<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โปร่งใส &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%aa/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 08 Mar 2025 13:46:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โปร่งใส &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เข้าใจ 2T ในซัพพลายเชน เมื่อห่วงโซ่ต้อง ‘โปร่งใส’ (Transparency) และ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) ​ได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/essence-of-supply-chain-transparency-and-traceability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Mar 2025 12:30:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Grand View Research]]></category>
		<category><![CDATA[Green washing]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Transparency]]></category>
		<category><![CDATA[Transparency & Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[รีเสิร์ช]]></category>
		<category><![CDATA[โปร่งใส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32308</guid>

					<description><![CDATA[<p>Grand View Research ระบุว่า บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านความโปร่งใส (Transparency) และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ภายในในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อ​​สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและรับรองแนวทางการจัดหา รวมทั้งการผลิต และการดำเนินการเพื่อ​ให้ทั้งห่วงโซ่ถูกต้องตามกรอบจริยธรรมและความยั่งยืน โดย ‘ความโปร่งใส​’ (Transparency) หมายถึง กระบวนการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับซัพพลายเออร์ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดขององค์กรธุรกิจ ​และ Stakeholders  เพื่อเข้าใจกระบวนการผลิต และจัดจำหน่ายสินค้า รวมไปถึงสถานที่ในการผลิต การเคารพกฎหมายแรงงาน Journey ตั้งแต่การผลิตจนสินค้าไปถึงมือลูกค้า รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อ​สร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อมีส่วนช่วย​​ตัดสินใจที่จะสนับสนุนธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์หรือองค์กรต่างๆ  ทั้งนักลงทุน พนักงาน ลูกค้า รวมทั้งชุมชนที่จะยอมรับให้ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งที่จะอยู่ร่วมกันได้ ส่วน ‘การตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) มีความสำคัญไม่ต่างกับความโปร่งใส แต่มีบทบาทในฐานะผู้ติดตามการไหลของสินค้าหรือวัตถุดิบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่​​ รวมทั้งการตรวจสอบคำกล่าวอ้างของผู้ผลิต โดยเฉพาะประเด็นด้านความยั่งยืน เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามกรอบของมาตรฐานทั้งด้านจริยธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน เพราะระบบการตรวจสอบย้อนกลับจะ​สามารถทราบถึงที่มา องค์ประกอบ และเส้นทางผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นกำเนิดวัตถุดิบ  ภายใต้การพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น IoT , RFID หรือบล็อกเชน ที่สามารถรวบรวม บันทึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/essence-of-supply-chain-transparency-and-traceability/">เข้าใจ 2T ในซัพพลายเชน เมื่อห่วงโซ่ต้อง ‘โปร่งใส’ (Transparency) และ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) ​ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Grand View Research</strong> ระบุว่า บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านความโปร่งใส (Transparency) และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ภายในในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-32308"></span></p>
<p>ทั้งนี้ เพื่อ​​สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและรับรองแนวทางการจัดหา รวมทั้งการผลิต และการดำเนินการเพื่อ​ให้ทั้งห่วงโซ่ถูกต้องตามกรอบจริยธรรมและความยั่งยืน</p>
<p>โดย <strong>‘ความโปร่งใส​’ (</strong><strong>Transparency</strong><strong>)</strong> หมายถึง กระบวนการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับซัพพลายเออร์ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดขององค์กรธุรกิจ ​และ Stakeholders  เพื่อเข้าใจกระบวนการผลิต และจัดจำหน่ายสินค้า รวมไปถึงสถานที่ในการผลิต การเคารพกฎหมายแรงงาน Journey ตั้งแต่การผลิตจนสินค้าไปถึงมือลูกค้า รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อ​สร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อมีส่วนช่วย​​ตัดสินใจที่จะสนับสนุนธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์หรือองค์กรต่างๆ  ทั้งนักลงทุน พนักงาน ลูกค้า รวมทั้งชุมชนที่จะยอมรับให้ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งที่จะอยู่ร่วมกันได้</p>
<p>ส่วน <strong>‘</strong><strong>การตรวจสอบย้อนกลับ</strong><strong>’ </strong><strong>(</strong><strong>Traceability</strong><strong>)</strong> มีความสำคัญไม่ต่างกับความโปร่งใส แต่มีบทบาทในฐานะผู้ติดตามการไหลของสินค้าหรือวัตถุดิบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่​​ รวมทั้งการตรวจสอบคำกล่าวอ้างของผู้ผลิต โดยเฉพาะประเด็นด้านความยั่งยืน เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามกรอบของมาตรฐานทั้งด้านจริยธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน เพราะระบบการตรวจสอบย้อนกลับจะ​สามารถทราบถึงที่มา องค์ประกอบ และเส้นทางผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นกำเนิดวัตถุดิบ  ภายใต้การพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น IoT , RFID หรือบล็อกเชน ที่สามารถรวบรวม บันทึก และตรวจสอบในทุกขั้นตอน เพื่อเป็นอีกหนึ่งมาตรการเฝ้าระวังความเสี่ย​งการผลิตที่ไม่เป็นไปตามกรอบของมาตรฐานด้านความยั่งยืน</p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนในปัจจุบัน เพื่อให้ธุรกิจให้ความสำคัญ หรือสามารถรายงาน <strong>Transparency &amp; Traceability </strong>ภายในห่วงโซ่ธุรกิจของตัวเองได้ มาจากแรงผลักดันใน 2 ส่วน คือ</p>
<p><strong>1. แรงผลักดันจาก​ผู้บริโภค </strong><strong>:</strong> โดยเฉพาะหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่มักเข้าไปเกี่ยวข้องกับทุกธุรกิจอย่าง กลุ่มบรรจุภัณฑ์ หรือ CPG (​consumer packaged goods ) เนื่องจากเป็นหนึ่งในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยพบว่า ผู้บริโภคราว 60% มีแนวโน้มที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากกว่า แม้ว่าจะราคาแพงกว่าก็ตาม ส่งผลให้ธุรกิจพยายามพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความยั่งยืนหรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งสามารถนำไปรีไซเคิล หรือย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติได้ หรือเป็นวัสดุยั่งยืนที่ลดการปลดปล่อยคาร์บอน ​ซึ่งจำเป็นต้องสามารถรับรองหรือพิสูจน์คำกล่างอ้างเหล่านั้น ด้วยการมี Transparency &amp; Traceability เพื่อป้องกันการถูกกล่าวหาว่าเป็นการ <strong>‘ฟอกเขียว’ (Green Washing)</strong> และทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าได้สนับสนุนสินค้าที่มีความยั่งยืนและมีผลดีต่อโลกมากกว่า</p>
<p><strong>2. แรงผลักดันจากอุตสาหกรรม</strong> : เพื่อเตรียมพร้อมรับกฎระเบียบที่ถูกยกระดับเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากรัฐบาลทั่วโลกที่เริ่มกำหนดให้ธุรกิจต้องสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงในระดับประเทศ ​​ภูมิภาค หรือระดับโลก เพื่อให้แน่ใจว่าห่วงโซ่อุปทานปฏิบัติตามจริยธรรม รวมทั้งลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การทำให้ซัพลายเชนมีความโปร่งใส และตรวจสอบได้จึงเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของธุรกิจทั่วโลก ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์และคู่ค้าในธุรกิจ เพื่อสามารถรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ ถึงการปฏิบัติภายใต้มาตรฐานอย่างเคร่งครัด</p>
<p>การให้ความสำคัญต่อ Transparency &amp; Traceability ยังสร้างความแข็งแกร่ง​ให้ธุรกิจใน 4 มิติ​ ต่อไปนี้</p>
<p>1. ความร่วมมือ​​และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น : ได้รับความร่วมมือซัพพลายเออร์ภายในห่วงโซ่ ในการรายงานและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการผลิต หรือระหว่างการจัดซื้อ และสร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต ​คุณภาพ และการจัดหา รวมไปถึงการพัฒนาหรือ​ฝึกอบรมด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด</p>
<p>2. เพิ่มความภักดีต่อแบรนด์ : ผล​สำรวจในปี 2020 ของบริษัทด้านการสื่อสาร &#8216;Zeno&#8217; ​ ระบุว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มไว้วางใจธุรกิจที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน และเปิดเผยเงื่อนไขการทำงานของซัพพลายเออร์ เพิ่มมากขึ้นถึง 4 เท่า รวมทั้ง​​มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าเป็นครั้งแรกจากบริษัทที่พวกเขาคิดว่ามีจริยธรรมและยั่งยืนมากกว่าบริษัทอื่นๆ อีกด้วย</p>
<p>3. เพิ่มความสามารถในการจัดการความเสี่ยงและความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน : ​ธุรกิจ​สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ และทุกชิ้นส่วน​ผลิตภัณฑ์ได้ในทุกขั้นตอนการผลิต การจัดเก็บ หรือแม้แต่ในระหว่างการขนส่ง กรณีที่มีปัญหาสามารถตรวจสอบ และแบ่งปันข้อมูล ไปจนถึงการนำไปใช้แก้ปัญหาติดขัดหรือคอขวดในระหว่างการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า รวมทั้งการบริหารจัดการภายในธุรกิจให้ดีขึ้นได้​</p>
<p>4. เคารพต่อข้อกฎหมายสากล : ธุรกิจที่มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบภายในห่วงโซ่ได้อย่างเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเครือข่ายธุรกิจกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไป จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการ​บริหารจัดการหรือการใช้ข้อมูลต่างๆ ที่มีความจำเป็นได้อย่าง​สะดวกมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/essence-of-supply-chain-transparency-and-traceability/">เข้าใจ 2T ในซัพพลายเชน เมื่อห่วงโซ่ต้อง ‘โปร่งใส’ (Transparency) และ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) ​ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
