<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>AI &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/ai/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Jun 2026 16:55:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>AI &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Manao Software ฉลองครบรอบ 19 ปี เดินหน้าผสาน AI เข้ากับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมคงมาตรฐาน Human Engineering Oversight เพื่อการพัฒนาระบบระยะยาว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/manao-software-human-engineering-oversight/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 16:55:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI-Assisted Workflows]]></category>
		<category><![CDATA[AI-Augmented Software Delivery]]></category>
		<category><![CDATA[Custom Software Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Human Engineering Oversight]]></category>
		<category><![CDATA[Manao Software]]></category>
		<category><![CDATA[คริสโตเฟอร์ มอสซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์แวร์]]></category>
		<category><![CDATA[มะนาว ซอฟต์แวร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42654</guid>

					<description><![CDATA[<p>Manao Software บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ผสานแนวคิดการทำงานแบบเดนมาร์กเข้ากับทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ในประเทศไทย เดินหน้าขยายแนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ AI-Augmented Software Delivery เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความเสถียร และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาว ด้วยประสบการณ์ 19 ปีเต็ม ในการพัฒนา Custom Software Solutions ให้กับองค์กรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ Manao Software มองว่า ท่ามกลางการเติบโตของ AI ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ องค์กรต่าง ๆ เริ่มมองหาพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่ความรวดเร็วในการพัฒนา แต่ยังต้องสามารถรักษามาตรฐานทางวิศวกรรม ความโปร่งใสในการทำงาน และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาวได้ควบคู่กันไปด้วย นายคริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Manao Software กล่าวว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนา การทดสอบระบบ การจัดทำเอกสาร การประเมินโปรเจกต์ และกระบวนการปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ “ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ต้องการทั้งความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องการความมั่นใจว่าระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นยังคงผ่านมาตรฐานด้านวิศวกรรม การควบคุมคุณภาพ และสามารถดูแลรักษาได้ในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าว ภายใต้ทิศทางธุรกิจปี 2026 Manao Software ได้เริ่มผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงานภายในของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับความสม่ำเสมอในการส่งมอบงานในแต่ละโปรเจกต์ แนวทางดังกล่าวได้ทำงานผ่าน OMEGA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI-Augmented Delivery ภายในองค์กร ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการวางแผน การพัฒนา การทดสอบ การจัดทำเอกสาร Workflow Automation และการบริหารจัดการด้านวิศวกรรมตลอด Software Development Lifecycle บริษัทระบุว่า ปัจจุบัน AI-Assisted Workflows ถูกนำมาใช้งานในหลายขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยให้ทีมทำงานได้รวดเร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนาในแต่ละโปรเจกต์ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกผลลัพธ์ที่เกิดจาก AI ยังคงผ่านการตรวจสอบ ทดสอบ และรับรองโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้งานจริงในระดับ Production Manao Software มองว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือที่จะเข้ามาแทนที่วิศวกรซอฟต์แวร์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนา พร้อมช่วยเสริมศักยภาพของทีมวิศวกรรม โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ความสามารถในการขยายระบบ และการดูแลรักษาซอฟต์แวร์ในระยะยาว “AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างมาก แต่โปรเจกต์ระดับองค์กรยังคงต้องอาศัยประสบการณ์ การตัดสินใจ และความรับผิดชอบจากทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบสามารถดูแลและพัฒนาต่อได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าวเพิ่มเติม ปัจจุบัน Manao Software ให้บริการด้าน Outsourced Development Teams, Web &#38; Mobile Application Development, Outsourced Software Testing, Penetration Testing, AI Consulting &#38; Development, n8n Workflow Automation รวมถึง Cloud Migration Services พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้าน AI-Augmented Delivery อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วขึ้น ยกระดับคุณภาพของกระบวนการทดสอบ และเสริมความเสถียรในการดูแลระบบซอฟต์แวร์ระยะยาว Manao Software เชื่อว่า อนาคตของอุตสาหกรรม Software Outsourcing จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานประสิทธิภาพจาก AI เข้ากับประสบการณ์ของบุคลากร กระบวนการวิศวกรรมที่มีวินัย การสื่อสารที่โปร่งใส และการส่งมอบงานที่มีความน่าเชื่อถือ ตลอดระยะเวลา 19 ปี ในประเทศไทย บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนด้านคุณภาพทางวิศวกรรม การพัฒนากระบวนการทำงาน และเทคโนโลยี AI-Augmented Software Delivery เพื่อสนับสนุนองค์กรที่ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทางสำหรับการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/manao-software-human-engineering-oversight/">Manao Software ฉลองครบรอบ 19 ปี เดินหน้าผสาน AI เข้ากับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมคงมาตรฐาน Human Engineering Oversight เพื่อการพัฒนาระบบระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ผสานแนวคิดการทำงานแบบเดนมาร์กเข้ากับทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ในประเทศไทย เดินหน้าขยายแนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ AI-Augmented Software Delivery เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความเสถียร และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาว</p>
<p><span id="more-42654"></span></p>
<p>ด้วยประสบการณ์ 19 ปีเต็ม ในการพัฒนา Custom Software Solutions ให้กับองค์กรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ Manao Software มองว่า ท่ามกลางการเติบโตของ AI ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ องค์กรต่าง ๆ เริ่มมองหาพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่ความรวดเร็วในการพัฒนา แต่ยังต้องสามารถรักษามาตรฐานทางวิศวกรรม ความโปร่งใสในการทำงาน และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาวได้ควบคู่กันไปด้วย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42656 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Manao2.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>นายคริสโตเฟอร์ มอสซ์</strong></a><strong> </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง</strong><strong> </strong><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> กล่าวว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนา การทดสอบระบบ การจัดทำเอกสาร การประเมินโปรเจกต์ และกระบวนการปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์</p>
<p>“ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ต้องการทั้งความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องการความมั่นใจว่าระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นยังคงผ่านมาตรฐานด้านวิศวกรรม การควบคุมคุณภาพ และสามารถดูแลรักษาได้ในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าว</p>
<p>ภายใต้ทิศทางธุรกิจปี 2026 Manao Software ได้เริ่มผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงานภายในของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับความสม่ำเสมอในการส่งมอบงานในแต่ละโปรเจกต์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42658 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Manao4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แนวทางดังกล่าวได้ทำงานผ่าน OMEGA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI-Augmented Delivery ภายในองค์กร ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการวางแผน การพัฒนา การทดสอบ การจัดทำเอกสาร Workflow Automation และการบริหารจัดการด้านวิศวกรรมตลอด Software Development Lifecycle</p>
<p>บริษัทระบุว่า ปัจจุบัน AI-Assisted Workflows ถูกนำมาใช้งานในหลายขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยให้ทีมทำงานได้รวดเร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนาในแต่ละโปรเจกต์ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกผลลัพธ์ที่เกิดจาก <a href="https://manaosoftware.com/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> ยังคงผ่านการตรวจสอบ ทดสอบ และรับรองโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้งานจริงในระดับ Production</p>
<p>Manao Software มองว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือที่จะเข้ามาแทนที่วิศวกรซอฟต์แวร์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนา พร้อมช่วยเสริมศักยภาพของทีมวิศวกรรม โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ความสามารถในการขยายระบบ และการดูแลรักษาซอฟต์แวร์ในระยะยาว</p>
<p>“AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างมาก แต่โปรเจกต์ระดับองค์กรยังคงต้องอาศัยประสบการณ์ การตัดสินใจ และความรับผิดชอบจากทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบสามารถดูแลและพัฒนาต่อได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42657 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Manao3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบัน Manao Software ให้บริการด้าน O<a href="https://manaosoftware.com/outsourced-development-teams/" target="_blank" rel="noopener">utsourced Development Teams</a>, <a href="https://manaosoftware.com/web-app-development-services/" target="_blank" rel="noopener">Web &amp; Mobile Application Developmen</a>t, <a href="https://manaosoftware.com/outsourced-software-testing/" target="_blank" rel="noopener">Outsourced Software Testing</a>, <a href="https://manaosoftware.com/web-application-penetration-testing-services/" target="_blank" rel="noopener">Penetration Testing</a>, <a href="https://manaosoftware.com/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI Consulting &amp; Development</a>, <a href="https://manaosoftware.com/n8n/" target="_blank" rel="noopener">n8n Workflow Automation</a> รวมถึง <a href="https://manaosoftware.com/cloud-migration-managed-services/" target="_blank" rel="noopener">Cloud Migration Services</a></p>
<p>พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้าน AI-Augmented Delivery อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วขึ้น ยกระดับคุณภาพของกระบวนการทดสอบ และเสริมความเสถียรในการดูแลระบบซอฟต์แวร์ระยะยาว</p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> เชื่อว่า อนาคตของอุตสาหกรรม Software Outsourcing จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานประสิทธิภาพจาก AI เข้ากับประสบการณ์ของบุคลากร กระบวนการวิศวกรรมที่มีวินัย การสื่อสารที่โปร่งใส และการส่งมอบงานที่มีความน่าเชื่อถือ</p>
<p>ตลอดระยะเวลา 19 ปี ในประเทศไทย บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนด้านคุณภาพทางวิศวกรรม การพัฒนากระบวนการทำงาน และเทคโนโลยี AI-Augmented Software Delivery เพื่อสนับสนุนองค์กรที่ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทางสำหรับการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/manao-software-human-engineering-oversight/">Manao Software ฉลองครบรอบ 19 ปี เดินหน้าผสาน AI เข้ากับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมคงมาตรฐาน Human Engineering Oversight เพื่อการพัฒนาระบบระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ ผุดเวที “Grab Driver Awards” ครั้งแรก!  ชูสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี ยกระดับอุตสาหกรรมเรียกรถ-เดลิเวอรี เปิดตัว 4 ฟีเจอร์ AI &#8211; พัฒนาทักษะ ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ เสริมรายได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/grab-driver-award/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 14:23:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Driver]]></category>
		<category><![CDATA[Driver AI Assistant]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Driver Award]]></category>
		<category><![CDATA[คนขับ]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเทนต์ครีเอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน]]></category>
		<category><![CDATA[สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[สุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไรเดอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42635</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย เปิดเวทีประกาศรางวัลสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี “Grab Driver Awards” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องสุดยอดคนขับและไรเดอร์กว่า 400 คนจากทั่วประเทศที่โดดเด่นในด้านการให้บริการครอบคลุม 8 สาขาหลัก หวังยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเรียกรถผ่านแอปฯ หนุนนโยบายกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับประชาชน  พร้อมส่ง 4 ฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเสริมประสิทธิภาพการให้บริการและความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม ควบพัฒนาทักษะการเป็น “คอนเทนต์ครีเอเตอร์” ส่งเสริมให้คนขับสามารถสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์เพื่อเป็นรายได้เสริม สานต่อพันธกิจ GrabForGood ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนในอีโคซิสเต็ม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “ปัจจุบันบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนไทย ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทั้งในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดต่างๆ ได้แบบไร้รอยต่อ จนทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนากรอบกฎหมายและการกำกับดูแล ตลอดจนส่งเสริมให้ทุกแพลตฟอร์มรักษามาตรฐานและยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความปลอดภัย ทันสมัย โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกับผู้ใช้บริการและคนขับ ทั้งนี้ การจัดเวทีมอบรางวัล Grab Driver Awards ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความริเริ่มที่น่าชื่นชมของผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างแกร็บ ในการเชิดชูและสร้างต้นแบบของคนขับที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นในสังคม โดยหวังว่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนขับรายอื่นๆ ได้พัฒนาศักยภาพและมาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวต่ออุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป” นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/grab-driver-award/">แกร็บ ผุดเวที “Grab Driver Awards” ครั้งแรก!  ชูสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี ยกระดับอุตสาหกรรมเรียกรถ-เดลิเวอรี เปิดตัว 4 ฟีเจอร์ AI &#8211; พัฒนาทักษะ ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ เสริมรายได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย เปิดเวทีประกาศรางวัลสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี “</strong><strong>Grab Driver Awards” </strong><strong>เป็นครั้งแรก </strong><strong>เพื่อยกย่องสุดยอดคนขับและไรเดอร์กว่า 400 คนจากทั่วประเทศที่โดดเด่นในด้านการให้บริการครอบคลุม 8 สาขาหลัก </strong></p>
<p><span id="more-42635"></span></p>
<p><strong>หวังยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเรียกรถผ่านแอปฯ หนุนนโยบายกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับประชาชน  พร้อมส่ง 4 ฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย </strong><strong>AI </strong><strong>เพื่อเสริมประสิทธิภาพการให้บริการและความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม ควบพัฒนาทักษะการเป็น “คอนเทนต์ครีเอเตอร์” ส่งเสริมให้คนขับสามารถสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์เพื่อเป็นรายได้เสริม สานต่อพันธกิจ </strong><strong>GrabForGood </strong><strong>ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนในอีโคซิสเต็ม</strong></p>
<p><strong>นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม </strong>กล่าวว่า “ปัจจุบันบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนไทย ทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทั้งในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดต่างๆ ได้แบบไร้รอยต่อ จนทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนากรอบกฎหมายและการกำกับดูแล ตลอดจนส่งเสริมให้ทุกแพลตฟอร์มรักษามาตรฐานและยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความปลอดภัย ทันสมัย โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกับผู้ใช้บริการและคนขับ ทั้งนี้ การจัดเวทีมอบรางวัล Grab Driver Awards ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความริเริ่มที่น่าชื่นชมของผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างแกร็บ ในการเชิดชูและสร้างต้นแบบของคนขับที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นในสังคม โดยหวังว่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนขับรายอื่นๆ ได้พัฒนาศักยภาพและมาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวต่ออุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42637 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Grab-Award2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า “ในแต่ละวันมีคนขับและไรเดอร์นับหลายแสนคนที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มของแกร็บ พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง ‘ผู้ให้บริการ’ แต่ยังถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและชีวิตของคนในสังคม รวมถึงเป็นด่านหน้าในการต้อนรับและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยนอกจากระบบประเมินผลผ่านคะแนนเรตติ้ง 5 ดาวและการให้ทิปจากผู้ใช้บริการในทุกครั้งซึ่งถือเป็นกำลังใจหลักสำหรับคนขับแล้ว ในปีนี้แกร็บยังได้ริเริ่มการจัดเวทีมอบรางวัลสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี Grab Driver Awards อย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อแสดงความขอบคุณในความทุ่มเทและยกย่องเหล่าคนขับแถวหน้าจากทั่วประเทศที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ อาทิ มาตรฐานการให้บริการความปลอดภัยและการรักษาวินัยจราจร การต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมถึงด้านคุณธรรม ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนขับผู้ให้บริการรายอื่นๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อไป”</p>
<p>เวทีประกาศรางวัล <strong>“</strong><strong>Grab Driver Awards 2026”</strong> ยกย่องสุดยอดคนขับและไรเดอร์จากทั่วประเทศกว่า 400 คนซึ่งได้รับคะแนนเรตติ้งสูงสุดจากผู้ใช้บริการและมีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ครอบคลุม 8 สาขาหลัก ซึ่งสะท้อนความเป็น “สุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี” ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42640 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Grab-Award5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<ul>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลผู้ให้บริการ </strong><strong>5 </strong><strong>ดาว” </strong>มอบให้กับคนขับที่ได้รับคะแนน 5 ดาวจากผู้ใช้บริการรวมมากที่สุดตลอดทั้งปี</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลตัวแทนประเทศไทย ขวัญใจนักท่องเที่ยว” </strong>มอบให้กับคนขับที่ได้รับคะแนน 5 ดาวสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลนักขับสื่อสารภาษาจีนดีเด่น” </strong>มอบให้กับคนขับที่สามารถสื่อสารภาษาจีนกับผู้โดยสารและให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารชาวจีนมากที่สุด</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลผู้ให้บริการมาตรฐานการขับขี่ปลอดภัย” </strong>มอบให้กับคนขับที่ได้รับคะแนน 5 ดาวสูงสุดซึ่งโดดเด่น<br />
ในด้านพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย รักษาวินัยจราจร และไม่เคยมีประวัติร้องเรียน</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลกูรูตัวจริงเรื่องเส้นทาง” </strong>มอบให้กับคนขับที่ได้รับคะแนน 5 ดาวสูงสุดซึ่งโดดเด่นในด้านความชำนาญและความแม่นยำในการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง สะท้อนความถนัดในการใช้แผนที่และการศึกษาเส้นทางก่อนให้บริการ</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลผู้ให้บริการตัวอย่าง” </strong>มอบให้กับคนขับที่มีพฤติกรรมดีและเป็นแบบอย่างให้กับคนขับอื่นๆ<br />
บนแพลตฟอร์ม โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการสื่อสารและให้คำแนะนำ</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลคนดีศรีแกร็บ” </strong>มอบให้กับคนขับที่มีความโดดเด่นในด้านคุณธรรม มีจิตสาธารณะ<br />
คอยให้ความช่วยเหลือทั้งกับผู้ใช้บริการและบุคคลทั่วไป</li>
<li><strong>“</strong><strong>รางวัลผู้ให้บริการใฝ่รู้แห่งปี” </strong>มอบให้กับคนขับที่มีอัตราการเข้าอบรมและทำคะแนนในหลักสูตรต่างๆ ภายใต้โครงการ GrabAcademy สูงที่สุด</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42638 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Grab-Award3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ แกร็บยังได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยสนับสนุนการให้บริการสำหรับคนขับและไรเดอร์<br />
ไม่ว่าจะเป็น <strong>“</strong><strong>Driver AI Assistant”</strong> แชตบอทอัจฉริยะในแอปพลิเคชันของคนขับ (Grab Drivers App) ที่จะคอยตอบคำถามและให้คำแนะนำแบบเฉพาะเจาะจง ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เทคนิคการเพิ่มรายได้ แคมเปญและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงนโยบายการให้บริการของแกร็บ <strong>“</strong><strong>Grab Navigation”</strong> ระบบนำทางด้วย GPS ซึ่งทำงานร่วมกับแผนที่ดิจิทัลของแกร็บ (GrabMaps) ช่วยอำนวยความสะดวกในการระบุเส้นทางและเชื่อมโยงข้อมูลการจราจรได้ครบจบในที่เดียว <strong>“</strong><strong>Ride Guide”</strong> ฟีเจอร์ที่จะคอยแนะนำ พร้อมนำทางคนขับไปยังพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และ <strong>“</strong><strong>Grab Emergency”</strong> ระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์โดยใช้ AI ช่วยตรวจจับความผิดปกติและวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนคนขับระหว่างการเดินทาง</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น แกร็บยังได้สานต่อโครงการ GrabAcademy โดยมุ่งเสริมความรู้และการพัฒนาตนเองให้กับคนขับผ่านการเพิ่มคอร์สอบรมในหัวข้อ <strong>“</strong><strong>From Driver to Creator: </strong><strong>จากคนขับสู่ครีเอเตอร์ เปลี่ยนเรื่องราวให้เป็นรายได้”</strong> โดยคนขับที่ประสบความสำเร็จในการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้มาแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการสร้างคอนเทนต์บนโลกออนไลน์  ทั้งเทคนิคการเล่าเรื่องให้น่าติดตาม ไปจนถึงแนวทางการต่อยอดคอนเทนต์สู่โอกาสในการทำรายได้เสริม เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการทำคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42639 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Grab-Award4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แกร็บมุ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคนขับอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการ การส่งเสริมความรู้และอัปสกิลใหม่ๆ เพื่อให้ทันโลกและสร้างโอกาสในการเข้าถึงรายได้ ด้วยความตั้งใจที่จะสนับสนุนให้คนในอีโคซิสเต็มของเราพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง สามารถก้าวไปข้างหน้าและเติบโตไปพร้อมกับแพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน” นางสาวจันต์สุดา กล่าวเสริม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/grab-driver-award/">แกร็บ ผุดเวที “Grab Driver Awards” ครั้งแรก!  ชูสุดยอดผู้ให้บริการแห่งปี ยกระดับอุตสาหกรรมเรียกรถ-เดลิเวอรี เปิดตัว 4 ฟีเจอร์ AI &#8211; พัฒนาทักษะ ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ เสริมรายได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออมสิน x NIA เปิดคอร์สฟรี “GSB Innovation for the Future” ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/gsb-innovation-for-the-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 07:54:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[GSB]]></category>
		<category><![CDATA[GSB Innovation for the Future]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารออมสิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วชิรา การสุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[ออมตังค์]]></category>
		<category><![CDATA[ออมสิน x NIA]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41581</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ “GSB Innovation for the Future” มุ่งพัฒนาทักษะนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจให้คนรุ่นใหม่ นักศึกษา และผู้เริ่มต้นธุรกิจ โดยออกแบบเนื้อหาให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ พร้อมกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจจริง โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนเรียนแล้วกว่า 100,000 ราย และในปี 2569 ได้ปรับเนื้อหาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รองรับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดให้เรียนฟรีผ่านเว็บไซต์ “ออมตังค์” โดยธนาคารออมสิน (oomtang.gsb.or.th) ได้ตั้งแต่วันนี้ การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนบทบาท “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” ที่ธนาคารมีเป้าหมายช่วยสร้างทักษะการประกอบอาชีพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ สามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคง และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายในงานเปิดตัวยังมีการจัดแสดงผลงานผู้ประกอบการต้นแบบ 11 ราย และเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ ณ Next Tech สยามพารากอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gsb-innovation-for-the-future/">ออมสิน x NIA เปิดคอร์สฟรี “GSB Innovation for the Future” ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นางสาววชิรา การสุทธิ์</strong> รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับ <strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ “<strong>GSB Innovation for the Future</strong>” มุ่งพัฒนาทักษะนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจให้คนรุ่นใหม่ นักศึกษา และผู้เริ่มต้นธุรกิจ</p>
<p><span id="more-41581"></span></p>
<p>โดยออกแบบเนื้อหาให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ พร้อมกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจจริง โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนเรียนแล้วกว่า 100,000 ราย และในปี 2569 ได้ปรับเนื้อหาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รองรับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดให้เรียนฟรีผ่านเว็บไซต์ “<strong>ออมตังค์</strong>” โดยธนาคารออมสิน (oomtang.gsb.or.th) ได้ตั้งแต่วันนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GSB-NIA2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนบทบาท “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” ที่ธนาคารมีเป้าหมายช่วยสร้างทักษะการประกอบอาชีพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ สามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคง และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายในงานเปิดตัวยังมีการจัดแสดงผลงานผู้ประกอบการต้นแบบ 11 ราย และเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ ณ Next Tech สยามพารากอน เมื่อวันที่ 29 เม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gsb-innovation-for-the-future/">ออมสิน x NIA เปิดคอร์สฟรี “GSB Innovation for the Future” ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แค่  ‘Digital Literacy&#8217; ไม่พอ AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เติม &#8216;AI Literacy&#8217; เสริมองค์ความรู้ปัญญาประดิษฐ์ สร้างภูมิคุ้มกัน​คนไทย ทั้งรู้จัก ใช้เป็น และต่อยอดสร้างประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/aunjai-cyber-ai-literacy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 11:03:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[AIS AI Universe]]></category>
		<category><![CDATA[Aunjai Cyber]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[สายชล ทรัพย์มากอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[อุ่นใจไซเบอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41282</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันทักษะความรู้เรื่อง &#8216;ปัญญาประดิษฐ์&#8217; หรือ AI ไม่ใช่ทักษะในอนาคต แต่ถือเป็นหนึ่งทักษะจำเป็นและพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี ประกอบกับความสามารถในการเข้าถึงที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งฟีเจอร์และความสามารถในการนำไปต่อยอดที่หลากหลาย ทำให้นอกจากจะเป็นประโยชน์อย่างมากแล้ว อีกด้านหนึ่ง AI จึงมาพร้อมความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง AIS ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนา​คอร์สเรียน &#8216;อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy&#8217; แพลตฟอร์มการเรียนรู้​รูปแบบดิจิทัล​เพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทย พัฒนาโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายสาขา ครอบคลุมตั้งแต่ความหมายของ AI การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการใช้งานอย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และมีจริยธรรม โดย อว. รับรองมาตรฐานเนื้อหา รวมทั้งเตรียมต่อยอดหลักสูตรให้นิสิตนักศึกษาสามารถสะสมชั่วโมงการเรียนรู้จากคอร์สดังกล่าว เพื่อนำไปเทียบเป็นหน่วยกิตได้ในอนาคต ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทำให้องค์ความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ใช่แค่ควรเรียนรู้ แต่ &#8216;ต้องรู้&#8217; ทั้งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วม ทำงานร่วม และใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/aunjai-cyber-ai-literacy/">แค่  ‘Digital Literacy&#8217; ไม่พอ AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เติม &#8216;AI Literacy&#8217; เสริมองค์ความรู้ปัญญาประดิษฐ์ สร้างภูมิคุ้มกัน​คนไทย ทั้งรู้จัก ใช้เป็น และต่อยอดสร้างประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันทักษะความรู้เรื่อง <strong>&#8216;ปัญญาประดิษฐ์&#8217; </strong>หรือ <strong>AI</strong> ไม่ใช่ทักษะในอนาคต แต่ถือเป็นหนึ่งทักษะจำเป็นและพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี ประกอบกับความสามารถในการเข้าถึงที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งฟีเจอร์และความสามารถในการนำไปต่อยอดที่หลากหลาย ทำให้นอกจากจะเป็นประโยชน์อย่างมากแล้ว อีกด้านหนึ่ง AI จึงมาพร้อมความเสี่ยงด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-41282"></span></p>
<p>เป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง <strong>AIS</strong> ร่วมกับ <strong>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</strong> และ<strong>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> พัฒนา​คอร์สเรียน<strong> &#8216;อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy&#8217;</strong> แพลตฟอร์มการเรียนรู้​รูปแบบดิจิทัล​เพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของคนไทย</p>
<p>พัฒนาโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายสาขา ครอบคลุมตั้งแต่ความหมายของ AI การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการใช้งานอย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และมีจริยธรรม โดย อว. รับรองมาตรฐานเนื้อหา รวมทั้งเตรียมต่อยอดหลักสูตรให้นิสิตนักศึกษาสามารถสะสมชั่วโมงการเรียนรู้จากคอร์สดังกล่าว เพื่อนำไปเทียบเป็นหน่วยกิตได้ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41289 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745167.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร </strong>อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทำให้องค์ความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ใช่แค่ควรเรียนรู้ แต่ &#8216;ต้องรู้&#8217; ทั้งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วม ทำงานร่วม และใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ รวมทั้งการนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างรู้เท่าทัน รวมทั้งมีความอุ่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้</p>
<p>ขณะที่บทบาทของสถาบันการศึกษาในปัจจุบัน ต้องให้ความสำคัญในการ ‘<strong>สร้างคน’</strong> ที่พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่อย่างมีคุณภาพ จุฬาฯ มุ่งพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ภายใต้แนวทาง ‘<strong>Responsible AI</strong>’ เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของนิสิต ผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และสามารถประยุกต์ใช้ AI ได้จริงในอนาคต</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบัน AI กลายเป็นความรู้พื้นฐาน และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งช่วยพัฒนาศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประเทศ จึงจำเป็นที่ต้องมีการส่งเสริม พร้อมทั้งพัฒนาให้คนไทยมีองค์ความรู้ ​ความ​สามารถ และมีความพร้อมทางปัญญา​ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างสร้างสรรค์ และปลอดภัย ซึ่งทางจุฬาฯ มีความเข้มแข็งด้านวิชาการ  และ​ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากหลากหลายศาสตร์มาร่วมสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อ​พัฒนาหลักสูตร การออกแบบเนื้อหา ​พร้อม​ถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้การเรียนรู้มีความรอบด้าน ​ตอบโจทย์การนำไปใช้งาน รวมทั้งสามารถเข้าถึงได้อย่างเปิดกว้าง เพื่อสามารถนำเอไอไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41285 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745161.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี</strong> รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ​กระทรวง อว. มุ่งพัฒนากำลังคนของประเทศผ่านระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับ<strong> AI Literacy</strong> ควบคู่กับทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (<strong>Critical Thinking)</strong> และจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างพลเมืองดิจิทัล​ ที่มีคุณภาพ ผ่านความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตร <strong>&#8216;อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy&#8217;</strong> ระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเป็นการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนกว่า 1.8 ล้านคน ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต</p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนเป้าหมายของ อว. ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการพัฒนาคนไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างยั่งยืน รวมทั้งสอดคล้องนโยบาย AI For All​ เพื่อส่งเสริมการนำองค์ความรู้ AI หรือพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ มากกว่าแค่การเรียนการสอน แต่สามารถนำมาต่อยอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อนำมาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เช่น การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมทั้งการเพิ่มความตระหนักรู้การ​นำเอไอไปใช้ ​ จนถึงข้อควรระวังต่างๆ เพื่อสามามารถใช้เอไอในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41290 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745165.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม </strong>หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า ​AIS ในฐานะผู้นำด้านโครงข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ ไม่เพียงมุ่งยกระดับเครือข่ายสู่ Autonomous Network และการนำ AI มาเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังเดินหน้าขับเคลื่อนระบบของปัญญาประดิษฐ์  (AIS AI Universe) อย่างรอบด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนานวัตกรรมบริการที่ตอบโจทย์การใช้งาน AI ของลูกค้า อาทิ AISpace ศูนย์รวมบริการ AI, การส่งเสริมการสร้างทักษะดิจิทัลให้คนไทยทุกกลุ่มผ่านแพลตฟอร์ม LearnDi for Thais ตลอดจนการเสริมศักยภาพบุคลากรภายในองค์กรผ่านหลักสูตรด้าน AI โดยมี AIS Academy เป็นแหล่งความรู้</p>
<p><em>&#8220;กว่า 8 ปี ที่ AIS ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาและใช้งานทักษะทางดิจิทัลอย่างปลอดภัย ผ่านการพัฒนาหลักสูตรอุ้นใจไซเบอร์ และสามารถเข้าถึงคนไทยได้กว่า 1 ล้านคน ขณะที่ความรวดเร็วของการพัฒนา​​เทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยเฉพาะการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ <strong>ส่งผลให้มีการ​ยกระดับจาก Digital Literacy สู่ AI Literacy เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ และยกระดับความรู้ด้าน AI ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น</strong>  พร้อมทั้งหลักสูตร ‘<strong>อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy : My AI Buddy’</strong>  โดยมุ่งหวังว่าหลักสูตรนี้จะช่วยให้คนไทยใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ สนุกกับการใช้ AI ในฐานะ ‘บัดดี้’ หรือเพื่อนคู่คิด สามารถอยู่ร่วมกับ AI ได้อย่างมั่นใจ มีความรับผิดชอบ และก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน” </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41286 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745159.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​หลักสูตร ‘<strong>อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy</strong>’ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน AI และพลเมืองดิจิทัลในรูปแบบที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงได้สะดวก เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงความรู้ทาง AI ได้ฟรีและเปิดกว้าง โดยเบื้องต้นได้พัฒนาคอร์สเรียนรวม 10 หลักสูตร ครอบคลุมทั้งความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ AI ความเข้าใจพื้นฐาน ความเข้าใจในเครื่องมือ สถานการณ์ รวมทั้งบริบทในการนำ AI ไปใช้ พร้อมทั้งความสามารถในการเข้าถึงเครื่องมือ เพื่อให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพ ไปจนถึงเรื่องกรอบจริยธรรมในการใช้งาน ทั้งสำหรับการใช้งานในระดับบุคคล ไปจนถึงการนำไปใช้งานภายในองค์กร</p>
<p>โดยวัตถุประสงค์สำคัญ ทั้งการมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ​และ​สามารถนำไปเป็นผู้ช่วยการใช้งานจริงได้​ ตามแต่ละบริบทที่ต้องการ​อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรขึ้นมา ​ทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจ ใช้งานได้จริง รวมไปถึงการ​ต่อยอด​​สร้างประโยชน์ เพื่อให้เกิดคุณค่า​ทั้งต่อตัวเอง และประเทศชาติได้ต่อไป​​<b></b></p>
<p>ผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้หลักสูตร <strong>&#8216;อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy&#8217;</strong> ได้ฟรี ทุกที่ทุกเวลา ผ่านแพลตฟอร์ม Thai MOOC <a href="https://thaimooc.ac.th/instructor/ais/" target="_blank" rel="noopener">https://thaimooc.ac.th/instructor/ais/</a>, LearnDi for Thais บนเว็บไซต์ <a href="https://aunjaicyber.ais.th/pathway/162" target="_blank" rel="noopener">https://aunjaicyber.ais.th/pathway/162</a> และแอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER ทั้งนี้ หลักสูตร<strong> &#8216;อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy&#8217;</strong> ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการเรียนรู้ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง เพื่อร่วมยกระดับทักษะด้าน AI และภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้แก่เยาวชนไทยในอนาคตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41287 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__44745158.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/aunjai-cyber-ai-literacy/">แค่  ‘Digital Literacy&#8217; ไม่พอ AIS ผนึก อว. และจุฬาฯ เติม &#8216;AI Literacy&#8217; เสริมองค์ความรู้ปัญญาประดิษฐ์ สร้างภูมิคุ้มกัน​คนไทย ทั้งรู้จัก ใช้เป็น และต่อยอดสร้างประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู ปักหมุดพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขยาย BESS เพิ่มเสถียรภาพระบบ​พลังงาน​ รับดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์  AI เติบโตทั่วโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/banpu-update-bess-projects-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 09:09:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Battery Energy Storage System]]></category>
		<category><![CDATA[Battery Farm]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Storage]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Symphonics]]></category>
		<category><![CDATA[Power]]></category>
		<category><![CDATA[Remewable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[ดาต้าเซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่ฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40712</guid>

					<description><![CDATA[<p>การมีระบบพลังงานที่มีเสถียรภาพถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI และดาต้าเซ็นเตอร์เติบโต ส่งผลให้แนวโน้มการใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงมองเห็นการเติบโตของดีมานด์ในการใช้พลังงานที่จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเห็นถึงความจำเป็นในการมีระบบกักเก็บพลังงานที่มีเสถียรภาพสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษา​ความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อให้สามารถมีพลังงานไฟฟ้าใช้ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้องสามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบโจทย์อีกหนึ่งวาระสำคัญทั้งของโลกและขององค์กรในการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ได้ตามเป้าหมาย BESS ฐานกำลังสำคัญ​ สร้างเสถียรภาพระบบพลังงาน นำมาสู่การลงทุนใน &#8216;ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่&#8217; (BESS : Battery Energy Storage System) โดยการใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในการเก็บพลังงานที่มาจากแหล่งพลังงานที่หลากหลายโดยเฉพาะจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนต่างๆ (Renewable) เพื่อสะสมพลังงานในช่วงที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในปริมาณมาก และสำรองไว้สำหรับจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงที่มีความต้องการใช้งานสูง​ โดยอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Power+ หรือกลุ่มธุรกิจ​ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ของบ้านปู ซึ่งได้เริ่มนำร่องโครงการแรกมาตั้งแต่ปี 2564 ในประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะทยอยเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่องทั้งในจีน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ​ หากมองโอกาสของตลาด BESS ​นับเป็นอีกหนึ่ง​​ตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตในระดับสูง โดย​มูลค่าตลาดทั่วโลกในปี 2567 ​มีมูลค่าสูงถึง 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง​​ 36% สะท้อนบทบาทสำคัญของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/banpu-update-bess-projects-2026/">บ้านปู ปักหมุดพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขยาย BESS เพิ่มเสถียรภาพระบบ​พลังงาน​ รับดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์  AI เติบโตทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การมีระบบพลังงานที่มีเสถียรภาพถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI และดาต้าเซ็นเตอร์เติบโต ส่งผลให้แนวโน้มการใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-40712"></span></p>
<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) </strong>ไม่เพียงมองเห็นการเติบโตของดีมานด์ในการใช้พลังงานที่จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเห็นถึงความจำเป็นในการมีระบบกักเก็บพลังงานที่มีเสถียรภาพสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษา​ความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อให้สามารถมีพลังงานไฟฟ้าใช้ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้องสามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบโจทย์อีกหนึ่งวาระสำคัญทั้งของโลกและขององค์กรในการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ได้ตามเป้าหมาย</p>
<p><strong>BESS ฐานกำลังสำคัญ​ สร้างเสถียรภาพระบบพลังงาน</strong></p>
<p>นำมาสู่การลงทุนใน <strong>&#8216;ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่&#8217;</strong> <strong>(BESS : Battery Energy Storage System)</strong> โดยการใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในการเก็บพลังงานที่มาจากแหล่งพลังงานที่หลากหลายโดยเฉพาะจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนต่างๆ (Renewable) เพื่อสะสมพลังงานในช่วงที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในปริมาณมาก และสำรองไว้สำหรับจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงที่มีความต้องการใช้งานสูง​ โดยอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ <strong>Power+ </strong>หรือกลุ่มธุรกิจ​ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ของบ้านปู ซึ่งได้เริ่มนำร่องโครงการแรกมาตั้งแต่ปี 2564 ในประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะทยอยเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่องทั้งในจีน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ​</p>
<p>หากมองโอกาสของตลาด BESS ​นับเป็นอีกหนึ่ง​​ตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตในระดับสูง โดย​มูลค่าตลาดทั่วโลกในปี 2567 ​มีมูลค่าสูงถึง 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง​​ 36% สะท้อนบทบาทสำคัญของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการ​เสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านมาสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนรวมถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น​ต่อเนื่อง ให้ยังสามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ เพื่อรักษาศักยภาพของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต</p>
<p>ปัจจุบันบ้านปู ขยายการลงทุน BESS ​จนถึงปัจจุบัน​รวมทั้งสิ้นจำนวน 8 โครงการ ครอบคลุมทั้งที่เปิดดำเนินการแล้ว และอยู่ระหว่างพัฒนา กระจายใน 4 ประเทศหลัก รวมกำลังการผลิตมากกว่า 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง และมีทิศทางขยายการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนระบบพลังงานสะอาดที่พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวและตอบโจทย์เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>การขยายการลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ <strong>Energy Symphonics</strong> ภายใต้กลุ่มธุรกิจ<strong> Power+</strong> ซึ่งมุ่งดำเนินธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ในลักษณะแพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Power Pure-play Platform) ครอบคลุมห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร ผสานการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพื้นฐาน โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน และพลังงานหมุนเวียน เข้ากับระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของลูกค้ากลุ่มธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และธุรกิจกับภาครัฐ (B2G) และดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40732 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Wooreen-BESS-re.jpg" alt="" width="700" height="700" /></p>
<p><strong>ขยายพอร์ตโฟลิโอ ปักหมุด 4 พื้นที่ยุทธศาสตร์ </strong></p>
<p>บ้านปูมุ่งขยายธุรกิจ BESS ในตลาดที่เอื้ออำนวย ทั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ตลาดไฟฟ้าที่เปิดเสรี และการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ และในทุกตลาดถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งเตรียมเปิดทยอยเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>จีน</strong> : ผ่านการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ <strong>Jinhu Qianfeng</strong> ที่ติดตั้ง BESS เพื่อบริหารการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีความผันผวนตามช่วงเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่มีการผลิตไฟฟ้าสูงในเวลากลางวัน BESS จึงเข้ามาช่วยปรับสมดุลระหว่างปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้กับความต้องการใช้ไฟฟ้า คาดว่าโครงการ Jinhu Qianfeng จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569</p>
<p><strong>ออสเตรเลีย</strong> : โครงการ <strong>Wooreen</strong> และ โครงการ <strong>Kerang</strong> อยู่ระหว่างพัฒนา คาดว่าจะเปิดดำเนินการครึ่งหลังของปี 2570</p>
<p><strong>ญี่ปุ่น</strong> : บ้านปูได้ก้าว​​สู่การเป็นผู้เล่นรายหลักระดับสาธารณูปโภค (Utility-Scale) ด้วยโครงการ<strong> Iwate Tono</strong> ซึ่งได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการ <strong>Aizu</strong> โครงการ <strong>Tsuno</strong> รวมถึง โครงการ<strong> Kamigumi-Tokyo</strong> ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2571 โดยโครงการ Kamigumi-Tokyo ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government) โครงการทั้งหมดดำเนินงานในรูปแบบตลาดไฟฟ้าเสรี (Merchant Market) และสร้างรายได้จากการซื้อขายพลังงาน (Energy Arbitrage) การให้บริการในตลาดสมดุลพลังงาน (Balancing Market) และตลาดกำลังการผลิต (Capacity Market) พร้อมใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน</p>
<p><strong>สหรัฐอเมริกา</strong> : หมุดหมายล่าสุด และเป็น BESS แห่งแรกของบ้านปูในสหรัฐอเมริกา ผ่าน <strong>โครงการ Megamouth ในเมืองฮิวสตัน </strong>ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความต้องการพลังงานในระดับสูง และมีมาร์เก็ตไซส์ของ BESS ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรวมทั้งมีการ​เติบโตอย่างรวดเร็ว</p>
<p>สำหรับโครงการ Megamouth มีขนาดกำลังผลิต 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของ CenterPoint Energy และดำเนินงานในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT โดยการลงทุนครั้งนี้ช่วยเติมเต็มห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าของบ้านปูในสหรัฐฯ ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า การกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงการซื้อขายไฟฟ้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40731 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ตารางรายละเอียดแต่ละประเทศ-TH-BESS.jpg" alt="" width="1200" height="441" /></p>
<p><strong>คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเดินหน้าขยายการลงทุน BESS ของบ้านปูอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งการสร้างการเติบโตผ่านรายได้​จากการบริหารจัดการราคาพลังงานในแต่ละช่วงเวลา เช่น การซื้อไฟฟ้าในช่วงราคาต่ำและจำหน่ายในช่วงราคาสูง (Energy Arbitrage) และการให้บริการเสริมเพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า (Ancillary Services) รวมทั้งยังมีข้อได้เปรียบจากความสามารถในการผสานพลังร่วมกับสินทรัพย์อื่น ๆ ในห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานของบ้านปู เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) และธุรกิจซื้อขายพลังงาน เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงานของแต่ละสินทรัพย์ เช่น การบริหารต้นทุนและสร้างรายได้ หรือการควบคุมความเสถียรของระบบไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการพลังงาน และรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์และภาคธุรกิจ</p>
<p><em> “การขยายการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ของบ้านปูในประเทศยุทธศาสตร์ต่างๆ คือก้าวสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตโฟลิโอพลังงานของบ้านปู​ให้สอดรับกับเทรนด์พลังงานอนาคต เราเดินหน้าสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี AI มาเสริมศักยภาพด้านการบริหารจัดการพลังงานแบบเรียลไทม์ อีกทั้งการผสานพลังร่วมกับสินทรัพย์ที่มีอยู่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและขยายโอกาสในการสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน บ้านปูจึงมั่นใจว่าการลงทุนใน BESS ไม่เพียงตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ยังเป็นฐานสำคัญในการสร้างมูลค่าและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว”  </em>คุณสินนท์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/banpu-update-bess-projects-2026/">บ้านปู ปักหมุดพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขยาย BESS เพิ่มเสถียรภาพระบบ​พลังงาน​ รับดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์  AI เติบโตทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การ์ทเนอร์คาดภายในปี 2571 องค์กรครึ่งหนึ่ง (50%) จะใช้มาตรการ Zero-Trust Data Governance รับมือการเพิ่มขึ้นของข้อมูล AI ที่ไม่ถูกตรวจสอบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/gartner-zero-trust-data-governance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 05:33:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Active Metadata Management]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Big Data]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Data Governance]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner]]></category>
		<category><![CDATA[LLMs]]></category>
		<category><![CDATA[Metadata]]></category>
		<category><![CDATA[Wan Fui Chan]]></category>
		<category><![CDATA[Zero-Trust]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการเมตาดาต้าเชิงรุก]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ทเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยงองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[หวัน ฟุ่ย ชาน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39838</guid>

					<description><![CDATA[<p>การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ระบุว่าภายในปี 2571 ครึ่งหนึ่ง (50%) ขององค์กรจะนำมาตรการ &#8216;Zero-Trust&#8217; มาใช้เพื่อกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) และรับมือกับการแพร่กระจายของข้อมูลที่สร้างโดย AI (AI-Generated Data) ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ หวัน ฟุ่ย ชาน (Wan Fui Chan) รองประธานบริหารการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “องค์กรไม่สามารถเชื่อถือข้อมูลหรือคิดเอาเองว่าข้อมูลนั้นถูกสร้างโดยน้ำมือมนุษย์ได้อีกต่อไป เมื่อข้อมูลที่สร้างโดย AI เผยแพร่กระจายออกไปจนทำให้เราแยกแยะไม่ออกจากข้อมูลที่มนุษย์สร้างขึ้น ดังนั้นการนำมาตรการ Zero-Trust มาใช้ เพื่อสร้างระบบยืนยันตัวตนและตรวจสอบข้อมูล จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับปกป้องผลลัพธ์ทางธุรกิจและการเงิน” ข้อมูล AI เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะการล่มสลายของโมเดล (Model Collapse) และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยปกติแล้ว โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) จะได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลที่รวบรวมมาจากเว็บ (Web-Scraped Data) รวมถึงหนังสือ แหล่งรวมโค้ด และงานวิจัย ซึ่งแหล่งข้อมูลเหล่านี้บางส่วนมีเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นปะปนอยู่แล้ว และหากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป ในที่สุดแหล่งข้อมูลเกือบทั้งหมดก็จะเต็มไปด้วยข้อมูลที่ AI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/gartner-zero-trust-data-governance/">การ์ทเนอร์คาดภายในปี 2571 องค์กรครึ่งหนึ่ง (50%) จะใช้มาตรการ Zero-Trust Data Governance รับมือการเพิ่มขึ้นของข้อมูล AI ที่ไม่ถูกตรวจสอบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ระบุว่าภายในปี 2571 ครึ่งหนึ่ง (50%) ขององค์กรจะนำมาตรการ<strong> &#8216;Zero-Trust&#8217;</strong> มาใช้เพื่อกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) และรับมือกับการแพร่กระจายของข้อมูลที่สร้างโดย AI (AI-Generated Data) ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ</p>
<p><span id="more-39838"></span></p>
<p><strong>หวัน ฟุ่ย ชาน (</strong><a href="https://www.gartner.com/en/experts/wanfui-chan" target="_blank" rel="noopener"><strong>Wan Fui Chan</strong></a><strong>) </strong><strong>รองประธานบริหารการ์ทเนอร์ กล่าวว่า </strong>“องค์กรไม่สามารถเชื่อถือข้อมูลหรือคิดเอาเองว่าข้อมูลนั้นถูกสร้างโดยน้ำมือมนุษย์ได้อีกต่อไป เมื่อข้อมูลที่สร้างโดย AI เผยแพร่กระจายออกไปจนทำให้เราแยกแยะไม่ออกจากข้อมูลที่มนุษย์สร้างขึ้น ดังนั้นการนำมาตรการ Zero-Trust มาใช้ เพื่อสร้างระบบยืนยันตัวตนและตรวจสอบข้อมูล จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับปกป้องผลลัพธ์ทางธุรกิจและการเงิน”</p>
<p><strong>ข้อมูล </strong><strong>AI </strong><strong>เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะการล่มสลายของโมเดล (</strong><strong>Model Collapse) </strong><strong>และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ</strong></p>
<p>โดยปกติแล้ว โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) จะได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลที่รวบรวมมาจากเว็บ (Web-Scraped Data) รวมถึงหนังสือ แหล่งรวมโค้ด และงานวิจัย ซึ่งแหล่งข้อมูลเหล่านี้บางส่วนมีเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นปะปนอยู่แล้ว และหากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป ในที่สุดแหล่งข้อมูลเกือบทั้งหมดก็จะเต็มไปด้วยข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากผลสำรวจ <a href="https://www.gartner.com/en/newsroom/press-releases/2025-10-21-gartner-survey-reveals-50-percent-of-non-us-cios-and-technology-executives-anticipate-changes-to-vendor-engagement-based-on-regional-factors" target="_blank" rel="noopener">2026 Gartner CIO and Technology Executive Survey</a> พบว่า <strong>84% </strong><strong>ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าในปี </strong><strong>2569 </strong><strong>องค์กรของตนจะเพิ่มงบประมาณด้าน </strong><strong>GenAI </strong>ซึ่งหมายความว่าโมเดล LLM รุ่นต่อ ๆ ไปจะได้รับการฝึกด้วย &#8220;ผลลัพธ์จากโมเดลรุ่นก่อนหน้า&#8221; มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะการล่มสลายของโมเดล (Model Collapse) หรือการที่ AI ให้คำตอบบิดเบือนไปจากความเป็นจริง</p>
<p>“เมื่อข้อมูลที่สร้างจาก AI แพร่หลายมากขึ้นทำให้บางประเทศในบางภูมิภาคเข้มงวดกับกฎระเบียบมากขึ้นเพื่อบังคับให้ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลว่า &#8220;ปลอด AI&#8221; (AI-Free) อย่างไรก็ตาม บางประเทศอาจพยายามบังคับใช้การควบคุมที่เข้มงวดกว่าสำหรับเนื้อหา AI ขณะที่บางแห่งอาจใช้วิธีการที่ยืดหยุ่นกว่า” <strong>ชานกล่าวเสริม</strong></p>
<p>&#8220;ในสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนไปนี้ องค์กรต้องมีเครื่องมือสำหรับระบุและติดตามข้อมูลที่สร้างจาก AI โดยจะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการมีเครื่องมือที่เหมาะสมและมีบุคลากรที่มีทักษะในการจัดการข้อมูลและองค์ความรู้ รวมถึงมีโซลูชันการจัดการเมตาดาต้า (Metadata) หรือข้อมูลที่ใช้อธิบายชุดข้อมูล ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการคัดแยกประเภทข้อมูล”</p>
<p><strong><em>แนวทางปฏิบัติด้านการจัดการเมตาดาต้าเชิงรุก (</em></strong><strong><em>Active Metadata Management) </em></strong><strong><em>จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความต่าง ช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ แจ้งเตือน และตัดสินใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ข้อมูลได้แบบอัตโนมัติ</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39845 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/TH-Graphic_-Logo.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><strong>วิธีจัดการความเสี่ยงเพื่อรับมือกับข้อมูล </strong><strong>AI </strong><strong>ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและทวีปริมาณมากขึ้น</strong><strong> </strong></p>
<p>การ์ทเนอร์แนะนำองค์กรธุรกิจควรปรับใช้กลยุทธ์ ดังนี้</p>
<p><strong>1. แต่งตั้งผู้นำด้านการกำกับดูแล </strong><strong>AI </strong><strong>หรือ </strong><strong>AI Governance Leader:</strong> กำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจนเพื่อดูแลนโยบาย Zero-Trust, การจัดการความเสี่ยงจาก AI และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยทำงานร่วมกับทีมข้อมูลและการวิเคราะห์ (D&amp;A) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทั้งข้อมูลและระบบมี<a href="https://www.gartner.com/en/information-technology/topics/ai-readiness" target="_blank" rel="noopener">ความพร้อมสำหรับ AI </a>และสามารถจัดการกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI ได้</p>
<p><strong>2. ส่งเสริมความร่วมมือข้ามสายงาน: </strong>สร้างทีมที่ทำงานสอดประสาน ประกอบด้วยฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (<a href="https://www.gartner.com/en/cybersecurity/topics/cybersecurity-strategy" target="_blank" rel="noopener">Cybersecurity</a>) และฝ่ายข้อมูลและการวิเคราะห์ (D&amp;A) รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในฝ่ายอื่น ๆ เพื่อ<a href="https://www.gartner.com/en/webinar/765395/1736478-leverage-the-gartner-framework-to-manage-ai-governance-trust-risk-and-security" target="_blank" rel="noopener">ประเมินความเสี่ยง</a>ว่าข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นกระทบต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง และนโยบายเดิมที่ใช้อยู่เพียงพอหรือจำเป็นต้องมองหากลยุทธ์ใหม่ขึ้นมาทดแทน</p>
<p><strong>3. นำนโยบายธรรมาภิบาลเดิมที่มีอยู่มาปรับใช้: </strong>ต่อยอดจากกรอบการทำงานเดิม โดยปรับปรุงเรื่องความปลอดภัย การจัดการข้อมูลที่ใช้อธิบายข้อมูล (Metadata) และนโยบายด้านจริยธรรมให้ครอบคลุมความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่เกิดจากข้อมูลที่สร้างโดย AI</p>
<p><strong>4. นำการจัดการ </strong><strong>Metadata </strong><strong>เชิงรุก หรือ </strong><strong>Active Metadata Practices </strong><strong>มาใช้:</strong> เพื่อให้มีระบบแจ้งเตือนแบบ Real-time เมื่อข้อมูลล้าสมัยหรือต้องมีการตรวจสอบซ้ำ ช่วยให้องค์กรไหวตัวทันเมื่อระบบสำคัญกำลังเผชิญหน้ากับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือมีอคติ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/gartner-zero-trust-data-governance/">การ์ทเนอร์คาดภายในปี 2571 องค์กรครึ่งหนึ่ง (50%) จะใช้มาตรการ Zero-Trust Data Governance รับมือการเพิ่มขึ้นของข้อมูล AI ที่ไม่ถูกตรวจสอบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุฬาฯ เปิดตัว “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์” ดันไทยขึ้นแท่นฮับระดับภูมิภาค พร้อมจับมือ “IBM–บัณฑิตวิทยาลัย–QTFT” พัฒนาหลักสูตร เตรียมความพร้อมภาคธุรกิจไทยสู่ยุคควอนตัม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/chula-launch-siam-quantum-square/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 01:37:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Academy]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[IBM]]></category>
		<category><![CDATA[QTFT]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Quantum Square]]></category>
		<category><![CDATA[SQ2]]></category>
		<category><![CDATA[ควอนตัม]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ชิปควอนตัม]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑิตวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีควอนตัม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39618</guid>

					<description><![CDATA[<p>จุฬาฯ เปิด ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ ขับเคลื่อนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับภูมิภาค เดินหน้าลงนาม MOU กับพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศจากสถานะผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่เจ้าของเทคโนโลยี ผลักดันเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ล่าสุด ผนึกความร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำ “IBM–บัณฑิตวิทยาลัย–QTFT” พัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรผู้บริหาร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุคควอนตัม ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทคโนโลยีควอนตัม คือการควบคุมสมบัติและสถานะของอนุภาคตามหลักกลศาสตร์ควอนตัม เพื่อนำไปพัฒนานวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งปัจจุบันหลักการทางควอนตัมได้เข้ามามีบทบาทและถูกใช้เป็น แกนหลักในเทคโนโลยีที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราเรียบร้อยแล้ว อาทิ สมาร์ทโฟน โซล่าเซลล์ หรือเครื่อง MRI ที่ใช้ในการแพทย์ ดังนั้นเทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด ผนวกกับการมาของควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computers) เทคโนโลยีขั้นกว่าที่ใช้งานหลักการทางควอนตัมในระดับสูงสุด เพื่อมาใช้คำนวณแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่แก้ไม่ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถถอดการเข้ารหัสทางดิจิตอลในปัจจุบันได้ ซึ่งการมาของ ควอนตัมคอมพิวเตอร์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมดิจิทัลและระบบเศรษฐกิจระดับโลก จากความสำคัญของเทคโนโลยีควอนตัม จุฬาฯ จึงได้ก่อตั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/chula-launch-siam-quantum-square/">จุฬาฯ เปิดตัว “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์” ดันไทยขึ้นแท่นฮับระดับภูมิภาค พร้อมจับมือ “IBM–บัณฑิตวิทยาลัย–QTFT” พัฒนาหลักสูตร เตรียมความพร้อมภาคธุรกิจไทยสู่ยุคควอนตัม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จุฬาฯ เปิด ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ ขับเคลื่อนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับภูมิภาค เดินหน้าลงนาม </strong><strong>MOU </strong><strong>กับพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศจากสถานะผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่เจ้าของเทคโนโลยี ผลักดันเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-39618"></span></p>
<p><strong>ล่าสุด </strong><strong>ผนึกความร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำ “</strong><strong>IBM</strong><strong>–บัณฑิตวิทยาลัย–</strong><strong>QTFT</strong><strong>” </strong><strong>พัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรผู้บริหาร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุคควอนตัม </strong></p>
<p><strong>ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า เทคโนโลยีควอนตัม คือการควบคุมสมบัติและสถานะของอนุภาคตามหลักกลศาสตร์ควอนตัม เพื่อนำไปพัฒนานวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งปัจจุบันหลักการทางควอนตัมได้เข้ามามีบทบาทและถูกใช้เป็น แกนหลักในเทคโนโลยีที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราเรียบร้อยแล้ว อาทิ สมาร์ทโฟน โซล่าเซลล์ หรือเครื่อง MRI ที่ใช้ในการแพทย์ ดังนั้นเทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด ผนวกกับการมาของควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum Computers) เทคโนโลยีขั้นกว่าที่ใช้งานหลักการทางควอนตัมในระดับสูงสุด เพื่อมาใช้คำนวณแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่แก้ไม่ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถถอดการเข้ารหัสทางดิจิตอลในปัจจุบันได้ ซึ่งการมาของ ควอนตัมคอมพิวเตอร์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมดิจิทัล<strong>และ</strong>ระบบเศรษฐกิจระดับโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39620 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/SQ2-012.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากความสำคัญของเทคโนโลยีควอนตัม จุฬาฯ จึงได้ก่อตั้ง <strong>‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ </strong>หรือ <strong>Siam Quantum Square (SQ²)</strong> ขึ้นเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิทยาการและเป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญที่เชื่อมโยงนักวิจัย กับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีควอนตัมในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคงทางเทคโนโลยี และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ของประเทศ</p>
<p><strong>‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’</strong> จะดำเนินการภายใต้ 4 พันธกิจ คือ 1) พัฒนาและสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยี ควอนตัม 2) ดำเนินการวิจัยเชิงกลยุทธ์ระดับโลก โดยคำนึงถึงการสร้างองค์ความรู้ระดับพื้นฐานเป็นสำคัญ เพื่อในระยะยาว ก่อให้เกิดเทคโนโลยีที่ไทยเราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี 3) สร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และลดความเสี่ยงจากการกีดกัน ทางเทคโนโลยี 4) สื่อสารความรู้เกี่ยวกับควอนตัมเทคโนโลยีให้แก่บุคคลทั่วไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเข้าถึงได้ โดยกิจกรรมต่าง ๆ ของศูนย์ฯ ได้รับทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจากโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ภายใต้การดูแลของ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)</p>
<p>“เราจะมุ่งเน้นการวิจัยที่เป็นเลิศระดับโลก ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมในการแก้ปัญหาในด้าน ต่าง ๆ เช่น การพัฒนายา หรือวัสดุขั้นสูง พลังงาน การแพทย์ การเงิน การคมนาคม  ตัวอย่างของการพัฒนาเทคโนโลยี ควอนตัมที่ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่ การวิจัย Quantum Computing การประมวลผลเชิง ควอนตัม การวิจัย Quantum Artificial Intelligence หรือ Quantum AI ซึ่งคือการผสมผสานการคำนวณเชิงควอนตัม และปัญญาประดิษฐ์ โดยศูนย์ฯ ยังมีแผนดำเนินการในหัวข้ออื่น ๆ ได้แก่ การวิจัย Quantum Cryptography เพื่อ เสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ การวิจัยและพัฒนาระบบเข้ารหัสควอนตัมที่สามารถป้องกันการดักฟังข้อมูล การพัฒนา Quantum Materials and Devices เพื่อพัฒนาวัสดุใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องคำนวณทางควอนตัม และเซนเซอร์ควอนตัมได้” ศ.ดร.ประณัฐ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39625 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/SQ2-067.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ที่ผ่านมา <strong>‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’</strong> ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีควอนตัมไปใช้จริงในภาคส่วนต่างๆ โดยร่วมกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย ชั้นนำทั่วโลก เช่น การร่วมมือกับมหาวิทยาลัย EPFL จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ CERN เพื่อศึกษาการนำไปใช้ของ Quantum AI ในฟิสิกส์พลังงานสูง (high energy physics) เพื่อพัฒนาวิธีการจำลองการเกิดของอนุภาคพลังงานสูง อันนำไปสู่ความเข้าใจของมนุษยชาติเกี่ยวกับธรรมชาติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</p>
<p>ศูนย์ฯ ยังมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Quantum Technology Foundation (Thailand) [QTFT] ซึ่งเป็น บริษัทสตาร์ทอัพด้านควอนตัมของไทย โดยมุ่งเน้นงานวิจัยด้าน Advanced Optimization และมีแผนขยายไปสู่ การวิจัยด้าน Quantum Optimization ในอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบการจัดการในภาคธุรกิจ ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>อีกหนึ่งความสำเร็จในการร่วมมือกับภาคธุรกิจ คือความร่วมมือกับ SCBX ในการประยุกต์ใช้การคำนวณ เชิงควอนตัมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน หรือ Portfolio Optimization with Quantum Computers และความร่วมมือกับทางบริษัท Western Digital Corporation (ประเทศไทย) ในการพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลสำหรับอนาคต ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อตอบสนองต่อการขยายตัวของ Could storage, data security และ AI ในรูปแบบต่างๆ</p>
<p>โดยในระยะอันใกล้ยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับบริษัท Denso และสถาบัน National Institute of Advance Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาการใช้ Quantum computers และ Quantum AI ในธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งจะมุ่งเน้นทั้งความเข้าใจเชิงพื้นฐานและการประยุกต์ใช้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/SQ2-090.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน<strong> ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’</strong> ยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกมิติ ตั้งแต่สถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรมในประเทศ ไปจนถึงพันธมิตรระดับโลก โดยล่าสุดได้เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ IBM ประเทศไทย สถาบัน National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น และ บริษัท Qunova Computing ประเทศเกาหลี และมีแผนขยายความร่วมมือไปยังภาคเอกชนชั้นนำอีกหลายแห่ง อาทิ Western Digital Corporation (Thailand) และ SCB เพื่อนำเทคโนโลยีควอนตัมไปแก้ไขปัญหาเชิงธุรกิจ ความปลอดภัยของข้อมูล การแพทย์ และสังคม</p>
<p><strong>“</strong>เราต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมในระดับภูมิภาค โดยผสมผสานทฤษฎีควอนตัมเข้ากับการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและในการแก้ปัญหาเชิงธุรกิจ นอกไปจากนี้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ</p>
<p>ชิปควอนตัม ยังมีพื้นฐานเดียวกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะทำให้ศูนย์ฯ ขยายขอบเขตการวิจัยได้ทั่วถึงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรม” ศ.ดร.ประณัฐ กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39624 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/SQ2-000.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’</strong> ยังได้พัฒนาหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เกี่ยวกับ ด้านเทคโนโลยีควอนตัมโดยตรง โดยมุ่งเน้นทั้งทางด้านตัวทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมให้ ผู้เรียนสำหรับการมาถึงตลาดงานทางด้านควอนตัมทั่วโลก โดยทางศูนย์ฯ ยังเตรียมร่วมมือหารือโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตและบุคลากรกับมหาวิทยาลัย Korea Advanced Institute of Science &amp; Technology (KAIST)  ประเทศเกาหลี และสถาบันวิจัย National Institute for Materials Science (NIMS) ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งพร้อมร่วมมือกับ IBM บันฑิตวิทยาลัย และ QTFT เพื่อพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรสำหรับผู้บริหาร เตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจ ไทยในการเข้าสู่ยุคควอนตัม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/chula-launch-siam-quantum-square/">จุฬาฯ เปิดตัว “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์” ดันไทยขึ้นแท่นฮับระดับภูมิภาค พร้อมจับมือ “IBM–บัณฑิตวิทยาลัย–QTFT” พัฒนาหลักสูตร เตรียมความพร้อมภาคธุรกิจไทยสู่ยุคควอนตัม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;White Dragon Strategy&#8217; บทบาท &#8216;จีน&#8217; ในสมรภูมิเศรษฐกิจสีเขียว และโอกาสประเทศไทย จาก &#8216;คู่ค้า&#8217; สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/white-dragon-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 09:03:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Made in China 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[White Dragon Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คู่ค้า]]></category>
		<category><![CDATA[คู่ค้าทางธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[นำเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศจีน]]></category>
		<category><![CDATA[มังกรขาว]]></category>
		<category><![CDATA[มังกรแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39561</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดศักราชใหม่ ปี 2569 หลายประเทศเร่งสร้างภูมิคุ้มกันใหม่หลังเผชิญสงครามการค้า ความขัดแย้งทางเทคโนโลยี และการชะลอของห่วงโซ่อุปทาน นับเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ของเศรษฐกิจโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศมหาอำนาจอย่าง ‘จีน’ จากเดิมที่มุ่งเน้นปริมาณการผลิต สู่คุณภาพการเติบโต ผ่านแนวคิด White Dragon Strategy โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม เทคโนโลยีสะอาด และความยั่งยืนเป็นแกนหลัก เพื่อสร้างเศรษฐกิจแห่งคุณค่าและบรรลุเป้า Net Zero ในปี 2603 จาก ‘มังกรแดง’ สู่ ‘มังกรขาว’ จีน ในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก ด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปี 2560 ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา และมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถแซงหน้าสหรัฐอเมริกาได้ในปี 2573 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า แม้ในปี 2568 ที่ผ่านมา  จีนจะอยู่ท่ามกลางปัจจัยกดดันเรื่องสงครามการค้าที่มีความไม่แน่นอน แต่เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2/2568 เติบโตชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก แต่ยังเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลโดยขยายตัวอยู่ที่ 5.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เศรษฐกิจจีน ยังคงมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างโครงการของเก่าแลกของใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/white-dragon-strategy/">&#8216;White Dragon Strategy&#8217; บทบาท &#8216;จีน&#8217; ในสมรภูมิเศรษฐกิจสีเขียว และโอกาสประเทศไทย จาก &#8216;คู่ค้า&#8217; สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดศักราชใหม่ ปี 2569 หลายประเทศเร่งสร้างภูมิคุ้มกันใหม่หลังเผชิญสงครามการค้า ความขัดแย้งทางเทคโนโลยี และการชะลอของห่วงโซ่อุปทาน นับเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ของเศรษฐกิจโลก</p>
<p><span id="more-39561"></span></p>
<p>ไม่เว้นแม้แต่ประเทศมหาอำนาจอย่าง<strong> ‘จีน’</strong> จากเดิมที่มุ่งเน้นปริมาณการผลิต สู่คุณภาพการเติบโต ผ่านแนวคิด <strong>White Dragon Strategy </strong>โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม เทคโนโลยีสะอาด และความยั่งยืนเป็นแกนหลัก เพื่อสร้างเศรษฐกิจแห่งคุณค่าและบรรลุเป้า Net Zero ในปี 2603</p>
<p><strong>จาก </strong><strong>‘มังกรแดง’ สู่ ‘มังกรขาว’ </strong></p>
<p><strong>จีน</strong> ในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก ด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปี 2560 ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา และมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถแซงหน้าสหรัฐอเมริกาได้ในปี 2573</p>
<p><strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> เผยว่า แม้ในปี 2568 ที่ผ่านมา  จีนจะอยู่ท่ามกลางปัจจัยกดดันเรื่องสงครามการค้าที่มีความไม่แน่นอน แต่เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2/2568 เติบโตชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก แต่ยังเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลโดยขยายตัวอยู่ที่ 5.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เศรษฐกิจจีน ยังคงมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างโครงการของเก่าแลกของใหม่ (Trade-in Program) ที่ยังมีวงเงินหลงเหลืออยู่</p>
<p>ปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญของจีนสู่บทบาทใหม่ จาก <strong>‘มังกรแดง’</strong> ที่เติบโตในฐานะโรงงานของโลก เน้นแรงงานราคาถูก การส่งออกจำนวนมาก สู่ <strong>‘มังกรขาว’</strong> การเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งนวัตกรรม เทคโนโลยีสะอาด และความร่วมมือที่ยั่งยืน มุ่งสร้างเศรษฐกิจแห่งคุณค่า ผ่านแนวคิด ‘<strong>White Dragon Strategy’ </strong>การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายระดับชาติ เช่น Made in China 2025 และ Dual Circulation Strategy</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-China1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Future Trends Ahead 2026</strong> ​โดย Future Skill อธิบายแนวคิด ‘<strong>White Dragon Strategy’ </strong>ว่า จีน ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำ การปฏิรูปเศรษฐกิจภายในประเทศ เปิดโอกาสให้ประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะประเทศไทย ได้ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในสมรภูมิเศรษฐกิจสีเขียวของโลก เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่กับการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมๆ กับเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อมที่มุ่งลดคาร์บอนสูงสุดในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2603 (ค.ศ.2060)</p>
<p>การเปลี่ยนผ่านดังกล่าว จะช่วยยกระดับจีนจากประเทศผู้ผลิต สู่การเป็นผู้นำเทคโนโลยีสะอาด ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ลิเทียม AI ภาคอุตสาหกรรม หรือนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างสมดุลใหม่ระหว่างผลกำไร การพัฒนา และความยั่งยืน รวมทั้งยังสอดคล้องกับทิศทางของโลกในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ​ประกอบกับการเป็นประเทศผู้ปล่อยคาร์บอนรายใหญ่ที่สุดของโลกที่ราว 1 ใน 3 ​โดยมีแหล่งที่มาหลักจากการใช้พลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะถ่านหิน คิดเป็นประมาณ 58% ของพลังงานทั้งหมดที่จีนผลิตได้</p>
<p>นำมาสู่เป้าหมายสำคัญของจีนในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงสิ้นปี 2567  ที่ผ่านมา <em><strong>จีนเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มมาอยู่ที่ 56% ของกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศแล้ว และเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าการใช้พลังงานจากฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าได้เป็นครั้งแรก​</strong>  </em>สะท้อน​​ถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ชัดเจน​ในระดับโครงสร้างได้เป็นผลสำเร็จ ​<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/China-Emission-SCBX.jpg" alt="" width="1200" height="875" /></p>
<p><strong>โอกาส </strong><strong>‘ไทย’ กับการพัฒนาทุนมนุษย์</strong></p>
<p>ที่ผ่านมา จีนนับเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย และมีความสัมพันธ์ทางการทูตมากว่า 50 ปี การเปลี่ยนผ่านสู่ <strong>‘จีนใหม่’</strong> นับเป็นการสร้างระบบนิเวศที่สร้างแรงส่งใหม่ให้เศรษฐกิจไทย และการเป็นหุ้นส่วนทางการเติบโต (Growth Partner) ช่วยเปิดประตูสู่เทคโนโลยีการลงทุนรูปแบบใหม่ การลงทุนจากผู้ผลิต EV จีน ช่วยยกระดับให้ไทยยังคงสถานะฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาค ขณะที่ SMEs ของไทย ยังได้รับโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและ AI ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพใหม่ สู่การแข่งขันในตลาดโลก</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้าง ‘<strong>ทุนมนุษย์แห่งอนาคต’</strong> ผ่านความร่วมมือทางการศึกษาและการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ของไทย ได้เรียนรู้เทคโนโลยีจริงและมีทักษะตอบโจทย์ตลาดงานระดับภูมิภาค นับเป็นการลงทุนระยะยาวในทรัพยากรมนุษย์ที่จะเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า</p>
<p><strong>การพัฒนาทุนมนุษย์</strong> มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกันระหว่างการพัฒนาทุนมนุษย์กับผลิตภาพแรงงาน (productivity) และการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ</p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</strong> พบว่า <strong>ดัชนีทุนมนุษย์ (Human Capital Index : HCI) ล่าสุด ของไทยอยู่ที่ 0.61 สะท้อนว่าเด็กไทยคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นจะมีผลิตภาพเพียง 61% ของศักยภาพสูงสุดของพวกเขา</strong> และหนึ่งในอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ของไทย คือ ความไม่สอดคล้องระหว่างคุณสมบัติของผู้สำเร็จการศึกษากับความต้องการของตลาดแรงงาน</p>
<p>ดังนั้น <strong>ความร่วมมือระหว่างไทยจีน จึงมีส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพแรงงาน</strong> อาทิ องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีไทยเป็นหนึ่งใน 8 ประเทศสมาชิก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง คอยให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกแก่นักศึกษาจากกลุ่มประเทศสมาชิก เพื่อให้ได้รับโอกาสเข้าถึงอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณวุฒิระดับสูง พร้อมกับการฝึกอบรมและให้คำปรึกษา เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-China5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จาก </strong><strong>‘คู่ค้า’ สู่ ‘หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์’</strong></p>
<p>จะเห็นได้ว่า <em><strong>การเปลี่ยนผ่านของ จีน มีแนวโน้มที่ไทยจะเปลี่ยนบทบาทจาก คู่ค้าดั้งเดิม สู่ หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงร่วมกัน</strong></em> นอกจากนี้ ในแง่ของโอกาสการลงทุน <em><strong>ถือเป็นการเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคตในกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve</strong></em> เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเทคโนโลยี AI ผ่านรูปแบบการร่วมลงทุน ที่เน้นถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์ ผ่านความร่วมมือด้านการศึกษาและการฝึกอบรมทักษะขั้นสูง เตรียมกำลังคนให้พร้อมสำหรับตลาดแรงงานดิจิทัลและการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>เรียกได้ว่า บทบาทของจีนปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การค้าการลงทุน แต่เป็นการยกระดับสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่มูลค่าสูงขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และจะนำพาไทยในฐานะคู่ค้า เดินหน้าสู่เป้าหมายการเติบโตไปพร้อมกัน</strong></p>
<p><strong>ข้อมูล </strong><strong>:</strong></p>
<ul>
<li>Future Trends Ahead 2026 โดย Future Skill</li>
<li>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</li>
<li>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</li>
<li>Xinhua Thai</li>
</ul>
<p><strong>ภาพ : Number 24 x Shutterstock Thailand </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/white-dragon-strategy/">&#8216;White Dragon Strategy&#8217; บทบาท &#8216;จีน&#8217; ในสมรภูมิเศรษฐกิจสีเขียว และโอกาสประเทศไทย จาก &#8216;คู่ค้า&#8217; สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หมดยุค AI แบบทั่วไป! Manao Software วางกลยุทธ์สร้าง AI ที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง ชูพลัง RAG และ Workflow Automation ช่วยองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Smarter Operations</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/manao-software-transform-to-smarter-operations/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 05:32:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Manao Software]]></category>
		<category><![CDATA[RAG]]></category>
		<category><![CDATA[Retrieval-Augmented Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Smarter Operations]]></category>
		<category><![CDATA[Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[คริสโตเฟอร์ มอสซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยของข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39119</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นกระแสหลัก หลายองค์กรกำลังเผชิญกับความท้าทายในการเปลี่ยน AI จากการเป็นเพียงเครื่องมือทดลอง ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างมูลค่าได้จริง Manao Software บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สัญชาติเดนมาร์กที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ระดับแถวหน้า ได้วางยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้าง AI ที่ &#8220;เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง&#8221; โดยชูเทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation) และ Workflow Automation เป็นกุญแจสำคัญ ตัวเปลี่ยนเกมธุรกิจให้องค์กรมีความแตกต่าง และสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ยุค Smarter Operations ได้อย่างมั่นคง Manao Software ไม่ใช่แค่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่วางตำแหน่งตัวเองเป็น “ที่ปรึกษาที่ไว้วางใจได้สำหรับผู้นำธุรกิจ” มุ่งช่วยองค์กรเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และระบบอัตโนมัติ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง แต่ AI ที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจก็ไม่ใช่ AI แบบทั่วไป เพราะไม่สามารถเข้าใจบริบทธุรกิจได้มากเพียงพอ จุดแข็งของ Manao Software จึงการวางกลยุทธ์ด้วยการนำ AI ที่เข้าใจกระบวนการทำงานของธุรกิจมาช่วยองค์กรให้ทำงานและวางแผนต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ คริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Manao [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/manao-software-transform-to-smarter-operations/">หมดยุค AI แบบทั่วไป! Manao Software วางกลยุทธ์สร้าง AI ที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง ชูพลัง RAG และ Workflow Automation ช่วยองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Smarter Operations</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่<a href="https://manaosoftware.com/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)</a> กลายเป็นกระแสหลัก หลายองค์กรกำลังเผชิญกับความท้าทายในการเปลี่ยน AI จากการเป็นเพียงเครื่องมือทดลอง ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างมูลค่าได้จริง<a href="https://manaosoftware.co.th/" target="_blank" rel="noopener"> <strong>Manao Software</strong></a> บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สัญชาติเดนมาร์กที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ระดับแถวหน้า ได้วางยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้าง<a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener"> AI</a> ที่ &#8220;เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง&#8221; โดยชูเทคโนโลยี <a href="https://manaosoftware.com/portfolio/rag-ai/" target="_blank" rel="noopener"><strong>RAG (Retrieval-Augmented Generation)</strong></a> และ <a href="https://manaosoftware.com/n8n-workflow-automation/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Workflow Automation</strong></a> เป็นกุญแจสำคัญ ตัวเปลี่ยนเกมธุรกิจให้องค์กรมีความแตกต่าง และสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ยุค Smarter Operations ได้อย่างมั่นคง</p>
<p><span id="more-39119"></span></p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> ไม่ใช่แค่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่วางตำแหน่งตัวเองเป็น “ที่ปรึกษาที่ไว้วางใจได้สำหรับผู้นำธุรกิจ” มุ่งช่วยองค์กรเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่อย่าง<a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener"> AI</a> และระบบอัตโนมัติ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง แต่ AI ที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจก็ไม่ใช่ AI แบบทั่วไป เพราะไม่สามารถเข้าใจบริบทธุรกิจได้มากเพียงพอ จุดแข็งของ <a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> จึงการวางกลยุทธ์ด้วยการนำ AI ที่เข้าใจกระบวนการทำงานของธุรกิจมาช่วยองค์กรให้ทำงานและวางแผนต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ</p>
<p><strong>คริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ </strong><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Manao Software </strong></a>กล่าวว่า &#8220;ที่ <a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> เรามองว่า<a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener"> <strong>AI</strong></a> <strong>ทั่วไป (General AI)</strong> เปรียบเสมือนเครื่องมือแบบ One-size-fits-all แม้ว่ามันจะมีประสิทธิภาพสูง แต่บ่อยครั้งมันยังขาดความเข้าใจที่ละเอียดอ่อนในบริบทเฉพาะของแต่ละธุรกิจ เมื่อเราพูดถึง <strong>&#8220;</strong><a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener"><strong>AI</strong></a> <strong>ที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง&#8221;</strong> เราหมายถึง AI ที่ถูกออกแบบมาให้รู้จักกระบวนการทำงานเฉพาะทาง คำศัพท์เฉพาะในองค์กร รวมถึงลักษณะการดำเนินงานที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทนั้นๆ มันคือการฝังความเข้าใจในตัวธุรกิจจริง ๆ ลงไปในตัวโมเดล จะต้องมีองค์ประกอบทั้ง ชุดข้อมูลเฉพาะทาง (Domain-specific datasets), การฝึกฝนตามบริบท (Contextual training), การปรับจูนด้วยความรู้ภายใน (Fine-tuning with internal knowledge) และการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลของบริษัท&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39122 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Manow3.jpg" alt="" width="553" height="700" /></p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> ชูเทคโนโลยี RAG และ <a href="https://manaosoftware.com/n8n-workflow-automation/" target="_blank" rel="noopener">Workflow Automation</a> เป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญ ทำให้ <a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> มีความเข้าใจธุรกิจ ไม่ใช่เป็นแค่ <a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> ทั่วไป แต่เป็นผู้ช่วยทางธุรกิจตัวจริง</p>
<p>สำหรับองค์กรที่มีข้อมูลมหาศาล เทคโนโลยี <strong>RAG (Retrieval-Augmented Generation)</strong> คือทางออกที่ดีที่สุด RAG จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา AI ที่ให้ข้อมูลทั่วไปเกินไป โดยระบบจะทำหน้าที่ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องและทันสมัยที่สุดจากคลังข้อมูลภายในมาใช้ประกอบการตอบคำถามแบบเรียลไทม์ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความแม่นยำ และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะหน้าขององค์กรได้อย่างตรงจุด</p>
<p>“จากประสบการณ์ของเรา เมื่อองค์กรมีฐานข้อมูลที่สะอาด เป็นระบบ และเชื่อมโยงกันอย่างดี การนำ RAG และ <a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> อื่น ๆ มาใช้งานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน เปรียบเสมือนการสร้างบ้านบนฐานรากที่มั่นคง” คริสโตเฟอร์ กล่าวเสริม</p>
<p>รวมไปถึง<strong>การจัดการเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ (</strong><a href="https://manaosoftware.com/n8n-workflow-automation/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Workflow Automation</strong></a><strong>)</strong> ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการนำ AI ไปใช้งานจริง คือสะพานที่เปลี่ยน <a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> จากแนวคิดที่น่าสนใจ ให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ในทุก ๆ วัน ยกตัวอย่างเช่น ที่ <a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> ใช้ <a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI </a>ในเวิร์กโฟลว์จริง เช่น ระบบจัดการ Lead Management ที่ AI สามารถคัดกรอง ประเมินคุณภาพ และบันทึกข้อมูลลง CRM ได้ทันที ช่วยให้ทีมขายโฟกัสไปที่โอกาสทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูงสุดได้ทันที การทำเช่นนี้ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงานตามสัดส่วน ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนในระยะยาว ทำให้องค์กรก้าวล้ำหน้าไปหนึ่งก้าวเสมอ และมั่นใจได้ว่าทุกโอกาสจะถูกจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39121 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Manow2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ที่สำคัญที่สุดในการนำ RAG มาใช้งานนั้น สิ่งที่ต้องระวังคือความปลอดภัยของข้อมูล <a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> เน้นย้ำเรื่องการวางสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล (Role-based permissions) ภายในระบบ AI เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลที่ตนไม่มีสิทธิ์มองเห็น AI จึงต้องถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ช่วยที่ชาญฉลาดและผู้รักษาความปลอดภัยข้อมูลไปพร้อมๆ กัน จึงมั่นใจได้ว่าช่วยลดความเสี่ยงด้านข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>เมื่อองค์กรต่างๆ ผสาน AI เข้ากับระบบอัตโนมัติ แน่นอนว่าสามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในหลายมิติ ประการแรกคือ<a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener"> AI</a> ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายสเกลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม สามารถคุมต้นทุนได้ อีกทั้งยังได้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท้วงที</p>
<p>ทั้งนี้องค์กรควรเตรียมความพร้อม 2 ด้านหลัก 1) โครงสร้างข้อมูลที่แข็งแรง ปลอดภัย และเข้าถึงได้ 2) ทีมงานที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและบริบทธุรกิจ เพื่อให้ <a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> ถูกนำไปใช้ได้อย่างสอดคล้องและยั่งยืน</p>
<p><strong>คริสโตเฟอร์ มอสซ์</strong>  ได้สรุปทิ้งท้ายว่า &#8220;ในการออกแบบโซลูชัน AI ให้สามารถ Scale ได้ หัวใจสำคัญคือการมุ่งเน้นไปที่ความเป็นโมดูล (Modularity) และ ความยืดหยุ่น (Flexibility) ตั้งแต่เริ่มต้น ควรสร้าง<a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener"> AI</a> ในลักษณะที่สามารถเชื่อมต่อส่วนประกอบใหม่ๆ สลับเปลี่ยนโมเดล หรือรวมแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไว้ด้วยกันได้โดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด ให้ลองจินตนาการว่ามันเหมือนกับการต่อเลโก้แทนที่จะเป็นการเทคอนกรีต แนวทางแบบโมดูลนี้จะช่วยให้การปรับตัวตามการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจทำได้ง่ายขึ้นมาก</p>
<p>ในเชิงหลักการ ควรให้ความสำคัญกับการใช้ Open Standards และ API เพื่อให้ส่วนต่างๆ ของระบบสามารถสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ควรลงทุนกับการทำคู่มือ (Documentation) และการฝึกอบรมที่ดี เพื่อให้ทีมงานสามารถพัฒนาระบบต่อยอดไปได้เรื่อยๆ การสร้างเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่น และมีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างชัดเจน จะช่วยรับประกันว่าโซลูชัน <a href="https://manaosoftware.co.th/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> ของคุณจะเติบโตไปพร้อมกับคุณ และสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจในระยะยาวโดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า&#8221;</p>
<p>สามารถติดตามเรื่องราวและบริการของ Manao Software เพิ่มเติมได้ที่<a href="http://www.manaosoftware.co.th" target="_blank" rel="noopener"> www.manaosoftware.co.th</a> และ<a href="http://www.manaosoftware.com" target="_blank" rel="noopener"> www.manaosoftware.com</a></p>
<p>ติดตามช่องทางโซเชียลของ Manao Software:</p>
<ul>
<li>Facebook: facebook.com/manaosoftware</li>
<li>LinkedIn: linkedin.com/company/manaosoftware</li>
<li>TikTok: tiktok.com/@manao.software</li>
<li>Instagram: instagram.com/manao_software</li>
<li>Email: hello@manaosoftware.com</li>
<li>Tel : +66 2460 9240</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/manao-software-transform-to-smarter-operations/">หมดยุค AI แบบทั่วไป! Manao Software วางกลยุทธ์สร้าง AI ที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง ชูพลัง RAG และ Workflow Automation ช่วยองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Smarter Operations</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากคำฮิตสู่คุณค่าทางธุรกิจ &#8220;Manao Software&#8221; ที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้สำหรับผู้นำธุรกิจ เปลี่ยนมุมมอง AI และระบบอัตโนมัติจากกระแส&#8230;สู่การเติบโตที่วัดผลได้จริง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/manao-mashup-6/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Oct 2025 19:59:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Manao Mashup 6]]></category>
		<category><![CDATA[Manao Software]]></category>
		<category><![CDATA[n8n]]></category>
		<category><![CDATA[Workflow Automation]]></category>
		<category><![CDATA[คริสโตเฟอร์ มอสซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันอัจฉริยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37644</guid>

					<description><![CDATA[<p>Manao Software วางตำแหน่งตัวเองเป็น “ที่ปรึกษาที่ไว้วางใจได้สำหรับผู้นำธุรกิจ” มุ่งช่วยองค์กรเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และระบบอัตโนมัติ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง ในยุคที่ทุกบริษัทพูดถึง “การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation)” ความท้าทายที่แท้จริงของผู้บริหารคือการเปลี่ยนเทคโนโลยีเหล่านั้นให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่วัดได้ Manao Software บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สัญชาติเดนมาร์กที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย กำลังช่วยองค์กรทำสิ่งนั้นได้จริงโดยมุ่งเน้นที่สิ่งที่สร้าง “ผลลัพธ์ทางธุรกิจ” มากกว่าการตามเทรนด์ Manao Software ไม่เพียงมุ่งเน้นแค่การสร้างซอฟต์แวร์ ยังทำหน้าที่เป็น “ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์” ให้กับผู้บริหารระดับสูง ที่ช่วยให้ผู้บริหารนำทางในโลกของ AI และ Automation ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นใจ โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่าง n8n Workflow Automation และระบบอัจฉริยะอื่น ๆ บริษัทช่วยให้ธุรกิจสามารถลดความซับซ้อนของกระบวนการ ปรับปรุงการตัดสินใจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม คริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Manao Software กล่าวถึงโครงการระบบอัตโนมัติที่บริษัทได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ว่า “ประสบการณ์ของเรากับ n8n และ AI แสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จในการสร้างระบบอัตโนมัติไม่ใช่แค่เรื่องของความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือ แนวคิดเชิงออกแบบ และความไว้วางใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/manao-mashup-6/">จากคำฮิตสู่คุณค่าทางธุรกิจ &#8220;Manao Software&#8221; ที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้สำหรับผู้นำธุรกิจ เปลี่ยนมุมมอง AI และระบบอัตโนมัติจากกระแส&#8230;สู่การเติบโตที่วัดผลได้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Manao Software</strong></a> วางตำแหน่งตัวเองเป็น <strong>“</strong><strong>ที่ปรึกษาที่ไว้วางใจได้สำหรับผู้นำธุรกิจ</strong><strong>”</strong> มุ่งช่วยองค์กรเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่อย่าง <a href="https://manaosoftware.com/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener"><strong>AI </strong><strong>และระบบอัตโนมัติ</strong></a> ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และสร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง</p>
<p><span id="more-37644"></span></p>
<p>ในยุคที่ทุกบริษัทพูดถึง “การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation)” ความท้าทายที่แท้จริงของผู้บริหารคือการเปลี่ยนเทคโนโลยีเหล่านั้นให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่วัดได้ <a href="https://manaosoftware.co.th/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สัญชาติเดนมาร์กที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย กำลังช่วยองค์กรทำสิ่งนั้นได้จริงโดยมุ่งเน้นที่สิ่งที่สร้าง “ผลลัพธ์ทางธุรกิจ” มากกว่าการตามเทรนด์</p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Manao Software</strong></a> ไม่เพียงมุ่งเน้นแค่การสร้างซอฟต์แวร์ ยังทำหน้าที่เป็น <strong>“</strong><strong>ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์</strong><strong>”</strong> ให้กับผู้บริหารระดับสูง ที่ช่วยให้ผู้บริหารนำทางในโลกของ AI และ Automation ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นใจ โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่าง<a href="https://manaosoftware.com/n8n-workflow-automation/" target="_blank" rel="noopener"> n8n Workflow Automation</a> และระบบอัจฉริยะอื่น ๆ บริษัทช่วยให้ธุรกิจสามารถลดความซับซ้อนของกระบวนการ ปรับปรุงการตัดสินใจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37647 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Manao3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ</strong> <a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener">Manao Software</a> กล่าวถึงโครงการระบบอัตโนมัติที่บริษัทได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ว่า “ประสบการณ์ของเรากับ <a href="https://manaosoftware.com/n8n-workflow-automation/" target="_blank" rel="noopener">n8n</a> และ <a href="https://manaosoftware.com/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> แสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จในการสร้างระบบอัตโนมัติไม่ใช่แค่เรื่องของความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือ แนวคิดเชิงออกแบบ และความไว้วางใจ ที่ Manao Software เราทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนความท้าทายที่ซับซ้อนให้กลายเป็น โซลูชันอัจฉริยะที่ขยายผลได้จริง และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม”</p>
<p><a href="https://manaosoftware.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Manao Software</strong></a> ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 และเติบโตขึ้นจากรากฐานของคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความพิถีพิถันในการพัฒนา คือค่านิยมที่สะท้อนจิตวิญญาณแบบเดนมาร์กและความมุ่งมั่นระยะยาวในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมมือกับทั้งองค์กรไทยและต่างประเทศในการพัฒนาโซลูชันซอฟต์แวร์เฉพาะทาง และวางกลยุทธ์ระบบอัตโนมัติที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจของแต่ละองค์กรได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน</p>
<p>สำหรับผู้บริหารหลายคน <a href="https://manaosoftware.com/services/artificial-intelligence/" target="_blank" rel="noopener">AI</a> และ Automation อาจเป็นเรื่องที่ดูซับซ้อนและจับต้องยาก Manao Software เข้ามาช่วยสร้าง “ความชัดเจน” ในโลกนี้ ด้วยแนวทางแบบที่ปรึกษา (Advisory-led Approach) ซึ่งมุ่งเน้นให้เทคโนโลยีตอบโจทย์ภาพรวมขององค์กร ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพ การเสริมศักยภาพให้ทีมงาน ไปจนถึงการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37646 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Manao2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เพื่อสานเจตนารมณ์ที่มีคุณค่าระหว่างผู้นำด้านธุรกิจและเทคโนโลยี <a href="https://manaosoftware.com/about-us/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Manao Software</strong></a> <strong>เตรียมจัดงาน</strong><strong> “Manao Mashup 6” </strong><strong>ณ </strong><strong>The Great Room, The Park Silom </strong><strong>ในวันพฤหัสบดีที่ </strong><strong>20 </strong><strong>พฤศจิกายน </strong><strong>2568 </strong><strong>เวลา </strong><strong>18.00–20.00 </strong><strong>น. ภายใต้ธีม</strong><strong> “Workflow Automation and Intelligent Operations: Technology, Leadership and Lean Thinking”</strong> ที่ให้ผู้บริหารและผู้มีอำนาจตัดสินใจจากหลายองค์กรได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการนำระบบอัตโนมัติและการดำเนินงานอัจฉริยะมาปรับใช้ เพื่อยกระดับภาวะผู้นำ เพิ่มประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน</p>
<p>ด้วยแนวทางการให้คำปรึกษาเชิงลึกและการมุ่งเน้นคุณค่าในระยะยาว Manao Software ยังคงเป็นพันธมิตรสำคัญที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เชื่อมช่องว่างระหว่าง <strong>“</strong><strong>นวัตกรรม</strong><strong>”</strong> และ <strong>“</strong><strong>การลงมือทำจริง</strong><strong>”</strong> นำพาธุรกิจจากความไม่แน่นอนสู่ความชัดเจน  จากคำฮิตสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แท้จริง สามารถติดตามเรื่องราวและบริการของ Manao Software เพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.manaosoftware.co.th" target="_blank" rel="noopener">www.manaosoftware.co.th</a>   และ <a href="http://www.manaosoftware.com" target="_blank" rel="noopener">www.manaosoftware.com</a></p>
<p>ติดตามช่องทางโซเชียลของ Manao Software:</p>
<ul>
<li>Facebook: facebook.com/manaosoftware</li>
<li>LinkedIn: linkedin.com/company/manaosoftware</li>
<li>TikTok: tiktok.com/@manao.software</li>
<li>Instagram: instagram.com/manao_software</li>
<li>Email: info@manaosoftware.com</li>
<li>Tel : +66 2460 9240</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/manao-mashup-6/">จากคำฮิตสู่คุณค่าทางธุรกิจ &#8220;Manao Software&#8221; ที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้สำหรับผู้นำธุรกิจ เปลี่ยนมุมมอง AI และระบบอัตโนมัติจากกระแส&#8230;สู่การเติบโตที่วัดผลได้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
