<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เพาะพันธุ์ปัญญาน่าน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 May 2019 15:34:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เพาะพันธุ์ปัญญาน่าน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เพาะพันธุ์ปัญญา :  ปฏิรูปการศึกษาไทย เน้นวิเคราะห์ไม่ต้องท่องจำ ปั้น “กล้าพันธุ์” ผู้พิทักษ์ผืนป่าและชุมชน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/05/educational-reform-kbank-nan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 May 2019 15:34:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Educational reform]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาในศตวรรษที่ 21]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะพันธุุ์ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[เพาะพันธุ์ปัญญาน่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5811</guid>

					<description><![CDATA[<p>บรรยายกาศภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ของโรงแรมน่านตรึงใจ อบอุ่นไปด้วยชาวเพาะพันธุ์ปัญญากว่า 200 คน ที่มาร่วมงานพิธีขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการฯ ถือเป็นวันที่ทุกคนปลื้มปีติกับผลงานที่ภาคเพียรทุ่มเทแรงกายแรงใจกันมาตลอด 7 ปี เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือสร้างการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน &#160; &#160; 7 ปี เพาะพันธุ์ “กล้า” ในวันแห่งการประกาศจบภารกิจเพาะพันธุ์ปัญญาอย่างเสร็จสมบูรณ์ รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ หัวหน้าหน่วยจัดการโครงการฯ ได้กล่าวสรุปถึงผลงานที่ทำไว้ 7 ปี ว่า “ สังคมรับรู้และถามถึงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญามากเมื่อการทำงานของเราเข้าสู่ปีที่ 2 และนี่คือผลงานบางส่วนของโครงการฯ จากการยอมรับของสังคม อาทิ    ได้รับรางวัลโครงการวิจัยเด่นจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย       ( สกว.) ประจำปี 2557 , คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษารับให้เป็นหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม “โครงงานฐานวิจัยจากการใช้ชีวิตจริง” เป็นวิชาในการปฏิรูปการศึกษา ,เป็นหลักสูตรในการผลิตครูที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งนำไปใช้ ,ขณะนี้โครงการฯได้ขยายผลสู่โรงเรียน อบจ.ศรีสะเกษ โดยมีเป้าหมายให้ครบ 39 โรง ,คะแนนโอเน็ตของนักเรียนในโครงการฯเพิ่มขึ้น ซึ่งเราเน้นเรื่องการไปเปลี่ยนวิธีคิดของเด็ก นอกจากนี้นักเรียนหลายคนยังได้รับโควตาเข้ามหาวิทยาลัย ถือเป็นปรากฏการณ์ประหลาดมากในสายตาครูและผู้ปกครอง ฯลฯ.” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/05/educational-reform-kbank-nan/">เพาะพันธุ์ปัญญา :  ปฏิรูปการศึกษาไทย เน้นวิเคราะห์ไม่ต้องท่องจำ ปั้น “กล้าพันธุ์” ผู้พิทักษ์ผืนป่าและชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">บรรยายกาศภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ของโรงแรมน่านตรึงใจ อบอุ่นไปด้วยชาวเพาะพันธุ์ปัญญากว่า 200 คน ที่มาร่วมงานพิธีขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการฯ ถือเป็นวันที่ทุกคนปลื้มปีติกับผลงานที่ภาคเพียรทุ่มเทแรงกายแรงใจกันมาตลอด 7 ปี เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือสร้างการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน</span></h4>
<p><span id="more-5811"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class=" wp-image-5812 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/P-1-3.jpg" alt="" width="515" height="344" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>7 ปี เพาะพันธุ์ “กล้า”</strong> </span></p>
<p>ในวันแห่งการประกาศจบภารกิจเพาะพันธุ์ปัญญาอย่างเสร็จสมบูรณ์ <strong>รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ หัวหน้าหน่วยจัดการโครงการฯ</strong> ได้กล่าวสรุปถึงผลงานที่ทำไว้ 7 ปี ว่า</p>
<p>“ สังคมรับรู้และถามถึงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญามากเมื่อการทำงานของเราเข้าสู่ปีที่ 2 และนี่คือผลงานบางส่วนของโครงการฯ จากการยอมรับของสังคม อาทิ    ได้รับรางวัลโครงการวิจัยเด่นจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย       ( สกว.) ประจำปี 2557 , คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษารับให้เป็นหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม “โครงงานฐานวิจัยจากการใช้ชีวิตจริง” เป็นวิชาในการปฏิรูปการศึกษา ,เป็นหลักสูตรในการผลิตครูที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งนำไปใช้ ,ขณะนี้โครงการฯได้ขยายผลสู่โรงเรียน อบจ.ศรีสะเกษ โดยมีเป้าหมายให้ครบ 39 โรง ,คะแนนโอเน็ตของนักเรียนในโครงการฯเพิ่มขึ้น ซึ่งเราเน้นเรื่องการไปเปลี่ยนวิธีคิดของเด็ก นอกจากนี้นักเรียนหลายคนยังได้รับโควตาเข้ามหาวิทยาลัย ถือเป็นปรากฏการณ์ประหลาดมากในสายตาครูและผู้ปกครอง ฯลฯ.”</p>
<p>โครงการเพาะพันธุ์ปัญญาเริ่มต้นขึ้นระหว่างปี 2555-2560 และได้รับการสนับสนุนให้ทำงานต่อเนื่องอีก 2 ปีเพื่อพัฒนาการฐานรากให้ยั่งยืน และจะจบลงอย่างสมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายคือการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนของเยาวชนไทย ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ( สกว.) และธนาคารกสิกรไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>สร้างองค์ความรู้สู่การเรียนศตวรรษที่ 21</strong></span></p>
<p>“ โครงการเพาะพันธุ์ปัญญาเป็นปฏิบัติการซับซ้อนทางปรัชญา เราเองทำงานไปก็ต้องค้นคว้าไปด้วย ถือเป็นโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ที่มีครูเป็นผู้ร่วมปฏิบัติการ และเราพยายามสร้างองค์ความรู้ของเราเอง” <strong>รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์</strong> กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของกระบวนการทำงานในโครงการฯ</p>
<p>นั่นคือจุดเริ่มต้นของโครงการเมื่อ 7 ปีก่อน ด้วยการมองปัญหาการศึกษาไทยที่เน้นเรื่องการท่องจำเป็นหลัก ขาดทักษะกระบวนการคิดและวิเคราะห์บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจความเป็นเหตุเป็นผลของปรากฏการณ์ เมื่อจบการศึกษาออกไปเด็กจึงขาดทักษะในการทำงาน การแก้ปัญหาไม่เป็นเพราะต้องรอแต่คำสั่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-5813 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/P-2-3.jpg" alt="" width="604" height="403" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ การเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ การศึกษาจะต้องหล่อหลอมให้เด็กทำงานให้เป็น เพราะในอนาคตคนที่เป็นแรงงาน 1 คนจะต้องเลี้ยงดูเด็กและคนแก่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเด็กต้องมีทักษะในการทำงานร่วมกันในหมู่คน ส่วนความรู้เด็กสามารถหาได้เอง ในอนาคตสถานศึกษาสามารถให้ความรู้เด็กได้เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นคือผลการเรียนรู้ของเด็กในโลกยุคใหม่ ดังนั้นครูจะต้องเปลี่ยนให้เด็กทำงานแทนการจดจำเรียนรู้ เด็กจะได้ทั้งภาวะจิตใจที่ดีขึ้น”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ครู-พี่เลี้ยง” คือพลังขับเคลื่อน</strong></span></p>
<p>กระบวนการทำงานของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาสู่เป้าหมายความพยายามเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนทั้งครูและเด็ก จึงต้องใช้ทั้ง<strong> “ครู”</strong> และ <strong>“พี่เลี้ยง”</strong> เป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อเปลี่ยนวิธีการการสอนแบบเดิมๆ คือท่องจำ มาให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงจากโครงงาน กระบวนการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาด้านข้างในหรือจิตวิญญาณ และการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุและผล มีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เพื่อเป้าหมายสู่การศึกษาในศตวรรษที่ 21</p>
<p>ดังนั้นจุดเริ่มต้นในการทำงานของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาคือการสร้าง และพัฒนา <strong>“ครู”</strong> ซึ่งเป็นผู้ที่สอนใกล้ชิดนักเรียนและ<strong>“พี่เลี้ยง”</strong> ซึ่งได้มาจาก 8 มหาวิทยาลัยในพื้นที่ โดยมีหน้าที่มาช่วยแนะนำครู โดยทั้งครูและพี่เลี้ยงทั้งหมดต่างทุ่มเทการทำงานเพื่อทำให้กระบวนการเพาะพันธุ์ปัญญาสามารถขับเคลื่อนได้เป็นรูปธรรมสู่เป้าหมาที่วางไว้</p>
<p>แม้โครงการเพาะพันธุ์ปัญญาจะจบโครงการไปแล้ว แต่กระบวนการขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยในอนาคตยังคงเดินหน้าต่อไป เพราะ 7 ปีแห่งการวางรากฐานที่ใช้ครูและพี่เลี้ยงเป็นพลังขับเคลื่อนยังคงทำงานสืบต่อไป<br />
โดยปัจจุบันโครงการฯ ได้เกี่ยวข้องกับครูประมาณปีละ 700 คน นักเรียน 4,000 คน มีโรงเรียนผ่านโครงการทั้งสิ้น 135 โรง มีครูที่ได้รับกาดรคัดเลือกเป็น<strong> “ครูปัญญาทีปกรเพาะพันธุ์ปัญญา”</strong> จำนวน 24 คน และคัดเลือกโรงเรียน 16 โรงจาก 8 ศูนย์ ๆ ละ 2 โรง เพื่อทำหน้าที่เป็นโรงเรียนต้นแบบคอยเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลช่วยเหลือโรงเรียนในสังกัด</p>
<p><strong>รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์</strong> กล่าวถึงสถานของครูและพี่เลี้ยงหลังปิดโครงการนี้ว่า “ ตอนนี้ทั้งครูและพี่เลี้ยงทำงานเป็น Network เชื่อมต่อกันตามภาคต่าง ๆ จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ไม่มีการแยกภูมิภาคอีกต่อไป กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว ซึ่งกลายเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง ดังนั้นถึงแม้โครงการฯนี้จะจบลงแล้ว แต่ทุกอย่างที่เราทำร่วมกันยังเดินหน้าต่อไป”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-5814 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/P-3-2.jpg" alt="" width="528" height="352" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในมุมของผู้สนับสนุนอย่างธนาคารกสิกรไทย มีความพึงพอใจกับโครงการนี้อย่างไรบ้าง <strong>บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย</strong> เปิดเผยว่า</p>
<p>“ เราถอดชีวิตนักเรียนเพาะพันธุ์ปัญญา โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส ที่พิสูจน์ชัดว่าเพาะพันธุ์ปัญญาชุบชีวิตเขาได้ เรื่องราวเหล่านี้อยู่ในหนังสือ “ กล้าพันธุ์ผู้ก้าวพ้น” ถ้าอ่านดูจะเห็นว่าเขาเปลี่ยนไปมากจากการมีระบบคิดที่ดีนำทางชีวิต ประมาณร้อยละ 80 – 90 ของเด็กเพาะพันธุ์ปัญญาจะพัฒนาได้อย่างนี้ แต่มากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับความสามารถของครูและการสนับสนุนของโรงเรียน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ต่อยอดสู่ “น่านเพาะพันธุ์ปัญญา”</strong></span></p>
<p>แม้โครงการเพาะพันธุ์ปัญญาจะเสร็จสิ้นภารกิจอย่างสมบูรณ์ไปแล้ว แต่ยังมีพื้นที่อีกหลายแห่งที่มีปัญหาในชุมชนและรอคอยความหวังที่จะพัฒนาองค์ความรู้ด้านการศึกษาเพื่อสร้างฐานรากชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้จึงมีการขยาย <strong>“กล้าพันธุ์แห่งปัญญา”</strong> โดยต่อยอดจากโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาไปสู่จังหวัดน่าน ในชื่อใหม่ว่า “โครงการน่านเพาะพันธุ์ปัญญา”</p>
<p>โดยความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทย และมหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่ง<strong>บัณฑูร ล่ำซำ</strong> ได้กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการน่านเพาะพันธุ์ปัญญาว่า</p>
<p>“ เราเชื่อมั่นในองค์ความรู้ วิธีการ และกระบวนการของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ดังนั้นธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยาจัดทำโครงการ “น่านเพาะพันธุ์ปัญญา” และคัดเลือก 30 โรงเรียนของจังหวัดน่านเข้าร่วมโครงการ โดยมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2562-2565 มีเป้าหมายเพื่อบ่มเพาะระบบคิดแบบเหตุและผลในการดำเนินชีวิตร่วมกับทรัพยากรน่าน ด้วยเจตคติที่จะอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรในถิ่นกำเนิดของตน โดยเฉพาะการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญของจังหวัดน่าน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">ตอบโจทย์ความยั่งยืนของชุมชน</span></strong></p>
<p>การเริ่มต้นโครงการน่านเพาะพันธุ์ปัญญา โดยมี <strong>รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์</strong> เป็นผู้วางรากฐานหลักสูตร จากพื้นฐานการวิเคราะห์มองปัญหาของจังหวัดน่านว่า</p>
<p>“ น่านมีปัญหาเรื่องการใช้ทรัพยากรเพื่อมาตอบสนองความต้องการของมนุษย์ โดยไม่เข้าใจระบบ การไหลเวียนของทรัพยากร ดังนั้นเราต้องสอนให้เด็กเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการคิดเชิงระบบให้ได้ ดังนั้นเราจึงหลอมรวม <strong>STEM ( Science , Technology , Engineering , Mathematics )</strong> ซึ่งเป็นแนวคิดของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาเข้ากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้ในชื่อใหม่ว่า<strong> SEEEM</strong>”</p>
<p>โดย <strong>SEEEM</strong> เป็นการเรียนแบบทำโครงฐานวิจัยที่บูรณาการ 5 สาระวิชามาอยู่ในหลักการ ประกอบด้วย<strong> วิทยาศาสตร์ (Science) , เศรษฐศาสตร์( Economics) ,นิเวศวิทยา ( Ecology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และ คณิตศาสตร์ ( Mathematics )</strong></p>
<p>รศ.ดร.สุธีระ อธิบายเพิ่มเติมจากหลักคิดในเชิงทฤษฎีมาสู่ภาคปฏิบัติแบบง่าย ๆ ว่า</p>
<p>“ เด็กต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้วยกันระหว่างพืชและสัตว์ เช่นการทำโครงงานเลี้ยงกบ เขาต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการเลี้ยงกบกับการใช้น้ำที่เลี้ยงกบไปปลูกผัก คือความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับระบบนิเวศ และที่อยู่อาศัย ”</p>
<p>ซึ่งเมื่อถอดรหัสบทเรียนออกมาแล้ว กบกับการปลูกผักที่ต้องพึ่งพากันคือ<strong>นิเวศวิทยา ( Ecology)</strong> ส่วนการสอนให้เด็กรู้จักคำนวณต้นทุนการเลี้ยง เรื่องกำไร-ขาดทุน เป็นการใช้<strong>คณิตศาสตร์ ( Mathematics )</strong> และ<strong> เศรษฐศาสตร์( Economics)</strong> เป็นต้น</p>
<p>สภาพป่าต้นน้ำของจังหวัดน่านในปัจจุบันถูกทำลายกลายเป็นภูเขาหัวโลน ซึ่งเป็นวิกฤตหนักที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใย จึงทำให้ทุกฝ่ายกำลังระดมกำลังเข้ามาช่วยเหลือโดยตั้งโครงการ <strong>“รักษ์ป่าน่าน”</strong> ขึ้น สำหรับโครงการน่านเพาะพันธุ์ปัญญาเป็นเพียงหนึ่ง<strong> “ต้นกล้า”</strong> เล็ก ๆ ที่รอการหยังรากลึกลงในป่าใหญ่ พร้อมที่จะเติบโตกลายเป็นไม้ใหญ่คลุมผืนป่าน่านต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5815 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/P-4.jpg" alt="" width="598" height="397" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5816 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/P-6.jpg" alt="" width="609" height="406" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5817 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/P-7.jpg" alt="" width="625" height="418" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5818 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/P-8.jpg" alt="" width="613" height="409" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/05/educational-reform-kbank-nan/">เพาะพันธุ์ปัญญา :  ปฏิรูปการศึกษาไทย เน้นวิเคราะห์ไม่ต้องท่องจำ ปั้น “กล้าพันธุ์” ผู้พิทักษ์ผืนป่าและชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
