<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Battery EV &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/battery-ev/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 07 Aug 2022 03:25:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Battery EV &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Volvo Group เร่งโรดแม็พเลิกใช้ฟอสซิล ภายในปี 2030 พร้อมประกาศตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถเชิงพาณิชย์ในสวีเดน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/volvo-group-build-battery-plant-for-ev-truck/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Aug 2022 03:25:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Battery EV]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Fossil Free]]></category>
		<category><![CDATA[Martin Lundstedt]]></category>
		<category><![CDATA[Volvo Group]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงฟอสซิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=13301</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ​ ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ เร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ใจรักษ์โลก และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ Volvo เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ยังคงพัฒนารถยนต์ EV อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด  Volvo Group  ประกาศแผนในการก่อตั้งโรงงานผลิตเซลแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในเมือง Skaraborg ประเทศสวีเดน โดยมุ่งไปที่รถและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถบรรทุก รถบัส อุปกรณ์ก่อสร้าง และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอื่นๆ จากทั่วโลก  Martin Lundstedt ประธานและซีอีโอ ของ Volvo Group กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบขนส่งที่ลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านการนำเสนอโซลูชันระยะยาวสำหรับการขนส่งที่ปลอดฟอสซิล 100% รวมทั้งตั้งเป้ายอดขายในอนาคต จะมาจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าราว 35% ภายในปี 2030 “การไปสู่เป้าหมายท่ีเพิ่มขึ้นนี้จะต้องใช้แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงปริมาณมาก ซึ่งต้องผลิตโดยใช้พลังงานที่ปราศจากฟอสซิล เป็นเหตุผลให้​จำเป็นต้องมีการรวมกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ไว้ในฟุ้ตพริ้นท์ทางอุตสาหกรรมในอนาคตของเรา” ทั้งนี้  ​Volvo Group ​วางแผนไว้ว่า จะค่อยๆ เพิ่มกำลังการผลิตและบรรลุการผลิตขนาดใหญ่ในปี 2030 โดยเซลแบตเตอรี่จะได้รับการออกแบบสำหรับใช้งานกับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ เพื่อรองรับการเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า อุปกรณ์ก่อสร้างไฟฟ้า และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอื่นๆ ขณะที่การเลือกพื้นที่ตั้งโรงงานในเมือง Skaraborg  ถือว่ามีความเหมาะสม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/volvo-group-build-battery-plant-for-ev-truck/">Volvo Group เร่งโรดแม็พเลิกใช้ฟอสซิล ภายในปี 2030 พร้อมประกาศตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถเชิงพาณิชย์ในสวีเดน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ​ ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ เร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ใจรักษ์โลก และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์</span></p>
<p><span id="more-13301"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Volvo เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ยังคงพัฒนารถยนต์ EV อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด  Volvo Group  ประกาศแผนในการก่อตั้งโรงงานผลิตเซลแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในเมือง Skaraborg ประเทศสวีเดน โดยมุ่งไปที่รถและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถบรรทุก รถบัส อุปกรณ์ก่อสร้าง และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอื่นๆ จากทั่วโลก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Martin Lundstedt ประธานและซีอีโอ ของ Volvo Group กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบขนส่งที่ลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านการนำเสนอโซลูชันระยะยาวสำหรับการขนส่งที่ปลอดฟอสซิล 100% รวมทั้งตั้งเป้ายอดขายในอนาคต จะมาจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าราว 35% ภายในปี 2030</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การไปสู่เป้าหมายท่ีเพิ่มขึ้นนี้จะต้องใช้แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงปริมาณมาก ซึ่งต้องผลิตโดยใช้พลังงานที่ปราศจากฟอสซิล เป็นเหตุผลให้​จำเป็นต้องมีการรวมกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ไว้ในฟุ้ตพริ้นท์ทางอุตสาหกรรมในอนาคตของเรา”</span></p>
<p>ทั้งนี้  ​Volvo Group ​วางแผนไว้ว่า จะค่อยๆ เพิ่มกำลังการผลิตและบรรลุการผลิตขนาดใหญ่ในปี 2030 โดยเซลแบตเตอรี่จะได้รับการออกแบบสำหรับใช้งานกับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ เพื่อรองรับการเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า อุปกรณ์ก่อสร้างไฟฟ้า และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอื่นๆ</p>
<p>ขณะที่การเลือกพื้นที่ตั้งโรงงาน<span style="font-weight: 400;">ในเมือง Skaraborg  ถือว่ามีความเหมาะสม เนื่องจาก ตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานระบบส่งกำลังหลักในปัจจุบันของ Volvo Group พร้อมทั้งสามารถใช้ประโยชน์จากความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมและลอจิสติกส์ที่มีอยู่ในภูมิภาคนี้ ​ ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานที่ปราศจากฟอสซิลของสวีเดน ศูนย์ R&amp;D ของ Volvo Group และสำนักงานใหญ่ในโกเธนเบิร์กอยู่ห่างออกไปเพียงสองชั่วโมง  ซึ่งการจัดตั้งยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการประเมินทางด้านสิ่งแวดล้อม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่า Volvo มุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าพร้อมทั้งผลักดันไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง </span> Volvo Group กับ พาร์ทเนอร์ ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อพาร์ทเนอร์ดังกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/fossil-free-battery-production" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.autoblog.com/2022/08/04/volvo-truck-battery-factory/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.volvogroup.com/en/news-and-media/news/2022/aug/volvo-group-starts-process-to-establish-plant-for-battery-production.html" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/volvo-group-build-battery-plant-for-ev-truck/">Volvo Group เร่งโรดแม็พเลิกใช้ฟอสซิล ภายในปี 2030 พร้อมประกาศตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถเชิงพาณิชย์ในสวีเดน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สตาร์ทอัพอเมริกา จับมือบริษัทรถยนต์อินเดีย เร่งพัฒนาแบตเตอรี่ EV ราคาถูก ให้คนส่วนใหญ่ของโลกเข้าถึงได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/alsym-energy-goal-expand-accessibility-of-ev/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jun 2022 09:42:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Affordable Price]]></category>
		<category><![CDATA[Alsym Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Battery EV]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาแบตเตอรี่รถ EV]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12321</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนบนท้องถนน แต่ด้วยราคาที่ถือว่ายังค่อนข้างสูงมาก จึงอาจเป็นอุปสรรคต่อผู้คนทั่วไปที่อยากมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีต่อโลก แต่ติดที่กำลังทรัพย์มีจำกัดทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ Alsym Energy บริษัทสตาร์ทอัพด้านพลังงาน ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 7 ปี ในแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา จึงได้จับมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติอินเดีย เพื่อแก้ไข pain point ในข้อนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแบตเตอรี่ทดแทนสำหรับนำไปใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถเข้ามาแทนที่การใช้ลิเทียมและโคบอลต์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน และยังมีราคาที่ค่อนข้างแพง เพื่อให้เกิดอานิสสงส์สูงสุดกับประชากรโลกส่วนใหญ่  โดยแบตเตอร์รี่ของ Alsym Energy จะมีประสิทธิภาพที่ปลอดภัยกว่า ยั่งยืนกว่า และง่ายต่อการรีไซเคิลมากกว่า เนื่องจาก ถูกผลิตมาจากวัสดุที่ปลอดสารพิษ ไม่ไวไฟ และยังเป็น water-based battery ที่วัสดุทั้งหมดสามารถนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ สอดคล้องกับ 2 เป้าหมายหลัก ของ Alsym Energy ที่ต้องการทำให้ราคาแบตเตอรี่ถูกลง เพราะพวกเขาอยากให้คนทั่วไปสามารถขับรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เอื้อมถึงได้ รวมทั้งผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนทรัพยกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ (Circularity)  “เหตุผลสำคัญในการก่อตั้ง Alsym Energy ขึ้นมา เนื่องจากต้องการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ต่ำกว่าพันล้านคนสามารถจับต้อง และเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ ไม่ใช่เพียงให้คนแค่ 1%  ที่มีความสามารถในการซื้อรถยนต์  EV [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/alsym-energy-goal-expand-accessibility-of-ev/">สตาร์ทอัพอเมริกา จับมือบริษัทรถยนต์อินเดีย เร่งพัฒนาแบตเตอรี่ EV ราคาถูก ให้คนส่วนใหญ่ของโลกเข้าถึงได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนบนท้องถนน แต่ด้วยราคาที่ถือว่ายังค่อนข้างสูงมาก จึงอาจเป็นอุปสรรคต่อผู้คนทั่วไปที่อยากมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีต่อโลก แต่ติดที่กำลังทรัพย์มีจำกัดทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ </span><span id="more-12321"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Alsym Energy บริษัทสตาร์ทอัพด้านพลังงาน ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 7 ปี ในแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา จึงได้จับมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติอินเดีย เพื่อแก้ไข pain point ในข้อนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแบตเตอรี่ทดแทนสำหรับนำไปใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถเข้ามาแทนที่การใช้ลิเทียมและโคบอลต์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน และยังมีราคาที่ค่อนข้างแพง เพื่อให้เกิดอานิสสงส์สูงสุดกับประชากรโลกส่วนใหญ่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยแบตเตอร์รี่ของ Alsym Energy จะมีประสิทธิภาพที่ปลอดภัยกว่า ยั่งยืนกว่า และง่ายต่อการรีไซเคิลมากกว่า เนื่องจาก ถูกผลิตมาจากวัสดุที่ปลอดสารพิษ ไม่ไวไฟ และยังเป็น water-based battery ที่วัสดุทั้งหมดสามารถนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับ 2 เป้าหมายหลัก ของ Alsym Energy ที่ต้องการทำให้ราคาแบตเตอรี่ถูกลง เพราะพวกเขาอยากให้คนทั่วไปสามารถขับรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เอื้อมถึงได้ รวมทั้งผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนทรัพยกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ (Circularity) </span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“เหตุผลสำคัญในการก่อตั้ง Alsym Energy ขึ้นมา เนื่องจากต้องการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ต่ำกว่าพันล้านคนสามารถจับต้อง และเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ ไม่ใช่เพียงให้คนแค่ 1%  ที่มีความสามารถในการซื้อรถยนต์  EV หรูๆ ในราคาแพงได้ จึงจำเป็นต้องพัฒนาโซลูชันส์ที่สามารถมาใช้เพื่อทดแทนการใช้งานรถยนต์เครื่องยนต์เชื้อเพลิงสันดาปได้ ซึ่ง Alsym&#8217;s battery ผลิตขึ้นจากวัสดุทั่วๆ ไป เช่น แมงกานีส และอะลูมิเนียม​ รวมทั้งยังสามารถทำหน้าที่เป็นสถานีในการเก็บสะสมพลังงาน และสามารถนำไปใช้งานทางทะเลได้อีกด้วย&#8221; </span></em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12327 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/Battery-2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ทาง Alsym Energy ยังเชื่ออีกว่า แบตเตอรี่ที่พวกเขาผลิตขึ้นมานั้นนอกจากจะเป็นแหล่งพลังงานจ่ายให้กับรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถกักเก็บพลังงานในรูปแบบ off grid เพื่อให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ที่กักเก็บไว้ได้อีกด้วย โดย</span><span style="font-weight: 400;">บริษัทตั้งเป้าที่จะเริ่มเดินสายการผลิตแบตเตอรี่ไว้ในปี 2025   </span></p>
<p><a href="https://economictimes.indiatimes.com/industry/renewables/ev-battery-startup-alsym-aims-to-slash-cost-eliminate-lithium-and-cobalt/articleshow/92229915.cms" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/alsym-energy" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/alsym-energy-goal-expand-accessibility-of-ev/">สตาร์ทอัพอเมริกา จับมือบริษัทรถยนต์อินเดีย เร่งพัฒนาแบตเตอรี่ EV ราคาถูก ให้คนส่วนใหญ่ของโลกเข้าถึงได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
