<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Drop point &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/drop-point/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 27 Sep 2025 04:24:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Drop point &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เสริมแกร่งเครือข่ายขนส่งด่วน เปิด Drop Point ใหม่ที่เซ็นทรัล อยุธยา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/jnt-new-drop-point-central-ayutthaya/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Sep 2025 04:24:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Christine Fransisca]]></category>
		<category><![CDATA[Drop point]]></category>
		<category><![CDATA[J&T]]></category>
		<category><![CDATA[J&T Bulky]]></category>
		<category><![CDATA[J&T Fruit Parcel]]></category>
		<category><![CDATA[J&T Super]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เจแอนด์ที]]></category>
		<category><![CDATA[เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36735</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ผู้ให้บริการขนส่งด่วนและโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายเครือข่ายบริการ ส่งพัสดุและโลจิสติกส์ เปิด Drop Point ใหม่ภายในศูนย์การค้า เซ็นทรัล อยุธยา เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการให้สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมยิ่งขึ้น การเปิด Drop Point ที่เซ็นทรัล อยุธยา เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายเครือข่ายของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของบริการและตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการศูนย์การค้าและชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทำเลใจกลางชุมชนช่วยให้เข้าถึงบริการได้ง่าย สร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเสริมศักยภาพการให้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทในเมืองท่องเที่ยวและพื้นที่ชุมชน คุณ Christine Fransisca หัวหน้าฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปิด Drop Point ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและขยายฐานลูกค้าของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการรับส่งพัสดุด่วนแก่ลูกค้าหลากหลายกลุ่มที่มาใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา มากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลดีต่อปริมาณการจัดส่งพัสดุและจำนวนลูกค้า VIP ตลอดจนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว” ลูกค้าสามารถใช้บริการ Drop Point ใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ ชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/jnt-new-drop-point-central-ayutthaya/">เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เสริมแกร่งเครือข่ายขนส่งด่วน เปิด Drop Point ใหม่ที่เซ็นทรัล อยุธยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย</strong> ผู้ให้บริการขนส่งด่วนและโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายเครือข่ายบริการ ส่งพัสดุและโลจิสติกส์ เปิด Drop Point ใหม่ภายในศูนย์การค้า เซ็นทรัล อยุธยา เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการให้สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมยิ่งขึ้น</p>
<p><span id="more-36735"></span></p>
<p>การเปิด Drop Point ที่เซ็นทรัล อยุธยา เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายเครือข่ายของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของบริการและตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการศูนย์การค้าและชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทำเลใจกลางชุมชนช่วยให้เข้าถึงบริการได้ง่าย สร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเสริมศักยภาพการให้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทในเมืองท่องเที่ยวและพื้นที่ชุมชน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36737 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/20250922-085652.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณ Christine Fransisca</strong> หัวหน้าฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า <strong><em>“การเปิด Drop Point ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและขยายฐานลูกค้าของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการรับส่งพัสดุด่วนแก่ลูกค้าหลากหลายกลุ่มที่มาใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา มากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลดีต่อปริมาณการจัดส่งพัสดุและจำนวนลูกค้า VIP ตลอดจนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว”</em></strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36738 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/20250922-085537.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ลูกค้าสามารถใช้บริการ Drop Point ใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ ชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา พร้อมบริการครบวงจร เช่น J&amp;T Super J&amp;T Fruit Parcel J&amp;T Bulky และสมัครเป็นลูกค้า VIP เพื่อรับสิทธิประโยชน์พิเศษ โดยมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำทุกขั้นตอน เพื่อมอบประสบการณ์การจัดส่งพัสดุที่สะดวกสบายและครบครันในจุดเดียว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36739 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/20250922-085533.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/jnt-new-drop-point-central-ayutthaya/">เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เสริมแกร่งเครือข่ายขนส่งด่วน เปิด Drop Point ใหม่ที่เซ็นทรัล อยุธยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Aug 2025 06:43:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[.Nespresso]]></category>
		<category><![CDATA[Capsule Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Drop point]]></category>
		<category><![CDATA[My Cup of Purpose]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling Rate]]></category>
		<category><![CDATA[Second Life]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟแคปซูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[อีลิส ทัน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสเพรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสเพรสโซ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35789</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนสเพรสโซ ประเทศไทย ขับเคลื่อนแคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; ​มุ่งสร้างการรับรู้ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ​ของคนไทย พร้อมเพิ่ม​การมีส่วนร่วม​ดูแลโลกผ่านกาแฟแก้วโปรด ​เดินหน้าผนึกพันธมิตรขยายความสะดวก​การส่งคืนแคปซูลหลังการบริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มอัตรา Recycling Rate ประเทศไทยได้เท่าตัว ภายในปี 2030 คุณอีลิส ทัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย และ คุณอมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย ให้ข้อมูลร่วมกันว่า เนสเพรสโซเร่ง​สื่อสารเชิงรุกแคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ด้าน​ความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการดูแลผลิตภัณฑ์หลังการบริโภค หรือการส่งคืน​แคปซูลกาแฟ พร้อมนำไปต่อยอดการสร้างคุณค่าใหม่หรือ Second Life ทั้งในส่วนวัสดุ​​อลูมิเนียม และกากกาแฟ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกาแฟแคปซูล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโอกาสขยายตัวในระดับสูง จากขนาดของตลาดที่ปัจจุบัน​ยังไม่ถึง 10% จากตลาดกาแฟโดยรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/">เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เนสเพรสโซ ประเทศไทย</strong> ขับเคลื่อนแคมเปญ<strong> &#8216;My Cup of Purpose&#8217;</strong> ​มุ่งสร้างการรับรู้ <strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ​ของคนไทย พร้อมเพิ่ม​การมีส่วนร่วม​ดูแลโลกผ่านกาแฟแก้วโปรด ​เดินหน้าผนึกพันธมิตรขยายความสะดวก​การส่งคืนแคปซูลหลังการบริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มอัตรา Recycling Rate ประเทศไทยได้เท่าตัว ภายในปี 2030</p>
<p><span id="more-35789"></span></p>
<p><strong>คุณอีลิส ทัน</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย และ <strong>คุณอมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา</strong> ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย ให้ข้อมูลร่วมกันว่า เนสเพรสโซเร่ง​สื่อสารเชิงรุกแคมเปญ <strong>&#8216;My Cup of Purpose&#8217;</strong> ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ด้าน​ความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการดูแลผลิตภัณฑ์หลังการบริโภค หรือการส่งคืน​แคปซูลกาแฟ พร้อมนำไปต่อยอดการสร้างคุณค่าใหม่หรือ Second Life ทั้งในส่วนวัสดุ​​อลูมิเนียม และกากกาแฟ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอย่างยั่งยืนในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกาแฟแคปซูล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโอกาสขยายตัวในระดับสูง จากขนาดของตลาดที่ปัจจุบัน​ยังไม่ถึง 10% จากตลาดกาแฟโดยรวม จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ตามเทรนด์การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดกาแฟประเทศไทย​ปีละประมาณ 8% สวนทางกับการภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่มีการชะลอตัว</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ และยินดีจ่ายในราคาที่แพงกว่า หากเป็นการสนับสนุนแบรนด์ที่มีความยั่งยืนหรือดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่ม GenZ ไทย ที่มีสัดส่วนถึง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ 65% รวมทั้งการเติบโตของการขับเคลื่อนเรื่องการส่งเสริมการรีไซเคิลภายในประเทศไทยในปีที่ผ่านมา  ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ราว 4-5%  จาก 34.5%  เป็น 38.6%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนแคมเปญนี้ จะขยายผลในการสร้างอิมแพ็คผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ยกระดับจากการเติมเต็มในรื่องประสบการณ์และการดื่มด่ำกับช่วงเวลา <strong>&#8216;Me Moments&#8217;</strong> มาสู่โอกาสในการสร้างสิ่งที่ดีให้โลก ผ่าน<strong> 3 เสาหลักความยั่งยืนของเนสเพรสโซ ทั้งความใส่ใจต่อการหมุนเวียน (Circularity) ความใส่ใจต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate) และความใส่ใจต่</strong><strong>อชุมชน (Community)</strong> เพื่อสร้างให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้  พร้อมเร่งสื่อสาร​สร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ในการส่งคืนแคปซูลกาแฟเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่านความร่วมมือ​กับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง บริษัท วงษ์พาณิชย์ ในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแคปซูลทุกชิ้น​จะถูกรวบรวม และนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยความใส่ใจโลกอย่างแท้จริง เพื่อนำไปแยกประเภทการบริหารจัดการ และสร้างคุณค่าใหม่ ในรูปแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งจักรยาน แก้วน้ำ ปากกา ​ รวมท้ัง​กากกาแฟที่ใช้แล้วจะถูกแปรรูปเป็นปุ๋ย เพื่อนำส่งต่อให้เกษตรกรที่ทำไร่ในจังหวัดพิษณุโลก สะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง&#8221;</em></p>
<p>นอกจาก การสร้าง  Awareness ในวงกว้าง ยังมุ่งสนับสนุนเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม​​ของผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงช่องทางในการส่งคืนแคปซูลเพื่อรีไซเคิลได้มากขึ้น ​ด้วยการ​​ขยายจุดส่งคืน (Drop point) ให้เข้าถึงง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น  ทั้งจาก 8 สาขาของเนสเพรสโซบูติก ​ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ รวมทั้ง​จุดขายในห้างสรรพสินค้ากว่า 50 แห่ง รวมทั้งการฝากส่งคืนทางไปรษณีย์ได้ทั่วประเทศ พร้อมทั้งบริการรับถึงบ้าน เมื่อสั่ง​​สินค้าออนไลน์ และเสริมความแข็งแกร่งด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ​เพื่อผสมผสานเรื่องความยั่งยืนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตได้อย่างกลมกลืน และทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายดาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/My-Cup-of-Purpose-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับเป้าหมายการขับเคลื่อนแคมเปญ My Cup of Purpose​ ในประเทศไทย ตั้งเป้าการส่งคืน​แคปซูลเพื่อรีไซเคิล (Recycling Rate) ให้เติบโตต่อเนื่องได้แบบเท่าตัว​ จากปัจจุบันเนสเพรสโซประเทศไทยมี Recycling Rate​ ที่ 25% โดยตั้งเป้าขยับเพิ่มขึ้นในสิ้นปีนี้เ​ป็น​ 27% และเพิ่มขึ้นได้ราวเท่าตัว หรือเพิ่มเป็นมากกว่า 50%  ภายในปี 2030 โดยในภูมิภาคเอเชียประเทศที่มีการส่งคืนแคปซูลเพื่อรีไซเคิลสูงที่สุดคือ ไต้หวัน​ มีการส่งคืนมากกว่า 50% ตามมาด้วยเกาหลีใต้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากความแข็งแรงของระบบในการบริหารจัดการขยะ และการขับเคลื่อนผลักดันอย่างจริงจังของภาครัฐ ขณะที่สัดส่วนเฉลี่ยทั่วโลกในปัจจุบันอยู่ที่ 35% และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 60% ภายในปี 2030  ​</p>
<p><em>&#8220;ตลอดการเดินทาง​ที่ผ่านมา เนสเพรสโซ่ให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า​ผ่านโครงการระดับโลก ที่ขับเคลื่อนมา​ต่อเนื่อง อาทิ โครงการ AAA Sustainable Quality™ ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรชาวไร่กาแฟกว่า 168,550 ราย ใน 18 ประเทศ เพื่อช่วยเหลือการฟื้นฟูระบบนิเวศ แก้ไขปัญหาวิถีการทำไร่กาแฟเพื่อรองรับต่อสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่​ ส่งเสริมความเป็นธรรมของราคากาแฟที่รับซื้อจากชาวไร่ พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนไปพร้อมกัน&#8221;</em></p>
<p>รวมทั้งการส่งเสริมการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งแคปซูลกาแฟที่มีสัดส่วนอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% เครื่องชงกาแฟ ที่ใช้พลาสติกรีไซเคิล 35% กล่องกระดาษบรรจุภัณฑ์ จากกระดาษรีไซเคิล 95% รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เป็นโลหะสแตนเลสรีไซเคิลถึง 90% ​ รวมทั้งการขยายความร่วมมือสู่กลุ่มผู้บริโภคผ่านแคมเปญ <strong>My Cup of Purpose</strong> เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) จากการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการดำเนินการในปีที่ผ่านมา สามารถลด GHG Reductuin ได้แล้วกว่า 2.86 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายตามโรดแม็พเพื่อขับเคลื่อนสู่ Net Zero ภายในปี 2050 สอดคล้องกับเป้าหมายที่ทางเนสท์เล่ได้วางไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ส่งต่อไลฟ์สไตล์ใส่ใจโลก ก้าวสู่สังคมรีไซเคิล</strong></p>
<p>สำหรับปี 2568 แคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; จะเริ่มต้นด้วยแนวคิดเกี่ยวกับ &#8216;การหมุนเวียน (Circularity)&#8217; ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เนสเพรสโซต้องการทำให้เป็นเรื่องเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน เพื่อให้เหล่าผู้ที่หลงใหลในศิลปะของการดื่มกาแฟผสมผสานความยั่งยืนเข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างเรียบง่าย พร้อมขับเคลื่อนไปสู่จุดมุ่งหมายที่มีคุณค่าร่วมกัน</p>
<p>เริ่มตั้งแต่เป้าหมายภายในองค์กร เนสเพรสโซร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น โดยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เนสเพรสโซจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่สวนป่าเอกมัย เขตวัฒนา เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่กทม.ได้ให้ความช่วยเหลือพนักงานเนสเพรสโซในการปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จำนวน 20 ต้น ต้นสะเดา 15 ต้น และผักสวนครัวรวม 100 ต้นเพื่อให้ร่มเงาและเป็นผลผลิตให้กับชุมชน โดยใช้ดินที่ผสมกากกาแฟของเนสเพรสโซที่ใช้แล้ว ทำเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยพนักงานเนสเพรสโซทุกคนมีความภูมิใจที่มีส่วนรวมในการยกระดับพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองกรุงเทพฯผ่านกิจกรรมเล็ก ๆ ที่มีคุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35793 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/My-Cup-of-Purpose-03.jpg" alt="" width="1200" height="788" /></p>
<p>นอกจากนี้เนสเพรสโซยังได้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์เข้ามาร่วมทำกิจกรรมเพื่อจุดประกายให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาสนใจวิถีชีวิตที่ใส่ใจโลกยิ่งขึ้น ผ่านช่วงเวลาสุดพิเศษแห่งการดื่มด่ำกาแฟยามเช้า รวมถึงในวันกาแฟสากล (International Coffee Day) ที่จะถึงนี้ เนสเพรสโซยังเตรียมจัดกิจกรรมที่จะเชิญชวนลูกค้าเนสเพรสโซและคนรักกาแฟมารวมตัวเพื่อดื่มด่ำกาแฟทุกแก้วด้วยความยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/">เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS ​ขยาย &#8216;E-Waste Management&#8217; สู่เครือข่ายภาคเกษตร เดินหน้าเพิ่มจุดรับคืน​ทั่วประเทศ ตั้งเป้าสิ้นปี​แตะ 3,000 จุด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/ais-mou-ewaste-management-to-moac/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Jul 2025 10:00:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[AIS E-Waste+]]></category>
		<category><![CDATA[AIS HUB of E-Waste]]></category>
		<category><![CDATA[AIS Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Drop point]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[E-Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[MOAC]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงเกษตรและสหกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทยไร้ E-Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ประยูร อินสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สายชล ทรัพย์มากอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[อีเวสต์]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34930</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ &#8216;คนไทยไร้ E-Waste&#8217; มากว่า 6 ปี ​ส่งผลให้ภาพรวมการตอบรับ ทั้งด้านความรู้ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ ไปจนถึงความร่วมมือและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรรม โดยนำ E-Waste เข้ามาทิ้งในระบบเพื่อสามารถนำไปบริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง ตามแนวทาง Zero E-wasteto Landfill เพิ่มมากขึ้น แต่โดยรายละเอียดพบว่า Action ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ใน กทม.​และหัวเมืองหลัก ส่งผลให้ AIS เร่งเดินหน้า สร้างความตระหนักรู้ รวมทั้งการขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ให้เข้าถึง​ประชาชนส่วนใหญ่ในวงกว้างทั่วประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่อาจไม่ได้รับข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บ E-Waste เข้าระบบได้มากขึ้น นำมาสู่ความร่วมมือ​สำคัญครั้งล่าสุด ระหว่าง AIS หรือ  บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ กระทรวงเกษตรและส​หกรณ์ ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ภายใต้โครงการ &#8216;คนไทยไร้ E-Waste&#8217; เพื่อร่วมสร้างความตระหนักรู้ และขยายผลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/ais-mou-ewaste-management-to-moac/">AIS ​ขยาย &#8216;E-Waste Management&#8217; สู่เครือข่ายภาคเกษตร เดินหน้าเพิ่มจุดรับคืน​ทั่วประเทศ ตั้งเป้าสิ้นปี​แตะ 3,000 จุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ <strong>&#8216;คนไทยไร้ E-Waste&#8217;</strong> มากว่า 6 ปี ​ส่งผลให้ภาพรวมการตอบรับ ทั้งด้านความรู้ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ ไปจนถึงความร่วมมือและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรรม โดยนำ E-Waste เข้ามาทิ้งในระบบเพื่อสามารถนำไปบริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง ตามแนวทาง <strong>Zero E-wasteto Landfill</strong> เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-34930"></span></p>
<p>แต่โดยรายละเอียดพบว่า Action ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ใน กทม.​และหัวเมืองหลัก ส่งผลให้ AIS เร่งเดินหน้า สร้างความตระหนักรู้ รวมทั้งการขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ให้เข้าถึง​ประชาชนส่วนใหญ่ในวงกว้างทั่วประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่อาจไม่ได้รับข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บ E-Waste เข้าระบบได้มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34935 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Pic3_AIS-ผนึกกระทรวงเกษตรฯ-เดินหน้าขยาย-คนไทยไร้-E-Waste.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือ​สำคัญครั้งล่าสุด ระหว่าง <strong>AIS</strong> หรือ  บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ <strong>กระทรวงเกษตรและส​หกรณ์</strong> ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ภายใต้โครงการ &#8216;<strong>คนไทยไร้ E-Waste&#8217;</strong> เพื่อร่วมสร้างความตระหนักรู้ และขยายผลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ด้วยการติดตั้งจุดรับทิ้ง E-Waste ในหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด จำนวน 22 หน่วยงาน ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและเกษตรกรเข้าถึงช่องทางการจัดการขยะ E-Waste ได้ง่ายขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณประยูร อินสกุล</strong> ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ความร่วมมือ​นี้ ​เป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตรที่เปราะบางต่อผลกระทบจากสารพิษ เช่น แคดเมียม ปรอท และตะกั่ว ซึ่งอาจปนเปื้อนในดิน น้ำ และอากาศ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลผลิตและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว</p>
<p><em>“</em><em>การขับเคลื่อนโครงการคนไทยไร้ </em><em>E-Waste </em><em>จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงฯ รวมถึงประชาชนและเกษตรกรมีพฤติกรรมการจัดการขยะที่ถูกต้องและปลอดภัย”</em> <em>และโครงการดังกล่าว ยังมีความสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (</em><em>Go Green) </em><em>และ </em><em>BCG Model</em><em> อีกด้วย</em> &#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34932 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Pic1_AIS-ผนึกกระทรวงเกษตรฯ-เดินหน้าขยาย-คนไทยไร้-E-Waste.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม </strong>หัวหน้าหน่วยธุรกิจสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา <strong>&#8216;โครงการคนไทยไร้ E-Waste&#8217;</strong> ได้พัฒนาและขยายผลอย่างต่อเนื่อง และยกระดับเป็น<strong> &#8216;AIS HUB of E-Waste&#8217;</strong> เพื่อเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย และมุ่งเปลี่ยนมุมมอง​คนไทยที่มองว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นเรื่องไกลตัว ​แต่​​ความจริง ขยะเหล่านี้ส่งผลกระทบลึกซึ้งทั้งต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพในการดำรงชีวิตประจำวัน หากไม่จัดการอย่างถูกวิธี สารพิษในขยะอิเล็กทรอนิกส์อาจย้อนกลับมาสร้างปัญหาทั้งต่อสุขภาพ จนถึงระบบนิเวศและปัจจัยการผลิตในอนาคต​</p>
<p><em>&#8220;​ความร่วมมือ​​ครั้งนี้  จะขยายจุดติดตั้งถังขยะ E-Waste ในหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 22 หน่วยงาน พร้อมขยายจุดรับทิ้งไปยังสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้​เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อมุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของกลุ่มเกษตกร ที่ปัจจุบันมีการขับเคลื่อนสู่การทำเกษตรแบบอัจฉริยะ ทำให้มีจำนวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น การมุ่งสร้างทั้งความตระหนัก ควบคู่ไปกับการขยายจุดทิ้ง เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพื่อสามารถนำเข้าสู่ระบบการจัดการที่ทาง AIS ให้บริการจัดการได้แบบ End to End ทำให้ขยะทุกชิ้นถูกกำจัดอย่างถูกต้องตามแนวทาง Zero E-Waste to Landfill ได้อย่างแท้จริง&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34934 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Pic5_AIS-ผนึกกระทรวงเกษตรฯ-เดินหน้าขยาย-คนไทยไร้-E-Waste.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <em><strong>ภาพรวการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปัจจุบันถูกจัดเก็บได้ราว 10% จากจำนวนขยะราว 4.6 แสนตันต่อปี ขณะที่อีก 90% ยังไม่สามารถนำเข้าสู่ระบบได้ </strong></em> ทางเอไอเอส จึงมุ่งเดินหน้าขยายทั้งพันธมิตรในการร่วมโครงการ รวมทั้งการขยายจุดรับทิ้งให้ครอบคลุมได้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ​จากหลาก​หลายกลุ่ม และมีแผนขยาย​ไปถึงระดับท้องถิ่น เช่น ระดับตำบล หรือโรงพยาบาลในแต่ละจังหวัด​ และ​สถานที่ราชการต่างๆ เพื่อมุ่งสร้างความตระหนักรู้ และความร่วมมือ กับประชาชนในกลุ่มใหม่ๆ เชิงลึกได้มากขึ้น โดยปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มจุดรับทิ้งได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 จุด  จากปัจจุบันมีจุดรับรวมกว่า 2,800 -2,900 จุด</p>
<p>ด้าน<em><strong>ความสำเร็จของการขับเคลื่อนโครงการตลอด 6 ปีที่ผ่านมา สามารถเพิ่มปริมาณาการจัดเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากช่วงปีแรกๆ ที่มีปริมาณขยะเข้าสู่โครงการราว 2 พันชิ้น แต่ปัจจุบันสามารถจัดเก็บได้หลัก 1-2 แสนชิ้นในแต่ละปี </strong> </em>ขณะที่เอไอเอสมุ่งมั่น ลดผลกระทบจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ทั้งการผนึกความร่วมมือผ่านพันธมิตร เพื่อเพิ่มการติดตั้งจุดรับขยะให้ครอบคลุม รวมทั้งเพิ่มการรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หลากหลายขึ้น จากเดิมรับเพียงโทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ หูฟัง สายชาร์จ แต่ปัจจุบันขายการรับมาสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นเล็กต่างๆ ที่มีการใช้งานจำนวนมากขึ้นในแต่ละวัน​ รวมทั้งปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เสียและกลายเป็นขยะที่เก็บไว้ในบ้านเพิ่มขึ้น​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34933 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Pic4_AIS-ผนึกกระทรวงเกษตรฯ-เดินหน้าขยาย-คนไทยไร้-E-Waste.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>ยังเพิ่มรูปแบบ​การขับเคลื่อนโครงการ ให้สามารถสร้าง Positive Impact ได้มากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดเก็บได้ทุกชิ้น ให้เป็นสัญญาณอินเตอร์เน็ต</strong> เพื่อนำไปต่อยอดการใช้ประโยชน์ ทั้งต่อการศึกษาในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ​การพัฒนาด้าน​อาชีพให้ชุมชน  รวมทั้งการเข้าถึงการรักษาและการดูแลสุขภาพของคนไทยในพื้นที่ต่างๆ <strong> โดยปีที่ผ่านมาสามารถเปลี่ยนขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้รวมกว่า 2 หมื่นGB </strong></p>
<p>เห็นได้ว่า <strong>โครงการ &#8216;คนไทยไร้ E-Waste&#8217; </strong> ไม่เพียงเป็นการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างสังคมไทยที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีพฤติกรรมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การลดคาร์บอนและมลพิษในภาพรวมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งยังมีส่วนช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเพิ่มความเท่าเทียมให้คนไทยในพื้นที่ห่างไกลได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน</p>
<p>ทั้งนี้ ทาง AIS ยังมุ่งเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยองค์กรหรือผู้สนใจต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการและกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้องสามารถติดต่อผ่าน<a href="https://www.facebook.com/ais.sustainability" target="_blank" rel="noopener"> AIS Sustainability </a>  เพื่อเป็นจุดรับทิ้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/ais-mou-ewaste-management-to-moac/">AIS ​ขยาย &#8216;E-Waste Management&#8217; สู่เครือข่ายภาคเกษตร เดินหน้าเพิ่มจุดรับคืน​ทั่วประเทศ ตั้งเป้าสิ้นปี​แตะ 3,000 จุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อิชิตัน หนุน Closed-loop ปั้นโมเดล &#8216;Ichitan ReCircle&#8217; ​​เร่งเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ ตั้งเป้า 9 พันตัน ใน 3 ปี ​นำร่องเชียงใหม่ ก่อนขยายทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/ichitan-recircle-closed-loop-circular-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Jun 2025 10:31:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bottle-to-Bottle]]></category>
		<category><![CDATA[Closed-Loop Circular]]></category>
		<category><![CDATA[Drop point]]></category>
		<category><![CDATA[ENVICCO]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC YOUเทิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[ICHITAN]]></category>
		<category><![CDATA[Ichitan ReCircle]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Concert Space]]></category>
		<category><![CDATA[TANLAND]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กิจชัย เฉลิมสุขสันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ตัน ภาสกรนที]]></category>
		<category><![CDATA[ตันแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พัศลินทร์ เศวตรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบหมุนเวียนแบบปิด]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิตัน]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิตัน กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33915</guid>

					<description><![CDATA[<p>อิชิตัน กรุ๊ป ร่วมกับ GC และพันธมิตรสิ่งแวดล้อม เปิดโมเดล &#8216;Ichitan ReCircle&#8217;  โครงการส่งเสริมระบบรีไซเคิลหมุนเวียนแบบปิด (Closed-Loop Circular) เพื่อ​สร้างชีวิตใหม่ให้ขวด PET ไม่รู้จบ ด้วยการขยายจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์ ​นำร่อง ตลาดวันนิมมาน จังหวัดเชียงใหม่  ก่อนขยายสู่โรงเรียน ตลาดนัด ​แลนด์มาร์กท่องเที่ยว ทั้งในเชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ​ ตั้งเป้าเก็บกลับเพื่อป้อนการผลิตเม็ดพลาสติก rPET ได้กว่า 9,000 ตัน ภายใน 3 ปี  ทั้งนี้ พบข้อมูล​ว่า ปริมาณขวดพลาสติก PET ที่บริโภคแล้ว จำนวน 86% ถูกทิ้งไว้ที่หลุมฝังกลบ โดยมีสัดส่วน​14%  ที่สามารถกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล เป็นปัญหาที่ทาง  อิชิตัน กรุ๊ป มองเห็น และต้องการเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อช่วยแก้ไข ​เพื่อลดผลกระทบปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของปัญหาโลกร้อน และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง นำมาสู่การขับเคลื่อนโมเดล &#8216;Ichitan ReCircle&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/ichitan-recircle-closed-loop-circular-model/">อิชิตัน หนุน Closed-loop ปั้นโมเดล &#8216;Ichitan ReCircle&#8217; ​​เร่งเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ ตั้งเป้า 9 พันตัน ใน 3 ปี ​นำร่องเชียงใหม่ ก่อนขยายทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อิชิตัน กรุ๊ป ร่วมกับ GC และพันธมิตรสิ่งแวดล้อม เปิดโมเดล &#8216;Ichitan ReCircle&#8217;  </strong><strong>โครงการส่งเสริมระบบรีไซเคิลหมุนเวียนแบบปิด (Closed-Loop Circular) เพื่อ​</strong><strong>สร้างชีวิตใหม่ให้ขวด PET ไม่รู้จบ ด้วยการขยายจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์ ​นำร่อง ตลาดวันนิมมาน จังหวัดเชียงใหม่  ก่อนขยายสู่โรงเรียน ตลาดนัด ​แลนด์มาร์กท่องเที่ยว ทั้งในเชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ​ ตั้งเป้าเก็บกลับเพื่อป้อนการผลิตเม็ดพลาสติก rPET ได้กว่า 9,000 ตัน ภายใน 3 ปี </strong></p>
<p><span id="more-33915"></span></p>
<p>ทั้งนี้ พบข้อมูล​ว่า ปริมาณขวดพลาสติก PET ที่บริโภคแล้ว จำนวน 86% ถูกทิ้งไว้ที่หลุมฝังกลบ โดยมีสัดส่วน​14%  ที่สามารถกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล เป็นปัญหาที่ทาง <strong> อิชิตัน กรุ๊ป</strong> มองเห็น และต้องการเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อช่วยแก้ไข ​เพื่อลดผลกระทบปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของปัญหาโลกร้อน และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33927 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Ichitan-ReCircle_01-Re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>นำมาสู่การขับเคลื่อนโมเดล &#8216;<strong>Ichitan ReCircle&#8217; </strong><strong> โครงการเก็บ-กลับระบบรีไซเคิลหมุนเวียนแบบปิด (Closed-Loop Circular) สำหรับขวดพลาสติก PET </strong>โดยเลือกนำร่องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจุด Drop point แรกของโครงการที่ตลาดวันนิมมาน  ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ผู้ดูแลแพลตฟอร์ม GC YOUเทิร์น และ Envicco ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ที่ได้รับรองมาตรฐาน Food Grade รายแรกของประเทศไทย ,  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ และ วันนิมมาน เชียงใหม่</p>
<p>โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการคืนชีวิตใหม่ให้ขวดพลาสติก PET เพื่อนำไปผลิต rPET ​และหมุนเวียนกลับเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ พร้อมลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะไปสู่หลุมฝังกลบ​ หรือตกค้างอยู่ในธรรมชาติหรือลงในทะเล กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหา Climate Change รวมทั้ง​ช่วยให้สังคมไทยสะอาดขึ้น จากปริมาณขยะที่น้อยลง โดยตั้งเป้าเก็บกลับได้มากกว่า 9,000 ต้น ภายใน  3 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33924 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Ichitan-ReCircle_02.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><strong>นำร่องจุดยุทธศาสตร์​ที่เ​ชียงใหม่ ก่อนขยายทั่วประเทศ </strong></p>
<p>สำหรับการเลือกนำร่องใน จ. เชียงใหม่ <strong>คุณตัน ภาสกรนที </strong>กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในการดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ทั้งจากพันธมิตรที่มีความพร้อมและมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนร่​วมกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งหลังจากนำร่องที่ตลาดวันนิมมานแล้ว เตรียมขยายจุดตั้งรับบรรจุภัณฑ์ ทั้งในโรงเรียน ตลาด โรงแรม โรงพยาบาล เพื่อเพิ่มความตระหนักและการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน โดยเฉพาะในโรงเรียน ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมทั้งการปลูกฝังพฤติกรรมในการคัดแยก และทิ้งขยะได้อย่างถูกต้อง</p>
<p>โดย​ยังมีมาสคอต <strong>&#8216;Melt Man&#8217;</strong> ตัวแทนจากธรรมชาติพร้อมเทคนิคการนำเสนอแบบ projection  mapping บอกเล่าเรื่องราวน่ารักๆ เพื่อชักชวนให้ทุกคนเห็นคุณค่าของการบริโภคอย่างยั่งยืน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33920 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Ichitan-ReCircle_10.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><em> “โมเดลอิชิตัน รีเซอเคิล (Ichitan ReCircle)​ ไม่ใช่เพียง​การรีไซเคิลทั่วไป แต่เป็นการสร้างระบบการจัดการขวดพลาสติก PET ครบวงจร ตั้งแต่รวบรวม คัดแยก การฆ่าเชื้อ และการเข้าสู่ระบบแปรรูปเพื่อสามารถนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติก rPET ที่มีคุณภาพสูง และได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยให้สามารถนำกลับมาผลิตเป็นขวดพลาสติกบรรจุภัณฑ์ได้อย่างไม่รู้จบ เนื่องจากสามารถรักษาคุณภาพพลาสติกให้มีระดับสูงมากกว่าการรีไซเคิลในระบบตามปกติที่เป็น Open Loop ที่มักจะรีไซเคิลเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น  เสื้อผ้า ถังพลาสติก ถุงขยะ ฯลฯ  ซึ่งการรีไซเคิลแต่ละครั้งจะทำให้คุณภาพของพลาสติกลดลง และสุดท้ายก็ต้องไปเป็นขยะที่หลุมฝังกลบในที่สุดเช่นกัน&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33923 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Ichitan-ReCircle_13-Re.jpg" alt="" width="1200" height="835" /></p>
<p>ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางอิชิตัน ให้ความสำคัญต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยเฉพาะการขับเคลื่อนธุรกิจที่มมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ในสัดส่วนราว 30% แม้จะมีต้นทุนที่สูงกว่าเม็ดพลาสติกใหม่ถึงกว่า 30%  แต่เชื่อว่าการเป็นผู้บุกเบิกจะสามารถสร้างความตระหนักในตลาด ประกอบกับผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ​จะทำให้ในอนาคตจะมีแบรนด์ต่างๆ เข้ามาใช้บรรจภัณฑ์ rPET เพิ่มมากขึ้น และทำให้ต้นทุนลดลงได้เพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งเสริมให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของอิชิตัน สามารถนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล (Recyclable) ได้ทั้ง 100%  ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก ฉลาก รวมทั้งฝา ​ซึ่งตั้งเป้าขยายไป​ในทุกผลิตภัณฑ์ของเครื่องดื่มภายในปี 2569 นี้</p>
<p>&#8220;การทำธุรกิจของผมในอนาคต ทั้งเครื่องดื่มอิชิตัน การบริหารตลาดนัด โรงแรม รวมทั้งในโรงงานทุกแห่ง จะให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้เพื่อรักษาพื้นที่สีเขียว การส่งเสริมพลังงานสะอาดด้วยการติดตั้งโซลาร์ เซลล์ในโครงการ หรือการใช้พื้นที่ในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างยั่งยืน เช่น การจัด Sustainable Concert Space โดยจะพัฒนาพื้นที่ที่เขาชีจรรย์ (One ChiChan) ให้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตท่ามกลางธรรมชาติ ขนาด 5,000 ที่นั่ง  และเชิญชวนผู้ชมคอนเสิร์ต​ร่วมกันนำขวดน้ำที่ดื่มขณะสนุกกับคอนเสิร์ต โดยการติดตั้งจุดรับขวด Ichitan ReCircle เพื่อลดการสร้างขยะภายในงานให้น้อยลง พร้อมส่งเสริมระบบ Closed Loop Circular ให้เป็นที่รับรู้ได้ในวงกว้างเพิ่มมากขึ้น&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33919 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Ichitan-ReCircle_10-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณกิจชัย เฉลิมสุขสันต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย กลุ่มลูกค้าแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> ร่วมแบ่งปันเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังการแปรรูปขวด PET ให้มีชีวิตใหม่ กล่าวว่า ​GC มุ่งขับเคลื่อน​ธุรกิจอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ​และที่ผ่านมา​ ได้พัฒนาหลายโครงการ ร่วมกับภาคสังคม สร้างแนวร่วม ลงมือปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทย โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม <strong>&#8216;GC YOUเทิร์น&#8217; </strong>เพื่อเข้ามาเป็นตัวกลางช่วยเก็บกลับขยะพลาสติกเข้าสู่ระบบรีไซเคิล ลดปริมาณขยะในหลุมฝังกลบ (Landfill) พร้อมส่งต่อสู่ Envicco ในการแปรรูปเป็น rPET​ ซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิตราว 3 พันตัน และมีความต้องการจากพันธมิตรในจำนวนใกล้เคียงกัน</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบัน GC YOUเทิร์น ได้ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 140 องค์กร ขยายจุดทิ้งพลาสติก หรือ GC YOUเทิร์น Drop Point ไปแล้ว 400 จุด ครอบคลุมการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ผ่านการมีส่วนร่วมจากพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน มหาวิทยาลัย โรงเรียน โรงพยาบาล ชุมชน และยังคงขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเริ่มต้นเป็นการรีไซเคิลในระบบ Open Loop จนได้รับการรับรองทางข้อกฎหมายจากภาครัฐในการใช้ rPET บรรจุอาหารได้ จึงเริ่มส่งเสริมระบบ Closed Loop อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับเปลี่ยน​การแปรรูปจากการรีไซเคิลแบบ Low Value ให้สร้างมูลค่าและคุณค่าทางเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้น​ รวมทั้งการขับเคลื่อนโมเดลของโครงการ Ichitan ReCircle ก็เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนให้ครบทั้งวงจรได้อย่างต่อเนื่อง”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33917 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Ichitan-ReCircle_07-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า เชียงใหม่มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะเป็นเมืองต้นแบบด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน ​​ทั้งจากทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ วัฒนธรรมที่เข้มแข็ง และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่เชียงใหม่ได้รับเลือกให้เป็นเมืองนำร่องของโครงการ Ichitan ReCircle ถือเป็นก้าวสำคัญ และตอกย้ำการมุ่งสู่ Green Tourism Destination ของเชียงใหม่ ทั้งจากการมอบประสบการณ์ และขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนในกลุ่มนักท่องเที่ยว</p>
<p>&#8220;โมเดลนี้สามารถเปลี่ยนจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของเชียงใหม่ อย่างถนนคนเดินวัวลาย และ One Nimman ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้​ Green Tourism ​ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่ต้องเป็นประสบการณ์จริง โดยนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ให้ความสำคัญกับการเลือกสถานที่เที่ยวที่เป็นมิตรต่อโลก ผ่านการทำงานเชิงรุกมากขึ้น และสามารถพิชิตเป้าหมายที่​ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องการสร้างนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึก และเดินทางอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33925 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Ichitan-ReCircle_02-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเปลี่ยนให้โลกสะอาด</strong></p>
<p>อิชิตันขอเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยที่สะอาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น เริ่มต้นด้วยการกระทำง่ายๆ เพียงหนึ่งเดียว คือ <strong>การทิ้งขวดพลาสติกอย่างถูกวิธี</strong></p>
<p>ทั้งนี้ ทุกคน​สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการวนเวียน เปลี่ยนให้โลกสะอาดขึ้นได้ ด้วยการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของในการขับเคลื่อนโครงการ  &#8216;Ichitan ReCircle&#8217;  เพื่อช่วยให้ทุกขวดพลาสติก PET ที่บริโภคแล้ว จะไม่สร้างภาระ ไม่ทำให้เกิดมลภาวะ แต่กลับช่วยลดความร้อนของโลก ทำให้ท้องฟ้าสะอาดขึ้น และรักษาทะเลให้ยังคงเป็นบ้านที่สวยงามของสัตว์น้ำอีกมากมาย เพียงแค่ทิ้งให้ถูกที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33916 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Ichitan-ReCircle_06.jpg" alt="" width="1200" height="893" /></p>
<p>สำหรับโรงเรียนที่สนใจติดตั้งระบบ Ichitan ReCircle Closed-loop ติดต่อได้ที่ (084) 438-7695 ติดตั้งฟรี และสามารถขายขยะในราคาสูงกว่า หรือติดตาม​ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB : <a href="https://www.facebook.com/tanland.ichitan" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/tanland.ichitan</a> และ Tiktok : @tanlanddom</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/ichitan-recircle-closed-loop-circular-model/">อิชิตัน หนุน Closed-loop ปั้นโมเดล &#8216;Ichitan ReCircle&#8217; ​​เร่งเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ ตั้งเป้า 9 พันตัน ใน 3 ปี ​นำร่องเชียงใหม่ ก่อนขยายทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Journey to Zero E-Waste to Landfill’ เอไอเอส ยกระดับ Hub of E-Waste ผนึก Green Partners จัดแคมเปญ ‘อุ่นใจ ไปรฯ ทั่วไทย ตามล่าหา E-Waste’ เร่งภารกิจ Decarbonization</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/ais-journey-to-zero-e-waste-to-landfill/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Nov 2024 03:01:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Score]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digitalization]]></category>
		<category><![CDATA[Drop point]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[E-Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[GEM]]></category>
		<category><![CDATA[Global E-waste Monitor]]></category>
		<category><![CDATA[Green Community]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partners]]></category>
		<category><![CDATA[HUB of E-Waste]]></category>
		<category><![CDATA[International E-Waste​ 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Electrical and Electronic Equipment]]></category>
		<category><![CDATA[WEEE Forum]]></category>
		<category><![CDATA[Zero E-Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero e-Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[การกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทยไร้ E-Waste]]></category>
		<category><![CDATA[พี่ไปรฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วันขยะอิเล็กทรอนิกส์สากล]]></category>
		<category><![CDATA[อุ่นใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุ่นใจ ไปรฯ ทั่วไทย ตามล่าหา E-Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ไปรษณีย์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30135</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขับเคลื่อนสู่ยุค Digitalization ส่งผลให้การใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เติบโตเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ตาม​​ข้อมูลจากรายงาน Global E-waste Monitor (GEM) ประจำปี 2024 โดย UN ระบุว่า ปัจจุบันมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นทั่วโลก​กว่า 6.2 หมื่นล้านกิโลกรัม หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพคือการนำรถบรรทุก​ 1.55 ล้านคัน บรรทุกขยะอิเล็กทรอนิกส์เรียงต่อกันตามแนวเส้นศูนย์สูตร​ได้รอบโลก หรือวัดความยาวได้กว่า 4 หมื่นกิโลเมตร โดย​คาด​ว่าปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 30% เป็น 8.2 หมื่นล้าน​กิโลกรัม ภายในปี 2030 เช่นเดียวกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่ปริมาณขยะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเช่นกัน หากไม่สามารถผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการให้ถูกต้อง อาจทำให้ประเทศไทยเดินทางเข้าสู่ปัญหา ‘วิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์’ ล้นเมือง ภายใน 5-10 ปีข้างหน้านี้ เพราะแต่ละปี ประเทศไทยจะมีปริมาณ E-Waste เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 แสนตันต่อปี และมีเพียงแค่ 10% เท่านั้น ที่สามารถนำไปบริหารจัดการและรีไซเคิลได้อย่างถูกวิธี ขณะที่ส่วนใหญ่อีกถึง 90% ​ต้องตกค้างอยู่ในธรรมชาติหรือนำไปทำลายแบบไม่ถูกต้องทำให้เกิดการปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นพิษทั้งในน้ำ ในดิน หรือในอากาศ ส่งผลทั้งต่อสุขภาพของผู้คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/ais-journey-to-zero-e-waste-to-landfill/">‘Journey to Zero E-Waste to Landfill’ เอไอเอส ยกระดับ Hub of E-Waste ผนึก Green Partners จัดแคมเปญ ‘อุ่นใจ ไปรฯ ทั่วไทย ตามล่าหา E-Waste’ เร่งภารกิจ Decarbonization</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การขับเคลื่อนสู่ยุค Digitalization ส่งผลให้การใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เติบโตเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ตาม​​ข้อมูลจากรายงาน <strong>Global E-waste Monitor</strong> (GEM) ประจำปี 2024 โดย UN ระบุว่า ปัจจุบันมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นทั่วโลก​กว่า 6.2 หมื่นล้านกิโลกรัม</p>
<p><span id="more-30135"></span></p>
<p>หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพคือการนำรถบรรทุก​ 1.55 ล้านคัน บรรทุกขยะอิเล็กทรอนิกส์เรียงต่อกันตามแนวเส้นศูนย์สูตร​ได้รอบโลก หรือวัดความยาวได้กว่า 4 หมื่นกิโลเมตร โดย​คาด​ว่าปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 30% เป็น 8.2 หมื่นล้าน​กิโลกรัม ภายในปี 2030</p>
<p>เช่นเดียวกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่ปริมาณขยะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเช่นกัน หากไม่สามารถผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการให้ถูกต้อง อาจทำให้ประเทศไทยเดินทางเข้าสู่ปัญหา ‘<strong>วิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์</strong><strong>’</strong> ล้นเมือง ภายใน 5-10 ปีข้างหน้านี้ เพราะแต่ละปี ประเทศไทยจะมีปริมาณ E-Waste เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 แสนตันต่อปี และมีเพียงแค่ 10% เท่านั้น ที่สามารถนำไปบริหารจัดการและรีไซเคิลได้อย่างถูกวิธี ขณะที่ส่วนใหญ่อีกถึง 90% ​ต้องตกค้างอยู่ในธรรมชาติหรือนำไปทำลายแบบไม่ถูกต้องทำให้เกิดการปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นพิษทั้งในน้ำ ในดิน หรือในอากาศ ส่งผลทั้งต่อสุขภาพของผู้คน และปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งเพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจก สาเหตุสำคัญของปัญหาสภาพอากาศและโลกรวนอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p><strong>Journey to Zero E-Waste to Landfill </strong>​</p>
<p>AIS เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด และมุ่งมั่นขับเคลื่อนปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้โครงการ <strong>‘</strong><strong>คนไทยไร้ </strong><strong>E-Waste’</strong> เพื่อเร่งสื่อสารสร้างความตระหนักรู้และผลกระทบจากปัญหาขยะในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต สายชาร์จ อะแดปเตอร์ หูฟัง แบตเตอรี่มือถือ หรือแม้แต่ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ​ที่ต้องได้รับการทิ้งและบริหารจัดการอย่างถูกวิธี ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30137 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/4-2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“ตลอดกว่า </em><em>5 </em><em>ปีที่ผ่านมา </em><em>AIS </em><em>เดินหน้าเป็นแกนหลักสำคัญในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีและยั่งยืน ภายใต้โครงการ </em><strong><em>‘</em></strong><strong><em>คนไทยไร้ </em></strong><strong><em>E-Waste’</em></strong> <em>เริ่มตั้งแต่การอำนวยความสะดวกในการเป็นจุดรับคืน​ </em><em>E-Waste</em><em> ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แบตเตอรี่มือถือ​ สายชาร์จ และหูฟัง ผ่านการตั้งกล่องรับที่สาขาเอไอเอส จากการค้นพบหนึ่งใน </em><em>Pain point </em><em>สำคัญของผู้บริโภคคือ ไม่รู้ว่าจะนำขยะเหล่านี้ไปทิ้งได้ที่ไหน โดย</em><em> E-Waste </em><em>ที่ผู้บริโภคนำมาทิ้งจะถูกนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีโดยปราศจากการฝังกลบ หรือ </em><em>Zero E-Waste to Landfill</em><em> ทำให้สามารถแยกวัสดุที่​นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ออกมาเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลใหม่อีกครั้ง ​เหลือเฉพาะส่วนที่ต้องทิ้งจริงๆ เพื่อไปเป็นเชื้อเพลิงอุตสาหกรรม ทำให้ไม่มีขยะฝังกลบที่อาจหลุดรอดออกไปสู่ธรรมชาติได้”​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30138 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Thai-E-Waste-Day.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><strong>ผนึก </strong><strong>Green Partners </strong><strong>ยกระดับสู่​</strong> ​<strong>HUB of E-Waste</strong></p>
<p>ปัจจุบัน เอไอเอสได้ขยาย Green Network จากจุดเริ่มต้นโครงการ ‘คนไทยไร้ E-Waste’ ยกระดับสู่การเป็น <strong>‘HUB of E-Waste ระบบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ</strong>’ ทั้งการขยายความร่วมมือภายในเครือข่ายได้มากกว่า 220 องค์กร รวมทั้งเพิ่มจุดรับทิ้ง (Drop point) มากกว่า 2,700 จุดทั่วประเทศ พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้บริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิสก์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ผ่านแพลตฟอร์ม <strong>E-Waste+</strong> ที่สามารถตรวจสอบสถานะ E-Waste แต่ละชิ้นแบบเรียลไทม์ เพื่อมั่นใจได้ว่าขยะทุกชิ้นจะถึงโรงงานรีไซเคิลจริง พร้อม​คำนวณ Carbon Score จากการมีส่วนร่วมลดคาร์บอน ​เปรียบเทียบกับจำนวนต้นไม้ตามความสามารถในการช่วยดูดซับ CO2 พร้อมแสดงผลเป็น Dashboard เพื่อเพิ่ม Engage ทั้งจากประชาชนทั่วไปรวมทั้งองค์กรต่างๆ นำไปใช้รายงานผลด้านความยั่งยืนได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30139 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/3-3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการผนึกความร่วมมือจากแต่ละภาคส่วนภายในอีโคซิสเต็มของ E-Waste Management ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือในการขยายจุด Drop point การจัดการขนส่ง ที่ทำงานร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการรับขยะ E-Waste เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางความรู้ที่รวบรวมข้อมูลด้านการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงศูนย์กลางเครือข่าย Green Community เพื่อสร้างชุมชนให้เกิดความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและเพิ่มการส่วนร่วมของภาคประชาชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30141 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="628" /></p>
<p>ล่าสุด AIS ร่วมขับเคลื่อนวาระ <strong>‘</strong><strong>วันขยะอิเล็กทรอนิกส์สากล</strong>’ International E-Waste​ 2024 ในฐานะองค์กรไทยรายแรกที่เข้าร่วมสมาชิก WEEE Forum (Waste Electrical and Electronic Equipment) องค์กรนานาชาติที่รวบรวมข้อมูลด้านขยะอิเล็กทรอนิกส์และมีสมาชิกจากหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลก โดยปีนี้กำหนดแนวคิด <strong>‘Join the e-waste hunt &#8211; retrieve, recycle, and revive </strong><strong>ร่วมค้นหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ &#8211; ดึงกลับมา รีไซเคิล และฟื้นคืนชีพ</strong><strong>’ </strong>ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจ HUB OF E-WASTE  นำมาสู่การขับเคลื่อนภารกิจ Decarbonization ผ่านแคมเปญ ‘<strong>อุ่นใจ ไปรฯ ทั่วไทย ตามล่าหา </strong><strong>E-Waste’</strong> เชิญชวนพาร์ทเนอร์ทั้ง 220 องค์กร ร่วมค้นหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งต่อแนวคิด รณรงค์ การค้นหาขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อฝากให้ ‘อุ่นใจ และ พี่ไปรฯ’ นำไปจัดการอย่างถูกวิธี และพร้อมใจกันสื่อสารผ่าน Social Media เพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ถึงภัยของ E-Waste ช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มผู้ติดตามได้อีกมากกว่า 6 ล้านคน ​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30140 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/6-1.jpg" alt="" width="1200" height="399" /></p>
<p><em>&#8220;ปีนี้ </em><em>AIS </em><em>จะ​​ยกระดับความเข้มข้นในการทำงาน ต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงรับมือกับวิกฤติโลกเดือดที่กำลังสร้างผลกระทบอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อม โดยดึงพลังของ </em><em>Green Partnership </em><em>และศักยภาพของดิจิทัล มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการใช้พลังจากการสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีสู่การ​ทำงานในเชิงนโยบาย และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะมีส่วนสำคัญต่อภารกิจ </em><em>Decarbonization  </em><em>หรือ การมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของแต่ละองค์กร และประเทศ จากการเก็บ </em><em>E-Waste </em><em>เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนได้มหาศาล</em><em>”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/ais-journey-to-zero-e-waste-to-landfill/">‘Journey to Zero E-Waste to Landfill’ เอไอเอส ยกระดับ Hub of E-Waste ผนึก Green Partners จัดแคมเปญ ‘อุ่นใจ ไปรฯ ทั่วไทย ตามล่าหา E-Waste’ เร่งภารกิจ Decarbonization</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
