<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Branding &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/branding/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Jul 2026 09:59:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Branding &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Positive Feeling สู่ Positive Impact มองวิถี​ &#8216;โป๊ยเซียน&#8217; และกลยุทธ์​​การทำ​ CSR ที่มากกว่าแค่กิจกรรมเพื่อสังคม แต่คือ OOH ที่สร้างแบรนด์ได้คุ้มค่า และใจฟูมากที่สุด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/poysian-csr-framework-to-brand-building/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jul 2026 11:26:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[​ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Media]]></category>
		<category><![CDATA[OOH]]></category>
		<category><![CDATA[Out of Home]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Feeling]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Poysian]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นคูน]]></category>
		<category><![CDATA[มอบเก้าอี้]]></category>
		<category><![CDATA[ยาดม]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เก้าอี้ม้านั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เก้าอี้สาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[โป๊ยเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[โป๊ยเซียน Go Green Together]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43086</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงมากว่า 90 ปี สำหรับยาดม &#8216;โป๊ยเซียน&#8217; ที่ไม่เพียงสินค้าจะเป็นที่คุ้นเคยของคนไทย แต่ยังหนึ่งในเป็น Item Wish List ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ต้องซื้อหานำ​ติดตัวกลับไปเป็นของฝาก หรือแม้แต่นำไปใช้เองด้วยทุกครั้ง คุณต้นคูน &#8211; ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มินท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาดมตรา &#8216;โป๊ยเซียน&#8217; และถือเป็นผู้บริหารเจน 4 นับจากกลุ่มผู้ก่อตั้ง ​กล่าวถึงแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของแบรนด์ ที่ถือว่าแตกต่างทั้งวิธีคิด มุมมอง รวมทั้งผลลัพธ์ที่ได้ ที่ไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์และ Brand Love ที่ดีของแบรนด์ แต่ยังส่งมอบประโยชน์ให้ผู้คนและสังคมได้อย่างจับต้องได้ ที่สำคัญ ในมิติทางธุรกิจ สามารถลดงบประมาณสำหรับการทำโฆษณาและแบรนดิ้งลงได้กว่าครึ่ง และนำมาต่อยอด​มิติด้านความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เปลี่ยนการสร้างแบรนด์ด้วย Mass Media สู่การทำ CSR  หลังการปรับโครงสร้างภายในบริษัทเมื่อราวปี 2564 ​​ คุณต้นคูน ได้เข้ามาดูแลงานด้านโฆษณาให้ธุรกิจโป๊ยเซียน พร้อมทั้งต่อยอดนโยบายของกลุ่มผู้บริหารชุดใหม่ ที่อยาก​​เพิ่มการทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อให้สร้างการรับรู้แบรนด์ และใกล้ชิดผู้บริโภคทุกกลุ่มได้เพิ่มมากขึ้น นำมาสู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/poysian-csr-framework-to-brand-building/">Positive Feeling สู่ Positive Impact มองวิถี​ &#8216;โป๊ยเซียน&#8217; และกลยุทธ์​​การทำ​ CSR ที่มากกว่าแค่กิจกรรมเพื่อสังคม แต่คือ OOH ที่สร้างแบรนด์ได้คุ้มค่า และใจฟูมากที่สุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงมากว่า 90 ปี สำหรับยาดม<strong> &#8216;โป๊ยเซียน&#8217;</strong> ที่ไม่เพียงสินค้าจะเป็นที่คุ้นเคยของคนไทย แต่ยังหนึ่งในเป็น Item Wish List ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ต้องซื้อหานำ​ติดตัวกลับไปเป็นของฝาก หรือแม้แต่นำไปใช้เองด้วยทุกครั้ง</p>
<p><span id="more-43086"></span></p>
<p><strong>คุณต้นคูน &#8211; ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์</strong> กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มินท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาดมตรา &#8216;โป๊ยเซียน&#8217; และถือเป็นผู้บริหารเจน 4 นับจากกลุ่มผู้ก่อตั้ง ​กล่าวถึงแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของแบรนด์ ที่ถือว่าแตกต่างทั้งวิธีคิด มุมมอง รวมทั้งผลลัพธ์ที่ได้ ที่ไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์และ Brand Love ที่ดีของแบรนด์ แต่ยังส่งมอบประโยชน์ให้ผู้คนและสังคมได้อย่างจับต้องได้ ที่สำคัญ ในมิติทางธุรกิจ สามารถลดงบประมาณสำหรับการทำโฆษณาและแบรนดิ้งลงได้กว่าครึ่ง และนำมาต่อยอด​มิติด้านความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/PS6.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>เปลี่ยนการสร้างแบรนด์ด้วย Mass Media สู่การทำ CSR </strong></p>
<p>หลังการปรับโครงสร้างภายในบริษัทเมื่อราวปี 2564 ​​ คุณต้นคูน ได้เข้ามาดูแลงานด้านโฆษณาให้ธุรกิจโป๊ยเซียน พร้อมทั้งต่อยอดนโยบายของกลุ่มผู้บริหารชุดใหม่ ที่อยาก​​เพิ่มการทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อให้สร้างการรับรู้แบรนด์ และใกล้ชิดผู้บริโภคทุกกลุ่มได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>นำมาสู่ การปรับเปลี่ยนแนวทางการสร้างแบรนด์ รวมทั้งการทำตลาดและประชาสัมพันธ์แบรนด์ครั้งใหม่ จากที่เคยทำผ่านสื่อ Mass Media ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทีวี วิทยุ หรือบิลบอร์ด (OOH : Out of Home) ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินสูงหลักร้อยล้านบาทต่อปี ซึ่งในบางปีเคยใช้สูงที่สุดถึงเกือบ 130 ล้านบาทเลยทีเดียว</p>
<p>โป๊ยเซียนได้​เปลี่ยนการทำโฆษณาและสร้างแบรนด์ โดยลดการใช้ Mass Media โดยเฉพาะกลุ่ม OOH หรือบิลบอร์ด ที่เคยซื้อเป็นแพกเกจครั้งละหลายๆ จอ มาเป็นการเลือกจุดที่มีประสิทธิภาพสูงเพียงไม่กี่แห่ง และโยกงบส่วนใหญ่ มาทำในรูปแบบกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) โดยเลือกการทำเก้าอี้กลางแจ้งและร่ม เพื่อมอบให้อุทยานประวัติศาสตร์ในอยุธยา เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวชมอุทยานฯ​ ก่อนจะขยายไปแห่งอื่นๆ รวมทั้งในกลุ่มโรงพยาบาล ​ เริ่มที่ จ.ชัยภูมิเป็นที่แรก ซึ่งได้ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 4 ปี และปัจจุบันได้มอบเก้าอี้สาธารณประโยชน์ไป​แล้วใน 20 จังหวัด รวมกว่า 5,000 ตัว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43089 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/PS13.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันโป๊ยเซียนใช้งบสร้างแบรนด์ในภาพรวมเหลือเพียง 50-60 ล้านบาทต่อปี แต่กลับสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนได้มากกว่า รวมทั้งในมิติของแบรนด์ก็สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ต่อเนื่องยาวนานกว่าเดิม จาก​ที่เคยใช้ Mass Media มีระยะเวลาการเผยแพร่ที่จำกัด โดยเฉพาะป้ายบิลบอร์ดที่พอพ้นระยะเวลาก็จะถูกปลดลงโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ต่อ ขณะที่เก้าอี้สามารถตั้งอยู่ในสถานที่ต่างๆ ได้นานเป็นสิบปี รวมทั้งร่มที่​นักท่องเที่ยวต้องถืออยู่ในมือตลอดระยะเวลา ซึ่งเราไม่เพียงแค่ไปบริจาคให้แล้วกลับมา แต่ยังมีการติดตามในการใช้งาน หากชำรุดก็จะส่งทีมไปดูแลซ่อมแซม หรือถ้าร่มเริ่มชำรุด หรือมีปริมาณไม่เพียงพอก็มีการบริจาคเพิ่มเติม ทำให้แบรนด์ยังคงสร้างประโยชน์ในสถานที่ต่างๆ เหล่านั้นได้อย่างต่อเนื่อง&#8221; </em></p>
<p><strong>วาง CSR Framework สร้าง Positive Feeling  </strong></p>
<p>สำหรับแนวทาง​ขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมของโป๊ยเซียน ​ได้วางกรอบสำคัญไว้ 4 ด้าน คือ ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านศิลปวัฒนธรรม และด้านสาธารณประโยชน์อื่นๆ โดยการขับเคลื่อนแต่ละมิติ ​ประกอบด้วย</p>
<p><strong>ด้านการศึกษา</strong> : มุ่งเน้นการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับทางโรงเรียน โดยปัจจุบันโป๊ยเซียนมีโรงเรียนอยู่ในเครือข่ายมากกว่า 400 โรงเรียน โดย​มีกิจกรรมหลักๆ คือการจัดเวิร์กช็อป​​บอร์ดเกมเพื่อการศึกษา โดยมีการตั้งสมาคม หรือชมรมบอร์ดเกมภายในโรงเรียน รวมท้ังมีการจัดแข่งขันบอร์ดเกม​ ซึ่งจัดต่อเนื่องมา4 ปีแล้ว</p>
<p>รวมท้ังอยู่ระหว่างการเริ่มโครงการใหม่ ร่วมกับมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ในการจัดทำหนังสือสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อสร้างเวลาที่มีคุณภาพภายในครอบครัวผ่านการอ่านหนังสือ พร้อมทั้งการขยายโครงการไปยังกลุ่มเปราะบางในเรือนจำ โดยเฉพาะนักโทษหญิงที่มีลูกระหว่างถูกคุมขัง เพื่อรักษาสิทธิ์การเรียนรู้ของเด็กและเชื่อมความสัมพันธ์ของนักโทษและลูก ไม่ให้รู้สึกมีปมและขาดความรักความผูกพันธ์ในครอบครัว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43093 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/PS10.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ด้านสิ่งแวดล้อม :</strong> ผ่านโครงการหลักคือ &#8216;<strong>โป๊ยเซียน Go Green Together&#8217;</strong> เพื่อลดผลกระทบจากธุรกิจ ในฐานะที่มีส่วนในการใช้พลาสติกในการผลิต ทำให้ส่งเสริมการลดขยะพลาสติก โดยปีแรกได้สนับสนุนการแปรรูปขยะพลาสติกเป็น EcoBrick เพื่อนำมาปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยซ่อมแซมสถานที่และอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว</p>
<p>รวมทั้งต่อยอดมาสู่การทำเก้าอี้มานั่งจากขยะพลาสติกแปรรูปเพื่อส่งมอบให้อุทยานแห่งชาติทางภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายหาด รวมทั้งการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เสื้อ หรือเซ็ตเดินทาง เพื่อนำรายได้มอบให้กลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น</p>
<p><strong>ด้านศิลปะวัฒนธรรม :</strong> ผ่านการสนับสนุนการดูแลอุทยานประวัติศาสตร์ หรืออุทยานแห่งชาติต่างๆ เช่น การมอบเก้าอี้ม้่นั่งสาธารณประโยชน์ หรือร่มเพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้ระหว่างเดินชมอุทยาน รวมทั้งการต่อยอดโครงการด้านการช่วยปรับภูมิทัศน์ภายในอุทยาน เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมมอบเก้าอี้ ได้ต่อยอดมาสู่การมอบให้พื้นที่สาธารณะอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ในโรงพยาบาล สวนสาธารณะ หรือสถานที่ต่างๆ ที่ขาดแคลนสามารถติดต่อเข้ามาขอรับการสนับสนุนได้ ซึ่งทางโป๊ยเซียนมีเป้าหมายในการวางเก้าอี้ไว้ในที่สาธารณะต่างๆ ได้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศได้ในอนาคต​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43090 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/PS14.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>การสนับสนุนโครงการต่างๆ ในมิติอื่นๆ :</strong> เพื่อมีส่วนช่วยสร้างประโยชน์ที่หลากหลายได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิต่างๆ หรือกิจกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การสนับสนุนการติดตั้งระบบโทรมาตร เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการช่วยเตือนภัย เช่น ระดับน้ำฝนที่มากกว่าปกติ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแจ้งเตือนการอพยพ หรือ การควบคุมการเปิด- ปิด ประตูระบายน้ำ เพื่อบรรเทาความสูญเสียจากภัยธรรมชาติต่างๆ ได้ เป็นต้น</p>
<p><em> &#8220;เราทำกิจกรรมต่างๆ ตามความถนัดและความรู้ที่มี รวมทั้งช่วยต่อยอดการสร้างความรู้สึกรักและผูกพันต่อแบรนด์ ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ​โดยมีเป้าหมายสำคัญในการทำให้แบรนด์สามารถส่งมอบประโยชน์ หรือ Positive Impact ให้แก่ผู้คนและสังคม และตอบโจทย์จุดมุ่งหมายสำคัญของแบรนด์ที่ยึดถือมาตลอด 90 คือ การมอบ Positive Feelilng หรือความรู้สึกที่ดีทุกครั้งเมื่อได้ใช้สินค้า ทำให้แบรนด์มีความแข็งแรง และสร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์มากได้ตลอด 90 ปี&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/PS9.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ล่าสุด<strong> &#8216;โป๊ยเซียน&#8217;</strong> ได้ส่งมอบเก้าอี้ม้านั่ง​ 360 ตัว ให้กับโรงพยาบาลรัฐประจำอำเภอ ในจังหวัดชลบุรี 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลชลบุรี อ.เมือง จำนวน 100 ตัว, โรงพยาบาลพนัสนิคม อ.พนัสนิคม  จำนวน 150 ตัว, โรงพยาบาลพานทอง อ.พานทอง จำนวน 40 ตัว, โรงพยาบาลเกาะจันทร์ อ.เกาะจันทร์ จำนวน 40 ตัว และโรงพยาบาลหนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จำนวน 30 ตัว โดยพบว่าโรงพยาบาลของรัฐในทุกจังหวัดมีประชาชนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก และมีก้าอี้ม้านั่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ​ รวมทั้งได้ตั้งเป้าหมายเดินหน้าส่งมอบเก้าอี้ม้านั่งให้​โรงพยาบาล​รัฐ รวมถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอในทุกๆ จังหวัดทั่วประเทศให้ครอบคลุมมากที่สุด</p>
<p><strong>&#8216;ความมีมาตรฐานที่สม่ำเสมอ&#8217; ​ สร้างความเชื่อมั่นแบรนด์​  90 ปี </strong></p>
<p>คุณต้นคูน มองว่า สิ่งที่ทำให้โป๊ยเซียน สามารถยืนหยัดมาได้ตลอด 90 ปี คือ ความสามารถในการรักษามาตรฐานไว้ได้อย่างสม่ำเสมอมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้โป๊ยเซียนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกชาติได้ ทั้งจากการพัฒนากลิ่นให้สามารถสร้างความสดชื่น และรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้สูดดม รวมทั้ง​การลงทุนปรับมาตรฐานการผลิตจนได้รับรองมาตรฐาน GMP PIC/S ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในระดับโลก ของผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์  ที่คุณต้นคูน ได้เข้ามามีส่วนช่วยขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี 2561 ช่วงเรียนจบด้านเภสัชศาสตร์ มาใหม่ๆ  ก่อนจะเข้ามาช่วยบริหารและดูแลงานด้านโฆษณาและแบรนดิ้งอย่างเต็มตัวในปี 2564</p>
<p><em>&#8220;ตลอด 90 ปีที่ผ่านมา โป็ยเซียนให้ความสำคัญในการรักษาความสม่ำเสมอในเรื่องของมาตรฐานการผลิต ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้ คือ การรักษาความซื่อสัตย์ที่มีต่อลูกค้า ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และเป็น Core Value สำคัญ ที่เราไม่สามารถทำให้เปลี่ยนแปลงไปได้  และจำเป็นต้องรักษาให้คงอยู่ต่อเนื่อง​ต่อไปในอนาคต ขณะที่ในมิติของการสร้างแบรนด์เพื่อให้ยั่งยืนต่อไปได้ในอนาคต เราจะเน้นทำในสิ่งที่เหมาะกับเรา และสามารถตอบโจทย์ผู้คนและสังคมได้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา การที่เราลดงบประมาณการทำตลาดลงได้ ก็สามารถนำมาปรับเป็นสวัสดิการเพื่อดูแลพนักงานได้​ดีขึ้น หรือแม้แต่การนำไปลงทุนเพื่อให้เครื่องจักรหรือกระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ หรือมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43097 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/PS8.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>โป๊ยเซียน หนึ่งในแบรนด์ไทยที่มีเส้นทางยาวนาน และกำลังจะก้าวเป็นแบรนด์ที่มีอายุร้อยปี ในเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พร้อมเรื่องราวการสร้างแบรนด์ผ่านโครงการ CSR เพื่อให้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญ ที่ทำให้แบรนด์สามารถครองใจผู้คนได้ทุกกลุ่ม โดยมีเป้าหมายสำคัญ ในการเป็นแบรนด์ที่มีความเป็นมิตร แบรนด์ที่ผู้บริโภคทุกคนรักและสามารถเข้าถึงได้ ภายใต้การรักษาคุณภาพและผลิตภัณฑ์ได้ในระดับสูง เพื่อสามารถได้รับการยอมรับทั้งจากคนไทย ทุกเพศ ทุกวัย ไปจนถึงผู้คนทั่วโลก หรือมีภาพลักษณ์แบรนด์<strong> &#8216;Friendly for All&#8217;</strong> ได้อย่างแท้จริง​​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/poysian-csr-framework-to-brand-building/">Positive Feeling สู่ Positive Impact มองวิถี​ &#8216;โป๊ยเซียน&#8217; และกลยุทธ์​​การทำ​ CSR ที่มากกว่าแค่กิจกรรมเพื่อสังคม แต่คือ OOH ที่สร้างแบรนด์ได้คุ้มค่า และใจฟูมากที่สุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อ่านเกม &#8216;เอ็กโซติค ฟู้ด&#8217; ว่าที่เบอร์ 1 ซอสพริกศรีราชาระดับโลก และกลยุทธ์การสร้าง Premium Global (Thai) Brand</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/exotic-food-target-leader-in-sriracha-sauce/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2026 08:11:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Value]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Chilli Sauce]]></category>
		<category><![CDATA[Exotic Food]]></category>
		<category><![CDATA[Flying Goose]]></category>
		<category><![CDATA[Global Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Huy Fong]]></category>
		<category><![CDATA[Premium Global Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Sriracha Sauce]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Pride]]></category>
		<category><![CDATA[XO]]></category>
		<category><![CDATA[จิตติพร จันทรัช]]></category>
		<category><![CDATA[ซอสพริกศรีราชา]]></category>
		<category><![CDATA[ซอสศรีราชา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเครื่องปรุง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วาสนา จันทรัช]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็กโซติค ฟู้ด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42095</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากจุดเริ่มต้นของสองพี่น้องอย่าง คุณคิด- จิตติพร จันทรัช และ คุณยุ้ย วาสนา จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO  ที่เติบโตมากับอาหารไทย และต้องการถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านรสชาติอาหารไทยแท้ที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมการกินอันโดดเด่น โดยเฉพาะจุดเด่นของเครื่องปรุงรสแบบไทยๆ ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานและการเข้าถึงไปสู่ผู้บริโภคในระดับโกลบอล ภายใต้แนวคิด &#8216;Authentic Thai Taste for Global Kitchen&#8217;  ประกอบกับการมองเห็นโอกาสและเทรนด์การเติบโตที่ดีของธุรกิจอาหารไทย รวมทั้งตลาดซอสและเครื่องปรุงรสที่มีขนาดใหญ่ระดับแสนล้าน รวมทั้งกระแสความนิยมอาหารเอเชีย และพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมทำอาหารรับประทานเองมากขึ้น พร้อมเปิดรับวัฒนธรรมการกินใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มซอสพริกศรีราชาที่อยู่ในหมวดสินค้าที่มีการเติบโตสูง โดย  IMARC Group ระบุข้อมูลตลาดซอสพริกทั่วโลกในปี 2025 มีมูลค่าประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Fortune Business Insights คาดการณ์​ตลาดซอสและเครื่องปรุงอาหารทั่วโลก จะขยายจาก 259 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 ที่ผ่านมาเพิ่มเป็น 380 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/exotic-food-target-leader-in-sriracha-sauce/">อ่านเกม &#8216;เอ็กโซติค ฟู้ด&#8217; ว่าที่เบอร์ 1 ซอสพริกศรีราชาระดับโลก และกลยุทธ์การสร้าง Premium Global (Thai) Brand</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากจุดเริ่มต้นของสองพี่น้องอย่าง <strong>คุณคิด- จิตติพร จันทรัช </strong>และ <strong>คุณยุ้ย วาสนา จันทรัช </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO  ที่เติบโตมากับอาหารไทย และต้องการถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านรสชาติอาหารไทยแท้ที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมการกินอันโดดเด่น โดยเฉพาะจุดเด่นของเครื่องปรุงรสแบบไทยๆ ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานและการเข้าถึงไปสู่ผู้บริโภคในระดับโกลบอล ภายใต้แนวคิด &#8216;<strong>Authentic Thai Taste for Global Kitchen&#8217; </strong></p>
<p><span id="more-42095"></span></p>
<p>ประกอบกับการมองเห็นโอกาสและเทรนด์การเติบโตที่ดีของธุรกิจอาหารไทย รวมทั้งตลาดซอสและเครื่องปรุงรสที่มีขนาดใหญ่ระดับแสนล้าน รวมทั้งกระแสความนิยมอาหารเอเชีย และพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมทำอาหารรับประทานเองมากขึ้น พร้อมเปิดรับวัฒนธรรมการกินใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มซอสพริกศรีราชาที่อยู่ในหมวดสินค้าที่มีการเติบโตสูง โดย  IMARC Group ระบุข้อมูลตลาดซอสพริกทั่วโลกในปี 2025 มีมูลค่าประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Fortune Business Insights คาดการณ์​ตลาดซอสและเครื่องปรุงอาหารทั่วโลก จะขยายจาก 259 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 ที่ผ่านมาเพิ่มเป็น 380 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2032 ขณะที่ในกลุ่มผู้นำ​ตลาดระดับโลก ​​ยังไม่มีแบรนด์ของ​ไทย​เข้าไปอยู่ในลิสต์ Top Players ​ ของตลาดได้​ ทำให้เกิดแนวคิดในการนำรสชาติและสินค้าไทยเข้าไปบุกตลาดโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42168 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Exotic-Food-00-Re-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ต้ังเป้า ผู้นำตลาดซอสพริกศรีราชาของโลก</strong></p>
<p>ปัจจุบัน <strong>บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) (XO)</strong> เติบโตมากว่า 27 ปี และกลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกซอสพริกศรีราชาและเครื่องปรุงอาหารไทยระดับพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ <strong>Exotic Food </strong>และ<strong> Flying Goose</strong> เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น <strong>&#8216;Global Thai Brand&#8217;</strong>  รวมท้ังอีกหนึ่งแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโออย่าง <strong>Thai Pride</strong> สำหรับทำตลาดในกลุ่ม Fighting Brand</p>
<p>พร้อมทั้งการพัฒนาสินค้าสำหรับการส่งออกสู่ตลาดโลกใน 4 กลุ่ม ประกอบด้วย ซอสพริก และซอสจิ้ม ซึ่งปัจจุบันเป็นพอร์ตหลักของบริษัทที่สัดส่วน 89% กลุ่มเครื่องแกงไทย สัดส่วนประมาณ 5-6% รวมทั้งกลุ่มอาหารพร้อมทาน และสินค้า​ Trading อื่นๆ โดยเติบโตจนสามารถผลักดันสินค้าเข้าสู่โมเดิร์นเทรดทั่วโลกได้มากกว่า 33,000 แห่ง ใน 80 ประเทศ ครอบคลุมทั้งยุโรป โอเชียเนีย และเอเชีย โดยเฉพาะความแข็งแรงในตลาดเยอรมนี ที่สามารถขึ้นเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่​ทิ้งห่างเบอร์สองและผู้เล่นรายอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น</p>
<p>ขณะที่การเติบโตของบริษัทก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากยอดขายหลักไม่ถึงพันล้าน แต่ปัจจุบันยอดขายเติบโตขึ้นเป็นมากกว่า 2 พันล้านบาท โดยเฉพาะความแข็งแรงในกลุ่มซอสพริกศรีราชา ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งเบอร์ 2 ของโลก ด้วยยอดขาย​ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อไล่ตาม​ผู้นำในตลาดระดับโลกอย่าง <strong>Huy Fong (ตราไก่)</strong> ซอสพริกศรีราชาจากอเมริกา ที่เคยทำยอดขายได้สูงสุดที่ 4,800 ล้านบาท  โดย <strong>คุณคิด- จิตติพร จันทรัช </strong>และ <strong>คุณยุ้ย วาสนา จันทรัช </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง <strong>​เป้าหมายสำคัญ ในการสร้างยอดขายให้เติบโตเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 4,000 &#8211; 5,000 ล้านบาท เพื่อขยับขึ้นเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มซอสพริกศรีราชาในระดับโลกได้ ภายในไม่เกิน 10 ปีนี้อย่างแน่นอน </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42170 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ExoticFood_CEO-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณภาพ แบรนด์ การตลาด 3 จุดแข็งสู่ผู้นำ</strong></p>
<p>ทั้งนี้ ความแข็งแรงและการเติบโตของ XO มาจาก <strong>จุดแข็งใน 3 เรื่องสำคัญ คือ คุณภาพสินค้า การสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ รวมทั้งการลงทุนด้านมาร์เก็ตติ้ง เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลกเพิ่มมากขึ้น</strong> รวมท้ังการทำให้แบรนด์สามารถขยับเข้าไปใกล้ชิดผู้บริโภคได้มากขึ้น เพื่อยกระดับสินค้าจาก Commodity หรือสินค้าเครื่องปรุงทั่วไป ให้ขยับมาสู่ Lifestyle Brand และมีภาพของ Premium Brand ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างการจดจำได้ดีขึ้นในตลาดโลก</p>
<p>เอ็กโซติค ฟู้ด มองว่า <strong>Brand Value</strong>​ คือหัวใจสำคัญของการสร้างธุรกิจระยะยาว และเป็นสินทรัพย์ที่สร้างความแตกต่างได้มากกว่าการแข่งขันด้านราคา จึงวาง Positioning ให้สินค้าไทยมีภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม ทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย สวยงาม และโดดเด่นบนชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตระดับโลก ​ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานและเอกลักษณ์รสชาติไทยแท้ พร้อมปรับสินค้าให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคสากลมากขึ้นผ่านการนำเสนอรสชาติของซอสพริกศรีราชาภายใต้แบรนด์ Flying Goose ที่มีมากที่สุดในตลาดกว่า 50 รสชาติ และเครื่องปรุงอาหารไทยภายใต้แบรนด์ Exotic Food อีกกว่า 700 SKUs</p>
<p><em>&#8220;นอกจาก​พัฒนาคุณภาพสินค้า บริษัทยังให้ความสำคัญกับ​​การสร้างแบรนด์ในระยะยาว ผ่านการวางกลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่องและแตกต่าง ผ่านการทำกิจกรรมส่งเสริมแบรนด์และการทำ Collaboration ร่วมกับเชฟชื่อดัง และร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดัง และไลฟ์สไตล์แบรนด์ในต่างประเทศ เช่น Anya Hindmarch® และ Percival เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค และทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอาหารและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละประเทศได้อย่างใกล้ชิด&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42174 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ExoticFood_CEO-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>วาง Key Strategy รองรับการเติบโต</strong></p>
<p>สำหรับยอดขายในปีนี้ เอ็กโซติค ฟู้ด ต้ังเป้าเติบโตเพิ่มขึ้น 5% โดยเน้นการเติบโตผ่านการขยายตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์สำคัญในการสร้างให้แต่ละตลาดที่ขยายไปเติบโตได้อย่างแข็งแรง มากจากการเลือกพันธมิตรทางธุรกิจอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์สำคัญคือ <strong>​การแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายเพียงรายเดียวในแต่ละประเทศ (Exclusive Distributor)</strong> เพื่อสร้างพันธมิตรระยะยาวและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำตลาดร่วมกัน ซึ่งจากแนวคิดนี้ทำให้สามารถสร้างตลาดที่แข็งแรงได้ในแต่ละประเทศที่เข้าไปทำตลาด รวมทั้งมองเห็นบทเรียนจาก​แบรนด์ต่างๆ ที่เริ่มสูญเสียส่วนแบ่งตลาด หลังเกิดความขัดแย้งกับพันธมิตร</p>
<p>ส่วนการเตรียมความพร้อมในซัพพลายเชน โดยเฉพาะในส่วนของวัตถุดิบต้นน้ำของสินค้าหลักอย่างซอสพริกศรีราชา ที่ประกอบไปด้วยพริก น้ำตาล และกระเทียม ได้มีการทำสัญญาคำสั่งซื้อล่วงหน้า เพื่อป้องกันการขาดแคลนวัตถุดิบในอนาคต รวมท้ังเป็นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42169 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ExoticFood_ภาพบรรยากาศ-5-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งการลงทุนครั้งสำคัญกว่า 1,300 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ แหลมฉบัง เพื่อ​ขยายกำลังผลิตโดยรวม​ราว 40,000 ตันต่อปี รองรับยอดขายที่จะเติบโตได้ในระดับ​​กว่า 4,000 ล้านบาท  โดยโรงงานเดิมที่ใช้งานมากมากกว่า 26 ปี จะเปลี่ยนเป็นแวร์เฮ้าส์สำหรับเก็บพริก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต</p>
<p>พร้อมทั้ง​การเดินหน้าลงทุนด้านมาตรฐานสากล ระบบ Automation การวิจัยและพัฒนาสินค้า ตลอดจนการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาว พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ ตามเทรนด์สุขภาพและความยั่งยืน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างแบรนด์อาหารยุคใหม่</p>
<p>นอกจากการขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจแล้ว เอ็กโซติค ฟู้ด ยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ในการดำเนินธุรกิจ โดยตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2040 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ​ ผ่านการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในธุรกิจ เช่น การเปลี่ยนรถบรรทุกสินค้าเป็น EV Truck ทั้ง 100% ในการขนส่งสินค้าจากโรงงานไปท่าเรือ รวมทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่โรงงานเพื่อใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้ในสัดส่วนราว 30%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42171 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ExoticFood_ภาพบรรยากาศ-10-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรภายใต้<strong> &#8216;XO DNA&#8217;</strong> ซึ่งประกอบด้วย 3 แกนหลัก คือ <strong>Work Smart, Have Fun</strong> และ<strong> No Drama</strong> เพื่อการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของพนักงานและองค์กร และการมุ่งไปสู่เป้าหมายร่วมกัน รวมท้ังการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานและองค์กร (Employee Engagement)  นำมาซึ่งการขับเคลื่อนสู่ประสิทธิภาพในธุรกิจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบุคลากรเป็นทรัพยากรสำคัญของทุกองค์กร</p>
<p>การขับเคลื่อนของ เอ็กโซติค ฟู้ด ทั้งการวางบทบาทการทำงานของทั้งสอง CEO เพื่อดูแลทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านได้อย่างชัดเจน ประกอบกับการให้ความสำคัญในการวางกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว มากกว่าเพียงการได้ยอดขายในระยะสั้น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญทั้งการนำพาแบรนด์คนไทย ขับเคลื่อนสู่ผู้นำในตลาดระดับโลก ขณะเดียวกันยังต้องการยกระดับองค์กรและแบรนด์ให้มากกว่าเพียงการเป็นผู้ผลิตสินค้าและส่งออกอาหารไทย แต่กลายเป็นหนึ่งในแบบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่คนท่ัวทั้งโลกจดจำได้ในที่สุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/exotic-food-target-leader-in-sriracha-sauce/">อ่านเกม &#8216;เอ็กโซติค ฟู้ด&#8217; ว่าที่เบอร์ 1 ซอสพริกศรีราชาระดับโลก และกลยุทธ์การสร้าง Premium Global (Thai) Brand</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ดัน 351 ผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดอินเตอร์​ ​ย้ำ Thai Power พร้อม 3 งานคราฟต์ จาก Local สู่ Global ชู &#8216;อัตลักษณ์ไทย&#8217; สร้างชื่อเวทีโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/king-power-support-thai-craft-brands/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2025 11:00:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Design]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Craft]]></category>
		<category><![CDATA[King Power]]></category>
		<category><![CDATA[Local]]></category>
		<category><![CDATA[OTOP]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Power]]></category>
		<category><![CDATA[คิง เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยซิลเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนีย์ ยะจา]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านช้าง ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รัตติยา กล่ำบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าโอทอป]]></category>
		<category><![CDATA[อัตลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่ ศิลาดล]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38814</guid>

					<description><![CDATA[<p>มากกว่า 30 ปี ที่ &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; เดินหน้า​ขยายโอกาสและสร้างความแข็งแกร่งให้ &#8216;สินค้าท้องถิ่น&#8217; ที่ต่างมีความโดดเด่น และอัตลักษณณ์เฉพาะตัว พร้อมสะท้อนความเป็น​แบรนด์ไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครในโลก เพื่อต่อยอดในการสร้างความแข็งแรง​ พร้อมสร้างรายได้​คืนกลับไปให้แก่ท้องถิ่น และชุมชน รวมทั้งสามารถสร้างการยอมรับ​ทั้งความสร้างสรรค์ ความปราณีตและพิพีพิถัน ในทุกกระบวนการผลิต ​ประกอบกับการเสริมความแข็งแรงด้วยช่องทางจำหน่ายที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อม ในการส่งต่อคุณค่าทั้งจากผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ ให้ปรากฏแก่สายตาชาวโลก พร้อม​สามารถส่งต่อความสำเร็จที่เกิดขึ้น​เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้แบบรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน คิง เพาเวอร์ ได้เข้าไปมีส่วนสนับสนุนและผลักดันการเติบโตของ &#8216;แบรนด์ท้องถิ่น&#8217;  ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยแล้วกว่า 351 ราย ให้มีโอกาสนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นต่อสายตาผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่านการช้อปปิ้งที่ร้านดิวตี้ฟรี ร้านแท็กซ์ฟรี ทั้งในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต รวมทั้ง​​คอมเพล็กซ์ของคิง เพาเวอร์​​ โดยเปิดกว้าง​การสนับสนุนผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น​อาหาร สุขภาพและความงาม แฟชั่น เครื่องประดับ ไปจนถึงของแต่งบ้านและของที่ระลึก เป็นต้น 3 งานคราฟต์ อัตลักษณ์ Loacl [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/king-power-support-thai-craft-brands/">&#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ดัน 351 ผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดอินเตอร์​ ​ย้ำ Thai Power พร้อม 3 งานคราฟต์ จาก Local สู่ Global ชู &#8216;อัตลักษณ์ไทย&#8217; สร้างชื่อเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มากกว่า 30 ปี ที่ <strong>&#8216;คิง เพาเวอร์&#8217;</strong> เดินหน้า​ขยายโอกาสและสร้างความแข็งแกร่งให้ &#8216;<strong>สินค้าท้องถิ่น&#8217;</strong> ที่ต่างมีความโดดเด่น และอัตลักษณณ์เฉพาะตัว พร้อมสะท้อนความเป็น​แบรนด์ไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครในโลก</p>
<p><span id="more-38814"></span></p>
<p>เพื่อต่อยอดในการสร้างความแข็งแรง​ พร้อมสร้างรายได้​คืนกลับไปให้แก่ท้องถิ่น และชุมชน รวมทั้งสามารถสร้างการยอมรับ​ทั้งความสร้างสรรค์ ความปราณีตและพิพีพิถัน ในทุกกระบวนการผลิต ​ประกอบกับการเสริมความแข็งแรงด้วยช่องทางจำหน่ายที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อม ในการส่งต่อคุณค่าทั้งจากผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ ให้ปรากฏแก่สายตาชาวโลก พร้อม​สามารถส่งต่อความสำเร็จที่เกิดขึ้น​เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้แบบรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><strong><em>ปัจจุบัน คิง เพาเวอร์ ได้เข้าไปมีส่วนสนับสนุนและผลักดันการเติบโตของ</em> &#8216;แบรนด์ท้องถิ่น&#8217;  ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยแล้วกว่า 351 ราย ให้มีโอกาสนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นต่อสายตาผู้บริโภคทั่วโลก</strong> โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่านการช้อปปิ้งที่ร้านดิวตี้ฟรี ร้านแท็กซ์ฟรี ทั้งในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต รวมทั้ง​​คอมเพล็กซ์ของคิง เพาเวอร์​​ โดยเปิดกว้าง​การสนับสนุนผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น​อาหาร สุขภาพและความงาม แฟชั่น เครื่องประดับ ไปจนถึงของแต่งบ้านและของที่ระลึก เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38823 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/5-9-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3 งานคราฟต์ อัตลักษณ์ Loacl ​ทะยานสู่  Global </strong></p>
<p>หนึ่ง​กลุ่มผู้ประกอบที่ &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ​เดินหน้าสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง คือ แบรนด์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า  GI ที่สามารถบ่งชี้ทางด้านภูมิศาสตร์ของท้องถิ่น รวมทั้งธุรกิจที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการส่งต่อความแข็งแรงไปสู่ผู้คนและชุมชนโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาชีพและกระจายรายได้ให้ผู้คนในชุมชน หรือการถ่ายทอดทักษะองค์ความรู้ เพื่อสามารถสานต่อภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นไปสู่เจนเนอเรชั่นต่อไป​</p>
<p>​พร้อม​​ 3 กรณีศึกษา ในกลุ่มธุรกิจงานคราฟต์ อย่าง &#8216;<strong>ดอยซิลเวอร์</strong>&#8216; แบรนด์เครื่องประดับเงินโดยช่างฝีมือ จากจังหวัดน่าน , <strong>&#8216;บ้านช้าง ดีไซน์&#8217;</strong> แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับ Circular Design จากจังหวัดชลบุรี และ <strong>&#8216;เชียงใหม่ ศิลาดล&#8217;</strong>  แบรนด์เครื่องเคลือบดินเผา พร้อมศูนย์เรียนรู้ธุรกิจเพื่อชุมชน (Social Enterprise) จากจังหวัดเชียงใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38824 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/4-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;ดอยซิลเวอร์&#8217; ส่งต่อความเชี่ยวชาญจากรุ่นสู่รุ่น</strong></p>
<p><strong>คุณชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช </strong>ผู้สืบทอดธุรกิจรุ่นที่ 4 <strong>&#8216;ดอยซิลเวอร์&#8217;</strong> จากธุรกิจของครอบครัวชนเผ่า ที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นมากว่า 70 ปี และมีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องประดับเครื่องเงิน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งใน​วิถีชีวิตตั้งแต่เกิด และในทุกๆ การเดินทางตลอดทุกช่วงของชีวิต ที่จะมีเครื่องเงินเป็นส่วนหนึ่ง ทั้งการเป็นของรับขวัญลูกหลาน หรือเครื่องประดับของทุกคนในชนเผ่า จนกระทั่งรุ่นที่ 3 หรือรุ่นคุณพ่อของคุณชัยพฤกษ์ ที่มีความคิดอยากขยายตลาดไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น จากแค่ภายในชนเผ่า หรือพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น ด้วยการนำสินค้าไปฝากขายร้านขายของที่ระลึกใน จ.เชียงใหม่ จนเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มดีไซน์ให้ใส่ได้หลากหลายโอกาส และโดนใจตลาดเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38816 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-คุณชัยพฤกษ์-รุ่งรชตะวาณิช-ดอยซิลเวอร์-จ.น่าน.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันดอยซิลเวอร์ สามารถขยายตลาดและเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งที่จำหน่ายผ่าน &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ทำให้แบรนด์ได้รับการยอมรับและเชื่อมั่น รวมทั้งเป็นที่รู้จักของตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามามีส่วนช่วย​พัฒนาดีไซน์ให้ตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดได้กว้างมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นการสะท้อนความเชี่ยวชาญของช่างฝีมืองานคราฟต์ของคนไทย และไม่หยุดนิ่งในการส่งต่อองค์ความรู้ให้เยาวชนในท้องถิ่นเพื่อร่วมสืบสานภูมิปัญญา และเพิ่มทักษะให้คนในท้องถิ่นสามารถนำไปป็นอาชีพติดตัวได้ตลอดชีวิต​ ซึ่งการเติบโตของดอยซิลเวอร์ นอกจากเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนในท้องถิ่น ยังมีส่วนช่วยดูแลป่าไม้ในพื้นที่ เพราะเมื่อคนมีรายได้มีอาชีพที่แน่นอน ก็จะลดการบุกรุกหรือเผาทำลายป่า รวมทั้งยังมีการต่อยอดวิจัยพืชเศรษฐกิจในท้องถิ่น เช่น หญ้าสามเหลี่ยม มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตคอลเลคชั่นใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทั้งแบรนด์และต่อยอดวัตถุดิบในท้องถิ่นให้สามารถสร้างมูลค่าได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย&#8221;</em> ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38820 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Doi-Silver1.jpg" alt="" width="1200" height="641" /></p>
<p><strong>&#8216;บ้านช้าง ดีไซน์&#8217; บทพิสูจน์แบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก </strong></p>
<p><strong>คุณรัตติยา กล่ำบุญ</strong> ผู้ก่อตั้งแบรนด์งานคราฟต์​เสื้อผ้าและเครื่องประดับ <strong>&#8216;บ้านช้าง ดีไซน์&#8217;</strong> จากความชื่นชอบศิลปะของตัวเอง ประกอบกับการศึกษาช่องว่างและโอกาสทางการตลาด จากอาชีพด้านงานขายที่ทำอยู่ ทำให้มีความรู้ในการทำแผนธุรกิจ และมองเห็นโอกาสที่จะสร้างความแตกต่างในตลาดจากสิ่งที่ตัวเองชอบ ผ่านการนำชื่อท้องถิ่นที่อยู่ อย่าง อ.บ้านช้าง และตอกย้ำความโดดเด่นด้านดีไซน์ของแบรนด์ นำมาสู่ชื่อ &#8216;<strong>บ้านช้าง ดีไซน์&#8217;</strong> รวมทั้งวางเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักทั้งภายในท้องถิ่น ไปจนถึงระดับประเทศ และการขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศได้ในที่สุด โดยตั้งเป้าหมายในการนำสินค้าไปขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ หรือสนามบินเพื่อโอกาสขยายสู่ตลาดโลก รวมทั้งการเดินหน้าสร้างเครือข่ายธุรกิจ ทั้งจากการจำหน่ายสินค้า รวมทั้งการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการให้ความรู้ด้านดีไซน์ และการสร้างแบรนด์ธุรกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ​จนนำมาสู่ความร่วมมือในการเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่จำหน่ายผ่าน &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ได้ในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38817 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/1-คุณรัตติยา-กล่ำบุญ-บ้านช้างดีไซน์-จ.ชลบุรี.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><em>&#8220;ความโดดเด่นของบ้านช้างอยู่ที่ดีไซน์และความแตกต่าง เพื่อต้องการให้ลูกค้าจดจำได้ ด้วยเอกลักษณ์ที่มีความเฉพาะตัว เช่น งานเพนท์ผ้าที่ไม่เน้นสีสันฉูดฉาด  รวมทั้งการให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน ผ่านแนวคิด Circular Design ด้วยการนำผ้าที่เหลือจากการผลิต มาต่อเป็นผืนและนำไปผลิตเป็นสินค้าที่สามารถสร้างคุณค่าใหม่ได้อีกครั้ง ผสมผสานกับจุดเด่นของดีไซน์ในสไตล์งาน ทำให้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี ประกอบกับการได้วางขายใน &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ท้องถิ่นได้รับการยอมรับในระดับสากล ​ซึ่งในอนาคตอยากขยายตลาดและเติบโตไปพร้อมกับคิง เพาเวอร์ เพื่อมีส่วนในการพรีเซ็นต์อัตลักษณ์และงานศิลปะของไทยสู่สายตาชาวโลก และพิสูจน์ว่างานคราฟต์ของประเทศไทยไม่แพ้ใครในโลกเช่นกัน รวมทั้งการต่อยอดให้งานศิลปะมากกว่าแค่ความสวยงาม แต่ยังเป็นช่องทางสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38819 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Banchang2.jpg" alt="" width="1200" height="681" /></p>
<p><strong>&#8216;เชียงใหม่ ศิลาดล&#8217; ต่อยอดสู่​ประสบการณ์ และการเรียนรู้</strong></p>
<p><strong>คุณทัศนีย์ ยะจา</strong> ผู้ก่อตั้ง <strong>&#8216;เชียงใหม่ ศิลาดล&#8217;</strong> และก้าวข้ามจากแค่การขายผลิตภัณฑ์ มาสู่การขายประสบการณ์ โดยใช้ผลิตภัณฑ์เชียงใหม่ ศิลาดล เชื่อมโยงตลาดให้มายังท้องถิ่น มาสัมผัสวิถีชีวิต​ ภูมิปัญญา อัตลักษณ์ ​เสน่ห์และจิตวิญญาณของความเป็นล้านนา โดยผสมผสานกับความทันสมัย และร่วมสมัย ​เพื่อสามารถขายได้ทั่วโลก ผ่านจุดเด่นในฐานะ Craft Culture Destination ซึ่งไม่เพียงแค่ความโดดเด่นของเครื่องเคลือบที่มีความแตกต่างจากงานเซรามิคทั่วไป แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะจากการเคลือบชิ้นงานได้ใสเหมือนหยกสีเขียว เหมือนชื่อแบรนด์ว่า ศิลาดล ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Celadon ที่หมายถึงเครื่องเคลือบดินเผาสีเขียวหยก ขณะที่ชิ้นงานที่ผลิตส่วนใหญ่จะเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ เพื่อเจาะตลาดพรีเมียม รวมทั้งการต่อยอดมาสู่ธุรกิจท่องเที่ยวชุนชน และขยายโมเดลธุรกิจสู่การเป็น Social Enterprise หรือธุรกิจเพื่อชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38818 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-คุณทัศนีย์-ยะจา-เชียงใหม่-ศิลาดล-จ.เชียงใหม่.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><em>&#8220;สินค้าของเชียงใหม่ ศิลาดล มีความเป็น Emotional Product ที่ต้องการส่งต่อความสุขให้ทุกคนที่นำสินค้าไปใช้ต่อ โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าในรูปแบบของใช้ ของที่ระลึกเพื่อให้นักเดินทางนำไปใช้ต่อในทุกๆ ที่  ซึ่งเราได้โอกาสจากคิง เพาเวอร์ ในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งต่อยอดมาสู่​จุดหมายด้าน Culture Tour เพื่อให้นักท่องเที่ยว สามารถมาเวิร์กช็อป ทั้งการทำขนมไทย การเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเครื่องเคลือบสไตล์ล้านนา รวมทั้งแวะซื้อสินค้าของคนในชุมชน ทำให้ธุรกิจสามารถแชร์ความสุขให้​ทุกคนได้อย่างรอบด้าน ทั้งลูกค้า นักท่องเที่ยว  รวมไปถึงทุกคนในชุมชนได้มีอาชีพ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการต่อยอดไปสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อสามารถถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ต่างๆ ให้ขยายวงกว้างออกไป เพื่อสามารถรักษาอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้สืบทอดต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38821 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/celadol.jpg" alt="" width="1200" height="634" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/king-power-support-thai-craft-brands/">&#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ดัน 351 ผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดอินเตอร์​ ​ย้ำ Thai Power พร้อม 3 งานคราฟต์ จาก Local สู่ Global ชู &#8216;อัตลักษณ์ไทย&#8217; สร้างชื่อเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัส 50 ปี มิตรภาพไทย-จีน และภารกิจเชื่อมธุรกิจวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น ของกลุ่มธุรกิจ TCP</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/tcp-group-sino-thai-50th-anniversary/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jul 2025 14:46:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[50 ปี มิตรภาพไทย-จีน]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Story]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Drink]]></category>
		<category><![CDATA[Red Bull]]></category>
		<category><![CDATA[TCP]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลัง]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่นสู่รุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลียว อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[เรดบูล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย-จีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34528</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระยะเวลาห้าสิบปี เป็นหมุดหมายสำคัญของมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ความสัมพันธ์ที่ถักทอขึ้นจากสายใยแห่งความเคารพ ความชื่นชมในวัฒนธรรมของกันและกัน ก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง ผลักดันให้ทั้งสองประเทศจับมือกันก้าวต่อไป ความผูกพันอันแน่นแฟ้น สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการเดินทางของกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้บุกเบิกและเป็นเจ้าของแบรนด์เรดบูลในประเทศจีน ภาพสะท้อนของความผูกพันนี้ ปรากฏชัดเจนผ่านการเดินทางของ กลุ่มธุรกิจ TCP และแบรนด์ &#8220;เรดบูล&#8221; หรือที่ชาวจีนรู้จักในชื่อ &#8220;หงหนิว&#8221; โดยนักธุรกิจผู้มีสายเลือดจีนไหหลำนามว่า คุณเฉลียว อยู่วิทยา หรือ ‘โกเหลียว’ ที่แม้จุดเริ่มต้นบนเส้นทางชีวิตจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ด้วยหัวใจนักสู้ จึงได้ใช้ความมานะพากเพียรสร้างอาณาจักรธุรกิจเครื่องดื่มให้พลังงานที่เติบโตทั้งในประเทศไทยไปจนถึงตลาดโลก และด้วยความผูกพันที่มีต่อแผ่นดินบรรพบุรุษ คุณเฉลียวได้นำพาธุรกิจเข้าไปยังประเทศจีน ด้วยความปรารถนาที่จะนำสิ่งดี ๆ กลับไปมอบให้แก่พี่น้องชาวจีน ย้อนกลับไปเมื่อสามทศวรรษก่อน ในปี พ.ศ. 2536 ท่ามกลางบรรยากาศที่ประเทศจีนกำลังเปิดประตูต้อนรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์ เมล็ดพันธุ์แห่งความร่วมมือจากประเทศไทยก็ได้หยั่งรากลง ณ ที่แห่งนั้น กลุ่มธุรกิจ TCP ไม่ได้มองจีนเป็นเพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่เป็น &#8220;บ้านพี่เมืองน้อง&#8221; ดินแดนแห่งโอกาสที่จะได้ร่วมสร้างสรรค์และเติบโตไปด้วยกัน จากวันนั้นถึงวันนี้ &#8220;เรดบูล&#8221; และกลุ่มธุรกิจ TCP ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของจีนให้คึกคักและเปี่ยมด้วยพลัง ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากวิสัยทัศน์และความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง หยั่งรากจากความเข้าใจ คุณเฉลียวเข้าใจถึงหัวใจของคนท้องถิ่นตั้งแต่วันแรก การนำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/tcp-group-sino-thai-50th-anniversary/">ถอดรหัส 50 ปี มิตรภาพไทย-จีน และภารกิจเชื่อมธุรกิจวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น ของกลุ่มธุรกิจ TCP</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ระยะเวลาห้าสิบปี เป็นหมุดหมายสำคัญของมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ความสัมพันธ์ที่ถักทอขึ้นจากสายใยแห่งความเคารพ ความชื่นชมในวัฒนธรรมของกันและกัน ก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง ผลักดันให้ทั้งสองประเทศจับมือกันก้าวต่อไป ความผูกพันอันแน่นแฟ้น สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการเดินทางของกลุ่มธุรกิจ </strong><strong>TCP </strong><strong>ผู้บุกเบิกและเป็นเจ้าของแบรนด์เรดบูลในประเทศจีน</strong><span id="more-34528"></span></p>
<p>ภาพสะท้อนของความผูกพันนี้ ปรากฏชัดเจนผ่านการเดินทางของ กลุ่มธุรกิจ TCP และแบรนด์ &#8220;เรดบูล&#8221; หรือที่ชาวจีนรู้จักในชื่อ &#8220;หงหนิว&#8221; โดยนักธุรกิจผู้มีสายเลือดจีนไหหลำนามว่า คุณเฉลียว อยู่วิทยา หรือ ‘โกเหลียว’ ที่แม้จุดเริ่มต้นบนเส้นทางชีวิตจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ด้วยหัวใจนักสู้ จึงได้ใช้ความมานะพากเพียรสร้างอาณาจักรธุรกิจเครื่องดื่มให้พลังงานที่เติบโตทั้งในประเทศไทยไปจนถึงตลาดโลก และด้วยความผูกพันที่มีต่อแผ่นดินบรรพบุรุษ คุณเฉลียวได้นำพาธุรกิจเข้าไปยังประเทศจีน ด้วยความปรารถนาที่จะนำสิ่งดี ๆ กลับไปมอบให้แก่พี่น้องชาวจีน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34530 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Sino-Thai-50th-Anniversary_02.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อสามทศวรรษก่อน ในปี พ.ศ. 2536 ท่ามกลางบรรยากาศที่ประเทศจีนกำลังเปิดประตูต้อนรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์ เมล็ดพันธุ์แห่งความร่วมมือจากประเทศไทยก็ได้หยั่งรากลง ณ ที่แห่งนั้น กลุ่มธุรกิจ TCP ไม่ได้มองจีนเป็นเพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่เป็น &#8220;บ้านพี่เมืองน้อง&#8221; ดินแดนแห่งโอกาสที่จะได้ร่วมสร้างสรรค์และเติบโตไปด้วยกัน</p>
<p>จากวันนั้นถึงวันนี้ &#8220;เรดบูล&#8221; และกลุ่มธุรกิจ TCP ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของจีนให้คึกคักและเปี่ยมด้วยพลัง ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากวิสัยทัศน์และความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง</p>
<p><strong>หยั่งรากจากความเข้าใจ</strong></p>
<p>คุณเฉลียวเข้าใจถึงหัวใจของคนท้องถิ่นตั้งแต่วันแรก การนำ &#8220;เรดบูล&#8221; เข้าไปในจีนจึงไม่ได้ไปในชื่อเดิม แต่ถือกำเนิดใหม่ในชื่อ &#8220;หงหนิว&#8221; ที่มีความหมายว่า &#8220;วัวหรือเรดบูล&#8221; ซึ่งเป็นชื่อที่ทรงพลังและเป็นสิริมงคลในวัฒนธรรมจีน การตัดสินใจครั้งนั้นได้สร้างการจดจำอย่างมหาศาล และสะท้อนถึงความเคารพในอัตลักษณ์ท้องถิ่น ความมุ่งมั่นในการสร้างความผูกพันระยะยาวนี้ยังสะท้อนผ่านการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจ TCP เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ากว่า 2,000 เครื่องหมาย ในกว่า 72 ประเทศทั่วโลกที่เข้าไปทำตลาด โดยในจำนวนนี้เป็นการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนสูงถึง 340 รายการ และเราเป็นเจ้าของแบรนด์เรดบูลอย่างเป็นทางการในประเทศจีน</p>
<p><strong>สร้างแบรนด์ด้วยวิสัยทัศน์ มากกว่าเครื่องดื่มให้พลังงาน</strong></p>
<p>เมื่อชีพจรเศรษฐกิจของจีนเต้นเร็วกว่าที่เคย เส้นทางเครือข่ายคมนาคมถูกพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพื่อเชื่อมโยงทั้งประเทศไว้ด้วยกัน การขับขี่ระยะไกลและการท่องเที่ยวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวจีนยุคใหม่ เรดบูลตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่และนักท่องเที่ยวในการส่งเสริมพลังทางร่างกายและกระตุ้นจิตใจ จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากแต่วิสัยทัศน์อันกว้างไกลของคุณเฉลียวไม่ได้หยุดอยู่แค่การขายสินค้า แต่คือการ &#8220;สร้างแบรนด์ให้มีคุณค่า&#8221; และทำการสร้างแบรนด์ และวางตำแหน่ง “เรดบูล” ในจีนให้เป็นเครื่องดื่มในกลุ่ม Functional Drink โดยมีการเสริมสาร อาหาร เช่น วิตามินเพิ่มเข้าไป ความใส่ใจในรายละเอียดนี้ได้สร้างความเชื่อมั่นและยกระดับสินค้าให้แตกต่าง จนชื่อ ‘หงหนิว’ ได้กลายเป็นคำเรียกแทนเครื่องดื่มให้พลังงานในใจของผู้คน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34531 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Sino-Thai-50th-Anniversary_03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ </strong><strong>TCP</strong> กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ของเราช่วยปลุกพลัง ที่ไม่ใช่เพียงแต่พลังกาย แต่ยังรวมพลังใจด้วย เรายืนหยัดเคียงข้างผู้คนมากมายที่ทุ่มเทอย่างไม่หยุดนิ่ง ตั้งแต่คนทำงานออฟฟิศไปจนถึงเหล่า ‘นักสู้’ รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน ไม่ว่าจะเป็นสตรีมเมอร์ ไรเดอร์ส่งของ หรือคนขับรถผ่าน<br />
แอปพลิเคชัน ประกอบกับกระแสความรักในกีฬาที่เติบโต ทำให้ฐานผู้บริโภคเครื่องดื่มให้พลังงานขยายตัวต่อเนื่อง การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจจีนคืออีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งเสริมให้แบรนด์เรดบูลแข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกัน เราก็มุ่งมั่นที่จะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้ทะยานไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน”</p>
<p><strong>พันธสัญญาที่ถักทอมานานหลายทศวรรษ: ปลุกพลังความมุ่งมั่นอันยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจ </strong><strong>TCP</strong></p>
<p>ความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจ TCP ในประเทศจีนไม่ใช่ปรากฏการณ์ชั่วข้ามคืน แต่เป็นบทพิสูจน์ของความทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง<br />
การเดินทางเริ่มต้นนานก่อนที่ตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานจะรุ่งเรืองเช่นในปัจจุบัน หากแต่เป็นความมุ่งมั่นเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งกับชุมชนธุรกิจท้องถิ่นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม และการสร้างความยั่งยืนบนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน</p>
<p>ความมุ่งมั่นที่หยั่งรากลึกนี้ สะท้อนให้เห็นจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่าหลายพันล้านหยวน นับตั้งแต่การก่อตั้งโรงงานเรดบูลแห่งแรกในเมืองไหหนานเมื่อปี 2536 ไปจนถึงการขยายฐานการผลิตที่ทันสมัยในมณฑลเสฉวน (เมืองเน่ยเจียง) ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2567 ด้วยกำลังการผลิตถึง 1.44 พันล้านกระป๋องต่อปี ปัจจุบัน ฐานการผลิตนี้ได้บรรลุการผสมผสานการผลิต การเก็บสินค้า และการรีไซเคิลทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ฐานการผลิตแห่งใหม่ในเมืองหนานหนิง ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเป็นโครงการมูลค่า 1.3 พันล้านหยวน ยังได้เริ่มทำการผลิตแล้วในช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 ยิ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ของกลุ่มธุรกิจ TCP ในศักยภาพของจีนและความทุ่มเทในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น</p>
<p><strong>นวัตกรรมที่เกิดจากความเข้าใจ</strong></p>
<p>ในประเทศที่โดดเด่นด้านการพัฒนาอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด กลุ่มคนรุ่นใหม่คือแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ พวกเขาคือนักเรียนนักศึกษาที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ ผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างอนาคต มืออาชีพที่ก้าวข้ามขีดจำกัด และนักกีฬาที่ไล่ตามสถิติใหม่ ๆ และนี่เองคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เครื่องดื่มให้พลังงาน โดยเฉพาะ เรดบูลได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ชาวจีน กลุ่มธุรกิจ TCP ได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกของตลาดท้องถิ่นและการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) เพื่อปรับแต่งผลิตภัณฑ์ของตน ด้วยการตระหนักถึงรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปและความใส่ใจในสุขภาพที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวจีน กลุ่มธุรกิจ TCP ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมภายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Red Bull โดยมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นต่าง ๆ เช่น Red Bull<sup>®</sup> Vitamin Flavored Drink, Vitamin Taurine Drink และ Vitamin Energy Drink เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34532 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Sino-Thai-50th-Anniversary_04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP ยังมีการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์จากแบบกระป๋อง สู่ผลิตภัณฑ์แบบขวด PET ที่พกพาสะดวก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งและต้องการเติมพลังได้ทุกที่ทุกเวลา (On-the-Go) ของชาวจีนยุคใหม่ได้อย่างลงตั</p>
<p><strong>มากกว่าธุรกิจ: เชื่อมวัฒนธรรม สานต่อมิตรภาพสู่อนาคต</strong></p>
<p>ในประเทศจีน ‘เรดบูล’ ไม่เพียงแต่เป็นแบรนด์เครื่องดื่มให้พลังงาน แต่ได้หลอมรวมเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้และทัศนคติการใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยพลัง เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์คนจีนยุคใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์เพื่อเติมเต็มชีวิต และเราไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่เป็น <strong>‘</strong><strong>ผู้ร่วมสร้างสรรค์’</strong> วัฒนธรรมและช่วงเวลาเหล่านั้นไปกับพวกเขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34533 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Sino-Thai-50th-Anniversary_05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน กลุ่มธุรกิจ TCP ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เป็น <strong>‘</strong><strong>ทูตวัฒนธรรม’</strong> ผู้เชื่อมหัวใจของสองแผ่นดินเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางธุรกิจและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นของทั้งสองประเทศ ในประเทศจีน กลุ่มธุรกิจ TCP ได้มีการร่วมทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลสงกรานต์และงานเทศกาลไทย ความมุ่งมั่นนี้ยังสะท้อนให้เห็นในกิจกรรมหลักของเรา อันได้แก่งาน &#8221; Thai Musical Festival&#8221; ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและประสบความสำเร็จมาเป็นเวลาสองปีแล้ว และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สร้างสีสันระหว่างผู้ชมชาวไทยและชาวจีน<br />
การสนับสนุนการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ เช่น การแข่งขันบาสเกตบอลออลสตาร์ระดับมหาวิทยาลัย Chinese University Basketball League (CUBAL) งาน Optics Valley Marathon งาน Zhengzhou Yellow River Marathon และกิจกรรม<br />
‘14th Red Bull Desert Adventure’ หนึ่งในงานวิ่งทะเลทรายที่ท้าทายที่สุดในโลก ณ ทะเลทรายเทงเกอร์ (Tengger Desert) เขตปกครองมองโกเลียในประเทศจีน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34534 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Sino-Thai-50th-Anniversary_06.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ความร่วมมือกับ Forbidden City Culture ในการสร้างสรรค์ เรดบูล รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง &#8220;ปีมังกร&#8221; (Year of the Dragon) ยังเป็นการผสานนวัตกรรมของไทยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของจีนได้อย่างงดงาม รวมถึงการสร้างความมีส่วนร่วม และประสบการณ์ร่วมกันกับผู้บริโภคชาวจีน และล่าสุด กลุ่มธุรกิจ TCP ยังได้ร่วมสนับสนุน การเยือนประเทศไทยของเรือตัดน้ำแข็ง “เสว่หลง 2” (Xue Long 2) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังเสร็จสิ้นภารกิจสำรวจทวีปแอนตาร์กติก เพื่อเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ ร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ตลอดจนเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย–จีน อีกด้วย</p>
<p>การเดินทางของกลุ่มธุรกิจ TCP และเรดบูลในจีน จึงเป็นมากกว่าเรื่องราวความสำเร็จทางธุรกิจ นี่คือ <strong>บทพิสูจน์ที่มีชีวิตของมิตรภาพที่เติบโตงอกงาม</strong> จากการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการเติบโตเคียงข้างกันเสมอมา บนรากฐานของความเข้าใจในวัฒนธรรม ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และศรัทธาในอนาคตร่วมกัน เราพร้อมแล้วที่จะ <strong>เขียนประวัติศาสตร์หน้าต่อไป</strong> เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าและแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนในอีก 50 ปีข้างหน้า และตลอดไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/tcp-group-sino-thai-50th-anniversary/">ถอดรหัส 50 ปี มิตรภาพไทย-จีน และภารกิจเชื่อมธุรกิจวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น ของกลุ่มธุรกิจ TCP</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลัง &#8216;มะขามสารัช&#8217; ต้นตำรับมะขามจี๊ดจ๊าด​ กับการรีแบรนด์ รุก​ตลาดครั้งใหญ่​รอบ 50 ปี และเป้าหมายที่มากกว่าแค่ยอดขายเติบโต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/sarach-tamarind-first-rebrand-in-50-years/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 May 2025 12:17:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Rebrand]]></category>
		<category><![CDATA[Sarach]]></category>
		<category><![CDATA[Sarach Tamarind]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[มะขาม]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามจี๊ดจ๊าด]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามสารัช]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามเพชรบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[มะขามแปรรูป]]></category>
		<category><![CDATA[รีแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลักษณ์ กมลธรไท]]></category>
		<category><![CDATA[สารัช กมลธรไท]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33233</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เมื่อ​แบรนด์ SME ​สามารถปั้น Hero Products ให้ได้ใจคนทั่วประเทศได้สำเร็จ  แต่ขณะเดียวกัน ความสำเร็จดังกล่าวก็​เป็นหนึ่งใน Pain point สำคัญของแบรนด์​ด้วยเช่นกัน เมื่อ​แบรนด์มะขามแปรรูปต้นตำรับจากเมืองเพชรบูรณ์ หรือจะเรียกว่าเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยก็ว่าได้ อย่าง &#8216;มะขามสารัช&#8217; ที่บุกเบิกตลาด​มะขามแปรรูปมากว่า 50 ปี ซึ่งต้องถือว่านานกว่าอายุของแบรนด์มะขามสารัชเสียอีก เนื่องจากผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง คุณแม่หมู &#8211;  ศุภาลักษณ์ กมลธรไท ได้นำชื่อลูกชายอย่าง คุณแฟลช &#8211;  สารัช กมลธรไท มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ในปี 2525 ซึ่งเป็นปีที่ลูกชายเกิดนั่นเอง ความสำเร็จของ &#8216;มะขามสารัช&#8217; ในการสร้างให้ตลาดมะขามแปรรูปเป็นที่คุ้นเคยของคนไทย ยกระดับจากการเป็นสินค้าเกษตร  ​ให้กลายมาเป็นสินค้าในกลุ่ม Snack ที่ทำให้รับประทานได้บ่อยและง่ายขึ้น ด้วยรสชาติที่หลากหลาย จนขยายช่องทางจากร้านค้าทั่วไป ตามงานวัดหรืองานเทศกาลต่างๆ มาสู่โมเดิร์นเทรดอย่างห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อต่างๆ ได้สำเร็จ เมื่อ Hero Products สร้าง Pain point ให้แบรนด์  &#8216;มะขามสารัช&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/sarach-tamarind-first-rebrand-in-50-years/">เบื้องหลัง &#8216;มะขามสารัช&#8217; ต้นตำรับมะขามจี๊ดจ๊าด​ กับการรีแบรนด์ รุก​ตลาดครั้งใหญ่​รอบ 50 ปี และเป้าหมายที่มากกว่าแค่ยอดขายเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เมื่อ​แบรนด์ SME ​สามารถปั้น Hero Products ให้ได้ใจคนทั่วประเทศได้สำเร็จ  แต่ขณะเดียวกัน ความสำเร็จดังกล่าวก็​เป็นหนึ่งใน Pain point สำคัญของแบรนด์​ด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-33233"></span></p>
<p>เมื่อ​แบรนด์มะขามแปรรูปต้นตำรับจากเมืองเพชรบูรณ์ หรือจะเรียกว่าเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยก็ว่าได้ อย่าง <strong>&#8216;มะขามสารัช&#8217; </strong>ที่บุกเบิกตลาด​มะขามแปรรูปมากว่า 50 ปี ซึ่งต้องถือว่านานกว่าอายุของแบรนด์มะขามสารัชเสียอีก เนื่องจากผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง <strong>คุณแม่หมู &#8211;  ศุภาลักษณ์ กมลธรไท</strong> ได้นำชื่อลูกชายอย่าง <strong>คุณแฟลช &#8211;  สารัช กมลธรไท</strong> มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ในปี 2525 ซึ่งเป็นปีที่ลูกชายเกิดนั่นเอง</p>
<p>ความสำเร็จของ &#8216;<strong>มะขามสารัช&#8217;</strong> ในการสร้างให้ตลาดมะขามแปรรูปเป็นที่คุ้นเคยของคนไทย <strong>ยกระดับจากการเป็นสินค้าเกษตร  ​ให้กลายมาเป็นสินค้าในกลุ่ม Snack ที่ทำให้รับประทานได้บ่อยและง่ายขึ้น ด้วยรสชาติที่หลากหลาย</strong> จนขยายช่องทางจากร้านค้าทั่วไป ตามงานวัดหรืองานเทศกาลต่างๆ มาสู่โมเดิร์นเทรดอย่างห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อต่างๆ ได้สำเร็จ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33235 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/คุณสุภาลักษณ์-กมลธรไท-และคุณสารัช-กมลธรไท.1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เมื่อ Hero Products สร้าง Pain point ให้แบรนด์ </strong></p>
<p>&#8216;มะขามสารัช&#8217; เติบโตแบบก้าวกระโดด​​เป็นเท่าตัว เมื่อสามารถยึดเชลฟ์ในร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ มีสาขากระจายทั่วประเทศใน​​ปี 2547 รวมทั้งอีกหนึ่ง Success S​tory ของแบรนด์ ในฐานะผู้คิดค้นสูตร &#8216;<strong>มะขามจี๊ดจ๊าด</strong>&#8216; ที่หลายคนติดใจในรสชาติ ที่จัดจ้าน จี๊ดจ๊าดสมชื่อ โดยเฉพาะเวลาต้องการความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หรือยามที่ต้องการให้ร่างกายตื่นตัว จากความง่วง หรืออาการเหนื่อยล้า​ได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>​สูตรมะขามจี๊ดจ๊าด</strong> เริ่มทำตลาดในปี 2551 เมื่อมะขามสารัชต้องการ​​ขยายพอร์ตสินค้าในกลุ่มมะขามเปรี้ยวเพิ่มเติม และประสบความสำเร็จจนทำให้สินค้าได้รับความนิยมไปทั่วทั้งประเทศ กลายเป็นสินค้าสำคัญที่สร้างรายได้​ราวครึ่งหนึ่งของยอดขาย​ พร้อมทั้งติด Top 3 Best Seller ในช่องทางคอน​วีเนียนสโตร์​​ช่วงที่บุกตลาดด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33236 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/มะขามจี๊ดจ๊าด-แบรนด์สารัช.2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบันเฉพาะสินค้าในกลุ่มมะขามจี๊ดจ๊าดมีสินค้าถึง 10 SKUs ในหลากหลายรสชาติ และยังเป็นสินค้าขายดีของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันเมื่อสินค้าเป็นที่นิยมในตลาด ก็เป็นธรรมดาที่จะเกิดการแข่งขันที่รุนแรงตามมา แต่การแข่งขันที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันด้านการตลาด ลดแลกแจกแถม ขยายช่องทางจำหน่าย หรือการทำโปรโมชั่นทั่วไป แต่เป็นการเกิดขึ้นของแบรนด์ใหม่ในตลาด ที่มีชื่อแบรนด์เหมือนกับชื่อสูตรมะขามจี๊ดจ๊าด ​ซึ่งเป็นสินค้าฮีโร่สำคัญของสารัช นำมาซึ่ง Pain point ​ในการสื่อสารของลูกค้า เมื่อต้องการซื้อมะขามจี๊ดจ๊าด ว่าเป็นการเรียกชื่อสูตรมะขามของสารัช หรือเป็นการเรียกชื่อแบรนด์อื่นๆ ​ในตลาดกันแน่</p>
<p><strong>คุณศุภาลักษณ์ กมลธรไท</strong> ผู้ก่อตั้งแบรนด์และกรรมการผู้จัดการ และ​ <strong>คุณสารัช กมลธรไท</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวถึงอินไซต์เกี่ยวกับความสับสนที่ผู้บริโภคมีต่อสูตรมะขามจี๊ดจ๊าด ของสารัช จากผล​สำรวจรายกลุ่มที่ทางแบรนด์ได้รับรู้มา พบว่า ผู้บริโภค 80% รู้จักสินค้ามะขามจี๊ดจ๊าด จากแพกเกจ กระปุก และรสชาติ แต่จำชื่อแบรนด์ไม่ได้ มีเพียง 20% เท่านั้น ที่รู้จักและจดจำชื่อแบรนด์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33234 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/คุณสุภาลักษณ์-กมลธรไท-และคุณสารัช-กมลธรไท.3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อินไซต์สำคัญดังกล่าว ประกอบกับความสับสนของผู้บริโภคในตลาด​ที่มีมาหลายปี นำมาสู่การรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ  50 ปี ของ <strong>&#8216;มะขามสารัช</strong>&#8216; เพื่อทำให้แบรนด์มีความแข็งแกร่ง เป็นที่จดจำของผู้บริโภค รวมทั้งปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความทันสมัย และใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น​  โดยเฉพาะการจดจำชื่อแบรนด์มะขามสารัช ​ในฐานะต้นตำรับมะขามจี๊ดจ๊าด</p>
<p><em>&#8220;ที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญในการพัฒนาสินค้าให้ถูกใจผู้บริโภค ​ขยายช่องทางจำหน่าย รวมทั้งการดูแลบริหารวัตถุดิบและกำลังผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด ทำให้ไม่ได้โฟกัสเรื่องการสร้างแบรนดิ้งมากนัก จนปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมทั้งการขยายเครือข่ายทั้งด้านวัตถุดิบ ประสิทธิภาพในการผลิต รวมทั้งกำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับรับรู้ถึง Pain point ในตลาด ทำให้ปีนี้จะเป็นปีสำคัญของมะขามสารัช เพื่อทำให้แบรนด์มีความแข็งแรง สามารถสร้างการจดจำ และ​เข้าถึงผู้คนในวงกว้างได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น &#8220;​  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33237 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/สารัช-กมลธรไท-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-สารัช-มาร์เก็ตติ้ง-จำกัด.5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เร่งสร้าง Branding​ พร้อมผลักดันมะขามเพชรบูรณ์สู่เวทีโลก</strong></p>
<p>สำหรับแผน​การสร้าง Branding ที่แข็งแรง ภายใต้งบการตลาดไม่ตำ่กว่า 20 ล้าน สำหรับใช้ในการสื่อสารแบรนด์ เพื่อตอกย้ำความเป็นต้นตำรับ<strong>​ &#8216;มะขามเพชรบูรณ์&#8217; </strong> ​ผ่านแคมเปญมะขามสารัชยืนหนึ่ง พร้อม <em><strong>สร้างภาพจำผ่านพรีเซ็นเตอร์ ที่เลือกใช้ผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่างคุณศุภาลักษณ์ มาปรับภาพลักษณ์ให้มีความสดใส ทันสมัย และสร้างการจดจำ</strong></em> รวมทั้งการออกแบบโลโก้ สารัช พร้อมสัญลักษณ์มะขาม เพื่อใช้ในการสื่อสารแบรนด์ในทุกช่องทาง รวมทั้งการจัดแพกเกจพิเศษมะขามจี๊ดจ๊าด ​เพื่อกระตุ้นการขายในช่องทางต่างๆ ทั้งร้านสะดวกซื้อ โมเดิร์นเทรด และช่องทางออนไลน์  ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33239 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/สารัช-ฮิลล์.1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะเดียวกันยังเดินหน้าเพิ่มการรับรู้ให้​กับทั้ง 4 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ <strong>สารัช</strong> (SARACH TAMARIND) จับกลุ่มตลาดแมส ผ่านสินค้ามะขามแปรรูปที่หลากหลายทั้งมะขามคลุก มะขามแก้ว และมะขามจี๊ดจ๊าด ​ เป็นต้น,  <strong>Alisa</strong> มุ่งไปที่กลุ่ม Youngster กลุ่มสาวสมัยใหม่ เน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในยุคดิจิทัล <strong>ASHIRA SAN</strong> เป็นแบรนด์ลูกของสารัชที่เติมความสนุก เพิ่มอรรถรสในการกิน และ <strong>SARACH GOLD</strong> เป็นแบรนด์มะขามระดับพรีเมี่ยม เพื่อสามารถขยายสินค้าให้ครอบคลุมได้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย</p>
<p>โดยปัจจุบัน สารัชทำตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ภายใต้กำลังผลิตสินค้าไม่ต่ำกว่า 7 ล้านชิ้นต่อปี  หรือราว 6-8 แสนชิ้นต่อเดือน และปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในแต่ละปีจำนวนหลายพันตัน เพื่อรองรับทั้งการทำตลาดในประเทศ ซึ่งเป็นตลาดหลักราว 80% และ 20% สำหรับการส่งออก ในรูปแบบ OEM ทั้งในออสเตรเลีย อเมริกา ยุโรป ตะวันนออกกลาง รวมทั้งในแถวอาเซียน โดยมียอดขายในแต่ละปีหลักร้อยล้านบาท พร้อมทั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ราว 20-30%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33240 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/มะขามสารัช-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;อีกหนึ่งความแตกต่างของมะขามสารัช ที่จะตอกย้ำมากขึ้น เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพและสร้างความแตกต่างให้แบรนด์จากคู่แข่ง คือการเลือกใช้วัตถุดิบในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GI ทำให้แบรนด์สามารถผลิตมะขามแปรรูปที่มีรสชาติเอกลักษณ์เฉพาะของมะขามเพชรบูรณ์แท้  พร้อมส่งต่ออาชีพ และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ได้ให้เกษตรกรสวนมะขาม​​ทั้งมะขามหวาน และมะขามเปรี้ยว ภายในเครือข่ายไม่ต่ำกว่าหมื่นราย ที่นอกจากการรับซื้อวัตถุดิบแล้ว ยังให้ความสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้  และนวัตกรรมในการปลูกแบบมะขามต้นเตี้ย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ทำให้มีรายได้มากขึ้น โดยเฉพาะการขยายไร่มะขามที่ได้รับรอง GI เพื่อสร้างชื่อเสียงให้มะขามเพชรบูรณ์เป็นที่ยอมรับไปได้ทั่วโลก &#8220;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33242 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/มะขามสารัช-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากธุรกิจในกลุ่มมะขามแปรรูปแล้ว ในอนาคต สารัช มาร์เก็ตติ้ง ยังมีแผน Diversify ธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ ​โดยโฟกัสการขยายในกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับเทรนด์และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค รวมทั้งยังเป็นช่องทางให้สามารถรองรับผลิตภัณฑ์ในเครือที่จะทำตลาดเพิ่มเติมในอนาคตได้</p>
<p>โดยมองโอกาสจาก 3 ธุรกิจ  ได้แก่ 1. กลุ่มธุรกิจอาหารที่มีความแข็งแรงในระดับหนึ่งแล้ว และเตรียมขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามากมากขึ้น</p>
<p>2. กลุ่มธุรกิจที่พัก เพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีโอกาสขยายตัวในอนาคต โดยมีแผนจะพัฒนาเป็นที่พักแบบยั่งยืน ที่ส่งเสริม Green Energy ทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์  หรือจุดชาร์จ EV เพื่อให้บริการผู้เข้าพัก รวมทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เป็นสินค้าภายในเครือ เพื่อสอดรับกับเทรนด์ด้านความยั่งยืน</p>
<p>3. กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือสกินแคร์ เพื่อช่วยดูแลให้มีสุขภาพที่ดีได้แบบองค์รวมช่วยให้มี​อายุยืนยาว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรง และผู้คนให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสารัชมีศัดยภาพในการขยายตลาดนี้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33238 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/หน้าร้านมะขามสารัช-แม่สนม-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายสูงสุดของสารัช ไม่ใช่แค่การเติบโตของยอดขาย แต่สิ่งที่เราภูมิใจที่สุด คือ การเป็นตัวแทนในการนำพาแบรนด์ของคนเพชรบูรณ์ให้คนทั่วทั้งประเทศได้รู้จัก ไปจนถึงการขยายไปสู่ตลาดโลก ได้มีส่วนช่วยพัฒนาบ้านเกิด มีโอกาสสร้างรายได้​จากการทำธุรกิจ มาช่วยทำให้ชีวิตของคนในพื้นที่ดีขึ้น  ช่วยให้พนักงานและเกษตรกรในเครือข่ายของเรามีชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีโอกาสได้ทำหลายๆ สิ่ง เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีคืนกลับสู่สังคมเพชรบูรณ์  ช่วยทำให้เพชรบูรณ์กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียง มีคนอยากเข้ามาเที่ยว และได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่เราอยากให้เกิดขึ้นมากกว่าแค่การมียอดขายทางธุรกิจที่เติบโตขึ้นเพียงอย่างเดียว&#8221;</em> ​คุณศุภาลักษณ์ และ คุณสารัช กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/sarach-tamarind-first-rebrand-in-50-years/">เบื้องหลัง &#8216;มะขามสารัช&#8217; ต้นตำรับมะขามจี๊ดจ๊าด​ กับการรีแบรนด์ รุก​ตลาดครั้งใหญ่​รอบ 50 ปี และเป้าหมายที่มากกว่าแค่ยอดขายเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;กะละแมโบราณนครพนม&#8217; จากขนมพื้นบ้าน สู่โมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงคน ชุมชน และตลาด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/traditional-caramel-community-enterprise-in-nakhon-phanom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Apr 2025 10:24:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Building]]></category>
		<category><![CDATA[Brand DNA]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Community Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[PMUA]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Traditional Caramel]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุน ววน.]]></category>
		<category><![CDATA[กะละแม]]></category>
		<category><![CDATA[กะละแมทูลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[กะละแมโบราณนครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ครูน้อยกะละแมกะทิสด]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ตุ๊กตากะละแมโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนทรัพยากรพื้นถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[บพท.]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.คมศักดิ์ หารไชย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยนครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32958</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กะละแม” เป็นขนมโบราณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในจังหวัดนครพนม แม้จะได้รับความนิยมในพื้นที่ แต่กลับไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับประเทศและระดับสากลได้ แต่วันนี้ ขนมพื้นบ้านชนิดนี้กำลังถูกพลิกโฉมครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ &#8216;การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดสายโซ่ผลิตภัณฑ์กะละแมโบราณนครพนม ด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่นโดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ หารไชย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เล่าว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เห็นถึงศักยภาพของตนเอง และโอกาสที่กะละแมโบราณของจังหวัดนครพนมจะสามารถยกระดับไปได้ไกลกว่าที่เคย ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิต การยกระดับมาตรฐาน และการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กะละแมโบราณนครพนมเป็นสินค้าคุณภาพที่สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน ในช่วงปีแรกของโครงการ ทีมวิจัยพบว่า ปัญหาหลักของอุตสาหกรรมกะละแมโบราณนครพนมไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบการผลิต วัตถุดิบ และขาดการเชื่อมโยงของผู้ประกอบการที่แต่ละผู้ประกอบการต่างดำเนินธุรกิจของตนเอง ทำให้ขาดพลังในการขยายตลาด โครงการนี้จึงเข้ามาสร้างความเข้าใจและสร้างเป้าหมายร่วมกัน ด้วยการเปลี่ยนคู่แข่งให้กลายเป็นพันธมิตร และสร้าง &#8220;Brand DNA&#8221; ของกะละแมโบราณนครพนม ที่เน้นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และอัตลักษณ์ของพื้นที่ “ปีแรกสิ่งที่ทีมวิจัยให้ความสำคัญคือ การร่วมมือร่วมใจกัน ด้วยการกำหนดคุณค่าหลักที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรักษา เพื่อให้กะละแมเป็นสินค้าที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของนครพนมอย่างแท้จริง” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ กล่าวถึงบทสรุปการทำงานในปีแรก สำหรับปีที่สอง ทีมวิจัยมีแผนยกระดับงานวิจัย เริ่มจากการแก้ปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์กะละแม เช่น อายุการเก็บรักษาที่สั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/traditional-caramel-community-enterprise-in-nakhon-phanom/">&#8216;กะละแมโบราณนครพนม&#8217; จากขนมพื้นบ้าน สู่โมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงคน ชุมชน และตลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>กะละแม”</strong> เป็นขนมโบราณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในจังหวัดนครพนม แม้จะได้รับความนิยมในพื้นที่ แต่กลับไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับประเทศและระดับสากลได้</p>
<p><span id="more-32958"></span></p>
<p>แต่วันนี้ ขนมพื้นบ้านชนิดนี้กำลังถูกพลิกโฉมครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ <strong>&#8216;การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดสายโซ่ผลิตภัณฑ์กะละแมโบราณนครพนม ด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่น</strong>โดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32962 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.คมศักดิ์-หารไชย-คณะวิศวกรรมศาสตร์-มหาวิทยาลัยนครพนม.jpg" alt="" width="1200" height="630" /></p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ หารไชย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม</strong> ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เล่าว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เห็นถึงศักยภาพของตนเอง และโอกาสที่กะละแมโบราณของจังหวัดนครพนมจะสามารถยกระดับไปได้ไกลกว่าที่เคย ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิต การยกระดับมาตรฐาน และการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กะละแมโบราณนครพนมเป็นสินค้าคุณภาพที่สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน</p>
<p>ในช่วงปีแรกของโครงการ ทีมวิจัยพบว่า ปัญหาหลักของอุตสาหกรรมกะละแมโบราณนครพนมไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบการผลิต วัตถุดิบ และขาดการเชื่อมโยงของผู้ประกอบการที่แต่ละผู้ประกอบการต่างดำเนินธุรกิจของตนเอง ทำให้ขาดพลังในการขยายตลาด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32963 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ทีมกะละแมโบราณ-โดยคนในพื้นที่.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em><strong>โครงการนี้จึงเข้ามาสร้างความเข้าใจและสร้างเป้าหมายร่วมกัน ด้วยการเปลี่ยนคู่แข่งให้กลายเป็นพันธมิตร และสร้าง &#8220;</strong><strong>Brand DNA&#8221; </strong><strong>ของกะละแมโบราณนครพนม ที่เน้นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และอัตลักษณ์ของพื้นที่</strong></em></p>
<p>“ปีแรกสิ่งที่ทีมวิจัยให้ความสำคัญคือ การร่วมมือร่วมใจกัน ด้วยการกำหนดคุณค่าหลักที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรักษา เพื่อให้กะละแมเป็นสินค้าที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของนครพนมอย่างแท้จริง” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ กล่าวถึงบทสรุปการทำงานในปีแรก</p>
<p>สำหรับปีที่สอง ทีมวิจัยมีแผนยกระดับงานวิจัย เริ่มจากการแก้ปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์กะละแม เช่น อายุการเก็บรักษาที่สั้น ปัญหาเนื้อสัมผัสที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายตลาด</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเนื้อสัมผัสของกะละแมให้คงความเหนียวนุ่มได้นานขึ้น เพื่อให้สามารถวางขายในตลาดที่กว้างขึ้นได้โดยยังคงคุณภาพเดิมไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32960 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ใบตองในพื้นที่.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่มีการแก้ไขคือ “ใบตอง” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ห่อกะละแม ที่ต้องนำเข้าจากต่างจังหวัด ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น โครงการจึงส่งเสริมให้มีการปลูกกล้วยตานีในจังหวัดนครพนมเพิ่มขึ้นมากกว่า </strong><strong>12,000 </strong><strong>ต้น เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอกและสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่การผลิต ส่งผลให้เกิดชุมชนผู้ปลูกกล้วยตานีที่สามารถสร้างรายได้เสริมจากการขายใบตอง และมีนักรวบรวมที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรกับผู้ผลิตกะละแมให้เกิดการจัดหาวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32965 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/วิธีการกวนกะละแมโบราณ-Re.jpg" alt="" width="675" height="900" /></p>
<p>นอกจากการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์แล้ว ทีมวิจัยยังมี <strong>การพัฒนาแบรนด์กะละแม </strong><strong>3 </strong><strong>แบรนด์ย่อย ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีอัตลักษณ์แตกต่างกันไป ได้แก่ </strong></p>
<p><strong>1. กะละแมทูลใจ</strong> มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม เช่น กะละแมรสขาวเม่า และไอศกรีมกะละแม โดยร่วมพัฒนากับร้านเบเกอรี่ในจังหวัด</p>
<p><strong>2.</strong> <strong>ตุ๊กตากะละแมโบราณ</strong> มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรกับร้านกาแฟ ร้านขนมหวาน และธุรกิจอาหาร เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย</p>
<p><strong>3</strong><strong>.</strong> <strong>ครูน้อยกะละแมกะทิสด</strong> เป็นแบรนด์ต้นตำรับ มุ่งเน้นการเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และกรรมวิธีการทำกะละแม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสืบสานวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32964 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/กะละแมโบราณนครพนม-re.jpg" alt="" width="751" height="1000" /></p>
<p>นอกจากนี้ โครงการยังช่วยผลักดันให้เกิด <strong>&#8220;สมาคมการค้าผู้ประกอบการกะละแมโบราณนครพนม&#8221;</strong> เพื่อเป็นกลไกในการบริหารจัดการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ขยายตลาด และพัฒนาผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อว่า การรวมกลุ่มกันของผู้ประกอบการจะทำให้เกิดพลังในการแข่งขันมากกว่าการแยกกันทำธุรกิจ</p>
<p><strong>ผลจากการทำงานวิจัยดังกล่าว ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการกะละแมและเกษตรกรที่ปลูกกล้วยตานี พบว่า รายได้ของกลุ่มผู้ผลิตเพิ่มขึ้น </strong><strong>15–20%  </strong><strong>และมีการจดทะเบียนวิสาหกิจใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ รวมทั้งยังเกิดอาชีพใหม่ในท้องถิ่น เช่น นักรวบรวมใบตอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเกษตรกรกับโรงงานผลิตใบตองรีด ส่งผลให้มีผู้ประกอบการใบตองเกิดขึ้นใหม่ และชุมชนสามารถพึ่งพาวัตถุดิบภายในจังหวัดได้มากขึ้น ลดการนำเข้าจากภายนอก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32959 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/วิธีการรีดใบตองด้วยเตาถ่านโบราณ.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ที่สำคัญ <strong>งานวิจัยฯ นี้ยังประสบความสำเร็จในเชิงวัฒนธรรมและการยอมรับในระดับประเทศ โดยกะละแมโบราณนครพนมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น &#8220;มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม&#8221;</strong> <strong>จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และได้รับเลือกให้เป็น &#8220;สุดยอดเมนูอาหารถิ่น&#8221; ของจังหวัดนครพนม รวมทั้งยังมีการพัฒนาให้กะละแมสามารถเข้าสู่ตลาดพรีเมียมได้ ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่สามารถเก็บได้นานขึ้นและมีความสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นของฝาก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32966 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ออกงานขาย.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8220;</strong><strong>เราไม่ได้แค่ทำกะละแมให้ดีขึ้น แต่เรากำลังสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้กับนครพนม ที่เป็นการเชื่อมโยงคน ชุมชน และตลาด ซึ่งเป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืน และทำให้กะละแมโบราณนครพนมกลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่าและสามารถแข่งขันในตลาดได้ในระยะยาว&#8221;</strong> ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ ตอกย้ำถึงความสำเร็จที่มาจากการใช้ข้อมูล ความรู้ และกระบวนการวิจัย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/traditional-caramel-community-enterprise-in-nakhon-phanom/">&#8216;กะละแมโบราณนครพนม&#8217; จากขนมพื้นบ้าน สู่โมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงคน ชุมชน และตลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบรางวัล ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands เป็นปีที่ 15 แก่องค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดประจำปี พ.ศ. 2567</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/asean-and-thailand-top-corporate-brands-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Feb 2025 10:23:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN's Brand]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN’s Top Corporate Brands 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[CBS]]></category>
		<category><![CDATA[CBS Valuation]]></category>
		<category><![CDATA[CelcomDigi]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate Brand]]></category>
		<category><![CDATA[DBS Group Holdings]]></category>
		<category><![CDATA[Delta Electronics (Thailand) Public Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[Joint Stock Commercial Bank for Foreign Trade of Vietnam]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[PT Bank Central Asia Tbk]]></category>
		<category><![CDATA[Pt Bayan Resources Tbk]]></category>
		<category><![CDATA[SM Investments Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand's Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Top Corporate Brand Hall of Fame 2024]]></category>
		<category><![CDATA[กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์]]></category>
		<category><![CDATA[คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[คาราบาว กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬา]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดิ เอราวัณ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ. ดร.เอกก์ ภทรธนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่าแบรนด์องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ศ. (กิตติคุณ) ดร. กุณฑลี รื่นรมย์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส]]></category>
		<category><![CDATA[เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทยประกันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี แพคเกจจิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[แพลน บี มีเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[แอสเสท เวิรด์ คอร์ป]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์]]></category>
		<category><![CDATA[โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไดนาสตี้ เซรามิค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31624</guid>

					<description><![CDATA[<p>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบรางวัล ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands เป็นปีที่ 15 แก่องค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดประจำปี พ.ศ. 2567 DELTA รับรางวัล ASEAN’s Top Corporate Brand 2024 (Thailand),  BEM รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brand Hall of Fame 2024 ศ. (กิตติคุณ) ดร. กุณฑลี รื่นรมย์ และ ผศ. ดร.เอกก์ ภทรธนกุล  แห่งหลักสูตรปริญญาโทด้านการจัดการแบรนด์และการตลาด ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสื่อในเครือผู้จัดการ จัดงาน “ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands 2024” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/asean-and-thailand-top-corporate-brands-2024/">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบรางวัล ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands เป็นปีที่ 15 แก่องค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดประจำปี พ.ศ. 2567</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบรางวัล</strong><strong> ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands </strong><strong>เป็นปีที่ </strong><strong>15 </strong><strong>แก่องค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดประจำปี </strong><strong>พ.ศ. </strong><strong>256</strong><strong>7 </strong><strong>DELTA </strong><strong>รับรางวัล </strong><strong>ASEAN’s Top Corporate Brand 202</strong><strong>4 (Thailand),  </strong><strong>BEM</strong> <strong>รับรางวัล </strong><strong>Thailand’s Top Corporate Brand Hall of Fame 202</strong><strong>4</strong></p>
<p><span id="more-31624"></span></p>
<p><strong>ศ</strong><strong>. (</strong><strong>กิตติคุณ</strong><strong>) </strong><strong>ดร. กุณฑลี รื่นรมย์ และ </strong><strong>ผศ</strong><strong>. </strong><strong>ดร.เอกก์ ภทรธนกุล</strong>  แห่งหลักสูตรปริญญาโทด้านการจัดการแบรนด์และการตลาด ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสื่อในเครือผู้จัดการ จัดงาน <strong><em>“</em></strong><strong><em>ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands 202</em></strong><strong><em>4</em></strong><strong><em>”</em></strong> เพื่อมอบรางวัลให้แก่<strong>องค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดของประเทศไทยและในอาเซียน ประจำปี 2567 </strong> นับเป็นปีที่ 15 ของการเผยแพร่ผลงานวิจัยการประเมินมูลค่าแบรนด์องค์กร โดย <strong>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัล เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ณ  หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีผู้บริหารระดับสูงสุดของบริษัทต่าง ๆ เข้ารับมอบรางวัลเกียรติยศอย่างพร้อมเพรียงกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31632 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/S__51494978.jpg" alt="" width="398" height="597" /></p>
<p>คณะผู้วิจัยซึ่งได้ใช้เครื่องมือ <strong>CBS Valuation </strong>เพื่อวัดมูลค่าแบรนด์องค์กร  เปิดเผยว่า &#8220;<em>ปี </em><em>2567</em><em>เป็นปีที่ </em><em>15 </em><em>ของการทำวิจัยประเมินค่าแบรนด์องค์กร </em><em>แม้ว่าในปี </em><em>2567 </em><em>สภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยีได้มีการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบในวงกว้าง  แต่คณะผู้วิจัยได้ทำการประเมินมูลค่าแบรนด์องค์กรของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของไทยและของประเทศใน </em><em>ASEAN</em> <em>6 </em><em>ประเทศ </em><em>โดยนำตัวเลขจากงบการเงินของบริษัทที่ผ่านเกณฑ์มาคำนวณมูลค่า </em><em>โดยสูตร </em><em>CBS Valuation</em><em>  </em><em>ที่พัฒนาขึ้นจากการบูรณาการ</em><em>แนวคิดสามด้าน คือ การตลาด การเงิน และการบัญชี และใช้ค่าเฉลี่ย </em><em>3 </em><em>ปี</em><em>ของตัวเลขทางการเงินของบริษัทนั้นในแต่ละหมวดธุรกิจ </em><em> ทำให้ได้</em><em>ผลลัพธ์มูลค่าแบรนด์องค์กรเป็นตัวเลขทางการเงิน” </em></p>
<p>สำหรับงานวิจัยประเมินค่าแบรนด์องค์กรนี้ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจอย่างยิ่ง เพราะผู้บริหารและผู้ลงทุนสามารถทราบมูลค่าแบรนด์องค์กรเป็นตัวเลขทางการเงิน  และผู้บริหารสามารถพัฒนาแบรนด์องค์กรต่อไปเพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/S__51494983.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในปี 2567 มีบริษัทที่ได้รับ<strong><em>รางวัลหอเกียรติยศ</em> </strong><strong><em>Thailand’s T</em></strong><strong><em>o</em></strong><strong><em>p Corporate Brand Hall of Fame </em></strong><strong><em>2024</em></strong> ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดติดต่อกัน 5 ปี 1 บริษัท<strong> คือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) </strong>สำหรับ <strong><em>Thailand’s Top Corporate Brands 2024</em></strong>  มีบริษัทที่ได้รับรางวัลจำนวน 15 บริษัท  ได้แก่ <strong>คาราบาว กร</strong><strong>ุ๊</strong><strong>ป</strong><strong> (</strong><strong>89</strong><strong>,</strong><strong>115</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong> <strong> ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป</strong><strong> (</strong><strong>34</strong><strong>,</strong><strong>079</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong><strong>  บัตรกรุงไทย </strong><strong>(9</strong><strong>9</strong><strong>,8</strong><strong>47</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong><strong>  เมืองไทยประกันภัย </strong><strong>(</strong><strong>40</strong><strong>,</strong><strong>699</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>)  </strong><strong>เอสซีจี แพคเกจจิ้ง </strong><strong>(</strong><strong>100</strong><strong>,</strong><strong>594</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>) </strong><strong>ไดนาสตี้ เซรามิค </strong><strong>(13,</strong><strong>968</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong><strong> แอสเสท เวิรด์ คอร์ป</strong><strong> (5</strong><strong>3</strong><strong>,</strong><strong>084</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong><strong> กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์</strong><strong> (3</strong><strong>87</strong><strong>,7</strong><strong>87</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong><strong>  โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์</strong><strong> (1</strong><strong>33</strong><strong>,</strong><strong>630</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>) </strong><strong>โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ </strong><strong>(</strong><strong>123</strong><strong>,3</strong><strong>42</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>) </strong><strong>แพลน บี มีเดีย </strong><strong>(1</strong><strong>6</strong><strong>,</strong><strong>904</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>) </strong><strong>ดิ เอราวัณ กรุ๊ป </strong><strong>(5,168 </strong><strong>ล้านบาท</strong><strong>) </strong><strong>เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส </strong><strong>(</strong><strong>30</strong><strong>,</strong><strong>270</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong><strong> ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส </strong><strong>(1</strong><strong>5</strong><strong>,</strong><strong>424</strong><strong> ล้านบาท</strong><strong>)</strong> <strong>และ จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น </strong><strong>(</strong><strong>60</strong><strong>,7</strong><strong>76</strong> <strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31636 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/THailand-Brand.jpg" alt="" width="772" height="1000" /></p>
<p>สำหรับ<strong><em>รางวัล</em></strong> <strong><em>ASEAN’s Top Corporate Brands 2024</em></strong> หรือรางวัลสุดยอดแบรนด์องค์กรของประเทศในอาเซียนประจำปี 2567 มี 6 บริษัท จาก 6 ประเทศ ได้แก่ <strong>P</strong><strong>t Bayan Resources</strong><strong> T</strong><strong>bk</strong> <strong>(M</strong><strong>il. </strong><strong>USD </strong><strong>31</strong><strong>,</strong><strong>445</strong><strong>) </strong>จากอินโดนีเซีย <strong>CelcomDigi (</strong><strong>Mil.</strong><strong> USD 1</strong><strong>0</strong><strong>,</strong><strong>401</strong><strong>) </strong>จากมาเลเซีย <strong>SM Investments Corporation (</strong><strong>Mil.</strong><strong> USD 1</strong><strong>1</strong><strong>,</strong><strong>559</strong><strong>) </strong>จากฟิลิปปินส์ <strong>DBS Group Holdings (M</strong><strong>il</strong><strong>.</strong><strong> USD 2</strong><strong>4</strong><strong>,</strong><strong>725</strong><strong>)  </strong>จากสิงคโปร์<strong>  </strong><strong>Delta Electronics (Thailand) Public Company Limited (M</strong><strong>il</strong><strong>.</strong> <strong>USD </strong><strong>20</strong><strong>,</strong><strong>294</strong><strong>) </strong>จากไทย และ <strong>Joint Stock Commercial Bank for Foreign Trade of Vietnam (</strong><strong>Mil.</strong><strong> USD 10,</strong><strong>799</strong><strong>) </strong>จากเวียดนาม <strong> </strong>โดยในปี 2567 <strong>P</strong><strong>T</strong> <strong>Bank Central Asia T</strong><strong>bk </strong>จากประเทศอินโดนีเซียได้รับรางวัล <strong><em>ASEAN’s Top Corporate Brand Hall of Fame 202</em></strong><strong><em>4</em></strong>  หรือรางวัลหอเกียรติยศแห่งอาเซียน เนื่องจากบริษัทเคยได้รับรางวัลมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดติดต่อกันมาแล้วถึง 5 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31635 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Hall-of-Frame-.jpg" alt="" width="961" height="1000" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31637 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TOP-ASEAN.jpg" alt="" width="799" height="1000" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/asean-and-thailand-top-corporate-brands-2024/">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบรางวัล ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands เป็นปีที่ 15 แก่องค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดประจำปี พ.ศ. 2567</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“นิปปอนเพนต์” ท็อปฟอร์ม! คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์สีทาอาคารแห่งปี “Superbrands Thailand 2024” การันตีสียืนหนึ่งในใจลูกค้าที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/nippon-paint-superbrands-thailand-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Nov 2024 03:47:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Cover of the Year 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Inspired By You]]></category>
		<category><![CDATA[NipponPaint]]></category>
		<category><![CDATA[NipponPaintxSuperbrandsThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Superbrands Thailand 2024]]></category>
		<category><![CDATA[SuperbrandsThailand]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ความนิยมสูงสุดอันดับ1]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสี]]></category>
		<category><![CDATA[นิปปอนเพนต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำนวัตกรรมสีคุณภาพสูง]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัล]]></category>
		<category><![CDATA[วัชระ ศิริฤทธิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สี]]></category>
		<category><![CDATA[สีคุณภาพจากญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สีทาบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สีทาอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[สีที่คิดเพื่อคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์แห่งปี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30518</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสี “นิปปอนเพนต์” (Nippon Paint) ในฐานะผู้ผลิตสีรายใหญ่อันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 4 ของโลก จากประเทศญี่ปุ่น คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “รางวัลสุดยอดแบรนด์สีทาอาคารแห่งปี 2567” หรือ “Superbrands Thailand 2024” โดย นิปปอนเพนต์ เป็นสุดยอดแบรนด์สีทาอาคารเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลนี้ ร่วมกับสุดยอดแบรนด์จากหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 26 แบรนด์ บนเวทีระดับโลกที่มีอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ผ่านเกณฑ์การตัดสินเข้มข้นจากผลโหวตของผู้บริโภค 15,000 คนทั่วประเทศ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านแบรนด์และการตลาดอีกกว่า 3,000 คน การันตีความไว้วางใจของชาวไทยที่มีต่อ นิปปอนเพนต์ ตลอดระยะเวลา 57 ปีที่แบรนด์ได้ส่งมอบสีมาตรฐานระดับโลกให้กับผู้บริโภคในเมืองไทย พร้อมสะท้อนความสำเร็จด้านกลยุทธ์การตลาดผ่านแนวคิด “Inspired by you: สีที่คิดเพื่อคุณ” ที่ช่วยให้แบรนด์ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่มีความแตกต่างหลากหลายได้ตรงใจทุกกลุ่ม นอกจากนี้ นิปปอนเพนต์ยังได้รับรางวัล “Cover of [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/nippon-paint-superbrands-thailand-2024/">“นิปปอนเพนต์” ท็อปฟอร์ม! คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์สีทาอาคารแห่งปี “Superbrands Thailand 2024” การันตีสียืนหนึ่งในใจลูกค้าที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสี “<strong>นิปปอนเพนต์”</strong> (Nippon Paint) ในฐานะผู้ผลิตสีรายใหญ่อันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 4 ของโลก จากประเทศญี่ปุ่น คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “รางวัลสุดยอดแบรนด์สีทาอาคารแห่งปี 2567” หรือ “Superbrands Thailand 2024”</p>
<p><span id="more-30518"></span></p>
<p>โดย นิปปอนเพนต์ เป็นสุดยอดแบรนด์สีทาอาคารเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลนี้ ร่วมกับสุดยอดแบรนด์จากหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 26 แบรนด์ บนเวทีระดับโลกที่มีอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ผ่านเกณฑ์การตัดสินเข้มข้นจากผลโหวตของผู้บริโภค 15,000 คนทั่วประเทศ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านแบรนด์และการตลาดอีกกว่า 3,000 คน การันตีความไว้วางใจของชาวไทยที่มีต่อ นิปปอนเพนต์ ตลอดระยะเวลา 57 ปีที่แบรนด์ได้ส่งมอบสีมาตรฐานระดับโลกให้กับผู้บริโภคในเมืองไทย พร้อมสะท้อนความสำเร็จด้านกลยุทธ์การตลาดผ่านแนวคิด “Inspired by you: สีที่คิดเพื่อคุณ” ที่ช่วยให้แบรนด์ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่มีความแตกต่างหลากหลายได้ตรงใจทุกกลุ่ม</p>
<p>นอกจากนี้ นิปปอนเพนต์ยังได้รับรางวัล “<strong>Cover of the Year 2024</strong>” สุดยอดหน้าปกแห่งปีที่ออกแบบปกได้สวยงาม มีความโดดเด่นสื่อถึงอัตลักษณ์แบรนด์ จนได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจาก 26 สุดยอดแบรนด์ที่มาร่วมงานรับรางวัล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30520 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Nippon2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวัชระ ศิริฤทธิชัย</strong> ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นิปปอนเพนต์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล “Superbrands Thailand 2024” หรือ รางวัลสุดยอดแบรนด์สีทาอาคารแห่งปี 2567 อันเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของนิปปอนเพนต์จากการร่วมแรงร่วมใจกันทำงานของพนักงานทุกคนเพื่อสร้างแบรนด์ให้ครองใจผู้บริโภคทุกกลุ่ม รวมถึงสะท้อนความไว้วางใจจากผู้บริโภคที่นิปปอนเพนต์ได้รับ หลังจากแบรนด์นิปปอนเพนต์มุ่งมั่นคัดสรรนำผลิตภัณฑ์สีทาอาคารมาตรฐานระดับโลกมาสู่อาคารและที่อยู่อาศัยของคนไทยอย่างต่อเนื่องมามากกว่า 5 ทศวรรษ และพร้อมที่จะส่งมอบนวัตกรรมสีที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภคชาวไทย</p>
<p>โดยในปีนี้นิปปอนเพนต์มีการทำงานเชิงรุกยิ่งขึ้น ด้วยการวางกลยุทธ์ใหม่ผ่านแนวคิด “Inspired by you: สีที่คิดเพื่อคุณ” ประกอบด้วยหลัก 3C ได้แก่ “<strong>Customer Centric</strong>” การมุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางและเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างถ่องแท้ “<strong>Customized Solution</strong>” การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน เพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับลูกค้า และ “<strong>Concrete Innovation</strong>” การพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สามารถทดสอบได้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกนำไปปรับใช้กับการทำงานทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม การบริการ รวมถึงการตลาดและการสร้างแบรนด์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30522 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Nippon5.jpg" alt="" width="1200" height="714" /></p>
<p>แนวคิด “<strong>Inspired by you: สีที่คิดเพื่อคุณ</strong>” จึงสะท้อนสู่การสร้างแคมเปญการตลาดเพื่อปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ของนิปปอนเพนต์ในปีนี้ โดยมีการผลิตชุดภาพยนตร์โฆษณา “สีที่คิดเพื่อคุณ” เพื่อสื่อสารถึงจุดยืนของแบรนด์ว่าเป็นสีที่ “ยึดความต้องการของผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง” (Customer Centric) สร้างการจดจำว่านิปปอนเพนต์คือสีที่เข้าใจความแตกต่างหลากหลายของตัวตนและบุคลิกของลูกค้า รวมถึงนิปปอนเพนต์ไม่เพียงแต่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สี แต่ยังสามารถนำความเชี่ยวชาญนั้นมาตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่มได้ตรงใจ แก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ตรงจุด ตอบโจทย์ทุกสีสันที่จะสร้างสรรค์โลกให้สวยงาม โดยกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญเน้นหนักที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป พร้อมขยายการรับรู้เป็นวงกว้างทั้งกลุ่ม Gen X, Gen Y จนถึง Gen Z ผ่านการใช้เครื่องมือทางการตลาดแบบ 360 องศา ครบทั้งสื่อวิทยุ สื่อนอกบ้าน (Out of Home) อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOLs และโซเชียลมีเดียทุกช่องทางตาม Customer Journey ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย</p>
<p>รวมถึงนิปปอนเพนต์ยังมุ่งพัฒนาความยั่งยืนสู่สังคมด้วยโครงการ ‘นิปปอนเพนต์ สีสร้างสุข’ ที่ช่วยเหลือส่งมอบสีทาอาคารและซ่อมแซมบูรณะชุมชนต่างๆ ตัวอย่างเช่น โครงการลงพื้นที่ฟื้นฟูชุมชนในจังหวัดเชียงรายที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ทำให้นิปปอนเพนต์ได้รับการจดจำในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างและครองใจผู้บริโภคชาวไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30521 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Nippon4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวัชระกล่าวว่า</strong> รางวัล Superbrands Thailand 2024 ที่นิปปอนเพนต์ได้รับในครั้งนี้ เป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของนิปปอนเพนต์ในฐานะแบรนด์สีที่มีมาตรฐานระดับโลกครบวงจรทั้งในด้านคุณภาพของสินค้าและนวัตกรรม ด้วยแนวคิด “Think Global, Act Local” ของนิปปอนเพนต์ ซึ่งนำมาปรับใช้กับการเจาะตลาดแต่ละประเทศได้อย่างเห็นผล และตลอดจนวิสัยทัศน์ด้านการสร้างแบรนด์ ผ่านการสร้างกิจกรรมทางการตลาดที่รังสรรค์การสร้างประสบการณ์ หรือ Brand Experience ที่หลากหลาย เพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ทุก Brand Touchpoints ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ รางวัล <strong>Superbrands Thailand 2024</strong> ถือเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปีเพื่อเฟ้นหาแบรนด์ที่สามารถสร้างการจดจำและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ผ่านการสำรวจความคิดเห็นจากผู้บริโภคมากกว่า 15,000 คน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านแบรนด์และการตลาดอีกกว่า 3,000 คน ด้วยการพิจารณา 3 องค์ประกอบในการตัดสิน ได้แก่ Brand Quality คุณภาพของแบรนด์ Brand Affinity ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค และ Brand Personality เอกลักษณ์ของแบรนด์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/nippon-paint-superbrands-thailand-2024/">“นิปปอนเพนต์” ท็อปฟอร์ม! คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์สีทาอาคารแห่งปี “Superbrands Thailand 2024” การันตีสียืนหนึ่งในใจลูกค้าที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องราวภายใต้การสร้างสรรค์ตราสัญลักษณ์ SCB Live Sustainably อยู่ อย่าง ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/the-story-behind-scb-live-sustainably/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 01:33:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Logo]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB Live Sustainably]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ อย่าง ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28719</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยพาณิชย์สร้างสรรค์ตราสัญลักษณ์ SCB Live Sustainably เพื่อสื่อสารและสร้างการจดจำถึงแนวคิด “Live Sustainably อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ของธนาคาร โดยออกแบบโลโก้ด้วยลายเส้นกราฟิกที่มีสไตล์เรียบง่าย เหนือกาลเวลา บ่งบอกถึงความยั่งยืนที่ดำเนินต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเดียวกับก้าวย่างแห่งความยั่งยืนของธนาคารที่เริ่มต้นมาแล้ว 117 ปี  และพร้อมส่งต่อความยั่งยืนในวันนี้ไปสู่คนรุ่นหลัง ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ธนาคารเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน ที่ต้องร่วมกันตั้งเป้าหมาย สร้างแรงกระเพื่อม ประสานความร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตให้เราทุกคนได้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน ภาพรวมของโลโก้จึงได้รับออกแบบเป็นภาพสัญลักษณ์แทนคนประสานมือเรียงต่อกันในมุมมองด้านบน สะท้อนความหมายของการผสานความร่วมมือกันระหว่างธนาคาร พันธมิตร และทุกคนในสังคม เพื่อส่งต่อแรงกระเพื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน เพราะการสร้างความยั่งยืนเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายต้องช่วยกันทำอย่างต่อเนื่องและสานต่อให้สำเร็จ โลโก้นี้จึงถูกออกแบบให้แสดงพลังความร่วมมือของทุกคนในสังคมและสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนแต่เรียบง่าย ในส่วนของ 8 เส้นสายกราฟิกที่เรียงประสานกัน สื่อถึงความมุ่งมั่นขับเคลื่อนของธนาคารและทุกคนในสังคมเพื่อส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนทั้ง 8 มิติ ภายใต้พันธกิจ อยู่ อย่าง ยั่งยืน ใน 3 เสาหลัก S-C-B ได้แก่ &#160; 1) Sustainable Banking สนับสนุนการเงินยั่งยืนแก่ลูกค้า 2) Corporate Practice Excellence เป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน และ 3) Better Society พัฒนาสังคมที่ดียิ่งขึ้น โดยเลือกใช้โทนสีของธนาคาร คือ สีม่วงและสีเหลืองเป็นสีหลัก พร้อมผสมผสานทั้งสองสีออกมาในโทนต่างๆ เพื่อสื่อถึงความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ยังได้นำสไตล์ของโลโก้ SCB Live Sustainably มาพัฒนาต่อเป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/the-story-behind-scb-live-sustainably/">เรื่องราวภายใต้การสร้างสรรค์ตราสัญลักษณ์ SCB Live Sustainably อยู่ อย่าง ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">ไทยพาณิชย์สร้างสรรค์ตราสัญลักษณ์ <strong>SCB Live Sustainably </strong>เพื่อสื่อสารและสร้างการจดจำถึงแนวคิด “Live Sustainably อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ของธนาคาร โดยออกแบบโลโก้ด้วยลายเส้นกราฟิกที่มีสไตล์เรียบง่าย เหนือกาลเวลา บ่งบอกถึงความยั่งยืนที่ดำเนินต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเดียวกับก้าวย่างแห่งความยั่งยืนของธนาคารที่เริ่มต้นมาแล้ว 117 ปี  และพร้อมส่งต่อความยั่งยืนในวันนี้ไปสู่คนรุ่นหลัง</p>
<p style="font-weight: 400;"><span id="more-28719"></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ธนาคารเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน</strong> ที่ต้องร่วมกันตั้งเป้าหมาย สร้างแรงกระเพื่อม ประสานความร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตให้เราทุกคนได้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน ภาพรวมของโลโก้จึงได้รับออกแบบเป็นภาพสัญลักษณ์แทนคนประสานมือเรียงต่อกันในมุมมองด้านบน สะท้อนความหมายของการผสานความร่วมมือกันระหว่างธนาคาร พันธมิตร และทุกคนในสังคม เพื่อส่งต่อแรงกระเพื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน เพราะการสร้างความยั่งยืนเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายต้องช่วยกันทำอย่างต่อเนื่องและสานต่อให้สำเร็จ โลโก้นี้จึงถูกออกแบบให้แสดงพลังความร่วมมือของทุกคนในสังคมและสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนแต่เรียบง่าย ในส่วนของ 8 เส้นสายกราฟิกที่เรียงประสานกัน สื่อถึงความมุ่งมั่นขับเคลื่อนของธนาคารและทุกคนในสังคมเพื่อส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนทั้ง 8 มิติ ภายใต้พันธกิจ อยู่ อย่าง ยั่งยืน ใน 3 เสาหลัก S-C-B ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Concept1-Logo.jpg" alt="" width="1200" height="606" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="font-weight: 400;">1) <strong>S</strong>ustainable Banking สนับสนุนการเงินยั่งยืนแก่ลูกค้า</p>
<p style="font-weight: 400;">2) <strong>C</strong>orporate Practice Excellence เป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน และ</p>
<p style="font-weight: 400;">3) <strong>B</strong>etter Society พัฒนาสังคมที่ดียิ่งขึ้น โดยเลือกใช้โทนสีของธนาคาร คือ สีม่วงและสีเหลืองเป็นสีหลัก พร้อมผสมผสานทั้งสองสีออกมาในโทนต่างๆ เพื่อสื่อถึงความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน</p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังได้นำสไตล์ของโลโก้ SCB Live Sustainably มาพัฒนาต่อเป็น 8 ไอคอน ในรูปแบบ Pictogram เนื่องจากมีความทันสมัย ง่ายต่อการสร้างสรรค์ต่อยอด และสามารถสร้างการจดจำได้ดี แต่ยังคงรักษาแนวคิดเดิมของโลโก้ต้นแบบไว้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28721 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/LIVE-SUSTAINABLY-ICON-SET.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p style="font-weight: 400;">โดยไอคอนทั้ง 8 ได้สื่อถึงบทบาทการสนับสนุนความยั่งยืนของธนาคารในแต่ละด้าน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความยั่งยืนที่แข็งแกร่งของธนาคารนับจากนี้  ได้แก่</p>
<p>&#8211; Sustainable Finance การสนับสนุนการเงินเพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืนสำหรับลูกค้าทุกกลุ่มตามเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ตามมาตรฐานระดับโลก SBTi และ EPs</p>
<p>&#8211; Digital Solutions การนำเทคโนโลยี AI มาให้บริการทางการเงินตามกลยุทธ์ Digital Banking with Human Touch เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า</p>
<p>&#8211; Operational Net Zero การพัฒนาองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2030 เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกะจก</p>
<p>&#8211; Financial Literacy การให้ความรู้ทางการเงิน ส่งเสริมการรู้เท่าทันภัยมิจฉาชีพ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการเงินให้สังคม</p>
<p>&#8211; Empowering The Next Generation การขับเคลื่อนการเรียนรู้รูปแบบใหม่ในระบบนิเวศดิจิทัลของมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศ</p>
<p>&#8211; Social Wellbeing การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชนผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น “โครงการไทยพาณิชย์รวมใจให้โลหิต” ที่ดำเนินงานมากว่า 2 ทศวรรษ</p>
<p>&#8211; Social Contribution การสนับสนุนสิ่งแวดล้อมพร้อมดูแลผืนป่าให้ยั่งยืนผ่านโครงการปลูกป่าและปลูกคน เพื่อช่วยสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ พร้อมช่วยดูแลป่าต้นน้ำให้อุดมสมบูรณ์และยั่งยืน</p>
<p>&#8211; Happy Society การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม เพื่อสร้างรอยยิ้มความเป็นอยู่ที่ดีและยั่งยืนในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28722 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Concept3.jpg" alt="" width="1200" height="584" /></p>
<p>จากแนวคิดทั้งหมดนี้ ธนาคารจึงใช้โลโก้ <strong>SCB Live Sustainably</strong> มาเป็นสัญลักษณ์แห่งการผสานความร่วมมือของทุกคน และสามารถใช้สื่อสารได้อย่างยั่งยืน ไร้ขีดจำกัดด้านเวลา พร้อมเป็นตัวแทนในการเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เพื่อให้เรา สังคม และโลก <strong>“อยู่ อย่าง ยั่งยืน”</strong> ต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/the-story-behind-scb-live-sustainably/">เรื่องราวภายใต้การสร้างสรรค์ตราสัญลักษณ์ SCB Live Sustainably อยู่ อย่าง ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Aug 2024 12:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Fair Game]]></category>
		<category><![CDATA[Fair trade]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Pricing]]></category>
		<category><![CDATA[Pricing Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Realkaline]]></category>
		<category><![CDATA[Set standard]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[WHITE HORSE]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพล วิไลพรรัตนา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดถ่านไฟฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านไฟฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ม้าขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ม้าขาวเรียลคาไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[รีแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อัลคาไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[แมงกานีส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28048</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุมมองจากหนึ่งใน Players ของตลาดอย่าง &#8216;ม้าขาว&#8217; ซึ่งปัจจุบันน่าจะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตถ่านไฟฉายของคนไทยเพียงรายเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในขณะนี้ และมองว่าประเทศไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในโลกที่มีโครงสร้างราคาถ่านไฟฉาย​ โดยเฉพาะ &#8216;ถ่านอัลคาไลน์&#8217; บิดเบือนไปจากความเป็นจริง ทำให้ปัจจุบันคนไทยต้องใช้ถ่านอัลคาไลน์ ในราคาที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกาถึง 3 เท่า ​ซึ่งเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งใน Pain Point ของผู้บริโภคคนไทยจำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ด้วย​ทางเลือกที่ไม่มีมากนัก จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ผู้นำ​ตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย ที่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงถึง 80-90%  ทำให้สามารถกำหนดโครงสร้างราคาตลาดให้เป็นไปตามต้องการได้ ทำให้ Last Man Standing ของแบรนด์ไทยในตลาดถ่านไฟฉายอย่าง &#8216;ม้าขาว&#8217; ที่หยุดทำตลาดไปกว่า 30 ปี หวนกลับมารีแบรนด์เพื่อทำตลาดใหม่อีกครั้งพร้อมเป้าหมายสำคัญคือ การเซ็ตมาตรฐาน​โครงสร้างราคาถ่านไฟฉายของไทยให้สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยหวังว่าจะทำให้ราคาถ่านอัลคาไลน์ลดลงได้ราว 60% ควบคู่ไปกับการผลักดันการใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่มูลค่าตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทยจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ภายในปี 2570 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า คุณณัฐพล วิไลพรรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านไฟฉายแบรนด์คนไทยอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/">ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุมมองจากหนึ่งใน Players ของตลาดอย่าง <strong>&#8216;ม้าขาว&#8217;</strong> ซึ่งปัจจุบันน่าจะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตถ่านไฟฉายของคนไทยเพียงรายเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในขณะนี้ และมองว่าประเทศไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในโลกที่มีโครงสร้างราคาถ่านไฟฉาย​ โดยเฉพาะ <strong>&#8216;ถ่านอัลคาไลน์&#8217;</strong> บิดเบือนไปจากความเป็นจริง</p>
<p><span id="more-28048"></span></p>
<p>ทำให้ปัจจุบันคนไทยต้องใช้ถ่านอัลคาไลน์ ในราคาที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกาถึง 3 เท่า ​ซึ่งเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งใน Pain Point ของผู้บริโภคคนไทยจำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ด้วย​ทางเลือกที่ไม่มีมากนัก จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ผู้นำ​ตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย ที่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงถึง 80-90%  ทำให้สามารถกำหนดโครงสร้างราคาตลาดให้เป็นไปตามต้องการได้</p>
<p>ทำให้ Last Man Standing ของแบรนด์ไทยในตลาดถ่านไฟฉายอย่าง &#8216;<strong>ม้าขาว&#8217;</strong> ที่หยุดทำตลาดไปกว่า 30 ปี หวนกลับมารีแบรนด์เพื่อทำตลาดใหม่อีกครั้งพร้อมเป้าหมายสำคัญคือ การเซ็ตมาตรฐาน​โครงสร้างราคาถ่านไฟฉายของไทยให้สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยหวังว่าจะทำให้ราคาถ่านอัลคาไลน์ลดลงได้ราว 60% ควบคู่ไปกับการผลักดันการใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่มูลค่าตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทยจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ภายในปี 2570 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28054 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐพล วิไลพรรัตนา </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านไฟฉายแบรนด์คนไทยอย่าง &#8216;<strong>ม้าขาว&#8217; (WHITE HORSE)</strong> เปิดเผยโครงสร้างตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย มีผู้นำเป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นซึ่งครองตลาดส่วนใหญ่ 80-90% ที่เหลือเป็นแบรนด์ของยุโรป อเมริกา จีน ราว 10% ขณะที่แบรนด์ไทยมีส่วนแบ่งเพียงแค่ 1% เท่าน้ัน โดยม้าขาวเป็นแบรนด์ไทยเพียงรายเดียวที่อยู่ในตลาดมากว่า 60 ปี ขณะที่แบรนด์อื่นๆ ที่เคยทำตลาดมาก่อนหน้าค่อยๆ ถอนตัวออกจากตลาด หลังการเข้ามาบุกตลาดของแบรนด์ต่างประเทศ และสามารถทำการตลาดจนแบรนด์มีความแข็งแรง และเป็นหนึ่งตลาดที่ผู้นำมี Brand Loyalty ที่ค่อนข้างแข็งแรงอย่างมาก  ​</p>
<p>การรีแบรนด์ของม้าขาวในครั้งนี้ มาพร้อมสินค้าเรือธงคือ <strong>&#8216;ม้าขาวเรียลคาไลน์&#8217; (Realkaline)</strong> เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในตลาดถ่านอัลคาไลน์ ด้วยจุดแข็งคือคุณภาพที่เทียบเท่าแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์ผู้นำตลาด แต่วางราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าราว 60% เพื่อต้องการ Set Standard ตลาดถ่านไฟฉายของไทย ให้กับมาอยู่ในจุดที่สมเหตุสมผล เนื่องจากมองว่า <em><strong>โครงสร้างด้านราคาในปัจจุบันมีความบิดเบือน และแพงเกินไป เป็นการซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภคคนไทย ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง​มาก ทำให้สามารถขายในราคาที่สมเหตุสมผลได้มากขึ้น​กว่าที่เป็นอยู่  </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28053 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/INFO1.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><em>&#8220;สิ่งสำคัญคือการ Educate ตลาด ผ่านการให้ข้อมูลจากแบรนด์ พร้อมทั้งทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้ทดลองใช้ <strong>&#8216;​ม้าขาวเรียลคาไลน์&#8217;</strong> ซึ่งคุณภาพไม่แตกต่างจากแบรนด์ที่มีอยู่ เพราะใช้มาตรฐานเดียวกับโรงงานของบริษัทที่มีการผลิตเพื่อส่งออกไปทำตลาดในใกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ราคาถูกกว่า ทำให้ผู้บริโภคคนไทยมีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น โดยจำหน่ายในราคาพิเศษ 2 แพ็ก เพียง 30 บาท 4 แพ็ค 55 บาท  </em><em>ซึ่งราคาไม่แตกต่างจากถ่านแมงกานีสของแบรนด์ต่างประเทศที่ทำตลาดอยู่ เชื่อว่าหากผู้บริโภคมีโอกาสได้ทดลองใช้ และรับรู้ได้ถึงคุณภาพที่ไม่แตกต่าง จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อ จากการยึดติดจากแบรนด์มาเป็นแบรนด์ที่มีความคุ้มค่ากว่า ทำให้สุดท้ายแล้ว อาจจะทำให้โครงสร้างด้านราคาในตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/INFO2.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>หากภารกิจของม้าขาวสำเร็จ นอกจากโครงสร้างราคาตลาดถ่านอัลคาไลน์ในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อว่าสัดส่วนการใช้ถ่านอัลคาไลน์ในประเทศก็จะเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนในตลาดราว 20-30% ขณะที่​ตลาดส่วนใหญ่กว่า​ 70% ยังเป็นกลุ่มแมงกานีส เนื่องจาก ระดับราคาที่แตกต่างกันมาก แต่หากมีแบรนด์อัลคาไลน์ที่มีราคาใกล้เคียงแมงกานีสมากขึ้น ก็เชื่อว่าจะทำให้สัดส่วนการใช้งานอัลคาไลน์เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับในหลายๆ ตลาด เช่นในยุโรป หรือ อเมริกาที่สัดส่วนกว่า 80-90% เป็นตลาดอัลคาไลน์เกือบทั้งหมดแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28049 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ม้าขาววางเป้าหมายหลังการรีแบรนด์ และ Educated ตลาด ด้วยการมีส่วนแบ่งในตลาดที่คาดว่าจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ที่ราว 10% หรือมียอดขายได้กว่า 300 ล้านบาท ผ่านช่องทางขายสำคัญคือ ออนไลน์ เพื่อสามารถใช้กลยุทธ์ Story Telling เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากทดลองใช้และสามารถสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้ทันที รวมทั้งการทำโปรโมชั่นร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อลดกำแพงด้านราคาจัดส่ง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกำแพงสำคัญ ควบคู่ไปกับช่องทางออฟไลน์ผ่านร้านค้าปลีกอย่างเจ้เล้ง ศูนย์หนังสือจุฬา หรือช่องทางร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการมีรถ Cash Van ที่ทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังช่องทางร้านโชว์ห่วยทั่วประเทศเพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>ถ่านไฟฉายม้าขาว ยังสามารถก้าวข้ามจากการที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้ามีพิษ มาเป็นหนึ่งสินค้า Green Product ตามมาตรฐานของยุโรป</strong> ​โดยผลิตขึ้นในโรงงานในประเทศจีนซึ่งได้มาตรฐานระดับ ​<strong>World Class Factory</strong> และสามารถส่งออกไปจำหน่ายได้ทั่วโลกรวมทั้งในยุโรปและอเมริกา​​ <strong>จากการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตทำให้ถ่านม้าขาวไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก ขณะที่บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ก็มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> เช่น การใช้กระดาษจากป่าปลูกโดยไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า (FSC) ส่วนที่เป็นพลาสติกก็จะใช้มาตรฐาน PET Grade ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Food Grade ที่ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง และสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% จึงนับเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตตามกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นหนึ่งสินค้ารักษ์โลกได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในอนาคตมีแนวคิดการจัดการถ่านหลังการใช้งานของผู้บริโภค มาต่อยอดในเชิงแบรนดิ้ง หรือการทำ CSR เช่น การทำเป็นชิ้นงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ม้าขาว เพื่อนำมาตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ หรือนำมาประกอบเป็นโครงสร้างในการทำโต๊ะเรียนให้โรงเรียนต่างๆ เป็นต้น ซึ่งยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องมีการศึกษาแนวทางในการปฏิบัติต่อไปในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28051 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Standard-.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/">ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
