้างจุดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดย​ครอบคลุมไปถึงแหล่งที่มาของโปรตีนด้วย 2. Gut Health Hub [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/food-and-beverage-trend-2026/">เปิด 10 เทรนด์โลก ธุรกิจ &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ปี 2026  เมื่อผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการแค่ &#8216;อิ่ม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ข้อมูลจาก Innova Market Insights เปิดเผย &#8216;<strong>Top Food &amp; Beverage Trend 2026</strong>&#8216; รายงานแนวโน้ม <strong>&#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217;</strong> ประจำปี 2026 สะท้อนให้เห็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อุตสาหกรรมอาหาร</span> ในปีหน้า</div>
</div>
<p><span id="more-38643"></span>ทั้งนี้ พบ 4 นวัตกรรมสำคัญ ซึ่งถือเป็นเสาหลักในการผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม ประกอบด้วย</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">ประโยชน์ต่อสุขภาพ</li>
<li dir="auto">ความเพลิดเพลิน</li>
<li dir="auto">ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li dir="auto">ราคาที่สามารถจับต้องได้</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่แรงขับเคลื่อนระดับโลก​ พร้อมทั้งการคาดการณ์เทรนด์ประจำปี ผ่านการวิจัยผู้บริโภค และการติดตามการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่​อย่างต่อเนื่อง สามารถสรุป 10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มของโลกที่น่าสนใจ ในปี 2026 ได้ ต่อไปนี้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>1. Powerhouse <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Protein</span> </strong>: ความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้นระหว่าง &#8216;ความต้องการ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โปรตีน</span>&#8216; และประเด็นเรื่อง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพ</span> โดยพบว่า กว่าครึ่งของผู้บริโภคทั่วโลกพยายามเพิ่มโปรตีนในอาหารอย่างจริงจัง รวมทั้งการมองหาฟังก์ชันนัลในแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยความต้องการแตกต่างและหลากหลาย เพื่อสร้างจุดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดย​ครอบคลุมไปถึงแหล่งที่มาของโปรตีนด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Gut</span> Health Hub :</strong> ความตระหนักว่า <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สุขภาพลำไส้</span> คือ ประตูสู่สุขภาวะที่ดีแบบ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">องค์รวม</span> สุขภาพของลำไส้ไม่ได้มีผลแค่ระบบย่อยอาหารแต่คือสุขภาพร่างกายทั้งหมด​รวมถึงเรื่องของจิตใจด้วย ทำให้​ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หันมาส่งเสริมสุขภาพลำไส้แบบองค์รวมมากขึ้น และ​ให้ความสำคัญกับอาหารโปรไบโอติก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Probiotic</span> และ พรีไบโอติก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Prebiotic</span> เพิ่มมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>3. Layers of Delight</strong> : สภาพแวดล้อมปัจจุบันที่ท้าทายและตึงเครียดมากขึ้น ทำให้ผู้คนมองหา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประสบการณ์</span> ที่ล้ำลึกและดื่มด่ำได้มากขึ้น ทั้งจากโมเมนต์ ความรู้สึก หรือสุขภาพ ผ่านองค์ประกอบ เนื้อสัมผัส และสูตรอาหาร เพื่อ​สร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำ สร้างอารมณ์ พร้อมทั้งการสนับสนุนสุขภาพ หรือความน่าสนใจจากเรื่องราวและสูตรอาหาร</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>4. Beverages with Purpose</strong> : นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ลึกและหลากหลายขึ้น ตอบโจทย์ได้ทั้ง Functional รสชาติ และความสดชื่น เช่น น้ำมะพร้าวรสชาติกลมกล่อมที่มาพร้อมอิเล็กโทรไลต์เพื่อความชุ่มชื้น หรือนมปรุงแต่งรสที่มีแคลเซียมและโปรตีนสูง​​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>5. Authentic Plant-Based :</strong> การเปลี่ยนผ่าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Plantbased</span> จากการเลียนแบบโปรตีนสัตว์ เป็นการให้โปรตีนจากพืชตามธรรมชาติ และผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด เพราะผลิตภัณฑ์จากพืชมีศักยภาพในการสร้างจุดเด่นจากตัวเอง แทนที่จะเป็นเพียงสิ่งทดแทนอาหารอื่นๆ ประกอบกับผู้บริโภคให้ความสำคัญกับแหล่งโปรตีนตามธรรมชาติมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>6. Made for Moments :</strong> การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมตามโอกาสต่างๆ ทั้งการตอบโจทย์โมเมนต์ ​ขนาด หรือรูปแบบบรรจุภัณฑ์ เช่น Single-Serve สำหรับการบริโภคแบบครั้งเดียว หรือ Multi-Serve ที่สามารถแบ่งการรับประทานได้หลายครั้ง โดยนวัตกรรมที่อิงตามโอกาสกำลังเติบโตเพิ่มมากขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>7. Worth Every Bite :</strong> นำเสนอ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คุณค่า</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความคุ้มค่า</span> ของผลิตภัณฑ์ที่สามารถจับต้องได้ มากกว่าแค่ราคาถูก แต่คุ้มค่าในยุคเศรษฐกิจกดดัน ความสามารถในการดึงดูดและรักษาผู้บริโภคจากการผสมผสานระหว่างราคาที่เหมาะสมและการเข้าถึงได้ง่ายกลายเป็นหัวใจสำคัญในปัจจุบัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>8. Mind Balance</strong> : คุณสมบัติในการสร้างความสมดุลทั้งด้านจิตใจ สุขภาวะ การให้พลังงาน บรรเทาความตึงเครียด และบำรุงสมอง สะท้อนภาวะที่ตึงเครียดในยุคปัจจุบัน และผู้บริโภคหันมาพึ่งพาอาหาร/เครื่องดื่มที่สามารถส่งผลด้านสุขภาพจิตได้ตามธรรมชาติ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>9. Crafting Tradition :</strong> ตอกย้ำมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมสะท้อนตัวตนและคุณค่าดั้งเดิม เพื่อสื่อสารถึงความคุ้นเคยสู่ผู้บริโภค ผ่านการใช้สูตรอาหารดั้งเดิมตามวัฒนธรรมของตัวเอง เช่น อาหารประจำถิ่น หรือผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นและไม่เหมือนใคร</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>10. Justified Choices :</strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ยังคงช่วยดึงดูดการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค การ​ตัดสินใจเลือกอาหารและเครื่องดื่มอย่างรับผิดชอบ สะท้อนความโปร่งใส ให้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน สนับสนุนท้องถิ่น ตระหนักถึงความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ ที่เชื่อมโยงให้เห็นพันธกิจในการใส่ใจโลก เกษตรกร สัตว์ป่า และชุมชน</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/food-and-beverage-trend-2026/">เปิด 10 เทรนด์โลก ธุรกิจ &#8216;อาหารและเครื่องดื่ม&#8217; ปี 2026  เมื่อผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการแค่ &#8216;อิ่ม&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทรนด์ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; โตแรงในจีน มากกว่าแค่​ &#8216;รักสุขภาพ&#8217; แต่แบรนด์ต้อง​ &#8216;โปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/ditp-chinese-consumer-trends/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 11:18:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[China]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trends]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[Label]]></category>
		<category><![CDATA[Safety]]></category>
		<category><![CDATA[Transparency]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ความโปร่งใส]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดจีน]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38147</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  รายงานสถานการณ์การค้าประเทศจีน พบเทรนด์ที่น่าสนใจของผู้บริโภคชาวจีน  ที่ปัจจุบันมีเทรนด์ที่เติบโตต่อยอด​จากกระแสใส่ใจสุขภาพ (Health Consciousness) โดยพบพฤติกรรมที่คนจีนในปัจจุบันนิยมทำคือ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดในฉลากสินค้า ผู้บริโภคชาวจีนจะให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของส่วนผสม  จากรายงาน &#8216;การบริโภคเพื่อสุขภาพของคนจีน ปี 2024&#8217; โดย 丁香医生  (https://dxy.com/) ระบุว่า 72% ของผู้บริโภค จะดูฉลากเพื่อตรวจสอบส่วนผสมก่อนซื้อ เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่คือ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; ในตลาดอาหารของจีน สำหรับ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารปรุงแต่งหรือวัตถุเจือปนที่ไม่จำเป็น และมีฉลากที่อ่านเข้าใจง่าย โปร่งใส ​ไม่ใช้คำศัพท์ที่กำกวม เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ได้ชัดเจนว่าในสินค้านั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง เทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับบุตรหลานของตนเอง โดยมักตรวจสอบฉลากส่วนผสม​ของอาหารเด็กอย่างละเอียด เพื่อ​มั่นใจว่าสิ่งที่บุตรหลานบริโภคจะปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ  อีกหนึ่งสิ่งสะท้อนการเติบโตของเทรนด์ฉลากสะอาด  ผ่านการเกิดวลียอดฮิตภาษาจี​น อย่าว  &#8216;配料表比脸干净&#8217; หรือ &#8216;รายการส่วนผสมที่สะอาดกว่าหน้าตา&#8217; ที่กลายเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาด  หรือการรีวิวของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ที่ได้รับความนิยมในสังคมออนไลน์จีน ที่อ้างถึงการใช้คำที่ระบุในฉลากแบบชัดเจน ไม่กำกวม เช่น กลุ่มน้ำผลไม้ ที่ต้องระบุวัตถุดิบให้ชัดเจน มากกว่าแค่คำว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/ditp-chinese-consumer-trends/">เทรนด์ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; โตแรงในจีน มากกว่าแค่​ &#8216;รักสุขภาพ&#8217; แต่แบรนด์ต้อง​ &#8216;โปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์</strong>  รายงานสถานการณ์การค้าประเทศจีน พบเทรนด์ที่น่าสนใจของผู้บริโภคชาวจีน  ที่ปัจจุบันมีเทรนด์ที่เติบโตต่อยอด​จากกระแสใส่ใจสุขภาพ <span lang="TH">(</span><span lang="EN-SG">Health Consciousness</span>)</p>
<p><span id="more-38147"></span></p>
<p>โดยพบพฤติกรรมที่คนจีนในปัจจุบันนิยมทำคือ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดในฉลากสินค้า ผู้บริโภคชาวจีนจะให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของส่วนผสม  จากรายงาน &#8216;การบริโภคเพื่อสุขภาพของคนจีน ปี 2024&#8217; โดย <a href="https://dxy.com/" target="_blank" rel="noopener">丁香医生</a>  (https://dxy.com/) ระบุว่า 72% ของผู้บริโภค จะดูฉลากเพื่อตรวจสอบส่วนผสมก่อนซื้อ เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่คือ <strong>&#8216;ฉลากสะอาด&#8217;</strong> ในตลาดอาหารของจีน</p>
<p>สำหรับ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารปรุงแต่งหรือวัตถุเจือปนที่ไม่จำเป็น และมีฉลากที่อ่านเข้าใจง่าย โปร่งใส ​ไม่ใช้คำศัพท์ที่กำกวม เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ได้ชัดเจนว่าในสินค้านั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง</p>
<p>เทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงก<span lang="TH">ลุ่มผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับบุตรหลานของตนเอง โดยมักตรวจสอบ</span><span lang="TH">ฉลากส่วนผสม</span><span lang="EN-AU">​</span><span lang="TH">ของอาหารเด็กอย่างละเอียด เพื่อ​มั่นใจว่าสิ่งที่บุตรหลานบริโภคจะปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ </span></p>
<p>อีกหนึ่งสิ่งสะท้อนการเติบโตของเทรนด์ฉลากสะอาด  ผ่านการเกิดวลียอดฮิตภาษาจี​น อย่าว  <strong>&#8216;配料表比脸干净&#8217;</strong> หรือ &#8216;รายการส่วนผสมที่สะอาดกว่าหน้าตา&#8217; ที่กลายเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาด  หรือการรีวิวของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ที่ได้รับความนิยมในสังคมออนไลน์จีน ที่อ้างถึงการใช้คำที่ระบุในฉลากแบบชัดเจน ไม่กำกวม เช่น กลุ่มน้ำผลไม้ ที่ต้องระบุวัตถุดิบให้ชัดเจน มากกว่าแค่คำว่า น้ำผลไม้แท้ น้ำผลไมม้เข้มข้น หรือมีเนื้อผลไม้ผสม รวมทั้งการใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น สารสกัดธรรมชาติ หรือสารปรุงแต่ง ที่อาจมีความหมายเหมือนกันแต่เรียกชื่อต่างกัน เพื่อเลือกความหมายที่ใกล้เคียงความเป็นธรรมชาติมากกว่า รวมไปถึงแนวคิด​การระบุส่วนผสมในฉลากด้วยเลข 0 ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าดีต่อสุขภาพมากกว่า หรือการมีรายการส่วนผสมที่น้อยรายการเท่าไหร่ ยิ่งดีต่อสุขภาพมากเท่านั้น เพราะมีชนิดของสารปรุงแต่งผสมน้อย</p>
<p>​​สิ่งที่เกิดขึ้น จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญ จากความเชื่อที่อาจไม่ถูกต้องนักเกี่ยวกับฉลากสะอาด และอาจกลายเป็นเพียงเรื่องของกลยุทธ์ทางการตลาดที่​แบรนด์นำมาใช้เท่านั้น   เพราะในอุตสาหกรรมอาหาร สารปรุงแต่งบางอย่างก็ถือว่ามีความจำเป็น ทั้งการช่วยเรื่องเนื้อสัมผัสของอาหารให้นุ่มหรือฟู  รวมทั้งคุณสมบัติที่ช่วยยืดอายุอาหาร ซึ่งสามารถใช้ได้ในปริมาณตามที่กฎหมายกำหนด ดังน้ัน ไม่ว่าจะเป็นสารจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์ก็มีความปลอดภัย​เช่นเดียวกัน</p>
<figure id="attachment_38149" aria-describedby="caption-attachment-38149" style="width: 1080px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38149 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Credit-36kr.com_.jpg" alt="" width="1080" height="940" /><figcaption id="caption-attachment-38149" class="wp-caption-text">Credit: 36kr.com</figcaption></figure>
<p>แต่สิ่งที่ควรต้องระวังคือ ผู้ผลิตบางรายอาจมีความพยายามที่จะลดการใช้สารสังเคราะห์ จึงอาจเลิกใช้สารกันเสียที่ปลอดภัย แล้วหันไปใช้เกลือหรือน้ำตาลในปริมาณสูงเพื่อถนอมอาหารแทน แต่กลับสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพให้ผู้บริโภคมากกว่า นอกจากนี้ เครื่องปรุงบางชนิดติดฉลากว่าไม่มีการติมสารต่างๆ  ทั้งที่ความจริงอาจเป็นเพียงการตรวจไม่พบสารกันเสียหรือสารให้ความหวานในบางประเภทเท่านั้น ทำให้เกิดความกังวลว่า สุดท้ายแล้วเรื่องของ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; จะกลายเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดมากเกินไป</p>
<p>ดังนั้น อีกหนึ่งความหมายของ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; อาจไม่ได้หมายความว่า &#8216;การไม่ใส่สารปรุงแต่ง&#8217; แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมที่เด่นชัดของผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ต้องการ &#8216;ความโปร่งใสและการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค&#8217;  เพื่อส่งสัญญาณเป็นแนวทางในการปรับตัวและยกระดับคุณภาพสินค้าของบรรดาผู้ผลิตต่างๆ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว มองว่า เทรนด์ฉลากสะอาดที่เกิดขึ้นนี้ อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทย​ที่ต้องการขยายตลาดในประเทศจีนโดยเฉพาะสินค้าที่มีจุดเด่นด้าน ความเป็นธรรมชาติ ความปลอดภัย และความโปร่งใส  เช่น ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้ 100% เครื่องดื่มสมุนไพร และอาหารสุขภาพ ที่มีศักยภาพสูงในการเจาะตลาดผู้บริโภคจีนระดับกลาง–บน</p>
<p>โดยเฉพาะควรจัดทำฉลากสินค้าที่แสดงข้อมูลส่วนผสมอย่างชัดเจน ตามมาตรฐานที่ทางการจีนกำหนด รวมทั้ง<span lang="TH">ทำการ &#8216;ตรวจสอบฉลากอาหาร&#8217; กับ หน่วยงาน </span><span lang="EN-US">CIQ (China Inspection and Quarantine)</span><span lang="TH">  ให้เรียบร้อยก่อนการส่งออกไปยังตลาดจีน </span>เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มมูลค่าให้สินค้า​ รวม​ถึงการนำ​เทคโนโลยีมาช่วย  เช่น เพิ่ม QR Code เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบรวมไปถึงการสามารถตรวจสอบแบบย้อนกลับได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/ditp-chinese-consumer-trends/">เทรนด์ &#8216;ฉลากสะอาด&#8217; โตแรงในจีน มากกว่าแค่​ &#8216;รักสุขภาพ&#8217; แต่แบรนด์ต้อง​ &#8216;โปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 &#8216;ต้องสร้างอิมแพ็คทุกโมเมนต์&#8217; พร้อมเดินหน้าปลดล็อกการเติบโตใน​ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/tetra-pak-join-thaifex-anuga-asia-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 May 2025 10:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CIC]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trend]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Packaging Trend]]></category>
		<category><![CDATA[PDC]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX – ANUGA ASIA 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Trendipedia]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์กระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุภนัฐ รัตนทิพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33839</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค  ชูโซลูชัน ช่วยปลดล็อกการเติบโตให้​ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025​ พร้อมฉายเทรนด์ผู้บริโภคและนวัตกรรม ที่จะเข้ามามีบทบาท​สร้างการเติบโตในอนาคต เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ อาหารชั้นนำของโลก ร่วมแสดงนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2568 เพื่อสำรวจและปลดล็อกโอกาสการเติบโตให้ผู้ประกอบการกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ​(F&#38;B : Food and Beverage) ได้แบบครบวงจร สำหรับ THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2025 นับเป็นเวทีสำคัญที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของเอเชียในด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการสร้างความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม  เพิ่มโอกาสให้แบรนด์และผู้ผลิตค้นพบโซลูชันของเต็ดตรา แพ้คที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างกาแฟพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทางโภชนาการ และผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ใส่วัตถุกันเสีย ท้ังนี้ เต็ดตรา แพ้ค ร่วมงานภายใต้ธีม Unlocking Growth ​นำเสนอผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ Innovate to Elevate (สร้างสรรค์เพื่อยกระดับ), Differentiate [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/tetra-pak-join-thaifex-anuga-asia-2025/">เต็ดตรา แพ้ค ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 &#8216;ต้องสร้างอิมแพ็คทุกโมเมนต์&#8217; พร้อมเดินหน้าปลดล็อกการเติบโตใน​ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค  ชูโซลูชัน ช่วยปลดล็อกการเติบโตให้​ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025​ พร้อมฉายเทรนด์ผู้บริโภคและนวัตกรรม ที่จะเข้ามามีบทบาท​สร้างการเติบโตในอนาคต</strong><span id="more-33839"></span></p>
<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค</strong> ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ อาหารชั้นนำของโลก ร่วมแสดงนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน<strong> THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2568</strong> เพื่อสำรวจและปลดล็อกโอกาสการเติบโตให้ผู้ประกอบการกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ​(F&amp;B : Food and Beverage) ได้แบบครบวงจร</p>
<p>สำหรับ <strong>THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2025</strong> นับเป็นเวทีสำคัญที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของเอเชียในด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการสร้างความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม  เพิ่มโอกาสให้แบรนด์และผู้ผลิตค้นพบโซลูชันของเต็ดตรา แพ้คที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างกาแฟพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทางโภชนาการ และผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ใส่วัตถุกันเสีย</p>
<p>ท้ังนี้ เต็ดตรา แพ้ค ร่วมงานภายใต้ธีม <strong>Unlocking Growth </strong>​นำเสนอผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ <strong>Innovate to Elevate</strong> (สร้างสรรค์เพื่อยกระดับ), <strong>Differentiate to Stand out</strong> (แตกต่างเพื่อสร้างจุดเด่น) และ <strong>Optimise for Efficiency</strong> (เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุด) ซึ่งถือเป็นสามเสาหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Trend-Packag.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p>โดยรายละเอียดแต่ละโซน มีดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; Innovate to Elevate</strong> ถ่ายทอดแนวทางของเต็ดตรา แพ้คในการร่วมมือกับลูกค้า​​พัฒนาผลิตภัณฑ์ ​ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคจนออกมาเป็นนวัตกรรมที่พร้อมออกสู่ตลาด</p>
<p>ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ถึงบทบาท​เครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญอย่าง <strong>Demand Space</strong> และ <strong>Trendipedia</strong> ที่สามารถช่วยเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นไอเดียของผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่พร้อมนำไปต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอโซลูชันด้านวัตถุดิบส่วนผสมสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังอยู่ในเทรนด์ และบทบาทของศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (CIC) และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (PDC) ของเต็ดตรา แพ้คในการผลักดันไอเดียต่าง ๆ ให้กลายเป็นความจริง</p>
<p>ภายในโซนยังมี <strong>Tasting Bar </strong>​เปิดโอกาสให้​ได้สัมผัสและชิมสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค โดยเน้นที่ผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน อาหารเสริมทางโภชนาการ รวมไปถึงตัวอย่างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ​หลากหลายประเภท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33842" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex5.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Differentiate to Stand out</strong> เน้นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแบบปลอดเชื้อของเต็ดตรา แพ้ค ไม่ว่าจะเป็น<strong> Tetra Prisma® Aseptic</strong> ที่เหมาะสำหรับเครื่องดื่มแบบพรีเมียมที่เน้นพกพาสะดวก และ<strong> Tetra Recart®</strong> ที่เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร มีจุดเด่นที่น้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และยังเหมาะกับทุกช่องทางค้าปลีก</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการเสนอกล่องบรรจุภัณฑ์และฝาที่ทำจากพืชและวัสดุชีวภาพที่ช่วยให้แบรนด์สามารถยกระดับประสบการณ์ให้ผู้บริโภค พร้อมตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป</p>
<p><strong>&#8211; Optimise for Efficiency</strong> จัดแสดงเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและโซลูชันระบบดิจิทัลของเต็ดตรา แพ้ค ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดในการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยระบบอัตโนมัติที่สามารถติดตามผลได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างชาญฉลาดและยืดหยุ่น อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานและของเสียจากกระบวนการผลิตได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33846 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Unlock-Growth-in-FB-industry-with-Tetra-Pak-at-THAIFEX-Anuga-Asia-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 </strong></p>
<p><strong>คุณสุภนัฐ รัตนทิพ </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย)<strong> </strong>จำกัด กล่าวว่า เต็ดตรา แพ้ค มุ่งมั่นสร้างพันธมิตรระยะยาวในภูมิภาค ​จึงได้เดินหน้า​ลงทุนอย่างจริงจังในระบบนิเวศอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (CIC) ในกรุงเทพฯ และแผนในการก่อสร้างศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (PDC) ในระยอง ที่จะเปิดตัวในเดือนมีนาคม ​2569  สะท้อน​เป้าหมายสำคัญของเต็ดตรา แพ้คในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มของภูมิภาคเพื่อตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะครัวของโลก ได้อย่างภาคภูมิใจ</p>
<p><strong>พร้อมฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจ</strong> ทั้งบรรจุภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาด รวมทั้งเริ่มมีการ Take Action เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เริ่มคาดหวังว่าแบรนด์หรือผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น และเป็นทางเลือก​​เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น ผ่านการสนับสนุนแบรนด์ต่างๆ อีกทางหนึ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33843 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงความสะดวก และประสิทธิภาพในการนำไปใช้งาน เพื่อสามารถตอบโจทย์เทรนด์ On The Go และ Hyper Convenience ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในปัจจุบัน ​และยังเป็นโอกาสในการเติบโตของบรรจุภัณฑ์กระดาษเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค และประสิทธิภาพทางธุรกิจ  เพราะบรรจุภัณฑ์กระดาษได้ชื่อว่ามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ รวมทั้งแหล่งวัตถุดิบที่มาจากป่าปลูกไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ประกอบกับมีน้ำหนักเบา ทำให้ขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขนส่งได้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มการเติบโตให้ทั้งเต็ดตรา แพ้ค เอง รวมทั้งการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้พันธมิตร ทั้งการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษเป็นรายแรกของตลาด หรือการเลือกดีไซน์กล่องขนาดเล็กสำหรับพกพาแบบมีฝาปิด เพื่อสะท้อนภาพความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33845 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex3.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><em>“ภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคของเรากำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเข้ามาของเทรนด์ผลิตภัณฑ์ในหมวดกาแฟพร้อมดื่ม อาหารเสริมทางโภชนาการ และอาหารพร้อมทาน เรามองว่าการที่จะประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบันนั้น ธุรกิจไม่ควรแค่ต้องตามเทรนด์ให้ทัน แต่ต้องคิดล้ำหน้าและพร้อมรับมือแบบเชิงรุก เต็ดตรา แพ้คได้นำความเชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคมาผสานกับโซลูชันเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อสนับสนุนลูกค้าของเราตั้งแต่กระบวนการพัฒนาไอเดียไปจนถึงการพัฒนาสินค้าออกสู่ตลาด เราอยากเชิญชวนผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมาร่วมหาคำตอบว่าโซลูชันของแต็ดตรา แพ้ค ที่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต จะมาช่วยปลดล็อกการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนได้อย่างไร”</em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม นอกจากการทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องคุณภาพของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการบ่งบอกตัวตนหรือ Identify ให้​กับแบรนด์ต่างๆ แล้ว บรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความแตกต่าง และมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลูกค้าเลือกหรือตัดสินใจซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ตลอดทั้ง Customer Journey ในทุกทัชพ้อยท์ระหว่างแบรนด์และลูกค้า ตั้งแต่ <strong>Zero Moment of Truth​</strong> หรือตั้งแต่เริ่มได้เห็นโฆษณา หรือรู้ว่ามีผลิตภัณฑ์นี้อยู่ในตลาด แม้ว่าจะยังไม่เคยได้สัมผัสสินค้าจริงเลยก็ตาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33844 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex2.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>จนกระทั่งการทำหน้าที่ดึงดูดและกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคที่หน้าเชลฟ์ ในระหว่างการตัดสินใจหรือเปรียบเทียบสินค้าแต่ละประเภท แต่ละแบรนด์ หรือในช่วง First Moment of Truth ที่ความแตกต่างและการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ก็เข้ามามีบทบาทในการเพิ่มโอกาสเป็นตัวเลือกได้มากขึ้นเช่นกัน  ตามมาด้วย ในระหว่างการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการดื่ม การใช้ ที่การออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องมีความ User Friendly ​ ทั้งใช้งานง่าย  ขนาดพอเหมาะ คุณภาพบรรจุภัณฑ์ที่ดี​ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่วงที่บรรจุภัณฑ์ต้องทำหน้าที่เพื่อให้ผู้บริโภคพึงพอใจใน Second Moment of Truth  ​และหากผู้บริโภคพึงพอใจทั้งต่อบรรจุภัณฑ์ ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพ และรสชาติที่ดี ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเลือกที่จะซื้อซ้ำ และช่วยสร้างการเติบโตให้แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของเต็ดตรา แพ้ค ​​สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมดแล้ว รวมทั้งยัง​เดินหน้าพัฒนานวัตกรรม เพื่อขยายการใช้งานบรรจุภัณฑ์กระดาษไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย Category มากขึ้น เพื่อสามารถใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ได้ในวงกว้าง เช่นเดียวกับตลาดต่างประเทศ ทั้งในยุโรป หรือในเอเชีย อย่างเกาหลี และญี่ปุ่น ที่มีเครื่องดื่มหลากหลายประเภท​บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ​ และเชื่อว่า​ทิศทางของตลาดในประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปในลักษณะเดียวกัน โดยมี​เต็ดตรา แพ้ค เป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตดังกล่าว&#8221;</em></p>
<p>เต็ดตรา แพ้ค ยังให้ความสำคัญในการติดตามบรรจุภัณฑ์ที่ได้ทำการผลิต​ ให้สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และลดโอกาสการสร้างปริมาณ​ขยะที่หลุมฝังกลบ หรือ​เกิดตกค้างอยู่ในธรรมชาติหรือไหลสู่มหาสมุทร จนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนจากหลากหลายโครงการ เพื่อร่วมส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เพื่อสร้าง Positive Impact จากการดำเนินธุรกิจได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/tetra-pak-join-thaifex-anuga-asia-2025/">เต็ดตรา แพ้ค ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 &#8216;ต้องสร้างอิมแพ็คทุกโมเมนต์&#8217; พร้อมเดินหน้าปลดล็อกการเติบโตใน​ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจ F&#038;B ระดับโลก ​ตั้งศูนย์นวัตกรรม​​และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพทำตลาดให้ลูกค้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/customer-innovation-centre-bangkok/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 May 2025 10:02:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CIC]]></category>
		<category><![CDATA[CIC  Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trens 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Innovation Centre]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Packa]]></category>
		<category><![CDATA[PDC]]></category>
		<category><![CDATA[Product Development Centre]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Trendipedia]]></category>
		<category><![CDATA[จูเลีย ลัสเชอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รัตนศิริ ติลกสกุลชัย]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33771</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค มองศักยภาพประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&#38;B) ทั้งจากการยอมรับในรสชาติ และความหลากหลายจนได้รับการยอมรับในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; ประกอบกับการมี Prime Location ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ประกอบการและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่​ว่าจะเป็นผู้พัฒนารสชาติ วัตถุดิบ ไปจนถึงผู้ให้บริการในภาคส่วนต่างๆ ​ที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก  ประกอบกับ การมีทีมบุคลากรที่แข็งแกร่ง ที่สามารถรองรับและให้ข้อมูลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจให้แก่พันธมิตรจากทั่วโลกได้  จังได้ตัดสินใจเปิดตัว ​ศูนย์นวัตกรรมลูกค้า (Customer Innovation Centre – CIC) ​​แห่งใหม่ล่าสุดในกรุงเทพฯ  ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 6 ของโลก ตั้งอยู่ภายในสำนักงานใหญ่ของ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ณ อาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเป็นพื้นที่การทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์นวัตกรรม  ซึ่งถือเป็น​​ส่วนหนึ่งของเครือข่ายศูนย์นวัตกรรมระดับโลกของเต็ดตรา แพ้ค ​ครอบคลุมในสหรัฐอเมริกา สวีเดน อิตาลี ดูไบ และบราซิล คุณจูเลีย ลัสเชอร์ รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/customer-innovation-centre-bangkok/">เต็ดตรา แพ้ค ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจ F&#038;B ระดับโลก ​ตั้งศูนย์นวัตกรรม​​และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพทำตลาดให้ลูกค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค มองศักยภาพประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B) ทั้งจากการยอมรับในรสชาติ และความหลากหลายจนได้รับการยอมรับในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; ประกอบกับการมี Prime Location ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ประกอบการและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่​ว่าจะเป็นผู้พัฒนารสชาติ วัตถุดิบ ไปจนถึงผู้ให้บริการในภาคส่วนต่างๆ ​ที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก </strong></p>
<p><span id="more-33771"></span></p>
<p>ประกอบกับ การมีทีมบุคลากรที่แข็งแกร่ง ที่สามารถรองรับและให้ข้อมูลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจให้แก่พันธมิตรจากทั่วโลกได้  จังได้ตัดสินใจเปิดตัว ​<strong>ศูนย์นวัตกรรมลูกค้า</strong><strong> (Customer Innovation Centre – CIC) ​​</strong>แห่งใหม่ล่าสุดในกรุงเทพฯ  ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 6 ของโลก ตั้งอยู่ภายในสำนักงานใหญ่ของ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ณ อาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเป็นพื้นที่การทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์นวัตกรรม  ซึ่งถือเป็น​​ส่วนหนึ่งของเครือข่ายศูนย์นวัตกรรมระดับโลกของเต็ดตรา แพ้ค ​ครอบคลุมในสหรัฐอเมริกา สวีเดน อิตาลี ดูไบ และบราซิล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Tetra-Pak-unveils-cutting-edge-Customer-Innovation-Centre-to-drive-food-innovation-in-Thailand-01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจูเลีย ลัสเชอร์</strong> รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค จำกัด กล่าวว่า​ ศูนย์ <strong>CIC Bangkok</strong> เปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2568 ​มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อช่วยลูกค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำตลาดในกลุ่ม F&amp;B ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจอยู่แล้ว และต้องการหาโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจและอยากเข้ามาในธุรกิจ F&amp;B</p>
<p>โดย​ CIC Bangkok จะเข้ามาทำงานร่วมกับลูกค้า ผ่าน​บริการและโซลูชั่น​ที่ครอบคลุมตั้งแต่การทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า การร่วมวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหา หรือ Painpoint ในธุรกิจ การเข้าใจเทรนด์​การตลาดและเทรนด์ผู้บริโภคเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ ทั้งการเลือกวัตถุดิบ การเลือกกลุ่มผลิตภัณฑ์​ หรือการให้ฟังกชันนัลที่ตอบโจทย์ตลาด ไปจนถึง​การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบหรือ​โปรโตไทป์ เพื่อทดสอบทั้งรสชาติ และเนื้อสัมผัส เพื่อต่อยอดไอเดีย​มาสู่ผลิตภัณฑ์ก่อนจะตัดสินใจทำตลาดในอนาคตต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33775 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/CIC-02-Category-Immersion.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ​ทางเต็ดตรา แพ้ค ยังมีแผนขยาย <strong>ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์  (Product Development Centre &#8211; PDC)</strong> ​ในประเทศไทย ที่จังหวัดระยองเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งถือเป็น PDC แห่งที่ 13 ​ของโลก เพื่อรองรับการต่อยอดไอเดียจาก CIC ที่ได้ผลิตภัณฑ์โปรโตไทป์ในเบื้องต้นมาแล้ว มาทดลองผลิตในสเกลที่ไม่ใหญ่มาก ให้สามารถจับต้องผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น​ ​ เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถทดสอบผลิตภัณฑ์​ และเลือกใช้เทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะสมกับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม​​ เพื่อสร้างความแม่นยำในการพัฒนาสินค้าใหม่ได้มากยิ่งขึ้น ก่อนจะขยายไอเดียสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคตต่อไป</p>
<p><em>&#8220;แนวคิดริเริ่มเหล่านี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเต็ดตรา แพ้ค ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในการช่วยให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ก้าวข้ามความท้าทายของตลาดที่ซับซ้อนด้วยความมั่นใจและสร้างสรรค์ ​โดยสามารถรองรับการ​ทำงานร่วมกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดและครบวงจร  รวมทั้งให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Global Company หรือลูกค้ารายใหญ่ ที่มีฐานตลาดในหลายประเทศ และต้องการขยายตลาดเข้ามาในไทยหรือในภูมิภาคใกล้เคียง รวมทั้งกลุ่ม Local Company ที่ต้องการขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกลุ่มธุรกิจรายย่อย หรือ Startup ต่างๆ ที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ก็สามารถมาปรึกษากับทางเต็ดตรา แพ้ค และทาง CIC Bangkok ได้เช่นกัน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33778 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/5E1C194A-963B-417F-8B91-20B4674482B6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางนวัตกรรม F&amp;B ครบวงจร </strong></p>
<p>ทางเต็ดตรา แพ้ค ยังฉายเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจ ผ่าน​รายงาน <a href="https://www.tetrapak.com/insights/trendipedia" target="_blank" rel="noopener">Trendipedia &#8211; Consumer Trends 2025</a> ​ โดยพบว่า ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น เน้นเรื่องสุขภาพ และมองหาประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์อย่างแท้จริง ให้ความสำคัญกับตัวเลือกใหม่ ๆ ที่สะดวกและยั่งยืน อีกทั้งยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาให้ดีขึ้น โดย 85% ของผู้บริโภคไทย มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และน่าตื่นเต้น เทรนด์นี้ผลักดันให้แบรนด์ต่าง ๆ ผสมผสานประสบการณ์ด้านดิจิทัลเข้ากับองค์ประกอบทางประสาทสัมผัสที่หลากหลาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่การมีส่วนร่วมครั้งแรกไปจนถึงหลังการบริโภค</p>
<p><strong>คุณรัตนศิริ ติลกสกุลชัย</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ศูนย์ CIC Bangkok ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะตัวของตลาดในประเทศไทย ​เปิดโอกาสให้ธุรกิจต่างๆ เข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยและพัฒนาขั้นสูง เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่สอดคล้องกับแนวโน้มตลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการช่วยให้บริษัทอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยและภูมิภาคสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ พร้อมผลักดันประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารโลก ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33779 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/CIC-05-Prototyping.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ศูนย์ CIC Bangkok​ จะช่วยให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและร่นระยะเวลาการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด​ เพื่อร่วมผลักดันนวัตกรรมอาหารผ่านศูนย์ CIC ด้วย กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่รวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มไทยสามารถผสานแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับโลกในเข้ากับโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เพื่อเร่งการเติบโตและพัฒนานวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ​​โดยได้ออกแบบกระบวนการให้บริการแบบครบวงจร 5 ขั้นตอน ที่ครอบคลุมการพัฒนา ทดสอบ และปรับแต่งผลิตภัณฑ์ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ตรงจุด (</strong><strong>Insight Discovery)</strong><strong>: </strong>มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจความซับซ้อนของตลาดและความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค</p>
<p><strong>&#8211; โปรแกรมเฉพาะเจาะลึกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาแรง (</strong><strong>Category Immersion)</strong><strong>: </strong>วิเคราะห์แนวโน้มระดับโลกและโอกาสทางการตลาดเพื่อพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจที่เหมาะสม</p>
<p><strong>&#8211; ห้องแสดงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ (</strong><strong>Innovation Showcase)</strong><strong>: </strong>นำเสนอนวัตกรรมที่โดดเด่นจากทั่วโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33777 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/6A71AD92-22B9-47B2-9751-633AD0633B76.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8211; พื้นที่สร้างสรรค์ไอเดีย (</strong><strong>Co-creation Space)</strong><strong>: </strong>พื้นที่สำหรับการค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถคิดค้นและปรับปรุงไอเดียให้ตอบโจทย์ตลาด</p>
<p><strong>&#8211; ห้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง (</strong><strong>Prototyping): </strong>เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับฟีดแบ็กและพัฒนาต่อก่อนออกสู่ตลาดจริง</p>
<p>เห็นได้ว่า การจัดตั้งศูนย์ CIC แห่งใหม่ในประเทศไทยสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของประเทศในฐานะผู้ส่งออกอาหารชั้นนำของโลก พร้อมศักยภาพที่โดดเด่นในการเข้าถึงตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลก ศูนย์ CIC Bangkok จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถเร่งการสร้างนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และตอบสนองต่อเทรนด์ของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแนวทางใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33780 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Tetra-Pak-unveils-cutting-edge-Customer-Innovation-Centre-to-drive-food-innovation-in-Thailand-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ <a href="https://www.tetrapak.com/en-th/solutions/product-innovation/from-idea-to-market" target="_blank" rel="noopener">https://www.tetrapak.com/en-th/solutions/product-innovation/from-idea-to-market</a>.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/customer-innovation-centre-bangkok/">เต็ดตรา แพ้ค ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจ F&#038;B ระดับโลก ​ตั้งศูนย์นวัตกรรม​​และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพทำตลาดให้ลูกค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค &#8216;3 เซฟ&#8217; ​ช่วย &#8216;เซฟธุรกิจ&#8217; ปิด Pain Point แม้เผชิญหลากหลายความเสี่ยง​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/cmmu-mahidol-share-consumer-trends-to-save-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Apr 2025 10:37:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Management]]></category>
		<category><![CDATA[CMMU]]></category>
		<category><![CDATA[CMMU Mahidol]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trends]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic Wellbeing]]></category>
		<category><![CDATA[Safe Health & Mental Health ​]]></category>
		<category><![CDATA[Save Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Save Money]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเอ็มเอ็มยู]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.สุเทพ นิ่มสาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พชรณัชช์ เอกวุฒิ]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33025</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากของเศรษฐกิจทั่วโลกและไทย แม้ดูเหมือนจะมีสัญญาณการฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยวที่มีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาแตะ 40 ล้านคนในปี 2568 รวมทั้งการลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงบีบคั้นอยู่รอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก สินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาตีตลาดไทย มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งราคาสินค้าและบริการที่ขยับตัวสูงตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว กำลังซื้อถดถอย ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยจึงยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ท่ามกลางความท้าทาย ยังมีเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจ ที่หากทำความเข้าใจและตอบสนองได้​ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโต​ ได้แก่ พฤติกรรม 3 เซฟ ประกอบด้วย  Save Money, Save Earth, Safe Health &#38; Mental Health ​สะท้อนให้เห็นแนวทางการใช้ชีวิต และปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคคนไทยในปัจจุบันได้เป็นอ ผศ.ดร.สุเทพ นิ่มสาย หัวหน้าสาขาการจัดการและกลยุทธ์ (Management and Strategy) วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ​อธิบายว่า  ​พฤติกรรม &#8216;3 เซฟ &#8216; ​จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้​หลายธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็จะไปกระตุ้นให้บางธุรกิจต้องเร่งปรับตัว หากต้องการอยู่รอดและเติบโต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/cmmu-mahidol-share-consumer-trends-to-save-business/">เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค &#8216;3 เซฟ&#8217; ​ช่วย &#8216;เซฟธุรกิจ&#8217; ปิด Pain Point แม้เผชิญหลากหลายความเสี่ยง​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากของเศรษฐกิจทั่วโลกและไทย แม้ดูเหมือนจะมีสัญญาณการฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยวที่มีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาแตะ 40 ล้านคนในปี 2568 รวมทั้งการลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ</p>
<p><span id="more-33025"></span></p>
<p>แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงบีบคั้นอยู่รอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก สินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาตีตลาดไทย มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งราคาสินค้าและบริการที่ขยับตัวสูงตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว กำลังซื้อถดถอย ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยจึงยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน</p>
<p>ท่ามกลางความท้าทาย ยังมีเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจ ที่หากทำความเข้าใจและตอบสนองได้​ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโต​ ได้แก่ <strong>พฤติกรรม 3 เซฟ </strong>ประกอบด้วย  <strong>Save Money, Save Earth, Safe Health &amp; Mental Health </strong>​สะท้อนให้เห็นแนวทางการใช้ชีวิต และปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคคนไทยในปัจจุบันได้เป็นอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33026" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ผศ.ดร.สุเทพ-นิ่มสาย-หัวหน้าสาขาการจัดการและกลยุทธ์-CMMU.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.สุเทพ นิ่มสาย หัวหน้าสาขาการจัดการและกลยุทธ์ (</strong><strong>Management and Strategy) </strong><strong>วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (</strong><strong>CMMU) </strong>​อธิบายว่า  ​พฤติกรรม <strong>&#8216;3 เซฟ &#8216; </strong>​จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้​หลายธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็จะไปกระตุ้นให้บางธุรกิจต้องเร่งปรับตัว หากต้องการอยู่รอดและเติบโต ธุรกิจที่ตอบโจทย์เทรนด์นี้ได้ และเข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไร จะสามารถขยายฐานลูกค้าและเติบโตได้ แม้อยู่ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจผันผวน ขณะที่ธุรกิจที่ยังปรับตัวตามไม่ทันอาจต้องเผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงกว่าเดิม โดยพฤติกรรม 3 เซฟ ​ประกอบไปด้วย</p>
<p><strong>1. Save Money :</strong><strong> ฉลาดช้อป ฉลาดใช้  ไม่ต้องถูกที่สุด แต่ต้องคุ้มที่สุด </strong></p>
<p>จากภาวะค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น​ บีบคั้นให้ผู้บริโภคต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่ &#8220;<strong>ถูกที่สุด</strong>&#8221; เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ​แต่กลับมองหา​​ความคุ้มค่าในระยะยาว</p>
<p><strong>พฤติกรรม :</strong> ผู้บริโภคจะ​คิดก่อนจ่ายและวางแผนก่อนใช้เงินมากขึ้น นิยมซื้อสินค้าจากโปรโมชั่นล่วงหน้า หรือเลือกซื้อของที่สามารถใช้ได้นานๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และชอบเปรียบเทียบราคา ตรวจสอบโปรโมชั่น และหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ</p>
<p><strong>ธุรกิจที่ได้รับอานิสสงส์ :  </strong>ธุรกิจค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าราคาประหยัดหรือเน้นขายทีละมากๆ  ทำให้มีราคาต่อหน่วยลดลง แพลตฟอร์ม e-Commerce ที่มีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม หรือมีระบบ Subscription ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ตลาดสินค้ามือสองและธุรกิจให้เช่าสินค้า ​​ขณะที่แบรนด์พรีเมียมที่ขายสินค้าในราคาที่สูงกว่าอาจยอดขายลดลง หากไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33029 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลยุทธ์ : เมื่อผู้บริโภคฉลาดใช้ ธุรกิจต้องฉลาดขาย</strong></p>
<p>ธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องพฤติกรรม Save Money เพื่อรักษาฐานลูกค้าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ​ผ่านแนวทางสำคัญ ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า คุ้มค่าทุกครั้งที่ใช้จ่าย &#8211; </strong>ปรับกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่น ที่ไม่ใช่แค่ลดราคา แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าทุกครั้งที่ใช้จ่าย เช่น แคมเปญลดราคาตามเทศกาล โปรโมชั่นสุดพิเศษในวันดีลใหญ่อย่าง 11.11, 12.12 โปรโมชั่นผ่อน 0% คูปองส่วนลดพิเศษ การขายแบบ Flash Sale หรือดีลสุดคุ้มที่ช่วยกระตุ้นให้ต้องรีบซื้อ Cashback หรือส่วนลดในการซื้อครั้งถัดไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกยิ่งจ่ายยิ่งได้และจูงใจให้เกิดการซื้อซ้ำ</p>
<p><strong>&#8211; ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า &#8220;ได้กำไร&#8221; ทุกครั้งที่ซื้อ</strong> – มอบข้อเสนอดึงดูดใจที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากปฏิเสธ ซึ่งไม่ใช่แค่การลดราคาที่อาจช่วยดึงดูดลูกค้าได้เป็นครั้งคราว แต่เป็นการสร้าง <strong>&#8220;คุณค่า&#8221;</strong> ให้สินค้าที่จะช่วยให้ขายได้ในระยะยาว เช่น ทนทาน ใช้งานได้นาน มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์มากกว่าแบรนด์คู่แข่ง มี Loyalty Program เช่น โปรแกรมสะสมแต้มที่สามารถแลกเป็นส่วนลดหรือของรางวัล ช่วยให้เกิดการซื้อซ้ำ นำเสนอแพ็กเกจ Subscription หรือระบบ Membership ที่ช่วยให้จ่ายน้อยลงแต่ได้สิทธิพิเศษมากขึ้น สามารถซื้อสินค้าในราคาพิเศษ หรือได้รับบริการหลังการขายที่ดีกว่า เช่น รับประกันสินค้านานขึ้น บริการส่งฟรี หรือรับคืนสินค้าฟรี ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปนั้นคุ้มเกินคุ้ม</p>
<p><strong>&#8211; เพิ่มความพิเศษให้ทุกข้อเสนอ &#8211; </strong>ใช้เทคโนโลยีอย่าง <strong>AI </strong><strong>และ </strong><strong>Big Data</strong> วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อเสนอโปรโมชั่นเฉพาะบุคคล เช่น ส่งโค้ดส่วนลดให้ลูกค้าประจำ นำเสนอสินค้าที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า หรือเพิ่มบริการเปรียบเทียบราคา เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่าแบรนด์ใดมีข้อเสนอที่ดีที่สุด</p>
<p><strong>&#8211; เพิ่มทางเลือก ที่ตอบโจทย์ตรงใจ &#8211; </strong>เพิ่มช่องทางขายสินค้ามือสอง (Certified Pre-Owned) ที่ผ่านการรับรองคุณภาพ สำหรับลูกค้าที่มองหาทางเลือกที่ประหยัดแต่ยังได้รับสินค้าที่คุณภาพดี หรือเพิ่มไลน์การผลิตสินค้าแบบ Refill เพื่อเพิ่มทางเลือกที่ประหยัดและคุ้มค่ามากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33030 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-1.jpg" alt="" width="1200" height="649" /></p>
<p><strong>2. Save Earth</strong><strong> : ลด ละ เลิก เลือกใช้ เพื่อโลกที่สดใสกว่าเดิม</strong></p>
<p><strong>พฤติกรรม :</strong> ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้คนทั่วโลกรวมถึงคนไทยตื่นตัว เกิดกระแสรักษ์โลกและหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดขยะ ลดพลาสติก ลดการใช้พลังงาน ผู้บริโภคยุคนี้จึงไม่ได้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าแค่คุณภาพและราคาเท่านั้น แต่มีแนวโน้มที่จะเลือกสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากกว่าและกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ</p>
<p><strong>ธุรกิจที่ได้รับอานิสสงส์ :  </strong> ธุรกิจที่มีนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนชัดเจนจะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค และเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น ​ขณะที่​ธุรกิจ​ Fast Fashion อุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง เพิ่มขยะ หรือธุรกิจที่ยังคงเพิกเฉยต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ไม่มีนโยบายลดคาร์บอนฟุตพรินต์ อาจเผชิญแรงกดดันจากภาพลักษณ์ไม่รักษ์โลก และจะค่อยๆ ถูกแย่งส่วนแบ่งในตลาดไป</p>
<p><strong> กลยุทธ์ : เมื่อผู้บริโภค Save Earth ธุรกิจที่อยากโตต้อง </strong><strong>Go green</strong></p>
<p>การปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มนี้ ธุรกิจต้องมีความจริงใจและโปร่งใส ไม่ใช่แค่สร้างภาพว่ารักษ์โลกแบบ Greenwashing แต่ต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><strong>&#8211; ลดของเสียให้เป็นศูนย์ </strong><strong>(Zero Waste)</strong> <strong>&#8211; </strong>ออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ด้วยวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ หรือใช้วัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การนำพลาสติกใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเป็นสินค้าใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33031 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-7.jpg" alt="" width="1200" height="640" /></p>
<p><strong>&#8211; ลดคาร์บอนทุกขั้นตอนการผลิต </strong><strong>&#8211;</strong> ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</p>
<p><strong>&#8211; หมุนเวียนครบวงจร ใช้ซ้ำอย่างยั่งยืน </strong><strong>&#8211; </strong>พัฒนาโมเดลธุรกิจตามแนวคิด Circular Economy สนับสนุนให้สินค้าถูกนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น โครงการรับคืนสินค้าเก่าแลกสินค้าใหม่ เพิ่มไลน์ธุรกิจสินค้ามือสอง หรือสร้างแพลตฟอร์มให้ลูกค้านำสินค้ามาขายต่อ ธุรกิจค้าปลีกสามารถเพิ่มบริการ Refill Station สำหรับให้ลูกค้านำภาชนะมาเติมสินค้า เช่น แชมพู สบู่ น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ เพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก</p>
<p><strong>&#8211; ตอกย้ำภาพ </strong><strong>Green Branding​</strong><strong> ชูจุดยืนรักษ์โลก &#8211; </strong>ใช้ Storytelling บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์กับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ความใส่ใจสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตที่รักษ์โลก พร้อมสร้างคอนเทนต์ให้ความรู้เรื่องการบริโภคอย่างยั่งยืน และแนะนำการเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>&#8211;  </strong><strong>จับมือพันธมิตร​ รวมพลังสร้างโลกสวย &#8211; </strong> เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึก​มีส่วนร่วมสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม เช่น การบริจาคส่วนหนึ่งของยอดขายให้โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับหน่วยงานที่ส่งเสริม Circular Economy พัฒนาโครงการด้านความยั่งยืน เช่น รับซื้อสินค้าเก่าคืนเพื่อซ่อมแซมและนำมาขายต่อในราคาย่อมเยา สนับสนุนการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก หรือส่งเสริมให้ลูกค้านำภาชนะมาเองเพื่อลดขยะจากบรรจุภัณฑ์</p>
<p><strong>3. Safe Health &amp; Mental Health : </strong><strong>สุขภาพกาย สุขภาพใจ ต้องมาก่อน</strong></p>
<p><strong>พฤติกรรม :</strong> ผู้บริโภค​จะให้ความสนใจดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellbeing) ทั้งร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ฉีดวัคซีน เสริมภูมิคุ้มกันป้องกันโรค ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ และให้ความสำคัญกับ <strong>Work-Life Balance </strong> และมุ่งเน้นไปที่การป้องกันมากกว่าการรักษา</p>
<p><strong>ธุรกิจที่ได้รับอานิสสงส์ :  </strong>อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม ฟิตเนส เทคโนโลยีด้านสุขภาพ บริการ Health&amp;Wellness สินค้าและบริการฮีลใจต่างๆ เช่น ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิก ฟิตเนสออนไลน์ รวมทั้งแพลตฟอร์มเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ​ เช่น MyFitnessPal, Doctor A to Z, Headspace, Ooca รวมไปถึงเครื่องติดตามสุขภาพต่างๆ Wearable Tech และ Smart Health Devices เช่น Apple Watch, Fitbit เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33027 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/นายพชรณัชช์-เอกวุฒิ-ศิษย์เก่าสาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพ-HBMCMMU.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพชรณัชช์ เอกวุฒิ </strong>ผู้จัดการศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ศิษย์เก่าสาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพ (HBM) CMMU ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า <em>ผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มตระหนักว่า การดูแลตัวเองคือการลงทุนที่คุ้มค่าและช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต ทำให้เทรนด์รักสุขภาพเป็นเทรนด์ที่ยังคงมาแรง ทำให้ธุรกิจที่สามารถนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจและทำให้การมีสุขภาพดีเป็นเรื่องง่าย จะมีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน​ ​ขณะเดียวกัน ธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการที่ส่งผลลบต่อสุขภาพ เช่น อาหารจานด่วนที่มีแคลอรีสูง เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก รวมถึงสินค้าและบริการที่สวนทางกับแนวคิด Well-being หรือไม่มีทางเลือกเพื่อสุขภาพอาจต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาฐานลูกค้า</em></p>
<p><strong>กลยุทธ์ : อยากได้​ใจสาย </strong><strong>Healthy  ธุรกิจยุคใหม่ต้องดีต่อกาย ดีต่อใจ </strong></p>
<p>ธุรกิจต้องสามารถนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ เพื่อสร้างพื้นฐานการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน​ ตามแนวทางต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ</strong> &#8211; แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มควรเพิ่มทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ลดการใช้สารปรุงแต่ง เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ Low Sugar, Low Sodium, Plant-Based หรือปรับสูตรเพิ่ม Functional Ingredients, <strong>Nutraceuticals</strong> ที่ช่วยดูแลสุขภาพเฉพาะจุด เช่น อาหารเสริมบำรุงสมอง ชะลอวัย สร้างภูมิคุ้มกัน หรือเพิ่มส่วนผสมที่ช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด เช่น ชาที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เครื่องดื่มสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลอารมณ์ ทำให้รู้สึกสงบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33032 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; เพิ่มบริการ </strong><strong>Health &amp; Wellness </strong>– ธุรกิจโรงแรมและที่พัก หรือสถานที่ต่างๆ ควรเพิ่มบริการ Wellness Retreat ที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่น Meditation Programs, Wellness Spa, Yoga Retreat, เก้าอี้นวดไฟฟ้า ฯลฯ เป็นส่วนหนึ่งของบริการหลัก เพื่อเพิ่มยอดขายหรือเพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจเลือกใช้บริการ</p>
<p><strong>&#8211; ใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การดูแลสุขภาพกาย-ใจ เป็นเรื่องง่าย &#8211; </strong>ธุรกิจสุขภาพต่างๆ สามารถเพิ่มบริการพบแพทย์ออนไลน์ Telemedicine เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้ง่ายยิ่งขึ้นสนับสนุนการใช้ Wearable Tech เพื่อให้ลูกค้าติดตามสุขภาพของตัวเองได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มบริการ Health Coaching และ AI Health Assistant วิเคราะห์สุขภาพและแนะนำแนวทางการดูแลตัวเองแบบเฉพาะบุคคล หรือพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถแนะนำการดูแลสุขภาพเป็นรายบุคคล (Customization &amp; Personalization) เช่น แนะนำอาหารเสริมหรือออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายที่เหมาะสมกับของไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคล</p>
<p><strong>&#8211; สร้างคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ</strong> – ใช้ Content Marketing เพื่อให้ความรู้และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น บทความสุขภาพ คลิปสั้นให้ความรู้ด้านสุขภาพ วิดีโอออกกำลังกาย หรือ Live Talk กับแพทย์ โดยใช้ Health Influencer หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและไว้วางใจในแบรนด์</p>
<p><em>&#8220;พฤติกรรม 3 เซฟ สะท้อนให้เห็นว่า แม้เศรษฐกิจจะผันผวนหรือผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง แต่ผู้บริโภคยังพร้อมจับจ่ายเพียงแต่จะเลือกสรรสิ่งที่คุ้มค่าและมีคุณค่ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น <strong>Save Money </strong>ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน <strong>Save Earth </strong>ที่ช่วยเปลี่ยนโลกให้ดีกว่าเดิม และ <strong>Safe Health &amp; Mental Health </strong>ที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งถ้าธุรกิจตอบโจทย์เหล่านี้ได้จะสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร&#8221;</em> ผศ.ดร.สุเทพ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33033 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Re-CMMU-3.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>สามารถติดตามกลยุทธ์ เทคนิค ความรู้ดีๆ เพื่อริเริ่มธุรกิจ เจาะตลาดใหม่ หรือต่อยอดขยายผลจากธุรกิจที่มีอยู่แล้ว ได้ที่ วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) สถาบันการศึกษาด้านการจัดการธุรกิจชั้นนำซึ่งเปิดสอนหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต ครอบคลุมทุกด้านของการบริหารจัดการธุรกิจและการตลาด ทั้งหลักสูตรไทย หลักสูตรนานาชาติ และหลักสูตรออนไลน์นานาชาติ</p>
<p>ทุกหลักสูตรได้รับการรับรองมาตรฐานจาก AACSB ซึ่งมีมหาวิทยาลัยเพียง 5% ของโลกที่ได้รับการรับรองนี้ โทรศัพท์ 02-206-2000 หรือเพจเฟซบุ๊ก CMMU Mahidol (<a href="https://www.facebook.com/CMMUMAHIDOL" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/CMMUMAHIDOL</a>)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/cmmu-mahidol-share-consumer-trends-to-save-business/">เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค &#8216;3 เซฟ&#8217; ​ช่วย &#8216;เซฟธุรกิจ&#8217; ปิด Pain Point แม้เผชิญหลากหลายความเสี่ยง​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มโลกปี 2025 ​ เมื่อโลกแห่ง F&#038;B ต้องขับเคลื่อนตามผู้บริโภค เทคโนโลยี และความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/innova-market-insights-point-10-trends-food-and-beverage-in-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jan 2025 09:55:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AI – Bytes to Bites]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Global Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Health – Precision Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[Innova Market Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Ms. Lu Ann Williams]]></category>
		<category><![CDATA[raw material quality]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ 2025]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โภชนาการเฉพาะบุคคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31151</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากหลากหลาย​ปัจจัย ทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ผู้บริโภคยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มมากกว่าแค่การอิ่มท้อง ​แต่มีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน ความต้องการเหล่านี้ส่งผลให้เกิดเทรนด์ใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่น่าจับตามอง Innova Market Insights หนึ่งในผู้นำด้านการวิจัยตลาดอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ได้ทำการศึกษาและคาดการณ์เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่น่าจับตามองสำหรับปี 2025 ดังนี้ 1.​ คุณภาพของวัตถุดิบ : A new chapter in raw material quality  (Ingredients and Beyond) คุณภาพของวัตถุดิบกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้ออาหารและเครื่องดื่มของผู้บริโภคยุคใหม่ Ms. Lu Ann Williams ผู้อำนวยการ Global Insights ของ Innova Market Insights เผยข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสด คุณค่าทางโภชนาการ ประโยชน์ต่อสุขภาพ และแหล่งที่มาของส่วนผสมเป็นอย่างมาก ในอดีต ตลาดอาหารและเครื่องดื่มมักเน้นที่ปริมาณและราคา แต่ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการ​ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากคู่แข่ง ​ส่งผลให้แบรนด์ต้องให้ความสำคัญในการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงขึ้น สอดคล้องกับ​ความตระหนักของผู้บริโภคที่มีต่อ​สุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/innova-market-insights-point-10-trends-food-and-beverage-in-2025/">10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มโลกปี 2025 ​ เมื่อโลกแห่ง F&#038;B ต้องขับเคลื่อนตามผู้บริโภค เทคโนโลยี และความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากหลากหลาย​ปัจจัย ทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก</p>
<p><span id="more-31151"></span></p>
<p>ผู้บริโภคยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มมากกว่าแค่การอิ่มท้อง ​แต่มีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน ความต้องการเหล่านี้ส่งผลให้เกิดเทรนด์ใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่น่าจับตามอง</p>
<p><strong>Innova Market Insights</strong> หนึ่งในผู้นำด้านการวิจัยตลาดอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ได้ทำการศึกษาและคาดการณ์เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่น่าจับตามองสำหรับปี 2025 ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31162 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_2439062273.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1.​ คุณภาพของวัตถุดิบ : </strong><strong>A new chapter in raw material quality  (Ingredients and Beyond)</strong></p>
<p>คุณภาพของวัตถุดิบกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้ออาหารและเครื่องดื่มของผู้บริโภคยุคใหม่ <strong>Ms. Lu Ann Williams</strong> ผู้อำนวยการ Global Insights ของ Innova Market Insights เผยข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสด คุณค่าทางโภชนาการ ประโยชน์ต่อสุขภาพ และแหล่งที่มาของส่วนผสมเป็นอย่างมาก</p>
<p>ในอดีต ตลาดอาหารและเครื่องดื่มมักเน้นที่ปริมาณและราคา แต่ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการ​ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากคู่แข่ง ​ส่งผลให้แบรนด์ต้องให้ความสำคัญในการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงขึ้น สอดคล้องกับ​ความตระหนักของผู้บริโภคที่มีต่อ​สุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น เนื่องจาก​ผู้คนต้องการทราบที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต และมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่บริโภคเข้าไปนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การคัดสรรวัตถุดิบ ยังช่วยธุรกิจในการ​​สร้างความแตกต่างและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ ผู้บริโภคที่พอใจกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์จะกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อ​ ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดขายและภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31155 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_1959865639.jpg" alt="" width="1200" height="776" /></p>
<p><strong>2.​ โภชนาการเฉพาะบุคคล :  </strong><strong>Health – Precision Wellness</strong></p>
<p>เทรนด์ <strong>Precision Health</strong> หรือ <strong>โภชนาการเฉพาะบุคคล</strong> กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ​ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับการปรับอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของตนเองมากขึ้น โดยพบว่าผู้บริโภคกว่า 60% ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และมากกว่าครึ่งวางแผนการบริโภคอาหารเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง</p>
<p>Innova ระบุว่า โปรแกรมโภชนาการส่วนบุคคล มีประสิทธิภาพอย่างมากในการช่วยให้ผู้บริโภคบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมน้ำหนัก การปรับปรุงสุขภาพ หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยการปรับอาหารให้เหมาะสมกับช่วงอายุ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการด้านสุขภาพที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล โดยหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การควบคุมน้ำหนัก ผู้บริโภคจึงหันมาใส่ใจในการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการควบคุมน้ำหนัก</p>
<p><strong>3. เพิ่มความน่าสนใจให้อาหารด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรม : </strong><strong>Wildly Inventive</strong></p>
<p>ยุคที่ผู้บริโภคมีความ​หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนาน กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารให้โดดเด่นและน่าสนใจ โดย​ผู้บริโภค​​ 43% กำลังมองหา <strong>&#8216;นวัตกรรมสุดล้ำ&#8217;</strong> ที่สร้าง​ประสบการณ์​น่าตื่นเต้น ​​ผู้บริโภคยุคใหม่มีความกระตือรือร้นที่จะลองรสชาติใหม่ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมผสานรสชาติที่แปลกใหม่และน่าสนใจ กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม​ และเกิดความร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ต่างๆ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นลิมิเต็ด ​การสร้างสรรค์เมนูอาหารฟิวชัน  ​ โดยผู้บริโภคกว่าครึ่งหนึ่งทั่วโลกเปิดใจที่จะลองรสชาติใหม่ ๆ และ​​​ 37% ติดตามเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มผ่านโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการแข่งขันที่สูงของตลาด​ทำให้แบรนด์​ต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค การสร้างองค์ประกอบให้ &#8216;ว้าว&#8217;  ไม่เหมือนใคร จะช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนานและน่าจดจำให้ ผู้บริโภค และทำให้แบรนด์โดดเด่นเหนือคู่แข่งได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31156 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_offset_2430799339.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. การดูแลสุขภาพของลำไส้ : </strong><strong>Gut Health – Flourish from Within</strong></p>
<p>หลังการระบาดใหญ่ทั่วโลก ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ​​สุขภาพของลำไส้ ​​เป็นหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และ <strong>&#8216;การฟื้นฟูลำไส้&#8217; ​</strong>เป็นหนึ่งในเทรนด์อาหารที่สำคัญ มีความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการดูแลระบบย่อยอาหารให้แข็งแรง ไฟเบอร์และโปรไบโอติกส์ คือสองส่วนผสมหลักที่ขับเคลื่อนเทรนด์นี้ โดยพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาบริโภคอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและโปรไบโอติกส์ เพื่อปรับปรุงสุขภาพลำไส้และสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ​<strong> ไมโครไบโอม</strong> ​ขณะที่​ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติดูแลสุขภาพของระบบย่อยอาหารมีอัตราการเติบโตสูงถึง 8% ต่อปี แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>5. ตลาดผลิตภัณฑ์จากพืช  : </strong><strong>Plant-based – Rethinking Plants</strong></p>
<p><strong>ตลาดผลิตภัณฑ์จากพืช (plant-based)</strong> กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ​มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 23% ​ ​พัฒนาการในตลาดมุ่งเน้นไปที่การพัฒนารสชาติและเนื้อสัมผัสให้ใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ​รวมทั้งการ​ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิต​ที่ม่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค​ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31157 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_743001070.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>​6. การปรับตัวต่อวิกฤตสภาพอากาศ : </strong><strong>Sustainability – Climate Adaption</strong></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ​ราคาอาหารและความไม่แน่นอนของผลผลิต กลายเป็นความกังวลของผู้บริโภคกว่าครึ่งหนึ่งของโลก เกิดเป็นแนวคิด &#8216;<strong>Climate Resilience</strong>&#8216; หรือ <strong>&#8216;ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศ&#8217;</strong> ​​​ โดยเฉพาะ​​​การพัฒนาทางเลือกที่ยืดหยุ่นและทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนมากขึ้น เช่น การค้นหาวัตถุดิบทางเลือกสำหรับพืชผลที่ไวต่อสภาพอากาศ เช่น โกโก้ กาแฟ และน้ำมันมะกอก นอกจากนี้ ความท้าทายด้านสภาพอากาศยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้อุตสาหกรรมอาหารได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น<strong>​</strong></p>
<p><strong>7. อาหารเพื่อความงาม : </strong><strong>Beauty Food – Taste the Glow</strong></p>
<p>อุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่เติบโต​ต่อเนื่อง ส่งผลมาสู่แนวคิด <strong>&#8216;อาหารเพื่อความงาม</strong>&#8216; เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการดูแลความงามจากภายในสู่ภายนอก โดย​​ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสรรพคุณด้านความงาม​เติบโตสูงถึง 11%  ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์และภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก จึงสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเสริมความงาม เช่น คอลลาเจน วิตามิน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป ที่ต้องการฟื้นฟูผิวและชะลอวัย  โดยพบว่า 1 ใน 5 ของผู้บริโภคทั่วโลก เลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนช่วยในการปรับปรุงรูปลักษณ์หรือความงาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาด &#8216;อาหารบำรุงความงาม&#8217; โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผิวหน้า ผม และผิวกาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31158 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_2318674959.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>8. การรักษามรดกและวัฒนธรรมทางรสชาติ​ : </strong><strong>Food Culture – Tradition Reinvented</strong></p>
<p>เทรนด์<strong> Food Inherits New Life</strong> สะท้อน​​ความสนใจของผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และภาคภูมิใจในมรดกทางอาหารของตนเอง ​​ทั้งสูตรอาหารโบราณ รสชาติท้องถิ่น หรือวัตถุดิบดั้งเดิม โดยพบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 65% ต้องการเห็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์และสะท้อนถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นมากขึ้น ​และ​ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม​ ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม เครื่องปรุงรส หรือแม้แต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค สะท้อน​ว่า ผู้บริโภคมองหาประสบการณ์ในการบริโภคอาหารที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และในอนาคต​​ อาจได้เห็นผลิตภัณฑ์อาหารที่​นำเสนอสูตรอาหารแบบดั้งเดิมและคลาสสิกผสมผสานกับนวัตกรรมใหม่ๆ ​เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการทั้งรสชาติที่คุ้นเคยและประสบการณ์ใหม่มากขึ้น</p>
<p><strong>​</strong><strong>9. อาหารที่เชื่อมโยงกับสุขภาพจิต : </strong><strong>Mood Food – Mindful Choices</strong></p>
<p>ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตมากขึ้นถึง 36% โดยมองหาอาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยควบคุมอารมณ์และส่งเสริมการนอนหลับ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ โดยพบว่า วิตามิน B6, B9, B12 เป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญที่ได้รับความสนใจสูงสุดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต แสดงให้เห็นว่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจิตกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างโอกาส​พัฒนา​ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสร้างความแตกต่างในตลาดได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31159 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_2445624573.jpg" alt="" width="1200" height="633" /></p>
<p><strong>10.​ การเข้ามามีบทบาทในอาหารของ AI : AI – Bytes to Bites</strong></p>
<p>เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารอย่างรวดเร็ว  โดยพบการแทรกซึมของ AI ​​ในทุกขั้นตอน​การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบฉลาก ไปจนถึงการเลือกวัตถุดิบและการควบคุมคุณภาพ ซึ่งบริษัทต่างๆ ทั่วโลกต่าง​นำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัย สุขภาพ รสชาติ หรือแม้แต่ความยั่งยืน และในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลายและตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น จากการใช้ AI ​วิเคราะห์​และพัฒนาสูตรอาหารที่ปรับแต่ง​ตามความต้องการของแต่ละคน​ นอกจากนี้ AI ยังมีความสามารถใน​​การค้นพบส่วนผสมใหม่ๆ และวิธีการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีความยั่งยืนมากขึ้นได้อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ข้อมูล : สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ </strong><strong>ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (Fi Europe, Innova Market Insights) </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Photo Credit : </strong> รูปภาพ/วิดีโอจาก Number 24 x Shutterstock Thailand พาร์ทเนอร์ชัตเตอร์สต็อกอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย <span role="gridcell"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n xd10rxx x1sy0etr x17r0tee x972fbf xcfux6l x1qhh985 xm0m39n x9f619 x1ypdohk xt0psk2 xe8uvvx xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x16tdsg8 xggy1nq x1a2a7pz x1s688f x1heor9g x1bvjpef xujl8zx" tabindex="0" role="link" href="http://www.number24.co.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">www.number24.co.th</a></span> (<span role="gridcell"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n xd10rxx x1sy0etr x17r0tee x972fbf xcfux6l x1qhh985 xm0m39n x9f619 x1ypdohk xt0psk2 xe8uvvx xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x16tdsg8 xggy1nq x1a2a7pz x1s688f x1heor9g x1bvjpef xujl8zx" tabindex="-1" role="link" href="https://number24.co.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">https://number24.co.th/</a></span>)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/innova-market-insights-point-10-trends-food-and-beverage-in-2025/">10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มโลกปี 2025 ​ เมื่อโลกแห่ง F&#038;B ต้องขับเคลื่อนตามผู้บริโภค เทคโนโลยี และความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Gen Z ไทย ผู้นำช้อปปิ้งเชิงกลยุทธ์ของเอเชีย 86% ค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ แต่เลือกแบรนด์ที่ให้ราคาดีกว่า แถม​เป็นผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในการซื้อของครัวเรือน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/niq-spendz-highlight-genz-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Aug 2024 13:08:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Consumers]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[NielsenIQ]]></category>
		<category><![CDATA[NIQ]]></category>
		<category><![CDATA[NIQ Spend Z]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Spend Z]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมการซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิทัศน์ด้านการค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเนอเรชัน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28422</guid>

					<description><![CDATA[<p>NielsenIQ (NIQ) บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลกด้านข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เปิดเผย​ข้อมูลจากรายงาน NIQ Spend Z ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ประชากร Gen Z ในประเทศไทย เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายซื้อของเชิงกลยุทธ์มากที่สุดในเอเชีย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเทรนด์ของผู้บริโภคและพลวัตของตลาด ด้วยพฤติกรรมที่เน้นไปทางด้านการค้นคว้าหาข้อมูลและให้ความสำคัญกับราคา ประชากรกลุ่มนี้จึงมีอิทธิพลต่อการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านการค้าปลีกในประเทศไทยและทั่วโล​ก กลุ่มประชากรวัยนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเจเนอเรชั่นที่ใหญ่ขึ้นและมีอำนาจทางการเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของ World Data Lab คาดว่า ประชากร Gen Z จะเป็นคนกลุ่มเดียวที่มีจำนวนถึง 2 พันล้านคน ซึ่งคิดเป็น 25% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2577 ประชากร Gen Z ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะกลายเป็นกลุ่มที่มีส่วนสนับสนุนด้านการใช้จ่ายทั้งหมดของครัวเรือน ซึ่งมีมูลค่าการใช้จ่ายมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เจาะอินไซต์ Gen Z ชาวไทย รายงานของ NIQ ยังชี้ให้เห็นว่า กลุ่มผู้บริโภค Gen Z ชาวไทย 86% จะศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/niq-spendz-highlight-genz-thailand/">Gen Z ไทย ผู้นำช้อปปิ้งเชิงกลยุทธ์ของเอเชีย 86% ค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ แต่เลือกแบรนด์ที่ให้ราคาดีกว่า แถม​เป็นผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในการซื้อของครัวเรือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>NielsenIQ (NIQ)</strong> บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลกด้านข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เปิดเผย​ข้อมูลจากรายงาน <strong>NIQ Spend Z</strong> ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ประชากร Gen Z ในประเทศไทย เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายซื้อของเชิงกลยุทธ์มากที่สุดในเอเชีย</p>
<p><span id="more-28422"></span></p>
<p>ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเทรนด์ของผู้บริโภคและพลวัตของตลาด <em><strong>ด้วยพฤติกรรมที่เน้นไปทางด้านการค้นคว้าหาข้อมูลและให้ความสำคัญกับราค</strong><strong>า</strong></em> ประชากรกลุ่มนี้จึงมีอิทธิพลต่อการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านการค้าปลีกในประเทศไทยและทั่วโล​ก</p>
<p>กลุ่มประชากรวัยนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเจเนอเรชั่นที่ใหญ่ขึ้นและมีอำนาจทางการเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของ World Data Lab คาดว่า <em><strong>ประชากร Gen Z จะเป็นคนกลุ่มเดียวที่มีจำนวนถึง 2 พันล้านคน ซึ่งคิดเป็น 25% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2577 ประชากร Gen Z ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะกลายเป็นกลุ่มที่มีส่วนสนับสนุนด้านการใช้จ่ายทั้งหมดของครัวเรือน ซึ่งมีมูลค่าการใช้จ่ายมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/1-5.jpg" alt="" width="1200" height="628" /></p>
<p><strong>เจาะอินไซต์ Gen Z ชาวไทย</strong></p>
<p>รายงานของ NIQ ยังชี้ให้เห็นว่า <em><strong>กลุ่มผู้บริโภค Gen Z ชาวไทย 86% จะศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้บริโภคชาวเอเชียกลุ่มวัยเดียวกันที่ 71%</strong>  </em>และมักจะฟังคำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์และกลุ่มเพื่อนของตน โดย 75% จะพึ่งพาแหล่งข้อมูลเหล่านี้เพื่อช่วยในการตัดสินใจ</p>
<p>นอกจากนี้ 42% ​​จะชอบซื้อของบนช่องทางโซเชียลมีเดีย อาทิ ผ่านการคลิกลิงก์จากช่องทางของอินฟลูเอนเซอร์ การซื้อผ่านแอป ผ่านช่องทางโฆษณาออนไลน์ และช่องทางการไลฟ์สดขายของ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การซื้อของคนกลุ่มนี้</p>
<p><strong>พร้อมยังพบว่า &#8216;ราคา&#8217; เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของประชากร Gen Z ชาวไทย</strong> <em><strong>โดย 71% ยินดีที่จะเปลี่ยนแบรนด์เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับ 67% ของประชากรกลุ่มวัยเดียวกันทั่วเอเชีย  </strong></em></p>
<p>ส่วน 68% ยังคงใช้เว็บไซต์และแอปในการเปรียบเทียบราคาอยู่เสมอ ​แสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการซื้อของพวกเขา <em><strong>เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในเอเชียแปซิฟิก ประชากร Gen Z ในประเทศไทยมักจะแสดงถึงการใช้แนวทางเชิงกลยุทธ์ได้ดีกว่าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่รอบรู้และคำนึงถึงราคา</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2-5.jpg" alt="" width="1200" height="629" /></p>
<p>หากต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้ ธุรกิจต่างๆ จะต้องปรับตัวให้เข้ากับนิสัยการซื้อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคนกลุ่มนี้ เช่น</p>
<p>&#8211;  นำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่โปร่งใสและมีรายละเอียดเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการวิจัยของผู้บริโภค</p>
<p>&#8211; เสนอโปรแกรมสะสมคะแนนและข้อเสนอพิเศษซึ่งสามารถช่วยป้องกันการเปลี่ยนแบรนด์ของลูกค้าได้</p>
<p>&#8211;  ปรับแต่งกลยุทธ์การตลาดเพื่อดึงดูดผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญต่อการวิจัย</p>
<p>&#8211; ใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และคำแนะนำจากกลุ่มเพื่อน ก็สามารถสร้างความไว้วางใจและขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจได้</p>
<p>นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญถึงความถูกต้อง ความยั่งยืน และผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจในด้านสุขภาพมากขึ้น  หรือ​ลงทุนในนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความชอบของคนกลุ่มนี้  ทั้งการ​เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใส่ใจด้านสุขภาพ เพื่อสามารถปรับแต่งผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้เชื่อมโยง​กับกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลเหล่านี้ และจะช่วยรับประกันความภักดีต่อแบรนด์และความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28425 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/3-6.jpg" alt="" width="1200" height="629" /></p>
<p>ความมุ่งมั่นของผู้บริโภครุ่นใหม่ในประเทศไทยในการค้นคว้าหาข้อมูลอย่างละเอียด คำนึงถึงราคา และความมีอิทธิพลต่อครัวเรือน ทำให้พวกเขากลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงพลวัตของตลาด เนื่องจาก <em><strong>อิทธิพลของพวกเขาได้ขยายออกไปไกลมากเกินกว่าการซื้อของส่วนตัว จนส่งผลต่อการตัดสินใจในการซื้อของสำหรับของครอบครัว</strong></em> ธุรกิจต่างๆ จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เพื่อการเติบโตในภูมิทัศน์ที่มีการแข่งขันสูง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นิสัยการซื้อของเชิงกลยุทธ์ของประชากร Gen Z ในประเทศไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่ภาคค้าปลีกเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะกำหนดอนาคตของตลาดในภาพรวม​อีกด้วย</p>
<p>สามารถดาวน์โหลดรายงาน Spend Z ได้ฟรีที่  <a href="http://h.nniq.co/o0gz50T3E5w" target="_blank" rel="noopener">http://h.nniq.co/o0gz50T3E5w</a>.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/niq-spendz-highlight-genz-thailand/">Gen Z ไทย ผู้นำช้อปปิ้งเชิงกลยุทธ์ของเอเชีย 86% ค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ แต่เลือกแบรนด์ที่ให้ราคาดีกว่า แถม​เป็นผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในการซื้อของครัวเรือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The 1 Insight ส่องเทรนด์การใช้จ่ายคึกคักรับสงกรานต์ 2567 เผยคนไทยแห่ใช้จ่าย ตจว. กระตุ้นเศรษฐกิจหัวเมือง ชี้นักท่องเที่ยวจีนทวงแชมป์ใช้จ่ายในไทยอันดับ 1</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/the-1-insight-release-spending-of-songkarn-festival-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Apr 2024 07:59:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Consumers Trend]]></category>
		<category><![CDATA[CRC VoiceShare]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Songkarn Festival]]></category>
		<category><![CDATA[The 1 Insight]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลสงกรานต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24973</guid>

					<description><![CDATA[<p>The 1 Insight ร่วมกับ CRC VoiceShare เผยเทรนด์ผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ เปิดลิสต์สินค้าคลายร้อนที่มียอดขายเติบโตโดดเด่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยนี้ พร้อมชี้เศรษฐกิจภาพรวมคึกคักโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ดันยอดการใช้จ่ายเติบโต 2 เท่าตัว สูงสุดใน 5 จังหวัดหัวเมืองสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ต ระยอง อุดรธานี จันทบุรี และชลบุรี เนื่องจากพฤติกรรมชาวไทยกว่า 60% แห่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ&#8211;กลับภูมิลำเนาตามธรรมเนียมช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ของไทย วางแผนใช้จ่ายโดยประมาณ 9,000 – 18,000 บาทต่อคน พร้อมยังเผยตัวเลขการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ชาวจีนกลับมาขึ้นแท่นอันดับ 1 แซงมาเลเซีย ข้อมูลจาก The 1 Insight เผยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นในช่วงวันที่ 1-15 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เป็นที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในช่วงสงกรานต์ในทุกๆ ปี ได้แก่ 1. กระเป๋ากันน้ำ +260% 2. พัดลม +250% 3. เครื่องปรับอากาศ +230% 4. เสื้อลายดอก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/the-1-insight-release-spending-of-songkarn-festival-2024/">The 1 Insight ส่องเทรนด์การใช้จ่ายคึกคักรับสงกรานต์ 2567 เผยคนไทยแห่ใช้จ่าย ตจว. กระตุ้นเศรษฐกิจหัวเมือง ชี้นักท่องเที่ยวจีนทวงแชมป์ใช้จ่ายในไทยอันดับ 1</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>The 1 Insight ร่วมกับ </strong><strong>CRC VoiceShare </strong><strong>เผยเทรนด์ผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ เปิดลิสต์สินค้าคลายร้อนที่มียอดขายเติบโตโดดเด่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยนี้ พร้อมชี้เศรษฐกิจภาพรวมคึกคักโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ดันยอดการใช้จ่ายเติบโต </strong><strong>2 </strong><strong>เท่าตัว สูงสุดใน </strong><strong>5 </strong><strong>จังหวัดหัวเมืองสำคัญ ได้แก่ </strong><strong>ภูเก็ต ระยอง อุดรธานี จันทบุรี และชลบุรี</strong></p>
<p><span id="more-24973"></span></p>
<p><strong>เนื่องจากพฤติกรรมชาวไทยกว่า </strong><strong>60% </strong><strong>แห่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>กลับภูมิลำเนาตามธรรมเนียมช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ของไทย วางแผนใช้จ่ายโดยประมาณ </strong><strong>9,000 – 18,000 </strong><strong>บาทต่อคน พร้อมยังเผยตัวเลขการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ชาวจีนกลับมาขึ้นแท่นอันดับ </strong><strong>1 </strong><strong>แซงมาเลเซีย</strong></p>
<p><strong>ข้อมูลจาก </strong><strong>The 1 Insight </strong><strong>เผยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นในช่วงวันที่ </strong><strong>1-15 </strong><strong>เมษายน </strong><strong>2566 </strong>ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เป็นที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในช่วงสงกรานต์ในทุกๆ ปี ได้แก่ 1. กระเป๋ากันน้ำ +260% 2. พัดลม +250% 3. เครื่องปรับอากาศ +230% 4. เสื้อลายดอก +110% 5. น้ำแข็ง +70% 6. ไอศกรีม +60% 7. แป้งทาตัว +50% 8. ครีมกันแดด +40% 9. ยาดม +30% 10. น้ำยาเปลี่ยนสีผม +20% เห็นได้ว่าสินค้าที่ยอดขายเติบโตได้ดี มีทั้งสินค้าจำเป็นในการช่วยดับร้อนในช่วงเดือนเมษายนที่อุณหภูมิสูงสุดในช่วงปี และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการฉลองเทศกาลสงกรานต์</p>
<p>ทาง CRC VoiceShare ยังเผยผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของผู้บริโภคในช่วงสงกรานต์ พบว่า <strong>คนไทยกว่า </strong><strong>60% </strong><strong>มีแผนที่จะเดินทางในประเทศไทย</strong>เพื่อท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนา โดยนิยมไปเที่ยวทะเลเป็นอันดับหนึ่ง จังหวัดยอดนิยมได้แก่ ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต โดยส่วนใหญ่วางแผนเดินทางช่วงก่อนสงกรานต์จนถึงช่วงเทศกาลระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน และมักเดินทางในช่วงสงกรานต์เป็นประจำทุกปี ในส่วนของค่าใช้จ่าย โดยรวมอยู่ระหว่างช่วง 9,000 – 18,000 บาท แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1. ค่าเดินทาง 5,000 – 10,000 บาท โดยส่วนใหญ่ 72% เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว 15% เดินทางโดยขนส่งสาธารณะ และ 13% เดินทางโดยเครื่องบิน 2. ค่าที่พัก 1,000 – 3,000 บาท 3. ค่ากิน-เที่ยว 3,000 – 5,000 <strong>ส่วนคนไทยอีก </strong><strong>30% </strong><strong>ที่เลือกพำนักอยู่ที่อยู่อาศัยในจังหวัดเดิม</strong>  มักมีกิจกรรมหลักๆ คือการใช้เวลากับครอบครัว เดินเล่นในห้างสรรพสินค้า เยี่ยมเยียนและรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมี <strong>10%</strong><strong> วางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศ</strong> โดยกว่าครึ่งตั้งเป้าไปประเทศญี่ปุ่น ตามมาด้วยประเทศอื่นๆ ในเอเชีย อาทิ จีน ไต้หวัน เวียดนาม</p>
<p><strong>จากฐานข้อมูล </strong><strong>The 1 </strong><strong>ยังบ่งชี้ถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวในปี </strong><strong>2566</strong><strong> ซึ่งภาพรวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง </strong><strong>200%</strong> ในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นอีกในปี 2567 นี้ โดย <strong>3 </strong><strong>ประเทศที่ใช้จ่ายสูงสุดได้แก่ จีน มาเลเซีย และรัสเซีย โดยการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง </strong><strong>10 </strong><strong>เท่า</strong> ในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 และมีแนวโน้มเติบโตแตะระดับก่อนเหตุการณ์โควิด-19 เนื่องด้วยนโยบายวีซ่าฟรี ไทย-จีน ที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการท่องเที่ยว</p>
<p><strong>นอกจากนี้ </strong><strong>CRC VoiceShare </strong><strong>ยังได้เผยผลสำรวจความเห็นผู้บริโภคในหัวข้อ </strong><strong>“</strong><strong>เมื่อนึกถึงสงกรานต์ คนแต่ละช่วงวัยนึกถึงอะไร</strong><strong>”</strong> โดย <strong>Gen Z </strong><strong>นึกถึง </strong><strong>“</strong><strong>การเล่นน้ำ</strong><strong>”</strong> ด้วยความเป็นวัยรักสนุกที่เพิ่งพ้นผ่านช่วงวัยรุ่นมาไม่นาน <strong>Gen Y </strong><strong>นึกถึง </strong><strong>“</strong><strong>วันหยุดเทศกาล</strong>” สะท้อนความต้องการ Work-Life Balance เพื่อผ่อนคลายจากการทำงาน <strong>Gen X </strong><strong>นึกถึง </strong><strong>“</strong><strong>วันขึ้นปีใหม่</strong><strong>”</strong> เรียกได้ว่าเป็นโอกาสรวมญาติครั้งสำคัญแห่งปีสำหรับช่วงวัยที่ให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวอบอุ่น ส่วน <strong>Baby Boomers </strong><strong>นึกถึง </strong><strong>“</strong><strong>การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่</strong><strong>”</strong> สะท้อนการให้คุณค่าของผู้สูงวัยต่อธรรมเนียมปฏิบัติของเทศกาลสงกรานต์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/the-1-insight-release-spending-of-songkarn-festival-2024/">The 1 Insight ส่องเทรนด์การใช้จ่ายคึกคักรับสงกรานต์ 2567 เผยคนไทยแห่ใช้จ่าย ตจว. กระตุ้นเศรษฐกิจหัวเมือง ชี้นักท่องเที่ยวจีนทวงแชมป์ใช้จ่ายในไทยอันดับ 1</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟสท์​ (Fest)​ โดย SCGP ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่กลุ่ม​ Process Food รับดีมานด์ในอุตสาหกรรมพุ่ง คาด 5 ปี ดันยอดขายโต 18 เท่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/fest-by-scgp-expand-sistainable-packaging-in-processed-food-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Oct 2023 06:28:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Fest]]></category>
		<category><![CDATA[Fest by SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Food Service]]></category>
		<category><![CDATA[Mega trend]]></category>
		<category><![CDATA[Processed Food]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติชัย ทัศนวิญญู]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดบรรจุภัณฑ์​]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เฟสท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21653</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีมานด์ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนขยายตัวมากขึ้นตาม 3 เมกะเทรนด์โลก ทั้งการที่แบรนด์อาหารรายใหญ่ๆ เริ่มมีการตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ในมิติของผู้บริโภคเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น รวมไปถึงการมองหาความสะดวก และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน เทรนด์เหล่านี้ส่งผลให้ตลาดอาหารในกลุ่มพร้อมปรุง และพร้อมทานต่างๆ รวมทั้งตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่โอกาสสำคัญของ Fest by SCGP หรือ เฟสท์ ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายโอกาสไปสู่ตลาดใหม่ๆ ในกลุ่ม Processed Food เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวลด้อมมากขึ้น ในมิติของการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์กระบวนการผลิตในกลุ่มผู้ประกอบการอาหารแต่ละกลุ่ม จากที่ก่อนหน้ามีความแข็งแรงในตลาด Food Service หรือการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับรองรับการบรรจุอาหารในกลุ่มร้านอาหารทั้งรายเล็ก รายใหญ่ และตลาด Food Delivery อยู่แล้ว คุณกิตติชัย ทัศนวิญญู Food Service Packaging Solution Manager บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้แบรนด์ Fest by SCGP กล่าวว่า เฟสท์ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมาสู่กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น ซึ่งต้องยกระดับความเชี่ยวชาญจากความสามารถในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่รองรับความต้องการใช้งานได้หลากหลายประเภท​ ​มาสู่การมีนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์กระบวนการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม หรือกลุ่มโรงงานต่างๆ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ต้องมีความแข็งแรงมากขึ้น ทนความต่างของอุณหภูมิทั้งร้อนจัดหรือเย็นจัดได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/fest-by-scgp-expand-sistainable-packaging-in-processed-food-market/">เฟสท์​ (Fest)​ โดย SCGP ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่กลุ่ม​ Process Food รับดีมานด์ในอุตสาหกรรมพุ่ง คาด 5 ปี ดันยอดขายโต 18 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ดีมานด์ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนขยายตัวมากขึ้นตาม 3 เมกะเทรนด์โลก ทั้งการที่แบรนด์อาหารรายใหญ่ๆ เริ่มมีการตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ในมิติของผู้บริโภคเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น รวมไปถึงการมองหาความสะดวก และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-21653"></span></p>
<p>เทรนด์เหล่านี้ส่งผลให้ตลาดอาหารในกลุ่มพร้อมปรุง และพร้อมทานต่างๆ รวมทั้งตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่โอกาสสำคัญของ<strong> Fest by SCGP </strong>หรือ <strong>เฟสท์</strong> ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายโอกาสไปสู่ตลาดใหม่ๆ ในกลุ่ม Processed Food เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวลด้อมมากขึ้น ในมิติของการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์กระบวนการผลิตในกลุ่มผู้ประกอบการอาหารแต่ละกลุ่ม จากที่ก่อนหน้ามีความแข็งแรงในตลาด Food Service หรือการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับรองรับการบรรจุอาหารในกลุ่มร้านอาหารทั้งรายเล็ก รายใหญ่ และตลาด Food Delivery อยู่แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21655 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/DSC09212.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณกิตติชัย ทัศนวิญญู</strong> Food Service Packaging Solution Manager บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้แบรนด์ <strong>Fest by SCGP</strong> กล่าวว่า เฟสท์ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมาสู่กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น ซึ่งต้องยกระดับความเชี่ยวชาญจากความสามารถในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่รองรับความต้องการใช้งานได้หลากหลายประเภท​ ​มาสู่การมีนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์กระบวนการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม หรือกลุ่มโรงงานต่างๆ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ต้องมีความแข็งแรงมากขึ้น ทนความต่างของอุณหภูมิทั้งร้อนจัดหรือเย็นจัดได้ ทนต่อความชื้น รวมทั้งต้องมีมาตรฐานการผลิตที่สามารถควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้ในระดับสูง</p>
<p><em>“เบื้องต้นเฟสท์จะนำร่องใน 3 ตลาด ทั้งการพัฒนาถาดกระดาษสำหรับเนื้อสดแช่เย็น (Fest Fresh Pak) ถาดกระดาษสำหรับอาหารพร้อมทานแช่เย็น (Fest Redi Pak) และแก้วกระดาษสำหรับตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติ (Fest Vending Pak)โดยยังเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้กระดาษจากป่าปลูก และการใช้วัสดุหมุนเวียนเป็นองค์ประกอบสำคัญกว่า 80-90% รวมทั้งยังสามารถช่วยยืดอายุของอาหารที่บรรจุ รวมทั้งทนอุณหภูมิได้ทั้งร้อนและเย็น โดยปัจจุบันมีลูกค้าเช่น  Reo’s Deli (รีโอส์ เดลิ) ผู้ผลิตอาหารพร้อมทานที่จำหน่ายผ่าน 7-Eleven ซึ่งสามารถนำบรรจุภัณฑ์เข้าไมโครเวฟได้ทั้งชิ้นโดยไม่ต้องถอดปลอก และยังร้อนเร็ว ช่วยลดพลังงานในการอุ่นเมื่อลูกค้าซื้อ รวมทั้งเต่าบิน ในกลุ่มแก้วกระดาษในเครื่องอุตโนมัติ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้รองรับการใช้งานในตู้อัตโนมัติ รวมทั้งยังมีบริการโซลูชันการพิมพ์ เพื่อช่วยสร้างแบรนด์ รวมทั้งการจัดแคมเปญ หรืออกแบบลายลิมิเต็มในช่วงเทศกาลต่างๆ ให้ลูกค้าได้ด้วย”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21656 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/DSC09085.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>หวังดันยอดขายเติบโตได้ 18 เท่า</strong></p>
<p>หลังเริ่มทำตลาดในกลุ่ม Processed Food ปัจจุบัน Fest สามารถมีส่วนแบ่งในตลาดที่ราว 1% จากมูลค่าตลาดกว่า 2,700 ล้านบาท ขณะที่ตลาดมีการเติบโตต่อปีราว 5-8% ตามการขยายตัวของตลาด Ready to eat รวมทั้งกลุ่มอาหารแช่เย็นและแช่แข็งต่างๆ โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า เฟสท์ตั้งเป้าจะเติบโตได้ถึง 18% โดยเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดให้ได้ 10% ​เพิ่มรายได้เป็น​ 330 ล้านบาท หรือสร้างยอดขายได้มากกว่า 200 ล้านชิ้นต่อปี โดยสัดส่วนหลักจะมาจากบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอาหารพร้อมทาน ตามมาด้วยตู้กดเครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์สำหรับเนื้อสัตว์แช่เย็นต่างๆ</p>
<p>ขณะที่รายได้จากตลาดหลักในกลุ่ม Food Service  ยังตั้งเป้าเติบโตได้มากกว่าเท่าตัว โดยตั้งเป้ารายได้มากกว่า 1,180 ล้านบาท หรือขายได้มากกว่า 700 ล้านชิ้นต่อปี จากมูลค่าตลาดปัจจุบันกว่า 22,300 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 3-5% ต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21657 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/DSC09169-copy.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ภาพรวมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนของไทยยังมีสัดส่วนในตลาดไม่มากนักในตลาดรวมบรรจุภัณฑ์โดยรวม โดยเฉพาะในตลาด  Food Service ยังมีขนาดที่ราว 10-15% เทียบกับในหลายประเทศที่มีการขับเคลื่อนมานานจะมีสัดส่วนราว 35-40% แต่เชื่อว่าตลาดในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกทั้งเทรนด์เรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ความท้าทายในการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ของผู้บริโภคยังเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในอาหารหรือเครื่องดื่มบางประเภทที่ลูกค้ายังให้ความสำคัญในเรื่องของ Feeling หรือ Emotional ในการบริโภค ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตอย่าง Fest ที่ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์ที่ทั้งดีต่อโลก และในขณะเดียวกันก็สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคไปได้พร้อมๆ กันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21661 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/PAK-.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/fest-by-scgp-expand-sistainable-packaging-in-processed-food-market/">เฟสท์​ (Fest)​ โดย SCGP ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่กลุ่ม​ Process Food รับดีมานด์ในอุตสาหกรรมพุ่ง คาด 5 ปี ดันยอดขายโต 18 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
