<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Oct 2024 10:12:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ONNEX by SCG Smart Living ชูกลยุทธ์  EPC+ BUSINESS  MODEL เสนอ 5 โมเดลธุรกิจ เสริมแกร่งพลังงานโซลาร์ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/onnex-by-scg-smart-living-5-business-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Oct 2024 08:58:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Alliance]]></category>
		<category><![CDATA[Authorized Referral]]></category>
		<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[EPC+]]></category>
		<category><![CDATA[EPC+ Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[ONNEX]]></category>
		<category><![CDATA[ONNEX by SCG Smart Living]]></category>
		<category><![CDATA[Project Develop]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Smart Living]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Living]]></category>
		<category><![CDATA[Solar farm]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Floating]]></category>
		<category><![CDATA[solar power]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[ดุสิต ชัยรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[วชิระชัย คูนำวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[สุชาติ นอกพุดซา]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29776</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดพลังงานสะอาดโดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ พลังงานโซลาร์  มีสัดส่วนหลักๆ มากกว่า 80% ของ Renewable Energy ในประเทศไทย ​โดยมี​ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ราว 3,000 &#8211; 4,000 เมกะวัตต์ ​และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมาได้ราว 20-30% ขณะที่ทิศทางการเติบโตยังอยู่ในระดับสูงจากหลายปัจจัยบวก ทั้งการตื่นตัวเรื่องการใช้พลังงานสะอาดเพื่อรับมือวิกฤตสภาพอากาศ​ อัตราค่าไฟที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีดีมานด์ในการลงทุนโครงการพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น​​ รวมทั้งกฏเกณฑ์ภาครัฐที่ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่าง RE100 เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ จากโอกาสที่เปิดกว้าง รวมทั้งความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่แข็งแรงจากการเป็นผู้นำนวัตกรรมและการให้บริการเกี่ยวกับระบบโซลาร์มากว่าสิบปี ทำให้ ONNEX by SCG Smart Living เติบโตจากหน่วยงาน​ให้บริการติดตั้งโครงการโซลาร์ในเครือเอสซีจี มาเป็นอีกหนึ่งหน่วยธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตจากเทรนด์พลังงานสะอาด​ ทั้งจากโซลูชันบริการโครงการโซลาร์ที่ครอบคลุมทุกรูปแบบ รวมทั้งโมเดลธุรกิจที่เปิดกว้างในการหาพันธมิตร​ ที่ไม่เพียง​​เพิ่มความแข็งแรงให้ธุรกิจของตัวเอง แต่ยังเติมเต็ม Green Energy Ecosystem ประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย เสนอ 5 โมเดลธุรกิจ ​EPC+ BUSINESS MODEL  คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา Head of [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/onnex-by-scg-smart-living-5-business-model/">ONNEX by SCG Smart Living ชูกลยุทธ์  EPC+ BUSINESS  MODEL เสนอ 5 โมเดลธุรกิจ เสริมแกร่งพลังงานโซลาร์ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดพลังงานสะอาดโดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ พลังงานโซลาร์  มีสัดส่วนหลักๆ มากกว่า 80% ของ Renewable Energy ในประเทศไทย ​โดยมี​ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ราว 3,000 &#8211; 4,000 เมกะวัตต์ ​และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมาได้ราว 20-30%</p>
<p><span id="more-29776"></span></p>
<p>ขณะที่ทิศทางการเติบโตยังอยู่ในระดับสูงจากหลายปัจจัยบวก ทั้งการตื่นตัวเรื่องการใช้พลังงานสะอาดเพื่อรับมือวิกฤตสภาพอากาศ​ อัตราค่าไฟที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีดีมานด์ในการลงทุนโครงการพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น​​ รวมทั้งกฏเกณฑ์ภาครัฐที่ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่าง RE100 เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ</p>
<p>จากโอกาสที่เปิดกว้าง รวมทั้งความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่แข็งแรงจากการเป็นผู้นำนวัตกรรมและการให้บริการเกี่ยวกับระบบโซลาร์มากว่าสิบปี ทำให้ <strong>ONNEX by SCG Smart Living </strong>เติบโตจากหน่วยงาน​ให้บริการติดตั้งโครงการโซลาร์ในเครือเอสซีจี มาเป็นอีกหนึ่งหน่วยธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตจากเทรนด์พลังงานสะอาด​ ทั้งจากโซลูชันบริการโครงการโซลาร์ที่ครอบคลุมทุกรูปแบบ รวมทั้งโมเดลธุรกิจที่เปิดกว้างในการหาพันธมิตร​ ที่ไม่เพียง​​เพิ่มความแข็งแรงให้ธุรกิจของตัวเอง แต่ยังเติมเต็ม Green Energy Ecosystem ประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29781 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-13.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>เสนอ 5 โมเดลธุรกิจ ​EPC+ BUSINESS MODEL </strong></p>
<p><strong>คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา</strong> Head of Living Solution Business ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิ่ง กล่าวว่า ONNEX by SCG Smart Living เน้นนวัตกรรมและบริการด้านระบบโซลาร์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2011 โดยเริ่มต้นจากการผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เองภายในโรงงานต่างๆ ทำให้สามารถประหยัดพลังงานได้มากสุดถึง 40% ทำให้ปัจจุบันมีความพร้อมในการรองรับดีมานด์ที่เติบโตในตลาดพลังงานสะอาด โดยเฉพาะโครงการโซลาร์ที่ปัจจุบันดำเนินการแล้วกว่า 321 โครงการ ทั้งในเครือเอสซีจีและนอกเครือ พร้อมวางแผนการเติบโตภายใน 5 ปีจากนี้ จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตโซลาร์ไม่น้อยกว่า 1,000 เมกะวัตต์</p>
<p><em>&#8220;ด้วยประสบการณ์ด้าน EPC (Engineering Procurement and Construction) หรือการให้บริการทั้งด้านการออกแบบทางวิศวกรรมม การขออนุญาตโครงการ รวมทั้งการติดตั้งโครงสร้างระบบแบบครบวงจร ทำให้​ ONNEX มีบริการที่รองรับโครงการในทุกสเกลทั้งในลานจอดรถ หลังคาอาคาร หลังคาโรงงาน  รวมทั้งโซลาร์ฟาร์ม หรือในสระน้ำ ทำให้ธุรกิจสามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม&#8221;​</em>​​</p>
<p>ด้าน <strong>คุณดุสิต ชัยรัตน์</strong> Smart Home Living Solution Director ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิ่ง กล่าวว่า  ONNEX by SCG Smart Living  นำเสนอนวัตกรรมโมเดลธุรกิจ ที่เชื่อว่าจะส่งเสริมให้ทั้งบริษัทรวมทั้ง Renewable Ecosystem ของประเทศไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงานทดแทน ต่อยอดสู่กลยุทธ์​ EPC+ Business Model ที่ออกแบบมาสำหรับให้ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร รวมทั้งนักลงทุนที่สนใจธุรกิจพลังงานสะอาด ผ่าน 5 ​​รูปแบบ ต่อไปนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29785 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/6-5.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p><strong>&#8211; EPC+F (Finance)</strong></p>
<p>เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนระบบไฟฟ้าพื้นฐานมาติดตั้งระบบโซลาร์ นอกจากธุรกิจจะได้ใช้พลังงานสะอาดแล้ว ผู้ประกอบการยังได้ประโยชน์จากส่วนลดค่าไฟสูงสุดถึง 40% ซึ่งแผน EPC+F นี้ ทางผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนเอง แต่ทาง ONNEX จะดำเนินการหาผู้ลงทุนให้</p>
<p><strong>&#8211; EPC+D (Project Development)</strong></p>
<p>เหมาะสำหรับนักลงทุน ที่เป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ สถาบัน กองทุน ที่สนใจลงทุนในโครงการโซลาร์ แต่ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีทีมงานจัดทำโครงการ หรือไม่สามารถหาโครงการที่เหมาะสมได้ ทาง ONNEX จะทำหน้าที่คัดสรรโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุน ขนาดโครงการ ความเสี่ยงและผลตอบแทนที่มีผลประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ลงทุน</p>
<p><strong>&#8211; EPC+O&amp;M (Operations &amp; Maintenance)</strong></p>
<p>เหมาะสำหรับเจ้าของโครงการที่ติดตั้งโซลาร์ในหลายโครงการ หรือธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีร้านในเครือต้องบริหารหลายสาขา และเริ่มมีปัญหาในการบริหารจัดการแบบองค์รวม (Centralized monitoring &amp; maintenance) ทาง ONNEX มีบริการตั้งแต่ Efficiency Audit, การทำ Centralized Dashboard ตลอดจนการดูแลระบบให้สามารถผลิตไฟได้ตามเป้าหมาย โดยมี Performance Warranty ในกรณีที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าไฟฟ้าที่ผลิตได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางแผนไว้</p>
<p><strong>&#8211; EPC+Alliance</strong></p>
<p>รูปแบบความร่วมมือกับพันธมิตร EPC ด้วยกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารต้นทุนที่ดีที่สุดผ่านระบบการจัดซื้อ (Cost effectiveness) โดยทาง ONNEX มีแผน​ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาแผงและอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบโซลาร์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว จากต้นทุนต่างๆ ที่จะสามารถลดลงได้จากการรวมกลุ่มซื้อในจำนวนมาก โดย EPC+Alliance ได้เริ่มดำเนินการและเปิดรับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสนใจร่วมกันอยู่ในขณะนี้</p>
<p><strong>&#8211; EPC+Authorized Referral </strong></p>
<p>ถือเป็นครั้งแรกของการมีโมเดลรูปแบบนี้ในประเทศไทย ในการมีตัวแทนอิสระเพื่อขยายเครือข่ายในกลุ่มที่มีดีมานด์ในการติดตั้งโซลาร์ทั้งแบบรายบุคคล และนิติบุคคล เพื่อมาเป็น Authorized Referral ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าเก่าที่เคยใช้บริการและไปแนะนำคนรู้จักต่อ เป็นการสร้างเครือข่ายในกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ และมองเห็นดีมานด์ในธุรกิจ เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรในการขยายตลาดโดยได้รับผลตอบแทนจากการแนะนำโครงการ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29782 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/2-10.jpg" alt="" width="1200" height="667" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณสุชาติ นอกพุดซา </strong>Associate Director – Solar Roof ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิ่ง กล่าวว่า ONNEX by SCG Smart Living มีประสบการณ์ในการติดตั้งระบบโซลาร์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกรูปแบบ (Solar Roof, Solar Floating, Solar Farm และ Solar Carport) ที่ผ่านมา สามารถผลิตพลังงานสะอาดไปแล้วกว่า 200 เมกะวัตต์ (MWp) และยังมีโครงการที่อยู่ในระหว่างดำเนินการอีกถึง 400–600 เมกะวัตต์ (MWp) ​</p>
<p>ทั้งนี้ ONNEX by SCG Smart Living  ยังมีพื้นที่โซลาร์ฟาร์มต้นแบบ​ ขนาด 47.5 ไร่ ที่จังหวัดสระบุรี และใช้การบริหารจัดการพลังงานโรงไฟฟ้าเสมือนจริง (Virtual Power Plant) ภายใต้แนวคิด <strong>Smart Utilization &#8211; Smart Investment &#8211; Smart Flexibility และ Smart Monitoring</strong> ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับรู้ปริมาณการผลิตโซลาร์และการนำพลังงานสะอาดไปใช้อย่างเหมาะสม ถือเป็นโซลาร์ฟาร์มต้นแบบที่มีความสำคัญอย่างมากในการผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงานต่างๆ ในพื้นที่ โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ที่ทาง ONNEX by SCG Smart Living เคย Develop ได้สูงสุดจะอยู่ที่ IRR 34% และระยะเวลาคืนทุนภายใน 3 ปี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทางทีมผู้บริหาร ONNEX เชื่อมั่นว่า จากความเชี่ยวชาญ รวมทั้งโมเดลธุรกิจที่พัฒนาขึ้นมา จะทำให้สามารถขยายโครงการโซลาร์ได้ตามแผน 5 ปี 1,000 เมกะวัตต์ โดยโครงการส่วนใหญ่จากนี้จะเน้น​กลุ่มโซลาร์ฟาร์ม และโซลาร์โฟลทติ้ง เนื่องจากเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ เช่น โรงงานขนาดใหญ่ หรือนิคมอุตสหากรรมต่างๆ ​ขณะที่โซลาร์รูฟท็อป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินโครงการไปในเฟสแรกจำนวนมากแล้ว ทำให้​มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ที่ค่อนข้างเต็มแล้ว แต่หากมองในเชิงจำนวนโครงการจะเป็นรูปแบบโครางการที่มีจำนวนมากที่สุดในพอร์ต แต่ในเชิงปริมาณการผลิตไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะมาจากโครงการสเกลที่ใหญ่กว่าอย่างโซลาร์ฟาร์ม หรือโซลาร์โฟลทติ้ง เพราะมีกำลังการผลิตปริมาณไฟฟ้าในปริมาณที่มากกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29784 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/4-6.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><em>&#8220;โมเดลธุรกิจทั้ง 5 แนวทาง จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของพลังงาน​โซลาร์ในประเทศ ทั้งการแมตชิ่งระหว่างดีมานด์ และซัพพลาย รวมทั้งยังเพิ่มส่วนสนับสนุนการลงทุนในโครงการทั้งในแง่เงินทุน นักลงทุน รวมทั้งการขยายเครือข่าย เพื่อได้​ต้นทุน​ที่มีศักยภาพและแข่งขันได้ ซึ่งนอกจากการเติบโตของ ONNEX แล้ว ยัง​ทำให้ Solar Power Ecosystem ของประเทศไทยแข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกัน หากธุรกิจเติบโตและแข็งแกร่งได้มากขึ้น ก็มองหาโอกาสจากการขยายไปตลาดต่างประเทศเช่นเดียวกัน โดยประเทศที่สนใจลำดับต้นๆ คือ ฟิลิปปินส์ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีค่าไฟแพง ขณะที่นโยบายประเทศสนับสนุนกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งเป็นประเทศที่เอสซีจีมีเครือข่ายธุรกิจที่ค่อนข้างแข็งแรงตั้งอยู่ด้วย&#8221;</em></p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ONNEX Solar หรือสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแผน EPC+ Business Model สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.onnexbyscg.com/th/product/solar-solutions และไลน์ @SCGSolarRoof หรือสอบถามได้ที่เบอร์ 02-586-2222</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/onnex-by-scg-smart-living-5-business-model/">ONNEX by SCG Smart Living ชูกลยุทธ์  EPC+ BUSINESS  MODEL เสนอ 5 โมเดลธุรกิจ เสริมแกร่งพลังงานโซลาร์ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Apr 2024 12:18:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-based Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC GREEN POLYMERTM]]></category>
		<category><![CDATA[SCGD]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เดคคอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25355</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการ ไตรมาส 1 ปี 2567 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ด้วยนวัตกรรมกรีน การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงอานิสงส์จากการท่องเที่ยวคึกคักและเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณฟื้นตัว คาดการณ์จากนี้เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มุ่งปรับแผนธุรกิจ​​ บริหารซัพพลายเชน รับความเสี่ยง พร้อมโตต่อตามแนวทาง Inclusive Green Growth เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดช่วยลดต้นทุน เร่งเครื่องนวัตกรรมกรีนตอบเมกะเทรนด์โลก มุ่งขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 1 ปี 2567 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายได้ 124,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 3%  โดยมี EBITDA (กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โดยรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม) 12,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 16% และกำไรสำหรับงวด 2,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,559 ล้านบาท เทียบกับ​ไตรมาสก่อนหน้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/">SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี เผยผลประกอบการ ไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ด้วยนวัตกรรม</strong><strong>กรีน การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> <strong>รวมถึงอ</strong><strong>านิสงส์จากการท่องเที่ยวคึกคักและเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณฟื้นตัว</strong></p>
<p><span id="more-25355"></span></p>
<p><strong>คาดการณ์จากนี้เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มุ่งปรับแผนธุรกิจ​​ บริหารซัพพลายเชน รับความเสี่ยง พร้อมโตต่อตามแนวทาง </strong><strong>Inclusive Green Growth </strong><strong>เพิ่มสัดส่วน</strong><strong>พลังงานสะอาดช่วยลดต้นทุน เร่งเครื่องนวัตกรรมกรีนตอบเมกะเทรนด์โลก มุ่งขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง</strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี </strong>กล่าวว่า ผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 1 ปี 2567 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายได้ 124,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 3%  โดยมี EBITDA (กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โดยรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม) 12,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 16% และกำไรสำหรับงวด 2,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,559 ล้านบาท เทียบกับ​ไตรมาสก่อนหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25357 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/2-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แม้อยู่ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอยู่ในช่วงอ่อนตัว แต่จากการมุ่งพัฒนานวัตกรรมกรีนให้โดนใจลูกค้า ฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งาน ช่วยลดคาร์บอนซึ่งดีต่อโลก อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ พลาสติกรักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ใช้ซ้ำ รีไซเคิลได้ เห็นได้จากยอดขาย SCG Green Choice ที่ทำได้ 65,782 ล้านบาท ขยับสัดส่วนมาเป็น 53% ของยอดขาย และเติบโตเพิ่มขึ้น  1,114 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า</p>
<p>ประกอบกับความสามารถในการลดต้นทุน พัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน ซึ่งในโรงงานปูนซีเมนต์ในไทย ได้เพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทดแทนได้ถึง 47%</p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีเร่งเดินหน้าต่อตามแนวทาง <strong>Inclusive Green Growth</strong> มุ่งสู่ผู้นำธุรกิจกรีน ควบคู่การสร้างสังคม Net Zero พัฒนานวัตกรรมกรีนเพื่อป้อนตลาดโลก ซึ่งมีความต้องการสูง จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ล่าสุดปูนคาร์บอนต่ำ (เจเนอเรชัน 2) ที่ลดคาร์บอนได้เพิ่มขึ้น​ 15-20% พร้อมจำหน่ายแล้ว รวมถึงการเร่งขับเคลื่อ​นรับเศรษฐกิจในประเทศและภูมิภาคที่กำลังฟื้นตัว โดยขยายการลงทุนในตลาดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างภูมิภาค SAMEA (เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา) ส่วนโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP) จะกลับมาเดินเครื่องทดสอบทั้งโรงงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงในไตรมาส 3&#8243;</em></p>
<p>หุ้นปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ยังได้รับเลือกให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เป็นช่องทางใหม่ให้นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้น SCC และผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25358 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/ผลประกอบการ-เอสซีจี-ไตรมาส-1-ปี-67-ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน.jpg" alt="" width="529" height="661" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ด้านธุรกิจแพคเกจจิ้ง หรือ SCGP</span></strong> สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการวัตถุดิบ การส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัสแบบครบวงจร เพื่อให้ได้วัตถุดิบคุณภาพและช่วยกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ 31,770 ไร่ จำนวน 152,181 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><strong>พร้อม​มุ่ง​ต่อยอดเพิ่มมูลค่าไม้ยูคาลิปตัสผ่าน</strong><strong>การ</strong><strong>วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงทุน </strong><strong>3 </strong><strong>ล้านดอลลาร์สหรัฐ ​ร่วม​กับ </strong><strong>Origin Materials </strong><strong>บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา พัฒนา &#8220;</strong><strong>Bio–based Plastic </strong><strong>จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ&#8221; รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเพิ่มสัดส่วน​พลังงานสะอาด นำเทคโนโลยี </strong><strong>Machine Learning </strong><strong>และปัญญาประดิษฐ์ </strong><strong>(Artificial Intelligence) </strong><strong>มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดการใช้พลังงานและต้นทุน  และสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมรองรับเทรนด์การเติบโตของธุรกิจสีเขียว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25359 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/11-SCGP-ส่งเสริมการปลูกยาคูลิปตัสครบวงจร.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง </strong></span>มุ่งพัฒนาสินค้าวัสดุก่อสร้างและโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า อาทิ <strong>‘</strong><strong>บ้านเอสซีจี ไฮม์ </strong><strong>High Ceiling’</strong> แบบบ้านใหม่สไตล์โมเดิร์น มีพื้นที่ใช้สอยตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ เพิ่มมุมพักผ่อนกลางบ้าน พร้อมโถงขนาดใหญ่ Double Space และยังคงคุณภาพการก่อสร้างและเทคโนโลยีการอยู่อาศัยแบบเอสซีจี ไฮม์ที่ลูกค้าไว้วางใจ  เช่น</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>หลังคาเมทัล เอสซีจี รุ่นคลิปล็อค </strong><strong>700</strong> ออกแบบให้ติดตั้งด้วยระบบคลิปล็อค (Clip Lock) ซ่อนหัวสกรู หมดปัญหารั่วซึมบริเวณหัวสกรู เตรียมจำหน่ายไตรมาส 2</p>
<p>&#8211;  <strong>SCG Modeena COFF</strong> วัสดุตกแต่งผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลจากกระบวนการผลิตและวัสดุเหลือใช้จากธุรกิจอื่นถึง 48%  ทดแทนการใช้ Virgin Fiber ลดการปล่อยคาร์บอน แต่คงความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม พร้อมกันนี้เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่</p>
<p><strong>&#8211; ONNEX by SCG Smart Living </strong> (ออนเนกซ์ บาย เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง) ครั้งแรกในงานสถาปนิก 67 รุกธุรกิจสมาร์ทโซลูชันสำหรับบ้านและอาคารเต็มที่ ด้วยการผนึกรวมนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ทั้งด้านประหยัดพลังงาน สร้างอากาศสะอาด และเพิ่มความปลอดภัย อาทิ ระบบหลังคาโซลาร์ ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน และโซลูชันบริหารจัดการการใช้พลังงานในอาคาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25360 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/9-ONNEX-by-SCG-Smart-Living-แบรนด์สมาร์ทโซลูชันสำหรับบ้านและอาคาร.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</span> </strong>รุกธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง อาทิ <strong>ภูมิภาค </strong><strong>SAMEA</strong> ซึ่งมีค่า GDP เฉลี่ยมากกว่า 70%  มีประชากรรวมกันกว่า 40% โดยมีการตั้งสำนักงานของ SCG International ที่ซาอุดิอาระเบีย เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการซัพพลายเชนให้ลูกค้าแบบครบวงจร ผ่านการผลักดันเครือข่ายธุรกิจทั้งหมดของเอสซีจี ครอบคลุมทั้งปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง กระดาษและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนวัตถุดิบและชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยมีแผนขนส่งสินค้าจากซาอุดิอาระเบียกระจายไปยังหลายประเทศทั่วโลก และจัดหาสินค้าจากภูมิภาคอื่น ๆ เข้ามายังซาอุดิอาระเบียเช่นกัน  ขณะที่ในตลาดอาเซียนได้ผลิตสินค้าปูนซีเมนต์ถุงเจาะกลุ่ม Economy Segment ที่เติบโตสูง อาทิ <strong>แบรนด์ </strong><strong>5</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Star Cement </strong><strong>ในกัมพูชา</strong> <strong>แบรนด์ </strong><strong>ADAMAX </strong><strong>ในเวียดนาม</strong> และ<strong>แบรนด์ </strong><strong>Bezt </strong><strong>ในอินโดนีเซีย</strong> ในส่วนของธุรกิจรีเทลในประเทศ ได้สร้างการรับรู้สำหรับร้าน <strong>เอสซีจี โฮม </strong>โดยล่าสุดได้จัดงาน Grand Opening สาขาเมืองขอนแก่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25365 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/10-ขยายธุรกิจใน-SAMEA-เอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-แอฟริกา.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC</strong> </span>เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายนวัตกรรมพลาสติกรักษ์โลก <strong>‘SCGC GREEN POLYMER<sup>TM</sup>’</strong> อย่างเต็มที่ เพื่อคว้าโอกาสรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่จะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2567 โดยไตรมาสที่ผ่านมา  มียอดขาย 38,000 ตัน โดยทั้งปี 2566 มียอดขาย 218,000 ตัน สอดคล้องตามเป้าหมาย 1 ล้านตันภายในปี 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/3-SCGC-Green-Polymer-นวัตกรรมพลาสติก-ที่คิดมาเพื่อสิ่งแวดล้อม.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ <strong>โฮมโปร</strong> ผลิต <strong>‘</strong><strong>เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก</strong><strong>’</strong> ครั้งแรกในไทย ด้วยการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลระบบปิดอย่างครบวงจร เพื่อเปลี่ยนเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง Green Polymer สำหรับผลิตเป็นสินค้าใหม่ นอกจากนี้ ภายใต้บริษัท <strong>Sirplaste SA </strong><strong>โปรตุเกส</strong> พร้อมเปิดตัว <strong>‘SIRPRIME’ </strong><strong>เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงชนิดไร้กลิ่น</strong> หรือ High Quality Odorless PCR HDPE Resin (PCR HDPE) ผลิตจากขยะพลาสติกจากครัวเรือน 100% โดยใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดกลิ่นและสิ่งแปลกปลอม ได้รับการรับรองมาตรฐาน EuCertPlast และ RecyClass ของยุโรป</p>
<p>ขณะที่ <strong>‘</strong><strong>โครงการปิ</strong><strong>โตรเคมีครบวงจร </strong><strong>LSP </strong><strong>เวียดนาม</strong><strong>’</strong> อยู่ในช่วงการประเมินและตรวจสอบเครื่องจักรอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจเรื่องความปลอดภัย คาดว่าจะกลับมาเดินเครื่องจักรทดสอบและพร้อมผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25362 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/12-SCG-Decor-ชูกลยุทธ์ยอดขายโต-2-เท่า-ภายในปี-2573.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์ หรือ </span></strong><strong><span style="text-decoration: underline;">SCGD</span>  </strong>ชู <strong>4</strong><strong> กลยุทธ์ดันยอดขายโต </strong><strong>2</strong><strong> เท่า ภายในปี </strong><strong>2573</strong> รับตลาดอาเซียนทยอยฟื้นตัว ได้แก่</p>
<p><strong>1</strong><strong>) สร้างการเติบโตให้ธุรกิจตกแต่งพื้นผิวกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง</strong> ผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ ขยายการลงทุนโรงงานในพื้นที่ภาคใต้ของเวียดนาม เพิ่มยอดขายสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และขยายช่องทางการจำหน่าย</p>
<p><strong>2</strong><strong>) ขยายธุรกิจสุขภัณฑ์ในอาเซียน และขยายการลงทุนโรงงานสุขภัณฑ์ใหม่ในอาเซียน</strong> ตั้งเป้ายอดขายสุขภัณฑ์เติบโต 2 เท่า หรือกว่า 10,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>3</strong><strong>) ขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่อง</strong> ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการให้บริการแบบครบวงจร และเพิ่มโอกาสขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><strong>4</strong><strong>) ลงทุนและเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</strong></p>
<p>นอกจากนี้ยังเน้นลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตควบคู่กันไป อาทิ โครงการติดตั้ง Hot Air Generator เพื่อลดต้นทุนพลังงานที่โรงงานในไทยอีก 2 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ และโครงการปรับปรุงสายการผลิตกระเบื้องไวนิล SPC ซึ่งจะเริ่มผลิตสินค้าป้อนตลาดในไทยได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ด้วยกำลังการผลิต 1.8 ล้านตารางเมตรต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25364 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/13-SCG-Cleanergy-นำนวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด-เข้าสู่ตลาดอาเซียน.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</strong><strong>พลังงานสะอาดครบวงจร</strong></span>  เติบโตต่อเนื่องตามเมกะเทรนด์โลกที่หันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ผนวกกับการสนับสนุนของภาครัฐ ทำให้ตลาดพลังงานสะอาดในประเทศขยายตัวสูง โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 511 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 13% จากสิ้นปี 2566 จากความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนจัดทำโครงการซื้อขายไฟฟ้าใหม่ ๆ โดยปีนี้ตั้งเป้ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 200 เมกะวัตต์ สำหรับการซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชน</p>
<p>ส่วน <strong>‘</strong><strong>นวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด</strong><strong>’</strong> ที่เป็นความร่วมมือกับ Rondo Energy สหรัฐอเมริกา  เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่มีศักยภาพในการทำตลาดในอาเซียน จึงเป็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าสู่ตลาดอาเซียนในช่วงแรก และจะขยายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ที่เหมาะสมต่อไป</p>
<p>ขณะเดียวกัน บริษัทสยามอุตสาหกรรมวัสดุทนไฟ จำกัด ได้ร่วมมือกับ Rondo Energy พัฒนาการผลิต <strong>‘</strong><strong>วัสดุกักเก็บความร้อน </strong><strong>(Thermal Media)’</strong> เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับใช้ในแบตเตอรี่กักเก็บความร้อน (Heat Battery) โดยสามารถขยายกำลังการผลิตวัสดุกักเก็บความร้อน ได้ถึง 12,000 ตันต่อปี ในปลายปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับการขยายธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บความร้อน</p>
<p><strong>นายธรรมศักดิ์ </strong>กล่าวทิ้งท้ายว่า “เศรษฐกิจโลกยังเผชิญจากความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เศรษฐกิจไทยน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากการท่องเที่ยว การลงทุนของต่างชาติ การอนุมัติงบประมาณปี 2567 ของภาครัฐที่จะเริ่มเบิกจ่ายในเดือนเมษายน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง ลดหย่อนภาษีเงินได้ และปล่อยสินเชื่อให้กู้ซื้อบ้านสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์  และเป็นที่น่ายินดีที่ภาครัฐให้ความสำคัญเรื่องกรีน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเสนอพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในปีนี้  การสนับสนุนโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ให้เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย  หากมีการผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) ก็จะเป็นต้นแบบให้องค์กรอื่น ๆ ปฏิบัติตาม ซึ่งจะยิ่งช่วยกระตุ้นแนวคิดเรื่องกรีนให้เป็นรูปธรรม ลดภาวะโลกเดือดได้ รวมทั้งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”</p>
<p><strong> สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567</strong><strong> ของแต่ละหน่วย​ธุรกิจ ประกอบด้วย </strong></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC </strong> มีรายได้จากการขาย 45,376 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 2% และลดลง​ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายลดลงตามอุปสงค์ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ยังอ่อนตัว จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงการหยุดโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) เพื่อซ่อมบำรุง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน</strong> มีรายได้จากการขาย 21,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6% เนื่องจากเป็นฤดูกาลของการขาย แต่ลดลง​ 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามภาพรวม​ตลาดปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศที่หดตัวลง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และธุรกิจเอสซีจี </strong><strong>ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</strong> ไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขาย 38,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​จากไตรมาสก่อน 6% เนื่องจากเป็นฤดูกาลของการขาย ส่งผลให้ยอดขายสินค้าวัสดุก่อสร้างและธุรกิจดิสทริบิวชั่นปรับตัวดีขึ้น แต่ลดลง​ 3% (YOY) ​ เนื่องจากยอดขายที่ลดลงตามภาพรวมตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่หดตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25366 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/4-ปูนคาร์บอนต่ำ-เจเนอเรชัน-2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจ</strong><strong>แพคเกจจิ้ง หรือ </strong><strong>SCGP </strong>มีรายได้จากการขาย 33,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6% จากความต้องการบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคเติบโตได้ดี  และแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การเตรียมสินค้าก่อนช่วงวันหยุดยาว นโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐในประเทศไทย และการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับการปรับตัวที่ดีขึ้นของภาคส่งออกในอาเซียน</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์</strong> <strong>หรือ </strong><strong>SCGD</strong>  มีรายได้ 6,784 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อน​ EBITDA และกำไร เพิ่มขึ้นเป็น 854 ล้านบาท และ 258 ล้านบาท ตามลำดับ ​จากความต้องการของตลาดในประเทศเวียดนามอ่อนตัวลงจากวันหยุดยาวช่วงปีใหม่(TET) ในขณะที่ยอดขายจากประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถยืนราคาขายสินค้ากระเบื้องเซรามิกและสุขภัณฑ์ได้ การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูง การทำโครงการลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตต่าง ๆ และการที่ต้นทุนพลังงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/">SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ตั้งงบ 4 หมื่นล้านบาท ​​เร่งเติมพอร์ตสินค้ากรีนครบทุกกลุ่ม เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจ Low Carbon และ Net zero​​​ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/scg-direction-2024-accelerates-green-businesses/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jan 2024 12:35:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Lean เหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC GREEN POLYMERTM]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ำร่วมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง]]></category>
		<category><![CDATA[แพคเกจจิ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23642</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี วางงบลงทุน 4 หมื่นล้านบาท ขยายกลุ่มกรีนต่อเนื่องทุกธุรกิจภายในเครือ เร่งเดินหน้า​ทรานส์ฟอร์มสู่องค์กร​คาร์บอนต่ำ และ​มุ่งสร้าง​ Net zero ​รับกระแสเทรนด์โลกเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20% คุณ​ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ทุกกลุ่มธุรกิจของเอสซีจีจะเร่งสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรมรักษ์โลก &#8211; พลังงานสะอาด &#8211; Low Carbon ทั้งสำหรับทำตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนของโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ​และการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายในการก้าวสู่ Net zero จากดีมานด์ในตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมากในอนาคต สะท้อนจากสัดส่วนยอดขายมากกว่าครึ่ง หรือ 54% ของยอดขายในปี 2566  มาจากสินค้าในกลุ่ม SCG Green Choice รวมทั้ง เร่ง​พัฒนาสินค้าและนวัตกรรมมูลค่าสูงหรือ HVA (High-Value Added Products &#38; Services) เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการ​ลูกค้าได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว สามารถรับมือกับความท้าทาย และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งผันผวน เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การมีสินค้า HVA และตอบโจทย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/scg-direction-2024-accelerates-green-businesses/">เอสซีจี ตั้งงบ 4 หมื่นล้านบาท ​​เร่งเติมพอร์ตสินค้ากรีนครบทุกกลุ่ม เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจ Low Carbon และ Net zero​​​ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>เอสซีจี วางงบลงทุน 4 หมื่นล้านบาท ขยายกลุ่มกรีนต่อเนื่องทุกธุรกิจภายในเครือ เร่งเดินหน้า​ทรานส์ฟอร์มสู่องค์กร​คาร์บอนต่ำ และ​มุ่งสร้าง​ Net zero ​รับกระแสเทรนด์โลกเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20%</div>
<p><span id="more-23642"></span></p>
<p><strong>คุณ​ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ทุกกลุ่มธุรกิจของเอสซีจีจะเร่งสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรมรักษ์โลก &#8211; พลังงานสะอาด &#8211; Low Carbon ทั้งสำหรับทำตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนของโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ​และการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายในการก้าวสู่ Net zero จากดีมานด์ในตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมากในอนาคต สะท้อนจากสัดส่วนยอดขายมากกว่าครึ่ง หรือ 54% ของยอดขายในปี 2566  มาจากสินค้าในกลุ่ม SCG Green Choice</p>
<p>รวมทั้ง เร่ง​พัฒนาสินค้าและนวัตกรรมมูลค่าสูงหรือ HVA (High-Value Added Products &amp; Services) เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการ​ลูกค้าได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว สามารถรับมือกับความท้าทาย และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งผันผวน เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การมีสินค้า HVA และตอบโจทย์ Green จะทำให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้อย่างเข้มแข็งในระยะยาว  เช่น นวัตกรรมปูนคาร์บอนต่ำ สมาร์ทโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัย พลาสติกรักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ใช้ซ้ำ และรีไซเคิลได้ โซลูชั่นพลังงานสะอาดครบวงจร และนวัตกรรมเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงจากโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ เน้นบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23644 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Resize-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;คาดว่าในปีนี้จะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ 20% ทั้งจากโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ที่ลงทุนไว้ รวมทั้งการทรานสฟอร์มธุรกิจที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนและคาร์บอนต่ำ ที่แม้ในช่วงแรกจะมีต้นทุนการลงทุนที่สูง แต่เป็นธุรกิจมูลค่าสูงที่สามารถรักษาผลตอบแทนได้ในระยะยาวตลอด 10-30 ปีนี้  และเป็นการรักษาความมั่นคงของธุรกิจได้ในระยะยาว รวมทั้งเป็นการสร้างโอกาสที่มากขึ้นทั้งในตลาดประเทศไทยและต่างประเทศ ต่างจากการลงทุนในกลุ่มคาร์บอนสูง ที่อาจจะมีกำไรในระยะสั้นแต่ไม่มั่นคงในระยะยาว&#8221;</em></p>
<p>สำหรับรายละเอียดการดำเนินงานและการขับเคลื่อนของแต่ละกลุ่มธุรกิจเอสซีจี ประกอบด้วย</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ SCGC</strong></span></p>
<p>&#8211; ตลาดปิโตรเคมี​มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น​ช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จากความต้องการสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นและอุปทานที่ลดลง</p>
<p>&#8211; ธุรกิจจะเร่งเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาพลาสติกรักษ์โลก รวมทั้งสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added Products &amp; Services – HVA) โดยที่ผ่านมามีดีมานด์ในตลาดมากขึ้น ส่งผลให้มีสัดส่วน​ยอดขาย 39% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และช่วยรักษาความสามารถการแข่งขันในภาวะตลาดฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23645 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/เม็ดพลาสติกคุณภาพสูงจากโรงงาน-Long-Son-Petrochemicals-LSP.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>&#8211; โปรเจ็กต์สำคัญอย่าง &#8216;โ<strong>ครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์&#8217;</strong> ดำเนินการก่อสร้างลุล่วงตามแผนภายใต้งบประมาณที่กำหนดไว้ การเดินเครื่องจักรและทดสอบประสิทธิภาพการเดินโรงงานทั้งระบบเป็นไปได้ด้วยดี คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567</p>
<p>&#8211; ส่วนกลุ่มพลาสติกรักษ์โลก ‘<strong>SCGC GREEN POLYMER’</strong> ​ส้รางยอดขายในปีที่ผ่านมาได้​​ 218,000 ตัน เพิ่มขึ้น​ 56% จากปีก่อน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้านตัน ในปี 2573</p>
<p>&#8211; มีแผน​​ขยาย​สู่<strong> ‘อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า’</strong> ด้วยนวัตกรรมพลาสติกสำหรับการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์น้ำหนักเบา ช่วยประหยัดพลังงาน และความร่วมมือกับ Denka ในการผลิตและจำหน่ายอะเซทิลีนแบล็ก (Acetylene Black) ส่วนประกอบสำคัญสำหรับนำไฟฟ้าในการผลิตขั้วแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จไฟได้สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีปริมาณความต้องการสูง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน</strong></span></p>
<p>&#8211; ศักยภาพในการบริหารต้นทุนพลังงาน โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทดแทนมาอยู่ที่​​ 40%</p>
<p>&#8211; พัฒนาแพลตฟอร์ม <strong>‘KITCARBON’</strong> (คิดคาร์บอน) โซลูชั่นการออกแบบอาคารที่ช่วยคำณวนการปล่อย CO2 ในโครงการก่อสร้างต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทำตลาด รับการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างต่างๆ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดอาเซียนที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น</p>
<p>&#8211; ขยายตลาด ‘<strong>ปูนคาร์บอนต่ำ</strong>’ ซึ่งสร้างการ​ยอมรับได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งจาก​คุณภาพที่แข็งแรง ทนทานและผิวเรียบเนียนเป็นพิเศษ  โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น​ 15% ​และสามารถขยายการส่งออกไปยัง​อเมริกาและมาเลเซียได้แล้ว</p>
<p>&#8211;  เตรียมออก &#8216;<strong>ปูนคาร์บอนต่ำ เจนเนเรชันที่ 2&#8242;</strong> ซึ่งลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้เพิ่มขึ้นอีก 5% จากคาร์บอนที่ตำกว่าปูนพอร์ตแลนด์ 10% เป็น 15%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23647 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Resize-ปูนคาร์บอนต่ำ-เอสซีจี.jpg" alt="" width="675" height="613" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง</strong></span></p>
<p>&#8211;  เติบโตได้ต่อเนื่อง จากการ​บริหารจัดการต้นทุนด้วยการปรับใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต</p>
<p>&#8211; พัฒนาสมาร์ทโซลูชันตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการประหยัดพลังงาน มีสุขอนามัยที่ดี ห่างไกล PM 2.5 และมีความปลอดภัยในการใช้ชีวิต เช่น ‘<strong>SCG Active Air Quality’</strong> นวัตกรรมเติมอากาศดีให้บ้าน ป้องกันมลพิษ ฝุ่น PM 2.5 เชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส <strong>‘หลังคาเอสซีจี เมทัลรูฟ</strong> <strong>รุ่น คอมฟอร์ท ลอน Snap Lock’</strong> นวัตกรรมหลังคาช่วยป้องกันเสียงจากภายนอก และกันความร้อน ประหยัดการใช้พลังงานภายในบ้าน และ <strong>‘SCG Solar Roof Solutions’</strong> ซึ่งมียอดขายเติบโตโดดเด่น เพิ่มขึ้น​ 105% จากปีก่อน</p>
<p>&#8211; ขยายสมาร์ทโซลูชันสู่ตลาดใหม่ ๆ อาทิ ติดตั้งนวัตกรรมบำบัดอากาศเสียพร้อมประหยัดพลังงาน ‘<strong>SCG Air Scrubber</strong>’ ให้อาคาร Keppel Bay Tower โครงการอสังหาฯ ระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสิงคโปร์ และเป็นอาคารแห่งแรกในสิงคโปร์ที่ได้รางวัล Green Mark Platinum (Zero Energy) หรือรางวัลอาคารประหยัดพลังงาน ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวช่วยประหยัดพลังงานจากระบบปรับอากาศได้สูงสุด 30%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23648 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/SCG-Air-Scrubber.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</strong> </span></p>
<p>&#8211;  ขยายความแข็งแกร่งสู่ตลาดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง อย่างภูมิภาค SAMEA (เอเซียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา) โดย SCG International ตั้งสำนักงานในกรุงริยาด ซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการ พร้อมเป็น International Supply Chain Partner  บริหารจัดการตั้งแต่การหาแหล่งผลิตสินค้าจนถึงการสร้างตลาดให้คู่ค้าจากทั่วทุกมุมโลก ขยายโอกาสธุรกิจและเจาะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (Giga Project)</p>
<p>&#8211; ร่วมสร้างสังคม Net Zero ผ่านกลุ่มสินค้าซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างรักษ์โลก พร้อมด้วยกลุ่มสินค้าวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม กระดาษและแพคเกจจิ้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23651 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/SCG-International-ปักหมุดซาอุฯ-เชื่อมต่อการค้าทั่วโลก-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</strong> </span></p>
<p>&#8211; ​ธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร มีดีมานด์มา​กขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของโลก และจากจุดแข็งของธุรกิจด้านการบริการที่มีความน่าเชื่อถือ ทำให้มีโอกาสเติบโตอีกมาก</p>
<p>&#8211; การพัฒนาระบบ Smart Grid ที่ช่วยให้การซื้อ-ขายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยปี 2566 มีกำลังการผลิตที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ รวม 450 เมกะวัตต์</p>
<p>&#8211; การขยายโครงการโซลาร์รูฟ โดยได้ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ในหลายพื้นที่ อาทิ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน บางปะกง นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล และเตรียมขยายไปยังตลาดอาเซียน ทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ในปี 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23650 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/เอสซีจี-คลีนเนอร์ยี่-ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้กลุ่มโรงพยาบาล.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง หรือ SCGP</strong> </span></p>
<p>&#8211; การเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในปี 2566 ที่ผ่านมา จากความต้องการภาคบริโภคในเวียดนาม และอินโดนีเซียเริ่มฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสินค้าส่งออก โดยเฉพาะอาหารแช่แข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง</p>
<p>&#8211; ส่วนในปี 2567 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงมีแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวและส่งออก</p>
<p>&#8211;  เพิ่มโซลูชันบรรจุภัณฑ์กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมขยายกำลังผลิตและ M&amp;P (Merger &amp; Partnership) ในธุรกิจวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ บรรจุภัณฑ์อาหาร และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ Bio-Solutions ที่เป็นเมกะเทรนด์และเติบโตสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23653 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/โซลูชันบรรจุภัณฑ์กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม.jpg" alt="" width="1200" height="898" /></p>
<p>&#8211; การบริหารต้นทุนและการผลิตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ นำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต เพิ่มสัดส่วนใช้พลังงานทางเลือกเป็นร้อยละ 35 ของการใช้พลังงานทั้งหมด เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG (Environmental, Social, Governance)  และการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23649 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/โรงงาน-LSP-ปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเวียดนาม.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับ​ผลประกอบการ เอสซีจีในปี 2566 ที่ผ่านมา รายได้ลดลงจากปีก่อนหน้า 12% โดยมีรายได้​เกือบ 5 แสนล้านบาท​ จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และตลาดปิโตรเคมีที่อ่อนตัว ​ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ลดลง และราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง รวมทั้งยังไม่ได้รวมยอดขายของ SCG Logistics เข้ามาในพอร์ต  รวมทั้งการด้อยค่าสินทรัพย์​โรงงานซีเมนต์ในเมียนมา และรวมผลประกอบการของโรงงานปิโตรเคมี ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ อย่างไรก็ตาม เอสซีจียังคงรักษาความมั่นคงของสถานะการเงินได้อย่างต่อเนื่อง สิ้นปี 2566 มีเงินสดคงเหลือ 68,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์</strong> กล่าวปิดท้ายว่า “เศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี ซึ่งมีโอกาสเติบโตอีกมาก  หากเร่งผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพร้อมเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ และอำนวยความสะดวกในการลงทุนเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการดำเนินธุรกิจตาม ESG ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกให้การยอมรับ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ล่าสุด เอสซีจี ได้รับดัชนีความยั่งยืนชั้นนำโลก ESG Industry Top Rated ลำดับที่ 1 จาก 125 บริษัทในกลุ่ม Industrial Conglomerate ทั่วโลก ซึ่งจัดอันดับโดย Morningstar Sustainalytics สะท้อนถึงธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จากการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ ESG 4 Plus (มุ่ง Net Zero – Go Green – Lean เหลื่อมล้ำ &#8211; ย้ำร่วมมือ &#8211; ภายใต้เชื่อมั่น โปร่งใส)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23652 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/เอสซีจี-เผยแผนเร่งเครื่องธุรกิจ-สร้างการเติบโต-พร้อมสังคม-Net-Zero.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/scg-direction-2024-accelerates-green-businesses/">เอสซีจี ตั้งงบ 4 หมื่นล้านบาท ​​เร่งเติมพอร์ตสินค้ากรีนครบทุกกลุ่ม เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจ Low Carbon และ Net zero​​​ คาดสิ้นปีเติบโตเพิ่ม 20%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
