<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เหล็ก &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jun 2023 12:17:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เหล็ก &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างปี 2566 เติบโตต่อเนื่องตามภาคก่อสร้าง ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงาน และแรงกดดันจากเทรนด์ ESG</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/energy-and-esg-trend-challenge-of-construction-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jun 2023 12:17:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[กระเบื้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ความผันผวนทางพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[สีทาอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เหล็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19496</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC แนะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือความท้าทาย และลดความเสี่ยงจากต้นทุนด้านพลังงาน ที่ยังมีความผันผวน รวมทั้งมีนวัตกรรมที่ช่วยลด GHG ในกระบวนการผลิต เพื่อแรงกดดันต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความสนใจ​เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในภาพรวม ตามอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ขยายตัว  โดยแยกตามประเภทของแต่ละกลุ่มวัสดุ ได้ดังนี้ เหล็ก : ความต้องการใช้เหล็กในประเทศปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัว 6%YOY ตามการเติบโตของภาคการก่อสร้าง และการผลิตรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ราคาเหล็กโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง 6% ถึง 14%YOY จากราคาพลังงาน และราคาสินแร่เหล็กที่ลดลง ส่งผลให้มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมเหล็กในปี 2023 มีแนวโน้มลดลง 1%YOY ปูนซีเมนต์ : ปริมาณการใช้งานปูนซีเมนต์ในประเทศปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวอยู่ที่ 4 ล้านตัน (+1.7%YOY) โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของการก่อสร้างภาครัฐ และเอกชน ขณะที่ปริมาณการส่งออกปูนซีเมนต์และปูนเม็ด คาดว่าจะฟื้นตัว 10.5%YOY มาอยู่ที่ 9.3 ล้านตัน ตามการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างในประเทศคู่ค้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/energy-and-esg-trend-challenge-of-construction-industry/">อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างปี 2566 เติบโตต่อเนื่องตามภาคก่อสร้าง ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงาน และแรงกดดันจากเทรนด์ ESG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ </strong>หรือ<strong> SCB EIC</strong> แนะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือความท้าทาย และลดความเสี่ยงจากต้นทุนด้านพลังงาน ที่ยังมีความผันผวน รวมทั้งมีนวัตกรรมที่ช่วยลด GHG ในกระบวนการผลิต เพื่อแรงกดดันต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความสนใจ​เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-19496"></span></p>
<p>ทั้งนี้ อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในภาพรวม ตามอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ขยายตัว  โดยแยกตามประเภทของแต่ละกลุ่มวัสดุ ได้ดังนี้</p>
<p><strong><u>เหล็ก</u></strong> <strong>: </strong>ความต้องการใช้เหล็กในประเทศปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัว 6%YOY ตามการเติบโตของภาคการก่อสร้าง และการผลิตรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ราคาเหล็กโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง 6% ถึง 14%YOY จากราคาพลังงาน และราคาสินแร่เหล็กที่ลดลง ส่งผลให้มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมเหล็กในปี 2023 มีแนวโน้มลดลง 1%YOY</p>
<p><strong><u>ปูนซีเมนต์ </u></strong><strong>: </strong>ปริมาณการใช้งานปูนซีเมนต์ในประเทศปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวอยู่ที่ 4 ล้านตัน (+1.7%YOY) โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของการก่อสร้างภาครัฐ และเอกชน ขณะที่ปริมาณการส่งออกปูนซีเมนต์และปูนเม็ด คาดว่าจะฟื้นตัว 10.5%YOY มาอยู่ที่ 9.3 ล้านตัน ตามการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างในประเทศคู่ค้า สำหรับราคาปูนซีเมนต์มีแนวโน้มปรับตัวลดลง 3.2%YOY มาอยู่ที่ 1.82 พันบาท/ตัน ตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลง</p>
<p><strong><u>กระเบื้อง </u></strong><strong>: </strong>ปริมาณการใช้งานกระเบื้องปูพื้นบุผนังในประเทศปี 2566 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3%YOY มาอยู่ที่ 226 ล้าน ตร.ม. ตามการเติบโตของการก่อสร้างภาคเอกชนที่มีแนวโน้มขยายตัว รวมถึงการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยตามการขยายตัวของการบริโภคภาคครัวเรือน ขณะที่ปริมาณการนำเข้ากระเบื้องมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวราว 2.3%YOY จากความต้องการใช้ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนการนำเข้ากระเบื้องที่มีแนวโน้มลดลง ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ทำให้กระเบื้องนำเข้า เข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น</p>
<p><strong><u>สีทาอาคาร </u></strong><strong>: </strong>มูลค่าตลาดสีทาอาคารในปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวราว 7%YOY อยู่ที่ระดับ 2.08 หมื่นล้านบาท ตามการเติบโตของการก่อสร้างภาคเอกชน และการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มเติบโตตามการบริโภคภาคครัวเรือน โดยคาดว่าราคาเฉลี่ยสีทาอาคารจะปรับตัวลดลงตามต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตจากน้ำมันดิบ ที่คาดว่าจะปรับตัวลดลง จึงทำให้มูลค่าตลาดในปี 2566 เติบโตไม่มากนัก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19499 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/SCB3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างยังต้องเผชิญกับ 2 ความท้าทายสำคัญ จาก <strong>ต้นทุนพลังงาน</strong>ที่ยังมีความผันผวน และ<strong>แรงกดดันจากเทรนด์ ESG </strong>โดยคาดว่าต้นทุนพลังงานจะยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง แม้ปี 2566 ​ราคาน้ำมันดิบและถ่านหินมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แต่ยังมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยที่ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างต้องระมัดระวัง ขณะที่​ยังมีแรงกดดันจากเป้าหมายการลด ก๊าซเรือนกระจก หรือ GHG ในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง และแนวโน้มการก่อสร้างอาคารสีเขียว (Green building) ซึ่งส่งผลต่อความต้องการวัสดุก่อสร้างที่มีความรักษ์โลกเพื่อตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน เป็นแรงกดดันให้ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างต้องปรับปรุงกระบวนการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น<strong> </strong></p>
<p><strong>สำหรับการปรับตัวเพื่อรับมือต่อความท้าทายดังกล่าวเหล่านี่ ​ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ </strong>ดังนี้</p>
<p><strong>1. การลดความเสี่ยงจากต้นทุนด้านพลังงานที่ยังมีความผันผวน</strong> ด้วยการบริหารจัดการการผลิตและสต็อกสินค้าให้สอดคล้องกับปริมาณคำสั่งซื้อ และความต้องการของตลาด รวมถึงการปรับสูตรการผลิตวัสดุก่อสร้าง เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงโดยยังคงคุณภาพไว้ตามมาตรฐานเดิม</p>
<p><strong>2. การลด </strong><strong>GHG </strong><strong>ในกระบวนการผลิต เพื่อให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</strong> ด้วยการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการเพิ่มสัดส่วนของวัสดุรีไซเคิล และได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อีกทั้ง การให้ความสำคัญกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ ทั้งการลดสัดส่วนปูนเม็ด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ทางเลือกใหม่ ๆ จะช่วยให้อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างเข้าใกล้เป้าหมายการลด GHG ได้มากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/energy-and-esg-trend-challenge-of-construction-industry/">อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างปี 2566 เติบโตต่อเนื่องตามภาคก่อสร้าง ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงาน และแรงกดดันจากเทรนด์ ESG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
