<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Chulalongkorn &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/chulalongkorn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Feb 2026 02:25:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Chulalongkorn &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จากอวนผีสู่วัสดุตั้งต้นการพิมพ์สามมิติ จุฬาฯ พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิล เปลี่ยนขยะทะเลเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/chula-transform-ghost-nets-to-value-material/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Feb 2026 02:25:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3D Printing]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn University]]></category>
		<category><![CDATA[Ghost Gear]]></category>
		<category><![CDATA[Ghost Nets]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Material]]></category>
		<category><![CDATA[PETROMAT]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การพิมพ์สามมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐพล ไร่สงัด]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ]]></category>
		<category><![CDATA[อวนประมง]]></category>
		<category><![CDATA[อวนผี]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นฟิลาเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39976</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิจัยจุฬาฯ พลิกขยะอวนประมงให้เป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับ 3D Printing มุ่งสู่การพัฒนานวัตกรรมวัสดุรีไซเคิลที่ใช้งานได้จริง ลดไมโครพลาสติก และส่งเสริมการรีไซเคิลอวน พร้อมวางรากฐานสู่โอกาสสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชนชาวประมงในอนาคตอย่างยั่งยืน ทุกครั้งที่เดินเล่นริมชายหาด นอกจากความงามของทะเลและสายลมเค็มที่พัดเอาความสดชื่นมาให้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ ดร.ณัฐพล ไร่สงัด อาจารย์จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่อาจมองข้ามได้เลย คือขยะพลาสติกที่กระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งขวดน้ำ เศษถุงพลาสติก เศษผ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนของของใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สร้างผลกระทบมากที่สุดคืออวนประมงที่ถูกทิ้งและลอยเกยชายฝั่ง ซึ่งเรามักเรียกกันว่า “อวนผี” – หนึ่งในขยะที่ส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างเงียบงัน แม้งานวิจัยหลักของ ดร.ณัฐพล จะมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติเพื่อใช้งานทางการแพทย์และด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไฮโดรเจลสำหรับงานสร้างเนื้อเยื่อ ไปจนถึงวัสดุยืดหยุ่นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ด้วยความรักในท้องทะเลและความห่วงใยต่อความปลอดภัยของอาหารทะเล ดร.ณัฐพล ก็ไม่อาจปล่อยให้อวนผีลอยนวลอยู่ในทะเลหรือถูกทิ้งเกลื่อนตามชายหาดโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีพอลิเมอร์จึงริเริ่มโครงการ &#8216;การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ&#8217; โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) และได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง รวมถึงการร่วมมือในการวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ด้วยความหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะทะเลอย่างยั่งยืน  “ในประเทศไทยมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว โดยชาวบ้านขายอวนเก่าให้กับพ่อค้าที่รับซื้อเพื่อนำไป รีไซเคิล แต่ยังไม่มีการนำพลาสติกไนลอนจากอวนเหล่านี้มาใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการพิมพ์สามมิติ” ดร.ณัฐพล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/chula-transform-ghost-nets-to-value-material/">จากอวนผีสู่วัสดุตั้งต้นการพิมพ์สามมิติ จุฬาฯ พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิล เปลี่ยนขยะทะเลเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>นักวิจัยจุฬาฯ พลิกขยะอวนประมงให้เป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับ 3</em><em>D Printing </em><em>มุ่งสู่การพัฒนานวัตกรรมวัสดุรีไซเคิลที่ใช้งานได้จริง ลดไมโครพลาสติก และส่งเสริมการรีไซเคิลอวน พร้อมวางรากฐานสู่โอกาสสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชนชาวประมงในอนาคตอย่างยั่งยืน</em></p>
<p><span id="more-39976"></span></p>
<p>ทุกครั้งที่เดินเล่นริมชายหาด นอกจากความงามของทะเลและสายลมเค็มที่พัดเอาความสดชื่นมาให้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ <strong>ดร.ณัฐพล ไร่สงัด อาจารย์จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ไม่อาจมองข้ามได้เลย คือขยะพลาสติกที่กระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งขวดน้ำ เศษถุงพลาสติก เศษผ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนของของใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สร้างผลกระทบมากที่สุดคืออวนประมงที่ถูกทิ้งและลอยเกยชายฝั่ง ซึ่งเรามักเรียกกันว่า <strong>“อวนผี”</strong> – หนึ่งในขยะที่ส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างเงียบงัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/ดร.ณัฐพล-ไร่สงัด.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>แม้งานวิจัยหลักของ ดร.ณัฐพล จะมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติเพื่อใช้งานทางการแพทย์และด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไฮโดรเจลสำหรับงานสร้างเนื้อเยื่อ ไปจนถึงวัสดุยืดหยุ่นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ด้วยความรักในท้องทะเลและความห่วงใยต่อความปลอดภัยของอาหารทะเล ดร.ณัฐพล ก็ไม่อาจปล่อยให้อวนผีลอยนวลอยู่ในทะเลหรือถูกทิ้งเกลื่อนตามชายหาดโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย <strong>นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีพอลิเมอร์จึงริเริ่มโครงการ &#8216;การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ&#8217; โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (</strong><strong>PETROMAT) </strong><strong>และได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง รวมถึงการร่วมมือในการวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ด้วยความหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะทะเลอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong> </strong>“ในประเทศไทยมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว โดยชาวบ้านขายอวนเก่าให้กับพ่อค้าที่รับซื้อเพื่อนำไป รีไซเคิล แต่ยังไม่มีการนำพลาสติกไนลอนจากอวนเหล่านี้มาใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการพิมพ์สามมิติ” ดร.ณัฐพล กล่าวถึงโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม”</p>
<p><strong>อวนผี ภัยร้ายแห่งท้องทะเล</strong></p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล</strong> อธิบายว่า <strong>&#8220;อวนผี&#8221;</strong> (Ghost Net) เป็นชื่อที่เรียกอวนประมงที่ถูกทิ้งและล่องลอยไปมาในมหาสมุทรโดยไร้ทิศทางเหมือนผี เมื่อลอยไปที่ใด ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่อยู่ตรงนั้น ซึ่งผลกระทบของอวนผีต่อระบบนิเวศทางทะเลนั้นรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด</p>
<p><em>“เมื่ออวนประมงถูกทิ้งหรือหลุดหายลงสู่ทะเล มันยังคงทำหน้าที่ดักจับสัตว์ทะเลต่อไปเหมือนตอนถูกใช้งาน แต่ครั้งนี้จะไม่มีชาวประมงมาเก็บผลผลิต สัตว์ทะเลที่ติดอวนจึงมักไม่สามารถรอดชีวิตได้ เราอาจคุ้นตากับภาพเต่าทะเลหรือปลาที่พันติดอวนผ่านสื่อต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริง เหล่านั้นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของปัญหาที่เกิดขึ้นใต้ผืนน้ำเท่านั้น”</em></p>
<p>อีกส่วนของปัญหาจากอวนผีคือ <strong>“ไมโครพลาสติก”</strong> ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทบต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทางทะเลและมนุษย์ ดร.ณัฐพลกล่าว</p>
<p><em>“อวนเหล่านี้เมื่อถูกแสงแดด คลื่น และสภาพแวดล้อมทางทะเลกัดกร่อนเป็นเวลานาน เส้นใยพลาสติกจะค่อย ๆ แตกตัวจนกลายเป็นไมโครพลาสติก ซึ่งสามารถกระจายสะสมอยู่ในน้ำทะเลและถูกกินโดยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างแพลงก์ตอนหรือสัตว์น้ำวัยอ่อน ไมโครพลาสติกเหล่านี้จึงถูกส่งต่อและสะสมขึ้นเรื่อย ๆ ในห่วงโซ่อาหารจนถึงสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ และท้ายที่สุดอาจย้อนกลับมาสู่มนุษย์ผ่านการบริโภคอาหารทะเล”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Nets1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นวัตกรรมเพื่อระบบที่ยั่งยืนและทุกฝ่ายได้ประโยชน์  </strong></p>
<p>โครงการ <strong>&#8216;การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีสามมิติ&#8217;</strong> เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) พร้อมทั้งได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง และความร่วมมือด้านงานวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ดร.ณัฐพลอธิบายถึงวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย 3 ประการ ได้แก่</p>
<p><strong>ด้านวิชาการ</strong> การพัฒนาวัสดุชนิดใหม่จากพลาสติกรีไซเคิลให้สามารถใช้งานได้จริงในเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความรู้เชิงลึกทางด้านเคมีพอลิเมอร์ เนื่องจากพลาสติกที่รีไซเคิลมักมีคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากพลาสติกใหม่ นักวิจัยจึงต้องปรับสูตรและเติมสารเติมแต่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้เส้นฟิลาเมนต์ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ทั่วไป</p>
<p><strong>ด้านสิ่งแวดล้อม</strong> การเปิดช่องทางใหม่ในการใช้งานพลาสติกรีไซเคิลจากอวนจะช่วยเพิ่มมูลค่าและความต้องการอวนเก่า ส่งผลให้มีการรีไซเคิลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะในทะเล</p>
<p><strong>ด้านชุมชน</strong> โครงการนี้มุ่งหวังที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนชาวประมง ในปัจจุบันอวนเก่ามักถูกส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล แต่หากชุมชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปเบื้องต้น เช่น การล้าง การตากแห้ง หรือการบดเบื้องต้น ชาวประมงก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุที่มีอยู่แล้ว และนำไปจำหน่ายในรูปแบบที่มีคุณภาพมากขึ้น</p>
<p>“ปัจจุบันแม้จะมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว แต่การนำไปใช้งานยังค่อนข้างจำกัด การเปิดช่องทางใหม่ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติจะทำให้มีตลาดรองรับพลาสติกรีไซเคิลจากอวนมากขึ้น เมื่อมีตลาดที่แน่นอน ก็จะมีการเก็บรวบรวมอวนเก่ามากขึ้น ราคารับซื้อก็จะดีขึ้น ชาวประมงก็ได้รับประโยชน์มากขึ้น และ<strong>ที่สำคัญคือทะเลของเราก็จะสะอาดขึ้น สิ่งนี้คือเป้าหมายที่แท้จริงของโครงการ ไม่ใช่แค่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการสร้างระบบที่ยั่งยืนโดยทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสิ่งแวดล้อม ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม”</strong> ดร.ณัฐพลกล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193224_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong> </strong><strong>กระบวนการแปรรูป จากขยะสู่นวัตกรรม</strong></p>
<p>การเปลี่ยนอวนประมงที่ถูกทิ้งให้กลายเป็นเส้นฟิลาเมนต์คุณภาพสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติไม่ใช่กระบวนการที่ทำได้ในทันที แต่ต้องผ่านการแปรรูปหลายขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเก็บอวนผีขึ้นจากทะเล    ไปจนถึงการผลิตเป็นเส้นฟิลาเมนต์พร้อมใช้งาน</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนแรก &#8211; การคัดแยกและทำความสะอาด</strong> เมื่อได้อวนมา สิ่งที่ต้องทำก่อนคือการแยกส่วนประกอบที่ไม่ต้องการออก เช่น ตะกั่ว ทุ่น โฟม เชือกอื่น ๆ รวมถึงเศษดิน ทราย หิน และเปลือกหอยที่ติดมากับอวน จากนั้นจึงนำไปล้างให้สะอาด ขั้นตอนนี้ถือเป็น “pain point” สำคัญ เพราะต้องใช้น้ำจำนวนมากและต้องการพื้นที่รองรับค่อนข้างมาก หากต้องการนำไปใช้จริงในระดับชุมชน จำเป็นต้องวางแผนเรื่องระบบน้ำและพื้นที่ล้างอย่างเหมาะสม</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนที่สอง &#8211; การสับบดและคัดขนาด</strong> เมื่ออวนแห้งและสะอาดแล้ว จะถูกนำเข้าสู่เครื่องสับหรือเครื่องบดให้มีขนาดเล็กลง จากนั้นคัดแยกให้ได้เกล็ดพลาสติกที่มีขนาดเหมาะสมต่อการหลอมในขั้นตอนถัดไป</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนที่สาม</strong> <strong>&#8211; การหลอมผสม </strong>อวนที่ถูกบดละเอียดแล้วจะถูกนำมาหลอมและผสมกับสารเติมแต่งต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติ จากนั้นจึงขึ้นรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนที่สี่ &#8211; การดึงเป็นเส้น</strong> เม็ดพลาสติกรีไซเคิลจะถูกหลอมอีกครั้งและรีดผ่านหัวดายให้เป็นเส้นยาว ก่อนเข้าสู่เครื่องดึงเพื่อให้ได้เส้นฟิลาเมนต์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางคงที่ประมาณ 1.75 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด Fused Deposition Modeling (FDM)</p>
<p>ดร.ณัฐพลอธิบายถึงเหตุผลที่ไม่ดึงเป็นเส้นตั้งแต่แรก แต่ต้องทำเป็นเม็ดก่อนว่า “อวนที่ได้มาในแต่ละครั้ง เราไม่รู้แหล่งที่มา ทำให้ไม่สามารถรู้ถึงคุณสมบัติของเส้นใย การทำเป็นเม็ดก่อนจะช่วยให้เราสามารถควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์สุดท้ายได้ดีมากขึ้น”</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39982 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193223_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></strong></p>
<p><strong>ฟิลาเมนต์และการพิมพ์สามมิติ โอกาสแห่งอนาคต</strong></p>
<p>เส้นฟิลาเมนต์คือเส้นพลาสติกที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด FDM (Fused Deposition Modeling) โดยเครื่องจะหลอมเส้นพลาสติกและพิมพ์ออกมาเป็นชั้น ๆ ตามแบบที่ออกแบบไว้ในคอมพิวเตอร์        จนกลายเป็นชิ้นงานสามมิติที่สมบูรณ์</p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล </strong>ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ว่า การใช้งานของเทคโนโลยีพิมพ์สามมิตินั้นหลากหลายมาก ตั้งแต่การทำของเล่น ของที่ระลึก ไปจนถึงการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันหลายอุตสาหกรรมได้นำ 3D printing มาใช้เพื่อลดขั้นตอนการผลิต ลดต้นทุน และย่นระยะเวลาในการพัฒนาสินค้า เช่น การผลิตชิ้นงานตัวอย่างสำหรับทดสอบรูปทรง การทำแม่แบบสำหรับกระบวนการผลิตต่าง ๆ หรือการสร้างชิ้นส่วนเฉพาะทาง ที่ในอดีตต้องใช้เวลานานกว่าจะผลิตได้</p>
<p>สำหรับโครงการวิจัยนี้ ดร.ณัฐพลมีแผนจะนำวัสดุรีไซเคิลจากอวนประมงไปพัฒนาชิ้นงานต้นแบบในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะที่ต้องการวัสดุที่มีความแข็งแรงและน้ำหนักเบา นอกจากนี้ วัสดุที่ได้ยังสามารถต่อยอดเพื่อผลิตเป็นอุปกรณ์เสริม หรือชิ้นส่วนประกอบอื่น ๆ ในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้อีกหลากหลายรูปแบบ ตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39981 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193227_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></strong></p>
<p><strong>จุดเด่นของฟิลาเมนต์จากอวนรีไซเคิล</strong></p>
<p>ดร.ณัฐพลสรุปจุดเด่น 2 ประการที่ทำให้เส้นฟิลาเมนต์จากอวนรีไซเคิลมีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าเส้น  ฟิลาเมนต์แบบอื่น ๆ</p>
<p><strong>จุดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม</strong> ผลิตภัณฑ์นี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเนื่องจากผลิตจากขยะที่ถูกทิ้งในทะเลไทย      การเพิ่มช่องทางการใช้งานพลาสติกรีไซเคิลจะช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบรีไซเคิล ส่งผลให้มีการเก็บรวบรวมและ   รีไซเคิลอวนเก่ามากขึ้น ในที่สุดจะส่งผลประโยชน์กลับไปยังชุมชนชาวประมงที่เป็นต้นทางของวัตถุดิบ</p>
<p><strong>จุดเด่นด้านเทคนิค</strong> ทีมวิจัยสามารถปรับเปลี่ยนสมบัติของเส้นฟิลาเมนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานที่ต้องการได้ แม้พลาสติกรีไซเคิลจะมีคุณสมบัติแตกต่างจากพลาสติกใหม่ แต่ด้วยการเติมสารเติมแต่งและการปรับสูตรอย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเส้นฟิลาเมนต์จากวัสดุใหม่ได้ โดยเฉพาะในด้านความแข็งแรงเชิงกล และความสามารถในการขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์ 3D</p>
<p><strong>ก้าวข้ามความท้าทาย </strong></p>
<p>การพัฒนานวัตกรรมไม่ใช่เส้นทางที่ราบเรียบหรือง่ายดาย ตรงกันข้าม ดร.ณัฐพลกล่าวถึงความท้าทาย    หลัก ๆ 3 ประการที่ต้องฟันฝ่า</p>
<p><strong>การควบคุมคุณภาพ</strong> เป็นประเด็นสำคัญของงานวิจัยนี้ ดร.ณัฐพลอธิบายว่า อวนที่เก็บมาจากแต่ละพื้นที่มักมีความแตกต่างกันทั้งด้านอายุการใช้งาน ระดับการเสื่อมสภาพ และการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกหรือโลหะหนัก ทำให้คุณสมบัติของวัตถุดิบไม่สม่ำเสมอ และยากต่อการนำไปพัฒนาเป็นวัสดุสำหรับงานวิศวกรรมโดยตรง ดังนั้น การเปลี่ยนอวนให้เป็น <strong>“เม็ดพลาสติกรีไซเคิล”</strong> จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น และทำให้สมบัติต่าง ๆ ของวัสดุมีความคงที่มากพอสำหรับการพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ</p>
<p><strong>กระบวนการล้างทำความสะอาดอวน </strong>เป็นกระบวนการที่ต้องใช้น้ำจำนวนมากและพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักการรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในอนาคตจึงต้องมีการพัฒนากระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้ทรัพยากรน้อยลง</p>
<p><strong>การสร้างความเชื่อมั่นในตลาด</strong> แม้ผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพดี แต่การที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลอาจทำให้บางกลุ่มลูกค้ารู้สึกไม่มั่นใจ การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยการทดสอบจริงกับผู้ใช้และการรับรองคุณภาพอย่างเป็นทางการ</p>
<p>แม้จะต้องรับมือกับความท้าทายหลายประการ แต่โครงการนี้ก็ยังสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ดร.ณัฐพล กล่าวว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เริ่มจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) ที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัย บริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ที่สนับสนุนเม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมงและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลาสติก รวมถึงนักวิจัยร่วมโครงการจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ร่วมพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต</p>
<p><em>“กระบวนการพัฒนานวัตกรรมต้องผ่านการทดลองและปรับปรุงอยู่หลายรอบ ทั้งการปรับพารามิเตอร์ในการทำเส้นฟิลาเมนต์ และปรับสารเติมแต่งให้สามารถทำเส้นได้ พร้อมทั้งต้องวิเคราะห์ถึงการใส่สารเติมแต่งให้เหมาะสม”</em> <strong>ดร.ณัฐพล </strong>กล่าวถึงข้อท้าทายในการวิจัย<em> &#8220;การสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนต้องอาศัยความรู้และทักษะจากหลายสาขาวิชา ตั้งแต่เคมีพอลิเมอร์ วิศวกรรมวัสดุ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และการตลาด”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39983 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193222_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>อนาคตใหม่ของอวนผี-รีไซเคิล</strong></p>
<p><strong>เฟสที่ 1 คือการพัฒนากระบวนการและสูตรการผลิต</strong> ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-10 เดือน เป้าหมายคือการสร้าง know-how ในการทำเม็ดพลาสติกและดึงเป็นเส้นฟิลาเมนต์ที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานวิจัย</p>
<p><strong>เฟสที่ 2 คือการขยายกำลังการผลิตและทดสอบตลาด</strong> จะมีการสร้าง supply chain ที่สมบูรณ์ โดยอาจมีบริษัทเอกชนเป็นผู้จัดหาเม็ดพลาสติกรีไซเคิล จากนั้นทีมวิจัยจะนำมาผสมสารเติมแต่งตามสูตรที่พัฒนาขึ้นแล้วส่งต่อให้บริษัท OEM ที่มีความชำนาญในการดึงเส้นพลาสติก สุดท้ายจึงนำมาบรรจุหีบห่อและทดสอบตลาด เฟสนี้คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 4-5 เดือน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พร้อมส่งให้ลูกค้าทดลองใช้และรับข้อมูลหรือความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุง</p>
<p><strong>เฟสที่ 3 คือการส่งผลกลับสู่ชุมชนและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์</strong> เมื่อผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาด จะมีการพัฒนาโครงการลงสู่ชุมชนชาวประมงโดยตรง โดยถ่ายทอดองค์ความรู้และกระบวนการแปรรูปเบื้องต้นให้กับชุมชน เพื่อให้สามารถเพิ่มมูลค่าของอวนเก่าก่อนขาย</p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล</strong> กล่าวว่านวัตกรรมชิ้นนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ไม่เพียงแต่ลดของเสียและมลพิษ แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มในทุกขั้นตอนของวงจร</p>
<p>“งานนี้เป็นโอกาสที่จะสร้างผลกระทบได้จริง ไม่ใช่แค่ในห้องปฏิบัติการ แต่ออกไปถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39984 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193225_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล </strong>หวังว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นที่สนใจ มีลูกค้านำไปใช้งานจริง เกิดประโยชน์จริง และสร้างผลกระทบ  เชิงบวกกลับมาให้กับสิ่งแวดล้อมในที่สุด</p>
<p><em>“ในระยะเริ่มต้น เราวางแผนที่จะพัฒนาตลาดภายในประเทศก่อน เนื่องจากเป็นโอกาสที่สามารถต่อยอดได้ทันทีและช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมในไทย หากผลิตภัณฑ์มีศักยภาพและได้รับการยอมรับในตลาดภายในประเทศแล้ว ค่อยพิจารณาขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป ซึ่งการส่งออกจำเป็นต้องมีการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์และเอกสารประกอบต่าง ๆ เพื่อยืนยันถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<p>นอกจากเส้นฟิลาเมนต์ ดร.ณัฐพล ยังมองถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากอวนรีไซเคิล <em><strong>“เมื่อเรามีวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีระบบ supply chain ที่ดี เราก็สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีกมากมาย ไม่จำกัดอยู่แค่เส้นฟิลาเมนต์สำหรับการพิมพ์สามมิติเท่านั้น”</strong></em></p>
<p>ณ ตอนนี้ เส้นฟิลาเมนต์จากอวนผีกำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ตลาด แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่พิมพ์จากเส้นฟิลาเมนต์นี้ใช้งานอยู่รอบตัวเรา และที่สำคัญที่สุด ทะเลไทยของเราจะสะอาดขึ้น ปราศจากอวนผีที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลและก่อไมโครพลาสติกเพิ่มเข้ามาในห่วงโซ่อาหารที่เราบริโภค</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีสามมิติ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ ดร.ณัฐพล ไร่สงัด วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือผ่านทางศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (</strong><strong>PETROMAT</strong><strong>) </strong></p>
<p><strong>เว็บไซต์</strong><strong>: </strong><a href="http://www.petromat.org/" target="_blank" rel="noopener"><strong>http://www.petromat.org/</strong></a></p>
<p><strong>อีเมล </strong><a href="mailto:nuttapol.r@chula.ac.th%20และ"><strong>nuttapol.r@chula.ac.th </strong><strong>และ</strong></a> <a href="mailto:petromat@chula.ac.th"><strong>petromat@chula.ac.th</strong></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/chula-transform-ghost-nets-to-value-material/">จากอวนผีสู่วัสดุตั้งต้นการพิมพ์สามมิติ จุฬาฯ พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิล เปลี่ยนขยะทะเลเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กัลฟ์ คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์องค์กรไทยในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค 4 ปีซ้อน จากเวที ASEAN &#038; Thailand’s Top Corporate Brands 2024</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/gulf-won-asean-and-thailand-top-corporate-brands-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Feb 2025 04:58:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN & Thailand’s Top Corporate Brands 2024]]></category>
		<category><![CDATA[CBS Valuation]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate Brand Success Valuation]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate Brands]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Top Corporate Brands]]></category>
		<category><![CDATA[คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ยุพาพิน วังวิวัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31643</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF คว้ารางวัลบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดในประเทศไทย ในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยมูลค่าแบรนด์องค์กรกว่า 387,787 ล้านบาท จากงาน ASEAN &#38; Thailand’s Top Corporate Brands 2024 ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 สะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรที่แข็งแกร่ง และผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมตามหลักการบริหารจัดการที่ดี นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF กล่าวว่า “รางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2024 เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ GULF ในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของบริษัท ทั้งในด้านฐานะทางการเงินที่มั่นคงและกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์และผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน” งาน ASEAN &#38; Thailand’s Top Corporate Brands 2024 จัดขึ้นโดยหลักสูตรปริญญาโท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/gulf-won-asean-and-thailand-top-corporate-brands-2024/">กัลฟ์ คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์องค์กรไทยในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค 4 ปีซ้อน จากเวที ASEAN &#038; Thailand’s Top Corporate Brands 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GULF</strong> คว้ารางวัลบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดในประเทศไทย ในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยมูลค่าแบรนด์องค์กรกว่า 387,787 ล้านบาท จากงาน <strong>ASEAN &amp; Thailand’s Top Corporate Brands 2024</strong> ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 สะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรที่แข็งแกร่ง และผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมตามหลักการบริหารจัดการที่ดี</p>
<p><span id="more-31643"></span></p>
<p><strong>นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน </strong><strong>GULF</strong> กล่าวว่า <em>“รางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2024 เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ GULF ในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของบริษัท ทั้งในด้านฐานะทางการเงินที่มั่นคงและกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์และผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน”</em></p>
<p>งาน <strong>ASEAN &amp; Thailand’s Top Corporate Brands 2024</strong> จัดขึ้นโดยหลักสูตรปริญญาโท สาขาการจัดการแบรนด์และการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสื่อในเครือผู้จัดการ เพื่อมอบรางวัลแก่องค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดของประเทศไทยและในอาเซียน สำหรับการวัดมูลค่าแบรนด์องค์กรนั้น คณะผู้วิจัยใช้เครื่องมือวัดมูลค่าแบรนด์องค์กร หรือ CBS Valuation (Corporate Brand Success Valuation) โดยนำตัวเลขจากงบการเงินของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มาคำนวณ ใช้ค่าเฉลี่ยเวลา 3 ปี โดยได้บูรณาการแนวคิดด้านการตลาด การเงิน และการบัญชี เพื่อให้สามารถคำนวณมูลค่าแบรนด์องค์กรออกมาได้เป็นตัวเลขทางการเงิน ซึ่งองค์กรในไทยที่จะได้รับรางวัลสุดยอดแบรนด์องค์กรไทยจะต้องมีมูลค่าแบรนด์องค์กรตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31645 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Gulf2.jpg" alt="" width="1200" height="588" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/gulf-won-asean-and-thailand-top-corporate-brands-2024/">กัลฟ์ คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์องค์กรไทยในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค 4 ปีซ้อน จากเวที ASEAN &#038; Thailand’s Top Corporate Brands 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุฬาฯ เผยผลศึกษา The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะใหม่สร้างงานเพิ่ม 170 ล้านตำแหน่ง พร้อมดันเทรนด์จ้างงานโต 7%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/chula-join-wef-report-the-future-of-jobs-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jan 2025 11:23:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Artificial Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn University]]></category>
		<category><![CDATA[Enhancing Dynamic Work Role]]></category>
		<category><![CDATA[Future Human]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Jobs 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Future-Ready Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic Skill Change]]></category>
		<category><![CDATA[Human Replacement]]></category>
		<category><![CDATA[II]]></category>
		<category><![CDATA[Instinctual Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Skills]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Jobs 2025]]></category>
		<category><![CDATA[The University of AI]]></category>
		<category><![CDATA[WEF]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[คนพันธุ์ใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[งานในอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาสัญชาตญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31213</guid>

					<description><![CDATA[<p>จุฬาฯ ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) ให้ข้อมูลรายงาน The Future of Jobs 2025 ชี้งานจะหายไป 92 ล้านตำแหน่ง แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ กว่า 170 ล้านตำแหน่งที่เกิดขึ้นมา ​แนะเติมทักษะแห่งอนาคตป้องกันถูกแทนที่ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข้อมูลรายงาน &#8216;Future of Jobs 2025&#8217; ​โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะ​ตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยร่วมกับ World Economic Forum ​(WEF) ร่วมเสนอแนวทางเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระหว่างปี พ.ศ. 2568–2573 โดยรายงานฉบับ​นี้ อ้างอิงจากการสำรวจทั้งผู้นำองค์กรจากกว่า 1 พัน และพนักงานกว่า 14 ล้านคนจากทั่วโลก ใน 55 ประเทศ​ 9 ทวีป รวมทั้งประเทศไทย ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม​​  22 กลุ่ม ​เพื่อสะท้อนให้เห็นทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการภายในองค์กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/chula-join-wef-report-the-future-of-jobs-2025/">จุฬาฯ เผยผลศึกษา The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะใหม่สร้างงานเพิ่ม 170 ล้านตำแหน่ง พร้อมดันเทรนด์จ้างงานโต 7%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จุฬาฯ</strong> ร่วมกับ <strong>World Economic Forum (WEF)</strong> ให้ข้อมูลรายงาน<strong> The Future of Jobs 2025</strong> ชี้งานจะหายไป 92 ล้านตำแหน่ง แต่จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ กว่า 170 ล้านตำแหน่งที่เกิดขึ้นมา ​แนะเติมทักษะแห่งอนาคตป้องกันถูกแทนที่</p>
<p><span id="more-31213"></span></p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร </strong>อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข้อมูลรายงาน<strong> &#8216;Future of Jobs 2025&#8217;</strong> ​โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะ​ตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยร่วมกับ World Economic Forum ​(WEF) ร่วมเสนอแนวทางเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระหว่างปี พ.ศ. 2568–2573</p>
<p>โดยรายงานฉบับ​นี้ อ้างอิงจากการสำรวจทั้งผู้นำองค์กรจากกว่า 1 พัน และพนักงานกว่า 14 ล้านคนจากทั่วโลก ใน 55 ประเทศ​ 9 ทวีป รวมทั้งประเทศไทย ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม​​  22 กลุ่ม ​เพื่อสะท้อนให้เห็นทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการภายในองค์กร หรือต้องการจากคนทำงานในอนาคต ไปจนถึงการปรับตัวของภาคการศึกษาประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตแรงงานป้อน​​สู่ตลาดแรงงาน ในการ​ปรับหลักสูตรการเรียน​การสอนให้สามารถตอบสนองความต้องการทักษะแรงงานของโลกแห่งอนาคตได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31217 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/1H8A8669.jpg" alt="" width="784" height="523" /></p>
<p>สำหรับรายละเอียดผลการศึกษาจากรายงานฉบับนี้ ในมิติต่างๆ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; 5 ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานในปี </strong><strong>2573</strong></p>
<p><strong>1. Technological Change : การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี </strong>โดยเฉพาะ ​AI หุ่นยนต์ และนวัตกรรมด้านพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่เปลี่ยนแปลงบทบาทงานและทักษะของแรงงาน</p>
<p><strong>2. Green Transition : การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม</strong> จาก​ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกระตุ้นความต้องการวิศวกรสิ่งแวดล้อมและพลังงานหมุนเวียน</p>
<p><strong>3. Economy Uncertainty : ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ</strong> ทั้งจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเป็นความท้าทายสำคัญ</p>
<p><strong>4. Demographic Shifts : การเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างประชากร</strong> ประชากรสูงอายุในประเทศรายได้สูงและแรงงานขยายตัวในประเทศรายได้ต่ำปรับเปลี่ยนตลาดแรงงาน</p>
<p><strong>5. Geoeconomic Fragmentation : การแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจที่ละเอียดแยกย่อยมากขึ้น</strong> ทั้งจากข้อจำกัดทางการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อรูปแบบธุรกิจ</p>
<p><em>&#8220;<strong>ทั้ง 5 ปัจจัยนี้ ถือเป็นประเด็นหลักที่ส่งผลกระทบมาสู่การเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน​​ และ​แนวโน้มความสำคัญของแต่ละปัจจัยที่​​สร้างผลกระทบต่อ ที่เกิดขึ้นในทิศทางเดียวกันทั้ง​ในระดับโลก ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทย</strong> ​โดยเฉพาะปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่หลายองค์กรทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย​ต่างนำมาใช้ขับเคลื่อน​กระบวนการทำงาน​ ​รวมทั้งการพัฒนาไปสู่องค์กรนวัตกรรมต่างๆ ในยุคดิจิทัล <strong>ส่งผลให้เกิด​งผล​กระทบต่อตำแหน่งงานไม่ต่ำกว่า 92 ล้านตำแหน่ง หรือราว 8% จะเป็นงานที่สามารถถูก​แทนที่จนหายไปจากปัจจัยเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกัน จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นกว่า 170 ล้านตำแหน่ง หรือ 14%  ทำให้เกิดการเติบโตของการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 7% ​หรือราว 78 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่​การจ้างงานจากตำแหน่งเดิมๆ ที่มีอยู่ แต่จะเพิ่มขึ้นจากการจ้างงานในส่วนของงานใหม่ที่เกิดขึ้น</strong> ดังนั้น บุคลากรในตลาดแรงงานจากนี้และ​อนาคต จึงมีความจำเป็นต้องมีทักษะที่พร้อมสำหรับ​ตลาดงานที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31215 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Future-of-Jobs-Chula-x-WEF.jpg" alt="" width="641" height="907" /></p>
<p><strong>&#8211; TOP5 งานดาวรุ่ง &#8211; ดาวร่วง </strong></p>
<p>ในฝั่งของงานที่มีโอกาสเติบโต ล้วนแต่อยู่ในสายงานด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล​ ไม่ว่าจะเป็น AI หรือนวัตกรรมต่างๆ ส่วนฝั่งงานที่จะหายไปจอะอยู่ในกลุ่ม Traditional ทั้งสิ้น  โดย TOP 5 ในฝั่งที่มีการเติบโต ประกอบด้วย 1. Big data Specialists (ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data)  2.FinTech Engineers (วิศวกรด้าน FinTech) 3. AI and Machine Learning Specialists (ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Machine Learning) 4. Softwares and Applications Developers (นักพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่น) และ 5. Security Management Specialists (ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความปลอดภัย)</p>
<p>ส่วนฝั่งที่จะถูกแทนที่ ประกอบด้วย 1.Postal Service Clerks (พนักงานไปรษณีย์)  2. Bank Tellers and Related Clerks (พนักงานธนาคาร)  3. Data Entry Clerks  (พนักงานคีย์ข้อมูล) 4.Cashier and Tickets Clerks (พนักงานแคชเชียร์ และพนักงานจำหน่ายตั๋ว) และ 5. Administrative Assistant and Executive Secretaries (ผู้ช่วยด้านงานธุรการและเลขานุการบริหาร)</p>
<p><strong><em>&#8220;ในความเป็นจริง งานในฝั่ง Traditional ไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง แต่จะถูกทรานสฟอร์มมาเป็นดิจิทัล หรือ  AI โดยตัวงานยังคงมีอยู่ แต่ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานอาจจะมีคำเรียกผู้ทำงานที่แตกต่างไปจากเดิม หรือมีการนำ AI หรือเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาผสมผสานในการทำงานในลักษณะต่างๆ </em></strong><em>ดังนั้น หากไม่อยากให้งานต้อง</em><em>ถูกแทนที่ จำเป็นต้องยกระดับทักษะ (Skills Evolution) ​เพื่อให้ตอบโจทย์งานในอนาคต โดยทักษะ หรือ Skills คือสิ่งที่เราทำบ่อยๆ จนกลายเป็นความเชี่ยวชาญ ซึ่งทักษะจำเป็นพื้นฐานหรือเป็น Core Skills ประกอบด้วย ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking), ความสามารถในการยืดหยุ่นปรับตัว (Resilience) ,ทักษะความเป็นผู้นำ (Leadership) และทักษะด้านอิทธิพลทางสังคม (Social Influence ) ขณะเดียวกันจำเป็นต้องเพิ่มทักษะใหม่ๆ หรือ Emerging Skills เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดงานที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่  AI , ความปลอดภัยทางไซเบอร์​ (Cybersecurity) ,การคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking)  และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Life Long Learning)</em><strong><em>&#8220;​</em></strong></p>
<p><strong>&#8211; ทักษะในอนาคตของประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก</strong></p>
<p>ภายในปี พ.ศ. 2573 สองในห้าของทักษะที่มีอยู่จะถูกเปลี่ยนแปลง <strong>ทักษะที่สำคัญของไทย คือ ทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล</strong> ​</p>
<p>ขณะที่ <strong>ระดับโลกเน้นทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล ความฉลาดในการใช้งานเทคโนโลยี และทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31214 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Future-of-Job-10-Skill.jpg" alt="" width="706" height="883" /></p>
<p><strong>&#8211; กลยุทธ์สำคัญ </strong><strong>4 </strong><strong>ประการสำหรับประเทศไทย </strong></p>
<p>1. สร้างการเปลี่ยนแปลง แบบ <strong>Holistic Skill Change </strong>: ยกเครื่องการ upskill ของบุคลากรในมิติไม่ใช่ทักษะใดทักษะหนึ่งเท่านั้น</p>
<p>2. สร้างองค์กร ให้เป็น <strong>Future-Ready Organization </strong>: มีระบบการพัฒนาทักษะอนาคตของบุคลากร</p>
<p>3. <strong>Human Replacement </strong>: งานที่ซ้ำชากควรเลิกใช้คนและทดแทนด้วยระบบ Automation</p>
<p>4. <strong>Enhancing Dynamic Work Role </strong>: มีการส่งเสริมให้ไม่ยึดติดกับบทบาทการทำงานในแบบเดิมๆ แต่มีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา</p>
<p><em>&#8220;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก้าวสู่การเป็น<strong> The University of AI </strong>ที่มุ่งสร้าง <strong>“คนพันธุ์ใหม่” หรือ “Future Human”</strong> ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญในการใช้งาน AI (Artificial Intelligence) แต่ยังเปี่ยมด้วยทักษะที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง<strong> II (Instinctual Intelligence)</strong> หรือ <strong>“ปัญญาสัญชาตญาณ”</strong> ซึ่งสร้างสรรค์ปัญญาที่ไม่อาจประดิษฐ์ขึ้นได้ ที่สำคัญ ‘คนพันธุ์ใหม่’ จะต้องไม่ได้มีเพียงสมองที่ชาญฉลาด แต่ต้องมีหัวใจที่ดีงาม ที่จะเปลี่ยนความสามารถทางเทคโนโลยีให้เป็นพลังที่สร้างคุณค่าแก่ทั้งตนเองและสังคม” </em> ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/1H8A8965.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/chula-join-wef-report-the-future-of-jobs-2025/">จุฬาฯ เผยผลศึกษา The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะใหม่สร้างงานเพิ่ม 170 ล้านตำแหน่ง พร้อมดันเทรนด์จ้างงานโต 7%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
