<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bank of Sustainability​ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/bank-of-sustainability/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 17 Jan 2026 07:22:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Bank of Sustainability​ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสิกรไทย วางยุทธศาสตร์ใหม่ ‘ยั่งยืนแบบองค์รวม’ โฟกัสเชิงลึกและบูรณาการ​ทุกมิติสำคัญแบบ Beyond ESG พร้อมเพิ่มเป้า Sustainable Finance 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/kbank-sustainability-strategy-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Oct 2025 07:25:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Solution Provider]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Issue-based Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Kasikorn]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[The Most Comprehensive Climate Solution Provider]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[จงรัก รัตนเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36918</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย​ ‘Bank of Sustainability’ หรือความเป็น ‘ธนาคารแห่งความยั่งยืน’​ ​พร้อมตอกย้ำ​ฐานะผู้นำด้าน Sustainable Financing ​ทั้งใน​กลุ่มสินเชื่อ กองทุน รวมทั้งการลงทุนต่างๆ ส่งผลให้ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank ​ได้ทำการยกระดับยุทธศาสตร์​ความยั่งยืน เพื่อเพิ่มศักยภาพการ​เปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างรอบด้านและครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสามารถ​กระจาย Positive Impact ที่เกิดขึ้นได้​มากกว่าแค่ภายในห่วงโซ่ของธนาคาร​ แต่ยังส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกไปสู่ Stakeholders ​ทุกมิติ ทั้งผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม​ พร้อมช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเอกชนทุกกลุ่ม​​​ธุรกิจ ​​รวมถึงการ​เพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้​มีความ​แข็งแกร่ง ​สามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ทั่วโลกเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอนอยู่รอบด้าน ​ยุทธศาสตร์ใหม่ KBank ‘ยั่งยืนแบบองค์รวม’ คุณจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBank) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ทบทวนกลยุทธ์​​ความยั่งยืน เพื่อเพิ่มความสามารถในการ​รับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ​พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสังคมได้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความท้าทาย​รอบด้านที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน โดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหา​สภาพอากาศ รวมทั้งการรับมือต่อมาตรการการค้าต่างๆ ​​​ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อรักษา​การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แรงกดดันจากหลายปัจจัยรอบด้าน​นี้ นำมาสู่การปรับยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย จากที่เคย​​ขับเคลื่อนผ่านแกน ESG-based Strategy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/kbank-sustainability-strategy-2025/">กสิกรไทย วางยุทธศาสตร์ใหม่ ‘ยั่งยืนแบบองค์รวม’ โฟกัสเชิงลึกและบูรณาการ​ทุกมิติสำคัญแบบ Beyond ESG พร้อมเพิ่มเป้า Sustainable Finance 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย​ <strong>‘Bank of Sustainability’</strong> หรือความเป็น <strong>‘ธนาคารแห่งความยั่งยืน’​ ​</strong>พร้อมตอกย้ำ​ฐานะผู้นำด้าน Sustainable Financing ​ทั้งใน​กลุ่มสินเชื่อ กองทุน รวมทั้งการลงทุนต่างๆ ส่งผลให้ <strong>ธนาคารกสิกรไทย </strong>หรือ<strong> KBank</strong> ​ได้ทำการยกระดับยุทธศาสตร์​ความยั่งยืน เพื่อเพิ่มศักยภาพการ​เปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างรอบด้านและครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-36918"></span></p>
<p>รวมทั้งสามารถ​กระจาย Positive Impact ที่เกิดขึ้นได้​มากกว่าแค่ภายในห่วงโซ่ของธนาคาร​ แต่ยังส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกไปสู่ Stakeholders ​ทุกมิติ ทั้งผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม​ พร้อมช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเอกชนทุกกลุ่ม​​​ธุรกิจ ​​รวมถึงการ​เพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้​มีความ​แข็งแกร่ง ​สามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ทั่วโลกเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอนอยู่รอบด้าน</p>
<p><strong>​ยุทธศาสตร์ใหม่ </strong><strong>KBank ‘</strong><strong>ยั่งยืนแบบองค์รวม</strong><strong>’ </strong></p>
<p><strong>คุณจงรัก รัตนเพียร</strong> ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBank) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ทบทวนกลยุทธ์​​ความยั่งยืน เพื่อเพิ่มความสามารถในการ​รับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ​พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสังคมได้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความท้าทาย​รอบด้านที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน โดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหา​สภาพอากาศ รวมทั้งการรับมือต่อมาตรการการค้าต่างๆ ​​​ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36923 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/KBank-Re4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เพื่อรักษา​การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แรงกดดันจากหลายปัจจัยรอบด้าน​นี้ นำมาสู่การปรับยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย จากที่เคย​​ขับเคลื่อนผ่านแกน ESG-based Strategy หรือการดำเนินงาน​ตามแกนสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล มาสู่ <strong>‘Issue-based Strategy’</strong> หรือการทำงานแบบเชิงลึกและบูรณาการเพิ่มขึ้น โดยเน้นการจัดการกับประเด็นสำคัญแบบองค์รวม และเชื่อมโยงมุมมองทุกด้านที่เกี่ยวข้อง กำหนดความมุ่งหมายเป็นแกนกลางในการทำงาน โดยใช้ศักยภาพทั้งของธนาคาร รวมทั้งบริษัทลูกที่มีอยู่ภายใน Ecosystem เพื่อเสริมสร้างการเปลี่ยนผ่านอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่าน​ 3 จุดแข็ง ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. การเป็นธนาคารที่ทุกคนเชื่อมั่น (</strong><strong>Be a Most Trusted Bank)</strong> สร้างความมั่นใจในการอยู่​เคียงข้างผู้มีส่วนได้เสียให้ก้าวผ่านความท้าทาย สร้างการเติบโตที่อย่างยั่งยืน ผ่าน<u>การบริการลูกค้า</u> <u>การกำกับดูแลกิจการ</u> และ<u>การยึดมั่นในหลักจริยธรรม</u></p>
<p><strong>2. การเสริมความยืดหยุ่นพร้อมก้าวสู่อนาคตร่วมกัน (Reinforce Future-Ready Resilience)</strong>​ เตรียมพร้อมสำหรับรับมือต่อทุกความไม่แน่นอน และก้าวสู่โอกาส​​เติบโตใหม่ๆ ในอนาคต <u>ผ่านการบริหารความเสี่ยง</u> <u>การสร้างนวัตกรรม</u> และ<u>การพัฒนาขีดความสามารถ</u></p>
<p><strong>3. การสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและทั่วถึง (</strong><strong>Enable Inclusive Growth)</strong> ​การเข้าถึงศักยภาพสูงสุดผ่านผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เพื่อ​ <u>ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างทั่วถึง</u> <u>การให้ความรู้และสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพ</u> และ<u>การสร้างความเสมอภาคทางการเงิน </u></p>
<p><em>“ในฐานะธนาคารแห่งความยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทยได้เพิ่มความเข้มข้นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านความสามารถของธนาคารและบริษัทลูก ทำให้ไม่เพียงส่งมอบนวัตกรรมและบริการทางการเงิน แต่ยังสามารถขยายบทบาทในการสนับสนุนธุรกิจ ลูกค้า และสังคม เพื่อเปลี่ยนผ่านได้อย่างยืดหยุ่นและแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งจากโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุม การส่งเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่าน​ เพื่อเพิ่มทั้งศักยภาพในการปรับตัวและรักษาความสามารถในการแข่งขันที่สอดคล้องกับการเติบโตในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์สำคัญของธนาคารในการเป็น <strong>&#8216;The Most Comprehensive Climate Solution Provider – ผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด</strong></em><strong><em>&#8216;</em></strong><em> เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ </em><em>Carbon Ecosystem </em><em>ที่ครอบคลุมในทุกมิติ โดยสามารถให้การ​สนับสนุนได้มากกว่าแค่​เรื่องทางการเงิน </em><em>(Moving beyond finance) แต่มุ่งยกระดับความสามารถในการแข่งขันที่จำเป็นให้กับลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและรอบด้าน”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36928 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/KBank-Re6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เพิ่มวงเงินขับเคลื่อนความยั่งยืน </strong><strong>4-5 แสนล้านบาท </strong></p>
<p>หลังธนาคารกสิกรไทย ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อน Net zero ในการดำเนินงานของธนาคาร​ (Scope1,2) ภายในปี 2573 ซึ่งการประเมินล่าสุด​ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ธนาคารสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้แล้วกว่า 17% จากฐานปี 2563 ผ่านการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ทั้งการติดตั้งโซลาร์รูฟในอาคารหลักทั้งหมด และในสาขา 161 แห่ง รวมทั้งการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า 354 คัน พร้อมทั้งได้รับการรับรองว่าเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน 8 ปีต่อเนื่อง (2561-2568)</p>
<p>เพื่อตอกย้ำความจริงจังและเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน<strong><em> ธนาคารกสิกรไทย ได้ขยายเป้าหมายสินเชื่อและเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืนเป็น​ </em></strong><strong><em>4-5 แ</em></strong><strong><em>สนล้านบาท ภายในปี </em></strong><strong><em>2573 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าตัว จากเป้าหมายเดิมที่ 2 แสนล้านบาท</em></strong> โดยข้อมูลล่าสุดใน<em>​เดือนสิงหาคม </em><em>2568 </em><em>ที่ผ่านมานี้ ธนาคารได้สนับสนุนสินเชื่อและเงินลงทุนไปแล้วกว่า </em><em>1.73 </em><em>แสนล้านบาท โดยคาดว่า</em>​ในสิ้นปี 2568 นี้ จะมียอดสะสมเพิ่มเติมใกล้เคียงเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 2 แสนล้านบาท</p>
<p>ทั้งนี้ ​ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นที่จะส่งมอบ​ทั้งโซลูชันทางการเงิน ควบคู่ไปกับองค์ความรู้ และเครื่องมือที่จำเป็น​ต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า ธุรกิจ และสังคม โดยที่ผ่านมาสามารถส่งมอบสินเชื่อไปสู่​กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีศักยภาพ ภายใต้การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ได้อย่างครบถ้วนทั้ง 100% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและ Project Finance ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Data &amp; AI</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36926 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Finance-Solutions.jpg" alt="" width="1200" height="653" /></p>
<p>รวมทั้งโซลูชันทางการเงินอื่นๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนผ่าน เช่น <strong>K</strong><strong>L</strong><strong>easing</strong> เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า, <strong>KF&amp;E</strong> สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนบทบาทของ​<strong> K</strong><strong>A</strong><strong>sset</strong> ในการส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนตามหลักการ ESG ซึ่งปัจจุบัน KAsset สามารถครองส่วนแบ่งการตลาด​มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศในกลุ่ม ESG Fund และ SRI Fund ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) กว่า 3.89 หมื่นล้านบาท และ 3.79 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 30.1% และ 37.6% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ส.ค. 2568) รวมทั้งการลงทุน​ของ Beacon Impact Fund ที่ช่วยสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มุ่งพัฒนาธุรกิจในการช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจาก​โซลูชันทางการเงิน ธนาคาร​ยังขับเคลื่อนมิติอื่นๆ ที่ส่งเสริมทั้งความรู้ด้านการเงิน ธุรกิจ และ​การขับเคลื่อน​ความยั่งยืนตามกรอบ ESG ​ทั้งแคมเปญ <strong>‘</strong><strong>สติ</strong><strong>’</strong> ที่ให้ความรู้ทางการเงินและไซเบอร์ ​โดยเข้าถึงลูกค้าได้กว่า 16.4 ล้านราย, การเผยแพร่บทความด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และแนวโน้มความยั่งยืน <strong>โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> เข้าถึงผู้อ่านกว่า 6.58 ล้านราย การ​ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่าน​​​ <strong>K SME Care</strong> รองรับผู้ประกอบการกว่า 1.8 ล้านราย การให้ความรู้ด้านการลงทุน และเทรนด์การลงทุน ESG จาก <strong>K Wealth</strong> ซึ่งมีผู้สนใจเข้าถึงข้อมูลผ่านเว็บไซต์กว่า 1.68 ล้านเพจวิว และมีการรับชมคลิปบนยูทูปกว่า 11.19 ล้านวิว รวมทั้ง​โครงการ <strong>SKILLKAMP</strong> ที่พัฒนาทักษะและศักยภาพด้านดิจิทัลแห่งอนาคต สำหรับนิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไป รวมกว่า 355 คอร์ส ​มีผู้ลงทะเบียน 8,000 ราย รวมไปถึงการ​ส่งเสริมความรู้และสร้างเครือข่ายผ่านโครงการ <strong>KATALYST</strong> โดยมีสตาร์ทอัพเข้าร่วมในโปรแกรมแล้ว​ 155 ราย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36924 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/KBank-Re5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขยายเครือข่าย เติมเต็ม​ </strong><strong>Carbon Ecosystem</strong></p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนให้ทั้งพอร์ตโฟลิโอ (Scope 3) บรรลุ Net zero ธนาคารได้เพิ่มอัตราเร่งให้สอดคล้องกับกรอบ NDC ของประเทศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ประกอบกับการที่ประเทศไทยขยับเป้าหมายบรรลุ Net zero ​ให้เร็วขึ้นจากเดิม 15 ปี​ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเร่งผลักดันให้ธุรกิจทั้งของธนาคาร ลูกค้า และทั้งประเทศไทยเร่งปรับตัวเพื่อ​เปลี่ยนผ่าน​สู่การเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p>โดยเฉพาะใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่ธนาคารจะเข้าไปติดตามและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างใกล้ชิด ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า, กลุ่มน้ำมันและก๊าซธรรมชาติต้นน้ำ, กลุ่มเหมืองถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงให้ความร้อน, กลุ่มซีเมนต์, กลุ่มอลูมิเนียม และกลุ่มยานยนต์  ซึ่งปีที่ผ่านมาสามารถลดระดับความเข้มขันในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า (Emission Intensity per GWh) ได้แล้ว 26% เมื่อเทียบฐานปี 2563</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36925 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Impact-Beyond-Finance-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“ธนาคาร</em><em>เข้าไป​สนับสนุน​</em><em>การ​​​เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำทั้งด้านการเงิน ความรู้ และเทคโนโลยี โดยมียอดสะสม </em><em>Sustainable Financing </em><em>เดือนสิงหาคม </em><em>2568 </em><em>รวมกว่า </em><em>1.73 </em><em>แสนล้านบาท ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงได้กว่า </em><em>2.74 </em><em>ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (</em><em>CO2e</em><em>) ผ่านการให้สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า</em><em> 3.9 </em><em>หมื่นคัน, สินเชื่ออาคารสีเขียวกว่า </em><em>1 </em><em>ล้านตารางเมตร พร้อมสินเชื่อสนับสนุนธุรกิจเพื่อความยั่งยืนกว่า</em><em> 500</em><em> โครงการ ไปจนถึง​ขับเคลื่อนมิติ ​</em><em>Beyond Banking​ ครอบคลุมทุกภาค​ส่วนที่ช่วยแก้ปัญหาสภาพอากาศ ทั้งการพัฒนา<strong> KClimate1.5</strong> เครื่องมือจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก การจัดตั้ง <strong>Creative Climate Research Center</strong> เพื่อเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และความร่วมมือด้านสภาพอากาศ​ การส่งเสริม​ Carbon Ecosystem เช่น แพลตฟอร์มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า <strong>Watt’s Up</strong>, การขอใบรับรองด้านพลังงานทดแทน (</em><em>RECs</em><em>) </em><em><strong>Green Pass</strong> หรือการส่งเสริมไลฟ์สไตล์ยั่งยืนอย่าง </em><strong><em>Green Living </em></strong><em>รวมถึงขยายเครือข่าย</em><em>เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่าง</em> <strong><em>‘</em></strong><strong><em>เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย</em></strong><strong><em>’</em></strong><strong><em> (Thailand Climate Business Network: Thai CBN) </em></strong><em>เพื่อร่วม​ผลักดันแนวปฏิบัติด้าน </em><em>Climate ​​​ให้นำไปใช้จริง ตั้งแต่ระดับ SME จนถึงข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ เป็นต้น”</em></p>
<p>เห็นได้ว่า ธนาคารกสิกรไทยมุ่งดำเนินธุรกิจบนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง มีการบูรณาการยุทธศาสตร์ความยั่งยืนแบบองค์รวม สร้างผลกระทบเชิงบวกและวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง​ในทุกพันธกิจที่ธนาคารขับเคลื่อนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เชื่อมโยงกันในระบบนิเวศ สร้างรากฐานที่ยืดหยุ่น แข็งแกร่ง และมีคุณภาพให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างสมดุล เพื่อให้ทุกชีวิตและทุกธุรกิจเดินหน้าผ่านพ้นทุกความท้าทายไปด้วยกัน พร้อม​สร้างการเติบโต​​​​อย่างมั่นคงและยั่งยืน​​ได้ในอนาคต</p>
<p><iframe loading="lazy" title="กสิกรไทยแถลงยุทธศาสตร์ความยั่งยืน2568" src="https://www.youtube.com/embed/5fjJR1fKTVk" width="868" height="488" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/kbank-sustainability-strategy-2025/">กสิกรไทย วางยุทธศาสตร์ใหม่ ‘ยั่งยืนแบบองค์รวม’ โฟกัสเชิงลึกและบูรณาการ​ทุกมิติสำคัญแบบ Beyond ESG พร้อมเพิ่มเป้า Sustainable Finance 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีคอน วีซี ร่วมกับ SUN Group ลงทุน Series A ใน ION Energy สตาร์ทอัพพลังงานโซลาร์สัญชาติไทย หนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดต้นทุนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/beacon-vc-and-sun-group-invest-in-ion-seriesa-round/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Apr 2024 07:29:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[Beacon Impact Fund]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Hendy Limadi Tohan]]></category>
		<category><![CDATA[Home Energy Management System]]></category>
		<category><![CDATA[ION]]></category>
		<category><![CDATA[ION Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Joint Venture]]></category>
		<category><![CDATA[REC Aggregator]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Energy Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Solar United Network Group]]></category>
		<category><![CDATA[SUN Group]]></category>
		<category><![CDATA[ธนพงษ์ ณ ระนอง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โซลาร์ ยูไนเต็ด เน็ตเวิร์ค]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บีคอน วีซี]]></category>
		<category><![CDATA[บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[พีรกานต์ มานะกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25410</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (บีคอน วีซี) บริษัท เงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ Solar United Network Group (SUN Group) ผู้นำพลังงานสะอาดแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากอินโดนีเซีย ปิดดีลระดมทุน Series A จำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อยอดความสำเร็จให้กับ ION Energy (ION) สตาร์ทอัพพลังงานโซลาร์สัญชาติไทย พร้อมผนึกความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ขยายบริการอย่างครอบคลุมเพื่อให้ลูกค้าทั้งรายย่อยและธุรกิจสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดแบบครบวงจรในราคาที่เหมาะสมพร้อมมาตรฐานคุณภาพ นายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี) กล่าวว่า จากที่ บีคอน วีซีได้จัดตั้ง Beacon Impact Fund เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 เพื่อลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพที่มีแนวคิดดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนบนหลักการของ ESG ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในมิติต่าง ๆ สามารถวัดผลได้ พร้อมศักยภาพที่จะขยายผลไปในวงกว้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/beacon-vc-and-sun-group-invest-in-ion-seriesa-round/">บีคอน วีซี ร่วมกับ SUN Group ลงทุน Series A ใน ION Energy สตาร์ทอัพพลังงานโซลาร์สัญชาติไทย หนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดต้นทุนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (บีคอน วีซี)</strong> บริษัท เงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ<strong> Solar United Network Group</strong> (SUN Group) ผู้นำพลังงานสะอาดแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากอินโดนีเซีย ปิดดีลระดมทุน Series A จำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p><span id="more-25410"></span></p>
<p>ต่อยอดความสำเร็จให้กับ ION Energy (ION) สตาร์ทอัพพลังงานโซลาร์สัญชาติไทย พร้อมผนึกความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ขยายบริการอย่างครอบคลุมเพื่อให้ลูกค้าทั้งรายย่อยและธุรกิจสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดแบบครบวงจรในราคาที่เหมาะสมพร้อมมาตรฐานคุณภาพ</p>
<p><strong>นายธนพงษ์ ณ ระนอง</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี) กล่าวว่า จากที่ บีคอน วีซีได้จัดตั้ง Beacon Impact Fund เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 เพื่อลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพที่มีแนวคิดดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนบนหลักการของ ESG ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในมิติต่าง ๆ สามารถวัดผลได้ พร้อมศักยภาพที่จะขยายผลไปในวงกว้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25412 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/BC-SUN2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ล่าสุด ION Energy ถือเป็นบริษัทสตาร์ทอัพไทยรายแรกที่ บีคอน วีซีได้ลงทุนผ่าน Beacon Impact Fund โดยเล็งเห็นว่าเงินลงทุนในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุน ION ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยรายย่อย และกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรได้ในราคาที่เหมาะสมพร้อมมาตรฐานคุณภาพ และเป็นโอกาสที่ธนาคารกสิกรไทย จะสามารถนำความเชี่ยวชาญในการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และมีฐานกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ในประเทศไทย ต่อยอดกับ ION ที่มีบริการสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดด้วยต้นทุนที่ต่ำลง รวมทั้งบริการติดตั้งและบริการหลังการขายที่เข้าถึงง่ายผ่านระบบ Mobile Application และแพลตฟอร์มออนไลน์</p>
<p>บีคอน วีซีมองว่าเทคโนโลยีที่ ION กำลังพัฒนามีความน่าสนใจ และมีศักยภาพที่จะช่วยส่งเสริมให้การเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ของทั้งผู้อยู่อาศัยรายย่อยและกลุ่มธุรกิจ สามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับ Solar Energy Ecosystem ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยโซลูชันที่ ION สามารถนำเสนอเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เช่น Solar Monitoring &amp; Payment Platform ที่ผู้ใช้ภาคธุรกิจสามารถติดตามและประมวลผลการทำงานของระบบโซลาร์ที่ใช้งานผ่านอินเวอร์เตอร์จากหลายผู้ผลิตที่ต่างกันมาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว และรองรับการชำระค่าไฟฟ้าที่ผลิตจากระบบโซลาร์สำหรับลูกค้ากลุ่ม PPA ผ่านแพลตฟอร์ม รวมไปถึงแผนการพัฒนาระบบ Home Energy Management System ที่จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรายย่อยวางแผนการใช้ฟ้าฟ้าในแต่ละเดือนได้ล่วงหน้า และแสดงผลปริมาณการลดคาร์บอนที่เกิดขึ้นจริงแบบเรียลไทม์ ระบบนำร่องการซื้อขายไฟฟ้าโดยไม่ผ่านคนกลาง (Peer To Peer Energy Trading) ที่ได้มีการทดลองใช้ในนิคมอุตสาหกรรม และ ระบบการรวบรวมซื้อขาย Renewable Energy Credit (REC Aggregator) เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25413 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/BC-SUN3.jpg" alt="" width="1200" height="875" /></p>
<p>นายธนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า Beacon Impact Fund จะแสวงหาธุรกิจที่มีนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารกสิกรไทย กับการสร้างการเติบโตอย่างสมดุลทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล และให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability)</p>
<p><strong>นายพีรกานต์ มานะกิจ</strong> ประธานอำนวยการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ จำกัด (ION)เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทุกปี รวมถึงความตระหนักถึงการลดการปล่อยคาร์บอนเพื่ออยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ส่งผลให้การติดตั้งระบบพลังงานโซลาร์เป็นทางเลือกที่ทุกหน่วยของสังคมเริ่มให้ความสำคัญ ดังนั้น จากแนวโน้มการเติบโตของผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น ION จึงมีความจำเป็นในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจรองรับการเติบโตครั้งนี้ และเป็นที่น่ายินดีที่ล่าสุด ION สามารถระดมทุนรอบ Series A เป็นจำนวน 3ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก บีคอน วีซี บริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย และ SUN Group ผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์อันดับหนึ่งจากอินโดนีเซีย</p>
<p>โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะช่วยให้ ION สามารถพัฒนาบริการให้ครอบคลุมมากขึ้นจากปัจจุบันที่ ให้บริการลูกค้า 2 ประเภท ประกอบด้วย<br />
<strong>1. การให้บริการแบบ EPC</strong> เป็นการให้บริการในรูปแบบ “รับเหมา” ออกแบบ จัดหา ติดตั้งและบำรุงรักษาระบบโซลาร์ให้กับลูกค้าแบบครบวงจร ด้วยการบริการแบบมืออาชีพ และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมการขออนุญาตกับหน่วยงานรัฐ เหมาะสมสำหรับภาคครัวเรือนและอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยได้มีการเริ่มติดตั้งแล้วมากกว่า 3,500 หลัง คาดการณ์ปริมาณไฟฟ้าจากโซลาร์เทียบเท่าการลดคาร์บอนแล้วกว่า 10,800 ตันคาร์บอนต่อปี</p>
<p><strong>2. Private PPA</strong> เป็นการ “ลงทุน” ติดตั้งโซลาร์โซลูชั่นโดย ION ไม่คิดค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้าธุรกิจผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยลูกค้าจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแค่ในส่วนของค่าไฟฟ้าที่ใช้จริงในแต่ละเดือนเท่านั้น ซึ่งมีราคาที่ต่ำกว่าการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าขั้นต่ำประมาณ 20-50% (ขึ้นกับขนาดการติดตั้ง) ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าเอสเอ็มอีและองค์กรขนาดใหญ่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25414 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/BC-SUN4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>นาย Hendy Limadi Tohan</strong> กรรมการบริษัท โซลาร์ ยูไนเต็ด เน็ตเวิร์ค (SUN Group) กล่าวว่าการร่วมลงทุนใน ION ครั้งนี้ SUN Group มองเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมโซลาร์ในเมืองไทยและความสามารถของ ION ที่จะเติบโตได้ดี ด้วยจุดแข็งโดยเฉพาะด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มพลังงานสะอาดแบบครบวงจรสำหรับลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่กลุ่มที่เกี่ยวกับการพักอาศัยไปสู่เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมผ่านแอปพลิเคชัน ION ที่สามารถดูแล ติดตาม ผลผลิตระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวมถึงการชำระค่าไฟฟ้าจากการใช้บริการแบบ PPA ผ่านแพลตฟอร์มได้</p>
<p>โดยที่ผ่านมา กลุ่ม SUN ได้ดำเนินธุรกิจโซลาร์สำหรับที่พักอาศัยและธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางในอินโดนีเซียอย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดขึ้นด้วยเทคโนโลยี ที่สามารถทำให้ Customer Journey ของลูกค้าสะดวกมากขึ้น และมีเป้าหมายที่จะร่วมพัฒนาเทคโนโลยีนี้มาใช้กับ ION โดยเฉพาะในตลาดประเทศไทย</p>
<p>กลุ่ม SUN ยังมีแผนที่จะสร้างแพลตฟอร์มพลังงานสะอาดอย่างครบวงจรสำหรับตลาดโซลาร์ภาคครัวเรือนในประเทศไทย ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) กับ ION ซึ่งจะสอดคล้องกับจุดประสงค์ของ ION ที่มีแผนนำเงินลงทุนมาขยายการให้บริการ EPC และPPA (Private Power Purchase Agreements) ต่อไปในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/beacon-vc-and-sun-group-invest-in-ion-seriesa-round/">บีคอน วีซี ร่วมกับ SUN Group ลงทุน Series A ใน ION Energy สตาร์ทอัพพลังงานโซลาร์สัญชาติไทย หนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดต้นทุนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;กสิกรไทย&#8217; จับมือ &#8216;ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส&#8217; ​ธนาคารแรกในโครงการ  &#8216;GoGreen Plus&#8217; นำร่องใช้ SAF ขนส่งเอกสารทางการค้าแบบข้ามประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/kbank-mou-with-dhl-express-on-go-green-plus-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Dec 2023 09:37:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GoGreen Plus]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Carbon Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[Transportation]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[กุลวัชร์ พุ่มเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22789</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสิกรไทย – ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ลงนามร่วมโครงการ  GoGreen Plus เพื่อสนับสนุนการด้วยเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน หรือ  Sustainable Aviation Fuel (SAF) ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยกสิกรไทยเป็นธนาคารแรกที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าธุรกิจของธนาคารได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลกไปด้วยกัน โดยคาดว่าจะสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life-cycle Carbon Footprint) ได้ราว 70-80% เทียบกับการใช้น้ำมันเครื่องบินทั่วไป และลดการปล่อยสารอันตรายที่เป็นอนุภาคเล็กและกำมะถัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไปสู่  Net Zero Emission ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณกุลวัชร์ พุ่มเทียน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินธุรกิจบนหลักการธนาคารแห่งควมยั่งยืน (Bank of Sustainability) โดยดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการให้บริการของธนาคารมาโดยตลอด สำหรับโครงการ  GoGreen Plus ของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ตรงกับเป้าหมายของธนาคาร จึงเข้าร่วมโครงการนี้เป็นธนาคารแรกเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมลูกค้าธุรกิจของธนาคารที่ต้องนำส่งเอกสารทางการค้า โดยเฉพาะปรับเปลี่ยนมาใช้การขนส่งด้วยเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนสำหรับการขนส่งเอกสารระหว่างประเทศ โดยลูกค้าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนช่วยกันลดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทุกคนต้องจับมือร่วมกัน มร.เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/kbank-mou-with-dhl-express-on-go-green-plus-project/">&#8216;กสิกรไทย&#8217; จับมือ &#8216;ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส&#8217; ​ธนาคารแรกในโครงการ  &#8216;GoGreen Plus&#8217; นำร่องใช้ SAF ขนส่งเอกสารทางการค้าแบบข้ามประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กสิกรไทย – ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ลงนามร่วมโครงการ  <strong>GoGreen Plus</strong> เพื่อสนับสนุนการด้วยเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน หรือ  Sustainable Aviation Fuel (SAF) ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p><span id="more-22789"></span></p>
<p>โดยกสิกรไทยเป็นธนาคารแรกที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าธุรกิจของธนาคารได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลกไปด้วยกัน โดยคาดว่าจะสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life-cycle Carbon Footprint) ได้ราว 70-80% เทียบกับการใช้น้ำมันเครื่องบินทั่วไป และลดการปล่อยสารอันตรายที่เป็นอนุภาคเล็กและกำมะถัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไปสู่  Net Zero Emission ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณกุลวัชร์ พุ่มเทียน</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินธุรกิจบนหลักการธนาคารแห่งควมยั่งยืน (Bank of Sustainability) โดยดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการให้บริการของธนาคารมาโดยตลอด สำหรับโครงการ  GoGreen Plus ของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ตรงกับเป้าหมายของธนาคาร จึงเข้าร่วมโครงการนี้เป็นธนาคารแรกเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมลูกค้าธุรกิจของธนาคารที่ต้องนำส่งเอกสารทางการค้า โดยเฉพาะปรับเปลี่ยนมาใช้การขนส่งด้วยเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนสำหรับการขนส่งเอกสารระหว่างประเทศ โดยลูกค้าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนช่วยกันลดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทุกคนต้องจับมือร่วมกัน</p>
<p><strong>มร.เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย</strong> กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย และหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสมีความยินดีที่ได้ต้อนรับธนาคารกสิกรไทยสู่บริการ  GoGreen Plus เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการขนส่งเอกสารระหว่างประเทศด้วยเครื่องบิน ผ่านการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel – SAF) แทนน้ำมันเครื่องบินทั่วไป แสดงถึงความมุ่งมั่นด้านการดำเนินการที่ยั่งยืนของทั้งสองบริษัท ซึ่ง SAF มีบทบาทสำคัญและมีประสิทธิภาพในการช่วยจัดการแก้ปัญหาการปล่อยคาร์บอนที่เป็นความท้าทายนี้ และซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพภูมิอากาศได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านโลจิสติกส์ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสจะเดินหน้าสนับสนุนการใช้ SAF ให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มอย่างแพร่หลาย เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราบรรลุเป้าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้สำเร็จและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22791 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/KBANK-DHL1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>โครงการครั้งนี้ นอกจากจะลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life-cycle Carbon Footprint) ได้ราว  70-80% เทียบกับการใช้น้ำมันเครื่องบินทั่วไป ยังจะช่วยลดการปล่อยสารอันตรายที่เป็นอนุภาคเล็กและกำมะถันจากการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน อันเกิดจากกิจกรรมการขนส่งทั้งการรับและส่งเอกสารทางการค้าซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการซัพพลายเชนของธุรกิจนำเข้าส่งออก และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจเข้าสู่  Net Zero Carbon Emissions ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนอีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/kbank-mou-with-dhl-express-on-go-green-plus-project/">&#8216;กสิกรไทย&#8217; จับมือ &#8216;ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส&#8217; ​ธนาคารแรกในโครงการ  &#8216;GoGreen Plus&#8217; นำร่องใช้ SAF ขนส่งเอกสารทางการค้าแบบข้ามประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยชวนอาเซียนสร้างมาตรฐานการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน  ผลักดันการเกิด ASEAN Taxonomy</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/kbank-join-asean-business-advisory-council-summit-week/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Sep 2023 06:37:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN Business and Investment Summit หรือ ABIS 2023]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN Taxonomy]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Decarbonizing Southeast Asia: Charting ASEAN’s Pathway to a Net-Zero Future]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Net zero emissions]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21058</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสิกรไทยเป็นตัวแทนสถาบันการเงินภาคเอกชนไทย ร่วมการประชุมสุดยอดสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council Summit Week) เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และร่วมการเสวนาหัวข้อ Decarbonizing Southeast Asia: Charting ASEAN’s Pathway to a Net-Zero Future ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง บทบาท แนวคิดของภาคเอกชน ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของแรงขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)  พร้อมเชิญชวนกลุ่มประเทศอาเซียนจับมือกันทำเรื่องการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Decarbonization ให้เป็นความร่วมมือในระดับภูมิภาค สร้างมาตรฐานร่วมกัน ผลักดันการเกิด ASEAN Taxonomy คุณพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยเป็นตัวแทนสถาบันการเงินภาคเอกชนไทย เข้าร่วมงานสัปดาห์การประชุมสุดยอดสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2566 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยภายในงานมีกิจกรรม การประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียน (ASEAN Business [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/kbank-join-asean-business-advisory-council-summit-week/">กสิกรไทยชวนอาเซียนสร้างมาตรฐานการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน  ผลักดันการเกิด ASEAN Taxonomy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กสิกรไทยเป็นตัวแทนสถาบันการเงินภาคเอกชนไทย ร่วมการประชุมสุดยอดสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN Business Advisory Council Summit Week) เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และร่วมการเสวนาหัวข้อ Decarbonizing Southeast Asia: Charting ASEAN’s Pathway to a Net-Zero Future</p>
<p><span id="more-21058"></span></p>
<p>ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง บทบาท แนวคิดของภาคเอกชน ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของแรงขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)  พร้อมเชิญชวนกลุ่มประเทศอาเซียนจับมือกันทำเรื่องการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Decarbonization ให้เป็นความร่วมมือในระดับภูมิภาค สร้างมาตรฐานร่วมกัน ผลักดันการเกิด<strong> ASEAN Taxonomy</strong></p>
<p><strong>คุณพิพิธ เอนกนิธิ</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยเป็นตัวแทนสถาบันการเงินภาคเอกชนไทย เข้าร่วมงานสัปดาห์การประชุมสุดยอดสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2566 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยภายในงานมีกิจกรรม การประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนอาเซียน (ASEAN Business and Investment Summit หรือ ABIS 2023) ที่จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “ASEAN Centrality: Innovating Towards Greater Inclusivity” มีตัวแทนทั้งจากภาครัฐบาล ภาคธุรกิจ ผู้นำ และผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจทั่วโลกกว่า 2,000 คน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน อีกทั้งยังสร้างโอกาสให้ผู้นำธุรกิจได้มีส่วนร่วมในการเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับผู้กำหนดนโยบาย</p>
<p>นอกจากนี้ ธนาคาร ยังได้เข้าร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ <strong>Decarbonizing Southeast Asia: Charting ASEAN’s Pathway to a Net-Zero Future</strong> เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง บทบาท แนวคิดของภาคเอกชน ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของแรงขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) รวมถึงแนวทางการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ด้านการธนาคาร ที่จะผลักดันให้ธนาคารและลูกค้าทุกภาคส่วน คำนึงถึงการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความยั่งยืนในระดับภูมิภาค โดยแสดงมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกชนิด อื่น ๆ สู่ชั้นบรรยากาศ หรือ Decarbonization ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายเรื่องนี้ ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละประเทศในการปรับตัว ทั้งด้านการเงิน ความสามารถทางเทคโนโลยี และองค์ความรู้ ประเทศที่มีความพร้อม เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศจีน จะเป็นผู้กำหนดแนวทางและกฎเกณฑ์ในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ <em><strong>ในกลุ่มประเทศอาเซียนส่วนมากเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและมีความพร้อมที่แตกต่างกัน แต่ยังพึ่งพากันได้ดีผ่านการค้าและการลงทุน ด้วยมูลค่าการค้าภายในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN intra-trade) ที่มีสัดส่วนสูงถึง 23%</strong></em></p>
<figure id="attachment_21060" aria-describedby="caption-attachment-21060" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-21060 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/KBANK2.jpg" alt="" width="1200" height="843" /><figcaption id="caption-attachment-21060" class="wp-caption-text">คุณพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</figcaption></figure>
<p>ภายใต้บริบทดังกล่าว กลุ่มประเทศอาเซียนสามารถหาโอกาสใหม่ ๆ ร่วมกัน โดยการสร้างความร่วมมือเพื่อทำให้ Decarbonization เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในระดับภูมิภาค (Regional Progressive Dialogue) และสอดรับกับพลวัติการค้าการลงทุนที่เกิดขึ้น โดยการสร้างมาตรฐานการทำงานด้าน Decarbonization เดียวกัน ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ (Hard Infrastructure) ที่แต่ละประเทศสามารถเติมเต็มแหล่งทรัพยากรซึ่งกันและกันได้ และโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย กฎระเบียบ มาตรฐาน (Soft Infrastructure) เช่น การกำหนดให้มี ASEAN Taxonomy ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องของ Decarbonization ในกลุ่มประเทศอาเซียน แล้ว จะสามารถทำให้อาเซียนเป็นส่วนหนึ่งของความยั่งยืนในระดับเวทีโลกเช่นกัน</p>
<p>ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันของภาคธุรกิจในอาเซียน เรื่องการปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ (Large Corporates) มีความสามารถในการปรับตัว และปฏิบัติตามกติกาในระดับนานาชาติได้อย่างทันท่วงที ด้วยความพร้อมด้านทรัพยากร เทคโนโลยี เงินทุน และความรู้ ขณะที่กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ยังไม่สามารถปรับตัวได้ด้วยตัวเองทั้งหมด ต้องมีการช่วยเหลือจากรัฐบาลและธนาคาร หรือธนาคารเพื่อการพัฒนาแบบพหุภาคี (Multi Development Banks) เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถเอาตัวรอดได้ สุดท้ายในส่วนของกลุ่มลูกค้ารายย่อย ก็ต้องมีการผลักดันให้เกิดการตระหนักรู้ และสร้างแนวคิดที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เกิดระบบคุณค่าใหม่ (New Value System) ที่จะคอยผลักดันให้เอสเอ็มอี และธุรกิจขนาดใหญ่ปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต</p>
<p>นายพิพิธ กล่าวในตอนท้ายว่า การส่งเสริมการสร้างมาตรฐานร่วมกันด้าน Decarbonization ในภูมิภาคเศรษฐกิจอาเซียน ถือเป็นการตอกย้ำแนวคิดการทำงานตามหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) ของธนาคารกสิกรไทย ที่พร้อมจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน ESG ของกลุ่มธนาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยธนาคารจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันลูกค้า ในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม หรือ Decarbonization ในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ธนาคารกสิกรไทยมีที่ตั้งอยู่ เพื่อให้เป็นตามนโยบายเป้าหมาย Net Zero Commitment ของแต่ละประเทศต่อไปในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/kbank-join-asean-business-advisory-council-summit-week/">กสิกรไทยชวนอาเซียนสร้างมาตรฐานการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน  ผลักดันการเกิด ASEAN Taxonomy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยจับมือ อบก. ร่วมศึกษาและส่งเสริมให้คนไทยซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนประเทศไทยสู่ Net Zero </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/kbank-signing-mou-tgo-educated-carbon-credit-trading/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jun 2023 09:34:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN Together]]></category>
		<category><![CDATA[KABNK]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เกียรติชาย ไมตรีวงษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18956</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทยจับมือองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการร่วมศึกษาและพัฒนาธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริง ร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ Net Zero คุณพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินงานตามแนวทางของธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability) ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืนผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้แนวคิด GO GREEN Together ทั้งนี้คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่เข้าใจแนวคิดเรื่องคาร์บอนเครดิตมากนัก ทำให้ที่ผ่านมาการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในไทยจำกัดอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ แต่จากการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมทำให้ตลาดคาร์บอนเครดิตเริ่มคึกคักขึ้น โดยปริมาณและมูลค่าการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเฉพาะ 2 เดือนแรกของปี 2566 เติบโตมากกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จึงเป็นโอกาสและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่สนใจตลาดคาร์บอนเครดิตควบคู่ไปกับการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ธนาคารได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีเจตนารมย์เดียวกับธนาคาร ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย มาร่วมกันศึกษาพัฒนาให้คนไทยเข้าถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างสังคมสีเขียวไปด้วยกัน คุณเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กล่าวว่า อบก. เป็นองค์กรที่ส่งเสริมสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย โดยมีบทบาทหลักคือ การกำหนดมาตรฐาน การประเมินผลสำเร็จ ในการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า “คาร์บอนเครดิต” รวมถึงบทบาทการพัฒนามาตรฐาน ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า &#8220;คาร์บอนฟุตพริ้นท์&#8221; ทั้งในระดับบุคคล ระดับการจัดประชุม ระดับงานอีเวนต์ ระดับผลิตภัณฑ์ ระดับองค์กรธุรกิจเอกชนและภาครัฐ ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับเมือง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/kbank-signing-mou-tgo-educated-carbon-credit-trading/">กสิกรไทยจับมือ อบก. ร่วมศึกษาและส่งเสริมให้คนไทยซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนประเทศไทยสู่ Net Zero </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div><span lang="TH">ธนาคารกสิกรไทยจับมือองค์การบริ<wbr />หารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมื<wbr />อว่าด้วยการร่วมศึกษาและพัฒนาธุ<wbr />รกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์<wbr />บอนเครดิต และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิ<wbr />ต</span></div>
<p><span id="more-18956"></span></p>
<p><span lang="TH">เพื่อสนับสนุนให้ผู้<wbr />ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้<wbr />เข้ามามีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกอย่างยั่งยืน ให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์<wbr />บอนเครดิตเข้าถึงง่ายและใช้<wbr />งานได้จริง ร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้<wbr />าสู่ </span>Net Zero</p>
<p><b><span lang="TH">คุณพิพิธ เอนกนิธิ </span></b><span lang="TH">กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</span><span lang="TH"> กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนิ<wbr />นงานตามแนวทางของธนาคารแห่<wbr />งความยั่งยืน</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">(</span>Bank of Sustainability<span lang="TH">) ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยได้<wbr />มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกอย่างยั่งยืนผ่<wbr />านโครงการต่างๆ ภายใต้แนวคิด<strong> </strong></span><strong>GO GREEN Together<span lang="TH"> </span></strong><span lang="TH">ทั้งนี้คนส่วนใหญ่<wbr />อาจจะยังไม่เข้าใจแนวคิดเรื่<wbr />องคาร์บอนเครดิตมากนัก ทำให้ที่ผ่านมาการซื้อขายคาร์<wbr />บอนเครดิตในไทยจำกัดอยู่ในองค์<wbr />กรขนาดใหญ่ แต่<em><strong>จากการตื่นตัวเรื่องสิ่<wbr />งแวดล้อมทำให้ตลาดคาร์บอนเครดิ<wbr />ตเริ่มคึกคักขึ้น โดย</strong></em></span><em><strong><span lang="TH">ปริมาณและมูลค่าการซื้<wbr />อขายคาร์บอนเครดิต</span><span lang="TH">เฉพาะ </span>2<span lang="TH"> เดือนแรกของปี </span>2566<span lang="TH"> เติบโตมากกว่า </span>5<span lang="TH"> เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว</span></strong></em><span lang="TH"><em><strong> </strong></em></span><span lang="TH">จึงเป็นโอกาสและสร้างแรงจู<wbr />งใจให้ผู้ที่สนใจตลาดคาร์<wbr />บอนเครดิตควบคู่ไปกับการลดก๊<wbr />าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18960 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/คุณพิพิธ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="TH">ทั้งนี้ ธนาคารได้รับความร่วมมื<wbr />อจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรื<wbr />อนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีเจตนารมย์<wbr />เดียวกับธนาคาร ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญและมี<wbr />บทบาทสำคัญในการขับเคลื่<wbr />อนการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกในประเทศไทย มาร่วมกันศึกษาพัฒนาให้คนไทยเข้<wbr />าถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์<wbr />บอนเครดิตเพื่อสร้างสังคมสีเขี<wbr />ยวไปด้วยกัน</span></p>
<div>
<p><b><span lang="TH">คุณเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ </span></b><span lang="TH">ผู้อำนวยการองค์การบริหารจั<wbr />ดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.</span><span lang="TH"> กล่าวว่า อบก. เป็นองค์กรที่ส่งเสริมสนับสนุ<wbr />นการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกในประเทศไทย โดยมีบทบาทหลักคื<wbr />อ การกำหนดมาตรฐาน การประเมินผลสำเร็จ ในการลดหรือกักเก็บก๊าซเรื<wbr />อนกระจก หรือที่เรียกว่า <strong>“คาร์บอนเครดิต</strong>” รวมถึงบทบาทการพัฒนามาตรฐาน ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่<wbr />วมในการประเมินการปล่อยก๊าซเรื<wbr />อนกระจก หรือที่เรียกว่า &#8220;<strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong>&#8221; ทั้งในระดับบุคคล ระดับการจัดประชุม ระดับงานอีเวนต์ ระดับผลิตภัณฑ์ ระดับองค์กรธุรกิจเอกชนและภาครั<wbr />ฐ ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับเมือง และจังหวัด </span></p>
<p><span lang="TH">นอกจากนี้ อบก. ยังส่งเสริมให้เกิ<wbr />ดกลไกในการนำคาร์บอนเครดิตที่มี<wbr />มาตรฐานไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรื<wbr />อนกระจกในแต่ละภาคส่วนที่มี<wbr />การปล่อยสูงกว่าเป้าหมายได้ โดยผ่านกลไกตลาดคาร์บอน อย่างไรก็ตาม <em><strong>สาเหตุที่การซื้<wbr />อขายคาร์บอนเครดิตในไทยยังคงอยู่<wbr />ในวงจำกัด เนื่องจากความต้องการของผู้ซื้<wbr />อและผู้ขายยังไม่สมดุลกัน อีกทั้งยังขาดสิทธิประโยชน์ที่<wbr />เป็นแรงจูงใจ และมีข้อจำกัดทางกฎหมายกฎระเบี<wbr />ยบที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการซื้<wbr />อขายคาร์บอนเครดิต</strong></em> ดังนั้น การได้ร่วมมือกับธนาคารกสิ<wbr />กรไทยจึงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่<wbr />อนที่จะช่วยกันผลักดันให้เกิดสั<wbr />งคมคาร์บอนต่ำได้จริง เพื่อสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้<wbr />าสู่การเป็น </span>Net Zero</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18961 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/คุณเกียรติชาย-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="TH">สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ <wbr />ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับองค์<wbr />การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่<wbr />าด้วยการศึกษาและพัฒนาธุรกิ<wbr />จการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์<wbr />บอนเครดิต และการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิ<wbr />ต เพื่อสนับสนุนให้ผู้<wbr />ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้มี<wbr />ส่วนร่วมในการลดก๊าซเรื<wbr />อนกระจกอย่าง</span><span lang="TH">ยั่งยืน </span></p>
<p><span lang="TH">โดยจะร่วมกันศึกษาและพัฒนานวั<wbr />ตกรรม ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่<wbr />ยวข้องกับการซื้อขายแลกเปลี่<wbr />ยนคาร์บอนเครดิต และนำไปพัฒนาให้ตอบโจทย์ความต้<wbr />องการของผู้ที่ต้องการซื้<wbr />อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต รวมทั้งศึกษาการนำเทคโนโลยี<wbr />และนวัตกรรมใหม่ เช่น ระบบบล็อกเชนเข้ามาใช้ในการพั<wbr />ฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมประสิทธิ<wbr />ภาพในการขึ้นทะเบียน การซื้อขาย และการโอนถ่ายคาร์บอนเครดิต ให้มีความเหมาะสมแก่ผู้ใช้งานทุ<wbr />กกลุ่ม ได้แก่ องค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี และประชาชนทั่วไปให้สามารถเข้<wbr />าถึงง่ายและใช้งานได้จริง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้<wbr />จะทำให้การซื้อขายแลกเปลี่<wbr />ยนคาร์บอนเครดิตในไทยแพร่<wbr />หลายมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดการเปลี่<wbr />ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการลด</span><span lang="TH">ก๊าซเรือนกระจกอย่<wbr />างยั่งยืน </span><span lang="TH">ผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ </span>Net Zero<span lang="TH"> ได้ตามเป้าหมาย</span><span lang="TH"> </span></p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/kbank-signing-mou-tgo-educated-carbon-credit-trading/">กสิกรไทยจับมือ อบก. ร่วมศึกษาและส่งเสริมให้คนไทยซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนประเทศไทยสู่ Net Zero </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“โลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน”  3 โมเดล เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เมื่อโลกขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Net Zero</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/11/kbank-esg-seminar-transform-to-low-carbon-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Nov 2022 10:38:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN BUSINESS]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ของผู้ประกอบการในยุค Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยยศ ตันพิสุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พวงพันธ์ ศรีทอง]]></category>
		<category><![CDATA[อดุลย์ เปรมประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อิทธิพร อินทรวิศิษฎ์]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลิมชาติ การุญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15834</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะ Bank of Sustainability​ ​ที่วางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตตามแนวทาง ESG ซึ่งไม่ได้เน้นการเติบโตจากแค่ตัวเลขของผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่​ให้ความสำคัญกับการส่งมอบคุณค่าแห่งความยั่งยืนไปสู่ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย ธนาคารกสิกรไทย ยังได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะเป็นธนาคารชั้นนำด้าน ESG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ​ด้วยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนอย่างเป็นระบบและผสมผสานเป็นเนื้อเดียวไปกับธุรกิจ​ และสามารถวัดผลได้ตามหลักการและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกมิติ โดยเฉพาะเป้าหมายสู่ Net Zero จากการดำเนินงานของธนาคาร ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโอสินเชื่อของธนาคาร ตามเป้าหมายของประเทศไทย ซึ่งธนาคารกสิกรไทยไม่เพียงวางยุทธศาสตร์สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตัวของธนาคารเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ทุกธุรกิจสามารถพิชิตเป้าหมาย​ Net Zero ของแต่ละองค์กรได้ด้วยเช่นกัน เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศน์ทางธุรกิจของทั้งประเทศให้แข็งแกร่ง สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก เนื่องจากประเด็นด้าน ESG กลายมาเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ของโลกธุรกิจนี้ได้ทัน นำมาซึ่งการจัดสัมมนา “การปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ของผู้ประกอบการในยุค Net Zero” เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคธุรกิจไทยสามารถปรับตัว และรับมือต่อการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งจากกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงความคาดหวังทั้งจากนักลงทุนและผู้บริโภคที่ถามหาความรับผิดชอบจากธุรกิจที่พึงมีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เมื่อโลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน คุณชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ​ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเติบโตของธุรกิจต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงมิติของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันภาคธุรกิจเองก็เป็นหนึ่งในความหวังสำคัญที่จะเข้ามามีส่วนช่วยพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือ​ในการบรรเทาหรือป้องกันผลกระทบ​ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศให้ลดน้อยลงไปได้เช่นกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/kbank-esg-seminar-transform-to-low-carbon-society/">“โลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน”  3 โมเดล เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เมื่อโลกขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะ <strong>Bank of Sustainability</strong>​ ​ที่วางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตตามแนวทาง ESG ซึ่งไม่ได้เน้นการเติบโตจากแค่ตัวเลขของผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่​ให้ความสำคัญกับการส่งมอบคุณค่าแห่งความยั่งยืนไปสู่ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย</p>
<p><span id="more-15834"></span></p>
<p><strong>ธนาคารกสิกรไทย</strong> ยังได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะเป็นธนาคารชั้นนำด้าน ESG ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ​ด้วยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนอย่างเป็นระบบและผสมผสานเป็นเนื้อเดียวไปกับธุรกิจ​ และสามารถวัดผลได้ตามหลักการและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกมิติ โดยเฉพาะเป้าหมายสู่ Net Zero จากการดำเนินงานของธนาคาร ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโอสินเชื่อของธนาคาร ตามเป้าหมายของประเทศไทย</p>
<p>ซึ่งธนาคารกสิกรไทยไม่เพียงวางยุทธศาสตร์สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตัวของธนาคารเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ทุกธุรกิจสามารถพิชิตเป้าหมาย​ Net Zero ของแต่ละองค์กรได้ด้วยเช่นกัน เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศน์ทางธุรกิจของทั้งประเทศให้แข็งแกร่ง สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก เนื่องจากประเด็นด้าน ESG กลายมาเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ของโลกธุรกิจนี้ได้ทัน</p>
<p>นำมาซึ่งการจัดสัมมนา “<strong>การปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ของผู้ประกอบการในยุค </strong><strong>Net Zero</strong>” เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคธุรกิจไทยสามารถปรับตัว และรับมือต่อการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งจากกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงความคาดหวังทั้งจากนักลงทุนและผู้บริโภคที่ถามหาความรับผิดชอบจากธุรกิจที่พึงมีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>
<figure id="attachment_15836" aria-describedby="caption-attachment-15836" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15836 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-SEMINAR-K-CHAIYOS.jpg" alt="" width="1200" height="663" /><figcaption id="caption-attachment-15836" class="wp-caption-text"></em> <em>คุณชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</em></figcaption></figure>
<p><strong>เมื่อโลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน</strong></p>
<p><strong>คุณชัยยศ ตันพิสุทธิ์</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ​ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเติบโตของธุรกิจต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงมิติของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันภาคธุรกิจเองก็เป็นหนึ่งในความหวังสำคัญที่จะเข้ามามีส่วนช่วยพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือ​ในการบรรเทาหรือป้องกันผลกระทบ​ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศให้ลดน้อยลงไปได้เช่นกัน ​</p>
<p><em><strong> “</strong>ประเด็นด้าน ESG เริ่มมีบทบาทต่อภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการที่กลุ่มผู้กำกับกิจการทั้งในและต่างประเทศ เริ่มวางแนวทางให้ภาคธุรกิจขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม พร้อมวางแนวทางให้ภาคธุรกิจปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดมาตรฐานในการกำกับกิจการ การส่งเสริมให้นำไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมให้ธุรกิจจัดทำรายงานเพื่อเปิดเผยข้อมูลการขับเคลื่อนให้สาธารณชนรับทราบ รวมทั้งมีการประเมินผลประสิทธิภาพต่างๆ โดยเฉพาะเวทีระดับโลก ที่เริ่มตั้งกำแพงหรือกีดกันธุรกิจที่สร้างผลกระทบต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการ CBAM ของกลุ่มสหภาพยุโรป รวมไปถึงการตั้งเงื่อนไขหรือเป้าหมายเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบตลอดซัพพลายเชนในห่วงโซ่  ดังนั้น ทุกธุรกิจไม่ว่าจะรายใหญ่หรือเล็ก ก็จำเป็นต้องเข้าใจและตระหนักถึงประเด็นเหล่านี้ด้วย”​</em></p>
<figure id="attachment_15837" aria-describedby="caption-attachment-15837" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15837 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-SEMINAR-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="639" /><figcaption id="caption-attachment-15837" class="wp-caption-text"><em>คุณพวงพันธ์ ศรีทอง ผู้จัดการส่วนงานฉลากคาร์บอน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณพวงพันธ์ ศรีทอง</strong> ผู้จัดการส่วนงานฉลากคาร์บอน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ TGO กล่าวถึงการทำธุรกิจภายใต้บริบทภาวะโลกรวน หรือ Climate Change ว่า ภาคธุรกิจจำเป็นต้องหาวิธีในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตหรือดำเนินธุรกิจอย่างสูงสุด​​ ภายใต้การปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้น้อยที่สุด สอดคล้องกับกรอบนโยบายของประเทศที่ตั้งเป้าสู่การเป็น Carbon Neutrality ในปี 2050 และ Net Zero ในปี 2065 ผ่านการขับเคลื่อนทั้งการใช้กฎระเบียบหรือข้อกฎหมายที่เข้มข้นขึ้น จากปัจจุบันที่อาจยังอยู่ในภาคสมัครใจ การใช้กลไกความร่วมมือจากภาคภาคีเครือข่ายต่างๆ การใช้เทคโนโลยีหรือการพัฒนานวัตกรรมมาช่วย รวมไปถึงการสนับสนุนการเข้าถึงงบประมาณเพื่อลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ​</p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็น 1 ใน 81 ประเทศทั่วโลกที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero แล้ว ขณะที่อีกกว่า 60 ประเทศอยู่ระหว่างการประกาศเป้าหมายดังกล่าว รวมทั้งในส่วนภาคธุรกิจชั้นนำกว่า 1,180 องค์กรทั่วโลก ที่ประกาศเป้าหมายสู่ Net Zero ​​โดยภ​าคธุรกิจไทยเองมี 44 องค์กรแล้วที่ประกาศเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการ​ปรับแผนเพื่อรับมือและทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ</p>
<p>การประกาศเป้าหมายของแต่ละพื้นที่ ยังส่งผลกระทบให้เกิดการปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ที่แต่ละพื้นที่ กำหนดในฐานะส่วนหนึ่งของซัพพลายเชน เช่น ​กลุ่มสหภาพยุโรป ที่วางเป้าหมาย Net zero ในปี 2050 และเพิ่มการลดคาร์บอน 50-55% จากเดิมที่วางไว้ 40% ในปี 2030 นำมาซึ่งการประกาศใช้แผนปฏิรูปสีเขียวเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยมีมาตรการเก็บภาษีคาร์บอน หรือ CBAM ตามอัตราส่วนการสร้างคาร์บอนของสินค้านำเข้าขอฝ EU โดยปีหน้าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ใน 9 อุตสาหกรรมหลักๆ เช่น ซีเมนต์ เหล็ก พลาสติก ปุ๋ย ไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์​ เป็นต้น และเตรียมบังคับใช้เต็มรูปแบบทุกอุตสาหกรรม ในอีก 3 ปี หรือในปี 2568 เช่นเดียวกับสหรัฐที่เตรียมใช้นโยบาย USA BCA สำหรับกลุ่มสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนปริมาณสูง ซึ่งจะเริ่มใช้ในปี 2567  ​ซึ่งมาตรการต่างๆ เหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่มีการส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรปและอเมริกาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><em>“การปรับตัวของภาคธุรกิจไทยสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ สามารถทำได้ผ่านทั้งผลิตภัณฑ์​ องค์กร พนักงาน และกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น เช่น ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ รูปแบบพลังงานที่ใช้ รวมทั้งการเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต รวมทั้งลดใช้พลังงานในสำนักงาน หรือปรับพฤติกรรมของพนักงานในองค์กร รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่พยายามหาแนวทางลดการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกันต้องพยายามเพิ่มศักยภาพในฟากอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเพิ่มโอกาสให้แข่งขันได้มากขึ้น รวมทั้งต้องเริ่มประเมินการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เพื่อนำมาซึ่งการวางแนวทางลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้ตามเป้าหมาย” </em></p>
<figure id="attachment_15838" aria-describedby="caption-attachment-15838" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15838 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-SEMINAR-SP.jpg" alt="" width="1200" height="628" /><figcaption id="caption-attachment-15838" class="wp-caption-text"><em>คุณกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต บริษัท เอส แอนด์ พี​​ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</em></figcaption></figure>
<p><strong>3 Best Practice</strong><strong>​ ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ </strong></p>
<p>งานสัมมนาครั้งนี้ ยังได้หยิบยกแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ ESG Framework เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งการปรับตัวรับกับภาวะ Green Disruption ของภาคธุรกิจชั้นนำระดับประเทศในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไป ทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหารอย่าง<strong> บริษัท เอส แอนด์ พี​​ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> กลุ่มธุรกิจพลังงานงานอย่าง <strong>บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด</strong> และกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง <strong>บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด</strong></p>
<p>โดย <strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต บริษัท เอส แอนด์ พี​​ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เจ้าของร้านอาหารและเบเกอรี่ชื่อดังอย่าง <strong>S&amp;P</strong> ที่ปัจจุบันมีสาขาเกือบ 500 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งยังมีโรงงานในการผลิตเบเกอรี่ 3 แห่ง และอาหาร 1 แห่ง ​ซึ่งได้ขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนมากว่า 8 ปีแล้ว รวมทั้งการคำนวณการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์หลักและภายในโรงงาน ตลอดจนภายในสำนักงานใหญ่ด้วย เพื่อเริ่มต้นสู่การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 รวมทั้งติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ 1 เมกะวัตต์ ช่วยลดคาร์บอนได้ราว 600 ตัน และลดต้นทุนการซื้อไฟฟ้าลงได้ถึง 50% โดยมีแผนจะติดตั้งเพิ่มเติมสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในทุกโรงงาน รวมทั้งในศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ ส่วนด้านสังคมได้มีการส่งมอบอาหารส่วนเกินให้ชุมชนผ่านเครือข่าย SOS ไปแล้วกว่า 8 หมื่นมื้ออาหาร</p>
<p><em>“เราให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกทั้งภายในโรงงานและศูนย์การกระจายสินค้า โดยมีเป้าหมายจะใช้พลังงานจากโซลาร์เพื่อทดแทนการใช้พลังงานในช่วงกลางวันภายในโรงงานได้ทั้งหมด รวมทั้งการมีแผน </em><em>Waste Reduction</em><em> ผ่านการบริหารจัดการภายในกระบวนการผลิต และลงทุนด้านระบบออโตเมชันมาใช้ในการคำนวณการสั่งเบเกอรี่ไปยังหน้าร้าน ซึ่งลดความสูญเสียจาก </em><em>265 </em><em>ล้านบาทในช่วง </em><em>5 </em><em>ปีก่อน โดยปีล่าสุดตัวเลขความสูญเสียเหลือเพียง </em><em>150 </em><em>ล้านบาท ซึ่งลดไปได้ถึง </em><em>45% </em><em>สะท้อนว่าเป็นการลงทุนที่ช่วยได้ทั้งการลดคาร์บอนและยังช่วยเพิ่มกำไรให้องค์กรได้ด้วย”​</em></p>
<figure id="attachment_15839" aria-describedby="caption-attachment-15839" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15839 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-Seminar-Bangkok-Cable.jpg" alt="" width="1200" height="634" /><figcaption id="caption-attachment-15839" class="wp-caption-text"><em>คุณเฉลิมชาติ การุญ รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณเฉลิมชาติ การุญ</strong> รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งกระแสไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ ​ซึ่งดำเนินธุรกิจมาเกือบ 60 ปี พร้อมแตกไลน์ธุรกิจมาสู่กลุ่มพลังงานสะอาดอย่างการผลิตโซลาร์เซลล์​ และยังเป็นสมาชิก Global Compact Network Thailand ซึ่งมีพันธกิจ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ สิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน ต่อต้านคอรัปชัน รวมทั้งการปกป้องสิ่งแวดล้อม ​เพื่อขับเคลื่อนการลดคาร์บอนในการดำเนินงานให้เป็นศูนย์ พร้อมทั้งมีโรงงานโซลาร์ ที่สมุทรปราการ​ รวมทั้งติดตั้งโซลาร์รูฟในโรงงาน ผลิตไฟฟ้าได้ 2.3 เมกะวัตต์ และ 1.9​ เมกะวัตต์ พร้อมประเมินการปล่อยและดูดซับคาร์บอน เพื่อวางแผนสร้างความเป็นกลางในอนาคต</p>
<p><em>“ประสิทธิภาพในการลดการปล่อยคาร์บอนมาจากการจัดการ </em><em>2 </em><em>ส่วนหลักคือ การจัดการด้านการใช้พลังงานและการใช้วัตถุดิบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของต้นทุนในทุกธุรกิจและช่วยเพิ่มผลผลิตหรือ </em><em>Yield </em><em>ให้ธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรในธุรกิจเราซึ่งถือเป็นทรัพยากรส่วนรวม จึงจำเป็นต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมให้ผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าของเราทั้งสายไฟฟ้าที่ใช้ภายในบ้านรวมไปถึงสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ มีส่วนในการช่วยลดความสูญเสียได้ตลอดอายุการใช้งาน สะท้อนถึงการมองไปไกลกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันแต่มองไกลไปถึงสิ่งที่ผลิตภัณฑ์เราจะมีส่วนช่วยในการลดคาร์บอนได้ในระยะยาวอีกด้วย ”</em></p>
<figure id="attachment_15841" aria-describedby="caption-attachment-15841" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-Seminar-Oil.jpg" alt="" width="1200" height="638" /><figcaption id="caption-attachment-15841" class="wp-caption-text"><em>คุณอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณอดุลย์ เปรมประเสริฐ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ภายใต้แบรนด์ “กุ๊ก” ​กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้วางกรอบ ESG พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อการขับเคลื่อนอย่างชัดเจน รวมทั้งได้จัดทำรายงานด้านความยั่งยืน แม้ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็ตาม โดยวางเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 พร้อมลดคาร์บอนลง 20% ภายในปี 2027 พร้อมขับเคลื่อน BCG Economy ภายในองค์กร รวมไปถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน​​ ด้วยการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคล ขณะเดียวกันได้ใช้ดัชนีชี้วัดความสุขในการทำงานของพนักงาน ​รวมทั้งใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประเมินการลงทุนในธุรกิจอย่างมีเหตุผล และสร้างภูมิคุ้มกันโดยมีแผนรองรับความเสี่ยง เพื่อเคารพผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด</p>
<p><em>“การลงทุนในเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่การเพิ่มต้นทุน แต่ทางกลับกันยังช่วยให้ลดตันทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเป็น </em><em>Low Waste Cost Producer</em><em> ที่สร้างความยั่งยืนและสมดุลภายในระบบซัพพลายเชน เพราะการคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยทำให้เราสามารถซื้อวัตถุดิบจากผู้ผลิตได้ในที่ราคาที่ โดยไม่ต้องผลักภาระไปสู่ผู้บริโภค เป็นการสร้างกำไรได้จากการลดความสูญเสียในองค์กร โดยไม่ต้องไปผลักภาระผ่านราคาขาย ขณะเดียวกันก็พยายามสร้างมูลค่าจาก </em><em>Waste </em><em>ภายในองค์กร เพื่อให้เป็น </em><em>A Fossil Free Factory</em><em> และสามารถบรรลุ </em><em>Net Zero </em><em>ได้ตาม </em><em>Green Business Roadmap </em><em>ที่วางไว้”</em></p>
<figure id="attachment_15835" aria-describedby="caption-attachment-15835" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15835 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/KBANK-Seminar-K-Iithiporn.jpg" alt="" width="1200" height="638" /><figcaption id="caption-attachment-15835" class="wp-caption-text"><em>คุณอิทธิพร อินทรวิศิษฎ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย</em></figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ <strong>คุณอิทธิพร อินทรวิศิษฎ์</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย ยังเป็นตัวแทนจากภาคการเงิน ที่เข้ามาช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ Low Carbon ผ่านบทบาทสำคัญของธนาคารในฐานะแหล่งทุนและการให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจ ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับกลุ่มธุรกิจเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ในรูปแบบสินเชื่อระยะยาวภายใต้เงื่อนไขพิเศษทั้งวงเงินและอัตราดอกเบี้ยโดยเฉพาะ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้</p>
<p><em>“ธนาคารมีหลากหลายแพกเกจตามแนวทางที่แต่ละธุรกิจจะดำเนินการเพื่อลดการใช้พลังงานในองค์กร ​​อาทิ สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป สินเชื่อการประหยัดพลังงาน และสินเชื่อสถานีอัดประจุไฟฟ้า ​รวมทั้งยังมีสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ ตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสินเชื่อระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ และปลอดดอกเบี้ยในช่วง </em><em>6</em><em> เดือนแรก เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดสู่การเปลี่ยนผ่านเช่นเดียวกัน ซึ่งในอนาคตปัจจัยในการปรับตัวสู่ </em><em>Green Business </em><em>ของภาคธุรกิจจะกลายเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขในการพิจารณาการให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจ รวมทั้งการได้รับข้อเสนอพิเศษกว่ากลุ่มธุรกิจที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำ และพิชิตเป้าหมายในการสร้าง </em><em>Net zero </em><em>ได้อย่างที่ตั้งใจไว้​”​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/kbank-esg-seminar-transform-to-low-carbon-society/">“โลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยน”  3 โมเดล เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เมื่อโลกขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
