<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แรงงาน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 13 Sep 2025 04:51:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>แรงงาน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะสำคัญ แรงงานยุคใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/green-skills/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Sep 2025 23:47:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[#ClimateChange]]></category>
		<category><![CDATA[Agronomy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Environmen]]></category>
		<category><![CDATA[Erosion]]></category>
		<category><![CDATA[Future]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[LinkedinEconomyGraph]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[RenewableEnergy]]></category>
		<category><![CDATA[Skills]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableDesign]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36147</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ข้อมูล Linkedin Economy Graph รายงานผลสำรวจ Global Green Skills Report 2023 จากการเก็บข้อมูลเพื่อศึกษาตลาดงานและแรงงานจากผู้ใช้ 48 ประเทศทั่วโลก พบว่ากลุ่ม ‘Green Talent’ หรือผู้ที่มีทักษะในงานที่เกี่ยวข้องกับการรับมือต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ยังมีความขาดแคลนในระดับสูง โดยข้อมูลจากตลาดงานในปี 2022 – 2023 เกี่ยวกับ Green Talent พบว่า&#8211; แรงงานทั่วโลกเพียง 1 ใน 8 ที่มี Green Skills หรือใน 8 คน จะพบเพียง 1 คน&#8211; ความต้องการ &#8216;Green Skills&#8217; เพิ่มขึ้น 22.4% (โตเฉลี่ย 15.2%)&#8211; ผู้ที่มี Green Talent เพิ่มขึ้น 12.3%&#8211; กลุ่ม Green Talent [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/green-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะสำคัญ แรงงานยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อมูล <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Linkedin</span> Economy Graph รายงานผลสำรวจ Global Green Skills Report 2023 จากการเก็บข้อมูลเพื่อศึกษาตลาดงานและแรงงานจากผู้ใช้ 48 ประเทศทั่วโลก พบว่า<br class="html-br" /><br class="html-br" />กลุ่ม ‘Green Talent’ หรือผู้ที่มีทักษะในงานที่เกี่ยวข้องกับการรับมือต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ยังมีความขาดแคลนในระดับสูง โดยข้อมูลจากตลาดงานในปี 2022 – 2023 เกี่ยวกับ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green Talent</span> พบว่า<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; แรงงานทั่วโลกเพียง 1 ใน 8 ที่มี Green Skills หรือใน 8 คน จะพบเพียง 1 คน<br class="html-br" />&#8211; ความต้องการ &#8216;<strong>Green Skills&#8217;</strong> เพิ่มขึ้น 22.4% (โตเฉลี่ย 15.2%)<br class="html-br" />&#8211; ผู้ที่มี Green Talent เพิ่มขึ้น 12.3%<br class="html-br" />&#8211; กลุ่ม Green Talent มีโอกาสได้รับการจ้างงานสูงกว่าแรงงานทั่วไป 29%<br class="html-br" />&#8211; 3 อุตสาหกรรม​สำคัญ ที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ได้แก่ ภาคการผลิตพลังงาน และภาคการขนส่ง ซึ่งจัดเป็นกลุ่ม High Emission ที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนในระดับสูง และ​ภาคการเงิน ในฐานะผู้สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><strong>7 ทักษะ ​Green Skills​ น่าจับตา</strong> <br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังมี 7 ทักษะ ​Green Skills​ น่าจับตา และเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานระดับสูง ได้แก่<br class="html-br" />&#8211; ทักษะความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)<br class="html-br" />&#8211; ทักษะด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน (Sustainable Design)<br class="html-br" />&#8211; ทักษะด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br class="html-br" />&#8211; ทักษะด้านการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency)<br class="html-br" />&#8211; ทักษะด้านการบริหารจัดการพืชไร่ (Agronomy)<br class="html-br" />&#8211; ทักษะการควบคุมการกัดเซาะ (Erosion Control)<br class="html-br" />&#8211; ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Awareness)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/green-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะสำคัญ แรงงานยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ชีวิตบนเชือก เสียงจากแรงงานกลางอากาศบนตึกสูง” บันทึกของผู้กล้าที่เดินอยู่เหนือความกลัว — แรงงานที่ Metthier เลือกจะไม่มองข้าม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/metthier-intelligent-operation-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 May 2025 04:59:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Metthier]]></category>
		<category><![CDATA[Rope Access]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Facility Management]]></category>
		<category><![CDATA[งานแห่งศรัทธา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลตึกสูง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เมทเธียร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานโรยตัวทำความสะอาดกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[สมบัติ ม่วงอุมิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[เช็ดกระจกตึกสูง]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33272</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเสียงของแรงงานไม่ได้อยู่แค่บนพื้นดิน “สมบัติ ม่วงอุมิงค์” พนักงานโรยตัวทำความสะอาดกระจกตึกสูง จาก บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (Metthier) ผู้ใช้หัวใจและมือเปล่าผสานกับเทคโนโลยีเพื่อให้เมืองสะอาด สง่างาม และปลอดภัยในทุกมิติ ส่งต่อเรื่องราวแรงบันดาลใจของ อาชีพที่คนในสังคมไม่เคยพูดถึง ให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่ควรถูกจดจำในสังคมไทย ขณะที่ใครหลายคนเดินผ่านอาคารระฟ้าใจกลางเมือง โดยไม่ทันสังเกตถึงกระจกใสสะอาดที่สะท้อนท้องฟ้า… บนชั้นสูงลิ่วเหล่านั้น ยังมีใครบางคนที่ ‘โรยตัว’ อยู่ในอากาศ พร้อมกับหัวใจที่ยึดมั่นในหน้าที่ บริการ และความปลอดภัย แม้จะเป็นหนึ่งในอาชีพที่เสี่ยงและไม่ค่อยถูกพูดถึงในสังคม แต่ “พนักงานโรยตัวทำความสะอาดกระจก” กลับมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสะอาด ความสวยงาม และความปลอดภัยของอาคารสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เมืองกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไร้ขอบเขต หนึ่งในพนักงานของบริษัท Metthier สมบัติ ม่วงอุมิงค์ ได้เล่าถึงประสบการณ์ตรงของตนเองในการทำงานที่หลายคนเรียกว่า “งานบนความเสี่ยง” แต่สำหรับเขาแล้ว มันคือ “งานแห่งศรัทธา” ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเชี่ยวชาญ และความภาคภูมิใจ “40 ชั้น กับเชือกเส้นเดียว” งานที่ท้าทาย แต่หัวใจไม่เคยสั่น นายสมบัติ ม่วงอุมิงค์ คือนักโรยตัวมืออาชีพของ Metthier ที่ผ่านการอบรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/metthier-intelligent-operation-center/">“ชีวิตบนเชือก เสียงจากแรงงานกลางอากาศบนตึกสูง” บันทึกของผู้กล้าที่เดินอยู่เหนือความกลัว — แรงงานที่ Metthier เลือกจะไม่มองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อเสียงของแรงงานไม่ได้อยู่แค่บนพื้นดิน </strong><strong>“</strong><strong>สมบัติ ม่วงอุมิงค์</strong><strong>” </strong><strong>พนักงานโรยตัวทำความสะอาดกระจกตึกสูง จาก บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (</strong><strong>Metthier) </strong><strong>ผู้ใช้หัวใจและมือเปล่าผสานกับเทคโนโลยีเพื่อให้เมืองสะอาด สง่างาม และปลอดภัยในทุกมิติ ส่งต่อเรื่องราวแรงบันดาลใจของ อาชีพที่คนในสังคมไม่เคยพูดถึง ให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่ควรถูกจดจำในสังคมไทย</strong><span id="more-33272"></span></p>
<p>ขณะที่ใครหลายคนเดินผ่านอาคารระฟ้าใจกลางเมือง โดยไม่ทันสังเกตถึงกระจกใสสะอาดที่สะท้อนท้องฟ้า… บนชั้นสูงลิ่วเหล่านั้น ยังมีใครบางคนที่ <strong>‘โรยตัว’</strong> อยู่ในอากาศ พร้อมกับหัวใจที่ยึดมั่นในหน้าที่ บริการ และความปลอดภัย แม้จะเป็นหนึ่งในอาชีพที่เสี่ยงและไม่ค่อยถูกพูดถึงในสังคม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33273 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/01-นายสมบัติ-ม่วงอุมิงค์-พนักงานโรยตัวทำควา.jpg" alt="" width="521" height="800" /></p>
<p>แต่ “<strong>พนักงานโรยตัวทำความสะอาดกระจก</strong>” กลับมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสะอาด ความสวยงาม และความปลอดภัยของอาคารสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เมืองกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไร้ขอบเขต หนึ่งในพนักงานของบริษัท Metthier สมบัติ ม่วงอุมิงค์ ได้เล่าถึงประสบการณ์ตรงของตนเองในการทำงานที่หลายคนเรียกว่า “งานบนความเสี่ยง” แต่สำหรับเขาแล้ว มันคือ <strong>“งานแห่งศรัทธา</strong>” ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเชี่ยวชาญ และความภาคภูมิใจ</p>
<p><strong>“40 </strong><strong>ชั้น กับเชือกเส้นเดียว</strong><strong>” </strong><strong>งานที่ท้าทาย แต่หัวใจไม่เคยสั่น</strong></p>
<p>นายสมบัติ ม่วงอุมิงค์ คือนักโรยตัวมืออาชีพของ Metthier ที่ผ่านการอบรม Rope Access อย่างเข้มข้น ได้รับใบรับรองมาตรฐาน และต้องเข้ารับการฝึกซ้อมจำลองเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นประจำทุกปี เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งทางกายและใจให้พร้อมทุกวินาทีที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ซึ่งได้เล่าให้ฟังว่า งานโรยตัวทำความสะอาดกระจกตึกสูง <strong>“</strong><strong>ไม่ใช่ใครก็ทำได้</strong><strong>”</strong> แต่ต้องมีทั้งใจ สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และวินัยในการตรวจอุปกรณ์ก่อนเริ่มงานทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเชือก หมวกนิรภัย ไปจนถึงการประเมินสภาพอากาศ ทุกครั้งที่โรยตัวต้องรู้ว่ากำลังทำงานที่ต้องรับผิดชอบกับชีวิตตัวเอง และความปลอดภัยของคนอื่น ทุกครั้งที่โรยตัวลงไป ต้องไม่เคยประมาท เราตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้น ตรวจสอบแผนงาน พูดคุยกับทีมตลอดเวลา เรารู้ว่าทุกเสี้ยววินาทีมีค่า แต่เราก็รู้เหมือนกันว่าทำไปเพื่ออะไร เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นวิวเมืองผ่านกระจกใสๆ นั่นแหละคืองานของเรา คือความสุขของเรา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33276 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/02-นายสมบ้ติ-และเพื่อนร่วมงาน.jpg" alt="" width="1200" height="812" /></p>
<p><strong>Metthier </strong><strong>กับมาตรฐานใหม่ของแรงงานที่สูงขึ้น </strong><strong>— </strong><strong>ทั้งด้านความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่</strong></p>
<p>การโรยตัวลงจากตึกสูงไม่ใช่เรื่องของความท้าท้ายและความกล้าหาญเท่านั้น แต่เป็นการทำงานที่ต้องการความรับผิดชอบสูง ซึ่ง Metthier ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับหนึ่ง ก่อนเริ่มงานทุกวัน เราต้องตรวจเช็คอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างละเอียด ตั้งแต่สายรัด หมวกนิรภัย ถุงมือ และเชือกทุกเส้น นายสมบัติอธิบายถึงขั้นตอนก่อนเริ่มงาน บริษัทมีข้อกำหนดชัดเจนเรื่องชั่วโมงการใช้งานอุปกรณ์ หากครบกำหนดจะเปลี่ยนใหม่ทันที ไม่มีการประนีประนอมในเรื่องความปลอดภัย นอกจากอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานแล้ว การทำงานที่สูงที่ Metthier ยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยกำกับดูแลการทำงานตลอดเวลา พร้อมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ทั้งในระดับหัวหน้างานและระดับวิชาชีพ ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับทีมงาน &#8220;นี่คือสิ่งที่ทำให้ครอบครัวผมหายห่วง แม้จะรู้ว่างานที่เราทำมีความเสี่ยง&#8221; นายสมบัติกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ</p>
<p>นอกจากนี้ผมรู้สึกว่าที่นี่ไม่ได้มองเราแค่คนทำงาน แต่ดูแลเหมือนเป็นครอบครัว ประสบการณ์กว่า 13 ปี ที่ได้ทำงานที่นี้ บรรยากาศในการทำงาน และผู้ร่วมงานทุกคนของที่นี่ดีมาก ผู้บังคับบัญชาก็เป็นกันเอง พร้อมรับฟัง เราจึงอยากอยู่กับองค์กรนี้ไปนานๆ ซึ่งที่ Metthier ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด ไม่เพียงแต่อุปกรณ์ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานเท่านั้น แต่ยังมีการตรวจสอบชั่วโมงการใช้งานอย่างเคร่งครัด หากครบกำหนดก็เปลี่ยนใหม่ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ โดยนอกจากระบบความปลอดภัยแล้ว Metthier ยังยึดหลัก <strong>“ดูแลพนักงานด้วยหัวใจ”</strong> ผ่านสวัสดิการที่ออกแบบมาอย่างครอบคลุม ได้แก่ ประกันชีวิต พร้อมค่ารักษาพยาบาล ตรวจสุขภาพ และทันตกรรม, สิทธิลาพักร้อน, สหกรณ์พนักงาน พร้อมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เงินปันผล และดอกเบี้ยเงินออม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทุนการศึกษาบุตร และเงินช่วยเหลือภัยพิบัติ Metthier เชื่อว่า พนักงานทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33275 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/04-รูปขณะโรยตัวปฎิบัติงาน.jpg" alt="" width="600" height="800" /></p>
<p><strong>ก้าวต่อไปของแรงงานบนความสูง</strong></p>
<p>เมื่อถามถึงอนาคตและคำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจอาชีพนี้ นายสมบัติตอบด้วยความจริงใจ &#8220;ถ้ามีใจรักในงานบริการ ไม่กลัวความสูง และพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา อาชีพนี้น่าสนใจมาก มีความมั่นคง แต่ต้องยอมรับว่าต้องมีความรับผิดชอบสูง เพราะความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยอาจส่งผลใหญ่หลวงได้ และเป็นงานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจริงๆ เพราะไม่ใช่ใครก็ทำได้</p>
<p><strong>แรงงานในวันที่โลกเปลี่ยน </strong><strong>— </strong><strong>แต่หัวใจยังเหมือนเดิม</strong></p>
<p>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีในยุค<strong> Smart Facility Management</strong> ที่ Metthier กำลังขับเคลื่อนผ่าน MIOC (Metthier Intelligent Operation Center) และแพลตฟอร์ม METTRIQ ที่ใช้ AI, Robotics และ Digital Twin มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาคาร พนักงานอย่างนายสมบัติ ยังคงเป็นฟันเฟืองที่สำคัญ เพราะเทคโนโลยีไม่สามารถแทนที่ <strong>“</strong><strong>ใจของแรงงาน</strong><strong>”</strong> ได้ ซึ่งในช่วงเดือนของวันแรงงานปีนี้ Metthier เชื่อว่าแรงงานที่อยู่เบื้องหลังหน้าต่างตึกสูง หรือที่แขวนตัวอยู่กลางฟ้า ควรได้รับการมองเห็นไม่แพ้พนักงานในออฟฟิศ เพราะไม่ใช่แค่คนที่นั่งโต๊ะเท่านั้นที่ขับเคลื่อนประเทศ แต่แรงงานที่ลอยอยู่เหนือพื้นก็มีส่วนทำให้เมืองนี้สวยงามและปลอดภัย เรื่องราวของ “สมบัติ ม่วงอุมิงค์” คือตัวแทนของแรงงานไทยที่เต็มไปด้วยความทุ่มเท ความเชี่ยวชาญ และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ แม้อยู่กลางแรงลมและแสงแดด Metthier ภูมิใจที่เป็นองค์กรที่ยืนอยู่เคียงข้างแรงงานไทยในทุกสายอาชีพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33274 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/06-รูปขณะโรยตัวปฎิบัติงาน.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (Metthier)</strong> เป็นผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะแบบครบวงจร (Smart Facility Management) ที่รังสรรค์เทคโนโลยีขั้นสูง Smart Facility Management ไม่ว่าจะเป็น AI CCTV, Smart Incident Management, Digital Twin, 3D Visualization, Indoor Mapping, AIoT and Robotics เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรและระบบภายในอาคาร โดยควบคุมการทำงานผ่านศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเมทเธียร์ (Metthier Intelligent Operation Center: MIOC) พร้อมแพลตฟอร์ม <strong>“</strong><strong>METTRIQ”</strong> (Metthier Reformative IQ) แพลตฟอร์มการบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะครบวงจรแพลตฟอร์มแรกในประเทศไทยที่รวม 12 ระบบเทคโนโลยีไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงรายใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG ให้เข้าถึงแพลตฟอร์มเปิดที่ทันสมัยในการบริหารจัดการอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืน ปัจจุบันบริษัทให้บริการดูแลอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุม 7 ประเภท ได้แก่ ที่พักอาศัย,​​ โรงพยาบาล, โรงเรียน, ห้างสรรพสินค้า, อาคารสำนักงาน , หน่วยงานภาครัฐ และพื้นที่อุตสาหกรรมกรรมขนาดใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตรายแรกของไทย ในเครือบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ สกาย กรุ๊ป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/metthier-intelligent-operation-center/">“ชีวิตบนเชือก เสียงจากแรงงานกลางอากาศบนตึกสูง” บันทึกของผู้กล้าที่เดินอยู่เหนือความกลัว — แรงงานที่ Metthier เลือกจะไม่มองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุฬาฯ เผยผลศึกษา The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะใหม่สร้างงานเพิ่ม 170 ล้านตำแหน่ง พร้อมดันเทรนด์จ้างงานโต 7%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/chula-join-wef-report-the-future-of-jobs-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jan 2025 11:23:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn University]]></category>
		<category><![CDATA[Enhancing Dynamic Work Role]]></category>
		<category><![CDATA[Future Human]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Jobs 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Future-Ready Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic Skill Change]]></category>
		<category><![CDATA[Human Replacement]]></category>
		<category><![CDATA[II]]></category>
		<category><![CDATA[Instinctual Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Skills]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Jobs 2025]]></category>
		<category><![CDATA[The University of AI]]></category>
		<category><![CDATA[WEF]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[คนพันธุ์ใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[งานในอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาสัญชาตญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31213</guid>

					<description><![CDATA[<p>จุฬาฯ ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) ให้ข้อมูลรายงาน The Future of Jobs 2025 ชี้งานจะหายไป 92 ล้านตำแหน่ง แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ กว่า 170 ล้านตำแหน่งที่เกิดขึ้นมา ​แนะเติมทักษะแห่งอนาคตป้องกันถูกแทนที่ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข้อมูลรายงาน &#8216;Future of Jobs 2025&#8217; ​โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะ​ตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยร่วมกับ World Economic Forum ​(WEF) ร่วมเสนอแนวทางเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระหว่างปี พ.ศ. 2568–2573 โดยรายงานฉบับ​นี้ อ้างอิงจากการสำรวจทั้งผู้นำองค์กรจากกว่า 1 พัน และพนักงานกว่า 14 ล้านคนจากทั่วโลก ใน 55 ประเทศ​ 9 ทวีป รวมทั้งประเทศไทย ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม​​  22 กลุ่ม ​เพื่อสะท้อนให้เห็นทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการภายในองค์กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/chula-join-wef-report-the-future-of-jobs-2025/">จุฬาฯ เผยผลศึกษา The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะใหม่สร้างงานเพิ่ม 170 ล้านตำแหน่ง พร้อมดันเทรนด์จ้างงานโต 7%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จุฬาฯ</strong> ร่วมกับ <strong>World Economic Forum (WEF)</strong> ให้ข้อมูลรายงาน<strong> The Future of Jobs 2025</strong> ชี้งานจะหายไป 92 ล้านตำแหน่ง แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ กว่า 170 ล้านตำแหน่งที่เกิดขึ้นมา ​แนะเติมทักษะแห่งอนาคตป้องกันถูกแทนที่</p>
<p><span id="more-31213"></span></p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร </strong>อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข้อมูลรายงาน<strong> &#8216;Future of Jobs 2025&#8217;</strong> ​โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะ​ตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยร่วมกับ World Economic Forum ​(WEF) ร่วมเสนอแนวทางเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระหว่างปี พ.ศ. 2568–2573</p>
<p>โดยรายงานฉบับ​นี้ อ้างอิงจากการสำรวจทั้งผู้นำองค์กรจากกว่า 1 พัน และพนักงานกว่า 14 ล้านคนจากทั่วโลก ใน 55 ประเทศ​ 9 ทวีป รวมทั้งประเทศไทย ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม​​  22 กลุ่ม ​เพื่อสะท้อนให้เห็นทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการภายในองค์กร หรือต้องการจากคนทำงานในอนาคต ไปจนถึงการปรับตัวของภาคการศึกษาประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตแรงงานป้อน​​สู่ตลาดแรงงาน ในการ​ปรับหลักสูตรการเรียน​การสอนให้สามารถตอบสนองความต้องการทักษะแรงงานของโลกแห่งอนาคตได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31217 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/1H8A8669.jpg" alt="" width="784" height="523" /></p>
<p>สำหรับรายละเอียดผลการศึกษาจากรายงานฉบับนี้ ในมิติต่างๆ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; 5 ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานในปี </strong><strong>2573</strong></p>
<p><strong>1. Technological Change : การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี </strong>โดยเฉพาะ ​AI หุ่นยนต์ และนวัตกรรมด้านพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่เปลี่ยนแปลงบทบาทงานและทักษะของแรงงาน</p>
<p><strong>2. Green Transition : การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม</strong> จาก​ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกระตุ้นความต้องการวิศวกรสิ่งแวดล้อมและพลังงานหมุนเวียน</p>
<p><strong>3. Economy Uncertainty : ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ</strong> ทั้งจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเป็นความท้าทายสำคัญ</p>
<p><strong>4. Demographic Shifts : การเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างประชากร</strong> ประชากรสูงอายุในประเทศรายได้สูงและแรงงานขยายตัวในประเทศรายได้ต่ำปรับเปลี่ยนตลาดแรงงาน</p>
<p><strong>5. Geoeconomic Fragmentation : การแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจที่ละเอียดแยกย่อยมากขึ้น</strong> ทั้งจากข้อจำกัดทางการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อรูปแบบธุรกิจ</p>
<p><em>&#8220;<strong>ทั้ง 5 ปัจจัยนี้ ถือเป็นประเด็นหลักที่ส่งผลกระทบมาสู่การเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน​​ และ​แนวโน้มความสำคัญของแต่ละปัจจัยที่​​สร้างผลกระทบต่อ ที่เกิดขึ้นในทิศทางเดียวกันทั้ง​ในระดับโลก ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทย</strong> ​โดยเฉพาะปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่หลายองค์กรทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย​ต่างนำมาใช้ขับเคลื่อน​กระบวนการทำงาน​ ​รวมทั้งการพัฒนาไปสู่องค์กรนวัตกรรมต่างๆ ในยุคดิจิทัล <strong>ส่งผลให้เกิด​งผล​กระทบต่อตำแหน่งงานไม่ต่ำกว่า 92 ล้านตำแหน่ง หรือราว 8% จะเป็นงานที่สามารถถูก​แทนที่จนหายไปจากปัจจัยเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกัน จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นกว่า 170 ล้านตำแหน่ง หรือ 14%  ทำให้เกิดการเติบโตของการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 7% ​หรือราว 78 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่​การจ้างงานจากตำแหน่งเดิมๆ ที่มีอยู่ แต่จะเพิ่มขึ้นจากการจ้างงานในส่วนของงานใหม่ที่เกิดขึ้น</strong> ดังนั้น บุคลากรในตลาดแรงงานจากนี้และ​อนาคต จึงมีความจำเป็นต้องมีทักษะที่พร้อมสำหรับ​ตลาดงานที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31215 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Future-of-Jobs-Chula-x-WEF.jpg" alt="" width="641" height="907" /></p>
<p><strong>&#8211; TOP5 งานดาวรุ่ง &#8211; ดาวร่วง </strong></p>
<p>ในฝั่งของงานที่มีโอกาสเติบโต ล้วนแต่อยู่ในสายงานด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล​ ไม่ว่าจะเป็น AI หรือนวัตกรรมต่างๆ ส่วนฝั่งงานที่จะหายไปจอะอยู่ในกลุ่ม Traditional ทั้งสิ้น  โดย TOP 5 ในฝั่งที่มีการเติบโต ประกอบด้วย 1. Big data Specialists (ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data)  2.FinTech Engineers (วิศวกรด้าน FinTech) 3. AI and Machine Learning Specialists (ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Machine Learning) 4. Softwares and Applications Developers (นักพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่น) และ 5. Security Management Specialists (ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความปลอดภัย)</p>
<p>ส่วนฝั่งที่จะถูกแทนที่ ประกอบด้วย 1.Postal Service Clerks (พนักงานไปรษณีย์)  2. Bank Tellers and Related Clerks (พนักงานธนาคาร)  3. Data Entry Clerks  (พนักงานคีย์ข้อมูล) 4.Cashier and Tickets Clerks (พนักงานแคชเชียร์ และพนักงานจำหน่ายตั๋ว) และ 5. Administrative Assistant and Executive Secretaries (ผู้ช่วยด้านงานธุรการและเลขานุการบริหาร)</p>
<p><strong><em>&#8220;ในความเป็นจริง งานในฝั่ง Traditional ไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง แต่จะถูกทรานสฟอร์มมาเป็นดิจิทัล หรือ  AI โดยตัวงานยังคงมีอยู่ แต่ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานอาจจะมีคำเรียกผู้ทำงานที่แตกต่างไปจากเดิม หรือมีการนำ AI หรือเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาผสมผสานในการทำงานในลักษณะต่างๆ </em></strong><em>ดังนั้น หากไม่อยากให้งานต้อง</em><em>ถูกแทนที่ จำเป็นต้องยกระดับทักษะ (Skills Evolution) ​เพื่อให้ตอบโจทย์งานในอนาคต โดยทักษะ หรือ Skills คือสิ่งที่เราทำบ่อยๆ จนกลายเป็นความเชี่ยวชาญ ซึ่งทักษะจำเป็นพื้นฐานหรือเป็น Core Skills ประกอบด้วย ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking), ความสามารถในการยืดหยุ่นปรับตัว (Resilience) ,ทักษะความเป็นผู้นำ (Leadership) และทักษะด้านอิทธิพลทางสังคม (Social Influence ) ขณะเดียวกันจำเป็นต้องเพิ่มทักษะใหม่ๆ หรือ Emerging Skills เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดงานที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่  AI , ความปลอดภัยทางไซเบอร์​ (Cybersecurity) ,การคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking)  และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Life Long Learning)</em><strong><em>&#8220;​</em></strong></p>
<p><strong>&#8211; ทักษะในอนาคตของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก</strong></p>
<p>ภายในปี พ.ศ. 2573 สองในห้าของทักษะที่มีอยู่จะถูกเปลี่ยนแปลง <strong>ทักษะที่สำคัญของไทย คือ ทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล</strong> ​</p>
<p>ขณะที่ <strong>ระดับโลกเน้นทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล ความฉลาดในการใช้งานเทคโนโลยี และทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31214 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Future-of-Job-10-Skill.jpg" alt="" width="706" height="883" /></p>
<p><strong>&#8211; กลยุทธ์สำคัญ </strong><strong>4 </strong><strong>ประการสำหรับประเทศไทย </strong></p>
<p>1. สร้างการเปลี่ยนแปลง แบบ <strong>Holistic Skill Change </strong>: ยกเครื่องการ upskill ของบุคลากรในมิติไม่ใช่ทักษะใดทักษะหนึ่งเท่านั้น</p>
<p>2. สร้างองค์กร ให้เป็น <strong>Future-Ready Organization </strong>: มีระบบการพัฒนาทักษะอนาคตของบุคลากร</p>
<p>3. <strong>Human Replacement </strong>: งานที่ซ้ำชากควรเลิกใช้คนและทดแทนด้วยระบบ Automation</p>
<p>4. <strong>Enhancing Dynamic Work Role </strong>: มีการส่งเสริมให้ไม่ยึดติดกับบทบาทการทำงานในแบบเดิมๆ แต่มีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา</p>
<p><em>&#8220;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก้าวสู่การเป็น<strong> The University of AI </strong>ที่มุ่งสร้าง <strong>“คนพันธุ์ใหม่” หรือ “Future Human”</strong> ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญในการใช้งาน AI (Artificial Intelligence) แต่ยังเปี่ยมด้วยทักษะที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง<strong> II (Instinctual Intelligence)</strong> หรือ <strong>“ปัญญาสัญชาตญาณ”</strong> ซึ่งสร้างสรรค์ปัญญาที่ไม่อาจประดิษฐ์ขึ้นได้ ที่สำคัญ ‘คนพันธุ์ใหม่’ จะต้องไม่ได้มีเพียงสมองที่ชาญฉลาด แต่ต้องมีหัวใจที่ดีงาม ที่จะเปลี่ยนความสามารถทางเทคโนโลยีให้เป็นพลังที่สร้างคุณค่าแก่ทั้งตนเองและสังคม” </em> ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/1H8A8965.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/chula-join-wef-report-the-future-of-jobs-2025/">จุฬาฯ เผยผลศึกษา The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะใหม่สร้างงานเพิ่ม 170 ล้านตำแหน่ง พร้อมดันเทรนด์จ้างงานโต 7%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jul 2024 13:28:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Career Empowerment]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Security]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Laos]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[ราช ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมทักษะอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27502</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมพัฒนาสังคมให้ สปป. ลาว มาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ทำให้กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ได้มอบเหรียญตราพัฒนา (Cross of Development) ให้แก่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด​ (มหาชน)​ ซึ่งได้รับมอบให้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หลังจากได้รับครั้งแรกเมื่อปี 2018 ทั้งนี้ ราช กรุ๊ป  เข้ามาดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว ​ตั้งแต่ปี 2011 หรือกว่า 13 ปี ​​พร้อม​เข้าไปส่งเสริมการ​พัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูงให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา ผ่าน &#8220;โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว&#8221; ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา​ เพื่อร่วมพัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวะศึกษา โดยเฉพาะในสาขาเชื่อมโลหะ ซ่อมบำรุงทั่วไป เครื่องกล ไฟฟ้าควบคุม และพลังงานทดแทน ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการขับเคลื่อน ในเฟสที่ 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้ผลิตครูที่มีศักยภาพให้กรมอาชีวศึกษาแล้วกว่า 118 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/">ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมพัฒนาสังคมให้ สปป. ลาว มาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ทำให้กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ได้มอบเหรียญตราพัฒนา (Cross of Development) ให้แก่<strong> บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด​ (มหาชน)​ </strong>ซึ่งได้รับมอบให้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว  หลังจากได้รับครั้งแรกเมื่อปี 2018</p>
<p><span id="more-27502"></span></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ราช กรุ๊ป</strong>  เข้ามาดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว ​ตั้งแต่ปี 2011 หรือกว่า 13 ปี ​​พร้อม​เข้าไปส่งเสริมการ​พัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูงให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา ผ่าน &#8220;<strong>โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป.ลาว&#8221;</strong> ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 2 เฟส ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา​ เพื่อร่วมพัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือให้แก่ครูและนักเรียนอาชีวะศึกษา โดยเฉพาะในสาขาเชื่อมโลหะ ซ่อมบำรุงทั่วไป เครื่องกล ไฟฟ้าควบคุม และพลังงานทดแทน ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>ซึ่งการขับเคลื่อน ในเฟสที่ 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมานั้น ทางโครงการได้ผลิตครูที่มีศักยภาพให้กรมอาชีวศึกษาแล้วกว่า 118 คน พร้อมให้การสนับสนุนในรูปแบบทุน สำหรับครูและนักเรียน สำหรับการศึกษาต่อรวม 51 ทุน พร้อมทั้งพัฒนา​ ปรับปรุงห้องฝึกปฏิบัติการของโรงเรียนเทคนิคให้ทันสมัยรวม 7 แห่ง และมีนักเรียนชั้นปีสุดท้ายจากวิทยาลัยเทคนิค 7 แห่ง ที่ได้รับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือก่อนจบการศึกษาเพื่อออกไปประกอบอาชีพในสาขาเป้าหมายรวม 1,646 คน ภายใต้งบประมาณในการขับเคลื่อนแต่ละเฟสไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27507 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ที่สำคัญคือ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ หลังจบการศึกษาได้งานทำ ได้ศึกษาต่อ รวมทั้งมีทักษะที่สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของลาว ​รวมทั้งมีจำนวนนักเรียนที่มีงานทำ และศึกษาต่อรวม 88.15% นับเป็นการผลิคบุคลากรเข้มแข็งเพื่อไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้​​ สปป. ลาว มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ต่อยอด​เฟส 3 ​เพิ่มแรงงานเทคนิค และพลังงานทดแทน</strong></p>
<p>จากความสำเร็จใน 2 โครงการ นำมาสู่การต่อยอดความร่วมมือในระยะที่ 3 เพื่อเสริมให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ สปป.ลาว โดยเฉพาะในมิติการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยการ​​ขยายการพัฒนามาสู่แรงงานด้านเทคนิคและพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับทั้งบริบทในการขับเคลื่อนประเทศที่มีเป้าหมายหลุดจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาภายใน 2 ปีนับจากนี้ รวมทั้งบริบทของโลกโดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27506 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/MOU.jpg" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p>โดยมี <strong>ท่านสุลิอุดง สูนดารา</strong> รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว ​​ร่วมลงนามกับ<strong> คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อ​ขับเคลื่อนความร่วมมือในเฟสที่ 3​ ร่วมกัน ซึ่งได้ปรับแผนให้สอดคล้องกับดีมานด์ของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะการยกระดับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคนิค และทักษะต่างๆ ตลอดจนทัศนคติการทำงาน​ที่เน้นการเพิ่ม Productivity ได้มากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​การพัฒนาความรู้และทักษะด้านพลังงานทดแทน พร้อม​สร้างเครือข่ายผ่านวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งนำร่องด้วยวิทยาลัยอาชีวศึกษาแขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และต้นแบบการเรียนการสอน สาขาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ทั้งจากพืชพลังงาน พลังงานจากขยะ และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะการติดตั้งและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์  และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน​ซึ่งมีความจำเป็นต่อการพัฒนาหลักสูตรสาขาพลังงานทดแทน  ​</p>
<p>พร้อมท้ังการขยายโอกาสการฝึกทักษะฝีมือไปยังกลุ่มเปราะบางและที่อยู่นอกภาคการศึกษา ผ่านการจัดฝึกอบรมระยะสั้นด้านเกษตรกรรม หัตถกรรม เช่น นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้พิการ ผู้ต้องหาชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะมาสร้างสรรค์สังคมและขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน ​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27508 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/4-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ท่านหนูพัน อุดสา</strong> อธิบดีกรมอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว กล่าวว่า การยกระดับศักยภาพบุคลากรในประเทศของ สปป.ลาว มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะหากประเทศพ้นจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนาแล้ว จำเป็นต้องขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งด้วยตัวเอง เพราะอาจจะถูกตัดความเช่วยเหลือต่างๆ จากนานาประเทศที่เคยได้รับอุดหนุนในฐานะประเทศด้อยพัฒนา การเพิ่มความรู้ทั้งการทำให้คนในชาติทั้ง 6-7 ล้านคน ต้องได้รับการศึกษาตามเกณฑ์บังคับในระดับมัธยมปลายทั้งหมด รวมทั้งการเพิ่มทักษะทางด้านอาชีวะ หรือเทคนิคมาช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศจึงมีความสำคัญอย่างมาก รวมทั้งการพัฒนาให้ได้ตามมาตรฐาน​ของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เข้ามาลงทุนในลาว เพื่อสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนกับราช กรุ๊ป สามารถตอบโจทย์ในมิติเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>มุ่งขับเคลื่อน​ Energy Transition​​ ตามกรอบ ESG ​</strong></p>
<p><strong> คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นโยบายของราช กรุ๊ป ให้ความสำคัญทั้งการพัฒนาให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่ได้ขยายธุรกิจเข้าไป ​(ESG) ซึ่ง สปป.ลาว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งฐานธุรกิจที่สำคัญของราช กรุ๊ป เช่นเดียวกัน โดยจะ​​​ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบริษัทด้านการพัฒนาและผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้ง พลังงานแสงอาทิตย์​ และพลังงานลม มาช่วยเพิ่มทักษะและพัฒนาทั้งหลักสูตรรวมทั้งคุณภาพของบุคลากรในสายงานด้านนี้ให้กับประชาชนใน สปป.ลาว ตลอดการดำเนินงานทั้ง 7 ปี (2024-2030) พร้อมการสนับสนุนงบประมาณรวม 23.8 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27504 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Re-LAOS3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับเป้าหมายในการขับเคลื่อนโครงการยังสอดคล้องไปกับแนวทางการพัฒนาตาม UN SDGs ในเป้าหมายที่ 4 ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมในการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งเป้าหมายข้อ 8 ที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม ต่อเนื่อง และยั่งยืน พร้อมขยายโอกาสในการสร้างงานที่เหมาะสมและมีผลิตภาพสำหรับทุกคน พร้อมทั้งคำนึงถึงการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะไม่นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมหรือผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ​</p>
<p>ขณะที่ราช กรุ้ป เองได้วางเป้าหมายให้ทั้งองค์กรมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 โดยการขับเคลื่อนในแต่ละพื้นที่จะสอดคล้องไปกับนโยบายและทิศทางของแต่ละประเทศ โดยจะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System เพื่อลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตในกลุ่มพลังงานทดแทน​ (Renewable) ประมาณ 70% ​ และกลุ่มฟอสซิลเหลือ 30% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วน Renewable ในพอร์ตธุรกิจประมาณ 20%</p>
<p><em>&#8220;การลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของกรุ๊ป จะสอดคล้องกับทิศทาง นโยบาย และความเร่งด่วนของแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมจะลดพอร์ตในกลุ่มฟอสซิลลงได้ตามโรดแม็พ จากการประเมินตามระยะสัญญาสัมปทานที่เหลืออยู่ ขณะที่การลงทุนโครงการใหม่ๆ จะมุ่งที่การใช้พลังงานสะอาด​ และแบตเตอรี่ ​​โดยคาดว่าประเทศที่จะขับเคลื่อนได้เร็วที่สุดจะเป็นออสเตรเลีย ตามเป้าหมายของประเทศที่ตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 รวมท้ังต้องการเป็น Hydrogen Hub ​ส่วนพื้นที่อื่นๆ จะมีระยะการเปลี่ยนผ่านแตกต่างไปตามศักยภาพ​ทั้งเรื่อง​เทคโนโลยีและเม็ดเงินที่ต้องลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดสำคัญในการขับเคลื่อนช่วง Energy Transition ส่วนทางราช กรุ๊ป มีเป้าหมายแน่นอนวางไว้ในปี 2050 เพื่อให้ธุรกิจทุกประเทศเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด ขณะที่วิธีการในการขับเคลื่อน จะค่อยๆ พิจารณาทั้งเทคโนโลยี ที่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและการคุ้มค่าในการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27505 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Re-Windy-Hill-Australia.jpg" alt="" width="1200" height="694" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน Energy Transition มี 3 pillars ที่ต้องคำนึงถึง ทั้งเรื่องของความมั่นคงทางพลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องมีความสมดุลกันทั้ง 3 ด้าน จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากจะคำนึงถึงแต่ประเด็นสิ่งแวดล้อม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด แต่ไฟติดๆ ดับๆ หรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ราคาแพงมาก ก็ไม่สามารถมีใครพร้อมที่จะลงทุนได้  โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคง หรือ Energy Security ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยดึงดูดการลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาประเทศ และสะท้อนความสามารถทางการแข่งขันของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;ก่อนหน้านี้บริบทในเรื่องของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่การไม่สร้างมลภาวะมากเ​กินมาตรฐาน แต่เมื่อบริบทในปัจจุบันและมาตรฐานได้ถูกยกระดับมากขึ้น การปล่อย Carbon Emission ซึ่งเป็นเรื่องที่มาคู่กับการผลิตไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกมีความกังวล และมีการยกระดับเพื่อควบคุมปริมาณการปลดปล่อยซึ่งกระทบต่อ​อุตสาหกรรม​ แต่ก็ถือเป็น​ความท้าทายใหม่ที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมทุกรายต้องสามารถสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาให้ได้ในสุด&#8221;​​ </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ratch-group-mou-phase3-empowerment-project-in-laos/">ราช กรุ๊ป ขยายเฟส 3 โครงการการศึกษาพร้อมเสริมทักษะ​อาชีพในลาว เพิ่มโฟกัสกลุ่ม​พลังงานทดแทน รับบริบทโลกใหม่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
