<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แปลงป่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Jul 2026 12:25:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>แปลงป่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซีพี ทุ่ม 30 ล้าน ผนึกแม่ฟ้าหลวงฯ หนุน​โปรเจ็กต์ดูแล &#8216;ป่าชุมชน&#8217; ​ใช้กลไก &#8216;Reforest Tokenization&#8217;แปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคน ​พร้อมความร่วมมือเฟสใหม่ ดึงคาร์บอนเครดิตจากดอยตุง ขายผ่านทรูมันนี่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/cp-join-mflf-reforest-tokenization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2026 12:15:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Community Forest]]></category>
		<category><![CDATA[CP]]></category>
		<category><![CDATA[Green Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Reforest Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[Utility Token]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[จอมกิตติ ศิริกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[วรสิทธิ์ สิทธิวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมิทธิ์ หาเรือนพืชน์]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อภินันท์ ดาบเพ็ชร]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[แปลงป่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวงฯ​]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42982</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท สนับสนุนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง​ ในพระบรมราชูปถัมภ์​ ขับเคลื่อนการดูแลป่าชุมชนตามแนวคิด &#8216;Reforest Tokenization&#8216; นำร่อง 1 หมื่นไร่ ครอบคลุม 200 ครัวเรือน ​​เพิ่มแนวร่วมฟื้นฟูป่าพร้อมสร้างรายได้ให้​ชุมชน   พร้อมการนำคาร์บอนเครดิตที่สร้างได้จากป่าชุมชนมาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Utility Token) ขายผ่านทรูมันนี่ เพิ่มช่องทางชดเชยคาร์บอนส่วนบุคคล และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีช่องทางในการสนับสนุนการดูแลป่าได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง​แผนขยายความร่วมมมือของทั้งสององค์กรในเฟสต่อไป ด้วยการนำคาร์บอนเครดิตจาก &#8216;โครงการดอยตุง&#8217; โครงการต้นแบบที่มีการรับรองคาร์บอนเครดิตมาตรฐาน T-VER แล้วรวม 4 แสนตันคาร์บอน (CO2eq)  มาแปลงเป็น Utility Token เพื่อจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มทรูมันนี่ด้วยเช่นกัน ซีพี ตั้งงบ 30 ล้าน หนุนแนวร่วมดูแลป่าชุมชน  คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ซีพีรวมทั้งบริษัทในเครือฯ ร่วมเป็นหนึ่งในภาคเอกชนภายใต้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ  ผ่านการสนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท สำหรับการทำงานร่วมกับภาคชุมชนในการดูแลและฟื้นฟูป่าชุมชนพื้นที่นำร่อง 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/cp-join-mflf-reforest-tokenization/">ซีพี ทุ่ม 30 ล้าน ผนึกแม่ฟ้าหลวงฯ หนุน​โปรเจ็กต์ดูแล &#8216;ป่าชุมชน&#8217; ​ใช้กลไก &#8216;Reforest Tokenization&#8217;แปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคน ​พร้อมความร่วมมือเฟสใหม่ ดึงคาร์บอนเครดิตจากดอยตุง ขายผ่านทรูมันนี่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท สนับสนุนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง​ ในพระบรมราชูปถัมภ์​ ขับเคลื่อนการดูแลป่าชุมชนตามแนวคิด &#8216;<strong>Reforest Tokenization</strong>&#8216; นำร่อง 1 หมื่นไร่ ครอบคลุม 200 ครัวเรือน ​​เพิ่มแนวร่วมฟื้นฟูป่าพร้อมสร้างรายได้ให้​ชุมชน <strong> </strong></p>
<p><span id="more-42982"></span></p>
<p>พร้อมการนำคาร์บอนเครดิตที่สร้างได้จากป่าชุมชนมาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Utility Token) ขายผ่านทรูมันนี่ เพิ่มช่องทางชดเชยคาร์บอนส่วนบุคคล และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีช่องทางในการสนับสนุนการดูแลป่าได้สะดวกมากยิ่งขึ้น</p>
<p>รวมทั้ง​แผนขยายความร่วมมมือของทั้งสององค์กรในเฟสต่อไป ด้วยการนำคาร์บอนเครดิตจาก<strong> &#8216;โครงการดอยตุง&#8217;</strong> โครงการต้นแบบที่มีการรับรองคาร์บอนเครดิตมาตรฐาน T-VER แล้วรวม 4 แสนตันคาร์บอน (CO2eq)  มาแปลงเป็น Utility Token เพื่อจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มทรูมันนี่ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42986 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-03_คุณศุภชัย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ซีพี ตั้งงบ 30 ล้าน หนุนแนวร่วมดูแลป่าชุมชน </strong></p>
<p><strong>คุณศุภชัย เจียรวนนท์ </strong>รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ซีพีรวมทั้งบริษัทในเครือฯ ร่วมเป็นหนึ่งในภาคเอกชนภายใต้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ  ผ่านการสนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท สำหรับการทำงานร่วมกับภาคชุมชนในการดูแลและฟื้นฟูป่าชุมชนพื้นที่นำร่อง 1 หมื่นไร่  พร้อมการสนับสนุนการทำงานของภาคชุมชนทั้งงานด้านการอนุรักษ์และป้องกันไฟป่า รวมทั้งการสนับสนุนกองทุนด้านการส่งเสริมอาชีพภายในชุมชน เพื่อช่วยยกระดับรายได้คนในชุมชนได้เพิ่มขึ้น ​ครอบครัวละไม่ต่ำกว่า 1 &#8211; 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจในการช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมคนในพื้นที่ให้กลายมาเป็นแนวร่วมในการอนุรักษ์ป่า ซึ่งจะทำให้แต่ละชุมชนมีรายได้หลายทางทั้งทรัพยากรจากการดูแลธรรมชาติในป่า ​การขายคาร์บอนเครดิตที่สร้างจากป่า รวมทั้งการพัฒนาอาชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหมู่บ้าน</p>
<p><em>&#8220;การอนุรักษ์ป่าจำเป็นต้องสร้าง<strong> ‘แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ’</strong> เพื่อให้คนที่อยู่กับป่าสามารถมีรายได้จากการรักษาป่า มากกว่าการใช้ประโยชน์ที่ทำลายทรัพยากร จึงเป็นที่มาของแนวคิด <strong>Reforest Tokenization</strong> ที่มุ่งยกระดับผืนป่าให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Natural Capital เพื่อเชื่อมโยงการอนุรักษ์กับกลไกเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<p>ทั้งนี้ ป่ามีบทบาทสำคัญในการดูแลและสร้างสมดุลให้​​ระบบนิเวศ​ ทั้งการช่วยดูดซับคาร์บอนจากกิจกรรมของมนุษย์ได้ราว 31%,  การเป็นแหล่งกำเนิดน้ำจืดในการใช้สอยกว่า 75% ของโลก และ 80% ของ​สิ่งมีชีวิตบนบกที่ต้องอาศัยป่าในการดำรงชีวิต รวมทั้งกว่า 90%  ของประชากรที่ขาดแคลนหรือยากจนที่สุดของโลกต้องพึ่งพาในการดำรงชีวิต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42992 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Re-CP1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ขณะที่การสูญเสียพื้นที่ป่าของโลกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่โดยรอบประเทศไทย</strong> โดยพบว่า ระหว่างปี 2533-2568 พื้นที่ป่าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงลดลงอย่างต่อเนื่องที่ราว 22% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่อยู่ระดับ 4% โดยเมียนมาสูญเสียพื้นที่ป่าสูงสุดถึง 75 ล้านไร่ หรือลดลง 30.9%  ขณะที่ไทยสูญเสีย 3.7 ล้านไร่ หรือมีพื้นที่ป่าลดลง 2.9% ส่วนลาวลดลง 9.5% ​ ซึ่งแม้ว่าประเทศไทยอาจจะสามารถรักษาพื้นที่ป่าไว้ได้ดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาค <strong>แต่เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการมีพื้นที่สีเขียวของป่าไว้ แต่ยังมีปัญหาสำคัญที่ต้องดูแลทั้งการเกิดไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งการอนุรักษ์ป่าเป็นหนึ่งแนวทางสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาให้บรรเทาความรุนแรงลงได้</strong> และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทางเครือซีพีให้ความสำคัญในการเข้าร่วมสนับสนุนโครงการดูแลป่าชุมชนครั้งนี้</p>
<p><em>“จากประสบการณ์การลงพื้นที่จังหวัดน่านร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผมได้เรียนรู้ว่าหัวใจของการอนุรักษ์ป่าไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้ แต่คือการทำให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอาชีพที่ยั่งยืน หากชุมชนยังมีรายได้ไม่เพียงพอ แรงกดดันต่อผืนป่าก็จะยังคงอยู่ วันนี้โลกมีคาร์บอนเครดิตเป็นกลไกที่สะท้อนคุณค่าของการดูดซับคาร์บอน แต่ความจริงแล้วป่ายังมีคุณค่าอีกมาก ทั้งการรักษาต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ การป้องกันไฟป่า และการดูแลชุมชน Reforest Tokenization จึงเป็นการนำคุณค่าเหล่านี้มาแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการแปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนมีส่วนร่วมสนับสนุนการอนุรักษ์ ขณะที่รายได้จะกลับสู่ชุมชนผู้ดูแลผืนป่า เปลี่ยนผืนป่าให้เป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่า สร้างอาชีพที่มั่นคง ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและการประกอบกิจกรรมที่ทำลายทรัพยากร”</em></p>
<p><strong>&#8216;ชุมชน&#8217; นักรบด่านหน้าฟื้นฟู Nature Capital</strong></p>
<p>ด้าน<strong> หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล</strong> เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต้องเดินควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพของชีวิตคนในชุมชนที่เสมือนเป็นกำแพงด่านหน้าคอยเผชิญกับวิกฤตต่างๆ และหากพวกเขาไม่สามารถอยู่ได้ธรรมชาติก็จะถูกทำลาย และสุดท้ายก็จะส่งผลกระทบต่อพวกเราทุกคนเช่นเดียวกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42987 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-04_มล.ดิศปนัดดา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;คำว่า <strong>&#8216;คนหิว ป่าหาย&#8217;</strong> ยังเป็นจริงอยู่เสมอ จึงจำเป็นต้องหาโมเดลสำหรับการดูแลแนวหน้าอย่างชุมชนซึ่งอยู่กับป่าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเปลี่ยนมาเป็นแนวร่วมในการช่วยพวกเราดูแลและฟื้นฟูป่าและธรรมชาติ ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องมองความคุ้มค่าและการสร้างประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรต่างๆ โดยไม่มองว่าธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมเป็นของฟรี โดยมีการประเมินมูลค่า​ธรรมชาติในปัจจุบันอยู่ที่ 125 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และการเติบโตของ <strong>GDP โลกกว่า 55% มาจากการพึ่งพาทุนทางธรรมชาติ ​ขณะที่ปัจจุบันเรามีการดึง​​ทรัพยากรธรรมชาติในอนาคตมาใช้แล้วกว่า 1.8 เท่าของทรัพยากรที่โลกมีอยู่ จึงจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูที่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวแต่จำเป็นต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพควบคู่ไปด้วย โดยชุมชนนับเป็นกลไกสำคัญ </strong>ในฐานะคนในพื้นที่ และเป็นกลุ่มคนที่สามารถทำให้​การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เกิดขึ้นได้จริง&#8221;  </em></p>
<p>ทั้งนี้ ความร่วมมือกับทางซีพีเป็นหนึ่งโมเดลในการสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการฟื้นฟูและอนุรักษ์ธรรมชาติ  โดยเรื่องคาร์บอนเครดิตเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นในการสั่นกระดิ่งให้คนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของทุนธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะสุดท้ายการดูแลป่า เพื่อได้คาร์บอนเครดิต มาช่วยดูดซับคาร์บอนเป็นเพียงหนึ่งประเด็นในการฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ยังต้องมองเรื่อง Biodiversity หรือความหลากลายทางธรรมชาติไปพร้อมกันด้วย เพื่อให้โลกและมนุษยชาติยังดำรงอยู่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42990 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Re-Kduke.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em><strong>Carbon Credit จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพใหญ่จาก Biodiversity Credit ซึ่งยังต้องเรียนรู้และขับเคลื่อนเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต</strong></em> และภาคธุรกิจจำเป็นต้องหันมามอง เข้าใจ และเริ่มขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ โดยไม่มองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมา แต่เป็นการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงต่อธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยง Cost of Inaction หรือ ต้นทุนจากการไม่ทำอะไร ทั้งการถูกกฎเกณฑ์ในอนาคตบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเริ่มทำเองตั้งแต่ตอนนี้ หรือหากโลกเคลื่อนไปจนถึงจุดที่ทรัพยากรต่างๆ ถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้แล้ว ไม่ว่าจะใช้เงินมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถย้อนกลับมายังจุดที่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป</p>
<p><strong>แปลงคาร์บอนเครดิตจากป่า เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ดึงประชาชนร่วมดูแลป่า</strong></p>
<p>สำหรับ Roadmap ความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์  และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้วางกรอบดำเนินงานไว้ในระหว่างปี 2569–2573 ผ่านการพัฒนากลไก<strong> Reforest Tokenization</strong> ให้สามารถเชื่อมข้อมูลการฟื้นฟูป่า การกักเก็บคาร์บอน และผลลัพธ์จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อย่างเป็นระบบ</p>
<p>โดย​ระยะแรกภายในปี 2569 เครือฯ จะนำคาร์บอนเครดิตจากพื้นที่ป่าที่พัฒนาโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มาจำหน่ายบนแอปพลิเคชัน TrueMoney เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมสนับสนุนการดูแลป่า ผ่านรูปแบบการแลกสิทธิ์ใช้งานทันที หรือ Instant Redeem กลไกในระยะเริ่มต้นนี้จะยังไม่มีการถือครองเหรียญหรือโทเคนใน Digital Wallet แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและบล็อกเชน เพื่อเชื่อมกระบวนการเลือกซื้อ ชำระเงิน และรับใบรับรองการชดเชยคาร์บอนส่วนบุคคลให้ครบในประสบการณ์เดียว ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการสนับสนุนการดูแลป่าได้สะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น</p>
<p>สำหรับระยะต่อไป เครือเจริญโภคภัณฑ์จะพัฒนากลไก Reforest Tokenization อย่างเต็มรูปแบบภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้าง<em><strong>ช่องทางใหม่ในการระดมทุนและขยายระบบนิเวศการอนุรักษ์ โดยใช้โทเคนเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่เฉพาะคาร์บอนเครดิต แต่รวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และบริการของระบบนิเวศอื่น ๆ</strong>  </em>เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนร่วมสร้าง &#8216;Natural Capital&#8217; ของประเทศไทย และทำให้การอนุรักษ์สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42985 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-01_Reforest-Tokenization-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยมีพื้นที่นำร่องสำคัญ ใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และตาก จำนวนรวมกว่า 10,000 ไร่ ประมาณการณ์คาร์บอนเครดิต 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทั้งนี้ เครือฯ ยังตั้งเป้าร่วมพัฒนากลไกกองทุนหมุนเวียนเพื่อการฟื้นฟูป่ากับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ภายในปี 2573 เป็นเงินรวมกว่า 30 ล้านบาท เพื่อให้ทรัพยากรที่เกิดจากการอนุรักษ์สามารถกลับมาสนับสนุนชุมชนและการฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงขยายโครงการด้วยตนเองและร่วมมือกับพันธมิตรอื่นๆ ในอนาคต</p>
<p>รวมทั้งการขยายความร่วมมือระหว่างซีพี และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในเฟสต่อไป ด้วยการนำคาร์บอนเครดิตจากโครงการดอยตุง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย มาร่วมจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มทรูมันนี่ด้วยเช่นกัน โดยปัจจุบันโครงการดอยตุงได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตมาตรฐาน T-VER แล้วกว่า 4 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) หรือแปลงเป็นหน่วยย่อยได้กว่า 400 ล้านกิโล CO2eq ซึ่ง​ปัจจุบันอยู่ในช่วงทดลองดำเนินงานผ่านแซนด์บ็อกซ์ของทางธนาคารแห่งประเทศไทย ​รวมทั้งยังจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดถึงดีมานด์ในตลาด เพื่อพิจารณาถึงปริมาณที่จะนำออกมา​จำหน่ายในอนาคต</p>
<p><strong>Tokenizing Reforestation</strong><strong> ผนึกชุมชน นวัตกรรม และธรรมชาติ </strong></p>
<p>การประกาศความร่วมมือระหว่างซีพี และแม่ฟ้าหลวงฯ ผ่านการจัดงาน <strong>&#8216;Tokenizing Reforestation: </strong><strong>ฟื้นป่าด้วยนวัตกรรมโทเคน</strong><strong>&#8216;</strong> ภายใต้แนวคิด &#8216;<strong>ร่วมสร้างอนาคตที่ธรรมชาติ เทคโนโลยี และชุมชนเติบโตไปด้วยกัน</strong><strong>&#8216;</strong> พร้อมเวทีสัมมนาหัวข้อ <strong>&#8216;Unlocking Forest Value through Collaboration: ปลดล็อกคุณค่าผืนป่า ผ่านพลังความร่วมมือ&#8217;</strong></p>
<p>เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำให้การฟื้นฟูป่าเป็นโมเดลที่ขยายผลได้จริง ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน และแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำให้การอนุรักษ์เดินหน้าไปพร้อมๆ กับการสร้างรายได้ให้กับทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>คุณสมิทธิ์ หาเรือนพืชน์ </strong>ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า ​การอนุรักษ์ป่าจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ต้องเริ่มจากชุมชน โดยรับฟังความต้องการ สร้างองค์ความรู้ และใช้เทคโนโลยีร่วมกับระบบตรวจสอบที่โปร่งใส เมื่อชุมชนมีรายได้จากคาร์บอนเครดิต ก็จะเกิดแรงจูงใจในการดูแลผืนป่าและลดปัญหาไฟป่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงทำหน้าที่เชื่อมโยงชุมชนกับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาโมเดลการอนุรักษ์ที่โปร่งใส ปราศจากการฟอกเขียว และสร้างรายได้จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42989 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-06_Reforest-Tokenization.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณ​</strong><strong>จอมกิตติ ศิริกุล</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า​ ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เครือซีพีได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และมูลนิธิปิดทองหลังพระ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่กับผืนป่า โดยมุ่งสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจที่อยู่ร่วมกับป่าได้ เช่น กาแฟ พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับและต่อยอดสู่คาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ผืนป่าและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย </strong>ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด อธิบายว่า ธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์มีความเกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรและเกษตรกรจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ผืนป่า จึงเผชิญความท้าทายทั้งปัญหาการบุกรุกป่าและการเผาที่ก่อให้เกิดหมอกควัน เครือซีพีจึงดำเนินมาตรการรณรงค์ ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และมองว่าธุรกิจคาร์บอนเครดิตเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนร่วมอนุรักษ์ผืนป่า เนื่องจากป่าไม้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน จึงเป็นความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในการสนับสนุนให้ชุมชนมีรายได้ที่เพียงพอ ลดการบุกรุกป่า ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสม</p>
<p><strong>คุณอภินันท์ ดาบเพ็ชร </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด และผู้อำนวยการฝ่ายการเติบโตของวอลเล็ทแพลตฟอร์ม บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า แอสเซนด์ บิท และทรูมันนี่ ภายใต้เครือแอสเซนด์ กรุ๊ป เชื่อว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายๆ เราจึงนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาต่อยอดบริการซื้อคาร์บอนเครดิต บนแอปพลิเคชันทรูมันนี่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างสะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้ ผ่านโครงการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเลือกแพ็กเกจการชดเชยคาร์บอนได้ตามความต้องการ และได้รับใบรับรองการชดเชยคาร์บอน เพื่อยืนยันการมีส่วนร่วมและสามารถตรวจสอบได้ ความร่วมมือในโครงการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ด้าน Reforest Tokenization ควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อนำมาส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p>ภายในงาน ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานและพันธมิตร ที่นำเสนอภาพการต่อยอดผืนป่าสู่ทุนธรรมชาติ ตั้งแต่การพัฒนาธุรกิจคาร์บอนเครดิต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงโมเดลการพัฒนาชุมชนที่สร้างรายได้ควบคู่กับการดูแลผืนป่า สะท้อนให้เห็นว่าการอนุรักษ์สามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไก  Reforest Tokenization ที่ไม่พียง​นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับการอนุรักษ์ป่า แต่เป็นการวางรากฐานกลไกใหม่ที่ <strong>แปลงป่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล </strong> และสร้างแรงจูงใจที่ทำให้ ​<strong>การดูแลป่าสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน </strong>ผ่านพลังชุมชน องค์ความรู้ด้านการพัฒนา เทคโนโลยีดิจิทัล ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคีเครือข่าย เพื่อให้คนอยู่รอด ป่าอยู่ได้ และสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กรได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/cp-join-mflf-reforest-tokenization/">ซีพี ทุ่ม 30 ล้าน ผนึกแม่ฟ้าหลวงฯ หนุน​โปรเจ็กต์ดูแล &#8216;ป่าชุมชน&#8217; ​ใช้กลไก &#8216;Reforest Tokenization&#8217;แปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคน ​พร้อมความร่วมมือเฟสใหม่ ดึงคาร์บอนเครดิตจากดอยตุง ขายผ่านทรูมันนี่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
