<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Coffee &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/coffee/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 Aug 2025 06:45:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Coffee &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Aug 2025 06:43:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[.Nespresso]]></category>
		<category><![CDATA[Capsule Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Drop point]]></category>
		<category><![CDATA[My Cup of Purpose]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling Rate]]></category>
		<category><![CDATA[Second Life]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟแคปซูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[อีลิส ทัน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสเพรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสเพรสโซ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35789</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนสเพรสโซ ประเทศไทย ขับเคลื่อนแคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; ​มุ่งสร้างการรับรู้ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ​ของคนไทย พร้อมเพิ่ม​การมีส่วนร่วม​ดูแลโลกผ่านกาแฟแก้วโปรด ​เดินหน้าผนึกพันธมิตรขยายความสะดวก​การส่งคืนแคปซูลหลังการบริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มอัตรา Recycling Rate ประเทศไทยได้เท่าตัว ภายในปี 2030 คุณอีลิส ทัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย และ คุณอมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย ให้ข้อมูลร่วมกันว่า เนสเพรสโซเร่ง​สื่อสารเชิงรุกแคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ด้าน​ความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการดูแลผลิตภัณฑ์หลังการบริโภค หรือการส่งคืน​แคปซูลกาแฟ พร้อมนำไปต่อยอดการสร้างคุณค่าใหม่หรือ Second Life ทั้งในส่วนวัสดุ​​อลูมิเนียม และกากกาแฟ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกาแฟแคปซูล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโอกาสขยายตัวในระดับสูง จากขนาดของตลาดที่ปัจจุบัน​ยังไม่ถึง 10% จากตลาดกาแฟโดยรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/">เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เนสเพรสโซ ประเทศไทย</strong> ขับเคลื่อนแคมเปญ<strong> &#8216;My Cup of Purpose&#8217;</strong> ​มุ่งสร้างการรับรู้ <strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ​ของคนไทย พร้อมเพิ่ม​การมีส่วนร่วม​ดูแลโลกผ่านกาแฟแก้วโปรด ​เดินหน้าผนึกพันธมิตรขยายความสะดวก​การส่งคืนแคปซูลหลังการบริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มอัตรา Recycling Rate ประเทศไทยได้เท่าตัว ภายในปี 2030</p>
<p><span id="more-35789"></span></p>
<p><strong>คุณอีลิส ทัน</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย และ <strong>คุณอมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา</strong> ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย ให้ข้อมูลร่วมกันว่า เนสเพรสโซเร่ง​สื่อสารเชิงรุกแคมเปญ <strong>&#8216;My Cup of Purpose&#8217;</strong> ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ด้าน​ความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการดูแลผลิตภัณฑ์หลังการบริโภค หรือการส่งคืน​แคปซูลกาแฟ พร้อมนำไปต่อยอดการสร้างคุณค่าใหม่หรือ Second Life ทั้งในส่วนวัสดุ​​อลูมิเนียม และกากกาแฟ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอย่างยั่งยืนในประเทศไทย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกาแฟแคปซูล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโอกาสขยายตัวในระดับสูง จากขนาดของตลาดที่ปัจจุบัน​ยังไม่ถึง 10% จากตลาดกาแฟโดยรวม จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ตามเทรนด์การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดกาแฟประเทศไทย​ปีละประมาณ 8% สวนทางกับการภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่มีการชะลอตัว</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ และยินดีจ่ายในราคาที่แพงกว่า หากเป็นการสนับสนุนแบรนด์ที่มีความยั่งยืนหรือดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่ม GenZ ไทย ที่มีสัดส่วนถึง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ 65% รวมทั้งการเติบโตของการขับเคลื่อนเรื่องการส่งเสริมการรีไซเคิลภายในประเทศไทยในปีที่ผ่านมา  ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ราว 4-5%  จาก 34.5%  เป็น 38.6%</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนแคมเปญนี้ จะขยายผลในการสร้างอิมแพ็คผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ยกระดับจากการเติมเต็มในรื่องประสบการณ์และการดื่มด่ำกับช่วงเวลา <strong>&#8216;Me Moments&#8217;</strong> มาสู่โอกาสในการสร้างสิ่งที่ดีให้โลก ผ่าน<strong> 3 เสาหลักความยั่งยืนของเนสเพรสโซ ทั้งความใส่ใจต่อการหมุนเวียน (Circularity) ความใส่ใจต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate) และความใส่ใจต่</strong><strong>อชุมชน (Community)</strong> เพื่อสร้างให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้  พร้อมเร่งสื่อสาร​สร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ในการส่งคืนแคปซูลกาแฟเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่านความร่วมมือ​กับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง บริษัท วงษ์พาณิชย์ ในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแคปซูลทุกชิ้น​จะถูกรวบรวม และนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยความใส่ใจโลกอย่างแท้จริง เพื่อนำไปแยกประเภทการบริหารจัดการ และสร้างคุณค่าใหม่ ในรูปแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งจักรยาน แก้วน้ำ ปากกา ​ รวมท้ัง​กากกาแฟที่ใช้แล้วจะถูกแปรรูปเป็นปุ๋ย เพื่อนำส่งต่อให้เกษตรกรที่ทำไร่ในจังหวัดพิษณุโลก สะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง&#8221;</em></p>
<p>นอกจาก การสร้าง  Awareness ในวงกว้าง ยังมุ่งสนับสนุนเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม​​ของผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงช่องทางในการส่งคืนแคปซูลเพื่อรีไซเคิลได้มากขึ้น ​ด้วยการ​​ขยายจุดส่งคืน (Drop point) ให้เข้าถึงง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น  ทั้งจาก 8 สาขาของเนสเพรสโซบูติก ​ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ รวมทั้ง​จุดขายในห้างสรรพสินค้ากว่า 50 แห่ง รวมทั้งการฝากส่งคืนทางไปรษณีย์ได้ทั่วประเทศ พร้อมทั้งบริการรับถึงบ้าน เมื่อสั่ง​​สินค้าออนไลน์ และเสริมความแข็งแกร่งด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ​เพื่อผสมผสานเรื่องความยั่งยืนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตได้อย่างกลมกลืน และทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายดาย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/My-Cup-of-Purpose-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับเป้าหมายการขับเคลื่อนแคมเปญ My Cup of Purpose​ ในประเทศไทย ตั้งเป้าการส่งคืน​แคปซูลเพื่อรีไซเคิล (Recycling Rate) ให้เติบโตต่อเนื่องได้แบบเท่าตัว​ จากปัจจุบันเนสเพรสโซประเทศไทยมี Recycling Rate​ ที่ 25% โดยตั้งเป้าขยับเพิ่มขึ้นในสิ้นปีนี้เ​ป็น​ 27% และเพิ่มขึ้นได้ราวเท่าตัว หรือเพิ่มเป็นมากกว่า 50%  ภายในปี 2030 โดยในภูมิภาคเอเชียประเทศที่มีการส่งคืนแคปซูลเพื่อรีไซเคิลสูงที่สุดคือ ไต้หวัน​ มีการส่งคืนมากกว่า 50% ตามมาด้วยเกาหลีใต้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากความแข็งแรงของระบบในการบริหารจัดการขยะ และการขับเคลื่อนผลักดันอย่างจริงจังของภาครัฐ ขณะที่สัดส่วนเฉลี่ยทั่วโลกในปัจจุบันอยู่ที่ 35% และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 60% ภายในปี 2030  ​</p>
<p><em>&#8220;ตลอดการเดินทาง​ที่ผ่านมา เนสเพรสโซ่ให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า​ผ่านโครงการระดับโลก ที่ขับเคลื่อนมา​ต่อเนื่อง อาทิ โครงการ AAA Sustainable Quality™ ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรชาวไร่กาแฟกว่า 168,550 ราย ใน 18 ประเทศ เพื่อช่วยเหลือการฟื้นฟูระบบนิเวศ แก้ไขปัญหาวิถีการทำไร่กาแฟเพื่อรองรับต่อสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่​ ส่งเสริมความเป็นธรรมของราคากาแฟที่รับซื้อจากชาวไร่ พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนไปพร้อมกัน&#8221;</em></p>
<p>รวมทั้งการส่งเสริมการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งแคปซูลกาแฟที่มีสัดส่วนอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% เครื่องชงกาแฟ ที่ใช้พลาสติกรีไซเคิล 35% กล่องกระดาษบรรจุภัณฑ์ จากกระดาษรีไซเคิล 95% รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เป็นโลหะสแตนเลสรีไซเคิลถึง 90% ​ รวมทั้งการขยายความร่วมมือสู่กลุ่มผู้บริโภคผ่านแคมเปญ <strong>My Cup of Purpose</strong> เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) จากการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการดำเนินการในปีที่ผ่านมา สามารถลด GHG Reductuin ได้แล้วกว่า 2.86 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายตามโรดแม็พเพื่อขับเคลื่อนสู่ Net Zero ภายในปี 2050 สอดคล้องกับเป้าหมายที่ทางเนสท์เล่ได้วางไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ส่งต่อไลฟ์สไตล์ใส่ใจโลก ก้าวสู่สังคมรีไซเคิล</strong></p>
<p>สำหรับปี 2568 แคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; จะเริ่มต้นด้วยแนวคิดเกี่ยวกับ &#8216;การหมุนเวียน (Circularity)&#8217; ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เนสเพรสโซต้องการทำให้เป็นเรื่องเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน เพื่อให้เหล่าผู้ที่หลงใหลในศิลปะของการดื่มกาแฟผสมผสานความยั่งยืนเข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างเรียบง่าย พร้อมขับเคลื่อนไปสู่จุดมุ่งหมายที่มีคุณค่าร่วมกัน</p>
<p>เริ่มตั้งแต่เป้าหมายภายในองค์กร เนสเพรสโซร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น โดยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เนสเพรสโซจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่สวนป่าเอกมัย เขตวัฒนา เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่กทม.ได้ให้ความช่วยเหลือพนักงานเนสเพรสโซในการปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จำนวน 20 ต้น ต้นสะเดา 15 ต้น และผักสวนครัวรวม 100 ต้นเพื่อให้ร่มเงาและเป็นผลผลิตให้กับชุมชน โดยใช้ดินที่ผสมกากกาแฟของเนสเพรสโซที่ใช้แล้ว ทำเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยพนักงานเนสเพรสโซทุกคนมีความภูมิใจที่มีส่วนรวมในการยกระดับพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองกรุงเทพฯผ่านกิจกรรมเล็ก ๆ ที่มีคุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35793 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/My-Cup-of-Purpose-03.jpg" alt="" width="1200" height="788" /></p>
<p>นอกจากนี้เนสเพรสโซยังได้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์เข้ามาร่วมทำกิจกรรมเพื่อจุดประกายให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาสนใจวิถีชีวิตที่ใส่ใจโลกยิ่งขึ้น ผ่านช่วงเวลาสุดพิเศษแห่งการดื่มด่ำกาแฟยามเช้า รวมถึงในวันกาแฟสากล (International Coffee Day) ที่จะถึงนี้ เนสเพรสโซยังเตรียมจัดกิจกรรมที่จะเชิญชวนลูกค้าเนสเพรสโซและคนรักกาแฟมารวมตัวเพื่อดื่มด่ำกาแฟทุกแก้วด้วยความยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/">เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เนสท์เล่&#8217; ยืนยันเดินหน้าลงทุนผลิต &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเกือบ 3 พันราย ทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/nestle-released-statement-to-forward-nestcafe-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 07:15:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Nescafe]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[QCP]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตรธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายเกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33056</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังมีความชัดเจนต่อข้อพิพาทกับอดีตพันธมิตรอย่างฝั่งมหากิจศิริ ในฐานะหุ้นส่วนบริษัทร่วมทุนอย่าง QCP (บริษัทควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด) ​เพื่อผลิตเนสกาแฟ ในประเทศไทย วันนี้ทาง เนสท์เล่ ประเทศไทย ออกมายืนยันถึงการมีสิทธิ์​แต่เพียงผู้เดียว ใช้แบรนด์ &#8216;Nescafé&#8216; และ &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นทั้งต่อผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่​ทำงานด้วยว่า จะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของผู้ถือหุ้นบริษัท QCP รวมทั้งประกาศ​จะลงทุนด้านการผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยเพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ เนสท์เล่ท์ ประเทศไทย ได้ออกประกาศลงวันที่ 16 เมษายน 2568 โดยมีเนื้อหา เนสท์เล่ ยืนยันลงทุนผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟจากเนสท์เล่ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งจากผู้บริโภคชาวไทย ได้มุ่งมั่นสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี โดยล่าสุดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2568 เนสท์เล่ ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533-2567 เนสท์เล่ ได้มีสัญญากับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/nestle-released-statement-to-forward-nestcafe-in-thailand/">&#8216;เนสท์เล่&#8217; ยืนยันเดินหน้าลงทุนผลิต &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเกือบ 3 พันราย ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">หลังมีความชัดเจนต่อข้อพิพาทกับอดีตพันธมิตรอย่างฝั่งมหากิจศิริ ในฐานะหุ้นส่วนบริษัทร่วมทุนอย่าง QCP (บริษัทควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด) ​เพื่อผลิต<span class="html-span xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เนสกาแฟ</span> ในประเทศไทย</div>
</div>
<p><span id="more-33056"></span></p>
<p>วันนี้ทาง เนสท์เล่ ประเทศไทย ออกมายืนยันถึงการมีสิทธิ์​แต่เพียงผู้เดียว ใช้แบรนด์ &#8216;<strong>Nescafé</strong>&#8216; และ &#8216;<strong>เนสกาแฟ&#8217;</strong> ในประเทศไทย</p>
<p>พร้อมเดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นทั้งต่อผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่​ทำงานด้วยว่า จะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของผู้ถือหุ้นบริษัท QCP รวมทั้งประกาศ​จะลงทุนด้านการผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยเพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ เนสท์เล่ท์ ประเทศไทย ได้ออกประกาศลงวันที่ 16 เมษายน 2568 โดยมีเนื้อหา</p>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เนสท์เล่ ยืนยันลงทุนผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย</strong></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟจากเนสท์เล่ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งจากผู้บริโภคชาวไทย ได้มุ่งมั่นสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี โดยล่าสุดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2568 เนสท์เล่ ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533-2567 เนสท์เล่ ได้มีสัญญากับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด (QCP) ให้เป็นผู้ผลิตเนสกาแฟ ในประเทศไทย โดยสูตรกาแฟและเทคโนโลยีการผลิตเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเนสท์เล่ และทีมงานในสายการผลิตและการบริหารงานทั้งหมดก็เป็นทีมงานของเนสท์เล่</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาระหว่างเนสท์เล่ กับ QCP ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เนสท์เล่ได้ดำเนินการเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เพื่อให้ผู้บริโภคไทยยังคงสามารถดื่มด่ำกับผลิตภัณฑ์เนสกาแฟทุกประเภทได้อย่างเต็มที่ด้วยรสชาติและคุณภาพระดับสูงเช่นเดิม โดยเนสท์เล่ได้มีการว่าจ้างบริษัทในประเทศไทยให้ช่วยผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ พร้อมทั้งนำเข้าผลิตภัณฑ์บางส่วนจากประเทศในแถบอาเซียนเป็นการชั่วคราว เนื่องจากกำลังผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอ ทั้งนี้ เนสท์เล่ ยืนยันว่าจะลงทุนเพื่อผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยต่อไป และในขณะนี้ เนสท์เล่กำลังเตรียมการเพื่อกลับมาดำเนินการผลิต เนสกาแฟในประเทศ หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โดยในระหว่างที่เรากำลังเตรียมการเพื่อผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย เราจะยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนเกษตรกรไทยด้วยการรับซื้อวัตถุดิบในการผลิตจากเกษตรกรไทยให้มากที่สุด</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ก่อนหน้านี้ เนสท์เล่ได้รับคำตัดสินจากศาลอนุญาโตตุลาการสากลว่าเนสท์เล่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาการร่วมทุนอย่างครบถ้วน และการสิ้นสุดสัญญากับบริษัท QCP เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ถูกต้องและมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมาย แต่ผู้ถือหุ้นของบริษัท QCP คือ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริและครอบครัว กลับยื่นขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลแพ่งมีนบุรี และต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ ทป 58/2568 มีคำสั่งว่า บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้า “Nescafé” ในประเทศไทย ซึ่งมีผลให้เนสท์เล่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจเนสกาแฟในประเทศได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ เนสท์เล่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการรายย่อย คู่ค้าซัพพลายเออร์ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่เราทำงานด้วยอย่างใกล้ชิด จะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของผู้ถือหุ้นดังกล่าว</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">เนสท์เล่มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในระหว่างปี พ.ศ. 2561-2567 เนสท์เล่ได้ลงทุนกว่า 22,800 ล้านบาทในประเทศไทย และเนสท์เล่จะยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างประโยชน์แก่ลูกค้า ผู้บริโภค พนักงานของเรา เกษตรกรที่ทำงานร่วมกับเรา ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของเราต่อไป</div>
</div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Statement.jpg" alt="" width="719" height="900" /></div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">นอกจากการออก <span class="html-span xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">​Statement</span> เพื่อยืนยันการเดินหน้าธุรกิจในประเทศไทยแล้ว เนสท์เล่ ยังได้ ชี้แจง 7 ประเด็นที่ยังอาจเป็นข้อสงสัย​เกี่ยวกับปัญหา และทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย <strong>โดยยืนยันว่ามีความมุ่งมั่นที่จะผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย</strong> แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดที่ชัดเจนได้ในตอนนี้</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">และย้ำว่า กรณีของเนสท์เล่ และตระกูลมหากิจศิริ แตกต่างจากข้อพิพาทระหวว่างพันธมิตรทางธุรกิจ ที่เป็นกรณีศึกษาของตลาดประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจาก<em><strong> เนสท์เล่ เป็นเจ้าของแบรนด์เนสกาแฟแต่เพียงผู้เดียว ขณะที่ตระกูลมหากิจศิริถือหุ้นครึ่งหนึ่งในบริษัท QCP ที่ทำหน้าที่ผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย เนสท์เล่ก็ถือหุ้นอีกครึ่งหนึ่ง และเป็นคนบริหารจัดการเรื่องการผลิต การจัดจำหน่าย และทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนสกาแฟเองในประเทศไทย สูตรกาแฟกับเทคโนโลยีการผลิตก็เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเนสท์เล่ และทีมงานในสายการผลิตและการบริหารงานทั้งหมดก็เป็นทีมงานของเนสท์เล่</strong></em></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">พร้อมยืนยัน<strong> ปัญหาที่เกิดขึ้นจนมีประกาศหยุดส่งสินค้าชั่วคราวนั้นไม่ใช่ความตั้งใจในการสร้างกระแสและถือโอกาสปรับราคาสินค้า</strong> แต่เนื่องจากคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งมีนบุรีเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เนสท์เล่ มีความห่วงใยผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกรไทย และคู่ค้าซัพพลายเออร์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลคุ้มครองชั่วคราว จึงได้​ทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขสถานการณ์</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33061 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Nescafe-Day4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ซึ่งขณะนี้มีคำตัดสินล่าสุด ยืนยันแล้วว่า บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้า “Nescafé” ในประเทศไทย ทำให้เนสท์เล่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจเนสกาแฟในประเทศไทยได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2568 เป็นต้นมา</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">​ขณะที่ทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจเนสกาแฟในประเทศไทยนั้น ทางบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เคยประกาศกลยุทธ์เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งแและยั่งยืนให้อุตสาหกรรมกาแฟของไทย เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคคนไทย ผ่าน​การ​ผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีผลผลิตเมล็ดกาแฟในระยะยาวที่เพียงพอ เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภค เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รวมถึงพันธมิตร คู่ค้า และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">โดยเฉพาะด้านต้นน้ำในการจัดหาวัตถุดิบ เน้นพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน ผ่านการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture ภายใต้โครงการ “เนสกาแฟ แพลน 2030” ซึ่งเป็นโครงการด้านความยั่งยืนระดับโลกของเนสกาแฟ</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ซึ่งแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟูจะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของเมล็ดกาแฟ รวมทั้งปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเดินหน้าขยายพื้นที่การเพาะปลูกกาแฟสู่จังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัดตาก และจังหวัดเลย ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายผู้ปลูกกาแฟกว่า 2,900 รายทั่วประเทศ</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/nestle-released-statement-to-forward-nestcafe-in-thailand/">&#8216;เนสท์เล่&#8217; ยืนยันเดินหน้าลงทุนผลิต &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเกือบ 3 พันราย ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดตัว &#8216;สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก&#8217; แฟลกชิพสโตร์ สาขา 4 และร้านกาแฟสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/starbucks-reserve-one-bkk-flagship-and-greener-store/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Oct 2024 13:22:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Community Store]]></category>
		<category><![CDATA[Condiment Bar]]></category>
		<category><![CDATA[For Here Cup]]></category>
		<category><![CDATA[Greener Store]]></category>
		<category><![CDATA[LITTLE CHOICES. BIG CHANGES.]]></category>
		<category><![CDATA[One Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Personal Cup]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Greener Store]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Third Place]]></category>
		<category><![CDATA[จุฑาทิพย์ เก่งมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาศักดิ์ กุลรัตนรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านสตาร์บัคส์สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บั๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภา ศรีสมัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29906</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดตัว &#8216;สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก&#8217; แฟลกชิพสโตร์แห่งที่ 4 ในประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นร้านกาแฟสีเขียว หรือ  Greener Store ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ด้วยพื้นที่ 860 ตารางเมตร ออกแบบเป็น 2 ชั้น  230 ที่นั่ง พร้อม​​มอบประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านวัฒนธรรมกาแฟจากภาคเหนือของไทยและศิลปะท้องถิ่น สะท้อนความเชื่อมโยงแก่นแท้ของกาแฟ และชุมชน รวมทั้งความยั่งยืนเข้าด้วยกัน โดยสาขานี้ได้​ออกแบบตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการออกแบบ Greener Store ของสตาร์บัคส์อย่างเคร่งครัด ท้ัง​การอนุรักษ์น้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ​ การลดขยะ และการใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ รวมทั้งยังเป็นสาขาแรกที่มีการติดตั้ง Condiment Bar เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะของลูกค้า พร้อมติดตั้งจุดสำหรับทิ้งเครื่องดื่มที่เหลือ ทิ้งเศษขยะต่างๆ รวมทั้งมีจุดล้างแก้วก่อนทิ้ง เพื่อ​สามารถนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2567 สตาร์บัคส์ ประเทศไทย สามารถสร้าง Milestone [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/starbucks-reserve-one-bkk-flagship-and-greener-store/">เปิดตัว &#8216;สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก&#8217; แฟลกชิพสโตร์ สาขา 4 และร้านกาแฟสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดตัว<strong> &#8216;สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก&#8217;</strong> แฟลกชิพสโตร์แห่งที่ 4 ในประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นร้านกาแฟสีเขียว หรือ <strong> Greener Store</strong> ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ด้วยพื้นที่ 860 ตารางเมตร ออกแบบเป็น 2 ชั้น  230 ที่นั่ง พร้อม​​มอบประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านวัฒนธรรมกาแฟจากภาคเหนือของไทยและศิลปะท้องถิ่น สะท้อนความเชื่อมโยงแก่นแท้ของกาแฟ และชุมชน รวมทั้งความยั่งยืนเข้าด้วยกัน</p>
<p><span id="more-29906"></span></p>
<p>โดยสาขานี้ได้​ออกแบบตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการออกแบบ<strong> Greener Store</strong> ของสตาร์บัคส์อย่างเคร่งครัด ท้ัง​การอนุรักษ์น้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ​ การลดขยะ และการใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ รวมทั้งยังเป็นสาขาแรกที่มีการติดตั้ง Condiment Bar เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะของลูกค้า พร้อมติดตั้งจุดสำหรับทิ้งเครื่องดื่มที่เหลือ ทิ้งเศษขยะต่างๆ รวมทั้งมีจุดล้างแก้วก่อนทิ้ง เพื่อ​สามารถนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29915 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/StarbucksOneBangkok_1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ปี 2567 สตาร์บัคส์ ประเทศไทย สามารถสร้าง Milestone สำคัญในธุรกิจได้หลายด้าน ทั้งการผลักดันสาขาในประเทศไทยได้ครบ 500 สาขา รวมท้ังการขยายสาขาร้านกาแฟเพื่อชุมชน หรือ &#8216;Community Store’ แห่งที่ 3 สาขาเดอะ กาดฝรั่ง แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวมทั้งการเปิดสาขาล่าสุดอย่าง &#8216;<strong>สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก&#8217; </strong>ซึ่งถือเป็นสาขาที่ 517  และเป็นร้านแฟลกชิพแห่งที่ 4 ในประเทศไทย จากที่ก่อนหน้านี้มีแล้ว 3 แห่งvทั้งสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สยามสแควร์วัน และไอคอนสยาม</p>
<p>นอกจากนี้ยังเป็น Greener Store ที่ใหญ่ที่สุดในไทย​ จากปัจจุบันมีอยู่ 12 สาขา และตั้งเป้าขยายเพิ่มเติมอีก 8 แห่ง ให้ครบ 20 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่เป้าหมายระดับโลกตั้งเป้ารับรอง Greener Stores 10,000 แห่งทั่วโลก ภายในปี 2025 เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้น้ำ และขยะฝังกลบลง 50% ภายในปี 2030</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29913 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/STBX-OneBKK-192.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ความโดดเด่นของสาขาล่าสุดอย่างสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก ได้รับการออกแบบในคอนเซ็ปต์ Third Place หรือบ้านหลังที่สามที่ต้อนรับผู้คนหลากหลายให้สามารถมาแลกเปลี่ยนเรื่องราวและผ่อนคลาย พร้อมเพลิดเพลินกับประสบการณ์กาแฟอันน่าประทับใจ  ด้วยการผสมผสานองค์ประกอบทางวัฒนธรรมไทยเข้ากับการออกแบบที่แสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรม ​ท่ามกลางฉากหลังที่มีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ รวมถึงเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างสตาร์บัคส์กับชุมชนท้องถิ่น และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสามารถตอบโจทย์ลูกค้าทั้งการมอบประสบการณ์ที่ดีและตอบโจทย์ความยั่งยืน ซึ่ง<strong>การขยายสาขา​แฟลกชิพในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงโอกาสที่ยังเปิดกว้างและเติบโตได้เพิ่มมากขึ้นในตลาดกาแฟของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> ​​โดยจนถึงสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนสาขาสตาร์บัคส์​เพิ่มเป็น 522 สาขา ทั่วประเทศ&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29912 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/StarbucksOneBangkok_10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณธนาศักดิ์ กุลรัตนรักษ์</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวถึงเบื้องหลังการออกแบบสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก ว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมกาแฟอันหลากหลายทางภาคเหนือของไทย และบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของทำเลใจกลางเมือง รวมทั้งวิสัยทัศน์ของสตาร์บัคส์ในการเชื่อมต่อผู้คนผ่านกาแฟที่มีคุณภาพท่ามกลางพื้นที่ที่มีความสวยงาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29918 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/StarbucksOneBangkok_15.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก ได้รับการออกแบบ​เพื่อสะท้อนถึงแก่นแท้ของกาแฟ ชุมชน และการเชื่อมต่อมอบประสบการณ์ Third Place ที่แท้จริง การออกแบบภายในร้านทั้งสองชั้นได้รับแรงบันดาลใจจากทิวเขาที่เป็นพื้นที่เพาะปลูกกาแฟในภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวเขาที่มีชีวิตชีวา ตามแนวคิดเรือนยอดไม้ใหญ่ หรือ Tree Top Canopy สัญลักษณ์ของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ใช้ในการเพาะปลูกกาแฟ โดยชั้นแรกของร้านเป็นตัวแทนของต้นกาแฟ ซึ่งอุทิศให้กับการชงและเสิร์ฟกาแฟ ส่วนชั้นบนสะท้อนถึงเรือนยอดไม้ มีพื้นที่นั่งเล่นอันเงียบสงบสำหรับลูกค้า​ ​พร้อมทั้งการใช้เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่สุดพิเศษ Starbucks OVISO™ ที่ออกแบบให้ตัวเครื่องซ่อนอยู่ด้านล่าง ทำให้ลูกค้าและคอฟฟี่มาสเตอร์ได้มีปฏิสัมพันธ์กันได้สะดวกระหว่างชงกาแฟ ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าได้ดีขึ้น รวมทั้งการออกแบบโซนต่างๆ ทั้งบาร์เครื่องดื่มหลัก,​ บาร์สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ, บาร์ทีวาน่า, โซนขนมอบ, บาร์ Mixologist ที่นำเสนอนวัตกรรมและการผสมเครื่องดื่มไว้อย่างเต็มรูปแบบ, โซนห้องประชุม, โซนที่นั่งแบบสเตเดียม และบาร์คอนดิเมนต์ ​พื้นที่รีไซเคิลขยะครบวงจรภายในร้านซึ่งมีที่สาขานี้เป็นแห่งแรกอีกด้วย&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29909 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/StarbucksOneBangkok_5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29908 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Recycle-.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณจุฑาทิพย์ เก่งมานะ </strong>ผู้จัดการด้านผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืน สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ​สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก​ เป็นร้านที่พิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน เพราะเป็นสาขาแรกที่มี Condiment Bar ช่วย​ส่งเสริพฤติกรรมแยกขยะ​ให้ลูกค้า ทั้งจุดเทเครื่องดื่มที่เหลือทิ้ง จุดล้างแก้ว​ก่อนทิ้งขยะในที่ที่เหมาะสม พร้อมการออกแบบทุกองค์ประกอบตามมาตรฐาน Green Store ของสตาร์บัคส์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่การเลือกโลเกชั่นในการตั้งสาขาที่เหมาะสมในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะโครงการวัน แบงค็อก ที่ให้ความสำคัญในการบริหารพื้นท่ีและสร้างชุมชนตามแนวทางของความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29910 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/StarbucksOneBangkok_9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีการออกแบบอุปกรณ์ภายในร้านเป็นพิเศษทำให้ช่วยประหยัดน้ำ​เพิ่มขึ้นราว 30%, ​การสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน, การจัดหาวัสดุที่ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมาใช้ภายในร้าน, การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของลูกค้าและพาร์ทเนอร์ รวมทั้งใส่ใจชุมชนโดยรอบ และส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการขยะภายในร้าน ทั้งการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการบริหารจัดการอาหารที่เหลือจากการจำหน่ายเพื่อส่งต่อให้ชุมชนใกล้เคียง ซึ่งเชื่อว่าการออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยคำนึงถึงความยั่งยืน สะท้อน​ความทุ่มเทของสตาร์บัคส์ต่อแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเชื่อว่าร้านแห่งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตที่สำคัญของร้านสตาร์บัคส์ทั่วทั้งประเทศไทย​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29917 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Kyteria.jpg" alt="" width="594" height="947" /></p>
<p><em>&#8220;เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ​​เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ได้เปิดตัว “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=7uLnVgTE2Ak" target="_blank" rel="noopener">LITTLE CHOICES. BIG CHANGES.</a>” แคมเปญเพื่อความยั่งยืน เชิญชวนให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน ด้วยการมอบส่วนลด 10 บาทสำหรับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาใช้ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยเป็นกิจกรรมที่สตาร์บัคส์ทำมาอย่างต่อเนื่องและจนถึงปัจจุบันมีลูกค้านำแก้วส่วนตัวมาใช้แล้วกว่า 1.6 ล้านแก้ว นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้แก้ว For Here สำหรับรับประทานเครื่องดื่มภายในร้าน โดยปัจจุบันมีให้บริการครบทุกสาขาทั่วประเทศแล้ว ซึ่งการตอบรับของลูกค้าดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าใช้แก้ว For Here ที่ราว 20% ของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน ขณะที่บางส่วนยังต้องการความสะดวกและสามารถถือแก้วออกไปดื่มนอกร้านได้หากยังรับประทานไม่หมด ซึ่งทางร้านจะพยายามส่งเสริมการรับรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีจำนวนการใช้แก้ว For Here เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยบาลานซ์ทั้งการมอบประสบการณ์ที่ดีในการให้บริการฐานะ Third Place และการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนในอนาคต​&#8221;​</em></p>
<p>สตาร์บัคส์ยังมีการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนในมิติอื่นๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ  โดย​มูลนิธิสตาร์บัคส์ (The Starbucks Foundation) ยังได้มอบทุนสนับสนุนโครงการ Global Community Impact Grant มูลค่า 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนผู้ปลูกกาแฟในภาคเหนือของประเทศไทย โดยมูลนิธิฯ จะเป็นผู้นำในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านทักษะการดำรงชีวิต สนับสนุนโครงการริเริ่มเพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านน้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัย รวมถึงโภชนาการ และการจัดหาทรัพยากร เพื่อเชื่อมโยงสมาชิกชุมชนชาวเขากว่า 600 คน ให้ได้รับโอกาสดังกล่าว เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของสตาร์บัคส์ในการทำประโยชน์ให้กับชุมชนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่สตาร์บัคส์ดำเนินธุรกิจอยู่ ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29907 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-14.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/starbucks-reserve-one-bkk-flagship-and-greener-store/">เปิดตัว &#8216;สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก&#8217; แฟลกชิพสโตร์ สาขา 4 และร้านกาแฟสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พันธุ์ไทย เปิดตัว Home Compostable Coffee Capsule แบรนด์แรกของไทย​ กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย​ &#8216;ไม่ใช่แค่อร่อยกว่า แต่ยังย่อยสลายได้ทุกชิ้นส่วน 100%&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/punthai-home-compostable-coffee-capsule/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 12:11:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3rd Wave Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[DIN CERTCO]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Home Compostable]]></category>
		<category><![CDATA[Punthai]]></category>
		<category><![CDATA[Punthai Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Punthai Coffee Capsule Machine]]></category>
		<category><![CDATA[Specialty Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟพันธุ์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟแคปซูล]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดกาแฟในบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขวสา ภูชัชวนิชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25883</guid>

					<description><![CDATA[<p>พันธุ์ไทย ทำถึง ทำชัด พร้อมเสิร์ฟกาแฟคุณภาพ ทุกที่ ทุกเวลา! ปล่อยหมัดเด็ด Home Compostable Coffee Capsule แบรนด์แรกของไทย เปิดตัว “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ที่ไม่ใช่แค่อร่อยกว่า แต่ยังย่อยสลายได้ทุกชิ้นส่วน 100% กาแฟพันธุ์ไทยบุกตลาดกาแฟในบ้านไปอีกขั้น ชูความรักษ์โลกต่อเนื่อง จาก 9 กาแฟดริปรักษ์โลก ต่อยอดสู่การเปิดตัว “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ในรูปแบบ Home Compostable เป็นแบรนด์แรกของไทย มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่เหลือเป็นขยะตกค้าง (Zero Waste) กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย คัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น 3 รสชาติทั้ง ดาร์กโรสต์ กาแฟคั่วเข้ม โทนดาร์กช็อกโกแลต เจือความหวานของน้ำผึ้งปลายๆ นัตตี้ เบลนด์ กาแฟคั่วกลาง โทนดาร์กโกโก้ ปนอัลมอนด์ ฟีลวนิลาเบาๆ และฟรุตตี้ เบลนด์ กาแฟคั่วอ่อน ให้ความสดชื่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ลูกพรุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/punthai-home-compostable-coffee-capsule/">พันธุ์ไทย เปิดตัว Home Compostable Coffee Capsule แบรนด์แรกของไทย​ กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย​ &#8216;ไม่ใช่แค่อร่อยกว่า แต่ยังย่อยสลายได้ทุกชิ้นส่วน 100%&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พันธุ์ไทย ทำถึง ทำชัด พร้อมเสิร์ฟกาแฟคุณภาพ ทุกที่ ทุกเวลา</strong><strong>! </strong><strong>ปล่อยหมัดเด็ด </strong><strong>Home Compostable</strong><strong> Coffee Capsule </strong><strong>แบรนด์แรกของไทย </strong><strong>เปิดตัว “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ที่ไม่ใช่แค่อร่อยกว่า แต่ยังย่อยสลายได้ทุกชิ้นส่วน </strong><strong>100%</strong></p>
<p><span id="more-25883"></span></p>
<p>กาแฟพันธุ์ไทยบุกตลาดกาแฟในบ้านไปอีกขั้น ชูความรักษ์โลกต่อเนื่อง จาก 9 กาแฟดริปรักษ์โลก ต่อยอดสู่การเปิดตัว “<strong>กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย</strong>” ในรูปแบบ Home Compostable เป็นแบรนด์แรกของไทย มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่เหลือเป็นขยะตกค้าง (Zero Waste)</p>
<p>กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย คัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น 3 รสชาติทั้ง ดาร์กโรสต์ กาแฟคั่วเข้ม โทนดาร์กช็อกโกแลต เจือความหวานของน้ำผึ้งปลายๆ นัตตี้ เบลนด์ กาแฟคั่วกลาง โทนดาร์กโกโก้ ปนอัลมอนด์ ฟีลวนิลาเบาๆ และฟรุตตี้ เบลนด์ กาแฟคั่วอ่อน ให้ความสดชื่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ลูกพรุน พีช ผสานกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้</p>
<p>กาแฟพันธุ์ไทยตอกย้ำความมุ่งมั่นยกระดับ Ecosystem อุตสาหกรรมกาแฟ สานต่อกลยุทธ์ Everywhere Everyone นำเดต้ามาวิเคราะห์เพื่อเสิร์ฟสินค้าและบริการที่ตรงใจ เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกเจนเนอเรชัน ในทุกช่องทาง พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมรุกตลาดกาแฟพรีเมียมและกาแฟในบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดความสำเร็จจากคอลเลคชัน 9 กาแฟดริปรักษ์โลกพันธุ์ไทย เมื่อปลายปีที่ผ่านมา สู่การเปิดตัว “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ในรูปแบบ Home Compostable เป็นแบรนด์แรกของไทย ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติทุกชิ้นส่วน สามารถย่อยสลายได้ 100% โดยยังคงเอกลักษณ์รสชาติ และเทสโน้ตของเมล็ดกาแฟพิเศษสไตล์พันธุ์ไทย ในราคาคุ้มค่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย และเลือกใช้สินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25885 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/3-9.jpg" alt="" width="531" height="664" /></p>
<p><strong>คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “วัฒนธรรมการดื่มกาแฟกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยเฉพาะในปัจจุบันที่กาแฟโลกเข้าสู่ยุคคลื่นลูกที่สาม (3<sup>rd</sup> Wave Coffee) ที่ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจและให้ความสำคัญกับคุณภาพของเมล็ดกาแฟพิเศษ หรือ <strong>Specialty Coffee</strong> ตั้งแต่ต้นน้ำ พื้นที่เพาะปลูก สายพันธุ์กาแฟ กระบวนการเก็บเกี่ยว การคั่วกาแฟ รวมไปถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ซึ่งกาแฟพันธุ์ไทยได้มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควบคู่กับการสนับสนุนชุมชน และดูแลสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งการสร้างสรรค์ “กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย” ในครั้งนี้ นอกจากผู้บริโภคจะได้ดื่มด่ำกาแฟพิเศษรสชาติพรีเมียมได้ง่ายๆ ที่บ้านหรือที่ทำงานแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดขยะ ลดการสร้างมลพิษ อันเป็นสาเหตุของวิกฤตภาวะโลกร้อน เพราะทุกองค์ประกอบของกาแฟแคปซูลและแพคเกจจิ้ง สามารถย่อยสลายได้ทุกชิ้น ปลอดภัยต่อทุกชีวิต ไม่ทำร้ายโลกในระยะยาว”</p>
<p>กาแฟพันธุ์ไทย เป็นแบรนด์แรกของไทย ที่เลือกใช้วัสดุธรรมชาติทั้งหมด ในการผลิตกาแฟแคปซูล หรือที่เรียกกันว่า Home Compostable สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ 100% โดยตัวแคปซูลผลิตจากเซลลูโลส เส้นใยพืช แป้ง ส่วนฝาแคปซูลผลิตจากเยื่อกระดาษธรรมชาติ โดยไม่มีส่วนประกอบของพลาสติกและอะลูมิเนียม ได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติย่อยสลายได้ทางชีวภาพ DIN CERTCO จากประเทศเยอรมนี สามารถทิ้งในถังขยะประเภทเศษอาหารได้ นำไปทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ในครัวเรือนได้ แม้กระทั่งทิ้งในสวนหลังบ้านก็ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ในดิน ไส้เดือนสามารถรับประทานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพันธุกรรม สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ภายใน 3 เดือน ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส และปัจจัยด้านความชื้น ออกซิเจน รวมถึงจุลินทรีย์ที่เหมาะสม ซึ่งสามารถช่วยลดขั้นตอนและพลังงานในการกำจัดขยะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ของกาแฟแคปซูลพันธุ์ไทยยังผลิตจากกระดาษรีไซเดิล 100% ใช้หมึกพิมพ์น้ำมันถั่วเหลือง (Soy Ink) จากธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการบ่งบอกรสชาติของสินค้า สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่เหลือเป็นขยะตกค้าง (Zero Waste) เรียกได้ว่า ทุกชิ้นส่วนผลิตจากธรรมชาติ และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งภาะระไว้ให้โลกแม้แต่ชิ้นเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25889 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/5-7.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย จากสายพันธุ์อาราบิก้าแท้ 100% ผ่านการคัดเลือกเมล็ดกาแฟพิเศษจากแหล่งเพาะปลูกที่มีคุณภาพ ผ่านการบ่ม การคั่ว จนได้รสชาติและกลิ่นหอมตามโพรไฟล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ กาแฟพันธุ์ไทย ให้คุณดื่มด่ำประสบการณ์สุดพรีเมียมอย่างสะดวกสบายได้ง่ายๆ คุ้มค่าคุ้มราคา เพียงแคปซูลละ 20-22 บาท โดยใน 1 กล่อง บรรจุกาแฟ 10 แคปซูล ปริมาณแคปซูลละ 5.5 กรัม มีทั้งหมด 3 Profiles 3 รสชาติ  3 ระดับการคั่ว ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ดาร์ก โรสต์</strong> (Punthai Coffee Capsule &#8211; Dark Roasted) กาแฟคั่วเข้ม สายพันธุ์อาราบิก้าไทย 100% แบบ Washed Process เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติและบอดี้เข้ม เทสโน้ตโทนดาร์กช็อกโกแลต เจือความหวานของน้ำผึ้งปลายๆ มี Aftertaste ที่ยาวนาน ได้ความรู้สึกสะอาดของรสชาติกาแฟ เหมาะกับทุกเมนู ทั้งร้อนและเย็น ราคากล่องละ 200 บาท</p>
<p><strong>&#8211; กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย นัตตี้ เบลนด์</strong> (Punthai Coffee Capsule &#8211; Nutty Blend) กาแฟคั่วกลางไปทางเข้ม อาราบิก้าไทย เบลนด์ด้วยกาแฟอาราบิก้าจากบราซิลและฮอนดูรัส เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบบอดี้ปานกลาง เข้มข้นและขมน้อย กลิ่นและรสชาติออกแนวดาร์คโกโก้ มีความหอมของช็อกโกแลต ปนอัลมอนด์ ฟีลวนิลาและบัตเตอร์สก๊อต เหมาะกับเมนูใส่นม หรือจะดื่มแบบไลท์ๆ ก็กลมกล่อม ราคากล่องละ 220 บาท</p>
<p><strong>&#8211; กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ฟรุตตี้ เบลนด์</strong> (Punthai Coffee Capsule &#8211; Fruity Blend) กาแฟคั่วระดับอ่อนค่อนไปทางกลาง เมล็ดกาแฟไทย เบลนด์ด้วยกาแฟอาราบิก้าจากโคลัมเบีย และเอธิโอเปีย แบบ Natural Process ให้ความสว่างของกาแฟแบบ Bright Acidity ได้ความเปรี้ยวสดชื่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ลูกพรุน พีช ออกหวานปลายๆ มีความเป็น Floral อยู่ใน Aftertaste เหมาะกับเมนูกาแฟดำ ราคากล่องละ 220 บาท</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจแบบครบเซตขอแนะนำ เครื่องกาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย (Punthai Coffee Capsule Machine) ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก สบาย ประหยัดเวลา ได้รสชาติเหมือนดื่มที่ร้าน ในราคาที่คุ้มค่า มีทั้งสีดำ และสีโรส โกลด์ ด้วยแรงดันน้ำ 19 บาร์ สามารถสกัดกาแฟได้ภายใน 1 นาที เลือกปริมาณน้ำได้ทั้ง 40 มิลลิลิตร และ 110 มิลลิลิตร ในราคาเครื่องละ 2,999 บาท โปรโมชั่นช่วงเปิดตัว ซื้อเครื่องกาแฟแคปซูล 1 เครื่อง รับฟรี กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย ดาร์กโรสต์ 1 กล่อง มูลค่า 200 บาท หรือผู้ที่มีเครื่องอยู่แล้ว สามารถรับสิทธิ์ซื้อกาแฟแคปซูลครบ 4 กล่อง รับฟรี กาแฟแคปซูลรสชาติใดก็ได้ 1 กล่อง ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 – 15 กรกฎาคม 2567 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25884 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/7-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>กาแฟพันธุ์ไทย มี Brand DNA ที่ชัดเจน ในการสนับสนุนชุมชนและเกษตรกรไทย ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น การจัดตั้งโครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอะราบิก้าบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ในการปลูกกาแฟให้เกษตรกร ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอยมาเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟ และเปลี่ยนเขาหัวโล้นให้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ การใช้ไบโอพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ มาพัฒนาเป็นแก้วเครื่องดื่มพันธุ์ไทยที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและโลกของเรา ความร่วมมือกับนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่สร้างสรรค์กาแฟไปพร้อมๆ กับการปลูกป่า พร้อมสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชนให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ อยู่ดี มีสุข อย่างมั่นคง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อไป</p>
<p>“สำหรับแคมเปญนี้ พันธุ์ไทยมีการสื่อสารการตลาดในทุกช่องทาง ทั้ง Online และ Offline สร้างคอนเทนต์บน Social Media ต่างๆ สร้างการรับรู้ผ่าน KOLs ที่มีไลฟ์สไตล์เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่ Out of Home Media (OOH) เพิ่มการมองเห็นผ่าน Key Visual บนบิลบอร์ดตามจุดต่างๆ ของกรุงเทพฯ รวมถึงกิจกรรม On Ground ส่งมอบประสบการณ์การดื่มด่ำเมล็ดกาแฟพิเศษ ในย่าน CBD เจาะกลุ่มคนทำงาน คนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบความรวดเร็ว สะดวกสบาย พร้อมสร้างเครือข่าย GenZerO หรือ Community ของคนพันธุ์ไทยหัวใจรักษ์โลก ที่มีไลฟ์สไตล์ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น” คุณสุขวสา กล่าวเสริม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/punthai-home-compostable-coffee-capsule/">พันธุ์ไทย เปิดตัว Home Compostable Coffee Capsule แบรนด์แรกของไทย​ กาแฟแคปซูลพันธุ์ไทย​ &#8216;ไม่ใช่แค่อร่อยกว่า แต่ยังย่อยสลายได้ทุกชิ้นส่วน 100%&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษ​บริโภค &#8216;กาแฟแคปซูล&#8217; 800 ล้านชิ้นต่อปี  Podback จับมือห้างดัง Morrisons เร่ง​รีไซเคิล​บรรจุภัณฑ์ก่อนขยะล้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/morrisons-partnership-with-coffee-pod-recycler-podback/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Jul 2023 10:32:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[.Nespresso]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium]]></category>
		<category><![CDATA[Capsule]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[coffee pods]]></category>
		<category><![CDATA[Jacob Douwe Egberts]]></category>
		<category><![CDATA[Morrisons]]></category>
		<category><![CDATA[Nescafé Dolce Gusto]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Podback]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Tassimo]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[จาค็อบ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อลูมีเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<category><![CDATA[แคปซูลกาแฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20175</guid>

					<description><![CDATA[<p>Morrisons ประกาศตัวเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในสหราชอาณาจักร ที่ให้การสนับสนุนโครงการ Podback โปรเจ็กต์การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แคปซูลกาแฟหลังจากการบริโภค ​ภายใต้การก่อตั้งของ 2 ผู้ประกอบการกาแฟรายใหญ่อย่าง Nestle (Nespresso, Nescafé Dolce Gusto ) และ Jacob Douwe Egberts (Tassimo) อีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ Podback ในการขยายพันธมิตรผู้เป็นตัวกลางในการเก็บกลับแคปซูลกาแฟเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น และรองรับการบริโภคกาแฟที่บ้าน​ที่เติบโตขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการจำหน่ายกาแฟแคปซูลไปมากกว่า 800 ล้านแคปซูล รวมท้ังร่วมสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์โครงการ​ จากข้อมูลที่ทาง Podback พบว่า มีผู้บริโภคถึง 1 ใน 3 ที่ยังไม่ทราบว่าแคปซูลกาแฟนั้น สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ขณะที่ 9 ใน 10 ของผู้บริโภคต้องการรีไซเคิลแคปซูลกาแฟได้ง่ายๆ เหมือนสินค้าครัวเรือนทั่วไป การมีพันธมิตรในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Morrisons จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงจุดรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ผ่านสาขานำร่อง 29 แห่งทั่วอังกฤษ โดยลูกค้าสามารถรับถุง Podback recycling bags สำหรับไส่แคปซูลหลังจากบริโภคแล้ว โดยแยกสีตามประเภทระหว่างอลูมิเนียมที่จะทิ้งในถุงสีขาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/morrisons-partnership-with-coffee-pod-recycler-podback/">อังกฤษ​บริโภค &#8216;กาแฟแคปซูล&#8217; 800 ล้านชิ้นต่อปี  Podback จับมือห้างดัง Morrisons เร่ง​รีไซเคิล​บรรจุภัณฑ์ก่อนขยะล้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Morrisons</strong> ประกาศตัวเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในสหราชอาณาจักร ที่ให้การสนับสนุนโครงการ<strong> Podback</strong> โปรเจ็กต์การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แคปซูลกาแฟหลังจากการบริโภค ​ภายใต้การก่อตั้งของ 2 ผู้ประกอบการกาแฟรายใหญ่อย่าง Nestle (Nespresso, Nescafé Dolce Gusto ) และ Jacob Douwe Egberts (Tassimo)</p>
<p><span id="more-20175"></span></p>
<p>อีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ<strong> Podback</strong> ในการขยายพันธมิตรผู้เป็นตัวกลางในการเก็บกลับแคปซูลกาแฟเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น และรองรับการบริโภคกาแฟที่บ้าน​ที่เติบโตขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการจำหน่ายกาแฟแคปซูลไปมากกว่า 800 ล้านแคปซูล รวมท้ังร่วมสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์โครงการ​ จากข้อมูลที่ทาง Podback พบว่า มีผู้บริโภคถึง 1 ใน 3 ที่ยังไม่ทราบว่าแคปซูลกาแฟนั้น สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ขณะที่ 9 ใน 10 ของผู้บริโภคต้องการรีไซเคิลแคปซูลกาแฟได้ง่ายๆ เหมือนสินค้าครัวเรือนทั่วไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20177 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1-18.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การมีพันธมิตรในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Morrisons จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงจุดรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ผ่านสาขานำร่อง 29 แห่งทั่วอังกฤษ โดยลูกค้าสามารถรับถุง Podback recycling bags สำหรับไส่แคปซูลหลังจากบริโภคแล้ว โดยแยกสีตามประเภทระหว่างอลูมิเนียมที่จะทิ้งในถุงสีขาว และแคปซูลพลาสติกจะทิ้งในถุงสีเขยว เพื่อความสะดวกในการนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ แคปซูลที่เก็บไว้จะนำไปรีไซเคิลตามประเภทวัสดุ โดยแคปซูลอลูมิเนียม จะนำไปผลิตกลับเป็นบรรจุภัณฑ์อีกครั้ง เช่น กระป๋องเครื่องดื่ม ขณะที่แคปซูลพลาสติก จะนำไปเป็นวัสดุรีไซเคิลต่างๆ เช่น วัสดุก่อสร้าง ลังไม้ หรือเป็นเม็ดพลาสติกสำหรับเป็นบรรจุภัณฑ์พลาติกอีกคร้ัง ขณะที่กากกาแฟก็สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุชีวภาพ หรือสารปรับปรุงดินต่างๆ ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20178 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Podback-Bag.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกความพยายามในการสร้างให้เกิดการรีไซเคิลแบบ end to end ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่จะไปเพิ่มในหลุมฝังกลบให้น้อยลงได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะการเพิ่มพันธมิตรเข้าร่วมโครงการในหลายภาคส่วนทั้งผู้ผลิตกาแฟ ร้านค้าต่าง กลุ่มภาครัฐที่ดูแลบริหารจัดการขยะในแต่ละพื้นที่ ​รวมทั้งความร่วมมือกับกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตในครั้งล่าสุดนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำบรรจุภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากที่สุด</p>
<p><a href="https://www.morrisons-corporate.com/media-centre/corporate-news/morrisons-becomes-first-uk-supermarket-to-introduce-coffee-pod-recycling-points/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.podback.org/news/morrisons-podback-introduce-in-store-coffee-pod-recycling-points" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/morrisons-partnership-with-coffee-pod-recycler-podback/">อังกฤษ​บริโภค &#8216;กาแฟแคปซูล&#8217; 800 ล้านชิ้นต่อปี  Podback จับมือห้างดัง Morrisons เร่ง​รีไซเคิล​บรรจุภัณฑ์ก่อนขยะล้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
