<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>AI &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/ai/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Nov 2026 12:21:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>AI &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ ผนึก MIT เปิดเวทีชี้โจทย์ใหญ่การบริหารจัดการน้ำของไทย ชู Data – AI เสริมจุดแข็ง จัดแผนรับมือความเสี่ยง ลดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/11/bbl-mit-the-future-of-water-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Nov 2026 12:21:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[MIT]]></category>
		<category><![CDATA[MIT Sloan ASEAN Office]]></category>
		<category><![CDATA[Risk Management]]></category>
		<category><![CDATA[Southeast Asia Water Project]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Water]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Water Risk]]></category>
		<category><![CDATA[กอบศักดิ์ ภูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติศิริ โสณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์น้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=45517</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดงานสัมมนา &#8216;The Future of Water&#8217; เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยนำงานวิจัยและนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) มาต่อยอด ร่วมแก้ปัญหาของประเทศไทย พร้อมชูการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยประเมินและพยากรณ์สถานการณ์น้ำ วางแผนรับมือภัยพิบัติล่วงหน้า และลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว รวมถึงยกระดับการติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องการปนเปื้อนและคุณภาพน้ำ  คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว เพราะน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้สถานการณ์น้ำมีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากขึ้น การสร้างความพร้อมรับมือจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและองค์ความรู้จากหลากหลายภาคส่วน ธนาคารกรุงเทพซึ่งตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดงานสัมมนา ‘The Future of [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/11/bbl-mit-the-future-of-water-2026/">ธนาคารกรุงเทพ ผนึก MIT เปิดเวทีชี้โจทย์ใหญ่การบริหารจัดการน้ำของไทย ชู Data – AI เสริมจุดแข็ง จัดแผนรับมือความเสี่ยง ลดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ </strong><strong>MIT Sloan ASEAN Office </strong><strong>จัดงานสัมมนา &#8216;</strong><strong>The Future of Water&#8217; </strong><strong>เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยนำงานวิจัยและนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (</strong><strong>MIT) </strong><strong>มาต่อยอด ร่วมแก้ปัญหาของประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-45517"></span></p>
<p><strong>พร้อมชูการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ข้อมูล (</strong><strong>Data) </strong><strong>และปัญญาประดิษฐ์ (</strong><strong>AI) </strong><strong>ช่วยประเมินและพยากรณ์สถานการณ์น้ำ วางแผนรับมือภัยพิบัติล่วงหน้า และลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว รวมถึงยกระดับการติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องการปนเปื้อนและคุณภาพน้ำ</strong></p>
<p><strong> คุณ</strong><strong>ชาติศิริ โสภณพนิช </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว เพราะน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>ขณะที่ Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้สถานการณ์น้ำมีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากขึ้น การสร้างความพร้อมรับมือจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและองค์ความรู้จากหลากหลายภาคส่วน ธนาคารกรุงเทพซึ่งตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดงานสัมมนา <strong>‘</strong><strong>The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security’ </strong>เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายองค์ความรู้จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศสนับสนุนการพัฒนาในประเด็นที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยธนาคารมุ่งให้เวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันมองหาแนวทางในการรับมือกับความท้าทายด้านน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45520 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/MIT-Re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ธนาคารกรุงเทพให้ความสำคัญกับการสนับสนุนองค์ความรู้และการสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ โดยเชื่อว่าการเชื่อมโยงงานวิจัยและประสบการณ์จากสถาบันชั้นนำระดับโลกอย่าง MIT เข้ากับความรู้และบริบทของประเทศไทย และหน่วยงานหลักของไทย จะช่วยเปิดมุมมองใหม่และสร้างโอกาสในการต่อยอดแนวทางที่เหมาะสมกับความท้าทายของประเทศ ธนาคารจึงตั้งใจสานต่อการจัดสัมมนาร่วมกับ MIT อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนและอัปเดตองค์ความรู้ โดยเฉพาะในประเด็นการบริหารจัดการน้ำที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว” <strong> </strong></em></p>
<p><strong>คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล</strong> กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้โครงการ Southeast Asia Water Project ซึ่งดำเนินงานโดยคณาจารย์และนักวิจัยของ MIT ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ มีการศึกษาระบบบริหารจัดการน้ำของไทยตลอดจนโครงการแหล่งน้ำชุมชนต่างๆ ร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2568 เพื่อทำความเข้าใจปัญหาที่ส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม ประกอบด้วย</p>
<p>1.  การเข้าถึงแหล่งน้ำ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะข้อจำกัดในการบริหารจัดการระดับท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำ</p>
<p>2. การใช้ข้อมูลพยากรณ์น้ำ แม้จะมีข้อมูลคาดการณ์ แต่ยังมีข้อจำกัดในการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างเหมาะสมและทันเวลา</p>
<p>3. การบำบัดและควบคุมคุณภาพน้ำ ซึ่งระบบบำบัดน้ำในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ ทั้ง 3 ประเด็นสะท้อนว่า การแก้ปัญหาน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการตัดสินใจที่ทันต่อสถานการณ์</p>
<p>พร้อมท้ัง​​การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เช่น Remote Sensing, Data และ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาระบบพยากรณ์ และสร้างแบบจำลองสถานการณ์ จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินความเสี่ยงและวางแผนรับมือได้ล่วงหน้ามากขึ้น ทั้งนี้ ต้องทำควบคู่กับความรู้ในพื้นที่และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน</p>
<p><em>“ความท้าทายสำคัญคือการนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและทันเวลา เพราะน้ำท่วมหรือภัยแล้งไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม การผลิต การท่องเที่ยว ธุรกิจ และเศรษฐกิจในวงกว้าง การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีจึงเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการน้ำ จากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุไปสู่การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อช่วยลดความเสียหายและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดปัญหาการปนเปื้อนของน้ำจากโลหะหนักและคุณภาพน้ำ กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญยิ่ง กระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ดิน และชีวิตของประชาชน ที่เราต้องหาแนวทางแก้ไขต่อไป” <strong> </strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45522 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/MIT-re6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับสัมมนา ‘<strong>The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security’</strong> ภายในงานประกอบด้วยช่วงการนำเสนอผลงานวิจัยจาก MIT ในหัวข้อที่น่าสนใจตลอดทั้งวัน อาทิ การใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบน้ำและเกษตรกรรม ผลกระทบของป่าไม้ต่อความเสี่ยงน้ำท่วม ตลอดจนความเชื่อมโยงระหว่างป่าไม้ น้ำ และการเกษตร พร้อมจัดวงเสวนาร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการ อาทิ กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ การแลกเปลี่ยนความรู้ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การรับมือความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ การฟื้นฟูระบบนิเวศและการปลูกป่า ไปจนถึงการใช้ข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบาย การติดตามคุณภาพน้ำ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสนับสนุนการวางแผนและรับมือกับความท้าทายด้านน้ำของประเทศไทยในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/11/bbl-mit-the-future-of-water-2026/">ธนาคารกรุงเทพ ผนึก MIT เปิดเวทีชี้โจทย์ใหญ่การบริหารจัดการน้ำของไทย ชู Data – AI เสริมจุดแข็ง จัดแผนรับมือความเสี่ยง ลดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SX2026 ชวน &#8216;ปรับ รับ เปลี่ยน&#8217; (Resilience in Action) เมื่อ​​โลกเผชิญหลายความเสี่ยงมากขึ้น​​ ทั้งภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ​ รวมทั้งสังคมและเทคโนโลยี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/10/sx2026-resilience-in-action-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Oct 2026 11:05:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Global Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Nature]]></category>
		<category><![CDATA[Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[​Resilience In Action]]></category>
		<category><![CDATA[Sufficiency for Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Expo]]></category>
		<category><![CDATA[​Sustainability Expo 2026]]></category>
		<category><![CDATA[SX 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับ รับ เปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=45322</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประกาศความพร้อมเตรียมเดินหน้าจัดการ สำหรับSustainability Expo 2026 หรือ SX2026 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปีนี้เป็นการจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว งานครั้งนี้ นับเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและการลงมือทำผ่านแนวคิดหลัก &#8216;พอเพียง ยั่งยืนเพื่อโลก&#8217; (Sufficiency for Sustainability)  สำหรับงานในปีนี้ จัดภายใต้ธีม &#8216;ปรับ รับ เปลี่ยน&#8217; (Resilience in Action) สะท้อนการปรับตัวในยุค​ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมทั้งกำลังเผชิญอยู่ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านที่มากกว่าแค่เรื่องของการลดคาร์บอน การปรับตัว และปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือได้อย่างชาญฉลาดจึง​เป็นพลังสำคัญ​​ที่จะพาทุกคนรอด และก้าวไปต่อด้วยกัน เพราะความยั่งยืน ไม่ใช่แค่การรักษาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความสามารถของมนุษย์ในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ทรัพยากร สุขภาพ เพื่อรับโอกาส และความเป็นไปได้ใหม่ จากการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างคนต่างวัยที่ต่างประสบการณ์ และ เปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมเพื่อการใช้ชีวิตอย่างสมดุล คุณต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026)  กล่าวว่า งาน Sustainability Expo 2026 ก้าวข้ามมากกว่าแค่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/sx2026-resilience-in-action-2/">SX2026 ชวน &#8216;ปรับ รับ เปลี่ยน&#8217; (Resilience in Action) เมื่อ​​โลกเผชิญหลายความเสี่ยงมากขึ้น​​ ทั้งภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ​ รวมทั้งสังคมและเทคโนโลยี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประกาศความพร้อมเตรียมเดินหน้าจัดการ สำหรับ<strong>Sustainability Expo 2026 </strong>หรือ<strong> SX2026</strong> มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปีนี้เป็นการจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว</p>
<p><span id="more-45322"></span></p>
<p>งานครั้งนี้ นับเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและการลงมือทำผ่านแนวคิดหลัก<strong> &#8216;พอเพียง ยั่งยืนเพื่อโลก&#8217; (Sufficiency for Sustainability) </strong></p>
<p>สำหรับงานในปีนี้ จัดภายใต้ธีม<strong> &#8216;ปรับ รับ เปลี่ยน&#8217; (Resilience in Action) </strong>สะท้อนการปรับตัวในยุค​ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมทั้งกำลังเผชิญอยู่ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านที่มากกว่าแค่เรื่องของการลดคาร์บอน การปรับตัว และปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือได้อย่างชาญฉลาดจึง​เป็นพลังสำคัญ​​ที่จะพาทุกคนรอด และก้าวไปต่อด้วยกัน</p>
<p>เพราะความยั่งยืน ไม่ใช่แค่การรักษาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความสามารถของมนุษย์ในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ทรัพยากร สุขภาพ เพื่อรับโอกาส และความเป็นไปได้ใหม่ จากการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างคนต่างวัยที่ต่างประสบการณ์ และ เปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมเพื่อการใช้ชีวิตอย่างสมดุล</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45325 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Re-SX6.jpg" alt="" width="1200" height="828" /></p>
<p><strong>คุณต้องใจ ธนะชานันท์</strong> ผู้อำนวยการคณะจัดงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026)  กล่าวว่า งาน Sustainability Expo 2026 ก้าวข้ามมากกว่าแค่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจาก ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ​โดยเฉพาะอุณหภูมิที่สูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นเกินกว่าเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงปารีส และอาจจะเพิ่มขึ้นสูงมากกว่า 2.1-2.8 องศาเซลเซียส ภายในปี 2050 ทำให้ระบบของโลกเปลี่ยนแปลงไปทั้ง​อุณหภูมิที่สูงขึ้น น้ำทะเลที่ร้อนขึ้น รวมทั้งภัยธรรมชาติและลมพายุที่จะรุนแรงและบ่อยครั้งขึ้น จึงจำเป็นต้องเรียนรู้การ &#8216;ปรับ รับ เปลี่ยน&#8217; เพื่อรับมือกับความผันผวนและเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่ไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญ 3 ความเสี่ยงใหญ่ ทั้งจาก<strong>วิกฤต Climate Change</strong> ที่ทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม <strong>ความเสี่ยงจากการถดถอยและเสื่อมโทรมลงของ​ทรัพยากรธรรมชาติ ไ</strong>ม่ว่าจะเป็นทรัพยากรน้ำ ที่กว่า 80% ของน้ำที่มนุษย์นำไปใช้และปล่อยทิ้งสู่ธรรมชาติโดยไม่มีการบำบัดอย่างถูกต้อง รวมทั้งคุณภาพของดินที่เสื่อมโทรมลงจากการใช้ปุ๋ย หรือยาฆ่าแมลงจากการดำเนินงานด้านเกษตรและอุตสาหกรรมต่างๆ และกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร <strong>รวมทั้งความเสี่ยงด้านสังคมและเทคโนโลยี จากการเข้าสู่สังคมสูงวัย</strong> ตามสัดส่วนประชากรอายุมากกว่า 65 ปี ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า20% ของจำนวนประชากร<strong> และการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI</strong> ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ ดังนั้น บริบทของการพัฒนาด้านความยั่งยืนจากนี้ไป คือการปรับตัว เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติที่เกิดขึ้นกับโลกในปัจจุบันนี้&#8221;</em></p>
<p>ดังนั้น การขับเคลื่อนภายในงานครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อ​ทำให้โลกมีความยืดหยุ่นและเพิ่มความสามารถในการปรับตัว ตามแนวทาง <strong>&#8216;ปรับ รับ เปลี่ยน&#8217;  </strong>หรือ <strong>Resilience in Action </strong>เพื่อต่อยอดให้เกิดการนำไปปฏิบัติจริง และตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มในการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของ SX2026 ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ท้ังผู้นำระดับประเทศและระดับนานาชาติ นักคิด นักวิชาการ ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ เยาวชน ชุมชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป เพื่อ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ค้นหาโซลูชัน และเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นการลงมือทำที่เกิดขึ้นได้จริง และเชื่อมโยงบทบาทจากแต่ละภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนผ่านกิจกรรมและองค์ความรู้​ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในงาน​ครั้ง สู่การ<em>​ผลักดันให้เกิดการปรับตัวในมิติต่าง ๆ ผ่านการลงมือทำจริงที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45323 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/re-SX1-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​ภายในงานยังได้พบกับ​ World-class Speakers จากหลากหลายวงการที่จะไม่ได้มาเพียงพูดถึง &#8216;ปัญหา&#8217; แต่จะชวนค้นหาคำตอบว่าเราจะอยู่กับวิกฤติการณ์โลกรวนและเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างไร จากเวทีต่างๆ ภายในงาน อาทิ  SX Global Forum ที่เปิดตัวครั้งแรก เวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่รวบรวมการประชุมเชิงนโยบาย (Policy Dialogues) , พร้อมด้วยรับฟังมุมมองเรื่องของเมืองและการปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับรางวัล The Stockholm Water Prize รางวัลระดับนานาชาติด้านการจัดการน้ำ และรับฟังนักสำรวจ National Geographic ถ่ายทอดเรื่องราวสร้างเรื่องราวเชิงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากลุ่มน้ำ Amazon สู่ลุ่มน้ำโขง เปิดประสบการณ์ผ่านนิทรรศการและโซน Interactive ที่ออกแบบให้ทุกคนได้ <strong>&#8216;เห็น &#8211; สัมผัส &#8211; ทดลอง &#8211; เรียนรู้&#8217;</strong> เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อโลกรวมไปถึงผลิตภัณฑ์และบริการแห่งอนาคตที่มัดรวมมาเอาใจคนทุก Gen ในงานนี้ที่เดียว</p>
<p>น​<em>​</em>อกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงผ่าน  IDEA LAB พื้นที่ Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ ลงมือทำ และนำมาประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตจริง ซึ่งตลอดทั้ง 10 วัน ของงาน SX2026 คุณจะได้ร่วมสนุก และตื่นตา ตื่นใจไปพร้อมกับการเรียนรู้ไอเดีย และแรงบันดาลใจ นวัตกรรม และหลากหลายประสบการณ์ให้คุณเตรียมพร้อมรับมืออย่าชาญฉลาด ผ่าน <strong>10 Highlight Zones</strong> ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45324 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Re-SX11.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; SX Talk Stage</strong> กว่า 60 เสวนา จากวิทยากรตัวจริงเสียงจริงที่จะมาร่วมแบ่งปันมุมมอง ประสบการณ์ และแนวคิดในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง</p>
<p><strong>&#8211; SX Prologue IMMERSIVE EXPERIENCE </strong>เปิดประสาทสัมผัส ผ่านเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของโลกและธรรมชาติ ร่วมกับ National Geographic</p>
<p><strong>&#8211; SX KIDS ZONE</strong> เปิดโลกการเรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ ผ่านการสำรวจ From Land to Sea เรียนรู้เรื่องราวของโลกและธรรมชาติผ่านการเล่นและจินตนาการ</p>
<p><strong>&#8211; SX IDEA LAB</strong> ทดลองและลงมือทำจริง ผ่าน Workshop ที่ชวนเรียนรู้ตั้งแต่ Sustainability ไปจนถึง Survival Skills</p>
<p><strong>&#8211; SX FOOD FESTIVAL</strong> อิ่มอร่อยไปกับเทศกาลอาหาร พร้อมเรื่องราวของการกินที่เชื่อมโยงกับ Climate Action</p>
<p><strong>&#8211; BETTER WORLD ART &amp; INSPIRATION</strong> เติมแรงบันดาลใจผ่านงานศิลปะและนิทรรศการที่ชวนมองโลกในมุมใหม่</p>
<p><strong>&#8211; SEP INSPIRATION, BETTER ME, BETTER LIVING, &amp; BETTER COMMUNITY</strong> ตัวอย่าง การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเพื่อปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงเรียนรู้เรื่องการใช้ชีวิต ชุมชน และโลก ผ่านเรื่องราว ไอเดีย และนวัตกรรมที่นำไปต่อยอดได้จริง</p>
<p><strong>&#8211; SX MARKETPLACE</strong> ชอปของดี มีพลังเปลี่ยนโลก จากผู้ประกอบการและสินค้าที่ใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>&#8211; SX REPARTMENT STORE</strong> เปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นคอมมูนิตี้แห่งการ “RE” ชวนส่งต่อของนอกสายตา และเลือกซื้อสินค้ามือสองคุณภาพดี เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ไปด้วยกัน</p>
<p><strong>&#8211; SX Global Forum</strong> เวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่รวบรวมการประชุมเชิงนโยบาย (Policy Dialogues) การเจรจาธุรกิจในรูปแบบ B2B และ B2G และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรนานาชาติทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ องค์การสหประชาชาติในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45326 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Re-SX5.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) มีกำหนดจัดขั้นตั้งแต่วันที่ 6 &#8211; 15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ร่วมสร้างพื้นที่ความร่วมมือระดับภูมิภาค สำหรับอัปเดตเทรนด์ด้านความยั่งยืนครบทุกมิติ พร้อมความร่วมมือเพื่อ​เปลี่ยนความท้าทายของโลกให้เป็นพลังแห่งการลงมือทำ เพื่อสร้างอนาคตที่สมดุลและโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/sx2026-resilience-in-action-2/">SX2026 ชวน &#8216;ปรับ รับ เปลี่ยน&#8217; (Resilience in Action) เมื่อ​​โลกเผชิญหลายความเสี่ยงมากขึ้น​​ ทั้งภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ​ รวมทั้งสังคมและเทคโนโลยี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS ผนึก สภาคณบดีวิทยาการจัดการ ราชภัฏทั่วประเทศ ยกระดับทักษะดิจิทัล–AI ปูทางกำลังคนและนักศึกษาสู่โลกอนาคต ผ่าน “อุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/ais-rajabhat-encourage-ai-literacy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 12:17:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Litaeracy]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสภาคณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สายชล ทรัพย์มากอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[อุ่นใจไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44473</guid>

					<description><![CDATA[<p>AIS ร่วมกับสมาคมสภาคณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) สู่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ผ่านสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลและหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านภัยไซเบอร์ สร้างภูมิคุ้มกันในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI อย่างปลอดภัย พร้อมเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยราชภัฏนำหลักสูตรไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นและเตรียมความพร้อมกำลังคนให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและ AI ให้แก่นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมฯ ผ่านหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” ในรูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม LearnDi for Thais แอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER และเว็บไซต์ www.aunjaicyber.ais.th เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างสะดวก และนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนหรือกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้เรียน พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า “AIS มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสมาคมสภาคณบดีคณะวิทยาการจัดการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/ais-rajabhat-encourage-ai-literacy/">AIS ผนึก สภาคณบดีวิทยาการจัดการ ราชภัฏทั่วประเทศ ยกระดับทักษะดิจิทัล–AI ปูทางกำลังคนและนักศึกษาสู่โลกอนาคต ผ่าน “อุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>AIS ร่วมกับสมาคมสภาคณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) สู่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ผ่านสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลและหลักสูตร “<strong>อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy</strong>”</p>
<p><span id="more-44473"></span></p>
<p>เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านภัยไซเบอร์ สร้างภูมิคุ้มกันในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI อย่างปลอดภัย พร้อมเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยราชภัฏนำหลักสูตรไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นและเตรียมความพร้อมกำลังคนให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44474 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/AIS-MOU1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและ AI ให้แก่นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมฯ ผ่านหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” ในรูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม <strong>LearnDi for Thais</strong> แอปพลิเคชัน <strong>อุ่นใจ </strong><strong>CYBER</strong> และเว็บไซต์ <a href="http://www.aunjaicyber.ais.th" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.aunjaicyber.ais.th</strong></a> เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างสะดวก และนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนหรือกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้เรียน พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม</p>
<p><strong>นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร </strong><strong>AIS</strong> กล่าวว่า “AIS มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสมาคมสภาคณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย ในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้านดิจิทัลและ AI สู่ภาคการศึกษา ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่ ให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44476 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/AIS-MOU3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ที่ผ่านมาเราตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI อย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการนำองค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้ผ่านหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์’ เข้ามาสนับสนุนการเรียนรู้ในสถาบันการศึกษา เพื่อเสริมสร้างทักษะดิจิทัลที่จำเป็น สร้างภูมิคุ้มกันจากภัยไซเบอร์ และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่สามารถใช้เทคโนโลยีและ AI ได้อย่างรู้เท่าทัน เกิดประโยชน์ และรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และประเทศ”</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร นายกสมาคมสภาคณบดีคณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า<strong> “</strong>ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้ การทำงาน และการดำเนินชีวิต ความร่วมมือระหว่างสมาคมสภาคณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย และ AIS ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดองค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้ด้านดิจิทัลสู่ภาคการศึกษา เพื่อให้คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ สามารถนำหลักสูตร ‘อุ่นใจไซเบอร์’ ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของสื่อประกอบการเรียนรู้สำหรับวิชาพื้นฐาน/ทั่วไป (General Education) เพื่อเสริมสร้างทักษะดิจิทัลและความรู้ด้าน AI ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1–4</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44477 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/AIS-MOU4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังสามารถนำหลักสูตรดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนหรือกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคดิจิทัล และพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่สังคมดิจิทัลและตลาดแรงงานในอนาคต”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/ais-rajabhat-encourage-ai-literacy/">AIS ผนึก สภาคณบดีวิทยาการจัดการ ราชภัฏทั่วประเทศ ยกระดับทักษะดิจิทัล–AI ปูทางกำลังคนและนักศึกษาสู่โลกอนาคต ผ่าน “อุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีเมนส์เผยผลสำรวจ Digitalization คือกุญแจยกระดับการผลิต F&#038;B สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อม 3 แนวทางบรรลุเป้าหมาย Net Zero</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/siemens-infrastructure-transition-monitor-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 10:10:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Autonomous Systems]]></category>
		<category><![CDATA[Crisis]]></category>
		<category><![CDATA[Data Integration]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Twin]]></category>
		<category><![CDATA[Digitalization]]></category>
		<category><![CDATA[Efficiency]]></category>
		<category><![CDATA[Electrification]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Food & Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Food Production]]></category>
		<category><![CDATA[ITM]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Siemens]]></category>
		<category><![CDATA[Siemens Infrastructure Transition Monitor]]></category>
		<category><![CDATA[Siemens Infrastructure Transition Monitor 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเมนส์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44460</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food &#38; Beverage หรือ F&#38;B) ทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนที่สูงขึ้น และความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน การขยายตัวของเมืองและจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นยังผลักดันความต้องการอาหารให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางข้อจำกัดของการเกษตรแบบดั้งเดิมและทรัพยากรที่มีอยู่ นอกจากนี้ ระบบอาหารทั่วโลกยังมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 35% และใช้พลังงานเกือบหนึ่งในสามของการใช้พลังงานทั้งหมด ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการยกระดับการผลิตอาหารให้มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และยั่งยืนมากขึ้น รายงาน Siemens Infrastructure Transition Monitor 2025 ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารองค์กรชั้นนำ 1,400 คน ในฉบับเจาะลึกอุตสาหกรรม F&#38;B สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า แม้ผู้บริหารในอุตสาหกรรม F&#38;B กว่า 53% มองว่าธุรกิจจะยังคงเติบโต แต่มีเพียง 43% เท่านั้นที่มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะปรับตัวรับความผันผวนของตลาดได้อย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ F&#38;B จึงอยู่ที่ว่า จะสร้างความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างพื้นฐานการผลิต เพื่อให้สามารถผลิตได้มากขึ้น ใช้ทรัพยากรน้อยลง และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางการเติบโตและความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างไร 3 แนวทางยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการผลิต สู่อนาคตที่ยั่งยืนของ F&#38;B 1.  เร่งนำระบบไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนมาปรับใช้ จากผลสำรวจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/siemens-infrastructure-transition-monitor-2025/">ซีเมนส์เผยผลสำรวจ Digitalization คือกุญแจยกระดับการผลิต F&#038;B สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อม 3 แนวทางบรรลุเป้าหมาย Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food &amp; Beverage หรือ F&amp;B) ทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนที่สูงขึ้น และความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน การขยายตัวของเมืองและจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นยังผลักดันความต้องการอาหารให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางข้อจำกัดของการเกษตรแบบดั้งเดิมและทรัพยากรที่มีอยู่</p>
<p><span id="more-44460"></span></p>
<p>นอกจากนี้ ระบบอาหารทั่วโลกยังมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 35% และใช้พลังงานเกือบหนึ่งในสามของการใช้พลังงานทั้งหมด ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการยกระดับการผลิตอาหารให้มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p>รายงาน <a href="https://www.siemens.com/en-us/company/sustainability/infrastructure-transition-monitor-report/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Siemens Infrastructure Transition Monitor 2025</strong></a> ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารองค์กรชั้นนำ 1,400 คน ในฉบับเจาะลึกอุตสาหกรรม F&amp;B สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า แม้ผู้บริหารในอุตสาหกรรม F&amp;B กว่า 53% มองว่าธุรกิจจะยังคงเติบโต แต่มีเพียง 43% เท่านั้นที่มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะปรับตัวรับความผันผวนของตลาดได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>คำถามสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ F&amp;B จึงอยู่ที่ว่า จะ<strong>สร้างความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างพื้นฐานการผลิต เพื่อให้สามารถผลิตได้มากขึ้น ใช้ทรัพยากรน้อยลง และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ท่ามกลางการเติบโตและความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างไร</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44466 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Siemens-pic-2-rs.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></strong></p>
<p><strong>3 </strong><strong>แนวทางยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการผลิต สู่อนาคตที่ยั่งยืนของ </strong><strong>F&amp;B</strong></p>
<p><strong>1.  เร่งนำระบบไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนมาปรับใช้</strong></p>
<p>จากผลสำรวจ 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า <strong>Electrification</strong> หรือการเปลี่ยนจากระบบที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในกระบวนการต่าง ๆ เช่น การทำความร้อน การทำความเย็น และการขนส่ง มาเป็นระบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นหนึ่งในกลไกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการขับเคลื่อนระบบพลังงานไปสู่เป้าหมาย Net Zero</p>
<p>โดยเฉพาะเมื่อไฟฟ้านั้นมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลสำรวจยังชี้ว่า ภาคอุตสาหกรรมการผลิตกำลังเดินหน้าในเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยองค์กรที่มีความพร้อมในระดับแถวหน้า (Mature/Advanced) ด้านการผลิตพลังงานหมุนเวียนใช้เองในพื้นที่ (On-site Renewable Energy Production) เพิ่มขึ้นจาก 27% ในปี 2023 เป็น 42% ในปี 2025 ขณะที่การปรับเปลี่ยนระบบทำความร้อนและความเย็นมาใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification of Heating and Cooling) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 41%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44461 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Siemens-FB_Screenshot-3.jpg" alt="" width="1200" height="529" /></p>
<p>ตัวอย่างเช่น <strong>Marble Distilling Co.</strong> โรงกลั่นวอดก้าระดับพรีเมียมในสหรัฐอเมริกา ซึ่งนำเทคโนโลยี Smart Valves, Actuators และ Intuitive Controls มาใช้ ส่งผลให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 3 เท่าโดยไม่ต้องเพิ่มพนักงาน ลดต้นทุนค่าพลังงานได้ราว 20% ต่อปี และประหยัดน้ำได้มากกว่า 4 ล้านแกลลอนต่อปี</p>
<figure id="attachment_44463" aria-describedby="caption-attachment-44463" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-44463 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Siemens-FB_Screenshot-1.png" alt="" width="1200" height="418" /><figcaption id="caption-attachment-44463" class="wp-caption-text">ผลสำรวจชี้ผู้บริหาร F&amp;B ส่วนใหญ่ (61%) เห็นว่าการเปลี่ยนกระบวนการใช้พลังงานมาเป็นพลังงานไฟฟ้าและการนำดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้คือกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน</figcaption></figure>
<p><strong>2. ปลดล็อกศักยภาพการผลิตอย่างยั่งยืนด้วย </strong><strong>Digitalization </strong><strong>และ </strong><strong>Data Integration</strong></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมกำลังผลักดันให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรักษามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ <strong>การผสานโซลูชันด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับ </strong><strong>Digitalization </strong><strong>และ </strong><strong>Automation</strong> จึงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยช่วยให้ผู้ผลิตสามารถติดตาม ตรวจวัด และพัฒนาประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>หนึ่งในความท้าทายของหลายองค์กรคือ <strong>มีเป้าหมายด้านความยั่งยืน แต่ยังขาดเครื่องมือในการวัดผล</strong> โดยผลสำรวจพบว่าเกินครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า Digitalization เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลถูกมองว่ามีศักยภาพสูงต่อการเพิ่มผลิตภาพถึง 83% และการอนุรักษ์ทรัพยากร 55%</p>
<p>ขณะเดียวกัน <strong>การบูรณาการข้อมูล (</strong><strong>Data Integration)</strong> กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญ โดยมีเพียง 40% ที่มองว่าองค์กรของตนมีความก้าวหน้าในด้านนี้ในระดับสูง ขณะที่ 54% เห็นว่าจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ชาญฉลาดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่ยังแยกส่วนกัน และ 48% มีแผนเพิ่มการลงทุนในด้านนี้</p>
<figure id="attachment_44462" aria-describedby="caption-attachment-44462" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-44462 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Siemens-FB_Screenshot-2.png" alt="" width="1200" height="520" /><figcaption id="caption-attachment-44462" class="wp-caption-text">กว่า 54% ของผู้บริหารเห็นพ้องว่า Digitalization มีศักยภาพสูงในการยกระดับสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน สะท้อนให้เห็นว่าประโยชน์ของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านประสิทธิภาพการผลิตและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น</figcaption></figure>
<p><strong>3. ยุคของโรงงานอัจฉริยะและการเพิ่มประสิทธิภาพด้วย </strong><strong>AI </strong><strong>มาถึงแล้ว</strong></p>
<p>ในช่วงสามปีข้างหน้า ผู้ตอบแบบสำรวจจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มคาดว่าจะให้ความสำคัญกับการขยายการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น <strong>AI </strong><strong>และ </strong><strong>Digital Twin</strong> การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการต่าง ๆ และการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่เชื่อว่า AI จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อการดำเนินงาน</p>
<ul>
<li><strong>49%</strong> ระบุว่าได้นำ AI มาใช้เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานแล้ว</li>
<li><strong>51%</strong> ระบุว่า AI มีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐานแล้ว</li>
<li><strong>47%</strong> มีแผนเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีอาคาร โดยมีแผนลงทุนในระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานได้ด้วยตนเองสำหรับอาคาร (Autonomous Systems for Buildings)</li>
</ul>
<p>ผู้ตอบแบบสำรวจยังคาดหวังว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และยกระดับการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน</p>
<figure id="attachment_44464" aria-describedby="caption-attachment-44464" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-44464 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Siemens-FB_Screenshot-5.jpg" alt="" width="1200" height="450" /><figcaption id="caption-attachment-44464" class="wp-caption-text">57% ของผู้บริหาร F&amp;B พร้อมนำระบบ Autonomous Systems มาใช้ในอาคารและโรงงาน</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เปลี่ยนความท้าทายด้านต้นทุน สู่โอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>แม้ทิศทางการเดินหน้าสู่ความยั่งยืนจะชัดเจนขึ้น แต่ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกยังต้องเผชิญ โดยผู้ผลิตเกือบครึ่งหนึ่ง (48%) มองว่าการลดคาร์บอนในปัจจุบันยังมีต้นทุนสูงเกินไป ขณะที่ความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ (57%) และข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Infrastructure) (57%) ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้องค์กรชะลอการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44465 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Siemens-FB_Screenshot-4.jpg" alt="" width="1200" height="636" /><br />
แม้สัดส่วนองค์กรที่มีแผนลดคาร์บอนอย่างชัดเจนจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น <strong>60% </strong><strong>ในปี </strong><strong>2025</strong> แต่ผู้บริหารกว่า <strong>43%</strong> ยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านต้นทุนและรายได้เป็นอันดับแรกในการตัดสินใจลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ <strong>ความสามารถในการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับการผลิตพลังงานและความต้องการใช้พลังงานในแต่ละช่วงเวลา</strong><strong> (</strong><strong>Demand-side Flexibility)</strong> ควบคู่กับการยกระดับ <strong>ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (</strong><strong>Energy Efficiency)</strong> จึงเป็นแนวทางที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในโรงงาน และช่วยสร้างผลลัพธ์ทั้งในด้านต้นทุนและการลดคาร์บอนได้ในระยะสั้น</p>
<p>ตัวอย่างหนึ่งคือ <a href="https://www.siemens.com/en-us/content/ferring/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Ferring GmbH</strong></a> บริษัทด้านเวชภัณฑ์และนวัตกรรมทางชีวภาพในเยอรมนี ซึ่งนำระบบบริหารจัดการพลังงานดิจิทัลแบบบูรณาการมาใช้ร่วมกับระบบควบคุมขั้นสูง ส่งผลให้บริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการปฏิบัติงานได้ประมาณ <strong>925,000 </strong><strong>ยูโรต่อปี</strong> และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้ถึง <strong>2,400 </strong><strong>ตันต่อปี</strong> กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การยกระดับประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ทั้งหมด แต่สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องจักรเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้</p>
<p><strong>เชื่อมโลกจริงและโลกดิจิทัล สู่อนาคตของ </strong><strong>F&amp;B </strong><strong>ไทย</strong></p>
<p><strong>ความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่เรื่องความพร้อมของเทคโนโลยี เพราะหลายเทคโนโลยีได้พิสูจน์ศักยภาพและผลลัพธ์แล้ว แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ความเร็วในการนำมาปรับใช้ และการมองภาพรวมอย่างเป็นระบบ</strong></p>
<p>สำหรับอุตสาหกรรม F&amp;B ไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกระดับโลก นี่คือโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การเชื่อมโยงโลกการทำงานจริง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร สายการผลิต และระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในโรงงาน เข้ากับโลกดิจิทัล ทั้งข้อมูล AI และระบบอัตโนมัติ จะไม่เพียงช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดต้นทุน และเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/siemens-infrastructure-transition-monitor-2025/">ซีเมนส์เผยผลสำรวจ Digitalization คือกุญแจยกระดับการผลิต F&#038;B สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อม 3 แนวทางบรรลุเป้าหมาย Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PIM เผย 6 สกิล พัฒนาคนยุค AI ก้าวข้ามเด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์    </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/pim-6-human-skill-beyond-ai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 08:03:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[hard skills]]></category>
		<category><![CDATA[Human Touch]]></category>
		<category><![CDATA[Panyapiwat]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[PIM]]></category>
		<category><![CDATA[PIM The Original]]></category>
		<category><![CDATA[Skill Transcript]]></category>
		<category><![CDATA[Soft skills]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาภิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44442</guid>

					<description><![CDATA[<p> PIM ชี้โจทย์ตลาดงานไทยไม่ใช่แค่ &#8216;ใบปริญญาอย่างเดียว&#8216; แต่ต้องมี &#8216;ทักษะตรงงาน&#8216; หลังพบผู้ว่างงานราว 400,000 คนในไตรมาส 2/2569 และกว่า 192,000 คนยังไม่เคยมีประสบการณ์ทำงาน พร้อมแนะนำ​ 6 ทักษะสำคัญที่เด็กยุค AI ต้องมี ครอบคลุม AI Literacy, Language Literacy, Financial Literacy และ 3 Human Skills ได้แก่ Critical Thinking, Creative &#38; Imaginative Thinking และ Human Relationship รวมทั้ง​เปิดตัว &#8216;ใบแสดงผลทักษะสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์&#8216; (PIM Skill Transcript) ตามแนวคิด Work-based Education เรียนจบพร้อมมีงานทำ พัฒนาเด็ก PIM ให้ภาคธุรกิจ พร้อมทำงานแบบไร้รอยต่อ ตอกย้ำ PIM The Original [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/pim-6-human-skill-beyond-ai/">PIM เผย 6 สกิล พัฒนาคนยุค AI ก้าวข้ามเด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> PIM </strong><strong>ชี้โจทย์ตลาดงานไทยไม่ใช่แค่ </strong><strong>&#8216;</strong><strong>ใบปริญญาอย่างเดียว</strong><strong>&#8216; </strong><strong>แต่ต้องมี </strong><strong>&#8216;</strong><strong>ทักษะตรงงาน</strong><strong>&#8216;</strong> หลังพบผู้ว่างงานราว 400,000 คนในไตรมาส 2/2569 และกว่า 192,000 คนยังไม่เคยมีประสบการณ์ทำงาน <strong>พร้อมแนะนำ​ </strong><strong>6 </strong><strong>ทักษะสำคัญที่เด็กยุค </strong><strong>AI </strong><strong>ต้องมี</strong> ครอบคลุม AI Literacy, Language Literacy, Financial Literacy และ 3 Human Skills ได้แก่ Critical Thinking, Creative &amp; Imaginative Thinking และ Human Relationship</p>
<p><span id="more-44442"></span></p>
<p><strong>รวมทั้ง​</strong><strong>เปิดตัว </strong><strong>&#8216;</strong><strong>ใบแสดงผลทักษะสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์</strong><strong>&#8216; </strong><strong>(PIM </strong><strong>Skill Transcript</strong><strong>) ตาม</strong><strong>แนวคิด </strong><strong>Work-based Education </strong><strong>เรียนจบพร้อมมีงานทำ</strong> พัฒนาเด็ก PIM ให้ภาคธุรกิจ พร้อมทำงานแบบไร้รอยต่อ <strong>ตอกย้ำ </strong><strong>PIM The Original </strong><strong>ต้นตำรับเรียนรู้จากการทำงาน </strong>มากว่า 20 ปี ด้วยเครือข่ายพันธมิตรกว่า 3,000 แห่งในประเทศ และ 900 แห่งในต่างประเทศ พร้อมอัตราการมีงานทำของบัณฑิต 96% ต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44446 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/re4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ </strong><strong>PIM</strong> ชี้โจทย์ตลาดงานยุค AI ไม่ได้อยู่ที่ใบอย่างเดียว​ แต่อยู่ที่ <strong>&#8216;</strong><strong>คนที่ใช่ กับมีทักษะตรงกับงาน</strong><strong>&#8216;</strong> หลังข้อมูลไตรมาส 2/2569 พบประเทศไทยมีผู้ว่างงานราว 400,000 คน ในจำนวนนี้ประมาณ 192,000 คนเป็นผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน ขณะที่องค์กรต้องการคนที่สามารถนำความรู้ไปใช้กับการทำงานจริงได้ทันที <strong>PIM</strong> จึงเดินหน้าพัฒนาคนให้พร้อมทำงานตั้งแต่ระหว่างเรียน พร้อมเปิดตัว <strong>&#8216;</strong><strong>ใบแสดงผลทักษะสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์</strong><strong>&#8216; </strong><strong>หรือ </strong><strong>PIM Skill Transcript</strong> เพื่อสะท้อนทักษะและประสบการณ์ของนักศึกษาเพิ่มเติมจากวุฒิการศึกษา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44443 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/re.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ </strong><strong>PIM</strong> กล่าวว่า โลกการทำงานกำลังเปลี่ยนเร็วจากการเข้ามาของ AI ทำให้คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องมีทั้งทักษะที่ใช้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี และทักษะเฉพาะของมนุษย์ โดย 6 ทักษะสำคัญที่ควรพัฒนา ได้แก่ <strong>1. AI Literacy</strong> รู้เท่าทันและใช้ AI อย่างเหมาะสม <strong>2. Language Literacy</strong> โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ <strong>3. Financial Literacy</strong> เข้าใจการเงินและเศรษฐกิจ <strong>4. Critical Thinking</strong> คิดวิเคราะห์และตั้งคำถาม <strong>5. Creative &amp; Imaginative Thinking</strong> คิดสร้างสรรค์และสร้างแนวคิดใหม่ และ <strong>6. Human Relationship</strong> สื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่น และสร้างความสัมพันธ์ได้อย่างมี Human Touch</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44445 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากโจทย์ดังกล่าว <strong>PIM</strong> จึงพัฒนา <strong>Skill Transcript</strong> เพื่อสะท้อนความสามารถของนักศึกษามากกว่าการระบุเพียงวุฒิการศึกษา โดยรวบรวมทั้ง <strong>Soft Skills </strong><strong>และ </strong><strong>Hard Skills</strong> รวมถึงประสบการณ์จากการเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติงานจริงตลอดช่วงการศึกษา ช่วยให้นักศึกษาเห็นจุดแข็งและทักษะที่ควรพัฒนา ขณะเดียวกันสถานประกอบการสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการพิจารณาผู้สมัครและมองเห็นศักยภาพได้ชัดเจนขึ้น</p>
<p>ตลอดกว่า 20 ปี PIM จัดการศึกษาภายใต้แนวคิด <strong>Work-based Education</strong> หรือการเรียนรู้จากการทำงานจริง สะสมทักษะตั้งแต่ปี 1 ต่อเนื่องจนจบการศึกษา พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศกว่า 3,000 แห่ง และต่างประเทศกว่า 900 แห่ง ส่งผลให้บัณฑิต PIM มีอัตราการมีงานทำสูงกว่า <strong>96%</strong> สะท้อนแนวทาง <strong>PIM The Original </strong><strong>ต้นตำรับเรียนรู้จากการทำงานจริง</strong> ที่มุ่งพัฒนาคนให้มีทักษะตรงกับโลกการทำงานและความต้องการของภาคธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44447 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/re5-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/pim-6-human-skill-beyond-ai/">PIM เผย 6 สกิล พัฒนาคนยุค AI ก้าวข้ามเด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Manao Software ตอกย้ำบทบาท Reliable Development Partner พันธมิตรด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่องค์กรไทยไว้วางใจ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI อย่างมั่นคง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/manao-software-reliable-development-partner/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 09:27:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Business Partner]]></category>
		<category><![CDATA[Christopher Mosses]]></category>
		<category><![CDATA[Manao Software]]></category>
		<category><![CDATA[OfficeMate]]></category>
		<category><![CDATA[คริสโตเฟอร์ มอสซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์แวร์]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44008</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางการเร่งขับเคลื่อน Digital Transformation ของภาคธุรกิจไทย ความท้าทายในวันนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่คือการทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าสู่เทคโนโลยีใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงรักษาเสถียรภาพของระบบสำคัญ ควบคุมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน Manao Software (มะนาว ซอฟต์แวร์) บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทยที่มีทีมงานในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ พร้อมรากฐานแนวคิดการทำงานแบบเดนมาร์ก เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็น Reliable Development Partner for Thai Enterprises หรือพันธมิตรด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่องค์กรไทยสามารถไว้วางใจได้ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดระบบซอฟต์แวร์ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจได้อย่างมั่นใจ พร้อมลดความเสี่ยงตลอดกระบวนการพัฒนา หัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านคำมั่นของ Manao Software ที่ว่า “Straight talk. Solid delivery.” สื่อถึงการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ควบคู่กับการส่งมอบงานที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ คริสโตเฟอร์ มอสซ์ (Christopher Mosses) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Manao Software กล่าวว่า “วันนี้ธุรกิจไม่ได้ต้องการเพียงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ต้องการพันธมิตรที่เข้าใจว่าสิ่งใดมีความสำคัญต่อธุรกิจ สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน พร้อมรับผิดชอบต่อโครงการและส่งมอบงานได้ตามเป้าหมาย” สำหรับ Manao Software การเป็น Development Partner ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำงานด้านเทคนิคให้เสร็จตามขอบเขตที่กำหนด แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า ทำงานร่วมกับทีมภายในองค์กรอย่างใกล้ชิด มองเห็นและบริหารความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก ตลอดจนรับผิดชอบต่อการส่งมอบงานในทุกขั้นตอน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอาจส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ และหลายระบบจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาต่อเนื่องโดยไม่กระทบต่อระบบเดิมที่ยังคงทำงานอยู่ การเดินหน้าสู่เทคโนโลยีใหม่โดยไม่ทิ้งเสถียรภาพของระบบเดิม แทนที่จะเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดในคราวเดียว ManaoSoftware ให้ความสำคัญกับแนวทางการ Transformation แบบเป็นขั้นตอน (Phased Approach) โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าส่วนใดจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจัดลำดับความสำคัญจากคุณค่าทางธุรกิจและระดับความเสี่ยง ก่อนแบ่งการพัฒนาออกเป็นช่วงที่สามารถบริหารจัดการและตรวจสอบได้ ซึ่งตลอดกระบวนการ ทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์จะทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกระบวนการทดสอบและ Quality Assurance (QA) ที่เป็นระบบ รวมถึงการสื่อสารสถานะ ความคืบหน้า และประเด็นสำคัญอย่างชัดเจน เพื่อให้องค์กรสามารถเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีได้โดยยังคงรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ ความร่วมมือกว่า4 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/manao-software-reliable-development-partner/">Manao Software ตอกย้ำบทบาท Reliable Development Partner พันธมิตรด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่องค์กรไทยไว้วางใจ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI อย่างมั่นคง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางการเร่งขับเคลื่อน Digital Transformation ของภาคธุรกิจไทย ความท้าทายในวันนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่คือการทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าสู่เทคโนโลยีใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงรักษาเสถียรภาพของระบบสำคัญ ควบคุมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน</p>
<p><span id="more-44008"></span></p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Manao Software</strong></a><strong> (มะนาว ซอฟต์แวร์) บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทยที่มีทีมงานในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ พร้อมรากฐานแนวคิดการทำงานแบบเดนมาร์ก เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็น Reliable Development Partner for Thai Enterprises</strong> หรือพันธมิตรด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่องค์กรไทยสามารถไว้วางใจได้ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดระบบซอฟต์แวร์ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจได้อย่างมั่นใจ พร้อมลดความเสี่ยงตลอดกระบวนการพัฒนา หัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านคำมั่นของ Manao Software ที่ว่า <strong>“Straight talk. Solid delivery.”</strong> สื่อถึงการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ควบคู่กับการส่งมอบงานที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้</p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>คริสโตเฟอร์ มอสซ์ (Christopher Mosses) </strong></a><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Manao Software</strong> กล่าวว่า “วันนี้ธุรกิจไม่ได้ต้องการเพียงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ต้องการพันธมิตรที่เข้าใจว่าสิ่งใดมีความสำคัญต่อธุรกิจ สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน พร้อมรับผิดชอบต่อโครงการและส่งมอบงานได้ตามเป้าหมาย” สำหรับ Manao Software การเป็น Development Partner ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำงานด้านเทคนิคให้เสร็จตามขอบเขตที่กำหนด แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า ทำงานร่วมกับทีมภายในองค์กรอย่างใกล้ชิด มองเห็นและบริหารความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก ตลอดจนรับผิดชอบต่อการส่งมอบงานในทุกขั้นตอน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอาจส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ และหลายระบบจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาต่อเนื่องโดยไม่กระทบต่อระบบเดิมที่ยังคงทำงานอยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/manow3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การเดินหน้าสู่เทคโนโลยีใหม่โดยไม่ทิ้งเสถียรภาพของระบบเดิม แทนที่จะเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดในคราวเดียว <a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">ManaoSoftware </a>ให้ความสำคัญกับแนวทางการ Transformation แบบเป็นขั้นตอน (Phased Approach) โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าส่วนใดจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจัดลำดับความสำคัญจากคุณค่าทางธุรกิจและระดับความเสี่ยง ก่อนแบ่งการพัฒนาออกเป็นช่วงที่สามารถบริหารจัดการและตรวจสอบได้ ซึ่งตลอดกระบวนการ ทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์จะทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกระบวนการทดสอบและ Quality Assurance (QA) ที่เป็นระบบ รวมถึงการสื่อสารสถานะ ความคืบหน้า และประเด็นสำคัญอย่างชัดเจน เพื่อให้องค์กรสามารถเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีได้โดยยังคงรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ ความร่วมมือกว่า4 ปีระหว่าง <a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software </a>และ <a href="https://manaosoftware.com/portfolio/officemate/" target="_blank" rel="noopener">OfficeMate </a>สะท้อนประสบการณ์ของ Manao Software ในการพัฒนาและดูแลระบบระดับ Enterprise โดย OfficeMate หนึ่งในผู้ให้บริการโซลูชันสำหรับธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งในฐานะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีทั้งการดำเนินงานและ Digital Ecosystem ที่ซับซ้อน จำเป็นต้องมีระบบเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการทำงานในปัจจุบัน พร้อมพัฒนาและขยายตัวไปตามการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง Manao Software รับผิดชอบทั้งการพัฒนาและสนับสนุน <a href="https://manaosoftware.com/portfolio/officemate/" target="_blank" rel="noopener">Seller Centre </a>และความร่วมมือดังกล่าวยังคงดำเนินต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/portfolio/officemate/" target="_blank" rel="noopener">Seller Centre </a>เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการผู้ขาย ครอบคลุมข้อมูลร้านค้า สินค้า คำสั่งซื้อ โปรโมชั่น และค่าคอมมิชชัน พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์กับหลายระบบภายในองค์กร ระบบได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงและการเติบโตของธุรกิจ Marketplace ของ OfficeMate โครงการนี้สะท้อนความสามารถของ Manao Software ในการเข้าใจ Business Requirements ที่ซับซ้อน รวมถึงการพัฒนา ทดสอบ และดูแลการเชื่อมต่อระหว่างระบบภายในองค์กรขนาดใหญ่</p>
<p>“องค์กรไม่ควรต้องเลือกระหว่าง Innovation กับ Stability หน้าที่ของเราคือช่วยให้ลูกค้าเดินหน้าสู่สิ่งใหม่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเมื่อมีความท้าทาย และรับผิดชอบต่อการส่งมอบงานให้สำเร็จ” คริสโตเฟอร์ กล่าว</p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software </a>ยังนำ <a href="https://manaosoftware.com/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> มายกระดับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ผ่าน OMEGA แพลตฟอร์ม <a href="https://manaosoftware.com/19-years-manao-software-celebration/" target="_blank" rel="noopener">AI-Augmented Delivery</a> ที่พัฒนาขึ้นโดย Manao Software โดยนำ <a href="https://manaosoftware.com/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> มาสนับสนุนตลอด Software Development Lifecycle ตั้งแต่การวางแผน การเขียนโค้ด การ Review การทดสอบ การจัดทำ Documentation ไปจนถึง Validation</p>
<p>OMEGA ช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้กับ Workflow ภายในของ Manao Software ได้มากกว่า 70% โดยลดงานด้านวิศวกรรมและงานปฏิบัติการที่มีลักษณะซ้ำ ๆ ทำให้ทีมมีเวลาโฟกัสกับงานที่สร้างคุณค่ามากขึ้น ทั้งด้าน Architecture, Quality Assurance และ Business Logic ขณะเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก <a href="https://manaosoftware.com/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> ยังคงผ่านการ Review และ Validation โดยวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญก่อนส่งมอบ เพื่อรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย Scalability และการดูแลรักษาระบบในระยะยาว</p>
<p>ประสบการณ์ดังกล่าวยังถูกต่อยอดสู่บริการ <a href="https://manaosoftware.com/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">Custom AI Software Development &amp; Consulting</a> สำหรับลูกค้าองค์กร โดย ManaoSoftware เริ่มจากการทำความเข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจ ผู้ใช้งาน และระบบที่มีอยู่ ก่อนพิจารณาว่า <a href="https://manaosoftware.com/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> สามารถสร้างคุณค่าหรือแก้ Pain Point ในส่วนใดได้จริง แล้วจึงพัฒนาโซลูชันที่เหมาะกับแต่ละองค์กร ภายใต้หลักการ “Start with the business need, use AI where it makes sense and keep experienced people accountable for the outcome.”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/manow2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้วยทีมงานใน กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ประสบการณ์ในตลาดไทย และรากฐานการทำงานแบบเดนมาร์ก Manao Software ผสานความเข้าใจธุรกิจในประเทศเข้ากับมาตรฐานการส่งมอบงานระดับสากล ทีมทำงานร่วมกับทั้ง Business Stakeholders และ TechnicalTeams อย่างใกล้ชิด ด้วยการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา โปร่งใส และเน้นความรับผิดชอบต่อการส่งมอบ</p>
<p>ในวันที่เทคโนโลยีและ <a href="https://manaosoftware.com/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> มีบทบาทต่อธุรกิจมากขึ้น Manao Software เชื่อว่าองค์กรไทยต้องการ Development Partner ที่ไว้วางใจได้ทั้งในวันที่โครงการดำเนินไปอย่างราบรื่นและเมื่อเกิดความท้าทาย</p>
<p>“เราอยากให้ลูกค้ารู้เสมอว่าโครงการอยู่ตรงไหน มีเรื่องใดที่ต้องให้ความสำคัญ และขั้นตอนต่อไปคืออะไร ความโปร่งใสควบคู่กับการส่งมอบที่เชื่อถือได้ คือสิ่งที่ช่วยให้เราสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า” คริสโตเฟอร์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/manao-software-reliable-development-partner/">Manao Software ตอกย้ำบทบาท Reliable Development Partner พันธมิตรด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่องค์กรไทยไว้วางใจ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI อย่างมั่นคง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Manao Software ฉลองครบรอบ 19 ปี เดินหน้าผสาน AI เข้ากับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมคงมาตรฐาน Human Engineering Oversight เพื่อการพัฒนาระบบระยะยาว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/manao-software-human-engineering-oversight/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 16:55:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI-Assisted Workflows]]></category>
		<category><![CDATA[AI-Augmented Software Delivery]]></category>
		<category><![CDATA[Custom Software Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Human Engineering Oversight]]></category>
		<category><![CDATA[Manao Software]]></category>
		<category><![CDATA[คริสโตเฟอร์ มอสซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์แวร์]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาว ซอฟต์แวร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42654</guid>

					<description><![CDATA[<p>Manao Software บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ผสานแนวคิดการทำงานแบบเดนมาร์กเข้ากับทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ในประเทศไทย เดินหน้าขยายแนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ AI-Augmented Software Delivery เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความเสถียร และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาว ด้วยประสบการณ์ 19 ปีเต็ม ในการพัฒนา Custom Software Solutions ให้กับองค์กรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ Manao Software มองว่า ท่ามกลางการเติบโตของ AI ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ องค์กรต่าง ๆ เริ่มมองหาพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่ความรวดเร็วในการพัฒนา แต่ยังต้องสามารถรักษามาตรฐานทางวิศวกรรม ความโปร่งใสในการทำงาน และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาวได้ควบคู่กันไปด้วย นายคริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Manao Software กล่าวว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนา การทดสอบระบบ การจัดทำเอกสาร การประเมินโปรเจกต์ และกระบวนการปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ “ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ต้องการทั้งความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องการความมั่นใจว่าระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นยังคงผ่านมาตรฐานด้านวิศวกรรม การควบคุมคุณภาพ และสามารถดูแลรักษาได้ในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าว ภายใต้ทิศทางธุรกิจปี 2026 Manao Software ได้เริ่มผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงานภายในของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับความสม่ำเสมอในการส่งมอบงานในแต่ละโปรเจกต์ แนวทางดังกล่าวได้ทำงานผ่าน OMEGA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI-Augmented Delivery ภายในองค์กร ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการวางแผน การพัฒนา การทดสอบ การจัดทำเอกสาร Workflow Automation และการบริหารจัดการด้านวิศวกรรมตลอด Software Development Lifecycle บริษัทระบุว่า ปัจจุบัน AI-Assisted Workflows ถูกนำมาใช้งานในหลายขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยให้ทีมทำงานได้รวดเร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนาในแต่ละโปรเจกต์ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกผลลัพธ์ที่เกิดจาก AI ยังคงผ่านการตรวจสอบ ทดสอบ และรับรองโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้งานจริงในระดับ Production Manao Software มองว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือที่จะเข้ามาแทนที่วิศวกรซอฟต์แวร์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนา พร้อมช่วยเสริมศักยภาพของทีมวิศวกรรม โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ความสามารถในการขยายระบบ และการดูแลรักษาซอฟต์แวร์ในระยะยาว “AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างมาก แต่โปรเจกต์ระดับองค์กรยังคงต้องอาศัยประสบการณ์ การตัดสินใจ และความรับผิดชอบจากทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบสามารถดูแลและพัฒนาต่อได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าวเพิ่มเติม ปัจจุบัน Manao Software ให้บริการด้าน Outsourced Development Teams, Web &#38; Mobile Application Development, Outsourced Software Testing, Penetration Testing, AI Consulting &#38; Development, n8n Workflow Automation รวมถึง Cloud Migration Services พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้าน AI-Augmented Delivery อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วขึ้น ยกระดับคุณภาพของกระบวนการทดสอบ และเสริมความเสถียรในการดูแลระบบซอฟต์แวร์ระยะยาว Manao Software เชื่อว่า อนาคตของอุตสาหกรรม Software Outsourcing จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานประสิทธิภาพจาก AI เข้ากับประสบการณ์ของบุคลากร กระบวนการวิศวกรรมที่มีวินัย การสื่อสารที่โปร่งใส และการส่งมอบงานที่มีความน่าเชื่อถือ ตลอดระยะเวลา 19 ปี ในประเทศไทย บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนด้านคุณภาพทางวิศวกรรม การพัฒนากระบวนการทำงาน และเทคโนโลยี AI-Augmented Software Delivery เพื่อสนับสนุนองค์กรที่ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทางสำหรับการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/manao-software-human-engineering-oversight/">Manao Software ฉลองครบรอบ 19 ปี เดินหน้าผสาน AI เข้ากับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมคงมาตรฐาน Human Engineering Oversight เพื่อการพัฒนาระบบระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ผสานแนวคิดการทำงานแบบเดนมาร์กเข้ากับทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ในประเทศไทย เดินหน้าขยายแนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ AI-Augmented Software Delivery เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความเสถียร และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาว</p>
<p><span id="more-42654"></span></p>
<p>ด้วยประสบการณ์ 19 ปีเต็ม ในการพัฒนา Custom Software Solutions ให้กับองค์กรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ Manao Software มองว่า ท่ามกลางการเติบโตของ AI ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ องค์กรต่าง ๆ เริ่มมองหาพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่ความรวดเร็วในการพัฒนา แต่ยังต้องสามารถรักษามาตรฐานทางวิศวกรรม ความโปร่งใสในการทำงาน และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาวได้ควบคู่กันไปด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42656 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Manao2.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>นายคริสโตเฟอร์ มอสซ์</strong></a><strong> </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง</strong><strong> </strong><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> กล่าวว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนา การทดสอบระบบ การจัดทำเอกสาร การประเมินโปรเจกต์ และกระบวนการปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์</p>
<p>“ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ต้องการทั้งความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องการความมั่นใจว่าระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นยังคงผ่านมาตรฐานด้านวิศวกรรม การควบคุมคุณภาพ และสามารถดูแลรักษาได้ในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าว</p>
<p>ภายใต้ทิศทางธุรกิจปี 2026 Manao Software ได้เริ่มผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงานภายในของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับความสม่ำเสมอในการส่งมอบงานในแต่ละโปรเจกต์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42658 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Manao4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แนวทางดังกล่าวได้ทำงานผ่าน OMEGA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI-Augmented Delivery ภายในองค์กร ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการวางแผน การพัฒนา การทดสอบ การจัดทำเอกสาร Workflow Automation และการบริหารจัดการด้านวิศวกรรมตลอด Software Development Lifecycle</p>
<p>บริษัทระบุว่า ปัจจุบัน AI-Assisted Workflows ถูกนำมาใช้งานในหลายขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยให้ทีมทำงานได้รวดเร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนาในแต่ละโปรเจกต์ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกผลลัพธ์ที่เกิดจาก <a href="https://manaosoftware.com/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> ยังคงผ่านการตรวจสอบ ทดสอบ และรับรองโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้งานจริงในระดับ Production</p>
<p>Manao Software มองว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือที่จะเข้ามาแทนที่วิศวกรซอฟต์แวร์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนา พร้อมช่วยเสริมศักยภาพของทีมวิศวกรรม โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ความสามารถในการขยายระบบ และการดูแลรักษาซอฟต์แวร์ในระยะยาว</p>
<p>“AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างมาก แต่โปรเจกต์ระดับองค์กรยังคงต้องอาศัยประสบการณ์ การตัดสินใจ และความรับผิดชอบจากทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบสามารถดูแลและพัฒนาต่อได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42657 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Manao3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบัน Manao Software ให้บริการด้าน O<a href="https://manaosoftware.com/outsourced-development-teams/" target="_blank" rel="noopener">utsourced Development Teams</a>, <a href="https://manaosoftware.com/web-app-development-services/" target="_blank" rel="noopener">Web &amp; Mobile Application Developmen</a>t, <a href="https://manaosoftware.com/outsourced-software-testing/" target="_blank" rel="noopener">Outsourced Software Testing</a>, <a href="https://manaosoftware.com/web-application-penetration-testing-services/" target="_blank" rel="noopener">Penetration Testing</a>, <a href="https://manaosoftware.com/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI Consulting &amp; Development</a>, <a href="https://manaosoftware.com/n8n/" target="_blank" rel="noopener">n8n Workflow Automation</a> รวมถึง <a href="https://manaosoftware.com/cloud-migration-managed-services/" target="_blank" rel="noopener">Cloud Migration Services</a></p>
<p>พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้าน AI-Augmented Delivery อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วขึ้น ยกระดับคุณภาพของกระบวนการทดสอบ และเสริมความเสถียรในการดูแลระบบซอฟต์แวร์ระยะยาว</p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> เชื่อว่า อนาคตของอุตสาหกรรม Software Outsourcing จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานประสิทธิภาพจาก AI เข้ากับประสบการณ์ของบุคลากร กระบวนการวิศวกรรมที่มีวินัย การสื่อสารที่โปร่งใส และการส่งมอบงานที่มีความน่าเชื่อถือ</p>
<p>ตลอดระยะเวลา 19 ปี ในประเทศไทย บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนด้านคุณภาพทางวิศวกรรม การพัฒนากระบวนการทำงาน และเทคโนโลยี AI-Augmented Software Delivery เพื่อสนับสนุนองค์กรที่ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทางสำหรับการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/manao-software-human-engineering-oversight/">Manao Software ฉลองครบรอบ 19 ปี เดินหน้าผสาน AI เข้ากับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมคงมาตรฐาน Human Engineering Oversight เพื่อการพัฒนาระบบระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ ผุดเวที “Grab Driver Awards” ครั้งแรก!  ชูสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี ยกระดับอุตสาหกรรมเรียกรถ-เดลิเวอรี เปิดตัว 4 ฟีเจอร์ AI &#8211; พัฒนาทักษะ ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ เสริมรายได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/grab-driver-award/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 14:23:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Driver]]></category>
		<category><![CDATA[Driver AI Assistant]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Driver Award]]></category>
		<category><![CDATA[คนขับ]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเทนต์ครีเอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน]]></category>
		<category><![CDATA[สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[สุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไรเดอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42635</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย เปิดเวทีประกาศรางวัลสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี “Grab Driver Awards” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องสุดยอดคนขับและไรเดอร์กว่า 400 คนจากทั่วประเทศที่โดดเด่นในด้านการให้บริการครอบคลุม 8 สาขาหลัก หวังยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเรียกรถผ่านแอปฯ หนุนนโยบายกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับประชาชน  พร้อมส่ง 4 ฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเสริมประสิทธิภาพการให้บริการและความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม ควบพัฒนาทักษะการเป็น “คอนเทนต์ครีเอเตอร์” ส่งเสริมให้คนขับสามารถสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์เพื่อเป็นรายได้เสริม สานต่อพันธกิจ GrabForGood ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนในอีโคซิสเต็ม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “ปัจจุบันบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนไทย ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทั้งในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดต่างๆ ได้แบบไร้รอยต่อ จนทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนากรอบกฎหมายและการกำกับดูแล ตลอดจนส่งเสริมให้ทุกแพลตฟอร์มรักษามาตรฐานและยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความปลอดภัย ทันสมัย โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกับผู้ใช้บริการและคนขับ ทั้งนี้ การจัดเวทีมอบรางวัล Grab Driver Awards ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความริเริ่มที่น่าชื่นชมของผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างแกร็บ ในการเชิดชูและสร้างต้นแบบของคนขับที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นในสังคม โดยหวังว่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนขับรายอื่นๆ ได้พัฒนาศักยภาพและมาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวต่ออุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป” นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/grab-driver-award/">แกร็บ ผุดเวที “Grab Driver Awards” ครั้งแรก!  ชูสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี ยกระดับอุตสาหกรรมเรียกรถ-เดลิเวอรี เปิดตัว 4 ฟีเจอร์ AI &#8211; พัฒนาทักษะ ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ เสริมรายได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย เปิดเวทีประกาศรางวัลสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี “</strong><strong>Grab Driver Awards” </strong><strong>เป็นครั้งแรก </strong><strong>เพื่อยกย่องสุดยอดคนขับและไรเดอร์กว่า 400 คนจากทั่วประเทศที่โดดเด่นในด้านการให้บริการครอบคลุม 8 สาขาหลัก </strong></p>
<p><span id="more-42635"></span></p>
<p><strong>หวังยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเรียกรถผ่านแอปฯ หนุนนโยบายกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับประชาชน  พร้อมส่ง 4 ฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย </strong><strong>AI </strong><strong>เพื่อเสริมประสิทธิภาพการให้บริการและความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม ควบพัฒนาทักษะการเป็น “คอนเทนต์ครีเอเตอร์” ส่งเสริมให้คนขับสามารถสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์เพื่อเป็นรายได้เสริม สานต่อพันธกิจ </strong><strong>GrabForGood </strong><strong>ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนในอีโคซิสเต็ม</strong></p>
<p><strong>นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม </strong>กล่าวว่า “ปัจจุบันบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนไทย ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทั้งในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดต่างๆ ได้แบบไร้รอยต่อ จนทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนากรอบกฎหมายและการกำกับดูแล ตลอดจนส่งเสริมให้ทุกแพลตฟอร์มรักษามาตรฐานและยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความปลอดภัย ทันสมัย โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกับผู้ใช้บริการและคนขับ ทั้งนี้ การจัดเวทีมอบรางวัล Grab Driver Awards ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความริเริ่มที่น่าชื่นชมของผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างแกร็บ ในการเชิดชูและสร้างต้นแบบของคนขับที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นในสังคม โดยหวังว่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนขับรายอื่นๆ ได้พัฒนาศักยภาพและมาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวต่ออุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42637 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Grab-Award2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า “ในแต่ละวันมีคนขับและไรเดอร์นับหลายแสนคนที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มของแกร็บ พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง ‘ผู้ให้บริการ’ แต่ยังถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและชีวิตของคนในสังคม รวมถึงเป็นด่านหน้าในการต้อนรับและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยนอกจากระบบประเมินผลผ่านคะแนนเรตติ้ง 5 ดาวและการให้ทิปจากผู้ใช้บริการในทุกครั้งซึ่งถือเป็นกำลังใจหลักสำหรับคนขับแล้ว ในปีนี้แกร็บยังได้ริเริ่มการจัดเวทีมอบรางวัลสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี Grab Driver Awards อย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อแสดงความขอบคุณในความทุ่มเทและยกย่องเหล่าคนขับแถวหน้าจากทั่วประเทศที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ อาทิ มาตรฐานการให้บริการความปลอดภัยและการรักษาวินัยจราจร การต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมถึงด้านคุณธรรม ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนขับผู้ให้บริการรายอื่นๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อไป”</p>
<p>เวทีประกาศรางวัล <strong>“</strong><strong>Grab Driver Awards 2026”</strong> ยกย่องสุดยอดคนขับและไรเดอร์จากทั่วประเทศกว่า 400 คนซึ่งได้รับคะแนนเรตติ้งสูงสุดจากผู้ใช้บริการและมีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ครอบคลุม 8 สาขาหลัก ซึ่งสะท้อนความเป็น “สุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี” ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42640 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Grab-Award5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<ul>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลผู้ให้บริการ </strong><strong>5 </strong><strong>ดาว” </strong>มอบให้กับคนขับที่ได้รับคะแนน 5 ดาวจากผู้ใช้บริการรวมมากที่สุดตลอดทั้งปี</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลตัวแทนประเทศไทย ขวัญใจนักท่องเที่ยว” </strong>มอบให้กับคนขับที่ได้รับคะแนน 5 ดาวสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลนักขับสื่อสารภาษาจีนดีเด่น” </strong>มอบให้กับคนขับที่สามารถสื่อสารภาษาจีนกับผู้โดยสารและให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารชาวจีนมากที่สุด</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลผู้ให้บริการมาตรฐานการขับขี่ปลอดภัย” </strong>มอบให้กับคนขับที่ได้รับคะแนน 5 ดาวสูงสุดซึ่งโดดเด่น<br />
ในด้านพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย รักษาวินัยจราจร และไม่เคยมีประวัติร้องเรียน</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลกูรูตัวจริงเรื่องเส้นทาง” </strong>มอบให้กับคนขับที่ได้รับคะแนน 5 ดาวสูงสุดซึ่งโดดเด่นในด้านความชำนาญและความแม่นยำในการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง สะท้อนความถนัดในการใช้แผนที่และการศึกษาเส้นทางก่อนให้บริการ</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลผู้ให้บริการตัวอย่าง” </strong>มอบให้กับคนขับที่มีพฤติกรรมดีและเป็นแบบอย่างให้กับคนขับอื่นๆ<br />
บนแพลตฟอร์ม โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการสื่อสารและให้คำแนะนำ</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลคนดีศรีแกร็บ” </strong>มอบให้กับคนขับที่มีความโดดเด่นในด้านคุณธรรม มีจิตสาธารณะ<br />
คอยให้ความช่วยเหลือทั้งกับผู้ใช้บริการและบุคคลทั่วไป</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลผู้ให้บริการใฝ่รู้แห่งปี” </strong>มอบให้กับคนขับที่มีอัตราการเข้าอบรมและทำคะแนนในหลักสูตรต่างๆ ภายใต้โครงการ GrabAcademy สูงที่สุด</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42638 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Grab-Award3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ แกร็บยังได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยสนับสนุนการให้บริการสำหรับคนขับและไรเดอร์<br />
ไม่ว่าจะเป็น <strong>“</strong><strong>Driver AI Assistant”</strong> แชตบอทอัจฉริยะในแอปพลิเคชันของคนขับ (Grab Drivers App) ที่จะคอยตอบคำถามและให้คำแนะนำแบบเฉพาะเจาะจง ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เทคนิคการเพิ่มรายได้ แคมเปญและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงนโยบายการให้บริการของแกร็บ <strong>“</strong><strong>Grab Navigation”</strong> ระบบนำทางด้วย GPS ซึ่งทำงานร่วมกับแผนที่ดิจิทัลของแกร็บ (GrabMaps) ช่วยอำนวยความสะดวกในการระบุเส้นทางและเชื่อมโยงข้อมูลการจราจรได้ครบจบในที่เดียว <strong>“</strong><strong>Ride Guide”</strong> ฟีเจอร์ที่จะคอยแนะนำ พร้อมนำทางคนขับไปยังพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และ <strong>“</strong><strong>Grab Emergency”</strong> ระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์โดยใช้ AI ช่วยตรวจจับความผิดปกติและวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนคนขับระหว่างการเดินทาง</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น แกร็บยังได้สานต่อโครงการ GrabAcademy โดยมุ่งเสริมความรู้และการพัฒนาตนเองให้กับคนขับผ่านการเพิ่มคอร์สอบรมในหัวข้อ <strong>“</strong><strong>From Driver to Creator: </strong><strong>จากคนขับสู่ครีเอเตอร์ เปลี่ยนเรื่องราวให้เป็นรายได้”</strong> โดยคนขับที่ประสบความสำเร็จในการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้มาแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการสร้างคอนเทนต์บนโลกออนไลน์  ทั้งเทคนิคการเล่าเรื่องให้น่าติดตาม ไปจนถึงแนวทางการต่อยอดคอนเทนต์สู่โอกาสในการทำรายได้เสริม เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการทำคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42639 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Grab-Award4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แกร็บมุ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคนขับอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการ การส่งเสริมความรู้และอัปสกิลใหม่ๆ เพื่อให้ทันโลกและสร้างโอกาสในการเข้าถึงรายได้ ด้วยความตั้งใจที่จะสนับสนุนให้คนในอีโคซิสเต็มของเราพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง สามารถก้าวไปข้างหน้าและเติบโตไปพร้อมกับแพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน” นางสาวจันต์สุดา กล่าวเสริม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/grab-driver-award/">แกร็บ ผุดเวที “Grab Driver Awards” ครั้งแรก!  ชูสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี ยกระดับอุตสาหกรรมเรียกรถ-เดลิเวอรี เปิดตัว 4 ฟีเจอร์ AI &#8211; พัฒนาทักษะ ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ เสริมรายได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออมสิน x NIA เปิดคอร์สฟรี “GSB Innovation for the Future” ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/gsb-innovation-for-the-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 07:54:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[GSB]]></category>
		<category><![CDATA[GSB Innovation for the Future]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารออมสิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วชิรา การสุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[ออมตังค์]]></category>
		<category><![CDATA[ออมสิน x NIA]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41581</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ “GSB Innovation for the Future” มุ่งพัฒนาทักษะนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจให้คนรุ่นใหม่ นักศึกษา และผู้เริ่มต้นธุรกิจ โดยออกแบบเนื้อหาให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ พร้อมกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจจริง โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนเรียนแล้วกว่า 100,000 ราย และในปี 2569 ได้ปรับเนื้อหาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รองรับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดให้เรียนฟรีผ่านเว็บไซต์ “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน (oomtang.gsb.or.th) ได้ตั้งแต่วันนี้ การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนบทบาท “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” ที่ธนาคารมีเป้าหมายช่วยสร้างทักษะการประกอบอาชีพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ สามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคง และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายในงานเปิดตัวยังมีการจัดแสดงผลงานผู้ประกอบการต้นแบบ 11 ราย และเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ ณ Next Tech สยามพารากอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gsb-innovation-for-the-future/">ออมสิน x NIA เปิดคอร์สฟรี “GSB Innovation for the Future” ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นางสาววชิรา การสุทธิ์</strong> รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับ <strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ “<strong>GSB Innovation for the Future</strong>” มุ่งพัฒนาทักษะนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจให้คนรุ่นใหม่ นักศึกษา และผู้เริ่มต้นธุรกิจ</p>
<p><span id="more-41581"></span></p>
<p>โดยออกแบบเนื้อหาให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ พร้อมกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจจริง โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนเรียนแล้วกว่า 100,000 ราย และในปี 2569 ได้ปรับเนื้อหาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รองรับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดให้เรียนฟรีผ่านเว็บไซต์ “<strong>ออมตังค์</strong>” โดยธนาคารออมสิน (oomtang.gsb.or.th) ได้ตั้งแต่วันนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GSB-NIA2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนบทบาท “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” ที่ธนาคารมีเป้าหมายช่วยสร้างทักษะการประกอบอาชีพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ สามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคง และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายในงานเปิดตัวยังมีการจัดแสดงผลงานผู้ประกอบการต้นแบบ 11 ราย และเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ ณ Next Tech สยามพารากอน เมื่อวันที่ 29 เม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gsb-innovation-for-the-future/">ออมสิน x NIA เปิดคอร์สฟรี “GSB Innovation for the Future” ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แค่  ‘Digital Literacy&#8217; ไม่พอ AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เติม &#8216;AI Literacy&#8217; เสริมองค์ความรู้ปัญญาประดิษฐ์ สร้างภูมิคุ้มกัน​คนไทย ทั้งรู้จัก ใช้เป็น และต่อยอดสร้างประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/aunjai-cyber-ai-literacy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 11:03:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[AIS AI Universe]]></category>
		<category><![CDATA[Aunjai Cyber]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[สายชล ทรัพย์มากอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[อุ่นใจไซเบอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41282</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันทักษะความรู้เรื่อง &#8216;ปัญญาประดิษฐ์&#8217; หรือ AI ไม่ใช่ทักษะในอนาคต แต่ถือเป็นหนึ่งทักษะจำเป็นและพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี ประกอบกับความสามารถในการเข้าถึงที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งฟีเจอร์และความสามารถในการนำไปต่อยอดที่หลากหลาย ทำให้นอกจากจะเป็นประโยชน์อย่างมากแล้ว อีกด้านหนึ่ง AI จึงมาพร้อมความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง AIS ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนา​คอร์สเรียน &#8216;อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy&#8217; แพลตฟอร์มการเรียนรู้​รูปแบบดิจิทัล​เพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทย พัฒนาโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายสาขา ครอบคลุมตั้งแต่ความหมายของ AI การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการใช้งานอย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และมีจริยธรรม โดย อว. รับรองมาตรฐานเนื้อหา รวมทั้งเตรียมต่อยอดหลักสูตรให้นิสิตนักศึกษาสามารถสะสมชั่วโมงการเรียนรู้จากคอร์สดังกล่าว เพื่อนำไปเทียบเป็นหน่วยกิตได้ในอนาคต ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทำให้องค์ความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ใช่แค่ควรเรียนรู้ แต่ &#8216;ต้องรู้&#8217; ทั้งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วม ทำงานร่วม และใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/aunjai-cyber-ai-literacy/">แค่  ‘Digital Literacy&#8217; ไม่พอ AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เติม &#8216;AI Literacy&#8217; เสริมองค์ความรู้ปัญญาประดิษฐ์ สร้างภูมิคุ้มกัน​คนไทย ทั้งรู้จัก ใช้เป็น และต่อยอดสร้างประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันทักษะความรู้เรื่อง <strong>&#8216;ปัญญาประดิษฐ์&#8217; </strong>หรือ <strong>AI</strong> ไม่ใช่ทักษะในอนาคต แต่ถือเป็นหนึ่งทักษะจำเป็นและพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี ประกอบกับความสามารถในการเข้าถึงที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งฟีเจอร์และความสามารถในการนำไปต่อยอดที่หลากหลาย ทำให้นอกจากจะเป็นประโยชน์อย่างมากแล้ว อีกด้านหนึ่ง AI จึงมาพร้อมความเสี่ยงด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-41282"></span></p>
<p>เป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง <strong>AIS</strong> ร่วมกับ <strong>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</strong> และ<strong>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> พัฒนา​คอร์สเรียน<strong> &#8216;อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy&#8217;</strong> แพลตฟอร์มการเรียนรู้​รูปแบบดิจิทัล​เพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทย</p>
<p>พัฒนาโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายสาขา ครอบคลุมตั้งแต่ความหมายของ AI การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการใช้งานอย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และมีจริยธรรม โดย อว. รับรองมาตรฐานเนื้อหา รวมทั้งเตรียมต่อยอดหลักสูตรให้นิสิตนักศึกษาสามารถสะสมชั่วโมงการเรียนรู้จากคอร์สดังกล่าว เพื่อนำไปเทียบเป็นหน่วยกิตได้ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41289 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745167.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร </strong>อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทำให้องค์ความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ใช่แค่ควรเรียนรู้ แต่ &#8216;ต้องรู้&#8217; ทั้งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วม ทำงานร่วม และใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ รวมทั้งการนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างรู้เท่าทัน รวมทั้งมีความอุ่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้</p>
<p>ขณะที่บทบาทของสถาบันการศึกษาในปัจจุบัน ต้องให้ความสำคัญในการ ‘<strong>สร้างคน’</strong> ที่พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่อย่างมีคุณภาพ จุฬาฯ มุ่งพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ภายใต้แนวทาง ‘<strong>Responsible AI</strong>’ เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของนิสิต ผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และสามารถประยุกต์ใช้ AI ได้จริงในอนาคต</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบัน AI กลายเป็นความรู้พื้นฐาน และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งช่วยพัฒนาศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประเทศ จึงจำเป็นที่ต้องมีการส่งเสริม พร้อมทั้งพัฒนาให้คนไทยมีองค์ความรู้ ​ความ​สามารถ และมีความพร้อมทางปัญญา​ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างสร้างสรรค์ และปลอดภัย ซึ่งทางจุฬาฯ มีความเข้มแข็งด้านวิชาการ  และ​ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายศาสตร์มาร่วมสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อ​พัฒนาหลักสูตร การออกแบบเนื้อหา ​พร้อม​ถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้การเรียนรู้มีความรอบด้าน ​ตอบโจทย์การนำไปใช้งาน รวมทั้งสามารถเข้าถึงได้อย่างเปิดกว้าง เพื่อสามารถนำเอไอไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41285 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745161.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี</strong> รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ​กระทรวง อว. มุ่งพัฒนากำลังคนของประเทศผ่านระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับ<strong> AI Literacy</strong> ควบคู่กับทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (<strong>Critical Thinking)</strong> และจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างพลเมืองดิจิทัล​ ที่มีคุณภาพ ผ่านความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตร <strong>&#8216;อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy&#8217;</strong> ระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเป็นการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนกว่า 1.8 ล้านคน ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต</p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนเป้าหมายของ อว. ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการพัฒนาคนไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างยั่งยืน รวมทั้งสอดคล้องนโยบาย AI For All​ เพื่อส่งเสริมการนำองค์ความรู้ AI หรือพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ มากกว่าแค่การเรียนการสอน แต่สามารถนำมาต่อยอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อนำมาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เช่น การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมทั้งการเพิ่มความตระหนักรู้การ​นำเอไอไปใช้ ​ จนถึงข้อควรระวังต่างๆ เพื่อสามามารถใช้เอไอในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41290 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745165.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม </strong>หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า ​AIS ในฐานะผู้นำด้านโครงข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ ไม่เพียงมุ่งยกระดับเครือข่ายสู่ Autonomous Network และการนำ AI มาเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังเดินหน้าขับเคลื่อนระบบของปัญญาประดิษฐ์  (AIS AI Universe) อย่างรอบด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนานวัตกรรมบริการที่ตอบโจทย์การใช้งาน AI ของลูกค้า อาทิ AISpace ศูนย์รวมบริการ AI, การส่งเสริมการสร้างทักษะดิจิทัลให้คนไทยทุกกลุ่มผ่านแพลตฟอร์ม LearnDi for Thais ตลอดจนการเสริมศักยภาพบุคลากรภายในองค์กรผ่านหลักสูตรด้าน AI โดยมี AIS Academy เป็นแหล่งความรู้</p>
<p><em>&#8220;กว่า 8 ปี ที่ AIS ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาและใช้งานทักษะทางดิจิทัลอย่างปลอดภัย ผ่านการพัฒนาหลักสูตรอุ้นใจไซเบอร์ และสามารถเข้าถึงคนไทยได้กว่า 1 ล้านคน ขณะที่ความรวดเร็วของการพัฒนา​​เทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยเฉพาะการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ <strong>ส่งผลให้มีการ​ยกระดับจาก Digital Literacy สู่ AI Literacy เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ และยกระดับความรู้ด้าน AI ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น</strong>  พร้อมทั้งหลักสูตร ‘<strong>อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy : My AI Buddy’</strong>  โดยมุ่งหวังว่าหลักสูตรนี้จะช่วยให้คนไทยใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ สนุกกับการใช้ AI ในฐานะ ‘บัดดี้’ หรือเพื่อนคู่คิด สามารถอยู่ร่วมกับ AI ได้อย่างมั่นใจ มีความรับผิดชอบ และก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน” </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41286 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745159.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​หลักสูตร ‘<strong>อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy</strong>’ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน AI และพลเมืองดิจิทัลในรูปแบบที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงได้สะดวก เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงความรู้ทาง AI ได้ฟรีและเปิดกว้าง โดยเบื้องต้นได้พัฒนาคอร์สเรียนรวม 10 หลักสูตร ครอบคลุมทั้งความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ AI ความเข้าใจพื้นฐาน ความเข้าใจในเครื่องมือ สถานการณ์ รวมทั้งบริบทในการนำ AI ไปใช้ พร้อมทั้งความสามารถในการเข้าถึงเครื่องมือ เพื่อให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพ ไปจนถึงเรื่องกรอบจริยธรรมในการใช้งาน ทั้งสำหรับการใช้งานในระดับบุคคล ไปจนถึงการนำไปใช้งานภายในองค์กร</p>
<p>โดยวัตถุประสงค์สำคัญ ทั้งการมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ​และ​สามารถนำไปเป็นผู้ช่วยการใช้งานจริงได้​ ตามแต่ละบริบทที่ต้องการ​อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรขึ้นมา ​ทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจ ใช้งานได้จริง รวมไปถึงการ​ต่อยอด​​สร้างประโยชน์ เพื่อให้เกิดคุณค่า​ทั้งต่อตัวเอง และประเทศชาติได้ต่อไป​​<b></b></p>
<p>ผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้หลักสูตร <strong>&#8216;อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy&#8217;</strong> ได้ฟรี ทุกที่ทุกเวลา ผ่านแพลตฟอร์ม Thai MOOC <a href="https://thaimooc.ac.th/instructor/ais/" target="_blank" rel="noopener">https://thaimooc.ac.th/instructor/ais/</a>, LearnDi for Thais บนเว็บไซต์ <a href="https://aunjaicyber.ais.th/pathway/162" target="_blank" rel="noopener">https://aunjaicyber.ais.th/pathway/162</a> และแอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER ทั้งนี้ หลักสูตร<strong> &#8216;อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy&#8217;</strong> ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการเรียนรู้ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง เพื่อร่วมยกระดับทักษะด้าน AI และภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้แก่เยาวชนไทยในอนาคตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41287 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745158.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/aunjai-cyber-ai-literacy/">แค่  ‘Digital Literacy&#8217; ไม่พอ AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เติม &#8216;AI Literacy&#8217; เสริมองค์ความรู้ปัญญาประดิษฐ์ สร้างภูมิคุ้มกัน​คนไทย ทั้งรู้จัก ใช้เป็น และต่อยอดสร้างประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
