<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Battery &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/battery/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 Feb 2026 13:52:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Battery &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:52:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Fossil]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGenerators]]></category>
		<category><![CDATA[PowerSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[SolarPower]]></category>
		<category><![CDATA[StorageSystem]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[WindPower]]></category>
		<category><![CDATA[นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอสซิล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39491</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ในฐานะผู้อยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม High Emission และได้ชื่อว่าเป็นภาคส่วนที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในสัดส่วนที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการ​อุตสาหกรรมกลุ่ม Power &#38; Energy ​ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับ RATCH GROUP ที่มีแผนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความ​เป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ​โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด หรือ Renewable เป็น 70% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่กว่า 20% ​คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มราช กรุ๊ป จะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System ลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้​เงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/">RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ในฐานะผู้อยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม High Emission และได้ชื่อว่าเป็นภาคส่วนที่มีการปลดปล่อย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> ในสัดส่วนที่สูง</p>
<p><span id="more-39491"></span><br class="html-br" />ทำให้ผู้ประกอบการ​อุตสาหกรรมกลุ่ม Power &amp; Energy ​ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />เช่นเดียวกับ<strong> RATCH GROUP</strong> ที่มีแผนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความ​เป็นกลางทางคาร์บอน <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Neutrality</span> </strong>ภายในปี 2050 ​โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span> เป็น 70% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่กว่า 20% ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มราช กรุ๊ป จะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System ลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้​เงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ซึ่งการลงทุน​ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้ จะสอดคล้องกับทิศทาง นโยบาย และความเร่งด่วนของแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมจะลดพอร์ตในกลุ่มฟอสซิลลงได้ตามโรดแม็พ<br class="html-br" /><br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน <strong>Energy Transition</strong> มี 3 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">pillars</span> ที่ต้องคำนึงถึง ทั้งเรื่อง ความมั่นคงทางพลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต้นทุนในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องมีความสมดุลกันทั้ง 3 ด้าน จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br class="html-br" /><br class="html-br" />เพราะหากจะคำนึงถึงแต่ประเด็นสิ่งแวดล้อม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด แต่ไฟติดๆ ดับๆ หรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ราคาแพงมาก ก็ไม่สามารถมีใครพร้อมที่จะลงทุนได้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคง หรือ Energy Security ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยดึงดูดการลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาประเทศ และสะท้อนความสามารถทางการแข่งขันของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ก่อนหน้านี้บริบทในเรื่องของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่การไม่สร้างมลภาวะมากเ​กินมาตรฐาน แต่เมื่อบริบทในปัจจุบันและมาตรฐานได้ถูกยกระดับมากขึ้น การปล่อย Carbon Emission ซึ่งเป็นเรื่องที่มาคู่กับการผลิตไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกมีความกังวล และมีการยกระดับเพื่อควบคุมปริมาณการปลดปล่อยซึ่งกระทบต่อ​อุตสาหกรรม​ แต่ก็ถือเป็น​ความท้าทายใหม่ที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมทุกรายต้องสามารถสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาให้ได้ในสุด&#8221;​​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/">RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทย เจ้าภาพหลักจัดงานประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียนครั้งที่ 3 ที่จังหวัดภูเก็ตพร้อมเปิดตัวเครือข่ายความปลอดภัยของแบตเตอรี่แห่งอาเซียน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/3rd-asean-battery-technology-conference/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Aug 2025 13:47:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ABSN]]></category>
		<category><![CDATA[ABTC]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN Battery Safety Network]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[TESTA]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35294</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลับมาอีกครั้งสำหรับ การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน (ABTC) ครั้งที่ 3 ที่รวบรวมบรรดานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เพื่อหารือเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสสำคัญ ตลอดจนถึงการกำหนดทิศทางอนาคตของพลังงานในอาเซียน โดยปีนี้ประเทศไทยโดยสมาคมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไทยรับเป็นเจ้าภาพหลัก โดยงานจะจัดขึ้นที่โรงแรมทราย ลากูน่า จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 27 ถึง 29 สิงหาคม 2568 งานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) ร่วมกับองค์กรด้านแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในอาเซียน กลุ่มความร่วมมือด้านแบตเตอรี่แห่งสิงคโปร์ (SBC: Singapore Battery Consortium) องค์การนาโนมาเลเซีย (NMB: NanoMalaysia) สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งฟิลิปปินส์ (eVAP: Electric Vehicle Association of Philippines) สถาบันวิจัยแบตเตอรี่แห่งชาติ ประเทศอินโดนีเซีย (NBRI: National Battery Research Institute) และ ศูนย์เทคโนโลยีด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนแห่งชาติ ประเทศอินโดนีเซีย (NCSTT: National Center for Sustainable Transport Technology) โดยในปีนี้เป็นการวางรากฐานเพื่อขับเคลื่อนอาเซียนไปสู่อนาคตของแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัย มีความยั่งยืน และพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/3rd-asean-battery-technology-conference/">ประเทศไทย เจ้าภาพหลักจัดงานประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียนครั้งที่ 3 ที่จังหวัดภูเก็ตพร้อมเปิดตัวเครือข่ายความปลอดภัยของแบตเตอรี่แห่งอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลับมาอีกครั้งสำหรับ <strong>การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน (ABTC)</strong> ครั้งที่ 3 ที่รวบรวมบรรดานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เพื่อหารือเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสสำคัญ ตลอดจนถึงการกำหนดทิศทางอนาคตของพลังงานในอาเซียน โดยปีนี้ประเทศไทยโดยสมาคมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไทยรับเป็นเจ้าภาพหลัก โดยงานจะจัดขึ้นที่โรงแรมทราย ลากูน่า จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 27 ถึง 29 สิงหาคม 2568</p>
<p><span id="more-35294"></span></p>
<p>งานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) ร่วมกับองค์กรด้านแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในอาเซียน กลุ่มความร่วมมือด้านแบตเตอรี่แห่งสิงคโปร์ (SBC: Singapore Battery Consortium) องค์การนาโนมาเลเซีย (NMB: NanoMalaysia) สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งฟิลิปปินส์ <strong>(</strong>eVAP: Electric Vehicle Association of Philippines) สถาบันวิจัยแบตเตอรี่แห่งชาติ ประเทศอินโดนีเซีย (NBRI: National Battery Research Institute) และ ศูนย์เทคโนโลยีด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนแห่งชาติ ประเทศอินโดนีเซีย (NCSTT: National Center for Sustainable Transport Technology) โดยในปีนี้เป็นการวางรากฐานเพื่อขับเคลื่อนอาเซียนไปสู่อนาคตของแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัย มีความยั่งยืน และพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรม เพื่อสร้างชุมชนความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรมในอาเซียนสำหรับการเติบโตในอนาคต</p>
<p>หนึ่งในไฮไลต์ที่สำคัญของงาน คือ การจัดตั้งเครือข่ายความปลอดภัยแบตเตอรี่อาเซียน (ASEAN Battery Safety Network – ABSN) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม  (ASEAN Committee on Science, Technology, and Innovation, COSTI) และสมาชิกประเทศอาเซียน โดย ABSN จะเป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคสำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (S&amp;T) ส่งเสริมการใช้งานแบตเตอรี่อย่างปลอดภัยในประเทศสมาชิก และเสริมสร้างบทบาทของภูมิภาคในห่วงโซ่คุณค่าแบตเตอรี่โลก ผ่านการปรับปรุงแนวทางและความก้าวหน้าในด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและนายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (</strong><strong>TESTA)</strong> เจ้าภาพหลักในการจัดงานกล่าวว่า <em>“</em><em>งานประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียนในปีนี้ หรือ</em><em> ABTC 2025 </em><em>ถือเป็นก้าวสำคัญของอาเซียนในด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อผลักดันนวัตกรรม ความปลอดภัย และความยั่งยืนในเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของไทยในการสร้างรากฐานเศรษฐกิจการเก็บพลังงานที่มีเสถียรภาพสูง และความมุ่งหวังของอาเซียนในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและสร้างระบบพลังงานที่แข็งแกร่ง</em><em>  </em><em>เรารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับจากวิทยากรชั้นนำระดับโลก เช่น ศาสตราจารย์สแตนลีย์ วิตติงแฮม (</em><em>Stanley Whittingham) </em><em>ศาสตราจารย์ เย็ท มิง เชียง </em><em>Yet-Ming Chiang </em><em>และ ศาสตราจารย์เชอร์ลีย์ เหมง (</em><em>Shirley Meng) </em><em>ซึ่งการมาร่วมงานของวิทยากรระดับโลกเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความสำคัญของงาน </em><em>ABTC </em><em>ในครั้งนี้ และรวมถึงการเสริมสร้างบทบาทของภูมิภาคอาเซียนสำหรับอนาคตของพลังงาน</em><em>”</em></p>
<p><strong>ดร.ซิง ยาง เชียม (</strong><strong>Sing Yang Chiam) </strong><strong>ผู้อำนวยการด้านเทคนิค กลุ่มความร่วมมือด้านแบตเตอรี่แห่งสิงคโปร์</strong><strong> (SBC</strong><strong>)</strong> <strong>และตัวแทนเครือข่ายความปลอดภัยแบตเตอรี่อาเซียน (</strong><strong>ABSN)</strong> กล่าวว่า <em>“</em><em>เรารู้สึกขอบคุณสำหรับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากผู้นำอาเซียนในการก่อตั้งเครือข่ายความปลอดภัยแบตเตอรี่อาเซียน ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในความร่วมกันของสมาคมต่าง ๆ ในการรับมือกับความท้าทายด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในภูมิภาคนี้ </em><em>ABSN </em><em>ก่อตั้งขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างสมาชิก การแลกเปลี่ยน</em><em>ความรู้ และความก้าวหน้าในด้านวิทยาศาสตร์ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ รวมทั้งเป็นรากฐานสำหรับการใช้งานแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับประเทศสมาชิก พร้อมทั้งยกระดับบทบาทของอาเซียนในห่วงโซ่มูลค่าแบตเตอรี่ระดับโลก โดยตอนนี้ได้ดำเนินการประเมินสถานภาพปัจจุบัน ความสำคัญ และความท้าทายของแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อร่วมกันกำหนดแผนปฏิบัติงานและแผนยุทธศาสตร์ในระยะยาวต่อไป</em><em>”</em></p>
<p><strong>ดร.เรซัล ไครี บิน อาหมัด ซีอีโอนาโนมาเลเซีย</strong><strong> (NMB)</strong> กล่าวว่า <em>“NMB </em><em>ภูมิใจที่ได้เห็นการเติบโตของงาน </em><em>ABTC </em><em>ในฐานะงานประชุมที่เป็นแรงขับเคลื่อนระดับภูมิภาค  สำหรับนวัตกรรมและความร่วมมือในเทคโนโลยีแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า เราเชื่อมั่นว่างาน </em><em>ABTC 2026 </em><em>ที่จะจัดขึ้นที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย จะสานต่อความสำเร็จนี้โดยการรวบรวมผู้นำ</em>ในอุตสาหกรรมจากห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่มูลค่าทั้งหมดของแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าไว้ด้วยกัน และ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับพวกท่านในปีหน้า”</p>
<p>งานในครั้งนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญและผู้บุกเบิกด้านการกักเก็บพลังงานที่มีชื่อเสียง อาทิ ศาสตราจารย์ สแตนลีย์ วิตติงแฮม ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาเคมี (ปี 2562) จากการพัฒนาวัสดุสำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน นอกจากนั้นผู้เข้าร่วมงานจะได้รับฟังการอภิปรายเชิงลึกใน 7 หัวข้อที่น่าสนใจ เช่น นโยบายด้านแบตเตอรี่ เศรษฐกิจหมุนเวียน การกักเก็บพลังงานในระดับโครงข่ายไฟฟ้า การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ การจัดหาเงินทุนในการพัฒนาโครงการ รวมถึงหัวข้ออื่น ๆ พร้อมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชนจากหลากหลายประเทศ</p>
<p>จึงขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตแห่งความยั่งยืน ความปลอดภัย และนวัตกรรมด้านโซลูชั่นแบตเตอรี่ขั้นสูงในภูมิภาคอาเซียน สามารถดูรายละเอียดกำหนดการและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.aseanbatteryev.com/" target="_blank" rel="noopener">เว็บไซต์</a> ทางการของงาน ABTC</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35296 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Battery2.jpg" alt="" width="730" height="800" /></p>
<p>การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของอาเซียนครั้งที่ 3 เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรหลักและผู้สนับสนุนรายสำคัญ ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>Siemens</strong> พันธมิตรด้านปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัลเพื่อนวัตกรรมแบตเตอรี่</li>
<li><strong>UL Standards &amp; Engagement</strong> พันธมิตรด้านความปลอดภัยและมาตรฐาน</li>
<li><strong>Hioki </strong>ผู้สนับสนุนงานเลี้ยงสร้างเครือข่าย</li>
<li><strong>Platinum Sponsor</strong> ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) และ บริษัท แอมฟีนอล จำกัด (Amphenol)</li>
<li><strong>Gold sponsor</strong> ได้แก่ บริษัท Green Tenaga จำกัด และ บริษัท หัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Huawei Digital Power)</li>
<li><strong>Silver Sponsor</strong> ได้แก่ บริษัท PEC Technology/CD Technologies/ Trojan, บริษัท Fuzhou Fuguang Electronics จำกัด, บริษัท SK tes จำกัด, บริษัท UNIGRID Battery จำกัด, บริษัท 24M Technologies (ประเทศไทย) จำกัด, และ บริษัท INV คอร์ปอเรชั่น จำกัด</li>
<li><strong>และ </strong><strong>Sponsor</strong><strong> อื่น </strong> รวมถึง บริษัท  AVL SEA&amp; Australia จำกัด, บริษัท อีเอ็ม มอเตอร์ จำกัด , บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  และ บริษัท นูออโว พลัส จำกัด</li>
<li><strong>พันธมิตรสนับสนุน </strong>ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC)</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/3rd-asean-battery-technology-conference/">ประเทศไทย เจ้าภาพหลักจัดงานประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียนครั้งที่ 3 ที่จังหวัดภูเก็ตพร้อมเปิดตัวเครือข่ายความปลอดภัยของแบตเตอรี่แห่งอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียนครั้งที่ 2 ประกาศความร่วมมือ และขยายขอบข่ายเพื่อเสริมสร้างอีโคซิสเต็มสของผู้ประกอบการแบตเตอรี่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/singapore-battery-consortium/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 Aug 2024 04:47:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ABTC]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung SDI]]></category>
		<category><![CDATA[SBC]]></category>
		<category><![CDATA[Singapore Battery Consortium]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มความร่วมมือด้านแบตเตอรี่แห่งสิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[การรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเธียม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. พิมพ์พา ลิ้มทองกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28279</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน (ABTC) ครั้งที่ 2 พร้อมเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบนิเวศการพัฒนาแบตเตอรี่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นโดย กลุ่มความร่วมมือด้านแบตเตอรี่แห่งสิงคโปร์ (Singapore Battery Consortium &#8211; SBC) ที่โรงแรมแชงกรี-ลา ราซา เซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 21 ถึง 23 สิงหาคม 2567 การประชุมจัดขึ้นร่วมกันโดยพันธมิตรของสมาคมแบตเตอรี่ชั้นนำในภูมิภาค ได้แก่ สมาคมเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานไทย สถาบันวิจัยแบตเตอรี่แห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีการขนส่งที่ยั่งยืนแห่งชาติ องค์กรนาโนมาเลเซีย และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งฟิลิปปินส์ ดร. พิมพ์พา ลิ้มทองกุล ประธานร่วมของ ABTC และนายกสมาคมเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานไทย กล่าวว่า &#8220;ปีนี้พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นความก้าวหน้าและความสำเร็จนับตั้งแต่ที่สมาคมต่างๆ ได้รวมตัวกันครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้วที่บาหลี พันธมิตรของเราได้เติบโตขึ้นจาก 3 สมาคมเป็น 6 สมาคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเราจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป การได้เห็นความร่วมมือระหว่างสมาคมแบตเตอรี่ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ถือเป็นการเฉลิมฉลองถึงสิ่งที่เราก้าวไปข้างหน้าร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เชื่อมโยงถึงกัน และเพื่ออนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค” ในวันที่สองของการประชุม ผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 250 รายและสมาคมแบตเตอรี่ชั้นนำ 6 สมาคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามในบันทึกความเข้าใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/singapore-battery-consortium/">การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียนครั้งที่ 2 ประกาศความร่วมมือ และขยายขอบข่ายเพื่อเสริมสร้างอีโคซิสเต็มสของผู้ประกอบการแบตเตอรี่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียน (ABTC) ครั้งที่ 2</strong> พร้อมเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบนิเวศการพัฒนาแบตเตอรี่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นโดย กลุ่มความร่วมมือด้านแบตเตอรี่แห่งสิงคโปร์ (Singapore Battery Consortium &#8211; SBC) ที่โรงแรมแชงกรี-ลา ราซา เซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 21 ถึง 23 สิงหาคม 2567</p>
<p><span id="more-28279"></span></p>
<p>การประชุมจัดขึ้นร่วมกันโดยพันธมิตรของสมาคมแบตเตอรี่ชั้นนำในภูมิภาค ได้แก่ สมาคมเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานไทย สถาบันวิจัยแบตเตอรี่แห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีการขนส่งที่ยั่งยืนแห่งชาติ องค์กรนาโนมาเลเซีย และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งฟิลิปปินส์</p>
<p><strong>ดร. พิมพ์พา ลิ้มทองกุล</strong> ประธานร่วมของ ABTC และนายกสมาคมเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานไทย กล่าวว่า &#8220;ปีนี้พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นความก้าวหน้าและความสำเร็จนับตั้งแต่ที่สมาคมต่างๆ ได้รวมตัวกันครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้วที่บาหลี พันธมิตรของเราได้เติบโตขึ้นจาก 3 สมาคมเป็น 6 สมาคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเราจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป การได้เห็นความร่วมมือระหว่างสมาคมแบตเตอรี่ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ถือเป็นการเฉลิมฉลองถึงสิ่งที่เราก้าวไปข้างหน้าร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เชื่อมโยงถึงกัน และเพื่ออนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค”</p>
<p>ในวันที่สองของการประชุม ผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 250 รายและสมาคมแบตเตอรี่ชั้นนำ 6 สมาคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ทั้ง 3 ฉบับ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแบตเตอรี่ในภูมิภาค</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28283 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Dr.-Rezal-Khairi-Bin-Ahmad-CEO-NanoMalaysia-Berhad-Mr.-Bryan-Oh-CEO-NEU-Battery-Materials-Pte-Ltd.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>MOU 3</strong><strong> ฉบับ</strong></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>Gigafactory Malaysia (GMSB) </strong><strong>และ </strong><strong>NEU Battery Materials (NEU) </strong><strong>ร่วมมือกันในการพัฒนาการรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเธียม</strong></span></p>
<p>ความร่วมมือจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาตามมาตรฐานของ &#8220;Gigafactory&#8221; รวมถึงการผลิตเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งผสมผสานวัสดุนาโนสำหรับการใช้งานแบบเคลื่อนที่และแบบอยู่กับที่ โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าของ การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งก่อนซึ่งลงนามที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในการประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่และยานพาหนะไฟฟ้าอาเซียน (ABEVTC) ประจำปี 2566 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศภายในอาเซียนด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่</p>
<p>NEU ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลแบตเตอรี่ LFP จะทำหน้าที่ในการจัดหาวัสดุแบตเตอรี่รีไซเคิล เช่น ลิเธียมคาร์บอเนต และโลหะอื่นๆ เพื่อส่งไปยังศูนย์ Hydrogen-Electric-Vehicle-Battery (HEBATT) ของ GMSB เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ GMSB เป็นบริษัทในเครือขององค์กรนาโนมาเลเซีย</p>
<p>ทั้งนี้ ขบวนการทดสอบวัสดุรีไซเคิล จะช่วยสร้างมั่นใจว่าจะมีวัสดุใช้งาน และอยู่ในขบวนการของการสร้างความยั่งยืนภายในระบบนิเวศแบตเตอรี่ของมาเลเซีย ซึ่งจะขยายไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศการรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเธียมในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ NEU และ GMSB จะทำหน้าที่ในการจัดหาและการพัฒนาวัสดุโดยพิจารณาจากวัสดุแบตเตอรี่ใช้แล้วที่ใช้ในระบบนิเวศแบบครบวงจร</p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าว จะเป็นพื้นฐานปูทางไปสู่การสำรวจโครงการพัฒนาร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรีไซเคิลระหว่างทั้งสองบริษัท</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>Gigafactory Malaysia Sdn Bhd (GMSB) </strong><strong>และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมมือกันในการผลิตเซลล์ที่พัฒนาโดย </strong><strong>GMSB</strong></span></p>
<p><strong> </strong>ความร่วมมือกันระหว่าง GMSB และมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะก่อให้เกิดประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและทรัพยากรร่วมกัน โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่พัฒนาโดย GMSB และความร่วมมือดังกล่าวยังรวมถึงการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการทดสอบและการรับรองมาตรฐานแบตเตอรี่ ซึ่งจะนำไปสู่ความก้าวหน้าด้านการผลิตที่ศูนย์ Hydrogen-Electric-Vehicle-Battery  (HEBATT) ของ GMSB ในมาเลเซีย</p>
<p>การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในครั้งนี้เป็นส่วนต่อขยายจากข้อตกลงที่ลงนามในการประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าอาเซียน (ABEVTC) ปี 2566 ที่บาหลี ซึ่งมีองค์กรสำคัญจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์เข้าร่วม</p>
<p>การลงนามในบันทึกความเข้าใจ ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ภายในอาเซียน เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจของเครือข่ายแบตเตอรี่อาเซียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28281 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/L-to-R_-Prof.-Nonglak-Meethong-Professor-Khon-Kaen-University-Dr.-Rezal-Khairi-Bin-Ahmad-CEO-NanoMalaysia-Berhad.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>สถาบันแห่งการวิจัยวัสดุและวิศวกรรม (</strong><strong>Institute of Materials Research and Engineering (IMRE)), </strong><strong>สิงคโปร์ และ </strong><strong>INV Corporation </strong><strong>วิจัยร่วมกันเพื่อพัฒนาตัวกั้นสำหรับแบตเตอรี่ไฮบริด</strong></span></p>
<p>ข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยจะมีการลงนามระหว่างสถาบันแห่งการวิจัยวัสดุและวิศวกรรม  ในสิงคโปร์และ INV เพื่อพัฒนาตัวกั้นสำหรับแบตเตอรี่ไฮบริดรุ่นต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายด้านความปลอดภัยที่แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ในปัจจุบันต้องเผชิญ</p>
<p>ความร่วมมือนี้มุ่งหวังที่จะพัฒนาจุดแข็งและสิทธิบัตรเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตตที่พัฒนาขึ้นในสิงคโปร์ นอกเหนือจากนี้ INV มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ และเป็นผู้ผลิตฟิล์มแยกแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีโรงงานผลิตอยู่ในสวีเดนและมาเลเซีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28282 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/L-to-R_-Mr.-Larry-Poon-Business-Development-Manager-INV-CORPORATION-PTE.-LTD.-Dr.-Sing-Yang-Chiam-Technical-Director-Singapore-Battery-Cons.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การขยายธุรกิจ </strong><strong>Samsung SDI </strong><strong>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong></p>
<p>Samsung SDI ผู้ผลิตแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงของเกาหลีเริ่มการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมีโรงงานแห่งแรกในมาเลเซียในปี 2535 และสร้างโรงงานแห่งที่สองในเวียดนามในปี 2553 และวางแผนจะเปิดโรงงานแห่งที่สองในมาเลเซียในปี 2568</p>
<p>Samsung SDI เปิดสำนักงานขายสองแห่ง ในเวียดนามและสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนลูกค้าในภูมิภาคให้ดียิ่งขึ้น โดยมีสิงคโปร์เป็นสำนักงานใหญ่ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดสำนักงานขายแห่งใหม่ในมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์</p>
<p>ผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่หลักของ Samsung SDI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ &#8220;Prime Battery for Maximum Experience&#8221; หรือ PRiMX ซึ่งแบตเตอรี่ PRiMX มีประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยสูงโดยใช้นิกเกิลปริมาณสูง (โคบอลต์ต่ำ) ในขั้วแคโทดและแอโนดซิลิคอน</p>
<p>ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัท คาดว่าจะทำให้โลกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม</p>
<p>งาน ABTC เป็นงานที่จัดขึ้นโดยหมุนเวียนผู้จัดงานไปในแต่ละประเทส  และในปีหน้า 2568 ประเทศไทยโดยสมาคมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งถัดไป</p>
<p>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมของโครงการ สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์: https://reg.eventnook.com/event/ABTC2024/home</p>
<p>ผู้สนับสนุนหลักในการประชุมครั้งนี้ คือ ศูนย์นวัตกรรมฮุนไดมอเตอร์กรุ๊ป (Hyundai Motor Group Innovation Center Singapore (HMGICS)) โดยงานกาล่าดินเนอร์ได้รับการสนับสนุนจาก INV Corporation Pte Ltd.</p>
<p>โดยมีผู้สนับสนุนระดับโกลด์ ได้แก่ Amphenol Communications Solutions, Quantel Pte Ltd, Infineon Technologies Asia Pacific Pte Ltd และ Gotion Singapore Pte Ltd ผู้สนับสนุนระดับเงิน ได้แก่ Concord New Energy Group Limited, Kewell Technology Co.,Ltd., Metrohm Singapore Pte Ltd, TME Systems Pte บจ.</p>
<p>ผู้สนับสนุนเพิ่มเติม ได้แก่ Samsung SDI Southeast Asia Pte. Ltd, Siemens Industry Software Pte Ltd, UL Standards &amp; Engagement และ NEWARE Technology Limited พาร์ทเนอร์ด้านการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ EV Association of Singapore, EV Association of Malaysia และ Turn Off Turn On Ventures</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/singapore-battery-consortium/">การประชุมเทคโนโลยีแบตเตอรี่อาเซียนครั้งที่ 2 ประกาศความร่วมมือ และขยายขอบข่ายเพื่อเสริมสร้างอีโคซิสเต็มสของผู้ประกอบการแบตเตอรี่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;โอยิกะ” ผู้นำด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีแบตเตอรี่จากสิงคโปร์ ชูนวัตกรรมพลังงานสะอาด มุ่งขยายธุรกิจตู้สลับแบตเตอรี่สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/oyika-battery-clean-energy-innovation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 May 2024 06:58:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BaaS]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Next]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Battery as a Service]]></category>
		<category><![CDATA[OYIKA]]></category>
		<category><![CDATA[Platform as a Service]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โอยิกะ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โอยิกะ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลโอเนล ลี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25967</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท โอยิกะ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่มุ่งเน้นโซลูชั่นเทคโนโลยีล้ำสมัย และการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้เปิดธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยโอยิกะมีต้นกำเนิดจากสิงคโปร์เมื่อปี 2561 มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วทั่วทั้งภูมิภาคในฐานะผู้นำแถวหน้าด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีและแบตเตอรี่ มาพร้อมกับแนวคิดสนับสนุนโลกด้วยการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านระบบขับเคลื่อนยานพาหนะไฟฟ้า คุณไลโอเนล ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอยิกะ (ประเทศไทย) จำกัด เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมพลังงานสะอาดและความยั่งยืนทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศต่าง ๆ อาทิ กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยโอยิกะตั้งเป้าที่จะปฏิวัติเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่และเทคโนโลยีชาร์จไฟฟ้าแบบตรงในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งการปฏิวัติของโอยิกะเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในความพยายามระดับโลกผ่านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development : SDGs) ในงานเปิดตัวดังกล่าว โอยิกะได้จัดช่วงสัมมนาอันกล่าวถึงประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผันเปลี่ยนมาใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าและระบบสลับแบตเตอรี่ รวมถึงการอภิปรายที่โดดเด่นประกอบด้วยข้อมูลเชิงลึกทางด้านวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ไฟฟ้าโดยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนและประเทศสิงโปร์ นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายถึงอนาคตของโลกแห่งการสลับแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟฟ้าแบบตรงโดยผู้บริหารระดับสูงของโอยิกะจากประเทศสิงโปร์ ตอกย้ำถึงความสามารถทางเทคโนโลยีของบริษัท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอยิกะได้จับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชั่นพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความร่วมมือนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการผลิตแบตเตอรี่สำหรับตลาดจักรยานยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมการนำพลังงานสะอาดมาใช้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมสังคมที่ปราศจากคาร์บอน ในการก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม โอยิกะได้เปิดตัวแบตเตอรี่ 60 โวลต์และ 72 โวลต์ที่ชาร์จเร็วแบบสลับและชาร์จตรงผ่านสถานี Oyika Power Up Station [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/oyika-battery-clean-energy-innovation/">&#8220;โอยิกะ” ผู้นำด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีแบตเตอรี่จากสิงคโปร์ ชูนวัตกรรมพลังงานสะอาด มุ่งขยายธุรกิจตู้สลับแบตเตอรี่สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท โอยิกะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> บริษัทที่มุ่งเน้นโซลูชั่นเทคโนโลยีล้ำสมัย และการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้เปิดธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ</p>
<p><span id="more-25967"></span></p>
<p>โดยโอยิกะมีต้นกำเนิดจากสิงคโปร์เมื่อปี 2561 มีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วทั่วทั้งภูมิภาคในฐานะผู้นำแถวหน้าด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีและแบตเตอรี่ มาพร้อมกับแนวคิดสนับสนุนโลกด้วยการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านระบบขับเคลื่อนยานพาหนะไฟฟ้า</p>
<p><strong>คุณไลโอเนล ลี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอยิกะ (ประเทศไทย) จำกัด เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมพลังงานสะอาดและความยั่งยืนทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศต่าง ๆ อาทิ กัมพูชา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยโอยิกะตั้งเป้าที่จะปฏิวัติเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่และเทคโนโลยีชาร์จไฟฟ้าแบบตรงในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งการปฏิวัติของโอยิกะเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในความพยายามระดับโลกผ่านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development : SDGs)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25969 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/OYIKA2.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ในงานเปิดตัวดังกล่าว โอยิกะได้จัดช่วงสัมมนาอันกล่าวถึงประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผันเปลี่ยนมาใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าและระบบสลับแบตเตอรี่ รวมถึงการอภิปรายที่โดดเด่นประกอบด้วยข้อมูลเชิงลึกทางด้านวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ไฟฟ้าโดยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนและประเทศสิงโปร์ นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายถึงอนาคตของโลกแห่งการสลับแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟฟ้าแบบตรงโดยผู้บริหารระดับสูงของโอยิกะจากประเทศสิงโปร์ ตอกย้ำถึงความสามารถทางเทคโนโลยีของบริษัท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25970 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/OYIKA3.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอยิกะได้จับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชั่นพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความร่วมมือนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการผลิตแบตเตอรี่สำหรับตลาดจักรยานยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมการนำพลังงานสะอาดมาใช้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมสังคมที่ปราศจากคาร์บอน<br />
ในการก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม โอยิกะได้เปิดตัวแบตเตอรี่ 60 โวลต์และ 72 โวลต์ที่ชาร์จเร็วแบบสลับและชาร์จตรงผ่านสถานี Oyika Power Up Station หรือ OPUS ริเริ่มขึ้นด้วยเป้าหมายเพื่อเป็นแม่แบบสู่การขยายสถานีสลับแบตเตอรี่มากกว่า 300 แห่ง และสถานีชาร์จตรงทั่วประเทศไทย โดยได้เริ่มดำเนินการไปแล้วด้วยการติดตั้ง 70 แห่งในกรุงเทพมหานครและภูเก็ต ซึ่งสามารถรองรับกลุ่มเดลิเวอรี่และลูกค้าทั่วไปได้ทั้งระบบสลับแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25971 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/OYIKA4.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>แนวทางที่เป็นนวัตกรรมของโอยิกะขยายไปสู่แนวคิด Platform as a Service โดยนำเสนอผู้บริโภคด้วยระบบนิเวศที่ครอบคลุมสำหรับการใช้งานจักรยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้ สถานีสลับแบตเตอรี่อย่าง OPUS ได้รับการขนานนามว่าเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลา ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ภายในไม่กี่นาทีผ่านกระบวนการง่าย ๆ ที่ทำงานบนมือถือได้อย่างครอบคลุมครบวงจร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25972 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/OYIKA5.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>นอกจากนี้ โอยิกะยังให้บริการด้านแบตเตอรี่ (Battery-as-a-Service: BaaS) และระบบชาร์จไฟฟ้าเพื่อรองรับจักรยานยนต์ไฟฟ้าจากหลากหลายแบรนด์ ได้แก่ TAILG, OKLA, Yadea และ NIU ปัจจุบันมีโมเดลให้เช่า 3 รุ่น ได้แก่ Warrior, Es-1 และ MX Plus เพื่อตอบสนองความต้องการและความชอบของผู้บริโภคที่หลากหลาย</p>
<p>ในเดือนกุมภาพันธ์ โอยิกะได้จัดแสดงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่งาน Electric Vehicle Expo ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จุดเด่นอย่างหนึ่งคือรุ่น MX Plus ที่มีรูปทรงใหญ่ ดีไซน์สวย คล่องตัว ซึ่งถือเป็นการสร้างปรากฎการณ์ด้านภาพลักษณ์ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในอีกมิติที่แตกต่างไม่เหมือนใคร</p>
<p>บริษัท โอยิกะ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมโซลูชั่นอันเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตของการขนส่งที่ยั่งยืน โดยขับเคลื่อนไปสู่อนาคตที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/oyika-battery-clean-energy-innovation/">&#8220;โอยิกะ” ผู้นำด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีแบตเตอรี่จากสิงคโปร์ ชูนวัตกรรมพลังงานสะอาด มุ่งขยายธุรกิจตู้สลับแบตเตอรี่สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายได้ &#8216;บ้านปู&#8217; ไตรมาสแรกทะลุ 3.88 หมื่นล้านบาท ​เร่ง​​ CCUS ในอเมริกา เพิ่มศักยภาพดักจับคาร์บอน 2.55 แสนตันCO2e /ปี พร้อมวางโร้ดแม็พเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/banpu-performance-q1-2024-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 May 2024 07:49:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Barnett Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Cotton Cove]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Storage]]></category>
		<category><![CDATA[Infinite Cafe Powered by Banpu NEXT]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เชิงพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25742</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขายรวม 1,088 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 38,810 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8,924 ล้านบาท) และกำไรสุทธิ 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,552 ล้านบาท) ในช่วงที่ผ่านมาแม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการธุรกิจและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง ด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติ พร้อมเดินหน้าสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero เต็มพิกัด โดยมีโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐอเมริกาที่เตรียมดำเนินการในปีนี้ ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน โรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทยได้เริ่มส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยแล้ว คุณ​สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/banpu-performance-q1-2024-report/">รายได้ &#8216;บ้านปู&#8217; ไตรมาสแรกทะลุ 3.88 หมื่นล้านบาท ​เร่ง​​ CCUS ในอเมริกา เพิ่มศักยภาพดักจับคาร์บอน 2.55 แสนตันCO2e /ปี พร้อมวางโร้ดแม็พเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ</strong> เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขายรวม 1,088 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 38,810 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8,924 ล้านบาท) และกำไรสุทธิ 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,552 ล้านบาท)</p>
<p><span id="more-25742"></span></p>
<p>ในช่วงที่ผ่านมาแม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการธุรกิจและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง ด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติ พร้อมเดินหน้าสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero เต็มพิกัด โดยมีโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐอเมริกาที่เตรียมดำเนินการในปีนี้ ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน โรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทยได้เริ่มส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยแล้ว</p>
<p><strong>คุณ​สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ในไตรมาส 1   ปี 2567 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม ยกระดับการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจใน 9 ประเทศ และเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อคงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงานและผลิตพลังงาน มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนเพื่อตอบสนองต่อภาวะราคาพลังงานที่ผันผวน สำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน  มีความคืบหน้าของโรงงานประกอบแบตเตอรี่ในประเทศไทยที่ได้เริ่มส่งมอบแบตเตอรี่ชุดแรกแล้ว นอกจากนั้นเรายังมุ่งบริหารพอร์ตโฟลิโอให้สอดคล้องไปกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการจัดสรรงบประมาณการลงทุนอย่างเหมาะสมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25744 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-คุณสินนท์-ว่องกุศลกิจ-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บ้านปู-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับผลการดำเนินงานของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ในไตรมาส 1 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน </strong>ด้าน<strong>ธุรกิจเหมือง</strong> บริษัทฯ เร่งดำเนินมาตรการต่าง ๆ ทั้งการควบคุมต้นทุนการผลิต การเสริมประสิทธิภาพในการผลิตและการขนส่ง ที่ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรและลดสิ่งเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต และดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้ได้คุณภาพของสินค้าตรงตามความต้องการของลูกค้า ทำให้ยังคงสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง</p>
<p><strong>ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ </strong>บริษัทฯ ยังคงใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาก๊าซธรรมชาติที่มีความผันผวน ในส่วนโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐอเมริกา เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ใน Scope 1 และ 2 ในปี 2568 โครงการแรก “<strong>Barnett Zero</strong>” ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงการที่สอง “<strong>Cotton Cove</strong>” ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการภายในปี 2567 นี้ โดยแต่ละโครงการมีอัตราการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 210,000 และ 45,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25754 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน</strong> สำหรับ <strong>ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน</strong> มีผลการดำเนินงานตามเป้าและคงประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าที่ดีต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของความต้องการการใช้ไฟฟ้าในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่มีเสถียรภาพและสร้างความมั่นคงในระบบการจ่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการในช่วงที่สภาพภูมิอากาศมีความผันผวน อีกทั้งยังมีความเติบโตของการใช้ AI และ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศต่าง ๆ ส่วน <strong>ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</strong>ในประเทศจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และออสเตรเลีย ยังคงรายงานผลการดำเนินงานที่ดี สร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ แม้ในไตรมาสนี้จะเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน </strong>มีการเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยการมุ่งขยายฐานลูกค้าและการลงทุนร่วมกับพันธมิตรใหม่ ๆ ใน<strong>ธุรกิจ</strong><strong>แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน</strong> <strong>(</strong><strong>Battery &amp; Energy Storage System Solutions: BESS</strong><strong>)</strong> โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บ้านปู เน็กซ์ และ เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยมากกว่า 20,000 ชุด โดยมีเป้าหมายการผลิตรวม 60,000 ชุดต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25746 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-โรงงาน-SVOLT-Thailand_1.jpg" alt="" width="517" height="694" /></p>
<p>พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดตั้งโรงงานและพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการกักเก็บพลังงาน เซลล์แบตเตอรี่ และการรีไซเคิลแบตเตอรี่ ​ขณะที่โรงงานประกอบแบตเตอรี่ดีพี เน็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของบ้านปู เน็กซ์ และดูราเพาเวอร์ สามารถ​​ส่งมอบแบตเตอรี่ชุดแรกให้กับเชิดชัยมอเตอร์เซลส์เพื่อนำไปใช้กับรถบัสไฟฟ้าแล้วเช่นกัน โดยมีเป้ากำลังการผลิตรวมที่ 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง</p>
<p>นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้ยังมีการเปิดตัวโครงการ ‘<strong>Infinite Cafe Powered by Banpu NEXT</strong>’ เฟสที่สอง ที่จามจุรีสแควร์ ในรูปแบบป๊อปอัพคาเฟ่ที่มีระบบโซลาร์รูฟท๊อปผลิตไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่กักเก็บไฟฟ้าในตัว ซึ่งเป็นการนำเสนอโซลูชันพลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คน เพื่อขยายสู่กลุ่มลูกค้าธุรกิจบริการต่าง ๆ ในส่วนโครงการบริหารจัดการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซนซี คาดว่าจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาส 4 ปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25743 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-Infinite-Cafe-Powered-by-Banpu-NEXT_Phase-2_with-Visitors.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>จากความโดดเด่นในการบริหารจัดการและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านปูได้รับ 3 รางวัลจากงาน Employee Experience Awards 2024 ซึ่งจัดโดย Human Resources Online ประเทศสิงคโปร์ ในประเภท Best Management Training Programme (ระดับ Silver) ประเภท Best Holistic Leadership Development Strategy (ระดับ Silver) และประเภท Best Executive Coaching Programme (ระดับ Bronze) สะท้อนความมุ่งมั่นของบ้านปูในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Organization)  และการตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรบุคคลที่เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของบริษัทฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25747 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ-Temple-I-II.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“บ้านปูยังคงสร้างการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอพลังงาน โดยมุ่งสานต่อโร้ดแม็พภารกิจการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืน (Sustainable Energy Transition) สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือการสร้างกระแสเงินสดให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ​จากการดำเนินงานที่เต็มประสิทธิภาพของสินทรัพย์ต่าง ๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาสนับสนุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมการต่อยอดโอกาสเพิ่มรายได้จากการเลือกลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนสูง โดยผสานความแข็งแกร่งทั้งในธุรกิจที่มีอยู่เดิมและธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตไม่ว่าจะภาคพลังงานหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็เร่งผลักดันการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินธุรกิจเพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ ผมเชื่อว่าการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในทุกมิติของบ้านปู ควบคู่ไปกับการมุ่งบรรลุเป้าด้านความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการในทุกกระบวนการทางธุรกิจ จะสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้อย่างแท้จริง” <strong>คุณสินนท์</strong> กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/banpu-performance-q1-2024-report/">รายได้ &#8216;บ้านปู&#8217; ไตรมาสแรกทะลุ 3.88 หมื่นล้านบาท ​เร่ง​​ CCUS ในอเมริกา เพิ่มศักยภาพดักจับคาร์บอน 2.55 แสนตันCO2e /ปี พร้อมวางโร้ดแม็พเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Apple ประกาศใช้โคบอลต์รีไซเคิลในแบตเตอรี่ทั้งหมดของทุกผลิตภัณฑ์ภายในปี 2025</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/apple-commits-to-100-recycled-cobalt-in-batteries-by-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Apr 2023 07:15:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[Apple Watch]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[iPad]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[Mac]]></category>
		<category><![CDATA[MacBook]]></category>
		<category><![CDATA[Recycled Cobalt]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[ทิม คุก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[แอปเปิ้ล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18193</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Apple ได้ออกมาประกาศถึงความพยายามในการเร่งเดินหน้าสู่การเป็นบริษัทที่เป็นกลางทางคาร์บอนด้วยการเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแบรนด์ โดยเฉพาะการใช้โคบอลต์รีไซเคิลในแบตเตอรี่ของทุกผลิตภัณฑ์ให้ได้ 100% ภายในปี 2025 โดยความพยายามล่าสุดนี้จะทำให้ Apple เข้าใกล้วัตถุประสงค์สูงสุดของบริษัทที่ต้องการนำวัสดุรีไซเคิลและหมุนเวียนมาใช้กับทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัท ในขณะเดียวกันก็ยังคงพัฒนาเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดบรรลุเป้าการเป็นกลางทางคาร์บอน “ทุกๆ วัน Apple กำลังสร้างนวัตกรรมที่ทำให้เทคโนโลยียกระดับชีวิตของผู้คน ขณะเดียวกันก็ปกป้องโลกที่เราทุกคนมีร่วมกัน” ทิม คุก ซีอีโอของ Apple กล่าว “จากวัสดุรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์ของเราสู่พลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานของเรา งานด้านสิ่งแวดล้อมของเราเป็นส่วนสำคัญในทุกสิ่งที่เราดำเนินงานและเพื่อสิ่งที่เราเป็น ดังนั้น เราจะเดินหน้าในสิ่งที่เราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ควรที่จะดีต่อผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของเรา และดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย” การใช้งานโคบอลต์รีไซเคิล ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา Apple ได้เพิ่มการใช้โคบอลต์รีไซเคิลที่ได้รับการรับรอง 100% โดยในปี 2022 หนึ่งในสี่ของการใช้โคบอลต์ทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ของ Apple นั้น มาจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งนับว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 13% ทั้งนี้ โคบอลต์นับเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ของ Apple เนื่องจากมันสามารถให้ความหนาแน่นของพลังงานในระดับสูงในขณะเดียวกันก็ยังเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่เข้มงวดของบริษัท โดยการใช้โคบอลต์ใน Apple ส่วนใหญ่มาจากแบตเตอรี่ที่ได้รับการออกแบบให้กับ iPhone, iPad, Apple Watch, MacBook [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/apple-commits-to-100-recycled-cobalt-in-batteries-by-2025/">Apple ประกาศใช้โคบอลต์รีไซเคิลในแบตเตอรี่ทั้งหมดของทุกผลิตภัณฑ์ภายในปี 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x78zum5 xh8yej3" role="none">
<div class="x1tlxs6b x1g8br2z x14ctfv x6ikm8r x10wlt62 x1mzt3pk x1y1aw1k xn6708d xwib8y2 x1ye3gou x1n2onr6 x13faqbe x1vjfegm x5pf9jr xo71vjh x9f619 x16it46q xh8yej3" role="none">
<div class="x9f619 x1n2onr6 x1ja2u2z __fb-light-mode" role="none">
<div class="x6prxxf x1fc57z9 x1yc453h x126k92a xzsf02u" dir="auto" role="none">ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Apple ได้ออกมาประกาศถึงความพยายามในการเร่งเดินหน้าสู่การเป็นบริษัทที่เป็นกลางทางคาร์บอนด้วยการเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแบรนด์ โดยเฉพาะการใช้โคบอลต์รีไซเคิลในแบตเตอรี่ของทุกผลิตภัณฑ์ให้ได้ 100% ภายในปี 2025</div>
</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-18193"></span></p>
<p>โดยความพยายามล่าสุดนี้จะทำให้ Apple เข้าใกล้วัตถุประสงค์สูงสุดของบริษัทที่ต้องการนำวัสดุรีไซเคิลและหมุนเวียนมาใช้กับทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัท ในขณะเดียวกันก็ยังคงพัฒนาเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดบรรลุเป้าการเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<p>“ทุกๆ วัน Apple กำลังสร้างนวัตกรรมที่ทำให้เทคโนโลยียกระดับชีวิตของผู้คน ขณะเดียวกันก็ปกป้องโลกที่เราทุกคนมีร่วมกัน” <strong>ทิม คุก</strong> ซีอีโอของ Apple กล่าว “จากวัสดุรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์ของเราสู่พลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานของเรา งานด้านสิ่งแวดล้อมของเราเป็นส่วนสำคัญในทุกสิ่งที่เราดำเนินงานและเพื่อสิ่งที่เราเป็น ดังนั้น เราจะเดินหน้าในสิ่งที่เราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ควรที่จะดีต่อผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของเรา และดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18196 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Apple2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การใช้งานโคบอลต์รีไซเคิล </strong></p>
<p>ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา Apple ได้เพิ่มการใช้โคบอลต์รีไซเคิลที่ได้รับการรับรอง 100% โดยในปี 2022 หนึ่งในสี่ของการใช้โคบอลต์ทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ของ Apple นั้น มาจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งนับว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 13%</p>
<p>ทั้งนี้ โคบอลต์นับเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ของ Apple เนื่องจากมันสามารถให้ความหนาแน่นของพลังงานในระดับสูงในขณะเดียวกันก็ยังเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่เข้มงวดของบริษัท โดยการใช้โคบอลต์ใน Apple ส่วนใหญ่มาจากแบตเตอรี่ที่ได้รับการออกแบบให้กับ iPhone, iPad, Apple Watch, MacBook และผลิตภัณฑ์อื่น</p>
<p>หนึ่งในนวัตกรรมด้านการรีไซเคิลและการแยกชิ้นส่วนของ Apple คือ Daisy หุ่นยนต์แยกชิ้นส่วน iPhone ​ที่จะทำหน้าที่แยกแบตเตอรี่ออกจากชิ้นส่วนอื่นๆ เพื่อให้บริษัทรีไซเคิลเฉพาะทางสามารถรีไซเคิลโคบอลต์และวัสดุอื่นๆ ซึ่งรวมถึงลิเธียม โดยตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา Apple ประเมินว่ามีโคอลต์จำนวนมากกว่า 11,000 กิโลกรัม ที่ Daisy ได้รีไซเคิลจากแบตเตอรี่และนำกลับเข้าสู่ตลาดทุติยภูมิ นอกจากนี้ Daisy ยังช่วยรีไซเคิลแร่โลหะหายากที่ส่วนใหญ่สูญเสียไปจากกระบวนการรีไซเคิลสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบเก่า เพื่อให้กระบวนการรีไซเคิลมีศักยภาพที่ดีขึ้นได้</p>
<p><strong>แพ็กเกจจิ้งที่ยั่งยืน</strong></p>
<p>Apple ยังตั้งเป้าหมายที่จะไม่ใช้พลาสติกในแพ็กเกจจิ้งให้ได้ภายในปี 2025 โดย Apple ได้พัฒนาเส้นใยทางเลือกสำหรับใช้ในแพ็กเกจจิ้งขึ้นมา เช่น ฟิล์มสำหรับหน้าจอ แร็ปห่อหุ้ม และโฟมกันกระแทก เพื่อให้เป็นไปตามความมุ่งมั่นของบริษัที่ตั้งใจไว้ โดยยังคงมีพลาสติกอีก 4% ที่บริษัทต้องหาทางดำเนินการ เช่น การเปลี่ยนฉลาก และการเคลือบ เป็นต้น</p>
<p>ในปีที่ผ่านมา Apple ยังได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์แบบกำหนดเองที่พิมพ์ข้อมูลดิจิทัลลงบนกล่อง iPhone 14 และ iPhone 14 Pro ซึ่งช่วยลดความจำเป็นการใช้งานฉลากนั่นเอง</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังได้ใช้สารเคลือบเงาทับแบบใหม่บนแพ็กเกจจิ้งของ iPad Air, iPad Pro และ Apple Watch Series 8 ที่เข้ามาแทนที่การเคลือบพลาสติกโพลีโพรพอลีนที่มักพบเป็นส่วนประกอบบนกล่องและแพ็กเกจจิ้งอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18195 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Apple3.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p>กล่าวได้ว่า นวัตกรรมทั้งหมดนี้ช่วยให้ Apple ลดการสร้างพลาสติกได้มากถึง 1,100 เมตริกตัน และยังช่วยลดการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกกว่า 2,400 เมตริกตันเลยทีเดียว</p>
<div class="x78zum5 xh8yej3" role="none">
<div dir="auto" role="none"></div>
<div dir="auto" role="none"><a href="https://www.environmentalleader.com/2023/04/apple-to-use-100-recycled-cobalt/" target="_blank" rel="noopener">source</a></div>
<div dir="auto" role="none"><a href="https://www.apple.com/newsroom/2023/04/apple-will-use-100-percent-recycled-cobalt-in-batteries-by-2025/" target="_blank" rel="noopener">source</a></div>
<div class="x1h91t0o xkh2ocl x78zum5 xdt5ytf x13a6bvl x193iq5w x1iyjqo2 xcrg951" role="none">
<div class="x1r8uery x1iyjqo2" role="none"></div>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/apple-commits-to-100-recycled-cobalt-in-batteries-by-2025/">Apple ประกาศใช้โคบอลต์รีไซเคิลในแบตเตอรี่ทั้งหมดของทุกผลิตภัณฑ์ภายในปี 2025</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Greenflation&#8217; เอฟเฟ็กต์จากกระแสรักษ์โลก กระทบการเติบโตของตลาด EV Battery</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/greenflation-key-challenge-of-growth-for-ev-battery-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Aug 2022 06:06:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[EIC]]></category>
		<category><![CDATA[EV Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Gigafactory]]></category>
		<category><![CDATA[Greenflation]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[S Curve]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเธียม]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเธียมไฮดรอกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการลงุทน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13348</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุมมองของ EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ต่อธุรกิจแบตเตอรี่สำหรับรถ EV ที่มีแนวโน้มการขยายตัวตามการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม S-Curve ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ คือ ปัญหา “Greenflation” ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และแร่ธาตุต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคม Net Zero ทั้งนี้ Bloomberg คาดการณ์ว่าความต้องการแบตเตอรี่สำหรับรถ EV ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 26% ต่อปี (ระหว่างปี 2022-2030) ขณะที่ในประเทศไทย ปัจจุบันมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนระดับ Gigafactory แห่งแรกในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังการผลิตสูงถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งนอกจากจะเสริมศักยภาพการเติบโตของรถ EV แล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนและสนับสนุนความยั่งยืน EIC มองว่าปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแบตเตอรี่ในประเทศ ได้แก่ 1) การเติบโตของยอดขายรถ EV ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐได้ออกนโยบายส่งเสริมการใช้รถ EV เช่น การอุดหนุนราคา การลดภาษีนำเข้า และลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% อีกทั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/greenflation-key-challenge-of-growth-for-ev-battery-industry/">&#8216;Greenflation&#8217; เอฟเฟ็กต์จากกระแสรักษ์โลก กระทบการเติบโตของตลาด EV Battery</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุมมองของ EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ต่อธุรกิจแบตเตอรี่สำหรับรถ EV ที่มีแนวโน้มการขยายตัวตามการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม S-Curve ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ คือ ปัญหา<strong> “Greenflation”</strong> ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และแร่ธาตุต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคม Net Zero</p>
<p><span id="more-13348"></span></p>
<p>ทั้งนี้ Bloomberg คาดการณ์ว่าความต้องการแบตเตอรี่สำหรับรถ EV ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 26% ต่อปี (ระหว่างปี 2022-2030) ขณะที่ในประเทศไทย ปัจจุบันมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนระดับ Gigafactory แห่งแรกในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังการผลิตสูงถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งนอกจากจะเสริมศักยภาพการเติบโตของรถ EV แล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนและสนับสนุนความยั่งยืน</p>
<p>EIC มองว่าปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแบตเตอรี่ในประเทศ ได้แก่</p>
<p><strong>1) การเติบโตของยอดขายรถ EV</strong> ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐได้ออกนโยบายส่งเสริมการใช้รถ EV เช่น การอุดหนุนราคา การลดภาษีนำเข้า และลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% อีกทั้ง สถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและมีความผันผวน จะเป็นแรงจูงใจให้คนหันมาซื้อรถ EV มากขึ้น โดย EIC คาดว่ายอดขายรถ EV ของไทยจะขยายตัวปีละ 17.6% (ระหว่างปี 2022-2030)</p>
<p><strong>2) กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong> ซึ่งรถ EV สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตั้งแต่กระบวนการผลิตรถยนต์ไปจนถึงขั้นตอนการขับขี่ ทั้งนี้จากข้อมูลของสถาบันยานยนต์ การใช้รถ EV ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 64% เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายใน</p>
<p><strong>3) การสนับสนุนธุรกิจแบตเตอรี่</strong> เช่น BOI ได้ขยายนโยบายลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่ จาก 2 ปี เป็น 5 ปี และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ซึ่งหากตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% เพิ่มอีก 5 ปี ทำให้บริษัทที่อยู่ในธุรกิจแบตเตอรี่มีความต้องการขยายกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13352 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/BAT-EV-1.jpg" alt="" width="1200" height="791" /></p>
<p><strong> “Greenflation” ความท้าทายต่อการเติบโต</strong></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตามองของธุรกิจแบตเตอรี่ในระยะสั้น คือ ปัญหา<strong> “Greenflation”</strong> ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และแร่ธาตุต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคม Net Zero ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่สูงขึ้น เช่น ราคาลิเธียมไฮดรอกไซด์ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ ณ สิ้นปี 2021 ขยายตัวสูงถึง 311% YOY มาอยู่ที่ 32,650 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน เทียบกับราคาเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง (ปี 2016-2020) อยู่ที่ราว 15,130 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน เท่านั้น</p>
<p>ทั้งนี้ สาเหตุมาจากความต้องการใช้แบตเตอรี่เพิ่มสูงขึ้นตามการเติบโตของยอดขายรถยนต์ EV ในขณะที่อุปทานมีปัญหาขาดแคลนแร่ลิเธียม จากการขาดการลงทุนในเหมืองลิเธียมทำให้การผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ รวมไปถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เหมืองลิเธียมบางแห่งในยูเครนต้องหยุดการผลิต ส่วนรัสเซียไม่สามารถส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์จากการคว่ำบาตรจึงเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาพลังงาน และแร่ธาตุต่าง ๆ ทะยานสูงขึ้น</p>
<p>สอดคล้องกับ Bloomberg ที่ประเมินว่าในปี 2022 อุปสงค์และอุปทานของลิเธียมไฮดรอกไซด์ทั่วโลกจะอยู่ที่ 771,365 และ 437,558 เมตริกตัน ตามลำดับ ส่งผลให้ตลาดขาดแคลนลิเธียมไฮดรอกไซด์ราว 333,807 เมตริกตัน ซึ่งในปัจจุบันมีการวิจัยเพื่อหาวัตถุดิบอื่น ๆ มาแทน ลิเธียมไอออน เช่น โซเดียมไอออน</p>
<p>ปัญหาดังกล่าวในประเทศไทยถือเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากยังต้องนำเข้าวัตถุดิบสำคัญ เช่น แร่ลิเธียม นิกเกิล ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ทั้งนี้ ผู้ผลิตแบตเตอรี่ในไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตขั้วตั้งต้น ผลิตส่วนประกอบ และประกอบชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ใน value chain กลางน้ำ หากผู้ประกอบการแบตเตอรี่สามารถทำ Backward integration โดยเข้าร่วมลงทุนหรือเป็นพันธมิตรกับบริษัทผลิตแร่ หรือทำ R&amp;D ขั้วแคโทด/ขั้วแอโนด/สารละลายอิเล็กโทรไลต์ เพื่อลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น รวมถึงลดปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ที่จะมีความต้องการสูงในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/greenflation-key-challenge-of-growth-for-ev-battery-industry/">&#8216;Greenflation&#8217; เอฟเฟ็กต์จากกระแสรักษ์โลก กระทบการเติบโตของตลาด EV Battery</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Volvo Group เร่งโรดแม็พเลิกใช้ฟอสซิล ภายในปี 2030 พร้อมประกาศตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถเชิงพาณิชย์ในสวีเดน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/volvo-group-build-battery-plant-for-ev-truck/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Aug 2022 03:25:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Battery EV]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Fossil Free]]></category>
		<category><![CDATA[Martin Lundstedt]]></category>
		<category><![CDATA[Volvo Group]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงฟอสซิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=13301</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ​ ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ เร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ใจรักษ์โลก และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ Volvo เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ยังคงพัฒนารถยนต์ EV อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด  Volvo Group  ประกาศแผนในการก่อตั้งโรงงานผลิตเซลแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในเมือง Skaraborg ประเทศสวีเดน โดยมุ่งไปที่รถและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถบรรทุก รถบัส อุปกรณ์ก่อสร้าง และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอื่นๆ จากทั่วโลก  Martin Lundstedt ประธานและซีอีโอ ของ Volvo Group กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบขนส่งที่ลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านการนำเสนอโซลูชันระยะยาวสำหรับการขนส่งที่ปลอดฟอสซิล 100% รวมทั้งตั้งเป้ายอดขายในอนาคต จะมาจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าราว 35% ภายในปี 2030 “การไปสู่เป้าหมายท่ีเพิ่มขึ้นนี้จะต้องใช้แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงปริมาณมาก ซึ่งต้องผลิตโดยใช้พลังงานที่ปราศจากฟอสซิล เป็นเหตุผลให้​จำเป็นต้องมีการรวมกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ไว้ในฟุ้ตพริ้นท์ทางอุตสาหกรรมในอนาคตของเรา” ทั้งนี้  ​Volvo Group ​วางแผนไว้ว่า จะค่อยๆ เพิ่มกำลังการผลิตและบรรลุการผลิตขนาดใหญ่ในปี 2030 โดยเซลแบตเตอรี่จะได้รับการออกแบบสำหรับใช้งานกับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ เพื่อรองรับการเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า อุปกรณ์ก่อสร้างไฟฟ้า และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอื่นๆ ขณะที่การเลือกพื้นที่ตั้งโรงงานในเมือง Skaraborg  ถือว่ามีความเหมาะสม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/volvo-group-build-battery-plant-for-ev-truck/">Volvo Group เร่งโรดแม็พเลิกใช้ฟอสซิล ภายในปี 2030 พร้อมประกาศตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถเชิงพาณิชย์ในสวีเดน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ​ ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ เร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ใจรักษ์โลก และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์</span></p>
<p><span id="more-13301"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Volvo เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ยังคงพัฒนารถยนต์ EV อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด  Volvo Group  ประกาศแผนในการก่อตั้งโรงงานผลิตเซลแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในเมือง Skaraborg ประเทศสวีเดน โดยมุ่งไปที่รถและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถบรรทุก รถบัส อุปกรณ์ก่อสร้าง และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอื่นๆ จากทั่วโลก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Martin Lundstedt ประธานและซีอีโอ ของ Volvo Group กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบขนส่งที่ลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านการนำเสนอโซลูชันระยะยาวสำหรับการขนส่งที่ปลอดฟอสซิล 100% รวมทั้งตั้งเป้ายอดขายในอนาคต จะมาจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าราว 35% ภายในปี 2030</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การไปสู่เป้าหมายท่ีเพิ่มขึ้นนี้จะต้องใช้แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงปริมาณมาก ซึ่งต้องผลิตโดยใช้พลังงานที่ปราศจากฟอสซิล เป็นเหตุผลให้​จำเป็นต้องมีการรวมกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ไว้ในฟุ้ตพริ้นท์ทางอุตสาหกรรมในอนาคตของเรา”</span></p>
<p>ทั้งนี้  ​Volvo Group ​วางแผนไว้ว่า จะค่อยๆ เพิ่มกำลังการผลิตและบรรลุการผลิตขนาดใหญ่ในปี 2030 โดยเซลแบตเตอรี่จะได้รับการออกแบบสำหรับใช้งานกับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ เพื่อรองรับการเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า อุปกรณ์ก่อสร้างไฟฟ้า และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอื่นๆ</p>
<p>ขณะที่การเลือกพื้นที่ตั้งโรงงาน<span style="font-weight: 400;">ในเมือง Skaraborg  ถือว่ามีความเหมาะสม เนื่องจาก ตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานระบบส่งกำลังหลักในปัจจุบันของ Volvo Group พร้อมทั้งสามารถใช้ประโยชน์จากความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมและลอจิสติกส์ที่มีอยู่ในภูมิภาคนี้ ​ ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานที่ปราศจากฟอสซิลของสวีเดน ศูนย์ R&amp;D ของ Volvo Group และสำนักงานใหญ่ในโกเธนเบิร์กอยู่ห่างออกไปเพียงสองชั่วโมง  ซึ่งการจัดตั้งยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการประเมินทางด้านสิ่งแวดล้อม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่า Volvo มุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าพร้อมทั้งผลักดันไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง </span> Volvo Group กับ พาร์ทเนอร์ ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อพาร์ทเนอร์ดังกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/fossil-free-battery-production" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.autoblog.com/2022/08/04/volvo-truck-battery-factory/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.volvogroup.com/en/news-and-media/news/2022/aug/volvo-group-starts-process-to-establish-plant-for-battery-production.html" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/volvo-group-build-battery-plant-for-ev-truck/">Volvo Group เร่งโรดแม็พเลิกใช้ฟอสซิล ภายในปี 2030 พร้อมประกาศตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถเชิงพาณิชย์ในสวีเดน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคมบริดจ์ระดมทุน 50 ล้านปอนด์ พัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า​ ใช้เวลาชาร์จไฟไม่ถึง 5 นาที ประสิทธิภาพดีกว่าเดิม 10 เท่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/cambridge-developed-5-minutes-ev-charging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Jul 2022 03:51:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Cambridge]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Nyobolt​]]></category>
		<category><![CDATA[Raise Fund]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[start-up]]></category>
		<category><![CDATA[นิโอโบลท์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่รถอีวี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12868</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตาร์ทอัพมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ระดมทุน 50 ล้านปอนด์ เพื่อพัฒนาแบตเตอรี่ให้สามารถลดระยะเวลาในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในไม่เกิน 5 นาที ประสิทธิภาพดีขึ้น 10 เท่า ช่วยลดข้อจำกัดการใช้งานรถไฟฟ้า Nyobolt​ (นิโอโบลท์) กลุ่มสตาร์ทอัพ นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์​  ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ได้ระดมเงินทุนจาก Masan High-Tech Materials บริษัทซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนอะไหล่ของเวียดนาม ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่า  300 ล้านปอนด์ ศาสตราจารย์​ Prof Clare Philomena Grey ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่นี้กล่าวว่า แบตเตอรี่ของ Nyobolt​ ใช้แอโนดจากไนโอเบียม ซึ่งเป็นผลึกโลหะสีเทาและทังสเตนที่ช่วยให้ชาร์จแบตได้เร็วขึ้น โดยเทคโนโลยีนี้สามารถชาร์จไฟได้ 90% ของความจุภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพและความทนทานในการใช้งานให้เพิ่มขึ้นได้ถึง 10 เท่า จึงช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านระยะทางในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าลงได้ ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ส่วนใหญ่ จะเดินทางได้ราว 300 ไมล์ ก่อนจะต้องทำการชาร์จซ้ำใหม่อีกครั้ง ทำให้เป็นข้อจำกัดในการเดินทางไกล เพราะผู้ขับขี่กลัวว่าอาจจะต้องเสียเวลาอยู่ข้างทางระหว่างที่ต้องรอชาร์จแบตเตอรี่ใหม่ ซึ่งการพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้ จะช่วยลดเวลาในการชาร์จลงและทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานกังวลมากที่สุด Nyobolt [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/cambridge-developed-5-minutes-ev-charging/">เคมบริดจ์ระดมทุน 50 ล้านปอนด์ พัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า​ ใช้เวลาชาร์จไฟไม่ถึง 5 นาที ประสิทธิภาพดีกว่าเดิม 10 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สตาร์ทอัพมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ระดมทุน 50 ล้านปอนด์ เพื่อพัฒนาแบตเตอรี่ให้สามารถลดระยะเวลาในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในไม่เกิน 5 นาที ประสิทธิภาพดีขึ้น 10 เท่า ช่วยลดข้อจำกัดการใช้งานรถไฟฟ้า</p>
<p><span id="more-12868"></span></p>
<p>Nyobolt​ (นิโอโบลท์) กลุ่มสตาร์ทอัพ นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์​  ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ได้ระดมเงินทุนจาก Masan High-Tech Materials บริษัทซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนอะไหล่ของเวียดนาม ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่า  300 ล้านปอนด์</p>
<p>ศาสตราจารย์​ Prof Clare Philomena Grey ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่นี้กล่าวว่า แบตเตอรี่ของ Nyobolt​ ใช้แอโนดจากไนโอเบียม ซึ่งเป็นผลึกโลหะสีเทาและทังสเตนที่ช่วยให้ชาร์จแบตได้เร็วขึ้น โดยเทคโนโลยีนี้สามารถชาร์จไฟได้ 90% ของความจุภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพและความทนทานในการใช้งานให้เพิ่มขึ้นได้ถึง 10 เท่า จึงช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านระยะทางในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าลงได้</p>
<p>ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ส่วนใหญ่ จะเดินทางได้ราว 300 ไมล์ ก่อนจะต้องทำการชาร์จซ้ำใหม่อีกครั้ง ทำให้เป็นข้อจำกัดในการเดินทางไกล เพราะผู้ขับขี่กลัวว่าอาจจะต้องเสียเวลาอยู่ข้างทางระหว่างที่ต้องรอชาร์จแบตเตอรี่ใหม่ ซึ่งการพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้ จะช่วยลดเวลาในการชาร์จลงและทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานกังวลมากที่สุด</p>
<p>Nyobolt ยังสามารถใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและหุ่นยนต์ได้ด้วยเช่นกัน ศาสตราจารย์เกรย์ ซึ่งเป็นทีมผู้พัฒนาบอกถึงความรู้สึกตื่นเต้นที่ผลงานจากการพัฒนาจะถูกแนะนำสู่ตลาดเพื่อการใช้งานจริง</p>
<p>สำหรับเงินทุนก้อนใหม่นี้ จะนำไปขยายโรงงานผลิตแห่งใหม่ใน UK รวมทั้งการขยายโรงงานปัจจุบันในสหรัฐ โดยบริษัทมีแผนจะผลิตแบตเตอรี่จำนวนหลายล้านยูนิต ภายในปีหน้า รวมทั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นด้วยการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าด้วย นอกจากนี้ Nyobolt ยังวางแผนด้านการบริหารจัดการในการจัดเก็บแบตเตอรีสำหรับนำกลับมารีไซเคิลใหม่อีกด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ ทางรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้อัดฉีดเงิน 330 ล้านปอนด์ สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านแบตเตอรี่ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสู่ Net zero ในปี 2050 และนับจากปี 2030 สหราชอาณาจักรจะเริ่มห้ามการขายรถยนต์ใหม่ที่เป็นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล และหันมาใช้รถไฟฟ้า ขณะที่ในอังกฤษยังมีบริษัท Britishvolt ที่กำลังวางแผนพัฒนาแบตเตอรี่ ‘gigafactory’ อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ และได้รับทุนเบื้องต้น 1,700 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และในเดือนมีนาคมสามารถระดมทุนเพิ่มได้อีก 40 ล้านปอนด์ จากเหมือง Glencore</p>
<p><a href="https://www.telegraph.co.uk/technology/2022/07/15/cambridge-professor-raises-50m-5-minute-electric-car-charging/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/cambridge-developed-5-minutes-ev-charging/">เคมบริดจ์ระดมทุน 50 ล้านปอนด์ พัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า​ ใช้เวลาชาร์จไฟไม่ถึง 5 นาที ประสิทธิภาพดีกว่าเดิม 10 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
