<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 31 Jul 2026 07:05:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สาวกมือสอง-วินเทจ ห้ามพลาด &#8216;OPEN HOUSE X Loopers&#8217; ชวนสำรวจคุณค่า และค้นหาเรื่องราวที่รอให้ถูกค้นพบ ในงาน &#8216;Open Market : USE LOOP REPEAT : DESIGNED BY HER&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/open-house-x-loopers-use-loop-repeat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 06:40:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[DESIGNED BY HER]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Event]]></category>
		<category><![CDATA[Flea Market]]></category>
		<category><![CDATA[Loopers]]></category>
		<category><![CDATA[Open Market]]></category>
		<category><![CDATA[Open Market: USE LOOP REPEAT: DESIGNED BY HER]]></category>
		<category><![CDATA[Second hand]]></category>
		<category><![CDATA[USE LOOP REPEAT]]></category>
		<category><![CDATA[Use Loop Repeat 2026]]></category>
		<category><![CDATA[มือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[วินเทจ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้ามือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้ารักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้ามือสอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43491</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยสงสัยไหม? ว่าเสื้อผ้าที่เราใส่ ของใช้ที่เราซื้อ มีจุดเริ่มต้นมาอย่างไร เพราะมากกว่าความสวยงามหรือประโยชน์ที่ได้รับคือ แนวคิดและตัวตน อันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์นั้นๆ อะไรคือสิ่งที่ยืนหยัด อะไรคือแรงบันดาลใจ และอะไรคือเป้าหมายที่อยากจะไปให้ถึง เรื่องราวเหล่านี้กำลังรอคอยให้ทุกคนมาค้นพบในงาน &#8216;Open Market: USE LOOP REPEAT: DESIGNED BY HER&#8217; ตั้งแต่ 3-23 สิงหาคม 2569 สำหรับงาน &#8216;USE LOOP REPEAT 2026&#8217; นี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปี​ที่ 3​ โดย OPEN HOUSE และ Loopers ภายใต้ธีม &#8216;DESIGNED BY HER: Discover stories made to matter.&#8217; พื้นที่เพื่อสนับสนุน และผลักดันให้ &#8216;ผู้หญิง&#8217; มีความมั่นใจ ​ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของตัวเอง เพื่อร่วม​​สร้างแรงบันดาลใจ และช่วยส่งผลกระทบเชิงบวกให้ผู้คนมากมาย จากสิ่งเล็กๆ ที่เธอได้ลงมือทำ พร้อมด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/open-house-x-loopers-use-loop-repeat/">สาวกมือสอง-วินเทจ ห้ามพลาด &#8216;OPEN HOUSE X Loopers&#8217; ชวนสำรวจคุณค่า และค้นหาเรื่องราวที่รอให้ถูกค้นพบ ในงาน &#8216;Open Market : USE LOOP REPEAT : DESIGNED BY HER&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เคยสงสัยไหม? ว่าเสื้อผ้าที่เราใส่ ของใช้ที่เราซื้อ มีจุดเริ่มต้นมาอย่างไร เพราะมากกว่าความสวยงามหรือประโยชน์ที่ได้รับคือ แนวคิดและตัวตน อันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์นั้นๆ</p>
<p><span id="more-43491"></span></p>
<p>อะไรคือสิ่งที่ยืนหยัด อะไรคือแรงบันดาลใจ และอะไรคือเป้าหมายที่อยากจะไปให้ถึง เรื่องราวเหล่านี้กำลังรอคอยให้ทุกคนมาค้นพบในงาน<strong> &#8216;Open Market: USE LOOP REPEAT: DESIGNED BY HER&#8217; </strong>ตั้งแต่ 3-23 สิงหาคม 2569</p>
<p>สำหรับงาน &#8216;USE LOOP REPEAT 2026&#8217; นี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปี​ที่ 3​ โดย <strong>OPEN HOUSE</strong> และ <strong>Loopers</strong> ภายใต้ธีม <strong>&#8216;DESIGNED BY HER: Discover stories made to matter.&#8217;</strong> พื้นที่เพื่อสนับสนุน และผลักดันให้ <strong>&#8216;ผู้หญิง&#8217;</strong> มีความมั่นใจ ​ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของตัวเอง เพื่อร่วม​​สร้างแรงบันดาลใจ และช่วยส่งผลกระทบเชิงบวกให้ผู้คนมากมาย จากสิ่งเล็กๆ ที่เธอได้ลงมือทำ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43497 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Loopers1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมด้วย <strong>Loopers</strong> แพลตฟอร์มส่งต่อเสื้อผ้ามือสองคัดคุณภาพ ​ด้วยความเชื่อว่าของทุกชิ้นมีคุณค่าและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามไป อีเวนต์ครั้งนี้ จึงต้องการให้ทุกคนกลับมาร่วมสำรวจ ค้นพบ จดจำ และส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ไปด้วยกัน เพราะการสนับสนุนของเราทุกคนนั้นมีความหมายมากกว่าที่คิด</p>
<p>​​​<strong>3 ไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาด! ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569</strong> (วันเปิดงานอย่างเป็นทางการ)</p>
<p><strong>&#8211; Stories That Inspire Meaningful Choices :</strong> ร่วมฟังวงสนทนาสร้างบันดาลใจ ที่จะช่วยเปิดมุมมอง และจุดประกายความคิดไปกับเหล่า Speaker คนสำคัญที่จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ <strong>&#8216;Choosing What Matters&#8217;</strong> เหตุผลเบื้องหลังของการยืนหยัดในคุณค่าของตัวเอง โดย คุณแพนเค้ก เขมนิจ นักแสดงระดับประเทศผู้มากความสามารถ กับประสบการณ์ในวงการกว่า 20 ปี และ <strong>&#8216;Small Stories. Big Change&#8217;</strong> เรื่องราวการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ที่เริ่มต้นจากการเลือกเล็กๆ ที่ทำได้ทุกวัน พร้อมด้วย <strong>คุณสมิชฌน์ เพ็ชร์ดี</strong> ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด และ <strong>คุณเอม ภูมิภัทร</strong> นักแสดงและศิลปินรุ่นใหม่ ผู้ขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมในหลากหลายมิติ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43495 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Loopers3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Stories Made By You :</strong> พื้นที่ที่ทุกคนได้เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลงานจริง ผ่านเวิร์กชอปที่ชวนมองวัสดุธรรมดาในมุมใหม่ และค้นพบว่าการสร้างสรรค์เล็ก ๆ ก็สามารถสร้างคุณค่าใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น <strong>&#8216;Reborn Stories &#8211; ชุบชีวิตขยะให้มีเรื่องราว&#8217;</strong> โดย Ajinomoto ที่ชวนให้เราได้มาเปลี่ยน &#8216;ซองวิบวับ และฝาขวด&#8217; กลายเป็นพวงกุญแจ สุดคราฟต์ และ <strong>&#8216;From Earth to Art &#8211; ถักทอเรื่องราวจากผืนดิน สู่ศิลปะในมือคุณ&#8217;</strong> โดย UncleReeThink ที่นำเศษขยะชีวภาพมาดีไซน์ใหม่ให้กลายเป็นผลงานศิลปะที่ใช้งานได้จริงในทุกวัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43494 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Loopers4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Stories Behind the Brand(s) :</strong> พื้นที่​รวบรวมแบรนด์สินค้าคุณภาพ ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ และความยั่งยืนเอาไว้ในที่เดียว อาทิ <strong>Wastic</strong> แว่นกันแดดดีไซน์ทันสมัยแต่คลาสสิกที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล, <strong>Onest</strong> ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่ผสานพลังธรรมชาติเข้ากับประสิทธิภาพความสะอาดได้อย่างลงตัว,<strong> La Joie</strong> แบรนด์น้ำหอมไทยจากสองสาวเพื่อนสนิท ที่มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์รียูส พร้อมด้วยแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เช่น no plastic shop, Dare &amp; Bare, VARY MUCH และอีกมากมายกว่า 30 แบรนด์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43496 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Loopers2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>งานครั้งนี้ยังคงชัดเจนเรื่องของความยั่งยืน และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์เสมอมา มีกิจกรรมที่หลากหลายไม่ซ้ำกันในแต่ละสัปดาห์ พร้อมเวทีถ่ายทอดเรื่องราวแต่ละแบรนด์ หรือสิ่งของแต่ละชิ้น ผ่านมุมมองใหม่ๆ ที่อาจจะยังไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน เพื่อใช้พื้นที่แห่งนี้ ทำให้ผู้คนได้กลับมามองเห็นคุณค่าเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43492 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Poster_Re-.png" alt="" width="424" height="600" /></p>
<p>อย่าพลาดโอกาส ร่วมสนุก ร่วมสำรวจ และร่วมค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่ในสิ่งของรอบตัว  พร้อม​สนับสนุนให้ผู้หญิงได้เฉิดฉาย และส่งเสียงในแบบที่เธอเป็น ภายในงาน<strong> &#8216;Open Market: USE LOOP REPEAT: DESIGNED BY HER&#8217;</strong></p>
<p>สามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่<strong> 3 &#8211; 23 สิงหาคม 2569 ณ OPEN HOUSE ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี (BTS เพลินจิต ทางออก 5)  </strong></p>
<p>ติดตามรายละเอียดกิจกรรม และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram Loopers.shop</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/open-house-x-loopers-use-loop-repeat/">สาวกมือสอง-วินเทจ ห้ามพลาด &#8216;OPEN HOUSE X Loopers&#8217; ชวนสำรวจคุณค่า และค้นหาเรื่องราวที่รอให้ถูกค้นพบ ในงาน &#8216;Open Market : USE LOOP REPEAT : DESIGNED BY HER&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สหพัฒนพิบูล เผยผล​ Decarbonization ส่งเสริม EV Trucks และ Renewable ขับเคลื่อนสู่ &#8216;องค์กรคาร์บอนต่ำ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/spc-sahapat-low-carbon-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 12:12:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[EV Truck]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Low carbon Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[SPC]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุกไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สหพัฒนพิบูล]]></category>
		<category><![CDATA[สหพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40388</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความยั่งยืนที่วัดผลได้ สหพัฒนพิบูล หรือ SPC เผยผลสำเร็จจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาระบบขนส่งคาร์บอนต่ำและการใช้พลังงานทดแทน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) ได้ถึง 23,936 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1,596 ต้น พร้อมทั้งนำพลังงานแสงอาทิตย์จากระบบ Solar Rooftop มาใช้ เพื่อลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากภายนอก ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาว บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้เดินหน้าพัฒนาแนวทาง Low-carbon Logistics ผ่านการนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) มาใช้ในกระบวนการขนส่งสินค้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบโลจิสติกส์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จากข้อมูลการใช้งาน EV Truck ในปี 2568 ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมีนาคม – ธันวาคม 2568 สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 23,936 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/spc-sahapat-low-carbon-strategy/">สหพัฒนพิบูล เผยผล​ Decarbonization ส่งเสริม EV Trucks และ Renewable ขับเคลื่อนสู่ &#8216;องค์กรคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ความยั่งยืนที่วัดผลได้ สหพัฒนพิบูล หรือ </strong><strong>SPC </strong><strong>เผยผลสำเร็จจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาระบบขนส่งคาร์บอนต่ำและการใช้พลังงานทดแทน </strong></p>
<p><span id="more-40388"></span></p>
<p><strong>โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (</strong><strong>EV Truck) </strong><strong>ได้ถึง 23</strong><strong>,</strong><strong>936 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (</strong><strong>kgCO</strong><strong>2</strong><strong>e</strong><strong>) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1</strong><strong>,</strong><strong>596 ต้น พร้อมทั้งนำพลังงานแสงอาทิตย์จากระบบ </strong><strong>Solar Rooftop </strong><strong>มาใช้ เพื่อลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากภายนอก ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาว</strong></p>
<p><strong>บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>SPC </strong>ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้เดินหน้าพัฒนาแนวทาง Low-carbon Logistics ผ่านการนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) มาใช้ในกระบวนการขนส่งสินค้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบโลจิสติกส์อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40506 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re-SPC6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ จากข้อมูลการใช้งาน EV Truck ในปี 2568 ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมีนาคม – ธันวาคม 2568 สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 23,936 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1,596 ต้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการติดตั้งระบบ Solar Rooftop เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในอาคารสำนักงานและคลังสินค้า ช่วยลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากภายนอก และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินงานขององค์กร</p>
<p>ปัจจุบัน สหพัฒนพิบูล ได้นำพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจาก Solar Rooftop มาใช้ในสถานที่หลัก ได้แก่ สำนักงานใหญ่ คลังสินค้าร่มเกล้า และคลังสินค้าศรีราชา เพื่อเป็นพลังงานทางเลือกที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40507 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re-SPC2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>การนำ EV Truck และพลังงานจาก Solar Rooftop มาใช้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร ที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบและสามารถวัดผลได้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์และการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร</p>
<p>สหพัฒนพิบูล ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาแนวทางการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/spc-sahapat-low-carbon-strategy/">สหพัฒนพิบูล เผยผล​ Decarbonization ส่งเสริม EV Trucks และ Renewable ขับเคลื่อนสู่ &#8216;องค์กรคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เตรียมเปิด &#8216;บ่อรับขยะระบบปิดใหญ่สุดในไทย&#8217; โรงกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าอ่อนนุช ​​กำจัดขยะ​สูงสุด​ 1,600 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 30 เมกะวัตต์ พร้อมเทคโนโลยีกำจัดขยะไร้กลิ่นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/new-sky-waste-to-energy-onnut/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2026 16:27:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[C&G Environmental Protection]]></category>
		<category><![CDATA[CG]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Negative Pressure System]]></category>
		<category><![CDATA[New Sky]]></category>
		<category><![CDATA[New Sky Energy Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Energy]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จํากัด]]></category>
		<category><![CDATA[บ่อพักขยะแรงดันลบ]]></category>
		<category><![CDATA[บ่อรับขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บ่อรับขยะระบบปิด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เหอ หนิง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกำจัดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า อ่อนนุช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40486</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เปิดให้สื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่รอบโครงการฯ เข้าเยี่ยมชม &#8216;บ่อรับขยะมูลฝอยระบบปิด&#8217; ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจต่อมาตรฐานการบริหารจัดการขยะและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ ก่อนเปิดรับขยะเข้าทดสอบระบบในวันที่ 20 มีนาคม 2569 โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีกำจัดขยะไร้กลิ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบ Real Time คุณเหอ หนิง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ได้ก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จกว่า 90%  และมีการ​เปิดประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ 19 ก.พ. 2567 และกำหนดแล้วเสร็จช่วงปลายปีนี้ รวม​ระยะเวลาก่อสร้าง 1,000 วัน ทั้งนี้ โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบระบบรับขยะในวันที่ 20 มีนาคม 2569 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/new-sky-waste-to-energy-onnut/">เตรียมเปิด &#8216;บ่อรับขยะระบบปิดใหญ่สุดในไทย&#8217; โรงกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าอ่อนนุช ​​กำจัดขยะ​สูงสุด​ 1,600 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 30 เมกะวัตต์ พร้อมเทคโนโลยีกำจัดขยะไร้กลิ่นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เปิดให้สื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่รอบโครงการฯ เข้าเยี่ยมชม &#8216;บ่อรับขยะมูลฝอยระบบปิด&#8217; ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-40486"></span></p>
<p><strong> เพื่อสร้างความมั่นใจต่อมาตรฐานการบริหารจัดการขยะและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ ก่อนเปิดรับขยะเข้าทดสอบระบบในวันที่ 20 มีนาคม 2569 โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีกำจัดขยะไร้กลิ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบ</strong><strong> Real Time </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40488 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re-Waste-to-Energy-ON1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณเหอ หนิง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช</strong> ได้ก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จกว่า 90%  และมีการ​เปิดประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ 19 ก.พ. 2567 และกำหนดแล้วเสร็จช่วงปลายปีนี้ รวม​ระยะเวลาก่อสร้าง 1,000 วัน</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบระบบรับขยะในวันที่ 20 มีนาคม 2569 นี้ จึงได้เปิดให้สื่อมวลชนและประชาชนที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโครงการฯ เข้ามาเยี่ยมชมบ่อรับขยะ ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นระบบปิด (Closed System) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย​ โดยมีความจุในการรองรับขยะได้สูงถึงประมาณ 2.4 หมื่น​ตัน ซึ่งถือเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบกำจัดมูลฝอยสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะของกรุงเทพมหานครที่มีปริมาณขยะที่ต้องบริหารจัดการในแต่ละวันกว่า1 หมื่นตัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40491 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__68034688.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>&#8220;การเปิดเยี่ยมชมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโครงการ ได้รับข้อมูลและเห็นกระบวนการทำงานจริงของระบบรับขยะ รวมถึงมาตรการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ ก่อนที่ระบบจะเริ่มทดสอบรับขยะและเดินเครื่องกำจัดขยะตามแผนที่วางไว้&#8221; </em></p>
<p>สำหรับ​กระบวนการกำจัดขยะใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยขยะถูกนำมาเทในบ่อพักภายในอาคารระบบปิด 3–5 วัน เพื่อลดความชื้น ใช้เครนคีบขยะเข้าสู่ เตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ควบคุมอุณหภูมิประมาณ 850–1,100°C นำความร้อนต้มน้ำเป็นไอน้ำแรงดันสูง หมุนกังหันไอน้ำผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 30 เมกะวัตต์ต่อวัน ซึ่งปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จะนำไปจำหน่ายให้กับ​​การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (EGAT) ในราคาหน่วยละ 3.66 บาท ​ขณะเดียวกันยังมีรายได้จากการกำจัดขยะในราคา 789 บาท/ตัน</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40495 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__68034689.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></div>
<div></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">ทั้งนี้ โครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30 ไร่ ซอยอ่อนนุช 86 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร มีขีดความสามารถในการกำจัดขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน (รองรับสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ดำเนินงานภายใต้รูปแบบเอกชนร่วมลงทุน (BOT) ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งยกระดับการจัดการขยะของเมืองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ควบคู่กับการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด</div>
<div></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">ภายในโครงการยังได้ติดตั้ง <strong>เครื่อง </strong><strong>E-nose </strong><strong>หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (</strong><strong>Electronic Nose)</strong> ซึ่งเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่จำลองการรับรู้กลิ่นของมนุษย์ โดยใช้ชุดเซนเซอร์ (Sensor Array) เพื่อตรวจจับสารระเหยในอากาศและแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลในรูปแบบ <strong>Odor Fingerprint</strong> จากนั้นนำข้อมูลไปประมวลผลร่วมกับเทคโนโลยี <strong>AI</strong> เพื่อวิเคราะห์ จำแนกประเภท และวัดระดับความเข้มข้นของกลิ่นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการติดตาม เฝ้าระวัง และควบคุมกลิ่นในพื้นที่บ่อพักขยะได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40492 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__68034690.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ภายในบ่อพักขยะยังได้นำเทคโนโลยีห้องบ่อพักขยะแรงดันลบ (Negative Pressure System) มาใช้โดยออกแบบให้ภายในอาคารบ่อพักขยะมีความดันอากาศต่ำกว่าภายนอก ส่งผลให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ภายในตลอดเวลา ทำให้กลิ่นจากขยะไม่สามารถรั่วไหลออกสู่ภายนอกได้ อากาศภายในบ่อพักขยะมูลฝอยจะถูกดูดเข้าสู่ระบบเตาเผาเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการเผาไหม้ ทำให้กลิ่นและก๊าซต่าง ๆ ถูกกำจัดไปพร้อมกับกระบวนการเผาไหม้ที่มีอุณหภูมิสูง 850–1,100°C ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมกลิ่นและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบของโครงการ จึงมั่นใจได้ว่า <strong>กลิ่นจากขยะจะถูกควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่แพร่กระจายออกสู่พื้นที่ภายนอก</strong> เนื่องจากอากาศภายในบ่อพักขยะทั้งหมดถูกนำเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ในเตาเผาที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งสามารถกำจัดกลิ่นและก๊าซต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้การดำเนินงานของโครงการเป็นไปอย่างปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ</p>
<p><strong>คุณเหอ หนิง </strong>กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการโครงการฯ ยังได้วางกรอบมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ CoP (Code of Practice) ส่งผลให้การดำเนินงานของโครงการเป็นไปอย่างปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ทั้งในเรื่องของคุณภาพอากาศ มลภาวะทางเสียง การบริหารจัดการน้ำเสีย รวมทั้งการจัดการกากของเสียที่หลงเหลือหลังจากการเผา ทั้งในส่วนของเถ้าหนัก ที่จะมีการนำไปตรวจสอบสารอันตรายก่อนฝังกลบ ซึ่งเหลือส่วนที่ต้องฝังกลบเพียง 25% ของปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไป รวมทั้งเถ้าเบาที่จะถูกดักจับด้วยผงถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) ให้รวมอยู่ในถุงกรองฝุ่นเพื่อจัดส่งให้ผู้ได้รับอนุญาตนำไปกำจัดต่อไป</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40493 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Processing-Onnut1.jpg" alt="" width="1200" height="712" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">สำหรับ <strong>บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด</strong> ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า​ ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ยังได้รับสิทธิ์การบริหารจัดการโครงการกำจัดมูลฝอยของ กทม. อีกสองแห่งที่หนองแขม โดยแห่งแรก ได้ดำเนินการแล้ว โดยมีความสามารถในการกำจัดขยะได้ราว 500 ตันต่อวัน ส่วนอีก 1 แห่ง คาดจะเริ่มเปิดดำเนินการได้ภายในปีนี้เช่นกัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการกำจัดขยะได้อีก 1,600 ตันต่อวัน ทำให้ความสามารถโดยรวมของทั้งบริษัทเพื่อช่วยบริหารจัดการขยะใน กทม. เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 3,700 ตันต่อวัน</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">การดำเนินโครงการฯ จึงช่วยลดปัญหาและผลกระทบในการจัดการขยะมูลฝอยให้ กทม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังได้ผลพลอยได้จากโครงการ (By Product) ในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพื้นที่ฝังกลบขยะที่เริ่มหาได้ยากมากขึ้น ทั้งใน กทม. รวมทั้งในเขตเมืองใหญ่ ที่มักเผชิญปัญหา<strong> &#8216;ขยะล้นเมือง&#8217;</strong> รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาด้านสุขภาพอนามัยที่เกิดจากมลพิษและขยะมูลฝอย</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40489 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/C0C6AE0A-9FE5-4ED0-A8CC-1CD51C1A4A8D.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">นอกจากนี้ โครงการ​ฯ​ ยังมีศักยภาพในการต่อยอดสู่แลนด์มาร์กสีเขียวของ กทม. ที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ เช่น พื้นที่สีเขียว ลานกิจกรรม หรือศูนย์เรียนรู้เพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/new-sky-waste-to-energy-onnut/">เตรียมเปิด &#8216;บ่อรับขยะระบบปิดใหญ่สุดในไทย&#8217; โรงกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าอ่อนนุช ​​กำจัดขยะ​สูงสุด​ 1,600 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 30 เมกะวัตต์ พร้อมเทคโนโลยีกำจัดขยะไร้กลิ่นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“MOSHI” ค้าปลีกไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจทุกมิติ คุณภาพ-ดีไซน์-ราคาเข้าถึงได้ เดินหน้ากลยุทธ์ &#8220;GIVE&#8221; สร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกสู่สังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/moshi-give-strategy-to-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Oct 2025 05:56:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GIVE]]></category>
		<category><![CDATA[Let us be part of your everyday life]]></category>
		<category><![CDATA[MOSHI]]></category>
		<category><![CDATA[บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[พลอยนภัส บุญสงเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37537</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มอบ &#8220;คุณภาพดี ดีไซน์สวย ในราคาที่เข้าถึงได้&#8221; ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) โดยยึดมั่นในปณิธานองค์กรสู่การปฏิบัติจริงผ่านกลยุทธ์ “GIVE” มุ่งสร้างคุณค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคและชุมชน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน นางสาวพลอยนภัส บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและจัดหาผลิตภัณฑ์ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายความยั่งยืนที่สำคัญที่สุดคือการเป็นผู้นำค้าปลีกไลฟ์สไตล์ที่นำเสนอสินค้าคุณภาพดี ดีไซน์สวย ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความคุ้มค่า ความสวยงาม และการช้อปปิ้งที่มีความหมาย โดยบริษัทฯ คัดสรรสินค้าที่มีทั้งคุณภาพ สุนทรียภาพ และราคาที่เหมาะสมมาจำหน่าย ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกระหว่างความสวยงามกับความคุ้มค่า แต่ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน ซึ่งเป็นแกนหลักที่ทำให้ MOSHI โดดเด่น นอกจากนี้ การดำเนินงานของ MOSHI ยังให้ความสำคัญกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/moshi-give-strategy-to-sustainability/">“MOSHI” ค้าปลีกไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจทุกมิติ คุณภาพ-ดีไซน์-ราคาเข้าถึงได้ เดินหน้ากลยุทธ์ &#8220;GIVE&#8221; สร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกสู่สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI</strong> เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มอบ &#8220;<strong>คุณภาพดี ดีไซน์สวย ในราคาที่เข้าถึงได้</strong>&#8221; ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) โดยยึดมั่นในปณิธานองค์กรสู่การปฏิบัติจริงผ่านกลยุทธ์ “GIVE” มุ่งสร้างคุณค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคและชุมชน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-37537"></span><br />
<strong>นางสาวพลอยนภัส บุญสงเคราะห์</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและจัดหาผลิตภัณฑ์ <strong>บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>MOSHI</strong> ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายความยั่งยืนที่สำคัญที่สุดคือการเป็นผู้นำค้าปลีกไลฟ์สไตล์ที่นำเสนอสินค้าคุณภาพดี ดีไซน์สวย ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความคุ้มค่า ความสวยงาม และการช้อปปิ้งที่มีความหมาย โดยบริษัทฯ คัดสรรสินค้าที่มีทั้งคุณภาพ สุนทรียภาพ และราคาที่เหมาะสมมาจำหน่าย ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกระหว่างความสวยงามกับความคุ้มค่า แต่ได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน ซึ่งเป็นแกนหลักที่ทำให้ MOSHI โดดเด่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37538 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/moshi1.jpg" alt="" width="1200" height="791" /></p>
<p>นอกจากนี้ การดำเนินงานของ MOSHI ยังให้ความสำคัญกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น การจัดการของเสีย และการประหยัดพลังงานในสาขา ควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในชุมชน ทั้งยังให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ร้านที่ทันสมัย การจัดวางสินค้าที่น่าช้อปปิ้ง และการพัฒนาพนักงานให้มีความรู้และบริการด้วยรอยยิ้ม</p>
<p>“จุดเด่นของ MOSHI อยู่ที่การมอบคุณค่าอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงแค่สินค้าถูก แต่ต้องดีและสวยด้วย ลูกค้าจึงได้สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งสินค้าที่มีดีไซน์และรสนิยมในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม ลูกค้าจึงได้รับทั้งความพึงพอใจในสินค้าที่ซื้อและความมั่นใจว่ากำลังสนับสนุนธุรกิจที่ส่งต่อสิ่งดีๆ สู่สังคม สอดคล้องกับแนวคิดของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้งความคุ้มค่า ความสวยงาม และการช้อปปิ้งที่มีความหมายไปพร้อมกัน” นางสาวพลอยนภัส กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37539 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Moshi2.jpg" alt="" width="598" height="600" /></p>
<p>เพื่อตอกย้ำถึงการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนและตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุม MOSHI ได้กำหนดกรอบการทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมมิติ ESG และจัดทำนโยบายที่สามารถปรับตัวได้ตามพลวัตของโลก ภายใต้กรอบดังกล่าว บริษัทฯ ได้พัฒนากลยุทธ์ “<strong>GIVE</strong>” เป็นแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ MOSHI ที่สะท้อนปณิธาน “<strong>Let us be part of your everyday life</strong>” ผ่านการสร้างคุณค่าร่วมในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>1.) Growth Together:</strong> เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน MOSHI มุ่งพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย</p>
<p><strong>2.) Impact for Good:</strong> สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันอย่างรับผิดชอบ</p>
<p><strong>3.) Value Creation:</strong> สร้างคุณค่าร่วมให้ทุกฝ่ายผ่านนวัตกรรมที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>4.) Empowerment:</strong> เสริมพลังและสร้างโอกาสให้ชุมชนพัฒนาตนเองและมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้น</p>
<p>ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ &#8220;GIVE&#8221; อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการต่างๆ ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37541 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Moshi4.jpg" alt="" width="1200" height="876" /></p>
<p><strong>ด้านสิ่งแวดล้อม</strong> บริษัทฯ ดำเนินโครงการ &#8220;Give Back to Earth: ช่วยโลก รักษ์สิ่งแวดล้อม&#8221; ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนขวดพลาสติกกับอุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กนักเรียนและชุมชนใกล้เคียง พร้อมถ่ายทอดความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ การลดการใช้พลาสติก และกระบวนการรีไซเคิล โดยขวดพลาสติกที่รวบรวมได้จะส่งต่อให้หน่วยงานเชี่ยวชาญ เช่น วัดจากแดง เพื่อนำไปผลิตเป็นผ้าไตรจีวรต่อไป ด้านการช่วยเหลือสังคม</p>
<p>บริษัทฯ ดำเนินโครงการ &#8220;Give a Hand: รวมใจ ฟื้นฟูผู้ประสบภัย&#8221; ด้วยการจัดตั้งกองทุนสำรองพร้อมทีมปฏิบัติการเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังมุ่งพัฒนาเยาวชนผ่านโครงการ &#8220;Give a Future: สานฝัน สู่อนาคต&#8221; ด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน พร้อมโครงการ &#8220;สมุดทำความดี&#8221; ที่ปลูกฝังคุณธรรมควบคู่ความรู้ โดยตั้งเป้าหมายให้นักเรียนทุนบันทึกกิจกรรมทำความดีร้อยละ 80, 90 และ 100 ในระยะสั้น กลาง และยาว ตามลำดับ นอกจากนี้ยังสนับสนุนทุนการแข่งขันทางวิชาการและจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียนนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>ด้านการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</strong> บริษัทฯ ดำเนินโครงการ &#8220;Give a Better Life: สร้างอาชีพ สู่ความยั่งยืน&#8221; เพื่อเปิดโอกาสสร้างอาชีพให้แก่ชุมชนรอบข้างตามศักยภาพและบริบทของพื้นที่ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมบริจาคโลหิตในหมู่พนักงานผ่านโครงการ &#8220;Give for Life: หนึ่งคนให้หลายคนรับ&#8221; ด้วยการประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักภายในองค์กร ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังดำเนินโครงการ &#8220;Give Happiness: ยิ้มด้วยกันปันด้วยใจ&#8221; ด้วยการรวบรวมสิ่งของจำเป็น ได้แก่ อุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน และของใช้ต่างๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37540 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Moshi3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /><br />
“นอกจากนี้ MOSHI ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนผ่านการลดพลาสติกและใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ตั้งแต่การลดบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณถุงพลาสติกไปกว่า 1.2 ล้านใบและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 10.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ไปจนถึง Eco-Friendly Collection ที่เลือกใช้วัสดุรีไซเคิล การใช้กระดาษใบเสร็จมาตรฐาน FSC ทุกสาขา และการเปลี่ยน Tag เป็นกระดาษรีไซเคิลเป้าหมาย 30% ภายในปี 2570 &#8220;ทุกก้าวของเราคือความมุ่งมั่นที่จะดูแลโลกใบนี้ไปด้วยกัน&#8221; นางสาวพลอยนภัส กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/moshi-give-strategy-to-sustainability/">“MOSHI” ค้าปลีกไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจทุกมิติ คุณภาพ-ดีไซน์-ราคาเข้าถึงได้ เดินหน้ากลยุทธ์ &#8220;GIVE&#8221; สร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกสู่สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระแส Sustainability เติบโตในกลุ่ม Pet Parent เทรนด์ ​&#8217;พิธีศพสัตว์เลี้ยงแบบรักษ์โลก&#8217; มาแรงในจีน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/sustainability-growing-in-pet-parent/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Jul 2025 11:11:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[Ecofriendly]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Pet Parent]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีศัพสัตว์เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34644</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว รายงานเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังเติบโตอย่างมากในประเทศจีน เมื่อกลุ่ม Pet Parent หรือกลุ่มที่รักและดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมที่จะจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงที่ตัวเองรัก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเพียงแค่การดูแลในยามที่มีชีวิตอยู่เท่าน้ัน เพราะเมื่อในยามสัตว์เลี้ยงที่รักถึงเวลาต้องจากไป การจัดพิธีศพให้ ก็เป็นอีกหนึ่งการแสดงออกถึงความรัก ความผูกพันระหว่างกันในวาระสุดท้าย &#8216;อุตสาหกรรมพิธีศพสัตว์เลี้ยง&#8217; จึงกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการสำรวจและวิจัยของ market.us ระบุว่า ในปี 2024 ตลาดพิธีศพสัตว์เลี้ยงทั่วโลกมีมูลค่าถึง 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2030 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 9.1% ต่อปี นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Grand View Research ยังได้ระบุว่า ตลาดบริการจัดพิธีศพสัตว์เลี้ยงในจีน กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปี 2024 มีมูลค่าตลาดกว่า 95 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าปี 2030 จะเพิ่มขึ้นเป็น 187.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย​ 12.1% ต่อปี นับว่าเป็นแรงขับเคลื่อนหลักและเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ตลาดที่เกี่ยวข้องกับงานศพของสัตว์เลี้ยง​​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/sustainability-growing-in-pet-parent/">กระแส Sustainability เติบโตในกลุ่ม Pet Parent เทรนด์ ​&#8217;พิธีศพสัตว์เลี้ยงแบบรักษ์โลก&#8217; มาแรงในจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว รายงานเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังเติบโตอย่างมากในประเทศจีน</p>
<p><span id="more-34644"></span></p>
<p>เมื่อกลุ่ม <strong>Pet Parent</strong> หรือกลุ่มที่รักและดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมที่จะจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงที่ตัวเองรัก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเพียงแค่การดูแลในยามที่มีชีวิตอยู่เท่าน้ัน</p>
<p>เพราะเมื่อในยามสัตว์เลี้ยงที่รักถึงเวลาต้องจากไป การจัดพิธีศพให้ ก็เป็นอีกหนึ่งการแสดงออกถึงความรัก ความผูกพันระหว่างกันในวาระสุดท้าย</p>
<p><strong> &#8216;อุตสาหกรรมพิธีศพสัตว์เลี้ยง&#8217;</strong> จึงกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการสำรวจและวิจัยของ market.us ระบุว่า ในปี 2024 ตลาดพิธีศพสัตว์เลี้ยงทั่วโลกมีมูลค่าถึง 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2030 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย 9.1% ต่อปี</p>
<figure id="attachment_34646" aria-describedby="caption-attachment-34646" style="width: 765px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-34646 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Stat1.jpg" alt="" width="765" height="494" /><figcaption id="caption-attachment-34646" class="wp-caption-text"><strong>Credit : DITP</strong></figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Grand View Research ยังได้ระบุว่า ตลาดบริการจัดพิธีศพสัตว์เลี้ยงในจีน กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปี 2024 มีมูลค่าตลาดกว่า 95 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าปี 2030 จะเพิ่มขึ้นเป็น 187.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย​ 12.1% ต่อปี นับว่าเป็นแรงขับเคลื่อนหลักและเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</p>
<p>ขณะที่ตลาดที่เกี่ยวข้องกับงานศพของสัตว์เลี้ยง​​ กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับจัดพิธีศพสัตว์เลี้ยง เช่น โกศเก็บกระดูก และโลงศพมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุชีวภาพย่อยสลายได้ มีคุณสมบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โดยเฉพาะตลาดโลงศพย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 2566 ​ โดยมีสัดส่วน 15% และคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้นจะอยู่ที่ 11% ในช่วงระหว่างปี 2026 &#8211; 2033  ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตโดยรวมของตลาดอย่างมาก</p>
<p>นอกจากนี้​ การที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ส่งผลให้ความต้องการจัดพิธีศพแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น หลายคนเลือกที่จะผสมเถ้ากระดูกของสัตว์เลี้ยงกับดินเพื่อนำไปปลูกต้นไม้ที่ระลึก เพื่อให้สัตว์เลี้ยงกลับคืนสู่ธรรมชาติในอีกหนึ่งรูปแบบ</p>
<figure id="attachment_34647" aria-describedby="caption-attachment-34647" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-34647 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Pet-.jpg" alt="" width="1200" height="429" /><figcaption id="caption-attachment-34647" class="wp-caption-text">Credit : DITP</figcaption></figure>
<p>ผลิตภัณฑ์และบริการจัดพิธีศพจึงไม่เพียงต้องตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันเท่านั้น แต่ยังต้องมอบการเยียวยาทางจิตใจด้วยเช่นกัน อาทิ ของที่ระลึกแบบสั่งทำพิเศษ โกศเก็บกระดูกที่มีเอกลักษณ์ พิธีศพแบบรักษ์โลก เป็นต้น จะช่วยให้เจ้าของสามารถหาที่พึ่งทางใจหลังจากการสูญเสียสัตว์เลี้ยงได้</p>
<p>เมื่อผู้บริโภคตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมีความต้องการที่หลากหลายขึ้น ในอนาคตตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับจัดพิธีศพสัตว์เลี้ยงจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พิธีศพแบบรักษ์โลก บริการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากเถ้ากระดูกสัตว์เลี้ยง ตลอดจนบริการรำลึกถึงสัตว์เลี้ยงในรูปแบบดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จะกลายเป็นแนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรมนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/sustainability-growing-in-pet-parent/">กระแส Sustainability เติบโตในกลุ่ม Pet Parent เทรนด์ ​&#8217;พิธีศพสัตว์เลี้ยงแบบรักษ์โลก&#8217; มาแรงในจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Marketbuzzz ร่วมกับ ธรรมศาสตร์ เผยผลสำรวจปี 68 คนไทยกังวลปัญหา &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; สูงสุด แต่พฤติกรรมยังสวนทาง ชี้โอกาสทองธุรกิจยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/marketbuzzz-thammasat-discover-top-thai-concern-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2025 09:16:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Marketbuzzz]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Impact]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Thammasat]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นีล เกนส์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลสำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์เก็ตบัซซ]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แกรนท์ บาร์โทลี่]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34149</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจล่าสุดประจำปี 2568 โดยมาร์เก็ตบัซซ หรือ (Marketbuzzz) ร่วมกับ วิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยว่า สิ่งแวดล้อมยังคงเป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุด อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็ตาม การสำรวจประจำปีนี้ ซึ่งได้จัดทำต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 2562 พบว่า &#8220;สิ่งแวดล้อมและมลพิษ&#8221; ยังคงเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของคนไทย (44%) แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น (42%) และภาพรวมเศรษฐกิจ (30%) ที่ติดอันดับความกังวลลำดับต้นๆ เช่นกัน ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นสิ่งที่คนไทยกังวลอย่างมาก แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการเงินที่ทวีความรุนแรงขึ้นก็ตาม ช่องว่างระหว่างความกังวลและการลงมือทำ : ตระหนักสูง แต่พฤติกรรมเปลี่ยนน้อย แม้คนไทยจะมีความตระหนักสูง แต่ช่องว่างระหว่างความกังวลและการลงมือทำจริงยังคงมีนัยสำคัญ โดย 65% ของคนไทยเชื่อว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต และเกือบครึ่ง (48%) เชื่อว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงในอีก 5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงการกระทำที่ได้ทำไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา พฤติกรรมที่พบมากที่สุดคือ การปิดไฟ (50%) และปิดเครื่องปรับอากาศ (44%) ซึ่งเป็นการกระทำที่ง่ายและทำเป็นประจำ ใช้ความพยายามน้อย และสามารถควบคุมได้ด้วยตนเอง ในทางกลับกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/marketbuzzz-thammasat-discover-top-thai-concern-2025/">Marketbuzzz ร่วมกับ ธรรมศาสตร์ เผยผลสำรวจปี 68 คนไทยกังวลปัญหา &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; สูงสุด แต่พฤติกรรมยังสวนทาง ชี้โอกาสทองธุรกิจยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผลสำรวจล่าสุดประจำปี 2568 โดย<strong>มาร์เก็ตบัซซ </strong>หรือ <strong>(Marketbuzzz)</strong> ร่วมกับ <strong>วิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</strong> เผยว่า สิ่งแวดล้อมยังคงเป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุด อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็ตาม</p>
<p><span id="more-34149"></span></p>
<p>การสำรวจประจำปีนี้ ซึ่งได้จัดทำต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 2562 พบว่า <em>&#8220;<strong>สิ่งแวดล้อมและมลพิษ</strong>&#8221; <strong>ยังคงเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของคนไทย (44%) แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น</strong> </em>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น (42%) และภาพรวมเศรษฐกิจ (30%) ที่ติดอันดับความกังวลลำดับต้นๆ เช่นกัน</p>
<p>ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นสิ่งที่คนไทยกังวลอย่างมาก แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการเงินที่ทวีความรุนแรงขึ้นก็ตาม</p>
<p><strong>ช่องว่างระหว่างความกังวลและการลงมือทำ : ตระหนักสูง แต่พฤติกรรมเปลี่ยนน้อย</strong></p>
<p>แม้คนไทยจะมีความตระหนักสูง แต่ช่องว่างระหว่างความกังวลและการลงมือทำจริงยังคงมีนัยสำคัญ โดย 65% ของคนไทยเชื่อว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต และเกือบครึ่ง (48%) เชื่อว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงในอีก 5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงการกระทำที่ได้ทำไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา พฤติกรรมที่พบมากที่สุดคือ การปิดไฟ (50%) และปิดเครื่องปรับอากาศ (44%) ซึ่งเป็นการกระทำที่ง่ายและทำเป็นประจำ ใช้ความพยายามน้อย และสามารถควบคุมได้ด้วยตนเอง</p>
<p>ในทางกลับกัน มีเพียง 23% เท่านั้นที่ปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติกจากร้านค้า แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่แสดงออกสู่สาธารณะ หรือพฤติกรรมที่ได้รับอิทธิพลทางสังคมที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34205 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/INFO-Thai-Insight.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>โดยทั่วไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมจะทำได้ง่ายขึ้นเมื่อรู้สึกว่าตนสามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยตนเอง การกระทำง่ายๆ เช่น การปิดไฟ หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า มักจะถูกทำบ่อยกว่า เพราะทำง่ายและให้ความรู้สึกว่าตนเองสามารถควบคุมได้</p>
<p>นอกจากนี้ยังบ่งชี้ว่าผู้คนมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมเมื่อพวกเขารู้สึกว่าตนเองสามารถควบคุมและสร้างผลกระทบได้ทันที</p>
<p>สำหรับพฤติกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้นหรือได้รับอิทธิพลจากระบบ เช่น การรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ยังมีข้อจำกัด จึงเป็นโอกาสที่จะต้องให้คำแนะนำหรือรณรงค์เพื่อแสดงถึงผลของการกระทำอย่างชัดเจน สร้างแรงจูงใจ และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง</p>
<p>“ช่องว่างระหว่างความกังวลและการลงมือทำนี้ ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นคำเชิญชวน” <strong>มร. แกรนท์ บาร์โทลี่</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาร์เก็ตบัซซ (Marketbuzzz) กล่าว “ความท้าทายในขณะนี้คือการเปลี่ยนผู้คนจากความกังวลแบบเฉยชาไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือล้นให้มากขึ้น และแบรนด์ต่างๆ สามารถมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้ได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34207 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.Grant-Marketbuzzz-pic1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โอกาสสำคัญสำหรับการก้าวสู่ผู้นำแบรนด์ด้านความยั่งยืน:</strong></p>
<p>ข้อมูลปี 2568 เผยว่า 66% ของคนไทยยังคงจะให้การสนับสนุนแบรนด์หรือองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการสนับสนุนนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคจะหันมาซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ เสมอไป เว้นแต่จะมีคุณลักษณะอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน เช่น บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถเป็นปัจจัยที่ทำให้แบรนด์มีความยั่งยืนมากขึ้นได้</p>
<p>มร.แกรนท์ กล่าวเสริมว่า “การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอาจไม่ใช่เหตุผลอันดับหนึ่งที่ผู้คนตัดสินใจซื้อสินค้า แต่เมื่อคุณสมบัติอื่นๆ ทั้งหมดใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพ ประสิทธิภาพ ฯลฯ ความยั่งยืนก็สามารถเป็นปัจจัยในการตัดสินใจได้ หากแบรนด์หนึ่งนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือคุณสมบัติที่ยั่งยืน ในขณะที่อีกแบรนด์ไม่มี สิ่งนี้สามารถพลิกการตัดสินใจซื้อได้เลย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ENVI-Friendly-Company-.jpg" alt="" width="1200" height="603" /></p>
<p><strong>องค์กรที่มีความยั่งยืนจะเป็นผู้ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง:</strong></p>
<p>สิ่งนี้เปิดประตูให้แบรนด์ต่างๆ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยการออกแบบเพื่อสร้างผลกระทบ ด้วยการบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับคุณค่าหลักของผลิตภัณฑ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และนำเสนอให้ผู้บริโภคมองเห็นและเชื่อมโยงได้ และง่ายต่อการลงมือทำ แบรนด์ต่างๆ สามารถเปลี่ยนความกังวลไปสู่การลงมือทำ และสร้างคุณค่าของแบรนด์ได้ในกระบวนการนี้</p>
<p>งานวิจัยยังระบุถึงความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม 3 อันดับแรกของคนไทย ได้แก่ ภาวะโลกร้อน (46%) มลพิษทางอากาศ (45%) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (29%) ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับการดำเนินการอย่างกว้างขวางและครอบคลุมในทุกอุตสาหกรรมและทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช</strong> คณบดีวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “เราได้รับการสนับสนุนจากความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นและต่อเนื่องถึงภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ความท้าทายทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงคนไทยตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนี้ยังตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ธุรกิจ และการกำหนดนโยบายเพื่อเร่งความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน”</p>
<p>ผศ.ดร.ประภาภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “ความจริงที่ว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังมีความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม แม้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความรุนแรงของปัญหาเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ช่องว่างที่ยังคงมีอยู่ระหว่างความกังวลและการลงมือทำ ชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่ชัดเจนสำหรับการสนับสนุนในระบบที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างและนโยบายที่ส่งเสริมให้บุคคลเปลี่ยนความตระหนักรู้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Dr.-Prapaporn-pic2.jpeg" alt="" width="1200" height="789" /></p>
<p>พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของภาคเอกชนว่า “นี่คือจุดที่ความเป็นผู้นำขององค์กรมีบทบาทสำคัญ ธุรกิจมีทรัพยากร ขนาด และอิทธิพลที่จะทำให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ยั่งยืนได้ง่ายขึ้น เช่น ราคาที่ไม่แพง และความสะดวกสบาย เมื่อบริษัทต่างๆ เป็นผู้นำด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พวกเขาไม่เพียงช่วยบรรเทาวิกฤตโดยตรงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาได้อีกด้วย”</p>
<p>การสำรวจนี้ แสดงให้เห็นว่าความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของทุกคน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป องค์กรหรือบริษัท และรัฐบาล เพื่อเปลี่ยนความตระหนักรู้ที่แพร่หลายไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม</p>
<p>แบรนด์ที่ก้าวเข้ามาเพื่อนำเสนอทางเลือกที่ยั่งยืนและทำให้การเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมง่ายขึ้น จะไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากกระบวนการนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับแบรนด์ได้อีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/marketbuzzz-thammasat-discover-top-thai-concern-2025/">Marketbuzzz ร่วมกับ ธรรมศาสตร์ เผยผลสำรวจปี 68 คนไทยกังวลปัญหา &#8216;สิ่งแวดล้อม&#8217; สูงสุด แต่พฤติกรรมยังสวนทาง ชี้โอกาสทองธุรกิจยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 ​เสา​หลัก &#8216;อิเกีย ประเทศไทย&#8217; พร้อม How to ขับเคลื่อนความยั่งยืน ให้เสิร์ฟได้ทั้ง Product,  Place และ People</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/3keys-strategies-ikea-thailand-drives-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 May 2025 06:59:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3P]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Nature & Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Democratic Design]]></category>
		<category><![CDATA[Fair & Caring]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy & Sustainable Living]]></category>
		<category><![CDATA[IKEA]]></category>
		<category><![CDATA[IKEA Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Place]]></category>
		<category><![CDATA[​Product]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[คณิศร์ อุนจะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลลัพธ์เชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[พิมพ์ชนก จิตขันแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[​อิเกีย ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33744</guid>

					<description><![CDATA[<p>อิเกีย ประเทศไทย ประกาศขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่าน 3 แนวทางหลักในการดำเนินงาน ได้แก่ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน (Healthy &#38; Sustainable Living) การหมุนเวียนทรัพยากรและใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Climate, Nature &#38; Circularity) และความเท่าเทียม (Fair &#38; Caring) โดยมุ่งมั่นทำให้สินค้าและบริการที่ยั่งยืนเป็นทางเลือกที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมพัฒนาแนวทางดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ​และให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมและครอบคลุมแก่พนักงานและชุมชนโดยรอบ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของอิเกีย &#8216;เพื่อสรรสร้างชีวิตที่ดีกว่า ให้กับคนทั่วไปในทุกๆ วัน&#8216; (To create a better everyday life for the many people) ผ่านการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อผลลัพธ์เชิงบวกอย่างยั่งยืน คุณคณิศร์ อุนจะนำ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ อิเกีย ประเทศไทย กล่าวว่า อิเกียมุ่งมั่นสร้างผลกระทบที่ดีต่อโลก ตั้งแต่ชุมชนที่นำวัตถุดิบมาใช้  จนถึงวิธีสร้างสรรค์สินค้าและบริการซึ่งจะช่วยให้คนไทยมีแรงบันดาลใจ และใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น เพื่อทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องของคนเพียงไม่กี่กลุ่ม แต่ทุกคนสามาถเข้าถึงได้​ รวมท้ังให้ความสำคัญในเรื่องความคุ้มค่า ทั้ง​เรื่องการใช้พลังงาน การใช้น้ำ และอายุการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมยกระดับมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาสถานที่การดำเนินงานอย่างยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/3keys-strategies-ikea-thailand-drives-sustainability/">3 ​เสา​หลัก &#8216;อิเกีย ประเทศไทย&#8217; พร้อม How to ขับเคลื่อนความยั่งยืน ให้เสิร์ฟได้ทั้ง Product,  Place และ People</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อิเกีย ประเทศไทย </strong>ประกาศขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่าน 3 แนวทางหลักในการดำเนินงาน ได้แก่ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน <strong>(Healthy &amp; Sustainable Living)</strong> การหมุนเวียนทรัพยากรและใส่ใจสิ่งแวดล้อม<strong> (Climate, Nature &amp; Circularity)</strong> และความเท่าเทียม<strong> (Fair &amp; Caring)</strong></p>
<p><span id="more-33744"></span></p>
<p>โดยมุ่งมั่นทำให้สินค้าและบริการที่ยั่งยืนเป็นทางเลือกที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมพัฒนาแนวทางดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ​และให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมและครอบคลุมแก่พนักงานและชุมชนโดยรอบ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของอิเกีย &#8216;เ<strong>พื่อสรรสร้างชีวิตที่ดีกว่า ให้กับคนทั่วไปในทุกๆ วัน</strong>&#8216; (To create a better everyday life for the many people) ผ่านการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อผลลัพธ์เชิงบวกอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณคณิศร์ อุนจะนำ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ อิเกีย ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า อิเกียมุ่งมั่นสร้างผลกระทบที่ดีต่อโลก ตั้งแต่ชุมชนที่นำวัตถุดิบมาใช้  จนถึงวิธีสร้างสรรค์สินค้าและบริการซึ่งจะช่วยให้คนไทยมีแรงบันดาลใจ และใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น เพื่อทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องของคนเพียงไม่กี่กลุ่ม แต่ทุกคนสามาถเข้าถึงได้​ รวมท้ังให้ความสำคัญในเรื่องความคุ้มค่า ทั้ง​เรื่องการใช้พลังงาน การใช้น้ำ และอายุการใช้งานที่ยาวนาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33750 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/IKEA-Sustainability-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมยกระดับมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาสถานที่การดำเนินงานอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการใส่ใจถึงความเท่าเทียม สนับสนุนความหลากหลายและการมีส่วนร่วมในทุกมิติ ​ รวมทั้งการสร้างโอกาสที่มีคุณค่าให้​ทุกคนอย่างทั่วถึง พร้อมส่งเสริมพันธมิตรที่สนับสนุนการทำงานที่เหมาะสม และยกระดับชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน​</p>
<p>สำหรับในประเทศไทย อิเกียดำเนินงานด้านความยั่งยืนผ่านแนวทาง 3P  ได้แก่ สินค้า <strong>(Product)</strong> การดำเนินงานและสถานที่ <strong>(Place)</strong> และผู้คน <strong>(People)</strong> โดยมุ่งพัฒนาสินค้า อาทิ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และอาหาร ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาการดำเนินงานสถานที่ให้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ที่มีส่วนร่วมกับชุมชน ทั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงานและชุมชนโดยรอบ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยมีแนวทางในการขับเคลื่อนความยั่งยืนส่งผ่านในแต่ละมิติ ดังต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33751 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/IKEA-Sustainability-04.jpg" alt="" width="1200" height="806" /></p>
<p><strong>&#8211; ​มิติของการพัฒนาสินค้า ​(Product)</strong> อิเกีย ประเทศไทย มุ่งส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ดีและยั่งยืน ภายใต้หลักการ <strong>Democratic Design</strong>  ซึ่งให้ความสำคัญกับรูปทรง (form) การใช้งาน (function) คุณภาพ (quality) ราคาที่เหมาะสม (low price) และความยั่งยืน (sustainability) ไปพร้อมกัน</p>
<p>ส่งผลให้สินค้าของอิเกีย จึงได้รับการออกแบบโดยใช้วัสดุที่ทนทานหรือรีไซเคิลได้ และสนับสนุนการใช้พลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวม​ทั้งยังสามารถซ่อมแซม นำกลับมาใช้ใหม่ หรือนำไปรีไซเคิลได้ สอดคล้องกับแนวคิด​​เศรษฐกิจหมุนเวียนในทุกขั้นตอนของวงจรผลิตสินค้า</p>
<p>นอกจากนี้ อิเกียยังมีการพัฒนาอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การเพิ่มตัวเลือกเมนูอาหารจากพืช (plant-based) ในร้านอาหารอิเกีย โดยปัจจุบัน 50% ของเมนูหลักเป็นอาหารจากพืช เช่น แพลนต์บอล (Plant Balls)  และยังคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งที่ยั่งยืน เช่น แซลมอนที่ได้รับการรับรองจาก Aquaculture Stewardship Council (ASC) และกาแฟ ช็อกโกแล็ตที่ได้รับการรับรองจาก Rainforest Alliance และ UTZ ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของอิเกียในการส่งต่อความยั่งยืนตั้งแต่ต้นทางถึงโต๊ะอาหาร พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีในบ้านของตนเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33749 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/IKEA-Sustainability-08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; มิติการพัฒนาการดำเนินงานและสถานที่ (Place)</strong> ขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน <strong>(Circular Economy)</strong> เพื่อลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่สามารถหมุนเวียนได้ ล่าสุด อิเกียได้ลงทุนกว่า 25 ล้านบาทในการขยายระบบโซลาร์รูฟท็อปที่ อิเกีย บางนา โดยสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 2,890 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1,152 เมตริกตันต่อปี  เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 19,000 ต้นต่อปี ส่งผลให้สัดส่วนของพลังงานไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียนของสโตร์เพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 35% โดยอิเกียยังมีแผนที่จะขยายการลงทุนขอด้านพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมในประเทศไทยในอนาคตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ขณะเดียวกัน  ยัง​เดินหน้าขยายการใช้รถขนส่งสินค้าไฟฟ้า (EV) เพื่อลดมลพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการจัดส่ง โดยเริ่มให้บริการครั้งแรกในปี 2566 ที่อิเกีย สุขุมวิท ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท เอ็ม-เวิลด์ โลจิสติกส์ ซึ่งเป็นสโตร์ใจกลางเมืองแห่งแรกของอิเกียในกรุงเทพฯ และในเดือนพฤษภาคม 2568 อิเกียร่วมกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ Mober เปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้ากว่า 20 คันในเขตกรุงเทพฯ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มเป็น 30 คันภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้การจัดส่งภายในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างน้อย 40% ดำเนินการด้วยรถ EV ภายในสิ้นปี 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33747 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/IKEA-Sustainability-11-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทำให้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้สูงสุดถึง 87% ต่อกิโลเมตร คิดเป็นประมาณ 950 เมตริกตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับการขับรถจากภูเก็ตไปเชียงใหม่กว่า 6,000 เที่ยว</p>
<p>พร้อมทั้งมีแผนเพิ่มสัดส่วนการจัดส่งด้วยรถ EV ให้ถึง 70% ภายในปี 2573 ทั่วประเทศ โดยอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ในการขับเคลื่อนระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ยั่งยืนตั้งแต่หน้าร้านถึงหน้าบ้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33752 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/IKEA-Sustainability-12-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211;  มิติในการ​การดูแลผู้คนและโลกใบนี้ (Caring for people and planet) </strong>โดยค่านิยมดังกล่าวถูกฝังอยู่ในทุกกระบวนการดำเนินงาน  ทั้งการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่หลากหลาย ​​สนับสนุนพนักงานด้วยสวัสดิการที่ครอบคลุมรอบด้าน พร้อมจัดหาแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความรู้และความเข้าใจของพนักงานให้ทันสมัยอยู่เสมอ</p>
<p>นอกจากนี้ อิเกียยังส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านโครงการ “<strong>Social Day</strong>” ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานลาหยุด 1 วัน โดยยังได้รับค่าจ้าง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมที่ตนสนใจ</p>
<p>อิเกียยังร่วมมือกับมูลนิธิและชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การเป็นพันธมิตรกับมูลนิธิกระจกเงา โครงการฝึกงานร่วมกับโรงเรียนมีชัยพัฒนา รวมถึงการบริจาคเพื่อชุมชนที่ขาดแคลน เช่น โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมประจำปีในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33746 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/IKEA-Sustainability-01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้านห่วงโซ่อุปทาน อิเกียยังคงยึดมั่นในแนวทาง<strong> IWAY Supplier Code of Conduct</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการจัดหาทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ครอบคลุมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สภาพการทำงาน และสิทธิมนุษยชน เพื่อให้มั่นใจว่าซัพพลายเออร์ทุกแห่งปฏิบัติตามหลักจริยธรรมและแนวทางด้านความยั่งยืนของอิเกียอย่างเคร่งครัด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/3keys-strategies-ikea-thailand-drives-sustainability/">3 ​เสา​หลัก &#8216;อิเกีย ประเทศไทย&#8217; พร้อม How to ขับเคลื่อนความยั่งยืน ให้เสิร์ฟได้ทั้ง Product,  Place และ People</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล ยกระดับบัตรของขวัญ &#8220;เมจิก กิฟต์ การ์ด” ด้วยนวัตกรรม ECO-FIBER 100%&#8221; รักษ์โลกด้วยวัสดุรีไซเคิล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/magic-gift-card-eco-fiber-by-central-group/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 03:34:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Group Love the Earth]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[Ecofriendly]]></category>
		<category><![CDATA[Gift Card]]></category>
		<category><![CDATA[Magic Gift Card]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ของขวัญเลือกได้ไม่สิ้นสุด]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมบัตรกระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล   รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรกระดาษ Eco-Fiber]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรกระดาษรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรของขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[สุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล กรุ๊ป เลิฟ ดิ เอิร์ธ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เมจิก กิฟต์ การ์ด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33634</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล สานต่อเจตนารมณ์ในการดูแลสิ่งแวดล้อม เปิดตัวบัตรของขวัญ เมจิก กิฟต์ การ์ด โดยกลุ่มเซ็นทรัล (Magic Gift Card by CENTRAL GROUP) เวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมบัตรกระดาษ Eco-Fiber 100% ผลิตจากเยื่อกระดาษรีไซเคิลและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น กากอ้อย ฟางข้าว หรือมันสำปะหลัง ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์สายกรีนที่มองหาทางเลือกของขวัญที่ทั้งใส่ใจผู้รับและใส่ใจโลก โดยสามารถใช้ชำระสินค้าจากห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล รวมถึงอิ่มอร่อยกับ ร้านอาหารชั้นนำภายใต้เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครบครัน ทางเลือกของขวัญแทนความสุขที่สะดวก ง่าย ครบจบในบัตรใบเดียว ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับ พร้อมเปิดตัว บัตรรักษ์โลก Eco Fiber 100% บัตรของขวัญรูปแบบกระดาษที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คุณสุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายบริหารการเงิน บริษัท เซ็นทรัล   รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/magic-gift-card-eco-fiber-by-central-group/">กลุ่มเซ็นทรัล ยกระดับบัตรของขวัญ &#8220;เมจิก กิฟต์ การ์ด” ด้วยนวัตกรรม ECO-FIBER 100%&#8221; รักษ์โลกด้วยวัสดุรีไซเคิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล สานต่อเจตนารมณ์ในการดูแลสิ่งแวดล้อม เปิดตัวบัตรของขวัญ <strong>เมจิก กิฟต์ การ์ด</strong> <strong>โดยกลุ่มเซ็นทรัล (</strong><strong>Magic Gift Card by CENTRAL GROUP</strong><strong>)</strong> เวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมบัตรกระดาษ <strong>Eco-Fiber 100%</strong> <strong>ผลิตจากเยื่อกระดาษรีไซเคิลและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น กากอ้อย ฟางข้าว หรือมันสำปะหลัง</strong> ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์สายกรีนที่มองหาทางเลือกของขวัญที่ทั้งใส่ใจผู้รับและใส่ใจโลก</p>
<p><span id="more-33634"></span></p>
<p><strong>โดยสามารถใช้ชำระสินค้าจากห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล </strong>รวมถึงอิ่มอร่อยกับ <strong>ร้านอาหารชั้นนำภายใต้เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (</strong><strong>CRG</strong><strong>) </strong>ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครบครัน ทางเลือกของขวัญแทนความสุขที่สะดวก ง่าย ครบจบในบัตรใบเดียว ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับ พร้อมเปิดตัว <strong>บัตรรักษ์โลก </strong><strong>Eco Fiber 100%</strong> <strong>บัตรของขวัญรูปแบบกระดาษที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><strong>คุณสุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายบริหารการเงิน บริษัท เซ็นทรัล </strong><strong>  </strong><strong>รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า แนวโน้มการใช้บัตรของขวัญในไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอบรับสังคมไร้เงินสดและเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมในการมอบเป็นของขวัญสำหรับโอกาสพิเศษ รวมถึงองค์กรที่มอบให้กับลูกค้าหรือคู่ค้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33637 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Ecofiber4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้นำค้าปลีกที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดบัตรของขวัญแทนเงินสดมาอย่างยาวนาน ซึ่งยอดขาย<strong> “เมจิก กิฟต์ การ์ด” (</strong><strong>Magic Gift Card by CENTRAL GROUP</strong><strong>)</strong> ในปี 2567 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง<strong> ท่ามกลางความท้าทายของสภาวะตลาดและการแข่งขันที่สูง</strong> <strong>โดยตั้งเป้ายอดขายในปี </strong><strong>2568 </strong><strong>อยู่ที่ราว </strong><strong>1,400 </strong><strong>ล้านบาท</strong> สะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มมองหาของขวัญในช่วงเทศสำคัญหรือโอกาสพิเศษที่สะดวก รวดเร็ว และอาจมีข้อจำกัดด้านเวลาในการเลือกสรรของขวัญให้ถูกใจคนรับ  ทั้งนี้ เมจิก กิฟต์ การ์ด มี <strong>จุดเด่นสามารถใช้ชำระสินค้าได้หลากหลายร้านค้าในกลุ่มเซ็นทรัลในบัตรเดียว</strong> ได้แก่ <strong>ห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล </strong>อาทิ <strong>ห้างเซ็นทรัล ห้างโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต ท็อปส์ มัทสึโมโตะ คิโยชิ ไทวัสดุ บีเอ็นบี โฮม ออโต้วัน เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส </strong>และร้านค้าพันธมิตร เช่น<strong>  มูจิ</strong> เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้เมื่อปลายปี 67 ที่ผ่านมายังได้ยกระดับประสบการณ์ด้วยการขยายช่องทางการใช้บัตรให้ครอบคลุมการรับประทานอาหารจากร้านค้าชั้นนำในเครือ <strong>เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป 14 แบรนด์ </strong>จำนวนกว่า <strong>1</strong><strong>,</strong><strong>000 สาขาทั่วประเทศ</strong> ได้แก่ <strong>มิสเตอร์ โดนัท</strong><strong>, </strong><strong>อานตี้ แอนส์</strong><strong>, </strong><strong>เปปเปอร์ ลันช์</strong><strong>, </strong><strong>ชาบูตง ราเมน</strong><strong>, </strong><strong>โคล สโตน </strong><strong>  </strong><strong>ครีมเมอรี่</strong><strong>, </strong><strong>เทอเรสซ์ เดอ บางกอก</strong><strong>, </strong><strong>โยชิโนยะ</strong><strong>, </strong><strong>โอโตยะ</strong><strong>, </strong><strong>เทนยะ</strong><strong>, </strong><strong>คัตสึยะ</strong><strong>, </strong><strong>สลัดแฟคทอรี่</strong><strong>, </strong><strong>อาริกาโตะ</strong><strong>, </strong><strong>ส้มตำนัว และ ราเมน คาเก็ตสึ อาราชิ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33636 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Ecofiber2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ Central Group Love The Earth (เซ็นทรัล กรุ๊ป เลิฟ ดิ เอิร์ธ) จึงได้เปิดตัว <strong>บัตรกระดาษรักษ์โลก</strong> <strong>ECO-FIBER 100%</strong> <strong>ซึ่งผลิตจากเยื่อกระดาษรีไซเคิล</strong> โดยนำกระดาษที่ไม่ใช้แล้วมาผสมกับเศษวัสดุการเกษตร เช่น กากอ้อย ฟางข้าว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ</p>
<p>สำหรับ <strong>ทิศทางของเมจิก กิฟต์ การ์ด ในอีก </strong><strong>3-5 </strong><strong>ปีข้างหน้า</strong> กลุ่มเซ็นทรัลมี <strong>แผนขยายสิทธิการใช้บัตรไปยังธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัลเพิ่มมากขึ้น เช่น กลุ่มโรงแรม รวมถึงพันธมิตรคู่ค้าเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ที่หลากหลาย สอดคล้องกับแท็คไลน์ว่า “ของขวัญเลือกได้ไม่สิ้นสุด” โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายรวมของทุกประเภทบัตรให้เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย </strong><strong>5-10% </strong><strong>สอดคล้องกับแผนการตลาดที่มุ่งสร้างการรับรู้</strong><strong>แบรนด์ในระยะยาวกับกลุ่มลูกค้าใหม่ควบคู่กับรักษาฐานลูกค้าเดิม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33638 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Ecofiber5.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p><strong><em>“</em></strong><strong><em>เมจิก กิฟต์ การ์ด” คือก้าวใหม่ของการให้ ที่ไม่เพียงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ แต่ยังสะท้อนความใส่ใจในโลกใบนี้ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/magic-gift-card-eco-fiber-by-central-group/">กลุ่มเซ็นทรัล ยกระดับบัตรของขวัญ &#8220;เมจิก กิฟต์ การ์ด” ด้วยนวัตกรรม ECO-FIBER 100%&#8221; รักษ์โลกด้วยวัสดุรีไซเคิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Waste Journey in Korea&#8217; การขับเคลื่อนมาตรการลดขยะและรีไซเคิลเศษวัสดุของเกาหลีใต้ ตามหลักการ Circular Economy</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/waste-journey-in-south-korea/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 May 2025 11:44:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Behavior]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Consumers]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[South Korea]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33514</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานปริมาณการเกิดขยะของเกาหลีใต้ ในปี 2560  อยู่ที่ราว 1.02 กิโลกรัม/ คน/วัน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับปริมาณในปี 2534 ​พร้อมทั้งยังมีอัตราการรีไซเคิลขยะ​ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 86%  หนึ่งใน Role Model ประเทศต้นแบบการลดขยะ เกาหลีใต้ถือเป็น​ประเทศที่มีระบบการจัดการขยะที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการมีระบบการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพมาเป็นเวลานาน มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการจัดการขยะทั่วไป และขยะเศษอาหารตามปริมาณการทิ้ง นอกจากนี้ยังใช้ระบบ Extended Producer Responsibility (EPR) หรือระบบความรับผิดชอบต่อการจัดการผลิตภัณฑ์เพื่อขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต ซึ่งจะต้องรับผิดชอบในการจัดการผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อลดการเกิดขยะได้ทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยต้อง​รับผิดชอบตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดปริมาณขยะในขั้นตอนการผลิต การจัดเก็บและกำจัดผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน และผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุ รวมถึงการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับวิธีการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริมการรีไซเคิลให้มากขึ้น เกาหลีใต้ยังมีการควบคุมการใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งอย่างเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น มาตรการลดปริมาณการใช้แก้วพลาสติกหรือแก้วกระดาษ​ในร้านกาแฟ ​ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาร์เก็ต ​รวมทั้งยังมีการออกนโยบายใหม่ๆ ​เพื่อจัดการทรัพยากร​​เพื่อส่งเสริม​​เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)​ ด้านภาคธุรกิจต่างๆ ที่ผลิตสินค้าที่ก่อให้เกิดขยะจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการรีไซเคิลขยะ รวมถึง​ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ง่ายต่อการรีไซเคิล เป้าหมายและมาตรการเกี่ยวกับการรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ใหม่ เกาหลีใต้ประกาศใช้  &#8216;มาตรการจัดการการรีไซเคิลขยะแบบครบวงจร (Comprehensive Measures of Waste Recycling)&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/waste-journey-in-south-korea/">&#8216;Waste Journey in Korea&#8217; การขับเคลื่อนมาตรการลดขยะและรีไซเคิลเศษวัสดุของเกาหลีใต้ ตามหลักการ Circular Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงานปริมาณการเกิดขยะของเกาหลีใต้ ในปี 2560  อยู่ที่ราว 1.02 กิโลกรัม/ คน/วัน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับปริมาณในปี 2534 ​พร้อมทั้งยังมีอัตราการรีไซเคิลขยะ​ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 86% <span id="more-33514"></span></p>
<p><strong>หนึ่งใน Role Model ประเทศต้นแบบการลดขยะ</strong></p>
<p>เกาหลีใต้ถือเป็น​ประเทศที่มีระบบการจัดการขยะที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการมีระบบการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพมาเป็นเวลานาน มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการจัดการขยะทั่วไป และขยะเศษอาหารตามปริมาณการทิ้ง</p>
<p>นอกจากนี้ยังใช้ระบบ <strong>Extended Producer Responsibility</strong> (EPR) หรือระบบความรับผิดชอบต่อการจัดการผลิตภัณฑ์เพื่อขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต ซึ่งจะต้องรับผิดชอบในการจัดการผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อลดการเกิดขยะได้ทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์</p>
<p>โดยต้อง​รับผิดชอบตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดปริมาณขยะในขั้นตอนการผลิต การจัดเก็บและกำจัดผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน และผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุ รวมถึงการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับวิธีการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริมการรีไซเคิลให้มากขึ้น</p>
<p>เกาหลีใต้ยังมีการควบคุมการใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งอย่างเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น มาตรการลดปริมาณการใช้แก้วพลาสติกหรือแก้วกระดาษ​ในร้านกาแฟ ​ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาร์เก็ต ​รวมทั้งยังมีการออกนโยบายใหม่ๆ ​เพื่อจัดการทรัพยากร​​เพื่อส่งเสริม​​เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)​</p>
<p>ด้านภาคธุรกิจต่างๆ ที่ผลิตสินค้าที่ก่อให้เกิดขยะจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการรีไซเคิลขยะ รวมถึง​ต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ง่ายต่อการรีไซเคิล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33516 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Recycle1.png" alt="" width="1200" height="777" /></p>
<p><strong>เป้าหมายและมาตรการเกี่ยวกับการรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ใหม่</strong></p>
<p>เกาหลีใต้ประกาศใช้  &#8216;<strong>มาตรการจัดการการรีไซเคิลขยะแบบครบวงจร (Comprehensive Measures of Waste Recycling)&#8217;</strong> ในปี 2561 ​​ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การบริโภค การกำจัดขยะ การรวบรวมและคัดแยกขยะ จนถึงการรีไซเคิล <em><strong>โดยตั้งเป้าหมาย​ลดปริมาณขยะพลาสติกลง 50% และนำขยะพลาสติกมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) ให้ได้ 70%  ภายในปี 2573</strong></em></p>
<p>จากรายงาน​ในปี 2559 ขยะ​ทั้งหมดในเกาหลีใต้ ได้รับการรีไซเคิล ​ 84.8%  ขณะที่ 6.2% ถูกนำไปเผาทำลาย และ  8.8% ถูกฝังกลบ</p>
<p>ซึ่งหากพิจารณาเชิงลึก จะพบว่าภาคครัวเรือน มีอัตราการรีไซเคิล​ 60% ซึ่งยังเป็นปริมาณที่ต่ำ เมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมที่มีปริมาณการรีไซเคลขยะ​ 88.5% พร้อมทั้งพบว่า ปริมาณขยะทั้งในครัวเรือนและอุตสาหกรรมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>จึง​ต้องมีมาตรการเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพ ​เพื่อลดการเกิดขยะตลอดวงจรผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการหมุนเวียน ทรัพยากรผ่านการขับเคลื่อน <strong>แผนว่าด้วยการหมุนเวียนทรัพยากร ปี พ.ศ 2561- 2570   (The Basic Plan on Resource Circulation 2018-2027) </strong></p>
<p>ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดเป้าหมายเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์​​ระยะกลางถึงระยะยาวโดยวางวิสัยทัศน์  ได้แก่ การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านยุทธศาสตร์​สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งระบบการหมุนเวียนทรัพยากรแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปจนถึง การบริโภค การจัดการ และการรีไซเคิล การลดการเกิดขยะ</p>
<p>พร้อม​ส่งเสริมการรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ที่มีคุณภาพสูง และการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะระดับชุมชน โดยบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน  พร้อมกำหนดบทบาท​ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่า​จะเป็นรัฐบาล  ส่วนปกครองท้องถิ่น ผู้ผลิต และผู้บริโภค เพื่อเปลี่ยน​รูปแบบการผลิตและการบริโภค ให้สามารถ​ลดขยะในครัวเรือน รวมถึงพลาสติก รวมท้ังการหาแนวทางต่างๆ ในการกำจัดขยะ เพื่อบรรลุเป้าหมาย​ลดการเกิดขยะพลาสติก 50% และยกระดับอัตราการรีไซเคิลพลาสติก​​เป็น 70% ภายในปี2573</p>
<figure id="attachment_33515" aria-describedby="caption-attachment-33515" style="width: 1320px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-33515 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Package1.jpg" alt="" width="1320" height="462" /><figcaption id="caption-attachment-33515" class="wp-caption-text">ภาพ : DITP (Food &amp; Beverage News: https://www.thinkfood.co.kr)</figcaption></figure>
<p>สำหรับรูปแบบการจัดการขยะของเกาหลีใต้ในแต่ละขั้นตอน อาทิ</p>
<p><strong>ด้านการผลิต (Production) </strong></p>
<p>มีการประเมินความสามารถในการรีไซเคิลของวัสดุบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด รวมถึงขวดพลาสติก และจะนำผลการประเมินมา​ใช้เป็นเกณฑ์เพื่อให้ผู้ผลิตชำระค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการรีไซเคิลในอัตราที่แตกต่างกันไป ซึ่งพบว่า​ในปี 2563 ขวดพลาสติกชนิดมีสี ถูกแทนที่ด้วยขวดพลาสติกใสเพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิลขยะ ​</p>
<p><strong>ด้านการบริโภค (Consumption)</strong></p>
<p>การกำหนดมาตรฐานการรีไซเคิลสำหรับบรรจุภัณฑ์  เนื่องจากภาคธุรกิจมีการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งสูงขึ้น (Single-use) จึง ตั้งเป้าหมายในปี 2565 ให้ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกและแก้วพลาสติกลง 35% โดยเน้นการใช้ถุงผ้า (Eco-Bag) และแก้วส่วนตัว (Personal Cup) มากขึ้น</p>
<p><strong>ด้านการจัดการขยะ (Disposal) </strong></p>
<p>มีการจัดการขยะอย่างเคร่งครัด ทำให้ผู้บริโภคตื่นรู้และปฎิบัติตามวิธีการแยกขยะได้อย่างถูกต้อง รวมถึงมีการจัดทำคู่มือและแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือให้สามารถใช้งานง่าย เสริมสร้างศักยภาพให้กับ องค์กรส่วนท้องถิ่นและชุมชนมนการจัดการขยะในท้องถิ่นด้วย</p>
<figure id="attachment_33518" aria-describedby="caption-attachment-33518" style="width: 1338px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-33518 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Refill.jpg" alt="" width="1338" height="428" /><figcaption id="caption-attachment-33518" class="wp-caption-text">ภาพ : DITP (Amore Pacific website)</figcaption></figure>
<p><strong>ด้านการรีไซเคิล (Recycling)</strong></p>
<p>ใช้มาตรฐาน Extended Producer Responsibility (EPR) หรือ ระบบความรับผิดชอบต่อการจัดการผลิตภัณฑ์เพื่อขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต เพื่อส่งเสริมการผลิตสินค้าที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีการลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการรีไซเคิลเชิงนวัตกรร​ม  เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดรีไซเคิล และส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง การปรับปรุงการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงและขยะอัดแท่ง (Solid Refused Feul: SRF) เป็นต้น</p>
<p>การขับเคลื่อนอย่างจริงจังและบูรณาการในทุกภาคส่วน ทำให้ประสิทธิภาพในการลดขยะ และรีไซเคิลของเกาหลีใต้ดีขึ้น พร้อมทั้งสร้างให้เกิด <strong>เทรนด์ในการพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม </strong>กระจายตัวไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคธุรกิจและแบรนด์ชั้นนำต่างๆ รวมทั้งการพัฒนารูปแบบหรือโมเดลธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ Zero Waste ไม่ว่าจะเป็น Zero Waste Store, Zero Waste Market โดยเฉพาะร้านรีฟิลต่างๆ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ด้วยการมีจุดเติมสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถนำขวด หรือบรรจุภัณฑ์มาเอง เพื่อเติมสินค้าต่างๆ  ทั้งน้ำยา​ทำความสะอาด สบู่ แชมพู ข้าวสาร ธัญพืช เครื่องปรุงรส หรือน้ำมัน รวมไปถึงแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ ที่ต้องการตอบโจทย์ประสบการณ์ที่คุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​</p>
<figure id="attachment_33517" aria-describedby="caption-attachment-33517" style="width: 1356px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-33517 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Package2.jpg" alt="" width="1356" height="432" /><figcaption id="caption-attachment-33517" class="wp-caption-text">ภาพ : DITP (Each company’s website)</figcaption></figure>
<p>เช่นเดียวกับ <strong>เทรนด์บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก </strong>ที่เติบโตและได้รับการส่งเสริมอย่างแพร่หลาย​มากเช่นกัน ทั้งการลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่เกินความจำเป็นลง การเลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ หรือพลาสติกชีวภาพ ​รวมทั้งการเลือกหมึกพิมพ์จากธรรมชาติ  หรือแม้แต่การออกแบบดีไซน์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดเครื่องดื่ม การใช้เทปปิดกล่องที่ทำมาจากกระดาษแทนพลาสติก รวมทั้งหีบห่อที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมี <strong>การพัฒนานวัตกรรมการออกแบบวัสดุรีไซเคิล</strong> สำหรับสินค้าแฟชั่น ที่ให้ความสำคัญกับการนำวัสดุรีไซเคิล และการแปรรูป​วัสดุเหลือใช้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยมีหลายแบรนด์ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากวัสดุเหลือใช้ (Recycling and Upcycling) จาก​แบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นการนำของค้างสต๊อก หรือเศษวัสดุมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จากดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงทำให้ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/waste-journey-in-south-korea/">&#8216;Waste Journey in Korea&#8217; การขับเคลื่อนมาตรการลดขยะและรีไซเคิลเศษวัสดุของเกาหลีใต้ ตามหลักการ Circular Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมบัญชีกลาง เร่งผลักดันแผน &#8216;จัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ&#8217; คาดดันเข้า ครม. ในปีงบประมาณนี้ พร้อมประกาศใช้​ได้ทันปีงบประมาณหน้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/cgd-drives-green-public-procurement-framework/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 May 2025 12:33:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CGD]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GPP]]></category>
		<category><![CDATA[Green Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[green product]]></category>
		<category><![CDATA[Green Public Procurement Framework]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[กรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[จัดซื้อจัดจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แผนยุทธศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[แพตริเซีย มงคลวนิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33352</guid>

					<description><![CDATA[<p>การจัดซื้อสีเขียว (Green Procurement) ช่วย​ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ​ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสู่กระบวนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน​ของทุกภาคส่วน องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD : Thailand Business Council for Sustainable Development) จึงร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI : Thailand Environment Institute) จัดงานสัมมนา &#8216;Net Zero ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน&#8217;  เพื่อร่วมขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมให้เกิดการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน คุณแพตริเชีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ​(CGD) กล่าวในงานสัมมนา &#8216;Net Zero ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน&#8217; ผ่านหัว​ข้อ &#8216;บทบาทกรมบัญชีกลางกับการสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&#8217; ​โดยระบุว่า กรมบัญชีกลางมีเป้าหมายในการดำเนินนโยบายขับเคลื่อนภาครัฐให้เป็นภาครัฐสีเขียวและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น  โดยวางกรอบผ่านการกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Product) พร้อมหน่วยงานนำร่องและรายการสินค้าที่สนับสนุนในปีแรกและระยะต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติได้ทันในปีงบประมาณ 2568 นี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/cgd-drives-green-public-procurement-framework/">กรมบัญชีกลาง เร่งผลักดันแผน &#8216;จัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ&#8217; คาดดันเข้า ครม. ในปีงบประมาณนี้ พร้อมประกาศใช้​ได้ทันปีงบประมาณหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การจัดซื้อสีเขียว (Green Procurement) ช่วย​ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ​ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสู่กระบวนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน​ของทุกภาคส่วน</p>
<p><span id="more-33352"></span></p>
<p><strong>องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong> (TBCSD : Thailand Business Council for Sustainable Development) จึงร่วมกับ <strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> (TEI : Thailand Environment Institute) จัดงานสัมมนา &#8216;<strong>Net Zero ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน&#8217;  </strong>เพื่อร่วมขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมให้เกิดการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณแพตริเชีย มงคลวนิช</strong> อธิบดีกรมบัญชีกลาง ​(CGD) กล่าวในงานสัมมนา &#8216;<strong>Net Zero ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน&#8217; </strong>ผ่านหัว​ข้อ<strong> &#8216;บทบาทกรมบัญชีกลางกับการสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&#8217;</strong> ​โดยระบุว่า กรมบัญชีกลางมีเป้าหมายในการดำเนินนโยบายขับเคลื่อนภาครัฐให้เป็นภาครัฐสีเขียวและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น  โดยวางกรอบผ่านการกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Product) พร้อมหน่วยงานนำร่องและรายการสินค้าที่สนับสนุนในปีแรกและระยะต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติได้ทันในปีงบประมาณ 2568 นี้ เพื่อสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในปีงบประมาณ 2569</p>
<p>ทั้งนี้ ปัจจุบันมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ เฉพาะในส่วนที่ดำเนินการผ่าน พรบ.จัด​ซื้อจัดจ้าง มีสัดส่วนราว 7% ของ GDP ประเทศ หรือคิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาท แต่หากรวมการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบ PPP รวมทั้งการซื้อโดยใช้เงินนอกงบประมาณ คาดว่าจะสูงถึง 10% ขณะที่มูลค่า​การจัดซื้อของภาครัฐในส่วนที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement) ตามข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ อยู่ที่ราว 800 ล้านบาท ซึ่งยังมีช่องว่างเป็นโอกาสในการเพิ่มสัดส่วน Green Procurement ของภาครัฐได้อีกมาก เพื่อสามารถตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศไทย ทั้​ง​การ​ขับเคลื่อนประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ​2593 ​การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero emissions) ในปี 2608 ​รวมทั้งบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ในปี  2573 ตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้ในเวทีโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33353 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/GPP-Milestone.jpg" alt="" width="1200" height="662" /></p>
<p><em>&#8220;กรมบัญชีกลางวาง Framework และ Milestone เพื่อวางแผนการเปลี่ยนผ่านในการบังคับใช้ทั้งกับหน่วยงานทั้งหมด รวมทั้งหน่วยงานนำร่อง ที่อยู่ใน Ecosystem ของกลุ่มที่ต้องขับเคลื่อนเพื่อผลักดัน ​ ทั้งกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และกระทรวงทรัยพากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นต้น โดยวางประเภทกลุ่มสินค้า และรายการสินค้า ที่ต้องจัดซื้อแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขยับเพิ่มมากขึ้นในปีต่อๆ ไป ซึ่งต้องขับเคลื่อนควบคู่ไปกับกระบวนการเพื่อสามารถรายงาน และวัดผลอย่างจับต้อง​เป็นรูปธรรมได้​&#8221;</em></p>
<p><strong>คุณแพตริเซีย</strong> กล่าวเพิ่มว่า การขับเคลื่อนสู่การเป็นภาครัฐสีเขียว ยังช่วยลดต้นทุนให้ประเทศในระยะยาวได้ แม้อาจจะต้องแบกรับต้นทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ​แต่ที่สุดแล้วจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และลดความเสี่ยงต่อค่าธรรมเนียมต่างๆ โดยเฉพาะในหลายประเทศที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน ส่วนเป้าหมายที่กรมบัญชีกลางคาดหวังในการขับเคลื่อน Green Public Procurement คือ การเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานรัฐเพิ่มมากขึ้นทุกปี การสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เช่น การเลือกซื้อสินค้าที่สามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายในธรรมชาติได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33354 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/K-Patrisia-.jpg" alt="" width="1200" height="696" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังมีส่วนช่วยให้กลุ่มผู้ผลิตสินค้าหันมาผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น จากการขับเคลื่อนดีมานด์จากฝั่งภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้น  เป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่ต้องการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มหน่วยงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้นด้วย รวมทั้ง​โอกาสในการขยาย Product Lists สำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเพิ่มทางเลือกกลุ่มสินค้าสีเขียว ที่มีราคาแข่งขันได้ โดยเฉพาะในสินค้าบางรายที่สามารถได้รับการรับรองมาตรฐานสากลต่างๆ ได้แล้ว  ต่อการมีมาตรการเพื่อสามารถได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศ โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด เพื่อลดทั้งค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ และเพิ่มสินค้าทางเลือกสำหรับ Green Public Procurement ได้มากขึ้น  นอกจากนี้ ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงในระยะยาวจากการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนที่จะเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย</p>
<p><em>&#8220;​​ความท้าทายในการขับเคลื่อน Green Public Procurement  คือ การระมัดระวังเรื่องของการฟอกเขียว หรือ Green Washing รวมทั้งการหาช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อหาทางหลบเลี่ยง ซึ่งจะนำมาสู่ปัญหาอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบตามมา​เป็นลูกโซ่  ซึ่งเป็นสิ่งที่​ผู้ที่มีหน้าที่ควบคุมต้องหาวิธีรับมือ ขณะที่ภาครัฐเองก็ต้องไม่กลายเป็นอุปสรรคในการผลักดันหรือขับเคลื่อน แต่ต้องสามารถสร้างสมดุลระหว่างการกำกับดูแล และควบคุม แต่ต้องไม่กลายเป็นอุปสรรค เพื่อให้สามารถสปีดและเกิดการขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างบูรณาการ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็น  Green Economy ได้อย่างแท้จริง&#8221; </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/cgd-drives-green-public-procurement-framework/">กรมบัญชีกลาง เร่งผลักดันแผน &#8216;จัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ&#8217; คาดดันเข้า ครม. ในปีงบประมาณนี้ พร้อมประกาศใช้​ได้ทันปีงบประมาณหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
