<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Agoda &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/agoda/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 13 Mar 2026 05:35:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Agoda &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/one-bangkok-and-agoda-pioneering-green-lease/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2026 05:34:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lease]]></category>
		<category><![CDATA[LEED]]></category>
		<category><![CDATA[office Building]]></category>
		<category><![CDATA[One Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[WELL]]></category>
		<category><![CDATA[วรวรรต ศรีสอ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วัน แบงค็อก]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาเช่าสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<category><![CDATA[เปาโล อิงกา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40437</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัน แบงค็อก ลงนามสัญญาเช่าแบบสีเขียว (Green Lease) ร่วมกับอโกด้า (Agoda) ผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก สำหรับพื้นที่สำนักงานของอโกด้าในอาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์  ทำให้อโกด้ากลายเป็นผู้เช่ารายแรกของอาคารสำนักงานแห่งนี้ที่เข้าร่วมเซ็นต์สัญญาแบบสีเขียว โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานด้านความยั่งยืนร่วมกัน สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาเมืองแห่งความพร้อมเพื่ออนาคต พร้อมส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ยั่งยืน นายวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อโกด้าร่วมเซ็นสัญญา Green Lease กับ วัน แบงค็อก เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกับผู้เช่าในสัญญานี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลกและชุมชน ผ่านข้อปฎิบัติของ Green Lease ที่ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยเราพร้อมต้อนรับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ของเรา เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน” นายเปาโล อิงกา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรและบุคลากร อโกด้า กล่าวเสริมว่า “สัญญาเช่าแบบสีเขียวนี้เป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านการจัดการพื้นที่ทำงานเข้ากับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเราในระยะยาว ความร่วมมือกับ วัน แบงค็อก ในครั้งนี้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าพื้นที่ทำงานแห่งใหม่ของเราจะส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน และขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน เราหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นว่า การแบ่งปันข้อมูลและการยึดถือค่านิยมร่วมกันสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี” Green Lease แนวทางความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โมเดล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/one-bangkok-and-agoda-pioneering-green-lease/">วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วัน แบงค็อก</strong> ลงนามสัญญาเช่าแบบสีเขียว (Green Lease) ร่วมกับ<strong>อโกด้า (</strong><strong>Agoda) </strong>ผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก สำหรับพื้นที่สำนักงานของอโกด้าในอาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์  ทำให้อโกด้ากลายเป็นผู้เช่ารายแรกของอาคารสำนักงานแห่งนี้ที่เข้าร่วมเซ็นต์สัญญาแบบสีเขียว</p>
<p><span id="more-40437"></span></p>
<p>โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานด้านความยั่งยืนร่วมกัน สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาเมืองแห่งความพร้อมเพื่ออนาคต พร้อมส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ยั่งยืน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40439 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อก</strong> กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อโกด้าร่วมเซ็นสัญญา Green Lease กับ วัน แบงค็อก เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกับผู้เช่าในสัญญานี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลกและชุมชน ผ่านข้อปฎิบัติของ Green Lease ที่ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยเราพร้อมต้อนรับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ของเรา เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”</p>
<p><strong>นายเปาโล อิงกา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรและบุคลากร อโกด้า</strong> กล่าวเสริมว่า “สัญญาเช่าแบบสีเขียวนี้เป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านการจัดการพื้นที่ทำงานเข้ากับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเราในระยะยาว ความร่วมมือกับ วัน แบงค็อก ในครั้งนี้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าพื้นที่ทำงานแห่งใหม่ของเราจะส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน และขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน เราหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นว่า การแบ่งปันข้อมูลและการยึดถือค่านิยมร่วมกันสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40440 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Green Lease </strong><strong>แนวทางความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>โมเดล Green Lease ของ วัน แบงค็อก กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้เช่าพื้นที่สำนักงาน อ้างอิงตามมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติสากล อาทิ LEED และ WELL  โดยให้แนวทางการปฏิบัติและการสนับสนุนผู้เช่าอย่างครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มต้นออกแบบ การก่อสร้าง การตกแต่ง การดำเนินงาน ตลอดจนการบำรุงรักษา ทั้งนี้โมเดลดังกล่าวยังสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG ของกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ในการมีสินทรัพย์อาคารที่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่า 85% ภายในปี 2573</p>
<p><strong>สาระสำคัญของ </strong><strong>Green Lease </strong><strong>ที่นำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในสัญญา อาทิ:</strong></p>
<p><strong>&#8211; การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ :</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก ได้นำระบบบริหารจัดการอัจฉริยะมาใช้เพื่อการดำเนินงานที่ประหยัดพลังงานทั่วทั้งโครงการ    และเพื่อเป็นการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว รวมถึงให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์กร อโกด้าได้เลือกใช้โซลูชันการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ควบคู่กับการติดตั้งหลอดไฟ LED ประสิทธิภาพสูง และการใช้แสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานด้านแสงสว่างทั่วไปลงได้ถึง 25%<sup>1</sup></p>
<p><sup> </sup><strong>&#8211; การใช้</strong><strong>วัสดุปลอดสารพิษและการควบคุณภาพอากาศภายในอาคาร :</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก กำหนดข้อจำกัดในการใช้สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ที่เป็นอันตราย โดยส่งเสริมการเลือกใช้วัสดุประเภท Low-VOC อาทิ สี สารเคลือบ กาว และวัสดุยาแนว และเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีสุขภาวะที่ดียิ่งขึ้น อโกด้าได้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อช่วยเสริมสร้างคุณภาพอากาศภายในอาคารและสุขภาวะที่ดีของพนักงาน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40441 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; การรีไซเคิลและการจัดการของเสีย:</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก มีระบบการจัดการของเสียที่ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการ โดยอโกด้าเองก็ได้มีการคัดแยกขยะและไซเคิลวัสดุใช้แล้ว อาทิ กระดาษ พลาสติก แก้ว และโลหะ ภายในพื้นที่สำนักงาน</p>
<p><strong>&#8211; การบริหารจัดการน้ำ</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก นำแนวทางที่ได้มาตรฐานมาใช้ในการคัดเลือกอุปกรณ์ใช้น้ำ ส่งผลให้สามารถประหยัดการใช้น้ำจากอุปกรณ์ภายในอาคารได้ถึง 35% เพื่อเสริมแนวทางดังกล่าว อโกด้าได้ติดตั้งอุปกรณ์ใช้น้ำแบบประหยัดน้ำและอัตราการไหลต่ำที่มีประสิทธิภาพสูงบริเวณอ่างล้างมือในพื้นที่แพนทรี ช่วยลดการใช้น้ำพร้อมทั้งยังคงความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน</p>
<p><strong>&#8211; การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก ทำงานร่วมกับผู้เช่าในการวิเคราะห์และรายงานข้อมูลด้านพลังงาน น้ำ และของเสีย โดย อโกด้า และ วัน แบงค็อกตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการจัดการของเสียอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40442 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้วยขนาดของพื้นที่สำนักงานและจำนวนพนักงานของอโกด้าที่ วัน แบงค็อก ความร่วมมือครั้งนี้จึงก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเชิงบวกที่ชัดเจน ทั้งต่อโครงการ และภาพของตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯโดยรวม ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนของอโกด้า ที่กำหนดแนวทางความร่วมมือที่สามารถวัดผลได้ในการลดผลกระทบจากการดำเนินงาน และยกระดับสถานที่ทำงานให้เหนือมาตรฐานสากลด้านสุขภาวะ ประสิทธิภาพการทำงาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>วัน แบงค็อก ได้เริ่มนำโมเดล Green Lease มาใช้ครั้งแรกในปี 2566 และได้รับการตอบรับจากผู้เช่าสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผู้เช่าที่ลงนามในสัญญารูปแบบ Green Lease มีสัดส่วนมากกว่า 30% ของพื้นที่สำนักงานที่ถูกเช่าไปทั้งหมด สะท้อนความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ทำงานที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของผู้ใช้อาคารมากยิ่งขึ้น  ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ วัน แบงค็อก ในการยกระดับสถานที่ทำงานอย่างยั่งยืนในกรุงเทพฯ และการทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองที่พร้อมรับอนาคตของประเทศไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/one-bangkok-and-agoda-pioneering-green-lease/">วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อโกด้าคาด ประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่ม​ 4 ล้านคนต่อปี พร้อมเงินสะพัดอีกกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท หลังบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/thailand-marriage-equality-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Nov 2024 12:02:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Access Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Pride]]></category>
		<category><![CDATA[DE&I]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Equality]]></category>
		<category><![CDATA[Henry Koh]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQIA+]]></category>
		<category><![CDATA[Marriage Equality]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายสมรสเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติโชค จุลภมรศรี]]></category>
		<category><![CDATA[วาดดาว ชุมาพร]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<category><![CDATA[เพศวิถีและเพศสภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30288</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีแนวโน้มดัน GDP ไทยโตขึ้น 0.3% จากการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสร้างงานใหม่ๆ ในภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม งานวิจัยล่าสุดจากแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวอโกด้าเผยว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 4 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายใน 2 ปีหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ งานวิจัยเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งจัดทำโดยอโกด้าร่วมกับบริษัท Access Partnership ได้ประเมินถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยจะได้รับจากการบังคับใช้กฎหมายสมรสเพศเดียวกันในวันที่ 22 มกราคม 2568 โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองกฎหมายนี้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชีย รองจากไต้หวันในปี 2562 และเนปาลเมื่อปีที่แล้ว กฎหมายดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยว LGBTQIA+ ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่ากว่า 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี รายงานยังได้คาดการณ์ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะแพร่กระจายไปสู่เศรษฐกิจไทยในวงกว้างจากการบังคับใช้กฎหมายนี้ โดยคาดว่าใน 2 ปี จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 4 ล้านคนต่อปี พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมาก ดังนี้ &#8211; รายรับจากการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยกระจายไปยังหลายภาคส่วน เช่น ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการจองที่พัก, 0.4 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/thailand-marriage-equality-report/">อโกด้าคาด ประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่ม​ 4 ล้านคนต่อปี พร้อมเงินสะพัดอีกกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท หลังบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีแนวโน้มดัน</em> <em>GDP</em><em> ไทยโตขึ้น</em> <em>0.3</em>% <em>จากการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสร้างงานใหม่ๆ ในภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม</em></p>
<p><span id="more-30288"></span></p>
<p>งานวิจัยล่าสุดจากแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวอโกด้าเผยว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 4 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายใน 2 ปีหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้</p>
<p>งานวิจัยเรื่อง<a href="https://www.agoda.com/press/marriage-equality-report-Thai.pdf" target="_blank" rel="noopener">ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย</a> ซึ่งจัดทำโดยอโกด้าร่วมกับบริษัท Access Partnership ได้ประเมินถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยจะได้รับจากการบังคับใช้กฎหมายสมรสเพศเดียวกันในวันที่ 22 มกราคม 2568 โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองกฎหมายนี้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชีย รองจาก<a href="https://www.pewresearch.org/religion/fact-sheet/gay-marriage-around-the-world/" target="_blank" rel="noopener">ไต้หวันในปี 2562 และเนปาลเมื่อปีที่แล้ว</a> กฎหมายดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยว LGBTQIA+ ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่ากว่า <a href="https://travelhub.wttc.org/blog/travelling-with-pride" target="_blank" rel="noopener">200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี</a></p>
<p>รายงานยังได้คาดการณ์ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะแพร่กระจายไปสู่เศรษฐกิจไทยในวงกว้างจากการบังคับใช้กฎหมายนี้ <strong>โดยคาดว่าใน 2 ปี จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 4 ล้านคนต่อปี</strong> พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมาก ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30291 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Effect1.jpg" alt="" width="1200" height="498" /></p>
<p>&#8211; รายรับจากการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยกระจายไปยังหลายภาคส่วน เช่น ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการจองที่พัก, 0.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการบริการอาหารและเครื่องดื่ม, 0.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการจับจ่ายซื้อสินค้า, 0.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการเดินทางภายในประเทศ และอีก 0.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ความบันเทิงและบริการทางการแพทย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30292 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Effect2.jpg" alt="" width="1200" height="489" /></p>
<p>&#8211; สนับสนุนการสร้างงานประจำเพิ่มอีก 152,000 ตำแหน่ง โดย 76,000 ตำแหน่งจะเกิดขึ้นโดยตรงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และอีก 76,000 ตำแหน่งจะกระจายไปยังภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจไทย</p>
<p>&#8211; ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยเพิ่มขึ้น 3%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30293 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Effect3.jpg" alt="" width="1200" height="481" /></p>
<p>แม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกอยู่แล้ว แต่การออกกฎหมายสมรสเท่าเทียมในครั้งนี้จะยิ่งยกระดับความน่าสนใจของไทยในสายตานักท่องเที่ยว LGBTQIA+ ที่มองหาจุดหมายที่เปิดกว้างและต้อนรับทุกคนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในยุคที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและเปิดกว้างมากขึ้น</p>
<p>เนื่องจากประเทศไทยจะเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่ประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายนี้จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำหรับคู่รัก LGBTQIA+ จากประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องการเฉลิมฉลองการแต่งงานในประเทศที่ยอมรับการสมรสเพศเดียวกัน หลายเมืองในประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการแต่งงาน ทั้งในด้านความสวยงามของสถานที่และความพร้อมในการบริการที่หลากหลาย กฎหมายสมรสเท่าเทียมนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมงานแต่งงานในไทย แต่ยังเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ เช่น โรงแรม บริการจัดเลี้ยง และอุตสาหกรรมบันเทิง ได้รับประโยชน์อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจในประเทศ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในระดับสากลว่าไทยเป็นประเทศที่ยอมรับและให้ความเท่าเทียมแก่ทุกเพศวิถีและเพศสภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30289 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/2-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณปิติโชค จุลภมรศรี</strong> ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดของอโกด้า และผู้สนับสนุนของกลุ่ม Agoda Pride กล่าวว่า: &#8220;อโกด้าสนับสนุนชาว LGBTQIA+ มาตลอดทั้งในหมู่พนักงานและผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มอโกด้า ปีนี้เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือและสนับสนุน Bangkok Pride Parade 2024 ด้วยงานวิจัยชิ้นนี้ เราต้องการเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการส่งเสริมความหลากหลาย ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าและประโยชน์มากมายที่เกิดจากการยอมรับความแตกต่างและความหลากหลายในสังคม</p>
<p>จากการพูดคุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงผู้จัดงาน Bangkok Pride งานวิจัยชิ้นนี้ได้เผยให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในอนาคตที่กฎหมายฉบับนี้จะนำมา เช่น งาน WorldPride ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติที่มุ่งส่งเสริมความเข้าใจและการตระหนักรู้เกี่ยวกับชาว LGBTIQIA+ ทั้งนี้ งานดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว LGBTQIA+ ในประเทศเจ้าภาพได้อย่างมหาศาล</p>
<p><em>“การประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย ไม่เพียงในแง่ของการส่งเสริมสิทธิที่เท่าเทียมสำหรับชาว LGBTQIA+ แต่ยังช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน” <strong>คุณวาดดาว ชุมาพร</strong> ประธานและผู้ก่อตั้งบางกอกนฤมิตรไพรด์ และผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival 2024 กล่าว “การยอมรับความหลากหลายและการรับรองสิทธิในการสมรสของคู่รักทุกคู่ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนหรือเพศสภาพใด สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทผู้นำของประเทศไทยในการส่งเสริมความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีของมนุษย์ เราเชื่อว่าการตัดสินใจที่กล้าหาญในครั้งนี้จะสร้างความไว้วางใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเรา”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30294 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Henry Koh</strong> ผู้อำนวยการบริหารของสมาพันธ์ International Lesbian, Gay, Bisexual, Trans and Intersex Association (ILGA) Asia กล่าวว่า &#8220;ความจริงที่น่าเศร้าคือ นักเดินทาง LGBTQIA+ จากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมากกว่าครึ่งเคยประสบกับการเลือกปฏิบัติระหว่างการเดินทาง ซึ่งทำให้ความปลอดภัยกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว การบังคับใช้กฎหมายนี้จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและได้รับความนิยมในหมู่ LGBTQIA+ โดยเฉพาะการเปิดโอกาสใหม่ๆ ที่พวกเขาไม่สามารถหาได้จากที่อื่น เช่น การจัดงานแต่งงานในประเทศไทย&#8221;</p>
<p>Access Partnership, บริษัทที่ปรึกษานโยบายสาธารณะชั้นนำ ได้ทำการวิเคราะห์จากประเทศที่ออกกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า <strong><em>ประเทศที่มีการออกกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะเห็นการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 10% ภายในสองปีหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้</em></strong></p>
<p>ขณะที่นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเลือกเดินทางไปยังประเทศที่สนับสนุนสิทธิของชาว <a href="https://news.booking.com/from-planning-to-personas-bookingcom-research-reveals-how-lgbtq-travelers-are-taking-control-of-their-trips/" target="_blank" rel="noopener">LGBTQIA+</a> โดย 43% ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะยกเลิกการเดินทางทันทีหากรู้สึกว่าประเทศปลายทางไม่ได้สนับสนุนสิทธิของชาว LGBTQIA+</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/thailand-marriage-equality-report/">อโกด้าคาด ประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่ม​ 4 ล้านคนต่อปี พร้อมเงินสะพัดอีกกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท หลังบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดโพล! สุดยอด 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2024</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/workventure-top-50-companies-thailand-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jan 2024 15:29:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Line]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Thaibev]]></category>
		<category><![CDATA[top 50 companies in thailand 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Top50 Companies in Thailand 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Toyota Motor]]></category>
		<category><![CDATA[Unilever]]></category>
		<category><![CDATA[Work Venture 2024 Top 50]]></category>
		<category><![CDATA[Work Venture 2024 Top 50 top50companiesinthailand2024]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า มอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23659</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดสุดยอดผลสำรวจกับ WorkVenture ที่ปรึกษาและผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างให้กับบริษัทชั้นนำในไทยประจำปี 2567 กับคำถามว่าใครเป็นสุดยอดนายจ้างในดวงใจของคนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งตารอคอยจากคนทำงานทั้งประเทศ โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ WorkVenture ได้จัดทำผลสำรวจนี้ขึ้นเพื่อรับฟังเสียงคนทำงานรุ่นใหม่ ว่าพวกเขามีความคิดต่อการทำงาน องค์กร และมีค่านิยมของการทำงานอย่างไร ดังนั้นผลสำรวจนี้ จึงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในรอบปีที่ผ่านมาของนายจ้างในตลาดแรงงานไทย ว่าโดยรวมแล้วมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน มีการพัฒนาที่ทำงานให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยน GEN คนทำงานไปเรื่อย ๆ หรือไม่ มุมมองจากภายนอกและภายในองค์กรสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด เพราะนั่นเป็นสิ่งสะท้อนที่สร้างการรับรู้ให้กับเหล่าคนทำงานที่กำลังมองหาที่ทำงานใหม่ในปัจจุบัน ​การสำรวจครั้งนี้ จัดทำผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยโฟกัสที่กลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่เริ่มงานช่วงแรก อายุระหว่าง 22-35 ปี ที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กว่า 11,452 คน  ผ่านคำถามที่ให้อิสระทางความคิดเพื่อให้ผู้ตอบคำถามสามารถตอบได้อย่างปราศจากการชี้นำ ว่าบริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใครและเพราะอะไร จากการวิเคราะห์ของ WorkVenture พบว่าภาพรวมของปีนี้บริษัทขนาดใหญ่สัญชาติไทยยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากการปรับตัวทั้งในเรื่องของสถานที่ทำงานและรูปแบบการทำงาน รวมถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยที่ทำให้พัฒนานโยบายด้านทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างตรงจุด ทำให้บริษัทกลายเป็นที่รู้จักในฐานะองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่น้อยหน้าไปกว่าบริษัทจากต่างประเทศ ที่เคยถูกมองว่าให้ประสบการณ์การทำงานที่ว้าวกว่า แต่ผลสำรวจของปีนี้กลับเป็นว่าไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว ในปีที่ผ่านมาองค์กรต่าง ๆ ยังมีการปรับตัวและการแข่งขันในเรื่องการเข้าหาและรับฟังเรื่องราวการทำงานของคนเจน Z ซึ่งกำลังก้าวเข้ามาเป็นประชากรที่เกือบจะครึ่งหนึ่งของหลาย ๆ องค์กร พนักงานกลุ่มนี้มีแนวโน้มการทำงานที่มองตนเองเป็นสำคัญมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/workventure-top-50-companies-thailand-2024/">เปิดโพล! สุดยอด 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดสุดยอดผลสำรวจกับ <strong>WorkVenture</strong> ที่ปรึกษาและผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างให้กับบริษัทชั้นนำในไทยประจำปี 2567 กับคำถามว่าใครเป็นสุดยอดนายจ้างในดวงใจของคนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งตารอคอยจากคนทำงานทั้งประเทศ</p>
<p><span id="more-23659"></span></p>
<p>โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ WorkVenture ได้จัดทำผลสำรวจนี้ขึ้นเพื่อรับฟังเสียงคนทำงานรุ่นใหม่ ว่าพวกเขามีความคิดต่อการทำงาน องค์กร และมีค่านิยมของการทำงานอย่างไร</p>
<p>ดังนั้นผลสำรวจนี้ จึงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในรอบปีที่ผ่านมาของนายจ้างในตลาดแรงงานไทย ว่าโดยรวมแล้วมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน มีการพัฒนาที่ทำงานให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยน GEN คนทำงานไปเรื่อย ๆ หรือไม่ มุมมองจากภายนอกและภายในองค์กรสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด เพราะนั่นเป็นสิ่งสะท้อนที่สร้างการรับรู้ให้กับเหล่าคนทำงานที่กำลังมองหาที่ทำงานใหม่ในปัจจุบัน</p>
<p>​การสำรวจครั้งนี้ จัดทำผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยโฟกัสที่กลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่เริ่มงานช่วงแรก อายุระหว่าง 22-35 ปี ที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กว่า 11,452 คน  ผ่านคำถามที่ให้อิสระทางความคิดเพื่อให้ผู้ตอบคำถามสามารถตอบได้อย่างปราศจากการชี้นำ ว่าบริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใครและเพราะอะไร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23664 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/1-6.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>จากการวิเคราะห์ของ WorkVenture พบว่าภาพรวมของปีนี้บริษัทขนาดใหญ่สัญชาติไทยยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากการปรับตัวทั้งในเรื่องของสถานที่ทำงานและรูปแบบการทำงาน รวมถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยที่ทำให้พัฒนานโยบายด้านทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างตรงจุด ทำให้บริษัทกลายเป็นที่รู้จักในฐานะองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่น้อยหน้าไปกว่าบริษัทจากต่างประเทศ ที่เคยถูกมองว่าให้ประสบการณ์การทำงานที่ว้าวกว่า แต่ผลสำรวจของปีนี้กลับเป็นว่าไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว</p>
<p>ในปีที่ผ่านมาองค์กรต่าง ๆ ยังมีการปรับตัวและการแข่งขันในเรื่องการเข้าหาและรับฟังเรื่องราวการทำงานของคนเจน Z ซึ่งกำลังก้าวเข้ามาเป็นประชากรที่เกือบจะครึ่งหนึ่งของหลาย ๆ องค์กร พนักงานกลุ่มนี้มีแนวโน้มการทำงานที่มองตนเองเป็นสำคัญมากขึ้น เลือกในสิ่งที่ตนเองอยากทำจริง ๆ และมองหาความหมายในงานเหล่านั้น ทำให้พนักงานกลุ่มนี้ไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนงานไปสู่สิ่งที่ตนเองมองว่าดีกับตัวเองมากกว่า และมีการเลือกงาน รวมถึงการพูดคุยทาง Social Media เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานก่อนที่จะตัดสินใจเลือกงาน กล่าวได้ว่าผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถจูงใจให้พนักงานเจน Z อยู่ในองค์กรได้</p>
<p>แต่ต้องมีการพูดถึงบริษัทในทางที่ดี มีสวัสดิการที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์และให้ความเป็นตัวเองมากขึ้น อีกทั้งการได้รับมอบหมายงานที่มีความเป็นรูปธรรมให้เห็นว่าผลสำเร็จของงานที่ทำเป็นส่วนใดของภาพใหญ่ของบริษัท จะยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้มีความภูมิใจและเลือกอยู่กับองค์กรต่อ</p>
<p>นอกจากนั้นบริษัทที่มีกลุ่มงานที่หลากหลายกลายเป็นที่สนใจเช่นกัน ด้วยความหวังว่าเมื่อเราเริ่มงานใหม่เราอาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองมีความชอบหรือความถนัดด้านใด แต่หากเลือกทำงานในบริษัทที่มีห่วงโซ่ที่ครอบคลุมหลายด้าน จะเปิดโอกาสให้ได้ลองเรียนรู้และลงมือทำหลายสิ่ง หรืออาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือย้ายสายงานภายในองค์กร คนรุ่นใหม่ไม่ได้ยึดติดกับสิ่งที่ตนเองเรียนมามากเท่าพนักงานในอดีต แต่พร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างจากสาขาที่ตนเองเรียนอีกด้วย หากบริษัทเปิดโอกาสให้ลองข้ามสายงานหรือเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมเพื่อค้นหาตัวตนโดยไม่มีประสบการณ์ทำงาน ก็จะเป็นองค์กรที่ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน ซึ่ง WorkVenture มองว่านี่เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่คนรุ่นใหม่กำลังปฏิบัติกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองค้นหาตัวตนที่เหมาะสม บริษัทที่เรียกร้องประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งระดับต้น ๆ จึงมักพลาดโอกาสที่จะได้รับแคนดิเดตหน้าใหม่</p>
<p>และนี่คือ <strong>Top50 Companies in Thailand 2024</strong> บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2567 บริษัทไหนที่ครองใจคนทำงานรุ่นใหม่มากที่สุดในช่วงเวลานี้? ตามไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23660 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/1-5.jpg" alt="" width="801" height="1000" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23661 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/2-7.jpg" alt="" width="795" height="860" /></p>
<p><strong>อันดับ 1 | Google : กูเกิล</strong></p>
<p>ไม่แปลกใจเลยที่ Google ยังคงขึ้นแท่นอันดับหนึ่งบริษัทที่คนเก่งอยากร่วมงานมากที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 6! เพราะการได้เป็นพนักงานที่นี่นอกจากความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ล้วนสร้างความสุข และเติมเต็มชีวิตของทุกคนทั่วโลกแล้ว Google ยังมีสวัสดิการสุดว้าวที่กล้าพูดได้เลยว่าให้มากกว่า และไม่เหมือนใครในแบบของตัวเองตั้งแต่คุณก้าวเดินออกจากบ้านมาจนถึงบริษัทเลยทีเดียว ทั้ง รถรับ-ส่งพนักงานจากย่านที่อยู่อาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานและประชุมอย่างครบครัน! อาหารฟรี 3 มื้อ แบบครบหมู่ ไม่จำเจ และที่สำคัญอร่อย! นโยบาย 20 Percent Time ให้พนักงานใช้เวลาทำงาน 20% ไปคิดสร้างสรรค์ โปรเจกต์ที่สร้างประโยชน์ให้กับ Google มากที่สุด นอกจากนั้นยังมี แพทย์ประจำบริษัท ช่างตัดผม ห้องนอนพัก อุปกรณ์/โต๊ะทำงานสุดไฮเทค และอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งทุกอย่างผ่านการคำนวณมาแล้วว่าจะเป็นสิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานได้</p>
<p>นอกจากสวัสดิการแล้ว ที่น่าสนใจอีกอย่างสำหรับใครที่อยาก Upskill เร็ว ๆ ก็คือ เมื่อคุณได้เป็นพนักงานที่นี่ ก็เท่ากับว่าคุณได้ติด ‘ป้ายคนเก่ง’ ทันที เพราะ Google มีชื่อเสียงในเรื่องของการดึงเอาคนระดับหัวกะทิจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่! เมื่อถูกรายล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมงานเจ๋ง ๆ ความสามารถของคุณก็จะได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดแน่นอน</p>
<p><strong>อันดับ 2  | PTT : ปตท.</strong></p>
<p>องค์กรยักษ์ใหญ่ที่ทุกคนในไทยต้องรู้จักอย่างแน่นอนอย่าง ปตท.บริษัทพลังงานแห่งชาติที่เป็นรากฐานความมั่งคั่งและยั่งยืนของประเทศไทยมายาวนานกว่า 40 ปี นอกจากความมีชื่อเสียงแล้ว ปตท.ยังเป็นบริษัทที่โดดเด่นทั้งเรื่องค่าตอบแทนที่คุ้มค่าและการทุ่มเทงบประมาณไปกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง โดยตั้งแต่ปี 2565 ที่ผ่านมา ปตท. ได้ปรับกลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้ Fit in กับพนักงานส่วนใหญ่ที่เป็น Gen Y และ Gen Z โดยชู S-P-R-I-R-I-T เป็นค่านิยมหลักขององค์กร เน้นวัฒนธรรมองค์กรไปที่การทำงานร่วมกันแบบพี่น้อง และการเปิดใจยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ทำให้ไม่มีปัญหาระหว่างคนต่างเจน และที่สำคัญ ปตท. ยังเป็นบริษัทแรก ๆ ที่ ‘ส่งเสริมความหลากหลายในกลุ่มพนักงาน’ ให้ความเท่าเทียมกับทุกเพศ ทุกวัย อายุ ภูมิลำเนา ฯลฯ โดยมองที่ความสามารถเป็นหลักอย่างไม่มีปิดกั้น รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถโยกย้ายสายงานภายในบริษัทได้ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้เติบโตและได้ทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง จึงไม่แปลกใจเลยที่คนรุ่นใหม่ยกให้ ปตท. เป็นบริษัทไทยที่พวกเขาอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด</p>
<p><strong>อันดับ 3 | SCG : เอสซีจี</strong></p>
<p>ปีนี้ SCG ก็ยังคงได้คะแนนความนิยมอย่างต่อเนื่อง และล้นหลามจากบรรดาเหล่าคนทำงานและคนรุ่นใหม่เพราะไม่เพียงแค่ธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย SCG ยังขึ้นชื่อว่า &#8220;มีสวัสดิการที่ครองใจคนรุ่นใหม่มากที่สุด&#8217; อีกด้วย โดยเฉพาะสวัสดิการที่ไม่เหมือนใครอย่าง Flexible Benefits คือ ให้พนักงานทุกคนสามารถ จัดสรรงบสวัสดิการตามความต้องการของตนเองได้ เช่น พนักงาน Gen Z ที่มี Passion ในการท่องเที่ยว ก็สามารถแบ่งงบจากส่วนที่เกี่ยวกับสุขภาพไปใช้ในสวัสดิการที่ซัพพอร์ตการท่องเที่ยวแทนได้ และอีกสวัสดิการสุดพีคอย่าง Health Care &amp; Health Club คือ พนักงานสามารถใช้ facilities ที่บริษัทมอบให้ ทั้ง fitness center แบบพรีเมี่ยม คอร์ดแบดมินตัน สนามเทนนิส สนามบาสเกตบอล สนามกอล์ฟจำลอง รวมถึง Class ออกกำลังกายหลังเลิกงานต่าง ๆ</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น โยคะ HIIT ซุมบ้า มวยไทย อื่น ๆ อีกมากมาย และพนักงานทุกคนยังได้รับชั่วโมงเพื่อไปพัฒนาตัวเองกว่า 155 ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้ SCG ยังมอบทุนการศึกษาให้กับพนักงานที่รักการเรียนไป Take Course กับ Top 10 University ระดับโลกทุกปีด้วยนะ มากไปกว่านั้น SCG ยังมีทุนให้คนภายนอกอีกด้วย เอาเป็นว่าที่เกริ่นมานี่ยังไม่ถึง 10% ของสวัสดิการจาก SCG เลยล่ะ! กล้าจัดเต็มให้พนักงานแบบจุก ๆ ขนาดนี้ เชื่อแล้วว่าทำไมถึงไม่เคยหลุดโผบริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดเลย</p>
<p><strong>อันดับ 4 | Agoda : อโกด้า  </strong></p>
<p>องค์กระดับโลก ผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจองที่พัก ท่องเที่ยว และตั๋วเครื่องบินแบบครบวงจรอย่าง Agoda ไต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ในปีนี้ และยังคงเป็นขวัญใจชาวออฟฟิศอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นที่ที่สามารถให้เงินเดือนและสวัสดิการได้เทียบเท่ากับการไปทำงานที่ต่างประเทศขอแค่คุณเก่งจริง! ซึ่งนอกจากเรื่องของค่าตอบแทนแล้ว สิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากเข้าไปเริ่มต้นชีวิตการทำงานในองค์กรระดับโลกแห่งนี้กันสุด ๆ ก็คือ ที่นี่เปิดโอกาสให้เด็กจบใหม่ได้ลงมือทำจริงในโปรเจกต์ใหญ่ ๆ เป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีในช่วงเริ่มทำงาน อีกทั้งยังจะได้เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย เรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานเก่ง ๆ จากกว่า 90 สัญชาติทั่วโลก ในออฟฟิศที่ใหญ่ที่สุดของอโกด้าใจกลางกรุงเทพฯ และที่สำคัญการทำงานที่ Agoda นั้นยืดหยุ่นแบบสุด ๆ เพราะพนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ 3 วันต่อสัปดาห์ ที่ไหนก็ได้ 30 วันต่อปี และมีวันหยุดเริ่มต้นมากถึง 15 วันต่อปี พร้อมส่วนลดที่พักมากมายเมื่อเข้าพักในโรงแรมที่เป็นพาร์ตเนอร์ บอกเลยว่า พนักงานรุ่นใหม่สายท่องเที่ยวพลาดไม่ได้เลยนะ สำหรับสวัสดิการที่โดนใจแบบนี้</p>
<p><strong>อันดับ 5 | Unilever : ยูนิลีเวอร์</strong></p>
<p>Unilever เป็นที่รู้จักดีจากการเป็นผู้ผลิตของใช้ในชีวิตประจำวันมากมายยาวนานกว่า 90 ปี นอกจากธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนแล้ว ยังเป็นที่รู้กันดีในหมู่คนทำงานว่า ‘ที่นี่มุ่งรักษาพนักงานให้ทำงานอยู่นาน ๆ’</p>
<p>โดยมีวัฒนธรรมการทำงานที่สนับสนุนพนักงานในทุกด้าน ทั้งรูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน เช่น ให้พนักงานเข้าทำงานเพียง 2 วัน/สัปดาห์ นอกนั้นสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ตามอัธยาศัย และงดการประชุมทุกวันศุกร์ เพื่อให้พนักงานรีบเคลียร์งานก่อนถึงวันหยุด ถ้าวันไหนมาทำงานที่ออฟฟิศก็ยังมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนให้ได้ผ่อนคลายทุกช่วงเวลาที่ต้องการ ทั้งคาเฟ่ และห้องออกกำลังกาย เป็นต้น</p>
<p>Unilever จึงเป็นองค์กรระดับโลกที่ใส่ใจทั้งสุขภาพกายและใจของพนักงานอย่างดีที่สุด นอกจากนั้นยังสนับสนุนเรื่องการเรียนภาษาที่ 2 3 และ 4 ตามแต่ความสนใจของพนักงาน และให้พนักงานสามารถเติบโต ย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ Unilever ทั่วโลกได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เรียกได้ว่า สวัสดิการที่นี่ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกใจคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว</p>
<p><strong>อันดับ 6 | LINE : ไลน์</strong></p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า LINE เป็นแอปพลิเคชันการสื่อสารที่ครองใจคนไทยมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะทุก ๆ วันเราต้องเปิดใช้แอปพลิเคชันนี้ อย่างน้อย 1 ครั้งอย่างแน่นอน ด้วยความฮอตของ LINE  จึงทำให้คนรุ่นใหม่อยากเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบที่ตัวเองชอบและใช้งานอยู่ ที่นี่จึงเป็นองค์กรแรก ๆ ที่เหล่าคน Gen Z อยากร่วมงานด้วย แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด เพราะ LINE ยังมีสวัสดิการที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมายให้คนรุ่นใหม่กด Love ทั้งวัฒนธรรมองค์กรสุดชิคที่ให้อิสระทางความคิดและการทำงานอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีสภาพแวดล้อมของออฟฟิศสุดโคซี่ อบอุ่น น่ารัก แถมเดินทางสะดวก มีสวัสดิการสุดว้าวมากมาย เช่น ข้าวเช้าและข้าวกลางวันฟรี! นวดฟรี 15 นาที ประกันสุขภาพครอบคลุมคู่สมรสและบุตร เงินขวัญถุง 20,000 บาทสำหรับการแต่งงาน และพนักงานผู้ชายคนใดที่มีบุตร ก็สามารถใช้สิทธิลาคลอดไปดูแลภรรยาได้อีกด้วยนะ โอ้โหหห &#8230; เข้าใจคนเจนใหม่ขนาดนี้ ไม่ให้ติดอันดับความนิยมยังไงไหว</p>
<p><strong>อันดับ 7 | Toyota Motor : โตโยต้า มอเตอร์      </strong></p>
<p>ที่นี่ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำงานในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะ Toyota Motor มีวิธีการทำงานที่สามารถผลักดันให้พนักงานเก่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว! โดยโตโยต้าขึ้นชื่อเรื่องการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน และมีแบบแผนแต่ก็เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นและเสนอไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอ นอกจากเรื่องสไตล์การทำงาน Toyota Motor ยังคงรักษามาตรฐานในเรื่องของ ‘โบนัส’ ที่สูงกว่าบริษัทอื่น ๆ เอาไว้ได้จากยอดขายและความนิยมในแบรนด์ที่มีมาอย่างยาวนาน</p>
<p>Toyota Motor จึงเหมาะจะเป็น ‘ที่ทำงานที่แรก’ ของคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้าไปพัฒนาตัวเองกับองค์กรที่มีแบบแผนการทำงานเป็นมาตรฐานและมีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากสวัสดิการที่ครอบคลุมตั้งแต่ตัวพนักงานไปจนถึงครอบครัวแล้ว ที่นี่ยังสนับสนุนค่าเรียนภาษาและค่าเรียนปริญญาโทด้วย บอกเลยว่า ทำงานที่นี่คุณจะได้อัปเวลแบบเร็วสุด ๆ !</p>
<p><strong>อันดับ 8 | ThaiBev : ไทยเบฟ</strong></p>
<p>คนรุ่นใหม่ทั้งไทยและเทศเทใจให้ไม่หยุดกับไทยเบฟ ที่นอกจากจะเป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และร้านอาหารชื่อดังมากมายแล้ว ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นองค์กรแห่งความหลากหลาย ที่เปิดรับบุคลากรอย่างไม่จำกัดเพศ อายุ สัญชาติ ศาสนา โดยมอบ &#8220;โอกาสไร้ขีดจำกัด&#8221; ให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างถึงที่สุด นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกงานได้ลงมือทำงานจริง เพื่อเตรียมความพร้อม ปรับตัวสู่การทำงานในอนาคต ปัจจุบันไทยเบฟมีอัตราส่วนพนักงานเป็น Gen Z มากที่สุด เรียกได้ว่าเป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง และยังมีโปรแกรมพัฒนาการเรียนรู้ของพนักงานอยู่ตลอดเวลา เรียกว่า ข้อเสนอปังสุด ๆ แบบที่คนรุ่นใหม่มองข้ามไม่ได้เลยล่ะ!</p>
<p><strong>อันดับ 9 | Mitr Phol : มิตรผล</strong></p>
<p>ยังคงยืนหนึ่งอยู่ในใจคนทำงานได้อย่างเหนียวแน่น สำหรับมิตรผล บริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมน้ำตาลและ Bio-based เป็นที่รู้กันดีว่าทำงานที่นี่คุณจะเก่งขึ้น เติบโตขึ้นในทุก ๆ ด้าน เพราะมิตรผลเป็นที่ยอมรับในเรื่องของการให้โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง จนทำให้ติดอันดับ Top 10 ของ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดมาถึง 3 ปีซ้อน! การทำงานที่มิตรผลจะเน้นให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการทำงานที่ท้าทาย สนับสนุนให้โอกาสในการแสดงฝีมือลงมือทำในโปรเจกต์ที่ต่อยอดได้จริงเพื่อผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงช่วยวาง Career ให้กับพนักงานในองค์กรจนมั่นใจว่าสามารถเติบโตได้ในธุรกิจที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังจัดสวัสดิการที่ดูแลสุขภาพทั้งพนักงานและครอบครัวให้อุ่นใจในการทำงาน วันลาพิเศษที่ตอบโจทย์คนทำงานในทุกช่วงวัย รวมถึงเปิดให้พนักงานสามารถเลือกเวลาเข้างานเพื่อ Balance ชีวิตได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย! นี่สิ&#8230;ถึงได้ใจคนรุ่นใหม่ไปเต็ม ๆ</p>
<p><strong>อันดับ 10 | Bangchak : บางจาก   </strong></p>
<p>บางจาก ยังคงติดอันดับ ‘บริษัทมหาชนด้านพลังงานสัญชาติไทย’ ที่เป็นที่สนใจของพนักงานรุ่นใหม่มาอย่างยาวนานต่อเนื่องกันหลายปี เพราะนอกจากมีชื่อเสียงแล้ว ที่นี่โดดเด่นด้านการนําเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้สนับสนุนการทํางานให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีที่ช่วยลดกระบวนการและร่นเวลาการทำงานลงเท่านั้นที่ทำให้บางจากน่าสนใจ ที่นี่ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานรอบด้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น มีหลักสูตรอบรมหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการพนักงานทุก Generation การเปิดให้ขอทุนการศึกษา การให้พื้นที่แสดงความสามารถ การเปิดโอกาสให้คนภายในโยกย้ายสายงานก่อน ก็ล้วนเป็นสวัสดิการที่ส่งเสริมให้พนักงานเติบโตและสร้างผลงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ บางจากยังผลักดันสตาร์ตอัปใหม่ ๆ ให้สร้างสรรค์นวัตกรรมเข้าสู่สังคม ควบคู่ไปกับนโยบาย Greenovation (Green + Innovation) สร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวเพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เรียกได้ว่าทำงานที่นี่ได้ครบคุ้มทุกด้านจริง ๆ ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ความรู้ และการคืนคุณค่าให้แก่สังคม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/workventure-top-50-companies-thailand-2024/">เปิดโพล! สุดยอด 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
