<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เอสซีจี เดคคอร์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Apr 2024 13:09:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เอสซีจี เดคคอร์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Apr 2024 12:18:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-based Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC GREEN POLYMERTM]]></category>
		<category><![CDATA[SCGD]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เดคคอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25355</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการ ไตรมาส 1 ปี 2567 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ด้วยนวัตกรรมกรีน การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงอานิสงส์จากการท่องเที่ยวคึกคักและเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณฟื้นตัว คาดการณ์จากนี้เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มุ่งปรับแผนธุรกิจ​​ บริหารซัพพลายเชน รับความเสี่ยง พร้อมโตต่อตามแนวทาง Inclusive Green Growth เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดช่วยลดต้นทุน เร่งเครื่องนวัตกรรมกรีนตอบเมกะเทรนด์โลก มุ่งขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 1 ปี 2567 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายได้ 124,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 3%  โดยมี EBITDA (กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โดยรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม) 12,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 16% และกำไรสำหรับงวด 2,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,559 ล้านบาท เทียบกับ​ไตรมาสก่อนหน้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/">SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี เผยผลประกอบการ ไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ด้วยนวัตกรรม</strong><strong>กรีน การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> <strong>รวมถึงอ</strong><strong>านิสงส์จากการท่องเที่ยวคึกคักและเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณฟื้นตัว</strong></p>
<p><span id="more-25355"></span></p>
<p><strong>คาดการณ์จากนี้เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มุ่งปรับแผนธุรกิจ​​ บริหารซัพพลายเชน รับความเสี่ยง พร้อมโตต่อตามแนวทาง </strong><strong>Inclusive Green Growth </strong><strong>เพิ่มสัดส่วน</strong><strong>พลังงานสะอาดช่วยลดต้นทุน เร่งเครื่องนวัตกรรมกรีนตอบเมกะเทรนด์โลก มุ่งขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง</strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี </strong>กล่าวว่า ผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 1 ปี 2567 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายได้ 124,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 3%  โดยมี EBITDA (กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โดยรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม) 12,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 16% และกำไรสำหรับงวด 2,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,559 ล้านบาท เทียบกับ​ไตรมาสก่อนหน้า</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25357 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/2-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แม้อยู่ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอยู่ในช่วงอ่อนตัว แต่จากการมุ่งพัฒนานวัตกรรมกรีนให้โดนใจลูกค้า ฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งาน ช่วยลดคาร์บอนซึ่งดีต่อโลก อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ พลาสติกรักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ใช้ซ้ำ รีไซเคิลได้ เห็นได้จากยอดขาย SCG Green Choice ที่ทำได้ 65,782 ล้านบาท ขยับสัดส่วนมาเป็น 53% ของยอดขาย และเติบโตเพิ่มขึ้น  1,114 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า</p>
<p>ประกอบกับความสามารถในการลดต้นทุน พัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน ซึ่งในโรงงานปูนซีเมนต์ในไทย ได้เพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทดแทนได้ถึง 47%</p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีเร่งเดินหน้าต่อตามแนวทาง <strong>Inclusive Green Growth</strong> มุ่งสู่ผู้นำธุรกิจกรีน ควบคู่การสร้างสังคม Net Zero พัฒนานวัตกรรมกรีนเพื่อป้อนตลาดโลก ซึ่งมีความต้องการสูง จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ล่าสุดปูนคาร์บอนต่ำ (เจเนอเรชัน 2) ที่ลดคาร์บอนได้เพิ่มขึ้น​ 15-20% พร้อมจำหน่ายแล้ว รวมถึงการเร่งขับเคลื่อ​นรับเศรษฐกิจในประเทศและภูมิภาคที่กำลังฟื้นตัว โดยขยายการลงทุนในตลาดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างภูมิภาค SAMEA (เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา) ส่วนโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP) จะกลับมาเดินเครื่องทดสอบทั้งโรงงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงในไตรมาส 3&#8243;</em></p>
<p>หุ้นปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ยังได้รับเลือกให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เป็นช่องทางใหม่ให้นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้น SCC และผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-25358 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/ผลประกอบการ-เอสซีจี-ไตรมาส-1-ปี-67-ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน.jpg" alt="" width="529" height="661" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ด้านธุรกิจแพคเกจจิ้ง หรือ SCGP</span></strong> สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการวัตถุดิบ การส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัสแบบครบวงจร เพื่อให้ได้วัตถุดิบคุณภาพและช่วยกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ 31,770 ไร่ จำนวน 152,181 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><strong>พร้อม​มุ่ง​ต่อยอดเพิ่มมูลค่าไม้ยูคาลิปตัสผ่าน</strong><strong>การ</strong><strong>วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงทุน </strong><strong>3 </strong><strong>ล้านดอลลาร์สหรัฐ ​ร่วม​กับ </strong><strong>Origin Materials </strong><strong>บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา พัฒนา &#8220;</strong><strong>Bio–based Plastic </strong><strong>จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ&#8221; รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเพิ่มสัดส่วน​พลังงานสะอาด นำเทคโนโลยี </strong><strong>Machine Learning </strong><strong>และปัญญาประดิษฐ์ </strong><strong>(Artificial Intelligence) </strong><strong>มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดการใช้พลังงานและต้นทุน  และสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมรองรับเทรนด์การเติบโตของธุรกิจสีเขียว</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-25359 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/11-SCGP-ส่งเสริมการปลูกยาคูลิปตัสครบวงจร.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง </strong></span>มุ่งพัฒนาสินค้าวัสดุก่อสร้างและโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า อาทิ <strong>‘</strong><strong>บ้านเอสซีจี ไฮม์ </strong><strong>High Ceiling’</strong> แบบบ้านใหม่สไตล์โมเดิร์น มีพื้นที่ใช้สอยตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ เพิ่มมุมพักผ่อนกลางบ้าน พร้อมโถงขนาดใหญ่ Double Space และยังคงคุณภาพการก่อสร้างและเทคโนโลยีการอยู่อาศัยแบบเอสซีจี ไฮม์ที่ลูกค้าไว้วางใจ  เช่น</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>หลังคาเมทัล เอสซีจี รุ่นคลิปล็อค </strong><strong>700</strong> ออกแบบให้ติดตั้งด้วยระบบคลิปล็อค (Clip Lock) ซ่อนหัวสกรู หมดปัญหารั่วซึมบริเวณหัวสกรู เตรียมจำหน่ายไตรมาส 2</p>
<p>&#8211;  <strong>SCG Modeena COFF</strong> วัสดุตกแต่งผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลจากกระบวนการผลิตและวัสดุเหลือใช้จากธุรกิจอื่นถึง 48%  ทดแทนการใช้ Virgin Fiber ลดการปล่อยคาร์บอน แต่คงความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม พร้อมกันนี้เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่</p>
<p><strong>&#8211; ONNEX by SCG Smart Living </strong> (ออนเนกซ์ บาย เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง) ครั้งแรกในงานสถาปนิก 67 รุกธุรกิจสมาร์ทโซลูชันสำหรับบ้านและอาคารเต็มที่ ด้วยการผนึกรวมนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ทั้งด้านประหยัดพลังงาน สร้างอากาศสะอาด และเพิ่มความปลอดภัย อาทิ ระบบหลังคาโซลาร์ ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน และโซลูชันบริหารจัดการการใช้พลังงานในอาคาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25360 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/9-ONNEX-by-SCG-Smart-Living-แบรนด์สมาร์ทโซลูชันสำหรับบ้านและอาคาร.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</span> </strong>รุกธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง อาทิ <strong>ภูมิภาค </strong><strong>SAMEA</strong> ซึ่งมีค่า GDP เฉลี่ยมากกว่า 70%  มีประชากรรวมกันกว่า 40% โดยมีการตั้งสำนักงานของ SCG International ที่ซาอุดิอาระเบีย เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการซัพพลายเชนให้ลูกค้าแบบครบวงจร ผ่านการผลักดันเครือข่ายธุรกิจทั้งหมดของเอสซีจี ครอบคลุมทั้งปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง กระดาษและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนวัตถุดิบและชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยมีแผนขนส่งสินค้าจากซาอุดิอาระเบียกระจายไปยังหลายประเทศทั่วโลก และจัดหาสินค้าจากภูมิภาคอื่น ๆ เข้ามายังซาอุดิอาระเบียเช่นกัน  ขณะที่ในตลาดอาเซียนได้ผลิตสินค้าปูนซีเมนต์ถุงเจาะกลุ่ม Economy Segment ที่เติบโตสูง อาทิ <strong>แบรนด์ </strong><strong>5</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Star Cement </strong><strong>ในกัมพูชา</strong> <strong>แบรนด์ </strong><strong>ADAMAX </strong><strong>ในเวียดนาม</strong> และ<strong>แบรนด์ </strong><strong>Bezt </strong><strong>ในอินโดนีเซีย</strong> ในส่วนของธุรกิจรีเทลในประเทศ ได้สร้างการรับรู้สำหรับร้าน <strong>เอสซีจี โฮม </strong>โดยล่าสุดได้จัดงาน Grand Opening สาขาเมืองขอนแก่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25365 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/10-ขยายธุรกิจใน-SAMEA-เอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-แอฟริกา.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC</strong> </span>เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายนวัตกรรมพลาสติกรักษ์โลก <strong>‘SCGC GREEN POLYMER<sup>TM</sup>’</strong> อย่างเต็มที่ เพื่อคว้าโอกาสรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่จะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2567 โดยไตรมาสที่ผ่านมา  มียอดขาย 38,000 ตัน โดยทั้งปี 2566 มียอดขาย 218,000 ตัน สอดคล้องตามเป้าหมาย 1 ล้านตันภายในปี 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/3-SCGC-Green-Polymer-นวัตกรรมพลาสติก-ที่คิดมาเพื่อสิ่งแวดล้อม.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ <strong>โฮมโปร</strong> ผลิต <strong>‘</strong><strong>เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก</strong><strong>’</strong> ครั้งแรกในไทย ด้วยการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลระบบปิดอย่างครบวงจร เพื่อเปลี่ยนเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง Green Polymer สำหรับผลิตเป็นสินค้าใหม่ นอกจากนี้ ภายใต้บริษัท <strong>Sirplaste SA </strong><strong>โปรตุเกส</strong> พร้อมเปิดตัว <strong>‘SIRPRIME’ </strong><strong>เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงชนิดไร้กลิ่น</strong> หรือ High Quality Odorless PCR HDPE Resin (PCR HDPE) ผลิตจากขยะพลาสติกจากครัวเรือน 100% โดยใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดกลิ่นและสิ่งแปลกปลอม ได้รับการรับรองมาตรฐาน EuCertPlast และ RecyClass ของยุโรป</p>
<p>ขณะที่ <strong>‘</strong><strong>โครงการปิ</strong><strong>โตรเคมีครบวงจร </strong><strong>LSP </strong><strong>เวียดนาม</strong><strong>’</strong> อยู่ในช่วงการประเมินและตรวจสอบเครื่องจักรอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจเรื่องความปลอดภัย คาดว่าจะกลับมาเดินเครื่องจักรทดสอบและพร้อมผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25362 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/12-SCG-Decor-ชูกลยุทธ์ยอดขายโต-2-เท่า-ภายในปี-2573.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์ หรือ </span></strong><strong><span style="text-decoration: underline;">SCGD</span>  </strong>ชู <strong>4</strong><strong> กลยุทธ์ดันยอดขายโต </strong><strong>2</strong><strong> เท่า ภายในปี </strong><strong>2573</strong> รับตลาดอาเซียนทยอยฟื้นตัว ได้แก่</p>
<p><strong>1</strong><strong>) สร้างการเติบโตให้ธุรกิจตกแต่งพื้นผิวกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง</strong> ผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ ขยายการลงทุนโรงงานในพื้นที่ภาคใต้ของเวียดนาม เพิ่มยอดขายสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และขยายช่องทางการจำหน่าย</p>
<p><strong>2</strong><strong>) ขยายธุรกิจสุขภัณฑ์ในอาเซียน และขยายการลงทุนโรงงานสุขภัณฑ์ใหม่ในอาเซียน</strong> ตั้งเป้ายอดขายสุขภัณฑ์เติบโต 2 เท่า หรือกว่า 10,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>3</strong><strong>) ขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่อง</strong> ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการให้บริการแบบครบวงจร และเพิ่มโอกาสขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><strong>4</strong><strong>) ลงทุนและเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</strong></p>
<p>นอกจากนี้ยังเน้นลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตควบคู่กันไป อาทิ โครงการติดตั้ง Hot Air Generator เพื่อลดต้นทุนพลังงานที่โรงงานในไทยอีก 2 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ และโครงการปรับปรุงสายการผลิตกระเบื้องไวนิล SPC ซึ่งจะเริ่มผลิตสินค้าป้อนตลาดในไทยได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ด้วยกำลังการผลิต 1.8 ล้านตารางเมตรต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25364 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/13-SCG-Cleanergy-นำนวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด-เข้าสู่ตลาดอาเซียน.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</strong><strong>พลังงานสะอาดครบวงจร</strong></span>  เติบโตต่อเนื่องตามเมกะเทรนด์โลกที่หันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ผนวกกับการสนับสนุนของภาครัฐ ทำให้ตลาดพลังงานสะอาดในประเทศขยายตัวสูง โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 511 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 13% จากสิ้นปี 2566 จากความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนจัดทำโครงการซื้อขายไฟฟ้าใหม่ ๆ โดยปีนี้ตั้งเป้ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 200 เมกะวัตต์ สำหรับการซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชน</p>
<p>ส่วน <strong>‘</strong><strong>นวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด</strong><strong>’</strong> ที่เป็นความร่วมมือกับ Rondo Energy สหรัฐอเมริกา  เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่มีศักยภาพในการทำตลาดในอาเซียน จึงเป็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าสู่ตลาดอาเซียนในช่วงแรก และจะขยายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ที่เหมาะสมต่อไป</p>
<p>ขณะเดียวกัน บริษัทสยามอุตสาหกรรมวัสดุทนไฟ จำกัด ได้ร่วมมือกับ Rondo Energy พัฒนาการผลิต <strong>‘</strong><strong>วัสดุกักเก็บความร้อน </strong><strong>(Thermal Media)’</strong> เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับใช้ในแบตเตอรี่กักเก็บความร้อน (Heat Battery) โดยสามารถขยายกำลังการผลิตวัสดุกักเก็บความร้อน ได้ถึง 12,000 ตันต่อปี ในปลายปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับการขยายธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บความร้อน</p>
<p><strong>นายธรรมศักดิ์ </strong>กล่าวทิ้งท้ายว่า “เศรษฐกิจโลกยังเผชิญจากความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เศรษฐกิจไทยน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากการท่องเที่ยว การลงทุนของต่างชาติ การอนุมัติงบประมาณปี 2567 ของภาครัฐที่จะเริ่มเบิกจ่ายในเดือนเมษายน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง ลดหย่อนภาษีเงินได้ และปล่อยสินเชื่อให้กู้ซื้อบ้านสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์  และเป็นที่น่ายินดีที่ภาครัฐให้ความสำคัญเรื่องกรีน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเสนอพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในปีนี้  การสนับสนุนโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ให้เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย  หากมีการผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) ก็จะเป็นต้นแบบให้องค์กรอื่น ๆ ปฏิบัติตาม ซึ่งจะยิ่งช่วยกระตุ้นแนวคิดเรื่องกรีนให้เป็นรูปธรรม ลดภาวะโลกเดือดได้ รวมทั้งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”</p>
<p><strong> สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567</strong><strong> ของแต่ละหน่วย​ธุรกิจ ประกอบด้วย </strong></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC </strong> มีรายได้จากการขาย 45,376 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 2% และลดลง​ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายลดลงตามอุปสงค์ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ยังอ่อนตัว จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงการหยุดโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) เพื่อซ่อมบำรุง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน</strong> มีรายได้จากการขาย 21,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6% เนื่องจากเป็นฤดูกาลของการขาย แต่ลดลง​ 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามภาพรวม​ตลาดปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศที่หดตัวลง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และธุรกิจเอสซีจี </strong><strong>ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</strong> ไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขาย 38,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​จากไตรมาสก่อน 6% เนื่องจากเป็นฤดูกาลของการขาย ส่งผลให้ยอดขายสินค้าวัสดุก่อสร้างและธุรกิจดิสทริบิวชั่นปรับตัวดีขึ้น แต่ลดลง​ 3% (YOY) ​ เนื่องจากยอดขายที่ลดลงตามภาพรวมตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่หดตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25366 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/4-ปูนคาร์บอนต่ำ-เจเนอเรชัน-2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจ</strong><strong>แพคเกจจิ้ง หรือ </strong><strong>SCGP </strong>มีรายได้จากการขาย 33,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6% จากความต้องการบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคเติบโตได้ดี  และแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การเตรียมสินค้าก่อนช่วงวันหยุดยาว นโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐในประเทศไทย และการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับการปรับตัวที่ดีขึ้นของภาคส่งออกในอาเซียน</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์</strong> <strong>หรือ </strong><strong>SCGD</strong>  มีรายได้ 6,784 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อน​ EBITDA และกำไร เพิ่มขึ้นเป็น 854 ล้านบาท และ 258 ล้านบาท ตามลำดับ ​จากความต้องการของตลาดในประเทศเวียดนามอ่อนตัวลงจากวันหยุดยาวช่วงปีใหม่(TET) ในขณะที่ยอดขายจากประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถยืนราคาขายสินค้ากระเบื้องเซรามิกและสุขภัณฑ์ได้ การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูง การทำโครงการลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตต่าง ๆ และการที่ต้นทุนพลังงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/">SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
