<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Drivers &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/drivers/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 07 Jul 2025 09:00:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Drivers &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title> แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 สร้างรายได้  &#8216;คนขับ-ร้านค้า&#8217; ทั้งภูมิภาคกว่า 4.2 แสนล้านบาท ลดคาร์บอนได้แล้ว​ 1.28 แสนตัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/grab-esg-report-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 08:26:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[3P]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN]]></category>
		<category><![CDATA[Drivers]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Report 2024]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[GrabForGood]]></category>
		<category><![CDATA[Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Partner]]></category>
		<category><![CDATA[Planet]]></category>
		<category><![CDATA[Platform]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[แอปพลิเคชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34601</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยข้อมูลและตัวเลขที่สะท้อนความสำเร็จของการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในปีที่ผ่านมา ผ่าน รายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 (ESG Report 2024) โดยมีไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ การเปิดโอกาสให้คนขับและผู้ประกอบการร้านค้า-ร้านอาหาร สร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มแกร็บ รวมกว่า 1.28 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 4.2 แสนล้านบาท) การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและคนขับรวมกว่า 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท) การผลักดันการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 128,000 ตัน รวมถึงการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกกว่า 936,000 ตันผ่านการจัดซื้อคาร์บอนเครดิต  คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา แกร็บมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลใน 3 มิติหลัก อันได้แก่ ธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามพันธกิจ GrabForGood หรือ  ‘แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ สำหรับในประเทศไทย นอกจากเราจะมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแล้ว แกร็บยังได้ริเริ่มและต่อยอดโครงการสำคัญต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/grab-esg-report-2024/"> แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 สร้างรายได้  &#8216;คนขับ-ร้านค้า&#8217; ทั้งภูมิภาคกว่า 4.2 แสนล้านบาท ลดคาร์บอนได้แล้ว​ 1.28 แสนตัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยข้อมูลและตัวเลขที่สะท้อนความสำเร็จของการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในปีที่ผ่านมา ผ่าน</strong> <a href="https://assets.grab.com/wp-content/uploads/media/si/reports/2024/Grab-ESG-Report-2024.pdf" target="_blank" rel="noopener"><strong>รายงานความยั่งยืนประจำปี </strong><strong>2567 </strong></a><strong>(ESG Report 2024)</strong></p>
<p><span id="more-34601"></span></p>
<p><strong>โดยมีไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ การเปิดโอกาสให้คนขับและผู้ประกอบการร้านค้า-ร้านอาหาร สร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มแกร็บ รวมกว่า </strong><strong>1.28 </strong><strong>หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ </strong><strong>4.2 </strong><strong>แสนล้านบาท)</strong></p>
<p><strong> การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและคนขับรวมกว่า </strong><strong>2.2 </strong><strong>พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ </strong><strong>7.2 </strong><strong>หมื่นล้านบาท)</strong></p>
<p><strong> การผลักดันการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง </strong><strong>128,000 </strong><strong>ตัน รวมถึงการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกกว่า </strong><strong>936,000 </strong><strong>ตันผ่านการจัดซื้อคาร์บอนเครดิต</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34606 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Partner-Platform.jpg" alt="" width="1200" height="392" /></p>
<p><strong> คุณ</strong><strong>จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า <em>“ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา แกร็บมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลใน 3 มิติหลัก อันได้แก่ ธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามพันธกิจ <strong>GrabForGood หรือ</strong>  ‘แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’</em></p>
<p>สำหรับในประเทศไทย นอกจากเราจะมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแล้ว แกร็บยังได้ริเริ่มและต่อยอดโครงการสำคัญต่างๆ โดยมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34609 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/KV-Main.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>&#8211; การส่งเสริมการเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อร่วมผลักดันนโยบายลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ โดยปัจจุบันมีคนขับที่ให้บริการด้วย EV บนแพลตฟอร์มแกร็บแล้วกว่า 10,000 คัน</p>
<p>&#8211; การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศไทยด้วยการปลูกป่าไปแล้วกว่า 200,000 ต้น จากเงินบริจาคที่ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในโครงการชดเชยคาร์บอน</p>
<p>ตลอดจนการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศด้วยการใช้แพลตฟอร์มของเราเพื่อสร้างโอกาสและรายได้ให้กับคนไทย ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.79 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 1% ของ GDP ประเทศไทย ( รายงานการศึกษาผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจของแพลตฟอร์มดิจิทัล จากกรณีศึกษาแอปพลิเคชัน Grab โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ))</p>
<p><em>&#8220;เรายังคงเดินหน้าผลักดันโครงการต่างๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรธุรกิจเพื่อร่วมส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง”   </em></p>
<p><strong>เดินหน้าสร้างอิมแพ็คท่ัวภูมิภาค </strong></p>
<p>นอกจากนี้ แกร็บยังได้เผยแพร่ <strong>​</strong><strong>รายงานความยั่งยืนประจำปี </strong><strong>2567​</strong> ซึ่งนำเสนอภาพรวมความสำเร็จในรอบปี พร้อมรายงานความคืบหน้าของโครงการและกิจกรรมด้านความยั่งยืนในหลากหลายมิติ อันได้แก่ การส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับคนในวงจรธุรกิจ (Partner) การพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน (Platform) รวมถึงการดูแลและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม (Planet) โดยมีไฮไลท์สำคัญ ดังนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34602 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/ESG-Hilight.jpg" alt="" width="1200" height="639" /></p>
<p><strong>PARTNER : </strong><strong>การส่งเสริมและสร้างโอกาสให้กับคนในวงจรธุรกิจ</strong><strong> </strong></p>
<p>&#8211; คนขับและผู้ประกอบการร้านค้า-ร้านอาหารสามารถสร้างรายได้รวมผ่านแพลตฟอร์มของแกร็บมากกว่า 1.28 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 4.2 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อนหน้า</p>
<p>&#8211; คนขับกว่า 99% ทั่วทั้งภูมิภาคมีรายได้ต่อชั่วโมงจากการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มของแกร็บเท่ากับหรือสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงของแต่ละประเทศ</p>
<p>&#8211; มีผู้ประกอบการรายย่อยหน้าใหม่กว่า 600,000 รายเข้าร่วมให้บริการบนแพลตฟอร์มแกร็บ โดยผู้ประกอบการเหล่านี้มีส่วนสร้างมูลค่าคำสั่งซื้อรวม (Gross Merchandise Value) ของ บริการ GrabFood และ GrabMart คิดเป็นสัดส่วนถึง 67%</p>
<p>&#8211; คนขับและผู้ประกอบการรายย่อยได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อจากแกร็บรวมกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท)  เพิ่มขึ้นถึง 46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34607 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Grab-Ecosystem.jpg" alt="" width="1200" height="649" /></p>
<p><strong>PLATFORM: </strong><strong>การพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน</strong></p>
<p>&#8211; 9% ของการให้บริการผ่านแกร็บเป็นไปอย่างปลอดภัย โดยไม่มีรายงานอุบัติเหตุเกิดขึ้น</p>
<p>&#8211; แกร็บจัดทำประกันอุบัติเหตุเพื่อให้ความคุ้มครองกับคนขับทุกคนในระหว่างการให้บริการ</p>
<p>&#8211; ฟีเจอร์ AudioProtect ที่ช่วยบันทึกเสียงระหว่างการเดินทาง มีอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 4เท่า (เปรียบเทียบระหว่างเดือนมกราคมและธันวาคมของปีเดียวกัน)</p>
<p>&#8211; คนขับที่เป็นผู้หญิงกว่าครึ่งเลือกใช้ฟีเจอร์ &#8216;รับผู้โดยสารหญิงเป็นหลัก&#8217; (Women Passenger Preferred) นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อช่วงต้นปี 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34605 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/07.jpg" alt="" width="1200" height="724" /></p>
<p><strong>PLANET: </strong><strong>การดูแลและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>&#8211; ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 128,000 ตันจากการส่งเสริมให้คนขับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์คาร์บอนต่ำหรือคาร์บอนเป็นศูนย์ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด</p>
<p>&#8211; เงินบริจาคจากโครงการชดเชยคาร์บอนถูกนำไปใช้ในการปลูกต้นไม้กว่า 600,000 ต้น และจัดซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติมอีกกว่า 936,000 ตัน</p>
<p>&#8211; ฟีเจอร์ &#8216;งดรับช้อนส้อมพลาสติก&#8217; ช่วยลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวไปแล้วกว่า 929 ล้านชุด หรือเทียบเท่าการลดขยะพลาสติกได้มากถึง 8,363 ตัน</p>
<p>&#8211; ร่วมมือกับพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมในการรวบรวมขยะรีไซเคิลจำนวน 384,519 ชิ้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องและยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/grab-esg-report-2024/"> แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 สร้างรายได้  &#8216;คนขับ-ร้านค้า&#8217; ทั้งภูมิภาคกว่า 4.2 แสนล้านบาท ลดคาร์บอนได้แล้ว​ 1.28 แสนตัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สผ. &#8211; สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเวทีรับข้อเสนอแนะ &#8216;ร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567&#8217; เร่งวางกรอบ​จัดการสิ่งแวดล้อมไทย สอดคล้องบริบทโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/opinions-to-draft-report-about-environment-situation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Jul 2024 12:39:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Scenario Analysis]]></category>
		<category><![CDATA[DPSIR]]></category>
		<category><![CDATA[Drivers]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Pressure]]></category>
		<category><![CDATA[Response]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[การกดดัน]]></category>
		<category><![CDATA[การขยายตัวของเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การขับเคลื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ​]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[จิรวัฒน์ ระติสุนทร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธงชัย โรจนกนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบ]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างรายงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สผ.]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุกัญญา ใจชื่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27547</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)  ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดทำรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 พร้อมได้เปิดเวทีนำเสนอเนื้อหาและ​รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างรายงานที่จัดทำขึ้น โดยร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1. ภาพรวมการเปลี่ยนแปลง 2.คุณภาพสิ่งแวดล้อมรายสาขา ​จากการติดตามสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​จำนวน 11 สาขา ภายใต้ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ต่อการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ดินและการใช้ที่ดิน,​ทรัพยากรน้ำ, ทรัพยากรแร่, ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า, ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ความหลากหลายทางชีวภาพ, ด้านมลพิษ, ด้านสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชน, ด้านสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม, ด้านพลังงาน และด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ รวมทั้งการศึกษาในส่วนที่ 3. ​แนวโน้มและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยได้มี​การคาดสถานการณ์สิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2 ปีข้างหน้า รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในระยะยาว ช่วง 10 ปี ​พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย​การแก้ไขและขับเคลื่อนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ทุกภาคส่วน​ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศร่วมกัน คุณจิรวัฒน์ ระติสุนทร รองเลขาธิการ สผ. กล่าวว่า สผ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/opinions-to-draft-report-about-environment-situation/">สผ. &#8211; สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเวทีรับข้อเสนอแนะ &#8216;ร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567&#8217; เร่งวางกรอบ​จัดการสิ่งแวดล้อมไทย สอดคล้องบริบทโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)  </strong>ร่วมกับ<strong> สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) </strong>จัดทำรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 พร้อมได้เปิดเวทีนำเสนอเนื้อหาและ​รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างรายงานที่จัดทำขึ้น</p>
<p><span id="more-27547"></span></p>
<p>โดยร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ <strong>1. ภาพรวมการเปลี่ยนแปลง 2.คุณภาพสิ่งแวดล้อมรายสาขา</strong> ​จากการติดตามสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​จำนวน 11 สาขา ภายใต้ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ต่อการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ดินและการใช้ที่ดิน,​ทรัพยากรน้ำ, ทรัพยากรแร่, ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า, ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ความหลากหลายทางชีวภาพ, ด้านมลพิษ, ด้านสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชน, ด้านสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม, ด้านพลังงาน และด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ</p>
<p>รวมทั้งการศึกษาในส่วนที่<strong> 3. ​แนวโน้มและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย</strong> โดยได้มี​การคาดสถานการณ์สิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2 ปีข้างหน้า รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในระยะยาว ช่วง 10 ปี ​พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย​การแก้ไขและขับเคลื่อนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ทุกภาคส่วน​ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศร่วมกัน</p>
<p><strong>คุณจิรวัฒน์ ระติสุนทร </strong>รองเลขาธิการ สผ. กล่าวว่า สผ. ดำเนินงานตามที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 กำหนดให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินำเสนอรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศ ต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อ​เป็นข้อมูลสำคัญในการ​กำหนดนโยบาย แผน และมาตรการ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567</p>
<p><em>&#8220;​การรับฟังความคิดเห็นในวันนี้เป็นการเตรียมการสำหรับการก้าวต่อไปข้างหน้า หากเราวางกรอบในวันนี้ได้ดี ก็เชื่อว่าจะทำให้สิ่งแวดล้อมในอนาคตดีขึ้นได้ รวมทั้งการต้องกำหนดขึ้นมาเป็นข้อกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางและการขับเคลื่อนของสถานการณ์โลก โดย​​​จะนำข้อ​เสนอแนะที่ทุกฝ่ายมีต่อร่างรายงานในวันนี้ไปเพิ่มเติม ​แก้ไขในมิติต่างๆ ​ก่อนจะนำเสนอให้ภาครัฐ และผู้กำหนดนโยบายสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวางกรอบการแก้ไขปัญหาในภาพรวมของประเทศ​ต่อไป&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/4-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์</strong><strong>  สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ร่างรายงานคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 ได้นำเสนอข้อมูลตามแนวทาง <strong>DPSIR </strong> ซึ่งประกอบทั้ง ​<strong>ปัจจัยด้านการขับเคลื่อน (Drivers)</strong> ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจและสังคม เช่น การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค เงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศ และนโยบายของประเทศ ส่งผลสู่ <strong>ปัจจัยในการกดดัน (Pressure)</strong> และเป็นสาเหตุของ <strong>การเปลี่ยนแปลงคุณภาพสิ่งแวดล้อม (State)</strong> ทั้งทางบวกและทางลบ นำไปสู่<strong>ผลกระทบ (Impact)</strong> ต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม <strong>นำไปสู่การแก้ไขปัญหา (Response)</strong> ที่เกิดจากการดำเนินงานของภาคส่วนต่าง ๆ</p>
<p><em>&#8220;ร่างรายงานฉบับนี้​​​ชี้ให้ความสำคัญต่อประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ที่มีแนวโน้มเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระยะสั้น อาทิ การขยายตัวการใช้ดินของพื้นที่ชุมชน และสิ่งปลูกสร้างจากการขยายตัวของเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน, การใช้พลังงานทดแทนจากเซลล์แสงอาทิตย์มากขึ้น จากนโยบายส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์, การสะสมฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการเผาไหม้ในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่เกษตร, การเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำท่าที่คาดการณ์ได้ยากขึ้น ปะการังและหญ้าทะเลมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียมากขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อสมดุลของระบบนิเวศ และปริมาณขยะในแหล่งท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการจัดการขยะในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/3-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>รวมถึงประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง​​ระยะยาว</strong> เช่น การขยายตัวของเมืองที่ทำให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ก็จะทำให้พื้นที่ทางธรรมชาติถูกเปลี่ยนสภาพหรือถูกแบ่งเป็นพื้นที่เล็กๆ ประชากรหนาแน่นซึ่งมีผลต่อการใช้น้ำ พลังงาน การเกิดขยะและของเสีย สิ่งก่อสร้างกีดขวางทางระบายน้ำ เกิดน้ำท่วมขัง และเกิดเกาะความร้อนในเมือง (Urban heat)</p>
<p>ส่วนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่เกินศักยภาพของพื้นที่ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ การจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม รวมถึงมลพิษที่เกิดจากขยะและของเสีย รวมทั้งการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีผลต่อการใช้พลังงานและการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการจัดการไม่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม AI ได้ถูกนำมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>นอกจากนี้ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ส่งผลต่อรูปแบบการใช้ทรัพยากร การบริโภค และการเดินทาง ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์การวางผังเมืองรองรับประชากรสูงอายุ และเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศซึ่งมีการออกข้อบังคับและมาตรการต่างๆ  เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ มีผลต่อทิศทางการดำเนินงานและประสิทธิภาพในภาคการผลิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27549 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/13.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ประเมินอนาคตผ่านเลนส์ 4 ปัจจัยขับเคลื่อน </strong></p>
<p>งานสัมมนาครั้งนี้  ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่<strong> รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์</strong> ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต <strong>รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์</strong> ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล <strong>คุณสุกัญญา</strong><strong> ใจชื่น</strong> กรรมการเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ <strong>ดร.ธงชัย โรจนกนันท์</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการผังเมือง มาร่วมเสวนาเพื่อ <strong>มองอนาคตสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย ผ่านปัจจัยขับเคลื่อนต่างๆ ทั้งด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมผู้สูงอายุ เงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศ และการขยายตัวของเมือง</strong> เพื่อนำไปสู่การเตรียมความพร้อมของประเทศในอนาคต</p>
<p><strong>รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์</strong> ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกจุดทศนิยมมีผลให้เกิดสภาพอากาศรุนแรง ขณะที่เทคโนโลยีปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในการคาดการณ์สถานการณ์ รวมทั้ง​ข้อมูลที่ใช้ต้องมีความพร้อมทั้งด้านของความสมบูรณ์และความต่อเนื่อง เพื่อสามารถประเมินผลได้อย่างแม่นยำ ซึ่งหากสามารถแจ้งเตือนภัยพิบัติได้ภายใน 24 ชั่วโมง จะช่วยลดความสูญเสียลงได้ราว 30%</p>
<p>ขณะที่การประเมินฉากทัศน์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือ <strong>Climate Scenario Analysis (CSA)</strong> จำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์ให้หลากหลายมากที่สุด ตั้งแต่ผลกระทบจากความสามารถในการลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้สูงที่สุด (Low Carbon) ไปจนถึงต่ำที่สุด (High Carbon) โดยพบว่าผู้ประกอบการ 60-70% เริ่มมีความตระหนัก และเตรียมตัวเพื่อรับมือต่อสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อธุรกิจของตัวเองได้จากปัญหาสภาพอากาศ เช่น วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เหมือนในปี 2554 ซึ่งมีโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำได้​และนำมาซึ่งความเสียหายเป็นมูลค่าสูง ทำให้ภาคเอกชนเริ่มมีความสนใจและมีการนำเครื่องมือต่างๆ ด้าน CSA เข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ </strong>ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การเข้า​สู่สังคมผู้สูงอายุ ที่ประเทศมีสัดส่วน ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นและประชากรกลุ่มเด็กลดลง เป็นเพียงแค่มิติเดียวจากภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร หรือ <strong>Population Change</strong> ที่ยังมีทั้งเรื่องของการเกิด การตาย การย้ายถิ่น ซึ่งแต่ละมิติ​สามารถส่งผลกระทบต่อประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมในแง่มุมต่างๆ ​ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดประชากร (Size) ซึ่งประชากรไทยกำลังอยู่ในช่วงลดลง โดย 3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเกิดน้อยกว่าการตาย ทำให้ประชากรไทยลดลงเรื่อยๆ</p>
<p>รวมทั้ง​องค์ประกอบของประชากร (Composition) ทั้งเรื่องของเพศ อายุ ระดับการศึกษา รวมทั้ง Nationality จากการเข้ามาของแรงงานข้ามชาติมากขึ้น ทั้งกลุ่มแรงงานทักษะ และที่ไม่มีทักษะ รวมไปถึงเรื่องการขยายตัวของ​เมือง (Distribution) ที่ไม่ได้วัดจากเขตพื้นที่ แต่ดูตามพฤติกรรม​การอยู่อาศัยของประชากร รวมทั้งประชากรแฝงที่มีการเคลื่อนย้ายเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิด  ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลให้​ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตต่างๆ ของผู้บริโภค​เปลี่ยนแปลงไป และจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ</p>
<p><strong>คุณสุกัญญา</strong><strong> ใจชื่น</strong> กรรมการเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า ในภาคการผลิต ต้องมีการใช้ทรัพยากรเพื่อตอบโจทย์ทางการค้า ขณะที่การวางกฎระเบียบ หรือการขับเคลื่อนในประเทศบางอย่างก็ยังไม่ใช่การบังคับใช้ ดังนั้น อาจจะเป็นเรื่องยากในการขับเคลื่อนได้ทั้ง Supply Chain ให้เป็นไปตามแนวทางการผลิตอย่างยั่งยืน​ เช่น การไม่รับวัตถุดิบทางการเกษตรที่มาจากการเผา ซึ่งบางครั้งอาจมีการรับวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ มาด้วย ​จึงจำเป็นต้องพิจารณาการยกระดับการบังคับใช้ภายในประเทศให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถขับเคลื่อนความยั่งยืนได้ทั้งห่วงโซ่การผลิตอย่างแท้จริง</p>
<p><strong>ดร.ธงชัย โรจนกนันท์</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการผังเมือง กล่าวว่า สถานการณ์สิ่งแวดล้อม​แต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละพื้นที่มีประเด็นที่แตกต่างกันไป เช่น ภาคเหนือมักจะเป็นเรื่อง PM2.5 ภาคใต้จะเป็นเรื่องภัยพิบัติ ส่วนการเติบโตของเมือง พบว่า เทศบาลกว่าพันแห่ง มีมากกว่า 50% ที่ประชากรไม่ขยับ ส่วนอีกราว 30% เป็นเมืองที่กำลังจะตาย เพราะภาคธุรกิจปิดตัว มีตึกแถวร้าง มีการติดป้ายขาย ให้เช่าจำนวนมาก มีเพียง 10% ที่ยังเติบโต และมักเป็นเมืองใหญ่ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ กรุงเทพและปริมณฑล ขณะที่สถานการณ์สิ่งแวดล้อมของเมืองที่กำลังโต ก็แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ โดยพบว่า นนทบุรี กำลังสูญเสียพื้นที่สีเขียวอย่างมาก และคาดว่าในอีกไม่ถึง 3-4 ปี อาจจะเหลือพื้นที่สีเขียวอยู่ไม่ถึง 20% หรือ ความหนาแน่นใน กทม. และราคาที่อยู่อาศัยที่มีราคาแพง ทำให้คนต้องย้ายออกไปอยู่นอกเมือง และเลือกขับรถเข้ามาทำงานในเมือง ซึ่งแต่ละวันจะมีการสร้างมลพิษจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวผิดรูปของเมือง ซึ่งผลกระทบจากการเมืองที่ขยายตัวผิดรูปนี้ อาจจะไม่ได้เห็นภายในวันนี้ พรุ่งนี้ แต่อาจจะเห็นได้ในอีกหลายๆ ปีต่อมา และสะท้อนผ่านความเสียหายของสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27550 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/2-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 ครั้งนี้ ได้​มี​หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ​เอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และสถาบันการศึกษา จำนวนกว่า 150 คน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำต่อการนำเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ปรากฏในร่างรายงานฯ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และสมบูรณ์มากขึ้น โดยหลังจากการนำเสนอจากที่ประชุม ทางคณะทำงานจะยังคงเปิดรับฟังข้อเสนอแนะผ่านช่องทางออนไลน์  https://docs.google.com/&#8230;/1FAIpQLSfGSBfGur&#8230;/viewform  เป็นเวลาเพิ่มเติมอีกราว 2 สัปดาห์ ก่อนสรุปข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ตามลำดับต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/opinions-to-draft-report-about-environment-situation/">สผ. &#8211; สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเวทีรับข้อเสนอแนะ &#8216;ร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567&#8217; เร่งวางกรอบ​จัดการสิ่งแวดล้อมไทย สอดคล้องบริบทโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
