<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BCG Model &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/bcg-model/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Jun 2025 23:53:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>BCG Model &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สวทช. จับมือ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ฯ จังหวัดตาก เดินหน้าฟื้นฟูป่าและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน  ส่งมอบไผ่รวกใหญ่ 5,000 ต้น และ Seed Balls กว่า 2,500 ลูก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/nstda-bcg-model-in-tak/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 23:49:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Seed Balls]]></category>
		<category><![CDATA[กานดิษฏ์ สิงหากัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชาญวิทย์ สุริยฉัตรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ยี่โถ ทัพภะทัต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ BCG]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ไผ่รวก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34061</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดตาก จัด “กิจกรรมส่งมอบไผ่รวกใหญ่รู้อายุ และกิจกรรมปลูกฟื้นฟูป่าด้วย Seed balls และกล้าไผ่” ณ พระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยได้ทำการส่งมอบไผ่รวก 5,000 ต้น และ Seed Balls กว่า 2,500 ลูก ให้กับโครงการฯ เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่เหมืองผาแดง ที่เดิมเป็นเหมืองแร่สังกะสี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างเศรษฐกิจชุมชน ให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวและความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นฟูป่า โดยมีนายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอแม่สอด ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมรับมอบในงาน พร้อมด้วยเยาวชนนักเรียนและชุมชนกว่า 100 คนร่วมในงาน นายกานดิษฏ์ สิงหากัน หัวหน้าโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดตาก กล่าวว่า โครงการฯ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก ไบโอเทค สวทช. ในการดำเนินชุดโครงการ “การอนุรักษ์ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในพื้นที่เหมืองผาแดงฯ” โดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน ซึ่งได้ก่อให้เกิด 9 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/nstda-bcg-model-in-tak/">สวทช. จับมือ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ฯ จังหวัดตาก เดินหน้าฟื้นฟูป่าและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน  ส่งมอบไผ่รวกใหญ่ 5,000 ต้น และ Seed Balls กว่า 2,500 ลูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดตาก จัด “กิจกรรมส่งมอบไผ่รวกใหญ่รู้อายุ และกิจกรรมปลูกฟื้นฟูป่าด้วย </strong><strong>Seed balls </strong><strong>และกล้าไผ่” ณ พระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก</strong></p>
<p><span id="more-34061"></span></p>
<p><strong> โดยได้ทำการส่งมอบไผ่รวก 5</strong><strong>,</strong><strong>000 ต้น และ </strong><strong>Seed Balls </strong><strong>กว่า 2</strong><strong>,</strong><strong>500 ลูก ให้กับโครงการฯ เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่เหมืองผาแดง ที่เดิมเป็นเหมืองแร่สังกะสี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างเศรษฐกิจชุมชน ให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวและความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นฟูป่า โดยมีนายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอแม่สอด ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมรับมอบในงาน พร้อมด้วยเยาวชนนักเรียนและชุมชนกว่า </strong><strong>100 </strong><strong>คนร่วมในงาน</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34064 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/08.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>นายกานดิษฏ์ สิงหากัน หัวหน้าโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดตาก</strong> กล่าวว่า โครงการฯ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก ไบโอเทค สวทช. ในการดำเนินชุดโครงการ “การอนุรักษ์ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในพื้นที่เหมืองผาแดงฯ” โดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน ซึ่งได้ก่อให้เกิด 9 โครงการย่อย ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน กิจกรรมในวันนี้เป็นการเริ่มต้นการส่งมอบผลงานด้วยการส่งมอบ “อนาคตสีเขียว” คืนสู่ผืนดิน โดย สวทช. ได้ส่งมอบ “กล้าไผ่รวกใหญ่” จำนวน 5,000 กล้า พร้อมทั้งร่วมกันทำกิจกรรมปลูกฟื้นฟูป่าด้วย “Seed balls” ซึ่งเป็นผลผลิตจากงานวิจัยของ สวทช. เช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34068 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/IMG_6657.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. </strong>กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. ได้ส่งมอบกล้าไผ่รวกใหญ่ให้กับโครงการฯ เพื่อใช้ในการฟื้นฟูสภาพป่า โดยกล้าไผ่นี้เป็นผลผลิตจากโครงการคัดเลือกไผ่รู้อายุพันธุ์ดี และการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชในห้องปฏิบัติการ ทำให้ได้กล้าไผ่ที่มีคุณภาพดี สม่ำเสมอ ปลอดโรค ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนการปลูกและการคาดการณ์การเจริญเติบโตแม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลให้การฟื้นฟูป่ารวดเร็วกว่าเดิม รวมถึง<strong> “Seed balls”</strong> ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานวิจัยของไบโอเทค โดย Seed balls คือการนำเมล็ดพันธุ์ไม้ป่ามาห่อหุ้มด้วยดินเหนียวและสารอาหารที่จำเป็น ทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันและเสบียงอาหารให้แก่เมล็ดพันธุ์ ช่วยปกป้องจากศัตรูพืชและสภาพอากาศแห้งแล้ง อีกทั้งยังเพิ่มอัตราการงอกให้สูงขึ้น ทำให้ปลูกป่าได้ง่ายขึ้น เพียงแค่นำไปวางหรือโยนในพื้นที่เป้าหมายก็สามารถเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34063 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/05.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.ชาญวิทย์ สุริยฉัตรกุล หัวหน้าทีมวิจัยความหลากหลายและการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ ไบโอเทค สวทช.</strong> ให้ข้อมูลว่าในโครงการนี้ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และมีการเตรียม Seed balls เสริมด้วยจุลินทรีย์ส่งเสริมการเจริญของพืชกว่า 2,500 ลูกจากพืชป่ามากกว่า 10 ชนิด อาทิ จามจุรีสีทอง(พฤกษ์) ชัยพฤกษ์ กาฬพฤกษ์ พะยูง ประดู่ป่า ชิงชัน กระพี้จั่น สาธร เสลา อินทนิล และไม้แดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชที่มีดอกสวยงามสีชมพูม่วง และพืชเศรษฐกิจที่ให้เนื้อไม้มูลค่าสูง ทั้งนี้ Seed balls เป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ลาดชันและพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก โดยไบโอเทคได้ใช้องค์ความรู้เรื่องจุลินทรีย์ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชโดยใช้จุลินทรีย์พื้นถิ่นที่แยกจากพืชป่าในพื้นที่เหมืองผาแดงมาใช้เพื่อเพิ่มอัตราการงอกและการรอดชีวิตของพืชป่าเป้าหมาย โดยจุลินทรีย์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มธาตุอาหาร ผลิตฮอร์โมนพืช และเพิ่มความทนทานต่อสภาวะที่ไม่เหมาะสมทำให้พืชมีอัตราการรอดชีวิตที่สูงขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34066 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/IMG_6590.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>และ <strong>ดร.ยี่โถ ทัพภะทัต นักวิจัยทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ไบโอเทค สวทช.</strong> ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไบโอเทค สวทช. ได้ส่งมอบ “ต้นไผ่รวกใหญ่รู้อายุ” จำนวน 5,000 ต้นที่ผ่านการคัดเลือกจากการเพาะเมล็ดว่ามีลักษณะที่ดีเด่น สม่ำเสมอ และใช้เป็นต้นแม่พันธุ์ในการขยายต้นพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ ให้แก่โครงการฯ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูป่าและส่งเสริมไผ่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน นอกเหนือจากวิธีการคัดเลือกพันธุ์ไผ่จากเมล็ดด้วยการบูรณาการทั้งด้านจีโนมิกส์และฟีโนมิกส์แล้ว ทางไบโอเทค ยังมีนวัตกรรมเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อระบบโซมาติกเอมบริโอเจเนซิส สำหรับการตัดอายุของไผ่ที่ออกดอกและกำลังทยอยตาย โดยการสร้างเอมบริโอใหม่จากดอกของต้นแม่พันธุ์ลักษณะดี ซึ่งไผ่สายพันธุ์ใหม่ที่ได้ จะมีอายุเริ่มต้นเหมือนการเพาะเมล็ดแต่มีลักษณะดีเด่นเหมือนต้นแม่ที่กำลังตายขุย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน  ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพเพียงพอต่อความต้องการในการปลูกป่าไผ่ในวงกว้าง เทคโนโลยีนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรไผ่ และเป็นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34065 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/10.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และคาดหวังว่าเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และช่วยเร่งให้พื้นที่ผาแดงกลับมาอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งเรียนรู้สีเขียวต่อไป</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/nstda-bcg-model-in-tak/">สวทช. จับมือ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ฯ จังหวัดตาก เดินหน้าฟื้นฟูป่าและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน  ส่งมอบไผ่รวกใหญ่ 5,000 ต้น และ Seed Balls กว่า 2,500 ลูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไบโอเทค นำนวัตกรรม &#8216;ข้าวไทยสู้โลกร้อน&#8217; ส่งตรงถึงชาวนาพิจิตร พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงตลาดผู้ปลูกสู่โรงสี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/biotec-improve-thai-rice-to-resist-climate-change/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 May 2025 09:42:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[APBT]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[BIOTEC]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-friendly Rice]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Rice]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Rice]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรแบบแม่นยำ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวสายพันธุ์ใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหอมชลสิทธิ์ 2]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหอมสยาม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหอมสยาม 2]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไทยสู้โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไบโอเทค 1]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไบโอเทค 1 ข้าวหอมสยาม ข้าวหอมสยาม 2 และข้าวหอมชลสิทธิ์ 2]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วินิตชาญ รื่นใจชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำนาข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมวิจัย APBT ไบโอเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิพนธ์ ชังคะนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์ข้าวทางเลือกใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค สวทช.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32604</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร และสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการผลิตข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบยั่งยืน ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และอุณหภูมิที่สูงขึ้น เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดพิจิตร โดยโรดโชว์ให้ข้อมูลข้าวเจ้า 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวไบโอเทค 1 ข้าวหอมสยาม ข้าวหอมสยาม 2 และข้าวหอมชลสิทธิ์ 2 ที่เป็นนวัตกรรมพันธุ์ข้าวทางเลือกใหม่ พร้อมแนะนำเทคโนโลยีผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เทคนิคการผลิตข้าวที่ลดการปล่อยคาร์บอน ตลอดจนแอปพลิเคชันและเทคโนโลยี AI ทางการเกษตร ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง เชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตข้าวและผู้ประกอบการโรงสี เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการได้พันธุ์ข้าวที่ตรงใจ ดร.วินิตชาญ รื่นใจชน หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ (APBT) ไบโอเทค สวทช. เปิดเผยว่า สวทช. ร่วมกับ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร สภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานพันธมิตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/biotec-improve-thai-rice-to-resist-climate-change/">ไบโอเทค นำนวัตกรรม &#8216;ข้าวไทยสู้โลกร้อน&#8217; ส่งตรงถึงชาวนาพิจิตร พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงตลาดผู้ปลูกสู่โรงสี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)</strong> สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร และสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการผลิตข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบยั่งยืน ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และอุณหภูมิที่สูงขึ้น เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดพิจิตร</p>
<p><span id="more-32604"></span></p>
<p>โดยโรดโชว์ให้ข้อมูลข้าวเจ้า 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวไบโอเทค 1 ข้าวหอมสยาม ข้าวหอมสยาม 2 และข้าวหอมชลสิทธิ์ 2 ที่เป็นนวัตกรรมพันธุ์ข้าวทางเลือกใหม่ พร้อมแนะนำเทคโนโลยีผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เทคนิคการผลิตข้าวที่ลดการปล่อยคาร์บอน ตลอดจนแอปพลิเคชันและเทคโนโลยี AI ทางการเกษตร ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง เชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตข้าวและผู้ประกอบการโรงสี เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการได้พันธุ์ข้าวที่ตรงใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33726 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/LINE_20250522_143751.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.วินิตชาญ รื่นใจชน</strong> หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ (APBT) ไบโอเทค สวทช. เปิดเผยว่า สวทช. ร่วมกับ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร สภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานพันธมิตร จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ภายใต้โครงการ <em><strong>“การใช้พหุเทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อน BCG Model ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานการผลิตข้าวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบยั่งยืน”</strong></em> ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดพิจิตร ได้แก่ อ.สามง่าม อ.บึงนาราง อ.วชิรบารมี อ.ทับคล้อ และ อ.วังทรายพูน</p>
<p>มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ<strong>การผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ทั้งในเรื่องนวัตกรรมพันธุ์ข้าวทางเลือกใหม่ที่รองรับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ได้แก่ <em><strong>ข้าวเจ้าพันธุ์ไบโอเทค 1 ข้าวเจ้าพันธุ์หอมสยาม ข้าวเจ้าพันธุ์หอมสยาม 2 และข้าวเจ้าพันธุ์หอมชลสิทธิ์ 2</strong></em> ซึ่งมีคุณสมบัติที่โดดเด่น เช่น ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช และมีคุณภาพการสีและหุงต้มที่ดี  รวมถึงเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เทคโนโลยีการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือข้าวคาร์บอนต่ำที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33728 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Rice-Thai.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ตลอดจนการใช้แอปพลิเคชันและเทคโนโลยี AI ทางการเกษตร เช่น ไลน์บอทโรคข้าว เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงและทนทานต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดพิจิตร</p>
<p><em>“สวทช. และสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพิจิตร จะดำเนินงานร่วมกันเพื่อนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไปพัฒนาการเกษตรในชุมชนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยมีแผนปฏิบัติการขยายผลโครงการไปยังอำเภอในจังหวัดที่ชัดเจน ได้แก่ อำเภอโพทะเล โดยสหกรณ์การเกษตรโพทะเล จะเน้นการผลิตเมล็ดพันธุ์ขยายและจำหน่ายพันธุ์ข้าวไบโอเทค 1 ส่วนอำเภอทับคล้อ จะเตรียมแผนการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนบ้านนิคมราษฎร์บำรุง พันธุ์ข้าวหอมสยาม และอำเภอวชิรบารมี จะเตรียมแผนการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนหนองโสน พันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ 2 นอกจากนี้ จะมีการร่วมหารือกับผู้ประกอบการและโรงสีข้าวในพื้นที่ เพื่อสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง เชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตข้าวและผู้ประกอบการโรงสี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการผลิตข้าว เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการได้พันธุ์ข้าวที่ตรงใจ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งจังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่เป้าหมาย (area-based) นำร่อง ก่อนจะมีการขยายผลในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป”</em> หัวหน้าทีมวิจัย APBT ไบโอเทค กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33729 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/LINE_20250522_143832.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>นายนิพนธ์ ชังคะนาค</strong> ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านนิคม ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เกษตรกรที่นำพันธุ์ข้าวหอมสยามไปปลูก เล่าว่า เริ่มต้นปลูกข้าวหอมสยาม หลังจากประสบปัญหาข้าวหอมมะลิล้มและให้ผลผลิตต่ำ โดยได้รับพันธุ์ข้าวจากผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ในโครงการ ซึ่งข้าวหอมสยามมีข้อดีคือ ต้นเตี้ย ทนแล้ง และให้ผลผลิตสูงกว่าหอมมะลิถึง 2 เท่า คุณนิพนธ์ทดลองปลูกพื้นที่ 6 ไร่ ได้ผลผลิต 5 ตัน ซึ่งน่าพอใจมาก จากนั้นได้ขยายผลจากปีแรกที่ปลูกพื้นที่ 6 ไร่ เป็น 30 ไร่ในปีต่อมา และได้มีบทบาทในการตั้งศูนย์ข้าวชุมชนบ้านนิคม หมู่ 8 ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 24 คน และพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 350 ไร่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33731 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Rice-Thai2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ได้มีการวางแผนเรื่องการตลาดและการขาย โดยประสานกับศูนย์พันธุ์ข้าวและโรงสีเพื่อทำ MOU รับซื้อข้าวหอมสยามในราคาที่เหมาะสม อีกทั้งยังสนใจการแปรรูปข้าว โดยเฉพาะการทำสาโท ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาชิกในชุมชนสนใจและมองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ทั้งนี้ คุณนิพนธ์และสมาชิกพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ และวางแผนที่จะขยายพื้นที่และพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปต่อไปในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33730 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/LINE_20250522_143842.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/biotec-improve-thai-rice-to-resist-climate-change/">ไบโอเทค นำนวัตกรรม &#8216;ข้าวไทยสู้โลกร้อน&#8217; ส่งตรงถึงชาวนาพิจิตร พร้อมสร้างห่วงโซ่ความมั่นคง ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงตลาดผู้ปลูกสู่โรงสี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวทช. ชู Smart Technology องค์ความรู้พัฒนาพันธุ์พืชผักสมุนไพร-ชีวภัณฑ์  ยกระดับการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/itap-hands-biotec-improve-agricultural-smart-technology/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 May 2025 07:36:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Agricultural]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[BIOTEC]]></category>
		<category><![CDATA[BIOTEC สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[ITAP สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[Plant Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Green House]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประเดิม วณิชชนานันท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เกรียงไกร โมสาลียานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[อภิรักษ์ วิเศษศรีพงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรือนอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอเทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33715</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) และอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) จัดสัมมนา “โอกาสและความท้ายในการยกระดับอุตสาหกรรมเกษตร ด้วยเทคโนโลยี Smart Green House, Plant Factory การพัฒนาพันธุ์พืชผักสมุนไพร และการใช้ชีวภัณฑ์” เพื่อนำเสนอองค์ความรู้และผลงานวิจัยของ สวทช. ไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมเกษตร ประกอบด้วย เทคโนโลยี Smart Green House (โรงเรือนอัจฉริยะ) Plant Factory (โรงงานผลิตพืช) การพัฒนาพันธุ์พืชผักสมุนไพร และการใช้ชีวภัณฑ์ ซึ่งล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจเกษตรปลอดภัยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุณอภิรักษ์ วิเศษศรีพงษ์ ผู้จัดการงานอุตสาหกรรมวัสดุก้าวหน้า โปรแกรม ITAP สวทช. กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจด้านเกษตรในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายโดยตรงจากผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การลดลงอย่างรวดเร็วของทรัพยากรธรรมชาติ การขาดแคลนน้ำและพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดบ่อยครั้ง ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ขีดความสามารถในการแข่งขัน และความมั่นคงในรายได้ของเกษตรกรไทย เครื่องมือหนึ่งที่สำคัญจะนำมาใช้ในการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายดังกล่าว คือ เทคโนโลยีและนวัตกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/itap-hands-biotec-improve-agricultural-smart-technology/">สวทช. ชู Smart Technology องค์ความรู้พัฒนาพันธุ์พืชผักสมุนไพร-ชีวภัณฑ์  ยกระดับการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (</strong><strong>ITAP</strong><strong>) ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (</strong><strong>BIOTEC</strong><strong>) และอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) จัดสัมมนา “โอกาสและความท้ายในการยกระดับอุตสาหกรรมเกษตร ด้วยเทคโนโลยี </strong><strong>Smart Green House, Plant Factory </strong><strong>การพัฒนาพันธุ์พืชผักสมุนไพร และการใช้ชีวภัณฑ์” </strong></p>
<p><span id="more-33715"></span></p>
<p><strong>เพื่อนำเสนอองค์ความรู้และผลงานวิจัยของ สวทช. ไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมเกษตร ประกอบด้วย เทคโนโลยี </strong><strong>Smart Green House </strong><strong>(โรงเรือนอัจฉริยะ) </strong><strong>Plant Factory</strong><strong> (โรงงานผลิตพืช) การพัฒนาพันธุ์พืชผักสมุนไพร และการใช้ชีวภัณฑ์ ซึ่งล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจเกษตรปลอดภัยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33717 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/03-นายอภิรักษ์-วิเศษศรีพงษ์-ผู้จัดการ-ITAP-สวทช.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณอภิรักษ์ วิเศษศรีพงษ์ ผู้จัดการงานอุตสาหกรรมวัสดุก้าวหน้า โปรแกรม </strong><strong>ITAP </strong><strong>สวทช.</strong> กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจด้านเกษตรในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายโดยตรงจากผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การลดลงอย่างรวดเร็วของทรัพยากรธรรมชาติ การขาดแคลนน้ำและพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดบ่อยครั้ง ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ขีดความสามารถในการแข่งขัน และความมั่นคงในรายได้ของเกษตรกรไทย เครื่องมือหนึ่งที่สำคัญจะนำมาใช้ในการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายดังกล่าว คือ <strong>เทคโนโลยีและนวัตกรรม </strong>ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการเกษตรปลอดภัย ควรได้รับความรู้และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำเกษตรแบบเดิม สู่การทำเกษตรมูลค่าสูง โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ เช่น เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) และเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความยั่งยืนในการผลิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33719 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/04-ดร.ประเดิม-วณิชชนานันท์-นักวิจัย-BIOTEC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ประเดิม วณิชชนานันท์ นักวิจัย ทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร </strong><strong>BIOTEC</strong><strong> สวทช.</strong> กล่าวว่า การเพิ่มศักยภาพในการผลิตพืชผัก สมุนไพร ด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เช่น โรงเรือนอัจฉริยะ และโรงงานผลิตพืช สามารถนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในการผลิตพืชผักสมุนไพร และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เช่น การควบคุมการผลิตสาระสำคัญ ความแม่นยำในการจัดการการผลิต และการลดต้นทุน เป็นการเกษตรแบบแม่นยำที่ได้คุณภาพและผลผลิตที่ยั่งยืนได้ สามารถช่วยยกระดับการผลิตพืชผักสมุนไพรของไทยเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและแข่งขันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33720 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/06-ดร.เกรียงไกร-โมสาลียานนท์-นักวิจัย-BIOTEC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.เกรียงไกร โมสาลียานนท์ นักวิจัย ทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร </strong><strong>BIOTEC </strong><strong>สวทช. </strong>ได้ให้ข้อมูลถึงการผลิตพืชผักสมุนไพรพรีเมียม ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและเทคนิคการผลิตพืชใน Plant Factory (PEAL) หรือโรงเรือน Green House ว่า พืชผักสมุนไพรพรีเมียม ควรมีคุณลักษณะต่อไปนี้ ได้แก่ ความสะอาดปราศจากสิ่งเจือปนที่เป็นอันตราย เช่น โลหะหนัก จุลินทรีย์ก่อโรค และสารเคมีอันตราย ความมีสารสำคัญที่ต้องการที่สม่ำเสมอและตรวจสอบได้ ความมีโภชนาการเชิงหน้าที่ (functional nutrition) ตลอดจนผ่านมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33721 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/08-ดร.บุญเฮียง-พรมดอนกอย-นักวิจัยอาวุโส-BIOTEC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.บุญเฮียง พรมดอนกอย นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ </strong><strong>BIOTEC</strong><strong> สวทช. </strong>ได้ให้ข้อมูลถึงการผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์ในการกำจัดศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นที่ชีวภัณฑ์ที่ทำจากจุลินทรีย์ ได้แก่ <strong>แบคทีเรียบีที (</strong><strong><em>Bacillus thuringiensis</em></strong><strong>) </strong>ซึ่งจะสร้างโปรตีนผลึกที่เป็นพิษต่อแมลงเมื่อแมลงกินเข้าไป มีหลากหลายสายพันธุ์ที่ออกฤทธิ์ต่อแมลงต่างชนิดกัน รวมถึง <strong>ไวรัสเอ็นพีวี (</strong><strong>NPV</strong><strong>) </strong>เป็นไวรัสที่ก่อโรคในแมลงและมีประสิทธิภาพสูงในการทำลายแมลงศัตรูพืชโดยการกิน และ<strong>เชื้อรากำจัดแมลง</strong> เช่น ราขาวบิวเวอเรีย ราเขียวเมตาไรเซียม และราเพอพิวริโอซิเลี่ยม ซึ่งจะเข้าสู่ตัวแมลงโดยการสัมผัสและงอกเข้าไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33722 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/10-ดร.โอภาส-ตรีทวีศักดิ์-นักวิจัย-NECTEC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>และ <strong>ดร.โอภาส ตรีทวีศักดิ์ นักวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล </strong><strong>NECTEC </strong><strong>สวทช. </strong>ได้ให้ข้อมูลถึงการใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์และดาวเทียมเพื่อการจัดการแปลงเกษตรแบบ “ไวมาก” (WiMaRC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไร้สายเพื่อติดตามสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการทำการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบข้อมูล วางแผนการเพาะปลูก และสั่งการทำงานอุปกรณ์ IoT ในพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมได้ง่าย ๆ จากทุกที่ ทุกเวลา ผ่านเว็บแอปพลิเคชัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/02-สวทช.-ชู-Smart-Technology.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนขององค์ความรู้และผลงานวิจัยของ สวทช. ที่พร้อมประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมเกษตร<strong> เพื่อพัฒนาธุรกิจเกษตรให้ปลอดภัย แม่นยำ และยั่งยืน ทั้งในด้านพันธุ์พืชผักสมุนไพรที่ให้ผลผลิตและสารสำคัญสูง ระบบการผลิตพืชผักสมุนไพรด้วยเทคนิคการผลิตพืชในโรงงานผลิตพืช (</strong><strong>Plant Factory) </strong><strong>หรือโรงเรือนอัจฉริยะ </strong><strong>(Smart Greenhouse) </strong><strong>ที่มีประสิทธิภาพ และการใช้ชีวภัณฑ์เพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช รวมถึงสิทธิประโยชน์และการสนับสนุนผู้ประกอบการเกษตรปลอดภัย ด้วยกลไก </strong><strong>ITAP</strong><strong> ติดต่อสอบถามและสนใจเข้าร่วมโครงการกับโปรแกรม </strong><strong>ITAP </strong><strong>ได้ที่เบอร์ </strong><strong>02 5647000 </strong><strong>ต่อ </strong><strong>ITAP </strong><strong>(คุณเสาวภา) และอีเมล </strong><strong>sauwapa@nstda.or.th</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/itap-hands-biotec-improve-agricultural-smart-technology/">สวทช. ชู Smart Technology องค์ความรู้พัฒนาพันธุ์พืชผักสมุนไพร-ชีวภัณฑ์  ยกระดับการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Go Green หรือ Go Home เปิดทางรอดในโลกเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ธนาคารกรุงเทพ ย้ำ SME ถึงเวลา “เปลี่ยน”   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-the-great-green-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 05:39:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Green Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transitoin]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[The Great Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กอบศักดิ์ ภูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อบัวหลวงกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนคู่คิด]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<category><![CDATA[แบงก์กรุงเทพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33149</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-คาร์บอนต่ำ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ และมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การปรับทิศทางธุรกิจสู่โมเดลแบบ Go Green ที่มีคาร์บอนต่ำ จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” สำหรับธุรกิจอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขบังคับที่จะขีดเส้นว่า ธุรกิจของเราจะอยู่ในเส้นทางการแข่งขันของยุคถัดไปได้หรือไม่ ตอนนี้โลกไม่ได้ถามว่า “คุณอยากเปลี่ยนไหม?” แต่กำลังถามว่า “คุณเปลี่ยนทันหรือเปล่า?” @สะเทือนธุรกิจทุกระดับ แม้แต่ SME การเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่สำหรับผู้ประกอบการ SME ก็คงหลีกเลี่ยงประเด็นนี้ยาก ตราบเท่าที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply chain ในระบบการผลิต แต่จะมีผู้ประกอบการสักกี่รายที่เข้าใจโจทย์เหล่านี้ ผลสำรวจล่าสุดจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในตัวอย่างกลุ่ม SME ไทย เกือบ 2,700 ราย พบมีเพียง 3.8% ที่รู้ในเรื่องความยั่งยืนและเป็นความรู้ในระดับ “ขั้นพื้นฐาน” เท่านั้น!! ซึ่งหากเทียบกับตัวเลขจริงของผู้ประกอบการ SME ในปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 3.24 ล้านราย ยิ่งน่าเป็นห่วง ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ทั้งต้นทุน เวลา และความเข้าใจในผลกระทบของกฎระเบียบใหม่ เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-the-great-green-transition/">Go Green หรือ Go Home เปิดทางรอดในโลกเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ธนาคารกรุงเทพ ย้ำ SME ถึงเวลา “เปลี่ยน”   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-คาร์บอนต่ำ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ และมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การปรับทิศทางธุรกิจสู่โมเดลแบบ <strong>Go Green</strong> ที่มีคาร์บอนต่ำ จึงไม่ใช่ “ทางเลือก” สำหรับธุรกิจอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขบังคับที่จะขีดเส้นว่า ธุรกิจของเราจะอยู่ในเส้นทางการแข่งขันของยุคถัดไปได้หรือไม่</p>
<p><span id="more-33149"></span></p>
<p>ตอนนี้โลกไม่ได้ถามว่า “คุณอยากเปลี่ยนไหม?” แต่กำลังถามว่า “คุณเปลี่ยนทันหรือเปล่า?”</p>
<p><strong>@</strong><strong>สะเทือนธุรกิจทุกระดับ แม้แต่ </strong><strong>SME </strong></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่สำหรับผู้ประกอบการ SME ก็คงหลีกเลี่ยงประเด็นนี้ยาก ตราบเท่าที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply chain ในระบบการผลิต แต่จะมีผู้ประกอบการสักกี่รายที่เข้าใจโจทย์เหล่านี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33151 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BBL_01-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ผลสำรวจล่าสุดจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในตัวอย่างกลุ่ม SME ไทย เกือบ 2,700 ราย พบมีเพียง 3.8% ที่รู้ในเรื่องความยั่งยืนและเป็นความรู้ในระดับ “ขั้นพื้นฐาน” เท่านั้น!! ซึ่งหากเทียบกับตัวเลขจริงของผู้ประกอบการ SME ในปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 3.24 ล้านราย ยิ่งน่าเป็นห่วง</p>
<p>ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ทั้งต้นทุน เวลา และความเข้าใจในผลกระทบของกฎระเบียบใหม่ เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) หรือ EU Deforestation Regulation (EUDR) กฎหมายใหม่ภายใต้ EU Green Deal ที่ห้ามนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำลายป่าเข้าสู่ EU อาจยังดูไกลตัว การขาดแรงจูงใจที่ชัดเจนหรือการสนับสนุนในระดับปฏิบัติการ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โมเดลธุรกิจสีเขียว</p>
<p><strong>@</strong><strong>สื่อสารเพื่อให้ตระหนัก ก่อนตระหนก</strong></p>
<p><strong>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> ในฐานะ <strong>“ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค”</strong> เป็นอีกหนึ่งองค์กรชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และพยายามสื่อสารกับลูกค้าผู้ประกอบการต่างๆ เพื่อให้เกิดความตื่นตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33154 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BBL_คุณกอบศักดิ์-ภูตระกูล-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> เล่าว่า ธนาคารได้จัดโครงการ <strong>The Great Green Transition </strong>เพื่อร่วมกันสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่ต้องการปรับตัวและค้นหาแนวทางต่อยอดธุรกิจสู่การเติบโตในอนาคต ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและหลักการ ESG</p>
<p>ผ่านหลากหลายกิจกรรม ได้แก่ โครงการ Green Innovative Solutions Startup Pitching Day เพื่อเฟ้นหาสตาร์ทอัพธุรกิจสีเขียวที่มีไอเดียสร้างสรรค์ การเปิด Official Fanpage บนแพลตฟอร์ม Facebook ภายใต้ชื่อ “<strong>The Great Green Transition by Bangkok Bank</strong>” เพื่อเป็นแหล่งรวบรวม แบ่งปันความรู้ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม ความคืบหน้าด้านมาตรการกฎระเบียบที่จะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจ</p>
<p>เชื่อมต่อมาถึงงานสัมมนาใหญ่<strong> The Great Green Transition</strong> ที่ได้จัดขึ้นเมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาเพื่อร่วมฟังแนวคิดจากองค์กรชั้นนำ และสุดท้ายคือเตรียมต่อยอดสร้างเครือข่ายกับ <strong>Green Transition Academy</strong> ซึ่งเป็นหลักสูตรเชิงลึกแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมอย่างครบวงจรต่อไป</p>
<p><em>“สถาบันการเงินเอง แม้จะไม่ใช่ภาคส่วนที่สร้างผลกระทบต่อโลกมากที่สุด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกค้าต่างๆ ภายใต้องค์กรนั้นต่างมีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นการเป็นผู้นำเพื่อร่วมกัน “เปลี่ยน” แนวทางการดำเนินธุรกิจของลูกค้าด้วยการสนับสนุนในด้านต่างๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็นภายใต้บริบทของการเป็น <strong>“เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน”</strong>  ที่ยึดมั่นมาตลอด 80 ปีที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารกรุงเทพดูแลลูกค้าอย่างคนในครอบครัวที่หวังจะพาก้าวข้ามทุก ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นและยิ่งกว่านั้นคือสามารถเติบโตต่อไปได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”</em> <strong>คุณกอบศักดิ์ </strong>ตอกย้ำจุดยืนของธนาคาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33152 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BBL_02-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> </strong><strong>@</strong><strong>ระดมกำลังหนุนผู้ประกอบการปรับตัว</strong></p>
<p>นอกจากบทบาทของการให้ความรู้และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการแล้ว ที่ผ่านมาธนาคารกรุงเทพยังมุ่งมั่นให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) และเป็นตัวกลาง ในการสนับสนุนการลงทุน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสีเขียว (Green Credit) ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน สำหรับหลากหลายธุรกิจ อาทิ <strong>สินเชื่อบัวหลวงกรีนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม </strong>วงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 8 ปี เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเงินทุนสำหรับการปรับตัวเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ใน 3 ด้าน คือ 1) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2) ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 3) ลดการสร้างมลพิษ</p>
<p>นอกจากนี้ ธนาคารยังช่วยเป็นตัวกลางที่ดึงพันธมิตรชั้นนำ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันวิจัย ที่พร้อมสนับสนุน SME ให้ก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียวได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะ “สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” องค์กรขนาดใหญ่ที่มีภาคธุรกิจเป็นสมาชิกอยู่กว่า 16,000 ราย เป็นอีกภาคส่วนที่ทำงานเชิงรุกเพื่อผลักดันภาคธุรกิจของไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน และเล็งเห็นถึงเส้นทาง (Road Map) ที่จะพา SME เปลี่ยนไปสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืนได้</p>
<p><strong>@</strong><strong>ปรับตัวอย่างไรให้ตรงจุด..?</strong></p>
<p>เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบนี้ได้ง่ายขึ้น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้สรุป 6 จิ๊กซอว์สำคัญ ที่ภาครัฐและภาคเอกชน ต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33161 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/6-จิ๊กซอว์-SME-Go-Green_AW-re-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. Green Transition Facilitator </strong>: หน่วยงานกลางที่ช่วยกำหนดแนวทางปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้ถูกทิศทาง มีแผนงานที่ชัดเจน ทันเหตุการณ์</p>
<p><strong>2. Green Standard</strong> : ยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการสีเขียวให้สอดคล้องกับเกณฑ์สากล</p>
<p><strong>3. Green Enterprise Indicator (GEI) </strong>: พัฒนาเครื่องมือและดัชนีวัดเป็นเครื่องมือประเมิน SME สีเขียวและผลักดันให้เกิดการนำไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น มาตรการส่งเสริมต่างๆ จากภาครัฐ</p>
<p><strong>4. Green Financing :</strong> แหล่งเงินทุน ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนของ SME หรือการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่ากับ SME ในระยะตั้งต้น</p>
<p><strong>5. Green Incentives :</strong> สิทธิประโยชน์จูงใจที่เหมาะสม เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่าน</p>
<p><strong>6. Market Access and Global Value Chain :</strong> เปิดโอกาสให้ SME เข้าถึงตลาดอย่างมีศักยภาพ เช่น จัดตั้ง Center of Excellence / Intelligence Unit วิเคราะห์โอกาสทางการตลาดสีเขียวในอนาคต แชร์ข้อมูลให้เข้าถึงง่าย รวดเร็วและทันสมัย รวมถึง Two-way communication</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33155 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/สภาอุตฯ_ดร.สวนิตย์-บุญญาสุวัฒน์-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“สภาอุตสาหกรรม พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ SME ในการเริ่มต้นเปลี่ยนผ่าน โดยเริ่มจากสำรวจว่าเราอยู่ตรงไหนของตลาดและตลาดต้องการสินค้าอย่างไร เพื่อนำมาสู่การปรับเปลี่ยนสินค้าและเห็นแรงจูงใจของการเปลี่ยนไปของตลาดในอนาคต  ที่สำคัญไทยสามารถพัฒนาแนวทางความยั่งยืนที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของไทยเอง และเชื่อมโยงกับแนวทางปฏิบัติของโลกได้ โดยไม่ต้องใช้เงื่อนไขเดียวกันทั้งหมด ซึ่งสภาอุตฯ ได้หารือร่วมกับทางสหภาพยุโรป เพื่อจัดทำแนวทางสำหรับโครงการและการจัดการสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของไทย หรือหา Baseline ของไทยที่เหมาะสม ต่อการจัดหมวดธุรกิจว่ามีการจัดการความยั่งยืนอยู่ในระดับใด เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้จริง นับเป็นก้าวสำคัญของการช่วยผู้ประกอบการให้ปรับตัวได้อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม”</em> <strong>ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ รองประธานคณะทำงาน </strong><strong>BCG Model </strong><strong>สภาอุตสาหกรรม</strong><strong>แห่งประเทศไทย</strong> อธิบาย</p>
<p>เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นข้อกำหนดใหม่ของโลก <strong>“</strong><strong>Go Green</strong><strong>” </strong>จึงเป็นทางรอดสำหรับธุรกิจที่ยังต้องการ “ไปต่อ” ยิ่งเข้าใจเร็ว และเริ่มต้นได้อย่างถูกทาง ธุรกิจก็จะสามารถชิงความได้เปรียบในตลาดโลกได้ก่อน ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ <strong>“ธนาคารกรุงเทพ”</strong> ยืนหยัดบทบาท <strong>“เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน”</strong> ที่พร้อมอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกจังหวะของการเปลี่ยนแปลง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-the-great-green-transition/">Go Green หรือ Go Home เปิดทางรอดในโลกเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ธนาคารกรุงเทพ ย้ำ SME ถึงเวลา “เปลี่ยน”   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ เดินหน้าพากูรู BCG Model แนะทางรอด SME ในตลาดกรีน สร้างจุดเปลี่ยนด้วยแนวคิด ESG ย้ำ! ปรับตัวก่อนชิงตลาดใหม่ได้ก่อน พร้อมเคียงข้างเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” หนุนเปลี่ยนผ่านธุรกิจอย่างยั่งยืน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-shares-bcg-model-to-sme-for-green-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 05:17:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Regional Bank]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33131</guid>

					<description><![CDATA[<p> เร่ง SME ใช้ ESG สร้างทางรอด– นายสหพล วรรณสุศรี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้อำนวยการลูกค้าธุรกิจรายปลีก นครหลวง (ที่ 2 จากซ้าย) นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ (ที่ 2 จากขวา)  นายชนินทร เทพนุภา เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Senior Vice President ผู้จัดการความเสี่ยงด้านสินเชื่อ (ขวาสุด) และ นายประพันธ์ ตันมีสุข เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President ผู้จัดการภาค 1 ลูกค้าธุรกิจรายปลีก นครหลวง (ซ้ายสุด) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  ร่วมให้การต้อนรับ ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ รองประธานคณะทำงาน BCG Model สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กลาง) โอกาสให้เกียรติเป็นวิทยากรงานสัมมนา ในหัวข้อ “ESG-แนวทางและการปรับตัวสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME” ซึ่งธนาคารกรุงเทพได้ดำเนินการจัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย (SME) เห็นถึงความสำคัญในการดำเนินธุรกิจตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ ESG (Environmental, Social และ Governance) เตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายและโอกาสจากกฎระเบียบและมาตรฐานการค้าโลกใหม ดร.สวนิตย์ กล่าวถึงกฎระเบียบกติกาการค้าต่าง ๆ จากต่างประเทศที่มีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องความยั่งยืน หรือ ESG เช่น มาตรการของสหภาพยุโรป หรือ European Green Deal ที่มีหลายมาตรการภาษีด้านสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ชื่อเสียง และความอยู่รอดของธุรกิจ โดยเฉพาะมาตรการ CBAM เนื่องจากวิกฤต Climate Change หรือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม จึงไม่ใช่แค่โอกาส แต่เป็น “ทางรอด” ของธุรกิจยุคใหม่ การดำเนินการต้องรวดเร็ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-shares-bcg-model-to-sme-for-green-transition/">ธนาคารกรุงเทพ เดินหน้าพากูรู BCG Model แนะทางรอด SME ในตลาดกรีน สร้างจุดเปลี่ยนด้วยแนวคิด ESG ย้ำ! ปรับตัวก่อนชิงตลาดใหม่ได้ก่อน พร้อมเคียงข้างเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” หนุนเปลี่ยนผ่านธุรกิจอย่างยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><b><span lang="TH"> เร่ง </span></b><b>SME<span lang="TH"> ใช้</span> ESG<span lang="TH"> สร้างทางรอด</span></b><span lang="TH">– <b>นายสหพล วรรณสุศรี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้อำนวยการลูกค้าธุรกิจรายปลีก นครหลวง </b>(ที่ </span>2<span lang="TH"> จากซ้าย) <b>นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ </b>(ที่ </span>2<span lang="TH"> จากขวา) </span> <b><span lang="TH">นายชนินทร เทพนุภา เจ้าหน้าที่บริหารระดับ </span>Senior Vice President <span lang="TH">ผู้จัดการความเสี่ยงด้านสินเชื่อ </span></b><span lang="TH">(ขวาสุด) และ <b>นายประพันธ์ ตันมีสุข เจ้าหน้าที่บริหารระดับ </b></span><b>Assistant Vice President <span lang="TH">ผู้จัดการภาค </span>1<span lang="TH"> ลูกค้าธุรกิจรายปลีก นครหลวง</span></b><span lang="TH"> (ซ้ายสุด) <b>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</b></span></p>
<p align="center"><span id="more-33131"></span></p>
<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><span lang="TH"> ร่วมให้การต้อนรับ <b>ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ รองประธานคณะทำงาน </b></span><b>BCG Model <span lang="TH">สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย </span></b><span lang="TH">(กลาง) โอกาสให้เกียรติเป็นวิทยากรงานสัมมนา ในหัวข้อ <b>“</b></span><b>ESG-<span lang="TH">แนวทางและการปรับตัวสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ </span>SME<span lang="TH">” </span></b><span lang="TH">ซึ่งธนาคารกรุงเทพได้ดำเนินการจัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย (</span>SME<span lang="TH">) เห็นถึงความสำคัญในการดำเนินธุรกิจตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ </span>ESG (Environmental, Social <span lang="TH">และ </span>Governance)<span lang="TH"> เตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายและโอกาสจากกฎระเบียบและมาตรฐานการค้าโลกใหม</span></p>
<p align="center"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33133 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BBL_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><b><span lang="TH">ดร.สวนิตย์ </span></b><span lang="TH">กล่าวถึงกฎระเบียบกติกาการค้าต่าง ๆ จากต่างประเทศที่มีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องความยั่งยืน หรือ </span>ESG <span lang="TH">เช่น มาตรการของสหภาพยุโรป หรือ </span>European Green Deal <span lang="TH">ที่มีหลายมาตรการภาษีด้านสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ชื่อเสียง และความอยู่รอดของธุรกิจ</span> <span lang="TH">โดยเฉพาะมาตรการ </span>CBAM <span lang="TH">เนื่องจากวิกฤต </span>Climate Change <span lang="TH">หรือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม จึงไม่ใช่แค่โอกาส แต่เป็น “ทางรอด” ของธุรกิจยุคใหม่ การดำเนินการต้องรวดเร็ว ต้องมีระบบและใช้ดิจิทัลเข้ามาปรับ และต้องทำให้ได้ตลอดทั้งซัพพลายเชน เพื่อเชื่อมโยงมาตรการสีเขียวเข้ากับการยกระดับและขับเคลื่อน </span>SME <span lang="TH">ให้สามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนผ่าน พลิกเกมคว้าโอกาสชิงตลาดใหม่ ควบคู่ไปกับการรักษาตลาดเก่า เพื่อเพิ่มยอดขาย สร้างความมั่นคง และสามารถเติบโตได้ในระยะยาว</span></p>
<p align="center"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33134 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BBL_03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><b></b><span lang="TH">ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ <b>“ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค”</b> ที่มุ่งมั่นเป็น <b>“เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน”</b></span> <span lang="TH">ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมเพิ่มองค์ความรู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ </span>ESG<span lang="TH"> ทั้งในรูปแบบออนไลน์ ออฟไลน์ และไฮบริดมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนากว่า</span> 1,000<span lang="TH"> ราย และ มีผู้รับชมรวมกว่า </span>1.6 <span lang="TH">ล้านราย ผ่านเครือข่ายออนไลน์ </span>Bangkok Bank SME <span lang="TH">ในปี </span>2567 <span lang="TH">ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ธนาคารยังคงเดินหน้าสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสำหรับผู้ประกอบการทุกกลุ่ม อาทิ สินเชื่อบัวหลวงกรีนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม วงเงินรวม </span>10,000<span lang="TH"> ล้านบาท </span>, <span lang="TH">สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการปรับตัวธุรกิจ วงเงินรวม </span>20,000 <span lang="TH">ล้านบาท เพื่อส่งเสริม<b> </b></span>SME<span lang="TH"> ไทยตื่นตัว ใช้ </span>ESG<span lang="TH"> ดำเนินธุรกิจทั้งห่วงโซ่ธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-shares-bcg-model-to-sme-for-green-transition/">ธนาคารกรุงเทพ เดินหน้าพากูรู BCG Model แนะทางรอด SME ในตลาดกรีน สร้างจุดเปลี่ยนด้วยแนวคิด ESG ย้ำ! ปรับตัวก่อนชิงตลาดใหม่ได้ก่อน พร้อมเคียงข้างเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” หนุนเปลี่ยนผ่านธุรกิจอย่างยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สส. ร่วมกับภาคเอกชน ชวนสายบุญ วิ่งปลอดคาร์บอน “We can run: Fund for legs” ตั้งเป้าสนับสนุนขาเทียม 100 ขา สร้างคุณภาพชีวิตให้คนพิการ รวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วกลับสู่ระบบรีไซเคิลกว่า 5 ล้านใบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/recycle-for-life-we-can-run-fund-for-legs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Feb 2024 09:04:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[Build forward Greener]]></category>
		<category><![CDATA[Mini Marathon]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle for Life]]></category>
		<category><![CDATA[We can run : Fund for legs]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กระป๋องอลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิ่งปลอดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24140</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เชิญชวนนักวิ่งสายบุญ ร่วมวิ่งปลอดคาร์บอน “We can run : Fund for legs” เพื่อมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ 31 มีนาคม 2567 ณ บริเวณลานกลางท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าหมาย สนับสนุนการผลิตขาเทียม จำนวน 100 ขา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้พิการที่มีความยากไร้ พร้อมตั้งเป้ารวบรวมบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกว่า 5 ล้านใบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 570 ตันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวว่า ตามที่ประเทศไทยได้ประกาศให้ BCG Model เป็นวาระแห่งชาติ และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศอย่างครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำกรอบแนวคิดการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG และพัฒนาเครื่องมือเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่ Build forward Greener ปรับเปลี่ยนชีวิตวีถีใหม่ อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายภาคเอกชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/recycle-for-life-we-can-run-fund-for-legs/">สส. ร่วมกับภาคเอกชน ชวนสายบุญ วิ่งปลอดคาร์บอน “We can run: Fund for legs” ตั้งเป้าสนับสนุนขาเทียม 100 ขา สร้างคุณภาพชีวิตให้คนพิการ รวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วกลับสู่ระบบรีไซเคิลกว่า 5 ล้านใบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เชิญชวนนักวิ่งสายบุญ ร่วมวิ่งปลอดคาร์บอน</strong><strong> “We can run : Fund for legs” </strong><strong>เพื่อมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ </strong><strong>31 </strong><strong>มีนาคม </strong><strong>2567 </strong><strong>ณ บริเวณลานกลางท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร</strong></p>
<p><span id="more-24140"></span></p>
<p><strong> ตั้งเป้าหมาย สนับสนุนการผลิตขาเทียม จำนวน </strong><strong>100 </strong><strong>ขา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้พิการที่มีความยากไร้ พร้อมตั้งเป้ารวบรวมบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกว่า 5 ล้านใบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 570 ตันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า </strong></p>
<p><strong>นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</strong> อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวว่า ตามที่ประเทศไทยได้ประกาศให้ BCG Model เป็นวาระแห่งชาติ และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศอย่างครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำกรอบแนวคิดการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG และพัฒนาเครื่องมือเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่ Build forward Greener ปรับเปลี่ยนชีวิตวีถีใหม่ อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p>โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายภาคเอกชน ดำเนินโครงการส่งเสริมการจัดการระบบการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มใช้แล้ว (Recycle for Life) เพื่อส่งเสริมการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการนำบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือทำประโยชน์ใหม่ สู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดกระแสสังคมให้ทุกคนหันมาร่วมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งการรีไซเคิล จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง มินิมาราธอนการกุศล Recycle for Life “We can run: Fund for legs” เพื่อมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ขึ้น ในวันที่ 31 มีนาคม 2567 ณ บริเวณลานกลางท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยแบ่งเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่ ระยะ Mini Marathon 10 กิโลเมตร และระยะ Micro Marathon 5 กิโลเมตร ซึ่งรางวัลการแข่งขัน แบ่งเป็น “Mini Marathon” ถ้วยรางวัล Overall Winner ชาย/หญิง รวม 2 รางวัล พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 5,000 บาท “รางวัล Top 50” ชาย/หญิง สำหรับผู้เข้าเส้นชัย 50 คนแรก ทั้งสองระยะ “รางวัลแฟนซี” 5 อันดับ ชาย/หญิง (ไม่แยกระยะ)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24142 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/RUN2.jpg" alt="" width="1200" height="595" /></p>
<p>ซึ่งกิจกรรมดี ๆ นี้ ได้เกิดจากความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กรมควบคุมมลพิษ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจ TCP บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด รวมทั้งภาคีเครือข่ายอื่นๆ อาทิ มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย (TBA) และช่อง 7HD เป็นต้น โดยวันนี้นอกจากจะเป็นการเปิดตัวกิจกรรมดีๆ แล้วยังมีการร่วมพูดคุยถึงการดำเนินงานของมูลนิธิขาเทียมฯ มุมมองเรื่องสิ่งแวดล้อมและเพื่อสังคม จากผู้แทน 8 หน่วยงานภาคีเครือข่าย และการพูดคุยถึงการได้รับโอกาสจากการได้รับขาเทียมจากมูลนิธิฯ จากตัวแทนผู้พิการ นักกีฬาผู้พิการ ดารานักแสดง และ Influencer อาทิ คุณเต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ  คุณหลุยส์ เฮส ดารา นักแสดง จาก 7 สี ปันรักให้โลก ช่อง 7HD และคุณกมลาสน์ เอียดศรีชาย ผู้ประกาศข่าวช่อง 7HD เป็นต้น</p>
<p>กิจกรรมเดิน-วิ่งที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 มีนาคมนี้ เป็นการจัดงานแบบปลอดคาร์บอน (Carbon Neutral Event) โดยได้ตั้งเป้าหมายในสนับสนุนการผลิตขาเทียม 100 ขา มูลค่ากว่า 2,500,000 บาท มอบแก่ผู้พิการที่มีความยากไร้ให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมรวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลให้ได้ 4,800,000ใบ โดยให้นักวิ่งรวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมเปล่า 5 ใบ มาแลกรับเสื้อและบิบ ซึ่งตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 570 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (จากการรีไซเคิลกระป๋องเทียบกับการขุดแร่ใหม่)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24143 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Run3.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p>ที่สำคัญนอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้ทุกคนหันมาสนใจการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองแล้ว  ยังสามารถช่วยให้คนอื่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย โดยขอเชิญชวนผู้ที่รักการวิ่งและผู้ที่สนใจ สมัครเข้าร่วม กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล มินิมาราธอนการกุศล Recycle for Life “We can run: Fund for legs” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการบริจาคเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมให้กับมูลนิธิขาเทียมฯ ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้พิการมีความยากไร้ และเป็นส่วนหนึ่งในสร้างสังคมการรีไซเคิลและขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่ประเทศไทยตั้งไว้</p>
<p>ทั้งนี้ ท่านที่สนใจสามารถสมัครได้ที่ https://race.thai.run/wecanrun  พร้อมติดตามข่าวสารได้ที่  https://www.facebook.com/wecanrunfundforlegs/</p>
<p><strong> </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/recycle-for-life-we-can-run-fund-for-legs/">สส. ร่วมกับภาคเอกชน ชวนสายบุญ วิ่งปลอดคาร์บอน “We can run: Fund for legs” ตั้งเป้าสนับสนุนขาเทียม 100 ขา สร้างคุณภาพชีวิตให้คนพิการ รวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วกลับสู่ระบบรีไซเคิลกว่า 5 ล้านใบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารไทยเครดิตฯ ผนึกกำลังพันธมิตรเปิดตัว 2 โครงการเด่นเพื่อสังคมของมูลนิธิไทยเครดิตภายใต้แนวความคิด EMpower for Community มุ่งพัฒนาชุมชนพึ่งพาตนเองโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/thai-credit-bank-empower-for-community/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Jul 2023 04:14:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[EMpower for Community]]></category>
		<category><![CDATA[Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิไทยเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[รอยย์ ออกุสตินัส กุนารา]]></category>
		<category><![CDATA[วิญญู ไชยวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์กลุ่มชุมชน OTOP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาชุมชนพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20038</guid>

					<description><![CDATA[<p>พร้อมเดินหน้าลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมเพื่อสร้างชุมชนต้นแบบตามแนวความคิดเศรษฐกิจใหม่ BCG Economy Model และถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาอาชีพผ่านการฝึกอบรม  ที่เน้นการมีส่วนร่วมโดยวิทยากรมืออาชีพให้แก่เกษตรกรในชุมชน  ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เปิดตัว 2 โครงการเด่นเพื่อสังคมของมูลนิธิไทยเครดิต ภายใต้แนวความคิด EMpower for Community ได้แก่ โครงการพัฒนาชุมชนพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และ โครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์กลุ่มชุมชน OTOP พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding (MoU)) กับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม นำร่องพัฒนาชุมชนในตำบลลำเหย อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบที่ขับเคลื่อนตามแนวการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจใหม่ Bio-Circular-Green (BCG) Economy Model ที่เน้นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงใช้ทรัพยากรน้อยลงเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและชีวภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานกรรมการมูลนิธิไทยเครดิตกล่าวว่า “มูลนิธิไทยเครดิตก่อตั้งโดยธนาคารไทยเครดิตฯ เพื่อส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงิน สนับสนุนการพัฒนาชุมชน ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมและสิ่งแวดล้อม  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/thai-credit-bank-empower-for-community/">ธนาคารไทยเครดิตฯ ผนึกกำลังพันธมิตรเปิดตัว 2 โครงการเด่นเพื่อสังคมของมูลนิธิไทยเครดิตภายใต้แนวความคิด EMpower for Community มุ่งพัฒนาชุมชนพึ่งพาตนเองโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>พร้อมเดินหน้าลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (</em><em>MoU) </em><em>กับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมเพื่อสร้างชุมชนต้นแบบตามแนวความคิดเศรษฐกิจใหม่</em><em> BCG Economy Model </em><em>และถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาอาชีพผ่านการฝึกอบรม  ที่เน้นการมีส่วนร่วมโดยวิทยากรมืออาชีพให้แก่เกษตรกรในชุมชน</em><em> </em><span id="more-20038"></span></p>
<p><strong> ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดตัว 2 โครงการเด่นเพื่อสังคมของมูลนิธิไทยเครดิต ภายใต้แนวความคิด <strong>EMpower for Community</strong> ได้แก่ <strong>โครงการพัฒนาชุมชนพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน </strong>และ <strong>โครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์กลุ่มชุมชน </strong><strong>OTOP</strong> พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding (MoU)) กับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม นำร่องพัฒนาชุมชนในตำบลลำเหย อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบที่ขับเคลื่อนตามแนวการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจใหม่ Bio-Circular-Green (BCG) Economy Model ที่เน้นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงใช้ทรัพยากรน้อยลงเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและชีวภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20039 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1-15.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>นายวิญญู ไชยวรรณ</strong> ประธานกรรมการมูลนิธิไทยเครดิตกล่าวว่า “มูลนิธิไทยเครดิตก่อตั้งโดยธนาคารไทยเครดิตฯ เพื่อส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงิน สนับสนุนการพัฒนาชุมชน ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมและสิ่งแวดล้อม  เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ มูลนิธิฯ จึงริเริ่ม 2 โครงการคุณภาพเพื่อสังคมตามแนวความคิด <strong>EMpower for Community</strong> โดยยึดมั่นบนพื้นฐาน <strong>“Everyone Matters </strong><strong>ทุกคนคือคนสำคัญ</strong><strong>” </strong>ซึ่งเป็นหลักปรัชญาการดำเนินธุรกิจของธนาคารไทยเครดิตฯ ภายใต้ <strong>โครงการพัฒนาชุมชนพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน</strong> มูลนิธิฯ มุ่งพัฒนาชุมชนนำร่อง 2 ชุมชน ได้แก่ หมู่ที่ 8 บ้านนิคม และหมู่ที่ 14 บ้านสุขสบาย ในตำบลลำเหย อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยโครงการนี้จะเป็นโครงการนำร่องซึ่งจะขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ทั้งยังส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการทางการเงินในระบบอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ให้ความรู้ และปลูกฝังวินัยทางการเงินที่ดี สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนในชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัยนำไปสู่ความอยู่ดีกินดีและปลอดภัยของเกษตรกรและประชาชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้ริเริ่ม<strong>โครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์กลุ่มชุมชน </strong><strong>OTOP</strong> เพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนซึ่งเน้นการใช้ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยมูลนิธิฯ จะคัดเลือกผลิตภัณฑ์ดีเด่นจากกลุ่มผู้ผลิตชุมชนในพื้นที่ 77 จังหวัด เพื่อนำมาเป็นของที่ระลึกของธนาคารไทยเครดิตฯ ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20042 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/4-10.jpg" alt="" width="1200" height="905" /></p>
<p>“ธนาคารไทยเครดิตฯ ตระหนักเสมอมาถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและชุมชนท้องถิ่นจึงดำเนินโครงการฯ ผ่านมูลนิธิไทยเครดิตเพื่อตอบแทนสังคม เน้นเสริมพลังชุมชนเข้มแข็ง ยกระดับความเป็นอยู่ของสมาชิกชุมชนให้ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน” เขากล่าวเพิ่มเติม</p>
<p><strong>นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา</strong> รองประธานกรรมการมูลนิธิไทยเครดิตกล่าวว่า “การส่งเสริม พัฒนาด้านสังคมเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักของมูลนิธิไทยเครดิต เราจึงมุ่งส่งเสริมความรู้ และสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้แก่สมาชิกชุมชนเพื่อสามารถต่อยอดธุรกิจให้เติบโต มีชีวิตทางการเงินที่ดี และลดปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยในปัจจุบัน รวมทั้งปลูกฝัง สร้างวินัยในการออมเงินเพื่ออนาคตให้แก่นักเรียน และเยาวชนในชุมชน</p>
<p>“ความรู้ด้านการเงินเป็นอีกหนึ่งทักษะชีวิตที่สำคัญยิ่งสำหรับทุกคน การมีทักษะด้านการเงินช่วยให้เราสามารถรับมือกับปัญหาด้านการเงินได้อย่างถูกต้อง รู้จักวิธีการจัดการรายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ไม่ติดกับดักทางการเงิน ก่อหนี้สินจนเกินตัว ธนาคารไทยเครดิตฯ มุ่งส่งเสริมความรู้และทักษะทางการเงินผ่านโครงการ “ตังค์โต Know-how” อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความรู้ทางการเงิน สร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทย  ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ได้จัดฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่ ผู้ประกอบการรายย่อย ประชาชน และเยาวชน รวมทั้งสิ้นกว่า 150,000 คน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20041 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/3-13.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>“ภายใต้<strong>โครงการพัฒนาชุมชนพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน</strong>ของมูลนิธิไทยเครดิตในจังหวัดนครปฐม เราจะจัดการฝึกอบรมด้านการเงินให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ สมาชิกชุมชน เกษตรกร และนักเรียน 4 โรงเรียนในตำบลลำเหย ซึ่งเนื้อหาการอบรมไม่ได้มีสอนในห้องเรียน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมอบรมจะสามารถนำทักษะที่เรียนรู้ไปใช้พัฒนาตนเอง วางแผนการเงินส่วนบุคคล สร้างรายได้ให้ชุมชน มีภูมิคุ้มกันทางการเงินซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ยั่งยืน” นายรอยย์กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/thai-credit-bank-empower-for-community/">ธนาคารไทยเครดิตฯ ผนึกกำลังพันธมิตรเปิดตัว 2 โครงการเด่นเพื่อสังคมของมูลนิธิไทยเครดิตภายใต้แนวความคิด EMpower for Community มุ่งพัฒนาชุมชนพึ่งพาตนเองโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
