<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CxO &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/cxo/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 21 Sep 2024 09:47:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>CxO &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดีลอยท์ เผย องค์กร 85% เพิ่มเม็ดเงินลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา 50% ขับเคลื่อน Climate Tech แล้ว อีก 42% คาดเริ่มได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/deloitte-2024-cxo-sustainability-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Sep 2024 08:45:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Business Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CxO]]></category>
		<category><![CDATA[CxO Sustainability Report]]></category>
		<category><![CDATA[Deloitte]]></category>
		<category><![CDATA[Deloitte’s 2024 CxO Sustainability Report]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ดีลอยท์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลสำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำระดับสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29065</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Deloitte’s 2024 CxO Sustainability Report: Signs of a shift in business climate action ประจําปี 2567 ของดีลอยท์ แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นประเด็นหนึ่งในสามอันดับแรกที่ผู้นําธุรกิจระดับ C-suite level (“CxO”) ทั่วโลกให้ความสำคัญ แซงหน้าความไม่แน่นอนทางการเมือง การแข่งขันเพื่อสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถ และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวบ่งชี้สําคัญที่แสดงว่าสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นวาระสำคัญของผู้นําธุรกิจ เห็นได้จาก ​​85% ของ CxO  ระบุว่าได้เพิ่มการลงทุนด้านความยั่งยืนในปีที่ผ่านมา ​เพิ่มขึ้นจากจำนวน​​ 75% ในปี 2566 และ CxO ครึ่งหนึ่ง (50%) ได้เริ่มใช้โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ รายงานความยั่งยืนของ CxO ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ได้สํารวจ CxO กว่า 2,100 ราย จาก 27 ประเทศ เผยให้เห็นว่าผู้นําธุรกิจมีทัศนคติเชิงบวกแต่ในเวลาเดียวกันก็มีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าการลงทุน การดําเนินการ และนวัตกรรมจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม โดยมีประเด็นสำคัญในรายงาน อาทิ &#8211; องค์กร 85%  ลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/deloitte-2024-cxo-sustainability-report/">ดีลอยท์ เผย องค์กร 85% เพิ่มเม็ดเงินลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา 50% ขับเคลื่อน Climate Tech แล้ว อีก 42% คาดเริ่มได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">รายงาน <a href="https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html&amp;source=gmail&amp;ust=1726985902576000&amp;usg=AOvVaw2jvb9GUdrgqppfsEIdDYTx" target="_blank" rel="noopener">Deloitte’s 2024 CxO Sustainability Report: Signs of a shift in business climate action</a> ประจําปี 2567 ของดีลอยท์ แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นประเด็นหนึ่งในสามอันดับแรกที่ผู้นําธุรกิจระดับ C-suite level (“CxO”) ทั่วโลกให้ความสำคัญ แซงหน้าความไม่แน่นอนทางการเมือง การแข่งขันเพื่อสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถ และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p><span id="more-29065"></span></p>
<p>ตัวบ่งชี้สําคัญที่แสดงว่าสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นวาระสำคัญของผู้นําธุรกิจ เห็นได้จาก ​​85% ของ CxO  ระบุว่าได้เพิ่มการลงทุนด้านความยั่งยืนในปีที่ผ่านมา ​เพิ่มขึ้นจากจำนวน​​ 75% ในปี 2566 และ CxO ครึ่งหนึ่ง (50%) ได้เริ่มใช้โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ</p>
<p style="font-weight: 400;">รายงานความยั่งยืนของ CxO ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ได้สํารวจ CxO กว่า 2,100 ราย จาก 27 ประเทศ เผยให้เห็นว่าผู้นําธุรกิจมีทัศนคติเชิงบวกแต่ในเวลาเดียวกันก็มีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าการลงทุน การดําเนินการ และนวัตกรรมจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม โดยมีประเด็นสำคัญในรายงาน อาทิ</p>
<p><em>&#8211; องค์กร </em><em>85%</em>  <em>ลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก </em><em>75%</em><em> ในปี </em><em>2566 </em></p>
<p><em>&#8211; ผู้บริหาร </em><em>70%</em><em> คาดว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบสูงหรือสูงมาก ต่อกลยุทธ์และการดําเนินงานของบริษัทใน 3 ปีข้างหน้า</em></p>
<p><em>&#8211; เกือบครึ่งหนึ่งของ </em><em>CxO ( </em><em>45%) </em><em>ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ เพื่อรับมือความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน โดยกำหนดเป็นกลยุทธ์หลักขององค์กร </em></p>
<p><em>&#8211; CxO </em><em>50%  </em><em>เริ่มใช้โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศหรือสิ่งแวดล้อมแล้ว โดยอีก </em><em>42% </em><em>คาดว่าจะดําเนินการได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า</em></p>
<p><strong>มร.โจ อุคูโซกลู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีลอยท์ โกลบอล</strong> กล่าวว่า  เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นว่าในปีนี้ มีการลงทุนที่ในด้านความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเน้นการใช้เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาโซลูชันด้านสภาพอากาศ โดยมี​องค์กรที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจหลักเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มมากขึ้น ใช้ประโยชน์จากการดําเนินการด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตของธุรกิจ  สร้างมูลค่าทางธุรกิจใหม่ๆให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง​</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29067 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Conclude-.jpg" alt="" width="1200" height="740" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>การขับเคลื่อนด้าน Climate Change กระตุ้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม </strong></p>
<p style="font-weight: 400;">การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Tech เป็นสิ่งสําคัญในการแข่งขันเพื่อลดคาร์บอน และแต่ละอุตสาหกรรม ภูมิภาค และองค์กร ต้องการเส้นทางเฉพาะตนที่ไม่เหมือนใคร เมื่อพิจารณาว่า CxO จัดอันดับให้การก้าวให้ทันกับนวัตกรรมใหม่ๆ (รวมถึง Generative artificial intelligence หรือ GenAI) เป็นความท้าทายเร่งด่วนที่สุดในปีหน้า จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้นําจะได้จัดลําดับความสําคัญในการลงทุนในโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเติบโตทางธุรกิจ</p>
<p style="font-weight: 400;">โดยพบว่า ครึ่งหนึ่งของ CxO เริ่มใช้โซลูชันทางเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศแล้ว โดยอีก​ 42% คาดว่าจะดำเนินการในอีกสองปีข้างหน้า</p>
<p style="font-weight: 400;">ส่วนบรรดาผู้ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านความยั่งยืน มากกว่าครึ่งกล่าวว่า นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืนมากขึ้น โดย CxO​​ 38% คาดหวังประโยชน์จากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในอีกห้าปีข้างหน้า ในเรื่องนวัตกรรมที่เกี่ยวกับบริการและ/ หรือการดําเนินงานของพวกเขา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29075 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Top-Priority-Cencern.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ผู้นํามองว่าความยั่งยืนขับเคลื่อนคุณค่าทางธุรกิจ</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ผู้บริหารตระหนักถึงศักยภาพทางธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ปล่อยมลพิษต่ำ โดย 92% เชื่อว่าบริษัทของตนสามารถเติบโตได้ในขณะที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นํายังระบุถึงการเปลี่ยนแปลงในปีนี้ว่าเห็นผลกระทบโดยตรงด้านสิ่งแวดล้อมและธุรกิจมากขึ้นจากความพยายามด้านความยั่งยืน</p>
<p style="font-weight: 400;">โดยประโยชน์ 5 อันดับแรก ที่องค์กรจะได้รับจากการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ จากการสำรวจในปีนี้ พบว่า</p>
<p>ความสามารถในการแก้ปัญหาสภาพอากาศ (Climate Change) 39% อยู่ในอันดับสูงที่สุดในปีนี้ เทียบกับปีก่อนหน้าที่อยู่ในอันดับ 5 ​ตามมาด้วย ช่วยเพิ่มการจดจําแบรนด์และชื่อเสียงขององค์กร 38%  ขณะที่การเพิ่ม​ประสิทธิภาพ และ/หรือความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน  37% รวมทั้งอัตรากําไรจากการดําเนินงาน ที่ 37% เท่ากัน และเป็นปัจจัยที่​เข้ามาติดลิสต์ในปีนี้เป็นปีแรก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29068 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/5-Benefit-24-23.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p>ส่วนประโยชน์ต่อองค์กรในระยะ 5 ปีข้างหน้า มอง​ว่า การพัฒนานวัตกรรมและประสิทธิภาพในการดำเนินงานเป็นอันดับแรก 38% ตามมาด้วยความสามารถในการแก้ปัญหา Climate Change 37% รวมทั้งความสามารถด้านการสรรหาและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ (talent) , การช่วยลดต้นทุน​, การเพิ่มศักยภาพภายในซัพพลายเชน และช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์และชื่อเสียงองค์กร ด้วยคะแนน 36% เท่ากัน</p>
<p>ท้ังนี้ ​ด้านการดึงดูด Talent ผลที่ได้ยังสอดคล้องกับการสํารวจ  <a href="https://www.deloitte.com/global/en/issues/work/content/genz-millennialsurvey.html" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.deloitte.com/global/en/issues/work/content/genz-millennialsurvey.html&amp;source=gmail&amp;ust=1726985902577000&amp;usg=AOvVaw1OxVSaXtQMtMZ2W7yHD7_-" target="_blank" rel="noopener">Deloitte’s 2024 Gen Z and Millennial Survey</a> ที่ระบุว่ากว่า 4 ใน 10 ของเจนซี และมิลเลนเนียลได้เปลี่ยนงานหรือวางแผนที่จะเปลี่ยนงานหรืออุตสาหกรรม เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ปล่อยมลพิษต่ำ ทำให้มีแรงงานต้องมีการปรับเปลี่ยนตาม <a href="https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/work-toward-net-zero.html" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/work-toward-net-zero.html&amp;source=gmail&amp;ust=1726985902577000&amp;usg=AOvVaw1HEGV5ZKbq0EBAQ8TPTncw" target="_blank" rel="noopener">งาน 800 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลกมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศสุดขั้ว</a>และการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจไปสู่การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งผู้บริหารถึง 55% ที่มองเห็นว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพิ่มขึ้นจาก 46% ในปีที่แล้ว รวมทั้งมีถึง​เกือบครึ่ง (49%) ​ที่ได้เตรียมแรงงานให้พร้อมสําหรับงานสีเขียว (green jobs) รวมทั้งให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมเพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งมั่นที่จะให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์และช่วยเหลือกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเท่าเทียม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29066 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/5-Next-Yrs-.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><strong>ความกังวลเพิ่มขึ้น แต่การดำเนินการกลับไม่สอดคล้อง</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งขององค์กรมุ่งเน้นการดำเนินการขนาดใหญ่ 2-3 อย่าง ที่มีความยากในการดำเนินการ แต่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนผลกระทบทั้งภายในและภายนอกองค์กร เช่น ผูกค่าตอบแทนของผู้บริหารกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าโดยรวมกลับไม่สม่ำเสมอ โดยองค์กร​​ 17%  ดําเนินการดังกล่าว 4-5 อย่าง  ขณะที่องค์กรมากกว่าหนึ่งในสี่มีการดําเนินการขนาดใหญ่ เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย องค์กรมากกว่าครึ่ง จัดอยู่ในหมวดหมู่ปานกลาง โดยมีการดําเนินการขนาดใหญ่ 2-3 อย่าง แต่ไม่มากไปกว่านั้น</p>
<p style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม มีเหตุผลหลายประการสําหรับการมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับสถานะของการดําเนินการด้านสภาพภูมิอากาศขององค์กรกลุ่มปานกลาง  องค์กรกลุ่มนี้คาดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบสูงต่อกลยุทธ์และการดําเนินงานในอีกสามปีข้างหน้า</p>
<p style="font-weight: 400;">โดยหนึ่งในห้าคาดว่าจะมีผลกระทบสูงมาก ความมุ่งมั่นในปัจจุบันของกลุ่มนี้ ควบคู่ไปกับความคาดหวังต่ออนาคตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชี้ให้เห็นว่ากําลังเตรียมการเพื่อดำเนินการเพิ่มขึ้นสำหรับผลกระทบที่มากขึ้นในอนาคต</p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;"><strong>เจนนิเฟอร์ สไตน์แมน</strong> <strong>ลีดเดอร์ด้านความยั่งยืน ดีลอยท์ โกลบอล</strong> กล่าวว่า ผู้บริหารเริ่มเห็นประโยชน์ที่จับต้องได้มากขึ้น จากการดําเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ  โดยมองว่า ความยั่งยืน​ขับเคลื่อนให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่​​ โมเดลธุรกิจ และการสร้างมูลค่าโดยรวม </span>และจากการวิเคราะห์ บริษัทในกลุ่มปานกลาง พร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมของตลาดในวงกว้าง โดยต่อยอดจากประสบการณ์ที่มีอยู่เพื่อดําเนินการเปลี่ยนแปลงที่จริงจังยิ่งขึ้น เช่น การกําหนดค่าการดําเนินงานและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศมากขึ้น หรือกําหนดให้ซัพพลายเออร์มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ความยั่งยืนที่ ท้ายที่สุดแล้ว การดําเนินการที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยเร่งความคืบหน้าในการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศทั่วโลกร่วมกัน​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29069 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Consideration.jpg" alt="" width="1200" height="806" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คําแ</strong><strong>นะนําในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจเพื่อประโยชน์สูงสุด</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นตัวผลักดันให้ผู้นำธุรกิจหันมาลงทุนพัฒนากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมากขึ้น เพราะตระหนักถึงผลประโยชน์ทางสังคมและธุรกิจที่สามารถจับต้องได้ รายงานของดีลอยท์เสนอข้อควรพิจารณาสําหรับผู้นําองค์กรที่ต้องการแสวงหาช่องทางใหม่ๆ  โดยการพัฒนาจุดแข็ง มองหาช่องทางและพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อช่วยขับเคลื่อนผลกระทบ และมองหาโอกาสสร้างมูลค่าทางธุรกิจจากความยั่งยืน องค์จะสามารถก้าวหน้าในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศและวางตำแหน่งตัวเองให้เติบโตในเศรษฐกิจสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคตได้&#8221;</p>
<p style="font-weight: 400;">เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงาน  2024 CxO Sustainability Report ของดีลอยท์ ได้ที่  <a href="https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html&amp;source=gmail&amp;ust=1726985902577000&amp;usg=AOvVaw3hYLV-6SrHOFuVhRgOJYTt" target="_blank" rel="noopener">https://www.deloitte.com/global/en/issues/climate/content/deloitte-cxo-sustainability-report.html</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/deloitte-2024-cxo-sustainability-report/">ดีลอยท์ เผย องค์กร 85% เพิ่มเม็ดเงินลงทุนด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา 50% ขับเคลื่อน Climate Tech แล้ว อีก 42% คาดเริ่มได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้บริหารระดับสูงมอง &#8216;สภาพอากาศ&#8217; คือปัญหาเร่งด่วน 75% เพิ่มเม็ดเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืน พร้อมรับขยับมากขึ้น แต่ยังห่างไกลการเป็น &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/deloitte-cxo-sustainability-report-2023-accelerating-the-green-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2023 11:36:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[C level]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CxO]]></category>
		<category><![CDATA[Deloitte]]></category>
		<category><![CDATA[Factors]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Leader]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability report]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีลอยท์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริหารระดับสูง]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16988</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีลอยท์เผยผลศึกษา CXO Sustainability Report: Accelerating the Green Transition ประจำปี 2023 รายงานฉบับนี้ เกิดจากการสำรวจกลุ่มผู้บริหารระดับ CxO หรือกลุ่มผู้บริหารสูงสุด ในระดับ C Level มากกว่า 2,000 คน ใน 24 ประเทศ รวมถึงประเด็นที่ยังวิตกกังวลและการดำเนินการเกี่ยวกับสภาพอากาศที่จัดทำโดยเหล่าผู้บริหาร CxO และองค์กรของพวกเขาในปีที่ผ่านมาซึ่งต้องอยู่ท่ามกลางความท้าทายหลากหลายด้าน โดยดีลอยท์ได้จัดทำการวิเคราะห์เส้นทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในองค์กรและกลุ่มผู้บริหาร รวมทั้งทำการสำรวจเพิ่มเติมถึงความต้องการและเป้าหมาย การลงมือปฏิบัติ และผลกระทบ ที่ไม่สอดคล้องกัน ตลอดจนขั้นตอนที่ CxO สามารถดำเนินการให้แต่ละส่วนสอดคล้องกันและเร่งให้เกิดดำเนินการไปสู่การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจสีเขียว ทั้งนี้ ผู้บริหารส่วนใหญ่มีวิสัยทัศน์ไปในทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี และจะสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้  แต่วิธีการและผลลัพธ์อาจไม่เชื่อมโยงกัน ​​พร้อมยอมรับว่าองค์กรต่าง ๆ ยังคงล่าช้าในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จะปลูกฝังแนวคิดความยั่งยืนในการวางกลยุทธ์ การดำเนินงาน และวัฒนธรรมขององค์กร  โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้ 1. ประเด็นเรื่องปัญหาสภาพอากาศอยู่ใน Top 3 ของปัญหาเร่งด่วนที่องค์กรต้องขับเคลื่อน โดยได้จัดให้ปัญหาสภาพอากาศมีความสำคัญมากกว่า เมื่อพิจารณาร่วมกับ​อีก 7 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/deloitte-cxo-sustainability-report-2023-accelerating-the-green-transition/">ผู้บริหารระดับสูงมอง &#8216;สภาพอากาศ&#8217; คือปัญหาเร่งด่วน 75% เพิ่มเม็ดเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืน พร้อมรับขยับมากขึ้น แต่ยังห่างไกลการเป็น &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ดีลอยท์เผยผลศึกษา <strong>CXO Sustainability Report: Accelerating the Green Transition ประจำปี 2023</strong> รายงานฉบับนี้ เกิดจากการสำรวจกลุ่มผู้บริหารระดับ CxO หรือกลุ่มผู้บริหารสูงสุด ในระดับ C Level มากกว่า 2,000 คน ใน 24 ประเทศ</p>
<p><span id="more-16988"></span></p>
<p>รวมถึงประเด็นที่ยังวิตกกังวลและการดำเนินการเกี่ยวกับสภาพอากาศที่จัดทำโดยเหล่าผู้บริหาร CxO และองค์กรของพวกเขาในปีที่ผ่านมาซึ่งต้องอยู่ท่ามกลางความท้าทายหลากหลายด้าน</p>
<p>โดยดีลอยท์ได้จัดทำการวิเคราะห์เส้นทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในองค์กรและกลุ่มผู้บริหาร รวมทั้งทำการสำรวจเพิ่มเติมถึงความต้องการและเป้าหมาย การลงมือปฏิบัติ และผลกระทบ ที่ไม่สอดคล้องกัน ตลอดจนขั้นตอนที่ CxO สามารถดำเนินการให้แต่ละส่วนสอดคล้องกันและเร่งให้เกิดดำเนินการไปสู่การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจสีเขียว</p>
<p>ทั้งนี้ ผู้บริหารส่วนใหญ่มีวิสัยทัศน์ไปในทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี และจะสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้  แต่วิธีการและผลลัพธ์อาจไม่เชื่อมโยงกัน ​​พร้อมยอมรับว่าองค์กรต่าง ๆ ยังคงล่าช้าในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จะปลูกฝังแนวคิดความยั่งยืนในการวางกลยุทธ์ การดำเนินงาน และวัฒนธรรมขององค์กร  โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16994 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Deloitte-CxO.jpg" alt="" width="1200" height="667" /></p>
<p><strong>1. ประเด็นเรื่องปัญหาสภาพอากาศอยู่ใน Top 3 ของปัญหาเร่งด่วนที่องค์กรต้องขับเคลื่อน</strong></p>
<p>โดยได้จัดให้ปัญหาสภาพอากาศมีความสำคัญมากกว่า เมื่อพิจารณาร่วมกับ​อีก 7 ประเด็นสำคัญอย่าง นวัตกรรม การแข่งขันเพื่อหาบุคลากรที่มีความสามารถ และความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน มีเพียงประเด็นด้านแนวโน้มเศรษฐกิจเท่านั้นได้รับการจัดอันดับสูงกว่าประเด็นที่กล่าวมาเล็กน้อย</p>
<p>ผู้บริหารระดับสูงสุดเกินกว่าครึ่ง หรือ  61% เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์และการดำเนินงานขององค์กรในอีก 3 ปีข้างหน้าในระดับสูงหรือสูงมาก ขณะที่ 3 ใน 4 หรือ 75% ขององค์กรได้เพิ่มการลงทุนด้านความยั่งยืนในปีที่ผ่านมา โดยเกือบ 20% ในกลุ่มนี้ มีการเพิ่มเม็ดเงินการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16990 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Top3-Priority.jpg" alt="" width="1200" height="681" /></p>
<p><strong>2. แม้จะมีความกังวลอย่างมาก แต่ยังมีความเชื่อในทางที่ดีว่า สุดท้ายแล้วจะสามารถดำเนินการจัดการด้านสภาพอากาศได้ในที่สุด</strong></p>
<p>โดยผู้บริหาร 62% ​มีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดเวลาหรือเกือบตลอดเวลา และเกือบทั้งหมดระบุว่าบริษัทได้รับผลกระทบเชิงลบจากปัญหาสภาพอากาศในทางใดทางหนึ่ง และมากกว่า 82% ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากตัวเอง</p>
<p>นอกจากนี้ เกือบ 8 ใน 10 หรือ 78% ยังเชื่ออย่างมากว่า จะสามารถหาวิธีในการดำเนินการ เพื่อให้โลกสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16991 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Worry-but-optimism.jpg" alt="" width="1200" height="683" /></p>
<p><strong>3. บริษัทต่างๆ รู้สึกกดดันอย่างมาก กับการต้องดำเนินการกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่คณะกรรมการ/ฝ่ายบริหาร ลูกค้า ไปจนถึงกลุ่มพนักงาน</strong></p>
<p>โดยมากกว่าครึ่งของผู้บริหาร C Level มองว่าการที่พนักงานเข้ามาช่วยผลักดันประเด็นเกี่ยวกับปัญหาสภาพอากาศ ช่วยเพิ่มการดำเนินการด้านความยั่งยืนให้กับองค์กรได้ โดย 24%  ที่มองว่าเป็นตัวเร่งในการดำเนินการได้อย่างมีนัยสำคัญ​ ขณะที่ 65% มองว่า​กฎระเบียบที่เปลี่ยนไปขององค์กรมีส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มการขับเคลื่อนในปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16992 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Stakeholder.jpg" alt="" width="1200" height="645" /></p>
<p><strong>4. แม้จะเริ่มเห็นการขับเคลื่อนและดำเนินการเพื่อรับมือปัญหาสภาพอากาศ​ในองค์กรมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรในเรื่องเหล่านี้</strong></p>
<p>แต่การมีผู้นำระดับสูงในองค์กรที่มองเห็นความสำคัญและสนับสนุนการผลักดันและเปลี่ยนผ่าน เป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างมาก โดย 21% ของผู้บริหารให้ข้อมูลว่า องค์กรของตน​ไม่มีแผนในการกำหนดค่าตอบแทน จากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม​ และ 30% ก็ไม่มีแผนที่จะชักชวนรัฐบาลมาร่วมสนับสนุนโครงการด้านสภาพอากาศ​ รวมทั้งมีเพียงไม่ถึง 1 ใน 3 หรือราว 29% เท่านั้น ที่มีการดำเนินเกี่ยวกับปัญหาสภาพอากาศในระดับ ‘จริงจังมาก’</p>
<p>และมีเพียง 46% ที่มองว่าการสร้างความเชื่อมั่นด้วย ‘การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม’ หรือความเชื่อมั่นต่อประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวจะไปสู่ทุกฝ่ายอย่างทั่วถึง แม้แต่ผู้ที่ต้องอาจสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ‘มีความสำคัญอย่างยิ่ง‘ ​และมุมมองด้านความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ยังแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละภูมิภาคและประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16993 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/4.jpg" alt="" width="1200" height="620" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/deloitte-cxo-sustainability-report-2023-accelerating-the-green-transition/">ผู้บริหารระดับสูงมอง &#8216;สภาพอากาศ&#8217; คือปัญหาเร่งด่วน 75% เพิ่มเม็ดเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืน พร้อมรับขยับมากขึ้น แต่ยังห่างไกลการเป็น &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
