<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โควิดพ่นพิษ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 Nov 2020 06:32:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โควิดพ่นพิษ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SEED แนะกลุ่มธุรกิจภาคสังคมและธุรกิจสีเขียวของไทย ต้องปรับตัว 6 ทางรอดจากวิกฤติโควิด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/11/seed-suggest-msme-6-survival-way-from-covid/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Nov 2020 06:32:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[MSME]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[SEED]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ทางรอดจากโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปรับตัวสู้โควิด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิดพ่นพิษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=8403</guid>

					<description><![CDATA[<p>SEED ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระดับโลกเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของผู้ประกอบการได้สรุปปัจจัยด้านความสามารถในการปรับตัวที่สำคัญหกประการเพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมถึงกลุ่ม Micro (MSME) ของประเทศไทยอยู่รอดในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยมีความยืดหยุ่นและความยั่งยืนเป็นองค์ประกอบหลัก รายงานล่าสุดระบุว่าธุรกิจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมถึงกลุ่ม Micro (MSME) ทั่วโลกราว 42% อาจประสบภาวะขาดทุนภายใน 6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและสภาพทางสังคมของไทยกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แผน 6 ข้อของ SEED จึงมีเป้าหมายเพื่อชี้นำผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับวิธีการสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อความท้าทายในอนาคตและรับมือกับสิ่งที่ไม่เคยประสบมาก่อน แผนดังกล่าว ได้แก่ ความสามารถในการปรับตัวในเชิงธุรกิจ (Business Resilience) ความสามารถในการปรับตัวด้านการเงิน (Financial Resilience) ความสามารถในการปรับตัวขององค์กร (Organisational Resilience) ความสามารถในการปรับตัวต่อระบบนิเวศ (Ecosystem Resilience) ความสามารถในการปรับตัวตามภาวะตลาด (Market Resilience) และความสามารถในการปรับตัวเพื่อสร้างผลกระทบ (Impact Resilience) ผู้เริ่มต้น (Starters) ผู้พัฒนา (Movers) และผู้เป็นเลิศ (Champions) ด้านการปรับตัวในทัศนะของ SEED SEED ต้องการกระตุ้นให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมถึงกลุ่ม Micro (MSME) ปรับตัวและตอบสนองในรูปแบบที่ต่างออกไปเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้ และเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่อาจพบเจอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/11/seed-suggest-msme-6-survival-way-from-covid/">SEED แนะกลุ่มธุรกิจภาคสังคมและธุรกิจสีเขียวของไทย ต้องปรับตัว 6 ทางรอดจากวิกฤติโควิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">SEED ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระดับโลกเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของผู้ประกอบการได้สรุปปัจจัยด้านความสามารถในการปรับตัวที่สำคัญหกประการเพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมถึงกลุ่ม Micro (MSME) ของประเทศไทยอยู่รอดในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยมีความยืดหยุ่นและความยั่งยืนเป็นองค์ประกอบหลัก</span></h4>
<p><span id="more-8403"></span></p>
<p>รายงานล่าสุดระบุว่าธุรกิจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมถึงกลุ่ม Micro (MSME) ทั่วโลกราว 42% อาจประสบภาวะขาดทุนภายใน 6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและสภาพทางสังคมของไทยกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แผน 6 ข้อของ SEED จึงมีเป้าหมายเพื่อชี้นำผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับวิธีการสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อความท้าทายในอนาคตและรับมือกับสิ่งที่ไม่เคยประสบมาก่อน</p>
<p>แผนดังกล่าว ได้แก่ ความสามารถในการปรับตัวในเชิงธุรกิจ (Business Resilience) ความสามารถในการปรับตัวด้านการเงิน (Financial Resilience) ความสามารถในการปรับตัวขององค์กร (Organisational Resilience) ความสามารถในการปรับตัวต่อระบบนิเวศ (Ecosystem Resilience) ความสามารถในการปรับตัวตามภาวะตลาด (Market Resilience) และความสามารถในการปรับตัวเพื่อสร้างผลกระทบ (Impact Resilience)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class=" wp-image-8404 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/SEED-1.jpg" alt="" width="592" height="395" /></p>
<p>ผู้เริ่มต้น (Starters) ผู้พัฒนา (Movers) และผู้เป็นเลิศ (Champions) ด้านการปรับตัวในทัศนะของ SEED<br />
SEED ต้องการกระตุ้นให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมถึงกลุ่ม Micro (MSME) ปรับตัวและตอบสนองในรูปแบบที่ต่างออกไปเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้ และเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่อาจพบเจอ โดยระบุว่าองค์กรที่มีความสามารถในการปรับตัวนั้นมีอยู่ 3 ประเภท โดยมีตั้งแต่ผู้ที่อยู่รอดได้ไปจนถึงบริษัทที่เติบโตได้ดี ผู้เริ่มต้น (Starters) สามารถทำงานได้ในสภาวะปกติ แต่ประสบปัญหาข้อจำกัดเกี่ยวกับเงินสดและการพึ่งพาตลาดในช่วงการแพร่ระบาด ผู้พัฒนา (Movers) ทำการปรับเปลี่ยนในหลายระดับและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อผลกระทบเชิงลบ ผู้เป็นเลิศ (Champions) เปลี่ยนแปลงผลงานผลิตภัณฑ์หรือบริการของตน โดยอาจเปลี่ยนกระบวนการขององค์กรให้ประสบความสำเร็จในช่วงวิกฤต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>ปัจจัยด้านความสามารถในการปรับตัวที่สำคัญ 6 ประการของ SEED</strong></span></p>
<p>SEED ได้ทำการสัมภาษณ์องค์กรที่เกื้อกูลระบบนิเวศ โดยระบุว่า MSME บางส่วนประสบความสำเร็จในการใช้ทรัพยากร ความสามารถ เครือข่าย และความสัมพันธ์ในท้องถิ่นเพื่อตอบสนองในระดับพื้นฐานได้อย่างไรบ้าง</p>
<p><strong>1.ความสามารถในการปรับตัวในเชิงธุรกิจ (Business Resilience): ปรับเปลี่ยนไปมุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่</strong></p>
<p>เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปที่ฐานพีรามิดของตลาดเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า (ตัวอย่างเช่น บริษัท Kibebe ซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับการออกเเบบจากเศษวัสดุได้เปลี่ยนจากการขายของเหลือใช้มาผลิตหน้ากากแทน</p>
<p><strong>2.ความสามารถในการปรับตัวด้านการเงิน (Financial Resilience)</strong></p>
<p>การปรับราคาและเงื่อนไขการชำระเงินเพื่อให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดที่ไม่ปกติและสภาพแวดล้อมที่ขัดสนเงินสดในภาพรวม ตัวอย่างเช่น บริษัท Mycotech ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้หนังสัตว์แบบทางเลือกได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทางการเงินไว้หลายแบบเพื่อรักษากระแสเงินสดในสถานการณ์ที่แปรปรวน</p>
<p><strong>3.ความสามารถในการปรับตัวต่อระบบนิเวศ (Ecosystem Resilience)</strong></p>
<p>สร้างความมั่นใจในการพึ่งพาพันธมิตรทางธุรกิจและผู้เล่นรายอื่นๆ ภายในเครือข่ายของ MSME เช่น บริษัท Nelplast Eco ซึ่งเป็นบริษัทจัดการขยะ มีการฝึกอบรมพนักงานใหม่และตรวจสอบคนงานเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่ามีขยะเพียงพอ</p>
<p><strong>4.ความสามารถในการปรับตัวตามภาวะตลาด (Market Resilience)</strong></p>
<p>เผชิญหน้ากับความท้าทายภายในตลาดบางแห่งที่เชื่อมโยงกับแต่ละภาคส่วน แต่ละตำแหน่งที่ตั้งและภูมิศาสตร์</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-8405 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/SEED-2.jpg" alt="" width="608" height="405" /></p>
<p><strong>5.ความสามารถในการปรับตัวเพื่อสร้างผลกระทบ (Impact Resilience)</strong></p>
<p>ให้การสนับสนุนบุคคลที่มีความเสี่ยงในระดับฐานอย่างต่อเนื่องโดยการบริจาค รวมถึงการจัดสรรผลิตภัณฑ์และบริการฟรี และเงินอุดหนุน เช่น ONergy บริษัทพลังงานที่ยังคงพัฒนาโครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อให้บริการชุมชนเกษตรกรรมที่มีความต้องการ ขณะที่เผชิญกับปัญหารายได้หยุดชะงักอันเนื่องมาจากการปิดท่าเรือในประเทศจีนชั่วคราวและปัญหาขาดแคลนเงินทุน</p>
<p>6.SEED ยังเรียกร้องให้องค์กรที่สนับสนุน MSME ให้ความช่วยเหลือที่สำคัญเพื่อช่วย<strong>เพิ่มความสามารถในการปรับตัวขององค์กรที่เกื้อกูลระบบนิเวศ</strong> ซึ่งรวมถึงการระบุถึงส่วนที่จำเป็นต้องมีการสนับสนุนทางการเงินและการสนับสนุนจากพันธมิตร รวมถึงการสร้างทักษะ ประเด็นที่สำคัญคือเมื่อองค์กรประเภทนี้ตกอยู่ในความเสี่ยง ผู้ที่เปราะบางและด้อยโอกาสที่สุดจะเป็นผู้ที่ประสบกับความยากลำบากมากที่สุด</p>
<p>SEED ยังได้ระบุผ่านรายงานการสัมภาษณ์ดังกล่าวว่าผู้กำหนดนโยบายสามารถช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของชุมชนต่างๆ และช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับตัวขององค์กรได้อย่างไรบ้าง ซึ่งรวมถึงการให้การสนับสนุนด้านการเข้าถึงทางการเงินและความช่วยเหลือยามวิกฤตที่เปิดกว้างยิ่งขึ้นแก่องค์กรต่างๆ ทั้งในและนอกระบบ รวมถึงการเข้าถึงการสนับสนุนทางธุรกิจโดยการพัฒนาโครงการสำหรับองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ชนบท ประการที่สาม ควรมีการสนับสนุนระบบเตือนภัยล่วงหน้าอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ MSME สามารถรับรู้ถึงผลกระทบและวางแผนเพื่อการฟื้นตัวล่วงหน้าได้ด้วยเช่นกัน</p>
<h3></h3>
<h3><img decoding="async" class=" wp-image-8406 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/SEED-3.jpg" alt="" width="564" height="422" /></h3>
<h3 style="text-align: center;"> <span style="color: #993366;"><strong>เกี่ยวกับ SEED – www.seed.uno</strong></span></h3>
<p><span style="color: #993366;"><strong>SEED ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 ในฐานะโครงการความร่วมมือระดับโลกเพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจสีเขียว SEED เชื่อว่าความเป็นผู้ประกอบการคือหัวใจหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน องค์กรให้การสนับสนุนแก่โครงการต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจที่กำลังเติบโตในเอเชียและแอฟริกาโดยให้การสนับสนุนทางธุรกิจและการสร้างขีดความสามารถ กิจกรรมการสร้างระบบนิเวศขององค์กรจะมุ่งเน้นไปที่นโยบาย การจัดหาเงินทุนและเครื่องมือในการทำงานร่วมกันที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มประสิทธิผลด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจได้มากยิ่งขึ้น</strong></span></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>SEED ได้รับการก่อตั้งโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UN Environment) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ในการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2545 ที่กรุงโจฮันเนสเบิร์ก</strong></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/11/seed-suggest-msme-6-survival-way-from-covid/">SEED แนะกลุ่มธุรกิจภาคสังคมและธุรกิจสีเขียวของไทย ต้องปรับตัว 6 ทางรอดจากวิกฤติโควิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โควิดพ่นพิษส่งผลโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น ‘เอไอเอส’อัปเกรดอาวุธ ‘นักรบเสื้อเทา’เพื่อรุกดูแลสุขภาพจิตปชช.</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/11/ais-working-together/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Nov 2020 07:21:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[นักรบเสื้อเทา]]></category>
		<category><![CDATA[อสม.]]></category>
		<category><![CDATA[อสส]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<category><![CDATA[โควิดพ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคซึมเศร้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=8397</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอไอเอส ผนึกกำลัง กรมสุขภาพจิต และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อัปเกรดแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ เปิดฟีเจอร์ใหม่ “รายงานคัดกรองสุขภาพจิต” เป็นอาวุธคู่กาย อสม. ในการลงพื้นที่เฝ้าระวัง ตรวจคัดกรอง และให้คำแนะนำการปฏิบัติตนสำหรับผู้ที่มีความวิตกกังวล ซึมเศร้าได้ทันที จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโโควิด-19 ซี่งแพร่ระบาดยาวนานนั้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงิน ทำให้ประชาชนเกิดปัญหาสุขภาพจิตใน 4 ประเด็น ได้แก่ ภาวะเครียด (Stress) ภาวะเหนื่อยล้าหมดไฟ (Burnout) โรคซึมเศร้า (Depression) และการฆ่าตัวตาย (Suicide) ตามมาได้ โดยกรมสุขภาพจิต ได้ทำการสำรวจภาวะความเครียด พบว่า ประชาชนอาจเกิดความเครียดเพิ่มขึ้นและอาจเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายมีแนวโน้มที่สูงขึ้น สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider เรามุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา เราได้นำเทคโนโลยี Digital สนับสนุนงานด้านสาธารณสุขเพื่อต่อสู้กับภาวการณ์ระบาด ทั้งการติดตั้งเครือข่าย 5G [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/11/ais-working-together/">โควิดพ่นพิษส่งผลโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น ‘เอไอเอส’อัปเกรดอาวุธ ‘นักรบเสื้อเทา’เพื่อรุกดูแลสุขภาพจิตปชช.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เอไอเอส ผนึกกำลัง กรมสุขภาพจิต และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อัปเกรดแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ เปิดฟีเจอร์ใหม่ “รายงานคัดกรองสุขภาพจิต” เป็นอาวุธคู่กาย อสม. ในการลงพื้นที่เฝ้าระวัง ตรวจคัดกรอง และให้คำแนะนำการปฏิบัติตนสำหรับผู้ที่มีความวิตกกังวล ซึมเศร้าได้ทันที</span></h4>
<p><span id="more-8397"></span></p>
<p>จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโโควิด-19 ซี่งแพร่ระบาดยาวนานนั้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงิน ทำให้ประชาชนเกิดปัญหาสุขภาพจิตใน 4 ประเด็น ได้แก่ ภาวะเครียด (Stress) ภาวะเหนื่อยล้าหมดไฟ (Burnout) โรคซึมเศร้า (Depression) และการฆ่าตัวตาย (Suicide) ตามมาได้ โดยกรมสุขภาพจิต ได้ทำการสำรวจภาวะความเครียด พบว่า ประชาชนอาจเกิดความเครียดเพิ่มขึ้นและอาจเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายมีแนวโน้มที่สูงขึ้น</p>
<p><strong>สายชล ทรัพย์มากอุดม</strong> หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider เรามุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา เราได้นำเทคโนโลยี Digital สนับสนุนงานด้านสาธารณสุขเพื่อต่อสู้กับภาวการณ์ระบาด ทั้งการติดตั้งเครือข่าย 5G ใน รพ., การพัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วยแพทย์ Robot for Care, การจัดทำประกันชีวิตสำหรับ อสม. และการเพิ่มฟีเจอร์บนแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ เพื่อให้ อสม. สามารถใช้รับมือกับโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดการวางแผนและจัดมาตรการที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8398 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/AIS-3.jpg" alt="" width="567" height="387" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังขยายวงกว้างกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคมความเป็นอยู่ ก่อให้เกิดสภาวะจิตใจที่ผิดปกติ  ทั้งความเครียด ซึมเศร้า ซึ่งท้ายที่สุดอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและครอบครัว หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที เอไอเอส จึงได้ร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พัฒนา “ฟีเจอร์คัดกรองสุขภาพจิต” บน อสม.ออนไลน์ เพื่อให้ อสม. ที่ดูแลสุขภาพประชาชนที่ใกล้ชิดที่สุด</p>
<p>โดยนำเครื่องมือดังกล่าว ไปทำการคัดกรองประชาชนที่ตนเองดูแล ทำให้ อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถทราบสถานะสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ได้แบบทันที ในขณะเดียวกันหน่วยบริการสาธารณสุขระดับตำบล สาธารณสุขอำเภอ และสาธารณสุขจังหวัดก็สามารถเข้าถึงข้อมูลการคัดกรองได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การดูแลและเฝ้าระวังเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>ด้าน <strong>พญ.พรรณพิมล วิปุลากร</strong> อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าสัปดาห์สุขภาพจิตแห่งชาติในปีนี้ ( 1-7 พ.ย.)กรมสุขภาพจิตได้ใช้ธีม ที่มีชื่อว่า Working Together สุขภาพจิตไทย ก้าวไปพร้อมกัน นั้นคือการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือด้านสุขภาพจิตกับทุกภาคส่วนในสังคม หนึ่งในความร่วมมือ</p>
<p>“ซึ่งขณะนี้เกิดความร่วมมือระหว่างกรมสุขภาพจิต กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในการกระจายองค์ความรู้ ข้อมูล และข่าวสารด้านสุขภาพจิตต่างๆ ลงไปถึงประชาชนในพื้นที่ ผ่านกลไกการทำงานของพี่น้อง อสม. และ อสส. ทั่วประเทศ เมื่อมองถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ ถือว่ามีการควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ”</p>
<p>โดยเกิดจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชนและบุคลากรสาธารณสุข โดยเฉพาะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ได้แก่ พี่น้อง อสม. และ อสส. ทั่วประเทศ แต่การดูแลเพียงสุขภาพกายอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบต่อสังคมในรอบด้าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อมายังสุขภาพจิตของคนไทยโดยรวม เพราะฉะนั้นการเฝ้าระวังและการรับมือในระดับพื้นที่จึงเป็นช่องทางที่สำคัญที่จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงและการสูญเสียจากปัญหาด้านสุขภาพจิตที่จะเกิดขึ้นได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8399 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/AIS2.jpg" alt="" width="466" height="309" /></p>
<p><strong>ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ</strong> รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า  “ในปัจจุบันบทบาทของ อสม.และอสส.เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change agents) พฤติกรรมด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนในชุมชน จะต้องได้รับการเสริมสร้างอาวุธทางปัญญา เพื่อสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ครอบครัว บุคคลใกล้ชิด และชุมชน เป็นเกราะป้องกันตนเอง และมีส่วนช่วยลดการระบาดของโรคในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาความรู้สาธารณสุขในมิติสุขภาพจิตจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สามารถช่วยการดำเนินงานให้กับพี่น้อง อสม. และ อสส. ในการฟื้นฟูจิตใจของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ การลงนามความร่วมมือ มีวัตถุประสงค์ในการเสริมสร้างความรู้ข่าวสารด้านสุขภาพให้ อสม.และ อสส. มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy)”</p>
<p>ในมิติสุขภาพจิต โดยดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “อสม. ออนไลน์” ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0  ด้านสาธารณสุข รองรับความเป็นสังคมเมือง สังคมผู้สูงอายุ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ยินดีส่งเสริมให้ อสม. หรือ อสส.ดำเนินการส่งเสริมสุขภาพจิตและทำให้ระบบสาธารณสุขไทยมีความเข้มแข็งในทุกมิติสุขภาพ การเสริมสร้างศักยภาพในประเด็นสุขภาพจิตให้นักรบเสื้อเทาให้สามารถทำงานได้ อย่างสะดวก คล่องแคล่ว และมีประสิทธิภาพ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตและเกิดความเข้มแข็งของทุกภาคส่วน</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>สำหรับ ฟีเจอร์ “รายงานคัดกรองสุขภาพจิต” สามารถใช้งานได้แล้ววันนี้ เพียงทำการอัปเดตแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด โดย อสม. ทุกเครือข่ายสามารถใช้งานแอปฯ ดังกล่าวได้ฟรี สำหรับ อสม. ที่ใช้งานเครือข่ายเอไอเอสสามารถใช้ได้โดยฟรีค่าอินเทอร์เน็ต</strong></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/11/ais-working-together/">โควิดพ่นพิษส่งผลโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น ‘เอไอเอส’อัปเกรดอาวุธ ‘นักรบเสื้อเทา’เพื่อรุกดูแลสุขภาพจิตปชช.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
