<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โควิด-19 &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 29 Jun 2022 14:41:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โควิด-19 &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เซ็นทรัลพัฒนา ผู้นำศูนย์การค้าสะอาดปลอดภัย ‘Better Safe+ Together’ สร้างสังคมปลอดภัยร่วมกัน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/cpn-encorage-better-safe-plus-together/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jun 2022 14:41:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Central Pattana]]></category>
		<category><![CDATA[covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[CPN]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอ็น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12547</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ และผู้นำศูนย์การค้าสะอาดปลอดภัย ภายใต้มาตรการป้องกัน “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Better Safe+ Together” ห่วงใยและพร้อมดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ และเพื่อร่วมกันสร้างสังคมปลอดภัยไปด้วยกัน ขอความร่วมมือลูกค้าสวมหน้ากากอนามัยตามความสมัครใจ เมื่ออยู่ภายในอาคารศูนย์การค้า และล้างมือเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยทางศูนย์การค้า ยังคงเดินหน้ามาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” เพื่อความมั่นใจด้วยมาตรฐานผู้นำศูนย์การค้าปลอดภัย โดยคุมเข้มมาตรการ อาทิ &#8211; อากาศสะอาด: ฆ่าเชื้อระบบปรับอากาศด้วยแสง UV-C ตลอดเวลา &#8211; พนักงานปลอดภัย: พนักงานทุกคน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และตรวจ ATK เป็นประจำสม่ำเสมอ &#8211; Deep Cleaning: สะอาดทุกจุดสัมผัสทั่วศูนย์การค้า &#8211; Big Cleaning: ฉีดพ่นฆ่าเชื้อทั่วทั้งศูนย์การค้าเป็นประจำทุกสัปดาห์ &#8211; Innovative Lifestyle: ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี touchless เพื่อความสะดวก ปลอดภัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/cpn-encorage-better-safe-plus-together/">เซ็นทรัลพัฒนา ผู้นำศูนย์การค้าสะอาดปลอดภัย ‘Better Safe+ Together’ สร้างสังคมปลอดภัยร่วมกัน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>)</strong> ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ และผู้นำศูนย์การค้าสะอาดปลอดภัย ภายใต้มาตรการป้องกัน “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Better Safe+ Together” ห่วงใยและพร้อมดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ และเพื่อร่วมกันสร้างสังคมปลอดภัยไปด้วยกัน ขอความร่วมมือลูกค้าสวมหน้ากากอนามัยตามความสมัครใจ เมื่ออยู่ภายในอาคารศูนย์การค้า และล้างมือเป็นประจำสม่ำเสมอ</p>
<p><span id="more-12547"></span></p>
<p>โดยทางศูนย์การค้า ยังคงเดินหน้ามาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” เพื่อความมั่นใจด้วยมาตรฐานผู้นำศูนย์การค้าปลอดภัย โดยคุมเข้มมาตรการ อาทิ</p>
<p>&#8211; อากาศสะอาด: ฆ่าเชื้อระบบปรับอากาศด้วยแสง UV-C ตลอดเวลา</p>
<p>&#8211; พนักงานปลอดภัย: พนักงานทุกคน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และตรวจ ATK เป็นประจำสม่ำเสมอ</p>
<p>&#8211; Deep Cleaning: สะอาดทุกจุดสัมผัสทั่วศูนย์การค้า</p>
<p>&#8211; Big Cleaning: ฉีดพ่นฆ่าเชื้อทั่วทั้งศูนย์การค้าเป็นประจำทุกสัปดาห์</p>
<p>&#8211; Innovative Lifestyle: ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี touchless เพื่อความสะดวก ปลอดภัย อาทิ บริการ E-Payment ทั่วศูนย์การค้า และลิฟท์ไร้สัมผัส</p>
<p>เพราะความสะอาด ปลอดภัยของทุกคนคือสิ่งสำคัญสูงสุด และเราพร้อมเดินหน้าดูแลทุกคนอย่างเต็มที่ ไปพร้อมกับการมอบประสบการณ์ความสุขเหนือระดับให้กับทุกท่านในทุกครั้งเมื่อมาใช้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 36 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12548 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/CPN11.jpg" alt="" width="700" height="866" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/cpn-encorage-better-safe-plus-together/">เซ็นทรัลพัฒนา ผู้นำศูนย์การค้าสะอาดปลอดภัย ‘Better Safe+ Together’ สร้างสังคมปลอดภัยร่วมกัน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีทีเอส เยือนทำเนียบขาว ร่วมยุติปัญหาอาชญากรรมและความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอเชีย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/bts-at-white-house-stop-asian-hate/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jun 2022 02:13:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BTS]]></category>
		<category><![CDATA[BTS at White House]]></category>
		<category><![CDATA[J-Hope]]></category>
		<category><![CDATA[Jimin]]></category>
		<category><![CDATA[Jin]]></category>
		<category><![CDATA[JK]]></category>
		<category><![CDATA[Racism]]></category>
		<category><![CDATA[RM]]></category>
		<category><![CDATA[Stop Asian Hate]]></category>
		<category><![CDATA[Stop Asian Hate Crimes]]></category>
		<category><![CDATA[Sugar]]></category>
		<category><![CDATA[V]]></category>
		<category><![CDATA[คิม ซอกจิน]]></category>
		<category><![CDATA[คิม นัมจุน]]></category>
		<category><![CDATA[คิม แทฮยอง]]></category>
		<category><![CDATA[จอง โฮซอก]]></category>
		<category><![CDATA[จอน จองกุก]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบขาว]]></category>
		<category><![CDATA[บีทีเอส]]></category>
		<category><![CDATA[บีทีเอสเยือนทำเนียบขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาความเกลียดชังชาวเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[พัค จิมิน]]></category>
		<category><![CDATA[มิน ยุนกิ]]></category>
		<category><![CDATA[เหยียดเชื้อชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โจ ไบเด่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11865</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มศิลปินบีทีเอส​​ ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาว หลังได้รับคำเชิญจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อร่วมหารือปัญหาและยุติความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอเชีย ใน​วันสุดท้ายของเทศกาล Asian Pacific American Heritage Month ซึ่งตรงกับเดือนพฤษภาคม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำคัญของคนเชื้อสายเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก ที่มีต่อประวัติศาสตร์อเมริกา สมาชิกบีทีเอสทั้ง 7 คน ประกอบด้วย  คิม นัมจุน (RM)  คิม ซอกจิน (Jin)  มิน ยุนกิ (Sugar) จอง โฮซอก (J-Hope) พัค จิมิน (Jimin) คิม แทฮยอง (V) และจอน จองกุก (JK)  ในฐานะตัวแทนของคนเอเชียได้กล่าวความรู้สึกในการมาเยือนทำเนียบขาวครั้งนี้เป็นรายบุคคล เร่ิมจากคิม นันจุน หรือ RM หัวหน้าวง ได้กล่าวความรู้สึกเป็นภาษาอังกฤษ  ส่วนทั้ง 6 คน กล่าวเป็นภาษาเกาหลี​ เพื่อร่วมสื่อสารถึงคนทั่วโลกต่อความพยายามในการยุติปัญหาอาชญากรรมและการเหยียดเชื้อชาติที่คนเอเชียได้รับ สำหรับใจความโดยรวมที่ทั้ง 7 คนได้กล่าว สรุปได้ว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/bts-at-white-house-stop-asian-hate/">บีทีเอส เยือนทำเนียบขาว ร่วมยุติปัญหาอาชญากรรมและความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มศิลปินบีทีเอส​​ ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาว หลังได้รับคำเชิญจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อร่วมหารือปัญหาและยุติความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอเชีย ใน​วันสุดท้ายของเทศกาล Asian Pacific American Heritage Month ซึ่งตรงกับเดือนพฤษภาคม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำคัญของคนเชื้อสายเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก ที่มีต่อประวัติศาสตร์อเมริกา</p>
<p><span id="more-11865"></span></p>
<p>สมาชิกบีทีเอสทั้ง 7 คน ประกอบด้วย  คิม นัมจุน (RM)  คิม ซอกจิน (Jin)  มิน ยุนกิ (Sugar) จอง โฮซอก (J-Hope) พัค จิมิน (Jimin) คิม แทฮยอง (V) และจอน จองกุก (JK)  ในฐานะตัวแทนของคนเอเชียได้กล่าวความรู้สึกในการมาเยือนทำเนียบขาวครั้งนี้เป็นรายบุคคล เร่ิมจากคิม นันจุน หรือ RM หัวหน้าวง ได้กล่าวความรู้สึกเป็นภาษาอังกฤษ  ส่วนทั้ง 6 คน กล่าวเป็นภาษาเกาหลี​ เพื่อร่วมสื่อสารถึงคนทั่วโลกต่อความพยายามในการยุติปัญหาอาชญากรรมและการเหยียดเชื้อชาติที่คนเอเชียได้รับ</p>
<p>สำหรับใจความโดยรวมที่ทั้ง 7 คนได้กล่าว สรุปได้ว่า <em><strong>​การมาทำเนียบขาวในครั้งนี้ เพื่อเป็นตัวแทนในการร่วมหารือประเด็นสำคัญ และร่วมต่อต้านอาชญากรรมซึ่งมีสาเหตุมาจากความเกลียดชังต่อชาวเอเชีย พร้อมร่วมสนับสนุนให้เกิดการยอมรับในความแตกต่างและหลากหลาย ซึ่งการเติบโตของบีทีเอสก็มาจากการสนับสนุนของแฟนคลับที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ดังนั้น บีทีเอสจะเป็นตัวแทนหนึ่งที่มีส่วนช่วยยุติปัญหาเหล่านี้ ผ่านเสียงดนตรี ที่สามารถทำลายกำแพงและอุปสรรคของความแตกต่างทั้งหลายพร้อมย้ำว่า ความแตกต่างของแต่ละคนไม่ใช่เรื่องผิด ทุกคนมีความเท่าเทียมกันและควรเคารพซึ่งกันและกันในฐานะมนุษย์ที่ล้วนแต่มีค่าในตัวเองทุกคน</strong></em></p>
<p>ทั้งนี้  บีทีเอสเป็นหนึ่งในศิลปินที่ออกมาขับเคลื่อนการยุติความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประสบการณ์ตรงที่พวกเขาในฐานะศิลปินชาวเอเชีย เคยมีประสบการณ์ที่ต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี้มาด้วยตัวเอง ในฐานะศิลปินที่ต้องมีการเดินทางไปหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก ​</p>
<p>ก่อนหน้านี้ คิมนัมจุน เคยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในการเปิดแถลงข่าว BTS Permission to Dance on Stage ที่จัดแสดงใน LA สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่มีกระแสการต่อต้านและเกิดความเกลียดชังชาวเอเชีย  ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19  โดยมีใจความว่า</p>
<p><strong><em>“ในฐานะชาวเอเชียคนหนึ่ง แม้จะไม่ได้เกิดและเติบโตในต่างประเทศ แต่ก็พบเจออุปสรรคมากมายในการทำงานที่บางครั้งไม่สามารถอธิบายได้ และขอเป็นกำลังใจให้ชาวเอเชียทุกคน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ โดยหวังว่าเรื่องราวเส้นทางของเรา รางวัลต่างๆ รวมทั้งบทเพลงของเรา จะสามารถช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับชาวเอเชียทุกคนบนโลก และเราจะพยายามทำทุกวิถีทางที่ทำได้เพื่อพยายามหยุดอาชญากรรมหรือความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอเชียให้หมดไปได้”​ ​​</em></strong></p>
<p>สำหรับบีทีเอส ถือเป็นกลุ่มศิลปินที่ขับเคลื่อนวาระต่างๆ ในฐานะพลังของคนรุ่นใหม่มาอย่างต่อเนื่อง และยังถือเป็นศิลปินบอยแบนด์วงแรกที่ได้มีโอกาสขึ้นกล่าวสุนทรพจน์​ในการประชุมสมัชชาใหญ่ ของสหประชาชาติ เพื่อส่งสารถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้รักตัวเอง และกล้าที่จะเดินตามความฝันของตัวเอง ​</p>
<p>ส่วนการไปเยือนทำเนียบขาวของ BTS ในครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากเอกสารประกาศอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2565. ที่ผ่านมา ใน​โอกาสเดือน Asian Pacific American Heritage Month ซึ่งตรงกับเดือนพฤษภาคม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำคัญของคนเชื้อสายเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก ที่มีต่อประวัติศาสตร์อเมริกา หลังจากก่อนหน้าประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพิ่งไปเยือนประเทศเกาหลีใต้มาเช่นเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/bts-at-white-house-stop-asian-hate/">บีทีเอส เยือนทำเนียบขาว ร่วมยุติปัญหาอาชญากรรมและความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โค้กจับมืออินโดรามา มอบชุดPPE จากขวดPET รีไซเคิล 1,500 ชุด ช่วย 3 จว.ใต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/11/coca-cola-handover-pet-ppe-in-3-southern-provinces-th_final/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Nov 2021 11:56:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Trash Lucky]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวด PET รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุด PPE]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัปด้านสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดรามา เวนเจอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แคมเปญโค้กเรื่องขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10268</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย จับมือ อินโดรามา และ Trash Lucky สตาร์ทอัปเพื่อสิ่งแวดล้อม ส่งมอบชุด PPE คุณภาพสูงผลิตจากขวด PET รีไซเคิล จำนวน 1,500 ชุด มูลค่า 750,000 บาท ภายใต้แคมเปญ ‘โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky’ ให้แก่สำนักงานสาธารณสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ภายใต้แคมเปญ ‘โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky’ โคคา-โคล่า ไอวีแอล และแทรชลัคกี้ ได้เชิญชวนผู้บริโภคคัดแยกวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้จากที่บ้าน รวมทั้งขวดพลาสติก PET ที่ใช้งานแล้ว มาลุ้นรับของรางวัลพิเศษจำนวนมากกับแทรชลัคกี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนของรางวัลโดยโคคา-โคล่า โดยในระยะเวลาไม่นาน โครงการก็สามารถรวบรวมขวด PET ได้จำนวนกว่า 400 กิโลกรัมหรือเทียบเท่าขวด PET [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/11/coca-cola-handover-pet-ppe-in-3-southern-provinces-th_final/">โค้กจับมืออินโดรามา มอบชุดPPE จากขวดPET รีไซเคิล 1,500 ชุด ช่วย 3 จว.ใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย จับมือ อินโดรามา และ Trash Lucky สตาร์ทอัปเพื่อสิ่งแวดล้อม ส่งมอบชุด PPE คุณภาพสูงผลิตจากขวด PET รีไซเคิล จำนวน 1,500 ชุด มูลค่า 750,000 บาท ภายใต้แคมเปญ ‘โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky’ ให้แก่สำนักงานสาธารณสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19</span></h4>
<p><span id="more-10268"></span></p>
<p>ภายใต้แคมเปญ ‘โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky’ โคคา-โคล่า ไอวีแอล และแทรชลัคกี้ ได้เชิญชวนผู้บริโภคคัดแยกวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้จากที่บ้าน รวมทั้งขวดพลาสติก PET ที่ใช้งานแล้ว มาลุ้นรับของรางวัลพิเศษจำนวนมากกับแทรชลัคกี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนของรางวัลโดยโคคา-โคล่า โดยในระยะเวลาไม่นาน โครงการก็สามารถรวบรวมขวด PET ได้จำนวนกว่า 400 กิโลกรัมหรือเทียบเท่าขวด PET ขนาด 600 มิลลิลิตร ประมาณ 27,000 ขวด เพื่อนำไปรีไซเคิลและผลิตเป็นเส้นใยคุณภาพสูงที่โรงงานของอินโดรามา เวนเจอร์ส ในจังหวัดนครปฐม</p>
<p>พร้อมส่งต่อไปทอเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% และตัดเย็บเป็นชุด PPE Level 2 แบบเสื้อคลุมแขนยาวกันน้ำชนิดใช้ซ้ำได้จำนวน 1,500 ชุด โดยชุด PPE ดังกล่าวมีคุณสมบัติในการป้องกันการซึมผ่านของน้ำที่มีแรงดัน สามารถกรองอนุภาคขนาดเดียวกันกับโคโรน่าไวรัสได้ เหมาะสำหรับใช้ในการดูแลผู้ป่วยที่มีระดับความเสี่ยงน้อยถึงปานกลางได้เป็นอย่างดี สามารถนำไปซักทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ใหม่มากถึง 20 ครั้ง</p>
<p>ทั้งนี้ แคมเปญ ‘โค้กชวนแยก แลกลุ้นโชคกับ Trash Lucky’ ยังคงเปิดรับขวด PET ที่ผ่านการใช้งานแล้วโดยไม่จำกัดแบรนด์ ตลอดจนวัสดุอื่นๆ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เพื่อนำไปรีไซเคิล พร้อมร่วมลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-10269 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/1-5.jpg" alt="" width="585" height="423" /></p>
<p>นันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์การสื่อสารและความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การรับมือกับปัญหาขยะจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงเกิดเป็นแคมเปญที่รณรงค์ให้ทุกคนหันมาช่วยกันแยกและส่งบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วไปรีไซเคิล นอกจากนี้ โคคา-โคล่ายังได้เพิ่มข้อความ ‘โปรดรีไซเคิล’ บนฉลากบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มน้ำอัดลมทุกแบรนด์ของโคคา-โคล่า ในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเตือนผู้บริโภคให้นำขวดไปรีไซเคิลหลังจากดื่มเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกันอย่าง อินโดรามา เวนเจอร์ส และแทรชลัคกี้ ซึ่งมีประสบการณ์ในด้านการรวบรวมและรีไซเคิลขวด PET จะช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการเก็บและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ให้มากขึ้น”</p>
<p>ยาช โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล กล่าวว่า “ไอวีแอลมีความยินดีที่องค์กรพันธมิตรทั้งโคคา-โคล่า และแทรชลัคกี้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรีไซเคิลและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ชุด PPE เพื่อปกป้องบุคคลากรทางการแพทย์ โดยใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการรีไซเคิลของโรงงานไอวีแอล ในการแปรสภาพขวด PET เป็นเส้นใยคุณภาพสูงเพื่อนำไปผลิตชุด PPE ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาปัญหาขยะพลาสติกแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริงโดยสร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้างอีกด้วย”</p>
<p>ณัฐภัค อติชาตการ ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด กล่าวว่า “ภารกิจสำคัญของแทรชลัคกี้ คือ การสร้างแรงจูงใจให้คนไทยรีไซเคิลขยะ และลดปริมาณการทิ้งขยะรีไซเคิลสู่หลุมฝังกลบและมหาสมุทร เราได้ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ในการให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทขยะ วิธีการแยก และประโยชน์ของการรีไซเคิล เพื่อปรับพฤติกรรมการคัดแยกขยะให้เป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน พวกเราดีใจที่การร่วมมือในครั้งนี้สามารถกระตุ้นให้ผู้คนรีไซเคิลขยะ และให้พวกเขาได้สนุกกับการลุ้นรางวัล แถมยังได้ช่วยบุคลากรด่านหน้าต่อสู้กับ COVID-19 อีกด้วย”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/11/coca-cola-handover-pet-ppe-in-3-southern-provinces-th_final/">โค้กจับมืออินโดรามา มอบชุดPPE จากขวดPET รีไซเคิล 1,500 ชุด ช่วย 3 จว.ใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AZ ลงนามสัญญาจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ให้กับไทยอีก 60 ล้านโดสในปี 2565</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/10/astra-zeneca-2565/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Oct 2021 06:26:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AstraZeneca COVID-19 vaccine]]></category>
		<category><![CDATA[AZ]]></category>
		<category><![CDATA[AZD2816]]></category>
		<category><![CDATA[SARS-CoV-2]]></category>
		<category><![CDATA[แอสตร้าเซนเนก้า]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9995</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสตร้าเซนเนก้า และ รัฐบาลไทย ร่วมลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 60 ล้านโดสสำหรับการทยอยส่งมอบในปี 2565 เพื่อสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ตามข้อตกลงในสัญญาฉบับดังกล่าว แอสตร้าเซนเนก้าจะทำการจัดหาวัคซีนจำนวน 60 ล้านโดสให้แก่รัฐบาลไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 เพิ่มเติมจากข้อตกลงการจัดซื้อวัคซีนจำนวน 61 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยส่งมอบภายในปี 2564 โดยในปีนี้ แอสตร้าเซนเนก้าได้ส่งมอบวัคซีนรวมแล้วทั้งสิ้นจำนวน 24.6 ล้านโดส ซึ่งรวมยอดวัคซีนที่ส่งมอบวัคซีนในเดือนกันยายนจำนวน 8 ล้านโดสแล้ว ภายใต้สัญญาฉบับใหม่นี้ รัฐบาลไทยสามารถเลือกที่จะเปลี่ยนจากวัคซีนรุ่นเดิมของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนรุ่นใหม่อย่าง AZD2816 ซึ่งจะต้องผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ของประเทศไทยต่อไป ขณะนี้ AZD2816 ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นใหม่ กำลังอยู่ระหว่างการวิจัยในเฟสที่ 2 และ 3 โดยคาดว่าวัคซีนรุ่นใหม่นี้จะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงสายพันธุ์กลายพันธุ์หลัก ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะมีการระบุกำหนดการส่งมอบวัคซีนรุ่นใหม่นี้ในลำดับต่อไป เจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สัญญาการจัดซื้อวัคซีนฉบับใหม่นี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญของเราในการร่วมสนับสนุนรัฐบาลไทยในการลดการติดเชื้อโรคโควิด-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/10/astra-zeneca-2565/">AZ ลงนามสัญญาจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ให้กับไทยอีก 60 ล้านโดสในปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">แอสตร้าเซนเนก้า และ รัฐบาลไทย ร่วมลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 60 ล้านโดสสำหรับการทยอยส่งมอบในปี 2565 เพื่อสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข</span></h4>
<p><span id="more-9995"></span></p>
<p>ตามข้อตกลงในสัญญาฉบับดังกล่าว แอสตร้าเซนเนก้าจะทำการจัดหาวัคซีนจำนวน 60 ล้านโดสให้แก่รัฐบาลไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 เพิ่มเติมจากข้อตกลงการจัดซื้อวัคซีนจำนวน 61 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยส่งมอบภายในปี 2564 โดยในปีนี้ แอสตร้าเซนเนก้าได้ส่งมอบวัคซีนรวมแล้วทั้งสิ้นจำนวน 24.6 ล้านโดส ซึ่งรวมยอดวัคซีนที่ส่งมอบวัคซีนในเดือนกันยายนจำนวน 8 ล้านโดสแล้ว</p>
<p>ภายใต้สัญญาฉบับใหม่นี้ รัฐบาลไทยสามารถเลือกที่จะเปลี่ยนจากวัคซีนรุ่นเดิมของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนรุ่นใหม่อย่าง AZD2816 ซึ่งจะต้องผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ของประเทศไทยต่อไป ขณะนี้ AZD2816 ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นใหม่ กำลังอยู่ระหว่างการวิจัยในเฟสที่ 2 และ 3 โดยคาดว่าวัคซีนรุ่นใหม่นี้จะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงสายพันธุ์กลายพันธุ์หลัก ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะมีการระบุกำหนดการส่งมอบวัคซีนรุ่นใหม่นี้ในลำดับต่อไป</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-9996 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/AZ-1.jpg" alt="" width="550" height="349" /></p>
<p><strong>เจมส์ ทีก</strong> ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สัญญาการจัดซื้อวัคซีนฉบับใหม่นี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญของเราในการร่วมสนับสนุนรัฐบาลไทยในการลดการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในประเทศ และควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์เดลต้า เรามุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เพื่อคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเรารู้สึกขอบคุณรัฐบาลไทยที่เชื่อมั่นในความร่วมมือกับแอสตร้าเซนเนก้าเสมอมา”</p>
<p>แอสตร้าเซนเนก้าและพันธมิตรผู้ผลิตได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 กว่า 1.3 พันล้านโดสให้แก่ประเทศต่างๆ กว่า 170 ประเทศทั่วโลก โดย 2 ใน 3 ของจำนวนวัคซีนดังกล่าวได้ถูกส่งมอบให้กับกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9997 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/AZ-2.jpg" alt="" width="612" height="421" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993300;"><strong>วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า</strong></span></p>
<p><span style="color: #993300;">วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า (ChAdOx1-S [Recombinant]) เดิมเรียก AZD1222 ถูกคิดค้นและพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและบริษัท วัคซีเทค ซึ่งก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด วัคซีนดังกล่าวพัฒนาโดยการนำส่วนของสารพันธุกรรมที่ใช้ในการถอดรหัสการสร้างหนามโปรตีนผิวเซลล์ของไวรัสโคโรนา SARS-CoV-2 ใส่ในโครงของอะดีโนไวรัสซึ่งก่อให้เกิดโรคไข้หวัดทั่วไปในลิงชิมแปนซีที่ถูกทำให้อ่อนแรงลงและไม่สามารถแบ่งตัวได้</span></p>
<p><span style="color: #993300;">โดยหลังจากฉีดวัคซีนเซลส์ในร่างกายมนุษย์จะตอบสนองโดยการสร้างโปรตีนที่มีลักษณะเดียวกันกับหนามโปรตีนผิวเซลล์ของไวรัสโคโรนา SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในกรณีที่ได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายในภายหลัง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>เกี่ยวกับ AZD2816</strong></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #993366;">AZD2816 ถูกพัฒนาขึ้นมาจากโครงของอะดีโนไวรัสเช่นเดียวกันกับ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า (Vaxzevria) โดยการพัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่นี้มีการปรับแต่งให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมที่เกิดขึ้นในหนามโปรตีนผิวเซลส์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เบตา (B.1.351 หรือสายพันธุ์แอฟริกาใต้) จำนวน 10 ตำแหน่ง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในหลายตำแหน่งนี้มีลักษณะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่พบในไวรัสโคโรนาสายพันธุ์กลายพันธุ์อื่นๆ ที่กำลังแพร่ระบาด โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้เกิดการลดความสามารถของแอนติบอดี้ที่ถูกกระตุ้นเพื่อยับยั้งการเข้าสู่เซลล์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ดั้งเดิม (ผลจากการเปลี่ยนแปลงของหนามโปรตีนไวรัสในตำแหน่ง K417N, E484K, N501Y) เพิ่มความสามารถในการติดเชื้อขึ้นจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์แรกดั้งเดิม (ผลจากการเปลี่ยนแปลงของหนามโปรตีนไวรัสในตำแหน่ง D614G)</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #993366;">และลดความไวต่อแอนตี้บอดี้ในการยับยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ดั้งเดิม (ผลจากการเปลี่ยนแปลงของหนามโปรตีนไวรัสในตำแหน่ง L452R) ทั้งนี้การปรับแต่งดังกล่าวเป็นเพียงการปรับแต่งย่อย วัคซีน AZD2816 และวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้ารุ่นแรกไม่มีข้อแตกต่างในองค์ประกอบด้านอื่นๆ</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/10/astra-zeneca-2565/">AZ ลงนามสัญญาจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ให้กับไทยอีก 60 ล้านโดสในปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Dr.V Channel ยูทูปเบอร์ชื่อดังแนะสุขอนามัยผู้ป่วย Home Isolation</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/09/dr-v-channel-suggest-home-isolation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Sep 2021 04:17:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Dr.V Channel]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[คุณหมอ Youtuber]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ป่วยHome Isolation]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9935</guid>

					<description><![CDATA[<p>นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย คุณหมอ Youtuber ชื่อดังจาก Dr.V Channel ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 5.8 แสนคน แนะนำว่า การปฏิบัติตามมาตรฐานสุขอนามัยและทำความสะอาดบ้านที่มีผู้ป่วย Home Isolation ให้ปลอดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 เป็นเรื่องสำคัญมาก หัวใจของการปฏิบัติก็คือให้แยกพื้นที่ผู้ป่วยออกจากผู้ดูแลหรืออยู่ร่วมกัน เช่น การทำฉากกั้น เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร ใส่หน้ากากอนามัยหรือชุด PPE แยกของใช้ส่วนตัว ทั้งจานชามช้อน ผ้าเช็ดตัว หรือแก้วน้ำ หากผู้ป่วยใช้แล้วต้องล้างด้วยน้ำยาล้างจานและลวกน้ำร้อนซ้ำอีกครั้ง ส่วนเสื้อผ้าผู้ป่วยต้องแยกไว้ไม่ซักรวมกันและแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ หากซักด้วยมือต้องใส่ถุงมือและผ้ากันเปื้อนเพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นใส่ สำหรับจุดเฝ้าระวังคือการแยกห้องน้ำผู้ป่วย หากบ้านไหนมีห้องน้ำเดียวควรให้ผู้ป่วยใช้เป็นคนสุดท้าย ระมัดระวังสุขภัณฑ์ ทั้งอ่างล้างมือ ล้างหน้า ชักโครก ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดให้สะอาด ส่วนจุดสัมผัสร่วมอื่นๆ อาทิ กลอนประตู สวิทช์ไฟ ราวบันได ต้องฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อก่อนและหลังสัมผัส รวมถึงพื้นบ้านทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน บ้านที่มีผู้ป่วย Home Isolation ยังควรจัดเก็บขยะอย่างถูกวิธีไม่ทิ้งปะปนกัน อาทิ หน้ากากหรือทิชชู่ ใส่ถุงพลาสติกผูกให้มิดชิด พ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและทิ้งในถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง พร้อมกับระบุที่ถุงให้ชัดเจนว่าเป็นขยะจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยและแจ้งเทศบาลที่มาเก็บขยะให้ทราบด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/09/dr-v-channel-suggest-home-isolation/">Dr.V Channel ยูทูปเบอร์ชื่อดังแนะสุขอนามัยผู้ป่วย Home Isolation</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย คุณหมอ Youtuber ชื่อดังจาก Dr.V Channel ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 5.8 แสนคน แนะนำว่า การปฏิบัติตามมาตรฐานสุขอนามัยและทำความสะอาดบ้านที่มีผู้ป่วย Home Isolation ให้ปลอดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 เป็นเรื่องสำคัญมาก</span></h4>
<p><span id="more-9935"></span></p>
<p>หัวใจของการปฏิบัติก็คือให้แยกพื้นที่ผู้ป่วยออกจากผู้ดูแลหรืออยู่ร่วมกัน เช่น การทำฉากกั้น เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร ใส่หน้ากากอนามัยหรือชุด PPE แยกของใช้ส่วนตัว ทั้งจานชามช้อน ผ้าเช็ดตัว หรือแก้วน้ำ หากผู้ป่วยใช้แล้วต้องล้างด้วยน้ำยาล้างจานและลวกน้ำร้อนซ้ำอีกครั้ง ส่วนเสื้อผ้าผู้ป่วยต้องแยกไว้ไม่ซักรวมกันและแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ หากซักด้วยมือต้องใส่ถุงมือและผ้ากันเปื้อนเพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นใส่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9936 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/1-7.jpg" alt="" width="540" height="328" /></p>
<p>สำหรับจุดเฝ้าระวังคือการแยกห้องน้ำผู้ป่วย หากบ้านไหนมีห้องน้ำเดียวควรให้ผู้ป่วยใช้เป็นคนสุดท้าย ระมัดระวังสุขภัณฑ์ ทั้งอ่างล้างมือ ล้างหน้า ชักโครก ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดให้สะอาด ส่วนจุดสัมผัสร่วมอื่นๆ อาทิ กลอนประตู สวิทช์ไฟ ราวบันได ต้องฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อก่อนและหลังสัมผัส รวมถึงพื้นบ้านทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวัน<br />
บ้านที่มีผู้ป่วย Home Isolation ยังควรจัดเก็บขยะอย่างถูกวิธีไม่ทิ้งปะปนกัน อาทิ หน้ากากหรือทิชชู่ ใส่ถุงพลาสติกผูกให้มิดชิด พ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและทิ้งในถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง พร้อมกับระบุที่ถุงให้ชัดเจนว่าเป็นขยะจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยและแจ้งเทศบาลที่มาเก็บขยะให้ทราบด้วย</p>
<p><strong>ขอบคุณข้อมูล : Facebook Dettol Thailand</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/09/dr-v-channel-suggest-home-isolation/">Dr.V Channel ยูทูปเบอร์ชื่อดังแนะสุขอนามัยผู้ป่วย Home Isolation</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Airbnb จับมือ UNESCO ปักหมุดเที่ยวแนวรักษ์โลก หลังโควิดจบชวนสัมผัสชุมชนยั่งยืนที่เม็กซิโก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/09/airbnb-unesco-promote-cultural-tourism-starting-in-mexico-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Sep 2021 07:32:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Airbnb]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly Destinations in Mexico]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Mexico’s cultural]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[UNESCO Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9822</guid>

					<description><![CDATA[<p>การระบาดของโควิด-19 ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ได้สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวต้องใช้ช่วงเวลานี้ในการคิดและไตร่ตรองรูปแบบการท่องเที่ยวช่วงหลังโควิดในอนาคตอันใกล้นี้เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในปัจจุบัน นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมของชุมชนที่ไปเที่ยวแล้ว การท่องเที่ยวลักษณะนี้ยังส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนอีกด้วย จึงเป็นเหตุผลให้ Airbnb สานพลังความร่วมมือกับ United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization หรือ UNESCO ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนในประเทศเม็กซิโก และเพื่อขยายประโยชน์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงสร้างสรรค์ไปยังชุมชนต่างๆเพิ่มขึ้น ผ่านโครงการ “México por Tierra” จากการรายงานของ Airbnb เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและการเยือนสถานที่ที่ตั้งห่างจากสถานที่เที่ยวที่เป็นที่นิยม โดยในประเทศเม็กซิโก มีบุ๊กกิ้งจองเข้าพักในชุมชนเล็กๆช่วงซัมเมอร์ปี 2021 เพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019 จาก 10% เป็น 25% นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจที่เผยให้เห็นว่าครึ่งหนึ่งของชาวเม็กซิกันต้องการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับธรรมชาติหลังจากการระบาดของโควิดจบลง โดย 29% ของผู้ตอบแบบสำรวจยืนยันว่าพวกเขาจะตามหา Pueblos Magicos (เมืองวิเศษ) หรือ เมืองเล็กๆสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศครั้งถัดไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/09/airbnb-unesco-promote-cultural-tourism-starting-in-mexico-1/">Airbnb จับมือ UNESCO ปักหมุดเที่ยวแนวรักษ์โลก หลังโควิดจบชวนสัมผัสชุมชนยั่งยืนที่เม็กซิโก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">การระบาดของโควิด-19 ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ได้สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวต้องใช้ช่วงเวลานี้ในการคิดและไตร่ตรองรูปแบบการท่องเที่ยวช่วงหลังโควิดในอนาคตอันใกล้นี้เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว</span></h4>
<p><span id="more-9822"></span></p>
<p>การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในปัจจุบัน นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมของชุมชนที่ไปเที่ยวแล้ว การท่องเที่ยวลักษณะนี้ยังส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนอีกด้วย จึงเป็นเหตุผลให้ Airbnb สานพลังความร่วมมือกับ United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization หรือ UNESCO ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนในประเทศเม็กซิโก และเพื่อขยายประโยชน์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงสร้างสรรค์ไปยังชุมชนต่างๆเพิ่มขึ้น ผ่านโครงการ “México por Tierra”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9824 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/UNESCO-5.jpg" alt="" width="699" height="414" /></p>
<p>จากการรายงานของ Airbnb เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและการเยือนสถานที่ที่ตั้งห่างจากสถานที่เที่ยวที่เป็นที่นิยม โดยในประเทศเม็กซิโก มีบุ๊กกิ้งจองเข้าพักในชุมชนเล็กๆช่วงซัมเมอร์ปี 2021 เพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019 จาก 10% เป็น 25%</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจที่เผยให้เห็นว่าครึ่งหนึ่งของชาวเม็กซิกันต้องการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับธรรมชาติหลังจากการระบาดของโควิดจบลง โดย 29% ของผู้ตอบแบบสำรวจยืนยันว่าพวกเขาจะตามหา Pueblos Magicos (เมืองวิเศษ) หรือ เมืองเล็กๆสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศครั้งถัดไป ขณะเดียวกัน ชาวเม็กซิกัน 8 ใน 10 คน ให้ความเห็นว่า ความยั่งยืนเป็นสิ่งจำเป็นในการตัดสินใจหาที่พักหรือสถานที่เที่ยวนั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9825 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/UNESCO-2.jpg" alt="" width="638" height="398" /></p>
<p>โอกาสในการโปรโมทการท่องเที่ยวในประเทศเม็กซิโกกระตุ้นให้ Airbnb จับมือกับ UNESCO ในการร่วมทำโครงการที่จะรวมถึงนวัตกรรมด้านการท่องเที่ยว และผนวกชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อรวมผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการสร้างสรรค์ ตั้งแต่ขนาดจิ๋วไปจนถึงขนาดกลาง เข้ามาไว้ในห่วงโซ่คุณค่าการท่องเที่ยว โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มทดลองใน Mexico City และ Yucatan Peninsula</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9826 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/UNESCO-3-.jpg" alt="" width="672" height="398" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9827 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/UNESCO-4.jpg" alt="" width="705" height="418" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>อย่างไรก็ดี นับเป็นโครงการดีๆที่นอกจากจะกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่างๆแล้ว ยังส่งเสริมความเพลิดเพลินและการปกป้องวัฒนธรรมของประเทศและมรดกทางธรรมชาติผ่านการท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึกมากขึ้น</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>credit:  https://sustainablebrands.com/read/defining-the-next-economy/airbnb-unesco-partner-to-promote-cultural-tourism-starting-in-mexico</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/09/airbnb-unesco-promote-cultural-tourism-starting-in-mexico-1/">Airbnb จับมือ UNESCO ปักหมุดเที่ยวแนวรักษ์โลก หลังโควิดจบชวนสัมผัสชุมชนยั่งยืนที่เม็กซิโก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ด่วน!!! รามาธิบดี จับมือ 9 ชุมชน เปิดศูนย์กักตัวผู้ป่วยสีเขียว “Community Isolation”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/07/rama-foundation-covid/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 Jul 2021 10:07:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Community Isolation]]></category>
		<category><![CDATA[covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[ramafoundation]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรามาธิบดีฯ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีลดการแพร่ระบาดในชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ชุมชนร่วมใจ ต้านภัยโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9608</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ผู้นำชุมชน จิตอาสา 9 ชุมชน จัดตั้ง Community Isolation “ศูนย์ชุมชนร่วมใจ ต้านภัยโควิด” จำนวน 170 เตียง เพื่อลดการแพร่ระบาดเชื้อและลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาล ผ่านเงินบริจาคฯ นำมาพัฒนา ปรับปรุงและเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โควิดที่มีอาการไม่รุนแรง (ระดับสีเขียว) และไม่สามารถทำการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) เนื่องจากเป็นชุมชนแออัดภายในบ้านไม่เอื้ออำนวยในการกักตัวได้ รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “Community Isolation จะช่วยลดปัญหาการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วได้ เราจำเป็นต้องแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนโดยเร็วที่สุด โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงได้ร่วมกับชุมชนจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้น โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้จัดทีมแพทย์ พยาบาล รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่อาการอยู่ในระดับสีเขียว หรืออาการไม่รุนแรง ที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี ทั้ง 9 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนหน้าวัดมะกอก ชุมชนคลองส้มป่อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/07/rama-foundation-covid/">ด่วน!!! รามาธิบดี จับมือ 9 ชุมชน เปิดศูนย์กักตัวผู้ป่วยสีเขียว “Community Isolation”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ผู้นำชุมชน จิตอาสา 9 ชุมชน จัดตั้ง Community Isolation “ศูนย์ชุมชนร่วมใจ ต้านภัยโควิด” จำนวน 170 เตียง เพื่อลดการแพร่ระบาดเชื้อและลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาล ผ่านเงินบริจาคฯ นำมาพัฒนา ปรับปรุงและเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โควิดที่มีอาการไม่รุนแรง (ระดับสีเขียว) และไม่สามารถทำการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) เนื่องจากเป็นชุมชนแออัดภายในบ้านไม่เอื้ออำนวยในการกักตัวได้</span></h4>
<p><span id="more-9608"></span></p>
<figure id="attachment_9609" aria-describedby="caption-attachment-9609" style="width: 590px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9609" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/RAMA-1.jpg" alt="" width="590" height="567" /><figcaption id="caption-attachment-9609" class="wp-caption-text">รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี</figcaption></figure>
<p>รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “Community Isolation จะช่วยลดปัญหาการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วได้ เราจำเป็นต้องแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากชุมชนโดยเร็วที่สุด โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงได้ร่วมกับชุมชนจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้น โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้จัดทีมแพทย์ พยาบาล รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่อาการอยู่ในระดับสีเขียว หรืออาการไม่รุนแรง ที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี ทั้ง 9 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนหน้าวัดมะกอก ชุมชนคลองส้มป่อย ชุมชนโค้งรถไฟยมราช ชุมชนซอยแดงบุหงา ชุมชนซอยมั่นสิน ชุมชนหลังกรมทางหลวง ชุมชนซอยสุเหร่า (เพชรบุรี 7) ชุมชนซอยสวนเงิน และชุมชนสระแก้ว เพื่อแก้ปัญหาเตียงเต็มได้ในระดับนึง และลดความรุนแรง การแพร่ระบาดของโรค ผ่านการร่วมแรง ร่วมใจของทีมจิตอาสาในชุมชน ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9610 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/RAMA-2.jpg" alt="" width="587" height="392" /></p>
<p>ซึ่ง รามาธิบดี ได้ส่งทีมเข้ามาอบรมทีมจิตอาสาในชุมชน เพื่อดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น รวมถึงการดูแลตนเองให้กลับสู่ชุมชนได้โดยอย่างปลอดภัย ถือเป็นความร่วมมือร่วมใจที่ดี นอกจากนี้ทางมูลนิธิรามาธิบดีฯ ยังได้นำเสื้อโปโล “คำว่าให้&#8230;ไม่สิ้นสุด” จำนวน 1,445 ตัว ไปมอบให้กับทีมจิตอาสา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9611 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/RAMA-3.jpg" alt="" width="539" height="311" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>มูลนิธิรามาธิบดีฯ เชื่อมั่นว่า พลังน้ำใจของทุกคนที่ส่งต่อกันมาเพื่อช่วยเหลือกันในวันนี้จะทำให้พวกเราทุกคนผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน สำหรับผู้ที่สนใจร่วมส่งต่อการให้ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ ตามช่องทางต่อไปนี้</strong></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/07/rama-foundation-covid/">ด่วน!!! รามาธิบดี จับมือ 9 ชุมชน เปิดศูนย์กักตัวผู้ป่วยสีเขียว “Community Isolation”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้ก่อนฉีด..เจาะลึก!โมเดอร์นา วัคซีนทางเลือก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/07/moderna-vaccine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2021 13:08:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[mRNA]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลวัคซีนโมเดอร์นา]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีนทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[วันซีนโมเดอร์นา]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดอร์นา (Moderna)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9578</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากรอมาเนิ่นนาน ประเทศไทยก็กำลังจะมีวัคซีนชนิด mRNA ฉีดกับเขาแล้ว ตามข่าวที่โรงพยาบาลเอกชนหลายเจ้าเริ่มเปิดจองวัคซีน ‘โมเดอร์นา’ (Moderna) ในฐานะของ ‘วัคซีนทางเลือก’ กันเมื่อช่วงที่ผ่านมา ตามคำบอกเล่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่สมควรรู้ว่าร่างกายรับวัคซีนยี่ห้ออะไรมาก็จริง แต่อย่างน้อยด้วยผลการศึกษาหลายๆ ฉบับ ล้วนชี้ไปทางเดียวกันว่าวัคซีนที่ผลิตต่างวิธี หรือวัคซีนคนละยี่ห้อ ต่างก็มีวิธีป้องกันรวมถึงกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หากเราจะทำความเข้าใจกระบวนการของ mRNA ให้ดี ก่อน(อาจจะ)ได้ฉีดจริงในอนาคต วัคซีนทางเลือกที่กำลังจะเข้าไทย หรือวัคซีนโมเดอร์นา เป็นวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA (Messenger Ribonucleic Acid) โดยมีวิธีจัดการกับเชื้อ อธิบายง่ายๆ คือการส่งโปรตีนสังเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นหนามขนาดเล็กตามชื่อคือ mRNA เข้าสู่ร่างกาย จากนั้นเจ้าโปรตีนนี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์ของมนุษย์เพิ่มจำนวนตัวมันเอง เพื่อไปก่อกวนระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ภูมิคุ้มกันเรียนรู้จะกำจัดหนามดังกล่าวออกไป ซึ่งต่อไปเมื่อมีไวรัสหนามหรือเชื้อโควิด-19 เข้ามา ร่างกายก็จะจดจำและจัดการกับเชื้อไวรัสได้ดีขึ้นนั่นเอง อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกถกกันมาก คือความใหม่ของเทคโนโลยี mRNA ที่หลายคนกังวลว่าอาจส่งผลข้างเคียงรุนแรงในอนาคต แต่จริงๆ mRNA ก็เป็นเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นและใช้งานมาร่วม 10 ปีแล้วในการใช้เพื่อหยุดยั้งเชื้ออีโบล่า หรือหากจะพูดถึงผลข้างเคียงอย่างเดียว วัคซีนโมเดอร์นาเองก็มีผลข้างเคียงคล้ายกับวัคซีนยี่ห้ออื่น คืออาการไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/07/moderna-vaccine/">เรียนรู้ก่อนฉีด..เจาะลึก!โมเดอร์นา วัคซีนทางเลือก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">หลังจากรอมาเนิ่นนาน ประเทศไทยก็กำลังจะมีวัคซีนชนิด mRNA ฉีดกับเขาแล้ว ตามข่าวที่โรงพยาบาลเอกชนหลายเจ้าเริ่มเปิดจองวัคซีน ‘โมเดอร์นา’ (Moderna) ในฐานะของ ‘วัคซีนทางเลือก’ กันเมื่อช่วงที่ผ่านมา</span></h4>
<p><span id="more-9578"></span><br />
ตามคำบอกเล่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่สมควรรู้ว่าร่างกายรับวัคซีนยี่ห้ออะไรมาก็จริง แต่อย่างน้อยด้วยผลการศึกษาหลายๆ ฉบับ ล้วนชี้ไปทางเดียวกันว่าวัคซีนที่ผลิตต่างวิธี หรือวัคซีนคนละยี่ห้อ ต่างก็มีวิธีป้องกันรวมถึงกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หากเราจะทำความเข้าใจกระบวนการของ mRNA ให้ดี ก่อน(อาจจะ)ได้ฉีดจริงในอนาคต</p>
<p>วัคซีนทางเลือกที่กำลังจะเข้าไทย หรือวัคซีนโมเดอร์นา เป็นวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA (Messenger Ribonucleic Acid) โดยมีวิธีจัดการกับเชื้อ อธิบายง่ายๆ คือการส่งโปรตีนสังเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นหนามขนาดเล็กตามชื่อคือ mRNA เข้าสู่ร่างกาย จากนั้นเจ้าโปรตีนนี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์ของมนุษย์เพิ่มจำนวนตัวมันเอง เพื่อไปก่อกวนระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ภูมิคุ้มกันเรียนรู้จะกำจัดหนามดังกล่าวออกไป ซึ่งต่อไปเมื่อมีไวรัสหนามหรือเชื้อโควิด-19 เข้ามา ร่างกายก็จะจดจำและจัดการกับเชื้อไวรัสได้ดีขึ้นนั่นเอง</p>
<p>อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกถกกันมาก คือความใหม่ของเทคโนโลยี mRNA ที่หลายคนกังวลว่าอาจส่งผลข้างเคียงรุนแรงในอนาคต แต่จริงๆ mRNA ก็เป็นเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นและใช้งานมาร่วม 10 ปีแล้วในการใช้เพื่อหยุดยั้งเชื้ออีโบล่า หรือหากจะพูดถึงผลข้างเคียงอย่างเดียว วัคซีนโมเดอร์นาเองก็มีผลข้างเคียงคล้ายกับวัคซีนยี่ห้ออื่น คืออาการไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย ที่แย่หน่อยคืออาการเมื่อยล้าและเจ็บหน้าอกชนิดไม่รุนแรง ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่กรณีนี้ก็พบเพียง 0.00126% หรือ 12.6 รายต่อวัคซีนหนึ่งล้านโดส ที่สำคัญส่วนใหญ่ที่เจอก็หายดีและใช้ชีวิตกันตามปกติแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9579 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/MM-2.jpg" alt="" width="652" height="571" /></p>
<p>ข้อเด่นชัดที่สุดของวัคซีน mRNA ก็คือความโดดเด่นในแง่ประสิทธิภาพ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าวัคซีนโมเดอร์นา สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 94.1% และป้องกันการติดเชื้อได้ 86.4% สำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ทั้งยังลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสการเสียชีวิตจากโรคได้ถึง 100% แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์อันยุ่งเหยิงของไวรัสนี้ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น สายพันธุ์อัลฟา (พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร), บีต้า (พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้), แกมมา (พบครั้งแรกในบราซิล) และเดลต้า (พบครั้งแรกในอินเดีย)</p>
<p>แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้มากถึง 94.1% ย่อมส่งผลถึงความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ Herd immunity ได้อย่างแน่นอน เห็นได้จากตัวอย่างไกลๆ ในประเทศเยอรมนี, สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล หรือฮังการี ที่ผู้คนถอดแมสใช้ชีวิตแบบ Old Normal อย่างแพร่หลายแล้ว แต่ในประเทศไทยที่มีความคืบหน้าด้านวัคซีนที่ค่อนข้างช้า(จนถึงช้ามาก) อาจเกิดคำถามว่าวัคซีนที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้มากน้อยแค่ไหน หรืออาจเลยไปอีกคำถามหนึ่ง ว่าตนเองจะสามารถกลับลำมาฉีด mRNA เป็นเข็มที่ 3 ต่อจากวัคซีนที่เคยได้รับมาแล้ว ได้หรือไม่?</p>
<p>คำตอบสั้นๆ คือ ‘ฉีดได้’ แต่คำอธิบายค่อนข้างยาวเสียหน่อย คือการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเป็นเข็มที่ 3 นั้น อาจต้องมีระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับว่าได้รับวัคซีนตัวไหนมา ในกรณีที่ฉีด แอสตร้าเซนเนกา มาครบ 2 โดส ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าร่างกายจะมีภูมิมากพอให้เว้นระยะรับเข็มที่ 3 ออกไปได้ราว 6-12 เดือน แต่ในอีกทางหนึ่งเมื่อประเทศกำลังรับมือกับสายพันธุ์เดลต้าที่มีความรุนแรงค่อนข้างมาก เราจึงมีลุ้นร่นระยะการรับ mRNA เป็นเข็ม 3 ได้เร็วขึ้น 1-2 เดือน เพื่อเร่งให้ภูมิสูงขึ้นพอจะรับมือกับสายพันธุ์เดลต้าได้ ส่วนในกรณีที่ผ่านการฉีด ซิโนแวค มานั้น ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดใดๆ มารับรอง ทางเลือกเดียวคือต้องเว้นระยะออกไป 3-6 เดือนก่อน แล้วรอข้อมูลทางวิชาการมารับรองในภายหลัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9580 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/07/MM-1.jpg" alt="" width="659" height="659" /></p>
<p>ข้อสุดท้ายที่อยากบอกถึงโมเดอร์นาและ mRNA คือวัคซีนตัวเลือกนี้เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป (ต่ำกว่านี้ไม่แนะนำ) ส่วนใหญ่แล้วปลอดภัยกับคนทุกกลุ่ม ยกเว้น กลุ่มผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน, ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV รวมถึงสตรีที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ ที่อาจต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนฉีด หรือหากเคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อนหน้านี้ ก็จำเป็นต้องเว้นระยะหลังติดเชื้ออย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนรับวัคซีน และแน่นอน ไม่ว่าจะอยู่ในเงื่อนไขใด การพิจารณาความเห็นจากแพทย์คือเรื่องสำคัญสุดเสมอ</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>ศึกษารายละเอียดวัคซีนโมเดอร์นาเพิ่มเติมก่อนฉีดจริงได้ที่ www.praram9.com/moderna-vaccine หรือจองวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา กับโรงพยาบาลพระรามเก้า ได้ทาง Line Official @Praram9hospital หรือ https://lin.ee/vR9xrQs หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1270</strong></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/07/moderna-vaccine/">เรียนรู้ก่อนฉีด..เจาะลึก!โมเดอร์นา วัคซีนทางเลือก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผวาโควิด แฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลก ตบเท้าจัด Fashion Show ผ่านแอปฯ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/07/covid-situation-fashion-show-2021/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jul 2021 06:21:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Christian Louboutin]]></category>
		<category><![CDATA[covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[Social distancing]]></category>
		<category><![CDATA[Zepeto]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโควิดวงการแฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9572</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยุคที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังคงสร้างความกังวลให้กับหลายภาคส่วน การป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากและการล้างมือบ่อยๆยังเป็นเรื่องจำเป็น และเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คงเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) วงการแฟชันก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเนื่องจากไม่สามารถจัดแสดงโชว์ได้ตามปกติ หลายๆแบรนด์จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอแฟชันในรูปแบบใหม่เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นก็คือ Christian Louboutin ที่นำแฟชันผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเปิดตัวคอลเลคชัน Spring 2021 ที่ยังคงกลิ่นอายการดีไซน์ในแบบคลาสสิกของแบรนด์แม้ว่าจะนำเสนอผ่านเทคโนโลยีเวอร์ชวลก็ตาม โดยแฟนๆของแบรนด์ได้รับเชิญให้เข้าชมผ่านแอปฯ Zepeto อีกแบรนด์ดังอย่าง Gucci ก็ได้ใช้แคมเปญ “No Photographer, No Problem” โดย Gucci ได้จัดส่งเสื้อผ้าคอลเลคชัน Fall/Winter 2020-2021 ไปยังบ้านของนายแบบและนางแบบเพื่อให้พวกเขาได้ถ่ายภาพด้วยตัวเองขณะสวมใส่สินค้าของแบรนด์ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจและเป็นที่พูดถึงกันในวงการแฟชัน &#160; &#160; Credit : https://www.trendhunter.com/slideshow/2021-fashion https://www.kaltblut-magazine.com/christian-louboutin-spring-summer-2021/</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/07/covid-situation-fashion-show-2021/">ผวาโควิด แฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลก ตบเท้าจัด Fashion Show ผ่านแอปฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ยุคที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังคงสร้างความกังวลให้กับหลายภาคส่วน การป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากและการล้างมือบ่อยๆยังเป็นเรื่องจำเป็น และเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คงเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing)</span></h4>
<p><span id="more-9572"></span></p>
<p>วงการแฟชันก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเนื่องจากไม่สามารถจัดแสดงโชว์ได้ตามปกติ หลายๆแบรนด์จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอแฟชันในรูปแบบใหม่เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นก็คือ Christian Louboutin ที่นำแฟชันผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเปิดตัวคอลเลคชัน Spring 2021 ที่ยังคงกลิ่นอายการดีไซน์ในแบบคลาสสิกของแบรนด์แม้ว่าจะนำเสนอผ่านเทคโนโลยีเวอร์ชวลก็ตาม โดยแฟนๆของแบรนด์ได้รับเชิญให้เข้าชมผ่านแอปฯ Zepeto อีกแบรนด์ดังอย่าง Gucci ก็ได้ใช้แคมเปญ “No Photographer, No Problem” โดย Gucci ได้จัดส่งเสื้อผ้าคอลเลคชัน Fall/Winter 2020-2021 ไปยังบ้านของนายแบบและนางแบบเพื่อให้พวกเขาได้ถ่ายภาพด้วยตัวเองขณะสวมใส่สินค้าของแบรนด์ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจและเป็นที่พูดถึงกันในวงการแฟชัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><iframe loading="lazy" title="Christian Louboutin World: The Spring-Summer 2021 Collection" width="1170" height="658" src="https://www.youtube.com/embed/GaSgGatxBl4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Credit : </strong><br />
<strong>https://www.trendhunter.com/slideshow/2021-fashion</strong><br />
<strong>https://www.kaltblut-magazine.com/christian-louboutin-spring-summer-2021/</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/07/covid-situation-fashion-show-2021/">ผวาโควิด แฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลก ตบเท้าจัด Fashion Show ผ่านแอปฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไอเดียเจ๋ง!หนุ่มอินเดีย ผลิตก้อนอิฐจากขยะอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/01/indian-man-recycles-disposable-face-masks-in-to-brick/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Jan 2021 23:30:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[building bricks recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[recycle discarded masks]]></category>
		<category><![CDATA[recycle man]]></category>
		<category><![CDATA[The Recycle Man of India]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะหน้ากากอนามัยนำไปทำอะไร]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลขยะห้ากากอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[อิฐก่อสร้างรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=8870</guid>

					<description><![CDATA[<p>แน่นอนว่าช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 การป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ แต่เราเคยรู้กันไหมว่าอุปกรณ์ป้องกันตัวจากเชื้อโรคประเภทใช้ครั้งเดียวเหล่านั้นได้กลายไปเป็นขยะจำนวนมหาศาลตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา Binish Desai หนุ่มอินเดียวัย 27 ปี ผู้ก่อตั้ง Eco-Electric Technologies ที่ตั้งอยู่ทางอินเดียตะวันตกได้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากขยะอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการใช้งาน เขาจึงเฟ้นหาวิธีในการช่วยบรรเทาปัญหานั้นและตกผลึกไอเดียด้วยการผลิตก้อนอิฐจากขยะป้องกันตัว หรือที่เขาตั้งชื่อว่า “Brick 2.0” นั่นเอง Desai กล่าวกับสื่อท้องถิ่นอย่าง The Hindu ว่า “แรกๆเลย ทุกคนก็พูดถึงแต่เรื่องผลพลอยได้จากการล็อกดาวน์ที่ช่วยลดมลภาวะ ส่วนผมก็ได้แต่คิดถึงผลที่อาจจะเกิดขึ้นจากความต้องการใช้ชุด PPE และหน้ากากที่เพิ่มสูงขึ้น” ตามการศึกษาของ the American Chemical Society พบว่า ปริมาณหน้ากากที่ใช้ไปในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มีจำนวน 129,000 ล้านชิ้นต่อเดือน ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุของการปนเปื้อนทางสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ และ Benga Swash India ก็ได้รายงานว่า เพียงแค่อินเดียประเทศเดียวก็ได้สร้างขยะติดเชื้อที่เกี่ยวเนื่องกับโคโรน่าไวรัสกว่า 18 ตัน ในระยะเวลา 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน ด้วยเหตุนี้ Desai จึงปิ๊งไอเดียที่จะนำขยะอุปกรณ์ป้องกันตัวมาเป็นอีกหนึ่งวัสดุในการผลิตอิฐรุ่นใหม่ที่มีส่วนผสมของเศษหมากฝรั่งและกระดาษอุตสาหกรรม โดยเขาได้ฉายาว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/01/indian-man-recycles-disposable-face-masks-in-to-brick/">ไอเดียเจ๋ง!หนุ่มอินเดีย ผลิตก้อนอิฐจากขยะอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">แน่นอนว่าช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 การป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ แต่เราเคยรู้กันไหมว่าอุปกรณ์ป้องกันตัวจากเชื้อโรคประเภทใช้ครั้งเดียวเหล่านั้นได้กลายไปเป็นขยะจำนวนมหาศาลตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา</span></h4>
<p><span id="more-8870"></span><br />
<strong>Binish Desai</strong> หนุ่มอินเดียวัย 27 ปี ผู้ก่อตั้ง <strong>Eco-Electric Technologies</strong> ที่ตั้งอยู่ทางอินเดียตะวันตกได้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากขยะอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการใช้งาน เขาจึงเฟ้นหาวิธีในการช่วยบรรเทาปัญหานั้นและตกผลึกไอเดียด้วยการผลิตก้อนอิฐจากขยะป้องกันตัว หรือที่เขาตั้งชื่อว่า <strong>“Brick 2.0”</strong> นั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8869 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/B-3.jpg" alt="" width="588" height="342" /></p>
<p>Desai กล่าวกับสื่อท้องถิ่นอย่าง The Hindu ว่า “แรกๆเลย ทุกคนก็พูดถึงแต่เรื่องผลพลอยได้จากการล็อกดาวน์ที่ช่วยลดมลภาวะ ส่วนผมก็ได้แต่คิดถึงผลที่อาจจะเกิดขึ้นจากความต้องการใช้ชุด PPE และหน้ากากที่เพิ่มสูงขึ้น”</p>
<p>ตามการศึกษาของ the American Chemical Society พบว่า ปริมาณหน้ากากที่ใช้ไปในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มีจำนวน 129,000 ล้านชิ้นต่อเดือน ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุของการปนเปื้อนทางสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ และ Benga Swash India ก็ได้รายงานว่า เพียงแค่อินเดียประเทศเดียวก็ได้สร้างขยะติดเชื้อที่เกี่ยวเนื่องกับโคโรน่าไวรัสกว่า 18 ตัน ในระยะเวลา 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8871 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/B-2.jpg" alt="" width="577" height="350" /></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ Desai จึงปิ๊งไอเดียที่จะนำขยะอุปกรณ์ป้องกันตัวมาเป็นอีกหนึ่งวัสดุในการผลิตอิฐรุ่นใหม่ที่มีส่วนผสมของเศษหมากฝรั่งและกระดาษอุตสาหกรรม โดยเขาได้ฉายาว่า “The Recycle Man of India” และยังเคยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จใน Forbes 30 Under 30 แห่งเอเชีย ในปี 2018</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8864 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/B-4.jpg" alt="" width="560" height="329" /></p>
<p>เขาได้เล่าถึงขั้นตอนการผลิตว่า เริ่มจากการเก็บชุด PPE จากถังคัดแยกขยะ (Eco bin) ที่ตั้งอยู่ในร้านค้าและตึกอพาร์ทเม้นท์ จากนั้น เมื่อขยะเหล่านี้ไปถึงโรงงาน จะถูกคัดแยกออกไปต่างหากเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังจากนั้น ขยะเหล่านี้จะถูกฆ่าเชื้อและย่อยให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนที่จะนำไปผสมกับขยะประเภทกระดาษอุตสาหกรรมและสารยึดเกาะ และวัสดุดังกล่าวจะถูกกดทับด้วยมือตามเบ้าหล่อต่างๆ ในขั้นตอนสุดท้าย เมื่ออิฐแห้งสนิทแล้วก็สามารถนำไปใช้งานได้ทันที</p>
<p>“อิฐ 2.0 มีความแข็งแกร่งและทนทานกว่าอิฐแบบเดิมๆประมาณ 3 เท่าตัวด้วยขนาดที่ใหญ่กว่า 2 เท่า และราคาที่ต่ำกว่าครึ่ง” เขากล่าวกับ The Hindu</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8865 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/B5.jpg" alt="" width="601" height="339" /></p>
<p>อย่างไรก็ดี Desai ไม่ใช่คนเดียวที่คิดค้นนวัตกรรมที่มุ่งนำขยะอุปกรณ์ป้องกันตัวโควิด-19 มาใช้ให้เกิดประโยชน์และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท “Plaxtil” ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพสัญชาติฝรั่งเศสก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่รีไซเคิลหน้ากากให้กลายเป็นวัสดุที่สามารถหลอมได้เหมือนพลาสติก โดยปัจจุบัน บริษัทดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างคิดค้นไอเท็มใหม่ๆที่ใช้สำหรับต่อสู้กับเชื้อโควิด-19 แม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะสามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์หรือวัตถุประสงค์อื่นๆได้ด้วยก็ตาม</p>
<p><strong>Credit : www.goodnet.org/articles/this-indian-man-recycles-disposable-face-masks-into-building-bricks</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/01/indian-man-recycles-disposable-face-masks-in-to-brick/">ไอเดียเจ๋ง!หนุ่มอินเดีย ผลิตก้อนอิฐจากขยะอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
