<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EDC Plus &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/edc-plus/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 18 May 2026 08:18:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>EDC Plus &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ETDA ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/etda-digital-empathy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 May 2026 08:18:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Wellbeing]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Empathy]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[EDC Plus]]></category>
		<category><![CDATA[EDC Trainer]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Social Media]]></category>
		<category><![CDATA[ความเห็นอกเห็นใจบนโลกดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[มารยาททางอินเทอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[โซเชียลมีเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41864</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลองจินตนาการดูว่า หากเดินสวนกับคนแปลกหน้าบนถนน เราคงไม่เดินเข้าไปตะโกนหรือวิจารณ์รูปร่างหน้าตาของเขาต่อหน้าผู้คนมากมาย เพราะเราต่างเติบโตมากับการสอนมารยาทพื้นฐาน เช่น ไม่พูดจาทำร้ายใครต่อหน้า ไม่ล้อเลียนเรื่องเปราะบางของผู้อื่น ไม่หยิบเรื่องส่วนตัวของใครมาเล่าต่ออย่างสนุกปาก และไม่ตัดสินใครจากสิ่งที่เห็นเพียงด้านเดียว เพราะเราตระหนักรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์จริงๆ​ ที่มีความรู้สึก มีศักดิ์ศรี และมีชีวิตที่ซับซ้อนกว่าภาพที่เราเห็น แต่เมื่อการใช้ชีวิตไม่ได้จำกัดอยู่แค่โลกความเป็นจริง ผู้คนจำนวนมากใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้เส้นแบ่งมารยาทพร่าเลือนลง หลายคนตีความว่า &#8216;โลกออนไลน์&#8217; เท่ากับ &#8216;อิสระ&#8217; ทำให้อาจรู้สึกว่า แค่คอมเมนต์สั้นๆ คงไม่เป็นไร แค่แชร์ต่อคงไม่มีผลอะไร หรือ แค่​​กดหัวเราะในโพสต์ดรามาของใครสักคน ก็คงเป็นเรื่องเล็กๆ ในหน้าฟีดที่ไหลผ่านไป แต่ในความจริงแล้ว ​โลกออนไลน์​ไม่ใช่พื้นที่ที่ไร้ขอบเขต และความเร็วของอินเทอร์เน็ตก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เราทิ้งมารยาท คุณธรรม และจริยธรรมที่ควรมีต่อกัน &#8216;มารยาท คุณธรรม จริยธรรม&#8217; พื้นฐานของพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ เมื่อพูดถึง มารยาททางอินเทอร์เน็ต (Digital Etiquette หรือ Netiquette) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ระบุว่า เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับการประพฤติตนอย่างสุภาพในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีหลักมารยาทเช่นเดียวกับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยพบปะพูดคุยกันแบบเห็นหน้า แต่ที่พิเศษกว่าคือการคุยกันผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ส่วนใหญ่จะเป็นการคุยผ่านตัวอักษร ที่ไม่มีโทนเสียง ไม่มีสีหน้า ไม่มีบริบททางอารมณ์ที่ชัดเจน ทำให้ผู้รับสารอาจตีความถ้อยคำหรือประโยคตามประสบการณ์เฉพาะของตัวเอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/etda-digital-empathy/">มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ETDA ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลองจินตนาการดูว่า หากเดินสวนกับคนแปลกหน้าบนถนน เราคงไม่เดินเข้าไปตะโกนหรือวิจารณ์รูปร่างหน้าตาของเขาต่อหน้าผู้คนมากมาย เพราะเราต่างเติบโตมากับการสอนมารยาทพื้นฐาน เช่น ไม่พูดจาทำร้ายใครต่อหน้า ไม่ล้อเลียนเรื่องเปราะบางของผู้อื่น ไม่หยิบเรื่องส่วนตัวของใครมาเล่าต่ออย่างสนุกปาก และไม่ตัดสินใครจากสิ่งที่เห็นเพียงด้านเดียว</p>
<p><span id="more-41864"></span></p>
<p>เพราะเราตระหนักรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์จริงๆ​ ที่มีความรู้สึก มีศักดิ์ศรี และมีชีวิตที่ซับซ้อนกว่าภาพที่เราเห็น</p>
<p>แต่เมื่อการใช้ชีวิตไม่ได้จำกัดอยู่แค่โลกความเป็นจริง ผู้คนจำนวนมากใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้เส้นแบ่งมารยาทพร่าเลือนลง หลายคนตีความว่า &#8216;โลกออนไลน์&#8217; เท่ากับ &#8216;อิสระ&#8217; ทำให้อาจรู้สึกว่า แค่คอมเมนต์สั้นๆ คงไม่เป็นไร แค่แชร์ต่อคงไม่มีผลอะไร หรือ แค่​​กดหัวเราะในโพสต์ดรามาของใครสักคน ก็คงเป็นเรื่องเล็กๆ ในหน้าฟีดที่ไหลผ่านไป</p>
<p>แต่ในความจริงแล้ว ​โลกออนไลน์​ไม่ใช่พื้นที่ที่ไร้ขอบเขต และความเร็วของอินเทอร์เน็ตก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เราทิ้งมารยาท คุณธรรม และจริยธรรมที่ควรมีต่อกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41869 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Pic-1_Digital-Etiquette_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8216;มารยาท คุณธรรม จริยธรรม&#8217; พื้นฐานของพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ</strong></p>
<p>เมื่อพูดถึง <strong>มารยาททางอินเทอร์เน็ต</strong> (Digital Etiquette หรือ Netiquette) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ระบุว่า เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับการประพฤติตนอย่างสุภาพในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีหลักมารยาทเช่นเดียวกับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยพบปะพูดคุยกันแบบเห็นหน้า</p>
<p>แต่ที่พิเศษกว่าคือการคุยกันผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ส่วนใหญ่จะเป็นการคุยผ่านตัวอักษร ที่ไม่มีโทนเสียง ไม่มีสีหน้า ไม่มีบริบททางอารมณ์ที่ชัดเจน ทำให้ผู้รับสารอาจตีความถ้อยคำหรือประโยคตามประสบการณ์เฉพาะของตัวเอง และส่งผลต่ออารมณ์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41870 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Pic-2_Emotional_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>หลุมพรางแห่งอารมณ์บนหน้าฟีด</strong></p>
<p>เมื่อเข้ามาใช้โซเชียลมีเดียแล้ว ต้องเข้าใจก่อนว่าเป็นพื้นที่ของอารมณ์อย่างแท้จริง เพราะนอกจากพิมพ์ตอบโต้ได้แล้ว ยังมีฟังก์ชันแสดงความรู้สึกด้วย เช่น เรากดไลก์เพราะชอบ กดหัวใจเพราะรัก แชร์เพราะเห็นด้วย พิมพ์คอมเมนต์เพราะโกรธ หรือบางครั้งก็หยุดดูโพสต์หนึ่งนานกว่าปกติ เพราะเนื้อหานั้นกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในใจ ไม่ว่าจะเป็นความสงสาร ความหมั่นไส้ ความขำ ความเกลียด หรือความอยากมีส่วนร่วมในกระแสตรงหน้า</p>
<p>ปัญหาคืออารมณ์ที่เกิดขึ้นเร็ว มักพาให้เราตอบสนองเร็วตามไปด้วย โดยเฉพาะคอนเทนต์ประเภท &#8216;Rage Bait&#8217; หรือคอนเทนต์ที่จงใจออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความโกรธ ความขุ่นเคือง หรือความไม่พอใจ เพื่อแลกกับยอดเข้าชมและการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์ม ซึ่ง Oxford เลือกให้เป็นคำศัพท์แห่งปี 2025 โดยระบุว่ามีการใช้คำนี้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา</p>
<p>เมื่อเราไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง เราอาจเผลอกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาโดยไม่ตั้งใจ เช่น เห็นโพสต์ยั่วยุแล้วรีบคอมเมนต์รุนแรง เห็นข่าวลือแล้วแชร์ต่อเพราะอยากเตือนคนอื่น เห็นคนหนึ่งกำลังถูกทัวร์ลงแล้วร่วมซ้ำเติมเพราะคิดว่า &#8216;ใคร ๆ ก็ทำกัน&#8217;</p>
<p>บางกรณี อารมณ์และความหมกมุ่นอาจพาไปสู่การติดตามชีวิตของผู้อื่นเกินขอบเขต หรือ Cyber Stalking ซึ่งอาจสร้างความเครียดและความหวาดกลัวให้กับผู้ถูกติดตามได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41871 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Pic-3_Rage-Bait_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ผลกระทบที่มองไม่เห็น แต่เป็นแผลในใจที่ฝังลึก</strong></p>
<p>ผลกระทบของพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน ข้อมูลจากคู่มือความปลอดภัยบนโลกออนไลน์สำหรับเด็กและเยาวชน 2568 ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ UNICEF Thailand ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 25 ปี ที่เข้าร่วมการสำรวจ 55.3% เคยถูกกลั่นแกล้งและเยาะเย้ยทางออนไลน์ และประเทศไทยมีอัตราการถูกกลั่นแกล้งทางไซเบอร์สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</p>
<p>ขณะเดียวกัน UNICEF USA ระบุว่า Cyberbullying อาจทำให้เกิดความทุกข์ทางอารมณ์ ความอับอาย ความวิตกกังวล ความกลัว ความเศร้า การแยกตัว สูญเสียความมั่นใจ ภาวะซึมเศร้า ปัญหาการนอน และในบางกรณีอาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเองหรือการสูญเสียได้</p>
<p>จึงไม่เกินไปนัก หากจะบอกว่า<strong> หนึ่งคอมเมนต์ อาจไม่ใช่แค่หนึ่งความเห็น</strong> แต่เป็นแรงกดทับอีกชั้นหนึ่งในวันที่ใครบางคนกำลังเปราะบาง และ  <em><strong>หนึ่งแชร์ ก็อาจไม่ใช่แค่การส่งต่อข้อมูล แต่เป็นการขยายวงผลกระทบให้กว้างขึ้น โดยที่เราไม่รู้เลยว่าผลกระทบจะไปสิ้นสุดที่ใด</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41872 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Pic-4_Digital-Footprint_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>รอยเท้าดิจิทัล (</strong><strong>Digital Footprint) </strong><strong>ร่องรอยที่อาจย้อนกลับมาส่งผลต่ออนาคต</strong></p>
<p>การใช้โลกออนไลน์ นำมาซึ่งสิ่งที่เรียกว่า <strong>Digital Footprint</strong> หรือ <strong>ร่องรอยดิจิทัล </strong>อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ได้อธิบายว่า ทุกคลิก ทุกโพสต์ ทุกแชร์ ทุกคอมเมนต์ หรือแม้แต่การค้นหาข้อมูล ล้วนทิ้งร่องรอยที่สะท้อนตัวตน ความสนใจ และพฤติกรรมของเราไว้บนโลกออนไลน์เสมอ ทั้งแบบตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ</p>
<ul>
<li>ร่องรอยที่ตั้งใจสร้างขึ้นเอง เช่น โพสต์ ความคิดเห็น รูปภาพ วิดีโอ อีเมล หรือโปรไฟล์ออนไลน์</li>
<li>ร่องรอยที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เช่น ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้ หรือ IP Address</li>
</ul>
<p>ร่องรอยเหล่านี้อาจย้อนกลับมาส่งผลต่อชีวิตในอนาคตได้ หากปล่อยให้อารมณ์นำทางขณะใช้โซเชียลมีเดีย ขาดการยับยั้งชั่งใจ ซึ่งผลที่จะตามมามีหลากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการทำงาน การศึกษา ความสัมพันธ์ ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว ชื่อเสียง และภาพลักษณ์ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสิ่งที่เราโพสต์วันนี้จะถูกนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำและกลับมาใช้ตัดสินเราในวันไหน ตัวอย่างเช่น</p>
<ul>
<li>หากวันนี้เราแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาคนอื่นในเชิงลบ อีก 10 ปีต่อมา เราอาจกลายเป็นคนมีชื่อเสียง ข้อความที่เราเคยพิมพ์ไป อาจถูกบันทึกภาพหน้าจอและนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำ จนกระทบต่อชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ในอนาคต</li>
<li>หากเราเปิดธุรกิจที่ต้องอาศัยความไว้วางใจจากฐานลูกค้า เช่น ธุรกิจบริการ ธุรกิจด้านบุคลิกภาพ หรือธุรกิจด้านการศึกษา พฤติกรรมในอดีตบนโลกออนไลน์อาจถูกนำมาใช้ตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์</li>
<li>หากวันนี้แสดงทัศนคติเชิงลบเกี่ยวกับการทำงาน หรือแสดงความคิดเห็นดูถูกสถาบันการศึกษา เวลาไปสมัครงานหรือศึกษาต่อ ร่องรอยดิจิทัลเหล่านั้นอาจถูกนำมาประกอบการพิจารณาทัศนคติหรือความเหมาะสม</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41873 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Pic-5_Digital-Footprint-2_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เริ่มสร้างสังคมออนไลน์ที่น่าอยู่ ด้วย </strong><strong>Digital Empathy</strong></p>
<p>การใช้โซเชียลมีเดียโดยขาดการยับยั้งชั่งใจ ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้ถูกกระทำเท่านั้น แต่อาจย้อนกลับมาส่งผลต่อผู้กระทำ ผ่านร่องรอยดิจิทัลที่หลงเหลืออยู่บนโลกออนไลน์ได้เช่นกัน หากอยากให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย น่าอยู่ และไม่ทำร้ายใครโดยไม่ตั้งใจ การสื่อสารทุกครั้งจึงควรเริ่มจากความรับผิดชอบต่อข้อมูล โดยเฉพาะ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ความเป็นส่วนตัว</strong> ก่อนโพสต์หรือแชร์เรื่องของใคร ควรคิดเสมอว่านั่นเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือเรื่องส่วนตัวของเขาหรือไม่ เพราะข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ เช่น ชื่อ ภาพถ่าย หมายเลขโทรศัพท์ วันเกิด หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคล ล้วนควรได้รับการปกป้อง และควรถูกใช้เท่าที่จำเป็นตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล</li>
<li><strong>ความถูกต้อง</strong> ก่อนเผยแพร่ข้อมูล ควรตรวจสอบแหล่งที่มา บริบท และความครบถ้วนของเนื้อหาอย่างรอบคอบ เพราะข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแม้เพียงบางส่วน อาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด เสียชื่อเสียง หรือถูกตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม ยิ่งในวันที่ AI เข้ามามีส่วนร่วมกับการสร้างและกระจายเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียมากขึ้น ข้อมูลบางอย่างอาจดูน่าเชื่อถือกว่าความเป็นจริง การแชร์ต่อโดยไม่ตรวจสอบจึงอาจกลายเป็นการช่วยขยายข้อมูลผิด ข่าวลวง หรือเนื้อหาที่สร้างความเสียหายให้ผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ</li>
<li><strong>ความเป็นเจ้าของ</strong> รูปภาพ ข้อความ เสียง วิดีโอ หรือผลงานสร้างสรรค์บนโลกออนไลน์ แม้จะมองเห็นหรือเข้าถึงได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำไปใช้ต่อได้เสมอ ควรเคารพสิทธิของเจ้าของผลงาน อ้างอิงแหล่งที่มา และหลีกเลี่ยงการนำเนื้อหาของผู้อื่นไปดัดแปลง ล้อเลียน หรือเผยแพร่ต่อในทางที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย</li>
<li><strong>การเข้าถึงข้อมูล</strong> ไม่ใช่ทุกข้อมูลที่เรา &#8216;เข้าถึงได้&#8217; จะหมายความว่าเรา &#8216;ควรนำไปเผยแพร่ต่อ&#8217; โดยเฉพาะข้อมูลส่วนตัว ภาพหลุด แชตส่วนตัว หรือข้อมูลที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของผู้อื่น การมีสิทธิ์เห็นข้อมูลจึงควรมาพร้อมกับความรับผิดชอบในการใช้ เก็บรักษา และส่งต่อข้อมูลนั้นอย่างเหมาะสม</li>
</ul>
<p>สิ่งเหล่านี้ทำให้ <strong>Digital Empathy</strong> หรือ<strong> &#8216;ความเห็นอกเห็นใจบนโลกดิจิทัล&#8217;</strong> ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทักษะจำเป็นของคนยุคนี้ เพราะทุกข้อความที่เราส่งออกไป อาจกลายเป็นแรงสนับสนุนให้ใครบางคนรู้สึกดีขึ้น หรือในทางกลับกัน ก็อาจกลายเป็นบาดแผลที่ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวกว่าเดิม</p>
<p>การตื่นรู้ด้วยใจจึงเริ่มได้จากเรื่องธรรมดามาก ๆ ก่อนโพสต์ ลองถามตัวเองว่า สิ่งนี้จำเป็นต้องพูดหรือไม่ ถ้าคนในภาพหรือคนในเรื่องมาเห็น เขาจะรู้สึกอย่างไร ข้อมูลนี้จริงหรือยัง เป็นเรื่องส่วนตัวของใครหรือเปล่า และถ้าวันหนึ่งข้อความนี้ย้อนกลับมาหาเรา เรายังภูมิใจกับมันอยู่ไหม<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41874 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/c_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em><strong>ก่อนแชร์ ลองหยุดอีกนิดว่า เรากำลังช่วยให้สังคมเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น หรือกำลังช่วยขยายความโกรธ ข่าวลวง หรือข้อมูลที่อาจถูกสร้างขึ้นด้วย AI ให้แพร่กระจายเร็วขึ้น</strong></em></p>
<p><strong>ก่อนคอมเมนต์ ลองเปลี่ยนจากการตัดสินเป็นการตั้งคำถาม เปลี่ยนจากการประชดเป็นการอธิบายอย่างสุภาพ</strong> <strong>หรือหากไม่แน่ใจว่าจะสื่อสารอย่างไร การไม่ร่วมซ้ำเติมก็อาจเป็นความเห็นอกเห็นใจรูปแบบหนึ่ง</strong></p>
<p>แม้แต่การกดอีโมจิเล็กๆ ก็มีความหมายได้ เช่น อีโมจิ &#8216;<strong>Care&#8217; </strong> ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสื่อสารความห่วงใยและการสนับสนุนในสถานการณ์ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะเมื่อคำว่า Like อาจเบาเกินไป และ Love อาจแรงเกินไปในบางบริบท อย่างไรก็ตาม การใช้อีโมจิก็ควรคำนึงถึงกาลเทศะและบริบทของผู้รับสาร เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสาร</p>
<p>ETDA เคยสรุปแนวทางพัฒนา <strong>Digital Empathy</strong> ไว้อย่างเรียบง่ายและนำไปใช้ได้จริง ได้แก่ ตั้งใจฟังหรืออ่านก่อนตอบกลับ ระวังคำพูดไม่ให้ทำร้ายจิตใจใคร เคารพความเห็นต่างแม้ไม่เห็นด้วย และใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ผ่านข้อความที่เป็นมิตรหรือคำพูดที่ทำให้คนอ่านรู้สึกดีขึ้น สิ่งเหล่านี้คือทักษะเล็กๆ ที่ช่วยลดดรามา ลดความขัดแย้ง และทำให้สังคมดิจิทัลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจมากขึ้น</p>
<p>ในวันที่เทคโนโลยีทำให้เราสื่อสารได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และไกลขึ้น ความเห็นอกเห็นใจจึงยิ่งสำคัญกว่าเดิม เพราะโลกดิจิทัลที่น่าอยู่ ไม่ได้เกิดจากแพลตฟอร์มที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผู้ใช้ที่รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง เคารพความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น และรับผิดชอบต่อร่องรอยที่ตนเองสร้างไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41875 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Pic-6_Digital-Empathy_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เรียนรู้และต่อยอดสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล ผ่านหลักสูตร </strong><strong>EDC Trainer </strong><strong>และ </strong><strong>EDC Plus</strong></p>
<p>การสร้างพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ จึงไม่ใช่เพียงการสอนให้ใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ต้องส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน รับผิดชอบ และคำนึงถึงผู้อื่นไปพร้อมกัน <strong>สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ </strong>หรือ<strong> ETDA</strong> ให้ความสำคัญกับการสร้างพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ ผ่านโครงการ ETDA Digital Citizen หรือ EDC ที่มุ่งยกระดับความรู้ ความตระหนัก และทักษะการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ มั่นคงปลอดภัย และรู้เท่าทันโลกออนไลน์ โดยต่อยอดการเรียนรู้ในรูปแบบ e-Learning ในชื่อ EDC Trainer และ EDC Plus เพื่อให้คนไทยเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต</p>
<p>สำหรับคนรุ่นใหม่ นักศึกษา นักคิด นักสร้างสรรค์ หรือผู้ที่อยากนำความรู้เรื่อง <strong>Digital Empathy</strong> ไปต่อยอดเป็นแคมเปญเพื่อสังคม ETDA ร่วมกับ TK Park ยังเปิดพื้นที่ผ่านกิจกรรม “Awakening Digital Literacy Creator 2026 ปลุกพลังความคิด ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล” โดยหนึ่งในโจทย์สำคัญคือ “Enlighten Digital Empathy ตื่นรู้ด้วยใจ ไม่ใช่แค่ยอดไลก์ แต่ต้องใส่ใจสังคม” เพื่อชวนผู้เข้าร่วมออกแบบแคมเปญที่เปลี่ยนผู้ใช้ทั่วไปให้เป็น “ผู้ที่ใส่ใจ” สังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง</p>
<p><em><strong>ผู้สนใจสามารถสมัครได้ทั้งแบบบุคคลเดี่ยวหรือทีม โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 รางวัลรวมกว่า 200,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร </strong></em></p>
<p>ดูรายละเอียดหลักสูตร EDC Trainer และ EDC Plus และกิจกรรม Awakening Digital Literacy Creator 2026 เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ ETDA และ Facebook: ETDA Thailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/etda-digital-empathy/">มากกว่ายอดไลก์ ต้องใส่ใจสังคม ETDA ชวนสร้าง Digital Empathy ให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่กว่าเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
