<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แพลตฟอร์ม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Mar 2026 13:01:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>แพลตฟอร์ม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แกร็บ ประเทศไทย ประเมิน​วิกฤต &#8216;ราคาน้ำมัน&#8217; ใกล้ชิด พิจารณา Surcharge หากสถานการณ์ลากยาว ​วางแผนตั้งรับไม่ต่างโควิด ​เร่งส่งเสริม EV บรรเทาผลกระทบในอีโคซิสเต็ม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/grab-thailand-winning-with-purpose-together-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 12:25:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Barbell Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Friend of Grab]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Winning with Purpose Together]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40664</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย ​ทำการบ้านหนัก รับมือ &#8216;ราคาน้ำมันผันผวน&#8217; ​​​ประเมินสถานการณ์เทียบเท่าวิฤตโควิด เร่งส่งเสริม​ Grab EV ต่อเนื่องบรรเทาผลกระทบ พร้อมแผนเพิ่มบริการ​ ขยายเซ็กเม้นต์ใหม่ สร้างการเติบโตต่อเนื่อง  คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยแผนรับมือต่อผลกระทบจากความผันผวนด้านราคาน้ำมันว่า อยู่ระหว่างการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือทั้งผู้ขับรถ ร้านค้า รวมทั้งผู้ใช้งานภายในอีโคซิสเต็มของแพลตฟอร์มได้อย่างสมดุล หลังได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นผ่านการสนับสนุนอินเซ็นทีฟให้ผู้ขับรถที่ใช้น้ำมันรวมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะให้การช่วยเหลือถึงวันที่ 1 เมษายนนี้ ​แต่หลังจากนั้น หากผลกระทบยังลากยาวต่อเนื่อง อาจจะต้องกลับมาดูว่าจะมีการพิจารณาค่าธรรมเนียมราคาน้ำมันเพิ่มเติม (Surcharge ) หรือไม่อย่างไร เพราะไม่ใช่เพียงแค่น้ำมันในฝั่งคนขับ แต่ในส่วนของร้านค้าก็กระทบเช่นกัน ทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือราคาวัตถุดิบต่างๆ ที่ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างทำการบ้าน ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบหรือเป็นการผลักภาระไปให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยประเมินการวางแผนเพื่อรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ต่างจากช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด​ &#8220;หนึ่งแนวทางสำคัญที่แกร็บจะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบ คือ การเร่งส่งเสริมให้ผู้ขับภายในแพลตฟอร์มหันมาใช้รถ EV เพิ่มมากขึ้น ทั้งรถ 4 ล้อ และ 2 ล้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/grab-thailand-winning-with-purpose-together-2026/">แกร็บ ประเทศไทย ประเมิน​วิกฤต &#8216;ราคาน้ำมัน&#8217; ใกล้ชิด พิจารณา Surcharge หากสถานการณ์ลากยาว ​วางแผนตั้งรับไม่ต่างโควิด ​เร่งส่งเสริม EV บรรเทาผลกระทบในอีโคซิสเต็ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย ​ทำการบ้านหนัก รับมือ &#8216;ราคาน้ำมันผันผวน&#8217; ​​​ประเมินสถานการณ์เทียบเท่าวิฤตโควิด เร่งส่งเสริม​ Grab EV ต่อเนื่องบรรเทาผลกระทบ พร้อมแผนเพิ่มบริการ​ ขยายเซ็กเม้นต์ใหม่ สร้างการเติบโตต่อเนื่อง </strong></p>
<p><span id="more-40664"></span></p>
<p><strong>คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยแผนรับมือต่อผลกระทบจากความผันผวนด้านราคาน้ำมันว่า อยู่ระหว่างการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือทั้งผู้ขับรถ ร้านค้า รวมทั้งผู้ใช้งานภายในอีโคซิสเต็มของแพลตฟอร์มได้อย่างสมดุล หลังได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นผ่านการสนับสนุนอินเซ็นทีฟให้ผู้ขับรถที่ใช้น้ำมันรวมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะให้การช่วยเหลือถึงวันที่ 1 เมษายนนี้ ​แต่หลังจากนั้น หากผลกระทบยังลากยาวต่อเนื่อง อาจจะต้องกลับมาดูว่าจะมีการพิจารณาค่าธรรมเนียมราคาน้ำมันเพิ่มเติม (Surcharge ) หรือไม่อย่างไร เพราะไม่ใช่เพียงแค่น้ำมันในฝั่งคนขับ แต่ในส่วนของร้านค้าก็กระทบเช่นกัน ทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือราคาวัตถุดิบต่างๆ ที่ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างทำการบ้าน ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบหรือเป็นการผลักภาระไปให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยประเมินการวางแผนเพื่อรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ต่างจากช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด​</p>
<p><em>&#8220;หนึ่งแนวทางสำคัญที่แกร็บจะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบ คือ การเร่งส่งเสริมให้ผู้ขับภายในแพลตฟอร์มหันมาใช้รถ EV เพิ่มมากขึ้น ทั้งรถ 4 ล้อ และ 2 ล้อ เนื่องจากภาระส่วนต่างต้นทุนเชื้อเพลิงต่างกันราว 60-70% ​โดยทางแกร็บมีโปรแกรมส่งเสริมการใช้ EV ภายในแพลตฟอร์มทั้งรูปแบบการผ่อน การเช่า​ โดย​ทางแกร็บพยายามจะเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์ในการเข้ามาให้บริการด้านสินเชื่อเช่าซื้อแก่คนขับภายในแพลตฟอร์มเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งพันธมิตร​ผู้ให้บริการจุดชาร์จไฟฟ้าเพิ่มเติม </em><em>ซึ่งหลังจากเปิดโปรแกรมมาราว 3 ปี มีจำนวนยานพาหนะไฟฟ้ากว่า 1-2 หมื่นคัน ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเติบโตโดยรวม​ขึ้นมากกว่า 10% และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประกอบกับการมีมาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้รถ  EV ภายในแพลตฟอร์มเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าจะทำให้มีจำนวนรถ EV ให้บริการภายในแพลตฟอร์มเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง&#8221; </em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40665 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Grab-Re2.jpg" alt="" width="1200" height="914" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความท้าทายทั้งภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระหว่างประเทศ แต่ <strong>&#8216;แกร็บ ประเทศไทย&#8217;</strong> ยังสามารถสร้างการเติบโตในมิติต่างๆ ได้ตลอด​ปีที่ผ่านมา รวมทั้งยังมีแผนเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ทั้งมิติ Performace , People และ Planet</p>
<p><strong>คุณจันต์สุดา </strong>กล่าวถึงการเติบโตของแกร็บ ประเทศไทย ในปีที่ผ่านมา มี​​อัตราการใช้บริการ​โดยรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 250%  ความถี่เฉลี่ยของการใช้บริการในแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 19% การใช้จ่ายต่อเดือนเพิ่มขึ้น 8% ต่อคน และรายวันเพิ่มขึ้นถึง 37% ต่อคน ขณะที่การให้บริการของกลุ่มคนขับเพิ่มขึ้น 52% การเติบโตรายเดือนของร้านค้าเพิ่มขึ้น 13.5% รวมทั้งยอดการให้บริการทางการเงินเพิ่มขึ้น 40%</p>
<p><em>&#8220;การเติบโตสำคัญมาจากการใช้กลยุทธ์ <strong>Barbell Strategy ที่สามารถบาลานซ์บริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งกลุ่มที่มองหา Affordability และ Quality</strong> ทำให้มีบริการที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า โดยเฉพาะบริการ <strong>Grab Saver</strong> ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์เพื่อตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจที่ทุกคนต้องรับเข็มขัด ควบคู่ไปกับการเพิ่มบริการพิเศษ สำหรับกลุ่มธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการคุณภาพในการให้บริการ ประกอบกับการมีแคมเปญและโปรโมชั่นต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะการเข้าร่วมอีเวนท์สำคัญของภาครัฐอย่างคนละครึ่งพลัส ที่มีร้านค้าในแพลตฟอร์มเข้ากว่า 4 หมื่นร้าน และยอดขายเติบโตได้กว่า 3 เท่า รวมทั้งหลายร้านสามารถรักษาการเติบโตต่อเนื่องแม้จบแคมเปญแล้ว&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40669 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Grab-Re6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ จะขับเคลื่อนผ่านแนวคิด <strong>&#8216;Winning with Purpose Together&#8217; </strong>​พร้อมสานต่อกลยุท​​​ธ์ Barbell Strategy ต่อเนื่อง รวมทั้งการขยายบริการ รวมทั้งเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดตัว <strong>Friend of Grab</strong> อย่าง <strong>&#8216;น้องแอบิเกล&#8217;</strong> ทำให้สามารถขยายฐานผู้ใช้งานได้ทุกกลุ่ม รวมทั้งการเพิ่มความแข็งแรงด้าน Brand&#8217;s Love ​สะท้อนผ่านการเติบโตของทราฟฟิกในแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นได้กว่า 2 หลัก ซึ่งส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายภายในแพลตฟอร์มเติบโตขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p>ทั้งนี้ แกร็บเตรียมขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ กลุ่มคนนอนดึก โดยได้เลือก<strong> &#8216;สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์&#8217;</strong> มาร่วมเป็นครอบครัว Friend of Grab คนล่าสุด เพื่อจับกลุ่มคอบอล ซึ่งเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งของประเทศ ที่คาดว่าจะสามารถเข้าถึงคนไทยที่ดูบอลได้ราว 45 ล้านคน  รวมทั้งนำเสนอบริการพิเศษ​ทั้งในกลุ่ม Mobility และ Food ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง<strong> </strong><strong>GrabForStudent</strong> เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมทั้งฐาน Users ทั่วไป ผ่านการนำร่อง​​บริการนาโนไฟแนนซ์ <strong>Grab Quick Cash</strong> ซึ่งต่อยอดการให้บริการสินเชื่อเงินสดจากคนขับหรือร้านค้า มาสู่กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป เพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ ด้วยวงเงินสูงสุด 2 หมื่นบาท และผ่อนจ่ายสูงสุด 6 เดือน ภายใต้แนวทางการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ หรือ Responsible Lending</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40668 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Grab-Re5-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ส่วนมิติ People และ Planet แกร็บ ประเทศไทย ยังมุ่งมั่นส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม ผ่านพันธกิจ<strong> GrabForGood </strong> เพื่อ​สนับสนุนคนขับ-ไรเดอร์ และพาร์ทเนอร์ร้านค้าใน 3 ประเด็นหลัก ทั้งการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล , การพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มทักษะ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการใช้ AI รวมทั้งขับเคลื่อนโครงการ<strong> GrabAcademy</strong> และ<strong>การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ</strong></p>
<p><em>&#8220;แม้ช่วงที่อยู่ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านทั้งภาวะเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น แต่แกร็บ ประเทศไทย ยังสามารถขับเคลื่อนความยั่งยืนได้ต่อเนื่อง เนื่องจากได้ผนวก Sustainability ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติอยู่แล้ว ทำให้เป้าหมายในการสร้าง Positive Impace ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมสามารถขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริม Grab EV ที่นอกจากช่วยบรรเทาผลกระทบปัญหาราคาน้ำมัน ขณะเดียวกันก็​​ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้ด้วยเช่นกัน และในปีนี้มีแนวคิดขยายการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ผ่าน​โครงการเพื่อโลกสีเขียว (Green Programme) ด้วยการนำเงินบริจาคจากผู้ใช้บริการไปซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอน รวมทั้งสนับสนุนการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) เพิ่มเติม รวมทั้ง​​ริเริ่มโครงการใหม่อย่าง <strong>GrabFood </strong><strong>ร้านรักษ์โลกพร้อมคัดแยก </strong>ที่จะร่วมกับ Trash Lucky ส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหารคัดแยกขยะและนำไปรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ&#8221;</em> ​คุณจันต์สุดา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/grab-thailand-winning-with-purpose-together-2026/">แกร็บ ประเทศไทย ประเมิน​วิกฤต &#8216;ราคาน้ำมัน&#8217; ใกล้ชิด พิจารณา Surcharge หากสถานการณ์ลากยาว ​วางแผนตั้งรับไม่ต่างโควิด ​เร่งส่งเสริม EV บรรเทาผลกระทบในอีโคซิสเต็ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บมอบอินเซนทีฟช่วยเหลือค่าน้ำมัน รวมมูลค่า 10 ล้านบาท สำหรับผู้ให้บริการทุกคน ทุกรอบการเดินทาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/grab-thailand-fuel-incentive/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 09:39:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Fuel Incentive]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Oil Price]]></category>
		<category><![CDATA[คนขับ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ให้บริการ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งคน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ไรเดอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40510</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียด ในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลต่อการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ล่าสุด แกร็บได้พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นและประกาศ มอบ &#8216;อินเซนทีฟพิเศษ&#8217; เพื่อแบ่งเบาภาระของคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร รวมถึงบริการเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน Grab  เพื่อช่วยเหลือค่าน้ำมันในทุกเที่ยวของการให้บริการรวมมูลค่า 10 ล้านบาท  ตั้งแต่วันนี้ (18 มีนาคม) จนถึง 1 เมษายน 2569 อินเซนทีฟดังกล่าวจะมอบให้กับคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเท่านั้น โดยอัตราการให้อินเซนทีฟจะแตกต่างกันไปตามแต่ระดับ (Tiering) ของคนขับและไรเดอร์ ซึ่งแกร็บจะโอนเข้ากระเป๋าเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ของคนขับและไรเดอร์อัตโนมัติภายในวันที่ 6 เมษายน 2569 ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทและรักษาความสมดุลให้เกิดกับทุกภาคส่วนมากที่สุด รายละเอียดสิทธิประโยชน์  &#8211; รับอินเซนทีฟสำหรับทุกกิโลเมตรการให้บริการ &#8211; อัตราอินเซนทีฟแตกต่างกันตามระดับผู้ให้บริการ &#8211; เงินเข้ากระเป๋าเงินสดอัตโนมัติ ภายในวันที่ 6 เมษายน 2569 (ตรวจสอบเงื่อนไขอินเซฟทีฟในอินเซนทีฟการ์ด) หมายเหตุ &#8211; เฉพาะผู้ให้บริการสี่ล้อและสองล้อที่ใช้รถน้ำมันเท่านั้น &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/grab-thailand-fuel-incentive/">แกร็บมอบอินเซนทีฟช่วยเหลือค่าน้ำมัน รวมมูลค่า 10 ล้านบาท สำหรับผู้ให้บริการทุกคน ทุกรอบการเดินทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</strong> เผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียด<br />
ในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลต่อการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ล่าสุด แกร็บได้พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นและประกาศ<br />
มอบ &#8216;อินเซนทีฟพิเศษ&#8217; เพื่อแบ่งเบาภาระของคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร</p>
<p><span id="more-40510"></span></p>
<p>รวมถึงบริการเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน Grab  เพื่อช่วยเหลือค่าน้ำมันในทุกเที่ยวของการให้บริการรวมมูลค่า 10 ล้านบาท  ตั้งแต่วันนี้ (18 มีนาคม) จนถึง 1 เมษายน 2569</p>
<p>อินเซนทีฟดังกล่าวจะมอบให้กับคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเท่านั้น</p>
<p>โดยอัตราการให้อินเซนทีฟจะแตกต่างกันไปตามแต่ระดับ (Tiering) ของคนขับและไรเดอร์ ซึ่งแกร็บจะโอนเข้ากระเป๋าเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ของคนขับและไรเดอร์อัตโนมัติภายในวันที่ 6 เมษายน 2569 ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทและรักษาความสมดุลให้เกิดกับทุกภาคส่วนมากที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40515 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/k-jansuda.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>รายละเอียดสิทธิประโยชน์ </strong><br />
&#8211; รับอินเซนทีฟสำหรับทุกกิโลเมตรการให้บริการ</p>
<p>&#8211; อัตราอินเซนทีฟแตกต่างกันตามระดับผู้ให้บริการ</p>
<p>&#8211; เงินเข้ากระเป๋าเงินสดอัตโนมัติ ภายในวันที่ 6 เมษายน 2569</p>
<p>(ตรวจสอบเงื่อนไขอินเซฟทีฟในอินเซนทีฟการ์ด)</p>
<p><strong>หมายเหตุ</strong><br />
&#8211; เฉพาะผู้ให้บริการสี่ล้อและสองล้อที่ใช้รถน้ำมันเท่านั้น</p>
<p>&#8211; ระยะทางสำหรับการคิดอินเซนทีฟคำนวณจากจุดรับผู้โดยสาร /อาหาร/สินค้า จนถึงจุดส่ง</p>
<p>&#8211; ขอสงวนสิทธิ์ในเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า</p>
<p>&#8211; หากมีกรณีพิพาทเกิดขึ้น ให้ยึดถือคำตัดสินของบริษัทฯ เป็นที่ยุติและสิ้นสุด</p>
<p>&#8211; เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/grab-thailand-fuel-incentive/">แกร็บมอบอินเซนทีฟช่วยเหลือค่าน้ำมัน รวมมูลค่า 10 ล้านบาท สำหรับผู้ให้บริการทุกคน ทุกรอบการเดินทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ เพิ่ม EV ทั่วอาเซียน 5 หมื่นคัน เผยคนไทย 90% ร่วมลดพลาสติก วางกลยุทธ์ S.M.A.R.T เติบโตต่อเนื่อง เล็งต่อยอด Data ขยายผล Sustainability ​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/grab-thailand-business-direction-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 12:51:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Affordability]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Delivery]]></category>
		<category><![CDATA[FOOD DELIVERY]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Market Expansion]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Retention]]></category>
		<category><![CDATA[Ride-hailing]]></category>
		<category><![CDATA[S.M.A.R.T]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tech & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สั่งอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[แอปเรียกรถ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32466</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;แกร็บ&#8217; (Grab)ในฐานะแบรนด์ผู้นำอันดับ 1 แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ Food Delivery และ Ride- Hailing หรือแอปสั่งอาหารและเรียกรถ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้บริการครอบคลุมกว่า 800 เมือง ใน 8 ประเทศ ประกอบด้วย กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม  ผ่านผู้ใช้บริการรวมกว่า 41 ล้านคนต่อเดือน &#8216;แกร็บ&#8217; วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2025 นี้ ภายใต้แนวคิด S.M.A.R.T เพื่อตอกย้ำความแข็งแรงและจุดแข็งทั้งในมิติการสร้างความยั่งยืน การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ Stakeholders ทุกภาคส่วนภายในอีโคซิสเต็ม ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ คนขับ​​​กลุ่ม Mobility และ Delivery รวมทั้งผู้ใช้บริการ และการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ที่ดี ผลักดันการเติบโตของแพลตฟอร์ม รวมทั้งการเก็บ Data เพื่อต่อยอดในการแก้ Painpoint รวมถึงยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน พร้อมทั้งนำไปวิเคราะห์เพื่อสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมและสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น คุณจันต์สุดา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/grab-thailand-business-direction-2025/">แกร็บ เพิ่ม EV ทั่วอาเซียน 5 หมื่นคัน เผยคนไทย 90% ร่วมลดพลาสติก วางกลยุทธ์ S.M.A.R.T เติบโตต่อเนื่อง เล็งต่อยอด Data ขยายผล Sustainability ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;แกร็บ&#8217; (Grab)</strong>ในฐานะแบรนด์ผู้นำอันดับ 1 แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ Food Delivery และ Ride- Hailing หรือแอปสั่งอาหารและเรียกรถ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้บริการครอบคลุมกว่า 800 เมือง ใน 8 ประเทศ ประกอบด้วย กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม  ผ่านผู้ใช้บริการรวมกว่า 41 ล้านคนต่อเดือน</p>
<p><span id="more-32466"></span></p>
<p>&#8216;แกร็บ&#8217; วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2025 นี้ ภายใต้แนวคิด <strong>S.M.A.R.T</strong> เพื่อตอกย้ำความแข็งแรงและจุดแข็งทั้งในมิติการสร้างความยั่งยืน การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ Stakeholders ทุกภาคส่วนภายในอีโคซิสเต็ม ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ คนขับ​​​กลุ่ม Mobility และ Delivery รวมทั้งผู้ใช้บริการ และการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ที่ดี ผลักดันการเติบโตของแพลตฟอร์ม รวมทั้งการเก็บ Data เพื่อต่อยอดในการแก้ Painpoint รวมถึงยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน พร้อมทั้งนำไปวิเคราะห์เพื่อสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมและสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32471 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/03-Grab-Business-Update-2025.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย  เปิดเผยว่าความสำเร็จของแกร็บ ประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ที่ทำให้ยังครองความเป็นแพลตฟอร์มผู้นำ ทั้งการมีบทบาทในการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย ด้วยการขายพื้นที่ให้บริการจุดรับ-ส่ง ใน 4 สนามบินหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต พร้อมทั้งมีส่วนช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวร่วมกับ​การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง และการขยายพื้นที่ให้บริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการใช้บริการในเมืองรองเพิ่มขึ้นถึง 90% ​โดยยอดใช้บริการ​ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้นถึง 138%​​</p>
<p>ขณะเดียวกันยังปรับปรุงบริการใหม่ๆ เพื่อแก้ Painpoint ผู้ใช้งาน ซึ่งล้วนได้รับการตอบรับและมีการเติบโตที่ดีจากผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหารแบบกลุ่ม​ที่ช่วยเพิ่มยอดสั่งอาหารให้เติบโตได้ถึง 2 เท่า , บริการจองรถล่วงหน้าที่ทำให้เพิ่มการใช้งานได้กว่า 60%  รวมทั้งบริการจองโต๊ะภายในร้าน​​ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 11 เท่าตัว  รวมทั้งการคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งานผ่านแพลตฟอร์มมากขึ้นทั้ง <strong>GrabCar SAVER</strong> และ <strong>GrabBike SAVER</strong> ที่ช่วยเพิ่มยอดการใช้งานได้มากขึ้น 4 เท่า ขณะที่ตัวเลือก <strong>Delivery SAVER</strong> ก็มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 3 เท่า รวมทั้งบริการ Hot Deals ผ่านโปรสุดคุ้มจากร้านดัง ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถประหยัดไปได้กว่า 2 พันล้านบาท</p>
<p>ส่วนบริการกลุ่ม B2B ผ่านบริการหลักอยาง GrabADS มีการปรับรูปแบบให้บริการจากการขยายโฆษณา มาเป็นบริการโซลูชันการทำตลาดร่วมกันกับแบรนด์อย่างสร้างสรรค์ ทำให้ลูกค้าพันธมิตรสามารถสร้างแบรนด์และยอดขายจากออนไลน์ไปสู่ออฟไลน์ รวมถึงบริการ Grab For Business ที่มีการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ จนมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 80%</p>
<p>ขณะที่เป้าหมายในการ​​เติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับปีนี้ จะขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์  <strong>S.M.A.R.T</strong>  สะท้อนการตอกย้ำจุดแข็งและจุดมุ่งหมายสำคัญในการทำธุรกิจของแกร็บ ประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32469 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02-Grab-Business-Update-2025.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>S : Sustainability </strong>มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่านแนวคิด 3P ​ซึ่งด้าน<strong> Planet</strong> ​ที่ตั้งเป้าลดคาร์บอนภายในอีโคซิสเต็ม โดยตั้งเป้า <strong>Carbon Neutrality </strong>ในปี 2040 ผ่านการขับเคลื่อนเช่น การเพิ่มปริมาณรถ EV ทั้ง Cars และ Bikes ซึ่งปัจจุบันมี EV ในแพลตฟอร์มรวมแล้วกว่า 1 หมื่นคัน พร้อมเป้าหมายระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มการใช้ EV ในแพลตฟอร์มอีก 5 หมื่นคัน โดยใช้​กลยุทธ์ Affordable มาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อน เพื่อให้คนขับสามารถเข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น ผ่านบริการทางการเงินที่มีให้บริการอยู่ในแพลตฟอร์มด้วยเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญใน <strong>การลด​ขยะและมลพิษ</strong> ผ่านการเพิ่มการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้งาน ทั้งการไม่รับช้อนส้อมพลาสติกจากทางร้านค้า ซึ่งได้ริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2019 ​และ​ปัจจุบัน มีผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มถึง 90% ที่เลือกไม่รับช้อมส้อมพลาสติกจากร้านค้า รวมทั้งมีผู้สนใจร่วมโครงการชดเชยคาร์บอน ที่สามารถส่วนร่วมได้ผ่านการสั่งอาหารในแต่ละออเดอร์ ด้วยการ​​สนับสนุนกิจกรรม​เพิ่มพื้นที่สีเขียวและนำไปซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32475 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Sustainability.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p><em>&#8220;แกร็บยังได้ริเริ่ม &#8216;<strong>โครงการ Grab Go Green อิ่มคุ้มช่วยโลกกับ GrabFood</strong>&#8216; เพื่อส่งเสริมการสั่งอาหารในราคาพิเศษช่วงใกล้ปิดร้าน หรือหลัง 1-2 ทุ่ม เพื่อลดโอกาสการเกิดขยะอาหารจากร้านค้า ที่เริ่มทดลองในปีที่ผ่านมา และจะขยายผลเพิ่มเติมในปีนี้ ด้วยการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดโครงการให้มีศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลกระทบเชิงบวก​ได้เพิ่มมากขึ้น และยังสอดคคล้องกับการขับเคลื่อนกลยทุธ์ในการต่อยอดด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่แกร็บจะขับเคลื่อนในปีนี้&#8221;</em></p>
<p>ส่วนมิติ <strong>People</strong> ​​จะมุ่งสร้างโอกาสให้​กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่าน <strong>โครงการ GrabSpark​ </strong>ที่เปิดเวทีให้นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย​แสดงศักยภาพผ่านการประกวดแผนธุรกิจ พร้อมโอกาสฝึกงานกับแกร็บ รวมถึง​<strong>​ โครงการ GrabScholar </strong>​ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้​นักเรียนนักศึกษาที่มีศักยภาพ ที่เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้</p>
<p><strong>M : Market Expansion </strong>ขยายบริการให้เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน</p>
<p>การพัฒนาบริการและขับเคลื่อนแคมเปญการตลาด เพื่อเพิ่มการใช้งานสู่กลุ่มเป้าหมายทุกเจนเนอเรชั่น ทั้งการเปิดต้ว <strong>Friends of Grab​ </strong>ได้แก่<strong> เ</strong>จมีไนน์-โฟร์ท และ สกาย-นานิ เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z และ Millennials หรือเปิดตัว เบลล่า-ราณี ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์  เพื่อสื่อสารกับกลุ่ม GenY  พร้อมฟีเจอร์บัญชีครอบครัว เพื่อเข้าถึง BAby Boomer และ Alpha ผ่านกลุ่มผู้ใช้งานหลัก รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านการสนับสนุนอีเวนท์หลักทางด้านการท่องเที่ยว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32467 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/06-Grab-Business-Update-2025.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>A : Affordability </strong>นำเสนอทางเลือกของบริการในราคาที่เข้าถึงได้</p>
<p>ขยายบริการ<strong> GrabCar SAVER </strong>และ<strong> GrabBike SAVER </strong>ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมที่ทดลองให้บริการเฉพาะหัวเมืองหลัก รวมทั้งบริการ <strong>Hot Deals</strong> ในกลุ่มเดลิเวอรี่ ที่จะขยายร้านที่เข้าร่วมโครงการและระยะเวลาพิเศษเพื่อจัดโปรโมชั่นได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>R : Retention </strong>รักษาฐานลูกค้าและมัดใจคนขับ-พาร์ทเนอร์ร้านค้า</p>
<p>การยกระดับกลุ่มลูกค้าประจำ และใช้จ่ายสูงผ่านโปรแรกมสมาชิกอย่าง <strong>GrabUnlimited </strong>และ <strong>GrabVIP </strong>เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์พิเศษมากขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มคนขับ ที่จัดกลุ่มตามประวัติการให้บริการ พร้อมข้อเสนอด้านสิทธิประโยชน์ เช่น ฟรีประกันอุบัติเหตุหรือประกันสุขภาพ , การลดดอกเบี้ยสำหรับบริการทางการเงินต่างๆ  เช่นเดียวกับกลุ่มร้านค้าพันธมิตรที่จะเพิ่มข้อเสนอพิเศษ​ด้านการเงิน หรือการประกั​นทางธุรกิจ เป็นต้น</p>
<p><strong>T : Tech &amp; Innovation </strong>พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน</p>
<p>มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่าง​ต่อเนื่อง เพื่อ​ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการทที่เกิดขึ้นภายใน​อีโคซิสเต็ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32468 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/05-Grab-Business-Update-2025.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;กลยุทธ์ S.M.A.R.T ​ตอกย้ำเป้าหมายสำคัญที่แกร็บต้องการบรรลุ ​ทั้งการขยายผลกระทบเชิงบวกจากธุรกิจทั้ง​ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่ไปกับการสานต่อบริการ​ และแคมเปญการตลาดต่างๆ ให้ขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานใหม่ๆ  รวมทั้งการบาลานซ์ทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า (Quality &amp; Affordability) เพื่อรักษาความแข็งแรงในอีโคซิสเต็ม ไม่ว่าจะเป็นฐานกลุ่มพันธมิตรแบรนด์ ร้านค้า คนขับ และผู้ใช้งาน รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างเครื่องมือการตลาดใหม่ๆ  ที่ประสิทธิภาพ​มากขึ้น ซึ่งแกร็บให้ความสำคัญมาตลอดการขับเคลื่อนธุรกิจตลอดกว่า 12 ปี สะท้อนผ่านการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ระบุ​ถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายในอีโคซิสเต็มของแกร็บภายในปี 2023 ซึ่งมีสัดส่วนราว 1% ของ GDP ประเทศไทย หรือมีมูลค่าสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/grab-thailand-business-direction-2025/">แกร็บ เพิ่ม EV ทั่วอาเซียน 5 หมื่นคัน เผยคนไทย 90% ร่วมลดพลาสติก วางกลยุทธ์ S.M.A.R.T เติบโตต่อเนื่อง เล็งต่อยอด Data ขยายผล Sustainability ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว 100,000 ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ 1 เดือน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/carbon-offset-on-true-money-application/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jan 2025 16:31:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Offset]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Removal]]></category>
		<category><![CDATA[CF]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Payment]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[True Money]]></category>
		<category><![CDATA[Wallet]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋าเงินดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินต์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัลเพย์เมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรูมันนี่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกเชน]]></category>
		<category><![CDATA[มนสินี นาคปนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[อภินันท์ ดาบเพ็ชร]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[แอปพลิเคชัน]]></category>
		<category><![CDATA[แอสเซนด์ บิท]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคนดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31561</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว 100,000 ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ 1 เดือน ชวนผู้สนใจซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนและช่วยโลกในแบบง่าย ๆ โปร่งใส และยั่งยืน ผ่านแอปทรูมันนี่   &#8220;ทรูมันนี่ หนึ่งในผู้นำด้านแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน เผยความสำเร็จหลังเปิดให้บริการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนว่าในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน หลังเปิดให้บริการ มีผู้ใช้งานแอปทรูมันนี่ซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นจำนวนแล้วกว่า 1,500 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับใช้ต้นไม้กว่า 100,000 ต้น ในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งการตอบรับที่ดีดังกล่าวสะท้อนเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และอยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม&#8221;  ทรูมันนี่ หนึ่งในผู้นำด้านแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยความสำเร็จหลังเปิดให้บริการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนร่วมกับ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน ว่าในช่วงเวลาเพียง 1 เดือนหลังเปิดให้บริการ มีผู้ใช้งานแอปทรูมันนี่ซื้อคอร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นจำนวนแล้วกว่า 1,500 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับใช้ต้นไม้กว่า 100,000 ต้นในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งการตอบรับที่ดีดังกล่าวสะท้อนเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/carbon-offset-on-true-money-application/">ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว 100,000 ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ 1 เดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ </strong><strong>เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว </strong><strong>100,000 </strong><strong>ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ </strong><strong>1 </strong><strong>เดือน </strong><em>ชวนผู้สนใจซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนและช่วยโลก</em><em>ในแบบง่าย ๆ โปร่งใส และยั่งยืน ผ่านแอปทรูมันนี่  </em></p>
<p><span id="more-31561"></span></p>
<p><em>&#8220;ทรูมันนี่ หนึ่งในผู้นำด้านแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน เผยความสำเร็จหลังเปิดให้บริการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนว่าในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน หลังเปิดให้บริการ มีผู้ใช้งานแอปทรูมันนี่ซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นจำนวนแล้วกว่า 1,500 ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับใช้ต้นไม้กว่า 100,000 ต้น ในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งการตอบรับที่ดีดังกล่าวสะท้อนเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และอยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม&#8221; </em></p>
<p><strong>ทรูมันนี่ หนึ่งในผู้นำด้านแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยความสำเร็จหลังเปิดให้บริการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนร่วมกับ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน ว่าในช่วงเวลาเพียง </strong><strong>1 </strong><strong>เดือนหลังเปิดให้บริการ มีผู้ใช้งานแอปทรูมันนี่ซื้อคอร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นจำนวนแล้วกว่า </strong><strong>1,500 </strong><strong>ตันคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับใช้ต้นไม้กว่า </strong><strong>100,000 </strong><strong>ต้นในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งการตอบรับที่ดีดังกล่าวสะท้อนเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และอยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31563 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Carbon-Credit-TrueMoney-LOGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอนผ่านแอปทรูมันนี่ ได้ถูกออกแบบให้เข้าถึงง่ายและมีความโปร่งใส  สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนสาธารณะ (Polygon) โดยการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนในแต่ละครั้งจะถูกแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลและบันทึกการรีไทร์คาร์บอน หรือ Carbon Offset ซึ่งหมายถึงการลดผลกระทบจากการปล่อยคาร์บอนฯ ไว้ในรูปแบบ NFT บนบล็อกเชน ผู้ใช้งานสามารถเลือกแพ็กเกจชดเชยคาร์บอนได้ตามระยะเวลาที่ต้องการ (7, 30 หรือ 90 วัน) โดยระบบจะตัดเงินจากบัญชีทรูมันนี่ เพื่อซื้อและเบิร์นโทเคนคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล การทำธุรกรรมทั้งหมดจึงรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีต้นทุนที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าบริการชดเชยคาร์บอนรูปแบบเดิมที่เห็นในประเทศไทยหลายเท่าตัว</p>
<p><strong>คุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด</strong><strong> </strong>กล่าวว่า “ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้คนในปัจจุบันโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก การได้เห็นคนไทยหลายหมื่นคนร่วมกันซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนผ่านแอปทรูมันนี่ เป็นสัญญาณที่ดีของการตื่นตัวต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยการให้บริการนี้ไม่เพียงแค่อำนวยความสะดวกให้ทุกคนมีส่วนร่วมลดผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศได้อย่างง่าย ๆ แต่ยังแสดงถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแบบยั่งยืนใหักับชุมชน”</p>
<p><strong>คุณอภินันท์ ดาบเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด และผู้อำนวยการฝ่ายการเติบโตของวอลเล็ทแพลตฟอร์ม บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด</strong> กล่าวว่า “แอสเซนด์ บิท มุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงคนไทยเข้าสู่โลกบล็อกเชนสาธารณะ และมอบโอกาสในการเข้าถึงและให้การสนับสนุนทรัพยากรของโลกผ่านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน โดยคาร์บอนเครดิตเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญที่ทำให้ผู้คนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ และทำให้สังคมเห็นภาพชัดเจนถึงประโยชน์ที่แท้จริงจากการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทางด้านการเงินในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/วิธีซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p>ทั้งนี้ ความสำเร็จในช่วงแรกของบริการดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายบทบาทของเทคโนโลยี และการผนึกกำลังของพาร์ทเนอร์ในระบบนิเวศด้านความยั่งยืน โดย ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท มุ่งหวังที่จะส่งเสริมการรับรู้และการมีส่วนร่วมของคนไทยในทุกระดับ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นกลางทางคาร์บอนอย่างแท้จริง และก้าวสู่อนาคตที่สดใสกว่าร่วมกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/carbon-offset-on-true-money-application/">ทรูมันนี่ และ แอสเซนด์ บิท เผยมีผู้ใช้ซื้อคาร์บอนเครดิตผ่านแอปทรูมันนี่ เทียบเท่าปลูกต้นไม้แล้ว 100,000 ต้น หลังเปิดให้บริการแค่ 1 เดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TikTok จับมือ กทม. ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Sharing City หนุนโครงการ ​#BKKFoodBank ดึงพลัง Community + Content สร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/tiktok-hands-bma-drive-bkk-food-bank/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 12:04:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BKK Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Content]]></category>
		<category><![CDATA[Content Creators]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing City]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok Creators]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok For Good]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok รักษ์โลก​]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเปราะบาง]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเทนต์สร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[คอมมูนิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[ชนิดา คล้ายพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารอาหารกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้รับ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ให้ ​]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปัน]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เทรวม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31060</guid>

					<description><![CDATA[<p>TikTok จับมือ กทม. ต่อยอดพลัง &#8216;คอนเทนต์สร้างสรรค์&#8217; บนแพลตฟอร์ม TikTok ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด-วัฒนธรรม-การใช้ชีวิตในวิถีใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาสังคมแห่งการเกื้อหนุนที่ยั่งยืน TikTok  ​ร่วม​กับ กรุงเทพมหานคร ต่อยอดพลังแห่งแพลตฟอร์มและคอมมูนิตี้ของ TikTok รวมทั้งกลุ่ม Top Creator มาช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อน​โครงการ BKK Food Bank หรือ ​ธนาคารอาหารกรุงเทพมหานคร เพื่อผลักดัน กทม. สู่เป้าหมายในการเป็น &#8216;เมืองแห่งการแบ่งปัน&#8216; หรือ Sharing City  โดยความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อสร้างท้ัง Awareness และ Call to Action ที่สามารถเข้าถึงทั้งกลุ่ม &#8216;ผู้ให้&#8217; หรือผู้มีทรัพยากรส่วนเกินสำหรับแบ่งปัน หรือส่งต่อ และ &#8216;ผู้รับ&#8217; ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั้ง 50 เขตของ กทม. ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ป่วย ผู้พิการ คนไร้บ้าน หรือผู้สูงอายุ รวมทั้งกลุ่มผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/tiktok-hands-bma-drive-bkk-food-bank/">TikTok จับมือ กทม. ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Sharing City หนุนโครงการ ​#BKKFoodBank ดึงพลัง Community + Content สร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>TikTok จับมือ กทม. ต่อยอดพลัง &#8216;คอนเทนต์สร้างสรรค์&#8217; บนแพลตฟอร์ม TikTok ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด-วัฒนธรรม-การใช้ชีวิตในวิถีใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาสังคมแห่งการเกื้อหนุนที่ยั่งยืน</p>
<p><span id="more-31060"></span></p>
<p><strong>TikTok</strong>  ​ร่วม​กับ <strong>กรุงเทพมหานคร</strong> ต่อยอดพลังแห่งแพลตฟอร์มและคอมมูนิตี้ของ TikTok รวมทั้งกลุ่ม Top Creator มาช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อน​โครงการ <strong>BKK Food Bank</strong> หรือ ​<strong>ธนาคารอาหารกรุงเทพมหานคร</strong> เพื่อผลักดัน กทม. สู่เป้าหมายในการเป็น &#8216;<strong>เมืองแห่งการแบ่งปัน</strong>&#8216; หรือ <strong>Sharing City </strong></p>
<p>โดยความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อสร้างท้ัง Awareness และ Call to Action ที่สามารถเข้าถึงทั้งกลุ่ม <strong>&#8216;ผู้ให้&#8217;</strong> หรือผู้มีทรัพยากรส่วนเกินสำหรับแบ่งปัน หรือส่งต่อ และ <strong>&#8216;ผู้รับ&#8217;</strong> ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั้ง 50 เขตของ กทม. ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ป่วย ผู้พิการ คนไร้บ้าน หรือผู้สูงอายุ รวมทั้งกลุ่มผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อทำให้เกิดการเกื้อหนุนแบ่งปันทรัพยากรระหว่างกันได้อย่างสมดุล รวมท้ังเกิดการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จากการรับรู้และเข้ามามีส่วนร่วม​ในโครงการ โดยสามารถเร่ิมต้น​ได้ง่ายๆ เพียงแค่การ​จัดการอาหารและสิ่งของส่วนเกินต่างๆ อย่างมีคุณภาพ ทั้งเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ของเล่น หรือสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ โดยมีแพลตฟอร์มและคอนเทนต์คุณภาพคอยสื่อสารความเคลื่อนไหวของโครงการไปสู่คนในวงกว้างและเพิ่มการมีส่วนร่วมมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31068 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/DSC07577.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>คุณชัชชาติ  สิทธิพันธุ์</strong> ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า  กรุงเทพมหานคร เริ่ม​โครงการ <strong>BKK Food Bank</strong> ตั้งแต่ปี 2565 ด้วยเป้าหมายสำคัญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างสังคมที่ยั่งยืน พร้อมขยายการรับรู้เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้จริง ซึ่งเชื่อว่า​ศักยภาพและพลังคอมมูนิตี้บนแพลตฟอร์ม TikTok ​จะช่วยเติมเต็ม​ได้  จาก​ฐานผู้ใช้งานหลายล้านคน รวมทั้งจุดเด่นในฐานะ Entertainment Platform ที่​สอดแทรกสาระคู่ความบันเทิ​ง ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของคอนเทนต์ และสามารถเข้าถึงคนวงกว้าง ทำให้มีคนสนใจเข้ามาร่วมในโครงการมากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้มีกลุ่มผู้สนับสนุนไม่ตำ่กว่า 5 หมื่นคน จากทั้ง 50 เขต ทั่ว กทม. หรือเฉลี่ย เขตละ 1 พันคน ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายภายในแพลตฟอร์มรวมกันที่กว่า 1 หมื่นคนแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31061 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/DSC_8687_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;โครงการ BKK Food Bank สะท้อนวิสัยทัศน์ของกรุงเทพมหานครในการเป็นเมืองแห่งการแบ่งปัน ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการมา​กว่า 2 ปี  ปัจจุบันสามารถจัดตั้ง Food Bank ได้ครบทั้ง 50 เขตแล้ว รวมทั้งมีส่วนช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการลด และบริหารจัดการขยะได้กว่า 2 ล้านกิโลกรัม โดยความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอย่าง TikTok รวมถึง Top Creator ในแพลตฟอร์ม ที่จะเข้ามาเป็น Communication Partners จะทำให้โครงการได้รับความสนใจและมีผู้เข้ามาร่วมมากขึ้น ท้ังกลุ่มผู้ให้ และผู้รับ รวมทั้งผู้พัฒนาระบบการบริหารจัดการ การส่งมอบต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทาง ​TikTok นับเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีและสนับสนุน ​กทม. มาโดยตลอดในหลายโครงการ อาทิโครงการ #ไม่เทรวม และ #REactForChangeลองเปลี่ยนโลก ​ซึ่งเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งเห็นผลลัพธ์จากการลดจำนวนขยะใน กทม. ลงได้กว่า 350 ตันต่อวัน ช่วยลดงบประมาณลงได้กว่า 141 ล้านบาท&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31069 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/DSC07683.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณชนิดา คล้ายพันธ์</strong> Head of Public Policy &#8211; Thailand, TikTok กล่าวว่า โครงการ BKK Food Bank  สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนของ TikTok ที่มุ่งมั่น​ส่งเสริมกาสร้างพลังบวก และการแสดงออกถึงตัวตนอย่างสร้างสรรค์ โดยมีแนวทางขับเคลื่อนในประเทศไทย เพื่อสร้าง Positive Impact ผ่าน 3 มิติ ประกอบด้วย<strong> Smart Economy , Smart Environment </strong>และ<strong> Smart People</strong> โดยเฉพาะการมีส่วนช่วยดูแลและขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อม ​ผ่านกลุ่มครีเอเตอร์สายสิ่งแวดล้อมที่เป็นอีกหนึ่ง Community ที่มีความแข็งแรง และมีการขับเคลื่อนเพื่อสร้างทั้งความตระหนักรู้​รวมทั้งรณรงค์ให้เกิดความร่วมมือในการมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม รวมถึงการขับเคลื่อนความยั่งยืนทั้งในมิติเศรษฐกิจ และสังคม ตามกรอบ ESG ได้อย่างครบถ้วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31073 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/DSC_5871.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การร่วมมือกับ กทม. ในโครงการ BKK Food Bank ครั้งนี้ TikTok เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยด้านการสื่อสารหลัก โดยร่วมมือกับครีเอเตอร์ชั้นนำในการสร้างการตระหนักรู้ด้านการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างยั่งยืน ​สอดคล้องกับพันธกิจ​ Smart Environment หนึ่งในสามพันธกิจหลัก เพื่อเป็นให้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มคุณภาพ ในการสนับสนุนชุมชนและท้องถิ่นในประเทศไทย ผ่านการสร้างผลลัพธ์​เชิงบวก ที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในสังคมได้จริง โดยที่ผ่านมา TikTok ​สนับสนุนโครงการด้านสังคมและชุมชน​​ร่วมกับ กทม. มาอย่างต่อเนื่อง ​เช่นโครงการ #ไม่เทรวม เพื่อเปลี่ยน Mind Set​ ให้คนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการแยกขยะ ช่วยลดขยะได้สูงถึง 52 ตัน ภายใน 1 เดือน ​และ #REactForChangeลองเปลี่ยนโลก เปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยมาปล่อยไอเดียสร้างสรรค์ผ่านคอนเทนต์รักษ์โลก พร้อมปลูกฝังแนวคิดการใช้ชีวิตประจำวันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนดันแฮชแท็กฮิตติดเทรนด์มากมาย อาทิ #TikTokรักโลก #TikTokForGoodTH #REactForChange #ECOLIFE และมีเยาวชนคนรุ่นใหม่​​หันมาเป็น Creator สายสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงพลังคอมมูนิตี้บนแพลตฟอร์มที่​ช่วยจุดประกายไอเดียพร้อมเปิดกว้างสำหรับโอกาสใหม่ๆ มาโดยตลอด&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31064 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/DSC_6017.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ TikTok ได้เชิญชวน TikTok Top Creator ที่มีเอกลักษณ์และความสนใจหลากหลายสาย มาร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์เชิงบวก พร้อมโปรโมท​โครงการ #BKKFoodBank ให้เป็นที่รู้จักในหลากหลายมิติมากขึ้น เช่น สายรักษ์โลก (Green &amp; Environment) ได้แก่ konggreengreen , สายไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ได้แก่ brighten_studios และ ken_bkk,  สายอาร์ตตัวจี๊ด (Art &amp; Creative) ได้แก่ ployjan42, ​ สายออกกำลังและสุขภาพ (Sport &amp; Healthy) ได้แก่ pakgardishere​,  สายกินกับเที่ยว (Food &amp; Travel) ได้แก่ pipe.malaew และ taonoysnap, ​สายแฟชั่นและความงาม (Fashion &amp; Beauty) ได้แก่ richter_studio และ sungsungpkp23 และสายครอบครัว (Kids &amp; Family) ได้แก่ pharit_pharat, tam.kulissara และ fb_pungpond เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้​โครงการ  พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมอันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งแนวคิด วัฒนธรรมและวิถีการใช้ชีวิตใหม่ๆ ให้​สังคมไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31067 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/DSC_6020.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโครงการ<strong> BKK Food Bank</strong> เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการจัดการอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) โดยขยะประเภทอาหารคิดเป็น 50% ของขยะทั้งหมด และใช้งบในการจัดการกว่า 7,300 ล้านบาท/ปี และมีส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ (28 ก.พ. 2566 &#8211; 19 พ.ย 2567) สามารถแจกจ่ายอาหารไปแล้วมากกว่า 3.3 ล้านมื้อ ให้แก่กลุ่มผู้เปราะบางจำนวนกว่า 1.1 แสนราย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้ถึงกว่า 2 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ โดยในระยะเวลาไม่ถึงสองเดือน (1 ต.ค. 67 &#8211; 19 พ.ย. 67) จากการร่วมมือกับ TikTok ทำให้โครงการฯ ได้รับความสนใจไปในวงกว้างขึ้น สามารถแจกจ่ายอาหารได้มากถึง 1.1 ล้านมื้อ และลดก๊าซคาร์บอนได้มากกว่า 6.9 แสน กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์  นับเป็นความสำเร็จที่เกิดจากพลังคอมมูนิตี้ของแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31065 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/DSC_6003.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฮชแท็ก #BKKFoodBank บน TikTok หรือที่เว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร https://greener.bangkok.go.th/bkk-food-bank/ หรือช่อง TikTok ของกรุงเทพมหานครที่ @bangkok_bma</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/tiktok-hands-bma-drive-bkk-food-bank/">TikTok จับมือ กทม. ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Sharing City หนุนโครงการ ​#BKKFoodBank ดึงพลัง Community + Content สร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อายิโนะโมะโต๊ะ ​ข้ามห้วยสร้างฐาน Health Tech ต่อยอดผู้เชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนสู่ตลาดสุขภาพเชิงป้องกัน เสริมพอร์ตธุรกิจใหม่ เติบโตได้เท่าตัวในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/ajinomoto-launch-health-tech-expand-new-business-porfolio/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jul 2024 13:37:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto]]></category>
		<category><![CDATA[Amino Science]]></category>
		<category><![CDATA[Amino Supplement]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Eat Well Live Well]]></category>
		<category><![CDATA[Emloyer]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Health Care]]></category>
		<category><![CDATA[Health Tech]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[i-LiveWell]]></category>
		<category><![CDATA[Invitrace]]></category>
		<category><![CDATA[Preventive]]></category>
		<category><![CDATA[Supplement]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[กรดอะมิโน]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[กินดีมีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์เงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[วันนเรศวร์ สุขีลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตร์แห่งกรดอะมิโน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อายิโนะโมะโต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิโระ ซะกะกุระ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27069</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยภารกิจสำคัญในการสร้างสังคม &#8216;กินดีมีสุข&#8216; ให้กับผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ผ่านการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งกรดอะมิโน (Amino Science) ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ &#8216;อายิโนะโมะโต๊ะ&#8216; เร่ง​ขยายพอร์ตในกลุ่มธุรกิจใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกรดอะมิโน  รวมทั้งการขยับมาสู่ตลาดในกลุ่ม Health Tech เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของผู้คนเพิ่มมากขึ้น มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผน​​รุกพอร์ตในกลุ่ม New Business เพิ่มมากขึ้น ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรมจากกรดอะมิโน​ (Amino Supplement) เพิ่มเติมอีก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มส่งเสริมคุณภาพในการนอน และกลุ่มเพื่อความงาม หลังก่อนหน้ามีผลิตภัณฑ์นำร่องแล้วในกลุ่​มโภชนาการสำหรับนักกีฬา (Amino Vital) และกลุ่มบำรุงร่างกาย (Amino MOF) ซึ่ง​ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 2 หลัก รวมทั้งมีแผนเพิ่ม SKU ใหม่ ในกลุ่มกีฬามาทำตลาดเพิ่มเติม ที่เตรียมเปิดตัวเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ โดยได้วางเป้าหมาย มีผลิตภัณฑ์​กลุ่ม Amino [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ajinomoto-launch-health-tech-expand-new-business-porfolio/">อายิโนะโมะโต๊ะ ​ข้ามห้วยสร้างฐาน Health Tech ต่อยอดผู้เชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนสู่ตลาดสุขภาพเชิงป้องกัน เสริมพอร์ตธุรกิจใหม่ เติบโตได้เท่าตัวในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยภารกิจสำคัญในการสร้างสังคม &#8216;<strong>กินดีมีสุข</strong>&#8216; ให้กับผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ผ่านการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งกรดอะมิโน (Amino Science) ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ &#8216;<strong>อายิโนะโมะโต๊ะ</strong>&#8216; เร่ง​ขยายพอร์ตในกลุ่มธุรกิจใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกรดอะมิโน  รวมทั้งการขยับมาสู่ตลาดในกลุ่ม Health Tech เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของผู้คนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-27069"></span></p>
<p><strong>มร.อิชิโระ ซะกะกุระ</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผน​​รุกพอร์ตในกลุ่ม New Business เพิ่มมากขึ้น ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรมจากกรดอะมิโน​ (Amino Supplement) เพิ่มเติมอีก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มส่งเสริมคุณภาพในการนอน และกลุ่มเพื่อความงาม หลังก่อนหน้ามีผลิตภัณฑ์นำร่องแล้วในกลุ่​มโภชนาการสำหรับนักกีฬา (Amino Vital) และกลุ่มบำรุงร่างกาย (Amino MOF) ซึ่ง​ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 2 หลัก รวมทั้งมีแผนเพิ่ม SKU ใหม่ ในกลุ่มกีฬามาทำตลาดเพิ่มเติม ที่เตรียมเปิดตัวเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ โดยได้วางเป้าหมาย มีผลิตภัณฑ์​กลุ่ม <strong>Amino Supplement</strong> รวม 10 ตัว ภายในปี 2030 นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27070 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Product4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้ ได้ขยายธุรกิจมายังกลุ่ม Health Tech เป็นครั้งแรก เพื่อมุ่งให้บริการส่งเสริมสุขภาพในเชิงป้องกัน (Preventive) ผ่านแอปพลิเคชั่น <strong>&#8216;i-LiveWell – แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน</strong>​&#8217; หลังพบ​ปัญหาผู้บริโภคในปัจจุบันเจ็บป่วยจากการกิน​ ไลฟ์สไตล์ และความเครียดเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาสุขภาพในระดับสูง ซึ่งบางคนมีค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับด้วยซ้ำ การดูแลเชิงป้องกันจึงมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพโดยรวมให้ลดน้อยลงได้</p>
<p>ประกอบกับในตลาด Health Tech ทั่วโลกที่มีมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านเหรียญUSD และมีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% ซึ่งการนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพเข้ามาปรับใช้ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายภาพรวม​ลงได้ราว 3-5% จึงมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากการขยายธุรกิจมาสู่กลุ่ม Health Tech และ​เสริมพอร์ตในกลุ่ม New Business ให้แข็งแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27078 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณวันนเรศวร์ สุขีลักษณ์</strong><strong> </strong>ผู้จัดการแผนกธุรกิจใหม่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า นับ​​เป็นครั้งแรกของบริษัทในการต่อยอดความเชี่ยวชาญจากผู้ผลิตอาหารสู่การให้บริการด้าน Health Tech ภายใต้การ​ร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ<strong> Invitrace</strong> พัฒนาแอปพลิเคชัน​ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน &#8216;<strong>i-LiveWell – </strong><strong>แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน&#8217; </strong>ภายใต้งบ​พัฒนาแอปเบื้องต้น​ 10 ล้านบาท เพื่อนำร่อง​ตลาด B2B ใน​กลุ่มองค์กรที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมสุขภาพพนักงาน โดยเบื้องต้นตั้งเป้าเจาะองค์กรไทยราว 50 แห่ง และมีผู้ใช้งานภายใน Community ไม่น้อยกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2025</p>
<p>สำหรับ แอปพลิเคชัน<strong> i-LiveWell</strong> จะมีฟีเจอร์​สำคัญ ประกอบด้วย  <strong>1) A.I. Personal Health </strong>คำนวณแคลอรี่ นับก้าวเดิน ทำอาหาร ออกกำลังกาย การประเมินสุขภาพ ที่เชื่อมโยงกับภารกิจของบริษัท  <strong>2) Entertainment Activity</strong> เกมและอวตาร คอมมูนิตี้ และรางวัลพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถป้องกันและดูแลสุขภาพที่ดีแก่พนักงานให้กินดีมีสุขอย่างยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;องค์กรที่นำแอปนี้ไปใช้จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของ HR เพื่อช่วยให้สามารถประเมินสุขภาพพนักงานภาพรวมได้ในเบื้องต้น รวมทั้งมองเห็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและเข้าไปดำเนินการเพื่อดูแลด้านสุขภาพก่อนการเจ็บป่วยได้ ซึ่งการที่พนักงานมีสุขภาพที่ดี จะส่งผลต่อศักยภาพและประสิทธิภาพขององค์กรในภาพรวม ขณะเดียวกัน ยังทำให้พนักงานรู้สึกดีต่อองค์กรมากขึ้นจากความห่วงใยและใส่ใจต่อสุขภาพพนักงาน ขณะเดียวกัน <strong>ยังเสริมภาพลักษณ์ให้อายิโนะโมะโต๊ะในการก้าวข้ามจากแค่การเป็นบริษัทอาหารหรือเครื่องปรุงรส มาสู่ Well-being Centrict หรือบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของผู้คน</strong> สอดคล้องกับภารกิจขององค์กรในการสร้างสังคมกินดีมีสุขอย่างยั่งยืน&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27073 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/3.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้างให้กับอายิโนะโมะโต๊ะได้มากขึ้น จากการมี Community ที่ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี เพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดตามและประเมินข้อมูลสุขภาพได้แบบ Realtime มากกว่าการตรวจสุขภาพปีละครั้ง รวมทั้ง​การแนะนำทั้งกิจกรรม และเมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หรือการครีเอทกิจกรรม หรือโปรแกรมเพื่อสุขภาพต่างๆ เพื่อการวางแผนการพัฒนาสุขภาพที่ดีขึ้นในภาพรวม​​​ และในอนาคตจะสามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทาง​จำหน่ายสินค้าในรูปแบบ E-commerce ให้กับ Users ภายในแพลตฟอร์มได้  รวมถึงการปลั๊กอินข้อมูลด้านสุขภาพต่างๆ ของผู้ใช้กับทางโรงพยาบาล รวมทั้งบริการด้าน Telemedicine หรือ Teleconsultant ต่างๆ ได้ ขณะเดียวกันยังเพิ่มโอกาสในการทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Data Driven Company ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อจำนวนผู้ใช้งานเติบโตได้มากขึ้น ซึ่งเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2030 จะพยายามผลักดันให้มีผู้ใช้งานได้อย่างน้อย 2 แสนคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27074 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/5.jpg" alt="" width="1200" height="683" /></p>
<p>ทั้งนี้ ทางอายิโน๊ะโม๊ะโต๊ะ เชื่อว่า การเร่งขยายฐานทั้งการเติม​สินค้ารวมท้ังบริการใหม่ๆ ให้พอร์ตกลุ่มธุรกิจใหม่ จะทำให้สัดส่วนในกลุ่มธุรกิจนี้เติบโตได้แบบ Double Growth จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ที่ราว 5% ของรายได้รวมของทั้งบริษัท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 10% ได้ภายในปี 2030</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ajinomoto-launch-health-tech-expand-new-business-porfolio/">อายิโนะโมะโต๊ะ ​ข้ามห้วยสร้างฐาน Health Tech ต่อยอดผู้เชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนสู่ตลาดสุขภาพเชิงป้องกัน เสริมพอร์ตธุรกิจใหม่ เติบโตได้เท่าตัวในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท่ามกลางกระแสแบน และความกังวลต่อ Fast Fashion แต่ SHEIN ยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อม​วางระบบการผลิตป้อนตลาด​แต่ละปี​มากกว่า 1 ล้านชิ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/shein-strong-growth-among-several-challeng/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Apr 2024 14:14:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Appareal]]></category>
		<category><![CDATA[Chinese Brand]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Platform]]></category>
		<category><![CDATA[SHEIN]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ชีอิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาสต์แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้าแฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แบน SHEIN]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์จีน]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25246</guid>

					<description><![CDATA[<p>SHEIN ก่อตั้งขึ้นในนครหนานจิง เมื่อปี 2555 โดย มร.ซู่ หย่างเทียน ที่​เคยทำธุรกิจด้านการค้าต่างประเทศ และจำหน่ายชุดแต่งงาน แว่นตา ​สินค้าในกลุ่มแฟชั่นไอเท็มต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางเข้ามาสู่วงการค้าปลีกแฟชั่น จนกลายเป็นหนึ่งใน​แบรนด์ฟาสต์แฟชั่น และแพลตฟอร์ม​ช้อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ชั้นนำของโลก​ ที่มีการเติบโตได้อย่างโดดเด่น และน่าจับตา ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปีเท่านั้น สำหรับแบรนด์ SHEIN ​(She-in) สะท้อนถึงกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ที่เน้นตลาดแฟชั่นสำหรับผู้หญิงเป็นหลัก โดยมีจุดเด่นที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มาจากการนำเสนอสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ ​อย่างรวดเร็ว ภายใต้ราคาขายที่ต่ำกว่าคู่แข่งหลักๆ ในกลุ่มฟาสต์แฟชั่น​ ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความคุ้มค่ามากขึ้น ​ ข้อมูลจาก Zhongjin Research ระบุว่า SHEIN ใช้เวลาเพียง 7-15 วันในการออกแบบและเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือมีการเสนอสินค้าใหม่มากกว่า 1 ล้านรายการทุกปี ​เทียบกับ​แบรนด์อื่นๆ ในตลาดอย่าง  ZARA ที่เปิดตัวสินค้าใหม่ในแต่ละปี​​ประมาณ 12,000 รายการ หมายความว่า อัตราการเสนอสินค้าใหม่ของ SHEIN ​สูงกว่า ZARA ประมาณ 100 เท่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/shein-strong-growth-among-several-challeng/">ท่ามกลางกระแสแบน และความกังวลต่อ Fast Fashion แต่ SHEIN ยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อม​วางระบบการผลิตป้อนตลาด​แต่ละปี​มากกว่า 1 ล้านชิ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SHEIN</strong> ก่อตั้งขึ้นในนครหนานจิง เมื่อปี 2555 โดย <strong>มร.ซู่ หย่างเทียน </strong>ที่​เคยทำธุรกิจด้านการค้าต่างประเทศ และจำหน่ายชุดแต่งงาน แว่นตา ​สินค้าในกลุ่มแฟชั่นไอเท็มต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางเข้ามาสู่วงการค้าปลีกแฟชั่น จนกลายเป็นหนึ่งใน​แบรนด์ฟาสต์แฟชั่น และแพลตฟอร์ม​ช้อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ชั้นนำของโลก​ ที่มีการเติบโตได้อย่างโดดเด่น และน่าจับตา ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปีเท่านั้น</p>
<p><span id="more-25246"></span></p>
<p>สำหรับแบรนด์ <strong>SHEIN</strong> ​(She-in) สะท้อนถึงกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ที่เน้นตลาดแฟชั่นสำหรับผู้หญิงเป็นหลัก โดยมีจุดเด่นที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มาจากการนำเสนอสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ ​อย่างรวดเร็ว ภายใต้ราคาขายที่ต่ำกว่าคู่แข่งหลักๆ ในกลุ่มฟาสต์แฟชั่น​ ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความคุ้มค่ามากขึ้น ​</p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>Zhongjin Research</strong> ระบุว่า SHEIN ใช้เวลาเพียง 7-15 วันในการออกแบบและเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือมีการเสนอสินค้าใหม่มากกว่า 1 ล้านรายการทุกปี ​เทียบกับ​แบรนด์อื่นๆ ในตลาดอย่าง  ZARA ที่เปิดตัวสินค้าใหม่ในแต่ละปี​​ประมาณ 12,000 รายการ หมายความว่า อัตราการเสนอสินค้าใหม่ของ SHEIN ​สูงกว่า ZARA ประมาณ 100 เท่า และมี​​ราคาจำหน่าย​ถูกกว่า ZARA อย่างมาก</p>
<p>ขณะที่ข้อเปรียบเทียบในเรื่องของคุณภาพ จากความเห็นของบรรดา KOL หรือนักรีวิวต่างๆ ที่ให้ความเห็นไว้บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ขณะที่ราคานั้นแตกต่างกันเฉลี่ยเป็นเท่าตัว</p>
<p>ส่วนสาเหตุที่ SHEIN สามารถออกสินค้าได้อย่างรวดเร็วและมีจำนวนมากนั้น มาจากการสร้างความแตกต่างในระบบ Supply Chain หรือห่วงโซ่การผลิต ที่กระบวนการทั่วๆ ไป มักจะมี Economy of Scale ต้องมีปริมาณการสั่งซื้อในระดับที่มากพอจึงจะเริ่มทำการผลิตสินค้า แต่กลยุทธ์ของ SHEIN จะมีความแตกต่างกันออกไป เพราะจะวางปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำกับทางโรงงานที่เพียง 100-200 ชิ้นก่อน และจะทำการเช็คความนิยมของสินค้าแต่ละชิ้น​จากแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์​  เพื่อนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับปริมาณการสั่งผลิตในขั้นสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง</p>
<figure id="attachment_25247" aria-describedby="caption-attachment-25247" style="width: 606px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25247 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/1-6.jpg" alt="" width="606" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-25247" class="wp-caption-text"><em>ภาพ : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (https://tech.caijing.com.cn/20240402/5001604.shtml)</em></figcaption></figure>
<p>ความแตกต่างในการบริหารกระบวนการผลิตและซัพพลายเชน ทำให้ SHEIN สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด พร้อมช่วยลดต้นทุนการผลิต และส่งผลต่อความสามารถในการวางราคาจำหน่ายในตลาดให้สามารถเอื้อมถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดย SHEIN ได้ร่วมมือกับโรงงานมากกว่า 3,000 แห่งในจีน ทั้งในพื้นที่​นครกวางโจว เมืองฝอซาน มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง และนครเซี่ยงไฮ้</p>
<p>​​SHEIN เติบโตและได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดต่างประเทศ จากข้อมูลของ <strong>Coresight</strong> ระบุว่า ในปี 2565 SHEIN มีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 5 หรือราว 20% ​ของตลาดฟาสต์แฟชั่นทั่วโลก ​แซงหน้าแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นยักษ์ใหญ่อย่าง H&amp;M ที่มีสัดส่วนน้อยกว่า 5%​ และ ZARA ที่มีประมาณ 15%​ ประกอบกับรายได้ของบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตามข้อมูลที่เคยระบุไว้ พบว่า  SHEIN เคยเปิดเผยยอดจำหน่าย​ในปี 2562 ที่ทำได้มาก​กว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ​ ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ที่ผ่านมา มีการระบุ​ว่า บริษัท​ประสบความสำเร็จด้านผลกำไรสูงสุดเท่าที่เคยดำเนินธุรกิจมา</p>
<p>ความสำเร็จของ SHEIN ยังทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน มังกร 4 ตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน ตามมูลค่า​ GMV (Gross Merchandise Volume) หรือปริมาณยอดขายทั้งหมดที่สามารถทำได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา SHEIN เป็นแบรนด์ที่อยู่ในอันดับสูงสุด และไม่เพียงแค่รักษาการเติบโตของรายได้เท่านั้น แต่ยังสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเข้าไปซื้อกิจการ Forever 21  แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นของอเมริกา รวมทั้ง Missguided จากอังกฤษ และยังคงได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25248 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/2-4.jpg" alt="" width="650" height="650" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​ช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา (2556 -2566) SHEIN สามารถรับการระดมเงินทุนได้ถึง ​9 รอบ  จากกลุ่มนักลงทุนรวมถึงสถาบันการลงทุนที่มีชื่อเสียง เช่น IDG Capital/Hongshan China และ Tiger Global Management และเป้าหมายสำคัญในปี 2567 นี้ SHEIN กำลังให้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสำเร็จและการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ในปี 2566 ที่ผ่านมา SHEIN ต้องเผชิญกับอุปสรรคในหลากหลายด้าน เช่น ความท้าทายในการควบคุมต้นทุน​ ​​การแข่งขันอย่างรุนแรงในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ​รวมทั้งการมีข้อพิพาทด้านการละเมิดทั้งจากแบรนด์แฟชั่นหรือศิลปินอิสระต่างๆ โดยช่วงปลายเดือนมกราคม 2567 SHEIN ถูกฟ้องในข้อหาละเมิดโดย Fast Retailing Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ Uniqlo) รวมทั้ง​แบรนด์แฟชั่นของอเมริกา For Love &amp; Lemons นอกจากนี้ แบรนด์ Levi’s และ Ralph Lauren ยังได้ขึ้นศาลกับ SHEIN ในข้อหาละเมิดเครื่องหมายการค้า รวมทั้งยังกลายเป็นกระแสถูกต่อต้าน #แบนSHEIN จนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ด้วย</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครเชิงตู  กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/shein-strong-growth-among-several-challeng/">ท่ามกลางกระแสแบน และความกังวลต่อ Fast Fashion แต่ SHEIN ยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อม​วางระบบการผลิตป้อนตลาด​แต่ละปี​มากกว่า 1 ล้านชิ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เบทาโกร” จับมือ “NECTEC” พัฒนาแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลและบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ตอกย้ำเป้าหมายขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero ปี 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/betagro-join-nectec-develop-ghg-emission-accounting-and-management-platform/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Feb 2024 03:07:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Greenhouse Gas Emission Accounting and Management Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Platform]]></category>
		<category><![CDATA[การปลดปล่อยและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เนคเทค สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[เบทาโกร]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23833</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)” หรือ “BTG” ต่อยอดความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์ม (Platform) เพื่อจัดทำบัญชีข้อมูลการปลดปล่อยและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission Accounting and Management Platform)  “บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)” หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย นำโดย “นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ที่ 2 จากซ้าย) ที่ร่วมกับ “ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.)” โดย “ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย” ผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. (ที่ 4 จากซ้าย) ต่อยอดความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์ม (Platform) เพื่อจัดทำบัญชีข้อมูลการปลดปล่อยและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission Accounting and Management Platform) ของเบทาโกรให้สอดคล้องกับมาตรฐานของประเทศไทยและสากล ตอกย้ำเป้าหมายการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/betagro-join-nectec-develop-ghg-emission-accounting-and-management-platform/">“เบทาโกร” จับมือ “NECTEC” พัฒนาแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลและบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ตอกย้ำเป้าหมายขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero ปี 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)” </strong>หรือ <strong>“</strong><strong>BTG” ต่อยอดความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์ม (Platform) เพื่อจัดทำบัญชีข้อมูลการปลดปล่อยและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission Accounting and Management Platform) </strong></p>
<p><span id="more-23833"></span></p>
<p><strong>“บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)” </strong>หรือ <strong>“</strong><strong>BTG” </strong>บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย นำโดย <strong>“นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ </strong>(ที่ 2 จากซ้าย) ที่ร่วมกับ <strong>“ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.</strong><strong>)</strong><strong>” </strong>โดย <strong>“ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย”</strong> ผู้อำนวยการ เนคเทค สวทช. (ที่ 4 จากซ้าย) ต่อยอดความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์ม (Platform) เพื่อจัดทำบัญชีข้อมูลการปลดปล่อยและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission Accounting and Management Platform) ของเบทาโกรให้สอดคล้องกับมาตรฐานของประเทศไทยและสากล ตอกย้ำเป้าหมายการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ Net Zero ภายในปี 2050 โดยมี <strong>“ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล”</strong> ประธานคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เบทาโกร (ที่ 3 จากซ้าย) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัทฯ คณะผู้บริหารเบทาโกร และผู้บริหาร เนคเทค สวทช. เข้าร่วมเป็นเกียรติ ณ ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) สำนักงานใหญ่ EECi จังหวัดระยอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23835 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/1-4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/betagro-join-nectec-develop-ghg-emission-accounting-and-management-platform/">“เบทาโกร” จับมือ “NECTEC” พัฒนาแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลและบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ตอกย้ำเป้าหมายขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero ปี 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TikTok ขับเคลื่อนแคมเปญ #DisabilityPower หนุนเท่าเทียม หลากหลาย ​สร้างสังคมแห่งการมีส่วนร่วม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/tiktok-driving-disabilitypower-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Dec 2023 22:57:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Cheerballwithearn]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Disability]]></category>
		<category><![CDATA[Disability Power]]></category>
		<category><![CDATA[Disable Person]]></category>
		<category><![CDATA[Equality]]></category>
		<category><![CDATA[inclusive]]></category>
		<category><![CDATA[Miami7824]]></category>
		<category><![CDATA[Rising Creator of the Year]]></category>
		<category><![CDATA[Story of The Small]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok Awards Thailand 2023]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเปราะบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเทนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ชนิดา คล้ายพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[น้องไมอามี เด็กพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22991</guid>

					<description><![CDATA[<p>TikTok สนับสนุนความหลากหลายและสร้างสังคมแห่งการมีส่วนร่วม ผ่านแคมเปญ #DisabilityPower  ส่งเสริมความหลากหลายและสังคมที่เปิดกว้างต่อทุกคน แคมเปญนี้ได้​ร่วมมือกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อปลดล็อกโอกาสทางอาชีพให้​ผู้พิการที่มีความสามารถหลากหลายให้ได้รับการสนับสนุน รวมถึงมอบสุขภาวะบนโลกดิจิทัลที่เปิดกว้างและปลอดภัยให้แก่พวกเขา เพื่อเป็นกระบอกเสียงของกลุ่มผู้พิการในการบอกเล่าเรื่องราว และสร้างคอมมูนิตี้ที่สามารถเข้าถึงได้และเท่าเทียมกันมากขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้พิการกว่า 2,240,537 คน (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 30 กันยายน 2566) คิดเป็น 3.39% ของประชากรไทย TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มที่มุ่งมั่นในการปลดล็อกโอกาสให้กับทุกๆ คน ได้เล็งเห็นถึงเอกลักษณ์และศักยภาพในการเติบโตทางอาชีพของกลุ่มคนผู้พิการ จึงมุ่งมั่นพาพวกเขาเหล่านี้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียม ต่อต้านการแบ่งแยก และสร้างพื้นที่ของการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ทุกคนมีตัวตนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ต่อยอดโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับพวกเขาได้อย่างปลอดภัย ความทุ่มเทของ TikTok ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นแพลตฟอร์มสำหรับความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างพื้นที่ที่ความหลากหลายได้รับการยกย่องและการต้อนรับด้วยการมอบประสบการณ์ที่ดีบนแพลตฟอร์มให้แก่ผู้พิการ ความมุ่งมั่นนี้เป็นหัวใจหลักของความคิดริเริ่มต่างๆ ของ TikTok ที่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่ทุกเสียง โดยเฉพาะเสียงของผู้พิการได้รับการฟังและให้การเคารพ TikTok ได้ริเริ่มแคมเปญ #DisabilityPower ขึ้นตั้งแต่ปี 2565 เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ครีเอเตอร์ผู้พิการและเป็นคอมมูนิตี้ในการสร้างพลังบวกให้แก่กันและกัน ที่มียอดการเข้าชมคอนเทนต์กว่า 18 ล้านครั้ง โดยในแคมเปญประกอบไปด้วยคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจมากมาย รวมถึงแชร์เคล็ดลับการใช้ฟีเจอร์สำหรับคนพิการบน TikTok ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวบ่งบอกถึงการมีส่วนร่วมของครีเอเตอร์และผู้ใช้งานต่อแคมเปญอย่างกว้างขวาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/tiktok-driving-disabilitypower-campaign/">TikTok ขับเคลื่อนแคมเปญ #DisabilityPower หนุนเท่าเทียม หลากหลาย ​สร้างสังคมแห่งการมีส่วนร่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>TikTok สนับสนุนความหลากหลายและสร้างสังคมแห่งการมีส่วนร่วม ผ่านแคมเปญ #DisabilityPower  ส่งเสริมความหลากหลายและสังคมที่เปิดกว้างต่อทุกคน</p>
<p><span id="more-22991"></span></p>
<p>แคมเปญนี้ได้​ร่วมมือกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อปลดล็อกโอกาสทางอาชีพให้​ผู้พิการที่มีความสามารถหลากหลายให้ได้รับการสนับสนุน รวมถึงมอบสุขภาวะบนโลกดิจิทัลที่เปิดกว้างและปลอดภัยให้แก่พวกเขา เพื่อเป็นกระบอกเสียงของกลุ่มผู้พิการในการบอกเล่าเรื่องราว และสร้างคอมมูนิตี้ที่สามารถเข้าถึงได้และเท่าเทียมกันมากขึ้น</p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้พิการกว่า 2,240,537 คน (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 30 กันยายน 2566) คิดเป็น 3.39% ของประชากรไทย TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มที่มุ่งมั่นในการปลดล็อกโอกาสให้กับทุกๆ คน ได้เล็งเห็นถึงเอกลักษณ์และศักยภาพในการเติบโตทางอาชีพของกลุ่มคนผู้พิการ จึงมุ่งมั่นพาพวกเขาเหล่านี้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียม ต่อต้านการแบ่งแยก และสร้างพื้นที่ของการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ทุกคนมีตัวตนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ต่อยอดโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับพวกเขาได้อย่างปลอดภัย</p>
<p>ความทุ่มเทของ TikTok ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นแพลตฟอร์มสำหรับความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างพื้นที่ที่ความหลากหลายได้รับการยกย่องและการต้อนรับด้วยการมอบประสบการณ์ที่ดีบนแพลตฟอร์มให้แก่ผู้พิการ ความมุ่งมั่นนี้เป็นหัวใจหลักของความคิดริเริ่มต่างๆ ของ TikTok ที่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่ทุกเสียง โดยเฉพาะเสียงของผู้พิการได้รับการฟังและให้การเคารพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22993 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Chanida-Klyphun-Head-of-Public-Policy-TikTok-Thailand.jpg" alt="" width="1200" height="790" /></p>
<p>TikTok ได้ริเริ่มแคมเปญ <a href="https://www.tiktok.com/tag/disabilitypower" target="_blank" rel="noopener">#DisabilityPower</a> ขึ้นตั้งแต่ปี 2565 เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ครีเอเตอร์ผู้พิการและเป็นคอมมูนิตี้ในการสร้างพลังบวกให้แก่กันและกัน ที่มียอดการเข้าชมคอนเทนต์กว่า 18 ล้านครั้ง โดยในแคมเปญประกอบไปด้วยคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจมากมาย รวมถึงแชร์เคล็ดลับการใช้ฟีเจอร์สำหรับคนพิการบน TikTok ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวบ่งบอกถึงการมีส่วนร่วมของครีเอเตอร์และผู้ใช้งานต่อแคมเปญอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังสามารถกระจายโอกาสแห่งความเป็นไปได้ต่อผู้คนได้อีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด</p>
<p>&#8220;เรามีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการสร้างโลกที่ไม่มีการแบ่งแยกให้เกิดขึ้นจริง พวกเราเชื่อว่าทุกคน ไม่ว่าจะมาจากพื้นเพหรือมีความสามารถแบบใด สมควรได้รับโอกาสและสิทธิ์ที่เท่าเทียมกัน ความมุ่งมั่นนี้จึงเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาแพลตฟอร์มที่พร้อมต้อนรับและเฉลิมฉลองความหลากหลายในทุกรูปแบบ แคมเปญ #DisabilityPower ของเราจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่แคมเปญ แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ช่วยสะท้อนถึงความทุ่มเทของเราในการรับรองว่าผู้พิการจะได้รับการยอมรับและการสนับสนุนให้เติบโตบนแพลตฟอร์ม TikTok เราจะยังคงแน่วแน่ในภารกิจของเราในการสร้างโลกดิจิทัลที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับทุกคนต่อไป&#8221; <strong>คุณชนิดา คล้ายพันธ์</strong> Head of Public Policy &#8211; TikTok, Thailand กล่าว</p>
<figure id="attachment_22998" aria-describedby="caption-attachment-22998" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-22998 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Disable-Tiktok.jpg" alt="" width="1200" height="692" /><figcaption id="caption-attachment-22998" class="wp-caption-text">TikTok #DisabilityPower</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ TikTok ได้เข้าร่วมงานวันคนพิการสากล ​โดยกรมพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยกระดับความเท่าเทียมและตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมโอกาสที่ดีให้คนพิการ เปิดโอกาสให้คนพิการได้รู้จักกับแพลตฟอร์มและเรียนรู้เกี่ยวกับการทำคอนเทนต์บน TikTok อย่างปลอดภัย ช่วยให้พวกเขาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพการเป็นครีเอเตอร์ต่อไปได้ พร้อมกันนี้ TikTok ยังได้นำตัวแทนครีเอเตอร์ผู้ได้รับรางวัล<strong> TikTok Awards Thailand 2023</strong> อย่างน้องไมอามีและคุณแม่ (<a href="https://www.tiktok.com/@miami7824" target="_blank" rel="noopener">Miami7824</a>) ตัวแทนครีเอเตอร์ผู้พิการที่ได้รับรางวัล Story of The Small และ คุณเอิน (<a href="https://www.tiktok.com/@cheerballwithearn" target="_blank" rel="noopener">cheerballwithearn)</a> ครีเอเตอร์หน้าใหม่ผู้ได้รับรางวัล Rising Creator of the Year มาร่วมกันแชร์เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ และประสบการณ์ดีๆ ที่ได้รับจากแพลตฟอร์ม TikTok</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22994 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Miami7824.jpg" alt="" width="418" height="761" /></p>
<p>Miami7824 ตัวแทนครีเอเตอร์ผู้พิการที่ได้รับรางวัล Story of The Small จากการทำคอนเทนต์สร้างสรรค์สังคมโดยคุณแม่ และน้องไมอามี เด็กพิเศษดาวน์ซินโดรม ผู้ได้รับฉายา &#8220;<strong>เดอะสตาร์เสียงใส&#8221;</strong> จากสถาบันราชานุกูล ซึ่งมีความสามารถพิเศษในการร้องเพลง เต้นรำ และแต่งหน้า ได้มาร่วมมอบพลังบวกให้กลุ่มผู้พิการด้วยกันให้มีกำลังใจในการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้พิการ และ cheerballwithearn ครีเอเตอร์หน้าใหม่ผู้ได้รับรางวัล Rising Creator of the Year จากการริเริ่มทำคอนเทนต์แนวกีฬาฟุตบอลที่ตนเองชื่นชอบลงบนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารวงการฟุตบอล วิเคราะห์เกม หรือทัวร์สนามฟุตบอลต่างๆ ตลอดจนได้มีผู้ติดตามคอนเทนต์ของเธอมากมาย ก็ได้มาร่วมกันแชร์เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ และประสบการณ์ดีๆ รวมถึงโอกาสทางอาชีพที่ได้รับจากแพลตฟอร์ม TikTok</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22995 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Cheerballwithearn.jpg" alt="" width="429" height="653" /></p>
<p>คุณแม่ของน้องไมอามี กล่าวในงานว่า &#8220;เริ่มแรกเราได้แต่ดูคอนเทนต์ของคนอื่น และคุณแม่ก็เองชอบถ่ายวิดีโอของลูกทำกิจกรรมต่างๆ อยู่แล้ว จึงลองสมัครแอคเคาท์ของตัวเองไว้เพื่อแบ่งปันเรื่องราวพัฒนาการของเด็กพิเศษ ดาวน์ซินโดรม อีกทั้งยังอยากสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของคนในสังคมที่มีต่อคนพิการหรือเด็กพิเศษคนอื่นๆ ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถช่วยเหลือตัวเองและใช้ชีวิตในสังคมได้ อยากให้คนภายนอกให้โอกาส อย่าพึ่งตัดสินเขาที่หน้าตา พร้อมๆ ไปกับมอบรอยยิ้มและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชม ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้ติดตามและการมีคนเข้ามามีส่วนร่วม ชื่นชมและให้กำลังใจน้องไมอามีอยู่เสมอ ถือเป็นกำลังใจให้เราสร้างคอนเทนต์พลังบวกเรื่อยมา&#8221;</p>
<p>&#8220;จากคนธรรมดาตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ชื่นชอบฟุตบอล TikTok ได้เข้ามามอบพื้นที่ให้เรามีความมั่นใจ กล้าที่จะเป็นตัวเอง กล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่เราอยากทำ ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ และยังเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกๆ คน ให้สามารถเติบโตได้ ไม่ว่าจะเป็นครีเอเตอร์หน้าใหม่หรือผู้พิการ เพียงแค่มีความฝัน หรือความมุ่งมั่นที่อยากจะแชร์ประสบการณ์ ก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จด้วยแพลตฟอร์ม TikTok ได้เช่นกัน&#8221; คุณเอิน หรือ Cheerballwithearn กล่าวเสริม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22996 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/TikTok-Disabilities-Day-2.jpg" alt="" width="1200" height="634" /></p>
<p>TikTok ยังคงมุ่งมั่นสานต่อพันธกิจในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และมอบความสุขให้กับผู้คนที่เชื่อว่าไม่ว่าจะคนกลุ่มไหน ก็สมควรที่จะได้รับการดูแลและสิทธิที่เท่าเทียมกัน TikTok จึงถือเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับผู้ใช้งานที่มีความหลากหลายให้สามารถสร้างตัวตนบนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/tiktok-driving-disabilitypower-campaign/">TikTok ขับเคลื่อนแคมเปญ #DisabilityPower หนุนเท่าเทียม หลากหลาย ​สร้างสังคมแห่งการมีส่วนร่วม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tesla เปิดสถานี Supercharger แห่งแรกของไทย พร้อมเพิ่ม Pop-up Store ใหม่ในเซ็นทรัลเวิลด์ เล็งไตรมาส 2 ขยายเพิ่มต่างจังหวัด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/first-tesla-supercharger-in-thailand-aim-to-expand-upcoountry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Feb 2023 06:57:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Pop-up Store]]></category>
		<category><![CDATA[Service]]></category>
		<category><![CDATA[Supercharger]]></category>
		<category><![CDATA[Tesla]]></category>
		<category><![CDATA[Tesla Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จ EV]]></category>
		<category><![CDATA[เทสลา]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17326</guid>

					<description><![CDATA[<p>Tesla บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก ได้ประกาศเปิดสถานี Supercharger แห่งแรกในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยสถานี Supercharger แห่งนี้จะมี Supercharger 9 ตัว เปิดให้บริการ ผู้ขับขี่สามารถชาร์จได้ระยะทางสูงสุด 308 กม. ในเวลาเพียง 15 นาที ทั้งนี้ Tesla มีเป้าหมายที่จะเปิดสถานี Supercharger ให้ได้อย่างน้อย 13 แห่งในประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. 2566 และจะขยายเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกกรุงเทพฯ โดยคาดว่าสถานีแห่งแรกนอกกรุงเทพฯ จะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ปี พ.ศ. 2566  นอกจากนี้ Tesla ยังได้เปิดตัวป๊อปอัพแห่งใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 1 บริเวณ Beacon Zone เพิ่มเติมอีกด้วย  นอกจากพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าแล้ว Tesla ยังมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรอีกมากมาย เช่น โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น ร้านกาแฟ และร้านอาหารทั่วประเทศไทย เพื่อนำเสนอการติดตั้ง Supercharger ให้กับเจ้าของ Tesla  หากผู้ใดต้องการใช้ Supercharger เพียงแค่เสียบปลั๊กก็สามารถทำการชาร์จได้โดยอัตโนมัติ และสามารถดูข้อมูลจำนวนความพร้อมในการใช้งานของ Supercharger ตรวจสอบสถานะการชาร์จ หรือรับการแจ้งเตือนเมื่อรถชาร์จพร้อม เพื่อจะใช้เดินทางได้ผ่านทางแอป Tesla เพื่อให้ผู้ใช้รายต่อไปสามารถใช้งานต่อได้ เพื่อให้บริการผู้ขับขี่ Tesla จะเปิดตัว Destination Charging ทั่วประเทศ ในขณะที่สร้างเครือข่าย Supercharger โดยสถานี Supercharger แห่งใหม่ในกรุงเทพฯของ Tesla สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการจัดหาโซลูชันการชาร์จที่ยั่งยืนและสะดวกสบายสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าTesla มีความภูมิใจที่ได้ให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและสนับสนุนการเติบโตของการเดินทางที่ยั่งยืนในภูมิภาค เพื่อเป็นการเริ่มต้นของนโยบายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในประเทศไทย Tesla ได้เริ่มส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าชุดแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อีกทั้ง Tesla ประเทศไทย พร้อมมอบประสบการณ์การบริการหลังการขายที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ โดยเจ้าของรถสามารถทำการนัดหมายในการใช้บริการได้อย่างง่ายดายผ่านแอป Tesla และสามารถเรียกบริการฉุกเฉินจาก  Tesla ได้ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน นอกจากนี้ ผู้ใช้จะได้รับการรับประกันพื้นฐานของรถยนต์ของ Tesla 4 ปี / 80,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน แบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนในรถจะได้รับการคุ้มครองเป็นระยะ 160,000 กม. หรือ 192,000 กม. แล้วแต่รุ่นของรถยนต์ เจ้าของ Tesla  รายใหม่ทุกคนจะได้รับบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการชาร์จที่บ้านผ่านบริการการติดตั้งที่ได้รับการรับรองจาก Tesla ซึ่งทำให้การชาร์จที่บ้านแบบข้ามคืนนั้นเป็นเรื่องง่ายและสะดวก  Tesla [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/first-tesla-supercharger-in-thailand-aim-to-expand-upcoountry/">Tesla เปิดสถานี Supercharger แห่งแรกของไทย พร้อมเพิ่ม Pop-up Store ใหม่ในเซ็นทรัลเวิลด์ เล็งไตรมาส 2 ขยายเพิ่มต่างจังหวัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก ได้ประกาศเปิดสถานี </span><span lang="EN">Supercharger </span><span lang="TH">แห่งแรกในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ </span></span></p>
<p><span id="more-17326"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">โดยสถานี </span><span lang="EN">Supercharger </span><span lang="TH">แห่งนี้จะมี </span><span lang="EN">Supercharger 9</span><span lang="TH"> ตัว เปิดให้บริการ ผู้ขับขี่สามารถชาร์จได้ระยะทางสูงสุด </span><span lang="EN">308</span><span lang="TH"> กม. ในเวลาเพียง </span><span lang="EN">15</span><span lang="TH"> นาที ทั้งนี้ </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">มีเป้าหมายที่จะเปิดสถานี </span><span lang="EN">Supercharger </span><span lang="TH">ให้ได้อย่างน้อย </span><span lang="EN">13</span><span lang="TH"> แห่งในประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. </span><span lang="EN">2566</span><span lang="TH"> และจะขยายเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกกรุงเทพฯ โดยคาดว่าสถานีแห่งแรกนอกกรุงเทพฯ จะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ </span><span lang="EN">2</span><span lang="TH"> ปี พ.ศ. </span><span lang="EN">2566</span></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH"> นอกจากนี้ </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">ยังได้เปิดตัวป๊อปอัพแห่งใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ชั้น </span><span lang="EN">1</span><span lang="TH"> บริเวณ </span><span lang="EN">Beacon Zone เพิ่มเติมอีกด้วย </span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17330 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/2-2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">นอกจากพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าแล้ว </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">ยังมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรอีกมากมาย เช่น โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น ร้านกาแฟ และร้านอาหารทั่วประเทศไทย เพื่อนำเสนอการติดตั้ง </span><span lang="EN">Supercharger </span><span lang="TH">ให้กับเจ้าของ </span><span lang="EN">Tesla  </span><span lang="TH">หากผู้ใดต้องการใช้ </span><span lang="EN">Supercharger </span><span lang="TH">เพียงแค่เสียบปลั๊กก็สามารถทำการชาร์จได้โดยอัตโนมัติ และสามารถดูข้อมูลจำนวนความพร้อมในการใช้งานของ </span><span lang="EN">Supercharger </span><span lang="TH">ตรวจสอบสถานะการชาร์จ หรือรับการแจ้งเตือนเมื่อรถชาร์จพร้อม </span></span><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">เพื่อจะใช้เดินทางได้ผ่านทางแอป </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">เพื่อให้ผู้ใช้รายต่อไปสามารถใช้งานต่อได้</span></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">เพื่อให้บริการผู้ขับขี่ </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">จะเปิดตัว </span><span lang="EN">Destination Charging </span><span lang="TH">ทั่วประเทศ ในขณะที่สร้างเครือข่าย </span><span lang="EN">Supercharger </span><span lang="TH">โดยสถานี </span><span lang="EN">Supercharger </span><span lang="TH">แห่งใหม่ในกรุงเทพฯของ </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการจัดหาโซลูชันการชาร์จที่ยั่งยืนและสะดวกสบายสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า</span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">มีความภูมิใจที่ได้ให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและสนับสนุนการเติบโตของการเดินทางที่ยั่งยืนในภูมิภาค</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17329 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/4-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">เพื่อเป็นการเริ่มต้นของนโยบายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในประเทศไทย </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">ได้เริ่มส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าชุดแรกเมื่อวันที่ </span><span lang="EN">10</span><span lang="TH"> กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อีกทั้ง </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">ประเทศไทย พร้อมมอบประสบการณ์การบริการหลังการขายที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ โดยเจ้าของรถสามารถทำการนัดหมายในการใช้บริการได้อย่างง่ายดายผ่านแอป </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">และสามารถเรียกบริการฉุกเฉินจาก  </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">ได้ทั่วประเทศตลอด </span><span lang="EN">24 </span><span lang="TH">ชั่วโมงทุกวัน </span></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">นอกจากนี้ ผู้ใช้จะได้รับการรับประกันพื้นฐานของรถยนต์ของ </span><span lang="EN">Tesla 4</span><span lang="TH"> ปี / </span><span lang="EN">80,000</span><span lang="TH"> กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน แบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนในรถจะได้รับการคุ้มครองเป็นระยะ </span><span lang="EN">160,000</span><span lang="TH"> กม. หรือ </span><span lang="EN">192,000</span><span lang="TH"> กม. แล้วแต่รุ่นของรถยนต์ เจ้าของ </span><span lang="EN">Tesla  </span><span lang="TH">รายใหม่ทุกคนจะได้รับบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการชาร์จที่บ้านผ่านบริการการติดตั้งที่ได้รับการรับรองจาก </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">ซึ่งทำให้การชาร์จที่บ้านแบบข้ามคืนนั้นเป็นเรื่องง่ายและสะดวก</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17328 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/5-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="EN"><span style="font-family: arial, sans-serif;"> </span></span><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="EN">Tesla ยัง</span><span lang="TH">ได้เปิดบริการศูนย์ทดลองขับ ณ เดอะ พาซิโอ รามคำแหง ซึ่งลูกค้าสามารถลงทะเบียนทดลองขับและสัมผัสกับไลฟ์สไตล์ของ </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">ได้  โดยได้</span><span lang="TH">ตั้งเป้าที่จะเปิดศูนย์ </span><span lang="EN">Tesla </span><span lang="TH">ในไตรมาสที่ </span><span lang="EN">2</span><span lang="TH">  เพื่อมอบประสบการณ์การทดลองขับ ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า และบริการหลังการขายสำหรับเจ้าของรถอีกด้วย </span></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">ลูกค้าสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ </span><span lang="EN"><a title="ได้รับการป้องกันโดย Outlook: https://www.tesla.com/th_TH/drive คลิกหรือแตะเพื่อติดตามลิงก์" href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fwww.tesla.com%2Fth_TH%2Fdrive&amp;data=05%7C01%7C%7Ca5644064f0264e19bdd508db0fdf1963%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638121223582878182%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C3000%7C%7C%7C&amp;sdata=PRfijQa3X5YkHwzItiXEgtFmWMvF1AESC8%2F4LXC%2BN3w%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="1">https://www.tesla.com/th_TH/drive</a></span><span lang="EN"> </span><span lang="TH">หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดลองขับ การชาร์จ การส่งมอบรถ และการบริการอื่นๆ ได้ที่ </span><span lang="EN">1800 011 199</span></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/first-tesla-supercharger-in-thailand-aim-to-expand-upcoountry/">Tesla เปิดสถานี Supercharger แห่งแรกของไทย พร้อมเพิ่ม Pop-up Store ใหม่ในเซ็นทรัลเวิลด์ เล็งไตรมาส 2 ขยายเพิ่มต่างจังหวัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
