<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Community Enterprise &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/community-enterprise/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 13 Apr 2025 11:32:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Community Enterprise &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;กะละแมโบราณนครพนม&#8217; จากขนมพื้นบ้าน สู่โมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงคน ชุมชน และตลาด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/traditional-caramel-community-enterprise-in-nakhon-phanom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Apr 2025 10:24:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Building]]></category>
		<category><![CDATA[Brand DNA]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Community Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[PMUA]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Traditional Caramel]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุน ววน.]]></category>
		<category><![CDATA[กะละแม]]></category>
		<category><![CDATA[กะละแมทูลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[กะละแมโบราณนครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ครูน้อยกะละแมกะทิสด]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ตุ๊กตากะละแมโบราณ]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนทรัพยากรพื้นถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[บพท.]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.คมศักดิ์ หารไชย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยนครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32958</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กะละแม” เป็นขนมโบราณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในจังหวัดนครพนม แม้จะได้รับความนิยมในพื้นที่ แต่กลับไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับประเทศและระดับสากลได้ แต่วันนี้ ขนมพื้นบ้านชนิดนี้กำลังถูกพลิกโฉมครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ &#8216;การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดสายโซ่ผลิตภัณฑ์กะละแมโบราณนครพนม ด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่นโดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ หารไชย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เล่าว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เห็นถึงศักยภาพของตนเอง และโอกาสที่กะละแมโบราณของจังหวัดนครพนมจะสามารถยกระดับไปได้ไกลกว่าที่เคย ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิต การยกระดับมาตรฐาน และการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กะละแมโบราณนครพนมเป็นสินค้าคุณภาพที่สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน ในช่วงปีแรกของโครงการ ทีมวิจัยพบว่า ปัญหาหลักของอุตสาหกรรมกะละแมโบราณนครพนมไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบการผลิต วัตถุดิบ และขาดการเชื่อมโยงของผู้ประกอบการที่แต่ละผู้ประกอบการต่างดำเนินธุรกิจของตนเอง ทำให้ขาดพลังในการขยายตลาด โครงการนี้จึงเข้ามาสร้างความเข้าใจและสร้างเป้าหมายร่วมกัน ด้วยการเปลี่ยนคู่แข่งให้กลายเป็นพันธมิตร และสร้าง &#8220;Brand DNA&#8221; ของกะละแมโบราณนครพนม ที่เน้นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และอัตลักษณ์ของพื้นที่ “ปีแรกสิ่งที่ทีมวิจัยให้ความสำคัญคือ การร่วมมือร่วมใจกัน ด้วยการกำหนดคุณค่าหลักที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรักษา เพื่อให้กะละแมเป็นสินค้าที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของนครพนมอย่างแท้จริง” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ กล่าวถึงบทสรุปการทำงานในปีแรก สำหรับปีที่สอง ทีมวิจัยมีแผนยกระดับงานวิจัย เริ่มจากการแก้ปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์กะละแม เช่น อายุการเก็บรักษาที่สั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/traditional-caramel-community-enterprise-in-nakhon-phanom/">&#8216;กะละแมโบราณนครพนม&#8217; จากขนมพื้นบ้าน สู่โมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงคน ชุมชน และตลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>กะละแม”</strong> เป็นขนมโบราณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในจังหวัดนครพนม แม้จะได้รับความนิยมในพื้นที่ แต่กลับไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับประเทศและระดับสากลได้</p>
<p><span id="more-32958"></span></p>
<p>แต่วันนี้ ขนมพื้นบ้านชนิดนี้กำลังถูกพลิกโฉมครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ <strong>&#8216;การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดสายโซ่ผลิตภัณฑ์กะละแมโบราณนครพนม ด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่น</strong>โดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32962 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ผู้ช่วยศาสตราจารย์-ดร.คมศักดิ์-หารไชย-คณะวิศวกรรมศาสตร์-มหาวิทยาลัยนครพนม.jpg" alt="" width="1200" height="630" /></p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ หารไชย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม</strong> ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เล่าว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เห็นถึงศักยภาพของตนเอง และโอกาสที่กะละแมโบราณของจังหวัดนครพนมจะสามารถยกระดับไปได้ไกลกว่าที่เคย ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิต การยกระดับมาตรฐาน และการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กะละแมโบราณนครพนมเป็นสินค้าคุณภาพที่สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน</p>
<p>ในช่วงปีแรกของโครงการ ทีมวิจัยพบว่า ปัญหาหลักของอุตสาหกรรมกะละแมโบราณนครพนมไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบการผลิต วัตถุดิบ และขาดการเชื่อมโยงของผู้ประกอบการที่แต่ละผู้ประกอบการต่างดำเนินธุรกิจของตนเอง ทำให้ขาดพลังในการขยายตลาด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32963 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ทีมกะละแมโบราณ-โดยคนในพื้นที่.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em><strong>โครงการนี้จึงเข้ามาสร้างความเข้าใจและสร้างเป้าหมายร่วมกัน ด้วยการเปลี่ยนคู่แข่งให้กลายเป็นพันธมิตร และสร้าง &#8220;</strong><strong>Brand DNA&#8221; </strong><strong>ของกะละแมโบราณนครพนม ที่เน้นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และอัตลักษณ์ของพื้นที่</strong></em></p>
<p>“ปีแรกสิ่งที่ทีมวิจัยให้ความสำคัญคือ การร่วมมือร่วมใจกัน ด้วยการกำหนดคุณค่าหลักที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรักษา เพื่อให้กะละแมเป็นสินค้าที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของนครพนมอย่างแท้จริง” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ กล่าวถึงบทสรุปการทำงานในปีแรก</p>
<p>สำหรับปีที่สอง ทีมวิจัยมีแผนยกระดับงานวิจัย เริ่มจากการแก้ปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์กะละแม เช่น อายุการเก็บรักษาที่สั้น ปัญหาเนื้อสัมผัสที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายตลาด</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเนื้อสัมผัสของกะละแมให้คงความเหนียวนุ่มได้นานขึ้น เพื่อให้สามารถวางขายในตลาดที่กว้างขึ้นได้โดยยังคงคุณภาพเดิมไว้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32960 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ใบตองในพื้นที่.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่มีการแก้ไขคือ “ใบตอง” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ห่อกะละแม ที่ต้องนำเข้าจากต่างจังหวัด ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น โครงการจึงส่งเสริมให้มีการปลูกกล้วยตานีในจังหวัดนครพนมเพิ่มขึ้นมากกว่า </strong><strong>12,000 </strong><strong>ต้น เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอกและสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่การผลิต ส่งผลให้เกิดชุมชนผู้ปลูกกล้วยตานีที่สามารถสร้างรายได้เสริมจากการขายใบตอง และมีนักรวบรวมที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรกับผู้ผลิตกะละแมให้เกิดการจัดหาวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32965 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/วิธีการกวนกะละแมโบราณ-Re.jpg" alt="" width="675" height="900" /></p>
<p>นอกจากการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์แล้ว ทีมวิจัยยังมี <strong>การพัฒนาแบรนด์กะละแม </strong><strong>3 </strong><strong>แบรนด์ย่อย ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีอัตลักษณ์แตกต่างกันไป ได้แก่ </strong></p>
<p><strong>1. กะละแมทูลใจ</strong> มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม เช่น กะละแมรสขาวเม่า และไอศกรีมกะละแม โดยร่วมพัฒนากับร้านเบเกอรี่ในจังหวัด</p>
<p><strong>2.</strong> <strong>ตุ๊กตากะละแมโบราณ</strong> มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรกับร้านกาแฟ ร้านขนมหวาน และธุรกิจอาหาร เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย</p>
<p><strong>3</strong><strong>.</strong> <strong>ครูน้อยกะละแมกะทิสด</strong> เป็นแบรนด์ต้นตำรับ มุ่งเน้นการเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และกรรมวิธีการทำกะละแม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสืบสานวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32964 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/กะละแมโบราณนครพนม-re.jpg" alt="" width="751" height="1000" /></p>
<p>นอกจากนี้ โครงการยังช่วยผลักดันให้เกิด <strong>&#8220;สมาคมการค้าผู้ประกอบการกะละแมโบราณนครพนม&#8221;</strong> เพื่อเป็นกลไกในการบริหารจัดการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ขยายตลาด และพัฒนาผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อว่า การรวมกลุ่มกันของผู้ประกอบการจะทำให้เกิดพลังในการแข่งขันมากกว่าการแยกกันทำธุรกิจ</p>
<p><strong>ผลจากการทำงานวิจัยดังกล่าว ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการกะละแมและเกษตรกรที่ปลูกกล้วยตานี พบว่า รายได้ของกลุ่มผู้ผลิตเพิ่มขึ้น </strong><strong>15–20%  </strong><strong>และมีการจดทะเบียนวิสาหกิจใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ รวมทั้งยังเกิดอาชีพใหม่ในท้องถิ่น เช่น นักรวบรวมใบตอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเกษตรกรกับโรงงานผลิตใบตองรีด ส่งผลให้มีผู้ประกอบการใบตองเกิดขึ้นใหม่ และชุมชนสามารถพึ่งพาวัตถุดิบภายในจังหวัดได้มากขึ้น ลดการนำเข้าจากภายนอก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32959 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/วิธีการรีดใบตองด้วยเตาถ่านโบราณ.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ที่สำคัญ <strong>งานวิจัยฯ นี้ยังประสบความสำเร็จในเชิงวัฒนธรรมและการยอมรับในระดับประเทศ โดยกะละแมโบราณนครพนมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น &#8220;มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม&#8221;</strong> <strong>จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และได้รับเลือกให้เป็น &#8220;สุดยอดเมนูอาหารถิ่น&#8221; ของจังหวัดนครพนม รวมทั้งยังมีการพัฒนาให้กะละแมสามารถเข้าสู่ตลาดพรีเมียมได้ ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่สามารถเก็บได้นานขึ้นและมีความสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นของฝาก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32966 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ออกงานขาย.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8220;</strong><strong>เราไม่ได้แค่ทำกะละแมให้ดีขึ้น แต่เรากำลังสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้กับนครพนม ที่เป็นการเชื่อมโยงคน ชุมชน และตลาด ซึ่งเป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืน และทำให้กะละแมโบราณนครพนมกลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่าและสามารถแข่งขันในตลาดได้ในระยะยาว&#8221;</strong> ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ ตอกย้ำถึงความสำเร็จที่มาจากการใช้ข้อมูล ความรู้ และกระบวนการวิจัย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/traditional-caramel-community-enterprise-in-nakhon-phanom/">&#8216;กะละแมโบราณนครพนม&#8217; จากขนมพื้นบ้าน สู่โมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงคน ชุมชน และตลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศูนย์ MRF แพลตฟอร์ม“ธุรกิจชุมชน” แปรรูปวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงแห่งแรก Dow นำนวัตกรรมหนุนชุมชน สร้างอาชีพแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/dow-open-material-recovery-facility/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Sep 2023 02:31:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Community Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[DOW]]></category>
		<category><![CDATA[Dow Business Impact Fund]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Material Recovery Facility]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการวัสดุรี]]></category>
		<category><![CDATA[จิม ฟิทเทอร์ลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[บพข.]]></category>
		<category><![CDATA[วว.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ MRF]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20935</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ศูนย์ MRF” ต้นแบบการจัดการวัสดุใช้แล้ว สู่การแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มระดับชุมชน พัฒนาแพลตฟอร์มเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นรูปธรรม ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีคนไทย ในรูปแบบ”ธุรกิจชุมชน” สร้างรายได้ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม สู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของ “ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร (Material Recovery Facility: MRF)” ซึ่งเป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทยสำหรับการคัดแยกและยกระดับคุณภาพวัสดุรีไซเคิลเหลือใช้ในชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีฝีมือคนไทย พร้อมดำเนินการในรูปแบบ “ธุรกิจชุมชน” หรือ Community Enterprise ซึ่งก่อตั้งด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) วว. บพข. สถาบันพลาสติก เทศบาลตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง และจังหวัดระยอง ตั้งเป้าแก้ปัญหาพลาสติกใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลในหลุมฝังกลบเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในแต่ละปีกว่า 1,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี นายจิม ฟิทเทอร์ลิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Dow การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร “Plastic Circularity Community Enterprise: Material Recovery [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/dow-open-material-recovery-facility/">ศูนย์ MRF แพลตฟอร์ม“ธุรกิจชุมชน” แปรรูปวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงแห่งแรก Dow นำนวัตกรรมหนุนชุมชน สร้างอาชีพแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ศูนย์ MRF”</strong> ต้นแบบการจัดการวัสดุใช้แล้ว สู่การแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มระดับชุมชน พัฒนาแพลตฟอร์มเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นรูปธรรม ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีคนไทย ในรูปแบบ”ธุรกิจชุมชน” สร้างรายได้ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม สู่สังคมคาร์บอนต่ำ</p>
<p><span id="more-20935"></span></p>
<p>ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของ <strong>“ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร (Material Recovery Facility: MRF)”</strong> ซึ่งเป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทยสำหรับการคัดแยกและยกระดับคุณภาพวัสดุรีไซเคิลเหลือใช้ในชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีฝีมือคนไทย พร้อมดำเนินการในรูปแบบ “<strong>ธุรกิจชุมชน” </strong>หรือ Community Enterprise ซึ่งก่อตั้งด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) วว. บพข. สถาบันพลาสติก เทศบาลตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง และจังหวัดระยอง ตั้งเป้าแก้ปัญหาพลาสติกใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลในหลุมฝังกลบเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในแต่ละปีกว่า 1,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20939 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายจิม ฟิทเทอร์ลิง</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Dow การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร “Plastic Circularity Community Enterprise: Material Recovery Facility (MRF)” นี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณรวมกว่า 20 ล้านบาท จากกองทุน Dow Business Impact Fund และ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข. โดยมีเทศบาลตำบลบ้านฉางเป็นผู้สนับสนุนและจัดหาพื้นที่ในการก่อสร้างศูนย์ดังกล่าวซึ่งเป็นธุรกิจชุมชนที่จะดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2567 เพื่อเปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้มีส่วนเข้ามาร่วมดำเนินการและรับผลประโยชน์ร่วมกัน<br />
นายจิม กล่าวว่า “Dow เชื่อมั่นว่าพลาสติกมีคุณค่าเกินกว่าจะถูกทิ้งให้เป็นขยะ เพราะพลาสติกมีการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับวัสดุอื่น ๆ ยิ่งเราเพิ่มอัตราการนำพลาสติกใช้แล้วกลับมารีไซเคิลได้มาก ก็ยิ่งช่วยลดคาร์บอนได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงเป็นการช่วยแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และปัญหาขยะไปพร้อม ๆ กัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20941 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/6-1.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p><strong>นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย</strong> ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “Dow เล็งเห็นว่าการก่อตั้งศูนย์ MRF ต้นแบบนี้จะเกิดประโยชน์ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ 2) ด้านสิ่งแวดล้อม เพราะพลาสติกและของเหลือทิ้งจากชุมชน จะถูกเก็บกลับมารีไซเคิลหรือนำมาใช้ประโยชน์ และ 3) ด้านสังคม สร้างความตระหนักในการคัดแยกขยะที่ต้นทาง ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี และยังพัฒนาเป็นต้นแบบซึ่งชุมชนอื่น ๆ ทั่วประเทศและในภูมิภาคสามารถมาเรียนรู้และนำไปทำตามได้”</p>
<p><strong>ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต</strong> ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “วว. มุ่งเน้นการจัดการวัสดุรีไซเคิลที่ต้นทางเพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้ขยายผลความสำเร็จจากตาลเดี่ยวโมเดลสู่ภาคเอกชน เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน วว.ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดการจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการนำผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงเครื่องจักรที่พัฒนาโดยคนไทย มาใช้ประโยชน์ต่อการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นรูปธรรม ลดการพึ่งพาและนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างชาติ อีกทั้งยังต่อยอดและขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศได้ในราคาที่จับต้องได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20938 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์</strong> ประธานอนุกรรมการ แผนงานกลุ่มเศรษฐกิจหมุนเวียน หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กล่าวว่า “บพข. ในฐานะองค์กรสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วนในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยได้รับทุนวิจัยสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อร่วมจัดตั้งศูนย์ฯ และนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย BCG ในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้ได้มากและนานที่สุด จึงช่วยลดขยะและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยลงได้อย่างมหาศาล เป็นอีกหนึ่งทางออกหลักของการแก้ปัญหา climate change ได้ และนับเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ ผ่านความร่วมมือใน Value Chain แบบครบวงจร”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20942 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์</strong> ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า “จังหวัดระยองมีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับจังหวัดระยองได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาในจังหวัดระยอง ก่อให้เกิดขยะและวัสดุเหลือใช้จำนวนมาก ผมเชื่อมั่นว่าศูนย์ MRF แห่งนี้จะช่วยสนับสนุนปฏิบัติการของจังหวัดตามนโยบายและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งจะเป็นหนึ่งในทางออกของปัญหาการจัดการขยะชุมชนและพลาสติกที่มีประสิทธิภาพ ผมมั่นใจว่าจังหวัดระยองของเรามีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะผนึกกำลังสร้างและยกระดับให้บ้านของพวกเราเป็นต้นแบบการจัดการขยะที่ยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20937 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/11-1.jpg" alt="" width="1200" height="660" /></p>
<p>ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร (Material Recovery Facility: MRF) นี้ได้สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคของชุมชนที่เข้ามาร่วมดูแลตลอดการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/dow-open-material-recovery-facility/">ศูนย์ MRF แพลตฟอร์ม“ธุรกิจชุมชน” แปรรูปวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงแห่งแรก Dow นำนวัตกรรมหนุนชุมชน สร้างอาชีพแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
