<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Amazon &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/amazon/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Dec 2022 06:17:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Amazon &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตัวเลขขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกปีล่าสุดของ Amazon สามารถวนรอบโลกได้ 800 รอบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/amazon-plastic-packaging-waste-could-circle-the-world-800-times/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2022 06:16:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[ocean advocacy organisation Oceana]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[plastic packaging footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Single Use]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16188</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานครั้งล่าสุดขององค์กรสนับสนุนมหาสมุทร (ocean advocacy organisation Oceana) ระบุว่า ในปีที่ผ่านมาเฉพาะแค่ขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกจากยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์อย่าง Amazon เพียงรายเดียวก็มีปริมาณมากถึง 321 ล้านกิโลกรัมแล้ว เพิ่มขึ้น 18% หรือราว 1 ใน 5​ โดยขยะส่วนใหญ่อยู่ในรูปของหมอนลม (air-pillows)​ ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มักใส่มาเพื่อป้องกันพัสดุที่จัดส่ง และจำนวนขยะดังกล่าวนี้ หากนำมาต่อกันจะมีความยาวที่สามารถวนรอบโลกได้ถึงกว่า 800 รอบเลยทีเดียว ด้าน Amazon ออกมาระบุถึงความพยายามในการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อลดปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ โดยไม่ให้กระทบต่อประสบการณ์​ของลูกค้าที่ต้องดูแลไว้อย่างสูงสุด ก่อนจะถูก  Matt Littlejohn, Oceana&#8217;s Senior Vice President for Strategic Initiatives​ โต้กลับ โดยอ้าง​ถึงผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่าประเภทของพลาสติกที่ Amazon นำมาใช้นั้นเป็นภัยคุกคามต่อมหาสมุทร ขณะที่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นเรียกร้องให้บริษัทแสดงความมุ่งมั่นที่จะลดการสร้างผลกระทบต่อสภาพอากาศจากปัญหาบรรจุภัณฑ์พลาสติก ทั้งนี้ ปริมาณพลาสติกกว่า 1 หมื่นล้านตันที่ทั่วโลกเคยผลิตขึ้นมานั้น ปริมาณมากถึง 6 พันล้านที่ทับถมอยู่ในแหล่งฝังกลบของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และตามรายงานในปี 2565 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/amazon-plastic-packaging-waste-could-circle-the-world-800-times/">ตัวเลขขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกปีล่าสุดของ Amazon สามารถวนรอบโลกได้ 800 รอบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงานครั้งล่าสุดขององค์กรสนับสนุนมหาสมุทร (ocean advocacy organisation Oceana) ระบุว่า ในปีที่ผ่านมาเฉพาะแค่ขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกจากยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์อย่าง <strong>Amazon</strong> เพียงรายเดียวก็มีปริมาณมากถึง 321 ล้านกิโลกรัมแล้ว เพิ่มขึ้น 18% หรือราว 1 ใน 5​</p>
<p><span id="more-16188"></span></p>
<p>โดยขยะส่วนใหญ่อยู่ในรูปของหมอนลม (air-pillows)​ ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มักใส่มาเพื่อป้องกันพัสดุที่จัดส่ง และจำนวนขยะดังกล่าวนี้ หากนำมาต่อกันจะมีความยาวที่สามารถวนรอบโลกได้ถึงกว่า 800 รอบเลยทีเดียว</p>
<p>ด้าน Amazon ออกมาระบุถึงความพยายามในการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อลดปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ โดยไม่ให้กระทบต่อประสบการณ์​ของลูกค้าที่ต้องดูแลไว้อย่างสูงสุด ก่อนจะถูก  <strong>Matt Littlejohn,</strong> Oceana&#8217;s Senior Vice President for Strategic Initiatives​ โต้กลับ โดยอ้าง​ถึงผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่าประเภทของพลาสติกที่ Amazon นำมาใช้นั้นเป็นภัยคุกคามต่อมหาสมุทร ขณะที่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นเรียกร้องให้บริษัทแสดงความมุ่งมั่นที่จะลดการสร้างผลกระทบต่อสภาพอากาศจากปัญหาบรรจุภัณฑ์พลาสติก</p>
<p>ทั้งนี้ ปริมาณพลาสติกกว่า 1 หมื่นล้านตันที่ทั่วโลกเคยผลิตขึ้นมานั้น ปริมาณมากถึง 6 พันล้านที่ทับถมอยู่ในแหล่งฝังกลบของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และตามรายงานในปี 2565 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พบว่าพลาสติกเพียง 9% ที่มีการรีไซเคิลได้สำเร็จ ส่วนที่เหลือจะหลุดรอดไปสู่ทะเล​ โดยคาดการณ์ว่า ในที่สุดแล้วขยะของ Amazon มากกว่า 11 ล้านกิโลกรัมจะถูกชะล้างลงสู่มหาสมุทร พร้อมให้ทาง Amazon แสดงความมุ่งมั่นในการลดบรรจุภัณฑ์พลาสติกลง 1 ใน 3 ก่อนปี 2030</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16192 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/AMAZON2.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>โดยได้เรียกร้องให้บริษัทจัดทำรายงานต่อสาธารณชน เพื่อแสดงรอยเท้าของบรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือ  plastic packaging footprint รวมทั้งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งหมดที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศ ​พร้อมมีรายงานว่า ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2565 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้น 49% ของ Amazon ลงมติสนับสนุนให้บริษัทมีความโปร่งใสในการแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีการเพิ่มจำนวนอย่างมาก</p>
<p>ด้าน​โฆษกของ Amazon ได้แสดงให้เห็นถึง การริเริ่มโครงการเพื่อดำเนินการด้านการลดใช้พลาสติก​ รวมทั้งการลดขนาดบรรจุภัณฑ์ให้มีขนาดเล็กลงและมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด 100% ภายในปีหน้า</p>
<p>“ตั้งแต่ปี 2558 เราได้ลงทุนในวัสดุ กระบวนการ และเทคโนโลยีที่ช่วยลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ต่อการขนส่งลง 38% และสามารถลดวัสดุบรรจุภัณฑ์ลงได้มากกว่า 1.5 ล้านตันแล้ว” โฆษกกล่าวเสริม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม Oceana กล่าวว่านี่ยังไม่เพียงพอ โดยชี้ให้เห็นว่าการลดน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงการลดการใช้พลาสติกให้น้อยลงได้เสมอไป</p>
<p><a href="https://www.euronews.com/green/2022/12/15/amazons-annual-plastic-packaging-waste-could-circle-the-world-800-times-report-alleges" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/amazon-plastic-packaging-waste-could-circle-the-world-800-times/">ตัวเลขขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกปีล่าสุดของ Amazon สามารถวนรอบโลกได้ 800 รอบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Amazon เปิดตัวจักรยาน E-Cargo พร้อมบริการเดินส่งของ นำร่องในสหราชอาณาจักร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/amazon-launches-ecargo-in-uk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Jul 2022 08:45:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon’s electric fleet]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[E-cargo]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เดลิเวอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12757</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า Amazon เป็นยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซที่นอกจากจะนำนวัตกรรมด้านต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่นักช้อปแล้ว ยังคำนึงถึงการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวบริการเดลิเวอรี่โดยใช้จักรยาน E-cargo พร้อมทั้งการเดินส่งของในช่วง Last mile หรือการนำส่งให้ถึงบ้านลูกค้า โดนเริ่มนำร่องในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งคาดว่าบริการดังกล่าวจะเข้ามาทดแทนการใช้รถตู้ในแบบเดิม​ และมาช่วยเสริมบริการ Amazon’s electric fleet ที่มีให้บริการในลอนดอนอยู่แล้ว  การใช้ micro mobility (หรือการนำอุปกรณ์เดินทางที่มีน้ำหนักเบา เช่น สกูตเตอร์) มาให้บริการส่งของเดลิเวอรี่เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของ Amazon ที่ต้องการให้การบริการส่งของเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคาดว่าอุปกรณ์ขนส่งแบบใหม่นี้จะสามารถขนส่งสินค้าได้มากกว่า 5  ล้านชิ้นต่อปีในพื้นที่ลอนดอนตะวันออกซึ่งเป็นโซนที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนในปริมาณที่ต่ำมาก (Ultra Low Emission Zone) โครงการนี้ยังช่วยให้ภารกิจการส่งสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ให้ได้ 50% ในปี 2030 และเป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2040 เข้าใกล้เป็นความจริงอีกด้วย “การพัฒนาการขนส่งด้วยการใช้จักรยาน e-cargo แบบใหม่ รวมทั้งการเดินเท้าส่งสินค้า และการขยายรถขนส่งไฟฟ้าที่กำลังเติบโตขึ้นนั้น จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์สำหรับการขนส่งสินค้าให้ลูกค้าของ Amazon พัฒนาขึ้นได้มากกว่าที่เคยทำได้ทั่วทั้งในลอนดอนและสหราชอาณาจักรมาตลอดข่วงก่อนหน้านี้ ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” John Boumphrey, Country Manager [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/amazon-launches-ecargo-in-uk/">Amazon เปิดตัวจักรยาน E-Cargo พร้อมบริการเดินส่งของ นำร่องในสหราชอาณาจักร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่า Amazon เป็นยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซที่นอกจากจะนำนวัตกรรมด้านต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่นักช้อปแล้ว ยังคำนึงถึงการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span id="more-12757"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุดได้เปิดตัวบริการเดลิเวอรี่โดยใช้จักรยาน E-cargo พร้อมทั้งการเดินส่งของในช่วง Last mile หรือการนำส่งให้ถึงบ้านลูกค้า โดนเริ่มนำร่องในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งคาดว่าบริการดังกล่าวจะเข้ามาทดแทนการใช้รถตู้ในแบบเดิม​ และมาช่วยเสริมบริการ Amazon’s electric fleet ที่มีให้บริการในลอนดอนอยู่แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ micro mobility (หรือการนำอุปกรณ์เดินทางที่มีน้ำหนักเบา เช่น สกูตเตอร์) มาให้บริการส่งของเดลิเวอรี่เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของ Amazon ที่ต้องการให้การบริการส่งของเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคาดว่าอุปกรณ์ขนส่งแบบใหม่นี้จะสามารถขนส่งสินค้าได้มากกว่า 5  ล้านชิ้นต่อปีในพื้นที่ลอนดอนตะวันออกซึ่งเป็นโซนที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนในปริมาณที่ต่ำมาก (Ultra Low Emission Zone)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้ยังช่วยให้ภารกิจการส่งสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ให้ได้ 50% ในปี 2030 และเป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2040 เข้าใกล้เป็นความจริงอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การพัฒนาการขนส่งด้วยการใช้จักรยาน e-cargo แบบใหม่ รวมทั้งการเดินเท้าส่งสินค้า และการขยายรถขนส่งไฟฟ้าที่กำลังเติบโตขึ้นนั้น จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์สำหรับการขนส่งสินค้าให้ลูกค้าของ Amazon พัฒนาขึ้นได้มากกว่าที่เคยทำได้ทั่วทั้งในลอนดอนและสหราชอาณาจักรมาตลอดข่วงก่อนหน้านี้ ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” John Boumphrey, Country Manager แห่ง Amazon UK กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ทาง Amazon ยังเปิดแผนในการเปิดตัวการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ที่ศูนย์กระจายสินค้าในเมือง Manchester, Coalville, Haydock, Bristol และ Milton Keynes ที่จะดำเนินการก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในศูนย์ดังกล่าว และยังจะเพิ่มจำนวนโปรเจ็คพลังงานแสงอาทิตย์ในศูนย์ต่างๆในสหราชอาณาจักรให้ได้มากขึ้นกว่าเท่าตัว ภายในปี 2024</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย Amazon คาดว่าจะนำบริการใหม่ E-cargo นี้ ไปให้บริการส่งสินค้าของแบรนด์ต่างๆ ด้วย  เช่น Fed-Ex, Ocado Zoom และ Hermes เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดตัวรูปแบบการขนส่งที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้เร็วๆ นี้ รวมทั้งสามารถสนับสนุนผู้ประกอบที่ต้องการสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืน เช่น กลุ่มผู้เริ่มธุรกิจใหม่ๆ ที่เงื่อนไขในการทำธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กลายมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการเข้าถึงการสนุบสนุนในเรื่องของเงินทุนเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น </span></p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/amazon-1" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Source</a></p>
<p><a href="https://www.aboutamazon.co.uk/news/sustainability/amazon-launches-first-fleet-of-e-cargo-bikes-in-the-uk" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/amazon-launches-ecargo-in-uk/">Amazon เปิดตัวจักรยาน E-Cargo พร้อมบริการเดินส่งของ นำร่องในสหราชอาณาจักร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร้านชำออนไลน์สิงคโปร์ Twentyoff ลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/06/twentyoff-sustainability-and-e-commerce/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 Jun 2018 17:30:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[e-commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Fairprice]]></category>
		<category><![CDATA[Honestbee]]></category>
		<category><![CDATA[Prime Now]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Sheng Siong]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Twentyoff]]></category>
		<category><![CDATA[Vishal Gupta]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=3472</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตาร์ทอัพด้าน e-commerce อย่าง Twentyoff ต้องการออกแบบพฤติกรรมการบริโภคใหม่ โดยกระตุ้นให้เกิดการซื้อจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พิสูจน์ความยั่งยืนเป็นรูปแบบธุรกิจที่ดีได้ ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ร้านชำออนไลน์ร้านใหม่อย่าง Twentyoff ได้ประกาศเข้าร่วมทำธุรกิจ e-commerce ที่เติบโตในสิงคโปร์ด้วยภารกิจหนึ่งเดียวที่ต้องการให้การช้อปปิ้งของชำมีความยั่งยืนมากขึ้น จากการเปิดตัวร้านในเดือนมกราคมปีนี้ ทาง Twentyoff มีการกระตุ้นผู้บริโภคให้ซื้อของชำในจำนวนที่มากและวางแผนการซื้อของพวกเขาล่วงหน้าเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการส่งสินค้า ที่ถือเป็นส่วนสำคัญของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากธุรกิจ e-commerce บริษัทได้เสนอส่วนลด 10% จากการสั่งซื้อสินค้าที่มีมูลค่าระหว่าง 50-99 ดอลลาร์สิงคโปร์ ส่วนลด 15% สำหรับการสั่งซื้อระหว่าง 100-149.90 ดอลลาร์สิงคโปร์และส่วนลด 20% สำหรับการสั่งซื้อสินค้า 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ขึ้นไป Vishal Gupta หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Twentyoff กล่าวว่า ทั้งตัวลูกค้าและสิ่งแวดล้อม ต่างได้รับประโยชน์ผ่านการวางแผนเตรียมการนี้ เขาอธิบายต่อว่า “Twentyoff ตอนนี้ได้ส่งสินค้าออกไปแล้ว 110 ครั้งไม่ได้รับกำไรจากการสั่งสินค้าที่มีส่วนลด 20% เท่าไหร่นักแต่เขาหวังว่าการกระทำเช่นนั้นจะทำให้ฐานลูกค้าของร้านโตขึ้นและบริษัทก็จะเริ่มปรับขนาดของธุรกิจต่อไป โดยการสั่งซื้อสินค้า 2 ใน 3 เกิน 150 ดอลลาร์สิงคโปร์” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/06/twentyoff-sustainability-and-e-commerce/">ร้านชำออนไลน์สิงคโปร์ Twentyoff ลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #ff9900;">สตาร์ทอัพด้าน e-commerce อย่าง Twentyoff ต้องการออกแบบพฤติกรรมการบริโภคใหม่ โดยกระตุ้นให้เกิดการซื้อจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พิสูจน์ความยั่งยืนเป็นรูปแบบธุรกิจที่ดีได้ ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม</span></h4>
<p><span id="more-3472"></span><br />
ร้านชำออนไลน์ร้านใหม่อย่าง Twentyoff ได้ประกาศเข้าร่วมทำธุรกิจ e-commerce ที่เติบโตในสิงคโปร์ด้วยภารกิจหนึ่งเดียวที่ต้องการให้การช้อปปิ้งของชำมีความยั่งยืนมากขึ้น จากการเปิดตัวร้านในเดือนมกราคมปีนี้ ทาง Twentyoff มีการกระตุ้นผู้บริโภคให้ซื้อของชำในจำนวนที่มากและวางแผนการซื้อของพวกเขาล่วงหน้าเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการส่งสินค้า ที่ถือเป็นส่วนสำคัญของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากธุรกิจ e-commerce</p>
<p>บริษัทได้เสนอส่วนลด 10% จากการสั่งซื้อสินค้าที่มีมูลค่าระหว่าง 50-99 ดอลลาร์สิงคโปร์ ส่วนลด 15% สำหรับการสั่งซื้อระหว่าง 100-149.90 ดอลลาร์สิงคโปร์และส่วนลด 20% สำหรับการสั่งซื้อสินค้า 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ขึ้นไป</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>Vishal Gupta</strong></span> หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Twentyoff กล่าวว่า ทั้งตัวลูกค้าและสิ่งแวดล้อม ต่างได้รับประโยชน์ผ่านการวางแผนเตรียมการนี้ เขาอธิบายต่อว่า</p>
<p><em><strong>“Twentyoff ตอนนี้ได้ส่งสินค้าออกไปแล้ว 110 ครั้งไม่ได้รับกำไรจากการสั่งสินค้าที่มีส่วนลด 20% เท่าไหร่นักแต่เขาหวังว่าการกระทำเช่นนั้นจะทำให้ฐานลูกค้าของร้านโตขึ้นและบริษัทก็จะเริ่มปรับขนาดของธุรกิจต่อไป โดยการสั่งซื้อสินค้า 2 ใน 3 เกิน 150 ดอลลาร์สิงคโปร์”</strong></em></p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">Gupta ให้ความเห็นต่อเนื่องว่า รูปแบบ e-commerce ของบริษัทสร้างการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการขนส่งน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับเชนซูเปอร์มาร์เก็ต  โดยสินค้าของ Twentyoff ถูกส่งไปยังคลังสินค้า และต่อมาก็ถูกส่งไปยังบ้านของลูกค้าโดยตรงซึ่งในทางทฤษฎีแล้วเป็นการลดปริมาณการเดินทางนั่นเอง</span></h5>
<p><strong>แตกต่างจากทั่วไป  สินค้าถูกส่งไปยังคลังสินค้าส่วนกลางของซูเปอร์มาร์เก็ต และจะถูกจัดส่งไปยังร้านค้าแต่ละแห่งในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นที่ที่ผู้บริโภคเดินทางเพื่อไปซื้อสินค้า</strong></p>
<p>อย่างไรก็ตาม Gupta ก็ยอมรับว่านั่นเป็นเพียงการ <strong><em>“</em></strong>ลด<strong><em>” </em></strong>การปล่อยก๊าซคาร์บอน หากผู้บริโภคเดินทางมายังร้านค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยรถส่วนตัวเมื่อเทียบกับการเดินเท้า</p>
<p><img decoding="async" width="640" height="478" class="size-full wp-image-3475 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/SD-Thailand-Twentyoff-.jpg" alt="" /></p>
<p>Gupta เสริมว่า อีกวิธีในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของ Twentyoff คือการจัดตารางการขนส่งให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น จัดส่งสินค้าในช่วงระหว่าง 24-48 ชั่วโมง หลังจากได้รับการสั่งซื้อ ซึ่งต่างจากคู่แข่งอย่าง Amazon ,Prime Now และ Honestbee ที่จะส่งภายใน 2 ชั่วโมงหลังได้คำสั่งซื้อ อีกทั้ง บริษัทยังไม่คิดค่าบริการส่งอีกด้วย นอกจากนี้ Twentyoff ใช้กระเป๋ารีไซเคิล Ikea ในการบรรจุสินค้าแทนที่จะใช้ถุงพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง และกระตุ้นลูกค้าให้คืนกระเป๋าที่จัดส่งมายังร้าน เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า</p>
<p><strong><em>“ยักษ์ใหญ่ด้าน e-commerce อย่าง Amazon มีความรับผิดชอบที่จะผลักดันความยั่งยืนให้เกิดขึ้นทั่วโลก ฉันคิดว่าพวกเขายังทำไม่เพียงพอ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วพวกเขาถูกขับเคลื่อนโดยการเติบโตของธุรกิจ”</em></strong></p>
<p>ขณะเดียวกันรายงานพิเศษโดย Eco-business ค้นพบว่าบริษัท e-commerce เพียงไม่กี่แห่ง ที่มีกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนสาธารณะ และเว็บไซต์ช้อปปิ้งได้ยื่นข้อเสนอเพื่อกระตุ้นการแข่งขันด้านธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การส่งและคืนสินค้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นการกระตุ้นการบริโภคและทำให้เกิดการสร้างขยะ</p>
<p>แม้ว่าในปัจจุบันร้านชำในสิงคโปร์จะมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% แต่ธุรกิจร้านชำออนไลน์ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 10.7% ตลอดทั้งปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน บริษัทสตาร์ทอัพร้านชำออนไลน์ท้องถิ่น ได้แก่ Honestbee และ Redmart กำลังได้รับความสนใจในสิงคโปร์ ในขณะที่ร้านชำอย่าง Fairprice และ Sheng Siong กำลังเพิ่มสถานะออนไลน์ของพวกเขา และ Twentyoff ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนนั้นสามารถเป็นรูปแบบธุรกิจที่ดีได้ และความยั่งยืนนั้นไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม</p>
<p>เมื่อมองไปข้างหน้า Rajni Gupta ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและคู่ชีวิตที่สร้าง Twentyoff มองเห็นความท้าทายในการเติบโตอยู่ 3 ข้อ ได้แก่ การให้ลูกค้าวางแผนก่อนการซื้อ จัดหาเงินทุนเพื่อการตลาด และการนำเสนอผลิตภัณฑ์สดเพื่อรองรับการบริโภคของประชากรชาวสิงคโปร์ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่ง Twentyof ได้วางแผนเพื่อดำเนินธุรกิจสีเขียวอย่างต่อเนื่องรวมถึงการซื้อรถ Euro VI-compliant หรือแม้แต่รถแวนไฟฟ้า และทดแทนการใช้กระเป๋ารีไซเคิล Ikea มาเป็นกล่องพลาสติกรียูสสำหรับการจัดส่งสินค้า</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมก่อตั้งใจที่จะเข้าถึงผู้บริโภค 20% ของจำนวนประชากรสิงคโปร์ และ 10% ของตลาดค้าปลีกในสิงคโปร์ด้วยแผนการที่จะขยายธุรกิจไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนที่เหลือ</p>
<p>Gupta ทิ้งท้ายว่า</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff9900;">“Twentyoff ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนนั้นสามารถเป็นรูปแบบธุรกิจที่ดีได้และความยั่งยืนนั้นไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม”</span></h5>
<p>ที่มา</p>
<ul>
<li><a href="http://www.eco-business.com/news/singapores-new-online-grocer-wants-to-prove-sustainability-and-e-commerce-can-go-hand-in-hand/" target="_blank" rel="noopener">eco-business</a></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/06/twentyoff-sustainability-and-e-commerce/">ร้านชำออนไลน์สิงคโปร์ Twentyoff ลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
