<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bio-Chemicals &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/bio-chemicals/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 25 Jan 2026 22:52:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Bio-Chemicals &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jan 2026 22:52:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Circular PP]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastics]]></category>
		<category><![CDATA[Chemical]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[From Kitchen to Creation]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[GC x HMC Polymers]]></category>
		<category><![CDATA[High Value]]></category>
		<category><![CDATA[HMC Polymers]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Market]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Sparking the Future]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Spark by PTT Group 2026]]></category>
		<category><![CDATA[The Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[The Biorefinery Journey of Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[Used Cooking Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Value]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์โซ อูซีลลี่]]></category>
		<category><![CDATA[จากครัว สู่เครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันพืชใช้แล้ว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39600</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน ‘Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต’ เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ โดย กลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมจุดประกายการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ เพราะ ‘ความยั่งยืน’ ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายในงานครั้งนี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ตลอดจนการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจหมุนเวียน สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่มุ่งสร้างความแตกต่าง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งการร่วมนิทรรศการ Spark Exhibition ภายใต้แนวคิด GC StandOut #แตกต่างอย่างยั่งยืน นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว ทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกซึ่งออกแบบให้ง่ายต่อการรีไซเคิล หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/">‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน <strong>‘Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต’</strong> เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ โดย กลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมจุดประกายการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><span id="more-39600"></span></p>
<p>พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ เพราะ<strong> ‘ความยั่งยืน’</strong> ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ภายในงานครั้งนี้<strong> บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> GC</strong> ได้ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ตลอดจนการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจหมุนเวียน สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่มุ่งสร้างความแตกต่าง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39602 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Spark2.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ทั้งการร่วมนิทรรศการ <strong>Spark Exhibition</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut #แตกต่างอย่างยั่งยืน</strong> นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว ทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกซึ่งออกแบบให้ง่ายต่อการรีไซเคิล หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพต่างๆ รวมทั้งนวัตกรรมการผลิตคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเพิ่มการมีส่วนร่วมให้ภาคชุมชนในโซน <strong>Spark Market</strong> จากร้านค้ารักษ์โลกอย่าง<strong> UPTOYOU ร้านรักระยอง </strong>และ<strong> ร้านวิสาหกิจชุมชนสวนผึ้งปลวกแดง</strong> และกิจกรรมในโซน <strong>Spark Activities</strong> สร้างการมีส่วนร่วมและความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับกิจกรรม <strong>Plastic Funtastic by GC</strong> สร้างสรรค์ <strong>พวงกุญแจ DIY จากพลาสติกใช้แล้ว</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut </strong>ร่วมสื่อสารการคัดแยก การรีไซเคิล และการให้คุณค่าใหม่กับพลาสติกแบบเข้าใจง่าย จับต้องได้ รวมทั้งยังติดตั้งจุดรับคืนพลาสติกใช้แล้วภายในงานทั้งพลาสติกใส (PET) และพลาสติกขุ่น (HDPE) โดย GC YOUเทิร์น เพื่อนำไปบริหารจัดการตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39601 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Spark1.jpg" alt="" width="1200" height="636" /></p>
<p><strong>From Kitchen to Creation ลบภาพ ‘ผู้ร้าย’ น้ำมันใช้แล้ว</strong></p>
<p>GC ได้ร่วมปลดล็อกศักยภาพประเทศไทยสู่เป้าหมาย <strong>Net Zero 2050</strong> บนเวที <strong>Spark Talk</strong> ผ่านเสวนาพิเศษ หัวข้อ<strong> ‘From Kitchen to Creation : The Biorefinery Journey of Tomorrow’</strong> สะท้อนความร่วมมือของ <strong>GC</strong> และพันธมิตรในธุรกิจพลาสติกชีวภาพอย่าง <strong>HMC Polymers</strong> ต่อยอดเทคโนโลยีโรงกลั่นชีวภาพ หรือ <strong>Biorefinery</strong> เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้ของเสียจากครัวเรือนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO : Used Cooking Oil) กลายเป็นพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ ผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตมูลค่าสูง ที่สามารถต่อยอดสู่นวัตกรรมใกล้ตัวอีกมากมาย</p>
<p><strong>คุณพรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีขั้นต้นและขั้นกลาง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคิล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า หลายคนอาจมองว่า <strong>‘น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นผู้ร้าย’ </strong>เพราะเป็นสาเหตุของปัญหาทั้งต่อสุขภาพ หากผู้ประกอบการนำน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) ไปใช้ทอดซ้ำ รวมทั้งยังสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม จากการที่มีคราบไขมันจาก UCO ที่ถูกปล่อยทิ้งจากบ้านเรือน ร้านอาหาร หรือสถานประกอบการต่างๆ เข้าไปอุดตันตามท่อระบายน้ำจากการทิ้งอย่างไม่ถูกต้อง แต่ในทางกลับกันด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี Co-processing ในโรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรของ GC ทำให้สามารถนำ UCO กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ในห่วงโซ่ได้อีกครั้ง ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติทางเศรษฐกิจ ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39603 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_Talk_03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ด้วยความมุ่งมั่นในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้ GC สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขผลกระทบเชิงลบที่เกิดจาก UCO ได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยการยกระดับความสามารถในการผลิตจากโรงกลั่นเดิมของบริษัทที่มีอยู่แล้ว มาสู่การนำ UCO ไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) หรือน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตเชิงพาณิชย์รายแรกในประเทศไทย และใช้งบประมาณเพียง 1.5% เมื่อเทียบกับการต้องสร้างโรงงานแห่งใหม่ รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาในการเปลี่ยนของเสีย (Waste) ที่ไม่มีมูลค่าให้กลายเป็นของที่มีมูลค่าได้ใหม่อีกครั้ง ประกอบกับการใช้ระยะเวลาในการดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่เดือน ทำให้ทาง GC ร่วมกับพันธมิตรในกลุ่ม ปตท. อย่าง OR สามารถนำร่องทำตลาดให้บริการ SAF เชิงพาณิชย์ให้กับสายการบินต่างๆ ได้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ในปีที่ผ่านมา”</em></p>
<p>สำหรับ SAF ที่ผลิตจากโรงกลั่นชีวภาพครบวงจรของ GC นอกจากช่วยลดผลกระทบจากการทิ้งหรือการใช้น้ำมันเก่าอย่างไม่ถูกต้อง และสามารถผลิตได้ตามมาตรฐาน ISCC CORSIA ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน ด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนแล้ว น้ำมัน SAF ที่ผลิตขึ้นยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 85% เมื่อเทียบกับน้ำมันอากาศยานทั่วไป ทำให้ธุรกิจการบินซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง มีส่วนช่วยลดผลกระทบด้านสภาพอากาศตามแนวทางการบินยั่งยืนได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39604 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-6-Refinery_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>GC x HMC Polymers ต่อยอด Bio-Circular PP</strong></p>
<p>ขณะเดียวกัน โรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรของ GC ยังถือเป็นโรงกลั่นเพียงแห่งเดียว ที่สามารถต่อยอดสู่การผลิตได้ทั้ง SAF เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ โดยทุกผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นแห่งนี้ผลิตได้นั้น จัดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและยั่งยืน ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ภายใต้ความร่วมมือของ <strong>GC</strong> และ<strong> HMC Polymers</strong> เพื่อต่อยอดการพัฒนา <strong>ผลิตภัณฑ์พลาสติกโพลีโพรพิลีนชีวภาพ</strong> หรือ <strong>Bio-Circular PP</strong> ร่วมกัน</p>
<p><strong>คุณคอร์โซ อูซีลลี่</strong> ประธาน บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด หรือ<strong> HMC Polymers</strong> ผู้นำด้านการผลิตเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน หรือ PP ระดับภูมิภาค กล่าวว่า กลุ่มพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ประจำวันของเราทุกคน <strong>(Bioplastics that Touch Everyday Life)</strong> ในฐานะวัตถุดิบต้นทางของหลากหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งบรรจุภัณฑ์ต่างๆ อุปกรณ์รถยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก หรือแม้แต่หน้ากากอนามัยที่เราใช้เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 อีกหนึ่งปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพของใครหลายคนในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39605 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_Talk_05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ความร่วมมือสำคัญของ GC และ HMC Polymers มุ่งส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก Bio-Circular PP จาก UCO เพื่อส่งต่อแนวคิดคาร์บอนต่ำให้เชื่อมโยงมาสู่การใช้งานจริง และต่อยอดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบชีวภาพเพื่อลดการใช้ฟอสซิล การผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ ไปจนถึงการออกแบบให้สามารถนำวัสดุหลังการใช้งานแล้วกลับไปรีไซเคิลได้ใหม่ (<strong>Designed for Circularity</strong>) สะท้อนให้เห็นการเชื่อมโยงและสามารถหมุนเวียน ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยทาง GC จะส่งมอบวัตถุดิบชีวภาพจากเทคโนโลยี Co-processing เพื่อต่อยอดเป็น Bio-Circular PP ภายใต้การผลิตของ HMC Polymers ตามมาตรฐาน ISCC ที่ได้รับรองการผลิตที่ยั่งยืนภายในห่วงโซ่อุปทานเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถเกิดได้จากการขับเคลื่อนเพียงคนเดียว แต่มาจากความร่วมมือกันของพันธมิตรภายในห่วงโซ่ และเกิดจากจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเล็กๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญตามมาได้”</em></p>
<p><strong>คุณพรรคพงษ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้เพียงคนเดียว แต่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่านี้ร่วมกัน เพื่อเปลี่ยน UCO จากที่เคยเป็น Waste และสร้างผลกระทบทั้งปัญหาสุขภาพและปัญหาสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาผลิต SAF และ Bio-Circular PP รวมทั้งกลุ่มเคมีภัณฑ์และวัสดุชีวภาพมูลค่าสูงอื่นๆ ได้อีกกว่า 10 ชนิด ด้วยนวัตกรรมจาก GC ผ่านโครงการ<strong> ‘จากครัว&#8230;สู่เครื่อง’</strong> ที่ GC ได้ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนเพื่อเปลี่ยน Waste เป็น Value สร้างคุณค่าร่วมในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม การศึกษา และชุมชน ขยายจุดรับ UCO ที่ปัจจุบันมีรวมกันกว่า 40 จุดทั่วประเทศ ในการนำไปบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ นอกจากช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยังสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างผลกระทบเชิงบวกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมช่วยขับเคลื่นประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-39606 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_15.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จในการพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรพร้อมทั้งการขับเคลื่อนเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร สะท้อนบทบาทสำคัญของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่ไม่ได้มองเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นปลายน้ำ หรือต้นน้ำเท่านั้น แต่มุ่งออกแบบให้เชื่อมโยงกันได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ รวมทั้งสามารถต่อยอดไปสู่การนำกลับมารีไซเคิล หรือต่อยอดจาก Waste ที่มีอยู่เพื่อนำกลับมาสร้างให้เกิดคุณค่าได้ใหม่อีกครั้ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ GC ที่มองเห็นโอกาสเติบโตจากการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง พร้อมสร้างสรรค์โลกอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/">‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Oct 2025 04:08:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[การบินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการผลิต Co-processing]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37103</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย ICAO (องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ) ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ‘โรงกลั่นชีวภาพ’ หรือ Biorefinery ​ผลิต SAF สำเร็จรายแรกของไทย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่ ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-37103"></span></p>
<p>​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง</p>
<p>เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย <strong>ICAO (</strong><strong>องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ)</strong> ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ</p>
<p><strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ</strong><strong>’ </strong><strong>หรือ </strong><strong>Biorefinery</strong><strong> ​ผลิต </strong><strong>SAF</strong><strong> สำเร็จรายแรกของไทย </strong></p>
<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>GC</strong> ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่<strong> ธุรกิจมูลค่าสูง</strong><strong>–</strong><strong>คาร์บอนต่ำ (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business)</strong>​ เป็นผู้บุกเบิกการผลิต <strong>‘</strong><strong>เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน</strong><strong>’</strong><strong> (</strong><strong>SAF: Sustainable Aviation Fuel)</strong> หรือ เรียกให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า <strong>&#8216;น้ำมันเครื่องบิน&#8217;</strong> ที่ผลิตได้จากแหล่งพลังงานชีวภาพต่างๆ ​รวมไปถึงน้ำมันพืชใช้แล้ว หรือ <strong>UCO (Used Cooking Oil)</strong> ที่ทาง GC ได้ศึกษาและพบว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมและตรงกับความต้องการใช้งานของกลุ่มสายการบินมากที่สุด เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบร่วมกับน้ำมันดิบ แทนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37104 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong><em>GC </em></strong><strong><em>สามารถ​​ผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>ได้สำเร็จ​​เป็นรายแรกของไทยและมี​สายการบิน​​นำไปใช้เชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว</em></strong> ​ภายใต้การรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง <strong>ISCC CORSIA</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานความยั่งยืนที่ยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน และ <strong>ISCC Plus</strong> สำหรับการใช้วัตถุดิบชีวภาพและวัสดุหมุนเวียนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน</p>
<p>ความพิเศษและแตกต่าง​ของ <strong>SAF</strong> ​ที่ผลิตโดย GC อยู่ที่ต้นทางและเทคโนโลยีการผลิต เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์จาก <strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>Biorefinery) </strong><strong>แบบครบวงจร</strong><strong>’</strong> ที่ใช้องค์ความรู้และความชำนาญด้านการกลั่นมา​พัฒนาต่อยอดโรงกลั่นเดิมให้สามารถ​​ผลิต SAF ได้ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ จึง​ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนที่ต่ำกว่า​​และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น รวมทั้งใช้เวลาดำเนิน​การไม่นาน ส่งผลให้โรงกลั่นชีวภาพ <strong>Biorefinery</strong> ​สามารถเดินหน้าเปิดให้บริการ​รองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>ต่อยอดระบบนิเวศจาก</strong><strong> SAF </strong><strong>สู่​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต </strong></p>
<p>โรงกลั่นชีวภาพ​แห่งนี้ ไม่เพียงรองรับการผลิต​พลังงานสะอาดอย่าง SAF เท่านั้น แต่ GC ยังเลือกใช้ <strong>‘</strong><strong>เทคโนโลยีการผลิตร่วมแบบ </strong><strong>Co-processing’ </strong>และสร้างให้ทั้งระบบการผลิตมีความเชื่อมโยงกัน ​ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ได้ Bio-Naphtha ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลผลิตของกระบวนการกลั่น และสามารถนำมาต่อยอด​เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-Chemicals) หรือพลาสติกชีวภาพ (Bio-Plastics) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับ​เทรนด์โลกในยุคความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและ​คงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Sustainable-Material.jpg" alt="" width="1200" height="703" /></p>
<p><strong><em>โรงกลั่นชีวภาพ </em></strong><strong><em>Biorefinery </em></strong><strong><em>ของ </em></strong><strong><em>GC </em></strong><strong><em>ถือเป็นโรงงานแห่งแรก​ของประเทศที่สามารถผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>เชิงพาณิชย์ได้ และยังเป็นโรงงานเพียงแห่งเดียวที่สามารถผลิตได้ทั้งพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ​ ภายในโรงงานเดียวกันและจากกระบวนการเดียวกัน รวมทั้ง​ทุกผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นแห่งนี้ผลิตได้ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และยังเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ</em></strong></p>
<p>​นอกจากนี้ โรงกลั่นฯ นี้​​ยังช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากการใช้วัตถุดิบต้นทางจากของเสียในครัวเรือนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว มาผสมกับน้ำมันดิบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จนได้ผลิตภัณฑ์พลังงาน​สะอาดหรือ​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต​​ ที่ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะและผลกระทบ​จากการทิ้งที่ไม่ถูกวิธี ยังลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการสร้างก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงตลอดทั้ง Ecosystem ​​ที่ได้นำ​ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดไปใช้ ​พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้คนเพิ่มมากขึ้น จากการเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วภายในครัวเรือนไปจำหน่ายเพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบให้​โรงกลั่นฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/SAF-pilot.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย GC ยังได้ส่งเสริมการจัดตั้ง <strong>Community Waste Hub</strong> ร่วมกับชุมชนใน จ.ระยอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อมาป้อนเป็นวัตถุดิบ​สำหรับการผลิตได้อย่างเพียงพ​อ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชนให้ดีขึ้นด้วย</p>
<p>เทคโนโลยีการผลิตแบบ Co-processing ​นี้ ยังสามารถรองรับการใช้วัสดุการเกษตรในกลุ่มพลังงาน อาทิ ​มันสำปะหลัง ปาล์ม​​ หรืออ้อย มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันพืชใช้แล้วได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นแนวทางช่วย​ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่า​​เพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรภายใน​ประเทศเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง</p>
<p><strong>เร่งขยายพันธมิตร ​แนวร่วม</strong><strong> ‘</strong><strong>ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ</strong><strong>’</strong></p>
<p>สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มพลังงานสะอาด ​เบื้องต้น​โรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC สามารถผลิต SAF ในเฟสแรกได้ 6 ล้านลิตรต่อปี หรือราว 5,000 ตัน และจะขยายเพิ่มเติมอีก 4 เท่า เป็น 24 ล้านลิตรต่อปี หรือ 25,000 ตัน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน​ได้ถึง 15,000 ตันต่อปีในระยะแรก และเพิ่มเป็น 60,000 ตันต่อปีในระยะที่สอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/BA-SAF-2.jpg" alt="" width="1188" height="601" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37108 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/TG-SAF.jpg" alt="" width="1600" height="805" /></p>
<p>​​หนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จคือ การผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรใน Ecosystem เพื่อนำ SAF ที่ผลิตได้ ไปใช้ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์จริงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย นำร่องโดย <strong>สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส</strong> รวมทั้งการลงนามเพิ่มเติมกับ <strong>การบินไทย</strong> เพื่อนำ SAF ไปผสมในเชื้อเพลิงอากาศยานสำหรับเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ​และอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญอย่าง <strong>โออาร์</strong>​ (บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)) ที่เข้ามา​ช่วยขยายตลาดและพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่าย​ SAF เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อร่วมสร้างท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ และจะทำให้ทุกการเดินทางของทุกคนช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโลก ขณะที่​แนวโน้ม​การเปลี่ยนผ่านกฎระเบียบด้านการบิน ที่จะกำหนดให้มีการใช้ SAF จากภาคสมัครใจไปสู่ภาคบังคับ จะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด จากการใช้ SAF อย่างแพร่หลายมาก​ขึ้น ​รวมทั้งผลกระทบจากอุตสาหกรรมการบินที่มีต่อโลกก็จะลดลงได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน</p>
<p>ส่วน​ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวัสดุยั่งยืน ซึ่งเป็นการต่อยอด​ Bio-Naphtha ​ที่ได้มาจากกระบวนการผลิตภายในโรงกลั่น ปัจจุบันสามารถนำมา​ผลิต​ทั้งเคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ​ที่ผู้บริโภค​มักใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในชีวิตประจำวันเช่นกัน ​โดยได้เริ่ม​​เดินหน้าผลิต​เชิงพาณิชย์แล้ว​ 3 กลุ่ม ได้แก่</p>
<p><strong>Bio-Propylene</strong> หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ภาชนะ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกแข็ง ของเล่นเด็ก และชิ้นส่วนยานยนต์</p>
<p><strong>Bio-Butadiene (Bio-BD)</strong> ที่มักใช้ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์และรองเท้ากีฬา</p>
<p>และ <strong>Bio-PTA</strong> (Purified Terephthalic Acid) สำหรับใช้ผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET</p>
<p>นอกจากนี้ ​​ยังสามารถต่อยอดสู่เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพอื่นๆ ได้อีกหลายชนิด หากตลาดมีความพร้อมและมีความต้องการ​​มากขึ้นในอนาคตก็สามารถเดินหน้าผลิตได้ทันที เช่น <strong>Bio-PE</strong> สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ ขวด เครื่องใช้ในครัวเรือน และฟิล์มพลาสติก <strong>Bio-Propylene Oxide </strong>สำหรับอุตสาหกรรมโฟมเบาะรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และฉนวน <strong>Bio-Phenol</strong> สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และ​ <strong>Bio-Benzene</strong> สำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน เคมีภัณฑ์ขั้นต้น และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งวัสดุชีวภาพเหล่านี้เป็น​ที่ต้องการอย่างสูงในตลาดโลก สะท้อนให้เห็นศักยภาพของโรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยืดหยุ่นและหลากหลาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37106 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_1-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เห็นได้ชัดว่า การพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพ หรือ Biorefinery ของ GC ไม่​​​เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ GC แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการ​พัฒนาอุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียน​ ขณะเดียวกัน​ยังต่อยอด​​มูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบทางการเกษตร และของเหลือใช้ในครัวเรือน พร้อมส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนตามแนวทาง Circular Economy สอดคล้องกับทิศทางของโลกที่​​ขับเคลื่อนสู่ยุคคาร์บอนต่ำ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในความเป็นผู้นำของ GC​ ที่มองเห็นโอกาสเติบโตจากการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง ​ส่งมอบโซลูชันเคมีภัณฑ์ครบวงจร ที่คาร์บอนต่ำแต่มีมูลค่าสูง ​ พร้อม​สร้างสรรค์​โลกอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC เดินหน้า Biorefinery ครบวงจร ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/gc-high-value-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 10:43:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Bio]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Co-processing]]></category>
		<category><![CDATA[Co-product]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon Business]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Material]]></category>
		<category><![CDATA[ทศพร บุณยพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33164</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายศักยภาพโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) ต่อยอดจากความสำเร็จในการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เป็นรายแรกของประเทศ สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Chemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bio-Polymers) มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม รองรับความต้องการของตลาดโลกที่มุ่งสู่วัสดุทางเลือกเพื่อความยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรตามกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (High Value &#38; Low Carbon Business) นอกจากการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่มีกำลังการผลิตในเฟสแรก 6 ล้านลิตรต่อปีแล้ว GC ยังต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการกลั่นและเคมีภัณฑ์ขั้นสูง โดยการพัฒนากระบวนการ Co-processing ที่สามารถใช้งานร่วมกับหน่วยกลั่นเดิม ได้ นำน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Chemicals) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/gc-high-value-low-carbon-business/">GC เดินหน้า Biorefinery ครบวงจร ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายศักยภาพโรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>Biorefinery</strong><strong>) ต่อยอดจากความสำเร็จในการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (</strong><strong>Sustainable Aviation Fuel: SAF) </strong><strong>เป็นรายแรกของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-33164"></span></p>
<p><strong> สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (</strong><strong>Bio-Chemicals) </strong><strong>และพลาสติกชีวภาพ (</strong><strong>Bio-Polymers) </strong><strong>มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม รองรับความต้องการของตลาดโลกที่มุ่งสู่วัสดุทางเลือกเพื่อความยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรตามกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business)</strong></p>
<p>นอกจากการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่มีกำลังการผลิตในเฟสแรก 6 ล้านลิตรต่อปีแล้ว GC ยังต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการกลั่นและเคมีภัณฑ์ขั้นสูง โดยการพัฒนากระบวนการ Co-processing ที่สามารถใช้งานร่วมกับหน่วยกลั่นเดิม ได้ นำน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Chemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bio-Polymers) มูลค่าสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการใช้วัสดุทางเลือกที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้ GC ได้เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ <strong>Bio-Propylene</strong> สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ พลาสติกแข็ง ของเล่นเด็ก และชิ้นส่วนยานยนต์ <strong>Bio-BD (Bio-Butadiene)</strong> ใช้ในยางรถยนต์และรองเท้ากีฬา และ <strong>Bio-PTA (Bio-Purified Terephthalic Acid) </strong>สำหรับผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET โดยขณะนี้มีตลาดปลายทางในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ อุตสาหกรรมยาง และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ตามลำดับ</p>
<p>นอกจากนี้ GC ยังมีแผนต่อยอด Bio-Naphtha ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตเคมีภัณฑ์และพลาสติก Bio-PE (Bio-Polyethylene) สำหรับผลิตถุงพลาสติก ฟิล์ม และบรรจุภัณฑ์อาหาร และ Bio-MEG (Bio-Monoethylene Glycol)<strong> </strong>สำหรับผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET ในอนาคตอีกด้วย</p>
<p>อีกทั้งโรงกลั่นชีวภาพของ GC มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรและของเสียในประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณสมบัติเทียบเท่าวัสดุจากฟอสซิล แต่ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญช่วยลดปัญหาของเสีย เพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับเป้าหมายของ GC ในการเป็นผู้นำธุรกิจคาร์บอนต่ำที่เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/GC_Biorefinery-ครบวงจร-re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ </strong><strong>GC </strong>กล่าวว่า “GC ไม่เพียงเป็นผู้ผลิต SAF รายแรกของประเทศ แต่เรายังเดินหน้าต่อยอดศักยภาพของ Biorefinery เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพที่สามารถทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิล ตอบโจทย์ทั้งตลาด ความยั่งยืน และอนาคตของอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้วในการผลิตสินค้ามูลค่าสูง สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่ประเทศไทยผลักดัน และเดินหน้าตามกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำของ GC”</p>
<p>นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพของ GC ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลด้านความยั่งยืนอย่าง ISCC PLUS (International Sustainability and Carbon Certification Plus) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบชีวภาพและวัสดุหมุนเวียนในกระบวนการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ ช่วยให้แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าปลายทางสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นใจ</p>
<p>GC ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ  เพื่อส่งมอบโซลูชันเคมีภัณฑ์ครบวงจรที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/gc-high-value-low-carbon-business/">GC เดินหน้า Biorefinery ครบวงจร ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
