<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>dtac &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/dtac/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Aug 2022 12:07:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>dtac &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;น้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน&#8217; คำสารภาพจากผู้ก้าวพลาดกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยน้ำพริกออนไลน์สู่โรงเพาะจิ้งหรีดเตรียมส่งออก   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/cricket-farm-and-chilli-paste-former-drug-addict/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Aug 2022 12:07:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Addict]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[Future Food]]></category>
		<category><![CDATA[Insect]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Super Food]]></category>
		<category><![CDATA[ขายออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีแทค]]></category>
		<category><![CDATA[ดีแทคเน็ตทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกจิ้งหรีด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ต้องขัง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มจิ้งหรีด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิบ้านพระพร]]></category>
		<category><![CDATA[ยาบ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เอนก แก้วผา]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งโปรตีนแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[โลกออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13558</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บ้าน” สำหรับใครหลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงที่อยู่อาศัย เอาไว้คลุมหัวยามฝนตก ลมพัด แต่คำว่า “บ้าน” นี้อีกเช่นเดียวกัน สำหรับอีกหลายๆ คน กลับไม่เคยได้สัมผัสกับความหมายของบ้านที่แท้จริง ความอบอุ่น ความเป็นครอบครัว จนกระทั่งเติบใหญ่มากว่าครึ่งชีวิต เช่นเดียวกับ เอนก แก้วผา หรือ เป็ด อายุ 42 ปี เจ้าของน้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน เล่าว่าเขาเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด อาศัยอยู่ที่ชุมชนบางพลัดในกับครอบครัว เขารู้จักกับคำว่ายาเสพติดตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ โดยทำหน้าที่นั่งเป็นเพื่อนกับคนขับรถที่ทำหน้าที่ขนทรายจากท่าบางพลัดไปยังบ่อพักทรายย่านบางบัวทองแลกกับเงินเที่ยวละ 2 บาท ซึ่งระหว่างนั้น เขามักเห็นคนขับรถกิน “ยาขยัน” ซึ่งเอนกในวัยเด็กไม่ได้คิดว่านั่นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เอนกเริ่มเข้าใกล้ยาเสพติดอีกครั้งในฐานะ “ผู้เสพ” เมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ด้วยวัยคึกคะนอง เกิดการปรามาสและกลั่นแกล้งรังแกในกลุ่มเพื่อนกันเอง ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนละคน เริ่มหันมาดมกาว ลักเล็กขโมยน้อย จนพบกับเพื่อนคนหนึ่งที่ทำให้เขาพบกับสิ่งที่เรียกว่า “ยาบ้า” วังวนยาเสพติด เมื่อเข้าสู่ช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เอนกเปลี่ยนบทบาทจากผู้เสพเป็น “ผู้จำหน่าย” โดยขายเล็กๆ น้อยๆ ให้คนในชุมชนแล้วนำส่วนต่างมาซื้อเพื่อเสพต่อ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียน เอนกหันไปทำงานกับพ่อค้ายา โดยทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” จนพัฒนาไปสู่ “เด็กเขี่ยยา” (ทำหน้าที่นำยาจากแท่นผลิตไปตากแห้ง) และท้ายที่สุด กลายเป็นพ่อค้ายาเต็มตัวในวัยเพียง 14 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/cricket-farm-and-chilli-paste-former-drug-addict/">&#8216;น้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน&#8217; คำสารภาพจากผู้ก้าวพลาดกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยน้ำพริกออนไลน์สู่โรงเพาะจิ้งหรีดเตรียมส่งออก   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span lang="th">“บ้าน” สำหรับใครหลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงที่อยู่อาศัย เอาไว้คลุมหัวยามฝนตก ลมพัด แต่คำว่า “บ้าน” นี้อีกเช่นเดียวกัน สำหรับอีกหลายๆ คน กลับไม่เคยได้สัมผัสกับความหมายของบ้านที่แท้จริง ความอบอุ่น ความเป็นครอบครัว จนกระทั่งเติบใหญ่มากว่าครึ่งชีวิต</span><u></u><u></u></p>
<p><u></u> <span id="more-13558"></span><u></u></p>
<p><span lang="th">เช่นเดียวกับ<b> เอนก แก้วผา หรือ เป็ด </b>อายุ </span>42 <span lang="th">ปี<b> </b>เจ้าของน้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน เล่าว่าเขาเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด อาศัยอยู่ที่ชุมชนบางพลัดในกับครอบครัว เขารู้จักกับคำว่ายาเสพติดตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ โดยทำหน้าที่นั่งเป็นเพื่อนกับคนขับรถที่ทำหน้าที่ขนทรายจากท่าบางพลัดไปยังบ่อพักทรายย่านบางบัวทองแลกกับเงินเที่ยวละ 2 บาท ซึ่งระหว่างนั้น เขามักเห็นคนขับรถกิน </span>“<span lang="th">ยาขยัน</span>” <span lang="th">ซึ่งเอนกในวัยเด็กไม่ได้คิดว่านั่นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span lang="th">เอนกเริ่มเข้าใกล้ยาเสพติดอีกครั้งในฐานะ </span>“<span lang="th">ผู้เสพ</span>” <span lang="th">เมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ด้วยวัยคึกคะนอง เกิดการปรามาสและกลั่นแกล้งรังแกในกลุ่มเพื่อนกันเอง ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนละคน เริ่มหันมาดมกาว ลักเล็กขโมยน้อย จนพบกับเพื่อนคนหนึ่งที่ทำให้เขาพบกับสิ่งที่เรียกว่า </span>“<span lang="th">ยาบ้า</span>”<u></u><u></u></p>
<p><b><span lang="th">วังวนยาเสพติด</span></b></p>
<p><b><u></u><u></u></b><span lang="th">เมื่อเข้าสู่ช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เอนกเปลี่ยนบทบาทจากผู้เสพเป็น </span>“<span lang="th">ผู้จำหน่าย</span>” <span lang="th">โดยขายเล็กๆ น้อยๆ ให้คนในชุมชนแล้วนำส่วนต่างมาซื้อเพื่อเสพต่อ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียน เอนกหันไปทำงานกับพ่อค้ายา โดยทำหน้าที่เป็น </span>“<span lang="th">ด่านหน้า</span>” <span lang="th">จนพัฒนาไปสู่ </span>“<span lang="th">เด็กเขี่ยยา</span>” (<span lang="th">ทำหน้าที่นำยาจากแท่นผลิตไปตากแห้ง) และท้ายที่สุด กลายเป็นพ่อค้ายาเต็มตัวในวัยเพียง 14 ปี และวนเวียนอยู่ในวังวนความรุนแรง</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">ชีวิตของเอนกเข้าๆ ออกๆ อยู่ในวังวนยาเสพติดตลอดช่วงชีวิตวัยรุ่น จนล่วงเลยมาถึงปี 2540 ช่วงนั้นยาบ้ามีราคาเพียงเม็ดละ 25 บาท ทำให้เขาหันมาเสพยาชนิดที่เรียกว่างอมแงม คุมตัวเองไม่ได้ และนั่นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตของเอนก โดยถูกศาลจำคุกที่เรือนจำพิเศษธนบุรีเป็นเวลาทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือน</span><u></u><u></u></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13563 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/DTAC5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><u></u> <u></u>“<span lang="th">ความรู้สึกในการเข้าเรือนจำครั้งแรกคือ กลัว ร้องไห้ กินข้าวไม่ลง</span>” <span lang="th">เขาเล่า</span></p>
<p><u></u><span lang="th">เมื่อครบกำหนด เอนกออกมาตั้งต้นชีวิตใหม่ ขายกุยช่าย ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นแคะ แต่ด้วยกิตติศัพท์อันเลื่องชื่อของเขา ทำให้เป็นที่สนใจของคนในวงการนักเลง จนได้รับชักชวนให้เข้าวงการนักเลงอีกครั้งภายใต้คราบ </span>“<span lang="th">นายท่ารถตู้</span>” <span lang="th">หรือคนคุมวินนั่นเอง ช่วงนั้นคนขับรถมีการใช้ยาขยันโดยทั่วไป และนั่นทำให้เขาหวนกลับสู่วังวนยาเสพติดอีกครั้ง</span><u></u><u></u></p>
<p><u></u> <u></u><b><span lang="th">เข้าออกเรือนจำ 6 ครั้ง</span></b><u></u><u></u></p>
<p><span lang="th">ในช่วงนั้น เขาได้รับการยอมรับในสังคม (นักเลง) อย่างสูง ด้วยวีรกรรมอันเลื่องชื่อทั้งขายยาและตีรันฟันแทง ความเท่ยิ่งทำให้เขาเสพหนักมากขึ้น จนร่างกายซูบผอม เป็นที่หมายตาของตำรวจ ภายในระยะเวลา 45 วัน เข้าต้องเข้าคุกเข้าตารางถึง 3 รอบ จนทำให้เขาถูกพิพากษาเข้าเรือนจำเป็นครั้งที่สอง</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u>“<span lang="th">ตั้งแต่เข้าเรือนจำครั้งที่ </span>2<span lang="th"> ผมก็เข้าๆ ออกๆ ถึง </span>5<span lang="th"> ครั้ง ยังไม่รวมถึงการโดนจับประปรายนับไม่ถ้วน ออกจากเรือนจำได้ </span>1<span lang="th"> เดือน ออกมาทำผิดใหม่ เข้าไป </span>2<span lang="th"> ปี ไม่เข็ดแต่เรียกได้ว่าชิน จนได้รับการขนานนามว่า </span>‘<span lang="th">ลูกราชทัณฑ์</span>’ <span lang="th">ของแท้ ไม่มีความเกรงกลัวแล้ว</span>” <span lang="th">เขากล่าว</span><u></u><u></u></p>
<p><u></u> <u></u><span lang="th">ทว่าการเข้าเรือนจำครั้งนี้ของเขาต่างจากครั้งอื่นโดยเฉพาะ 9 เดือนสุดท้ายก่อนครบกำหนดโทษ</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u>“<span lang="th">ช่วงนั้นผมสิ้นหวังมาก ไม่อยากออกจากเรือนจำเลย เพราะไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน อย่างน้อยที่เรือนจำยังมีที่กิน มีที่อยู่ที่นอน แต่ออกไปผมไม่เหลืออะไรแล้ว เงิน ทอง ครอบครัว</span>” <span lang="th">จนมูลนิธิบ้านพระพร องค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือผู้พ้นโทษ ได้เข้าไปอบรมและให้ที่อยู่ติดต่อ และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันกับทุกครั้งที่เขาออกจากเรือนจำ โดดเดี่ยว ไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีบ้าน จนอเนกเลือกที่จะโทรหาบ้านพระพร</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u>“<span lang="th">กินข้าวหรือยัง</span>” <span lang="th">นั่นคือประโยคแรกที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิบ้านพระพรถามเอนก คำถามง่ายๆ แต่กินใจเขามาก เพราะตลอดระยะเวลาที่เข้าออกเรือนจำ เขาไม่เคยได้ยินคำถามนี้จากใครเลย ในทางกลับกัน คนในชุมชนกลับถามว่า </span>“<span lang="th">จะอยู่ที่นี่นานไหม เมื่อไหร่จะเข้าไปอีก</span>” <span lang="th">นั่นทำให้ทุกครั้งที่ออกมา เอนกเลือกที่จะกลับไปหาพ่อค้ายา</span><u></u><u></u></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-13559 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dtac1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><u></u> <u></u><b><span lang="th">มองอนาคตด้วยการแหงนหน้าขึ้น</span></b><u></u><u></u></p>
<p><span lang="th">ในวันนั้นมูลนิธิบ้านพระพรส่งรถมารับเอนกถึงหน้าเรือนจำ แม้ที่มูลนิธิฯ จะไม่ได้ให้เงิน แต่ที่นี่ก็อยู่ได้อย่างสบายใจ มีข้าวกิน มีที่อยู่ มีข้าวของเครื่องใช้จำเป็น มีพี่ๆ น้องๆ เข้ามาทักทาย มีผู้ใหญ่ที่ให้กำลังใจและคำแนะนำ ที่สำคัญคือ </span>“<span lang="th">โอกาส</span>” <span lang="th">ที่มูลนิธิมอบให้กับพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้พ้นโทษต้องการ</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">ระหว่างที่เขาใช้ชีวิตตั้งหลักที่มูลนิธิฯ วันหนึ่ง </span>“<span lang="th">ลูกพี่</span>” <span lang="th">คนเดิมของเอนกตามมาหาเขาถึงที่มูลนิธิฯ พร้อมโน้มน้าวให้เขากลับไป </span>“<span lang="th">ถ้าถามว่าผมลังเลไหม ผมลังเลนะ เพราะผมไม่เคยปฏิเสธผู้ชายคนนี้ ตรงนั้นมีเพียงรางประตูคั่นไว้ แค่เดินก้าวออกไปผมก็ไปได้เลย แต่พอผมนึกถึงสภาพที่ต้องกลับไปที่เรือนจำอีกครั้ง สภาพที่การแข่งขันรุนแรงเพื่อชิงความเป็นใหญ่ สภาพที่อนาคตของผมต้องมองแหงนไปข้างบนเพื่อให้เห็นท้องฟ้า ไม่ใช่มองไปข้างหน้าเหมือนคนที่มีอิสระเสรี ผมไม่อยากกลับไปสภาพเช่นนั้นอีกแล้ว</span>” <span lang="th">อเนกกล่าวพร้อมน้ำตาคลอเบ้า</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เห็นท่าไม่ดีจึงได้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ หลังจากเขามาอยู่ที่มูลนิธิฯ ได้รับการอบรมบุคลิกภาพ การปฏิเสธสิ่งยั่วยุ ได้รู้จักการใช้อิสรภาพอย่างคุ้มค่า ซึ่งไม่ใช่เพียงอิสรภาพทางกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอิสรภาพทางความคิด อิสรภาพที่เลือกใช้ชีวิตเองได้</span><u></u><u></u><u></u> <u></u></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-13562 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dtac4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b><span lang="th">โลกออนไลน์ </span></b><b>= <span lang="th">โอกาสใหม่</span><u></u><u></u></b></p>
<p><span lang="th">นับจากวันแรกที่เข้ามาสู่มูลนิธิฯ จนถึงวันนี้นับเป็นเวลากว่า 3 ปีที่อเนกใช้ชีวิตที่ที่เขาเรียกว่า “บ้าน” โดยทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการทำโรงเพาะจิ้งหรีด ซึ่งทางมูลนิธิเป็นคนริเริ่ม จากเดิมเป็นเพิงธรรมดา เอาไปขายคนงานก่อสร้างได้เพียง 30 บาท สู่การขายแมลงทอด จนปัจจุบัน เขาทำโรงเพาะจิ้งหรีดที่ได้รับมาตรฐาน </span>GAP <span lang="th">และแบรนด์น้ำพริกที่ชื่อว่า </span>‘<span lang="th">น้ำพริกบ้านฉัน</span>’<u></u><u></u></p>
<p><span lang="th">อเนก เล่าเสริมว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จิ้งหรีดกำลังเป็นเทรนด์อาหารทางเลือกและเป็นแหล่งโปรตีนแห่งอนาคต แต่การขายจิ้งหรีดในลักษณะวัตถุดิบอาหารอาจไม่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ จึงต้องมีการแปรรูป ซึ่งน้ำพริกตอบโจทย์ที่สุด ทุกครัวเรือนต้องมีติดบ้าน ยิ่งน้ำพริกจิ้งหรีดถือเป็นสินค้าใหม่ การแข่งขันยังไม่สูงมาก แต่ทำการโปรโมทมากหน่อย</span></p>
<p><u></u><u></u><span lang="th">แต่ด้วยข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ การเช่าแผงขายในรูปแบบเดิมๆ จึงเป็นเรื่องยาก ทางมูลนิธิฯ จึงแนะนำเขาว่าควรโกออนไลน์ด้วยการเปิดเพจ แต่ในระยะแรกก็ยังขายได้กับคนกันเอง จนไปเจอทีมดีแทคเน็ตทำกินที่งาน </span>10 <span lang="th">ปีข้อกำหนดกรุงเทพฯ </span>“<span lang="th">แรกๆ ก็ขายไม่ได้หรอก แต่พอมาเจอกับดีแทคเน็ตทำกิน น้องๆ โค้ชช่วยสอนเทคนิคการขายออนไลน์ต่างๆ เช่น การปักหมุด การถ่ายภาพให้น่าสนใจ การไลฟ์สด การดึงดูดลูกค้า หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนภายนอกเข้ามาสั่งซื้อทางออนไลน์</span>”</p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ท้าทายเขาไปพร้อมๆ กัน นั่นคือ โครงการก่อสร้างอาคารเพาะจิ้งหรีด โดยอเนกต้องทำหน้าที่หาแหล่งทุนโดยทำแผนโน้มน้าวให้ผู้บริจาคเชื่อมั่นในความเป็นไปได้ของโครงการ “ทำไมจิ้งหรีดถึงส่งเสียงร้อง” ผู้ลงทุนถามเอนก จากคำถามนี้ เขาใช้เวลาทุ่มเทศึกษาการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างจริงจังเป็นเวลา </span>3 <span lang="th">เดือนเต็ม จนท้ายที่สุด เขาก็สามารถคว้าเงินทุนมาได้ และก่อสร้างเป็นอาคารเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดสำเร็จ</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">วันนี้ น้ำพริกบ้านฉันแม้จะไม่ได้มียอดขายหวือหวา แต่ก็ไปได้เรื่อยๆ โดยทำยอดขายได้ 100-200 กระปุกต่อเดือน บ้างก็มีคนมาสั่งไปขายต่อ และวันนี้ยอดขายหลักของน้ำพริกบ้านฉันคือช่องทางออนไลน์ที่ได้ ดีแทคเน็ตทำกินมาทำหน้าที่โค้ชช่วยสอน ถามว่าเขาภูมิใจไหมกับเอนกในวันนี้ </span>“<span lang="th">โคตรภูมิใจ</span>” <span lang="th">เสียงสะอื้น พร้อมกล่าวเสริมว่า </span>“<span lang="th">ผมภูมิใจเสมอที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้ ภูมิใจในงานที่ผมทำ</span>”</p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">จากการปฏิเสธลูกพี่ในวันนั้น จนถึงวันนี้ ทุกก้าวเดินมีแรงกดดัน ทั้งการพัฒนาศักยภาพตัวเอง ระบบธุรกิจ มูลนิธิส่งเอนกไปเรียนตามที่ต่างๆ ให้เรียนรู้สร้างแผนธุรกิจ ปัจจุบัน เขามีแผนเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อส่งโรงงาน และเตรียมเพาะจิ้งหรีดเพื่อส่งออกภายใน 3-5 ปีข้างหน้า รวมทั้งรับบทบาทครูสอนอาชีพให้กับคนที่มาเรียนรู้การเพาะจิ้งหรีด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13560 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dtac2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><u></u><u></u><u></u>“<span lang="th">คำว่าโอกาส ได้ทำให้ผมเข้าใจความหมายของคำว่าชีวิตและคุณค่าความเป็นมนุษย์ แนวทางการใช้ชีวิตของผมเปลี่ยนไปสิ้นเชิง จากอยากได้ต้องได้ จากชีวิตที่รู้สึกไร้ค่า วันนี้คนในชุมชนชวนมากินข้าวกัน เพื่อนฝูงชวนมาเจอกัน นี่คือการยอมรับและการมีตัวตนในสังคมใหม่ของผม</span>” <span lang="th">เอนกกล่าวอย่างภาคภูมิ</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/cricket-farm-and-chilli-paste-former-drug-addict/">&#8216;น้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน&#8217; คำสารภาพจากผู้ก้าวพลาดกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยน้ำพริกออนไลน์สู่โรงเพาะจิ้งหรีดเตรียมส่งออก   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ดีแทค”จับมือ “โจนส์สลัด” จัดการ E-Wasteอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/10/dtac-partners-with-jones-salad-to-provide-e-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Oct 2020 13:40:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[iuw;g8b]-pt]]></category>
		<category><![CDATA[Jones’ Salad]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรคอินกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีแทค ‘ทิ้งให้ดี’]]></category>
		<category><![CDATA[ผักปลอดสารพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักออร์แกนิค]]></category>
		<category><![CDATA[อาริยะ คำภิโล]]></category>
		<category><![CDATA[โจนส์สลัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=8281</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตอนนี้ลูกค้าสลัดปลอดสารพิษของโจนส์สลัดสามารถนำซากมือถือ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดกลางและเล็ก รวมไปถึงอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ไปฝากทิ้งที่ถังขยะอิเล็กทรอนิกส์ของดีแทค ‘ทิ้งให้ดี’ ตามร้านโจนส์สลัด สาขาเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์, ร้านโจนส์สลัด สาขาศาลาแดง, และร้านโจนส์สลัด สาขาเซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกจัดประเภทเป็นขยะอันตรายที่มีสัดส่วนสูงถึง 65% จากขยะอันตรายทั้งหมดที่จัดเก็บได้ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการจัดการอย่างถูกวิธีเพียง 13% เท่านั้น ทั้งนี้จากการคาดการณ์ปริมาณซากโทรศัพท์มือถือจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า โทรศัพท์มือถือเป็นซากผลิตภัณฑ์ฯ ที่พบมากที่สุดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2564 คาดว่าจะพบซากขยะโทรศัพท์มือถือจำนวน 13.42 ล้านเครื่อง และอุปกรณ์เล่นภาพ/เสียงขนาดพกพาอีก 3.65 ล้านเครื่อง สำหรับซากมือถือ อุปกรณ์เชื่อมต่อ รวมไปถึง อุปกรณ์ติดตัวประเภทนาฬิกาอัจฉริยะ (smart watch) นับเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นขยะอันตราย สามารถปล่อยสารเคมีอันตราย เช่น สารหนู สารตะกั่ว สารปรอท สารแคทเมียม ฯลฯ ปนเปื้อนในแหล่งน้ำและแหล่งดิน ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งเพาะปลูก จากกรณีศึกษาแหล่งชุมชนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยผู้เชี่ยวชาญของกรมควบคุมมลพิษ และสำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 จ.นครราชศรีมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/10/dtac-partners-with-jones-salad-to-provide-e-waste/">“ดีแทค”จับมือ “โจนส์สลัด” จัดการ E-Wasteอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ตอนนี้ลูกค้าสลัดปลอดสารพิษของโจนส์สลัดสามารถนำซากมือถือ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดกลางและเล็ก รวมไปถึงอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ไปฝากทิ้งที่ถังขยะอิเล็กทรอนิกส์ของดีแทค ‘ทิ้งให้ดี’ ตามร้านโจนส์สลัด สาขาเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์, ร้านโจนส์สลัด สาขาศาลาแดง, และร้านโจนส์สลัด สาขาเซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</span></h4>
<p><span id="more-8281"></span></p>
<p>ขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกจัดประเภทเป็นขยะอันตรายที่มีสัดส่วนสูงถึง 65% จากขยะอันตรายทั้งหมดที่จัดเก็บได้ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการจัดการอย่างถูกวิธีเพียง 13% เท่านั้น ทั้งนี้จากการคาดการณ์ปริมาณซากโทรศัพท์มือถือจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า โทรศัพท์มือถือเป็นซากผลิตภัณฑ์ฯ ที่พบมากที่สุดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2564 คาดว่าจะพบซากขยะโทรศัพท์มือถือจำนวน 13.42 ล้านเครื่อง และอุปกรณ์เล่นภาพ/เสียงขนาดพกพาอีก 3.65 ล้านเครื่อง สำหรับซากมือถือ อุปกรณ์เชื่อมต่อ รวมไปถึง อุปกรณ์ติดตัวประเภทนาฬิกาอัจฉริยะ (smart watch) นับเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นขยะอันตราย สามารถปล่อยสารเคมีอันตราย เช่น สารหนู สารตะกั่ว สารปรอท สารแคทเมียม ฯลฯ ปนเปื้อนในแหล่งน้ำและแหล่งดิน ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งเพาะปลูก</p>
<p>จากกรณีศึกษาแหล่งชุมชนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยผู้เชี่ยวชาญของกรมควบคุมมลพิษ และสำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 จ.นครราชศรีมา เก็บตัวอย่างน้ำผิวดินและตัวอย่างดิน 4 จุด พบสารหนูและตะกั่วเกินค่ามาตรฐานของดินที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัยและเกษตรกรรมจำนวน 1 จุด ที่สาธารณะ (โคกขอนแก่น) ต.บ้านเป้า อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งการปนเปื้อนเหล่านี้ เกิดจากขั้นตอนการคัดแยก รื้อ และถอดชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยการเททิ้งเศษหรือสารอันตรายลงดิน</p>
<figure id="attachment_8282" aria-describedby="caption-attachment-8282" style="width: 516px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8282" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/JS1.jpg" alt="" width="516" height="350" /><figcaption id="caption-attachment-8282" class="wp-caption-text">ชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด มหาชน</figcaption></figure>
<p><strong>อาริยะ คำภิโล กรรมการบริหารและเจ้าของร้านโจนส์สลัด</strong> กล่าวว่า “ความร่วมมือกับดีแทค ‘ทิ้งให้ดี’ ถือเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญและเป็นการแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างโจนส์สลัดและดีแทคที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืน ในแต่ละปี โจนส์สลัดสั่งซื้อผักสลัดปลอดสารพิษมากถึง 700 ตันต่อปี จากเกษตรกรในเครือข่าย ซึ่งเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่ช่วยเพาะปลูก ดูแล และส่งมอบพืชผักมาให้เราปรุงสลัดที่สดใหม่ด้วยความใส่ใจและห่วงใยผู้บริโภค นี่จึงถึงเวลาแล้วที่โจนส์สลัดจะได้ช่วยดูแลแหล่งดินและน้ำที่ใช้เพาะปลูกให้ปลอดจากสารเคมีร้ายแรงปนเปื้อนอันเป็นผลมาจากการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกวิธี ลูกค้าของโจนส์สลัดสามารถนำซากมือถือและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ มาทิ้งที่เราได้ เราจะร่วมกับดีแทคนำไปจัดการและรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้สารเคมีปนเปื้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพผ่านจานอาหารของเรา”</p>
<p>ด้าน<strong> ชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด มหาชน</strong> กล่าวว่า “ดีแทคมีความยินดีและขอขอบคุณที่โจนส์สลัดร่วมกำหนดเป้าหมายไปกับเราในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและเพื่อนร่วมโลก ขยะที่เราจะจัดเก็บร่วมกับโจนส์สลัดจะเป็นสัดส่วนสำคัญจากเป้าหมายที่เราตั้งใจจะจัดเก็บซากมือถือและอุปกรณ์เชื่อมต่อให้ได้รวม 50,000 ชิ้นภายในสิ้นปีนี้ แต่ก็ยังถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดในระบบ ทั้งนี้ การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีความรับผิดชอบถือเป็นเป้าหมายสำคัญตามแผนงานการจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสภาวะอากาศ (Environment Management System and Climate) ของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่ดีแทค นอกจากขยะประเภทซากมือถือและอุปกรณ์เสริมที่ดีแทคจัดเก็บจากลูกค้าและผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8283 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/JS-2.jpg" alt="" width="531" height="531" /></p>
<p>ทั้งนี้ดีแทค ‘ทิ้งให้ดี’ คัดเลือกบริษัทรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานสากล จัดเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านนำมาทิ้งไว้ที่ศูนย์บริการดีแทคสาขาทั่วประเทศ และที่ร้านโจนส์สลัดตามสาขาที่กำหนด โดยกระบวนการเกิดขึ้นเมื่อบริษัทรีไซเคิลได้รับซากขยะอิเล็กทรอนิกส์จะทำการลบข้อมูล และทำลายหน่วยความจำโดยการใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์เพื่อลบข้อมูล 3 รอบ และเขียนข้อมูลทับอีก 1 รอบ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมมั่นใจว่าจะไม่มีข้อมูลของเจ้าของขยะอิเล็กทรอนิกส์รั่วไหลออกไปได้ หลังจากนั้นจะทำการคัดแยกชิ้นส่วนตามประเภทวัสดุ เช่น โลหะ พลาสติก เหล็ก แผงวงจร จากนั้นจะเข้ากระบวนการย่อยสลายเพื่อนำกลับไปเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมใหม่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/10/dtac-partners-with-jones-salad-to-provide-e-waste/">“ดีแทค”จับมือ “โจนส์สลัด” จัดการ E-Wasteอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีแทคเปิดเส้นทางการเดินทาง”ขยะอิเล็กทรอนิกส์”ต้องจัดการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/09/dtac-electronic-waste-tes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Sep 2020 07:52:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[electronic waste]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[TES]]></category>
		<category><![CDATA[zoro waste]]></category>
		<category><![CDATA[การกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีแทค]]></category>
		<category><![CDATA[ถังสีฟ้า ดีแทค]]></category>
		<category><![CDATA[มือถือเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[มือะือเก่าทิ้งที่ไหน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการดีแทค ทิ้งให้ดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=8147</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ในช่วงหลัง ๆ เวลาผู้บริหารของดีแทคไปโรดโชว์ในต่างประเทศ สิ่งที่นักลงทุนสถาบันในต่างประเทศมักจะตั้งคำถามคือเรื่ององค์กรเราทำอะไรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมบ้าง เราทำอะไรที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมไหม เราบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างไร ซึ่งปัจจุบันสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้กับองค์กรคือความมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร ทุกวันนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นแล้ว” อรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว ทั้งนี้อรอุมาได้ขยายความต่อว่าภายใต้นโยบายความยั่งยืนของดีแทคนั้น เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งภารกิจใหญ่โดยเฉพาะขยะอิเลคทรอนิกส์ที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญมากในยุคดิจิตอลเอจ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจหลักของดีแทคด้วยเช่นกัน โดยดีแทคได้ทำการเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทมือถือมาได้ 8 ปีแล้ว และเริ่ทนโยบาย Zero Landfill เมื่อปี 2555 &#160; ทำเอง เก็บเอง นักเลงพอ จากข้อมูลของฝ่ายสื่อสารองค์กรและความยั่งยืนของดีแทคระบุว่าในปี 2562 ดีแทคเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 213,476 ชิ้น แบ่งเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับจากผู้ใช้งานทั่วไป จำนวน 46,221 ชิ้น คิดเป็น 21% และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นจากการการขยายโครงข่าย 167,255 ชิ้น หรือคิดเป็น 79% ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เก็บได้ ทั้งนี้ดีแทคให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในองค์กร เริ่มตั้งแต่สถานที่ที่ใช้เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เสื่อมสภาพ โดยจะต้องเป็นคลังสินค้าที่มีระบบการควบคุมรักษาความปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานอาคารคลังสินค้าของกรมการค้าภายใน และสามารรองรับระบบการจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ของดีแทคได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/09/dtac-electronic-waste-tes/">ดีแทคเปิดเส้นทางการเดินทาง”ขยะอิเล็กทรอนิกส์”ต้องจัดการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">“ในช่วงหลัง ๆ เวลาผู้บริหารของดีแทคไปโรดโชว์ในต่างประเทศ สิ่งที่นักลงทุนสถาบันในต่างประเทศมักจะตั้งคำถามคือเรื่ององค์กรเราทำอะไรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมบ้าง เราทำอะไรที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมไหม เราบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างไร ซึ่งปัจจุบันสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้กับองค์กรคือความมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร ทุกวันนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นแล้ว” อรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว</span></h4>
<p><span id="more-8147"></span><br />
ทั้งนี้อรอุมาได้ขยายความต่อว่าภายใต้นโยบายความยั่งยืนของดีแทคนั้น เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งภารกิจใหญ่โดยเฉพาะขยะอิเลคทรอนิกส์ที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญมากในยุคดิจิตอลเอจ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจหลักของดีแทคด้วยเช่นกัน โดยดีแทคได้ทำการเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทมือถือมาได้ 8 ปีแล้ว และเริ่ทนโยบาย Zero Landfill เมื่อปี 2555</p>
<figure id="attachment_8150" aria-describedby="caption-attachment-8150" style="width: 509px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-8150" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/DTAC-1.jpg" alt="" width="509" height="356" /><figcaption id="caption-attachment-8150" class="wp-caption-text">อรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #993366;">ทำเอง เก็บเอง นักเลงพอ</span></strong></p>
<p>จากข้อมูลของฝ่ายสื่อสารองค์กรและความยั่งยืนของดีแทคระบุว่าในปี 2562 ดีแทคเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 213,476 ชิ้น แบ่งเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับจากผู้ใช้งานทั่วไป จำนวน 46,221 ชิ้น คิดเป็น 21% และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นจากการการขยายโครงข่าย 167,255 ชิ้น หรือคิดเป็น 79% ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เก็บได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8152 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/DTAC-6.jpg" alt="" width="469" height="586" /><br />
ทั้งนี้ดีแทคให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในองค์กร เริ่มตั้งแต่สถานที่ที่ใช้เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เสื่อมสภาพ โดยจะต้องเป็นคลังสินค้าที่มีระบบการควบคุมรักษาความปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานอาคารคลังสินค้าของกรมการค้าภายใน และสามารรองรับระบบการจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ของดีแทคได้ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินกับอุปกรณ์ จะไม่สร้างความเสียหายหรือมลภาวะใดๆ สู่ชุมชนรอบข้าง<br />
สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจากหน่วยงานภายในดีแทค อย่างศูนย์บริการดีแทคและสำนักงาน ส่วนใหญ่เป็นเครื่องโทรศัพท์มือถือสำหรับทดลองใช้ อุปกรณ์เสริมที่ตกรุ่น เป็นต้น ดีแทคจะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบจำนวนและสภาพของอุปกรณ์โดยเฉพาะ หากยังมีสภาพดี ก็จะนำกลับมาใช้ซ้ำในกิจกรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม ส่วนที่เสื่อมสภาพถาวรแล้ว ก็จะเข้ากระบวนการกำจัดและรีไซเคิลต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>ต้องเก็บอย่างรับผิดชอบต่อสังคม</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8151 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/DTAC-2.jpg" alt="" width="564" height="376" /></p>
<p>ส่วนผลการสำรวจพฤติกรรมการจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไม่ใช้งานแล้วของสำนักสิ่งแวดล้อม พบว่า กว่าร้อยละ 50% ของผู้ใช้งานจะเลือกขายซากขยะอิเล็กทรอนิกส์กับผู้รับซื้อของเก่า หรือ รถขายของเก่า ซึ่งมักจะนำขยะไปแยกชิ้นส่วน โดยจะเลือกเฉพาะส่วนที่มีมูลค่าเพื่อนำไปขายต่อได้ และจะกำจัดซากขยะที่เหลือด้วยการทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป ปัญหาสำคัญ คือ การทิ้งซากผลิตภัณฑ์ปะปนกับขยะทั่วไป และการจัดการซากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่อแหล่งน้ำ พื้นดิน และอากาศ</p>
<p>สำหรับการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิสก์ของดีแทคนั้นเริ่มต้นที่กระบวนการจัดหาบริษัทรีไซเคิลตามนโยบายการจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการ ด้วยการประเมินความเสี่ยงด้านต่างๆ อาทิ ธรรมาภิบาล การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ผู้รับกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์จะต้องลงนามในเอกสารว่าด้วยข้อตกลงในการปฏิบัติธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ หรือ Agreement of Responsible Business Conduct และต้องแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการประเภท 106 ออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยระบุประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดหรือรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ และต้องมีใบรับรองมาตรฐาน NIST 800-88R1 ซึ่งเป็นมาตรฐานการกำจัดข้อมูลต่างๆ ที่ยังอาจคงค้างอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันมากที่สุดทั่วโลก</p>
<p>ดีแทคมีหน่วยงานกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Sustainability Management) ทำหน้าที่ตรวจประเมินบริษัทผู้ให้บริการรีไซเคิลเหล่านี้เป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทผู้ให้บริการที่ได้รับคัดเลือกมานี้ยังคงรักษามาตรฐานกระบวนการรีไซเคิล มีการพัฒนาระบบการทำงานและเทคโนโลยีอยู่เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>จากถังสีฟ้า ‘ทิ้งให้ดี’ สู่กระบวนการรีไซเคิล</strong></span></p>
<p>หลังจากผ่านกระบวนการคัดสรรแล้ว ดีแทคจึงเลือกบริษัท TES ผู้นำระดับโลกในเรื่องของการจัดการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาเป็นพันธมิตรในการจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยอรอุมากล่าวว่า “TES เป็นบริษัทที่ทำงานกับเรามานาน โดยเรียกตัวเองว่าเป็น IP Solution ที่บริหารจัดการด้านขยะอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้นจนจบ ประมาณ 96-98 % ที่กำจัดโดยนำไปรีไซเคิล ส่วนที่เหลือคือฝุ่นและปลายทางคือ Zero Landfill”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8149 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/DTAC-3.jpg" alt="" width="505" height="631" /></p>
<p>ดีแทคทำงานร่วมกับเทสมานาน 8 ปี เมื่อเทสรับซากโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมต่างๆ จากโครงการ “ทิ้งให้ดี” มาถึงยังโรงงานแล้ว เทสจะทำการตรวจนับและชั่งน้ำหนัก เพื่อรายงานจำนวนและน้ำหนักและสถานที่รับเพื่อแจ้งให้ดีแทคทราบและยืนยันว่าได้รับอุปกรณ์เป็นที่เรียบร้อย จากนั้นจะนำเข้าพื้นที่จัดเก็บและจะทำการคัดแยกวัสดุตามประเภทหลักๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ หูฟัง สายชาร์ตแบตเตอรี่ พาวเวอร์แบงค์ เป็นต้น</p>
<p>เพื่อนำวัสดุหลักดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการแกะแยก เช่น โทรศัพท์มือถือ หลังการแกะแยกจะทำการบรรจุวัสดุตามแต่ละประเภท วัสดุทั้งหมดจะถูกนำส่งออกไปยังโรงงานของเทสที่สิงคโปร์ เพื่อทำลายหน่วยความจำในเครื่อง และสกัดเป็นโลหะมีค่า ได้แก่ ทองคำ ทองแดง พาราเดี้ยม เหล็ก อลูมิเนียม ลิเทียม และวัสดุประเภทพลาสติก เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าใหม่ต่อไป ทั้งนี้ 96-98% ของขยะทั้งหมดที่ดีแทคเก็บได้สามารถนำเข้าสู่กระบวนกำจัดที่ถูกต้อง และช่วยลดการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือลดคาร์บอนฟุตพรินต์ รวมทั้ง ไม่ทิ้งเศษซากขยะเป็นขยะฝังกลบเลย หรือ Zero Landfill ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8148 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/09/DTAC-4.jpg" alt="" width="540" height="360" /></p>
<p><strong>กรวิภา ชัยประทีป หัวหน้าฝ่ายการขายและการตลาดของTES</strong> กล่าวถึงกระบวนการทำงานในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ว่า “ ปัจจุบันนี้TES รับขยะอิเล็กทรอนิกส์มากำจัดได้ประมาณ 300 ตันต่อเดือน ซึ่งในจำนวนนี้สามารถรีไซเคิลได้เกือบ 100% โดยปลายทางคือส่งไปรีไซเคิลที่สิงคโปร์ และมีบางส่วนเท่านั้นที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น ผงหมึก ซึ่งจะต้องส่งเข้าโรงปูนซีเมนต์อินทรีย์ เพื่อเผาเป็นพลังงานเชื้อเพลิง หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้ว ทางโรงปูนฯจะมีใบรับรองให้TES เพื่อนำไปแสดงให้ลูกค้ารับทราบว่าเราได้กำจัดอย่างมีมาตรฐาน Zero Landfill “</p>
<p>ด้านอรอุมากล่าวสรุปถึงภารกิจในความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความยั่งยืน โดยได้เริ่มดำเนินการจัดเก็บซากขยะโทรศัพท์มือถือเก่ามาตั้งแต่ปี2557 ซึ่งสามารถเก็บขยะมือถือได้ถึง 1,774,338 เครื่อง และล่าสุดได้ริเริ่มโครงการ “ดีแทค ทิ้งให้ดี” ที่เชิญชวนผู้ใช้งานอุปกรณ์สื่อสารที่มีอุปกรณ์สื่อสารที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว และยังเก็บไว้ในบ้าน ให้มาทิ้งที่ศูนย์บริการดีแทคทั้ง 51 แห่งทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้มือถือเห็นถึงความสำคัญของการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/09/dtac-electronic-waste-tes/">ดีแทคเปิดเส้นทางการเดินทาง”ขยะอิเล็กทรอนิกส์”ต้องจัดการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีแทคเปิดโครงการ “ดีแทค ทิ้งให้ดี” ชวนจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/08/dtac-e-waste-campaign-environment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2020 03:14:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[“ทิ้งให้ดี ทิ้งที่ดีแทค”]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[enironment]]></category>
		<category><![CDATA[mobile#มือถือ#ขยะอิเลคทรอนิคส์]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[recycle e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=8000</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซากอุปกรณ์สื่อสาร ประเภทโทรศัพท์มือถือ เป็นส่วนหนึ่งของซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งครองสัดส่วนสูงที่สุดถึง 65 % จากจำนวนขยะอันตรายมีพิษทั้งหมด ทั้งนี้ จากสถิติของหน่วยงาน กรมควบคุมมลพิษแถลงสรุปภาพรวมปี 2561 ระบุว่า มีขยะอันตรายมีพิษได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพียง 13% โดยจำนวนนี้ ได้รวมถึงขยะในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสาร โทรศัพท์มือ อุปกรณ์เชื่อมต่อด้วย ทั้งนี้ดีแทคได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้ใช้งานมือถือพบว่า 7 ใน 10 ครัวเรือนจะเก็บรักษาซากมือถือและอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ใช้งานไม่ได้แล้ว ดีแทคจึงได้เชิญชวนผู้ใช้งานมือถือร่วมเล่น “ทิ้งให้ดี ทิ้งที่ดีแทค” Challenge ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยการนำอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือธรรมดา แท็บเล็ต หูฟัง พาวเวอร์แบงค์ หรืออุปกรณ์ไอที เก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาทิ้งที่ตู้รับขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 51 สาขาทั่วประเทศ พร้อมถ่ายภาพเพื่อโพสต์ข้อความเรื่องเล่าแห่งความทรงจำบนเฟซบุ๊ก เปิดโพสต์เป็นสาธารณะ ติด #ทิ้งให้ดีทิ้งที่ดีแทค และ แท็ก Challenge เพื่อนต่ออีก 3 คน เพื่อมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลการเข้าร่วมกิจกรรมในเดือนสิงหาคม ด้าน ชารัด เมห์โรทา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/08/dtac-e-waste-campaign-environment/">ดีแทคเปิดโครงการ “ดีแทค ทิ้งให้ดี” ชวนจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ซากอุปกรณ์สื่อสาร ประเภทโทรศัพท์มือถือ เป็นส่วนหนึ่งของซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งครองสัดส่วนสูงที่สุดถึง 65 % จากจำนวนขยะอันตรายมีพิษทั้งหมด ทั้งนี้ จากสถิติของหน่วยงาน กรมควบคุมมลพิษแถลงสรุปภาพรวมปี 2561 ระบุว่า มีขยะอันตรายมีพิษได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพียง 13% โดยจำนวนนี้ ได้รวมถึงขยะในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสาร โทรศัพท์มือ อุปกรณ์เชื่อมต่อด้วย </span></h4>
<p><span id="more-8000"></span><br />
ทั้งนี้ดีแทคได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้ใช้งานมือถือพบว่า 7 ใน 10 ครัวเรือนจะเก็บรักษาซากมือถือและอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ใช้งานไม่ได้แล้ว ดีแทคจึงได้เชิญชวนผู้ใช้งานมือถือร่วมเล่น “ทิ้งให้ดี ทิ้งที่ดีแทค” Challenge ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยการนำอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือธรรมดา แท็บเล็ต หูฟัง พาวเวอร์แบงค์ หรืออุปกรณ์ไอที เก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาทิ้งที่ตู้รับขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 51 สาขาทั่วประเทศ พร้อมถ่ายภาพเพื่อโพสต์ข้อความเรื่องเล่าแห่งความทรงจำบนเฟซบุ๊ก เปิดโพสต์เป็นสาธารณะ ติด #ทิ้งให้ดีทิ้งที่ดีแทค และ แท็ก Challenge เพื่อนต่ออีก 3 คน เพื่อมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลการเข้าร่วมกิจกรรมในเดือนสิงหาคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8001 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/DTAC-1.jpg" alt="" width="526" height="329" /></p>
<p>ด้าน<strong> ชารัด เมห์โรทา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่าดีแทคได้เริ่มดำเนินการจัดเก็บซากขยะโทรศัพท์มือถือเก่ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ซี่งจากสถิติที่เก็บได้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า ดีแทคสามารถเก็บขยะมือถือได้ถึง 1,774,338 เครื่อง เข้าสู่ระบบรีไซเคิล ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ 22,330,044 กิโลคาร์บอน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้มากถึง 2,481,116 ต้น</p>
<p>“ดังนั้นเราจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือทุกท่าน ซึ่งรวมถึง ผมและเพื่อนพนักงานดีแทค จะร่วมกันใส่ใจและจัดการกับซากขยะมือถือที่ใช้งานไม่ได้แล้วอย่างถูกวิธี ส่วนตัวผมเองก็มีมือถือเครื่องเก่าที่ซื้อมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 ซึ่งก็ผ่านมาเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้วครับ ซึ่งผมใช้อยู่พักหนึ่ง ก็ส่งต่อให้ลูกสาวเป็นรางวัลของความสำเร็จและผลการเรียนที่ดีของเธอครับ และมันเป็นมือถือเครื่องแรกของเธอ เธอเลยรักมือถือเครื่องนี้มาก ส่วนผมเห็นมือถือเครื่องนี้ทีไร ก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาวทุกครั้ง ผมก็เหมือน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8002 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/DTAC-2.jpg" alt="" width="561" height="333" /></p>
<p>ผู้ปกครองหลาย ๆ ท่าน ที่ต้องการสร้างแรงจูงใจให้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ดังนั้น คำที่ผมมักจะบอกกับลูกสาวอยู่ตลอด คือ หากอยากได้มือถือใหม่ ให้ใช้ผลการเรียนที่ดีมาแลก (Keep on performance! Keep on getting a new phone!) เรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ผมขอเก็บไว้ แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ผมต้อง “ทิ้งให้ดี” ผมจึงเดินลงไปที่ศูนย์บริการดีแทค สาขาจามจุรีสแควร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ดีแทค เฮาส์ด้วย และมีถังรับขยะมือถืออิเล็กทรอนิกส์รอรับอยู่ ผมขอเชิญชวนทุกท่าน ไม่ว่าท่านจะเป็นลูกค้าของค่ายใด หันมาใส่ใจรักษ์สิ่งแวดล้อมและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติกันให้มากขึ้นครับ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8003 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/DTAC-3.jpg" alt="" width="497" height="621" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/08/dtac-e-waste-campaign-environment/">ดีแทคเปิดโครงการ “ดีแทค ทิ้งให้ดี” ชวนจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีแทคสุด COOL! ดึง “หมู อาซาว่า” ออกแบบยูนิฟอร์มใหม่เน้นเนื้อผ้ารักษ์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/08/dtac-new-unifom-asava-designer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Aug 2019 09:16:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[10 ปี หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์.ซีพี.ธนินท์ เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ดีแทคออกแบบยูนิฟอร์มใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[พลพัฒน์ อัศวะประภา]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=6233</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีแทคเปลี่ยนลุคยูนิฟอร์มใหม่ ดึง “หมู อาซสว่า” ดีไซเนอร์ขั้นเทพของเมืองไทยมาช่วยออกแบบ คอลเลคชั่น “dtac Exclusive Collection Uniform by Asava” ภายใต้หัวใจหลัก 3 ข้อ Simple and Human , Digital, Playful และเพิ่มนวัตกรรม Cool Mode ผ้าอนุรักษ์โลก ตอกย้ำองค์กรความยั่งยืน เมื่อก่อนหลาย ๆ องค์กรจัดทำชุดยูนิฟอร์มเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันและเกิดความภาคภูมิใจในองค์กรของตัวเอง แต่ปัจจุบัน “ยูนิฟอร์ม” กลายเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร ซึ่งจะส่งผลโดยตรงมาถึงแบรนด์ด้วย หมู อาซาว่า หรือ พลพัฒน์ อัศวะประภา แฟชั่นดีไซเนอร์ระดับท็อปของเมืองไทย และเป็นดีไซเนอร์แถวหน้าที่รับงานออกแบบยูนิฟอร์มมากที่สุดของเมืองไทย ล่าสุดได้รับความไว้วางใจจากดีแทคให้ออกแบบยูนิฟอร์มใหม่ให้กับพนักงานในคอลเล็คชั่นล่าสุด “dtac Exclusive Collection Uniform by Asava” “ เป็นงานท้าทายมาก เพราะจะทำอย่างไรให้แฟชั่นเข้าถึงได้และดูสนุก ดูเป็นมิตร ขณะเดียวกันทุกคนในองค์กรใส่แล้วต้องมีความสุขกับคอลเลคชั่นนี้ด้วย นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ามารับบริการต้องสามารถสัมผัสได้กับการเปลี่ยนแปลงลุคในครั้งนี้” หมู อาซาว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/08/dtac-new-unifom-asava-designer/">ดีแทคสุด COOL! ดึง “หมู อาซาว่า” ออกแบบยูนิฟอร์มใหม่เน้นเนื้อผ้ารักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ดีแทคเปลี่ยนลุคยูนิฟอร์มใหม่ ดึง “หมู อาซสว่า” ดีไซเนอร์ขั้นเทพของเมืองไทยมาช่วยออกแบบ คอลเลคชั่น “dtac Exclusive Collection Uniform by Asava” ภายใต้หัวใจหลัก 3 ข้อ Simple and Human , Digital, Playful และเพิ่มนวัตกรรม Cool Mode ผ้าอนุรักษ์โลก ตอกย้ำองค์กรความยั่งยืน </span></h4>
<p><span id="more-6233"></span></p>
<p>เมื่อก่อนหลาย ๆ องค์กรจัดทำชุดยูนิฟอร์มเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันและเกิดความภาคภูมิใจในองค์กรของตัวเอง แต่ปัจจุบัน <strong>“ยูนิฟอร์ม”</strong> กลายเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร ซึ่งจะส่งผลโดยตรงมาถึงแบรนด์ด้วย</p>
<p><strong>หมู อาซาว่า</strong> หรือ <strong>พลพัฒน์ อัศวะประภา</strong> แฟชั่นดีไซเนอร์ระดับท็อปของเมืองไทย และเป็นดีไซเนอร์แถวหน้าที่รับงานออกแบบยูนิฟอร์มมากที่สุดของเมืองไทย ล่าสุดได้รับความไว้วางใจจากดีแทคให้ออกแบบยูนิฟอร์มใหม่ให้กับพนักงานใน<strong>คอลเล็คชั่นล่าสุด “dtac Exclusive Collection Uniform by Asava”</strong></p>
<p>“ เป็นงานท้าทายมาก เพราะจะทำอย่างไรให้แฟชั่นเข้าถึงได้และดูสนุก ดูเป็นมิตร ขณะเดียวกันทุกคนในองค์กรใส่แล้วต้องมีความสุขกับคอลเลคชั่นนี้ด้วย นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ามารับบริการต้องสามารถสัมผัสได้กับการเปลี่ยนแปลงลุคในครั้งนี้” หมู อาซาว่า กล่าว<br />
โดยดีแทคให้โจทย์ที่เป็นหัวใจหลักของการดีไซน์ให้ครอบคลุม 3 เรื่องคือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-6234 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/DTAC-1.jpg" alt="" width="627" height="429" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1. Simple and Human</strong> ความจริงใจ ตรงไปตรงมา และเข้าใจง่าย เพราะฉะนั้นคอลเลคชั่นนี้จึงออกแบบมาให้ดูเข้าถึงง่ายด้วยรูปแบบเสื้อผ้าในสไตล์แคชชวลที่โดดเด่นด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถัน ในสไตล์ที่ดูไม่ไกลตัว ดูจริงใจและเป็นมิตร</p>
<p><strong>2. Digital</strong> หรือความไฮบริค คือการผสมผสานทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างลงตัว เมื่อเราพูดถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร ย่อมต้องพูดถึงเรื่องของความฉับไวและความกระฉับกระเฉง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแฝงไว้ด้วยงานดีไซน์ในทุกๆองค์ประกอบ</p>
<p><strong>3. Playful</strong> การดีไซน์ที่ตอบโจทย์ คำว่า Playful หรือ ความสดใส ความสนุก เสื้อผ้าทุกชิ้นสามารถใส่สลับสับเปลี่ยนกันได้หมด และอีกหนึ่งความพิเศษของคอลเล็คชั่นนี้คือ การผลิตกางเกงยีนส์ ถือเป็นองค์กรแห่งแรกๆ ในเมืองไทยที่เราผลิตให้โดยเฉพาะ ต้องยอมรับว่ายีนส์คือวัฒนธรรมของคนยุคนี้</p>
<p>การดีไซน์เริ่มต้นจากการวางโครงสีที่เป็นสีหลักขององค์กรนำมาปรับให้มีลุคที่สดใสและสนุกสนาน ไปจนถึงโครงเสื้อ ที่นำเสื้อเบสิคแจ๊คเกตยีนส์มาปรับให้มีความแฟชั่นขึ้นด้วยการเปลี่ยนเนื้อผ้า อีกทั้งทรงของกางเกงที่นำเอาความเป็นสปอร์ตแวร์เข้ามาผสมผสานให้มีความกระฉับกระเฉง ซึ่งภาพรวมทั้งหมดเพื่อต้องการให้ออกมาดูมีความน่าเชื่อถือ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสนุกสนานควบคู่ไปด้วย<br />
จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้จึงถูกจัดวางมาให้ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถใส่สลับกันไปมาได้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยคอลเลคชั่นนี้ได้มีการผสมผสานในเรื่องของสี ลวดลาย โดยเฉพาะเสื้อเชิ้ตผู้ชายที่มีการเลือกใช้สิ่งที่คนคุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่างลายทาง ทั้งลายเล็กลายใหญ่เข้าไว้ด้วยกันเกิดเป็นลวดลายใหม่ที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-6235 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/08/DTAC-2.jpg" alt="" width="574" height="380" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เนื่องจากดีแทคเป็นองค์กรที่ใส่ใจในเรื่องSustainableด้วย ดังนั้นโจทย์อีกข้อสำหรับคอลเลคชั่นนี้ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่งานดีไซน์เท่านั้น แต่ยังคัดสรรไปจนถึงเนื้อผ้าที่มานำมาตัดเย็บ ซึ่งใช้ผ้าที่ทอขึ้นมาเองทั้งหมดด้วยนวัตกรรม Cool Mode เป็นผ้าที่มีคุณสมบัติเวลาอยู่ในอากาศหนาวหรืออยู่ในห้องแอร์จะช่วยปกป้องให้อบอุ่น และช่วยระบายความร้อนได้ดี และยังเป็นผ้าทอเบอร์ 5 ที่ประหยัดพลังงานความร้อนในการรีด จนได้รับสองรางวัลจากกระทรวงอุตสาหกรรม</p>
<p>ทางด้าน <strong>อรรคพงศ์ ลินพิศาล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารลูกค้า และช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> บอกเล่าถึงยูนิฟอร์มคอลเล็คชั่นล่าสุดว่า ชุดยูนิฟอร์มพนักงานหน้าร้านทั้งศูนย์บริการดีแทค และ ดีแทคเซ็นเตอร์ เป็นการแสดงถึงคาแร็คเตอร์ ที่เปรียบเสมือนกับ “หน้าตา” ของแบรนด์ดีแทค ที่ตั้งใจให้ความสำคัญกับลูกค้า และพร้อมที่จะให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด ด้วยความ เรียบง่าย จริงใจ เป็นมิตร สนุกสนาน และตรงไปตรงมา</p>
<p>ปกติลูกค้าจะใช้เวลาในศูนย์บริการดีแทคเฉลี่ยคนละประมาณ 10-15 นาที พนักงานต้องสื่อสารกับลูกค้าให้ถูกต้องและชัดเจน ให้บริการลูกค้าได้อย่างราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา รวมถึงการดูแลลูกค้าในอนาคต เป็นการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าประทับใจ นอกจากนี้ ดีแทคยังใส่ใจในทุกองค์ประกอบในการส่งมอบบริการไปให้ลูกค้า รวมถึงบรรยากาศและการตกแต่งของร้านดูเรียบและเข้าใจได้ง่าย และมีความล้ำสมัยน่าเชื่อถือ สถานที่ตั้งของร้านที่ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนและห้างสรรพสินค้าที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายสะดวกสบาย</p>
<p><strong>สำหรับชุดยูนิฟอร์มพนักงานครั้งนี้มีทั้งหมด 8 ดีไซน์โดยพนักงานร้านดีแทค ช็อปจะเปลี่ยนมาสวมใส่ยูนิฟอร์มนี้พร้อมกัน 420 สาขาทั่วประเทศ</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/08/dtac-new-unifom-asava-designer/">ดีแทคสุด COOL! ดึง “หมู อาซาว่า” ออกแบบยูนิฟอร์มใหม่เน้นเนื้อผ้ารักษ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่ตกเทรนด์การศึกษา : เรียนตามทักษะ เป้าหมาย &#038; ปรับตัวตลอดชีวิต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/03/education-disruption-conference-and-hackathon-2018-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Mar 2018 05:51:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Disruption]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[EdTech Startup]]></category>
		<category><![CDATA[Education Disruption Conference and Hackathon 2018]]></category>
		<category><![CDATA[EducationDisruptionConferenceandHackathon2018]]></category>
		<category><![CDATA[Globlish]]></category>
		<category><![CDATA[Learn Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Michael Staton]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Senseino]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กระทิง พูนผล]]></category>
		<category><![CDATA[ขัตติยา อินทรวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=2122</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2573 คาดการณ์ว่า 47 % การจ้างงานกำลังจะหายไป และกว่า90% ของตำแหน่งงานแบบเดิม ๆ กำลังจะถูก Disrupt  เช่นเดียวกับการศึกษาไทยก็ต้องเปลี่ยน  จะถูกเปลี่ยนโฉมไปแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ อดีตการศึกษาถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์โลกอุตสาหกรรม  จากนี้ไปการจ้างงานแบบชั่วชีวิตไม่มีอีกต่อไป เหลือเพียงการเรียนรู้ และปรับตัวตลอดชีวิต  รูปแบบโลกการศึกษาในอนาคตต้องเรียนตามทักษะ ตามเป้าหมาย และสามารถปรับตัวเข้ากับยุคของการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเพื่อช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกับวงการการศึกษาไทย กระทิง พูนผล Founder ของ Disrupt กล่าวว่า &#8220;ประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาแบบก้าวกระโดดเพื่อให้ปรับตัวทันยุค Digital Disruption และก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง งาน Conference และHackathon ครั้งนี้จะนำแนวคิดใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมใหม่ๆ และ EdTech startups ใหม่ๆมาร่วมจุดประกายการเปลี่ยนแปลง การศึกษาเหมือนที่ Disrupt เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่วงการ startupsตั้งแต่ 2012&#8221; ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงการเข้าร่วมงานครั้งนี้ว่า &#8221; ธนาคารมีความใส่ใจในการศึกษาและการเข้าไปมีบทบาทในการสร้าง talents ให้กับประเทศ มานาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการล่าสุดที่ธนาคารกสิกรไทย เข้าไปร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการสร้าง CU Innovation District หรือการ re-skill พนักงานของ ธนาคารเองให้ปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี  ธนาคารกสิกรไทยจึงมีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมในการจัดงาน conference ครั้งนี้&#8221;   สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า &#8220;ในยุคที่ทุกอย่างในโลกกำลังถูกDisrupt ทุกคนต้องปรับตัว และพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลัง เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การศึกษาถือเป็นรากฐานที่จะเตรียมคนรุ่นใหม่ของไทยให้พร้อมเป็นพลังที่จะขับเคลื่อน เศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เกิดความยั่งยืน กลุ่มธุรกิจ TCP ร่วมเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ โดยมุ่งหวังให้เกิดการมีส่วนร่วม เพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมด้านการศึกษา อย่างเป็นรูปธรรม เพราะการศึกษาที่เท่าทันโลกเท่านั้น จึงจะสร้างคนที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในยุค Disruptive World นี้&#8221; สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/education-disruption-conference-and-hackathon-2018-1/">ไม่ตกเทรนด์การศึกษา : เรียนตามทักษะ เป้าหมาย &#038; ปรับตัวตลอดชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>ปี 2573 คาดการณ์ว่า 47 % การจ้างงานกำลังจะหายไป และกว่า90% ของตำแหน่งงานแบบเดิม ๆ กำลังจะถูก Disrupt  เช่นเดียวกับการศึกษาไทยก็ต้องเปลี่ยน  จะถูกเปลี่ยนโฉมไปแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ</h4>
<p><span id="more-2122"></span></p>
<p>อดีตการศึกษาถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์โลกอุตสาหกรรม  จากนี้ไปการจ้างงานแบบชั่วชีวิตไม่มีอีกต่อไป เหลือเพียงการเรียนรู้ และปรับตัวตลอดชีวิต  รูปแบบโลกการศึกษาในอนาคตต้องเรียนตามทักษะ ตามเป้าหมาย และสามารถปรับตัวเข้ากับยุคของการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเพื่อช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกับวงการการศึกษาไทย</p>
<p><strong>กระทิง พูนผล</strong> Founder ของ Disrupt กล่าวว่า <em>&#8220;ประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาแบบก้าวกระโดดเพื่อให้ปรับตัวทันยุค Digital Disruption และก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง งาน Conference และHackathon ครั้งนี้จะนำแนวคิดใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมใหม่ๆ และ EdTech startups ใหม่ๆมาร่วมจุดประกายการเปลี่ยนแปลง การศึกษาเหมือนที่ Disrupt เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่วงการ startupsตั้งแต่ 2012&#8221;</em></p>
<p><strong>ขัตติยา อินทรวิชัย</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงการเข้าร่วมงานครั้งนี้ว่า <em>&#8221; ธนาคารมีความใส่ใจในการศึกษาและการเข้าไปมีบทบาทในการสร้าง talents ให้กับประเทศ มานาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการล่าสุดที่ธนาคารกสิกรไทย เข้าไปร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการสร้าง CU Innovation District หรือการ re-skill พนักงานของ ธนาคารเองให้ปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี  ธนาคารกสิกรไทยจึงมีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมในการจัดงาน conference ครั้งนี้&#8221;  </em></p>
<p><strong>สราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า <em>&#8220;ในยุคที่ทุกอย่างในโลกกำลังถูกDisrupt ทุกคนต้องปรับตัว และพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลัง เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การศึกษาถือเป็นรากฐานที่จะเตรียมคนรุ่นใหม่ของไทยให้พร้อมเป็นพลังที่จะขับเคลื่อน เศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เกิดความยั่งยืน กลุ่มธุรกิจ TCP ร่วมเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ โดยมุ่งหวังให้เกิดการมีส่วนร่วม เพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมด้านการศึกษา อย่างเป็นรูปธรรม เพราะการศึกษาที่เท่าทันโลกเท่านั้น จึงจะสร้างคนที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในยุค Disruptive World นี้&#8221;</em></p>
<p><strong>สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ </strong>กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า <em>&#8220;ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทางดีแทค แอคเซอเลอเรท สนับสนุนและร่วมลงทุนในสตาร์ตอัพทางด้านการศึกษาหรือที่เราเรียกว่า EdTech Startup อยู่หลายบริษัทด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Globlish และ Senseino ที่ใช้เทคโนโลยีสร้าง แพลตฟอร์มให้คนไทยได้เข้าถึงการเรียนรู้ภาษาอื่นๆได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการร่วมสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ EdTechสตาร์ตอัพ เข้ามาช่วยกันพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย ให้มีหลากหลายมิติสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้มากยิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<p>ไฮไลต์ของงาน <strong>Education Disruption Conference and Hackathon 2018</strong> คือการเชิญ Speaker ระดับโลกมาช่วยจุดประกายความคิด อาทิ  <strong>Michael Staton</strong> หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกด้านการศึกษา และผู้จัดการ<strong>กองทุน Learn Capital</strong> กองทุน VC เบอร์ 1 ของโลกที่ลงทุนกับ EdTech Startups ด้วยเงินลงทุนกว่าหมื่นล้านบาท ที่จะมาแชร์ในหัวข้อ<strong> Future of Education</strong> การศึกษาแห่งโลกอนาคตและการปฎิวัติการศึกษาเพื่อตอบโจทย์ในโลกยุค Digital Disruption</p>
<p>งาน Education Disruption Conference จะจัดขึ้นในวันศุกร์ ที่ 30 มีนาคม 2561 เวลา9.00 – 18.00 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น7 สยามสแควร์วันบุคคลทั่วไป ลงทะเบียนฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามรายละเอียดที่ <a href="https://www.disruptignite.com/conference" target="_blank" rel="noopener">www.disruptignite.com/conference</a></p>
<p>ส่วนงาน Edtech Hackathon จัดขึ้นในวันที่ 31 มี.ค. และ 1 เม.ย.2561 ที่ ดีแทคเฮ้าส์ จามจุรีสแควร์  สำหรับ Startup และ Education Social Enterprise หรือบุคคลทั่วไปที่มีทีมงานและความมุ่งมั่นอยากทำเทคโนโลยีทางด้านการศึกษา สมัครฟรี !! ทีมละไม่เกิน 5 ท่าน พร้อมได้รับสิทธิการ Mentorอย่างใกล้ชิดจากกูรู และ Mentor ระดับโลก และระดับประเทศ ผู้ชนะที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท ดูรายละเอียดที่ ที่  <a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdNVMnMhi6SDYFpJxSJwPjo5ghjUaNCC7beQ50sIxQbKJUNvQ/viewform" target="_blank" rel="noopener">https://goo.gl/forms/CSCIIJI79NpQ1pEy1</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/education-disruption-conference-and-hackathon-2018-1/">ไม่ตกเทรนด์การศึกษา : เรียนตามทักษะ เป้าหมาย &#038; ปรับตัวตลอดชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำได้ ! อยากเป็นเกษตรรายย่อย แบบ dtac Smart Farmer</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/12/dtac-smart-farmer-csv-sdgs-10/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Dec 2017 04:24:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[Lars Norling]]></category>
		<category><![CDATA[Petter Furberg]]></category>
		<category><![CDATA[SDG10]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Telenor Group]]></category>
		<category><![CDATA[อรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=1009</guid>

					<description><![CDATA[<p>dtac&#38;Telenor Group จัดให้ใช้เน็ตเสริมศักยภาพ ตามกรอบ SDGs ข้อที่ 10 ตั้งเป้าลดความเหลื่อมล้ำเชิงรายได้ เลุยทำตลาดเทคโนโลยีการเกษตรปีหน้าผ่านโมเดล CSV การเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนระหว่างภาครัฐ-ประชาสังคม- หน่วยงานอิสระ หวังขับเคลื่อนงานพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ต่อยอดศักยภาพอินเทอร์เน็ต-เทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการ“สร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจและสังคม” (Creating Shared Value: CSV) เพตเตอร์ เฟอร์เบิร์ก รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป กลุ่มตลาดเกิดใหม่ กล่าวว่า การลดความเหลื่อมล้ำถือเป็นวาระสำคัญของโลกที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และหน่วยงานอิสระ สำหรับเทเลนอร์ ในฐานะนักลงทุนเล็งเห็นถึงความสามารถและความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทั้งมิติทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมต้องการสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวาระดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทั้งภาคราชการและเอกชนในภูมิภาคเอเชีย “เราในฐานะผู้ให้บริการด้านการสื่อสารและบริการดิจิทัล เราเห็นศักยภาพของเราในการช่วยเหลือสังคมในการลดความเหลื่อมล้ำโดยพิจารณาจากขนาดของธุรกิจ ประกอบกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นปัจจัยลดความล้ำเหลื่อมล้ำที่สำคัญด้วยการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการ ยกระดับมาตรฐานความรับผิดชอบทางธุรกิจให้เทียบเท่ากับแนวปฏิบัติสากล มีการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ใช้บริการดิจิทัลที่มีในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม”  &#160; จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เทเลนอร์กรุ๊ป ได้ตั้งเป้าพันธกิจในการลดความเหลื่อมล้ำผ่านกลยุทธ์ต่างๆ ภายในปี 2563 ดังนี้ •        มีข้อตกลงในการสร้างสภาพแวดล้อมของโลกอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน •        จับมือกับพันธมิตรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ •        ลดความเหลื่อมล้ำผ่านการจ้างงานท้องถิ่น ทั้งรูปแบบพนักงานประจำและซัพพลายเออร์ •        พัฒนาสภาวะการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ปลอดภัย ผ่านระบบตรวจสอบซัพพลายเชน สำหรับงานระดมความคิดเห็น “ผนึกพลังลดความเหลื่อมล้ำ : บทบาทของภาคธุรกิจต่อการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน”  (Partnering for Reduced [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/dtac-smart-farmer-csv-sdgs-10/">ทำได้ ! อยากเป็นเกษตรรายย่อย แบบ dtac Smart Farmer</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>dtac&amp;Telenor Group จัดให้ใช้เน็ตเสริมศักยภาพ ตามกรอบ SDGs ข้อที่ 10 ตั้งเป้าลดความเหลื่อมล้ำเชิงรายได้ เลุยทำตลาดเทคโนโลยีการเกษตรปีหน้าผ่านโมเดล CSV</strong></p>
<p><span id="more-1009"></span></p>
<p>การเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนระหว่างภาครัฐ-ประชาสังคม- หน่วยงานอิสระ หวังขับเคลื่อนงานพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ต่อยอดศักยภาพอินเทอร์เน็ต-เทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการ“สร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจและสังคม” (Creating Shared Value: CSV)</p>
<p><strong>เพตเตอร์ เฟอร์เบิร์ก</strong> รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป กลุ่มตลาดเกิดใหม่ กล่าวว่า การลดความเหลื่อมล้ำถือเป็นวาระสำคัญของโลกที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และหน่วยงานอิสระ สำหรับเทเลนอร์ ในฐานะนักลงทุนเล็งเห็นถึงความสามารถและความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทั้งมิติทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมต้องการสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวาระดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทั้งภาคราชการและเอกชนในภูมิภาคเอเชีย</p>
<p><em>“เราในฐานะผู้ให้บริการด้านการสื่อสารและบริการดิจิทัล เราเห็นศักยภาพของเราในการช่วยเหลือสังคมในการลดความเหลื่อมล้ำโดยพิจารณาจากขนาดของธุรกิจ ประกอบกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นปัจจัยลดความล้ำเหลื่อมล้ำที่สำคัญด้วยการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการ ยกระดับมาตรฐานความรับผิดชอบทางธุรกิจให้เทียบเท่ากับแนวปฏิบัติสากล มีการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ใช้บริการดิจิทัลที่มีในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม” </em></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_1016" aria-describedby="caption-attachment-1016" style="width: 501px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1016 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/SDThaialnddtac-SDGs.002.jpg" alt="" width="501" height="272" /><figcaption id="caption-attachment-1016" class="wp-caption-text">เป้าหมายของ Telenor Group &amp; dtac บางส่วนในการลดความเหลื่อมล้ำ ภายในปี 2563 โดยการเลือกใช้โมเดล CSV</figcaption></figure>
<p>จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เทเลนอร์กรุ๊ป ได้ตั้งเป้าพันธกิจในการลดความเหลื่อมล้ำผ่านกลยุทธ์ต่างๆ ภายในปี 2563 ดังนี้</p>
<p><strong>•        มีข้อตกลงในการสร้างสภาพแวดล้อมของโลกอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน</strong><br />
<strong>•        จับมือกับพันธมิตรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ</strong><br />
<strong>•        ลดความเหลื่อมล้ำผ่านการจ้างงานท้องถิ่น ทั้งรูปแบบพนักงานประจำและซัพพลายเออร์</strong><br />
<strong>•        พัฒนาสภาวะการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ปลอดภัย ผ่านระบบตรวจสอบซัพพลายเชน</strong></p>
<p>สำหรับงานระดมความคิดเห็น<strong> “ผนึกพลังลดความเหลื่อมล้ำ : บทบาทของภาคธุรกิจต่อการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน”  (Partnering for Reduced Inequalities: How Business Can Contribute to the SDGs)</strong> ถือเป็นนิมิตหมายในการจับมือกับพันธมิตรทั้งภาคราชการ เอกชน ตลอดจนประชาสังคมในการลดความเหลื่อมล้ำตามเป้าประสงค์การพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ UN SDGs ข้อที่ 10</p>
<p><strong>ลาร์ส นอร์ลิ่ง</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า อินเทอร์เน็ตถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำเชิงรายได้ ขจัดความยากจน การศึกษาที่ดีขึ้น ตลอดจนสุขอนามัยและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้คนเข้าถึงทรัพยากรได้ดีขึ้นโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น วรรณะ ทั้งยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างโซลูชั่นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ในปัจจุบัน ซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในภาคการเกษตรของไทย ที่มีประชากรอยู่ในภาคเกษตรถึง 33% แต่กลับสร้างรายได้ให้ประเทศเพียง 10% ของจีดีพี แสดงถึงประสิทธิภาพแรงงานในภาคการเกษตร</p>
<p>ดีแทค ในฐานะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและดิจิทัล ได้นำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำผ่านโครงการ dtac Smart Farmer เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล (Digital Divide) โดยพัฒนาใน 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงบริการและเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะดิจิทัล และความร่วมมือพหุภาคี ซึ่งจ<strong>ากข้อมูลของ World Economic Forum ระบุว่า การเข้าถึงเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเพียง 10% ของประชากรสามารถเพิ่มจีดีพีต่อหัว (GDP per Capita) ได้ถึง 1.2%</strong></p>
<p><em>“ดีแทคมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการช่วยสังคมลดความเหลื่อมล้ำผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของดีแทค Empower Societies” </em></p>
<p><strong>อรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของดีแทค จะก้าวสู่กลยุทธ์ <strong>“สร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจกับสังคม” (Creating Shared Value: CSV)</strong> ซึ่งเป็นการพัฒนาเชิงสังคมในวิถีของการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจผ่านแนวคิดทุนนิยม กล่าวคือ การสร้างคุณค่าร่วมต้องผนวกเข้ากับความสามารถในการแสวงหากำไร และการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันขององค์กร โดยใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญหลักของกิจการในการสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและสังคมไปพร้อมกัน</p>
<figure id="attachment_1014" aria-describedby="caption-attachment-1014" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1014 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/SD-Thailand-dtac-SDGs-1.jpg" alt="" width="500" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-1014" class="wp-caption-text">บรรยากาศเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของภาคเอกชน ภาครัฐ-ประชาสังคม- หน่วยงานอิสระ มีแนวทางเห็นสอดคล้องที่ภาคเอกชนรายใหญ่จะเป็นผู้ผลักดันภาคเกษตรกรรายย่อย ซึ่งการใช้เทคโนฯอย่าง IoT นอกจากจะมีความแม่นยำในระบบที่เกี่ยวข้องกับแปลงเกษตรแล้ว ระบบที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายยังช่วยให้บริหารงาน และทำงานอย่างอื่นได้พร้อมๆ กัน ด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมาก</figcaption></figure>
<p>สำหรับโครงการ <strong>dtac Smart Famer </strong>หลังจากดำเนินการวิจัยนำร่องภายใต้โครงการ <strong>“ดีแทคฟาร์มแม่นยำ</strong>” โดยร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร และเนคเทค- สวทช. ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านม ขณะนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงสรุปผลการวิจัย และคาดว่าอุปกรณ์ IoT สำหรับเกษตรในโรงเรือน เพื่อใช้วัดปัจจัยเพาะปลูกพืช จะสามารถทำตลาดเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงกลางปี 2561 ซึ่งจะถือเป็น CSVที่เป็นรูปธรรมโครงการแรกของดีแทค</p>
<p><strong>หากกลับมามองเม็ดเงินของโมเดล CSV รายงานของ Business Commission ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า ธุรกิจภายใต้รูปแบบ CSV ส่วนใหญ่จะมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน ซึ่งโอกาสทางธุรกิจทั่วโลกนี้มีมูลค่าถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนอกจากจะสร้างโอกาสทางธุรกิจแล้ว ยังก่อให้เกิดประสิทธิภาพทางธุรกิจ และนวัตกรรมมากขึ้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/12/dtac-smart-farmer-csv-sdgs-10/">ทำได้ ! อยากเป็นเกษตรรายย่อย แบบ dtac Smart Farmer</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
