<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Charity &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/charity/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 31 Oct 2024 12:57:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Charity &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หมูเด้งนำทีม! รับหน้าที่ทูตสันถวไมตรี คืนรอยยิ้มช่วยเหลือชาวนาที่ประสบภัยน้ำท่วม ชวนซื้อข้าวล่วงหน้า พร้อมลุ้นจุ่มการ์ดลายหมูเด้ง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/moodeng-x-thailand-rice-fest-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Oct 2024 12:04:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Charity]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[FOOD FOR GOOD]]></category>
		<category><![CDATA[Hippo]]></category>
		<category><![CDATA[Moo Deng]]></category>
		<category><![CDATA[Rice Festival]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Rice]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Rice Fest 2024]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหมูเด้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหมูเด้ง สนับสนุนเกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวอินทรีย์ Organic Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หมูเด้ง]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29941</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง หนึ่งในนั้นคือ เกษตรกรอินทรีย์ที่มีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ที่ขาดรายได้ทันที เพราะผลผลิตที่เตรียมออกสู่ตลาดในปลายปีนี้ หายวับไปกับสายน้ำ ที่ไหล่บ่ามาอย่างรวดเร็วและท่วมทุกพื้นที่ ทำให้ชีวิตของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่ปลูกข้าวปีละครั้งโอนเอนไปตามกระแสน้ำเช่นกัน เพราะเท่ากับพวกเขาจะขาดรายได้ในการทำนาทั้งปี และจะมีรายได้อีกครั้งเมื่อลงมือเพาะปลูกรอบใหม่ และขายผลผลิตได้ นั่นคือเดือนธันวาคม 2568 จึงเป็นที่มาให้ผู้จัดงาน Thailand Rice Fest 2024 เทศกาลข้าวที่เป็นเวทีสำคัญในการยกระดับข้าวไทย และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเกษตรกรและผู้บริโภค ที่ประกอบด้วย The Cloud และพันธมิตรสำคัญ อย่าง กรมการข้าว ร่วมด้วยองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย, เทใจ และ FOOD FOR GOOD กางแผนช่วยเหลือเกษตรกรที่โครงการนี้สนับสนุนมี 2 กลุ่มคือ ‘กลุ่มทุ่งต้อมพอเพียง’ เป็นเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ในอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ทำการเกษตรและปศุสัตว์หลากหลาย (ปลูกข้าว ผักสวนครัว เลี้ยงปลานิล หมู) บริหารจัดการอย่างยั่งยืน เช่น นำฟางข้าวมาลงบ่อปลาเป็นแหล่งอาหารสร้างแพลงก์ตอนให้ปลานิล เศษปลานำไปทำน้ำหมัก ขี้หมูนำไปใส่ในนาข้าว และนำผลผลิตส่วน ต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/moodeng-x-thailand-rice-fest-2024/">หมูเด้งนำทีม! รับหน้าที่ทูตสันถวไมตรี คืนรอยยิ้มช่วยเหลือชาวนาที่ประสบภัยน้ำท่วม ชวนซื้อข้าวล่วงหน้า พร้อมลุ้นจุ่มการ์ดลายหมูเด้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง หนึ่งในนั้นคือ เกษตรกรอินทรีย์ที่มีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ที่ขาดรายได้ทันที เพราะผลผลิตที่เตรียมออกสู่ตลาดในปลายปีนี้ หายวับไปกับสายน้ำ ที่ไหล่บ่ามาอย่างรวดเร็วและท่วมทุกพื้นที่</p>
<p><span id="more-29941"></span></p>
<p>ทำให้ชีวิตของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่ปลูกข้าวปีละครั้งโอนเอนไปตามกระแสน้ำเช่นกัน เพราะเท่ากับพวกเขาจะขาดรายได้ในการทำนาทั้งปี และจะมีรายได้อีกครั้งเมื่อลงมือเพาะปลูกรอบใหม่ และขายผลผลิตได้ นั่นคือเดือนธันวาคม 2568</p>
<p>จึงเป็นที่มาให้ผู้จัดงาน <strong>Thailand Rice Fest </strong><strong>2024</strong> เทศกาลข้าวที่เป็นเวทีสำคัญในการยกระดับข้าวไทย และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเกษตรกรและผู้บริโภค ที่ประกอบด้วย <strong>The Cloud แ</strong>ละพันธมิตรสำคัญ อย่าง <strong>กรมการข้าว ร่วมด้วยองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย, เทใจ และ FOOD FOR GOOD </strong>กางแผนช่วยเหลือเกษตรกรที่โครงการนี้สนับสนุนมี 2 กลุ่มคือ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29945 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/ข้าวหมูเด้ง-04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>‘กลุ่มทุ่งต้อมพอเพียง’</strong> เป็นเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ในอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ทำการเกษตรและปศุสัตว์หลากหลาย (ปลูกข้าว ผักสวนครัว เลี้ยงปลานิล หมู) บริหารจัดการอย่างยั่งยืน เช่น นำฟางข้าวมาลงบ่อปลาเป็นแหล่งอาหารสร้างแพลงก์ตอนให้ปลานิล เศษปลานำไปทำน้ำหมัก ขี้หมูนำไปใส่ในนาข้าว และนำผลผลิตส่วน ต่าง ๆ  ไปแปรรูปให้ได้มากที่สุด ลดของเสียและเพิ่มมูลค่าสินค้า มีสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 280 ครอบครัว อยู่ใน 2 ตำบล พื้นที่ 1,300 ไร่ เป็นนาอินทรีย์ที่ได้รับการรับรอง ข้าวอินทรีย์ Organic Thailand</p>
<p>และ <strong>‘กลุ่มรักถิ่นเกิดเกษตรทฤษฎีใหม่’</strong> เป็นกลุ่มนาแปลงใหญ่อยู่ในตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีสมาชิกที่ปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 10 ครอบครัว พื้นที่ 166 ไร่</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29944 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/ข้าวหมูเด้ง-03.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>จึงเป็นที่มาของการออกแคมเปญพิเศษ <strong>“ข้าวหมูเด้ง สนับสนุนเกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วม”</strong> ด้วยการใช้หมูเด้ง มารับหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรี ที่นอกจากจะสร้างรอยยิ้มให้กับคนทั่วโลก แล้วยังมาคืนรอยยิ้มให้กับเกษตรกรไทยที่ประสบภัยน้ำท่วม ให้กลับมายืนหยัด ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ได้อย่างเร็วที่สุด ซึ่งทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการคืนรอยยิ้มให้เกษตรกรเหมือนหมูเด้งเช่นกัน ผ่านการสั่งซื้อข้าวอินทรีย์ล่วงหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>1. สนับสนุนข้าวอินทรีย์คุณภาพสูงผ่านแพลตฟอร์มเทใจที่ลิงก์นี้ <a href="https://taejai.com/th/project/dst-moodengrice" target="_blank" rel="noopener">https://taejai.com/th/project/dst-moodengrice</a> โดยยอดการสนับสนุน สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า</p>
<p>2. ข้าวสารถุงละ 1 กิโลกรัม มูลค่าการสนับสนุน 200 บาท ผู้สนับสนุนจะได้รับข้าว 1 กิโลกรัม การ์ดขอบคุณลายหมูเด้ง 1 ใบ ด้านในเป็นคำขอบคุณจากเกษตรกร ภาพหมูเด้งวาดโดย คุณอารีรัตน์ ทับทิม เจ้าหน้าที่สื่อการศึกษา สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จัดส่งทันทีตามที่อยู่จัดส่งโดยไม่คิดค่าส่งเพิ่ม</p>
<p>3. รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ค่าพิมพ์การ์ด ค่าจัดส่ง ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน) จะมอบให้กับตัวแทนกลุ่มทุ่งต้อมพอเพียง และกลุ่มรักถิ่นเกิดเกษตรทฤษฎีใหม่</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29946 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/ข้าวหมูเด้ง-06.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>4. ผู้สนับสนุนจะได้รับข้าวสารจากพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105</p>
<p>5. ผู้สนับสนุนข้าว 1 กิโลกรัม จะได้รับการ์ด 1 ใบ โดยการสุ่มลาย การ์ดมีทั้งหมด 8 ลาย ถ้าสนับสนุน 8 กิโลกรัม จะได้รับการ์ดครบทั้ง 8 ลาย</p>
<p>6. ผู้สนับสนุนเลือกที่อยู่สำหรับจัดส่งข้าวได้ (จัดส่งเฉพาะภายในประเทศไทยเท่านั้น)</p>
<p>7. ผู้สนับสนุนเลือกได้ว่าจะรับไว้เพียงบางส่วน ส่วนที่เหลือเลือก ‘บริจาค’ ได้ โดย FOOD FOR GOOD ภายใต้มูลนิธิยุวพัฒน์ จะจัดส่งเพื่อเป็นอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลนในพื้นที่อำเภอเทิง และอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยผู้สนับสนุนยังได้รับการ์ดครบตามเต็มตามจำนวนที่สนับสนุน</p>
<p>8. หากเป็นการสนับสนุนจากต่างประเทศ ผู้สนับสนุนจะได้รับการ์ดส่งไปต่างประเทศตามที่อยู่ที่แจ้ง แต่โครงการนี้ส่งข้าวไปต่างประเทศไม่ได้ หากต้องการรับข้าว ต้องใส่ที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น หรือเลือกบริจาคข้าวทั้งหมดให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน</p>
<p>9. ผู้สนับสนุนจะได้รับข้าวในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ถึง มกราคม พ.ศ. 2569 (หากมีเหตุให้ได้รับช้ากว่านั้น จะมีการแจ้งรายละเอียดทางอีเมล)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29943 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/ข้าวหมูเด้ง-01.jpg" alt="" width="611" height="764" /></p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสั่งจองข้าวหมูเด้งล่วงหน้าได้ที่ เว็บไซต์ เทใจ <a href="https://taejai.com/th/project/dst-moodengrice" target="_blank" rel="noopener">https://taejai.com/th/project/dst-moodengrice</a>  ตั้งแต่วันนี้ &#8211; 20 ธันวาคม 2567 หรือเลือกสนับสนุนโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ได้ที่บูทขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ (H30) ในงาน <strong>Thailand Rice Fest 2024</strong> วันที่ 12 – 14 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ให้ข้าวหมูเด้งเป็นสัญลักษณ์แห่งการให้และความหวัง สั่งซื้อวันนี้เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและความสุขให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ! พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 1 เท่า  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊ก Thailand Rice Fest คลิก <a href="https://www.facebook.com/ThailandRiceFest" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/ThailandRiceFest</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/moodeng-x-thailand-rice-fest-2024/">หมูเด้งนำทีม! รับหน้าที่ทูตสันถวไมตรี คืนรอยยิ้มช่วยเหลือชาวนาที่ประสบภัยน้ำท่วม ชวนซื้อข้าวล่วงหน้า พร้อมลุ้นจุ่มการ์ดลายหมูเด้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินไซต์คนไทยเกี่ยวกับการบริจาค เทรนด์ผู้บริจาคเริ่มมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจัยหลักเพื่อ &#8216;ความสุขทางใจ&#8217; ส่วนการลดหย่อนภาษี เป็นแค่ ‘ของแถม’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/thai-insight-about-donation-by-rama-foundation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2023 10:38:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Charity]]></category>
		<category><![CDATA[Donation]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[RAMA Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[การบริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[การแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ความช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางบริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[พรรณสิริ คุณากรไพบูลย์ศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรามาธิบดีฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์คนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์การแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16949</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก มูลนิธิรามาธิบดีฯ (มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)ในฐานะตัวกลางที่ช่วยเชื่อมโยงและส่งต่อความช่วยจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เพื่อสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลรามาธิบดี ในการช่วยเหลือผู้ป่วย และการดูแลสุขภาพให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งขับเคลื่อนมายาวนานถึง 54 ปี คุณพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ ​ให้ข้อมูลพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคของคนไทย ​​พบว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการบริจาคเพิ่มมากขึ้น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จะมีสถานการณ์โควิดมากระทบกับรายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ ทำให้ยอดการบริจาคในแต่ละครั้ง อาจลดน้อยลง แต่ยอดบริจาคโดยรวมก็ยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด สะท้อนว่า จำนวนการบริจาคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า การเติบโตของจำนวนครั้งการบริจาคจะเพิ่มราว 20-30% ต่อปี นอกจากนี้ ยังพบอินไซต์ที่น่าสนใจต่อเรื่องราวในการบริจาคของคนไทย ต่อไปนี้ 1. เห็นแนวโน้มอายุของผู้บริจาคที่เริ่มน้อยลง จากก่อนหน้านี้ เมื่อย้อนไปช่วง 10 ปีก่อนหน้า มีเพียงคนสูงอายุที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับการบริจาค ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มที่มีความมั่นคงทางการเงินในระดับหนึ่งก่อน ซึ่งปัจจุบันอายุของผู้บริจาคจะค่อยๆ ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเริ่มมีกลุ่มอายุราวๆ 20 ปี ที่เพิ่งเริ่มทำงาน เข้ามาบริจาคให้กับทางมูลนิธิเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยตอกย้ำแนวคิดที่เชื่อว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับประเด็นทางด้านสังคมเพิ่มมากขึ้นได้อีกทางหนึ่ง 2. ​กลุ่มผู้บริจาค​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/thai-insight-about-donation-by-rama-foundation/">อินไซต์คนไทยเกี่ยวกับการบริจาค เทรนด์ผู้บริจาคเริ่มมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจัยหลักเพื่อ &#8216;ความสุขทางใจ&#8217; ส่วนการลดหย่อนภาษี เป็นแค่ ‘ของแถม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก <strong>มูลนิธิรามาธิบดีฯ</strong> (มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)ในฐานะตัวกลางที่ช่วยเชื่อมโยงและส่งต่อความช่วยจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เพื่อสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลรามาธิบดี ในการช่วยเหลือผู้ป่วย และการดูแลสุขภาพให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งขับเคลื่อนมายาวนานถึง 54 ปี</p>
<p><span id="more-16949"></span></p>
<p><strong>คุณพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ</strong> ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ ​ให้ข้อมูลพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคของคนไทย ​​พบว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการบริจาคเพิ่มมากขึ้น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จะมีสถานการณ์โควิดมากระทบกับรายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ ทำให้ยอดการบริจาคในแต่ละครั้ง อาจลดน้อยลง แต่ยอดบริจาคโดยรวมก็ยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด สะท้อนว่า จำนวนการบริจาคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า การเติบโตของจำนวนครั้งการบริจาคจะเพิ่มราว 20-30% ต่อปี นอกจากนี้ ยังพบอินไซต์ที่น่าสนใจต่อเรื่องราวในการบริจาคของคนไทย ต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16956 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/คุณพรรณสิรี-คุณากรไพบูลย์ศิริ-ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ.jpg" alt="" width="365" height="548" /></p>
<p>1. เห็นแนวโน้มอายุของผู้บริจาคที่เริ่มน้อยลง จากก่อนหน้านี้ เมื่อย้อนไปช่วง 10 ปีก่อนหน้า มีเพียงคนสูงอายุที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับการบริจาค ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มที่มีความมั่นคงทางการเงินในระดับหนึ่งก่อน ซึ่งปัจจุบันอายุของผู้บริจาคจะค่อยๆ ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเริ่มมีกลุ่มอายุราวๆ 20 ปี ที่เพิ่งเริ่มทำงาน เข้ามาบริจาคให้กับทางมูลนิธิเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยตอกย้ำแนวคิดที่เชื่อว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับประเด็นทางด้านสังคมเพิ่มมากขึ้นได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>2. ​กลุ่มผู้บริจาค​ GenX (อายุ 45 ปีข้ึนไป) มีสัดส่วนราว 40% ของกลุ่มผู้บริจาคบุคคลธรรมดา ขณะที่กลุ่มอายุ 45-60 ปี และ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และอยู่ในกลุ่มที่มีการบริจาคต่อรายสูงที่สุด ส่วนกลุ่ม Gen Z (อายุตั้งแต่ 9-24 ปี)  มียอดบริจาคจากกลุ่มนี้ในช่วงสถานการณ์โควิด (2563-2564) เพิ่มขึ้น 2 เท่า แม้ในปีที่ผ่านมา (2565) ยอดจากกลุ่มนี้จะลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิดระบาดอยู่ดี โดยเหตุผลที่คนนิยมบริจาคให้ทางมูลนิธิฯ และเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้​ 54 ปี  คือ ผู้บริจาคเห็นผลลัพธ์ในการนำเงินบริจาคไปใช้ได้อย่างชัดเจน ในระยะเวลาอันสั้น  ทำให้มีความเชื่อมั่นถึงความโปร่งใส และยังช่วยเติมเต็มความสุขทางใจให้แก่ผู้บริจาค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16953 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/05_บรรยากาศโรงพยาบาลรามาธิบดี.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>3. ประเด็นหลักสำคัญในการบริจาคของคนไทย ยังอยู่ที่การทำเพื่อ<strong> &#8216;การเติมเต็มความสุขทางใจ&#8217;</strong> ที่ได้มีโอกาสในการส่งต่อการให้ต่อไปได้แบบไม่สิ้นสุด ส่วนเรื่องของ &#8216;การลดหย่อนภาษี&#8217; ถือว่าเป็นเพียง By product หรือ หนึ่งใน &#8216;ของแถม&#8217; ที่ได้มาจากการบริจาคเท่านั้น เพราะหลายๆ คนที่มียอดบริจาคเกินกว่าเพดานภาษีของตัวเองไปค่อนข้างมาก ประกอบกับ ปีที่ผ่านมานี้  การบริจาคผ่านทางมูลนิธิฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า จากที่ก่อนหน้านี้ ลดหย่อนได้เพียงแค่เท่าเดียว แต่ยอดการบริจาคก็ไม่ได้เพิ่มมากขึ้นแบบหวือหวา ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนๆ จึงเชื่อว่า ประเด็นในเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจมาบริจาคกับทางมูลนิธิฯ</p>
<p>4. การอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริจาคมีความสำคัญ จากการที่มีผู้บริจาคผ่านสมาร์ทโฟนเพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นช่องทางหลักในการรับบริจาคถึงกว่า 70% จากก่อนหน้านี้มีสัดส่วนเพียง 20% ขณะที่การบริจาคผ่านโรงพยาบาลเหลืออยู่ราว 30% จากที่ก่อนหน้าเคยเป็นช่องทางหลักที่ระดมเงินบริจาคได้มากถึง 80%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน_02.jpg" alt="" width="1200" height="855" /></p>
<p>5. ทางมูลนิธิฯ จะพยายามสื่อสารเพื่อเพิ่ม Engage กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้นโดยเฉพาะการใช้ช่องทางออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งช่องทาง TikTok ที่เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่กำลังได้รับความสนใจ และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ง่าย รวมถึงช่องทางโซเชียลอื่นๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริจาคได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งการให้ความสำคัญกับการทำการวิเคราะห์ข้อมูล (Big Data) เพื่อทำความเข้าใจอินไซต์และพฤติกรรมผู้บริจาคแต่ละกลุ่ม เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือกิจกรรมต่างๆ ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้ดีขึ้น โดยปัจุบันพบว่า กลุ่มผู้บริจาครุ่นใหม่ที่อายุไม่มาก จะนิยมบริจาคให้กับโครงการที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยยากไร้ต่างๆ ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุจะเน้นการสร้างอาคาร หรือการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ</p>
<p>รวมถึงการใช้ความชื่นชอบของคนรุ่นใหม่มาต่อยอดการทำงาน เช่น การจัดทำของที่ระลึก โดยใช้คาแรคเตอร์การ์ตูนต่างๆ ที่ได้รับความนิยม เช่น ไลน์เฟรนด์ (LINE Friends), เฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty), สนูปี้ (Snoopy) ฯลฯ หรือ การใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นศิลปินกลุ่มคนรุ่นใหม่มาช่วยโปรโมทแคมเปญต่างๆ เช่น การเปิดตัวของที่ระลึกการกุศล Power of Giving เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และการใช้ Facebook แฟนเพจของมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เพิ่มการเข้าถึงคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เช่น คอนเทนต์วอลเปเปอร์ เรื่องของดวง 12 ราศี เลขมงคล ​รวมทั้งการเพิ่มแผนความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรเพิ่มมากขึ้น เช่น ลิขสิทธิ์ Peter Rabbit และ My Melody เพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการทำบุญได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16951 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เร่งระดมทุนสนับสนุนโครงการหลัก </strong></p>
<p>สำหรับปี 2566 นี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ มี 2 โครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งระดมทุน ได้แก่ <strong>โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี</strong> โครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อทดแทนอาคารเดิมที่เริ่มหนาแน่น และเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับและรักษาผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับการบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะโรคที่มีความซับซ้อนซึ่ง ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเป็นต้นแบบทางการรักษาให้กับโรงพยาบาลอื่น ๆ ต่อไป ​รวมทั้งรองรับการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคซับซ้อนต่างๆ ได้มากขึ้น โดยคาดว่าจะมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์เกือบ 3 เท่า ​รองรับให้บริการผู้ป่ยนอกได้ถึง 2.5 ล้านครั้งต่อปี และให้บริการผู้ป่วยในได้ถึง 55,000 คนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ 2571 ซึ่งโครงการยังคงขาดงบอีกกว่า 9 พันล้านบาท ทั้งเพื่อใช้ก่อสร้างอาคารราว 3 พันล้านบาท และการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์อีกกว่า 6​ พันล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16958 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/05_เพิ่มพื้นที่แห่งการวิจัย.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>อีกหนึ่งโครงการคือ โครงการดั้งเดิมตั้งแต่ก่อตั้งอย่าง <strong>โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้</strong> ที่ต้องระดมทุนต่อเนื่อง​เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้จากข้อจำกัดทั้งเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ​ซึ่งครอบคลุมผู้ป่วยยากไร้ในทุกประเภท ได้แก่ ผู้ป่วยจากสถานสงเคราะห์ ผู้ป่วยจิตเวช ภิกษุ แม่ชี ผู้ป่วยเร่ร่อน ผู้ป่วยจากภัยพิบัติ ผู้ป่วยต่างด้าว รวมถึงผู้ป่วยระดับกลางที่ใช้สิทธิประกันตน หรือใช้ประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่สิทธิต่างๆ ยังไม่ครอบคลุม​ รวมทั้งโรคด้านจิตใจ ครอบครัว รวมถึงช่วยเหลทอค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น​ ซึ่งแต่ละปีมูลนิธิฯ ได้ใช้งบประมาณการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้มากกว่า 100 ล้านบาท โดยเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่มีรายได้ถึง 40% และการช่วยเหลือส่วนที่เหลือไปยังผู้ป่วยผู้มีรายได้ต่ำ โดยผู้ป่วยที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นผู้ป่วยเด็กและผู้สูงวัยกว่า 57%  ในปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมาสัดส่วนเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้คิดเป็น 19% จากโครงการทั้งหมดที่มูลนิธิระดมทุนอยู่ โดยมีสัดส่วนของผู้ป่วยยากไร้รายใหม่ที่ได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิฯเพิ่มขึ้นกว่า 4% เมื่อเทียบกับปีพ.ศ. 2564</p>
<p>นอกจากนี้ ยังสามารถบริจาคให้โครงการอื่นๆ ภายใต้การดูแลของมูลนิธิ ไม่ว่าจะเป็น โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เพื่อสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ โครงการทุนการศึกษารามาธิบดี โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน และโครงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด รวมทั้งยังขับเคลื่อนแคมเปญ  <strong>&#8220;ความสุขจากการให้..ไม่สิ้นสุด&#8221;</strong> อย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์จาก &#8216;<strong>การให้</strong>&#8216; แทนคำขอบคุณจากผู้ได้รับการช่วยเหลือ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล ทุนการศึกษา และโครงการต่างๆ จากน้ำใจของคนไทย เพื่อตอกย้ำว่า ทุกการให้ สามารถสร้างให้เกิดความสุขในหลากหลายรูปแบบตามมา ทั้งการได้มอบชีวิต การมีส่วนช่วยผลิตบุคลากรทางการแพทย์ หรือการมีส่วนช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำมาซึ่งการดูแลคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีของคนไทย ผ่านหลากหลายๆ โครงการที่มีอยู่ และในอนาคตที่กำลังจะตามมา โดยทุกคนสามารถร่วมสมทบทุนเพื่อบริจาคให้กับทางมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16950 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/มูลนิธิรามาธิบดี_ช่องทางบริจาค-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1439" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/thai-insight-about-donation-by-rama-foundation/">อินไซต์คนไทยเกี่ยวกับการบริจาค เทรนด์ผู้บริจาคเริ่มมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจัยหลักเพื่อ &#8216;ความสุขทางใจ&#8217; ส่วนการลดหย่อนภาษี เป็นแค่ ‘ของแถม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จาก Charity สู่ CSR Strategy วันนี้ Air Asia+UNDP Take Off สู่ SDGs</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/12/air-asia-undp-sdgs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Dec 2017 04:50:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Air Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Charity]]></category>
		<category><![CDATA[CSR Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Journey D]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[UNDP]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์]]></category>
		<category><![CDATA[สันติสุข คล่องใช้ยา]]></category>
		<category><![CDATA[เกศรา มัญชุศรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=1072</guid>

					<description><![CDATA[<p>สายการบินแอร์เอเชียและโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นดีพี (United Nations Development Programme &#8211; UNDP) ร่วมลงนามประกาศความร่วมมือการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียบอกบนเวทีว่า “CSR Charity เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของไทยแอร์เอเชียตลอด 14 ปี ตลอดเวลาที่ทำไม่ต้องการสื่อสารออกมาข้างนอก ไม่ต้องการให้ใครเห็น แต่วันนี้ UNDP เห็นสิ่งที่ไทยแอร์เอเชียทำ และ UNDP เป็นจุดเริ่มต้น SDGs ที่นิวยอร์ค ซึ่งการร่วมลงนามวันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ใครๆ ก็บินได้ ก็สามารถช่วยเรื่องของ SDGs ได้เช่นกัน” ใครๆ ก็บินได้ มีคำตอบ 1+4 เรื่อง ถึงการเดินทางสู่ SDGs จาก สันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ถาม : ใครๆ ก็บินได้ และบินคุ้ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/air-asia-undp-sdgs/">จาก Charity สู่ CSR Strategy วันนี้ Air Asia+UNDP Take Off สู่ SDGs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สายการบินแอร์เอเชียและโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นดีพี (United Nations Development Programme &#8211; UNDP) ร่วมลงนามประกาศความร่วมมือการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-1072"></span></p>
<p><strong>ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียบอกบนเวทีว่า</p>
<p><strong><em>“CSR Charity เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของไทยแอร์เอเชียตลอด 14 ปี ตลอดเวลาที่ทำไม่ต้องการสื่อสารออกมาข้างนอก ไม่ต้องการให้ใครเห็น แต่วันนี้ UNDP เห็นสิ่งที่ไทยแอร์เอเชียทำ และ UNDP เป็นจุดเริ่มต้น SDGs ที่นิวยอร์ค ซึ่งการร่วมลงนามวันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ใครๆ ก็บินได้ ก็สามารถช่วยเรื่องของ SDGs ได้เช่นกัน”</em></strong></p>
<figure id="attachment_1075" aria-describedby="caption-attachment-1075" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1075 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/SD-Thailand-Air-Asia-SDGs5.jpg" alt="" width="500" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-1075" class="wp-caption-text">(ซ้าย) ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย และ (ขวา) เดียร์ดรา บอยด์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ร่วมลงนามเอ็มโอยูประกาศความร่วมมือการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยมีเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นสักขีพยาน ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</figcaption></figure>
<p><strong>ใครๆ ก็บินได้ มีคำตอบ 1+4 เรื่อง ถึงการเดินทางสู่ SDGs จาก สันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย</strong></p>
<p><strong>ถาม : ใครๆ ก็บินได้ และบินคุ้ม คุณภาพครบ เพราะเราทำหน้าเชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้กับผู้โดยสารอย่างไร</strong><br />
<strong>ตอบ :</strong> ทั้ง 2 คำถือเป็นนโยบายที่จะมาสนับสนุนโครงการการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่ง 14 ปีที่ผ่านมา เราให้บริการในประเทศไทย เราพยายามทำให้เรื่องการท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่ายดาย สนุกสนาน เพราะเราเชื่อว่า เมื่อไปเที่ยวง่าย ก็จะเที่ยวกันเยอะ และเศรษฐกิจของประเทศก็จะตามมาดี</p>
<p>เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทำคือ ทำให้ค่าโดยสารประหยัด เปิดเส้นทางใหม่ๆ ให้มีที่เที่ยวใหม่ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระจายฐานการบินไปจังหวัดต่างๆ เพื่อให้มีการท่องเที่ยวข้ามภาค หรือการท่องเที่ยวต่างประเทศตรงไปที่ จังหวัดอื่นๆที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ เช่น เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต พัทยา อู่ตะเภาก็สามารถที่จะให้นักท่องเที่ยวบินไปโดยตรงได้เลย หรือคนภาคเหนืออยากไปเที่ยวทะเลก็บินโดยตรงไปเลยอย่างเชียงใหม่บินไปภูเก็ต ไม่ต้องแวะกรุงเทพฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้การท่องเที่ยวง่ายขึ้น มากขึ้น</p>
<p>แต่ในเวลาเดียวกันเราก็ไม่ได้คิดเรื่องธุรกิจอย่างเดียว เราได้ตอบแทนให้สังคม หลายโครงการด้วยกัน เป็นประชาชนที่ดีของประเทศ เป็นลูกบ้านที่ดีในบ้านที่เราอยู่</p>
<p>เริ่มจากสิ่งที่เราถนัดก่อนคือ การนำคนจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง เรามีโครงการที่พาเยาวชนเด็กๆ ด้อยโอกาสจากภาคเหนือ ไปเห็นทะเลครั้งแรกที่ภาคใต้ทำกันมาต่อเนื่อง เราพาเยาวชนนักกีฬาไปแข่งต่างประเทศ หลายคน ที่ไม่มีกำลังพอที่จะไปหาประสบการณ์การแข่งขัน เราก็พาไป เรามีโครงการของศิลปินแห่งชาติทุกท่านเดินทางกับแอร์เอเชียฟรีตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเดินทางส่วนตัว หรือเผยแพร่วัฒนธรรมต่างๆ</p>
<p>จากการทำงานในสิ่งที่เราถนัดก็เข้าสู่โครงการต่างๆ 4 โครงการที่เราถือเป็นการเริ่มต้นกับ UNDP</p>
<p><strong>ถาม : โครงการส่งเสริมการเดินทางอย่างเท่าเทียมกันหรืออารยสถาปัตย์ (Friendly Design) มีแนวคิดอย่างไร</strong><br />
<strong> ตอบ :</strong> เน้นการพัฒนาบุคลากรของสายการบินแอร์เอเชียเพื่อให้มีทักษะและความรู้เกี่ยวกับการให้บริการผู้โดยสารที่มีความต้องการพิเศษ รวมถึงการพัฒนารูปแบบการเคลื่อนย้ายและสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าว</p>
<p><strong>ถาม : โครงการสนับสนุนการเผยแพร่และสร้างการรับรู้เรื่อง SDGs ใช้รูปแบบใด</strong><br />
<strong> ตอบ :</strong> มุ่งเน้นการใช้สื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่คนทั่วไป ผ่านโครงการย่อยอื่นๆ เช่น การเพ้นท์ลายเครื่องบินเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นต้น</p>
<p><strong>ถาม : โครงการอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย มาเกี่ยวข้องกับกับสายการบินแอร์เอเชียอย่างไร</strong><br />
<strong> ตอบ :</strong> สายการบินแอร์เอเชียจะร่วมสนับสนุนและสร้างการรับรู้ในเรื่องการอนุรักษ์พันธุ์นกกระเรียนไทย ณ จ.บุรีรัมย์ โดยโครงการดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจาก องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมมือกับ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการเพาะพันธุ์และปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ</p>
<p><strong>ถาม : โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน ใช้ภาษาอังกฤษว่า Journey D มีแนวคิดอย่างไร</strong><br />
<strong> ตอบ :</strong> จุดเริ่มต้นมาจาก <strong>English on Air</strong> คือการสอนภาษาอังกฤษให้คนในชุมชน ต่างๆ เรื่องนี้มาจากที่ว่า การเป็นพนักงานสายการบิน จะต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษขั้นต้น โดยเฉพาะพนักงานต้อนรับบนเครื่องต้องได้ TOEIC 650 ขึ้น จากโครงการนี้ต่อยอดเป็น Journey D ซึ่งเป็นโครงการที่รู้จักกันดีในหมู่พนักงาน เราได้นำพนักงานของเราไปลงพื้นที่จริง คลุกคลีกับชาวบ้านจริงๆ กว่า 1 ปี</p>
<figure id="attachment_1076" aria-describedby="caption-attachment-1076" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1076 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/SD-Thailand-Air-Asia-SDGs6.jpg" alt="" width="500" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-1076" class="wp-caption-text">ชุมชนที่พนักงานแอร์เอเชียลงพื้นที่ทำงานอย่างใกล้ชิดตลอด 1 ปี เมื่อมาร่วมงานก็อดที่จะทักทายเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้</figcaption></figure>
<p>แนวคิดเรื่องนี้ของเรา เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมากขนาดนี้ เราต้องมีความรับผิดชอบในการที่จะดูแลการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ดี เพราะหากนักท่องเที่ยวเข้ามามาก ไม่มีการบริหารจัดการที่ดีพอ เท่ากับเราพาคนมาทำลายทรัพยากรสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย นั่นคือแนวคิดแรก เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้การท่องเที่ยวไทยยั่งยืน เราจึงเลือกทำโครงการท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน ต่อยอดมาจาก English on Air ที่เราลงชุมชนอยู่แล้ว เราคิดว่าการท่องเที่ยวชุมชนจะสามารถพัฒนาการการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้ยั่งยืน</p>
<p>ยกตัวอย่าง การที่เราไปสอนภาษาอังกฤษ English on Air ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ชุมชนพูดภาอังกฤษได้เก่ง การสอนภาษาอังกฤษคือการสื่อสาร ให้ชุมชนมีศักยภาพในการสื่อสารมากขึ้น เมื่อสื่อสารได้ก็จะอธิบายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจได้ว่า ควรจะทำตัวอย่างไร ควรจะใช้ทรัพยากรในการท่องเที่ยวอย่างไร เมื่อชาวบ้านสามารถสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ก็จะอธิบายให้เขาฟังได้ว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ จะช่วยการพัฒนาการท่องเที่ยวได้</p>
<p>อีกจุดหนึ่ง การท่องเที่ยวชุมชน ทำให้ชุมชนสามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างเดิมได้ เขาสามารถใช้ชีวิตปลูกข้าว หรือทำการประมง ปลูกกาแฟ หรือทำอะไรต่างๆที่เป็นวิถีอยู่แล้วได้ตามปกติ โดยที่มีการท่องเที่ยวมาเสริม สามารถที่จะรักษารากเหง้าของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ชีวิตการเป็นอยู่ อาชีพ แต่สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือ รายได้ที่เพิ่มมากขึ้น ชุมชนจะมีเศรษฐกิจครัวเรือนดีขึ้น ลูกหลานที่ต้องออกไปทำงานต่างเมือง ต่างอำเภอ ต่างจังหวัด ก็สามารถที่จะอยู่ในพื้นที่เกิดของตัวเองได้ เป็นการรักษารากเหง้าของตัวเอง ขณะเดียวกันก็รักษาสภาพแวดล้อมและชุมชน เพราะคนเหล่านี้จะปกป้องพื้นที่ของตัวเองไว้</p>
<p>เราเลือก 4 หมู่บ้าน 4 ชุมชนเป็นโครงการนำร่อง จริงๆมีชุมชนเยอะ แต่ทั้งสี่เราสนิทจากโครงการ English on Air เราไปช่วยเรื่องการสื่อสาร เศรษฐกิจ ที่พัก โฮมสเตย์ การทำอาหาร สินค้า การจัดการเรื่องขยะ การตลาด การหาลูกค้า การประชาสัมพันธ์ รวมถึงการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ที่เขามีอยู่ ช่วยเขาเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อให้มีความน่าสนใจมากขึ้น</p>
<p><strong>สันติสุขย้ำว่า สิ่งที่เราทำกับชุมชน ก็เข้ากับหลายข้อของ SDGs ซึ่ง UNDP ก็ช่วยเราในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่า ชุมชนยั่งยืน สังคมก็จะยั่งยืน ประเทศก็จะยั่งยืน เราก็หวังว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/air-asia-undp-sdgs/">จาก Charity สู่ CSR Strategy วันนี้ Air Asia+UNDP Take Off สู่ SDGs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
