<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Beauty &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/beauty/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 04:50:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Beauty &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เบทาโกรยกระดับผู้นำอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ปรับสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ เติมเต็มโภชนาการเพื่อเพื่อนรักสี่ขา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/betagro-upgrade-pet-food-formulas/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 04:48:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[Betagro]]></category>
		<category><![CDATA[BingoStar]]></category>
		<category><![CDATA[BTG]]></category>
		<category><![CDATA[CAT n joy]]></category>
		<category><![CDATA[DOG n joy]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy]]></category>
		<category><![CDATA[Perfecta]]></category>
		<category><![CDATA[Pet Food]]></category>
		<category><![CDATA[Safety]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)​]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาญ ศุภปีติพร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสัตว์เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสุนัข]]></category>
		<category><![CDATA[เบทาโกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41483</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งพอร์ตสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง เปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรอัปเกรดใหม่ ครอบคลุมทั้งกลุ่มพรีเมียมและสแตนดาร์ด ภายใต้แบรนด์ Perfecta และ DOG n joy ตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณภาพที่ให้ความสำคัญด้านคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงที่ดีแบบครบวงจร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์ยุคใหม่ Perfecta แบรนด์อาหารสุนัขและแมวระดับพรีเมียม ยกระดับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงสู่มาตรฐาน Human Grade เทียบเท่าอาหารคน พร้อมนำเสนอสูตร Wellness ใหม่ แบบ All-in-1 ที่ผสานแนวคิด Healthy, Beauty และ Safety ไว้อย่างลงตัว โดยพัฒนาร่วมกับนักโภชนาการและสัตวแพทย์ชั้นนำ Healthy ด้วยเนื้อไก่สดคุณภาพมาตรฐานเบทาโกร ผ่านกระบวนการความร้อนชั้นเดียวเพื่อคงคุณค่าสารอาหาร เสริมซูเปอร์ฟู้ด 6 สี ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ พร้อม 3X Biotics (Pre, Pro, Post Biotics) เสริมสร้างสมดุลลำไส้ เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุจากเดิม 1.5 เท่า ตามมาตรฐาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/betagro-upgrade-pet-food-formulas/">เบทาโกรยกระดับผู้นำอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ปรับสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ เติมเต็มโภชนาการเพื่อเพื่อนรักสี่ขา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>BTG</strong> บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งพอร์ตสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง เปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรอัปเกรดใหม่ ครอบคลุมทั้งกลุ่มพรีเมียมและสแตนดาร์ด ภายใต้แบรนด์ <strong>Perfecta</strong> และ<strong> DOG n joy</strong> ตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณภาพที่ให้ความสำคัญด้านคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงที่ดีแบบครบวงจร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์ยุคใหม่</p>
<p><span id="more-41483"></span></p>
<p><strong>Perfecta </strong><strong>แบรนด์อาหารสุนัขและแมวระดับพรีเมียม</strong> ยกระดับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงสู่มาตรฐาน Human Grade เทียบเท่าอาหารคน พร้อมนำเสนอ<strong>สูตร </strong><strong>Wellness</strong> ใหม่ แบบ All-in-1 ที่ผสาน<strong>แนวคิด </strong><strong>Healthy, Beauty </strong><strong>และ</strong><strong> Safety</strong> ไว้อย่างลงตัว โดยพัฒนาร่วมกับนักโภชนาการและสัตวแพทย์ชั้นนำ <strong><u>Healthy</u></strong> ด้วยเนื้อไก่สดคุณภาพมาตรฐานเบทาโกร ผ่านกระบวนการความร้อนชั้นเดียวเพื่อคงคุณค่าสารอาหาร เสริมซูเปอร์ฟู้ด 6 สี ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ พร้อม 3X Biotics (Pre, Pro, Post Biotics) เสริมสร้างสมดุลลำไส้ เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุจากเดิม 1.5 เท่า ตามมาตรฐาน AAFCO <strong><u>Beauty</u></strong> ด้วยน้ำมันปลาแซลมอนที่มี Omega 3 &amp; 6 บำรุงผิวหนังและขนสวยเงางาม <strong><u>Safety</u></strong> ปลอดภัยด้วยสูตรปราศจากกลูเตน ข้าวโพด ข้าวสาลี สีสังเคราะห์ สารกันบูด และผลพลอยได้จากสัตว์ ครบจบในสูตรเดียว มั่นใจได้ถึงการใส่ใจคุณภาพตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของสัตว์เลี้ยงแสนรัก</p>
<p>ด้าน<strong>แบรนด์</strong><strong> DOG n joy</strong> <strong>ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขระดับมาตรฐาน</strong><strong> </strong>อัปเกรดสูตรใหม่เช่นกันเพื่อตอบโจทย์น้องหมาสายแอกทีฟ ให้พร้อมลุยทุกกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ ชูจุดเด่นด้วยวัตถุดิบหลักเนื้อ<strong>สัตว์แท้เป็นอันดับ 1 และใช้เนื้อสัตว์ชนิดเดียว</strong><strong> (Single Animal Protein)</strong> ช่วยให้ย่อยง่าย ลดอาการแพ้ ผนวก <strong>3 </strong><strong>พลังเสริมภูมิคุ้มกัน</strong>ให้แข็งแรง เสริม<strong>ซินไบโอติกส์</strong>ช่วยปรับสมดุลลำไส้และระบบขับถ่าย <strong>ขมิ้นชัน</strong>ที่ช่วยลดการระคายเคือง พร้อม<strong>วิตามินและแร่ธาตุจำเป็น 23 ชนิด</strong>ที่ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง</p>
<p>โดยทั้งผลิตภัณฑ์ <strong>Perfecta </strong>และ<strong> DOG n joy</strong> สูตรอัปเกรดใหม่นี้ ยังมาพร้อมดีไซน์บรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและโดนใจผู้เลี้ยงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังผ่านการทดสอบความอร่อยจากศูนย์นวัตกรรมสัตว์เลี้ยงของเบทาโกร เพื่อให้น้องหมาและน้องแมวทานได้อย่างเอร็ดอร่อย มั่นใจได้ในคุณค่าสารอาหาร โซเดียมต่ำ และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41485 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/B-Dog2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายสมชาญ ศุภปีติพร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลและใส่ใจสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกอาหารคุณภาพที่ช่วยเสริมสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว สะท้อนถึงสถานะของสัตว์เลี้ยงได้ถูกยกระดับให้เป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในปัจจุบัน เบทาโกรจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับความต้องการของผู้เลี้ยงยุคใหม่ และตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำตลาดด้านอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพ และโภชนาการที่เชื่อถือได้”</p>
<p>กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงของเบทาโกรผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่รวมถึงขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัขและแมว ภายใต้แบรนด์ Perfecta, DOG n joy, CAT n joy และ BingoStar โดยจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ ร้านค้าปลีกจำหน่ายอาหารสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์และคลินิกสัตวแพทย์ ห้างสรรพสินค้า และแพลตฟอร์มออนไลน์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/betagro-upgrade-pet-food-formulas/">เบทาโกรยกระดับผู้นำอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ปรับสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ เติมเต็มโภชนาการเพื่อเพื่อนรักสี่ขา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลอรีอัล กรุ๊ป เติบโต 5.1% ยอดขาย 4.348 หมื่นล้านยูโร ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้ว 100% ติดทำเนียบ ESG ระดับโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/loreal-group-2024-annual-results/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 00:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[EcoVadis]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[L’oreal]]></category>
		<category><![CDATA[Loreal Group]]></category>
		<category><![CDATA[Loreal Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Miu Miu]]></category>
		<category><![CDATA[Nicolas Hieronimus]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคลา ฮิโรนิมุส]]></category>
		<category><![CDATA[ลอรีอัล กรุ๊ป ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เวชสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32213</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลอรีอัล กรุ๊ป ปิดปี 2567 อย่างแข็งแกร่งในสภาวะตลาดที่ท้าทาย ยอดขาย​ 4.348 หมื่นล้านยูโร เติบโต 5.1% โดย 3 ใน 4 กลุ่มธุรกิจ เติบโตสูงกว่าตลาดทั้งในแง่มูลค่าและปริมาณ ด้านแบรนอ์ลา โรช-โพเซย์ ก้าวสู่แบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก พร้อมตอกย้ำภาพผู้นำด้านความยั่งยืน​ ด้วย​รางวัลแพลตตินัมจาก EcoVadis ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม 1% ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม มร. นิโคลา ฮิโรนิมุส (Nicolas Hieronimus) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า ลอรีอัลเติบโตที่แข็งแกร่งและทั่วถึงที่ 5.1% โดยเติบโตแซงหน้าตลาดความงามโลกอีกครั้งหนึ่ง หากไม่นับเอเชียเหนือ ซึ่งยังคงมีความท้าทายในจีน ปี 2567 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เราได้วางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดและการวิจัยและพัฒนาด้วย AI และเทคโนโลยี พัฒนาการประสานงานด้านไอที ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน &#8220;เรายังปรับปรุงพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง ​ดด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ Miu Miu และแบรนด์ Dr.G ของเกาหลี และเข้าถือหุ้นส่วนน้อยใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/loreal-group-2024-annual-results/">ลอรีอัล กรุ๊ป เติบโต 5.1% ยอดขาย 4.348 หมื่นล้านยูโร ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้ว 100% ติดทำเนียบ ESG ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลอรีอัล กรุ๊ป ปิดปี 2567 อย่างแข็งแกร่งในสภาวะตลาดที่ท้าทาย ยอดขาย​ 4.348 หมื่นล้านยูโร เติบโต 5.1% โดย 3 ใน 4 กลุ่มธุรกิจ เติบโตสูงกว่าตลาดทั้งในแง่มูลค่าและปริมาณ ด้านแบรนอ์ลา โรช-โพเซย์ ก้าวสู่แบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก</p>
<p><span id="more-32213"></span></p>
<p>พร้อมตอกย้ำภาพผู้นำด้านความยั่งยืน​ ด้วย​รางวัลแพลตตินัมจาก <strong>EcoVadis </strong>ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม <strong>1%</strong> ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม</p>
<p><strong>มร. นิโคลา</strong> <strong>ฮิโรนิมุส</strong><strong> (</strong><strong>Nicolas Hieronimus) </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า ลอรีอัลเติบโตที่แข็งแกร่งและทั่วถึงที่ 5.1% โดยเติบโตแซงหน้าตลาดความงามโลกอีกครั้งหนึ่ง หากไม่นับเอเชียเหนือ ซึ่งยังคงมีความท้าทายในจีน ปี 2567 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เราได้วางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดและการวิจัยและพัฒนาด้วย AI และเทคโนโลยี พัฒนาการประสานงานด้านไอที ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p><em>&#8220;เรายังปรับปรุงพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง ​ดด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ Miu Miu และแบรนด์ Dr.G ของเกาหลี และเข้าถือหุ้นส่วนน้อยใน Galderma บริษัทเวชภัณฑ์โรคผิวหนังจากสวิตเซอร์แลนด์เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังและชีววิทยาของผิว และใน Amouage แบรนด์น้ำหอมระดับไฮเอนด์ในกลุ่มอาหรับ สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นและไกลขึ้นในการพิชิตพื้นที่ความงามใหม่ๆ ทางภูมิศาสตร์ ประชากร และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมความงามที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อผู้บริโภคในอนาคต&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32218" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Kerastase-Elixir.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>สำหรับแนวโน้มตลาดความงามโลกในปี 2568 มีทิศทางที่ดี โดยลอรีอัล​มั่นใจว่าจะเติบโตแซงหน้าตลาด และบรรลุการเติบโตของยอดขายและกำไรอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากแผนกระตุ้นความงามของเรา ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น และการสนับสนุนแบรนด์อย่างต่อเนื่อง</p>
<h4>สรุปผลการดำเนินงานตามแผนก</h4>
<p><strong>&#8211; แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพเติบโตอย่างแข็งแกร่ง</strong><strong>ที่</strong> <strong>5.3%</strong></p>
<p>แซงหน้าตลาดผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ ด้วยแรงหนุนจากโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียม และกลยุทธ์ออมนิแชนเนลที่ประสบความสำเร็จ พร้อมการเติบโตที่โดดเด่นทั้งในอีคอมเมิร์ซและช่องทางจำหน่ายแบบคัดสรร <em>เคเรสตาส </em><em>(</em><em>Kérastase</em><em>)</em> ยังคงรักษาการเติบโตในระดับสองหลักอย่างแข็งแกร่ง กลายเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดของแผนก <em>ลอรีอัล โปรเฟสชันแนล </em><em>(</em><em>L’Oréal Professionnel)</em>  ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แผนกยังคงดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนโดยเริ่มต้นจากการผลักดันบรรจุภัณฑ์แบบเติม (ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมที่โดดเด่น เช่น <em>เพรมิแยร์ </em><em>(Première) </em>โดย <em>เคราตาส</em>, และ <em>แอ็บโซลูท รีแพร์ โมเลคิวลาร์ </em><em>(</em><em>Absolut Refill)</em> และยืนยันตำแหน่งผู้นำใน Beauty Tech ด้วยการเปิดตัว <em>แอร์ไลท์ โปร </em><em>(AirLight Pro)</em> เครื่องเป่าผมประหยัดพลังงานด้วยแสงอินฟาเรดที่ปฏิวัติวงการ</p>
<p><strong>&#8211; แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคเติบโต </strong><strong>5.4%</strong></p>
<p>การเติบโตมีความสมดุลทั้งด้านมูลค่าและปริมาณแบบผสมผสาน โดยแผนกยังคงสานต่อกลยุทธ์ในการยกระดับการเข้าถึงผู้บริโภคและการพัฒนาสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียม แบรนด์หลักทั้ง 4 แบรนด์มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยที่ <em>ลอรีอัล ปารีส </em><em>(</em><em>L’Oréal Paris)</em> ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอีกครั้งในปีนี้ โดยเฉพาะในโซนยุโรปและตลาดเกิดใหม่ ที่ยอดเยี่ยมพอที่จะชดเชยผลประกอบการที่อ่อนตัวลงในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งทั้งสองตลาดได้รับผลกระทบในทางลบจากภาวะการเติบโตของตลาดที่อ่อนตัวลง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมคึกคักเป็นพิเศษ นำโดย<em>ลอรีอัล ปารีส </em>ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นหมวดหมู่ที่เติบโตเร็วเป็นอันดับสอง เครื่องสำอางได้รับประโยชน์จากการเปิดตัวมาสคาร่า<em>พาโนรามา</em> <em>(Panorama)</em> ของ<em>ลอรีอัล ปารีส</em> ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เช่นแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในช่วงครึ่งหลังของปีที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์รุ่น<em>เทดดี้ </em><em>(Teddy)</em> โดย <em>เมย์เบลลีน นิวยอร์ก </em><em>(</em><em>Maybelline New York)</em><strong> </strong></p>
<p><strong>&#8211; แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงมีการเติบโตที่ระดับ </strong><strong>2.7%</strong></p>
<p>ในปี 2567 แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในตลาดความงามลักชัวรี่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเติบโตแข็งแกร่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลในแต่ละภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น หากไม่นับรวมเอเชียเหนือ แผนกนี้เติบโตอย่างน่าประทับใจในอัตราเลขสองหลัก โดยมีอเมริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนการเติบโตที่ใหญ่ที่สุด จนก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดความงามชั้นสูงได้เป็นครั้งแรก แผนกยังคงเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มน้ำหอม การเติบโตต่อเนื่องเป็นผลจากความสำเร็จระดับโลกทั้งในกลุ่มน้ำหอมผู้หญิง <em>พาราด๊อกซ์ </em><em>(</em><em>Paradoxe) </em>โดย<em>พราด้า (</em><em>Prada),</em> <em>บอร์น อิน โรมา (</em><em>Born in Roma)</em> โดย <em>วาเลนติโน่ (</em><em>Valentino)</em>, <em>ลิ</em><em>เบรอ (</em><em>Libre) </em>โดย <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ (</em><em>Yves Saint Laurent)</em>  และน้ำหอมผู้ชาย <em>สตรองเกอร์ วิธ ยู (</em><em>Stronger with You)</em> โดย <em>อาร์มานี่</em> <em>(Armani)</em>, <em>วอนเต็ด (</em><em>Wanted)</em> โดย<em>อัซซาโร่ (</em><em>Azzaro)</em>, <em>โปโล </em><em>67 (Polo 67)</em> โดย <em>ราล์ฟ ลอเรน</em> <em>(</em><em>Ralph Lauren)</em>, <em>มายเซลฟ์ (</em><em>MYSLF)</em> โดย <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ </em>การเติบโตของเครื่องสำอางเร่งตัวขึ้นด้วยแรงหนุนจากความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของ <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ </em>ทั้งในตลาดตะวันตกและจีน ขับเคลื่อนโดยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์  เลิฟชายน์ </em><em>(</em><em>YSL Loveshine) </em>และ <em>ทูช เอคลาต์ </em><em>(</em><em>Touche Eclat)</em> ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว <em>เอสอป </em><em>(</em><em>Aesop)</em>, <em>ทาคามิ (</em><em>Takami)</em>  และ <em>ยูธ ทู เดอะ พีเพิล </em><em>(</em><em>Youth to the People</em>) ได้ดำเนินกลยุทธ์การขยายตลาดทั่วโลกด้วยผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างยิ่ง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Lancome-Genifique.jpg" alt="" width="1000" height="1000" /></p>
<p><strong>แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเติบโตอย่างโดดเด่นที่ระดับ </strong><strong>9.8%</strong></p>
<p>แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางมียอดขายทะลุ 7 พันล้านยูโรเป็นครั้งแรก โดยเติบโตแซงหน้าตลาดเวชสำอางโลก ซึ่งยังคงคึกคักแม้จะมีการชะลอตัวลงบ้าง แผนกเติบโตในทุกภูมิภาค โดยมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาค SAPMENA และยุโรป ทั้งยังมีผลประกอบการที่เหนือกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญในเอเชียเหนือ และเติบโตนำหน้าตลาดในอเมริกาเหนือ</p>
<p>ในส่วนของแบรนด์ ลา โรช-โพเซย์ (La Roche-Posay) มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของแผนกธุรกิจนี้มากที่สุด โดยได้รับแรงสนับสนุนอย่างมากจากยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่มารับไม้ต่อจาก เซราวี (CeraVe) ด้วยแรงหนุนจากความสำเร็จอย่างมากของ เมลา บีทรี (Mela B3) ทำให้ ลา โรช-โพเซย์ กลายเป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกในทุกช่องทาง แม้ว่าจะมีผลประกอบการในระดับทรงตัวในสหรัฐอเมริกา แต่ เซราวี ก็ทำยอดขายก็ได้ทะลุ 2 พันล้านยูโร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการขยายตลาดต่างประเทศด้วยผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน SAPMENA จีน และบราซิล ซึ่งเซราวีเป็นผู้บุกเบิกตลาดของแผนก</p>
<h4>ทั้งนี้ หากสรุปตามภูมิภาค ยุโรป เติบโต 8.2 %,​ อเมริกาเหนือ เติบโต 5.5%,  เอเชียเหนือ หดตัว 3.2%,  <strong>ลาตินอเมริกา</strong> <strong>เติบโต</strong><strong> 11.0% </strong><strong>ภูมิภาค </strong><strong>SAPMENAอฃ (เอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ) &#8211; SSA(</strong><strong>เแอฟริกาใต้ซาฮารา) เติบโต </strong><strong>12.3%</strong><strong><sup>1</sup></strong></h4>
<p>ภูมิภาค SAPMENA มีการเติบโตอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกหมวดหมู่และทุกแผนก ด้วยแรงหนุนเชิงบวกจากการเติบโตของมูลค่าและปริมาณแบบผสมผสาน ประเทศที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ไทย ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และอินเดีย</p>
<p>แผนกเวชสำอางมีการเติบโตแข็งแกร่งที่สุด ขับเคลื่อนโดยการเติบโตอย่างโดดเด่นของ <em>เซราวี </em>และความสำเร็จของ <em>เมลา บีทรี</em> จาก <em>ลาโรช-โพเซย์</em> กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงยังคงรักษาจังหวะการเติบโตเลขสองหลัก ขับเคลื่อนโดย <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์  </em>และ <em>พราด้า</em> เป็นหลัก หมวดหมู่ที่มีความคึกคักมากที่สุด ได้แก่ น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้รับแรงหนุนจากแผนกเวชสำอางและผลิตภัณฑ์อุปโภค การเติบโตของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมทั้งในตลาดแมสและระดับมืออาชีพได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง ช่องทางออนไลน์ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ โดยเฉพาะในซาอุดิอาระเบีย อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>ส่วนในภูมิภาค SSA (แอฟริกาใต้ซาฮารา) สร้างสถิติยอดขายสูงสุดอีกครั้ง โดยทุกประเทศและทุกแผนกเติบโตในระดับเลขสองหลัก ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมีความคึกคักมากที่สุด ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและน้ำหอม และมีแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคและแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32215 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/1.-MINNIE-GI-DLE-3CE-Asia-Ambassador.jpg" alt="" width="667" height="1000" /></p>
<h5>ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย</h5>
<p>สำหรับประเทศไทย บริษัทฯ ยังสามารถครองความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดความงาม โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยมีแบรนด์ การ์นิเย่ ยังคงเป็นแบรนด์สกินแคร์อันดับหนึ่งของประเทศ และมีลอรีอัล ปารีส และ เซราวี อยู่ในท๊อป 5 ในส่วนเมคอัพ มีเมย์เบลลีน นิวยอร์ค ยึดตำแหน่งแบรนด์เมคอัพอันดับหนึ่ง ในส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมีเคเรสตาสครองอันดับ 1 ในตลาดพรีเมียม</p>
<p>นอกจากนั้น ลอรีอัล ประเทศไทย ยังมีการปรับให้พอร์ตโฟลิโอแบรนด์เข้มแข็งขึ้น โดยนำแบรนด์ 3CE แบรนด์เมคอัพเกาหลีอันดับ 1 ของโลก มาภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2568 เพื่อปลุกตลาดเมคอัพ เช่นเดียวกับแผนกความงามชั้นสูงที่จะมีการนำแบรนด์เอสอปมาอยู่ภายใต้การดูแลช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 นี้ และแบรนด์ต่างๆ ได้เตรียมนำผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่น่าสนใจมาให้ผู้บริโภคชาวไทยเผื่อผลักดันตลาดในทุกๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์</p>
<p><strong>ผลงานด</strong><strong>้</strong><strong>านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล </strong></p>
<ul>
<li>ในเดือนพฤศจิกายน ภูมิภาค SAPMENA ประกาศความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในสถานประกอบการ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ (SAPMENA) รวมทั้งประเทศไทยในสิ้นปี 2566 ครอบคลุมโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า สำนักงาน และศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทั้งหมดภายในภูมิภาค ก่อนกำหนดในปี 2028</li>
<li>ลอรีอัลได้รับรางวัลแพลตตินัมจาก <strong>EcoVadis </strong>ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม <strong>1%</strong> ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/loreal-group-2024-annual-results/">ลอรีอัล กรุ๊ป เติบโต 5.1% ยอดขาย 4.348 หมื่นล้านยูโร ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้ว 100% ติดทำเนียบ ESG ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครั้งแรกของโลก เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผนึก Green Partners เปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น &#8216;น้องมานะ&#8217; กล่องอเนกประสงค์รักษ์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/merz-aesthetics-set-zero-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Aug 2024 13:17:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[​ บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[Aesthetics Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[Kerry Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Merz Aesthetic Set Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Merz Aesthetics]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Post Consumer Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle Day]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนัมภ์ ชวนิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[น้องมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[เมิร์ซ เอสเธติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ควอลี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27928</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Merz Aesthetics) เปิดตัวโครงการ “Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste” ครั้งแรกของโลก ในการเปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น &#8216;น้องมานะ&#8217; กล่องอนกเประสงค์อัพไซเคิล จากหัว Ultherapy Transducer เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายในการลดขยะฝังกลบ​ให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) โครงการนี้เป็นการผนึกความร่วมมือกับคลินิกคู่ค้าที่รับผลิตภัณฑ์ของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ไปให้บริการลูกค้าภายในคลีนิก โดยมี 12 แบรนด์นำร่องที่เข้าร่วมโครงการ และพันธมิตรที่เข้ามาช่วยดำเนินการในส่วนของการจัดการ Waste Management ​เพื่อช่วยผลักดันความยั่งยืน ได้แก่ บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด, แบรนด์ควอลี่ และ บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการทำหน้าที่รับคืนและจัดการขยะที่เกิดจากหัตถการความงามของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย เช่น หัว Ultherapy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/merz-aesthetics-set-zero-waste/">ครั้งแรกของโลก เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผนึก Green Partners เปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น &#8216;น้องมานะ&#8217; กล่องอเนกประสงค์รักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Merz Aesthetics) </strong>เปิดตัวโครงการ “<strong>Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste</strong>” ครั้งแรกของโลก ในการเปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น <strong>&#8216;น้องมานะ&#8217;</strong> กล่องอนกเประสงค์อัพไซเคิล จากหัว Ultherapy Transducer เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายในการลดขยะฝังกลบ​ให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill)</p>
<p><span id="more-27928"></span></p>
<p>โครงการนี้เป็นการผนึกความร่วมมือกับคลินิกคู่ค้าที่รับผลิตภัณฑ์ของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ไปให้บริการลูกค้าภายในคลีนิก โดยมี 12 แบรนด์นำร่องที่เข้าร่วมโครงการ และพันธมิตรที่เข้ามาช่วยดำเนินการในส่วนของการจัดการ Waste Management ​เพื่อช่วยผลักดันความยั่งยืน ได้แก่ บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด, แบรนด์ควอลี่ และ บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการทำหน้าที่รับคืนและจัดการขยะที่เกิดจากหัตถการความงามของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย เช่น หัว Ultherapy Transducer และกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดแยก และนำไปจัดการอย่างถูกวิธี</p>
<p><strong>เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์</strong> ผู้บริหารสูงสุดบริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย และสิงคโปร์ กล่าวว่า ​องค์กรมีจุดยืน  ‘Merz Aesthetics WORK for Sustainability’ เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการจัดการขยะที่เกิดจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste)  ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 ปี  เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ได้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์เสริมความงามที่ผลิตและนำเข้าจากทวีปยุโรป โดยเฉพาะหัวเครื่องมือ Ultherapy Transducer ที่ใช้แล้ว หาก​นำมาเรียงต่อกันจะมีความสูงถึง 3,900 เมตร หรือเทียบเท่าความสูงของหอไอเฟล 12 หอต่อกัน ​รวมทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่มีหนักรวมกัน 18 ตัน หรือเท่ากับน้ำหนักช้างแอฟริกาที่โตเต็มวัยถึง 3 ตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27933 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Kittiwan-Rattanachandr-Vice-President-of-Merz-Aesthetics-Singapore-and-Thailand-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แนวโน้มปริมาณ Waste ต่างๆ คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นตามการเติบโตของตลาดความงาม ทั้งจากจำนวนสาขาคลินิกรวมทั้งจำนวนผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการ เป็นที่มาของการขับเคลื่อนโครงการ​​ <strong>Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste </strong>เพื่อต้องการจัดการขยะจากอุตสาหกรรมความงามและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่มีการนำ Aesthetics Waste มาบริหารจัดการในรูปแบบการรีไซเคิล และอัพไซเคิลให้​เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ขณะที่ใน Global ก็ให้ความสำคัญต่อ Waste Management แต่เป็นในรูปแบบของการเก็บกลับเพื่อนำไปทำลายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง ​เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จึงถือเป็นผู้บุกเบิกโมเดลและสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการขยะจากหัตถการความงามเพื่อลดปริมาณขยะ​ไปสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ได้ในที่สุด&#8221; </em></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste จะดำเนินการใน 3 กระบวนการ คือ <strong>“เก็บกลับ ปรับโฉม ส่งคืนคุณ”</strong> โดยมี Green Partners ที่ดูแลในแต่ละกระบวนการทั้งการเข้าไปรับคืนสินค้าจากคลินิคแต่ละแห่ง เพื่อนำมาคัดแยกตามประเภทของวัสดุ เนื่องจากเครื่องมือแพทย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบ​ซับซ้อน และประกอบด้วยวัสดุหลากหลายประเภท รวมทั้งยังมีส่วนที่เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากมีการจัดการที่ไม่ถูกต้อง อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน​การคัดแยกขยะ เพื่อสามารถนำส่งกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด</p>
<p><b> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27929 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Merz-Aesthetics-Set-Zero-Aesthetics-Waste-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></b></p>
<p><strong>&#8220;น้องมานะ&#8221;​ ถังอัพไซเคิลจาก Aestetics Waste </strong></p>
<p>ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากโครงการ Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste  คือ <strong>ถังอเนกประสงค์ “มานะ”</strong> ที่ผลิตจากการนำวัสดุในส่วนที่เป็นพลาสติกของเครื่องมือ Ultherapy Transducer ที่ใช้แล้ว มาอัพไซเคิล โดยการออกแบบดีไซน์ของแบรนด์ควอลี่ ที่มีความเชี่ยวชาญในการนำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดวัสดุเหลือใช้ให้กลับมามีคุณค่าใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งถังอเนกประสงค์นี้ สามารถนำไปใช้งานได้หลายประเภท ทั้งเป็นกระถางปลูกต้นไม้ ถังใส่ขยะ หรือกล่องใส่ทิชชู ​ เป็นต้น โดยถังมานะที่ผลิตขึ้นมานี้ จะถูกนำส่งกลับไปให้คลินิกคู่ค้า ที่ได้ส่งคืน Aesthetics Waste มาเข้าร่วมโครงการ เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ใหม่อีกคร้ัง ขณะที่​วัสดุประเภทอื่นๆ ก็จะถูกนำไปจัดการตามกระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ภายใต้การจัดการของรีไซเคิลเดย์</p>
<p>ปัจจุบัน​มีแบรนด์คลินิกสีเขียวที่เข้าร่วมโครงการ Merz Aesthetics Set Zero Aesthetics Waste แล้วราว 22 ​คลินิก​ จากช่วงก่อนเปิดตัวโครงการมีผู้เข้าร่วม​ 12 คลินิก​​​ ​ซึ่งเป็นคลินิกชั้นนำของประเทศที่มีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และได้มีการเก็บกลับขยะจากการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของหัว Ultherapy Transducer มากกว่า 1,936 หัว และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่นำไปรีไซเคิลได้มากกว่า 131 กิโลกรัม ซึ่งช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ได้แล้ว​ 787 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ ในช่วงนำร่องโครงการ ​พร้อมทั้งได้​จัดทำเว็บไซต์ติดตามผลการดำเนินงานของโครงการนี้ที่ www.merzaestheticssetzerowaste.com</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27937 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Kittiwan-Rattanachandr-Vice-President-of-Merz-Aesthetics-Singapore-and-Thailand-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี 2570 เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ​จะสามารถขยายความร่วมมือกับคลินิกคู่ค้าสีเขียวได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 180 แห่ง เพื่อช่วย​ลดคาร์บอนฟุตพรินต์จากขยะที่เกิดจากหัตถการความงามได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 9,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมช่วยจุดประกายให้อุตสาหกรรมความงามต่างๆ หันมาใส่ใจในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมความงามอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายแรกๆ ที่ผู้บริโภคคาดหวังให้ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกับหลายๆ อุตสาหกรรที่การดำเนินธุรกิจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรงก็ตาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27932 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Merz-Aesthetics-Set-Zero-Aesthetics-Waste-6.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>คุณชนัมภ์ ชวนิชย์</strong> ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด กล่าวว่า <em>“รีไซเคิลเดย์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการลดและจัดการขยะจากหัตถการความงามอย่างยั่งยืนของ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย โดยเราจะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ยาวนานในด้านการจัดการและรีไซเคิลขยะมาตรฐานสากล มาช่วยผลักดันให้ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนได้ในอนาคต” ​</em></p>
<p><strong>คุณธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์</strong> นักออกแบบและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ควอลี่ กล่าวว่า <em>“แนวคิดความยั่งยืนเป็นหลักการสำคัญของควอลี่ในการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนไปพร้อมกับการรักษ์โลก จึงเป็นที่มาของถังอเนกประสงค์ “มานะ” ซึ่งผลิตมาจากหัว Ultherapy Transducer ที่ใช้แล้วจากพาร์ทเนอร์คลินิกต่างๆ ของเมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย นำมาผ่านกระบวนการ upcycle ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งและยังสามารถนำไปใช้ได้ประโยชน์จริงในชีวิตประจำวัน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27930 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Merz-Aesthetics-Set-Zero-Aesthetics-Waste-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/merz-aesthetics-set-zero-waste/">ครั้งแรกของโลก เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผนึก Green Partners เปลี่ยนขยะจากหัตถการความงาม (Aesthetics Waste) เป็น &#8216;น้องมานะ&#8217; กล่องอเนกประสงค์รักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไบเออร์สด๊อรฟ ขับเคลื่อนพันธกิจ “C.A.R.E.+” มากกว่าดูแลผิว มุ่งสู่ผู้นำธุรกิจบิวตี้เพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/11/beiersdorf-drive-care-plus-growth-with-consumer-social-environment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Nov 2022 09:44:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[C.A.R.E.+]]></category>
		<category><![CDATA[Care Beyond Skin]]></category>
		<category><![CDATA[Eucerin]]></category>
		<category><![CDATA[NIVEA]]></category>
		<category><![CDATA[Personal Care]]></category>
		<category><![CDATA[Skin Care]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นีเวีย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเซริน]]></category>
		<category><![CDATA[สุเรขา วันเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[สเตฟานี แบร์โรล]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เยี่ยมโรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไบเออร์สด๊อรฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15614</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะแบรนด์สกินแคร์ระดับโลก ไบเออร์สด๊อรฟ ​ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบรนด์ นีเวีย และ ยูเซอริน ไม่สามารถละเลยต่อ Global Challenge และทิศทางของโลกในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจตามวิถีความยั่งยืน ไบเออร์สด๊อรฟ จึงได้วางนโยบายเพื่อให้ทุกประเทศนำไปเป็นแนวทางขับเคลื่อนในแต่ละตลาด ผ่าน Global Strategy ที่ชื่อ C.A.R.E.+ ด้วยคอนเซ็ปต์  Care Beyond Skin เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่ไม่เพียงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวพรรณเท่านั้น  แต่ยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจที่ต้องดูแลทั้งผู้บริโภค (Consumer) สังคม (Social) และสิ่งแวดล้อม (Environment) ไปพร้อมกันด้วย สำหรับกลยุทธ์ C.A.R.E.+  เริ่มขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2020 เพื่อประกาศพันธกิจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจให้สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว มากกว่าแค่เพียงการส่งมอบสกินแคร์ที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภค แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่เพื่อสร้างความยั่งยืนทุกมิติ ทั้งผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม พร้อมกำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย และวัดผลได้มากกว่าแค่มิติการเติบโตของธุรกิจ แต่เป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ตัวผลิตภัณฑ์​ ระบบการผลิต การขนส่ง  รวมทั้งการริเริ่มกิจกรรมทางสังคมต่างๆ  ภายใต้งบประมาณตลอดการขับเคลื่อนนี้จนถึงปี 2025 ไว้ที่ราว 300 ล้านยูโรทั่วโลก คุณสเตฟานี แบร์โรล รองประธานกรรมการอาวุโส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/beiersdorf-drive-care-plus-growth-with-consumer-social-environment/">ไบเออร์สด๊อรฟ ขับเคลื่อนพันธกิจ “C.A.R.E.+” มากกว่าดูแลผิว มุ่งสู่ผู้นำธุรกิจบิวตี้เพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะแบรนด์สกินแคร์ระดับโลก <strong>ไบเออร์สด๊อรฟ</strong> ​ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบรนด์ <strong>นีเวีย</strong> และ <strong>ยูเซอริน</strong> ไม่สามารถละเลยต่อ Global Challenge และทิศทางของโลกในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจตามวิถีความยั่งยืน</p>
<p><span id="more-15614"></span></p>
<p>ไบเออร์สด๊อรฟ จึงได้วางนโยบายเพื่อให้ทุกประเทศนำไปเป็นแนวทางขับเคลื่อนในแต่ละตลาด ผ่าน Global Strategy ที่ชื่อ <strong>C.A.R.E.+</strong> ด้วยคอนเซ็ปต์  <strong>Care Beyond Skin</strong> เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่ไม่เพียงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวพรรณเท่านั้น  แต่ยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจที่ต้องดูแลทั้งผู้บริโภค (Consumer) สังคม (Social) และสิ่งแวดล้อม (Environment) ไปพร้อมกันด้วย</p>
<p>สำหรับกลยุทธ์ <strong>C.A.R.E.+ </strong> เริ่มขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2020 เพื่อประกาศพันธกิจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจให้สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว มากกว่าแค่เพียงการส่งมอบสกินแคร์ที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภค แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่เพื่อสร้างความยั่งยืนทุกมิติ ทั้งผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม พร้อมกำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย และวัดผลได้มากกว่าแค่มิติการเติบโตของธุรกิจ แต่เป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ตัวผลิตภัณฑ์​ ระบบการผลิต การขนส่ง  รวมทั้งการริเริ่มกิจกรรมทางสังคมต่างๆ  ภายใต้งบประมาณตลอดการขับเคลื่อนนี้จนถึงปี 2025 ไว้ที่ราว 300 ล้านยูโรทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15619 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Beiersdorf-Thailand-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสเตฟานี แบร์โรล</strong> รองประธานกรรมการอาวุโส ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ กล่าวถึง การวางเป้าหมายในการขับเคลื่อนความยั่งยืนภาพใหญ่ของ Global ที่สามารถจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม​ โดยเฉพาะการ Commitment ในมิติของสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทานลง 30% ภายในปี 2025 และเดินหน้ามุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 รวมถึงการใช้พลังงานสะอาดในการกระบวนการผลิตทั้ง 100% ภายในปี 2050</p>
<p><em>“ไบเออร์สด๊อรฟให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์​ให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตบรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด แต่ไม่กระทบต่อคุณภาพสินค้า รวมทั้งการมาจากแหล่งกำเนิดที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การเลือกวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในการผลิตเพิ่มมากขึ้น  หรือการเพิ่มเครื่อง Refill ผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ผู้บริโภคมีความพร้อม โดยได้นำร่องในเยอรมนี เมื่อกลางปี 2020  ขณะที่กระบวนการผลิตในโรงงานเน้นการใช้พลังงานทดแทนที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการกำจัดและบำบัดของเสียจากกระบวนการผลิต ต่อเนื่องไปถึงการขนส่งที่จะต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งในมิติสังคม มี​การจ้างงานและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี”​</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ประเทศไทย หนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ</strong></p>
<p>สำหรับประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของไบเออร์สด๊อรฟ เพราะเป็นโรงงานผลิตขนาดใหญ่ที่สุดที่อยู่นอกยุโรป โดยโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี จ.สมุทรปราการ และเป็นฐานการส่งออกหลักในการทำตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่ไบเออร์สด๊อรฟให้ความสำคัญ และมีอัตราการเติบโตที่ดีแห่งหนึ่ง ปัจจุบัน​มีการผลิตผลิตภัณฑ์โดยรวมต่อปีที่ราว 300 ล้านชิ้น ซึ่งการผลิตกว่า 60% เป็นกลุ่มโรลออน ดังนั้น ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนผ่านสู่ Sustainability ของประเทศไทย จึงเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้สามารถ Achieve เป้าหมายที่ทาง Global ตั้งไว้ได้</p>
<p>ทั้งนี้ ฐานการผลิตของไบเออร์สด๊อรฟ  รวมทั้งในประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ 100% แล้ว ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังสามารถจัดการของเสียได้ตามมาตรฐาน Zero Waste Landfill มาตั้งแต่ปี 2016 รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 43% จากการใช้นวัตกรรมพลังงานลูกผสมอย่าง Mobile Energy เทียบกับข้อมูลฐานด้านพลังงาน (baseline) ในปี 2018  ซึ่งภารกิจสำคัญจากนี้คือ การพิชิตเป้าหมายเดียวกับที่ทางโกลบอลตั้งไว้ คือ ​การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทานลง 30% ภายในปี 2025 และเดินหน้ามุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15618 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Beiersdorf-Thailand-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณสุเรขา วันเพ็ญ</strong> Production Center Director บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) กล่าวถึงแนวทางที่ประเทศไทยจะขับเคลื่อนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ตามกรอบเวลาเดียวกับที่ทางบริษัทแม่วางไว้ นอกจากกรอบใหญ่ <strong>C.A.R.E.+</strong> ยังวางทิศทางในการขับเคลื่อนของประเทศไทยเอง เพื่อสามารถโฟกัสการเพิ่มประสิทธิภาพในแต่ละมิติได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งในมิติของผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต การพัฒนาคน และการดูแลสังคมโดยรอบโรงงาน</p>
<p>โดยในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ได้ทำการลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตให้มากที่สุด อาทิ ลดการใช้แก้วซึ่งถือเป็นวัสดุหลักมากกว่า 60% ของการผลิตภาพรวมในโรงงาน ซึ่งลดไปได้กว่า 98 ตัน เทียบเท่ากับน้ำหนักช้าง 20 ตัว หรือแก้วที่ลดได้สามารถนำมาผลิตโรลออนขวดใหม่ได้หลายล้านขวดเลยทีเดียว เช่นเดียวกับกระดาษที่ลดการใช้ลงได้ 93 ตัน รวมทั้งเลือกใช้กระดาษจากป่าปลูก ขณะที่พลาสติกลดลลงไปกว่า  57 ตัน ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ในการผลิตจะมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดไบโอพลาสติก ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศต่างๆ</p>
<p>ขณะที่ประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิต 40% ภายในปีหน้า ขณะที่เดียวกันต้องการลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตให้น้อยลง 25% จากปีก่อนหน้า จากที่เคยใช้สูงสุดกว่า 2.5 แสนลูกบาศก์เมตร และค่อยๆ ทยอยลดปริมาณการใช้ลง โดยได้ตั้งเป้าหมายให้เหลือการใช้น้ำที่ราว 1.3 แสนลูกบาศก์เมตรเท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15617 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/Beiersdorf-Thailand-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ที่โรงงานไบเออร์สด๊อรฟ ในประเทศไทย เราให้ความสำคัญกับพันธกิจของบริษัทและมุ่งมั่นในการปรับส่วนที่เราสามารถค่อย ๆ ทำได้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน เช่น กระบวนการผลิตเพื่อลดคาร์บอนฟุ๊ตพริ้นท์ ทั้งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ มีการหมุนเวียนการใช้พลังงาน การบำบัดน้ำเสีย ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ ด้านพนักงานเราก็มีการรณรงค์ส่งเสริมให้ความรู้และเชิญชวนร่วมกิจกรรมที่จะเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการเป็นธุรกิจเพื่อความยั่งยืนอย่างโครงการคัดแยกขยะ การปลูกป่า และการประกวดโครงงานรักษ์โลกต่าง ๆ อีกด้วย” </em>คุณสุเรขา กล่าว</p>
<p>กว่าทศวรรษนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา ไบเออร์สด๊อรฟ ได้ทำโครงการและกิจกรรม CSR แบบบูรณาการภายใต้กลยุทธ์ C.A.R.E.+ (Care Beyond Skin) มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายโครงการถือเป็นจุดเริ่มต้นและได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีไม่ว่าจะเป็น การใช้พลังงานทดแทน บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและผืนป่าในแหล่งวัตถุดิบ  โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้กับสตรีและเยาวชนในชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งวัตถุดิบและการผลิตทั่วโลก ล่าสุดกับโครงการปรับปรุงห้องสมุดของโรงเรียนที่ยากไร้ 11 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งเสริมสร้างทักษะและเรียนรู้ตลอดชีวิต  นอกจากนี้ยังได้มีการบริจาคเงินกว่า 50 ล้านยูโรและสิ่งของจำเป็นทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือองค์กรด้านสาธารณสุขและการแพทย์ในช่วงวิกฤตโควิด-19 อีกด้วย</p>
<p>ด้าน คุณสเตฟานี กล่าวทิ้งท้ายว่า  <em>“แม้ยอดขายจะมีการเติบโตต่อเนื่องทุกปีที่ราว </em><em>5% </em><em>(ในเชิงปริมาณ) ขณะที่ประสิทธิภาพในการลดการใช้พลังงานจะไม่ได้ปรับสัดส่วนตามยอดขายที่เติบโต แต่โรงงานจะพยายามพัฒนาเทคโนโลยีหรือโซลูชันที่ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการลดพลังงานได้มากขึ้น ซึ่งอาจต้องมีการลงทุนเทคโนโลยีต่างๆ เพิ่มเติม ​แต่บริษัทถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน และลดผลกระทบต่อโลกได้ รวมทั้งจะพยายามไม่ผลักภาระจากต้นทุนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นไปสู่ผู้บริโภค”​  </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/11/beiersdorf-drive-care-plus-growth-with-consumer-social-environment/">ไบเออร์สด๊อรฟ ขับเคลื่อนพันธกิจ “C.A.R.E.+” มากกว่าดูแลผิว มุ่งสู่ผู้นำธุรกิจบิวตี้เพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
