<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Biogas &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/biogas/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Jan 2023 11:35:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Biogas &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>9 เรื่องต้องรู้ ​แผนขับเคลื่อนสู่ Net zero ของซีพีเอฟ เมื่อเป้าหมายชัดเจนแล้ว ​จากนี้จะต้องขับเคลื่อนย่างไร !?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/cpf-coal-free-in-thailand-and-toward-net-zero-plan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2023 08:57:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[​ SBTI]]></category>
		<category><![CDATA[Biogas]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass]]></category>
		<category><![CDATA[Coal free]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green House Gas]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Science Based Targets Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Toward Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[กอบบุญ ศรีชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พีรพงศ์ กรินชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ยกเลิกถ่านหิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16832</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสองความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ทั้งการก้าวสู่บริษัท 100 ปี ตามรอยเครือเจริญโภคภัณฑ์​ รวมทั้งการมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050 ประกอบกับเป้าหมายในการขับเคลื่อนธุรกิจของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สู่การเป็นผู้นำธุรกิจอาหารอย่างครบวงจรทั้งในระดับประเทศ รวมทั้งการก้าวสู่การเป็น ‘ครัวของโลก’ ​โดยมุ่งหวังให้ทุกคนบนโลกมีอายุยืนยาวได้มากว่า 100 ปี อย่างแข็งแรงและมีความสุข จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อสามารถพัฒนาอาหารได้อย่างปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​ นำมาซึ่งการวางกลยุทธ์ CPF 2030 Sustainability in Action เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่วางไว้ โดยเฉพาะการพิชิตเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะสั้นเบื้องต้นภายในปี 2030 เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการเป็น Net zero ในปี 2050 ทั้งนี้ การ Toward Net Zero ของซีพีเอฟในปัจจุบันมาถึงจุดไหนอย่างไร และจะขับเคลื่อนต่ออย่างไรนั้น ผู้บริหารระดับสูงของซีพีเอฟ ประกอบด้วย คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/cpf-coal-free-in-thailand-and-toward-net-zero-plan/">9 เรื่องต้องรู้ ​แผนขับเคลื่อนสู่ Net zero ของซีพีเอฟ เมื่อเป้าหมายชัดเจนแล้ว ​จากนี้จะต้องขับเคลื่อนย่างไร !?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากสองความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ทั้งการก้าวสู่บริษัท 100 ปี ตามรอยเครือเจริญโภคภัณฑ์​ รวมทั้งการมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050</p>
<p><span id="more-16832"></span></p>
<p>ประกอบกับเป้าหมายในการขับเคลื่อนธุรกิจของ <strong>บริษัท</strong><strong> เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> ซีพีเอฟ </strong>สู่การเป็นผู้นำธุรกิจอาหารอย่างครบวงจรทั้งในระดับประเทศ รวมทั้งการก้าวสู่การเป็น <strong>‘</strong><strong>ครัวของโลก</strong><strong>’ </strong>​โดยมุ่งหวังให้ทุกคนบนโลกมีอายุยืนยาวได้มากว่า 100 ปี อย่างแข็งแรงและมีความสุข จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อสามารถพัฒนาอาหารได้อย่างปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​</p>
<p>นำมาซึ่งการวางกลยุทธ์ <strong>CPF 2030 Sustainability in Action</strong> เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่วางไว้ โดยเฉพาะการพิชิตเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะสั้นเบื้องต้นภายในปี 2030 เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการเป็น Net zero ในปี 2050</p>
<figure id="attachment_16835" aria-describedby="caption-attachment-16835" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-16835 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Toward-Net-Zero1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /><figcaption id="caption-attachment-16835" class="wp-caption-text"><em>คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ (กลาง) คุณพีรพงศ์ กรินชัย ​(ขวา) ​และ คุณกอบบุญ ศรีชัย (ซ้าย)</em></figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ การ <strong>Toward Net Zero</strong> ของซีพีเอฟในปัจจุบันมาถึงจุดไหนอย่างไร และจะขับเคลื่อนต่ออย่างไรนั้น ผู้บริหารระดับสูงของซีพีเอฟ ประกอบด้วย <strong>คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ</strong> ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ <strong>คุณพีรพงศ์ กรินชัย</strong> รองกรรมการผู้จัดการบริหาร และ <strong>คุณกอบบุญ ศรีชัย </strong>ผู้บริหารสูงสุดสายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ซีพีเอฟ ได้ร่วมให้ข้อมูลความคืบหน้าในแต่ละมิติร่วมกัน ดังต่อไปนี้</p>
<p>1. <strong>ปัจจุบันซีพีเอฟอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อวัดค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของบริษัท รวมทั้งบริษัทในเครือทั่วโลก </strong>ทั้ง 17 ประเทศ เพื่อคำนวณแนวทางในการลดการปล่อย GHG ในแต่ละปี โดยยึดตัวเลขในปี 2020 เป็นปีฐาน เพื่อนำส่งให้กับ​ SBTI (Science Based Targets Initiative) สำหรับใช้รับรองการขับเคลื่อนให้ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล</p>
<p>2. หนึ่งในความสำเร็จสูงสุดของการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ของซีพีเอฟในขณะนี้ คือ <strong>การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนได้ถึง​ 30%</strong> ของการใช้พลังงานทั้งหมด พร้อมติดลิสต์ <strong>Top 5 ผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้พลังงานหมุนเวียนมากที่สุด​</strong> รวมทั้งการ<strong>ยก​​เลิกการใช้ถ่านหินได้ทั้งหมด 100%​ สำหรับกิจการในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2022 ​</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-16836 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Toward-Net-Zero5.jpg" alt="" width="1200" height="559" /></p>
<p>3. โดยสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนปัจจุบันของซีพีเอฟ มาจากพลังงานสะอาดประเภทต่างๆ ประกอบด้วย <strong>พลังงานจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) 30%</strong> จากการเปลี่ยนมูลสัตว์ในฟาร์มไข่ไก่ และฟาร์มหมูกว่า 100 แห่ง ให้กลายมาเป็นเชื้อเพลิง​,<strong> พลังงานชีวมวล (Biomass) 68%</strong> จากโครงการ Waste to Value ที่นอก​จากช่วยบริหารจัดการขยะและของเสียจากกระบวนการผลิตจากโรงงานท้ัง 18 แห่ง​ เพื่อเปลี่ยนมาเป็นพลังงานไฟฟ้า และยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ซีพีเอฟ สามารถยกเลิกการใช้ถ่านหินทั้งหมดได้อีกด้วย <strong>รวมทั้งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) 2%</strong> ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ตามโรงงาน และฟาร์ม 36 แห่ง เพื่อผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้</p>
<p>4. การใช้พลังงานทดแทนดังกล่าว<strong> ​ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง 600,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong> หรือ<strong>เท่ากับการปลูกต้นไม้มากกว่า 64 ล้านต้น หรือ 3.2 แสนไร่ รวมทั้งช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าลงได้ 350 ล้านบาท </strong>โดย​พลังงาน Biogas ที่ผลิตได้​สามารถทดแทนการใช้พลังงานภายในฟาร์มได้ทั้งหมด ​​ขณะที่การใช้<strong> Biomass จะช่วยลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับการใช้ถ่านหินลงได้ถึง 40 เท่า</strong> ​รวมทั้งมีแผนเพิ่มความสามารถในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานโซลาร์จาก 20 เมกะวัตต์ในปัจจุบันให้ได้เป็น 100 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปีนี้</p>
<p>5. Next Step ในการ<strong>ยกระดับสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน คือ เพิ่มสัดส่วนเป็น 50% ในปี 2030</strong> <strong>และสามารถใช้พลังงานหมุนเวียนทั้ง 100% ให้ได้ภายในปี 2050</strong> สอดคล้องไปกัน​แผนการเป็น Net Zero ​รวมทั้งการ<strong>นำ Best Practice จากประเทศไทยเพื่อ​ไปปรับใช้กับโรงงานรวมทั้งเครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ในต่างประเทศ</strong> รวมทั้งการเปิดกว้างสำหรับการพัฒนาพลังงานทดแทนในรูปแบบใหม่ๆ มาใช้ในธุรกิจ เช่น กรีนไฮโดรเจน จากการต่อยอดการนำมีเทนจาก Biogas ไปใช้ประโยชน์ หรือการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ รวมไปถึงการอัพเดทโซลูชันใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นของเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-16837 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Toward-Net-Zero6.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>6. สำหรับแผนและเม็ดเงินลงทุนเพื่อพิชิตเป้าหมาย Net Zero ทางซีพีเอฟยอมรับว่าไม่สามารถตอบได้แน่ชัด มีเพียงการตั้งงบลงทุนตามปกติในแต่ละปีไว้ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท​ เนื่องจาก <strong>เทคโนโลยีทางด้านนี้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทางซีพีเอฟทำได้เพียงวางเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะเดินไปไหน ส่วนจะเดินไปอย่างไรนั้น ต้อง Learning by Doing</strong> โดยเปิดกว้างโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ต้องมองอย่างรอบด้าน ทั้งศักยภาพในการช่วยลด GHG รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตลอดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะการบริหารจัดการหลังการใช้งานด้วย เช่น การใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ซึ่งมีประสิทธิภาพในระดับสูง แต่ยังต้องทำการบ้านให้ดีขึ้นในเรื่อง Waste Management</p>
<p><em><strong>&#8220;เรามีเป้าหมายวางไว้ชัดเจน แต่ยังไม่มี Journey ว่าจะไปอย่างไร เพราะปัจจัยสำคัญอยู่ที่เรื่องของเทคโนโลยีที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งเราก็ต้องคอยติดตามเพื่อหาโซลูชันที่เหมาะกับเรา รวมทั้งต้องมั่นใจว่าในขั้นตอนการกำจัดหลังจากนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอีกทางหนึ่ง เพราะเรื่องเหล่านี้ยังอยู่ในช่วงของการเริ่มต้นในการพัฒนา และทั่วโลกก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ เราทำได้แค่เปิดกว้างที่จะร่วมพัฒนากับทุกฝ่าย ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะมีคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เป้าหมายของประเทศไทย แต่เป็นวาระของทั้งโลกที่มีเป้าหมายร่วมกัน หรือแม้แต่การนำ Best Practice ในเรื่องการเปลี่ยนถ่านหินไปสู่ไบโอแมส ซึ่งค่อนข้างสมบูรณ์แล้วในประเทศไทย การนำร่องไปในอีก 4 โรงงาน​ 3 ประเทศ ทั้งในอินเดีย 2 แห่ง ฟิลิปปินส์ 1 แห่ง และตุรกีอีก 1 แห่ง ก็ไม่ใช่ว่าจะนำเทคโนโลยีไปติดตั้งแล้วทำได้เลย แต่ต้องนำไปได้ทั้งกระบวนการ ต้องไปสำรวจวัตถุดิบเพื่อมาทำ Biomass ในแต่ละประเทศว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ก่อนจะเข้าไปปรับปรุงเทคโนโลยีต่างๆ ให้รองรับการเปลี่ยนผ่านมาสู่พลังงานทดแทน ซึ่งทุกอย่างต้องค่อยๆ เรียนรู้ และพัฒนา&#8221;</strong> ผู้บริหารซีพีเอฟ ให้ความเห็นร่วมกัน </em></p>
<p>7. ซีพีเอฟเชื่อว่า การขับเคลื่อนในเรื่อง <strong>Net Zero ท้าทายมากกว่าที่จะทำสำเร็จได้โดยลำพัง ทำให้มองเห็นความร่วมมือทั้งกับธุรกิจชั้นนำขนาดใหญ่ระดับประเทศ ในการแชร์เทคโนโลยี แชร์องค์ความรู้ รวมทั้งแชร์ทรัพยากรต่างๆ ร่วมกัน เพื่อช่วยเพิ่มสปีดในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่มีร่วมกันต่างจากการขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตที่จะเป็นแบบต่างคนต่างทำ</strong> แต่การขับเคลื่อนในเรื่องความยั่งยืนจำเป็นต้องผนึกกำลังร่วมกันจึงจะไปสู่เป้าหมายได้ ​ รวมถึงการส่งต่อเทคโนโลยี และองค์ความรู้ต่างๆ ไปสู่ซัพพลายเชนในธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ที่อยู่ในห่วงโซ่กว่า 6,500 ราย เพื่อสื่อสารให้ตระหนักถึงประเด็นเรื่องความยั่งยืนรวมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กให้แข็งแรงมากขึ้น และสามารถเป็นพลังเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ได้ในอนาคต พร้อมทั้งการนำร่องร่วมกับรายที่มีความแข็งแรงและพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่าน เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีทั้งศักยภาพที่เพิ่มขึ้นและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16838 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Toward-Net-Zero4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>8. นอกจากการขับเคลื่อนผ่านระบบ Operation แล้ว  <strong>ซีพีเอฟยังเพิ่มแนวทางในการดูดซับคาร์บอนผ่านกิจกรรมสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยเฉพาะการปลุกต้นไม้ เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในการดูดซับคาร์บอน</strong> เพื่อเพิ่มความสมดุลให้สิ่งแวดล้อม ผ่าน 2 โครงการที่ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง คือ &#8220;ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง จ.ลพบุรี” และ &#8220;ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน&#8221; ​ซึ่งนอกจากช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ รวมท้ังต่อยอดมาสู่การเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิถีชุมชน ช่วยสร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับชุมชน และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ และระบบเศรษฐกิจภายในชุมชนอีกด้วย ​ซึ่งปัจจุบัน<strong>สามารถแนุรักษ์ป่าได้แล้วรวม 14,000 ไร่ และมีแผนเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 20,000 ไร่ ในปี 2030 </strong> รวมทั้งการผนึกกำลังกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อเดินหน้า &#8220;โครงการกล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.) สนับสนุนต้นไม้ 100,000 ต้น หนุนเพิ่มพื้นที่สีเขียว และกำแพงกรองฝุ่น ในโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ของ กทม.</p>
<p>9.  ปัจจุบัน ซีพีเอฟ ดำเนินธุรกิจมา 50 ปี แม้การจะก้าวไปให้ถึงปีที่ 100 ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ในทางกลับกันก็เป็นโอกาสให้กับบริษัทอาหารแห่งนี้เช่นเดียวกัน เพราะแม้จะอยู่ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้านทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางการเมืองในระดับโลก ​โดยเฉพาะต้นทุนธุรกิจที่พุ่งขึ้นมากถึง 30-40%​ แต่ตัวเลข<strong>การเติบโตของธุรกิจในปี 2565 ที่ผ่านมาล่าสุด ​สามารถสร้างการเติบโตได้ถึง 20% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 50 ปี​  ซึ่งเป็นการตอกย้ำได้อย่างชัดเจนว่า ความกังวลของโลกต่อประเด็น Food Security เป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์และจับต้องได้</strong> และเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยสร้างให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ขณะที่การเติบโตในสิ้นปีนี้ ทางซีพีเอฟคาดว่าสถานการณ์ธุรกิจจะกลับมาสู่ภาวะปกติ โดยรักษาระดับการเติบโตในระดับ 8-10% ต่อปี เอาไว้ได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/cpf-coal-free-in-thailand-and-toward-net-zero-plan/">9 เรื่องต้องรู้ ​แผนขับเคลื่อนสู่ Net zero ของซีพีเอฟ เมื่อเป้าหมายชัดเจนแล้ว ​จากนี้จะต้องขับเคลื่อนย่างไร !?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;พลิกวิกฤติเป็นโอกาส&#8217; ฟาร์มโคนนมในบอสเนีย สร้างโรงไฟฟ้าจากขยะออแกนิกส์มาใช้ได้สำเร็จเป็นแห่งแรก แม้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/spreca-dairy-farm-makes-electricity-from-organic-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2023 09:05:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biogas]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass]]></category>
		<category><![CDATA[Bosnia]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[organic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Said Karic]]></category>
		<category><![CDATA[Sarajevo Milkos]]></category>
		<category><![CDATA[Spreca]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะออแกนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[บอสเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอแก๊ส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16815</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลกระทบจากช่วงภาวะสงครามรัสเซียและยูเครน ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในยุโรปที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ทำให้หลายประเทศต้องมองหาพลังงานทางเลือกจากแหล่งพลังงานอื่นๆ มากขึ้น Spreca ฟาร์มโคนมสุดไฮเทคในบอสเนีย​ เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม​ และเป็นฟาร์มโคนมรายแรกในประเทศที่สามารถพลิกวิกฤตพลังงานมาเป็นโอกาส ​ด้วยการสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์และอาหารสัตว์เพื่อนำมาใช้ภายในฟาร์ม โดยโรงงานดังกล่าว ​สามารถเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถผลิตไฟฟ้าต่อชั่วโมงได้ราว 50-60% ของกำลังผลิตที่มีอยู่ ​ตามข้อกำหนดของภาครัฐ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย​การใช้ไฟฟ้าของบ้านเรือนในแต่ละเดือนเสียอีก และหากเดินเครื่องให้เต็มกำลังผลิตที่มีอยู่ จะสาสามารถผลิตกำลังไฟได้มากถึง 600 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว Said Karic ผู้อำนวยการฟาร์มเล่าให้ฟังว่า “การผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นการคิดขึ้นเพื่อต่อยอดกระบวนการที่มีอยู่ในฟาร์ม” โดยฟาร์มแห่งนี้มี Sarajevo Milkos ซึ่งเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมนมเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 800 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 6 ไร่ 1 งาน) สามารถรองรับโคที่ให้ผลผลิตสูงได้ถึง 2,000 ตัว โดยภายในฟาร์มยังใช้เครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยภาครัฐและลงทุนโดย Sarajevo Milkos เอง การผลิตกระแสไฟฟ้าภายในฟาร์มจากแก๊สชีวภาพ นับเป็นความมุ่งมั่นที่ฟาร์ม Spreca ตั้งใจพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความพยายามของภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศค่อยๆ เปลี่ยนผ่านการผลิตของภาคพลังงานมามาสู่การใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นนั่นเอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/spreca-dairy-farm-makes-electricity-from-organic-waste/">&#8216;พลิกวิกฤติเป็นโอกาส&#8217; ฟาร์มโคนนมในบอสเนีย สร้างโรงไฟฟ้าจากขยะออแกนิกส์มาใช้ได้สำเร็จเป็นแห่งแรก แม้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x78zum5 xh8yej3" role="none">
<div class="x1tlxs6b x1g8br2z x14ctfv x6ikm8r x10wlt62 x1mzt3pk x1y1aw1k xn6708d xwib8y2 x1ye3gou x1n2onr6 x13faqbe x1vjfegm x5pf9jr xo71vjh x9f619 x16it46q xh8yej3" role="none">
<div class="x9f619 x1n2onr6 x1ja2u2z __fb-light-mode" role="none">
<div class="x6prxxf x1fc57z9 x1yc453h x126k92a xzsf02u" dir="auto" role="none">ผลกระทบจากช่วงภาวะสงครามรัสเซียและยูเครน ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในยุโรปที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ทำให้หลายประเทศต้องมองหาพลังงานทางเลือกจากแหล่งพลังงานอื่นๆ มากขึ้น</div>
</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-16815"></span></p>
<p><strong>Spreca </strong>ฟาร์มโคนมสุดไฮเทคในบอสเนีย​ เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม​ และเป็นฟาร์มโคนมรายแรกในประเทศที่สามารถพลิกวิกฤตพลังงานมาเป็นโอกาส ​ด้วยการสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์และอาหารสัตว์เพื่อนำมาใช้ภายในฟาร์ม</p>
<p>โดยโรงงานดังกล่าว ​สามารถเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถผลิตไฟฟ้าต่อชั่วโมงได้ราว 50-60% ของกำลังผลิตที่มีอยู่ ​ตามข้อกำหนดของภาครัฐ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย​การใช้ไฟฟ้าของบ้านเรือนในแต่ละเดือนเสียอีก และหากเดินเครื่องให้เต็มกำลังผลิตที่มีอยู่ จะสาสามารถผลิตกำลังไฟได้มากถึง 600 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16818 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Biogas3.jpg" alt="" width="1200" height="779" /></p>
<p><strong>Said Karic</strong> ผู้อำนวยการฟาร์มเล่าให้ฟังว่า “<em>การผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นการคิดขึ้นเพื่อต่อยอดกระบวนการที่มีอยู่ในฟาร์ม”</em> โดยฟาร์มแห่งนี้มี Sarajevo Milkos ซึ่งเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมนมเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 800 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 6 ไร่ 1 งาน) สามารถรองรับโคที่ให้ผลผลิตสูงได้ถึง 2,000 ตัว โดยภายในฟาร์มยังใช้เครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนโดยภาครัฐและลงทุนโดย Sarajevo Milkos เอง</p>
<p>การผลิตกระแสไฟฟ้าภายในฟาร์มจากแก๊สชีวภาพ นับเป็นความมุ่งมั่นที่ฟาร์ม Spreca ตั้งใจพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความพยายามของภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศค่อยๆ เปลี่ยนผ่านการผลิตของภาคพลังงานมามาสู่การใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นนั่นเอง</p>
<p>ทั้งนี้ ความสามารถในการผลิตพลังงานของบอสเนีย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของ GDP ถือเป็นผู้ส่งออกกระแสไฟฟ้าเพียงรายเดียวในคาบสมุทรบอลข่าน โดยประมาณ 60% ผลิตจากโรงงานถ่านหิน และส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ผลิตจากพลังงานน้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16817 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Biogas1.jpg" alt="" width="1200" height="792" /></p>
<p>ก่อนหน้านี้ the Bosniak-Croat Federation and the Serb Republic (สหพันธ์บอสเนียค-โครต และสาธารณรัฐเซอร์เบีย ) ได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานทดแทนให้มากขึ้น​ภายในปี 2030 แต่วิกฤติพลังงานจากภาวะสงครามกลับทำให้แผนดังกล่าวดำเนินได้ช้าลง</p>
<p>นอกจากนี้ พลังงานความร้อนที่ถูกผลิตขึ้นมาระหว่างขั้นตอนการหมักแก๊สชีวภาพยังถูกนำมาใช้ในการให้ความอบอุ่นแก่อาคารต่างๆ ภายในฟาร์มด้วย Karic ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “แผนระยะยาวของเราคือการก่อสร้างเรือนเพาะชำที่ได้รับความร้อนจากพลังงานชีวภาพนี้​​ด้วยเช่นกัน”</p>
<div class="x78zum5 xh8yej3" role="none">
<div class="x1tlxs6b x1g8br2z x14ctfv x6ikm8r x10wlt62 x1mzt3pk x1y1aw1k xn6708d xwib8y2 x1ye3gou x1n2onr6 x13faqbe x1vjfegm x5pf9jr xo71vjh x9f619 x16it46q xh8yej3" role="none">
<div class="x9f619 x1n2onr6 x1ja2u2z __fb-light-mode" role="none">
<div dir="auto" role="none"></div>
</div>
<div dir="auto" role="none"><a href="https://www.reuters.com/business/sustainable-business/bosnian-dairy-farm-makes-electricity-organic-waste-2023-01-20/" target="_blank" rel="noopener">source</a></div>
</div>
<div class="x1h91t0o xkh2ocl x78zum5 xdt5ytf x13a6bvl x193iq5w x1iyjqo2 xcrg951" role="none">
<div class="x1r8uery x1iyjqo2" role="none"></div>
</div>
</div>
<div class="x1h91t0o xkh2ocl x78zum5 xdt5ytf x13a6bvl x193iq5w x1c4vz4f xcrg951" role="none">
<div class="x193iq5w x1n2onr6 x1vjfegm xh8yej3">
<div class="xw5ewwj xh8yej3">
<div class="x1gn5b1j x230xth x5yr21d x6ikm8r x10wlt62 xxymvpz xmjcpbm x13lgxp2 x168nmei">
<div class="x78zum5 xdt5ytf x5yr21d"></div>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/spreca-dairy-farm-makes-electricity-from-organic-waste/">&#8216;พลิกวิกฤติเป็นโอกาส&#8217; ฟาร์มโคนนมในบอสเนีย สร้างโรงไฟฟ้าจากขยะออแกนิกส์มาใช้ได้สำเร็จเป็นแห่งแรก แม้ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
