<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bio-Chemical &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/bio-chemical/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 Aug 2026 11:52:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.6</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Bio-Chemical &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>GC ชูจุดแข็งโครงสร้างบูรณาการ &#8216;Integrated Value Chain&#8217; รับความผันผวน เพิ่มความยืดหยุ่นและหลากหลาย ขยายพอร์ต Specialty + Green &#038; Bio 30% พร้อมปักมาบตาพุด​ฐานทัพสำคัญแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/gc-annouce-q2-2026-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Aug 2026 11:34:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[allnex]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemical]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Polymer]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Chemical]]></category>
		<category><![CDATA[collaboration]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut Through]]></category>
		<category><![CDATA[Green & Bio]]></category>
		<category><![CDATA[Integrated Value Chain]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain Disruption]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาคน]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[มาบตาพุด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43698</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ยังสามารถรักษาการเติบโตท่ามกลางภาวะวิกฤต​และความผันผวนรอบด้าน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่เกิดภาวะ Supply Chain Disruption จากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้​บริษัทมี Adjusted EBITDA 26,932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 81% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท ที่สำคัญสามารถจัดการโครงสร้างทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการบริการจัดการต้นทุน ลดภาระค่าใช้จ่าย และการจัดการสินทรัพย์ที่มีอย่างเหมาะสม ทำให้หนี้สินโดยรวมของบริษัทในราว 2 ปีที่ผ่านมา ลดลงได้กว่า 1.16 แสนล้านบาท และมีกระแสเงินสดเหลือกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีสภาพคล่องมากพอสำหรับการชำระหนี้เงินกู้ธนาคาร และการจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่จะถึงงวดการชำระในปีหน้า สะท้อนให้เห็นความแข็งแรงและพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทแม้อยู่ท่ามกลางหลายปัจจัยที่มีความท้าทาย คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า ​ความผันผวนและความไม่แน่นอนจะยังเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในระยะข้างหน้า สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่คือการเตรียมองค์กรให้มีความยืดหยุ่น มองเห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/gc-annouce-q2-2026-performance/">GC ชูจุดแข็งโครงสร้างบูรณาการ &#8216;Integrated Value Chain&#8217; รับความผันผวน เพิ่มความยืดหยุ่นและหลากหลาย ขยายพอร์ต Specialty + Green &#038; Bio 30% พร้อมปักมาบตาพุด​ฐานทัพสำคัญแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ยังสามารถรักษาการเติบโตท่ามกลางภาวะวิกฤต​และความผันผวนรอบด้าน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่เกิดภาวะ Supply Chain Disruption จากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง</p>
<p><span id="more-43698"></span></p>
<p>ทั้งนี้​บริษัทมี Adjusted EBITDA 26,932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 81% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท ที่สำคัญสามารถจัดการโครงสร้างทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการบริการจัดการต้นทุน ลดภาระค่าใช้จ่าย และการจัดการสินทรัพย์ที่มีอย่างเหมาะสม ทำให้หนี้สินโดยรวมของบริษัทในราว 2 ปีที่ผ่านมา ลดลงได้กว่า 1.16 แสนล้านบาท และมีกระแสเงินสดเหลือกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีสภาพคล่องมากพอสำหรับการชำระหนี้เงินกู้ธนาคาร และการจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่จะถึงงวดการชำระในปีหน้า สะท้อนให้เห็นความแข็งแรงและพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทแม้อยู่ท่ามกลางหลายปัจจัยที่มีความท้าทาย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Photo_GC-Press-Conference_04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า ​ความผันผวนและความไม่แน่นอนจะยังเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในระยะข้างหน้า สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่คือการเตรียมองค์กรให้มีความยืดหยุ่น มองเห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และลงมือสร้างความพร้อมสำหรับอนาคต</p>
<p>ขณะที่ <em><strong>ความแข็งแรงของ GC อยู่ที่การ​มีโครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการ (Integrated Value Chain) หรือการต่อยอดห่วงโซ่ธุรกิจภายในซัพพลายเชน โดยเชื่อมโยงระบบการผลิตภายในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีให้ครบถ้วนตลอดทั้งห่วงโซ่</strong> </em>ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้สามารถเลือกใช้วัตถุดิบที่มีความหลากหลาย​ทั้งก๊าซและของเหลว เพิ่มความสามารถในการยืดห​ยุ่นและปรับตัว พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากปัญหา Supply Chain Disruption รวมทั้งช่วย​บริหารต้นทุนได้เหมาะสมกับสภาวะตลาด  และ​​สร้างโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ให้ธุรกิจได้ในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Photo_GC-Press-Conference_02-CEO-CFO-GC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​<em>&#8220;GC ให้ความสำคัญในการปรับตัว สร้างความยืดหยุ่น และดูแลวินัยทางการเงิน เพื่อสามารถอยู่รอดและเติบโตท่ามกลางวิกฤตและความผันผวน ซึ่งเชื่อว่าจากนี้จะกลายเป็นปัจจัยที่ยังสามารถเกิดขึ้นได้อีกอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความผันผวนและท้าทายในวัฏจักร​อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่จะส่งผลกระทบต่อซัพพลายสำคัญของธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมา GC ได้คาดกการณ์ ​เตรียมตัว และพร้อมรับมือต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ทั้งการกระจายแหล่งวัตถุดิบสำรองจากหลายพื้นที่  ทำให้เหลือซัพพลายที่ฮอร์มุซเพียง 10% และสามารถจัดหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ในช่วงวิกฤตได้ทัน จึงไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้มากนัก ประกอบกับ มี​นโยบายเพิ่มความหลากหลายภายในพอร์ตโฟลิโอ เพื่อขยายตลาดเพิ่มรายได้รองรับจากกลุ่มธุรกิจใหม่อย่าง กลุ่มเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty) รวมท้ัง Green &amp; Bio มาก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างพอร์ตธุรกิจที่มีมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ และตอบรับทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต โดยปัจจุบันรายได้หลักยังคงมาจากกลุ่ม Commodity  หรือธุรกิจต้นน้ำ จากโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ราว 80% ขณะที่กลุ่มธุรกิจใหม่อยู่ที่ราว 20% ซึ่งในอนาคตมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 30% ภายในปี 2573&#8221;</em></p>
<p>ผล​สะท้อนจากการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ GC สามารถ​เพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายลงได้อย่างชัดเจน โดยปี 2568 GC สามารถสร้างผลลัพธ์ได้กว่า 7,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่ 5,500 ล้านบาท และในปี 2569 ได้ตั้งเป้าเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันสามารถขับเคลื่อนได้ตามแผนแล้วกว่า 50% ​</p>
<p><strong>ต่อยอดศักยภาพ สร้างการเติบโตบทใหม่</strong></p>
<p>GC วางแผนขับเคลื่อน 5 ปี  (พ.ศ. 2569-2573) เพื่อสามารถเพิ่มสัดส่วนกลุ่มธุรกิจใหม่ (Specialty + Green &amp; Bio) เป็น 30% รวมทั้งเพิ่มโอกาสเติบโตได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อขยายสัดส่วนพอร์ตธุรกิจมูลค่าสูง และคาร์บอนต่ำ ตอบโจทย์เทรนด์ Sustainability ในอนาคต เพื่อสร้างพอร์ตที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ผ่านการต่อยอดจากจุดแข็งและความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ในแต่ละธุรกิจ ดังนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43704 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/โรงกลั่นน้ำมัน-GC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจต้นน้ำและผลิตภัณฑ์ขั้นกลาง</strong> ต่อยอดศักยภาพโรงกลั่นชีวภาพ และศึกษาการบูรณาการโรงกลั่นและปิโตรเคมี โดยมีโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) เป็นหัวใจสำคัญ  จากกระบวนการ​​กลั่น UCO หรือน้ำมันพืชใช้แล้ว ให้เป็น SAF และผลิตภัณฑ์ขั้นกลางอื่นๆ ที่มีการเชื่อมต่อระบบการผลิตจากโรงกลั่นเดียวกันนี้ ทั้งกลุ่ม Bio-Polymers และ Bio-Chemical ซึ่ง GC มีความพร้อมในด้านเทคโนโลยี แต่จำเป็นต้องรอดูทิศทางตลาด รวมทั้งการทำงานร่วมกับพันธมิตรภายใน Ecosystem แต่ละอุตสาหกรรมทั้งการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ปลายทางประเภทต่างๆ ไปจนถึงความพร้อมของแต่ละตลาด ไปจนถึงการ​ดูแลในส่วนของซัพพลายอย่าง UCO เพื่อให้มีปริมาณรองรับกำลังผลิตได้อย่างเพียงพอโดยลดภาระการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศให้น้อยที่สุด</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์</strong> อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจร่วมทุนกับ SCGC เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยหากการร่วมทุนเกิดขึ้น จะเป็นผู้ผลิตโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ชั้นนำในอาเซียน สนับสนุนความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ ในประเทศและภูมิภาค ด้วยกำลังการผลิตระดับ Top 10 ของโลก ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปของการศึกษาดังกล่าวในช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2569</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (</strong><strong>Specialty)</strong> ปลดล็อกศักยภาพของ allnex เพื่อเป็นฐานสำคัญในการขยายธุรกิจ Specialty จากโอกาสของธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเติบโตสูง อาทิ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือธุรกิจก่อสร้าง เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจ</strong> <strong>Green &amp; Bio</strong> ต่อยอดสู่เคมีภัณฑ์ชีวภาพชนิดพิเศษ (Bio Specialty)</p>
<p>ทั้งหมดนี้จะดำเนินควบคู่กับ Holistic Optimization เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทั้งองค์กร  (Company-wide Enhancement) ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การบริหารจัดการซัพพลายเชน และกระบวนการผลิต ไปจนถึงการขาย การตลาด และกระบวนการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนผ่านแนวทาง Digital 3 Smarts ได้แก่ Smart Plant, Smart Sales &amp; Marketing และ Smart Work Process เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดย​ตั้งเป้าสร้าง EBITDA Uplift เพิ่มอีก 300 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ภายในปี 2573 โดยวางมาบตาพุด​เป็นหนึ่งในฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในระยะต่อไปของอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ควบคู่ไปกับการเติบโตในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43702 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/allnex-Sagging-Control-Agent.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>allnex </strong><strong>ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ</strong></p>
<p>สำหรับธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ GC มุ่งดึงศักยภาพของ allnex อย่างเต็มที่ โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 allnex มีผลการดำเนินงานดีกว่าแผน สะท้อนความคืบหน้าของการดำเนินกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตระยะยาว ทั้งการปรับโครงสร้างต้นทุน โดยกำลังศึกษาเพื่อเตรียมดำเนินการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจในทุกมิติ รวมทั้งการบริหารพอร์ตโฟลิโอโดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่ allnex มีความเป็นผู้นำและมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง ตลอดจนการขยายไปสู่ธุรกิจและเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดจากจุดแข็งที่มีอยู่</p>
<p>ในประเทศไทย allnex ได้ประกาศขยายกำลังการผลิต<strong> Sagging Control Agent (SCA)</strong> ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งจะเป็นฐานการผลิต SCA แห่งแรกนอกยุโรป นับเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและขีดความสามารถด้านการผลิตมายังประเทศไทย ช่วยสร้าง Ecosystem ที่ใกล้ชิดลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น รองรับความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโต พร้อมกระจายฐานการผลิตและลดความเสี่ยงของซัพพลายเชนให้กับลูกค้า ทั้งนี้ SCA เป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่ช่วยป้องกันสีหรือสารเคลือบไหลย้อยระหว่างการใช้งาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์</p>
<p>ขณะเดียวกัน allnex ยังเดินหน้าขยายฐานการผลิตในเอเชียอย่างต่อเนื่อง ทั้ง China Hub ที่เมืองเจียซิง (Jiaxing) ประเทศจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตและโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ allnex และมีผลการดำเนินงานเติบโตดีกว่าคาดการณ์ รวมถึง India Hub ที่เมืองมหัท (Mahad) ประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43699 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/NatureWorks_เม็ดไบโอพลาสติก-PLA.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อน </strong><strong>Green &amp; Bio </strong><strong>จากฐานที่สั่งสมมากว่าทศวรรษ</strong></p>
<p>อีกหนึ่งในการเติบโต คือ ธุรกิจ Green &amp; Bio ซึ่ง GC บุกเบิกและสั่งสมความสามารถมากว่าทศวรรษ จนมีความพร้อมครอบคลุมทั้งวัตถุดิบ เทคโนโลยี นวัตกรรม และซัพพลายเชน ทำให้สามารถมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่เชื้อเพลิงชีวภาพ เคมีภัณฑ์ชีวภาพ ไบโอพลาสติก โอลีโอเคมิคอล ไปจนถึงพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง</p>
<p>ปัจจุบัน ความพร้อมดังกล่าวได้ต่อยอดเป็นการลงทุนและธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงในหลายด้าน อาทิ NatureWorks ซึ่งเพิ่งเปิดโรงงานผลิตไบโอพลาสติก PLA แบบครบวงจรแห่งใหม่ที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ เชื่อมโยงวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยกับเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง รวมถึง GGC และ Emery Oleochemicals ที่ต่อยอดองค์ความรู้เคมีภัณฑ์จากพืชสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และ ENVICCO ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงและเกรดสัมผัสอาหารรายแรกของประเทศไทย ที่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิต</p>
<p>จากรากฐานดังกล่าว GC กำลังต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชีวภาพชนิดพิเศษ (Bio Specialty) ผ่านนวัตกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เพื่อพัฒนา Sustainable Solutions ที่ตอบโจทย์ลูกค้า และยกระดับอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43705 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Photo_GC-Press-Conference_20-Exhibition.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>MTP Transformation </strong><strong>ยกระดับมาบตาพุด สู่ฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมในเอเชียแปซิฟิก</strong></p>
<p>ในระยะต่อไป GC เล็งเห็นศักยภาพของมาบตาพุดเป็นฐานสำคัญของการต่อยอดธุรกิจที่มีมูลค่าสูง   สู่อนาคต ภายใต้กลยุทธ์ MTP Transformation ด้วยโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายที่มีความพร้อม ประกอบกับฐานธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่เคมีภัณฑ์ทั่วไป เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ไปจนถึง Green &amp; Bio</p>
<p>ความพร้อมเหล่านี้เปิดโอกาสให้ GC เชื่อมโยงความสามารถกับเทคโนโลยีและพันธมิตรชั้นนำจาก   ทั่วโลก รองรับความต้องการของตลาดปลายทาง และสร้างโอกาสให้ประเทศไทยมีบทบาทเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเคมีแห่งอนาคตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ​การเติบโตบทใหม่ของ GC จะไม่ได้เกิดจากโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่เกิดจากการนำจุดแข็งที่เรามีมาประกอบเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ธุรกิจที่มีอยู่ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความสามารถของบุคลากร เครือข่ายระดับโลก ไปจนถึงพันธมิตรทางธุรกิจ เรากำลังลงมือทำในแต่ละส่วนตามทิศทางเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้องค์กรมีทั้งความแข็งแกร่งในวันนี้ และพร้อมเติบโตยิ่งขึ้นสำหรับอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43700 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Photo_GC-Press-Conference_08-Showcase-นวัตกรรมทำจริง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>GC StandOut Through INnovation</strong><strong> องค์กรนวัตกรรมทำจริง</strong></p>
<p>หนึ่งในกลไกสำคัญของกลยุทธ์ GC คือ &#8216;<strong>คน</strong>&#8216; ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut Through INnovation</strong> องค์กรนวัตกรรมทำจริง ที่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง กล้าคิด กล้าลงมือทำ จนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ พิสูจน์ได้จากการที่พนักงาน GC ทุกระดับเสนอไอเดียกว่า 1,000 ไอเดียในระยะเวลา 1 ปี เพื่อร่วมกันเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรได้สำเร็จสูงกว่าเป้าหมาย</p>
<p>ทั้งหมดนี้ สะท้อนแนวทางของ GC ที่ไม่ได้เพียงรับมือกับความเปลี่ยนแปลง แต่ได้เร่งเปลี่ยนความพร้อมที่สั่งสมมาและความสามารถในการแข่งขันให้เป็นโอกาสการเติบโตบทใหม่ในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/gc-annouce-q2-2026-performance/">GC ชูจุดแข็งโครงสร้างบูรณาการ &#8216;Integrated Value Chain&#8217; รับความผันผวน เพิ่มความยืดหยุ่นและหลากหลาย ขยายพอร์ต Specialty + Green &#038; Bio 30% พร้อมปักมาบตาพุด​ฐานทัพสำคัญแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
