<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EGAT &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/egat/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Apr 2026 06:45:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>EGAT &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มอง &#8216;การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ภาคพลังงานไทย&#8217; ป่าสาละ พัฒนา Net Zero Tracker เช็คลิสต์​เป้าหมาย​ &#8216;ทำจริง&#8217; หรือ&#8217;ฟอกเขียว&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/sal-forest-net-zero-tracker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Apr 2026 06:45:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Closed Loop Packaging System]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[bcp]]></category>
		<category><![CDATA[BGRIM]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[EGCO]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[Net zero tracker]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[RATCH]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SRPC]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ป่าสาละ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าสาละ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สฤณี อาชวานันทกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40915</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ป่าสาละ จำกัด บริษัทวิจัยด้านธุรกิจยั่งยืน เปิดเผยผลการศึกษา การติดตามความก้าวหน้าด้าน &#8216;​การขับเคลื่อน​เป้าหมาย ​Net Zero 2050 ของภาค​พลังงาน&#8217; ผ่านเครื่องมือที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้นมาสำหรับติดตามการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ของภาคธุรกิจโดยเฉพาะ ภายใต้แพลตฟอร์ม &#8216;Net Zero Tracker&#8217; สำหรับแพลตฟอร์ม Net Zero Tracker (www.netzerotracker.co) ถือเป็นแพลตฟอร์มแรกของประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้​ติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้า การดำเนินการสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ  Net Zero ของภาคธุรกิจ ภายหลังจากการประกาศเป้าหมายแล้วมีการขับเคลื่อนจริงเพื่อบรรลุเป้าหมายในแต่ละมิติอย่างไรบ้าง โดยเริ่มนำร่องใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมภาคพลังงานเป็นกลุ่มแรก และเลือกติดตามการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสูงสุดในระบบการจัดการพลังงานของประเทศ ​รวมทั้งบริษัทพลังงาน ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวม 10 แห่ง ประกอบด้วย ​1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย , 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , 3. บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/sal-forest-net-zero-tracker/">มอง &#8216;การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ภาคพลังงานไทย&#8217; ป่าสาละ พัฒนา Net Zero Tracker เช็คลิสต์​เป้าหมาย​ &#8216;ทำจริง&#8217; หรือ&#8217;ฟอกเขียว&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท ป่าสาละ จำกัด บริษัทวิจัยด้านธุรกิจยั่งยืน เปิดเผยผลการศึกษา การติดตามความก้าวหน้าด้าน <strong>&#8216;​การขับเคลื่อน​เป้าหมาย ​Net Zero 2050 ของภาค​พลังงาน&#8217;</strong> ผ่านเครื่องมือที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้นมาสำหรับติดตามการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ของภาคธุรกิจโดยเฉพาะ ภายใต้แพลตฟอร์ม<strong> &#8216;Net Zero Tracker&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-40915"></span></p>
<p>สำหรับแพลตฟอร์ม <strong>Net Zero Tracker</strong> (www.netzerotracker.co) ถือเป็นแพลตฟอร์มแรกของประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้​ติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้า การดำเนินการสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ  Net Zero ของภาคธุรกิจ ภายหลังจากการประกาศเป้าหมายแล้วมีการขับเคลื่อนจริงเพื่อบรรลุเป้าหมายในแต่ละมิติอย่างไรบ้าง โดยเริ่มนำร่องใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมภาคพลังงานเป็นกลุ่มแรก และเลือกติดตามการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสูงสุดในระบบการจัดการพลังงานของประเทศ ​รวมทั้งบริษัทพลังงาน ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวม 10 แห่ง ประกอบด้วย</p>
<p>​1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย , 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , 3. บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) , 4. บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), 5. บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) , 6. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), 7. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), 8. บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) , 9. บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) และ 10. บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40927 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Re-ksarinee.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสฤณี อาชวานันทกุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสาละ จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมถึงการนำร่องใช้แพลตฟอร์ม <strong>&#8216;Net Zero Tracker&#8217;</strong> <strong>(NZT)</strong> ในกลุ่มภาคอุตสาหกรรมพลังงานว่า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง (High Emission) ​ในสัดส่วนที่มากกว่า 70% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ขณะเดียวกันยังมีความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะการใช้พลังงานหมุนเวียนในหลากหลายรูปแบบ ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงานต่างออกมาประกาศเป้าหมาย Net Zero เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</p>
<p>นอกจากนี้ การขยับเป้าหมาย​​ระดับประเทศให้เร็วขึ้น 15 ปี พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแผน NDC 3.0 ไว้ที่ 47% หากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนในภาคพลังงานได้ ก็จะมีส่วนช่วยผลักดันประเทศไทยไปสู่เป้าหมายได้ตามแผนที่วางไว้ ประกอบกับการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายของภาคพลังงานมีความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อกลุ่ม​​ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายมิติ ทั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือกลุ่มเปราะบาง ​การติดตามเพื่อให้เกิดกระบวนการในการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมจึงมีความสำคัญอย่างมากเช่นกัน</p>
<p>สำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์มได้ทำการอ้างอิงเกณฑ์​การประเมินให้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มในต่างประเทศอย่าง Climate Action 100+  ที่ศึกษาเรื่อง​การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของภาคธุรกิจ เพื่อประกอบการกำหนดเกณฑ์การประเมินในแต่ละมิติอย่างรอบด้าน ทำให้แพลตฟอร์มมีความแตกต่างจากมาตรฐานด้านความยั่งยืนอื่นๆ ที่อาจโฟกัสเรื่องของการรายงาน ขณะที่ Net Zero Tracker จะเน้นการติดตามเพื่อให้เกิด<strong> การแข่งขันที่ดี และการเปลี่ยนผ่านที่น่าเชื่อถือในภาคพลังงาน</strong> เนื่องจาก คะแนนที่ได้สะท้อนการขับเคลื่อนและผลการดำเนินงานจริงของแต่ละองค์กรผ่าน 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย 1. การกำหนดเป้าหมาย (Target)​ 2.การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล (Oversight and Disclosure) 3.ผลการดำเนินงาน (Performance) และ 4.การเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม (Just Transition) ซึ่งทั้ง 10 บริษัทสามารถเข้าไปดูคะแนนของตัวเองทั้งคะแนนโดยรวม คะแนนแต่ละด้าน รวมทั้งการเปรียบเทียบผลการดำเนินการของตัวเองและคู่แข่งเพื่อนำมาปรับปรุงแผนการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ให้มีประสิทธิภาพได้เพิ่มมากขึ้น​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40926 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/re-k-sarinee.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เครื่องมือนี้ยังสามารถเป็นตัวช่วยที่ดีของบริษัทพลังงานต่างๆ เพื่อสามารถทราบถึงสถานะในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะเป้าหมายสู่ Net Zero รวมทั้งการพิจารณาว่ามีเกณฑ์เรื่องใดบ้างที่ยังต้องปรับปรุงหรือเร่งเครื่องให้มากขึ้น โดยเฉพาะการประเมินทั้งมิติด้านข้อมูล เป้าหมาย และผลของการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้น ​​ทำให้ทราบว่าบริษัทต่างๆ ที่ออกมาประกาศเป้าหมาย Net Zero นั้น ได้มีการวางแผนงาน และการขับเคลื่อนจริงเป็นอย่างไร หรือมีเกณฑ์การชี้วัดอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา ซึ่งเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมานี้สามารถสะท้อนข้อเท็จจริง และความโปร่งใสต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ในอนาคตยังสามารถนำไปเป็นแนวทางในการศึกษาหรือติดตามการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์ม Fair Finance ซึ่งทางป่าสาละได้พัฒนามาก่อนหน้านี้ สำหรับติดตามการขับเคลื่อนความยั่งยืนในกลุ่มธุรกิจภาคการเงิน ทำให้ปัจจุบันมีความตื่นตัวด้านความยั่งยืน และมีการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเห็นการเปลี่ยนผ่านและการพัฒนาของ Sustainable Finance ได้อย่างชัดเจน และเชื่อว่าจะสามารถเกิดขึ้นในภาคพลังงานเช่นเดียวกัน&#8221;</em></p>
<p><strong>สรุปผลการประเมิน Net Zero Tracker ปีแรก พร้อม 3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย</strong></p>
<p>ทั้งนี้ ในส่วนผล​​การประเมินของ Net Zero Tracker ในปีแรก จากการติดตาม​​การขับเคลื่อน​เป้าหมาย ​Net Zero 2050 ของภาค​พลังงาน สามารถสรุปผลการประเมินได้ต่อไปนี้</p>
<p>​- บริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดมีจำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) โดยได้ 15 คะแนน จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน</p>
<p>&#8211; ตามมาด้วย บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) 14.11 คะแนน, บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH) 14 คะแนน, บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) 12.11 คะแนน, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) 12 คะแนน, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM) 11 คะแนน, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) 6 คะแนน และ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) 2.25 คะแนน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40917 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/score-logo.png" alt="" width="1200" height="704" /></p>
<p>&#8211; พร้อมรายละเอียดการประเมิน โดยแยกในแต่ละ​มิติในการดำเนินการ ประกอบด้วย<br />
<strong>1. การกำหนดเป้าหมาย :</strong> มีบริษัท 7 แห่งที่ได้คะแนนเรื่องนี้ โดยมีระดับคะแนนเฉลี่ยที่ 2.00 คะแนน จาก 10 คะแนน จากการประกาศเป้าหมาย Net zero ในสโคป 1 และ 2 และไม่ต่ำกว่า 95% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ขณะที่อีก 3 แห่งยังไม่ได้ประกาศเป้า Net Zero หรือมีเพียง Zero Carbon , Carbon Neutral</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40925 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Target-.png" alt="" width="1200" height="612" /></p>
<p><strong>2. การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล</strong> : บริษัททุกแห่งได้คะแนนในหัวข้อนี้ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.10 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ส่วนใหญ่มีการตั้งคณะกรรมการหรือผู้บริหารที่รับผิดชอบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ รวมทั้งมีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40922 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/disclosed.png" alt="" width="1200" height="607" /></p>
<p><strong>3.ผลการดำเนินงาน</strong> : มีบริษัท 6 แห่ง เท่านั้นที่ได้คะแนนในหัวข้อนี้ โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 0.65 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน เนื่องจากมีปริมาณการปล่อย หรือความเข้มข้นในการปล่อย​ลดลงได้เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้บางแห่งจะใช้วิธีชดเชย (offsets) ขณะที่แผนลดคาร์บอนส่วนใหญ่ยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน อาทิ การเปิดเผยปริมาณการชดเชย ประเภทการชดเชย และใบรับรองการชดเชย เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40923 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Performance.png" alt="" width="1200" height="613" /></p>
<p><strong>4. การเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม</strong> : บริษัท 9 แห่งที่ได้คะแนนจากหัวข้อนี้ โดยคะแนนเฉลี่ยอยู่ที 1.9 เต็ม 10 ส่วนใหญ่มีการประกาศว่าจะเคารพสิทธิมนุษยชนและพร้อมเยียวยาเมื่อเกิดการละเมิด รวมทั้งบางแห่งที่มีนโยบายเฉพาะ เช่น การไม่ฟ้องปิดปากผู้ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบริษัทในที่สาธารณะ หรือไม่ตอบโต้ผู้ร้องเรียน เป็นต้น</p>
<p><b> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40924 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Transiiton.png" alt="" width="1200" height="614" /></b></p>
<p><b>&#8211; </b>สำหรับ 3 ​ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านในภาคพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย</p>
<p>1. ภาครัฐควรประกาศแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับชาติที่ชัดเจน เนื่องจาก ปัจจุบันบริษัทพลังงานยังต้องเจอความท้าทายเพราะนโยบายของภาครัฐในเรื่องนี้ยังไม่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะยังไม่มีนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานที่กำหนดปีเป้าหมายในการปลดระวางโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล (ถ่านหินและก๊าซ) ก่อนกำหนดอย่างชัดเจน หรือมีกลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม (just energy transition) ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เพื่อจูงใจการดำเนินการของบริษัทพลังงานได้เพิ่มมากขึ้น<br />
2. ภาครัฐควรออกนโยบายสนับสนุนการแก้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทเจ้าของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น</p>
<p>3. เรื่องกฎหมายต่อต้านการฟ้องปิดปาก (anti-SLAPP law) เพื่อคุ้มครองการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในประเด็นสาธารณะ รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย Net Zero และการดำเนินธุรกิจของบริษัทพลังงานด้วย เนื่องจาก เรื่องพลังงานมักเป็นประเด็นที่ภาคประชาสังคมวิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังไม่มีกฎหมายชัดเจนจากภาครัฐ ถ้ามีการประกาศเรื่องนี้ชัดเจน จะเป็นกลไกที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม ภาคพลังงานเองก็จะมีข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40916 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/NZT-Report.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/sal-forest-net-zero-tracker/">มอง &#8216;การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ภาคพลังงานไทย&#8217; ป่าสาละ พัฒนา Net Zero Tracker เช็คลิสต์​เป้าหมาย​ &#8216;ทำจริง&#8217; หรือ&#8217;ฟอกเขียว&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน จับมือ “ปตท.- กฟผ.” ดัน “ไทย” ก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงาน  ยก “ฟิวเจอร์ เอเนอร์ยี่ เอเชีย” และ “ฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย 2024” ปัจจัยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงานสะอาด 15-17 พ.ค.นี้! ที่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/future-energy-asia-and-future-mobility-asia-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 10:03:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition in LNG]]></category>
		<category><![CDATA[Future Energy Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Future Energy Asia & Future Mobility Asia 2024]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[PTTEP]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คริสโตเฟอร์ ฮัดสัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมภพ พัฒนอริยางกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอ็มจี อีเว้นท์ โกลบอลล์ เอนเนอร์ยี]]></category>
		<category><![CDATA[ธวัชชัย สำราญวานิช]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วุฒิกร สติฐิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25868</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดีเอ็มจี อีเวนท์ จำกัด รุดดัน “ประเทศไทย” ก้าวข้าม 3 ความท้าทายด้านพลังงานที่ “มั่นคง เข้าถึงได้ และยั่งยืน” พร้อม “Future Energy Asia &#38; Future Mobility Asia 2024” ชูสุดยอดงานประชุมและจัดแสดงนวัตกรรมพลังงานแห่งปี รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน นักลงทุน และนักนวัตกรรมระดับนานาชาติมากกว่า 22,000 ราย จาก 70 ประเทศทั่วโลก ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เทคโนโลยี และการลงทุน สู่ความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืนในระดับประเทศและภูมิภาค ปัจจัยเร่งสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่สะอาดขึ้น โดยภายในงานพบ Future Energy Asia โชว์รูมที่รวบรวมผลิตภัณฑ์สินค้า บริการ และโซลูชันด้านพลังงานที่ล้ำสมัย Future [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/future-energy-asia-and-future-mobility-asia-2024/">กระทรวงพลังงาน จับมือ “ปตท.- กฟผ.” ดัน “ไทย” ก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงาน  ยก “ฟิวเจอร์ เอเนอร์ยี่ เอเชีย” และ “ฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย 2024” ปัจจัยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงานสะอาด 15-17 พ.ค.นี้! ที่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดีเอ็มจี อีเวนท์ จำกัด รุดดัน “ประเทศไทย” ก้าวข้าม 3 ความท้าทายด้านพลังงานที่ “<strong>มั่นคง เข้าถึงได้ และยั่งยืน</strong>” พร้อม “<strong>Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024</strong>” ชูสุดยอดงานประชุมและจัดแสดงนวัตกรรมพลังงานแห่งปี</p>
<p><span id="more-25868"></span></p>
<p>รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน นักลงทุน และนักนวัตกรรมระดับนานาชาติมากกว่า 22,000 ราย จาก 70 ประเทศทั่วโลก ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เทคโนโลยี และการลงทุน สู่ความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืนในระดับประเทศและภูมิภาค ปัจจัยเร่งสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่สะอาดขึ้น โดยภายในงานพบ Future Energy Asia โชว์รูมที่รวบรวมผลิตภัณฑ์สินค้า บริการ และโซลูชันด้านพลังงานที่ล้ำสมัย Future LNG Asia Summit งานประชุมสุดยอดผู้นำก๊าซธรรมชาติแบบแอลเอ็นจี (LNG) Future Mobility Asia Exhibition and Summit นิทรรศการและงานประชุมสุดยอดผู้นำด้านกลยุทธ์ ทั้งนี้ นิทรรศการและงานประชุม Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 &#8211; 17 พฤษภาคม 2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25871 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/ดร.สมภพ-พัฒนอริยางกูล-รองปลัดกระทรวงพลังงาน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.สมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน </strong>กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงานประชุมและนิทรรศการ Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะมุ่งส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคเอเชีย ผ่านการหารือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนการนำเสนอความก้าวหน้าของนวัตกรรมพลังงานระหว่าง ประเทศผู้นำด้านพลังงานและผู้เชี่ยวชาญ<br />
ในอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาดทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมุ่งเน้นการดำเนินนโยบายด้านพลังงาน การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2065 ตลอดจนเร่งผลักดันให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงานทั้ง 3 ประการ (Energy Trilemma) ซึ่งประกอบไปด้วย การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม และพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25874 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/มร.คริสโตเฟอร์-ฮัดสัน-ประธานบริษัท-ดีเอ็มจี-อีเว้นท์-โกลบอลล์-เอนเนอร์ยี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มร.คริสโตเฟอร์ ฮัดสัน ประธานบริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ โกลบอลล์ เอนเนอร์ยี </strong>กล่าวเสริมว่า “งานประชุมและนิทรรศการ Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 ที่สุดของงานประชุมด้านพลังงานและนวัตกรรมยานยนต์แห่งภูมิภาคเอเชีย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘ทางออกของเอเชียต่อความท้าทายด้านพลังงานของโลก’ (Asia&#8217;s Solution to the World&#8217;s Energy Challenges) ด้วยเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เทคโนโลยี และการลงทุนด้านพลังงาน สู่การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืนในระดับประเทศและภูมิภาค โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 22,000 คน ผู้ร่วมประชุม 2,500 คน วิทยากร 600 คน และบริษัท 350 แห่งจากกว่า 70 ประเทศ ทั้งนี้ <u>งานดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำของเอเชียในการเจรจาด้านพลังงานระดับโลก ส่งเสริมความร่วมมือที่อาจจะกำหนดอนาคตของการผลิตและการใช้พลังงาน ตลอดจนตอกย้ำบทบาทสำคัญของเอเชียในการขับเคลื่อนโลกสู่เส้นทางพลังงานที่สะอาดขึ้น เชื่อถือได้มากขึ้น และยั่งยืน”</u></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25870 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/FEA_ภาพประกอบข่าวประชาสัมพันธ์_กระทรวงพลังงาน-จับมือ-ปตท.-กฟผ.-ดัน-ไทย-ก้าวข้ามความท้าท-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเราได้เล็งเห็นถึงโอกาสสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบาย และผู้นำประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุมเชิงกลยุทธ์ดังกล่าวเพื่ออภิปรายถึงนโยบายการพัฒนาในระดับโลก จึงได้จัดงานประชุมผู้กำกับดูแลพลังงานประจำปี (ERRA) ครั้งที่ 21 ขึ้น โดยภายในงานประกอบด้วยเวทีฟอรัมผู้กำหนดนโยบายพลังงาน (ERF) ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทั้งนี้ กกพ. ในฐานะผู้นำร่องการใช้พลังงานหมุนเวียนและ<br />
โซลูชันด้านความยั่งยืนทางพลังงาน จะเป็นผู้สนับสนุนการประชุม ERRA ในครั้งนี้ ด้วยการส่งสมาชิกเข้าร่วมเวทีการประชุม ERC Forum สำหรับหน่วยงานกำกับดูแลจากภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะช่วยเน้นย้ำถึงการพัฒนาการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในภูมิภาค</p>
<p>สำหรับงาน Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 จัดขึ้นโดยกลุ่ม ปตท., กฟผ. และ บริษัท ดีเอ็มจี อีเวนท์ จำกัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้สนับสนุนหลัก ADNOC และ ปตท.สผ. ในการจัดแสดงนวัตกรรมที่ก้าวล้ำและกรอบนโยบายที่จะเป็นแนวทางในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ อย่างไรก็ดี การประชุมในครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการอภิปรายเท่านั้น แต่ยังสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญสู่อนาคตพลังงานที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25873 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/นายวุฒิกร-สติฐิต-ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชา.jpg" alt="" width="426" height="638" /></p>
<p><strong>นายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า ปตท. ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านพลังงานของไทยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ขับเคลื่อนอนาคตของพลังงานสู่ความยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก กับการก้าวไปอีกขั้นในเรื่องการเพิ่มความหลากหลายไปสู่พลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ซึ่งเรามุ่งหวังที่จะเป็นผู้นำการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและสร้างความก้าวหน้าในการวิจัยในสาขาที่สำคัญเหล่านี้ ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเล็งเห็นการจัดเก็บพลังงาน การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของระบบพลังงาน บทบาทที่ก้าวหน้าของ LNG (Energy Transition in LNG) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานพลังงานในอนาคต และการเพิ่มขึ้นของยานพาหนะไฟฟ้าที่ส่งสัญญาณถึงยุคใหม่ของการเติบโตและเพิ่มโอกาสสำหรับปตท. และพันธมิตรของเรา การพัฒนาเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กระแส แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน ดังนั้น นิทรรศการและงานประชุม Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญของทั้ง ภูมิภาคอาเซียนในการบูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนอนาคตเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปพร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25872 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/นายธวัชชัย-สำราญวานิช-รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย-กฟผ..jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายธวัชชัย สำราญวานิช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) </strong>กล่าวว่า  ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานที่มีเป้าหมายหลักในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และ เป็นผู้นำในการบูรณาการเทคโนโลยีล้ำสมัยและทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อเปลี่ยนแปลงกรอบการทำงานด้านพลังงานของเอเชีย การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแบ่งปันความก้าวหน้าและความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน โดยเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของเอเชียในการตอบสนองความต้องการพลังงานทั่วโลกและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความผันผวนของวงการพลังงานที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์พลังงานโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนี้ จึงมีการจัดหาพลังงานสีเขียวควบคู่ไปกับการเตรียมแหล่งพลังงานทดแทนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง<br />
ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน ความมั่นคง และความยั่งยืนด้านพลังงานในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาน การวิจัยและพัฒนาพลังงาน จึงมีการขยายความร่วมมือเพื่อปูทางพลังงานสีเขียวในอนาคต การเข้าร่วมประชุมสุดยอดครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของเราในการการมีส่วนร่วมกำหนดเส้นทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเอเชียยังคงเป็นสัญญาณแห่งความก้าวหน้าและเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักในการร่วมกันแก้ปัญหาความท้าทายด้านพลังงานของโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25875 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/FEA_ภาพประกอบข่าวประชาสัมพันธ์_กระทรวงพลังงาน-จับมือ-ปตท.-กฟผ.-ดัน-ไทย-ก้าวข้ามความท้าท-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ นิทรรศการและงานประชุม Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024: Asia&#8217;s Solution to the World&#8217;s Energy Challenges จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ &#8211; 17 พฤษภาคม 2567 ณ Exhibition Hall 1-3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดของงานเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์  <a href="http://www.futureenergyasia.com" target="_blank" rel="noopener">www.futureenergyasia.com</a>, <a href="http://www.future-mobility.com" target="_blank" rel="noopener">www.future-mobility.com</a> และช่องทางโซเชียลมีเดีย @futureenergyasia</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/future-energy-asia-and-future-mobility-asia-2024/">กระทรวงพลังงาน จับมือ “ปตท.- กฟผ.” ดัน “ไทย” ก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงาน  ยก “ฟิวเจอร์ เอเนอร์ยี่ เอเชีย” และ “ฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย 2024” ปัจจัยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงานสะอาด 15-17 พ.ค.นี้! ที่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KFC Green Store ชูกลยุทธ์ ‘Fast Good Strategy’ ต่อยอดนโยบายยั่งยืนข้ามอุตสาหกรรม จับมือ กฟผ. ตั้งสถานีชาร์จ &#8216;EleX by EGAT&#8217; สร้างแลนด์มาร์กใหม่คนใช้  EV ​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/kfc-green-store-new-service-elex-by-egat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Sep 2023 09:34:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[EleX by EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[EV Charger]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Good Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[KFC Green Store]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[THE QSR OF ASIA]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[จิราพร ศิริคำ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีโป บาย วนชัย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เดอะ คิว เอส อาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศสัย ตังเดชะหิรัญ]]></category>
		<category><![CDATA[เคเอฟซี กรีนสโตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21028</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนผ่าน KFC Green Store ที่เน้นการสร้างความตระหนักและส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินงานภายในร้าน ทั้งจากตัวพนักงาน และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ล่าสุด “เดอะ คิว เอส อาร์ ออฟ เอเชีย” ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน KFC ภายใต้กลุ่มธุรกิจอาหารไทยเบฟ ได้สานต่อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการจับมือข้ามอุตสาหกรรมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เพื่อตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EleX by EGAT” ​ที่ร้าน ​KFC Green Store​ แห่งแรกของประเทศไทยที่ สาขาดีโป บาย วนชัย จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อร่วมเติมเต็ม EV Ecosystem ​สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด พร้อมตอกย้ำภารกิจของ KFC Green Store ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นหนึ่งใน Global Trend ที่กำลังมาแรง คุณศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ คิว เอส อาร์ ออฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/kfc-green-store-new-service-elex-by-egat/">KFC Green Store ชูกลยุทธ์ ‘Fast Good Strategy’ ต่อยอดนโยบายยั่งยืนข้ามอุตสาหกรรม จับมือ กฟผ. ตั้งสถานีชาร์จ &#8216;EleX by EGAT&#8217; สร้างแลนด์มาร์กใหม่คนใช้  EV ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนผ่าน KFC Green Store ที่เน้นการสร้างความตระหนักและส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินงานภายในร้าน ทั้งจากตัวพนักงาน และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ</p>
<p><span id="more-21028"></span></p>
<p>ล่าสุด <strong>“เดอะ คิว เอส อาร์ ออฟ เอเชีย”</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน KFC ภายใต้กลุ่มธุรกิจอาหารไทยเบฟ ได้สานต่อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการจับมือข้ามอุตสาหกรรมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เพื่อตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า <strong>“EleX by EGAT” </strong>​ที่ร้าน ​<strong>KFC Green Store</strong>​ แห่งแรกของประเทศไทยที่ สาขาดีโป บาย วนชัย จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อร่วมเติมเต็ม EV Ecosystem ​สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด พร้อมตอกย้ำภารกิจของ KFC Green Store ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นหนึ่งใน Global Trend ที่กำลังมาแรง</p>
<p><strong>คุณศสัย ตังเดชะหิรัญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ คิว เอส อาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด  เปิดเผยว่า เดอะ คิว เอส อาร์ ออฟ เอเชีย ได้ขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืน โดยยึดทั้งกลยุทธ์ของ KFC ที่มีแนวทางเป็น <strong>‘Fast Good Strategy’ </strong>โดยใส่ใจกับทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ชุมชน หรือสังคมโดยรวม เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและสร้างรากฐานที่แข็งแรงสู่อนาคต เพื่อสร้างความสมดุลในสามส่วน ทั้ง <strong>People &#8211; Food &#8211; and Plane</strong>t ได้อย่างครอบคลุม ตามหลักการ “<strong>Done the right way”</strong> ที่ผู้พันแซนเดอร์ได้มุ่งมั่นตั้งแต่จุดเริ่มต้นธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21032 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/1-7.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>รวมท้ังการยึดถือนโยบายของบริษัทแม่อย่างบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านความยั่งยืนเพื่อ “สรรสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน” ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการรักษาสิ่งแวดล้อม การเกื้อหนุนสังคม และการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจในไทยและในภูมิภาคอาเซียน โดยเป้าหมายหลักที่ทางไทยเบฟ ได้ประกาศไว้คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2583 รวมทั้งการส่งเสริมการคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติให้ได้ทั้ง 100% ตามปริมาณที่นำมาใช้ในธุรกิจ รวมไปถึงความสามารถในการนำบรรจุภัณฑ์กลับมารีไซเคิลได้ทั้ง 100%</p>
<p>ซึ่งระหว่างทางในการขับเคลื่อนเป้าหมายยังได้มีการกำหนดเป้าหมายเพื่อวัดผล เช่น การลดการปล่อย CO2 ลง 50% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2019 ​รวทั้งการขับเคลื่อนการนำบรรจุภัณฑ์กลับมารีไซเคิลที่มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะกระดาษที่สามารถทำได้ทั้ง 100% แล้ว ขณะที่ขวดแก้วทำได้ 70-80% อลูมิเนียม 40% และพลาสติก 20%</p>
<p><strong>ชู KFC Green Store ร่วมขับเคลื่อนอีโคไลฟ์สไตล์</strong></p>
<p>การเกิดขึ้นของ KFC Green Store สะท้อนการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนทั้งของ KFC และไทยเบฟ​ โดยปัจจุบันเปิดให้บริการ 2 แห่ง สาขาแรกคือ ดีโป บาย วนชัย จ.ฉะเชิงเทรา และที่อาคารแสงโสม  ด้วยแนวคิด Zero Waste ที่รณรงค์ลดขยะตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงการออกแบบร้าน สร้างและตกแต่งร้านด้วยวัสดุรีไซเคิล และติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า ผ่านการขับเคลื่อนต่างๆ ต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21031 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/7-2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&#8211; การก่อสร้างและตกแต่งร้านด้วยวัสดุรีไซเคิล โดยเฉพาะการนำกากชา และกากมอลต์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักจากผลิตภัณฑ์ในเครือมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ เพื่อลดการสร้างขยะ และลดการใช้ไม้จริง รวมท้ังเป็นส่วนผสมในการทำเคาน์เตอร์หิน ที่สามารถทดแทนหินธรรมชาติได้ถึง 20%</p>
<p>&#8211; การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในร้านช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานได้ถึงปีละ13,000 หน่วยต่อปี และลดค่าไฟฟ้าลงได้​ 10-15%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21030 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/6-5.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>&#8211; การส่งเสริมพฤติกรรมที่มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการแยกประเภทขยะก่อนทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นขยะอาหาร กระดาษ พลาสติก หรือการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก ด้วยการเปลี่ยนเป็นบรรจุภัณฑ์กระดาษ และเพิ่มความหนาของถุงพลาสติกเพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ รวมทั้งภายในร้านกรีนสโตร์จะไม่มีช้อนส้อมมีดพลาสติกให้ลูกค้า โดยมีพนักงานคอยช่วยสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจ ซึ่งสามารถลดการใช้พลาสติกได้เฉลี่ยถึงกว่าปีละ 4 หมื่นชิ้น</p>
<p>&#8211; รวมทั้งบริการล่าสุด ด้วยสถานีชาร์จ ‘EleX by EGAT’ เพื่อรองรับกลุ่มคนใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นอีกหนึ่ง Global Trend มาแรงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของร้าน KFC Green Storeในประเทศไทย ที่สาขาดีโป บาย วนชัย จ.ฉะเชิงเทรา ​หนึ่งในเส้นทางหลักที่มีคนเดินทางผ่านจำนวนมาก ทั้งกลุ่มคนทำงาน เพราะอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งยังรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเดินทางไปยังภาคตะวันออกและภาคอีสาน ​โดยสถานีชาร์จแห่งนี้ ประกอบด้วยเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว (DC Fast Charger) ขนาด 125 kW  1 เครื่อง 2 หัวจ่าย รองรับการชาร์จได้พร้อมกัน 2 คัน อัตราค่าบริการ Kwh ละ 7.5 บาท​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21029 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/3-10.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณจิราพร ศิริคำ </strong>รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กว่า 3 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ขับเคลื่อนและพัฒนาธุรกิจ EV Business Solutions มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเติมเต็ม EV ecosystem ของประเทศไทย ด้วยการนำทักษะความเชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้าของ กฟผ. มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการดังกล่าว เพื่อเสริมความปลอดภัย พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ EV มากยิ่งขึ้น ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนา และขยายการให้บริการสถานีชาร์จ EleX by EGAT ให้ครอบคลุมทุกเส้นทางการเดินทางทั่วประเทศ รวมถึงพัฒนาแอปพลิเคชัน EleXA และระบบบริหารจัดการ BackEN EV เพื่ออำนวยความสะดวกอย่างสูงสุดให้กับผู้ใช้ EV อย่างครบวงจร</p>
<p>&#8220;ปัจจุบัน กฟผ. เปิดให้บริการสถานีชาร์จ EleX by EGAT และสถานีพันธมิตรในเครือข่าย EleXA แล้ว 140 สถานี และตั้งเป้าขยายให้ถึง 180 สถานีภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งนอกจากที่ KFC Green Store แห่งนี้ ยังมีสถานีชาร์จที่ร้าน KFC อีก 2 แห่ง ได้แก่ ที่สาขาราชพฤกษ์ และสาขานวมินทร์ 70 กรุงเทพฯ โดยทุกสาขาเปิดให้บริการประชาชน และลูกค้า KFC แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยสามารถค้นหาสถานี ดูสถานะการชาร์จ สั่งจ่ายชาร์จ และชำระค่าบริการได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “EleXA” นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันพิเศษให้กับลูกค้า EleXAได้อิ่มอร่อยกับเมนูไก่ทอด KFC ในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2566&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21033 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/10.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/kfc-green-store-new-service-elex-by-egat/">KFC Green Store ชูกลยุทธ์ ‘Fast Good Strategy’ ต่อยอดนโยบายยั่งยืนข้ามอุตสาหกรรม จับมือ กฟผ. ตั้งสถานีชาร์จ &#8216;EleX by EGAT&#8217; สร้างแลนด์มาร์กใหม่คนใช้  EV ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KBank &#8211; EGAT &#8211; KBTG ผนึกกำลังสร้างสังคมสีเขียว พัฒนา &#8220;ปันไฟ&#8221; แอปพลิเคชันแลกเปลี่ยนไฟฟ้าสำหรับคนไทย คาดเริ่มทดลองใช้ไตรมาส 3 ปีนี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/kbank-egat-kbtg-join-to-development-punfai-application-energy-exchange-platform/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Apr 2023 06:37:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT P2P]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT Peer to Peer Energy Trading]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ERC Sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN Together]]></category>
		<category><![CDATA[Green Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[KBTG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Peer to Peer]]></category>
		<category><![CDATA[Punfai]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์ จิตต์แจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กสิกร แล็บส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปันไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เชษฐพันธุ์ ศิริดานุภัทร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ SolarPlus]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17926</guid>

					<description><![CDATA[<p>EGAT ผนึก KBank และ KBTG  ร่วมกันพัฒนา แอปพลิเคชัน &#8220;ปันไฟ&#8221; (Punfai)  ​แอปพลิเคชันแลกเปลี่ยนไฟฟ้าแห่งแรกของไทย ที่รองรับการใช้งานทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ ร่วมสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมนโนบายการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero โดยแอปพลิเคชัน “ปันไฟ” เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการไฟฟ้าจากแผงโซลาร์ ที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถแบ่งปันไฟฟ้าที่เหลือใช้ และได้ผลตอบแทนที่ดีกลับมา เพื่อลดภาระค่าไฟ ช่วยคืนทุนจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) ได้เร็วขึ้น และเป็นการนำไฟฟ้าทุกหน่วยไปใช้ได้อย่างคุ้มค่า ไม่เหลือไฟทิ้ง สำหรับฟีเจอร์สำคัญภายในแอป ประกอบด้วย ผู้ช่วยจัดสรรไฟอัจฉริยะ เมนูส่งไฟให้บุคคลอื่นได้อย่างอิสระ และรีพอร์ตสรุปภาพรวมความคุ้มค่าจากการแลกเปลี่ยนไฟฟ้า พร้อมเชื่อมต่อนวัตกรรมทางการเงินให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น จะช่วยให้คนไทยเห็นประโยชน์จากการใช้พลังงานสะอาด เพราะสามารถ​นำพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ที่เหลือจากการใช้ในบ้านไปใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่น การปันไฟให้ผู้อื่นใช้ โดยได้ผลตอบแทนที่ดีกลับมา ช่วยให้คืนทุนการติดตั้งแผงโซลาร์ได้เร็วขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์ใช้พลังงานสะอาดในราคาไม่แพง ปัจจุบันแอปพลิเคชันปันไฟอยู่ระหว่างการพัฒนา คาดว่าจะสามารถทดลองใช้ใน ERC Sandbox กับ “โครงการ SolarPlus” และ โครงการของ กฟผ. ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการสนับสนุนให้เกิด Green Ecosystem ที่ครบวงจร และจะขยายสู่คนไทยทุกคนในอนาคตต่อไป คุณณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง รองผู้ว่าการอาวุโส การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/kbank-egat-kbtg-join-to-development-punfai-application-energy-exchange-platform/">KBank &#8211; EGAT &#8211; KBTG ผนึกกำลังสร้างสังคมสีเขียว พัฒนา &#8220;ปันไฟ&#8221; แอปพลิเคชันแลกเปลี่ยนไฟฟ้าสำหรับคนไทย คาดเริ่มทดลองใช้ไตรมาส 3 ปีนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>
<p><strong>EGAT</strong> ผนึก<strong> KBank </strong>และ<strong> KBTG </strong> ร่วมกันพัฒนา <strong>แอปพลิเคชัน &#8220;ปันไฟ&#8221; (Punfai)</strong>  ​แอปพลิเคชันแลกเปลี่ยนไฟฟ้าแห่งแรกของไทย ที่รองรับการใช้งานทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ ร่วมสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมนโนบายการ<span lang="TH">ลด</span><span lang="TH">คาร์บอนฟุตพริ้นท์</span> ขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero</p>
</div>
<p><span id="more-17926"></span></p>
<p><span lang="TH">โดยแอปพลิเคชัน “ปันไฟ” เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการไฟฟ้<wbr />าจากแผงโซลาร์ ที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถแบ่<wbr />งปันไฟฟ้าที่เหลือใช้ และได้<wbr />ผลตอบแทนที่ดี</span><span lang="TH">กลับมา เพื่อลดภาระค่าไฟ ช่วยคืนทุนจากการติดตั้งโซลาร์<wbr />เซลล์บนหลังคา (</span>Solar Rooftop<span lang="TH">) ได้เร็วขึ้น และเป็นการนำไฟฟ้าทุกหน่วยไปใช้</span><span lang="TH"><wbr />ได้อย่างคุ้มค่า ไม่เหลือไฟทิ้ง </span></p>
<p>สำหรับฟีเจอร์สำคัญภายในแอป ประกอบด้วย ผู้ช่วยจัดสรรไฟอัจฉริยะ เมนูส่งไฟให้บุคคลอื่นได้อย่างอิสระ และรีพอร์ตสรุปภาพรวมความคุ้มค่าจากการแลกเปลี่ยนไฟฟ้า พร้อมเชื่อมต่อนวัตกรรมทางการเงินให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น จะช่วยให้คนไทยเห็นประโยชน์จากการใช้พลังงานสะอาด เพราะสามารถ​นำพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ที่เหลือจากการใช้ในบ้านไปใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่น การปันไฟให้ผู้อื่นใช้ โดยได้ผลตอบแทนที่ดีกลับมา ช่วยให้คืนทุนการติดตั้งแผงโซลาร์ได้เร็วขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ์ใช้พลังงานสะอาดในราคาไม่แพง</p>
<p><span lang="TH">ปัจจุบันแอปพลิเคชันปันไฟอยู่<wbr />ระหว่างการพัฒนา คาดว่าจะสามารถทดลองใช้ใน </span>ERC Sandbox <span lang="TH">กับ “โครงการ </span>SolarPlus<span lang="TH">” และ โครงการของ กฟผ. ในช่วงไตรมาส </span>3 <span lang="TH">ของปีนี้ โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็<wbr />นการสนับสนุนให้เกิด </span>Green Ecosystem <span lang="TH">ที่ครบวงจร และจะขยายสู่คนไทยทุ<wbr />กคนในอนาคตต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17928 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Punfai_how-it-works_th.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><b><span lang="TH">คุณณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง รองผู้ว่าการอาวุโส การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</span></b><span lang="TH"> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้​ต่อยอดจากแอปพลิเคชัน </span>EGAT Peer to Peer Energy Trading <span lang="TH">(</span>EGAT P2P<span lang="TH">) ที่ กฟผ. พัฒนาขึ้นและเข้าร่วมใน ​โครงการ </span>SolarPlus<span lang="TH">​ ของธนาคารกสิกรไทย สู่แอปพลิเคชันใหม่ชื่อปันไฟ เพื่อรองรับการแลกเปลี่<wbr />ยนไฟฟ้าระหว่างกันให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ความต้องการด้านพลั<wbr />งงานไฟฟ้า ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ </span></p>
<div>
<p><b><span lang="TH">คุณกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</span></b><span lang="TH"> กล่าวว่า  </span><span lang="TH">กากรร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน &#8220;ปันไฟ&#8221; ​กับ กฟผ. ​จะเป็นอีกจิ๊กซอว์สำคัญที่<wbr />ช่วยสนับสนุนการสร้าง </span>Green Ecosystem <span lang="TH">ของไทย โดยธนาคารพร้อมนำความรู้ ทรัพยากร ทั้งด้านบุคลากรและประสบการณ์ด้<wbr />านเทคโนโลยี ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน รวมถึงการเชื่อมต่อนวั<wbr />ตกรรมทางการเงิน เพื่อให้ปันไฟกลายเป็นแอปพลิเคชันแลกเปลี่<wbr />ยนไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้<wbr />งานในทุกมิติ  ตาม</span><span lang="TH">ความมุ่งมั่นของธนาคารที่จะส่<wbr />งเสริมการสร้างสังคมสีเขียวให้<wbr />เกิดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด </span>GO GREEN Together <span lang="TH">เพื่อร่วมกันขับเคลื่<wbr />อนประเทศไทยสู่ </span>Net Zero</p>
<p><b><span lang="TH">คุณเชษฐพันธุ์ ศิริดานุภัทร </span></b><b>Managing Director <span lang="TH">บริษัท กสิกร แล็บส์ จำกัด</span></b><span lang="TH"> เปิดเผยว่า การสนับสนุนการสร้างสังคมสีเขี<wbr />ยวเพื่อความยั่งยืน เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ </span>KBTG <span lang="TH">ทางบริษัทจึงพร้อมที่จะใช้<wbr />ความเชี่ยวชาญในเรื่องเทคโนโลยี<wbr />และการออกแบบมาพัฒนา </span>UX<span lang="TH">/</span>UI (User Experience / User Interface) <span lang="TH">ให้กับแอปพลิเคชันปันไฟ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้<wbr />ใช้งานมีการใช้งานง่ายขึ้น  ด้วยคุณสมบัติเด่น ดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17927 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Punfai_features_th.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>1. ผู้ช่วยจัดสรรไฟอัจฉริยะ: มีระบบช่วยประเมินพฤติกรรมการใช้ไฟ และจัดสรรไฟที่ผลิตและเหลือจากการใช้งานในบ้านไปใช้ให้อัตโนมัติ ให้ทุกหน่วยไฟถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>2. ส่งไฟให้กัน: เลือกส่งไฟให้ใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่คุณรัก ครอบครัว หรือในอนาคตสามารถนำไปบริจาคให้หน่วยงานอื่นๆ ได้</p>
<p>3. สรุปภาพรวมความคุ้มค่า: รู้ได้ทันทีว่าประหยัดไปเท่าไหร่ ปันไฟช่วยคำนวณผลตอบแทน และค่าไฟที่ประหยัดไปได้ ไม่ต้องคิดเอง</p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/kbank-egat-kbtg-join-to-development-punfai-application-energy-exchange-platform/">KBank &#8211; EGAT &#8211; KBTG ผนึกกำลังสร้างสังคมสีเขียว พัฒนา &#8220;ปันไฟ&#8221; แอปพลิเคชันแลกเปลี่ยนไฟฟ้าสำหรับคนไทย คาดเริ่มทดลองใช้ไตรมาส 3 ปีนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อิมแพ็ค จับมือ กฟผ.เปิดตัว EleX by EGAT@IMPACT สถานีอัดประจุไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี ร่วมเปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/impact-join-egat-launch-elex-by-egat-ev-charge-station/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Dec 2022 09:15:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[EleX by EGAT@IMPACT]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Society]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Emission Vehicle]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย 30@30]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พอลล์ กาญจนพาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15850</guid>

					<description><![CDATA[<p>อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ผนึก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมเปิดตัว  สถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในนนทบุรี รวม 13 ช่องจอด​ หนุนประเทศไทยร่วมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ผนึก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผุดสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี รวม 2 สถานี 13 ช่องจอด รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ  คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ​เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ ระหว่างบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อดำเนินการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleX by EGAT [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/impact-join-egat-launch-elex-by-egat-ev-charge-station/">อิมแพ็ค จับมือ กฟผ.เปิดตัว EleX by EGAT@IMPACT สถานีอัดประจุไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี ร่วมเปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ผนึก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วม</b><b>เปิดตัว <strong> </strong>สถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในนนทบุรี รวม 13 ช่องจอด​ หนุนประเทศไทยร่วมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</b></p>
<p><span id="more-15850"></span></p>
<p><b>อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ผนึก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผุดสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี รวม 2 สถานี 13 ช่องจอด รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ </b></p>
<p><b>คุณพอลล์ กาญจนพาสน์</b> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี<span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า ​เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ ระหว่างบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อดำเนินการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleX by EGAT จำนวน 2 สถานี รวม 13 จุดจอด ได้แก่  1.บริเวณอาคารจอดรถในร่ม P1 อาคารชาเลนเจอร์ รวม 9 ช่องจอด และ 2. บริเวณพื้นที่ลานจอดรถของโรงแรมโนโวเทล เป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว DC Fast Charge 60 – 125 kW รวม 4 ช่องจอด เพื่อรองรับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต และมีส่วนในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมายภายในปี 2573 </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/0-EGAT-IMPAC3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">&#8220;ในฐานะที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี รองรับผู้เข้ามาใช้บริการมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี ประกอบกับ</span><span style="font-weight: 400;">ภาคการขนส่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งประเทศ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดในภาคขนส่ง ด้วยการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) </span><span style="font-weight: 400;">จึงถือเป็นหนึ่งใน</span>กลไกสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ รวมทั้งส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบาย 30@30 ของรัฐบาล ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ หรือ​ ZEV (Zero Emission Vehicle) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี พ.ศ.2573&#8243; </em></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>EleX by EGAT@IMPACT</strong> จะถือเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะที่มีจำนวนหัวชาร์จมากที่สุดในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะเป็นผู้ลงทุนด้านสถานที่ ขณะที่ กฟผ. หรือ <span style="font-weight: 400;">EGAT </span>จะเป็นผู้ลงทุนด้านการติดตั้ง และบริการหลังการขายภายในสถานี</p>
<p><b>นายพอลล์</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวทิ้งท้ายว่า </span><span style="font-weight: 400;">อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม ตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น  จึงขอเป็นหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผสมผสานการใช้พลังงานของโลกพร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำภายในปี 2573</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15853 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/0-Egat-Impact2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาบริการดังกล่าว  เป็นการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรมขนส่งซึ่งถือเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ประกอบกับปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จึงเกิดเป็นความร่วมมือของประชาคมโลก เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นระยะ ​</span>ขณะที่ในประเทศไทย รัฐบาลได้ออกมาตรการทางภาษีมาช่วยขับเคลื่อนในการเปลี่ยนผ่าน ทั้งการลดอัตราภาษีประจำปี การยกเว้นอาการศุลกากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่  รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น การส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้า การพัฒนากฎหมาย และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการอัดประจุ เป็นต้น เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่ง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/impact-join-egat-launch-elex-by-egat-ev-charge-station/">อิมแพ็ค จับมือ กฟผ.เปิดตัว EleX by EGAT@IMPACT สถานีอัดประจุไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี ร่วมเปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>K Bank​ จัดให้ ตั้งงบ 5 หมื่นล้าน สร้างแซนด์บ็อกซ์ SolarPlus ติดโซลาร์รูฟให้คนไทยฟรี ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/kbank-pilot-solar-plus-sandbox-drive-green-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Aug 2022 23:04:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Handprint]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[INNO POWER]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Peer to Peer]]></category>
		<category><![CDATA[PNN ENCOM]]></category>
		<category><![CDATA[Sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[SolarPlus]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จิราพร ศิริคำ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิ]]></category>
		<category><![CDATA[อธิป ตันติวรวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13445</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย เปิดแซนด์บ็อกใหม่ SolarPlus ทดลองโมเดลขับเคลื่อนพลังงานสะอาดประเทศไทย ร่วมกับ 4 พันธมิตร ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เดินหน้า GO GREEN Together สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของประชาชน ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟให้แก่ประชาชนฟรี เพื่อสามารถผลิตและขายไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในไทย โดยเลือกนำร่องโครงการที่หมู่บ้านศุภาลัยการ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2 ที่มีลูกบ้านในโครงการมากกว่า 456 หลัง ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ซึ่งมีขนาดมากพอที่สำหรับการเป็น Sandbox สำหรับการเป็น Success Case Story เพื่อศึกษาการผลิตและจำหน่ายพลังงานสะอาดในรูปแบบ Peer to Peer Model ก่อนจะนำร่องการขยายโมเดลไปทั่วประเทศต่อไป ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้ากระจายการติดตั้งโซลาร์รูฟให้บ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 5 แสนหลัง ภายใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/kbank-pilot-solar-plus-sandbox-drive-green-ecosystem/">K Bank​ จัดให้ ตั้งงบ 5 หมื่นล้าน สร้างแซนด์บ็อกซ์ SolarPlus ติดโซลาร์รูฟให้คนไทยฟรี ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย เปิดแซนด์บ็อกใหม่ SolarPlus ทดลองโมเดลขับเคลื่อนพลังงานสะอาดประเทศไทย ร่วมกับ 4 พันธมิตร ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เดินหน้า GO GREEN Together สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของประชาชน ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟให้แก่ประชาชนฟรี เพื่อสามารถผลิตและขายไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในไทย</p>
<p><span id="more-13445"></span></p>
<p>โดยเลือกนำร่องโครงการที่หมู่บ้านศุภาลัยการ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2 ที่มีลูกบ้านในโครงการมากกว่า 456 หลัง ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ซึ่งมีขนาดมากพอที่สำหรับการเป็น Sandbox สำหรับการเป็น Success Case Story เพื่อศึกษาการผลิตและจำหน่ายพลังงานสะอาดในรูปแบบ Peer to Peer Model ก่อนจะนำร่องการขยายโมเดลไปทั่วประเทศต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้ากระจายการติดตั้งโซลาร์รูฟให้บ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 5 แสนหลัง ภายใน 5 ปี พร้อมเตรียมวงเงินสินเชื่อสำหรับโปรเจ็กต์นี้ไว้ 50,000 ล้านบาท ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์และจุดเปลี่ยนในการขับเคลื่อนด้านพลังงานสะอาดของประเทศ ที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อน ทั้งภาคการเงิน ในฐานะผู้สนับสนุนการลงทุน หน่วยงานขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายด้านพลังงานของประเทศ​ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ติดตามเมกะเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของทั้ง Green Ecosystem</p>
<p><strong>นำร่องแเฟสแรก SolarPlus Model</strong></p>
<p>แซนด์บ็อก SolarPlus ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสนับสนุนให้คนไทยเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด จากการศึกษา Success Case ในเฟสแรกที่ศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2 ซึ่งจะเป็น Best Practice Model  เพราะถือเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งโซลาร์รูฟ ในตลาดกลุ่มที่ค่อนข้างแมสมากกว่า ด้วยราคาบ้านราว 3-5 ล้านบาท ทำให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับโมเดลการทดลอง เพราะก่อนหน้านี้ ด้วยข้อจำกัดด้านต้นทุน ทำให้การติดตั้งโซลาร์รูฟ จำกัดอยู่ในกลุ่มโรงงานขนาดใหญ่เป็นหลัก หรือหากเป็นภาคประชาชนก็จะอยู่ในกลุ่มบ้านพรีเมียมราคา 10-20 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้ยังเป็นตลาดที่ค่อนข้างจำกัด และไม่สามารถเรียนรู้การพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในระดับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13450 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/123-Kabnk-Model1.jpg" alt="" width="1200" height="619" /></p>
<p>ความเคลื่อนไหวของ Kbank และพันธมิตรทั้ง 4 ในครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดโมเดลเพื่อทดลองพลังงานสะอาดที่ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศไทย จากความได้เปรียบที่มีแดดค่อนข้างมากอย่างจริงจัง และถือว่าเป็นการสร้าง Benefit ให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนในสนามการทดลอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพราะสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟได้ฟรีๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย​ไม่ว่าจะเป็นค่าติดตั้ง อุปกรณ์ใดๆ รวมไปถึงค่าบำรุงรักษาก็ตาม แถมมีการประเมินไว้ว่าค่าไฟที่เคยจ่ายในแต่ละเดือนจะลดลงไปประมาณ 20%</p>
<p>ขณะที่ในมุมของประเทศ หากมีการใช้พลังงานสะอาดในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สามารถบรรลุเป้าหมาย ตามที่เคยได้ประกาศไว้ในเวทีโลก เพื่อขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutral ภายในปี 2050 รวมทั้ง Net Zero ภายในปี 2065 หรือแม้กระทั่งการบรรเทาวิกฤตโลก จากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ Climate Change ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับเป้าหมายด้านศักยภาพในการผลิตพลังงานสะอาดของ SolarPlus นั้น ได้คาดดารณ์ไว้ว่า ​จะสามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ราว 4.5 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 2.3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี  หรือเทียบได้กับปลูกต้นไม้ 240 ล้านต้นเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13452 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/123-Kbank-targe1.jpg" alt="" width="1200" height="668" /></p>
<p><strong>ผนึกพันธมิตรสร้าง Green  Ecosystem</strong></p>
<p>ขณะที่ตัวแทนจากแต่ละฝ่ายที่เข้าร่วมใน SolarPlus Sandbox ครั้งนี้ มีมุมมองต่อทิศทางการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดของประเทศ ในมิติต่างๆ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</strong> เปิดเผยว่า ธนาคารมีทิศทางในการขับเคลื่อนไปสู่ Future of Finance ที่มากกว่าการเป็นแค่ธนาคารที่ดำเนินธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น (Beyond Banking ) โดยเฉพาะการสนับสนุนธุรกิจในกลุ่มที่สร้างให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ ESG โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกทั้งกับลูกค้าธนาคารไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก กลาง หรือใหญ่  รวมไปถึงประเทศ และทั่วโลก</p>
<p>ซึ่งที่ผ่านมา ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสนับสนุน Green Economy ซึ่งเป็นหนึ่งในโรดแม็พการขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ BCG  เช่น สินเชื่อธุรกิจเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์ สินเชื่อบ้านสีเขียว สินเชื่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า บริการให้เช่าใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมจุดเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่สาขา และจับมือกับพันธมิตรทำโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยใช้ชีวิต Green Lifestyle ได้ง่ายขึ้น</p>
<p>รวมทั้งโครงการล่าสุดอย่าง SolarPlus เพื่อสนับสนุนให้คนไทยใช้พลังงานสะอาด ซึ่งธนาคารฯ ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด เพื่อใช้ลงทุนติดตั้งและบำรุงรักษาโซลาร์รูฟให้แก่ประชาชนที่ร่วมโครงการ และธนาคารฯ ยังรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดที่เหลือจากการใช้งานของบ้านที่ร่วมโครงการนี้ เพื่อนำมาใช้ในเครือธนาคารกสิกรไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งกิจกรรมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อเพิ่ม Carbon Handprint ให้กับองค์กร</p>
<p><strong>                    <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13451 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/123-Kbank-Model2.jpg" alt="" width="1200" height="672" />                         </strong></p>
<p><strong>นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รองผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และประธานคณะกรรมการ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด</strong> กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบโซลาร์เซลล์ของบ้านเรือนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษา พร้อมทั้งตกลงให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าแก่บ้านเรือน ทั้งนี้เงื่อนไขและข้อตกลงในการจัดเก็บค่าไฟจะเป็นไปตามสัญญาการให้บริการ โดยกระแสไฟฟ้าที่เหลือใช้จากบ้านเรือนจะถูกจำหน่ายเข้าไปในระบบไฟฟ้า ในราคาหน่วยละ 2.20 บาท หรือนำมาซื้อขายพลังงานแบบ Peer to Peer Energy Trading</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทมีความคาดหวังให้โครงการนี้ช่วยจุดกระแสให้ประชาชนทั่วไปหันมาใช้พลังงานสะอาดโดยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่บ้านเรือนของตัวเอง เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น และหวังว่าโครงการดังกล่าวจะถูกใช้เป็นต้นแบบสำหรับ โครงการซื้อขายพลังงานแบบ Peer to Peer Energy Trading ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p><strong>นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการออกแบบโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด Green Design โดยเน้นออกแบบเป็นบ้านประหยัดพลังงานมาอย่างยาวนาน และในปีนี้บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 25% ภายใน 3 ปี ซึ่งเตรียมเดินหน้าติดตั้งโซลาร์ที่อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่ ตลอดจนมีแผนการติดตั้ง EV charger ที่โครงการทั่วประเทศ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนการผนึกกำลังกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้  ได้เลือกโครงการศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2  ซึ่งเป็นโครงการแนวราบที่มีลูกบ้านเข้าอยู่แล้วจำนวนมาก และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกบ้านเป็นอย่างดี เนื่องจากช่วยประหยัดไฟฟ้าให้กับผู้อยู่อาศัยภายในโครงการดังกล่าว</p>
<p><strong>ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า การดำเนินการของ กฟผ. นอกเหนือจากภารกิจหลักในอุตสาหกรรมการผลิตและส่งไฟฟ้าแล้ว กฟผ. ยังมี Solutions ใหม่ในด้านนวัตกรรมพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าในยุคดิจิทัลควบคู่ไปด้วย ทั้งในส่วนของการเข้าถึงพลังงานสะอาด และการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งในส่วนของโครงการ SolarPlus นี้ ทาง กฟผ. ก็ได้นำแพลตฟอร์ม Peer to Peer Energy Trading ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมงาน กฟผ. เอง และผ่านการทดลองใช้งานจริงในโครงการ ERC Sandbox เฟส 1 มาแล้ว เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่โครงการ ซึ่งความคาดหวังในส่วนของตัวแพลตฟอร์มเองจะต้องมี การพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ง่าย และเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ซึ่งจะสามารถขยายผลสู่การใช้งานในเชิงพาณิชย์เพื่อตอบโจทย์ของผู้บริโภคในอนาคตต่อไป</p>
<p><strong>นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด</strong> กล่าวว่า บริษัทสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาด โดยบริษัทให้บริการขึ้นทะเบียนอุปกรณ์ของโครงการพลังงานหมุนเวียน การซื้อขายใบรับรอง Renewable Energy Certification (REC) แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อเพิ่มรายได้แก่ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด โดย REC เป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยส่งเสริมการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มขีดความสามารถด้านการพัฒนานวัตกรรมพลังงานยั่งยืนของประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13449 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/1231-Kabnk.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/kbank-pilot-solar-plus-sandbox-drive-green-ecosystem/">K Bank​ จัดให้ ตั้งงบ 5 หมื่นล้าน สร้างแซนด์บ็อกซ์ SolarPlus ติดโซลาร์รูฟให้คนไทยฟรี ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
