<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงพยาบาลรามาธิบดี &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Dec 2025 05:50:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โรงพยาบาลรามาธิบดี &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จากพลังแห่งการให้ ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ สู่ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี ด่านหน้าที่พร้อมดูแลคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/ramathibodi-health-care/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 05:50:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[คำว่าให้ไม่สิ้นสุด]]></category>
		<category><![CDATA[รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38754</guid>

					<description><![CDATA[<p> ความไม่แน่นอนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวินาที แม้ในช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขก็ตาม เหตุฉุกเฉินอาจเปลี่ยนชีวิตได้ในชั่วพริบตา อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุว่าในปีล่าสุดมี ผู้ป่วยฉุกเฉินมากกว่า 1.7 ล้านรายทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึง ความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทย และย้ำให้เห็นว่า ทุกวินาทีคือโอกาสในการช่วยชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลที่ ปริมาณผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่บทบาทของศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินระดับตติยภูมิ มีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี เกิดจากความจำเป็นในการเติมเต็มช่องว่างของระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งในอดีตยังขาดศูนย์ฉุกเฉินระดับสูงที่มีศักยภาพเพียงพอรองรับผู้ป่วยอุบัติเหตุและภาวะวิกฤตที่ต้องการการดูแลเร่งด่วน ศูนย์ฯ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการช่วยชีวิตผู้ป่วยในช่วงนาทีทอง ด้วยความพร้อมของบุคลากรเฉพาะทาง เทคโนโลยีช่วยชีวิต และระบบการทำงานที่ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ภารกิจหลักคือการทำให้ทุกวินาทีในชั่วโมงวิกฤตเป็นโอกาสสูงสุดในการรักษา ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล การคัดแยกอาการ ไปจนถึงการรักษาและการส่งต่ออย่างแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และได้มาตรฐานสูงที่สุด” นวัตกรรมการรักษาที่พร้อมดูแลตั้งแต่วินาทีแรกที่พบผู้ป่วย ไปจนถึงขั้นตอนการรักษา ด้วยปริมาณผู้ป่วยฉุกเฉินเฉลี่ยกว่า 150 รายต่อวัน โดย 30% เป็นผู้ป่วยอาการรุนแรง ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงต้องทำงานด้วยความแม่นยำและรวดเร็วในทุกนาที ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินยาวนาน 24–48 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/ramathibodi-health-care/">จากพลังแห่งการให้ ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ สู่ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี ด่านหน้าที่พร้อมดูแลคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> </b>ความไม่แน่นอนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวินาที แม้ในช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขก็ตาม เหตุฉุกเฉินอาจเปลี่ยนชีวิตได้ในชั่วพริบตา อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุว่าในปีล่าสุดมี <strong>ผู้ป่วยฉุกเฉินมากกว่า </strong><strong>1.7 </strong><strong>ล้านรายทั่วประเทศ</strong> ซึ่งสะท้อนถึง <strong>ความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทย</strong> และย้ำให้เห็นว่า <strong>ทุกวินาทีคือโอกาสในการช่วยชีวิต</strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลที่ ปริมาณผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่บทบาทของศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินระดับตติยภูมิ มีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย</p>
<p><span id="more-38754"></span></p>
<p><strong>รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี</strong> กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี เกิดจากความจำเป็นในการเติมเต็มช่องว่างของระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งในอดีตยังขาดศูนย์ฉุกเฉินระดับสูงที่มีศักยภาพเพียงพอรองรับผู้ป่วยอุบัติเหตุและภาวะวิกฤตที่ต้องการการดูแลเร่งด่วน ศูนย์ฯ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการช่วยชีวิตผู้ป่วยในช่วงนาทีทอง ด้วยความพร้อมของบุคลากรเฉพาะทาง เทคโนโลยีช่วยชีวิต และระบบการทำงานที่ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ภารกิจหลักคือการทำให้ทุกวินาทีในชั่วโมงวิกฤตเป็นโอกาสสูงสุดในการรักษา ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล การคัดแยกอาการ ไปจนถึงการรักษาและการส่งต่ออย่างแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และได้มาตรฐานสูงที่สุด”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38756 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/RAMA5.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong><u>นวัตกรรมการรักษาที่พร้อมดูแลตั้งแต่วินาทีแรกที่พบผู้ป่วย ไปจนถึงขั้นตอนการรักษา</u></strong></p>
<p>ด้วยปริมาณผู้ป่วยฉุกเฉินเฉลี่ยกว่า <strong>150 </strong><strong>รายต่อวัน</strong> โดย <strong>30% </strong><strong>เป็นผู้ป่วยอาการรุนแรง</strong> ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงต้องทำงานด้วยความแม่นยำและรวดเร็วในทุกนาที ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินยาวนาน <strong>24–48 </strong><strong>ชั่วโมง</strong> จากข้อจำกัดด้านเตียงวิกฤต ขณะที่ข้อมูลในปีที่ผ่านมาพบว่า <strong>กว่า </strong><strong>80% </strong><strong>เป็นผู้ป่วยอายุรกรรมฉุกเฉิน</strong> เช่น ภาวะหัวใจหยุดเต้น โรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ระบบไหลเวียนล้มเหลว และภาวะติดเชื้อรุนแรง <strong>ส่วนผู้ป่วยอุบัติเหตุและบาดเจ็บคิดเป็นประมาณ</strong> <strong>20%</strong> ซึ่งต้องการการประเมินและตัดสินใจที่แม่นยำในเสี้ยววินาที สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนบทบาทสำคัญของศูนย์ฯ ที่ต้องพร้อมรับมือเหตุวิกฤตทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>เพราะทุกวินาทีมีความหมายต่อชีวิต ศูนย์ฯ จึงออกแบบระบบการดูแลให้เริ่มตั้งแต่จุดเกิดเหตุ ผ่านเทคโนโลยีสำคัญอย่างกล้องติดตัว Portable X-ray และอัลตราซาวนด์แบบพกพา ที่เชื่อมข้อมูลสู่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบเรียลไทม์ผ่าน Telemedicine ทำให้การวินิจฉัยและการรักษาเริ่มได้ทันทีแม้อยู่ระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เมื่อถึงโรงพยาบาล ระบบ Fast Track จะเข้ารับช่วงต่อทันที ตั้งแต่การทำ CT Scan การตรวจ EKG การให้ยาละลายลิ่มเลือด ไปจนถึงการนำผู้ป่วยเข้าสู่ Cath Lab เพื่อรักษาโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันอย่างทันท่วงที</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38760 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/RAMA2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ศูนย์ฯ ยังทำหน้าที่เป็นจุดรับส่งต่อหลักของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผ่านระบบส่งต่อดิจิทัลที่ประเมินผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ พร้อมพัฒนาเครือข่าย Tele consult และระบบ AI เพื่อช่วยประเมินความรุนแรงและเลือกโรงพยาบาลปลายทางที่เหมาะสมที่สุด ยกระดับการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินให้รวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังเป็นหน่วยงานสำคัญด้านการจัดการอุบัติภัยหมู่และสาธารณภัย โดยมีระบบบัญชาการเหตุการณ์ที่ผ่านการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง สามารถรองรับสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong><u>ทีมแพทย์ฉุกเฉินกับภารกิจการดูแลประชาชนในทุกพื้นที่</u></strong></p>
<p>ด้วยความมุ่งมั่นในการยืดหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับแพทยสภา และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สนับสนุนทีมแพทย์ทางอากาศและเทคโนโลยีการรักษาเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตมหาอุทกภัย ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p>โดยทีมแพทย์ทางอากาศ หรือ Sky Doctor มีภารกิจสำคัญในการวินิจฉัย และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตผ่านทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลปลายทางได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางอุปสรรคในการคมนาคม พร้อมทั้งมีการสนับสนุนทีมแพทย์ เพื่อให้บริการตรวจประเมินสุขภาพเบื้องต้น และให้คำแนะนำในการรักษาดูแลสุขภาพ รวมถึงแจกจ่ายยาป้องกันโรคฉี่หนู (Leptospirosis) เพื่อป้องกันการระบาดและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อที่อาจมาพร้อมกับสภาวะน้ำท่วมขัง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38758 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/RAMA4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>“หัวใจของงานเวชศาสตร์ฉุกเฉินคือ <strong>‘ทุกวินาทีคือชีวิต’ </strong>ในฐานะศูนย์ตติยภูมิ ที่เพรียบพร้อมทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นวัตกรรมแพทย์ และการส่งต่อผู้ป่วย ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดเคียงข้างคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด โดยวิสัยทัศน์ของศูนย์ฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงการรักษา แต่ต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ผ่านการจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรอบรมเฉพาะทาง การเสริมสร้างทักษะผ่านสถานการณ์จำลอง รวมถึงความร่วมมือกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนและพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ของประเทศ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการดูแลและรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในวันนี้และในวันหน้า” <strong>รศ. ดร. นพ.ไชยพร </strong>กล่าวเสริม</p>
<p>ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลา ทั้งยามวิกฤตที่ต้องการการช่วยเหลือเร่งด่วน หรือช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี ทีมแพทย์ฉุกเฉินและผู้เชี่ยวชาญยังคงปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยและความสุขของคนไทยอย่างไม่หยุดยั้ง ศักยภาพทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากพลังแห่งการให้ของผู้ใจบุญทุกท่านผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่สนับสนุนเทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมถึงรถพยาบาลฉุกเฉินขั้นสูง ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ อาคารฉุกเฉินและอุบัติเหตุ การพัฒนาหลักสูตร และการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์รามาธิบดีที่มีคุณภาพ ส่งกลับมาเป็นระบบการดูแลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง สะท้อนคุณค่าของ <strong>“คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด”</strong> ที่ส่งต่อจากผู้ให้&#8230;กลับไปสู่ชีวิตของคนไทยทุกคน<b><i> </i></b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38755 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/RAMA1.jpg" alt="" width="581" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/ramathibodi-health-care/">จากพลังแห่งการให้ ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ สู่ศูนย์อุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี ด่านหน้าที่พร้อมดูแลคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอปสันเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน บริจาคสนับสนุน 3 องค์กรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/epson-sustainability-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 May 2025 07:06:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[EPSON]]></category>
		<category><![CDATA[Epson Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Precious Plastic Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[You Share We Change]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเชียสพลาสติกแบงค็อก]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เอปสัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33320</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ายกระดับบทบาทในการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ภายใต้แนวคิด “Sustainability” โดยล่าสุดได้มอบการสนับสนุนให้กับ 3 องค์กรที่มีบทบาทสำคัญด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการศึกษา กิจกรรมแรก เอปสันได้นำสิ่งของที่ได้รับการบริจาคสิ่งของที่ยังอยู่ในสภาพดี จากพนักงานเอปสัน รวมถึงผู้ที่ทำงานที่อาคารปัน ซึ่งรวบรวมผ่านกิจกรรม “You Share, We Change ปีที่ 2” มอบให้แก่ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อส่งต่อให้เกิดการใช้งานต่อไป ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลด ปริมาณขยะ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในกิจกรรมที่สอง เอปสันได้ร่วมสนับสนุนเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนกิจกรรม Caps Fair 2025 ฝาแปลงร่าง ซึ่งจัดโดยพรีเชียสพลาสติกแบงค็อก (Precious Plastic Bangkok) ภายใต้มูลนิธิโลกสีเขียว พรีเชียสพลาสติกแบงค็อก เป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับชุมชม โรงเรียน และมหาวิทยาลัย  เพื่อรวบรวมขยะพลาสติกและนำมารีไซเคิลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอปสันในการสนับสนุนการลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สำหรับกิจกรรมสุดท้าย เอปสันยังได้มอบทุนการศึกษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/epson-sustainability-project/">เอปสันเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน บริจาคสนับสนุน 3 องค์กรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด </strong>เดินหน้ายกระดับบทบาทในการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ภายใต้แนวคิด “<strong>Sustainability”</strong> โดยล่าสุดได้มอบการสนับสนุนให้กับ 3 องค์กรที่มีบทบาทสำคัญด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการศึกษา</p>
<p><span id="more-33320"></span></p>
<p>กิจกรรมแรก เอปสันได้นำสิ่งของที่ได้รับการบริจาคสิ่งของที่ยังอยู่ในสภาพดี จากพนักงานเอปสัน รวมถึงผู้ที่ทำงานที่อาคารปัน ซึ่งรวบรวมผ่านกิจกรรม “<strong>You Share, We Change ปีที่ 2</strong>” มอบให้แก่ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อส่งต่อให้เกิดการใช้งานต่อไป ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลด ปริมาณขยะ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33323 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Epson_รพ.รามาธิบดี.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ในกิจกรรมที่สอง เอปสันได้ร่วมสนับสนุนเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนกิจกรรม Caps Fair 2025 ฝาแปลงร่าง ซึ่งจัดโดยพรีเชียสพลาสติกแบงค็อก (Precious Plastic Bangkok) ภายใต้มูลนิธิโลกสีเขียว พรีเชียสพลาสติกแบงค็อก เป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับชุมชม โรงเรียน และมหาวิทยาลัย  เพื่อรวบรวมขยะพลาสติกและนำมารีไซเคิลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอปสันในการสนับสนุนการลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33321 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Epson_Precious-Plastic_1.jpg" alt="" width="1200" height="914" /></p>
<p>สำหรับกิจกรรมสุดท้าย เอปสันยังได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 125,000 บาทให้แก่นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33325 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Epson_Precious-Plastic_3.jpg" alt="" width="675" height="900" /></p>
<p>ทั้งสามกิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอปสันในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/epson-sustainability-project/">เอปสันเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน บริจาคสนับสนุน 3 องค์กรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิรามาธิบดีฯ เชิญชวนนักสะสมร่วมประมูลการกุศลศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า อายุกว่า 200 ปี รายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ป่วย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/ramafoundation-chinese-thai-artifacts/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Nov 2023 22:27:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[ประมูลการกุศล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรามาธิบดีฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ย่านนวัตกรรมโยธี]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22313</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต่อเนื่องอีกครั้ง! สำหรับงาน รามาฯ รักษาศิลป์ ครั้งที่ 2 ที่งานนี้ได้หัวเรือใหญ่ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่ขอเชิญชวนนักสะสม ร่วมการประมูลการกุศล  ศิลปวัตถุจีน – ศิลปวัตถุไทย ที่มีความงามอันทรงคุณค่า ทั้งหมด 72 ชุดผลงาน อาทิ  ถ้วยกระเบื้องชามเบญจรงค์ ชุดน้ำชา แจกัน  และอื่น ๆ ผ่านกาลเวลามากกกว่า 200 ปี ด้วยลวดลายอันวิจิตร มีเอกลักษ์เฉพาะของแต่ละยุคสมัย รายได้จากการประมูลจะนำไปสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี และโครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน ใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ซึ่งนักสะสมที่สนใจสามารถเข้าชมศิลปวัตถุจีน – ศิลปวัตถุไทย อันทรงคุณค่าทั้ง 72 ชุดผลงาน ได้ตั้งแต่วันที่ 2-3 ธันวาคมนี้ เวลา 9.00 &#8211; 17.00 น. หรือชมภาพผลงานผ่าน E-Book Catalog ได้ที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/ramafoundation-chinese-thai-artifacts/">มูลนิธิรามาธิบดีฯ เชิญชวนนักสะสมร่วมประมูลการกุศลศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า อายุกว่า 200 ปี รายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ป่วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ต่อเนื่องอีกครั้ง! สำหรับงาน <strong>รามาฯ รักษาศิลป์ ครั้งที่ </strong><strong>2</strong> ที่งานนี้ได้หัวเรือใหญ่ <strong>ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ </strong>ที่ขอเชิญชวนนักสะสม ร่วมการประมูลการกุศล  ศิลปวัตถุจีน – ศิลปวัตถุไทย ที่มีความงามอันทรงคุณค่า ทั้งหมด 72 ชุดผลงาน</p>
<p><span id="more-22313"></span></p>
<p>อาทิ  ถ้วยกระเบื้องชามเบญจรงค์ ชุดน้ำชา แจกัน  และอื่น ๆ ผ่านกาลเวลามากกกว่า 200 ปี ด้วยลวดลายอันวิจิตร มีเอกลักษ์เฉพาะของแต่ละยุคสมัย รายได้จากการประมูลจะนำไปสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี และโครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน ใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า</p>
<p>ซึ่งนักสะสมที่สนใจสามารถเข้าชมศิลปวัตถุจีน – ศิลปวัตถุไทย อันทรงคุณค่าทั้ง 72 ชุดผลงาน ได้ตั้งแต่วันที่ 2-3 ธันวาคมนี้ เวลา 9.00 &#8211; 17.00 น. หรือชมภาพผลงานผ่าน E-Book Catalog ได้ที่ <a href="https://online.pubhtml5.com/emszd/fnim/" target="_blank" rel="noopener">https://online.pubhtml5.com/emszd/fnim/</a></p>
<p>และหากต้องการร่วมประมูลการกุศล สามารถกรอกข้อมูลลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านลิงก์ <a href="https://bit.ly/RAMARegisForm" target="_blank" rel="noopener">https://bit.ly/RAMARegisForm</a> โดยงานประมูลจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2566 เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 13.00 น. เป็นต้นไป และเริ่มประมูลเวลา 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ (กวาง หวา ถัง)  ชั้น 9 อาคารหอการค้าไทย-จีน (ไทย ซี.ซี. ทาวเวอร์) เขตสาทร กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02 201 2222 หรือบริษัทบางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น  โทร 064 828 9394</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22316 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/ภาพ_รามาฯ-รักษาศิลป์-2.jpg" alt="" width="720" height="1021" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/ramafoundation-chinese-thai-artifacts/">มูลนิธิรามาธิบดีฯ เชิญชวนนักสะสมร่วมประมูลการกุศลศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า อายุกว่า 200 ปี รายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ป่วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิรามาธิบดีฯ เผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ “นาทีชีวิต” เร่งระดมทุน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/ramafoundation-launch-new-tvc-to-expedite-donations/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jun 2023 10:11:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Donation]]></category>
		<category><![CDATA[คำว่าให้ไม่สิ้นสุด]]></category>
		<category><![CDATA[นาทีชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรามาธิบดีฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ย่านนวัตกรรมโยธี]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[รับบริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มศัยภาพรองรับผู้ป่วย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19433</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตอกย้ำบทบาทของการสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลรามาธิบดี  เปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ “นาทีชีวิต” เพื่อเร่งเดินหน้าระดมทุนโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี (YMID) เพื่อเพิ่มพื้นที่และเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนไทย และเตรียมความพร้อมในการผนึกเครือข่ายทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อผลักดันการสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงแนวทางในการรักษารูปแบบใหม่ให้พร้อมรองรับสภาวะการณ์ที่ไม่แน่นอนของโรคต่างๆ ทั้งที่มีอยู่ รวมถึงโรคอุบัติใหม่ในอนาคต สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี ได้ทำการเปิดตัวโครงการไปเมื่อปลายปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา เนื่องจากอาคารหลักของโรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องและยาวนานมากกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งมีข้อจำกัดในการขยับขยายพื้นที่ และโครงสร้างอาคารที่มีข้อจำกัดในการรองรับเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงเป็นที่มาของการริเริ่มโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธีโดยโครงการนี้จะเป็นศูนย์รวมทางการแพทย์อย่างครบวงจรของโรงพยาบาลรามาธิบดี และเป็นหนึ่งในโครงการอาคารโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 275,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพของอาคารเดิมแต่จะพร้อมให้บริการทางการแพทย์ที่ประสิทธิภาพมากกว่า โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถให้บริการผู้ป่วยนอกได้ถึง 2.5 ล้านรายต่อปี และผู้ป่วยในได้ถึง 55,000 รายต่อปี มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงเร่งเดินหน้าระดมทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี  ผ่านสื่อต่างๆ มากมายอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ยังได้เปิดตัวภาพยนต์ประชาสัมพันธ์ชุด “นาทีชีวิต” สะท้อนถึงความเข้าใจว่าทุกนาทีคือชีวิต และทุกชีวิตล้วนมีคุณค่า โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงให้ความสำคัญกับทุกนาทีของทุกชีวิต ซึ่งสื่อสารเรื่องภายใต้แนวคิด “เพิ่มพื้นที่ เพิ่มความหวังในการรักษาทุกชีวิต” มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านผู้ป่วยและด้านบุคลากรทางการแพทย์ ในด้านผู้ป่วยนั้นจะมีการปรับระบบการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความคล่องตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/ramafoundation-launch-new-tvc-to-expedite-donations/">มูลนิธิรามาธิบดีฯ เผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ “นาทีชีวิต” เร่งระดมทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</strong> ตอกย้ำบทบาทของการสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลรามาธิบดี  เปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ “นาทีชีวิต” เพื่อเร่งเดินหน้าระดมทุนโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี (YMID)</p>
<p><span id="more-19433"></span></p>
<p>เพื่อเพิ่มพื้นที่และเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนไทย และเตรียมความพร้อมในการผนึกเครือข่ายทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อผลักดันการสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงแนวทางในการรักษารูปแบบใหม่ให้พร้อมรองรับสภาวะการณ์ที่ไม่แน่นอนของโรคต่างๆ ทั้งที่มีอยู่ รวมถึงโรคอุบัติใหม่ในอนาคต</p>
<p>สำหรับ<strong>โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี</strong> ได้ทำการเปิดตัวโครงการไปเมื่อปลายปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา เนื่องจากอาคารหลักของโรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องและยาวนานมากกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งมีข้อจำกัดในการขยับขยายพื้นที่ และโครงสร้างอาคารที่มีข้อจำกัดในการรองรับเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงเป็นที่มาของการริเริ่มโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธีโดยโครงการนี้จะเป็นศูนย์รวมทางการแพทย์อย่างครบวงจรของโรงพยาบาลรามาธิบดี และเป็นหนึ่งในโครงการอาคารโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 275,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพของอาคารเดิมแต่จะพร้อมให้บริการทางการแพทย์ที่ประสิทธิภาพมากกว่า โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถให้บริการผู้ป่วยนอกได้ถึง 2.5 ล้านรายต่อปี และผู้ป่วยในได้ถึง 55,000 รายต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19436 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/01_โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี-และย่านนวัตกรรมโยธี.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงเร่งเดินหน้าระดมทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี  ผ่านสื่อต่างๆ มากมายอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ยังได้เปิดตัวภาพยนต์ประชาสัมพันธ์ชุด <strong>“นาทีชีวิต” </strong>สะท้อนถึงความเข้าใจว่าทุกนาทีคือชีวิต และทุกชีวิตล้วนมีคุณค่า</p>
<p>โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงให้ความสำคัญกับทุกนาทีของทุกชีวิต ซึ่งสื่อสารเรื่องภายใต้แนวคิด <strong>“</strong><strong>เพิ่มพื้นที่ เพิ่มความหวังในการรักษาทุกชีวิต</strong><strong>”</strong> มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านผู้ป่วยและด้านบุคลากรทางการแพทย์ ในด้านผู้ป่วยนั้นจะมีการปรับระบบการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความคล่องตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ให้สามารถรองรับเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย เพิ่มศักยภาพในการรักษาควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยตลอดทั้งเส้นทาง การเข้ารับบริการทางการแพทย์ พร้อมสำหรับการรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ต้องการการดูแลรักษาขั้นสูง ด้านบุคลากรทางการแพทย์และนักศึกษาแพทย์จะมีการจัดสรรพื้นที่ซึ่งออกแบบด้วยความเข้าใจบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้รับการฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19437 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/2-6.jpg" alt="" width="1200" height="795" /></p>
<p><strong>ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต </strong>รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “ภายใต้สภาวการณ์ของการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนเช่นในปัจจุบัน โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาบริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับการรักษาให้มีความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยและผู้ป่วยโรคซับซ้อน โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ การเปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ “<strong>นาทีชีวิต</strong>” ถ่ายทอดเรื่องราวจากชีวิตจริงที่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยต้องเผชิญในระหว่างเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ต้องการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ผ่านการเพิ่มพื้นที่บริการทางการแพทย์ที่สามารถรองรับเทคโนโลยีทันสมัย พร้อมสำหรับการรองรับผู้ป่วยและให้บริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ณ ปัจจุบัน โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี ได้ออกแบบ<br />
แผนการก่อสร้างอาคารเสร็จสมบูรณ์ และอยู่ในขั้นตอนการจัดหาผู้ควบคุมโครงการและผู้ก่อสร้าง <strong><em>ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงต้นปี พ.ศ. </em></strong><strong><em>2567</em></strong><strong><em> และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการประชาชนภายในปี พ.ศ. </em></strong><strong><em>2573”</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19438 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/3-3.jpg" alt="" width="367" height="551" /></p>
<p><strong>คุณพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ </strong>ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า “ตลอด 54 ปี ที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ให้ความสำคัญกับการสานต่อการรักษาและสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยทุกคนผ่านคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี เป็นหนึ่งในโครงการหลักที่มูลนิธิเร่งระดมเงินทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่นี้ จะเป็นอาคารหลักในการรองรับการรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และอื่นๆ นอกจากจะเป็นที่พึ่งด้านการรักษาโรคซับซ้อนของคนไทยทั่วประเทศแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตบุคลากรการแพทย์เฉพาะทางที่ปัจจุบันมีอยู่อย่างจำกัด การมีพื้นที่การรักษามากขึ้น มีบุคลากรการแพทย์มากขึ้นจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเช่นกัน”</p>
<p><em><strong>การก่อสร้างอาคารใหม่นี้ได้รับการสนับสนุนงบส่วนหนึ่งจากภาครัฐ และยังขาดงบประมาณในส่วนการก่อสร้าง ประมาณ 6,000 ล้านบาท และงบจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยอีกกว่า 3,000 ล้านบาท มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงได้จัดทำภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้างและเชิญชวนประชาชนร่วมทำบุญบริจาคเงินเพื่อมอบโอกาสในการมีชีวิตที่ดีแก่คนไทยด้วยกัน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19434 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/1-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้โรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่ ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เอื้อต่อการศึกษาวิจัย ผ่านการผนึกกำลังกับเครือข่ายทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพของประเทศไทย เพื่อดึงศักยภาพแต่ละภาคส่วนนำมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดแนวนวัตกรรมทางการแพทย์ให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลและสามารถแข่งขันได้ และอีกหนึ่งบทบาทสำคัญคือการเป็นโรงเรียนแพทย์ ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่ระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งช่วยขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน เพื่อยกระดับวงการแพทย์ไทยให้พร้อมสำหรับการก้าวสู่ยุคดิจิทัลในอนาคต</p>
<p>มูลนิธิรามาธิบดีฯ ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนให้กับโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และ<br />
ย่านนวัตกรรมโยธี เพื่อเพิ่มพื้นที่ เพิ่มความหวังในการรักษาทุกชีวิต สามารถรับชม และแชร์บอกต่อภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ “นาทีชีวิต” ได้ที่<br />
<a href="https://www.facebook.com/100064605675129/videos/1607577979763062" target="_blank" rel="noopener">เฟซบุ๊ก</a> และ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=yddsxtP8TAQ" target="_blank" rel="noopener">ยูทูป</a> มูลนิธิรามาธิบดีฯ</p>
<div style="width: 1170px;" class="wp-video"><!--[if lt IE 9]><script>document.createElement('video');</script><![endif]-->
<video class="wp-video-shortcode" id="video-19433-1" width="1170" height="658" preload="metadata" controls="controls"><source type="video/mp4" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มูลนิธิรามาธิบดีฯ_ภาพยนต์โฆษณาชุด-_นาทีชีวิต__เวอร์ชั่น-30-วินาที.mp4.mp4?_=1" /><a href="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มูลนิธิรามาธิบดีฯ_ภาพยนต์โฆษณาชุด-_นาทีชีวิต__เวอร์ชั่น-30-วินาที.mp4.mp4">https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มูลนิธิรามาธิบดีฯ_ภาพยนต์โฆษณาชุด-_นาทีชีวิต__เวอร์ชั่น-30-วินาที.mp4.mp4</a></video></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/ramafoundation-launch-new-tvc-to-expedite-donations/">มูลนิธิรามาธิบดีฯ เผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ “นาทีชีวิต” เร่งระดมทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		<enclosure url="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/มูลนิธิรามาธิบดีฯ_ภาพยนต์โฆษณาชุด-_นาทีชีวิต__เวอร์ชั่น-30-วินาที.mp4.mp4" length="27014204" type="video/mp4" />

			</item>
		<item>
		<title>อินไซต์คนไทยเกี่ยวกับการบริจาค เทรนด์ผู้บริจาคเริ่มมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจัยหลักเพื่อ &#8216;ความสุขทางใจ&#8217; ส่วนการลดหย่อนภาษี เป็นแค่ ‘ของแถม’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/thai-insight-about-donation-by-rama-foundation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2023 10:38:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Charity]]></category>
		<category><![CDATA[Donation]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[RAMA Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[การบริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[การแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ความช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางบริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[พรรณสิริ คุณากรไพบูลย์ศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรามาธิบดีฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์การแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16949</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก มูลนิธิรามาธิบดีฯ (มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)ในฐานะตัวกลางที่ช่วยเชื่อมโยงและส่งต่อความช่วยจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เพื่อสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลรามาธิบดี ในการช่วยเหลือผู้ป่วย และการดูแลสุขภาพให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งขับเคลื่อนมายาวนานถึง 54 ปี คุณพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ ​ให้ข้อมูลพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคของคนไทย ​​พบว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการบริจาคเพิ่มมากขึ้น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จะมีสถานการณ์โควิดมากระทบกับรายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ ทำให้ยอดการบริจาคในแต่ละครั้ง อาจลดน้อยลง แต่ยอดบริจาคโดยรวมก็ยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด สะท้อนว่า จำนวนการบริจาคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า การเติบโตของจำนวนครั้งการบริจาคจะเพิ่มราว 20-30% ต่อปี นอกจากนี้ ยังพบอินไซต์ที่น่าสนใจต่อเรื่องราวในการบริจาคของคนไทย ต่อไปนี้ 1. เห็นแนวโน้มอายุของผู้บริจาคที่เริ่มน้อยลง จากก่อนหน้านี้ เมื่อย้อนไปช่วง 10 ปีก่อนหน้า มีเพียงคนสูงอายุที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับการบริจาค ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มที่มีความมั่นคงทางการเงินในระดับหนึ่งก่อน ซึ่งปัจจุบันอายุของผู้บริจาคจะค่อยๆ ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเริ่มมีกลุ่มอายุราวๆ 20 ปี ที่เพิ่งเริ่มทำงาน เข้ามาบริจาคให้กับทางมูลนิธิเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยตอกย้ำแนวคิดที่เชื่อว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับประเด็นทางด้านสังคมเพิ่มมากขึ้นได้อีกทางหนึ่ง 2. ​กลุ่มผู้บริจาค​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/thai-insight-about-donation-by-rama-foundation/">อินไซต์คนไทยเกี่ยวกับการบริจาค เทรนด์ผู้บริจาคเริ่มมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจัยหลักเพื่อ &#8216;ความสุขทางใจ&#8217; ส่วนการลดหย่อนภาษี เป็นแค่ ‘ของแถม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก <strong>มูลนิธิรามาธิบดีฯ</strong> (มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)ในฐานะตัวกลางที่ช่วยเชื่อมโยงและส่งต่อความช่วยจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เพื่อสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลรามาธิบดี ในการช่วยเหลือผู้ป่วย และการดูแลสุขภาพให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งขับเคลื่อนมายาวนานถึง 54 ปี</p>
<p><span id="more-16949"></span></p>
<p><strong>คุณพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ</strong> ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ ​ให้ข้อมูลพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคของคนไทย ​​พบว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการบริจาคเพิ่มมากขึ้น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จะมีสถานการณ์โควิดมากระทบกับรายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ ทำให้ยอดการบริจาคในแต่ละครั้ง อาจลดน้อยลง แต่ยอดบริจาคโดยรวมก็ยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด สะท้อนว่า จำนวนการบริจาคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า การเติบโตของจำนวนครั้งการบริจาคจะเพิ่มราว 20-30% ต่อปี นอกจากนี้ ยังพบอินไซต์ที่น่าสนใจต่อเรื่องราวในการบริจาคของคนไทย ต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16956 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/คุณพรรณสิรี-คุณากรไพบูลย์ศิริ-ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ.jpg" alt="" width="365" height="548" /></p>
<p>1. เห็นแนวโน้มอายุของผู้บริจาคที่เริ่มน้อยลง จากก่อนหน้านี้ เมื่อย้อนไปช่วง 10 ปีก่อนหน้า มีเพียงคนสูงอายุที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับการบริจาค ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มที่มีความมั่นคงทางการเงินในระดับหนึ่งก่อน ซึ่งปัจจุบันอายุของผู้บริจาคจะค่อยๆ ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเริ่มมีกลุ่มอายุราวๆ 20 ปี ที่เพิ่งเริ่มทำงาน เข้ามาบริจาคให้กับทางมูลนิธิเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยตอกย้ำแนวคิดที่เชื่อว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับประเด็นทางด้านสังคมเพิ่มมากขึ้นได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>2. ​กลุ่มผู้บริจาค​ GenX (อายุ 45 ปีข้ึนไป) มีสัดส่วนราว 40% ของกลุ่มผู้บริจาคบุคคลธรรมดา ขณะที่กลุ่มอายุ 45-60 ปี และ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และอยู่ในกลุ่มที่มีการบริจาคต่อรายสูงที่สุด ส่วนกลุ่ม Gen Z (อายุตั้งแต่ 9-24 ปี)  มียอดบริจาคจากกลุ่มนี้ในช่วงสถานการณ์โควิด (2563-2564) เพิ่มขึ้น 2 เท่า แม้ในปีที่ผ่านมา (2565) ยอดจากกลุ่มนี้จะลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิดระบาดอยู่ดี โดยเหตุผลที่คนนิยมบริจาคให้ทางมูลนิธิฯ และเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้​ 54 ปี  คือ ผู้บริจาคเห็นผลลัพธ์ในการนำเงินบริจาคไปใช้ได้อย่างชัดเจน ในระยะเวลาอันสั้น  ทำให้มีความเชื่อมั่นถึงความโปร่งใส และยังช่วยเติมเต็มความสุขทางใจให้แก่ผู้บริจาค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16953 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/05_บรรยากาศโรงพยาบาลรามาธิบดี.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>3. ประเด็นหลักสำคัญในการบริจาคของคนไทย ยังอยู่ที่การทำเพื่อ<strong> &#8216;การเติมเต็มความสุขทางใจ&#8217;</strong> ที่ได้มีโอกาสในการส่งต่อการให้ต่อไปได้แบบไม่สิ้นสุด ส่วนเรื่องของ &#8216;การลดหย่อนภาษี&#8217; ถือว่าเป็นเพียง By product หรือ หนึ่งใน &#8216;ของแถม&#8217; ที่ได้มาจากการบริจาคเท่านั้น เพราะหลายๆ คนที่มียอดบริจาคเกินกว่าเพดานภาษีของตัวเองไปค่อนข้างมาก ประกอบกับ ปีที่ผ่านมานี้  การบริจาคผ่านทางมูลนิธิฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า จากที่ก่อนหน้านี้ ลดหย่อนได้เพียงแค่เท่าเดียว แต่ยอดการบริจาคก็ไม่ได้เพิ่มมากขึ้นแบบหวือหวา ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนๆ จึงเชื่อว่า ประเด็นในเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจมาบริจาคกับทางมูลนิธิฯ</p>
<p>4. การอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริจาคมีความสำคัญ จากการที่มีผู้บริจาคผ่านสมาร์ทโฟนเพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นช่องทางหลักในการรับบริจาคถึงกว่า 70% จากก่อนหน้านี้มีสัดส่วนเพียง 20% ขณะที่การบริจาคผ่านโรงพยาบาลเหลืออยู่ราว 30% จากที่ก่อนหน้าเคยเป็นช่องทางหลักที่ระดมเงินบริจาคได้มากถึง 80%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน_02.jpg" alt="" width="1200" height="855" /></p>
<p>5. ทางมูลนิธิฯ จะพยายามสื่อสารเพื่อเพิ่ม Engage กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้นโดยเฉพาะการใช้ช่องทางออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งช่องทาง TikTok ที่เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่กำลังได้รับความสนใจ และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ง่าย รวมถึงช่องทางโซเชียลอื่นๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริจาคได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งการให้ความสำคัญกับการทำการวิเคราะห์ข้อมูล (Big Data) เพื่อทำความเข้าใจอินไซต์และพฤติกรรมผู้บริจาคแต่ละกลุ่ม เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือกิจกรรมต่างๆ ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้ดีขึ้น โดยปัจุบันพบว่า กลุ่มผู้บริจาครุ่นใหม่ที่อายุไม่มาก จะนิยมบริจาคให้กับโครงการที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยยากไร้ต่างๆ ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุจะเน้นการสร้างอาคาร หรือการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ</p>
<p>รวมถึงการใช้ความชื่นชอบของคนรุ่นใหม่มาต่อยอดการทำงาน เช่น การจัดทำของที่ระลึก โดยใช้คาแรคเตอร์การ์ตูนต่างๆ ที่ได้รับความนิยม เช่น ไลน์เฟรนด์ (LINE Friends), เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty), สนูปี้ (Snoopy) ฯลฯ หรือ การใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นศิลปินกลุ่มคนรุ่นใหม่มาช่วยโปรโมทแคมเปญต่างๆ เช่น การเปิดตัวของที่ระลึกการกุศล Power of Giving เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และการใช้ Facebook แฟนเพจของมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เพิ่มการเข้าถึงคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เช่น คอนเทนต์วอลเปเปอร์ เรื่องของดวง 12 ราศี เลขมงคล ​รวมทั้งการเพิ่มแผนความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรเพิ่มมากขึ้น เช่น ลิขสิทธิ์ Peter Rabbit และ My Melody เพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการทำบุญได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16951 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เร่งระดมทุนสนับสนุนโครงการหลัก </strong></p>
<p>สำหรับปี 2566 นี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ มี 2 โครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งระดมทุน ได้แก่ <strong>โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี</strong> โครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อทดแทนอาคารเดิมที่เริ่มหนาแน่น และเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับและรักษาผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับการบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะโรคที่มีความซับซ้อนซึ่ง ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเป็นต้นแบบทางการรักษาให้กับโรงพยาบาลอื่น ๆ ต่อไป ​รวมทั้งรองรับการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคซับซ้อนต่างๆ ได้มากขึ้น โดยคาดว่าจะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์เกือบ 3 เท่า ​รองรับให้บริการผู้ป่ยนอกได้ถึง 2.5 ล้านครั้งต่อปี และให้บริการผู้ป่วยในได้ถึง 55,000 คนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ 2571 ซึ่งโครงการยังคงขาดงบอีกกว่า 9 พันล้านบาท ทั้งเพื่อใช้ก่อสร้างอาคารราว 3 พันล้านบาท และการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์อีกกว่า 6​ พันล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16958 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/05_เพิ่มพื้นที่แห่งการวิจัย.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>อีกหนึ่งโครงการคือ โครงการดั้งเดิมตั้งแต่ก่อตั้งอย่าง <strong>โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้</strong> ที่ต้องระดมทุนต่อเนื่อง​เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้จากข้อจำกัดทั้งเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ​ซึ่งครอบคลุมผู้ป่วยยากไร้ในทุกประเภท ได้แก่ ผู้ป่วยจากสถานสงเคราะห์ ผู้ป่วยจิตเวช ภิกษุ แม่ชี ผู้ป่วยเร่ร่อน ผู้ป่วยจากภัยพิบัติ ผู้ป่วยต่างด้าว รวมถึงผู้ป่วยระดับกลางที่ใช้สิทธิประกันตน หรือใช้ประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่สิทธิต่างๆ ยังไม่ครอบคลุม​ รวมทั้งโรคด้านจิตใจ ครอบครัว รวมถึงช่วยเหลทอค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น​ ซึ่งแต่ละปีมูลนิธิฯ ได้ใช้งบประมาณการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้มากกว่า 100 ล้านบาท โดยเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่มีรายได้ถึง 40% และการช่วยเหลือส่วนที่เหลือไปยังผู้ป่วยผู้มีรายได้ต่ำ โดยผู้ป่วยที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นผู้ป่วยเด็กและผู้สูงวัยกว่า 57%  ในปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมาสัดส่วนเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้คิดเป็น 19% จากโครงการทั้งหมดที่มูลนิธิระดมทุนอยู่ โดยมีสัดส่วนของผู้ป่วยยากไร้รายใหม่ที่ได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิฯเพิ่มขึ้นกว่า 4% เมื่อเทียบกับปีพ.ศ. 2564</p>
<p>นอกจากนี้ ยังสามารถบริจาคให้โครงการอื่นๆ ภายใต้การดูแลของมูลนิธิ ไม่ว่าจะเป็น โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เพื่อสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ โครงการทุนการศึกษารามาธิบดี โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน และโครงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด รวมทั้งยังขับเคลื่อนแคมเปญ  <strong>&#8220;ความสุขจากการให้..ไม่สิ้นสุด&#8221;</strong> อย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์จาก &#8216;<strong>การให้</strong>&#8216; แทนคำขอบคุณจากผู้ได้รับการช่วยเหลือ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล ทุนการศึกษา และโครงการต่างๆ จากน้ำใจของคนไทย เพื่อตอกย้ำว่า ทุกการให้ สามารถสร้างให้เกิดความสุขในหลากหลายรูปแบบตามมา ทั้งการได้มอบชีวิต การมีส่วนช่วยผลิตบุคลากรทางการแพทย์ หรือการมีส่วนช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำมาซึ่งการดูแลคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีของคนไทย ผ่านหลากหลายๆ โครงการที่มีอยู่ และในอนาคตที่กำลังจะตามมา โดยทุกคนสามารถร่วมสมทบทุนเพื่อบริจาคให้กับทางมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16950 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/มูลนิธิรามาธิบดี_ช่องทางบริจาค-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1439" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/thai-insight-about-donation-by-rama-foundation/">อินไซต์คนไทยเกี่ยวกับการบริจาค เทรนด์ผู้บริจาคเริ่มมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจัยหลักเพื่อ &#8216;ความสุขทางใจ&#8217; ส่วนการลดหย่อนภาษี เป็นแค่ ‘ของแถม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
