<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไบโอเทค สวทช. &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 14 Oct 2026 12:45:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ไบโอเทค สวทช. &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ครั้งแรกในภูมิภาค! สวทช. เป็นเจ้าภาพร่วมจัดประชุมเวทีโลก &#8216;FARM The Transition Global Forum 2026&#8217; ชูนวัตกรรมเกษตรยั่งยืน เปลี่ยนผ่านสู่เกษตรปลอดภัย ลดเคมีและพลาสติก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/10/farm-the-transition-global-forum-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2026 12:45:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[FARM The Transition Global Forum 2026]]></category>
		<category><![CDATA[GEF FARM Global Programme]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค สวทช.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=45007</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมในการต้อนรับคณะผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมชมงานวิจัยและเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตรที่สามารถนำไปใช้ได้จริงของไบโอเทคและหน่วยงานภาคี ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างและขยะพลาสติกในไร่นา ซึ่งทำให้ดินเสื่อมโทรมและส่งผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค โดยมี ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. และ Ms. Helena Rey ผู้จัดการโครงการ GEF FARM Global Programme จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมระดับสากล &#8216;Global Forum 2026: FARM the Transition&#8216; ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 ตุลาคม นี้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และกลไกทางการเงิน ในการลดใช้สารเคมีเกษตรอันตราย พลาสติกทางการเกษตร และมุ่งสู่การบริหารจัดการศัตรูพืชอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. ในฐานะศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ได้ร่วมกับพันธมิตรพัฒนาโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้นวัตกรรมชีวภัณฑ์ (Biocontrol &#38; Bio-solutions) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/farm-the-transition-global-forum-2026/">ครั้งแรกในภูมิภาค! สวทช. เป็นเจ้าภาพร่วมจัดประชุมเวทีโลก &#8216;FARM The Transition Global Forum 2026&#8217; ชูนวัตกรรมเกษตรยั่งยืน เปลี่ยนผ่านสู่เกษตรปลอดภัย ลดเคมีและพลาสติก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมในการต้อนรับคณะผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-45007"></span></p>
<p><strong> ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมชมงานวิจัยและเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตรที่สามารถนำไปใช้ได้จริงของไบโอเทคและหน่วยงานภาคี ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างและขยะพลาสติกในไร่นา ซึ่งทำให้ดินเสื่อมโทรมและส่งผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค</strong></p>
<p><strong>โดยมี ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. และ </strong><strong>Ms. Helena Rey </strong><strong>ผู้จัดการโครงการ </strong><strong>GEF FARM Global Programme </strong><strong>จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (</strong><strong>UNEP) </strong><strong>ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมระดับสากล</strong><strong> </strong><strong>&#8216;</strong><strong>Global Forum 2026: FARM the Transition</strong><strong>&#8216; ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ </strong><strong>13-16 </strong><strong>ตุลาคม นี้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และกลไกทางการเงิน ในการลดใช้สารเคมีเกษตรอันตราย พลาสติกทางการเกษตร และมุ่งสู่การบริหารจัดการศัตรูพืชอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Technical-visit-03-ดร.สิทธิโชค-ตั้งภัสสรเรือง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช.</strong> กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. ในฐานะศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ได้ร่วมกับพันธมิตรพัฒนาโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้นวัตกรรมชีวภัณฑ์ (Biocontrol &amp; Bio-solutions) เพื่อควบคุมศัตรูพืชและลดการใช้เคมีสังเคราะห์ การต้อนรับคณะผู้แทนโลกในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในระดับภูมิภาค ซึ่งการเป็นเจ้าภาพร่วมและเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้แทนระดับโลกในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทความเข้มแข็งของ สวทช. และ ไบโอเทค ในการเป็นผู้นำด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมชีวภาพ ที่พร้อมขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของไทย ตลอดจนประชาคมโลกไปสู่ความยั่งยืน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ด้าน <strong>ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช.</strong> กล่าวเสริมว่า ทีมวิจัยมุ่งศึกษาและพัฒนาจุลินทรีย์ธรรมชาติที่มีประโยชน์ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคและศัตรูพืช โดยเริ่มตั้งแต่คัดเลือกเชื้อ ศึกษาการออกฤทธิ์ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ และนำไปทดลองใช้จริงในแปลงเกษตร เพื่อเป็นทางเลือกแทนการใช้สารเคมี การทำงานนี้ต้องทำร่วมกับเกษตรกรเพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งการได้ร่วมมือกับเครือข่าย GEFFARM ครั้งนี้ จะช่วยเชื่อมโยงความรู้ เทคโนโลยี และสร้างความร่วมมือระดับสากลเพื่อขยายผลได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45012 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Technical-visit-05-ดร.อลงกรณ์-อำนวยกาญจนสิน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเด่นจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อนำมาปรับใช้จริงในภาคเกษตร ประกอบด้วย</p>
<p>1. ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช : นวัตกรรมจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทยทดแทนสารเคมี โดย ไบโอเทค สวทช.</p>
<p>2. การปรับแต่งจีโนม (Genome Editing : GEd) : พัฒนาพันธุ์พืชแห่งอนาคตที่ทนทานต่อโรคและสภาพอากาศ โดย กรมวิชาการเกษตร (DOA)</p>
<p>3. ระบบบริหารจัดการสวนทุเรียนดิจิทัลและ IoT : ควบคุมการให้น้ำอัจฉริยะและเกษตรแม่นยำ โดย สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจัทัล (depa) และบริษัท อินฟิวส์ / แอโรกรุ๊ป</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Technical-visit-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>4. แอปพลิเคชันบริหารฟาร์ม (FarmFeed / KasetKorn) : บันทึกข้อมูลและตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) รองรับมาตรฐาน GAP</p>
<p>5. LiveStock Next : แพลตฟอร์ม AIoT สำหรับฟาร์มสุกร ตรวจสอบสุขภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)</p>
<p>6. soilXcel &amp; SAP Super Absorbent Polymer : นวัตกรรมสารอุ้มน้ำและปรับปรุงดินเสื่อมโทรมจาก Green Regeneration 1954 และ X-TEC</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45009 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Technical-visit-13.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>7. LOCOL : นวัตกรรมแปรรูปขยะโกโก้เป็นอาหารสัตว์ ช่วยเพิ่มผลผลิตและลดก๊าซมีเทน</p>
<p>8. KU HUMATE : สารกระตุ้นพืชชีวภาพจากการอัปไซเคิลทรัพยากรโรงงานน้ำตาล โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</p>
<p>9. โดรนเกษตรอัจฉริยะ : เทคโนโลยีโดรน DJI เพื่อการดูแลพืชผลอย่างแม่นยำและปลอดภัย โดย สยามคูโบต้า</p>
<p>นอกจากนี้ ในงานยังมีการเปิดตัวโครงการใหญ่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงจากเกษตรกรผู้ปลูกพริก ข้าว และมะม่วง ที่นำไปใช้จริงจนประสบความสำเร็จ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-45008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Technical-visit-14.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/farm-the-transition-global-forum-2026/">ครั้งแรกในภูมิภาค! สวทช. เป็นเจ้าภาพร่วมจัดประชุมเวทีโลก &#8216;FARM The Transition Global Forum 2026&#8217; ชูนวัตกรรมเกษตรยั่งยืน เปลี่ยนผ่านสู่เกษตรปลอดภัย ลดเคมีและพลาสติก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไบโอเทค สวทช. &#8211; NAFRI ลาว ยกระดับการจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลัง ถ่ายทอดนวัตกรรมชุดตรวจและระบบผลิตต้นพันธุ์สะอาดในลุ่มน้ำโขง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/biotec-nafri-training-workshop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2026 13:56:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BIOTEC]]></category>
		<category><![CDATA[คำพร สีสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.แสงสูรย์ เจริญวิไลศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงตา เสริมไชยปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[มันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[วีรพล นวลแสงสี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[โรคใบด่างมันสำปะหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค สวทช.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44315</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ร่วมกับ สถาบันวิจัยการเกษตรและป่าไม้แห่งชาติ (NAFRI) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลังและระบบการผลิตต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด” (Training Workshop on Cassava Mosaic Disease Diagnosis and Clean Cassava Seed Production System) ระหว่างวันที่ 1, 2 และ 4 กันยายน 2569 ภายใต้ “โครงการการส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังที่ยั่งยืนในประเทศแถบลุ่มน้ำโขงผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลังและการผลิตท่อนพันธุ์ปลอดโรค” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนความร่วมมือพิเศษล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong Cooperation Special Fund) โดยมีนายวีรพล นวลแสงสี รองอธิบดี NAFRI และ ดร.แสงสูรย์ เจริญวิไลศิริ หัวหน้าโครงการฯ ร่วมเป็นประธานเปิดการอบรม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 คน จากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคการผลิตของ สปป.ลาว ได้แก่ National Agriculture [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/biotec-nafri-training-workshop/">ไบโอเทค สวทช. &#8211; NAFRI ลาว ยกระดับการจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลัง ถ่ายทอดนวัตกรรมชุดตรวจและระบบผลิตต้นพันธุ์สะอาดในลุ่มน้ำโขง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ร่วมกับ สถาบันวิจัยการเกษตรและป่าไม้แห่งชาติ (</strong><strong>NAFRI) </strong><strong>สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ</strong><strong> “</strong><strong>เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลังและระบบการผลิตต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด” (</strong><strong>Training Workshop on Cassava Mosaic Disease Diagnosis and Clean Cassava Seed Production System) </strong><strong>ระหว่างวันที่ </strong><strong>1, 2 </strong><strong>และ </strong><strong>4 </strong><strong>กันยายน </strong><strong>2569 </strong><strong>ภายใต้</strong><strong> “</strong><strong>โครงการการส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังที่ยั่งยืนในประเทศแถบลุ่มน้ำโขงผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลังและการผลิตท่อนพันธุ์ปลอดโรค”</strong></p>
<p><span id="more-44315"></span></p>
<p><strong> ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนความร่วมมือพิเศษล้านช้าง-แม่โขง</strong><strong> (Lancang-Mekong Cooperation Special Fund) </strong><strong>โดยมีนายวีรพล นวลแสงสี รองอธิบดี </strong><strong>NAFRI </strong><strong>และ ดร.แสงสูรย์ เจริญวิไลศิริ หัวหน้าโครงการฯ ร่วมเป็นประธานเปิดการอบรม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า </strong><strong>50 </strong><strong>คน จากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคการผลิตของ สปป.ลาว ได้แก่ </strong><strong>National Agriculture and Forestry Research Institute (NAFRI), National University of Laos (NUOL), Biotechnology and Ecology Institute (BEI) </strong><strong>และ </strong><strong>Plant Protection Center (PPC)</strong></p>
<p>มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยไทย กัมพูชา สปป.ลาว และเวียดนาม มีสัดส่วนการส่งออกรวมกันสูงกว่า 90% ของตลาดโลก อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง (Cassava Mosaic Disease: CMD) ในภูมิภาคเมื่อปี 2559 โรคดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิต แหล่งท่อนพันธุ์สะอาด และห่วงโซ่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังเป็นอย่างมาก เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านท่อนพันธุ์ที่ติดเชื้อและแมลงหวี่ขาว การลดความเสี่ยงจึงต้องอาศัยการดำเนินงานหลายด้านควบคู่กัน ตั้งแต่การเลือกใช้ท่อนพันธุ์สะอาด การเฝ้าระวังและตรวจวินิจฉัยโรค ไปจนถึงการจัดการแปลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44321 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/biotec6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวีรพล นวลแสงสี รองอธิบดี </strong><strong>NAFRI</strong> กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้บุคลากรภาครัฐ นักวิจัย และเกษตรกรของ สปป.ลาว ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงอย่างครบวงจร ทั้งระบบการผลิตท่อนพันธุ์สะอาด การใช้นวัตกรรมตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลัง และการเฝ้าระวังโรคในแปลงปลูก ซึ่งองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดจากทีมวิจัยไทย ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนความร่วมมือพิเศษล้านช้าง-แม่โขง จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ สปป.ลาว สามารถรับมือกับโรคใบด่างได้อย่างตรงจุด ช่วยปกป้องผลผลิตของเกษตรกร และสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังในภูมิภาคร่วมกัน</p>
<p><strong>ดร.แสงสูรย์ เจริญวิไลศิริ หัวหน้าโครงการวิจัย ไบโอเทค สวทช. </strong>กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบการผลิตต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด ตั้งแต่เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเพิ่มปริมาณต้นพันธุ์ด้วยเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactor) การตรวจวินิจฉัยโรคใบด่าง ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ชีวภัณฑ์เพื่อจัดการแมลงพาหะและศัตรูพืช โดยมีวิทยากรจาก ไบโอเทค สวทช. NAFRI และ CIAT ร่วมถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์โรคและประสบการณ์ดำเนินงานในภูมิภาค การอบรมยังมุ่งเสริมทักษะด้านการตรวจวินิจฉัยให้แก่บุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านการฝึกปฏิบัติการตรวจเชื้อไวรัส <em>Sri Lankan cassava mosaic virus</em> (SLCMV) ด้วยเทคนิค DAS-ELISA ควบคู่กับการใช้ WellScan เครื่องอ่านผล ELISA ที่พัฒนาโดยเนคเทค สวทช. เพื่อรองรับการตรวจตัวอย่างจำนวนมากในห้องปฏิบัติการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44319 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/biotec4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการฝึกอบรมในภาคสนาม ทีมงานได้ร่วมกับหน่วยงานกสิกรรมและป่าไม้ในพื้นที่ เมืองไซบุรี แขวงสะหวันนะเขต นำเกษตรกร เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการ ลงฝึกปฏิบัติในแปลงปลูก ตั้งแต่การสังเกตและประเมินอาการโรค ไปจนถึงการใช้นวัตกรรมชุดตรวจแบบรวดเร็ว (Strip Test) ที่พัฒนาโดยไบโอเทค สวทช. ซึ่งใช้งานง่ายคล้ายชุดตรวจ ATK รู้ผลภายใน 15 นาที ช่วยให้เกษตรกรสามารถตรวจยืนยันต้นที่มีอาการต้องสงสัยในแปลง และตัดสินใจถอนต้นติดเชื้อออกจากแปลง เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ทีมงานยังให้คำแนะนำด้านการจัดการแปลง ตลอดจนมอบชุดตรวจเพื่อนำไปใช้สนับสนุนการเฝ้าระวังโรคต่อไป</p>
<p>ด้าน <strong>นายดวงตา เสริมไชยปัญญา หัวหน้าเกษตรและป่าไม้ เมืองไซบุรี แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันแปลงมันสำปะหลังในพื้นที่กำลังเผชิญการระบาดของโรคใบด่างอย่างหนัก การลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ของทีมวิจัยในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีป้องกันและจัดการโรคอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสียหายและสกัดกั้นการแพร่ระบาดในฤดูกาลถัดไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44317 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/biotec2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>นางคำพร สีสวัสดิ์ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เมืองไซบุรี</strong> กล่าวเสริมว่า การลงพื้นที่ของทีมวิจัยช่วยให้เกษตรกรได้รับการแนะนำวิธีตรวจโรคใบด่าง พร้อมแนวทางการป้องกันและกำจัดเชื้ออย่างใกล้ชิดถึงแปลงปลูก ทำให้มีความเข้าใจที่ชัดเจน และสามารถนำไปปรับใช้ดูแลรักษาแปลงมันสำปะหลังของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสนับสนุนการรับมือกับปัญหาการผลิตมันสำปะหลังของเกษตรกรในประเทศไทยและ สปป.ลาว โดยมุ่งให้เกิดการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และมีส่วนสนับสนุนการผลิตมันสำปะหลังในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงให้มีความยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44318 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/biotec3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/biotec-nafri-training-workshop/">ไบโอเทค สวทช. &#8211; NAFRI ลาว ยกระดับการจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลัง ถ่ายทอดนวัตกรรมชุดตรวจและระบบผลิตต้นพันธุ์สะอาดในลุ่มน้ำโขง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“นวัตกรรมชีวภัณฑ์กำจัดแมลงวันผลไม้” จาก ไบโอเทค สวทช. ทางเลือกใหม่ช่วยลดสารเคมีและเพิ่มมูลค่าผลผลิตไทย   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/biotec-nstda-launch-biopesticides/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 05:58:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BIOTEC]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[กนิษฐา วรรณชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[กับดักชีวภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[จรัล อรุณคีรีวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสุขจรัล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค สวทช.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41661</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “ชีวภัณฑ์และกับดักชีวภัณฑ์สำหรับควบคุมกำจัดแมลงวันผลไม้” ทางเลือกใหม่เกษตรกร ตัวช่วยดูแลรักษาผลไม้จากแมลงศัตรูพืชสำคัญ พร้อมส่งเสริมระบบการผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมเปิดบ้านแนะนำนวัตกรรมนำโดย ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค สวทช. พร้อมด้วย นางสาวกนิษฐา วรรณชาติ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการควบคุมศัตรูพืชโดยเทคโนโลยีรังสี กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร, นางสาวปิยรักษ์ รัศมี เกษตรอำเภอบางแพ, นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางแพ ร่วมด้วยผู้แทนจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และภาคเอกชน ที่มาร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อรับชมการสาธิตนวัตกรรมและแนวทางการบริหารจัดการสวนผลไม้แบบยั่งยืน ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า แมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis เป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจของไทยหลายชนิด เช่น มะม่วง ฝรั่ง ชมพู่ เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อทั้งปริมาณและคุณภาพผลผลิต อีกทั้งยังเป็นศัตรูพืชกักกันตามมาตรฐานสุขอนามัยพืชของหลายประเทศ จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการส่งออกผลไม้ไทย ขณะเดียวกันเกษตรกรจำนวนมากยังพึ่งพาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างต่อเนื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/biotec-nstda-launch-biopesticides/">“นวัตกรรมชีวภัณฑ์กำจัดแมลงวันผลไม้” จาก ไบโอเทค สวทช. ทางเลือกใหม่ช่วยลดสารเคมีและเพิ่มมูลค่าผลผลิตไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัวนวัตกรรมใหม่</strong><strong> “</strong><strong>ชีวภัณฑ์และกับดักชีวภัณฑ์สำหรับควบคุมกำจัดแมลงวันผลไม้” </strong></p>
<p><span id="more-41661"></span></p>
<p><strong>ทางเลือกใหม่เกษตรกร ตัวช่วยดูแลรักษาผลไม้จากแมลงศัตรูพืชสำคัญ พร้อมส่งเสริมระบบการผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมเปิดบ้านแนะนำนวัตกรรมนำโดย ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค สวทช. พร้อมด้วย นางสาวกนิษฐา วรรณชาติ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการควบคุมศัตรูพืชโดยเทคโนโลยีรังสี กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร</strong><strong>, </strong><strong>นางสาวปิยรักษ์ รัศมี เกษตรอำเภอบางแพ</strong><strong>, </strong><strong>นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางแพ ร่วมด้วยผู้แทนจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และภาคเอกชน ที่มาร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อรับชมการสาธิตนวัตกรรมและแนวทางการบริหารจัดการสวนผลไม้แบบยั่งยืน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41662 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/biotec1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค สวทช. </strong>กล่าวว่า แมลงวันผลไม้ชนิด <em>Bactrocera dorsalis</em> เป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจของไทยหลายชนิด เช่น มะม่วง ฝรั่ง ชมพู่ เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อทั้งปริมาณและคุณภาพผลผลิต อีกทั้งยังเป็นศัตรูพืชกักกันตามมาตรฐานสุขอนามัยพืชของหลายประเทศ จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการส่งออกผลไม้ไทย ขณะเดียวกันเกษตรกรจำนวนมากยังพึ่งพาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสารตกค้างในผลผลิต ผลกระทบต่อสุขภาพผู้ใช้และผู้บริโภค รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อสารเคมีของแมลงศัตรูพืช</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41665 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/biotec4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทีมวิจัยได้พัฒนาผลงานวิจัย “<strong>ชีวภัณฑ์และกับดักชีวภัณฑ์สำหรับควบคุมกำจัดแมลงวันผลไม้</strong>” เพื่อช่วยลดการใช้สารเคมีในสวนผลไม้ และควบคุมแมลงวันผลไม้ได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการผลิตผลไม้ปลอดภัยและเพิ่มโอกาสแข่งขันทางการตลาด โดยกับดักชีวภัณฑ์ดังกล่าวใช้เชื้อราแมลง <strong><em>Beauveria bassiana</em></strong> สายพันธุ์ BCC 2660 และ <strong><em>Metarhizium anisopliae</em></strong> สายพันธุ์ BCC 4849 เป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ จุดเด่นคือ เป็นกับดักชีวภัณฑ์แบบ “ดักและปล่อย” ซึ่งทำให้แมลงวันผลไม้ติดเชื้อราแล้วบินกลับไปแพร่กระจายเชื้อสู่ประชากรแมลงในธรรมชาติ ช่วยควบคุมได้ทั้งแมลงที่เข้ากับดักและแมลงที่ไม่ได้เข้ากับดักอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังมีกระบวนการผลิตที่ไม่ยุ่งยาก ใช้งานสะดวก รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในภาคการเกษตรเชิงพาณิชย์ ช่วยลดการใช้สารเคมี และเพิ่มโอกาสในการผลิตผลไม้คุณภาพสูงที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค</p>
<p>ทางทีมวิจัยได้คัดเลือก <strong>สวนสุขจรัล</strong> เป็นพื้นที่ทดสอบประสิทธิภาพของกับดักชีวภัณฑ์ในระดับแปลงจริง โดยได้รับความร่วมมือและความไว้วางใจจาก <strong>คุณจรัล อรุณคีรีวัฒน์</strong> เจ้าของสวนมะม่วง ซึ่งจากการทดสอบพบว่า กับดักชีวภัณฑ์สามารถกำจัดแมลงวันผลไม้ได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย ทั้งตัวที่เข้ากับดักหรือไม่ได้เข้ากับดักได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างจากกับดักฟีโรโมน (เช่น Methyl Eugenol) ที่ดึงดูดและกำจัดได้เฉพาะแมลงเพศผู้เท่านั้น โดยใช้วิธีแขวนกับดักชีวภัณฑ์ 2 ครั้งต่อเดือน (4 กับดัก/ไร่) แทนการฉีดพ่นสารเคมี ซึ่งให้ผลลัพธ์สูง โดยสามารถกำจัดแมลงวันผลไม้ได้สูงถึง 85-91% ลดต้นทุนแรงงาน ลดการใช้ถุงห่อผลไม้ และลดต้นทุนการใช้สารเคมีลงมากกว่า 1,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41663 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/biotec2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณจรัล อรุณคีรีวัฒน์ เจ้าของสวนมะม่วง</strong> กล่าวว่า เดิมที่สวนมีการใช้สารเคมีในการจัดการศัตรูพืชเช่นเดียวกับการเกษตรทั่วไป แต่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนสู่ระบบเกษตรอินทรีย์และลดการพึ่งพาสารเคมี จึงสนใจนำกับดักชีวภัณฑ์ดังกล่าวมาทดลองใช้ในแปลงมะม่วง และพบว่ามีประสิทธิภาพในการลดปัญหาแมลงวันผลไม้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้รับองค์ความรู้จากทีมนักวิจัยเกี่ยวกับวงจรชีวิตแมลงวันผลไม้ และแนวทางการจัดการสวนอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความมั่นใจการใช้ชีวภัณฑ์มากยิ่งขึ้น และในมุมของเกษตรกรผู้ใช้นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และช่วยลดภาระในการจัดการแมลงศัตรูพืชของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41666 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/biotec5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ไบโอเทค สวทช. พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ในการนำนวัตกรรมนี้ไปต่อยอดใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และขยายผลสู่ภาคการเกษตรในวงกว้าง เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพผลผลิต เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทย และขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. โทรศัพท์: 02-564-6700 ต่อ 3378 หรือ 3364 อีเมล: <a href="mailto:ibct.biotec@gmail.com">ibct.biotec@gmail.com</a> Facebook: <em>ชีวภัณฑ์ไบโอเทค เพื่อผักผลไม้ปลอดภัย</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/biotec-nstda-launch-biopesticides/">“นวัตกรรมชีวภัณฑ์กำจัดแมลงวันผลไม้” จาก ไบโอเทค สวทช. ทางเลือกใหม่ช่วยลดสารเคมีและเพิ่มมูลค่าผลผลิตไทย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งานวิจัยไทยด้านเทคโนโลยีแอนติบอดี-อนุภาคนาโนเพื่อรักษาโรคไข้เลือดออก ได้รับการคัดเลือกภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยูเนสโก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/nstda-investigation-of-dengue-infected-cells-treated/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 14:14:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BIOTEC สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[Dengue-infected Cells]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.นิสา ปฏิการมณฑล]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสไข้เลือดออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40319</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอนุภาคนาโนสำหรับนำส่งแอนติบอดีเพื่อการรักษาโรคไข้เลือดออกของไทย ได้รับการคัดเลือกภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การยูเนสโก (UNESCO’s International Decade of Sciences for Sustainable Development) สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพระดับโลก พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง นักวิจัยจากทีมวิจัยชีววิทยาโมเลกุลของไวรัสเด็งกี่และฟลาวิไวรัส กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง “การนำส่งแอนติบอดีที่จำเพาะต่อโปรตีนของไวรัสเด็งกี่เข้าสู่เซลล์โดยใช้อนุภาคนาโนชนิดโพลีเมอร์ (Investigation of Dengue-infected Cells Treated with Antibody-Nanoparticles: Host and Viral Views)” พร้อมด้วย ผศ.ดร.นิสา ปฏิการมณฑล นักวิจัยร่วมในโครงการ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอความก้าวหน้าของงานวิจัย โดยงานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาระบบอนุภาคนาโนชนิดโพลีเมอร์สำหรับนำส่งแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อไวรัสเด็งกี่เข้าสู่เซลล์มนุษย์โดยตรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการรักษาโรคไข้เลือดออก ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นความท้าทายสำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในช่วงปี 2567 &#8211; 2568 ยังคงมีการระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 74,000 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/nstda-investigation-of-dengue-infected-cells-treated/">งานวิจัยไทยด้านเทคโนโลยีแอนติบอดี-อนุภาคนาโนเพื่อรักษาโรคไข้เลือดออก ได้รับการคัดเลือกภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยูเนสโก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอนุภาคนาโนสำหรับนำส่งแอนติบอดีเพื่อการรักษาโรคไข้เลือดออกของไทย ได้รับการคัดเลือกภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การยูเนสโก (UNESCO’s International Decade of Sciences for Sustainable Development) สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพระดับโลก พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ</p>
<p><span id="more-40319"></span></p>
<p><strong>ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง</strong> นักวิจัยจากทีมวิจัยชีววิทยาโมเลกุลของไวรัสเด็งกี่และฟลาวิไวรัส กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง “<strong>การนำส่งแอนติบอดีที่จำเพาะต่อโปรตีนของไวรัสเด็งกี่เข้าสู่เซลล์โดยใช้อนุภาคนาโนชนิดโพลีเมอร์</strong> (Investigation of Dengue-infected Cells Treated with Antibody-Nanoparticles: Host and Viral Views)” พร้อมด้วย <strong>ผศ.ดร.นิสา ปฏิการมณฑล</strong> นักวิจัยร่วมในโครงการ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอความก้าวหน้าของงานวิจัย โดยงานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาระบบอนุภาคนาโนชนิดโพลีเมอร์สำหรับนำส่งแอนติบอดีที่จำเพาะต่อเชื้อไวรัสเด็งกี่เข้าสู่เซลล์มนุษย์โดยตรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการรักษาโรคไข้เลือดออก</p>
<p><strong>ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง</strong> กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นความท้าทายสำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในช่วงปี 2567 &#8211; 2568 ยังคงมีการระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 74,000 รายในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา สะท้อนถึงการระบาดตามฤดูกาลที่สร้างผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศในทุกปี งานวิจัยของเรามุ่งเสริมสร้างศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ภายในประเทศไทยเพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาที่มีความจำเพาะและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาวของประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40325 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Ty5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /><br />
การศึกษานี้เป็นการพิสูจน์แนวคิด (proof-of-concept) ในการใช้อนุภาคนาโนห่อหุ้มแอนติบอดีเพื่อป้องกันการสลายตัวจากเอนไซม์ภายนอกเซลล์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งเข้าสู่เซลล์ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า อนุภาคนาโนที่บรรจุแอนติบอดีสามารถเข้าสู่เซลล์ที่ติดเชื้อเด็งกี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสทั้งภายในและภายนอกเซลล์ นอกจากนี้ยังพบว่าอนุภาคนาโนดังกล่าวสามารถลดการตายของเซลล์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ดร.ร่มฉัตร</strong> กล่าวต่อว่า การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังช่วยวางรากฐานสำหรับการพัฒนาทางเลือกใหม่สำหรับการรักษาโรคไข้เลือดออกที่มีความแม่นยำในอนาคตโดยขับเคลื่อนด้วยศักยภาพของนักวิจัยไทย ซึ่งมีความสำคัญต่อการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมความพร้อมในการรับมือโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และอุบัติซ้ำได้ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40326 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Ty4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกเหนือจากความสำคัญเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว โครงการนี้ยังสนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทยโดยตรง ผ่านการยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยโรคติดเชื้อ นวัตกรรมการรักษา และเทคโนโลยีชีวการแพทย์ขั้นสูง ความสามารถในการพัฒนาและประเมินแนวทางการรักษาโรคไข้เลือดออกภายในประเทศช่วยเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเอง เร่งการรับมือต่อการระบาด และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขต่อโรคที่มียุงเป็นพาหะนำโรค ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศเขตร้อนมากกว่าภูมิภาคอื่น</p>
<p>โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุน Alliance of International Science Organizations for the Belt and Road Regions (ANSO) ภายใต้รหัสโครงการ ANSO-CR-PP-2021-08 และดำเนินงานร่วมกับภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หน่วยวิจัยไข้เลือดออก โรงพยาบาลศิริราช และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมการสนับสนุนทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศจีนและสเปน สะท้อนความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40327 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Ty3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>“การได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยูเนสโก คาดว่าจะช่วยเสริมศักยภาพของโครงการในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเซลล์เจ้าบ้านกับไวรัสในระดับเซลล์ และนำองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ นอกเหนือจากการรักษาโรคไข้เลือดออก งานวิจัยนี้ยังอาจต่อยอดสู่การพัฒนาแนวทางรักษาโรคติดเชื้ออื่น ๆ ที่มีความสำคัญด้านสาธารณสุข สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โครงการคาดว่าจะก่อให้เกิดผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่ การยื่นขออนุสิทธิบัตรเทคโนโลยีอนุภาคนาโน การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ การพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ และการขยายเครือข่ายความร่วมมือวิจัยระดับนานาชาติ การที่งานวิจัยของนักวิจัยไทยได้รับการบรรจุภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยูเนสโก ตอกย้ำบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทยและประชาคมโลก” ดร.ร่มฉัตร ไกรว่อง กล่าวปิดท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40328 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/TY2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/nstda-investigation-of-dengue-infected-cells-treated/">งานวิจัยไทยด้านเทคโนโลยีแอนติบอดี-อนุภาคนาโนเพื่อรักษาโรคไข้เลือดออก ได้รับการคัดเลือกภายใต้กรอบทศวรรษสากลแห่งวิทยาศาสตร์ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของยูเนสโก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไบโอเทค สวทช. เปิดตัว “ห้องปฏิบัติการสัตว์น้ำขั้นสูง BSL2” ศูนย์กลางทดสอบวัคซีน-สารชีวภาพครบวงจร ดันอุตสาหกรรมสัตว์น้ำยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/biotec-opened-bsl2-laboratory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Oct 2025 07:57:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Advanced Aquatic Animal BSL2 Laboratory]]></category>
		<category><![CDATA[BIOTEC สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[BSL2]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[One Stop Service]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์]]></category>
		<category><![CDATA[บพค.]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องปฏิบัติการ]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค สวทช.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37398</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีเปิดตัว “ห้องปฏิบัติการสัตว์น้ำขั้นสูงภายใต้ระบบความปลอดภัยชีวภาพระดับ 2” (Advanced Aquatic Animal BSL2 Laboratory: BSL2) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพสัตว์น้ำที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยในระดับประเทศ โดยมุ่งเป้าให้ห้องปฏิบัติการแห่งนี้รองรับการทดลอง ทดสอบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพสัตว์น้ำในระดับที่ปลอดภัยและใกล้เคียงกับการใช้งานจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่านการทดสอบติดเชื้อแบบควบคุม เช่น วัคซีน สารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และโพรไบโอติก ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) โดยมี ดร.สรวิศ เผ่าทองศุข นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค เป็นหัวหน้าโครงการห้องปฏิบัติการสัตว์น้ำขั้นสูงฯ ซึ่งวันเปิดงานมีคณะผู้บริหารไบโอเทค บพค. นักวิจัย และผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ เข้าร่วมงานกว่า 50 คน พร้อมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการบริการด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า การเปิดตัวห้องปฏิบัติการในวันนี้ เป็นการประกาศความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับประเทศ ที่จะมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำของไทย เพื่อวัตถุประสงค์ในการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงในอุตสาหกรรมผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน การพัฒนาวิธีการและให้บริการวิเคราะห์ทดสอบที่ทันสมัย และการเสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยอย่างยั่งยืน พร้อมจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านสุขภาพสัตว์น้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/biotec-opened-bsl2-laboratory/">ไบโอเทค สวทช. เปิดตัว “ห้องปฏิบัติการสัตว์น้ำขั้นสูง BSL2” ศูนย์กลางทดสอบวัคซีน-สารชีวภาพครบวงจร ดันอุตสาหกรรมสัตว์น้ำยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีเปิดตัว “ห้องปฏิบัติการสัตว์น้ำขั้นสูงภายใต้ระบบความปลอดภัยชีวภาพระดับ 2” (</strong><strong>Advanced Aquatic Animal BSL</strong><strong>2</strong><strong> Laboratory: BSL2)</strong></p>
<p><span id="more-37398"></span></p>
<p><strong>เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพสัตว์น้ำที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยในระดับประเทศ โดยมุ่งเป้าให้ห้องปฏิบัติการแห่งนี้รองรับการทดลอง ทดสอบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพสัตว์น้ำในระดับที่ปลอดภัยและใกล้เคียงกับการใช้งานจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่านการทดสอบติดเชื้อแบบควบคุม เช่น วัคซีน สารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และโพรไบโอติก ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) โดยมี ดร.สรวิศ เผ่าทองศุข นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค เป็นหัวหน้าโครงการห้องปฏิบัติการสัตว์น้ำขั้นสูงฯ ซึ่งวันเปิดงานมีคณะผู้บริหารไบโอเทค บพค. นักวิจัย และผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ เข้าร่วมงานกว่า </strong><strong>50 </strong><strong>คน พร้อมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการบริการด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37401 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/BSL23.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช.</strong> กล่าวว่า การเปิดตัวห้องปฏิบัติการในวันนี้ เป็นการประกาศความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับประเทศ ที่จะมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำของไทย เพื่อวัตถุประสงค์ในการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงในอุตสาหกรรมผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน การพัฒนาวิธีการและให้บริการวิเคราะห์ทดสอบที่ทันสมัย และการเสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยอย่างยั่งยืน พร้อมจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านสุขภาพสัตว์น้ำ รวมถึงเป็นพื้นที่บ่มเพาะและทดสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการเลี้ยงที่ปลอดภัย ยั่งยืน และแข่งขันได้ของประเทศ</p>
<p><strong>ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. </strong>กล่าวว่า ห้องปฏิบัติการขั้นสูงภายใต้ระบบความปลอดภัยชีวภาพระดับ 2 ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยชีวภาพ ภายใต้มาตรฐาน BSL-2 สำหรับสัตว์น้ำอย่างครบวงจรแห่งแรกของประเทศ และเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทยอย่างยั่งยืน โดย บพค. มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับขีดความสามารถของภาคการวิจัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ พร้อมเชื่อมั่นว่า ห้องปฏิบัติการนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพเพื่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำของภูมิภาคอาเซียน และสร้างประโยชน์อย่างกว้างขวางให้กับอุตสาหกรรมสัตว์น้ำของประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37400 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/BSL24.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ห้องปฏิบัติการ </strong><strong>Advanced Aquatic Animal BSL</strong><strong>2</strong> พร้อมให้บริการแบบ One-Stop Service ในการทดสอบวัคซีน สารเสริมชีวนะ หรือสารชีวภาพ เพื่อสนับสนุนนักวิจัยและผู้ประกอบการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบวินิจฉัยเชื้อโรคในสัตว์น้ำ และการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันโรคในสัตว์น้ำได้อย่างปลอดภัย ถูกต้อง และมีมาตรฐานในระดับสากล โดยมีความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Facilities) ในส่วนของห้องเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 2 ได้แก่ ถังเพาะเลี้ยงขนาด 220 ลิตร จำนวน 24 ถัง ระบบเพาะเลี้ยงน้ำหมุนเวียน ระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบติดตามการทำงาน ระบบบำบัดน้ำ และในส่วนของห้องปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 2 ได้แก่ ห้องปฏิบัติการสาหร่าย ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเซลล์และไวรัส และห้องปฏิบัติการแบคทีเรียที่ประกอบด้วย เครื่องเขย่าพร้อมควบคุมอุณหภูมิ ถังหมักแบบตั้งโต๊ะ และเครื่องปั่นเหวี่ยงความเร็วสูง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/biotec-opened-bsl2-laboratory/">ไบโอเทค สวทช. เปิดตัว “ห้องปฏิบัติการสัตว์น้ำขั้นสูง BSL2” ศูนย์กลางทดสอบวัคซีน-สารชีวภาพครบวงจร ดันอุตสาหกรรมสัตว์น้ำยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไบโอเทค นำนวัตกรรม &#8216;ข้าวไทยสู้โลกร้อน&#8217; ส่งตรงถึงชาวนาพิจิตร พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงตลาดผู้ปลูกสู่โรงสี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/biotec-improve-thai-rice-to-resist-climate-change/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 May 2025 09:42:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[APBT]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[BIOTEC]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-friendly Rice]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Rice]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Rice]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรแบบแม่นยำ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวสายพันธุ์ใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหอมชลสิทธิ์ 2]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหอมสยาม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหอมสยาม 2]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไทยสู้โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไบโอเทค 1]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไบโอเทค 1 ข้าวหอมสยาม ข้าวหอมสยาม 2 และข้าวหอมชลสิทธิ์ 2]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วินิตชาญ รื่นใจชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำนาข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมวิจัย APBT ไบโอเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิพนธ์ ชังคะนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์ข้าวทางเลือกใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค สวทช.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32604</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร และสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการผลิตข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบยั่งยืน ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และอุณหภูมิที่สูงขึ้น เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดพิจิตร โดยโรดโชว์ให้ข้อมูลข้าวเจ้า 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวไบโอเทค 1 ข้าวหอมสยาม ข้าวหอมสยาม 2 และข้าวหอมชลสิทธิ์ 2 ที่เป็นนวัตกรรมพันธุ์ข้าวทางเลือกใหม่ พร้อมแนะนำเทคโนโลยีผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เทคนิคการผลิตข้าวที่ลดการปล่อยคาร์บอน ตลอดจนแอปพลิเคชันและเทคโนโลยี AI ทางการเกษตร ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง เชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตข้าวและผู้ประกอบการโรงสี เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการได้พันธุ์ข้าวที่ตรงใจ ดร.วินิตชาญ รื่นใจชน หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ (APBT) ไบโอเทค สวทช. เปิดเผยว่า สวทช. ร่วมกับ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร สภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานพันธมิตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/biotec-improve-thai-rice-to-resist-climate-change/">ไบโอเทค นำนวัตกรรม &#8216;ข้าวไทยสู้โลกร้อน&#8217; ส่งตรงถึงชาวนาพิจิตร พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงตลาดผู้ปลูกสู่โรงสี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)</strong> สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร และสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการผลิตข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบยั่งยืน ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และอุณหภูมิที่สูงขึ้น เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดพิจิตร</p>
<p><span id="more-32604"></span></p>
<p>โดยโรดโชว์ให้ข้อมูลข้าวเจ้า 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวไบโอเทค 1 ข้าวหอมสยาม ข้าวหอมสยาม 2 และข้าวหอมชลสิทธิ์ 2 ที่เป็นนวัตกรรมพันธุ์ข้าวทางเลือกใหม่ พร้อมแนะนำเทคโนโลยีผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เทคนิคการผลิตข้าวที่ลดการปล่อยคาร์บอน ตลอดจนแอปพลิเคชันและเทคโนโลยี AI ทางการเกษตร ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง เชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตข้าวและผู้ประกอบการโรงสี เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการได้พันธุ์ข้าวที่ตรงใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33726 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/LINE_20250522_143751.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.วินิตชาญ รื่นใจชน</strong> หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ (APBT) ไบโอเทค สวทช. เปิดเผยว่า สวทช. ร่วมกับ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร สภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานพันธมิตร จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ภายใต้โครงการ <em><strong>“การใช้พหุเทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อน BCG Model ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานการผลิตข้าวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบยั่งยืน”</strong></em> ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดพิจิตร ได้แก่ อ.สามง่าม อ.บึงนาราง อ.วชิรบารมี อ.ทับคล้อ และ อ.วังทรายพูน</p>
<p>มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ<strong>การผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ทั้งในเรื่องนวัตกรรมพันธุ์ข้าวทางเลือกใหม่ที่รองรับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ได้แก่ <em><strong>ข้าวเจ้าพันธุ์ไบโอเทค 1 ข้าวเจ้าพันธุ์หอมสยาม ข้าวเจ้าพันธุ์หอมสยาม 2 และข้าวเจ้าพันธุ์หอมชลสิทธิ์ 2</strong></em> ซึ่งมีคุณสมบัติที่โดดเด่น เช่น ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช และมีคุณภาพการสีและหุงต้มที่ดี  รวมถึงเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เทคโนโลยีการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือข้าวคาร์บอนต่ำที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33728 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Rice-Thai.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ตลอดจนการใช้แอปพลิเคชันและเทคโนโลยี AI ทางการเกษตร เช่น ไลน์บอทโรคข้าว เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงและทนทานต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดพิจิตร</p>
<p><em>“สวทช. และสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร จะดำเนินงานร่วมกันเพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไปพัฒนาการเกษตรในชุมชนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยมีแผนปฏิบัติการขยายผลโครงการไปยังอำเภอในจังหวัดที่ชัดเจน ได้แก่ อำเภอโพทะเล โดยสหกรณ์การเกษตรโพทะเล จะเน้นการผลิตเมล็ดพันธุ์ขยายและจำหน่ายพันธุ์ข้าวไบโอเทค 1 ส่วนอำเภอทับคล้อ จะเตรียมแผนการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนบ้านนิคมราษฎร์บำรุง พันธุ์ข้าวหอมสยาม และอำเภอวชิรบารมี จะเตรียมแผนการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนหนองโสน พันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ 2 นอกจากนี้ จะมีการร่วมหารือกับผู้ประกอบการและโรงสีข้าวในพื้นที่ เพื่อสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง เชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตข้าวและผู้ประกอบการโรงสี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการผลิตข้าว เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการได้พันธุ์ข้าวที่ตรงใจ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งจังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่เป้าหมาย (area-based) นำร่อง ก่อนจะมีการขยายผลในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป”</em> หัวหน้าทีมวิจัย APBT ไบโอเทค กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33729 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/LINE_20250522_143832.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>นายนิพนธ์ ชังคะนาค</strong> ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านนิคม ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เกษตรกรที่นำพันธุ์ข้าวหอมสยามไปปลูก เล่าว่า เริ่มต้นปลูกข้าวหอมสยาม หลังจากประสบปัญหาข้าวหอมมะลิล้มและให้ผลผลิตต่ำ โดยได้รับพันธุ์ข้าวจากผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ในโครงการ ซึ่งข้าวหอมสยามมีข้อดีคือ ต้นเตี้ย ทนแล้ง และให้ผลผลิตสูงกว่าหอมมะลิถึง 2 เท่า คุณนิพนธ์ทดลองปลูกพื้นที่ 6 ไร่ ได้ผลผลิต 5 ตัน ซึ่งน่าพอใจมาก จากนั้นได้ขยายผลจากปีแรกที่ปลูกพื้นที่ 6 ไร่ เป็น 30 ไร่ในปีต่อมา และได้มีบทบาทในการตั้งศูนย์ข้าวชุมชนบ้านนิคม หมู่ 8 ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 24 คน และพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 350 ไร่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33731 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Rice-Thai2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ได้มีการวางแผนเรื่องการตลาดและการขาย โดยประสานกับศูนย์พันธุ์ข้าวและโรงสีเพื่อทำ MOU รับซื้อข้าวหอมสยามในราคาที่เหมาะสม อีกทั้งยังสนใจการแปรรูปข้าว โดยเฉพาะการทำสาโท ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาชิกในชุมชนสนใจและมองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ทั้งนี้ คุณนิพนธ์และสมาชิกพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ และวางแผนที่จะขยายพื้นที่และพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปต่อไปในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33730 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/LINE_20250522_143842.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/biotec-improve-thai-rice-to-resist-climate-change/">ไบโอเทค นำนวัตกรรม &#8216;ข้าวไทยสู้โลกร้อน&#8217; ส่งตรงถึงชาวนาพิจิตร พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงตลาดผู้ปลูกสู่โรงสี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
