<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Carbonfootprint &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/carbonfootprint/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 May 2026 13:37:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Carbonfootprint &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทำความรู้จัก ระบบ &#8216;ETS&#8217; เมื่อการปล่อย คาร์บอน มีต้นทุน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/emissions-trading-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:37:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[EmissionsTradingSystem]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero2050]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41737</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;ETS&#8217; หรือ Emissions Trading System​ คือ ระบบ ซื้อ-ขาย สิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG ถือเป็นหนึ่งกลไกในการ​ขับเคลื่อน​สู่เป้าหมาย NetZero2050 ภาครัฐ โด​ยหน่วยงาน​กำกับดูแล จะกำหนดสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมด (Free Allowance) ภายในประเทศ พร้อมกำหนด เพดาน การปล่อยสูงสุด (Cap)​ ตามขอบเขตอุตสาหกรรมเป้าหมาย และมีการปรับลดเพดานลงอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่มีปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเพดานที่กำหนด ​สามารถซื้อสิทธิ์การปล่อย (Allowance) จากผู้ที่ปล่อยต่ำกว่าเพดาน หรือจากการประมูล เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับจากส่วนต่างที่เกิดขึ้น ศึกษา​ต้นแบบ EU ETS สหภาพยุโรป (EU) ถือเป็น​ผู้บุกเบิกระบบ ETS ของโลก ​เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2005 และนับว่าเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ​โดยครอบคลุมในภาคพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และการบินภายเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่​ 4 ครอบคลุมสถานประกอบการกว่า 11,000 แห่ง ใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/emissions-trading-system/">ทำความรู้จัก ระบบ &#8216;ETS&#8217; เมื่อการปล่อย คาร์บอน มีต้นทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;ETS&#8217;</strong> หรือ Emissions Trading System​ คือ ระบบ ซื้อ-ขาย สิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG</span> ถือเป็นหนึ่งกลไกในการ​ขับเคลื่อน​สู่เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">NetZero2050</span></p>
<p><span id="more-41737"></span></p>
<div dir="auto">ภาครัฐ โด​ยหน่วยงาน​กำกับดูแล จะกำหนดสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งหมด (Free Allowance) ภายในประเทศ พร้อมกำหนด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เพดาน</span> การปล่อยสูงสุด (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Cap</span>)​ ตามขอบเขตอุตสาหกรรมเป้าหมาย และมีการปรับลดเพดานลงอย่างต่อเนื่อง</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">องค์กรที่มีปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเพดานที่กำหนด ​สามารถซื้อสิทธิ์การปล่อย (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Allowance</span>) จากผู้ที่ปล่อยต่ำกว่าเพดาน หรือจากการประมูล เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับจากส่วนต่างที่เกิดขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ศึกษา​ต้นแบบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">EU</span> ETS</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สหภาพยุโรป</span> (EU) ถือเป็น​ผู้บุกเบิกระบบ ETS ของโลก ​เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2005 และนับว่าเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ​โดยครอบคลุมในภาคพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และการบินภายเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่​ 4 ครอบคลุมสถานประกอบการกว่า 11,000 แห่ง ใน 27 ประเทศสมาชิกและประเทศเชื่อมโยง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>เฟส 1 (2005 &#8211; 2007) ระยะทดลอง</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">กำหนด Free Allowance เกือบทั้งหมด</li>
<li dir="auto">ข้อมูลการปล่อยยังไม่แม่นยำ Allowance ล้นตลาด ราคาคาร์บอนตกต่ำ</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เฟส 2 (2008 &#8211; 2012) เริ่มใช้งาน</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ครอบคลุมอุตสาหกรรมมากขึ้น เน้น Free Allowance เป็นหลักแต่เข้มงวดขึ้น</li>
<li dir="auto">วิกฤตการเงินโลกทำให้การปล่อยลดลงเกินคาด ราคาผันผวน</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เฟส 3 (2013 &#8211; 2020) รวมศูนย์และเพิ่มการประมูล</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">กำหนด Cap ภาพรวมทั้ง EU แทนรายประเทศ เพิ่มระบบการประมูล</li>
<li dir="auto">เริ่มใช้ Market Stability Reserve (MSR) แก้ปัญหา Allowance ล้นตลาด</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เฟส 4 (2021 &#8211; 2030) บังคับใช้จริงจัง</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ลด Cap เร็วขึ้น ลด Free Allowance และเชื่อมโยงกับ CBAM</li>
<li dir="auto">ขยายระบบไปสู่ภาคใหม่ สำหรับกลุ่มอาคารและคมนาคม</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">บทเรียนสำคัญจากการที่สหภาพยุโรปนำระบบ EU ETS มาใช้ คือ ช่วยให้สามารถกำหนดเป้าหมายในการลด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG</span> ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งการออกแบบตลาดคาร์บอนที่โปร่งใส ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับมาตรการทางการค้า ทำให้ระบบมีพลังใน​การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของ​ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">จับตา ETS <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ ประเทศไทยเองก็มี​​แนวโน้มในการนำระบบ ETS เข้ามาใช้เพื่อเป็นหนึ่งในมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อควบคุมปริมาณการปล่อยกาซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHGEmission</span></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ดังนั้น การทำความเข้าใจระบบ ETS และเรียนรู้จากโมเดลการดำเนินงานของต่างประเทศ จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ประเทศ ทั้งด้านปฏิบัติการ (Operations) การเงิน (Finance) การรายงาน MRV ​(Measurement, Reporting และ Verification) ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ในระยะยาวของภาคธุรกิจ</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">อย่างไรก็ตาม การนำระบบ ETS เข้ามาใช้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการช่วย​กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมเพื่อนำมาใช้​ลดต้นทุนโดยรวม และศักยภาพในการ​รลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องระมัดระวังการออกแบบระบบต่างๆ โดยเฉพาะ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">MRV</span> ที่ต้องมีความปลอดภัยระดับสูง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหลทางการผลิต รวมทั้งการจัดสรรสิทธิ์อย่างยุติธรรม</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>ผลกระทบ ETS ต่อภาค<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อุตสาหกรรม</span></strong></div>
<div dir="auto"><strong>1. ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากราคาคาร์บอน</strong> : สะท้อนผ่านในหลายช่องทาง อาทิ ค่าไฟที่ปรับเพิ่มขึ้น หรือค่าใช้จ่ายในการซื้อสิทธิ์การปล่อย ทำให้โครงสร้างต้นทุนธุรกิจเปลี่ยนไป และอาจกระทบความสามารถในการแข่งขัน หากไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน หรือปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>2. แรงจูงใจในการลงทุนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน :</strong> กลไก ETS จะทำหน้าที่เป็น ‘สัญญาณราคา’ กระตุ้นให้ภาคธุรกิจพิจารณาการลงทุนเพื่อลดคาร์บอนอย่างจริงจัง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงเครื่องจักร หรือนำเทคโนโลยีใหม่ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำมาใช้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. ความเสี่ยงต่อความผันผวนของตลาดคาร์บอน</strong> : ราคาสิทธิ์การปล่อยในระบบ ETS จะถูกกำหนดโดยอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐ ภาวะเศรษฐกิจหรือปัจจัยทางพลังงาน ทำให้ราคาคาร์บอนมีความผันผวน ธุรกิจที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า อาจต้องเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาคาร์บอนปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>4. โอกาสทางการเงินและการสร้างมูลค่าใหม่ :</strong> บริษัทที่ปรับตัวได้เร็วและมีประสิทธิภาพ และสามารถลดการปล่อน GHG ได้ต่ำกว่าเพดาน จะมีสิทธิส่วนเกินซึ่งสามารถนำไปขายเพื่อเพิ่มรายได้ หรือนำไปชดเชยต้นทุนการดำเนินงาน ประกอบกับ ดีมานด์ในธุรกิจคาร์บอนต่ำที่เพิ่มขึ้น จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสามารถเข้าถึง Green Finance ได้ง่ายขึ้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>การเตรียมความพร้อมต่อมาตรการ ETS</strong></div>
<div dir="auto"><strong>1. การประเมินความพร้อมเบื้องต้น</strong> : ทำความเข้าใจภาพรวมการปล่อย GHG องค์กร (CFO) อย่างรอบด้าน ทั้ง 3 ระยะ ผ่านการวัดและการคำนวณตามมาตรฐานเพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ เพื่อประเมินสิทธิ์การปล่อย (Allowance) และวางแผนต้นทุนและกลยุทธ์การดำเนินงาน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>2. การพัฒนาระบบ MRV ที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานและยอมรับได้</strong> : ระบบการวัด การรายงาน และการทวนสอบ เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานในระบบ ETS ที่ต้องถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ จึงควรมีการลงทุนในการติดตั้งระบบที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดใหญ่</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. การวางแผนกลยุทธ์ด้านการเงิน</strong> : เพื่อสามารถคำนวณผลกระทบได้ครอบคลุม ทั้งกระแสเงินสด งบกำไรขาดทุน และตุ้นทุนต่อหน่วยการการปล่อยคาร์บอน (Cost Per Ton Co2e) เพื่อมองผลกระทบได้ชัดเจน หรือพิจารณาใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาคาร์บอน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>4. การบริหารจัดการด้านการดำเนินงาน</strong> : ในเชิงปฏิบัติ การลด Emission อย่างยั่งยืน ต้องเกิดจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการใช้พลังงาน เช่น การปรับปรุงเครื่องจักร การใช้ระบบควบคุมอัจฉริยะ หรือการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>5. ความร่วมมือภายในห่วงโซ่อุปทาน</strong> : การเตรียมพร้อม ETS ไม่ควรจำกัดแค่ในองค์กร แค่ควรวางให้เชื่อมโยงกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อบรรลุ Net Zero เพื่อตัดสินใจด้านการลงทุน การจัดซื้อ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการบริหารจัดการความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานได้อย่างสอดคล้องกัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>6. การมีส่วนร่วมกับนโยบายและกลไกสนับสนุน</strong> : โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ควนเข้าไปมีบทบาทเชิงรุก หรือมีส่วนร่วมด้านการกำหนดนโยบาย เช่น การให้ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานกำกับดูแลในช่วงรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้กฎเกณฑ์ที่ออกมาสามารถปฏิบัติได้จริง พร้อมทั้งโอกาสในการเข้าถึงกลไกสนับสนุนจากภาครัฐและภาคการเงิน เพื่อลดต้นทุนและเร่งการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/emissions-trading-system/">ทำความรู้จัก ระบบ &#8216;ETS&#8217; เมื่อการปล่อย คาร์บอน มีต้นทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:37:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[Competency]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Development]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[FutureSkills]]></category>
		<category><![CDATA[GreenSkills]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Skillset]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableDevelopment]]></category>
		<category><![CDATA[การแข่งขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41733</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวง อว. ประกาศราชกิจจานุเบกษา เดือนเมษายน 2569 กำหนด ‘ทักษะที่ต้องมี’ สำหรับสายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment and Sustainability) ​หรือ &#8216;Green Skills&#8217; เพื่อมุ่งพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ​ รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงาน พร้อม​กำหนดทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา ความยั่งยืน และ ผู้เชี่ยวชาญด้าน คาร์บอนฟุตพรินท์ ทั้งนี้ ได้กำหนดทักษะสำคัญที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมี (Specialist Skills) แบ่งเป็น 3 กลุ่มทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล, 2.ทักษะด้านการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการและขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมาย และ 3. ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ โดยสามารถสรุป ทักษะเฉพาะ ของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานได้ ต่อไปนี้ 1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">กระทรวง อว. ประกาศราชกิจจานุเบกษา เดือนเมษายน 2569 กำหนด <strong>‘ทักษะที่ต้องมี’</strong> สำหรับสายงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment and Sustainability) ​หรือ <strong>&#8216;Green Skills&#8217; </strong>เพื่อมุ่งพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ​ รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงาน</div>
<p><span id="more-41733"></span></p>
<p>พร้อม​กำหนดทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> และ ผู้เชี่ยวชาญด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนฟุตพรินท์</span></p>
<p>ทั้งนี้ ได้กำหนดทักษะสำคัญที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมี (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Specialist</span> Skills) แบ่งเป็น 3 กลุ่มทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล, 2.ทักษะด้านการเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการและขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมาย และ 3. ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">โดยสามารถสรุป <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทักษะเฉพาะ</span> ของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานได้ ต่อไปนี้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability Development Specialist)</strong></div>
<ul>
<li dir="auto"> พัฒนาและดำเนินกลยุทธ์ขององค์กร ที่เกี่ยวข้องกับ ESG</li>
<li dir="auto">เข้าใจอุตสาหกรรม นโยบาย กฎหมาย มาตรฐานที่เกี่ยวข้องทั้งไทยและสากลอยู่เสมอ​ เช่น GRI, SASB, Paris Agreement และ ISO 14000</li>
<li dir="auto">วิเคราะห์ผลกระทบและความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Environmental</span> และความหลากหลายทางชีวภาพ (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Biodiversity</span>) ความสัมพันธ์ชุมชน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Social</span> และธรรมาภิบาลองค์กร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Governance</span></li>
<li dir="auto">เก็บข้อมูลรอบด้าน จัดทำรายงานเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</li>
<li dir="auto">กำหนดเป้าหมายพาองค์กรสู่ความยั่งยืน ตามกรอบเวลา ต้นทุน ทรัพยากร เชื่อมโยงตัวชี้วัดทางการเงิน</li>
<li dir="auto">สร้างความร่วมมือ ติดตาม ประเมินผล ให้คำแนะนำ สื่อสารกลยุทธ์ความยั่งยืน และผลการดำเนินงาน</li>
<li dir="auto">ประสบการณ์ในสายงาน 3 ปีขึ้นไป</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Specialist)</strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ประมวลผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร</li>
<li dir="auto">เสนอแนวทางการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมองค์กรด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม</li>
<li dir="auto">เข้าใจเงื่อนไขทางอุตสาหกรรม การรายงานการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก</li>
<li dir="auto">เก็บข้อมูลเพื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ระดับองค์กร (CFO) หรือผลิตภัณฑ์ (CFP)</li>
<li dir="auto">ประมวลผลบัญชีปริมาณก๊าซเรือนกระจก ใช้สารสนเทศก๊าซเรือนกระจก เช่น GIS / ETS</li>
<li dir="auto">เข้าใจมาตรฐานทั้งในประเทศไทยและสากล เช่น GHG Protocol และ ISO 14000</li>
<li dir="auto">เข้าใจความเสี่ยง Climate Risks และ Transition Risks ขององค์กร</li>
<li dir="auto">วิเคราะห์ความคุ้มค่าในตลาดการซื้อขายคาร์บอน (Carbon Market)</li>
<li dir="auto">ประสบการณ์ในสายงาน 3 ปีขึ้นไป</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">นอกจากนี้ ยังกำหนด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทักษะทั่วไป</span> (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">General</span> Skills) ที่ทั้ง 2 สายงานจำเป็นต้องมีเหมือนกัน ประกอบด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">1. การคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking)</div>
<div dir="auto">2. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)</div>
<div dir="auto">3. สามารถทำงานเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ (Leadership)</div>
<div dir="auto">4. การนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่ายด้วย Data Visualization / Dashboard</div>
<div dir="auto">5. วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สื่อสาร สร้างแรงจูงใจให้เครือข่าย</div>
<div dir="auto">6. สื่อสารภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละด้าน</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/sustainability-carbonfootprint-specialist-skills/">&#8216;Green Skills&#8217; ทักษะเฉพาะ ความยั่งยืน &#8211; คาร์บอนฟุตพรินท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:31:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thai SCP Network]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39305</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารของประเทศไทย ในการประชุมวิชาการเพื่อขับเคลื่อน &#8216;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&#8216; จัดโดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)​ (Thai SCP Network) โดยมองว่า การค้าขายสินค้าเกษตรและอาหาร ในอนาคต ผู้ซื้อจะไม่ได้ถามเราว่า &#8216;ราคาเท่าไหร่&#8217; แต่จะเปลี่ยนมาถามเราว่าสินค้านี้มี &#8216;คาร์บอนเท่าไหร่&#8217; แทนขณะที่ความพร้อมของประเทศไทย ตอนนี้ยังเน้นการค้าขายเชิงปริมาณเป็นหลัก แต่​หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มมีการทำตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำได้แล้ว ดังนั้น หากประเทศไทยไม่ปรับตัวอาจทำให้เสียโอกาสในอนาคตได้นอกจากนี้ รูปแบบการดำเนินงานของประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนผ่านเรื่องเหล่านี้ อาจจะยังโฟกัสไม่ตรงจุดมากนัก เพราะเน้น​การขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย หรือกฏเกณฑ์ทางการค้าและภาษี ​โดยไม่มีแนวทางการปรับตัวหรือเปลี่ยนผ่านให้ผู้ผลิตหรือเกษตรกรจากต้นทางโดยเฉพาะ​ในกลุ่มอาหารสัตว์​และปศุสัตว์ที่ต้องถือว่าเป็นกลุ่มที่มีห่วงโซ่ยาวที่สุดของประเทศ&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นปัญหาสำคัญทางสังคม และจะเชื่อมโยง​มาเป็นปัญหาเศรษฐกิจในที่สุด จึงต้องแก้ไขด้วยแนวทางทางเศรษฐกิจ การไปบอกให้เกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ห้ามเผา​ ​แต่ตอบไม่ได้ว่า จะรับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไร หรือต้นทุนการผลิตที่ต้องแบกรับจะมากขึ้นอย่างไร หากตอบสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็ยากที่จะได้ความร่วมมือหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดที่ต้องการได้สำเร็จ เหมือนการจะให้รถม้าวิ่งได้ ต้องวางม้าไว้หน้ารถลาก ไม่ใช้วางรถลากไว้หน้าม้า เพราะสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างที่ตั้งไว้จริง&#8221;ดังนั้น หากประเทศไทยอยากขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเศรษฐกิจตั้งแต่​ฐานราก หากมีดีมานด์สินค้าคาร์บอนต่ำต้องทำให้ระบบการผลิตเป็นคาร์บอนต่ำ ด้วยการ​ลงไปทำงานและพัฒนาร่วมกับเกษตรกรหรือกลุ่มธุรกิจต้นน้ำต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง ​ทั้งการให้ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการลงทุน เพื่อสร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน​ และสามารถทำให้ทุกข้อต่อภายในห่วงโซ่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างสอดคล้องกันทั้งซัพพลายเชนที่สำคัญ ภาครัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาเป็นแกนกลางสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง เพราะหากมีการวาง นโยบาย ในการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ​จะนำมาซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆแต่หากรัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ และไม่มีนโยบายและงบประมาณเพื่อใช้ในก​ารเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน จะกระทบทั้งต่อสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/">เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล</strong> นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนผ่านสู่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารของประเทศไทย ในการประชุมวิชาการเพื่อขับเคลื่อน &#8216;<strong>การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</strong>&#8216; จัดโดยสมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย)​ (Thai SCP Network)</p>
<p><span id="more-39305"></span></p>
<p>โดยมองว่า การค้าขาย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สินค้า<strong>เกษตรและอาหาร</strong></span> ในอนาคต ผู้ซื้อจะไม่ได้ถามเราว่า <em>&#8216;ราคาเท่าไหร่&#8217;</em> แต่จะเปลี่ยนมาถามเราว่าสินค้านี้มี <em>&#8216;<strong>คาร์บอนเท่าไหร่&#8217;</strong></em> แทน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ความพร้อมของ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span> ตอนนี้ยังเน้นการค้าขายเชิงปริมาณเป็นหลัก แต่​หลายประเทศในภูมิภาคเริ่มมีการทำตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำได้แล้ว ดังนั้น หากประเทศไทยไม่ปรับตัวอาจทำให้เสียโอกาสในอนาคตได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />นอกจากนี้ รูปแบบการดำเนินงานของประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนผ่านเรื่องเหล่านี้ อาจจะยังโฟกัสไม่ตรงจุดมากนัก เพราะเน้น​การขับเคลื่อนด้วยกฎหมาย หรือกฏเกณฑ์ทางการค้าและภาษี ​โดยไม่มีแนวทางการปรับตัวหรือเปลี่ยนผ่านให้ผู้ผลิตหรือเกษตรกรจากต้นทางโดยเฉพาะ​ในกลุ่มอาหารสัตว์​และปศุสัตว์ที่ต้องถือว่าเป็นกลุ่มที่มีห่วงโซ่ยาวที่สุดของประเทศ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นปัญหาสำคัญทางสังคม และจะเชื่อมโยง​มาเป็นปัญหาเศรษฐกิจในที่สุด จึงต้องแก้ไขด้วยแนวทางทางเศรษฐกิจ การไปบอกให้เกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ห้ามเผา​ ​แต่ตอบไม่ได้ว่า จะรับซื้อผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างไร หรือต้นทุนการผลิตที่ต้องแบกรับจะมากขึ้นอย่างไร หากตอบสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็ยากที่จะได้ความร่วมมือหรือเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดที่ต้องการได้สำเร็จ เหมือนการจะให้รถม้าวิ่งได้ ต้องวางม้าไว้หน้ารถลาก ไม่ใช้วางรถลากไว้หน้าม้า เพราะสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างที่ตั้งไว้จริง&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" />ดังนั้น หากประเทศไทยอยากขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต้องเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเศรษฐกิจตั้งแต่​ฐานราก หากมีดีมานด์สินค้าคาร์บอนต่ำต้องทำให้ระบบการผลิตเป็นคาร์บอนต่ำ ด้วยการ​ลงไปทำงานและพัฒนาร่วมกับเกษตรกรหรือกลุ่มธุรกิจต้นน้ำต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง ​ทั้งการให้ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งการลงทุน เพื่อสร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน​ และสามารถทำให้ทุกข้อต่อภายในห่วงโซ่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างสอดคล้องกันทั้งซัพพลายเชน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ที่สำคัญ ภาครัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาเป็นแกนกลางสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง เพราะหากมีการวาง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">นโยบาย</span> ในการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน ​จะนำมาซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ<br class="html-br" /><br class="html-br" />แต่หากรัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ และไม่มีนโยบายและงบประมาณเพื่อใช้ในก​ารเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน จะกระทบทั้งต่อสังคม เศรษฐกิจ การส่งออก ​การลงทุน รวมทั้งไม่มีผู้เข้ามาลงทุนในประเทศ สุดท้ายประเทศไทย​จะไม่สามารถขายสินค้าได้ และอาจต้องสูญเสียตลาดส่งออกต่างๆ ที่มีอยู่ไปในที่สุด เพราะไม่สามารถตอบคำถามสำคัญของตลาดได้ว่า <em>&#8216;สินค้านี้มีคาร์บอนเท่าไหร่ ไม่ใช่ราคาเท่าไหร่&#8217;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/low-carbon-food-and-agriculture/">เปลี่ยนผ่านสู่ตลาดสินค้า &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; โอกาสสินค้าเกษตรและอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:19:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonReduction]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonRemoval]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB THAI]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Gren Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emission]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transitions]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไอเอ็มบี ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เจสัน ลี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39302</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน Green Transition ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น ธุรกิจคาร์บอนต่ำ คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน Decarbonization เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน ความยั่งยืน ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 คุณเจสัน ลี ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green Transition</span></strong> ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น <strong>ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</strong> คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน</div>
</div>
<p><span id="more-39302"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>คุณเจสัน ลี</strong> ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม High Emissions เช่นเดิม</div>
<div dir="auto">​</div>
<div dir="auto">การช่วยภาคธุรกิจลดคาร์บอนของ <strong>CIMB Thai</strong> จะเน้นที่ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก เพื่อโฟกัสการลดคาร์บอนในขอบเขตที่เป็นสโคป 1 และ 2 เป็นสำคัญ แม้ว่าความเข้าใจในเรื่องของปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นภายในห่วงโซ่ธุรกิจ สัดส่วนการสร้างปริมาณคาร์บอนส่วนใหญ่มักจะเกิดจากสโคปที่ 3 หรือเกิดขึ้นภายในซัพพลายเชนของธุรกิจ โดยมีสัดส่วนเกินครึ่ง โดยในบางอุตสาหกรรมคาร์บอนในสโคป 3​ อาจสูงไปจนถึง 80-90% เลยทีเดียว</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่มุมมองของ <strong>คุณเจสัน ลี</strong> มองว่า ในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนนั้น ธุรกิจทุกรายจะเริ่มจากการลดคาร์บอนภายในธุรกิจของตัวเองก่อน หรือเริ่มจากการลดในสโคป 1 และ 2 ขณะที่สโคป 3 จะเป็นตัวเลขที่นำมาบันทึกเพื่อจัดทำบัญชีคาร์บอนของภาคธุรกิจ แต่ในการขับเคลื่อนเพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในภาพรวมของประเทศ จะนับจากสโคป 1 และ 2 เท่านั้น แต่ไม่ได้นำสโคป 3 มาคำนวณด้วย เพราะจะเกิดการนับซ้ำในระบบ (Double Counting) และทำให้ปริมาณไม่ตรงกับความเป็นจริง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในช่วงสโคป 1 และ 2 เท่านั้น จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์จากการใช้พลังงานและไฟฟ้าในปริมาณสูง หากสามารถลดการปลดปล่อย โดยเฉพาะการลด​แบบ Removal ที่สามารถลดปริมาณการ​ปล่อยได้​ตั้งแต่ต้นทาง​ จะทำให้สามารถสร้างผลกระทบในการช่วยแก้ไขวิกฤตสภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">&#8220;การคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์สโคป 3 จะมีบทบาทในการวิเคราะห์พอร์ตโฟลิโอองค์กรของภาคธุรกิจเป็นหลัก แต่ปริมาณในสโคป 1 และ 2 คือปริมาณคาร์บอนที่มีการปลดปล่อยออกมาจริงๆ และเป็นต้นเหตุสำคัญของวิกฤตสภาพอากาศ ​ดังนั้น การโฟกัสให้ธุรกิจขนาดใหญ่เปลี่ยนผ่านได้ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญหากทุกธุรกิจให้ความสำคัญที่จะ​ขับเคลื่อนแผนการลดคาร์บอนของตนเองอย่างจริงจัง ปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในสโคป 3 ก็จะลดน้อยลงได้อย่างอัตโนมัติ&#8221;</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CIMB Thai</span> </strong>มองว่า แนวทางการขับเคลื่อนที่ธนาคารวางนโยบายไว้นั้น นอกจากการช่วยภาคธุรกิจไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านเพื่อแข่งขันได้ ยังช่วยเพิ่มศักยภาพและเร่งสปีดประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net zero 2050 ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย จากช่วงที่ผ่านมา ประสิทธิภาพในการลดคาร์บอนโดยภาพรวมของประเทศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:14:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonNeutraul]]></category>
		<category><![CDATA[Currency]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[REC]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TMBThanachart]]></category>
		<category><![CDATA[Token]]></category>
		<category><![CDATA[Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอ็มบีธนชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ตัณฑเกษม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคน]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคนดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39308</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221; มุมมองของ คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาติ หรือ TTB ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี Tokenization หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก Decarbonization ให้อยู่ในรูปแบบ​ &#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนเครดิต , REC หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Allowance) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​คุณปิติ กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด โลกร้อน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;คุณปิติ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา คาร์บอนคอยน์ เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>&#8220;เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนละเรื่อง กลายเป็นเพียงการพัฒนา &#8216;คาร์บอนคอยน์&#8217; เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไรเท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกนี้ดีขึ้น​​&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39308"></span></p>
<p>มุมมองของ <strong>คุณปิติ ตัณฑเกษม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทีเอ็มบีธนชาติ</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">TTB</span> ​ที่มีต่อการนำเทคโนโลยี <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Tokenization</span></strong> หรือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> ให้อยู่ในรูปแบบ​ <strong>&#8216;โทเคนดิจิทัล&#8217;</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />ไม่ว่าจะเป็น <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนเครดิต</span> , <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">REC</span> หรือใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พลังงานหมุนเวียน</span> (Renewable Energy Certificate) รวมทั้งสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Allowance</span>) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> กล่าวว่า ttb ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในแผน และมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา รวมทั้งยังมองว่าเป็นคนละประเด็นกับการลงทุนเพื่อช่วยขับเคลื่อนการ​ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลง<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ประเด็นนี้เป็น 2 เรื่องที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันเลย แต่อาจทำให้คนเข้าใจได้ว่า การเทรดคาร์บอนโทเคนจะช่วยลด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โลกร้อน</span> ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลับให้ผลที่ตรงข้ามกัน ยิ่งเทรดโลกยิ่งร้อน เพราะการเทรดต้องใช้พลังงานสูงมาก&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณปิติ</strong> ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เราต้องเริ่มมองการพัฒนาจากพื้นฐานก่อน มองที่การสนับสนุนโครงสร้างที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง ไม่ใช่มองข้ามขั้นไปที่เรื่องของการเทรดโดยไม่เชื่อมโยงกับพื้นฐาน เพราะเป็นคนละเรื่อง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพียงการพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนคอยน์</span> เพื่อมาใช้ในการเก็งกำไร​เท่านั้น โดยไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรให้โลกดีขึ้นเลย<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;เราต้องมองเรื่องนี้ไปที่ &#8216;แก่น&#8217; ไม่ใช่​ &#8216;เปลือก&#8217; เพราะหากไม่พิจารณาให้ดี แล้วมุ่งพัฒนา​แค่เปลือกจะทำให้เกิดความ​สับสน หรืออาจจะเกิดความตื่นเต้นที่สามารถทำให้เรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่ผลที่ได้กลับไม่สามารถแก้ปัญหา หรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่แก่นได้เลย สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจ และผลักดันให้เกิดการลงทุนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านและสร้างผลลัพธ์คือ การลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้จริง&#8221;</em><br class="html-br" /><br class="html-br" />ประกอบกับหากมองที่ผลสัมฤทธิ์ในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน เราก็มีระบบกลางที่มีหลักเกณฑ์​ มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการเทรดหุ้น ในรูปแบบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Centralize</span> โดยการควบคุมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว จึงไม่เห็นด้วยนักกับการที่ต้อง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decentralize</span> เพื่อต้องการบรรลุเป้าหมาย​ในสิ่งเดียวกัน แถมยังต้องใช้พลังงานมากมายในการดำเนินการ รวมทั้งอาจไม่ได้มีส่วน​ช่วย​ให้เกิดการแก้ปัญหาได้จริง<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่สังคมเอง ก็อาจจะ​โฟกัสอยู่แค่การนำเสนอ &#8216;เปลือก&#8217; ในหลากหลายรูปแบบ ​โดยไม่ได้หันกลับไปมองที่แก่นของเรื่องที่ถูกจุดอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ttb-quote-tokenization/">เทรดคาร์บอน &#8216;โทเคน&#8217; ไม่ได้ช่วย ลดโลกร้อน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 06:47:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Agricultural]]></category>
		<category><![CDATA[carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Consumers]]></category>
		<category><![CDATA[emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Food System]]></category>
		<category><![CDATA[FoodProduction]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Our World in Data]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Eating]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การกิน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินท์ส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38639</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่!!  แค่การกิน ก็ส่งผลต่อ สภาพอากาศ เพราะทุกคำจากอาหาร ที่เรากิน ล้วนมาพร้อม &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้โลก ‘การกิน’ กับ ‘โลกร้อน’ จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เนื่องจากในกระบวนการ &#8216;การผลิตอาหาร&#8217; ทั้ง การเกษตร และ ปศุสัตว์ จำเป็น​ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งการ​ใช้น้ำ และที่ดินเพื่อ เพาะปลูก หรือ เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งยังสร้างก๊าซมีเทน และกระทบต่อพื้นที่ป่าให้มีจำนวนลดลง ​ ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของ ก๊าซเรือนกระจก ทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิต การทำฟาร์ม การแปรรูป และการขนส่ง ดังนั้น การกินในชีวิตประจำวันของ ผู้บริโภค จึงส่งผลต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง Climate Change อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะใน​ทุกกระบวนการมีการปล่อยคาร์บอน Carbon Emissions อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเลือกชนิดของอาหารสำหรับ​การรับประทาน ก็​มีส่วน​​ช่วยลดผลกระทบได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจาก ปริมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/">รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">รู้หรือไม่!! </span> แค่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การกิน</span> ก็ส่งผลต่อ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศ </span>เพราะทุกคำจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อาหาร</span> ที่เรากิน ล้วนมาพร้อม <strong>&#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217;</strong> ให้โลก</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>‘การกิน</strong>’ กับ <strong>‘โลกร้อน</strong>’ จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เนื่องจากในกระบวนการ &#8216;การผลิตอาหาร&#8217; ทั้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การเกษตร</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ปศุสัตว์</span> จำเป็น​ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งการ​ใช้น้ำ และที่ดินเพื่อ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เพาะปลูก</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เลี้ยงสัตว์</span> รวมทั้งยังสร้างก๊าซมีเทน และกระทบต่อพื้นที่ป่าให้มีจำนวนลดลง ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> ทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิต การทำฟาร์ม การแปรรูป และการขนส่ง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ดังนั้น การกินในชีวิตประจำวันของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ผู้บริโภค</span> จึงส่งผลต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Climate Change</span> อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะใน​ทุกกระบวนการมีการปล่อยคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Emissions</span> อย่างต่อเนื่อง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะเดียวกัน การเลือกชนิดของอาหารสำหรับ​การรับประทาน ก็​มีส่วน​​ช่วยลดผลกระทบได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจาก ปริมาณ Carbon Emissions ของอาหารแต่ละประเภทที่ปลดปล่อยออกมานั้นแตกต่างกัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Our World in Data</span> </strong>ได้มีการจัดอันดับกลุ่มอาหารที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์ต่ำ และสูง ​สำหรับเปรียบเทียบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Emissions</span> ที่เกิดจากการผลิตอาหารแต่ละประเภท โดยการคำนวณตามปริมาณการสร้างคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นจากการผลิตวัตถุดิบอาหารแต่ละประเภทในปริมาณ 1 กิโลกรัม</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>10 กลุ่มอาหาร คาร์บอนฟุตพรินท์สูง (High-Emission Foods)</strong> ประกอบด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">1. เนื้อวัว (จากฟาร์มโคเนื้อ) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 99.48 กก.</div>
<div dir="auto">2. ดาร์กช็อกโกแลต ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 46.65 กก.</div>
<div dir="auto">3. เนื้อแกะ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 39.72 กก.</div>
<div dir="auto">4. เนื้อวัว (จากฟาร์มโคนม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 33.3 กก.</div>
<div dir="auto">5. กาแฟ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 28.53 กก.</div>
<div dir="auto">6. กุ้ง (จากฟาร์ม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 26.87 กก.</div>
<div dir="auto">7. ชีส ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 23.88 กก.</div>
<div dir="auto">8. ปลา (จากฟาร์ม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 13.63 กก.</div>
<div dir="auto">9. เนื้อหมู ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 12.31 กก.</div>
<div dir="auto">10. เนื้อไก่ (กลุ่มสัตว์ปีก) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 9.87 กก.</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>5 กลุ่มอาหาร คาร์บอนฟุตพรินท์ต่ำ</strong> (Low-Emission Foods) ประกอบด้วย</div>
<div dir="auto">1. ผลไม้ตระกูลส้ม ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.39 กก.</div>
<div dir="auto">2. แอปเปิ้ล / พืชหัวใต้ดิน / ถั่วเปลือกแข็ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.43 กก.</div>
<div dir="auto">3. มันฝรั่ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.46 กก.</div>
<div dir="auto">4. หัวหอมและต้นหอม ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.5 กก.</div>
<div dir="auto">5. ผักตระกูลกะหล่ำ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.51 กก.</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/">รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Checklist กิจกรรมทำโลกร้อน ใน 1 วัน แต่ละคนสร้าง &#8216;Carbon Footprint&#8217; มากแค่ไหน ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/individual-carbon-footprint-measurement/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 15:53:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[#ClimateChange]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[FoodProduction]]></category>
		<category><![CDATA[Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Individual]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Measurement]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transportation]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36326</guid>

					<description><![CDATA[<p>คาร์บอนฟุตพริ้นท์ &#8216;Carbon Footprint&#8217; ไม่ได้เกิดจากการปลดปล่อย Carbon Emission ที่มาจากแค่ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ หรือเกษตร เท่านั้น แต่ ไลฟ์สไตล์ ในชีวิตประจำวันของเราก็สร้าง ‘คาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคล’ ได้ด้วยเช่นกัน โดยพบค่าเฉลี่ยการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคลทั่วโลก ในปี 2019 อยู่ที่ 6.9 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TCO2e ) ต่อคนต่อปีส่วน​ในประเทศไทย ยังมีการปลดปล่อยที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดยมีค่าเฉลี่ย Emission รายบุคคลอยู่ที่ 4.2 TCO2e หรือมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยรวมกว่า 273 ล้าน TCO2e จากจำนวนคนไทยราว 65 ล้านคนแล้ว รู้หรือไม่ แต่ละกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวันนั้น จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้มากแค่ไหน ไปลอง Checklist กันดูอาบน้ำ &#8211; แปรงฟัน &#8211; ถ้าอาบน้ำด้วยฝักบัว จะใช้น้ำเฉลี่ยไม่เกิน 20 ลิตรต่อครั้ง&#8211; หากล้างหน้าแบบเปิดน้ำทิ้งไปด้วย จะใช้น้ำถึง 18 ลิตรต่อครั้ง และหากทำต่อเนื่อง 1 ปี จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ถึง 5.2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/individual-carbon-footprint-measurement/">Checklist กิจกรรมทำโลกร้อน ใน 1 วัน แต่ละคนสร้าง &#8216;Carbon Footprint&#8217; มากแค่ไหน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คาร์บอนฟุตพริ้นท์ <strong>&#8216;Carbon Footprint&#8217;</strong> ไม่ได้เกิดจากการปลดปล่อย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Emission</span> ที่มาจากแค่ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ หรือเกษตร เท่านั้น แต่ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ไลฟ์สไตล์</span> ในชีวิตประจำวันของเราก็สร้าง ‘คาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคล’ ได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-36326"></span><br class="html-br" />โดยพบค่าเฉลี่ยการสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์รายบุคคลทั่วโลก ในปี 2019 อยู่ที่ 6.9 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TCO2e ) ต่อคนต่อปี<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วน​ในประเทศไทย ยังมีการปลดปล่อยที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดยมีค่าเฉลี่ย Emission รายบุคคลอยู่ที่ 4.2 TCO2e หรือมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยรวมกว่า 273 ล้าน TCO2e จากจำนวนคนไทยราว 65 ล้านคน<br class="html-br" /><br class="html-br" />แล้ว <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">รู้หรือไม่</span> แต่ละกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวันนั้น จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้มากแค่ไหน ไปลอง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Checklist</span> กันดู<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>อาบน้ำ &#8211; แปรงฟัน</strong></p>
<p>&#8211; ถ้าอาบน้ำด้วยฝักบัว จะใช้น้ำเฉลี่ยไม่เกิน 20 ลิตรต่อครั้ง<br class="html-br" />&#8211; หากล้างหน้าแบบเปิดน้ำทิ้งไปด้วย จะใช้น้ำถึง 18 ลิตรต่อครั้ง และหากทำต่อเนื่อง 1 ปี จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ถึง 5.2 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e)<br class="html-br" />&#8211; การแปรงฟันแบบมีแก้วใส่น้ำ ใช้น้ำ 0.51 ลิตรต่อครั้ง แต่หากเปิดน้ำไหลทิ้ง จะสิ้นเปลืองน้ำถึง 9 ลิตรต่อนาที<br class="html-br" />&#8211; หากมีการปล่อยน้ำทิ้งตอนแปรงฟัน วันละ 4 นาที นาน 1 ปี จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 10.4 KgCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>การผลิตอาหาร ในปริมาณ 1 กิโลกรัม</strong></p>
<p>&#8211; เนื้อวัว 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 60 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; เนื้อหมู 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 7 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; เนื้อไก่ 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 6 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; ข้าว 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 2.7 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; ถั่ว 1 กิโลกรัม สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; ชีสเบอร์เกอร์เนื้อ 1 ชิ้น มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 3.20 KgCO2e ส่วนซีซาร์สลัด มีเพียง 0.43 kgCO2e<br class="html-br" />&#8211; หากมีการสร้างขยะเศษอาหาร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Foodwaste</span> 10 กิโลกรัม จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ถึง 25.3 KgCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>การเดินทาง</strong></p>
<p>การเดินทางโดยเครื่องบิน<br class="html-br" />&#8211; เที่ยวบินภายในประเทศ ไป-กลับ 1,000 กิโลเมตร จำนวน 6 ครั้งต่อปี สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1.0398 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; เดินทางในทวีปเอเชีย ไป-กลับ ไม่เกิน 10,000 กิโลเมตร จำนวน 2 ครั้งต่อปี สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1.8046 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; เดินทางไปยุโรป ไป-กลับ ไม่เกิน 18,000 กิโลเมตร 1 ครั้งต่อปี สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 2.0053 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; การขับ​รถยนต์ส่วนตัว วันละ 50 กิโลเมตร สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 1.2256 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; ขี่รถมอเตอร์ไซค์ วันละ 50 กิโลเมตร สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.4755 TCO2e<br class="html-br" />&#8211; ใช้รถโดยสารประจำทาง วันละ 50 กิโลเมตร สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.2568 TCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เครื่องใช้ไฟฟ้า</strong></p>
<p>&#8211; การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า 1,000 kWh สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 499.9 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; พัดลมตั้งพื้น กำลังไฟ 45-75 วัตต์ หากเปิดวันละ 8 ชั่วโมง สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.18-0.30 KgCO2e<br class="html-br" />&#8211; แอร์ ใช้กำลังไฟ 680-3,300 วัตต์ สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 2.72-13.20 KgCO2e และหากเปิดแอร์ทุกวัน ภายใน 1 ปี จะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 4.818 TCO2e</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/individual-carbon-footprint-measurement/">Checklist กิจกรรมทำโลกร้อน ใน 1 วัน แต่ละคนสร้าง &#8216;Carbon Footprint&#8217; มากแค่ไหน ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
