<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการอสังหาริมทรัพย์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 Oct 2024 11:15:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โครงการอสังหาริมทรัพย์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จับมือ TOA เดินหน้าพิชิต Net Zero มุ่งใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ยกระดับที่อยู่อาศัย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/toa-hands-frasers-property-forward-to-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Oct 2024 11:15:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[​ SBTI]]></category>
		<category><![CDATA[7 GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint of Product]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint Reduction Label]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[CFR]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[TOA]]></category>
		<category><![CDATA[TOA AQUA SHIELD]]></category>
		<category><![CDATA[TOA GREEN CERTIFIED]]></category>
		<category><![CDATA[TOA Green Mission]]></category>
		<category><![CDATA[TOA Organic Care]]></category>
		<category><![CDATA[TOA Shield Expert]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีโอเอ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ภวรัญชน์ อุดมศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[สีน้ำ 2in1]]></category>
		<category><![CDATA[เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29711</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน จับมือพันธมิตร “TOA” ผู้นำเบอร์หนึ่งในตลาดสีทาอาคาร เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างครบวงจร เดินหน้าพันธกิจพิชิต Net Zero Emission เลือกใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การันตีด้วยฉลากลดโลกร้อน (CFR) เพื่อยกระดับโครงการที่อยู่อาศัย ตอกย้ำแนวคิด “สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”   นายภวรัญชน์ อุดมศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจผู้บริโภคในงานวิจัยปี 2023 sustainable lifestyles ของ TERRA Consulting พบว่า ผู้บริโภคมีความต้องการบ้านและที่อยู่อาศัยที่ตอบรับกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้ทุกธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันกับเทรนด์รักษ์โลก ซึ่งสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ที่ยึดหลัก ESG เป็นสำคัญ โดยเฉพาะในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเป้าหมายสู่ Net Zero เพื่อที่จะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ.2050 ผ่านการรับรองการคำนวณและตั้งเป้าหมายในระยะสั้นจากหน่วยงานระดับโลกอย่าง SBTi (Science [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/toa-hands-frasers-property-forward-to-net-zero/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จับมือ TOA เดินหน้าพิชิต Net Zero มุ่งใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ยกระดับที่อยู่อาศัย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ </strong><strong>ประเทศไทย</strong><strong>” </strong>ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน จับมือพันธมิตร <strong>“TOA” </strong>ผู้นำเบอร์หนึ่งในตลาดสีทาอาคาร เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างครบวงจร เดินหน้าพันธกิจพิชิต Net Zero Emission เลือกใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การันตีด้วยฉลากลดโลกร้อน (CFR) เพื่อยกระดับโครงการที่อยู่อาศัย ตอกย้ำแนวคิด “สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”<strong> </strong><strong> </strong><span id="more-29711"></span></p>
<p><strong>นายภวรัญชน์ อุดมศิริ</strong><strong> </strong><strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>สายพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ </strong><strong>บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) </strong>เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจผู้บริโภคในงานวิจัยปี 2023 sustainable lifestyles ของ TERRA Consulting พบว่า ผู้บริโภคมีความต้องการบ้านและที่อยู่อาศัยที่ตอบรับกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้ทุกธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันกับเทรนด์รักษ์โลก ซึ่งสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ที่ยึดหลัก ESG เป็นสำคัญ โดยเฉพาะในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเป้าหมายสู่ Net Zero เพื่อที่จะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ.2050 ผ่านการรับรองการคำนวณและตั้งเป้าหมายในระยะสั้นจากหน่วยงานระดับโลกอย่าง SBTi (Science Based Targets initiative) มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ    การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัย</p>
<p>ซึ่งปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยมุ่งมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น <strong>การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน </strong>ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) ในโครงการที่อยู่อาศัย<strong> การผลักดันการลดก๊าซเรือนกระจกในวัสดุก่อสร้าง</strong> โดยเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกจาก TOA ที่ได้รับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือฉลากลดโลกร้อน (Carbon Footprint Reduction label : CFR) การันตีว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด และตอบรับด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์สีเขียว TOA GREEN CERTIFIED อย่างนวัตกรรมสี TOA Expert Series นวัตกรรมสี TOA Organic Care และนวัตกรรมสี TOA AQUA SHIELD รวมทั้งหลังคาคอนกรีต อิฐมวลเบา คอนกรีต เป็นต้น <strong>การออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน</strong> ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคลดการใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องปรับอากาศได้ในระยะยาว ทั้งวัสดุหลังคาและผนัง โดยการเลือกใช้วัสดุที่นำความร้อนต่ำ ต้านทานความร้อนสูง และการใช้สีทาภายนอกที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงอาทิตย์และคายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม อย่างสี SuperShield ตามมาตรฐานการสร้างบ้านประหยัดพลังงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต EGAT Home Energy Saving Design และ LEED Residential for Single Family and Multifamily resources และ <strong>การยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานก่อสร้าง</strong> ดูแลสวัสดิภาพและสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน โดยร่วมมือกับมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก (BSI)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29714 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TOA-Fra3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ยังมีแนวทางในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน อาทิ การออกแบบ Universal design มีกิจกรรมเพื่อสุขภาพและกายภาพบำบัดบริการช่วยเหลือเรื่องสุขภาพ บ้านประหยัดพลังงาน Solar Cell EV Charger ระบบกรองอากาศ PM2.5 และป้องกันไวรัส นวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย เช่น Smart Home การเตรียมระบบการคัดแยกขยะอย่างแท้จริงเพื่อลดขยะและรักษาสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอน</p>
<p>ทั้งนี้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญมากในเรื่องของการจัดการก๊าซเรือนกระจก จึงได้ทำการคำนวณการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) ในปีฐาน 2564 เป็นต้นมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ซึ่งจากการที่เลือกใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกจาก TOA ที่ผ่านการรับรองด้วยฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFR) ในโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ในปี 2567 (1 มกราคม &#8211; 30 กันยายน 2567) พบว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 1,854.7 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TonCO<sub>2</sub>e) เทียบเท่าการปลูกต้นสัก 107,831.7 ต้น และยังช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟฟ้าได้อีกด้วย” นายภวรัญชน์กล่าว</p>
<p><strong>นายจตุภัทร์</strong> <strong>ตั้งคารวคุณ</strong> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong> <strong>บริษัท</strong> <strong>ทีโอเอ</strong> <strong>เพ้นท์</strong><strong> (</strong><strong>ประเทศไทย</strong><strong>) </strong><strong>จำกัด</strong><strong> (</strong><strong>มหาชน</strong><strong>) </strong>หรือ <strong>TOA</strong> กล่าวว่า TOA ตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยบริษัทฯ ได้บูรณาการให้ทุกภาคส่วนขององค์กรตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำตามแนวทางการดำเนินงาน 7 กลยุทธ์หลัก หรือ 7-GREEN ภายใต้นโยบาย <strong>TOA GREEN MISSION</strong> หรือพันธกิจพิชิต Net Zero ผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นดังกล่าว จึงทำให้ล่าสุด TOA เป็นบริษัทผู้ผลิตสีรายแรกที่ผ่านการรับรองการดำเนินงานด้านการตรวจวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และด้านการลดก๊าซเรือนกระจกอยู่ในระดับทอง ส่งผลให้บริษัทฯ เป็น 1 ใน 23 องค์กรที่ผ่านการรับรองให้เป็นสมาชิกประเภทองค์กร CALO ระดับยอดเยี่ยม ประจำปี 2567 จากคณะกรรมการเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29713 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TOA-Fra2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา TOA ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมสินค้า ปรับตัวให้ก้าวทันทั้งเทคโนโลยีการก่อสร้างและความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการทำธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลกของเราดียิ่งขึ้น จึงได้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์สีเขียว TOA GREEN CERTIFIED สะท้อนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ปลอดภัยต่อสุขภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ สุดยอดนวัตกรรมสีรักษ์โลกอย่าง<strong> ‘TOA Organic Care’</strong> สีทาภายในที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี Bio-Based ใช้วัตถุดิบหลักจากพืช รายแรกและรายเดียวในไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก USDA สหรัฐอเมริกา จึงทำให้กลิ่นอ่อน สารระเหย VOCs 0% และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาโรคภูมิแพ้และหอบหืด</p>
<p>และ <strong>‘</strong><strong>TOA AQU</strong><strong>A SHIELD’</strong> สีเคลือบทับหน้ารวมรองพื้น สูตรน้ำกลิ่นอ่อน ปลอดภัยกว่าสีน้ำมันทั่วไปถึง 9 เท่า ทาได้หลากหลายพื้นผิวไม่ว่าจะเป็น เหล็กดำ เหล็กกัลวาไนซ์ โลหะผิวมันวาว ไม้จริง ไม้เทียม คอนกรีต PVC UPVC กระจก หรือผนังกระเบื้อง ช่วยลดขั้นตอนการทา ไม่ต้องทารองพื้น ไม่ต้องผสมทินเนอร์ จึงช่วยประหยัดการใช้น้ำมากยิ่งขึ้นผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวระดับสากลอย่าง LEED V4.1 , WELL และ TREES</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29715 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TOA-Fra5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัวนวัตกรรมสีรักษ์โลก <strong>‘TOA Shield Expert’ </strong>สีน้ำ 2in1 สูตรพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำไม่ต้องทารองพื้น เพราะได้ผสานคุณสมบัติของสีทับหน้ารวมรองพื้นเข้าไว้ด้วยกันในกระป๋องเดียว สะดวก รวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความสะดวกสบาย ลดการใช้ทรัพยากร  ลดปริมาณขยะ ช่วยยืดอายุการใช้งานของสี ทนทานนาน 10 ปี ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการรับรองด้วยฉลาก CFR ตอบรับนโยบาย TOA GREEN MISSION ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยลดภาวะโลกเดือด การันตีจากพันธมิตรโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำร่วมวิจัยพัฒนาและใช้จริงมากมาย พร้อมส่งต่อสู่ผู้บริโภคผ่านร้านโมเดิร์นเทรดชั้นนำทั่วประเทศ</p>
<p>“นี่จึงเป็นการแสดงถึงบทบาทของผู้นำตลาด ในฐานะผู้ผลิตสีทาอาคารและสารเคลือบพื้นผิวครบระบบที่มุ่งตอบสนองทั้งผู้ใช้งาน สิ่งแวดล้อมและโลกของเรา ที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี ค.ศ. 2065” นายจตุภัทร์กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/toa-hands-frasers-property-forward-to-net-zero/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จับมือ TOA เดินหน้าพิชิต Net Zero มุ่งใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ยกระดับที่อยู่อาศัย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจแอลแอล เผยการเติบโตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย กระตุ้นตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/ev-growth-drive-commercial-property-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Sep 2024 04:38:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[JLL]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[R&D]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[การวิจัยและพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จํากัด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[เจแอลแอล]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล แกลนซี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28969</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป้าหมายที่ท้าทาย การสนับสนุนจากภาครัฐ และการลงทุนจากต่างประเทศ จะสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมูลค่าไม่น้อยกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573 ประเทศไทยมีความพร้อมสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลของเจแอลแอล (NYSE: JLL) ระบุว่าศักยภาพในการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการลงทุนจากต่างประเทศ จะมีมูลค่าอย่างน้อย 6.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 220,000 ล้านบาท) ภายในปี 2573 และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ และสนับสนุนให้ประเทศสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตและนวัตกรรมในระดับภูมิภาค เจแอลแอลคาดการณ์ว่าขนาดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จำเป็นต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของไทยนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามนโยบาย “30@30” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยที่กำหนดเป้าหมายให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ 30% ต้องเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573 นั้น นับว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะส่งเสริมการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งนโยบาย 30@30 นั้นประกอบด้วยเงินอุดหนุนจำนวนมาก การลดภาษี และมาตรการ EV 3.5 ที่ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ปี 2567-2570 “ประเทศไทยได้แสดงความชัดเจนผ่านการดำเนินการตามนโยบาย 30@30 และมาตรการ EV 3.5 ว่าเรามีความมุ่งมั่นและแรงผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาค แรงจูงใจเหล่านี้สามารถดึงดูดทั้งกลุ่มนักลงทุน ผู้ผลิต และซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ev-growth-drive-commercial-property-in-thailand/">เจแอลแอล เผยการเติบโตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย กระตุ้นตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>เป้าหมายที่ท้าทาย การสนับสนุนจากภาครัฐ และการลงทุนจากต่างประเทศ จะสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมูลค่าไม่น้อยกว่า </em><em>6.5 </em><em>พันล้านดอลลาร์ ภายในปี </em><em>2573</em></p>
<p><span id="more-28969"></span></p>
<p>ประเทศไทยมีความพร้อมสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลของเจแอลแอล (NYSE: JLL) ระบุว่าศักยภาพในการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการลงทุนจากต่างประเทศ จะมีมูลค่าอย่างน้อย 6.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 220,000 ล้านบาท) ภายในปี 2573 และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ และสนับสนุนให้ประเทศสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตและนวัตกรรมในระดับภูมิภาค</p>
<p>เจแอลแอลคาดการณ์ว่าขนาดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จำเป็นต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของไทยนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามนโยบาย “30@30” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยที่กำหนดเป้าหมายให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ 30% ต้องเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573 นั้น นับว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะส่งเสริมการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งนโยบาย 30@30 นั้นประกอบด้วยเงินอุดหนุนจำนวนมาก การลดภาษี และมาตรการ EV 3.5 ที่ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ปี 2567-2570</p>
<p>“ประเทศไทยได้แสดงความชัดเจนผ่านการดำเนินการตามนโยบาย 30@30 และมาตรการ EV 3.5 ว่าเรามีความมุ่งมั่นและแรงผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาค แรงจูงใจเหล่านี้สามารถดึงดูดทั้งกลุ่มนักลงทุน ผู้ผลิต และซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมาก แต่หากต้องการสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง เราไม่อาจมองข้ามบทบาทของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นรากฐานในการสร้างความยั่งยืนในระยะยาวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไปได้”<strong> นายไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยและอินโดนีเซีย บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์  (</strong><strong>JLL) </strong>กล่าว</p>
<p>ในปี 2567 การผลักดันด้านกลยุทธ์ของไทยสามารถดึงดูดเงินทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้ทั้งจากในและต่างประเทศ โดยมีมูลค่าการลงทุนสะสมที่ทำสัญญาแล้วประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินทุนก้อนใหญ่นี้ยังรวมถึงเงินลงทุน 1.4 พันล้านดอลลาร์ (49 พันล้านบาท) จากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในจีนซึ่งรวมถึงบริษัทบีวายดี  (BYD) และเงินลงทุน 4.4 พันล้านดอลลาร์ (150 พันล้านบาท) โดยผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่น</p>
<p>นอกจากนี้ เพื่อการบรรลุเป้าหมายตามนโยบาย 30@30 เพื่อให้สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 30% จากทั้งหมดตามเป้าหมายภายในปี 2573 ประเทศไทยจำเป็นต้องผลิตแบตเตอรี่มากกว่า 34 GWh ให้ได้จากภายในประเทศ ทำให้ต้องมีการแสวงหาพื้นที่เพื่อการผลิตและพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมใหม่นี้ด้วย โดยข้อมูล ณ สิ้นปี 2566 ไทยมีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้ารวมที่ 167,000 คัน ซึ่งคิดเป็น 26.4% ของเป้าหมายปี 2573 ซึ่งต้องมีรถยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 440,000 คัน</p>
<p><strong>นายไมเคิล แกลนซี่ </strong>กล่าวย้ำว่า “การวิจัยและพัฒนามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เฉพาะทางที่สามารถรองรับการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การผลิตจำนวนมาก และการเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28971 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/JLL2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>กิจกรรมและการพัฒนาที่สำคัญหลายด้านยังช่วยตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยกำลังเติบโต และเพื่อรักษาและกระตุ้นแรงผลักดัน ประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) โดยเสนอเงินอุดหนุนและการลดหย่อนภาษีให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ที่สร้างศูนย์การวิจัยและพัฒนา ยกตัวอย่างผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างฮุนไดและศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน (CATARC) ก็ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศแล้ว นอกจากนี้ บีวายดียังได้เปิดตัวคลังชิ้นส่วนอะไหล่แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ รวมถึงเทสลาก็ได้สร้างโรงงานแบบครบวงจร ซึ่งประกอบด้วยศูนย์บริการและคลังชิ้นส่วนอะไหล่ไว้ในแห่งเดียว</p>
<p>เจแอลแอลยังคาดการณ์ถึงการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นของทุกภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์และการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ และชิ้นส่วนยาง</p>
<p>“การลงทุนจากต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามาแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในภาคธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การผสานสิ่งจูงใจจากภาครัฐ แรงงานที่มีทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดใจสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งรายใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในด้านการผลิต การวิจัยและพัฒนา และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ในระบบนิเวศให้ครอบคลุมมากขึ้น จะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายด้านรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ให้เกิดขึ้นจริงอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยมีความแตกต่างและโดดเด่นไปอีกหลายทศวรรษ” <strong>นายไมเคิล แกลนซี่</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ev-growth-drive-commercial-property-in-thailand/">เจแอลแอล เผยการเติบโตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย กระตุ้นตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แรบบิท โฮลดิ้งส์ ในกลุ่ม บีทีเอส กรุ๊ปฯ ผนึกกำลังพันธมิตรใหญ่ จับมืออนันดาฯ เปิดตัวเวิลด์คลาสเรสซิเดนซ์ THE RESIDENCES 38</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/ananda-development-professional-services-and-management-consultancy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Feb 2024 01:33:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[La Clef Bangkok by The Crest Collection]]></category>
		<category><![CDATA[Professional Services and Management Consultancy]]></category>
		<category><![CDATA[THE RESIDENCES 38]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[กวิน กาญจนพาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ชานนท์ เรืองกฤตยา]]></category>
		<category><![CDATA[ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะ เรสซิเดนเซส 38]]></category>
		<category><![CDATA[แรบบิท โฮลดิ้งส์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23788</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)ในกลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้ลงทุนในโครงการเดอะ เรสซิเดนเซส 38 (THE RESIDENCES 38) โครงการระดับ World Class Residence ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของประเทศไทย ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีทองหล่อ ใจกลางกรุงเทพฯ ประกาศแต่งตั้ง บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริหารโครงการตั้งแต่การก่อสร้าง การพัฒนาโครงการ การวางแผนด้านการขาย และการตลาดทั้งหมดของโครงการ พร้อมแต่งตั้ง ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด เป็นผู้บริหารงานเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ La Clef Bangkok by The Crest Collection ซึ่งเป็นเซอร์วิส เรสซิเดนซ์หรูระดับสูงสุดของแอสคอทท์ ถือเป็นการผนึกพันธมิตรครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ รวมทั้งเสริมศักยภาพในการขยายธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/ananda-development-professional-services-and-management-consultancy/">แรบบิท โฮลดิ้งส์ ในกลุ่ม บีทีเอส กรุ๊ปฯ ผนึกกำลังพันธมิตรใหญ่ จับมืออนันดาฯ เปิดตัวเวิลด์คลาสเรสซิเดนซ์ THE RESIDENCES 38</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)ในกลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้ลงทุนในโครงการเดอะ เรสซิเดนเซส 38 (</em><em>THE RESIDENCES </em><em>38</em><em>) โครงการระดับ </em><em>World Class Residence </em><em>ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของประเทศไทย ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีทองหล่อ ใจกลางกรุงเทพฯ </em></p>
<p><span id="more-23788"></span></p>
<p><em>ประกาศแต่งตั้ง บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริหารโครงการตั้งแต่การก่อสร้าง การพัฒนาโครงการ การวางแผนด้านการขาย และการตลาดทั้งหมดของโครงการ พร้อมแต่งตั้ง ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด เป็นผู้บริหารงานเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ </em><em>La Clef Bangkok by The Crest Collection </em><em>ซึ่งเป็นเซอร์วิส เรสซิเดนซ์หรูระดับสูงสุดของแอสคอทท์ ถือเป็นการผนึกพันธมิตรครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ รวมทั้งเสริมศักยภาพในการขยายธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต</em></p>
<p><strong>นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า โครงการเดอะ เรสซิเดนเซส 38 (THE RESIDENCES 38) เป็นการลงทุนโดย แรบบิท โฮลดิ้งส์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในธุรกิจบริหารและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรที่โดดเด่นทางกลยุทธ์ทั้งด้านแบรนด์และการตลาด ถึงแม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2566 จะเผชิญกับความท้าทาย แต่ยังมีปัจจัยบวกอยู่อีกมากโดยเฉพาะการกลับเข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติในกลุ่มคอนโดมิเนียม จากการเริ่มฟื้นตัวของสภาพตลาด แรบบิท โฮลดิ้งส์ จึงได้ดำเนินการพัฒนาโครงการเดอะ เรสซิเดนเซส 38  (THE RESIDENCES 38) ภายใต้การให้บริการของผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพ</p>
<p>โดยมีการลงนามแต่งตั้งบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริหารโครงการตั้งแต่การก่อสร้าง การพัฒนาโครงการ การวางแผนการขายและการตลาดทั้งหมดของโครงการ สำหรับความร่วมมือกับอนันดาฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพการพัฒนาธุรกิจของแรบบิท โฮลดิ้งส์ อีกทั้งยังช่วยขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศจากเครือข่ายลูกค้าที่แข็งแกร่งและหลากหลายของอนันดาฯ ทั้งนี้ แรบบิท โฮลดิ้งส์ ยังได้แต่งตั้งให้  ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด เป็นผู้บริหารงานเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ La Clef Bangkok by The Crest Collection ซึ่งเป็นเซอร์วิสเรสซิเดนซ์หรูระดับสูงสุดของแอสคอทท์</p>
<p>แบรนด์ The Crest Collection เปิดตัวครั้งแรกในปี 2559 ที่ประเทศฝรั่งเศส ประกอบด้วยพอร์ตโรงแรมและเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และมีเอกลักษณ์โดดเด่น เปิดให้บริการไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน The Crest Collection มาพร้อมกับแนวคิด “หลังประตูทุกบานมีเรื่องราว” ด้วยการมอบประสบการณ์ที่หรูหราและไม่ซ้ำใครแก่แขกผู้เข้าพัก ผ่านการตกแต่งที่แฝงไปด้วยประวัติความเป็นมาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโรงแรมและเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ในแต่ละแห่ง</p>
<p>สำหรับการเปิดตัวแบรนด์คอลเลกชันในประเทศไทย La Clef Bangkok by The Crest Collection ประกอบด้วยห้องพัก 115 ยูนิต ตั้งแต่ห้องพักแบบสตูดิโอไปจนถึงอพาร์ทเมนท์สองห้องนอน ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานวัฒนธรรมไทย เข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศส โครงการนี้ยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สระว่ายน้ำ ออนเซ็น เลานจ์ และฟิตเนสเซ็นเตอร์ รวมถึงบริการอื่นๆ ที่ครบครัน เช่น บริการทำความสะอาด บริการซักรีด และบริการเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบยังสามารถเข้าถึงศูนย์การค้า ศูนย์กลางความบันเทิงต่างๆ และโรงพยาบาลชั้นนำได้อย่างสะดวกสบาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23790 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/k-Chanon.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ในปีนี้ อนันดาฯ มีแผนเปิดตัว Business Line ใหม่ ซึ่งจะดำเนินงานในรูปแบบของ Professional Services and Management Consultancy รับดำเนินงานบริหาร และพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบ Total Solutions ซึ่งปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากแรบบิท โฮลดิ้งส์ เพื่อบริหารและพัฒนาโครงการเดอะ เรสซิเดนเซส 38 (THE RESIDENCES 38) โครงการระดับ World Class  ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของประเทศไทย ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านทองหล่อ ซอยสุขุมวิท 38 ติดรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีทองหล่อ พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยในรูปแบบ Ultra luxury Residence จำนวน 36  ชั้น และชั้นลอย 1 ชั้น โดยชั้น 12 – 23  พัฒนาเป็นเซอร์วิส เรสซิเดนซ์แบบลักชัวรี่ 115 ยูนิต La Clef Bangkok by The Crest Collection บริหารโดย ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ในขณะที่ชั้นบน ตั้งแต่ชั้น 24 – 36  เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยจำนวน 56 ยูนิต รูปแบบห้องพักคอนโดมิเนียมมีตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง   เพนท์เฮ้าส์ (Penthouse) ซึ่งจะเป็นที่สุดของความร่วมมือสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในแบบ Residence ของประเทศไทย</p>
<p>ผู้สนใจโครงการเดอะ เรสซิเดนเซส 38  (THE RESIDENCES 38) สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 096 6511 หรือ https://www.theresidences38.com/</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/ananda-development-professional-services-and-management-consultancy/">แรบบิท โฮลดิ้งส์ ในกลุ่ม บีทีเอส กรุ๊ปฯ ผนึกกำลังพันธมิตรใหญ่ จับมืออนันดาฯ เปิดตัวเวิลด์คลาสเรสซิเดนซ์ THE RESIDENCES 38</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Facilities ที่ต้องมี สำหรับโครงการอสังหาฯ จากนี้และในอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/evcharge-station-now-and-next-for-property-trend/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Jul 2022 07:36:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Facilities]]></category>
		<category><![CDATA[LPN]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[บริการส่วนกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลุมพินี วิสดอม]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จ EV]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12647</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจัยในการเลือกโครงการที่อยู่อาศัย นอกจากทำเล หรือรูปแบบและดีไซน์ของตัวบ้านหรือห้องแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวก หรือ Facilities ต่างๆ ที่โครงการอสังหาฯ แต่ละแห่งมีให้บริการแก่ลูกบ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ​ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกว่าจะเลือกซื้อโครงการไหน ซึ่งก่อนหน้าอาจจะมีสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย สวนสาธารณะ ห้องจัดเลี้ยง หรือแม้แต่ Co-working Space แต่จากนี้ไป​ผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ​ อาจจะต้องเพิ่มการมี &#8216;สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า&#8217; หรือ EV เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก เพื่อให้บริการแก่ลูกบ้านและเป็นอีกหนึ่งปัจจัยให้ลูกบ้านสนใจโครงการที่ตัวเองดูแลอยู่ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด บริษัทด้านวิจัยและพัฒนา ในเครือบริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) โดย นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ ลุมพินี วิสดอม กล่าวว่า การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันและอนาคต จำเป็นต้องมองปัจจัยการมี &#8216;สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า&#8217; เพื่อให้บริการในโครงการ  ซึ่งน่าจะกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในโครงการอสังหาฯ ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งจากวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น ประกอบกับเทรนด์การเติบโตของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/evcharge-station-now-and-next-for-property-trend/">สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Facilities ที่ต้องมี สำหรับโครงการอสังหาฯ จากนี้และในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจัยในการเลือกโครงการที่อยู่อาศัย นอกจากทำเล หรือรูปแบบและดีไซน์ของตัวบ้านหรือห้องแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวก หรือ Facilities ต่างๆ ที่โครงการอสังหาฯ แต่ละแห่งมีให้บริการแก่ลูกบ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ​ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกว่าจะเลือกซื้อโครงการไหน</p>
<p><span id="more-12647"></span></p>
<p>ซึ่งก่อนหน้าอาจจะมีสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย สวนสาธารณะ ห้องจัดเลี้ยง หรือแม้แต่ Co-working Space แต่จากนี้ไป​ผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ​ อาจจะต้องเพิ่มการมี &#8216;สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า&#8217; หรือ EV เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก เพื่อให้บริการแก่ลูกบ้านและเป็นอีกหนึ่งปัจจัยให้ลูกบ้านสนใจโครงการที่ตัวเองดูแลอยู่</p>
<p>บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด บริษัทด้านวิจัยและพัฒนา ในเครือบริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) โดย <strong>นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ ลุมพินี วิสดอม </strong>กล่าวว่า การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันและอนาคต จำเป็นต้องมองปัจจัยการมี &#8216;สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า&#8217; เพื่อให้บริการในโครงการ  ซึ่งน่าจะกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในโครงการอสังหาฯ ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งจากวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น ประกอบกับเทรนด์การเติบโตของ EV และธุรกิจในอีโคซิสเต็ม อยู่ในทิศทางที่มีการขยายตัวอย่างมาก ส่งผลให้ความต้องการ &#8216;สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า&#8217; กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญควบคู่ไปเทรนด์ที่เกิดขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ โอกาสและเทรนด์การเติบโตของ EV  อาทิ</p>
<p>&#8211; การที่รัฐบาลวางนโยบายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน โดยกำหนดให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน ในปี 2579</p>
<p>&#8211;  รายงานของกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2562-2564 มีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบ  HEV (Hybrid Electric Vehicle), BEV (Battery Electric Vehicle), และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) จดทะเบียนในประเทศรวมทั้งสิ้น 95,034 คัน โดยเฉพาะในปี 2564 มีจำนวนยอดจดทะเบียนรถไฟฟ้าทั้ง HEV, BEV, PHEV ทั้งสิ้น 40,710 คัน เติบโต 43% จากปี 2563</p>
<p>&#8211; ตัวเลขยอดจองรถยนต์นั่งไฟฟ้า หรือ xEV ในงานมอเตอร์โชว์ 23 มีนาคม– 3 เมษายนที่ผ่านมา มียอดจอง  3,100 คัน หรือคิดเป็น 10% ของยอดจองรถยนต์ทั้งหมดในงาน</p>
<p>&#8211; นโยบายของรัฐบาลสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศโดยประกาศลดอัตราภาษี และการยกเว้นภาษีอากรศุลกากร สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) กรณีรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบแบตเตอรี่สำเร็จรูปที่นำเข้ามาทั้งคัน 20% &#8211; 40%</p>
<p>ขณะที่ทาง “ลุมพินี วิสดอม” คาดว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้านั่งในปี 2565 มีแนวโน้มเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 50% โดยคาดว่าจะมีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 แบบ ไม่น้อยกว่า 61,065 คัน ทำให้ยอดรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนในประเทศไทยโดยรวมจะแตะระดับ 156,100 คัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12648 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/2-LPN-wisdom.jpg" alt="" width="1200" height="714" /></p>
<p><strong>เทรนด์สถานีชาร์จ EV เติบโตตาม </strong></p>
<p>การเติบโตของจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทำให้ความต้องการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  โดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย Electric Vehicle Association of Thailand &#8211; EVAT ระบุว่าช่วงไตรสมาส 3  ปี 2564  (วันที่ 22 กันยายน 2564) มีจำนวนสถานีชาร์จไฟทั้งประเทศ  693 แห่ง จำนวนหัวจ่าย  2,285 หัวจ่าย และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และหัวจ่ายในที่พักอาศัย ทั้งโครงการอาคารชุดและโครงการบ้านพักอาศัย เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย</p>
<p>ด้านสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) วางเป้าหมายในปี 2573 ไทยควรมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 567  แห่ง และเครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Fast Charge 13,251 เครื่อง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย โดยเน้นการเข้าถึงได้ง่าย และมีต้นทุนเหมาะสม โดยกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งอาคารชุด และบ้านพักอาศัย เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สามารถเป็นแนวร่วมในการขยายจำนวนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันและในอนาคตของโครงการได้  โดยรูปแบบในการขยายจุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า จากการศึกษา<strong>ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต พบว่า การลงทุนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจะใช้เงินลงทุนราว 2-3 ล้านบาท ต่อการติดตั้ง AC 1 เครื่อง หรือ DC 1 เครื่อง พร้อมที่จอดรถ โดยมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2-4 ปี โดยปัจจุบันรูปแบบของสถานีชาร์ไฟฟ้ามีอยู่ </strong><strong>3</strong><strong> รูปแบบ ประกอบด้วย </strong></p>
<p><strong>1. การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบใช้สาย</strong> เป็นรูปแบบการอัดประจุหลักที่ทั่วโลกนิยมใช้ เนื่องจากมีความคุ้มค่าในการลงทุน มีประสิทธิภาพสูง และสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีการจัดการพลังงานได้</p>
<p><strong>2. การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สาย</strong> โดยสามารถอัดประจุไฟฟ้าทั้งตอนจอดอยู่กับที่ หรือตอนกำลังเคลื่อนที่อยู่ ซึ่งปัจจุบัน พบว่ามี e-Road ซึ่งเป็นถนนที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่กลับเข้าไปในยานยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ตลอดทั้งเส้นทางในประเทศอิสราเอล โดยมีความยาวริเริ่มอยู่ที่ 600 เมตร อย่างไรก็ดี การอัดประจุรถไฟฟ้าแบบไร้สายในประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการทดลองและพัฒนา</p>
<p><strong>3. การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping)</strong> ซึ่งเป็นการอัดประจุแบตเตอรี่ไว้ก่อนล่วงหน้า เพื่อรอการสับเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่มีค่าสถานะของประจุที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ดี ระยะเวลาและความยากง่ายของการถอดแบตเตอรี่อัตโนมัติยังขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่ด้วย ปัจจุบันจึงนิยมใช้วิธีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่กับรถขนาดเล็ก เช่น รถสองล้อไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p>จากผลการศึกษาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตระบุว่า สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละประเภทใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 2-3 ล้านบาท ต่อการติดตั้ง AC 1 เครื่อง หรือ DC 1 เครื่อง พร้อมที่จอดรถ โดยมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2-4 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12649 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/1-LPN-EV-Growth.jpg" alt="" width="1200" height="961" /></p>
<p><strong>ลุมพินี วิสดอม เพิ่ม Facilities ในโครงการ</strong></p>
<p>อย่างไรก็ตาม  “ลุมพินี วิสดอมฯ” ได้ทำการศึกษาการออกแบบและพัฒนาพื้นที่โครงการอาคารชุดพักอาศัยใหม่ รวมทั้งการปรับปรุงพื้นที่ในโครงการอาคารชุดพักอาศัยเดิม เพื่อก่อสร้างสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลักในการก่อสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. การสำรวจปริมาณการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ แนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตของผู้พักอาศัย</strong> เพื่อทราบถึงปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าที่แน่ชัด ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดสรรพื้นที่ที่เหมาะสมและไม่กระทบต่อจำนวนที่จอดรถยนต์ทั่วไปของผู้พักอาศัย</p>
<p><strong>2. การเลือกพื้นที่สำหรับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า</strong> สำหรับคอนโดมิเนียม ความเป็นส่วนตัว ของผู้พักอาศัย เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างยิ่ง การเลือกพื้นที่ในการติดตั้งสถานีชาร์จ ควรเป็นพื้นที่บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น บริเวณลานจอดรถที่มีระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้า-ออกของรถยนต์ แต่หากต้องการให้สถานีชาร์จสร้างรายได้จากการให้บริการบุคคลภายนอก พื้นที่ติดตั้งสถานี ควรอยู่บริเวณที่ไม่ส่งผลรบกวนต่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย เช่น บริเวณหน้าทางเข้าก่อนผ่านจุดรักษาความปลอดภัยหรือจุดสแกนบัตรเข้า-ออกของโครงการ ในกรณีที่โครงการมีพื้นที่ที่เหมาะสมและเพียงพอ</p>
<p><strong>3. การบริหารจัดการของนิติบุคคล</strong> เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้พักอาศัยทุกคน นิติบุคคลจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีมาตรการในการบริหารจัดการ ทั้งในด้านการบริหารพื้นที่จอดรถสำหรับรถยนต์ทุกประเภท การบริหารต้นทุนและรายได้จากสถานีชาร์จ รวมถึงการดูแลและซ่อมบำรุงสถานีชาร์จ ที่กล่าวมาข้างต้น ผู้พักอาศัยทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ทั่วไป การบริหารจัดการที่ดีและโปร่งใส นำมาซึ่งการรักษาผลประโยชน์ของผู้พักอาศัยทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12650 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/3-LPN-Break-EVEN.jpg" alt="" width="1200" height="755" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/evcharge-station-now-and-next-for-property-trend/">สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Facilities ที่ต้องมี สำหรับโครงการอสังหาฯ จากนี้และในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
