<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Business &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/business/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 01 Oct 2026 14:51:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Business &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี จาก “ประกันสุขภาพเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยม อีลิท เฮลท์ พลัส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ในงาน BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/10/mtl-product-of-the-year-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Oct 2026 14:51:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Elite Health Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Insurance]]></category>
		<category><![CDATA[MTL]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Thai Life]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุธี โมกขะเวส]]></category>
		<category><![CDATA[นุรักษ์ มาประณีต]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อีลิท เฮลท์ พลัส]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทยประกันชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44615</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ขึ้นรับรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี  ประเภทผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยม จากผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองสุขภาพ “อีลิท เฮลท์ พลัส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7  จากงาน “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026”  จัดโดย นิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ประธานในพิธีเป็นผู้มอบรางวัล งานจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม โรงแรมจูบิลี่ เพรสทีจ โฮเทล รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ สำหรับการมอบรางวัลในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด  “The Next Generation Mainstream” เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/mtl-product-of-the-year-2026/">เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี จาก “ประกันสุขภาพเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยม อีลิท เฮลท์ พลัส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ในงาน BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)</strong>  ขึ้นรับรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี  ประเภท<strong>ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยม จากผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองสุขภาพ “อีลิท เฮลท์ พลัส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>7</strong>  จากงาน <strong>“</strong><strong>BUSINESS</strong><strong>+ </strong><strong>PRODUCT OF THE YEAR AWARDS </strong><strong>202</strong><strong>6</strong><strong>”</strong>  จัดโดย นิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี <strong>ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี</strong> ประธานในพิธีเป็นผู้มอบรางวัล งานจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม โรงแรมจูบิลี่ เพรสทีจ โฮเทล รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ</p>
<p><span id="more-44615"></span></p>
<p>สำหรับการมอบรางวัลในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด  <strong>“</strong><strong>The Next Generation Mainstream</strong><strong>”</strong> เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการ ที่มีความโดดเด่นและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค โดยคัดเลือกผ่านกระบวนการวิจัยตลาดที่เข้มข้นโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและการสำรวจความคิดเห็นจากผู้บริโภคที่สะท้อนถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความโดดเด่น และได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง อีกทั้งรางวัลดังกล่าวยังเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจขององค์กรธุรกิจ ตลอดจนเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในอนาคต</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44617 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/MTL2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยความคุ้มครองสุขภาพ  <strong>“อีลิท เฮลท์ พลัส (</strong><strong>Elite Health Plus</strong><strong>)” </strong>โดดเด่นด้วยการเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยยกระดับความคุ้มครองให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ด้วยความคุ้มครองที่ยาวจนถึง         วัยเกษียณ ครอบคลุมการรักษาด้วยวงเงินความคุ้มครองสูง ผู้เอาประกันภัยซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามต้องการ เลือกวงเงินเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 20-100 ล้านบาทต่อปี คุ้มครองทั้งโรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ ครอบคลุมการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) ตามแผนความคุ้มครองที่ลูกค้าเลือก  รวมถึงการฟอกไต การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการเคมีบำบัด และแบบ Targeted Therapy ให้ลูกค้ามั่นใจในการเข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การวินิจฉัยโรคแบบ CT Scan และ MRI โดยไม่ต้องแอดมิต หรือกรณีเจ็บป่วยต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยห้องเดี่ยวมาตรฐานได้ทุกโรงพยาบาล  หรือค่าห้องเดี่ยวพิเศษ 10,000 – 25,000 บาทต่อวัน และห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) เหมาจ่ายตามจริง รวมสูงสุด 365 วัน เข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั่วไทย หรืออยากรักษาที่ไหน สามารถเลือกพื้นที่ความคุ้มครองได้จาก 4 พื้นที่ทั่วโลก สมัครได้ตั้งแต่อายุ 11<span style="text-decoration: line-through;">&#8211;</span> 90 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี</p>
<p>อีกทั้งยังสามารถพลัสความคุ้มครองเพิ่มได้ตามต้องการ อาทิ ความคุ้มครองการคลอดบุตร พลัส (Maternity Plus) และสุขภาพดี พลัส (Well-Being Plus) ซึ่งประกอบด้วย ตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน  ค่ารักษาทางทันตกรรม ค่ารักษาทางสายตา ก็พลัสเพิ่มได้ตามความต้องการอีกด้วย ทั้งนี้เงื่อนไขรายละเอียดต่าง ๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/mtl-product-of-the-year-2026/">เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี จาก “ประกันสุขภาพเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยม อีลิท เฮลท์ พลัส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ในงาน BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2025 02:43:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Food]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi Holding]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Shabu-shabu]]></category>
		<category><![CDATA[Shabu-Shabu Sushi Destination]]></category>
		<category><![CDATA[SHABUSHI]]></category>
		<category><![CDATA[Sky -Nani]]></category>
		<category><![CDATA[Social Bonding Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบู – ชาบู]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ศสัย ตังเดชะหิรัญ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36564</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการทำความเข้าใจอินไซต์ และมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นับจากเริ่มแนะนำตัวต่อผู้บริโภค ผ่านการให้บริการสาขาแรกมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงวันนี้ โมเมนตัมของ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงไม่เคยหยุดนิ่ง และ​สามารถเสิร์ฟสิ่งใหม่ให้ตลาดและผู้บริโภคได้อยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่เริ่มทักทายตลาดด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในรูปแบบ &#8216;บุฟเฟต์บนสายพาน&#8216; ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ตอบโจทย์ได้​​ทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งการเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลก จนถึงการพัฒนาแคมเปญการตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นเด็ดๆ ​ที่ตกผลึกจากการทำความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเหตุผล​ให้ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน Beyond Restaurant สู่ Social Bonding Platform  ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มหลักในปัจจุบันอย่าง GenZ ที่มีความ​แตกต่างไปจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า ทั้งวิธีคิด ความชื่นชอบ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรม ​โดยจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ​และ​ให้ความสำคัญกับเพื่อน รวมทั้งชื่นชอบ​การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ  จึงเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่ต้องปรับตัว ปรับวิธีคิด เพื่อสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ นำมาสู่การขยับครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี ของชาบูชิ​ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กับการรีเฟรชแบรนด์ พร้อมเปิดตัว &#8216;สกาย วงศ์รวี นทีธร – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/">ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการทำความเข้าใจอินไซต์ และมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นับจากเริ่มแนะนำตัวต่อผู้บริโภค ผ่านการให้บริการสาขาแรกมาตั้งแต่ปี 2544</p>
<p><span id="more-36564"></span></p>
<p>มาถึงวันนี้ โมเมนตัมของ<strong> &#8216;ชาบูชิ&#8217;</strong> ยังคงไม่เคยหยุดนิ่ง และ​สามารถเสิร์ฟสิ่งใหม่ให้ตลาดและผู้บริโภคได้อยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่เริ่มทักทายตลาดด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในรูปแบบ &#8216;<strong>บุฟเฟต์บนสายพาน</strong>&#8216; ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ตอบโจทย์ได้​​ทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งการเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลก จนถึงการพัฒนาแคมเปญการตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นเด็ดๆ ​ที่ตกผลึกจากการทำความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเหตุผล​ให้ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/13_Menu.jpg" alt="" width="711" height="800" /></p>
<p><strong>Beyond Restaurant สู่ Social Bonding Platform </strong></p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มหลักในปัจจุบันอย่าง GenZ ที่มีความ​แตกต่างไปจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า ทั้งวิธีคิด ความชื่นชอบ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรม ​โดยจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ​และ​ให้ความสำคัญกับเพื่อน รวมทั้งชื่นชอบ​การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ  จึงเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่ต้องปรับตัว ปรับวิธีคิด เพื่อสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้</p>
<p>นำมาสู่การขยับครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี ของชาบูชิ​ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กับการรีเฟรชแบรนด์ พร้อมเปิดตัว<strong> &#8216;สกาย วงศ์รวี นทีธร – นานิ หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ&#8217; </strong>ซึ่งถือเป็นการใช้พรีเซ็นเตอร์คู่แรกของแบรนด์  สะท้อนความเป็น <strong>&#8216;เพื่อน</strong>&#8216; ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วย​ Emotional Experience  ช่วยตอกย้ำจุดแข็งและแนวคิดหลักของแบรนด์ <strong> &#8216;รสชาติความสุขไม่สิ้นสุด&#8217;</strong> (Good Taste Great Time Never End) รวมทั้งสะท้อนถึง 2 ส่วนผสมสำคัญ​​ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของชาบูชิ ทั้ง ชาบู-ชาบู และซูชิ ​พร้อมด้วยแคมเปญ <strong>&#8216;ชาบูชิ x สกาย – นานิ: ALL YOU CAN กรี๊ด ฟินสุดกรี๊ด ยิ่งอีทยิ่งฟิน&#8217;</strong> มาช่วยเติมเต็มประสบการณ์มากกว่าความอิ่มอร่อย ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายอย่างดี</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/05_Design-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​ถือเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองแบรนด์ชาบูชิมุมใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่ในการเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ และเสิร์ฟได้มากกว่าแค่ความอิ่มอร่อย แต่สามารถแชร์​ความสุข ประสบการณ์ร่วม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในทุกโมเมนต์ของลูกค้า สะท้อนมุมมองของแบรนด์ที่​​​คิดมากกว่าแค่ในระดับทางการตลาด แต่เป็นการเข้าใจไปถึงเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก พร้อมการออกแบบประสบการณ์เพื่อส่งมอบให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และอยากกลับมาใช้บริการได้อีกครั้ง</p>
<p><strong>เสิร์ฟดีไซน์ใหม่ ตอกย้ำ &#8216;จุดหมายปลายทาง&#8217; ชาบู-ชาบู และซูชิ </strong></p>
<p>นอกจากความแข็งแรง​ในการตอบโจทย์ <strong>Emotional Experience</strong> ในเชิงวิธีคิดและกลยุทธ์ของแบรนด์แล้ว ชาบูชิ ยังไม่ลืมที่จะตอบโจทย์ประสบการณ์​​ด้าน<strong>​ Physical Experience</strong> ที่สามารถจับต้องได้ผ่านการยกระดับดีไซน์ร้านในรูปแบบใหม่ เน้นความ​ทันสมัยและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคปัจจุบัน โดยออกแบบ​ในโทนสีขาว เน้นความโปร่งโล่ง สะอาด พร้อมกราฟิกแนวญี่ปุ่นร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสนุก สดใส และทันสมัย สอดคล้องบุคลิกแบรนด์ที่มีความสดใส มีชีวิตชีวา และพร้อมที่จะสร้างแรงบันดาลใจในทุกโมเมนต์ของการใช้เวลาในร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36579 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/07_Sasai-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณ​ศสัย ตังเดชะหิรัญ </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ชาบูชิได้นำร่องเผยโฉมดีไซน์ใหม่สาขาแรกให้เห็นไปแล้วที่  &#8216;ชาบูชิ สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์&#8217; ​​​รวมทั้งทยอยเปิดตัวดีไซน์ใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้ง กทม. และหัวเมืองหลักใน​ต่าง​จังหวัด ประกอบด้วย ​สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น,  สาขามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน, สาขาเกทเวย์ เอกมัย, ​​สาขาเซ็นทรัล พัทยา และสาขาเซ็นทรัล ศาลายา ​ทำให้​ปัจจุบันมีชาบูชิ​สาขาที่เป็นดีไซน์ใหม่ให้บริการแล้วรวม 6 สาขา</p>
<p>พร้อมตั้งเป้าจะขยายเพิ่มเติมให้ครบ 10 สาขา ภายในปีนี้ โดยอีก 4 สาขาที่เตรียมเปิดให้บริการเพิ่มเติม ได้แก่  สาขา​เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า,​ สาขาเซ็นทรัล นครศรีธรรม, สาขาจังซีลอน ภูเก็ต และ​สาขาโลตัส บ้านบึง ซึ่งโลเกชั่นที่จะขยายเพิ่มเติม จะเน้นขยายในศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าชั้นนำขนาดใหญ่ของแต่ละพื้นที่  เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าได้หลากหลาย เพิ่มการช่วย​สร้างภาพจำใหม่ของแบรนด์​ให้มีความชัดเจนได้ในระดับประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36580 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/06_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36588 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/14_เมนูชาบูชิซีคอนฯศรีนครินทร์ชั้น-G.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การปรับ​ร้านสู่ดีไซน์ใหม่ของชาบูชิ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมากกว่าความอร่อย ​พร้อมย้ำภาพความตั้งใจในการเสิร์ฟ ‘รสชาติความสุขไม่สิ้นสุด’ โดย​ไฮไลท์ที่ทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างได้มากขึ้น คือ การนำเสนอ <strong>Sushi-Master Station </strong>ในรูปแบบครัวเปิด ด้วยการปั้นซูชิสดใหม่ แบบคำต่อคำ พร้อมช่วยเพิ่มมิติของประสบกาณณ์ (Visual Experience) ที่สามารถแชร์ความประทับใจผ่านโซเชียล และสร้างคอนเทนต์ใน​ระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์พิเศษร่วมกับคนพิเศษ ทั้งเพื่อน และครอบครัว (Great Moment)&#8221;</em></p>
<p><strong>การปรับตัวอย่างต่อเนื่องของชาบูชิ ตอกย้ำการเป็น Social Bonding และจุดแข็งในการเป็น Destination สำหรับนักกินที่ชื่นชอบชาบู-ชาบู และซูชิ</strong> โดยเฉพาะซูชิ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพระเอกของร้านชาบูชิให้เข้ามามีบทบาทในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากยิ่งขี้น ​ผ่านการเสิร์ฟซูชิคุณภาพเยี่ยมและหลากหลาย​​รวมกว่า 30 รายการ ช่วยยกระดับประสบการณ์ซูชิเพิ่มขึ้นในอีกระดับ รวมทั้ง​การเพิ่มทางเลือกจากองค์ประกอบอื่นๆ ภายในร้าน ทั้งสเตชั่นซอส ที่สามารถผสมสูตรได้ตามชอบ สเตชั่นอาหารทานเล่น ที่วางไว้ในตู้อุ่นเพื่อคงความสดใหม่พร้อมเสิร์ฟ และสเตชั่นของหวาน ที่เพิ่มเมนูใหม่อย่างคากิโกริ หรือน้ำแข็งใสสไตล์ญี่ปุ่น และทอปปิ้งหลากหลาย พร้อมเมนูเครื่องดื่มที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ได้ทุกครั้งที่กลับเขามาใช้บริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/11_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36581 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/03_Design-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การปรับตัวอย่างต่อเนื่องของชาบูชิ ​​เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์สู่​​การเติบโตได้อย่างยั่งยืน​ ผ่านการส่งมอบความสุข และประสบการณ์ที่ดีร่วมไปกับผู้บริโภค​ในทุกช่วงเวลา  ตอกย้ำถึงความเป็นมิตรที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความคุ้นเคยกันแล้ว หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักกับแบรนด์ ​​​<strong>การขับเคลื่อนสู่ภาพลักษณ์ใหม่ของชาบูชิในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่​หนึ่งหมุดหมายของการรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้ แต่ยังเป็นการวางกลยุทธ์เพื่อเพิ่มพลังให้แบรนด์สามารถ Next Step สู่การพัฒนาแบรนด์ในยุคใหม่ และ​บรรลุเป้าหมายในการเป็นแบรนด์อันดับแรกในใจ (Top of Mind)</strong> เมื่อผู้บริโภคนึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ชาบู -ชาบู และซูชิ (Shabu-Shabu Sushi Destination) ที่สามารถเสิร์ฟได้มากกว่าแค่ความอร่อย แต่สามารถมอบ <strong>&#8216;รสชาติแห่งความสุขที่ไม่มีวันสิ้นสุด&#8217;</strong> ไปได้พร้อมกัน เพราะใน</em><em>โลกที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนคือแบรนด์ที่กล้าก้าวไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</em><em>&#8220;</em> คุณศสัย กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36584 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/01_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/">ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โออิชิ รุกต่างประเทศ !!! พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ ภายใต้แบรนด์ “โอโยชิ อีทโตะ” เจาะตลาดอาเซียน – ยุโรป</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/oyoshi-eato-expand-global-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Jul 2025 08:25:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[OYOSHI EATO]]></category>
		<category><![CDATA[Ready to Cook]]></category>
		<category><![CDATA[Ready to Eat]]></category>
		<category><![CDATA[RTE]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศสัย ตังเดชะหิรัญ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารพร้อมปรุง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารพร้อมรับประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[โอโยชิ อีทโตะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34479</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่อาหารไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรสชาติ แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และตัวตนของผู้บริโภคทั่วโลก “โออิชิ” ในฐานะผู้นำและสร้างสรรค์ธุรกิจอาหารสไตล์ญี่ปุ่นในประเทศไทย จึงเดินหน้าสร้างการเติบโต พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ และต่อยอดแบรนด์อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทาน ภายใต้แบรนด์ส่งออก “โอโยชิ อีทโตะ” (OYOSHI EATO) เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งแสวงหาประสบการณ์รสชาติใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น แตกต่าง และมีเรื่องราว ศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปฯ ของโออิชิ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศเท่านั้น แต่คือการส่งต่อเรื่องราวและวัฒนธรรมอาหารไทยในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย โดยผ่านมุมมองของอาหารญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่นิยมในระดับโลก เราเชื่อว่าการผสมผสานเอกลักษณ์ของสองวัฒนธรรมนี้ จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ไทยในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน” ล่าสุด โออิชิ ได้เปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ส่งออก “โอโยชิ อีทโตะ” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการออกแบบสินค้าให้มีความแตกต่าง มีนวัตกรรมในรสชาติ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคสากลได้อย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสองยังสอดคล้องกับเทรนด์การบริโภคสำคัญ ได้แก่ Convenience-Driven (ผู้บริโภคที่มองหาความสะดวกในการบริโภค), Health-Conscious (ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและโภชนาการ), และ Experience-Seeking (ผู้ที่แสวงหาประสบการณ์รสชาติใหม่จากทั่วโลก) ได้อย่างครอบคลุม &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/oyoshi-eato-expand-global-market/">โออิชิ รุกต่างประเทศ !!! พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ ภายใต้แบรนด์ “โอโยชิ อีทโตะ” เจาะตลาดอาเซียน – ยุโรป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในยุคที่อาหารไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรสชาติ แต่ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และตัวตนของผู้บริโภคทั่วโลก “โออิชิ” ในฐานะผู้นำและสร้างสรรค์ธุรกิจอาหารสไตล์ญี่ปุ่นในประเทศไทย จึงเดินหน้าสร้างการเติบโต พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ และต่อยอดแบรนด์อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทาน</strong></p>
<p><span id="more-34479"></span></p>
<p><strong> ภายใต้แบรนด์ส่งออก “โอโยชิ อีทโตะ” (</strong><strong>OYOSHI EATO) </strong><strong>เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งแสวงหาประสบการณ์รสชาติใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น แตกต่าง และมีเรื่องราว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34484 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/03_ศสัย-ตังเดชะหิรัญ-โออิชิ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด</strong> กล่าวว่า “การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปฯ ของโออิชิ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศเท่านั้น แต่คือการส่งต่อเรื่องราวและวัฒนธรรมอาหารไทยในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย โดยผ่านมุมมองของอาหารญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่นิยมในระดับโลก เราเชื่อว่าการผสมผสานเอกลักษณ์ของสองวัฒนธรรมนี้ จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ไทยในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน”</p>
<p>ล่าสุด โออิชิ ได้เปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ส่งออก “<strong>โอโยชิ อีทโตะ</strong>” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการออกแบบสินค้าให้มีความแตกต่าง มีนวัตกรรมในรสชาติ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคสากลได้อย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสองยังสอดคล้องกับเทรนด์การบริโภคสำคัญ ได้แก่ Convenience-Driven (ผู้บริโภคที่มองหาความสะดวกในการบริโภค), Health-Conscious (ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและโภชนาการ), และ Experience-Seeking (ผู้ที่แสวงหาประสบการณ์รสชาติใหม่จากทั่วโลก) ได้อย่างครอบคลุม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34482 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/04_โอโยชิ-อีทโตะ-เกี๊ยวซ่า-สยาม-เอสเซนส์.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; โอโยชิ อีทโตะ เกี๊ยวซ่า &#8220;สยาม เอสเซนส์&#8221; (</strong><strong>OYOSHI EATO Siam Essence Gyoza)</strong> นวัตกรรมเกี๊ยวซ่าสไตล์ญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดเสน่ห์รสชาติไทย ผ่าน 5 ไส้เมนูยอดนิยม ได้แก่ แกงแดง แกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ และไก่สะเต๊ะ เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม “Adventurous Foodies” ที่มองหาประสบการณ์ใหม่จากวัตถุดิบและรสชาติที่มีเอกลักษณ์</p>
<p><strong>&#8211; โอโยชิ อีทโตะ &#8220;มินิ พัฟเฟลตส์&#8221; (</strong><strong>OYOSHI EATO Mini Pufflets)</strong> ขนมแป้งทอดกรอบไส้หวาน ขนาดพอดีคำ มาพร้อม 4 รสชาติ ได้แก่ ช็อกโกบานาน่า แอปเปิ้ล สับปะรด และเผือกมะพร้าว ออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่ม “Premium Snacking” ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดยุโรป โดยเน้นความสะดวก อร่อย และคุณภาพสูงในทุกมื้อว่าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34483 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/06_โอโยชิ-อีทโตะ-มินิ-พัฟเฟลตส์.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p>ในเชิงกลยุทธ์ โออิชิ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าสำหรับส่งออกที่มีความพร้อมทั้งด้านมาตรฐานการผลิตระดับสากล เช่น GMP, HACCP, และ BRC ควบคู่กับการวิจัยเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดเป้าหมาย เพื่อให้สามารถปรับแต่งรสชาติ บรรจุภัณฑ์ และช่องทางจัดจำหน่ายได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนและยุโรป ซึ่ง โออิชิ ได้เริ่มวางรากฐานและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ และสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเตรียมขยายสู่ตลาดใหม่ในลำดับถัดไป</p>
<p><em>“การแข่งขันในตลาดอาหารโลกยุคใหม่ ไม่ได้วัดกันแค่รสชาติเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงความเข้าใจในบริบทของผู้บริโภค และความสามารถในการนำเสนอสินค้าให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้บริโภคอยากจดจำ ซึ่งทั้งหมดนี้คือแนวทางที่เรากำลังขับเคลื่อน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับแบรนด์ไทยในเวทีโลก”</em> <strong>ศสัยฯ</strong> กล่าวปิดท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34481 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/01_ศสัย-ตังเดชะหิรัญ-โออิชิ.jpg" alt="" width="623" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การเติบโตของธุรกิจอาหารสำเร็จรูปฯ ยังถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของกลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด ที่นอกจากจะบริหารแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำหลากหลายประเภทแล้ว ยังเดินหน้าพัฒนาสินค้าอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทานอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ พร้อมต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่น สู่ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารที่คนไทยภาคภูมิใจ และตลาดโลกยอมรับ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/oyoshi-eato-expand-global-market/">โออิชิ รุกต่างประเทศ !!! พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ ภายใต้แบรนด์ “โอโยชิ อีทโตะ” เจาะตลาดอาเซียน – ยุโรป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ ทุ่ม 1.6​ พันล้านบาท เร่งขยายครบ​ 1 พันสาขา วางกลยุทธ์ T-O-P-S เติม &#8216;ประสบการณ์ + ความยั่งยืน&#8217; ​สู่ Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/tops-truly-world-class-omni-channel-lifestyle-food-retail/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Aug 2024 12:22:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[12 Journeys to Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Brick & Mortar]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[Food Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Joy-venience Store]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[supermarket]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[T-O-P-S]]></category>
		<category><![CDATA[Topster]]></category>
		<category><![CDATA[Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปสเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์ ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์ เดลี่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มัทสึคิโยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สเตฟาน คูม]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28186</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท็อปส์ ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ใหม่ “Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail” พร้อมเผยผลประกอบการ​ครึ่งแรกของปี 2567 มียอดการใช้บริการที่ร้าน (Ticket Counts) เติบโต 11% และจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 10% เทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าลงทุนเพิ่มกว่า 1.6 พันล้านบาท ขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่อง เพื่อเป็น​ผู้นำซูเปอร์มาร์เก็ตเชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ด้วยจำนวนสาขารวมกว่า 1,000 แห่ง ภายในปี 2570 มร.สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ความสำเร็จตลอด​ 28 ปีที่ผ่านมา ท็อปส์มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจฟู้ดรีเทล เคียงข้างสังคมไทย โดยยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ พร้อม​​เดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกยุค และสามารถครองความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกกลุ่มฟู้ดในประเทศไทยมา​ยาวนาน โดยมี​ความสำเร็จที่ผ่านมา อาทิ &#8211; First-in &#38; Exclusive: ผู้นำเทรนด์ตลาดค้าปลีกกลุ่มฟู้ดรูปแบบใหม่ๆ และการจำหน่ายสินค้านำเข้าภายใต้เอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ &#8211; Truly World-Class: ผู้นำด้านการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/tops-truly-world-class-omni-channel-lifestyle-food-retail/">ท็อปส์ ทุ่ม 1.6​ พันล้านบาท เร่งขยายครบ​ 1 พันสาขา วางกลยุทธ์ T-O-P-S เติม &#8216;ประสบการณ์ + ความยั่งยืน&#8217; ​สู่ Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท็อปส์ ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ใหม่ <strong>“Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail” </strong>พร้อมเผยผลประกอบการ​ครึ่งแรกของปี 2567 มียอดการใช้บริการที่ร้าน (Ticket Counts) เติบโต 11% และจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 10% เทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าลงทุนเพิ่มกว่า 1.6 พันล้านบาท ขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่อง เพื่อเป็น​ผู้นำซูเปอร์มาร์เก็ตเชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ด้วยจำนวนสาขารวมกว่า 1,000 แห่ง ภายในปี 2570</p>
<p><span id="more-28186"></span></p>
<p><strong>มร.สเตฟาน คูม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ความสำเร็จตลอด​ 28 ปีที่ผ่านมา ท็อปส์มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจฟู้ดรีเทล เคียงข้างสังคมไทย โดยยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ พร้อม​​เดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกยุค และสามารถครองความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกกลุ่มฟู้ดในประเทศไทยมา​ยาวนาน โดยมี​ความสำเร็จที่ผ่านมา อาทิ</p>
<p><strong>&#8211; First-in &amp; Exclusive</strong>: ผู้นำเทรนด์ตลาดค้าปลีกกลุ่มฟู้ดรูปแบบใหม่ๆ และการจำหน่ายสินค้านำเข้าภายใต้เอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์</p>
<p><strong>&#8211; Truly World-Class</strong>: ผู้นำด้านการ เฟ้นหาสินค้าคุณภาพที่ครบครันที่สุด ผ่านการคัดสรรอย่างดีทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ รวมกว่า 50,000 รายการ</p>
<p><strong>&#8211; Omni-Channel Excellence:</strong> ผู้นำด้านการพัฒนารูปแบบร้านในหลากหลายโมเดลและช่องทางการจำหน่าย</p>
<p><strong>&#8211; First Loyalty Program in Thailand</strong>: ผู้นำธุรกิจค้าปลีกรายแรกของเมืองไทยที่พัฒนาระบบลอยัลตี้โปรแกรม เพื่อเข้าถึงทุกความต้องการของลูกค้าและนำเสนอสิทธิประโยชน์ได้อย่างตรงใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28194 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Tops2.jpg" alt="" width="1200" height="693" /></p>
<p>ขณะที่แผน​ขับเคลื่อนธุรกิจจากนี้ จะเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง เพื่อสามารถเข้าถึงลูกค้า​ได้ครอบคลุม ผ่านสาขาที่มีทุกฟอร์แมตรวมกันกว่า 730 แห่ง​​ ทั้งท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ 20 สาขา, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 150 สาขา , ท็อปส์ เดลี่ 520 สาขา, ท็อปส์ ไวน์ เซลล่าร์​ 10 สาขา และ มัทสึคิโยะ อีก 25 สาขา โดยมีแผนท้ังการขยายสาขาและอัพเกรดสาขาในแต่ละปีที่ราว 100 สาขา และมีสาขารวมถึง 1 พันแห่งในปี 2570 โดย​ปีที่ผ่านมา​ได้​รีแบรนด์และปรับโฉม​​ท็อปส์ เดลี่ มินิซูเปอร์มาร์เก็ต ทั่วประเทศโดยออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์​ลูกค้า​แต่ละพื้นที่ผ่านแนวคิด Joy-venience Store ​พร้อม​​พัฒนาแพลตฟอร์มออมนิแชแนลให้​สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าได้มาก​ขึ้น</p>
<p><em>&#8220;เราวางเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 8% ต่อเนื่องตลอด​ 4 ปี (พ.ศ. 2567-2570)  เพื่อเป้าหมาย​เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเชน​ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยสาขารวมมากกว่า 1,000 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2570 ​พร้อมตั้งเป้าลงทุนในปีนี้ที่กว่า 1.6 พันล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนสู่  <strong>Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail</strong> ผ่าน 4 กลยุทธ์​สำคัญ หรือ<strong> T-O-P-S</strong> เพื่อเติมเต็มประสบการ​ณ์ในแต่ละมิติอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพ ความสามารถในการเข้าถึงได้ทุกช่องทาง ความหลากหลายของกลุ่มสินค้า รวมทั้งการขับเคลื่อนความยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญที่ธุรกิจในปัจจุบันไม่สามารถมองข้ามได้&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28190 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/TOPS1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับรายละเอียด​การขับเคลื่อนกลยุทธ์แต่ละมิติ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; T : Truly World Class:</strong> ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เหนือกว่าและแตกต่าง ด้วยสินค้าคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 80 ประเทศ 210 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก นำเสนอให้ลูกค้า​ในที่เดียว พร้อมมุ่ง​สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มเกษตรกรเพื่อพัฒนาสินค้าคุณภาพ พร้อมกิจกรรมการตลาดใหม่ๆ เพื่อโปรโมทสินค้าจากประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย ให้ลูกค้าได้ค้นพบประสบการณ์การซื้อสินค้าจากทั่วทุกมุมโลกได้ในที่เดียวที่ท็อปส์</p>
<p><strong>&#8211; O : Omni-Channel:</strong>  ประสบการณ์ช้อปสะดวกแบบไร้รอยต่อ แบบ Whenever, Wherever ผ่านช่องทางออมนิแชแนล ที่สะดวก ครบ จบได้ในทุกช่องทาง ทั้ง​ร้านค้าแบบมีหน้าร้าน (Brick &amp; Mortar store) ที่เปิดให้บริการ​ใน 46 จังหวัด รวมกว่า 700 แห่งท่ัวประเทศ ​ควบคู่​การพัฒนาแพลตฟอร์มออมนิแชแนล  และการพัฒนาช่องทาง​ขนส่งผ่านแพลตฟอร์มดิลิเวอรีรายใหญ่ของประเทศ และบริการท็อปส์ ออนไลน์ บริการผู้ช่วยช้อปส่วนตัว หรือ Personal Shopper หรือช่องทางโซเชียลอย่าง Tik Tok เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; P : Pleasure:</strong>  ประสบการณ์ที่ดีจากความหลากหลายของสินค้าทั้ง 14 กลุ่มสินค้า (14 Wonders) อาทิ สินค้าผักและผลไม้ (Fruits &amp; Vegs) ​ ขนมขบเคี้ยว (Snackers) ​ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์​, ไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ (Wine &amp; Spirits) นำเข้าจากแหล่งผลิต​ชั้นดีจากทั่วโลก รวมทั้งกลุ่มสินค้า Own Brand และเอ็กซ์คลูซีฟไอเท็ม Only at Tops รวมกว่า 300 รายการ ซึ่งมาพร้อม​กลยุทธ์สร้างความประทับใจ​ผ่านบริการชั้นเลิศ​​ Yes! Topster ยกระดับมาตรฐาน​บริการ​ พร้อม​​ประยุกต์นวัตกรรม​ AI โซลูชัน ที่ทันสมัย รับเทรนด์การเปลี่ยนแปลง</p>
<p><strong>&#8211; S : Sustainability:</strong> ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนทุกๆ มิติ  สานต่อโครงการ “<strong>Small Acts Together</strong>” เพื่อ​บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยสนับสนุนให้ทั้งคู่ค้าและลูกค้า​เข้ามามีส่วนร่วมในการทำให้โลกน่าอยู่และยั่งยืน สอดคล้อง​กลยุทธ์ <strong>​ReNEW </strong>ของเซ็นทรัล รีเทล และสะท้อนปรัชญา​​ธุรกิจ<strong>​ CRC Care​ </strong>ผ่านการขับเคลื่อน​แผนงาน <strong>12 Journeys to Net Zero</strong> เพื่อ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่าน 4 แกนสำคัญ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28191 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/12-Journeys-to-Net-Zero.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong> 1. ดูแลฐานราก ผลักดันผู้ผลิต (Curating)</strong> อาทิ ช่วยเหลือเกษตรกรไทย​ผ่านตลาดจริงใจ Farmers’ Market กว่า 11,000 ครัวเรือน สนับสนุน SMEs ไทย ผ่านโครงการท็อปส์ ท้องถิ่นกว่า 200 ราย จาก 29 จังหวัด ปรับใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 40 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><strong>2. หมุนเวียน (Circulating)</strong> ด้วยนโยบายจัดการอาหารส่วนเกิน ลดจำนวนสินค้าใกล้หมดอายุ ส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่ชุมชนรวม 6.2 ล้านมื้อ แปรรูปอาหารส่วนเกินเป็นผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงรวม 10,085 ถุง</p>
<p><strong>3. คิดค้นสร้างสรรค์ (Creating Green Innovation)</strong> อาทิ สร้างความยั่งยืน​ในภาคส่วนโลจิสติกส์ มีแผนขยายการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) รวม 29 คันภายในปีนี้   ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 13,335 ตัน</p>
<p><strong> 4.แบ่งปัน (Contributing)</strong> อาทิ ร่วมสมทบทุนบริจาคให้กับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ในโครงการเด็กทุกคนอ่านได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28195 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/เซ็นทรัล-ฟู้ด-รีเทล-กรุ๊ป-ประกาศแผนขับเคลื่อนธุรกิจ.jpg" alt="" width="643" height="804" /></p>
<p>นอกจากนี้ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 28 ปี ท็อปส์ ได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษสำหรับ Stakeholders ทุกภาคส่วน​ ทั้งลูกค้า​ พนักงาน พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ และชุมชน ภายใต้แนวคิด<strong> “Infinite Happiness เติมพลังสุขไม่สิ้นสุดได้ทุกวัน”</strong> ​มอบความคุ้มค่าด้วยแคมเปญ “สติกเกอร์ แปะปุ๊บลดปั๊บ ลดเลยตามใจคุณ”</p>
<p>สำหรับลูกค้าสมาชิก The1 เพียงซื้อสินค้าครบตามที่กำหนด​ รับสติกเกอร์ส่วนลดทันทีสูงสุด 20% ติดสติกเกอร์บนสินค้าที่ต้องการ รับส่วนลดแบบที่ตนเลือกได้เองทันที สะสมสติกเกอร์ได้ง่ายๆ เพียงซื้อสินค้าครบ 300 บาท/ใบเสร็จ รับสติกเกอร์ส่วนลดสูงสด 10% 1 แผ่น หรือซื้อสินค้าครบ 800 บาท/ใบเสร็จ รับสติกเกอร์ส่วนลดสูงสด 15% 1 แผ่น หรือซื้อสินค้าครบ 1,200 บาท/ใบเสร็จ รับสติกเกอร์ส่วนลดสูงสด 20% 1 แผ่น ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม – 10 กันยายน 2567 ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์  และ ท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัว <strong>“ท็อปสเตอร์” (Topster) </strong>มาสคอตแรกของท็อปส์ ที่จะมาร่วมเป็นตัวแทนส่งมอบความสุขให้กับลูกค้ามอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษนี้</p>
<p><em>“ความสำเร็จในวันนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าท็อปส์เป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและสังคมไทย โดยความสำเร็จนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากปราศจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากพันธมิตร พนักงานทุกคน   ที่ตั้งใจปฎิบัติหน้าที่ด้วยเป้าหมายเดียวกัน ตลอดจนลูกค้าที่เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ท็อปส์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสานต่อภารกิจการส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน ให้สมกับความเป็นผู้นำแห่งธุรกิจฟู้ดค้าปลีกที่ยึดครองใจผู้บริโภค เพื่อมุ่งสู่การเป็น “<strong>Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail”</strong></em> มร.สเตฟาน กล่าวสรุป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/tops-truly-world-class-omni-channel-lifestyle-food-retail/">ท็อปส์ ทุ่ม 1.6​ พันล้านบาท เร่งขยายครบ​ 1 พันสาขา วางกลยุทธ์ T-O-P-S เติม &#8216;ประสบการณ์ + ความยั่งยืน&#8217; ​สู่ Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>30 ปี &#8216;โลตัส&#8217; จากผู้นำ &#8216;กลยุทธ์ราคา&#8217; สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะ Smart Community Center ​และเหตุผลในการเลือก &#8216;กงยู&#8217; มาเป็นของขวัญให้คนไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/lotuss-30th-anniversary-smart-community-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Aug 2024 11:39:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[30 ปี โลตัส]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Price]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Every Day Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Fresh Food Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Gong Yoo]]></category>
		<category><![CDATA[Lotus's]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Personalized]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[SMART Community Center]]></category>
		<category><![CDATA[SMART Life Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Vision 2030. Actions every day.]]></category>
		<category><![CDATA[กงยู]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28124</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉลองครบ 30 ปี พร้อมความสำเร็จในการขับเคลื่อนจาก ซูเปอร์เซ็นเตอร์ที่ได้ใจลูกค้าคนไทยในยุคบุกเบิก ด้วยกลยุทธ์ &#8216;ราคา&#8217; จนปัจจุบัน โลตัส (Lotus’s) ​สามารถ​เติมเต็มไลฟ์สไตล์คนไทยในฐานะ  SMART Community Center หรือ ศูนย์รวมการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทของคนในชุมชน​ ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคปัจจุบันได้มากกว่าแค่เรื่องของราคา แต่ยังเติมเต็มทั้งประสบการณ์ รวมทั้งมุ่งสร้างการเติบโตร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง คุณสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า ​ตลอดการเดินทาง 30 ปี โลตัสไม่หยุดเติมเต็มประสบการณ์การช้อปปิ้ง เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพ พร้อมพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้ลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อมุ่งสู่การเป็น SMART Community Center ศูนย์รวมการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทของคนในชุมชน เช่น ปี 2537 เริ่มดำเนินการสาขาแรกในประเทศไทย ด้วยฟอร์แมท &#8216;โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์&#8216; ที่ซีคอนสแควร์ , ปี 2541 กลุ่มเทสโก้​เข้ามา​บริหารงาน​ , ปี 2546 เปิดตัวแคมเปญลดราคาอย่าง &#8216;โรลแบ็ค&#8217; เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้คนไทย, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/lotuss-30th-anniversary-smart-community-center/">30 ปี &#8216;โลตัส&#8217; จากผู้นำ &#8216;กลยุทธ์ราคา&#8217; สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะ Smart Community Center ​และเหตุผลในการเลือก &#8216;กงยู&#8217; มาเป็นของขวัญให้คนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉลองครบ 30 ปี พร้อมความสำเร็จในการขับเคลื่อนจาก ซูเปอร์เซ็นเตอร์ที่ได้ใจลูกค้าคนไทยในยุคบุกเบิก ด้วยกลยุทธ์ <strong>&#8216;ราคา&#8217;</strong> จนปัจจุบัน <strong>โลตัส (Lotus’s) </strong>​สามารถ​เติมเต็มไลฟ์สไตล์คนไทยในฐานะ  <strong>SMART Community Center</strong> หรือ <strong>ศูนย์รวมการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทของคนในชุมชน​ </strong>ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคปัจจุบันได้มากกว่าแค่เรื่องของราคา แต่ยังเติมเต็มทั้งประสบการณ์ รวมทั้งมุ่งสร้างการเติบโตร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-28124"></span></p>
<p><strong>คุณสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ​ตลอดการเดินทาง 30 ปี โลตัสไม่หยุดเติมเต็มประสบการณ์การช้อปปิ้ง เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพ พร้อมพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้ลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อมุ่งสู่การเป็น <strong>SMART Community Center</strong> ศูนย์รวมการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทของคนในชุมชน เช่น</p>
<p>ปี 2537 เริ่มดำเนินการสาขาแรกในประเทศไทย ด้วยฟอร์แมท <strong>&#8216;โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์</strong>&#8216; ที่ซีคอนสแควร์ , ปี 2541 กลุ่มเทสโก้​เข้ามา​บริหารงาน​ , ปี 2546 เปิดตัวแคมเปญลดราคาอย่าง<strong> &#8216;โรลแบ็ค&#8217;</strong> เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้คนไทย, ปี 2547 เปิดตัว <strong>กรีนสโตร์</strong> สาขาแรกที่ สาขาพระราม 1,  ปี 2552 เปิดตัว <strong>&#8216;คลับการ์ด&#8217;</strong> เพื่อสะสมแต้มจากการใช้จ่ายของลูกค้า ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาด้าน Personalized ที่แข็งแรง, ปี 2553 เปิดตัวแคมเปญ <strong>&#8216;ภูมิใจไม่ใช้ถุง&#8217;</strong> รายแรกในกลุ่มค้าปลีกไทย ที่ชวนลูกค้าไม่รับถุงพลาสติกและมอบแต้มเป็นการตอบแทน,</p>
<p>ปี 2556 เริ่มพัฒนาช่องทางออนไลน์ , ปี 2564 รีแบรนด์ <strong>Lotus&#8217;s</strong> ให้มีความสดใสมากขึ้น เพื่อการเป็นจุดหมายการใช้ชีวิตแบบ SMART ให้แก่ชุมชน,  ปี 2565 เริ่มพัฒนา <strong>Lotus&#8217;s Smart App</strong> และปี 2566 มีการพัฒนา Store Format รูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตผู้บริโภคปัจจุบันได้มากขึ้น เช่น โลตัส พรีเว่, โลตัส อีทเทอรี หรือร้านค้าอัตโนมัติ โลตัส พิคแอนด์โก เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28127 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/K.Sompong_CEO_Lotuss-30th-Anniversary-resize.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่กลยุทธ์เพื่อ​ขับเคลื่อนการเติบโตในทศวรรษที่ 4 ของโลตัส จะตอกย้ำความแข็งแรงของการเป็น <strong>SMART Community Center</strong> ที่สามารถ​ตอบโจทย์ความต้องการให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า พาร์ทเนอร์ เพื่อสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้ธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย</p>
<p>1) การเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับอาหารและอาหารสดคุณภาพสูง <strong>(Fresh Food Destination) </strong>เพื่อตอบโจทย์การเป็นศูนย์กลางของผู้คนในแต่ละชุมชนได้อย่างแท้จริง จาก​กว่า 2,400 สาขาที่กระจายอยู่ทำเลต่างๆ ทั่วประเทศไทย ในรูปแบบสโตร์ที่เหมาะสมกับความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง</p>
<p>2) การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตรอบด้าน ทั้งความบันเทิง กิจกรรม รวมถึงการให้บริการแบบ omni-channel เชื่อมต่อการให้บริการทั้งที่สาขาและแพลตฟอร์มออนไลน์ (<strong>SMART Life Solutions</strong>) สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน และเชื่อมโยงให้โลตัสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริโภคได้มากกว่าแค่การเข้ามาจับจ่ายซื้อของ แต่สามารถมอบประสบการณ์และโมเมนต์ที่ดีให้ลูกค้าได้ด้วย</p>
<p>3) การมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าและตรงใจในแต่ละบุคคล ด้วยโปรแกรมสมาชิกมายโลตัส <strong>(Personalized Value Beyond Price) </strong>จากความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลฐานสมาชิก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้ทั้งการนำเสนอสินค้าพิเศษ หรือการจัดโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้มากที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28133 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/6-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>4) ความยั่งยืนในทุกมิติที่ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจในทุกวัน <strong>(Every Day Sustainability) </strong> ผ่าน​แนวทาง​การขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2030 (​ <strong>Vision </strong><strong>2030. </strong><strong>Actions every day.)  </strong></p>
<p><em>&#8220;สำหรับการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนของโลตัสในปีนี้ จะมุ่งเน้นใน 3 มิติใหญ่ ตามกรอบ ESG ​ทั้งเรื่องของสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ และสอดคล้องไปกับ Core Value ของโลตัส ไม่ว่าจะเป็น การให้ความสำคัญในการส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพ​จากการดำเนินธุรกิจ เพื่อส่งต่อให้กลุ่มเปราะบางในสังคม ซึ่งนอกจากเป็นการสร้างประโยชน์ให้ผู้คนในสังคมแล้ว ยังเป็นการช่วยลดปริมาณ Food Waste จากการดำเนินธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Food Waste ในปี 2030 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่โลตัสจะเร่งขับเคลื่อนอย่างจริงจังในปีนี้ รวมทั้งการส่งเสริมให้กลุ่มคู่ค้า ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี เติบโตไปพร้อมกับโลตัส​ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการมุ่งสร้างประโยชน์ให้สังคม และสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล​เช่นเดียวกัน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28141 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/7-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ฉลอง 30 ปี กับ 3 กล่องของขวัญ ให้ &#8216;คนไทย&#8217;</strong></p>
<p>นอกจากความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนตามแนวทาง <strong>SMART Community Center </strong>โลตัสยังได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 30 ปี ผ่าน 3 กล่องของขวัญ สำหรับลูกค้าคนไทยโดยเฉพาะ ประกอบด้วย 2 แคมเปญ ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า และช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมทั้งอีก 1 กิจกรรมพิเศษ ที่สำรวจมาจากความต้องการของลูกค้าโลตัส ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28130 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Lotuss-30th-Anniversary_photo2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; มหกรรมล้านคอยน์ </strong>​จากการรับคอยน์พิเศษ เมื่อสินค้ากว่า 110 แบรนด์ดัง 650 รายการ ที่เข้าร่วมรายการ หรือช้อปครบ 100 บาท ก็สามารถสแกน QR ท้ายใบเสร็จหรือเล่นเกมใน แอปเพื่อรับคอยน์เพิ่ม แลัวใช้เพียง 1 คอยน์เพื่อลุ้น 1 ล้านคอยน์ได้ทุกวัน​​ตลอดแคมเปญ รวมทั้งยังมีแคมเปญ <strong>มหกรรมกินแลกคุ้ม</strong> เพียงรับประทานอาหารในพื้นที่ศูนย์การค้าโลตัสครบ 200 บาท ได้สิทธิ์รับ 1 e-stamp สะสมเพื่อใช้แลกของรางวัลมากมาย อาทิ ตู้เย็น โทรทัศน์ Lotus’s Gift Card ฯลฯ</p>
<p><strong>&#8211; แคมเปญ “โรลแบ็ค ลดหนัก ประหยัดจริง”</strong>  ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์แคมเปญของโลตัส โดยปีนี้ได้นำ​ทัพสินค้าราคาพิเศษกว่า 1,00o รายการ จากพันธมิตรกว่า 100 แบรนด์ดัง  ที่เข้ามาร่วมลดราคาแบบแรงที่สุดในรอบปี ให้ลูกค้าได้ช้อปแบบลดหนักประหยัดจริงกันต่อเนื่อง เรียกว่ายิ่งซื้อยิ่งคุ้มตลอดแคมเปญ</p>
<p><strong>&#8211; กิจกรรม  “</strong><strong>Lotus’s </strong><strong>30</strong><strong>th Anniversary with Gong Yoo in Bangkok” </strong>ด้วยการพาศิลปินเกาหลีระดับตำนานอย่าง<strong> “กงยู” </strong>มาพบแฟนคลับชาวไทย ซึ่ง <em><strong>การเลือก &#8216;กงยู&#8217; มาจากการสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า และพบว่าชื่อของกงยู คือศิลปินเกาหลีที่ลูกค้าโลตัสรู้สึกผูกพันและอยากพบมากที่สุด และยังถือเป็น  <span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="47shm-1-0">K-Star</span> ยุคแรกๆ ที่เข้ามาบุกเบิกตลาดกระแส <span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="47shm-3-0">K-pop</span> ในประเทศไทย จึงนับได้ว่า​เป็นศิลปินเกาหลี ที่เติบโตมาพร้อมๆ กับลูกค้าโลตัส ​ก็ว่าได้</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28128 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2-4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ โลตัสยังได้จัด <strong>แคมเปญ “ซื้ออะไรก็ได้เจอกงยู”</strong> ที่ดึงศิลปินเกาหลีอย่าง <strong>“กงยู”</strong> มาร่วมกิจกรรม <strong>Lotus’s </strong><strong>30</strong><strong>th Anniversary with Gong Yoo in Bangkok</strong> แบบพิเศษสุดที่ประเทศไทย สำหรับลูกค้าที่เป็น Top Spender 2,000 ท่านแรก ทั้งที่ซื้อสินค้าในโลตัสทั่วประเทศ รวมทั้งที่ช้อปร้านค้าในศูนย์การค้าโลตัส (ร้านทองไม่เข้าร่วมกิจกรรม Top Spender) พร้อมลุ้น Lucky Draw อีก 1,300 รางวัล โดยทุกการช้อป 100 บาทในโลตัสทั่วประเทศ และร้านค้าในศูนย์การค้าโลตัสรับไปเลย 1 สิทธิ์ทันที เพื่อลุ้นเป็นผู้โชคดี โดยลูกค้าสามารถร่วมสนุกกับแคมเปญนี้ได้ตั้งแต่ 15 สิงหาคมถึง 2 ตุลาคมนี้ (เฉพาะสมาชิกมายโลตัส) แล้วเตรียมไปพบโมเมนต์ดี ๆ ของแฟนคลับชาวไทยกับกงยูได้ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ที่ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6 โดยผู้ที่สนใจสามารถดูเงื่อนไขกิจกรรมเพิ่มเติมที่ <a href="https://l.lotuss.com/DwfaL" target="_blank" rel="noopener">https://l.lotuss.com/DwfaL</a></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายเพื่อมอบความรู้สึกดีดีให้ลูกค้าทุกวันที่โลตัส โดยสามารถติดตามผ่านทางเว็บไซต์โลตัส (<a href="http://www.lotuss.com" target="_blank" rel="noopener">www.lotuss.com</a>), Lotus’s Smart App รวมถึงทางเพจเฟซบุ๊ค <strong>Lotus’s – โลตัส</strong> (<a href="https://www.facebook.com/lotussth" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/lotussth</a>) ตลอดระยะเวลาของแคมเปญ ตั้งแต่ 15 สิงหาคมถึง 2 ตุลาคมนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-28131 aligncenter" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Lotuss-30th-Anniversary_QR-Code.jpg" alt="" width="509" height="720" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/lotuss-30th-anniversary-smart-community-center/">30 ปี &#8216;โลตัส&#8217; จากผู้นำ &#8216;กลยุทธ์ราคา&#8217; สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะ Smart Community Center ​และเหตุผลในการเลือก &#8216;กงยู&#8217; มาเป็นของขวัญให้คนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Aug 2024 12:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Fair Game]]></category>
		<category><![CDATA[Fair trade]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Pricing]]></category>
		<category><![CDATA[Pricing Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Realkaline]]></category>
		<category><![CDATA[Set standard]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[WHITE HORSE]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพล วิไลพรรัตนา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดถ่านไฟฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านไฟฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ม้าขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ม้าขาวเรียลคาไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[รีแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อัลคาไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[แมงกานีส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28048</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุมมองจากหนึ่งใน Players ของตลาดอย่าง &#8216;ม้าขาว&#8217; ซึ่งปัจจุบันน่าจะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตถ่านไฟฉายของคนไทยเพียงรายเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในขณะนี้ และมองว่าประเทศไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในโลกที่มีโครงสร้างราคาถ่านไฟฉาย​ โดยเฉพาะ &#8216;ถ่านอัลคาไลน์&#8217; บิดเบือนไปจากความเป็นจริง ทำให้ปัจจุบันคนไทยต้องใช้ถ่านอัลคาไลน์ ในราคาที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกาถึง 3 เท่า ​ซึ่งเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งใน Pain Point ของผู้บริโภคคนไทยจำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ด้วย​ทางเลือกที่ไม่มีมากนัก จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ผู้นำ​ตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย ที่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงถึง 80-90%  ทำให้สามารถกำหนดโครงสร้างราคาตลาดให้เป็นไปตามต้องการได้ ทำให้ Last Man Standing ของแบรนด์ไทยในตลาดถ่านไฟฉายอย่าง &#8216;ม้าขาว&#8217; ที่หยุดทำตลาดไปกว่า 30 ปี หวนกลับมารีแบรนด์เพื่อทำตลาดใหม่อีกครั้งพร้อมเป้าหมายสำคัญคือ การเซ็ตมาตรฐาน​โครงสร้างราคาถ่านไฟฉายของไทยให้สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยหวังว่าจะทำให้ราคาถ่านอัลคาไลน์ลดลงได้ราว 60% ควบคู่ไปกับการผลักดันการใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่มูลค่าตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทยจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ภายในปี 2570 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า คุณณัฐพล วิไลพรรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านไฟฉายแบรนด์คนไทยอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/">ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุมมองจากหนึ่งใน Players ของตลาดอย่าง <strong>&#8216;ม้าขาว&#8217;</strong> ซึ่งปัจจุบันน่าจะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตถ่านไฟฉายของคนไทยเพียงรายเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในขณะนี้ และมองว่าประเทศไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในโลกที่มีโครงสร้างราคาถ่านไฟฉาย​ โดยเฉพาะ <strong>&#8216;ถ่านอัลคาไลน์&#8217;</strong> บิดเบือนไปจากความเป็นจริง</p>
<p><span id="more-28048"></span></p>
<p>ทำให้ปัจจุบันคนไทยต้องใช้ถ่านอัลคาไลน์ ในราคาที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกาถึง 3 เท่า ​ซึ่งเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งใน Pain Point ของผู้บริโภคคนไทยจำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ด้วย​ทางเลือกที่ไม่มีมากนัก จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ผู้นำ​ตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย ที่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงถึง 80-90%  ทำให้สามารถกำหนดโครงสร้างราคาตลาดให้เป็นไปตามต้องการได้</p>
<p>ทำให้ Last Man Standing ของแบรนด์ไทยในตลาดถ่านไฟฉายอย่าง &#8216;<strong>ม้าขาว&#8217;</strong> ที่หยุดทำตลาดไปกว่า 30 ปี หวนกลับมารีแบรนด์เพื่อทำตลาดใหม่อีกครั้งพร้อมเป้าหมายสำคัญคือ การเซ็ตมาตรฐาน​โครงสร้างราคาถ่านไฟฉายของไทยให้สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยหวังว่าจะทำให้ราคาถ่านอัลคาไลน์ลดลงได้ราว 60% ควบคู่ไปกับการผลักดันการใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่มูลค่าตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทยจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ภายในปี 2570 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28054 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐพล วิไลพรรัตนา </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านไฟฉายแบรนด์คนไทยอย่าง &#8216;<strong>ม้าขาว&#8217; (WHITE HORSE)</strong> เปิดเผยโครงสร้างตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย มีผู้นำเป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นซึ่งครองตลาดส่วนใหญ่ 80-90% ที่เหลือเป็นแบรนด์ของยุโรป อเมริกา จีน ราว 10% ขณะที่แบรนด์ไทยมีส่วนแบ่งเพียงแค่ 1% เท่าน้ัน โดยม้าขาวเป็นแบรนด์ไทยเพียงรายเดียวที่อยู่ในตลาดมากว่า 60 ปี ขณะที่แบรนด์อื่นๆ ที่เคยทำตลาดมาก่อนหน้าค่อยๆ ถอนตัวออกจากตลาด หลังการเข้ามาบุกตลาดของแบรนด์ต่างประเทศ และสามารถทำการตลาดจนแบรนด์มีความแข็งแรง และเป็นหนึ่งตลาดที่ผู้นำมี Brand Loyalty ที่ค่อนข้างแข็งแรงอย่างมาก  ​</p>
<p>การรีแบรนด์ของม้าขาวในครั้งนี้ มาพร้อมสินค้าเรือธงคือ <strong>&#8216;ม้าขาวเรียลคาไลน์&#8217; (Realkaline)</strong> เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในตลาดถ่านอัลคาไลน์ ด้วยจุดแข็งคือคุณภาพที่เทียบเท่าแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์ผู้นำตลาด แต่วางราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าราว 60% เพื่อต้องการ Set Standard ตลาดถ่านไฟฉายของไทย ให้กับมาอยู่ในจุดที่สมเหตุสมผล เนื่องจากมองว่า <em><strong>โครงสร้างด้านราคาในปัจจุบันมีความบิดเบือน และแพงเกินไป เป็นการซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภคคนไทย ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง​มาก ทำให้สามารถขายในราคาที่สมเหตุสมผลได้มากขึ้น​กว่าที่เป็นอยู่  </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28053 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/INFO1.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><em>&#8220;สิ่งสำคัญคือการ Educate ตลาด ผ่านการให้ข้อมูลจากแบรนด์ พร้อมทั้งทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้ทดลองใช้ <strong>&#8216;​ม้าขาวเรียลคาไลน์&#8217;</strong> ซึ่งคุณภาพไม่แตกต่างจากแบรนด์ที่มีอยู่ เพราะใช้มาตรฐานเดียวกับโรงงานของบริษัทที่มีการผลิตเพื่อส่งออกไปทำตลาดในใกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ราคาถูกกว่า ทำให้ผู้บริโภคคนไทยมีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น โดยจำหน่ายในราคาพิเศษ 2 แพ็ก เพียง 30 บาท 4 แพ็ค 55 บาท  </em><em>ซึ่งราคาไม่แตกต่างจากถ่านแมงกานีสของแบรนด์ต่างประเทศที่ทำตลาดอยู่ เชื่อว่าหากผู้บริโภคมีโอกาสได้ทดลองใช้ และรับรู้ได้ถึงคุณภาพที่ไม่แตกต่าง จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อ จากการยึดติดจากแบรนด์มาเป็นแบรนด์ที่มีความคุ้มค่ากว่า ทำให้สุดท้ายแล้ว อาจจะทำให้โครงสร้างด้านราคาในตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/INFO2.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>หากภารกิจของม้าขาวสำเร็จ นอกจากโครงสร้างราคาตลาดถ่านอัลคาไลน์ในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อว่าสัดส่วนการใช้ถ่านอัลคาไลน์ในประเทศก็จะเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนในตลาดราว 20-30% ขณะที่​ตลาดส่วนใหญ่กว่า​ 70% ยังเป็นกลุ่มแมงกานีส เนื่องจาก ระดับราคาที่แตกต่างกันมาก แต่หากมีแบรนด์อัลคาไลน์ที่มีราคาใกล้เคียงแมงกานีสมากขึ้น ก็เชื่อว่าจะทำให้สัดส่วนการใช้งานอัลคาไลน์เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับในหลายๆ ตลาด เช่นในยุโรป หรือ อเมริกาที่สัดส่วนกว่า 80-90% เป็นตลาดอัลคาไลน์เกือบทั้งหมดแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28049 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ม้าขาววางเป้าหมายหลังการรีแบรนด์ และ Educated ตลาด ด้วยการมีส่วนแบ่งในตลาดที่คาดว่าจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ที่ราว 10% หรือมียอดขายได้กว่า 300 ล้านบาท ผ่านช่องทางขายสำคัญคือ ออนไลน์ เพื่อสามารถใช้กลยุทธ์ Story Telling เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากทดลองใช้และสามารถสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้ทันที รวมทั้งการทำโปรโมชั่นร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อลดกำแพงด้านราคาจัดส่ง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกำแพงสำคัญ ควบคู่ไปกับช่องทางออฟไลน์ผ่านร้านค้าปลีกอย่างเจ้เล้ง ศูนย์หนังสือจุฬา หรือช่องทางร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการมีรถ Cash Van ที่ทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังช่องทางร้านโชว์ห่วยทั่วประเทศเพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>ถ่านไฟฉายม้าขาว ยังสามารถก้าวข้ามจากการที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้ามีพิษ มาเป็นหนึ่งสินค้า Green Product ตามมาตรฐานของยุโรป</strong> ​โดยผลิตขึ้นในโรงงานในประเทศจีนซึ่งได้มาตรฐานระดับ ​<strong>World Class Factory</strong> และสามารถส่งออกไปจำหน่ายได้ทั่วโลกรวมทั้งในยุโรปและอเมริกา​​ <strong>จากการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตทำให้ถ่านม้าขาวไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก ขณะที่บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ก็มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> เช่น การใช้กระดาษจากป่าปลูกโดยไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า (FSC) ส่วนที่เป็นพลาสติกก็จะใช้มาตรฐาน PET Grade ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Food Grade ที่ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง และสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% จึงนับเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตตามกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นหนึ่งสินค้ารักษ์โลกได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในอนาคตมีแนวคิดการจัดการถ่านหลังการใช้งานของผู้บริโภค มาต่อยอดในเชิงแบรนดิ้ง หรือการทำ CSR เช่น การทำเป็นชิ้นงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ม้าขาว เพื่อนำมาตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ หรือนำมาประกอบเป็นโครงสร้างในการทำโต๊ะเรียนให้โรงเรียนต่างๆ เป็นต้น ซึ่งยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องมีการศึกษาแนวทางในการปฏิบัติต่อไปในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28051 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Standard-.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/">ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tetr วิทยาลัยธุรกิจยุคใหม่ นวัตกรรมการศึกษาธุรกิจระดับโลก พร้อมโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่น เข้าถึงศูนย์บ่มเพาะและกองทุนร่วมลงทุนมูลค่า 1.6 ล้านดอลลาร์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/tetr-college-of-business-and-entrepreneur-incubation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jul 2024 09:21:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Business School]]></category>
		<category><![CDATA[Dr. Viney Sawhney]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Entrepreneur]]></category>
		<category><![CDATA[Incubation]]></category>
		<category><![CDATA[Innovative Education]]></category>
		<category><![CDATA[Learning]]></category>
		<category><![CDATA[Mr. Faverie Stephane]]></category>
		<category><![CDATA[Mr. Nitin Gaur]]></category>
		<category><![CDATA[Mr. Thomas Heins]]></category>
		<category><![CDATA[Pratham Mittal]]></category>
		<category><![CDATA[Tetr]]></category>
		<category><![CDATA[Tetr College of Business]]></category>
		<category><![CDATA[Tetr Launchpad]]></category>
		<category><![CDATA[โลกคือห้องเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27423</guid>

					<description><![CDATA[<p>โปรแกรมหลักสูตร 4 ปี ที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ธุรกิจจากการสร้างธุรกิจ ​พร้อมพานักเรียนเดินทางไปศึกษาทั่วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย สิงคโปร์ กานา สหรัฐอเมริกา บราซิล และอิตาลี  ผ่านใบสัมครที่มีเข้ามายังวิทยาลัย​มากกว่า 15,000 ใบจาก SEA  เน้นย้ำถึงความต้องการการเรียนรู้เชิงนวัตกรรม  โดย Tetr เน้นสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นผ่าน Tetr Launchpad ซึ่งให้สิทธิ์ในการเข้าถึงศูนย์บ่มเพาะและกองทุนร่วมลงทุนมูลค่า 1.6 ล้านดอลลาร์ Tetr College of Business  ซึ่งเป็นโรงเรียนธุรกิจระดับโลกแห่งแรก กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การศึกษาด้านธุรกิจ ด้วยแนวทางที่เป็นนวัตกรรม​ผสมผสานระหว่างประสบการณ์ระดับโลกและทักษะการเป็นผู้ประกอบการที่ลงมือปฏิบัติจริง โดยวิทยาลัยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้สมัครมากกว่า 15,000 ราย สำหรับการเปิดสอนครั้งแรก สะท้อนถึงความกระตือรือร้นและการให้ความสำคัญ​ด้านนวัตกรรมและโอกาสการศึกษาด้านธุรกิจระดับโลกของภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ วิทยาลัยได้จัดตั้งกองทุนทุนการศึกษา มูลค่า 12 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนนักศึกษาที่มีความโดดเด่นระดับโลก จำนวน 60 คน ในชั้นเรียนที่เปิดสอน ผ่านการเข้าถึงกองทุนทุนการศึกษาแบบรับเข้าครั้งเดียวที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ Tetr Launchpad ซึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุนมูลค่า 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ จะมอบทรัพยากรและให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาเพื่อสนับสนุนความพยายามในการเริ่มต้นสู่การเป็นผู้ประกอบการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/tetr-college-of-business-and-entrepreneur-incubation/">Tetr วิทยาลัยธุรกิจยุคใหม่ นวัตกรรมการศึกษาธุรกิจระดับโลก พร้อมโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่น เข้าถึงศูนย์บ่มเพาะและกองทุนร่วมลงทุนมูลค่า 1.6 ล้านดอลลาร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>โปรแกรมหลักสูตร 4 ปี ที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ธุรกิจจากการสร้างธุรกิจ </em><em>​พร้อมพานักเรียนเดินทางไปศึกษาทั่วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย สิงคโปร์ กานา สหรัฐอเมริกา บราซิล และอิตาลี  ผ่านใบสัมครที่มีเข้ามายัง</em><em>วิทยาลัย​มากกว่า 15,000 ใบจาก SEA  เน้นย้ำถึงความต้องการการเรียนรู้เชิงนวัตกรรม  โดย </em><em>Tetr เน้นสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นผ่าน Tetr Launchpad ซึ่งให้สิทธิ์ในการเข้าถึงศูนย์บ่มเพาะและกองทุนร่วมลงทุนมูลค่า 1.6 ล้านดอลลาร์</em></p>
<p><span id="more-27423"></span></p>
<p><a href="https://www.tetr.com/" target="_blank" rel="noopener">Tetr College of Business</a>  ซึ่งเป็นโรงเรียนธุรกิจระดับโลกแห่งแรก กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การศึกษาด้านธุรกิจ ด้วยแนวทางที่เป็นนวัตกรรม​ผสมผสานระหว่างประสบการณ์ระดับโลกและทักษะการเป็นผู้ประกอบการที่ลงมือปฏิบัติจริง โดยวิทยาลัยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้สมัครมากกว่า 15,000 ราย สำหรับการเปิดสอนครั้งแรก สะท้อนถึงความกระตือรือร้นและการให้ความสำคัญ​ด้านนวัตกรรมและโอกาสการศึกษาด้านธุรกิจระดับโลกของภูมิภาคนี้</p>
<p>ทั้งนี้ วิทยาลัยได้จัดตั้งกองทุนทุนการศึกษา มูลค่า 12 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนนักศึกษาที่มีความโดดเด่นระดับโลก จำนวน 60 คน ในชั้นเรียนที่เปิดสอน ผ่านการเข้าถึงกองทุนทุนการศึกษาแบบรับเข้าครั้งเดียวที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ Tetr Launchpad ซึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุนมูลค่า 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ จะมอบทรัพยากรและให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาเพื่อสนับสนุนความพยายามในการเริ่มต้นสู่การเป็นผู้ประกอบการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27453 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Tetr-Pic.jpg" alt="" width="1200" height="683" /></p>
<p>โปรแกรมนี้ออกแบบมาสำหรับผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นจากทั่วโลก โดยมอบโอกาสการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ จากผู้เชี่ยวชาญจาก​หลากหลายเจเนเรอชัน พร้อม​ประสบการณ์ทางธุรกิจโดยตรง ภายใต้การแนะนำของคณาจารย์และผู้นำธุรกิจที่ได้รับการรับรองระดับโลก นักศึกษาจะได้รับคำแนะนำจาก <strong>Mr. Faverie Stephane</strong> (ประธานกลุ่มบริหาร Estee Lauder), <strong>Mr. Thomas Heins</strong> (ศาสตราจารย์, Imperial College London) และ<strong> Mr. Nitin Gaur</strong> สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด</p>
<p>สำหรับโปรแกรมสี่ปีนี้ จะพานักเรียนเดินทางไปศึกษาทั่วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย สิงคโปร์ กานา สหรัฐอเมริกา บราซิล และอิตาลี แต่ละภาคการศึกษาจะใช้เวลาในประเทศที่แตกต่างกัน โดยนำเสนอประสบการณ์การเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ​​ผสมผสานความเข้าใจทางวัฒนธรรมเข้ากับทักษะทางธุรกิจในทางปฏิบัติ นักศึกษาจะมีส่วนร่วมในโครงการธุรกิจในโลกแห่งความเป็นจริง ตั้งแต่อีคอมเมิร์ซในดูไบ ไปจนถึงบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีใน Silicon Valley ​เพื่อมุ่งให้นักศึกษามีทักษะและความรู้ที่จำเป็นเพื่อสามารถนำไปใช้ได้จริง และประสบความสำเร็จในตลาดโลกที่หลากหลาย​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27454 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/TETR.jpeg" alt="" width="1200" height="780" /></p>
<p><em>“ที่ Tetr เราเชื่อว่า ‘<strong>โลกคือห้องเรียนของคุณ’</strong> เรากำลังกำหนดนิยามใหม่ของการศึกษาระดับโลก โดยการบูรณาการการเรียนรู้จากประสบการณ์และการซึมซับวัฒนธรรมเข้ากับหลักสูตรของเรา”</em> <strong>Pratham Mittal</strong> ผู้ก่อตั้ง Tetr กล่าว</p>
<p><strong>Dr. Viney Sawhney</strong> ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและปัจจุบันคือ Tetr กล่าวว่า &#8220;<em>ฉันไม่เคยเห็นหลักสูตรประเภทนี้มาก่อนจากประสบการณ์ทางวิชาการของฉัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการศึกษาด้านธุรกิจแบบดั้งเดิมถึงกำหนดยกเครื่องใหม่ โปรแกรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Tetr จัดการกับช่องว่างนี้ด้วยหลักสูตรที่ช่วยให้นักเรียนได้เดินทางไปทั่วโลกและเรียนรู้ธุรกิจโดยการทำธุรกิจในประเทศใหม่ในแต่ละภาคการศึกษา ฉันตื่นเต้นที่ได้ทำงานร่วมกับทีมที่บุกเบิกการเปลี่ยนแปลงในโลกของการศึกษาด้านธุรกิจทั่วโลก”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/TETR.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/tetr-college-of-business-and-entrepreneur-incubation/">Tetr วิทยาลัยธุรกิจยุคใหม่ นวัตกรรมการศึกษาธุรกิจระดับโลก พร้อมโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่น เข้าถึงศูนย์บ่มเพาะและกองทุนร่วมลงทุนมูลค่า 1.6 ล้านดอลลาร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีอาร์จี วางยุทธศาสตร์ Empowering EXCELLENCE, Embracing SUSTAINABILlTY ขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์ สร้าง Double Growth ทะลุ 3 หมื่นล้าน ใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/crg-drives-strong-and-sustainable-business-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Apr 2024 13:42:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BUILD]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[CRG Food Waste : Journey to Zero]]></category>
		<category><![CDATA[DRIVE]]></category>
		<category><![CDATA[Empowering EXCELLENCE Embracing SUSTAINABILlTY]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[EXPEDITE]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[GROW]]></category>
		<category><![CDATA[KFC]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Mister Donut]]></category>
		<category><![CDATA[QSR]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอาร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มิสเตอร์โดนัท]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สลัดแฟคทอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[เคเอฟซี]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[โอโตยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25030</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารของไทย ด้วยจำนวนสาขาทั่วประเทศรวมกันมากกว่า 1,600 สาขา จาก 21 แบรนด์ภายใต้การดูแลของ​ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ ซีอาร์จี (CRG) พร้อมศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องกว่า 13% ด้วยรายได้ 14,600 ล้านบาท แม้จะอยู่ท่ามกลางความท้าทายและอ่อนไหวของสถานการณ์รอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนทั้งของโลกและภายในประเทศไทย ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในต่างประเทศ รวมทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุน ขณะที่ภายในปีนี้ ภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหารก็ยังคงต้องเผชิญกับหลากหลายความท้าทายรอบด้าน ​​โดย คุณณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีอาร์จี กล่าวว่า แม้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในปีนี้จะยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง 5-7% หรือมีมูลค่าที่ราว 4.8 แสนล้านบาท ​แต่จะนำมาซึ่งการแช่งขันที่รุนแรง ทั้งจากจำนวนแบรนด์ใหม่ๆ และผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง โดย​แต่ละปีจะมีแบรนด์ใหม่ราวกว่า 1 แสนแบรนด์ โดยที่ราวครึ่งหนึ่งจะปิดตัวลงภายในปีแรก และ 65% จะปิดตัวลงภายใน 3 ปี สะท้อนให้เห็นการแข่งขันที่รุนแรง &#8220;ปัจจัยเสี่ยงจากปีที่ผ่านมาทั้งด้านเศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางการเมือง รวมทั้งความไม่แน่นอนและผันผวนต่างๆ จะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึง​ปีนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/crg-drives-strong-and-sustainable-business-growth/">ซีอาร์จี วางยุทธศาสตร์ Empowering EXCELLENCE, Embracing SUSTAINABILlTY ขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์ สร้าง Double Growth ทะลุ 3 หมื่นล้าน ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารของไทย ด้วยจำนวนสาขาทั่วประเทศรวมกันมากกว่า 1,600 สาขา จาก 21 แบรนด์ภายใต้การดูแลของ​ <strong>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด </strong>หรือ <strong>ซีอาร์จี (CRG)</strong></p>
<p><span id="more-25030"></span></p>
<p>พร้อมศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องกว่า 13% ด้วยรายได้ 14,600 ล้านบาท แม้จะอยู่ท่ามกลางความท้าทายและอ่อนไหวของสถานการณ์รอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนทั้งของโลกและภายในประเทศไทย ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในต่างประเทศ รวมทั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุน</p>
<p>ขณะที่ภายในปีนี้ ภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหารก็ยังคงต้องเผชิญกับหลากหลายความท้าทายรอบด้าน ​​โดย <strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีอาร์จี กล่าวว่า แม้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในปีนี้จะยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง 5-7% หรือมีมูลค่าที่ราว 4.8 แสนล้านบาท ​แต่จะนำมาซึ่งการแช่งขันที่รุนแรง ทั้งจากจำนวนแบรนด์ใหม่ๆ และผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง โดย​แต่ละปีจะมีแบรนด์ใหม่ราวกว่า 1 แสนแบรนด์ โดยที่ราวครึ่งหนึ่งจะปิดตัวลงภายในปีแรก และ 65% จะปิดตัวลงภายใน 3 ปี สะท้อนให้เห็นการแข่งขันที่รุนแรง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25032 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/11-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจัยเสี่ยงจากปีที่ผ่านมาทั้งด้านเศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางการเมือง รวมทั้งความไม่แน่นอนและผันผวนต่างๆ จะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึง​ปีนี้ ประกอบกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่ปรับเพิ่มขึ้น ทั้งค่าแรง ค่าวัตถุดิบ รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงานงาน ส่งผลให้​ผู้ที่อยู่ในตลาดจำเป็นต้องรักษา Performance เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของการพัฒนาแบรนด์ การขยายสาขา การควบคุมต้นทุน รวมทั้งรักษา Benefit ให้กับ ​Stakholder  ในทุกมิติ เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน&#8221;​</em></p>
<p>สำหรับซีอาร์จี ​วางยุทธศาสตร์ &#8216;<strong>Empowering EXCELLENCE, Embracing SUSTAINABILlTY&#8217; </strong>เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในปีนี้ให้เพิ่มขึ้นอีกราว 14% หรือประมาณ 2 เท่า ของการเติบโตของภาพรวมตลาด ภายใต้งบลงทุน 1,000 -1,200 ล้านบาท พร้อมผลักดัน​รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็น 16,600 ล้านบาท พร้อมทั้งวางโรดแมปช่วง 5 ปีจากนี้ ​ด้วยเม็ดเงินลงทุน 6,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จะผลักดันให้เติบโตเพิ่มขึ้นได้กว่า 2 เท่าตัว หรือราว 30,000 ล้านบาท เพื่อสร้างฐานธุรกิจให้​เติบโตได้อย่าง​แข็งแกร่งและยั่งยืนได้ในทุกมิติ ภายใต้การขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25033 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/15.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>1. GROW  </strong>​สร้างการเติบโตเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจทั้งแนวกว้างและแนวลึก ด้วยการ​เร่งขยายสาขาใหม่​ในกลุ่ม Top Brands ซึ่งเป็นแบรนด์ที่สามารถสร้างยอดขายได้ในระดับสูง เช่น เคเอฟซี อานตี้แอนส์ โอโตยะ ส้มตำนัว สลัดแฟคทอรี่ และชินคันเซ็น เป็นต้น โดยตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 100 สาขา  ขณะที่แบรนด์อื่นๆ ในเครือจะเน้นการเพิ่ม AUV (Average Unit Value) หรือการเพิ่ม Same Store Growth เพื่อทำให้สาขาเดิมที่มีอยู่สร้างศักยภาพได้มากขึ้น เช่น การพัฒนาสินค้ารสชาติใหม่ หรือบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น หรือการนำกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ มาช่วยดึงดูดหรือกระตุ้นการขายได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>2. DRIVE </strong>การขับเคลื่อนให้ธุรกิจ​เติบโตได้มากขึ้นจาก <strong>3C ACtion </strong>ได้แก่<strong> Cost, Capex และ Cash Flow</strong> ทั้งการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการลงทุนที่จะเกิดประโยชน์สูงสุด และให้ความสำคัญกับการรักษาให้มีกระแสเงินสดเพื่อรักษาความคล่องตัวในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมีแผนทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Smart Restaurant ที่มีการพัฒนา​แพลตฟอร์มมาช่วยบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างเต็มรูปแบบ ท้ังการให้บริการภายในร้าน ระบบ​บริหารจัดการธุรกิจและซัพพลายเชน การบริหารจัดการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือการนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ลูกค้า​ (Business Intelligence) เพื่อสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจได้ทั้งระบบ</p>
<p><strong>3. BUILD </strong>สร้างความแข็งแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอผ่านการพัฒนาแบรนด์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบการพัฒนาแบรนด์เอง แฟรนไชส์ และ Joint Venture เพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ธุรกิจ ขณะที่ทางซีอาร์จีมีความแข็งแรงในการช่วยขยายสเกลในการเติบโตทั้งองค์ความรู้ในการทำแฟรนไชส์ การมีทีมบุคลากรช่วยพัฒนา การส่งเสริมด้วยการตลาดและประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้ธุรกิจเติบโตได้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีหลายแบรนด์ที่เติบโตได้แบบก้าวกระโดด เช่น สลัดแฟคทอรี่ ที่ร่วมมือกันเมื่อปี 2019  จนปัจจุบันมีสาขาเกือบ 40 แห่ง ​เติบโตขึ้นได้ถึง 200% โดยปีนี้มีแผนขยายสาขาใหม่ร่วมกับกลุ่ม Owner 25 สาขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25035 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/19.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. EXPEDITE </strong>การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนทุกมิติ ผ่านแนวทาง 3 แกน ที่สะท้อนผ่านความเป็น C-R-G ประกอบด้วย</p>
<p><strong>C: C</strong><strong>are for People</strong> <strong>&amp; Partner</strong> ด้วยการดูแลบุคลากร และพันธมิตรด้านธุรกิจ โดยปัจจุบันมีพนักงานทั้งฟูลไทม์ และพาร์ทไทม์ มากกว่า 16,000 คน ที่มีความหลากหลายทั้งเพศ อายุ เชื้อชาติ ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ เพื่อตอกย้ำการส่งเสริมความเท่าเทียม และสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร (Engagement) เพื่อสามารถส่งมอบบริการที่ดีไปสู่ผู้บริโภค รวมทั้งขับเคลื่อนตามแนวทางธรรมาภิบาล (Good Governance)</p>
<p><strong>R: R</strong><strong>educe Greenhouse Gases</strong> การให้ความสำคัญในมิติด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านพลังงาน ​ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้พลังงานทดแทน พร้อมผลักดันให้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม โดยร่วมมือกับบริษัทในเครืออย่างบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ในฐานะ Green Partnership ร่วมขับเคลื่อนทั้งในมิติของ Energy และ Waste Management โดยการคัดแยกขยะอาหารผ่านโครงการไม่เทรวม ซึ่งสามารถแยกขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ต่อได้มากถึง 46.63 ตัน ​ลดขยะฝังกลบได้ถึง 38%​ ซึ่งจะเดินหน้าต่อใน​​ปี 2567 นี้ ทั้ง 2 องค์กรจะจับมือกันต่อเนื่องไปสู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน ภายใต้โครงการ <strong>CRG Food Waste : Journey to Zero </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25036 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/21.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>G: G</strong><strong>reen Waste &amp; Environment</strong> ในฐานะที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอาหาร จึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อลดขยะอาหาร รวมทั้งการส่งต่ออาหารส่วนเกิน หรือ Surplus Food ให้กับผู้ที่ต้องการผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับ <strong> มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ</strong><strong>  </strong><strong>ซัสทีแนนซ์</strong><strong> (</strong><strong>ประเทศไทย) </strong>หรือ<strong> ​SOS Thailand </strong>ผ่าน <strong>CRG Surplus Food ​</strong>โครงการส่งมอบอาหารคุณภาพดีส่วนเกินจากการจำหน่าย​ เพื่อ​บริจาคให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารที่มีความต้องการ โดยนำร่องด้วยแบรนด์มิสเตอร์โดนัท​ ที่เริ่มข้บเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2019 และยังคงดำเนินโครงการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถส่งมอบมื้ออาหารส่วนเกินจากการขายกว่า 283,000  มื้อ ไปยังผู้ยากไร้ กลุ่มเปราะบาง จากชุมชน หรือหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน</p>
<p><em>&#8220;ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนโครงการ <strong>CRG Food Waste : Journey to Zero ​</strong>บริษัทสามารถควบคุมปริมาณขยะอาหารให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1% และในปีที่ผ่านมาการบริจาคอาหารส่วนเกินจากการจำหน่าย และการคัดแยกขยะอาหาร ยังช่วยลดปริมาณขยะอาหารก่อนนำไปฝังกลบได้ทั้งสิ้น 74,180 กิโลกรัม หรือเท่ากับลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งสิ้น 187,680 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าโดยในปีนี้จะยังคงขับเคลื่อนความร่วมมือต่อเนื่อง พร้อมขยายผลเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เช่น การจัดทำคู่มือเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานหน้าร้านและช่วยให้คัดแยกขยะอาหารได้ง่ายและ​ถูกต้องมากขึ้น ​รวมทั้งการจัดการและส่งมอบอาหารส่วนเกินได้​ตามมาตรฐานของการจัดการด้านสุขภาพอนามัย​อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&#8221;</em> คุณณํฐ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25037 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/20.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/crg-drives-strong-and-sustainable-business-growth/">ซีอาร์จี วางยุทธศาสตร์ Empowering EXCELLENCE, Embracing SUSTAINABILlTY ขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์ สร้าง Double Growth ทะลุ 3 หมื่นล้าน ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;โตชิบา ไทยแลนด์&#8217; เปิดรายได้ครึ่งปีโต​ 15%​ พร้อมแผนสร้าง Sustainable Growth ในประเทศไทย ฉลองเข้าสู่ปีที่ 55</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/toshiba-thailand-performance-1st-half-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Aug 2023 11:42:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Toshiba Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[กนิษฐ์ เมืองกระจ่าง]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[มร.อเล็กซ์ มา]]></category>
		<category><![CDATA[โตชิบา ไทยแลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20682</guid>

					<description><![CDATA[<p>โตชิบา ไทยแลนด์  รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก เติบโตได้ถึง 15% (ไม่รวมเครื่องปรับอากาศ) ซึ่งสามารถเติบโตได้มากกว่าภาพรวมตลาดที่เติบโต 14% (ไม่รวมทีวี) โดยทุกกลุ่มสินค้าของโตชิบาเติบโตขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และหม้อหุงข้าว ขณะที่แบรนด์โตชิบามียอดขายติด Top 3 ได้ในทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะไมโครเวฟ ที่เติบโตได้มากจนกลายเป็นเบอร์ 1 ของตลาด  มร.อเล็กซ์ มา รองประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า ​ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตได้ดี มาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอยู่เสมอ โดยในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ไป 31 รุ่น ทั้งที่ออกมาทดแทนรุ่นเดิม และขยายกลุ่มสินค้าใหม่ ​โดยเน้นการเจาะสินค้ากลุ่มพรีเมียมมากขึ้น เน้นฟังก์ชัน IOT เพื่อให้รับกับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากการขยายไลน์อัพสินค้า โตชิบายังให้ความสำคัญกับช่องทางขาย ทั้งการเพิ่มจำนวนสาขาให้มากขึ้น ยังเน้นช่องทางที่สามารถเจาะกลุ่มไฮเอนด์ได้มากขึ้น รวมทั้งมีแคมเปญส่งเสริมการขาย รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตลาด​ ณ​ จุดขาย รวมทั้งการรีวิวเพื่อสร้างความเข้าใจและมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้น สำหรับการบุกตลาดในครึ่งปีหลัง โตชิบาเตรียมแนะนำสินค้าใหม่มาทำตลาดเพิ่มเติมอีก 39 รุ่น เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้สินค้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/toshiba-thailand-performance-1st-half-2023/">&#8216;โตชิบา ไทยแลนด์&#8217; เปิดรายได้ครึ่งปีโต​ 15%​ พร้อมแผนสร้าง Sustainable Growth ในประเทศไทย ฉลองเข้าสู่ปีที่ 55</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โตชิบา ไทยแลนด์  รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก เติบโตได้ถึง 15% (ไม่รวมเครื่องปรับอากาศ) ซึ่งสามารถเติบโตได้มากกว่าภาพรวมตลาดที่เติบโต 14% (ไม่รวมทีวี) โดยทุกกลุ่มสินค้าของโตชิบาเติบโตขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และหม้อหุงข้าว ขณะที่แบรนด์โตชิบามียอดขายติด Top 3 ได้ในทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะไมโครเวฟ ที่เติบโตได้มากจนกลายเป็นเบอร์ 1 ของตลาด</p>
<p><span id="more-20682"></span></p>
<p><b> </b><strong>มร.อเล็กซ์ มา รองประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด</strong> กล่าวว่า ​ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตได้ดี มาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอยู่เสมอ โดยในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ไป 31 รุ่น ทั้งที่ออกมาทดแทนรุ่นเดิม และขยายกลุ่มสินค้าใหม่ ​โดยเน้นการเจาะสินค้ากลุ่มพรีเมียมมากขึ้น เน้นฟังก์ชัน IOT เพื่อให้รับกับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่</p>
<p>นอกจากการขยายไลน์อัพสินค้า โตชิบายังให้ความสำคัญกับช่องทางขาย ทั้งการเพิ่มจำนวนสาขาให้มากขึ้น ยังเน้นช่องทางที่สามารถเจาะกลุ่มไฮเอนด์ได้มากขึ้น รวมทั้งมีแคมเปญส่งเสริมการขาย รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตลาด​ ณ​ จุดขาย รวมทั้งการรีวิวเพื่อสร้างความเข้าใจและมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20699 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Toshiba_8.jpg" alt="" width="1200" height="829" /></p>
<p>สำหรับการบุกตลาดในครึ่งปีหลัง โตชิบาเตรียมแนะนำสินค้าใหม่มาทำตลาดเพิ่มเติมอีก 39 รุ่น เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้สินค้า ทั้งประสิทธิภาพ ดีไซน์ รวมถึงราคา รวมทั้งขยายช่องทางขายใหม่เพิ่มเติม พร้อมเพิ่มจำนวนไลน์อัพสินค้าให้กับร้านค้าอีก 10% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า Mid to High รวมทั้งการเพิ่มงบตลาดกว่า 20% สำหรับทำตลาดในช่วงอีเวนท์สำคัญในช่องทางอีคอมเมิร์ซ เช่น 11.11 และ 12.12 โดยเฉพาะการมีสินค้า Exclusive ที่จำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์ ​โดยตั้งเป้าเติบโตในช่วงแคมเปญไว้ที่ 30%</p>
<p>อีกส่วนหนึ่งที่โตชิบาให้ความสำคัญมากขึ้น คือโครงการ Partner Synergy เป็นความร่วมมือระหว่างแบรนด์กับคู่ค้าในการร่วมกันพัฒนาสินค้าและบริการให้โดนใจผู้บริโภคที่สุด ​รวมทั้งการทำตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทั้งฐานลูกค้าเดิม รวมทั้งลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม young gen และให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค โดย​ตั้งเป้าการเติบโตภาพรวมของครึ่งปีหลังไว้ที่ 15% ตามทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ความมั่นใจของผู้บริโภคดีขึ้น ทำให้มีอัตราการบริโภคที่สูงขึ้นและมีการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น  รวมไปถึงการเร่งขยายตลาดของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และภาคก่อสร้าง ส่งผลให้อัตราการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจะเติบโตตามไปด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20700 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Toshiba_3.jpg" alt="" width="1200" height="736" /></p>
<p><em>&#8220;หากพิจารณาการเติบโตของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภาพรวม จะพบว่าผลิตภัณฑ์ที่มีาการเติบโตสูงที่สุด คือ กลุ่มเครื่องปรับอากาศที่เติบโตได้ถึง 36% เนื่องจากสภาพอากาศของประเทศไทยที่ร้อนมาก และร้อนยาว ขณะที่กลุ่มอื่นๆ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นเติบโต 15% หม้อหุงข้าว 6% ส่วนกลุ่มไมโครเวฟ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้ามีอัตราการเติบโตที่ติดลบ  แต่การที่โตชิบาไม่ได้เน้นทำตลาดกลุ่มเครื่องปรับอากาศมากนัก จึงทำให้เสียโอกาสเติบโตได้อย่างมาก ดังนั้น สินค้าเครื่องปรับอากาศจะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่บริษัทจะโฟกัสการทำตลาดให้มากขึ้น โดยล่าสุดบริษัทแม่ได้ลงทุน 5,000 ล้านบาท สำหรับสร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศในประเทศไทย ภายในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จ.ชลบุรี  ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 4 ล้านเครื่อง/ปี แต่ต้องยอมรับว่าเป็นตลาดที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก แต่หากสามารถสร้างความแข็งแรงในตลาดนี้ได้มากขึ้นจะเพิ่มโอกาสเติบโตให้โตชิบาได้อย่างมากเช่นกัน&#8221;​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20702 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/ธัญปภัสส์-อริยะวรวัฒน์_Toshiba_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นางสาวธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด</strong> <strong>บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด </strong>กล่าวเพิ่มเติมถึงสินค้าที่จะเปิดตัวใหม่อีก 39 รุ่น จะแบ่งเป็นตู้เย็น 21 รุ่น เครื่องซักผ้า 4 รุ่น หมวดเครื่องครัว 6 รุ่น และเครื่องใช้ในบ้านอีก 8 รุ่นโดยมีสินค้าไฮไลท์​​ อาทิ <strong>ตู้เย็นมัลติดอร์ รุ่น</strong><strong> GR-RF610WE-PMT(37)</strong>, <strong>เครื่องซักผ้าฝาบน รุ่น</strong><strong> AW-DUM1500LT(MK)</strong><strong>, </strong><strong>เครื่องทำน้ำอุ่น รุ่น</strong><strong> TWH-38EFNTH(W)</strong> ขนาด 3800 วัตต์ และ TWH-48EFNTH(W) ขนาด 4800 วัตต์ , <strong>เตาอบไฟฟ้า รุ่น</strong><strong> TL2-SAC25GZC(GR)</strong> , <strong>ไมโครเวฟ รุ่น</strong><strong> MM-EM25PE(BK) </strong> และ <strong>หม้อไฟฟ้าอเนกประสงค์ </strong>เป็นต้น</p>
<p><strong> </strong><em>“นอกจากการทุ่มงบไปกับการสร้างแบรนด์และการส่งเสริมการขายแล้ว  โตชิบาให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ณ จุดขาย เราลงทุนต่อเนื่องมาตลอดกว่า 5 ปี ในการปรับโฉมร้านค้า สแตนด์ คอร์เนอร์  ป้ายบิลบอร์ด รวมถึง POP (Point of Purchase) ให้มีภาพลักษณ์ที่ดูพรีเมียมขึ้น สะอาดตา ทันสมัย เข้าถึงง่าย และมีเอกลักษณ์เหมือนกันทั่วโลก และให้ความสำคัญกับพนักงานขายที่หน้าร้าน โดยเพิ่มจำนวนพนักงานมากขึ้น ฝึกอบรมให้มีทักษะ ความชำนาญ และบุคลิกภาพที่ดี เพื่อแนะนำข้อมูลลูกค้าได้อย่างถูกต้อง  รวมถึงทำแคมเปญเพื่อสร้างแรงจูงใจในการขายต่อเนื่อง”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20698 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/กนิษฐ์-เมืองกระจ่าง_Toshiba_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง ประธาน บริษัท</strong> <strong>โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด</strong> กล่าวว่า แม้สถานการณ์ในปี 2566 จะดีขึ้นกว่าปีก่อน แต่บริษัทไม่ได้ประมาท ยังคงมีการรีวิวแผนทุกไตรมาส เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งโตชิบาโชคดีที่มีฐานการผลิตป้อนสินค้าให้ ทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศ  มีบริษัทฯ แม่ที่พร้อมสนับสนุนและเชื่อมั่นในบริษัทฯ และในประเทศไทย อีกทั้งยังมีประชุมกับคู่ค้า ทีม R&amp;D และโรงงาน เพื่อพูดคุย ถกไอเดีย เพื่อพัฒนาไลน์การผลิตให้มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการผู้บริโภคคนไทย เราประชุมกับทีมการตลาด ทีมขาย และทีมบริการทุกเดือน เพื่อหาแนวทางในการทำงานที่เหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดยอดขายที่มากขึ้น รวมไปถึงงานบริการที่ดีขึ้น</p>
<p><em>“โตชิบา ไทยแลนด์ ก่อตั้งมาครบ 54 ปี ในเดือนสิงหาคมนี้  และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 55 ในปีหน้า  และจะเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป พร้อมกับ ‘นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ ให้กับคนไทย โดยไม่เพียงแต่จะนำเสนอสินค้าและบริการที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่โตชิบายืนหยัดและไม่เคยเปลี่ยน คือการเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลที่ดี เป็นบริษัทสีเขียว รักษ์โลก บริษัทฯ ให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการผลิต การส่งมอบสินค้า รวมไปถึงการทำการตลาดและการบริการ อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมตอบแทนสังคมสม่ำเสมอในรูปแบบที่หลากหลาย” </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/toshiba-thailand-performance-1st-half-2023/">&#8216;โตชิบา ไทยแลนด์&#8217; เปิดรายได้ครึ่งปีโต​ 15%​ พร้อมแผนสร้าง Sustainable Growth ในประเทศไทย ฉลองเข้าสู่ปีที่ 55</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูจิ ประเทศไทย นำเสนอสินค้าราคาต่ำกว่า 300 บาท ทุกกลุ่ม ทุกสาขา ชูแนวคิด “เติมเต็มทุกความต้องการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ด้วยสินค้าคุณภาพ ในราคาที่เข้าถึง”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/muji-thailand-keep-items-less-than-300-thb-every-category/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Aug 2023 10:36:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[MUJI]]></category>
		<category><![CDATA[MUJI Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Quality]]></category>
		<category><![CDATA[Valuable Price]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มาซาชิ โอกะ]]></category>
		<category><![CDATA[มูจิ]]></category>
		<category><![CDATA[มูจิ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20248</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูจิ ประเทศไทย (MUJI) เดินหน้าตอกย้ำสร้างภาพลักษณ์ของ MUJI ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์ ที่ขายสินค้าในชีวิตประจำวัน แต่เป็นคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโยงและเข้าถึงทุกคน ชูจุดเด่นด้านการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างรอบด้าน ครอบคลุมในทุกมิติ ผ่านการนำเสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐาน MUJI ราคาต่ำกว่า 300 บาท มากถึง 53% หรือประมาณ 1,500 รายการ จากสินค้ารวมทั้งหมดกว่า 3,000 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้าที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันของทุกคน ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกคนอย่างรอบด้าน ทั้งฟังก์ชั่นตามความต้องการในการใช้งาน ตามขนาดของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย และทุกการจับจ่ายของผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับแนวคิดสินค้า MUJI ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ในราคาต่ำกว่า 300 บาท ตอบความต้องการและงบประมาณของลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการจับจ่ายประจำวัน และตอกย้ำว่าสินค้า MUJI ที่เป็นของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน มีคุณภาพดีและราคาเข้าถึงได้ ที่ MUJI ทุกสาขา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “MUJI เติมเต็มทุกความต้องการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ด้วยสินค้าคุณภาพ ราคาเข้าถึง” คุณมาซาชิ โอกะ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายจัดซื้อ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า “อีกหนึ่ง พันธกิจของ MUJI คือการนำเสนอสินค้าและบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมด้วยคุณภาพ คุณค่าทางจริยธรรม ในราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกวันของผู้คน และเพื่อให้บรรลุพันธกิจดังกล่าว มูจิ ประเทศไทย ได้สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสินค้า MUJI ที่มีราคาต่ำกว่า 300 บาท ในทุกกลุ่มสินค้า มูจิ ประเทศไทย มีสินค้าหลากหลายรวมทั้งสิ้น 3,000 รายการ โดยสัดส่วนของสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 300 บาท ปัจจุบันได้มีการขยายจำนวนมากถึง 1,500 รายการ หรือเกินกว่าครึ่ง อยู่ที่  53% ของจำนวนสินค้าทั้งหมดที่มีจำหน่ายในประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/muji-thailand-keep-items-less-than-300-thb-every-category/">มูจิ ประเทศไทย นำเสนอสินค้าราคาต่ำกว่า 300 บาท ทุกกลุ่ม ทุกสาขา ชูแนวคิด “เติมเต็มทุกความต้องการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ด้วยสินค้าคุณภาพ ในราคาที่เข้าถึง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;" align="center"><b><span lang="th">มูจิ ประเทศไทย (</span></b><b><span lang="en-US">MUJI)</span></b><b><span lang="th"> เดินหน้าตอกย้ำสร้างภาพลักษณ์ของ </span></b><b><span lang="en-US">MUJI </span></b><b><span lang="th">ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์ ที่ขายสินค้าในชีวิตประจำวัน แต่เป็นคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโยงและเข้าถึงทุกคน ชูจุดเด่นด้านการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างรอบด้าน ครอบคลุมในทุกมิติ </span></b></p>
<p align="center"><span id="more-20248"></span></p>
<p style="text-align: left;" align="center"><b><span lang="th">ผ่านการนำเสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐาน </span></b><b><span lang="en-US">MUJI </span></b><b><span lang="th">ราคาต่ำกว่า </span></b><b><span lang="en-US">300</span></b><b><span lang="th"> บาท มากถึง </span></b><b><span lang="en-US">53% </span></b><b><span lang="th">หรือประมาณ </span></b><b><span lang="en-US">1,500 </span></b><b><span lang="th">รายการ จากสินค้ารวมทั้งหมดกว่า </span></b><b><span lang="en-US">3,000 </span></b><b><span lang="th">รายการ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้าที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันของทุกคน ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกคนอย่างรอบด้าน ทั้งฟังก์ชั่นตามความต้องการในการใช้งาน ตามขนาดของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย และทุกการจับจ่ายของผู้บริโภค </span></b></p>
<p style="text-align: left;" align="center"><b><span lang="th">พร้อมเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับแนวคิดสินค้า </span></b><b><span lang="en-US">MUJI </span></b><b><span lang="th">ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ในราคาต่ำกว่า </span></b><b><span lang="en-US">300</span></b><b><span lang="th"> บาท ตอบความต้องการและงบประมาณของลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการจับจ่ายประจำวัน และตอกย้ำว่าสินค้า </span></b><b><span lang="en-US">MUJI </span></b><b><span lang="th">ที่เป็นของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน มีคุณภาพดีและราคาเข้าถึงได้ ที่ </span></b><b><span lang="en-US">MUJI</span></b><b><span lang="th"> ทุกสาขา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “</span></b><b><span lang="en-US">MUJI </span></b><b><span lang="th">เติมเต็มทุกความต้องการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ด้วยสินค้าคุณภาพ ราคาเข้าถึง”</span></b></p>
<p align="center"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20249 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/นายมาซาชิ-โอกะ-ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายจัดซื้อ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="text-align: left;" align="center"><b><span lang="th">คุณมาซาชิ โอกะ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายจัดซื้อ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) </span></b><span lang="th">เปิดเผยว่า “</span><span lang="th">อีกหนึ่ง พันธกิจของ </span><span lang="en-US">MUJI </span><span lang="th">คือการนำเสนอสินค้าและบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมด้วยคุณภาพ คุณค่าทางจริยธรรม ในราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกวันของผู้คน และเพื่อให้บรรลุพันธกิจดังกล่าว มูจิ ประเทศไทย ได้สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสินค้า </span><span lang="en-US">MUJI </span><span lang="th">ที่มีราคาต่ำกว่า </span><span lang="en-US">300 </span><span lang="th">บาท ในทุกกลุ่มสินค้า</span></p>
<p><span lang="th">มูจิ ประเทศไทย มีสินค้าหลากหลายรวมทั้งสิ้น </span><span lang="en-US">3,000</span><span lang="th"> รายการ โดยสัดส่วนของสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า </span><span lang="en-US">300</span><span lang="th"> บาท ปัจจุบันได้มีการขยายจำนวนมากถึง </span><span lang="en-US">1,500 </span><span lang="th">รายการ หรือเกินกว่าครึ่ง อยู่ที่  </span><span lang="en-US">53% </span><span lang="th">ของจำนวนสินค้าทั้งหมดที่มีจำหน่ายในประเทศไทย และครอบคลุมในทุกหมวดหมู่สินค้า </span>โดยเฉพาะหมวดสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันของใช้จำเป็น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าคุณภาพ ใช้งานคุ้มค่า ในราคาที่เข้าถึง สามารถกลับมาซื้อได้อีก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20250 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/1.MUJI-ราคา-300บาท-.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p><span lang="th">โดยสัดส่วนสินค้าราคาต่ำกว่า </span><span lang="en-US">300 </span><span lang="th">บาท เทียบกับสินค้าทั้งหมดที่มีจำหน่ายในแต่ละหมวดสินค้าในปัจจุบัน มีรายละเอียดดังนี้ </span></p>
<p><span lang="th">สินค้าใน</span><span lang="th">หมวดเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน มี</span><span lang="th">มากถึง</span><span lang="en-GB"> 82% </span></p>
<p><span lang="th">สินค้าหมวดเครื่องครัว มี</span><span lang="th"> </span><span lang="en-US">70</span><span lang="th">% </span></p>
<p><span lang="th">สินค้าหมวด </span><span lang="en-GB">Health &amp; Beauty </span><span lang="th">เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามมี </span><span lang="en-GB">65% </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20254 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/18.สินค้า-MUJI-ที่มีราคาต่ำว่า-300-บาท.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="th">สินค้าในกลุ่มเสื้อยืด ถุงเท้า ชุดชั้นใน และชุดนอน มี </span><span lang="en-US">40</span><span lang="th">% </span></p>
<p><span lang="th">สินค้าหมวดเครื่องนอน มี </span><span lang="en-US">22</span><span lang="th">% </span></p>
<p><span lang="th">สินค้ากลุ่มอุปกรณ์จัดระเบียบห้อง มี </span><span lang="en-US">8</span><span lang="th">% </span></p>
<p><span lang="th">และ</span><span lang="th">สินค้าหมวด </span><span lang="en-GB">MUJI Food </span><span lang="th">และ </span><span lang="en-GB">Coffee Corner </span><span lang="th">เป็นสินค้าราคาต่ำกว่า </span><span lang="en-US">300 </span><span lang="th">บาทหมดทั้ง 100%  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20251 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/3หมวดเครื่องครัว.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="th">นอกจากนี้ </span><span lang="en-US">MUJI </span><span lang="th">ยังคงเดินหน้าในการปรับปรุงการพัฒนาสินค้าผ่าน “การเลือกสรรวัสดุ” “ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ” และ “ทำบรรจุภัณฑ์ให้ง่ายไม่ซับซ้อน” เพื่อมอบคุณภาพที่แท้จริงในราคาที่เข้าถึง </span><span lang="th">​แม้สถานการณ์เงินเฟ้อจะมีผลกระทบต่อสินค้าพื้นฐานในชีวิตประจำวัน</span></p>
<p><span lang="th"> ทั้งนี้ การที่สินค้า </span><span lang="en-US">MUJI </span><span lang="th">ที่มีราคาต่ำว่า </span><span lang="en-US">300 </span><span lang="th">บาท มีจำนวนมากถึงเกือบ </span><span lang="en-US">1,500 </span><span lang="th">รายการ นับเป็นการแสดงออกและตอกย้ำถึงแนวคิดด้านราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเพื่อผู้บริโภคไทย โดย </span><span lang="en-US">MUJI </span><span lang="th">จะยังคงตอกย้ำว่า </span><strong><span lang="en-US">“MUJI </span></strong><span lang="th"><strong>เติมเต็มทุกความต้องการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ด้วยสินค้าคุณภาพ ราคาเข้าถึง”</strong> ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยอนาคต </span><span lang="en-US">MUJI </span><span lang="th">มีแผนที่จะขยายโซนที่มีสินค้าต่ำกว่า </span><span lang="en-US">300 </span><span lang="th">บาท ภายในร้าน ด้วยการรวบรวมจากทุกกลุ่มสินค้ามาอยู่ในที่เดียวกัน เพื่อความสะดวกของลูกค้าในการช้อปปิ้งมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20252 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/17.-MUJI-_-300-.peg_.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="th">สินค้าไฮไลท์เป็นที่นิยมของลูกค้าที่มีในราคาต่ำกว่า </span><span lang="en-US">300 </span><span lang="th">บาท ได้แก่ กระเป๋าปอกระเจา เริ่มต้นที่ </span><span lang="en-US">59 </span><span lang="th">บาท อุปกรณ์ทำความสะอาด </span><span lang="en-US">190 </span><span lang="th">บาท ที่ดัดขนตาแบบพกพา </span><span lang="en-US">150 </span><span lang="th">บาท สำลีฝ้ายออร์แกนิก </span><span lang="en-US">99 </span><span lang="th">บาท ถุงเท้า </span><span lang="en-US">119 </span><span lang="th">บาท ขนมบามคูเฮน  </span><span lang="en-US">69 </span><span lang="th">บาท และขวดน้ำพลาสติกไททัน </span><span lang="en-US">190 </span><span lang="th">บาท และอื่น ๆ อีกมากมาย </span></p>
<p><span lang="th">พบกับสินค้า </span><span lang="en-US">MUJI </span><span lang="th">คุณภาพดีราคาต่ำกว่า </span><span lang="en-US">300 </span><span lang="th">บาท จำนวนมากกว่า </span><span lang="en-US">1,500 </span><span lang="th">ไอเทม ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันสำหรับทุกคน และไอเทมยอดฮิตที่ห้ามพลาดได้แล้ววันนี้ที่ร้าน </span><span lang="en-US">MUJI </span><span lang="th">ทุกสาขาทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม </span><span lang="en-US">Facebook: MUJI Thailand </span><span lang="th">และ </span><span lang="en-US">Instagram: MUJI_Thailand / LINE Official Account : @MUJIThailand </span><span lang="th">และช้อปออนไลน์ที่ </span><span lang="en-US">Central Online <a title="ได้รับการป้องกันโดย Outlook: https://www.central.co.th/th/muji คลิกหรือแตะเพื่อติดตามลิงก์" href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fwww.central.co.th%2Fth%2Fmuji&amp;data=05%7C01%7C%7Cec1f7cc509d74816b04308db9325f7a1%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638265563849374211%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C3000%7C%7C%7C&amp;sdata=wkL1AoJSS3g4%2FfLxt3vppc3oeTuzbiVE%2Fbihyt85GvM%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="1">https://www.central.co.th/th/muji</a> </span><span lang="th">และ </span><span lang="en-US">Lazada : <a title="ได้รับการป้องกันโดย Outlook: https://www.lazada.co.th/shop/muji คลิกหรือแตะเพื่อติดตามลิงก์" href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fwww.lazada.co.th%2Fshop%2Fmuji&amp;data=05%7C01%7C%7Cec1f7cc509d74816b04308db9325f7a1%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638265563849374211%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C3000%7C%7C%7C&amp;sdata=4owHjpdpRE17upKOM891yCwbrshbU1qwh1EScy7HNro%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="2">https://www.lazada.co.th/shop/muji</a> </span><span lang="th">หรือสั่งเดลิเวอรี่ทางแอปพลิเคชัน  </span><span lang="en-US">GrabMart</span></p>
<p><span lang="en-US"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20253 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/10.หมวดเครื่องนอน¸.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/muji-thailand-keep-items-less-than-300-thb-every-category/">มูจิ ประเทศไทย นำเสนอสินค้าราคาต่ำกว่า 300 บาท ทุกกลุ่ม ทุกสาขา ชูแนวคิด “เติมเต็มทุกความต้องการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ด้วยสินค้าคุณภาพ ในราคาที่เข้าถึง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
