<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BPP &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/bpp/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 11 Jul 2025 12:06:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>BPP &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>BPP เผย 5 เทรนด์อนาคตพลังงาน สร้างความมั่นคง-ลด CO₂</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/bpp-5-trends-shaping-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Jul 2025 11:45:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU Power]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[Co-firing]]></category>
		<category><![CDATA[Data Centers]]></category>
		<category><![CDATA[Grid Modernization]]></category>
		<category><![CDATA[Small Modular Reactor]]></category>
		<category><![CDATA[SMR]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34637</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงาน เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากหลายปัจจัย เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงอื่น ๆ (Electrification) และการเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digitalization) ที่ทุกอย่างเชื่อมโยงผ่านเทคโนโลยี ขณะเดียวกันความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกภาคส่วนเร่งสร้างระบบพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานมีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการใช้พลังงาน ที่เพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น พร้อมเดินหน้าสู่ความมั่นคงด้านพลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonization) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจให้สอดรับกับภูมิทัศน์พลังงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป (Energy Landscape Transformation) บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ในฐานะผู้ผลิตพลังงานระดับสากล ได้รวบรวม 5 เทรนด์พลังงานสำคัญที่องค์กรธุรกิจควรจับตา ดังนี้ 1. ความมั่นคงทางพลังงาน ปัจจัยสำคัญผลักดันการลงทุนทั่วโลก รายงานล่าสุดจากองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า “ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security)” กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การลงทุนด้านพลังงานทั่วโลกในปี 2025 พุ่งสูงถึง 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็นการลงทุนในพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน รวมมูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/bpp-5-trends-shaping-future/">BPP เผย 5 เทรนด์อนาคตพลังงาน สร้างความมั่นคง-ลด CO₂</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงาน เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากหลายปัจจัย เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงอื่น ๆ (Electrification) และการเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digitalization) ที่ทุกอย่างเชื่อมโยงผ่านเทคโนโลยี</p>
<p><span id="more-34637"></span></p>
<p>ขณะเดียวกันความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกภาคส่วนเร่งสร้างระบบพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน</p>
<p>โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานมีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการใช้พลังงาน ที่เพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น พร้อมเดินหน้าสู่ความมั่นคงด้านพลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonization) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจให้สอดรับกับภูมิทัศน์พลังงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป (Energy Landscape Transformation)</p>
<p><strong>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BPP </strong>ในฐานะผู้ผลิตพลังงานระดับสากล ได้รวบรวม 5 เทรนด์พลังงานสำคัญที่องค์กรธุรกิจควรจับตา ดังนี้</p>
<p><strong>1. ความมั่นคงทางพลังงาน ปัจจัยสำคัญผลักดันการลงทุนทั่วโลก </strong></p>
<p>รายงานล่าสุดจากองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า “ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security)” กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การลงทุนด้านพลังงานทั่วโลกในปี 2025 พุ่งสูงถึง 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็นการลงทุนในพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน รวมมูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น พลังงานหมุนเวียน พลังงานนิวเคลียร์ ระบบโครงข่ายไฟฟ้า และแบตเตอรี่ รวมมูลค่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>ท่ามกลางความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน ภาครัฐและภาคธุรกิจทั่วโลกจึงเร่งวางแผนรับมือความเสี่ยงรอบด้านผ่านการลงทุนที่สมดุลทั้งในพลังงานดั้งเดิมและพลังงานสะอาดเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการใช้ไฟฟ้า สร้างความมั่นใจว่าจะมีไฟฟ้าที่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานภายในประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมความมั่นคงทางธุรกิจและเศรษฐกิจระดับประเทศในระยะยาว</p>
<p><strong>2. เทคโนโลยี </strong><strong>Co-firing </strong><strong>ทางเลือกสู่เป้าหมายลด </strong><strong>CO</strong>₂</p>
<p>ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนยังคงเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักที่ช่วยให้เรามีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง รองรับการใช้ชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างไม่สะดุด เทคโนโลยี Co-firing คือ การนำเชื้อเพลิงทางเลือก เช่น <strong>ชีวมวล (</strong><strong>Biomass</strong><strong>)</strong><strong>,</strong><strong> ไฮโดรเจน (</strong><strong>Hydrogen) </strong><strong>และแอมโมเนีย (</strong><strong>Ammonia)</strong> มาใช้ร่วมกับเชื้อเพลิงหลักอย่างฟอสซิลในโรงไฟฟ้า เพื่อช่วยลดการปล่อย CO₂</p>
<p>โดยหลายประเทศให้ความสนใจและเริ่มทดลองใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม เช่น จีน ได้กำหนดให้โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ผ่านการปรับปรุงหรือสร้างใหม่ต้องสามารถผสมชีวมวลหรือแอมโมเนียไม่น้อยกว่า 10%<sub>​</sub> ภายในปี 2027 เพื่อบรรลุเป้าหมายลด CO₂ ลง 50% เมื่อเทียบจากระดับการปล่อย CO₂ ในปี 2023<sub>[3]</sub> ตามแผนปฏิบัติการ “Low-Carbon Transformation of Coal Power Plants (2024–2027)” ด้านไทย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2024)  ได้มีการวางแผนใช้ไฮโดรเจนเริ่มต้นที่ 5% ผสมกับก๊าซธรรมชาตินำร่องใช้ในโรงไฟฟ้าในช่วงปี 2030-2037<sub>​</sub> ซึ่งเทคโนโลยี Co-firing กำลังเปลี่ยนโฉมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแบบเดิมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34638 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/BPP-Energy-Trend-.jpg" alt="" width="1200" height="851" /></p>
<p><strong>3. Data Centers </strong><strong>โตดันดีมานด์ไฟฟ้าพุ่ง พลังงานหมุนเวียน หนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ </strong></p>
<p>พลังงานหมุนเวียนเติบโตต่อเนื่องเพื่อตอบรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจดิจิทัลและศูนย์ข้อมูล (Data Centers) โดยองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดว่าภายในปี 2030 ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลจะเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เป็นประมาณ 945 เทราวัตต์-ชั่วโมงโดยกลุ่มยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น Amazon Web Services ได้ตั้งเป้าใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในศูนย์ข้อมูล ภายในปี 2025 ขณะที่ Microsoft และ Google Cloud ได้ขยายความมุ่งมั่นไปสู่การใช้พลังงานที่ปราศจากคาร์บอน (Carbon-Free Energy หรือ CFE) ตลอด 24 ชั่วโมง ภายในปี 2030</p>
<p>อย่างไรก็ตาม พลังงานความร้อนยังคงมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พลังงานหมุนเวียนไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง รายงานจาก Precedence Research คาดว่า ตลาดโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทั่วโลกจะมีมูลค่า 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และจะเติบโตถึง 2.13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034<sub>​</sub></p>
<p>นอกจากนี้ เทคโนโลยี ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage: BESS) กำลังมีบทบาทสำคัญในการสำรองและจ่ายไฟฟ้ากลับสู่ระบบในช่วงที่ไม่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทำให้บริหารความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตลาด BESS ในเอเชียแปซิฟิกคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 14.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033</p>
<p><sub> </sub>สะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานยังคงต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างพลังงานความร้อน พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีพลังงาน เพื่อเสริมความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า</p>
<p><strong>4. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (</strong><strong>Small Modular Reactor: SMR</strong><strong>) เทคโนโลยีพลังงานสะอาด</strong></p>
<p>โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR คือ โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ใช้ความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิชชัน (Nuclear Fission) ในการผลิตไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ การบริหารจัดการวัสดุกัมมันตรังสีใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบที่ส่งเสริมความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ด้วยระบบระบายความร้อนที่ช่วยรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม</p>
<p>ซึ่งเครื่องปฏิกรณ์ถูกออกแบบให้เป็นโมดูลขนาดเล็กช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างและติดตั้งจาก 5-6 ปี เหลือเพียง 3-4 ปี โดยมีกำลังผลิตสูงสุดถึง 300 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องโดยไม่ปล่อย CO₂ ปัจจุบันหลายประเทศอยู่ระหว่างพัฒนาและทดลองการใช้งาน เช่น จีน มีโครงการ ACP100 หรือ Linglong One กำลังการผลิตประมาณ 125 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่มณฑลไห่หนาน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2026</p>
<p>ขณะที่ในสหรัฐฯ ได้อนุมัติแบบเครื่องปฏิกรณ์ SMR ขนาด 77 เมกะวัตต์ของ NuScale Power <sub>​</sub>สำหรับไทยในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ (PDP2024) ได้มีการบรรจุแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก 2 แห่ง ขนาดกำลังผลิตแห่งละ 300 เมกะวัตต์ โดยอยู่ระหว่างเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต</p>
<p>เทคโนโลยี SMR จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามองในการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว</p>
<p><strong>5. Grid Modernization </strong><strong>อัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้าให้ชาญฉลาดและทันสมัยยิ่งขึ้น</strong></p>
<p>Grid Modernization คือ การปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ชาญฉลาด ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อรองรับแหล่งพลังงานที่หลากหลาย เช่น พลังงานหมุนเวียน และตอบโจทย์การใช้พลังงานในอนาคต โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เช่น ระบบควบคุมอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูล และการจัดการโหลดไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ ช่วยลดการปล่อย CO₂ และรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม<sub>​</sub> ในเอเชียแปซิฟิก ตลาด Grid Modernization คาดว่าจะเติบโตจาก 12.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เป็นกว่า 51.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2032</p>
<p><sub> </sub>ขณะที่สหรัฐฯ ดำเนินโครงการ Grid Resilience and Innovation Partnerships (GRIP) มูลค่า 10.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้าในการรับมือกับสภาพอากาศที่ผันผวน<sub>[15] </sub>ส่วนจีนมีการประกาศแผนลงทุนในระบบโครงข่ายไฟฟ้ามูลค่าสูงถึง 800 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 เพื่อรองรับความต้องการไฟที่เพิ่มขึ้นและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน</p>
<p>อนาคตพลังงานกำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง ยืดหยุ่น และลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม แนวโน้มนี้ไม่ได้เป็นเพียงนโยบาย แต่เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจทั่วโลก ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานใน 8 ประเทศทั่วโลก BPP มุ่งมั่นผลิตและพัฒนาพลังงานคุณภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานและการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจ</p>
<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจ BPP ได้ที่ <a href="http://www.banpupower.com" target="_blank" rel="noopener">www.banpupower.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/bpp-5-trends-shaping-future/">BPP เผย 5 เทรนด์อนาคตพลังงาน สร้างความมั่นคง-ลด CO₂</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Decarbonization สร้าง Growth​ &#8216;บ้านปู เพาเวอร์&#8217; ​​พอร์ต Non-fossil แข็งแกร่ง ดีมานด์-ราคา สหรัฐฯ พุ่งเท่าตัว พร้อมขายโควต้า CEA ในจีนได้แล้ว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/banpu-power-towards-tech-power-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 12:34:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU Power]]></category>
		<category><![CDATA[Batter Energy Storage System]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission Allowances]]></category>
		<category><![CDATA[CEA]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Power Plant]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Tech-Power Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Thermal Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อิศรา นิโรภาส]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32373</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ในปี​ที่ผ่านมา ยังต้องเผชิญหลายความท้าทาย แต่ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่มีความแข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงผ่านการซื้อขายล่วงหน้า  และการบริหารจัดการที่ดี ประกอบกับทิศทางการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดที่ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ดำเนินธุรกิจอยู่ ยังคงสามารถเติบโตและรักษาการทำกำไรได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้​การดำเนินงานปี 2567 ของ BPP มีรายได้รวมเกือบ 2.6 หมื่นล้านบาท อัตรากำไรในการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราว 7.4 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,746 ล้านบาท  พร้อมรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วย​​อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.49 เท่า คุณอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) สามารถรักษาผลดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้อย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี​ลดการปล่อย CO2 (Decarbonizatiom) โดยเฉพาะศักยภาพของโรงไฟฟ้าในจีน ที่สามารถลดการปล่อยได้ต่ำจนมีโควต้า​เหลือและสามารถนำมาเพิ่มกระแสเงินสดให้ธุรกิจได้มากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/banpu-power-towards-tech-power-energy/">Decarbonization สร้าง Growth​ &#8216;บ้านปู เพาเวอร์&#8217; ​​พอร์ต Non-fossil แข็งแกร่ง ดีมานด์-ราคา สหรัฐฯ พุ่งเท่าตัว พร้อมขายโควต้า CEA ในจีนได้แล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ในปี​ที่ผ่านมา ยังต้องเผชิญหลายความท้าทาย แต่ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่มีความแข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงผ่านการซื้อขายล่วงหน้า  และการบริหารจัดการที่ดี ประกอบกับทิศทางการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดที่ <strong>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ<strong> BPP </strong>ดำเนินธุรกิจอยู่ ยังคงสามารถเติบโตและรักษาการทำกำไรได้เป็นอย่างดี</p>
<p><span id="more-32373"></span></p>
<p>ส่งผลให้​การดำเนินงานปี 2567 ของ BPP มีรายได้รวมเกือบ 2.6 หมื่นล้านบาท อัตรากำไรในการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราว 7.4 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,746 ล้านบาท  พร้อมรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วย​​อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.49 เท่า</p>
<p><strong>คุณอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า  บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) สามารถรักษาผลดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้อย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี​ลดการปล่อย CO2 (Decarbonizatiom) โดยเฉพาะศักยภาพของโรงไฟฟ้าในจีน ที่สามารถลดการปล่อยได้ต่ำจนมีโควต้า​เหลือและสามารถนำมาเพิ่มกระแสเงินสดให้ธุรกิจได้มากขึ้น จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) เกือบ 90 ล้านบาท</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32376 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ภาพบรรยากาศงาน-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่โอกาสในตลาดอเมริกา มาจากดีมานด์ที่เติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยในแต่ละปี (CAGR) 15-17%  เพื่อรองรับการขยายตัวทางด้านเทคโนโลยีทั้ง AI , EV ​รวมทั้งการเติบโตของ Data Centers เพื่อรองรับแลนด์สเคปด้านเทคโนโลยี กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดีมานด์การใช้ไฟเติบโตเพิ่มขึ้น​ โดยเฉพาะใน​เท็กซัสที่มีการเติบโตของ Data Centers ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัว ขณะที่ภาพรวมการใช้ไฟฟ้าของสหรัฐคาดว่าจะเติบโตขึ้นจาก 86 GW ในปี 2024 ที่ผ่านมา เพิ่มเป็นกว่า 148 GW ภายในปี 2030</p>
<p><em>&#8220;ปีที่ผ่านมาธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II ในรัฐเท็กซัส สหรัฐฯ สามารถเดินเครื่องเพื่อส่งมอบพลังงานได้ต่อเนื่อง แม้ราคาซื้อขายไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงจากอุณหภูมิและสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ขณะที่แนวโน้มราคาซื้อขายไฟปีนี้ คาดว่า จะปรับตัวสูงขึ้น​รับ​​เทรนด์เทคโนโลยีพลังงานและดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น ​อีกทั้ง BPP มีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา (Hedging Risk Management) ด้วยการใช้เครื่องมือทางการเงิน (Financial Derivative) สำหรับโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งนี้ ทำให้ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดเข้ามาในธุรกิจ ได้กว่า 40% รวมทั้งรายได้จาก CEA ของโรงไฟฟ้าถ่านหินในจีน  นอกจากนี้จะเร่งขยายธุรกิจ</em>พลังงานหมุนเวียนและธุรกิจ​เกี่ยวเนื่อง (Renewables+) เพื่อสร้างห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการ​โครงการแบตเตอรี่ฟาร์มขนาดใหญ่ (BESS) และการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) เพื่อสร้างการเติบโตที่เป็น New S-curve ให้ธุรกิจ&#8221;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32377 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นาริไอสึ-ญี่ปุ่น.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับไฮไลต์สำคัญของการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจพลังงานความร้อน (Thermal Energy)  </strong></p>
<p>โรงไฟฟ้าเอชพีซี (HPC) ในสปป.ลาว และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ในไทย ยังคงเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพและ<strong>สามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (</strong><strong>EAF) </strong><strong>ในระดับสูงที่  </strong><strong>86% </strong><strong>และ </strong><strong>90% </strong>ตามลำดับ และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติมจากจำนวนชั่วโมงการผลิตได้ตามสัญญา</p>
<p>โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในจีน มีการดำเนินงานที่ดีขึ้น จากการบริหารต้นทุนถ่านหินที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถขาย CEAs ได้ในปริมาณ 2.9 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์  สร้างรายได้เพิ่มเติม 90 ล้านบาท  สะท้อนศักยภาพของการขับเคลื่อนนโยบาย Decarbonization</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32379 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในจีน.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและ​​เกี่ยวเนื่อง (Renewables+)</strong></p>
<p>ขยายการลงทุน <strong>แบตเตอรี่ฟาร์ม (BESS)</strong> เพิ่มเติมอีก 2 แห่งในญี่ปุ่น ​ได้แก่ โครงการ Aizu (ไอสึ) และโครงการ Tsuno (ซึโนะ) กำลังการผลิตรวม 208 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ​คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2571 ขณะที่โครงการ Iwate Tono กำลังการผลิต 58 เมกะวัตต์-ชั่วโมง มีความคืบหน้า 99% เตรียมเปิด COD ในไตรมาส 2 ปีนี้</p>
<p>เดินหน้า <strong>ธุรกิจขายไฟฟ้า </strong><strong>Energy Trading </strong><strong>ในญี่ปุ่น </strong>ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม โดยมีการซื้อขายทั้งหมด 2,816 กิกะวัตต์-ชั่วโมง</p>
<p>บ้านปูเน็กซ์ ซึ่ง BPP ถือหุ้น 50%  ร่วมกับโซลาร์บีเค บริษัทชั้นนำด้านพลังงานสะอาดในเวียดนาม จัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อให้บริการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในเวียดนาม ตั้งเป้าเฟสแรก 390 เมกะวัตต์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32378 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ-Temple-II-สหรัฐฯ.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>&#8220;BPP ขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง <strong>Beyond Quality Megawatts </strong>โดยมุ่ง​บริหารพอร์ตโฟลิโอให้​สมดุลและครอบคลุมมาก​กว่าการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า เพื่อ​ความยืดหยุ่นพร้อมรองรับ​โอกาสใหม่ในการเติบโต และสามารถสร้างกระแสเงินสดให้ธุรกิจได้อย่างมั่นคงในระยะยาว โดยปัจจุบันพอร์ตหลักยังเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เกือบ 70% ขณะที่โรงไฟฟ้าแก๊สและกลุ่มพลังงานหมุนเวียนและเกี่ยวเนื่อง (Renewable+) อยู่ที่กว่า 30% ​ กระจายอยู่ใน 8 ประเทศทั้งในไทย จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว ซึ่ง​​การเปลี่ยนผ่านตามแผน 5 ปี ที่จะเติบโตควบคู่กับการขับเคลื่อนแผน Decarbonization จะทำให้พอร์ตในส่วนของถ่านหินเหลือเพียง 30% ​ส่วนโรงไฟฟ้าแก๊สจะเพิ่ม​เป็น 50% ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Renewable+ จะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ภายใต้งบลงทุนที่วางไว้จนถึงปี  2573​ ​ที่ราว 1 &#8211; 1.5 พันล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุนส่วนใหญ่  60% สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้าแก๊ส และ 40% สำหรับลงทุนในกลุ่ม Renewable+ พร้อมตั้งเป้ากำไรของบริษัทมากกว่า 65% จะต้องมาจากกลุ่มธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาฟอสซิล ภายใต้ความแข็งแกร่งทางการเงิน ​พร้อมความสำเร็จในการวางโครงสร้างเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน&#8221;</em><i>  คุณอิศรา กล่าวทิ้งท้าย</i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32383 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/TH_BPP-2024-Performance-Update-Press-Conference_Infographic.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/banpu-power-towards-tech-power-energy/">Decarbonization สร้าง Growth​ &#8216;บ้านปู เพาเวอร์&#8217; ​​พอร์ต Non-fossil แข็งแกร่ง ดีมานด์-ราคา สหรัฐฯ พุ่งเท่าตัว พร้อมขายโควต้า CEA ในจีนได้แล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 พลังขับเคลื่อนการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคมของ BPP ในสหรัฐฯ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/4-ways-drive-operational-excellence-banpu-power/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jul 2024 08:21:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Megawatts Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[CCGT]]></category>
		<category><![CDATA[Combined Cycle Gas Turbines]]></category>
		<category><![CDATA[HELE]]></category>
		<category><![CDATA[High Efficiency Low Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Operational Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[Power Plant]]></category>
		<category><![CDATA[resource]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Temple I]]></category>
		<category><![CDATA[Temple II]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจผลิตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อิศรา นิโรภาส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27146</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สหรัฐอเมริกา” เป็นประเทศที่มีอัตราการใช้ไฟฟ้าและแนวโน้มความต้องการไฟฟ้าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก สอดรับกับเทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี AI และธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ต้องใช้พลังงานสูงในการจัดเก็บและบริหารข้อมูลจำนวนมหาศาล บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ในฐานะผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล เล็งเห็นถึงโอกาสดังกล่าว ที่ผ่านมาจึงเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) อย่าง Temple l ขนาด 768 เมกะวัตต์ และ Temple II ขนาด 755 เมกะวัตต์ ในปี 2564 และปี 2566 ต่อเนื่องตามลำดับ ด้วยจุดยืนการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม ซึ่งหมายถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ประกอบกับสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศยุทธศาสตร์ในการลงทุนธุรกิจผลิตพลังงานของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง BPP จึงมุ่งหน้าสร้างความเป็นเลิศ (Operational Excellence) ด้วย 4 พลังขับเคลื่อนเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงจากการผลิตและจ่ายไฟ พร้อมไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/4-ways-drive-operational-excellence-banpu-power/">4 พลังขับเคลื่อนการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคมของ BPP ในสหรัฐฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“สหรัฐอเมริกา” เป็นประเทศที่มีอัตราการใช้ไฟฟ้าและแนวโน้มความต้องการไฟฟ้าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก สอดรับกับเทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี AI และธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ต้องใช้พลังงานสูงในการจัดเก็บและบริหารข้อมูลจำนวนมหาศาล</p>
<p><span id="more-27146"></span></p>
<p><strong>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ</strong><strong> BPP</strong> ในฐานะผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล เล็งเห็นถึงโอกาสดังกล่าว ที่ผ่านมาจึงเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) อย่าง Temple l ขนาด 768 เมกะวัตต์ และ Temple II ขนาด 755 เมกะวัตต์ ในปี 2564 และปี 2566 ต่อเนื่องตามลำดับ</p>
<p>ด้วยจุดยืนการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม ซึ่งหมายถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ประกอบกับสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศยุทธศาสตร์ในการลงทุนธุรกิจผลิตพลังงานของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง BPP จึงมุ่งหน้าสร้างความเป็นเลิศ (Operational Excellence) ด้วย 4 พลังขับเคลื่อนเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงจากการผลิตและจ่ายไฟ พร้อมไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนี้</p>
<p><strong>1. เดินเครื่องโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในตลาดไฟฟ้าเสรี </strong></p>
<p>สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ทําให้มีตลาดแบบประมูลซื้อขายไฟจำนวนมาก มีหน่วยงานกำกับแยกกันสำหรับแต่ละตลาด ปัจจุบัน BPP ได้ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT (Electric Reliability Council of Texas) ตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส โดยเท็กซัสเป็นรัฐที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงมาก ด้วยทำเลที่ตั้งระหว่างเมืองออสตินและดัลลัสที่มีการกระจุกตัวของประชากรและเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การเข้าซื้อโรงไฟฟ้า Temple I และ Temple II ที่อยู่ติดกัน ส่งผลให้ BPP สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจากการแบ่งปันทรัพยากรและองค์ความรู้ต่าง ๆ ทั้งยังสามารถบริหารต้นทุนต่อหน่วยได้ต่ำลง และสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้น (Economies of Scale: EOS) และสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางระหว่างโรงไฟฟ้าทั้งสองเพื่อต่อยอดขยายธุรกิจเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญยังเป็นฐานให้ BPP ขยายการลงทุนไปตลาดไฟฟ้าอื่นในสหรัฐอเมริกา อีกทั้งช่วยรักษาสมดุลระหว่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและตลาดไฟฟ้าเสรี (Balanced PPA and Merchant Market) ทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคงจากรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) และมีโอกาสทำผลกำไรสูงจากรูปแบบตลาดไฟฟ้าเสรีในช่วงที่มีความต้องการสูงด้วยราคาที่สูงขึ้น และมีธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องหลากหลาย พร้อมนำข้อได้เปรียบของรูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าแต่ละประเภทมาก่อให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้สูงสุด เพราะเป้าหมายของบริษัทฯ ไม่ใช่เพียงการสร้างเสถียรภาพในการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ แต่ยังต้องสร้างผลกำไรให้มั่นคงในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจที่ต้องส่งมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียด้วย</p>
<p><strong>2. สร้างสมดุลการทำกำไรและการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอผ่าน</strong><strong>การใช้</strong><strong>เครื่องมืออนุพันธ์ทางการเงิน (</strong><strong>Hedging Tools) </strong></p>
<p>การสร้างสมดุลจากการคว้าโอกาสในการทำกำไรในช่วงที่มีความต้องการสูงด้วยราคาที่สูงขึ้น และการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากตลาดไฟฟ้าเสรีด้วยการป้องกันความเสี่ยงนั้น เป็นอีกกุญแจสำคัญที่ทำให้ BPP ประสบความสำเร็จในการสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอและมั่นคงจากการลงทุนในตลาดไฟฟ้าเสรีในสหรัฐฯ</p>
<p>บริษัทฯ ใช้ประโยชน์จาก<strong>เครื่องมืออนุพันธ์ทางการเงิน (</strong><strong>Hedging Tools</strong><strong>)</strong> ที่มีในตลาดไฟฟ้าเสรี 2 ประเภท ได้แก่ <strong>Heat Rate Call Option (HRCO)</strong> สัญญาให้สิทธิการซื้อไฟฟ้า ที่โรงไฟฟ้าจะเป็นผู้ขายสิทธิให้กับผู้ซื้อที่อาจเป็นนักลงทุนหรือสถาบันทางการเงินที่ต้องการสัญญาซื้อขายไฟในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของราคาค่าไฟที่อาจสูงขึ้นจากราคาต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดยสิ่งที่โรงไฟฟ้าจะได้รับกลับมาคือค่าพรีเมี่ยม  (Premium) และกระแสเงินสดที่มั่นคงและแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดของปี ทั้งในเดือนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงหรือเดือนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าตามปกติ อีกส่วนคือ <strong>Spark Spread Hedge</strong> เป็นการทำสัญญาเพื่อล็อคราคาขายไฟและราคาต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในปริมาณและราคาที่ตกลงกันระหว่างคู่สัญญา ทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าสามารถล็อคส่วนต่างดังกล่าว ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาต้นทุนเชื้อเพลิงและราคาขายไฟในตลาดได้ พูดง่าย ๆ ก็คือเครื่องมืออนุพันธ์ทางการเงินทั้ง 2 ประเภทนี้ ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวางแผนทางการเงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นอีกกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ BPP เลือกใช้จากการเป็นส่วนหนึ่งในตลาดไฟฟ้าเสรี</p>
<p><strong>3. ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนำ </strong><strong>AI </strong><strong>มาต่อยอดในการจำหน่ายไฟฟ้า</strong></p>
<p>การเข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งทำให้ BPP มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจในตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรีที่เอื้อต่อการแข่งขันกันของผู้ผลิตและผู้ขายไฟเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค BPP ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้วางแผนการผลิตและขายไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ความต้องการในตลาด ทั้งในตลาดค้าส่ง (Wholesale) ตลาดค้าปลีก (Retail) รวมถึงการซื้อ-ขายไฟฟ้า (Power Trading) ที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ ทำให้ BPP และมีโอกาสในการสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้น</p>
<figure id="attachment_27150" aria-describedby="caption-attachment-27150" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-27150 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Auxilairy.jpg" alt="" width="1200" height="900" /><figcaption id="caption-attachment-27150" class="wp-caption-text"><em>โครงสร้างระบบรางเลื่อนอัตโนมัติแบบถาวรสำหรับสถานีสูบน้ำ</em></figcaption></figure>
<p><strong>4. ส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>นอกจากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอแล้ว  BPP ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืน ตัวอย่างจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า Temple l และ Temple II ที่มีการจัดการที่โดดเด่นใน 3 ด้าน คือ <strong>การจัดการคุณภาพอากาศ</strong> ด้วยเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า Combined Cycle Gas Turbines (CCGT) ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง จึงช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์โดยรวมของ BPP ให้อยู่ในปริมาณที่ดีขึ้น<strong> การจัดการทรัพยากรน้ำ</strong> โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำปานกลางถึงสูง แต่ด้วยประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดี ทำให้สามารถนำน้ำที่ใช้แล้ววนกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยโรงไฟฟ้าจะรับน้ำใช้แล้วจากแหล่งชุมชนมาบำบัดแบบชีวภาพ (Biological treatment) ให้มีมาตรฐานเพียงพอสำหรับกระบวนการผลิตไฟฟ้า จากนั้นนำน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตแล้วมาบำบัดเพื่อวนใช้ต่อ ทำให้สามารถลดการใช้ทรัพยากรน้ำในพื้นที่ และไม่ปล่อยน้ำเสียออกสู่แหล่งน้ำภายนอก และ<strong>การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในช่วงสภาวะที่มีสภาพอากาศผันผวนและรุนแรง</strong> แม้โรงไฟฟ้าสองแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศผันผวน แต่ด้วยการจัดการที่ดี เช่น ในช่วงฤดูร้อนของรัฐเท็กซัสที่มีอุณหภูมิสูงจัด BPP ได้มีการติดตั้งระบบหล่อเย็นเสริมเพื่อช่วยลดอุณหภูมิของหม้อแปลง ทำให้อุณหภูมิของหม้อแปลงอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมแม้จะเป็นช่วงเวลาที่เร่งผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้โรงไฟฟ้าสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นและเพิ่มโอกาสในการทำรายได้ ส่วนในฤดูหนาวที่ประสบปัญหาสถานีสูบน้ำไม่สามารถทำงานได้จากอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง บริษัทฯ ได้ติดตั้งโครงสร้างระบบรางเลื่อนอัตโนมัติแบบถาวรสำหรับสถานีสูบน้ำ ทดแทนการใช้พลาสติกป้องกันแบบชั่วคราว ทำให้การผลิตน้ำบริสุทธิ์สำหรับการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาตรการที่รัดกุมเหล่านี้ ทำให้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาของ BPP มีเสถียรภาพ และมีบทบาทสำคัญในการจ่ายไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนทั้งในช่วงปกติและวิกฤติสภาพอากาศได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BPP </strong><strong>กล่าวว่า</strong> “มาตรฐานการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าแฝด Temple I และ Temple II สะท้อนจุดแข็งของ BPP ในการดำเนินงานด้วยคุณภาพระดับสากล (Excellent Worldwide Operation) จากประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าเกือบ 30 ปีของ BPP ในตลาดไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ทำให้เราสามารถบริหารจัดการโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ละทิ้งเรื่องความยั่งยืนในทุกกระบวนการทางธุรกิจ ในแง่ผลตอบแทนในปี 2566 ที่ผ่านมา หลังจากที่ซื้อโรงไฟฟ้า Temple II ในเดือนกรกฎาคมประกอบกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤตคลื่นความร้อนในรัฐเท็กซัสในไตรมาสที่ 3  บริษัทฯ สามารถสร้างกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ได้ถึง 12,262  ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 48 จากปี 2565</p>
<figure id="attachment_27148" aria-describedby="caption-attachment-27148" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-27148 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Temple-I-II.jpg" alt="" width="1200" height="799" /><figcaption id="caption-attachment-27148" class="wp-caption-text"><em>โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ Temple l และ Temple ll ในสหรัฐอเมริกา</em></figcaption></figure>
<p>BPP ยังคงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จด้วยแผนการลงทุนในช่วง 3 ปีนี้ (2567-2569) โดยวางงบลงทุนไว้ที่ประมาณ 500-700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สำหรับขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT (Combined Cycle Gas Turbines) เพิ่มเติม เพื่อให้บริษัทฯ สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ และอีกส่วนเพื่อการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ตลอดจนการศึกษาและพัฒนาพลังงานรูปแบบใหม่ ๆ  ภายใต้<strong>กลยุทธ์ </strong><strong>Beyond Megawatts Portfolio</strong> ที่เน้นการปรับพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมมากไปกว่าการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า”</p>
<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจ BPP ได้ที่ <a href="http://www.banpupower.com" target="_blank" rel="noopener">www.banpupower.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/4-ways-drive-operational-excellence-banpu-power/">4 พลังขับเคลื่อนการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคมของ BPP ในสหรัฐฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2567 โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีนเดินเครื่องดีหนุนรายได้มั่นคง   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/bpp-q1-performance-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 04:11:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Battery & Energy Storage System Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[CCGT]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Infinite Cafe Powered by Banpu NEXT]]></category>
		<category><![CDATA[Powering Society with Quality Megawatts]]></category>
		<category><![CDATA[Temple l]]></category>
		<category><![CDATA[Temple ll]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อิศรา นิโรภาส]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25773</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้รวมจำนวน 6,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,822 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 81 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 1,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 318 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ Temple l และ Temple ll ในสหรัฐอเมริกาผนวกกับผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Heat and Power: CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่    เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนที่ลดลงจากการบริหารต้นทุนที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/bpp-q1-performance-report/">BPP เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2567 โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีนเดินเครื่องดีหนุนรายได้มั่นคง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BPP </strong><strong>ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล </strong>รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้รวมจำนวน 6,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,822 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 81 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 1,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 318 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน</p>
<p><span id="more-25773"></span></p>
<p>โดยเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ Temple l และ Temple ll ในสหรัฐอเมริกาผนวกกับผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Heat and Power: CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่    เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนที่ลดลงจากการบริหารต้นทุนที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BPP </strong><strong> กล่าวว่า </strong><strong>“</strong>BPP ให้ความสำคัญต่อเสถียรภาพการผลิตของโรงไฟฟ้าทุกแห่งพร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุน อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ สำหรับไตรมาส 1/2567 BPP มีผลการดำเนินงานที่ดี ส่วนสำคัญเกิดจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีน โดยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple l และ Temple ll ในสหรัฐฯ มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจำนวน 587.82 กิกะวัตต์ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 55 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รับรู้รายได้จำนวน 4,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,811 ล้านบาทจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้านโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในจีนรับรู้รายได้จำนวน 2,243 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาทจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลมาจาก           ความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เราคำนึงถึงการสร้างการเติบโตไปพร้อมกับรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งและมั่นคงท่ามกลางความผันผวนของธุรกิจพลังงาน ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อประสิทธิภาพและความยั่งยืนเพื่ออนาคต”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/BPP1.jpg" alt="" width="1200" height="881" /></p>
<p>ด้านธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานซึ่งบริษัทฯ ลงทุนผ่านบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของธุรกิจแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery &amp; Energy Storage System Solutions: BESS) โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บ้านปู เน็กซ์ และ เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์และส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยมากกว่า 20,000 ชุด โดยมีเป้าหมายการผลิตรวม 60,000 ชุดต่อปี</p>
<p>อีกทั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่ดีพี เน็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของบ้านปู เน็กซ์ และดูราเพาเวอร์ยังได้ผลิตและส่งมอบแบตเตอรี่ชุดแรกให้กับเชิดชัยมอเตอร์เซลส์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถบัสรายใหญ่ที่สุดในไทย และล่าสุดบ้านปู เน็กซ์ได้ยังได้นำเสนอโซลูชันพลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนด้วยการเปิดตัวโครงการ <strong>‘Infinite Cafe Powered by Banpu NEXT’</strong> เฟสที่สอง ณ อาคารจามจุรี สแควร์ ในรูปแบบป๊อปอัพคาเฟ่ที่มีระบบโซลาร์รูฟท๊อปผลิตไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่กักเก็บไฟฟ้าในตัว ด้านโครงการบริหารจัดการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซนซี คาดว่าจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาส 4 ปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25776 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/BPP3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>“BPP ในฐานะผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล ที่ยึดมั่นในการส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืน ด้วยจุดยืนในการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม (Powering Society with Quality Megawatts) ยังคงมุ่งสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งไปพร้อมกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น จากการดำเนินงานที่ผ่านมา BPP จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เราจึงมุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างมั่นคงต่อไป รวมทั้งมุ่งขยายห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ BPP ได้ประเมินการลงทุนในธุรกิจที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงผ่านกลยุทธ์การเติบโตทางธุรกิจใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. ขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ที่เน้นตลาดในสหรัฐอเมริกา 2. รักษาสมดุลของพอร์ตธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและตลาดไฟฟ้าเสรี 3. ขยายการลงทุนในโครงการ CCUS เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ และ 4. ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่จะช่วยเสริมความมั่นคงในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ระบบนิเวศการใช้พลังงานที่ยั่งยืน ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยั่งยืน” <strong>นายอิศรากล่าวปิดท้าย</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/bpp-q1-performance-report/">BPP เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2567 โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีนเดินเครื่องดีหนุนรายได้มั่นคง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP เดินหน้าส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม เผยกำไรในปี 2566 แข็งแกร่ง พร้อมแต่งตั้ง CEO ใหม่ตามแผนสืบทอดตำแหน่ง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/banpu-power-direction-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2024 07:55:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU Power]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Committee]]></category>
		<category><![CDATA[Greener & Smarter]]></category>
		<category><![CDATA[Performance]]></category>
		<category><![CDATA[Powering Society with Quality Megawatts]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[กิรณ ลิมปพยอม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อิศรา นิโรภาส]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24340</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากลที่ยึดมั่นในการส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืน แจงผลประกอบการปี 2566 เติบโตขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญสามารถรักษาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง และรุดหน้าการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ชูทิศทางปี 2567 โดยเดินหน้าธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener &#38; Smarter เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม (Powering Society with Quality Megawatts) นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีผล 2 เมษายนนี้ ผลการดำเนินงานปี 2566 BPP มีรายได้รวม 30,443 ล้านบาท โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 12,262 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีกำไรสุทธิ 5,319 ล้านบาท ทั้งนี้ถ้าไม่รวมกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนใหม่และขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของอนุพันธ์ทางการเงิน BPP มีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิที่ไม่รวมกำไรจากการจำหน่าย  เงินลงทุนและกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของอนุพันธ์ทางการเงินในปี 2565 นอกจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/banpu-power-direction-2024/">BPP เดินหน้าส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม เผยกำไรในปี 2566 แข็งแกร่ง พร้อมแต่งตั้ง CEO ใหม่ตามแผนสืบทอดตำแหน่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BPP </strong><strong>ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากลที่ยึดมั่นในการส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืน </strong>แจงผลประกอบการปี 2566 เติบโตขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญสามารถรักษาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง และรุดหน้าการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน</p>
<p><span id="more-24340"></span></p>
<p>ชูทิศทางปี 2567 โดยเดินหน้าธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter เพื่อ<strong>ส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม </strong><strong>(Powering Society with Quality Megawatts</strong><strong>)</strong> นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีผล 2 เมษายนนี้</p>
<p>ผลการดำเนินงานปี 2566 BPP มีรายได้รวม 30,443 ล้านบาท โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 12,262 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีกำไรสุทธิ 5,319 ล้านบาท ทั้งนี้ถ้าไม่รวมกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนใหม่และขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของอนุพันธ์ทางการเงิน BPP มีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิที่ไม่รวมกำไรจากการจำหน่าย  เงินลงทุนและกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของอนุพันธ์ทางการเงินในปี 2565 นอกจากนี้ BPP ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างเสถียรภาพด้านพลังงาน โดยยังคงมุ่งมั่นในการรักษาประสิทธิภาพ และความพร้อมของระบบการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทุก ๆ แห่งให้สามารถจำหน่ายกระแสไฟฟ้าไปยังชุมชนและสังคมได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง อีกทั้งยังผลักดันการดำเนินงานในทุกกระบวนการให้สอดคล้องกับหลักความยั่งยืนหรือ ESG อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG Committee) ซึ่งทำหน้าที่ในการพิจารณาทิศทางและนโยบาย ESG ของ   บริษัทฯ และทำงานร่วมกับฝ่ายบริหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24351 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/SLG-power-plant-in-China.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p>ในปี 2566 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple II ในรัฐเท็กซัส ซึ่งอยู่ติดกับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I ที่บริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนเมื่อปี 2564 และผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่มีอยู่ครบวงจรทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ไปจนถึงการขายไฟฟ้าในตลาดค้าส่ง (Wholesale) และตลาดค้าปลีก (Retail) รวมถึงร่วมลงทุนในโครงการ Cotton Cove ในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ (Barnett) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวสู่ธุรกิจดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐฯ ซึ่งสามารถนำประสบการณ์ไปพัฒนาต่อยอดกับธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ในอนาคต ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHPs) ในจีนทั้ง 3 แห่ง มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการปรับตัวลดลงของราคาเชื้อเพลิงและรายได้จากการขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Emission Allowances &#8211; CEA)</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานผ่านการลงทุนในบ้านปู เน็กซ์ โดยในปีที่ผ่านมา มีการลงทุนในบริษัท เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (SVOLT Thailand) ธุรกิจกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ครบวงจรเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนในโอยิกะ (Oyika) สตาร์ทอัพสิงคโปร์ ผู้ให้บริการโซลูชันสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (Battery Swap Solutions) รวมถึงเดินหน้าโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มขนาดใหญ่ที่เมืองโตโนะ (Tono) จังหวัดอิวาเตะ (Iwate) ในญี่ปุ่น เพื่อการต่อยอดในธุรกิจซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24355 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Banpu-NEXT_Oyika-Battery-Swap.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า </strong>“ในปีที่ผ่านมา BPP สามารถบริหารจัดการการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจผลิตไฟฟ้าได้ตามกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple II ในสหรัฐอเมริกาถือเป็นผลสำเร็จที่ชัดเจน ทั้งหมดนี้ส่งผลให้บริษัทฯ สร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง  สำหรับในปี 2567 นี้ BPP ยังคงพัฒนาและขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม หรือ Powering Society with Quality Megawatts ผ่าน 3 จุดแข็งในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ 1) ดำเนินงานด้วยคุณภาพระดับสากลจากความเชี่ยวชาญของทีมงานของ BPP เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจและปรับตัวกับความท้าทายต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ 2) ผสานพลังร่วมในระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งใน 8 ประเทศยุทธศาสตร์ของ BPP และผนึกกำลังร่วมภายในกลุ่มบ้านปูผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสและมูลค่าทางธุรกิจ และ 3) สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่สังคมทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่ไปกับการเป็นองค์กรพลเมืองที่ดี ผ่านการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24354 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/BPP-Annual-Press-Conference_K.Kirana.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ BPP ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรภายในผู้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนองค์กร และการดำเนินตามแนวทางการวางแผนและพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญ (Succession planning and high potential management) ของกลุ่มบ้านปู โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติให้นายอิศรา นิโรภาส ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะมีผลในวันที่ 2 เมษายน 2567  โดยนายกิรณ ลิมปพยอม จะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operation Officer: COO) ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในการบริหารจัดการการดำเนินงาน (Operation) ของธุรกิจแหล่งพลังงานและธุรกิจผลิตพลังงานในทุกประเทศ</p>
<p><strong>นายอิศรา นิโรภาส ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สายงานปฏิบัติการธุรกิจไฟฟ้า บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวถึงการได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำในการบริหาร BPP ว่า “ผมต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมการบริษัทในความไว้วางใจให้ผมรับหน้าที่สำคัญนี้ต่อจากคุณกิรณ</p>
<p>จากประสบการณ์การทำงานในสายปฏิบัติการในกลุ่มบ้านปูมาตั้งแต่ปี 2537 และการมีส่วนร่วมในการออกแบบทางวิศวกรรม การพัฒนาธุรกิจ และการจัดการงานด้านปฏิบัติการในโครงการสำคัญต่าง ๆ ผมมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสานต่อภารกิจของ BPP ในการเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และบริหารธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าใน 8 ประเทศ โดยยึดหลัก ESG ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24353 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/BPP-Annual-Press-Conference_K.Issara2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ปัจจุบัน BPP มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 3,642 เมกะวัตต์ มุ่งสร้างการเติบโตด้วยสมดุลของพอร์ตธุรกิจทั้งจากพลังงานความร้อนและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานที่ลงทุนผ่านบ้านปู เน็กซ์       บริษัทฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงานมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของ BPP โดยมีหลัก ESG เป็นแนวทางในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม” <strong>นายกิรณ</strong>กล่าวปิดท้าย</p>
<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจ BPP ได้ที่ <a href="http://www.banpupower.com" target="_blank" rel="noopener">www.banpupower.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/banpu-power-direction-2024/">BPP เดินหน้าส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม เผยกำไรในปี 2566 แข็งแกร่ง พร้อมแต่งตั้ง CEO ใหม่ตามแผนสืบทอดตำแหน่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
