<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Emission Trading Scheme &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/emission-trading-scheme/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Sep 2025 13:44:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Emission Trading Scheme &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือ EU CBAM ต้นปีหน้า ตามกระแสความยั่งยืนโลกที่ยังไม่แผ่ว แม้สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/kresearch-advises-brace-for-eu-cbam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 12:59:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Tax]]></category>
		<category><![CDATA[CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Trading Scheme]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[EU CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[K Research]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าธรรมเนียมคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[จักรี พิศาลพฤกษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. กฤตย์ สีตะธนี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36788</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้สหภาพยุโรป (EU) จ่อเริ่มเก็บภาษีคาร์บอน (CBAM) ต้นปีหน้า คาดส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นราว 2.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573 ขณะที่ประเทศไทยยังต้องรอการออกมาตรการภาคบังคับ แต่ความล่าช้าของกฎหมายอาจจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบ มองอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าค่ามาตรฐานของ EU CBAM เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น แนะช่วงปี 2568 – 2573 คือหัวเลี้ยวหัวต่อ ธุรกิจที่เริ่มปรับตัวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ก่อนจะสร้างความได้เปรียบ ดร. กฤตย์ สีตะธนี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ถึงแม้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่ไทยส่งออกไปมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยสัดส่วนการส่งออก 17%​ จะมีการชะลอการดำเนินการเรื่องความยั่งยืน แต่ประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะ EU ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญลำดับ 3 ด้วยสัดส่วนส่งออก 9% จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนจากมาตรการ EU CBAM ตั้งแต่ต้นปีหน้า​ ส่งผลให้สินค้านำเข้าจากไทยต้องรับภาระต้นทุนคาร์บอน และ EU จะทยอยเพิ่มความเข้มข้นจนเต็มรูปแบบหลังปี 2577 นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จีน (ตลาดส่งออกลำดับ 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/kresearch-advises-brace-for-eu-cbam/">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือ EU CBAM ต้นปีหน้า ตามกระแสความยั่งยืนโลกที่ยังไม่แผ่ว แม้สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> ชี้สหภาพยุโรป (EU) จ่อเริ่มเก็บภาษีคาร์บอน (CBAM) ต้นปีหน้า คาดส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นราว 2.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573</p>
<p><span id="more-36788"></span></p>
<p>ขณะที่ประเทศไทยยังต้องรอการออกมาตรการภาคบังคับ แต่ความล่าช้าของกฎหมายอาจจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบ มองอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าค่ามาตรฐานของ EU CBAM เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น แนะช่วงปี 2568 – 2573 คือหัวเลี้ยวหัวต่อ ธุรกิจที่เริ่มปรับตัวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ก่อนจะสร้างความได้เปรียบ</p>
<p><strong> ดร. กฤตย์ สีตะธนี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด </strong>เปิดเผยว่า ถึงแม้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่ไทยส่งออกไปมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยสัดส่วนการส่งออก 17%​ จะมีการชะลอการดำเนินการเรื่องความยั่งยืน แต่ประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะ EU ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญลำดับ 3 ด้วยสัดส่วนส่งออก 9% จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนจากมาตรการ EU CBAM ตั้งแต่ต้นปีหน้า​ ส่งผลให้สินค้านำเข้าจากไทยต้องรับภาระต้นทุนคาร์บอน และ EU จะทยอยเพิ่มความเข้มข้นจนเต็มรูปแบบหลังปี 2577</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จีน (ตลาดส่งออกลำดับ 2 สัดส่วน 11%) และญี่ปุ่น (ตลาดส่งออกลำดับ 4 สัดส่วน 7%) จะดำเนินมาตรการในทำนองเดียวกัน ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนเพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งหากท้ังจีนและญี่ปุ่น เริ่มใช้มาตรการ CBAM คาดว่าจะกระทบส่งออกไทยมูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านบาท ​</p>
<figure id="attachment_36790" aria-describedby="caption-attachment-36790" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-36790 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Mr.-Jakree-Pisarnpruek.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-36790" class="wp-caption-text">คุณจักรี พิศาลพฤกษ์ เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด</figcaption></figure>
<p><strong>คุณจักรี พิศาลพฤกษ์ เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส </strong><strong>บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด</strong> กล่าวว่า โครงสร้างตลาดคาร์บอนของประเทศไทยในลักษณะภาคสมัครใจยังเป็นข้อจำกัดต่อการสร้างแรงจูงใจ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม ได้แก่ การปลดล็อคข้อกำหนดการใช้โครงข่ายไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด เช่น เช่น Direct Power Purchase Agreement รวมถึงกฎหมายภาคบังคับมาอุดช่องว่าง โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะทำให้ประเทศไทยมี Carbon Tax และระบบ Emission Trading Scheme (ETS) อย่างไรก็ดี ความล่าช้าในการบังคับใช้ ร่าง พ.ร.บ.ฯ หลัง EU CBAM ประมาณ 2 ปี อาจทำให้ไทยเสียโอกาสนำเงินค่าธรรมเนียมคาร์บอนมาเป็นกองทุนสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศแทนการจ่ายให้กับต่างประเทศ</p>
<figure id="attachment_36791" aria-describedby="caption-attachment-36791" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-36791 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dr.-Rujipun-Assarut.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-36791" class="wp-caption-text">ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด</figcaption></figure>
<p><strong>ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า EU CBAM มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันที่ครอบคลุมมูลค่าสินค้าเพียง 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นราว 2.8 หมื่นล้านบาทภายในปี 2573 ทั้งนี้ แม้ว่าผู้ประกอบการไทยจะพยายามปรับตัวโดยดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก แต่อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าค่ามาตรฐานของ EU CBAM ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า อาจต้องเสียค่าปรับโดยเฉลี่ย 5 แสนบาทต่อการส่งออกสินค้า 1 ล้านบาทไปยัง EU หรือคิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 50% เลยทีเดียว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36793 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-1-1024x575.jpg" alt="" width="1024" height="575" /></p>
<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ให้คำแนะนำว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการไทยมีสองทางเลือก ได้แก่ &#8216; <strong>รอ&#8217;</strong> หรือ <strong>&#8216;ลุย&#8217;</strong> คือจะรอให้กฎหมายและแรงกดดันจากต่างประเทศบังคับ หรือเริ่มและลงมือทันทีเพื่อสร้างความได้เปรียบ ลดความเสี่ยง และเตรียมรับภาษีคาร์บอน</p>
<p>โดยช่วงปี 2568 – 2573 คือหัวเลี้ยวหัวต่อ ใครเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ สิ่งสำคัญคือ การทำธุรกิจให้ &#8216;กรีนขึ้น&#8217; ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก เพียงเริ่มจากมาตรการง่ายๆ เช่น ใช้พลังงานคุ้มค่า จัดการของเสีย หรือเลือกซัพพลายเออร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็ช่วยลดต้นทุน เสริมภาพลักษณ์รวมถึงทยอยปรับตามมาตรฐานสากลอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-3.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-4.jpg" alt="" width="1200" height="662" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-6.jpg" alt="" width="1200" height="666" /></p>
<p><iframe loading="lazy" title="Special Topic “ธุรกิจไทยยังต้องเตรียมพร้อมกับภาษี Carbon อีกหรือไม่?”" src="https://www.youtube.com/embed/22Ugi8T7U1c" width="932" height="522" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/kresearch-advises-brace-for-eu-cbam/">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือ EU CBAM ต้นปีหน้า ตามกระแสความยั่งยืนโลกที่ยังไม่แผ่ว แม้สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร เปิดตัวระบบ SET Carbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนของธุรกิจไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมหนุนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/set-dcce-exim-bank-join-to-launch-set-carbon-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jan 2025 11:25:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Finance]]></category>
		<category><![CDATA[DCCE]]></category>
		<category><![CDATA[Department Of Climate Change and Environment]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Trading Scheme]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[Green Development Bank]]></category>
		<category><![CDATA[SET Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทจดทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ SET Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[อัสสเดช คงสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งทุนสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31313</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จับมือพันธมิตร กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ EXIM BANK เปิดตัวระบบ SET Carbon เครื่องมืออำนวยความสะดวกการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินท์สำหรับธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ระบบ SET Carbon ตอกย้ำบทบาทสำคัญ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนภาคธุรกิจปรับตัวจาก Climate Change ได้เปิดตัวระบบ SET Carbon ในวันที่​ 16 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา เพื่อ​ช่วยธุรกิจลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว และเตรียมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น พร้อมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการรายงาน ทั้งนี้ แนวโน้มทั่วโลกให้ความสำคัญต่อประเด็น Climate Change เพิ่มมากขึ้น โดยพบข้อมูลความเสียหายจากภัยธรมชาติทั่วโลกในปี 2023 มีมูลค่ามากกว่า 3.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 80% เกี่ยวข้องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา รวมทั้งให้ความสำคัญต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนเครดิตเพิ่มมากขึ้น เช่น กฎระเบียบการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นในยุโรป ส่งผลให้ราคาคาร์บอนสูงมากกว่า  80 ยูโรต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/set-dcce-exim-bank-join-to-launch-set-carbon-system/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร เปิดตัวระบบ SET Carbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนของธุรกิจไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมหนุนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</strong> จับมือพันธมิตร <strong>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม </strong>และ <strong>EXIM BANK </strong>เปิดตัวระบบ <strong>SET Carbon </strong>เครื่องมืออำนวยความสะดวกการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินท์สำหรับธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-31313"></span></p>
<p>ระบบ SET Carbon ตอกย้ำบทบาทสำคัญ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนภาคธุรกิจปรับตัวจาก Climate Change ได้เปิดตัวระบบ SET Carbon ในวันที่​ 16 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา เพื่อ​ช่วยธุรกิจลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว และเตรียมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น พร้อมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการรายงาน</p>
<p>ทั้งนี้ แนวโน้มทั่วโลกให้ความสำคัญต่อประเด็น Climate Change เพิ่มมากขึ้น โดยพบข้อมูลความเสียหายจากภัยธรมชาติทั่วโลกในปี 2023 มีมูลค่ามากกว่า 3.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 80% เกี่ยวข้องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา</p>
<p>รวมทั้งให้ความสำคัญต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนเครดิตเพิ่มมากขึ้น เช่น กฎระเบียบการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นในยุโรป ส่งผลให้ราคาคาร์บอนสูงมากกว่า  80 ยูโรต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2) ซึ่งหากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศา จะส่งผลกระทบต่อ GDP ทั่วโลกให้ลดลง 4-18% ภายในปี 2050 แตกต่างกันไปตามภูมิภาค และมูลค่า Climate Finance ทั้งจาก Climate Fund และ Green Bond ทั่วโลก  เพิ่มขึ้นเป็น 5.72 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 80% เป็นการลงทุนในยุโรป</p>
<p>ขณะที่ Climate Change​ ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านและโอกาสในหลายมิติ อาทิ การบังคับใช้กฏหมายที่ควบคุมมาตรฐานการผลิตสินค้าต่างๆ การลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน หรือพฤติกรรมผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และทิศทางการลงทุนในกลุ่มธุรกิจสีเขียว การลงทุนอย่างยั่งยืน เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31316 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Resize-SET.jpg" alt="" width="491" height="614" /></p>
<p><strong>คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันภาครัฐและผู้ลงทุนมีความต้องการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย <em><strong>ใน​ปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียน​ (บจ.) ไทยประมาณ 30% ที่สามารถเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์พร้อมทวนสอบได้อย่างครบถ้วน ขณะที่ยังมี บจ. อีกจำนวนมากที่ต้องการเครื่องมือช่วยจัดทำรายงานดังกล่าวให้รองรับกับกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</strong> </em>ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงพัฒนาระบบ <strong>SET Carbon</strong> ให้เป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลและคำนวณข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความน่าเชื่อถือ <strong>โดยระบบเปิดให้องค์กรธุรกิจใช้งาน 16 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป</strong> นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการจัดการข้อมูลผ่าน SET Carbon ตั้งแต่ต้นทางของข้อมูล ไปจนถึงปลายทางในการนำข้อมูลมาให้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อสีเขียว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ บจ. เพื่อลดการรายงานซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น</p>
<p><em>&#8220;บทบาทสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ คือ การเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ และทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้และเครื่องมือต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ซึ่ง<strong>แพลตฟอร์ม SET Carbon เป็นหนึ่งในเครื่องมือปรับตัวในยุค Climate Change ให้สามารถวัดการปลดปล่อยคาร์บอนในธุรกิจซึ่งเป็นสิ่งที่สากลทั่วโลกให้ความสำคัญ พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการเข้าถึง Green Finance ได้สะดวกยิ่งขึ้น</strong> โดยที่ผ่านมา มีการสนับสนุนธุรกิจไทยทั้งมิติในการให้ความรู้ ผ่าน ESG ACADEMY , การมีโปรแกรม Climate Action เพื่อช่วยบริษัทต่างๆ ในการปรับตัว,  การพัฒนาเครื่องมือ ระบบ และการเป็นศูนย์กลางด้าน Climate Data เพื่อมีส่วนช่วยผู้ประกอบการในการลดต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในอนาคตถ้าเริ่มมีการขับเคลื่อนไปสู่ภาคบังคับในการวัด Emision ซึ่งบุคลากรใน Ecosystem ก็อาจจะยังขาดแคลน​อยู่ ดังนั้น การมีแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือให้สามารถวัด และทวนสอบ พร้อมทั้งการเข้าถึงแหล่งทุนไปพร้อมกันจึงมีความสำคัญอย่างมาก&#8221;​  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31314 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Resize-DR-Pirun.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p><strong>ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดเผยว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2567 คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ได้เห็นชอบให้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาภายในเดือนมกราคม 2568 ซึ่งร่างกฎหมายฯ จะเป็นการสร้างสมดุลในมิติการบังคับและการสนับสนุนให้ประเทศเกิดความพร้อมและมีศักยภาพในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมและเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยมีกลไกการเงินจากกองทุนสภาพภูมิอากาศ (Climate Fund) ร่วมกับการจัดหมวดหมู่กิจกรรมในภาคเศรษฐกิจที่จะเข้าถึงการสนับสนุนทางการเงิน (Taxonomy) และกลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) เพื่อเร่งการลงทุนและการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศภายใต้กฎกติกาและกลไกทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก</p>
<p>ทั้งนี้ การจัดทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ในวันนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับและลดภาระในการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากภาคเอกชน ภายใต้กฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะนำไปใช้พิจารณารูปแบบของกระบวนการจัดสรรสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก <strong>(Emission Trading Scheme: ETS)</strong> ที่จะเชื่อมกับการส่งเสริมโครงการคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใต้ตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และการพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในระยะยาวต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31315 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Resize-DR-RUK.jpg" alt="" width="594" height="743" /></p>
<p><strong>ดร. รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย</strong> <strong>(</strong><strong>EXIM BANK</strong><strong>) </strong>กล่าวว่า เครื่องมือทางการเงินเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Finance เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันโลกยังคงมีความต้องการ Climate Finance อีกมาก EXIM BANK จึงมุ่งดำเนินบทบาท Green Development Bank เร่งเติมเต็ม Climate Finance ในประเทศไทย ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ให้ความสำคัญกับการรายงานข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และมาตรฐานสากล ยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับโครงการหรือกิจการที่มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการนี้ ทุกภาคส่วนต้องบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ภายในองค์กรและบูรณาการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของคู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าว EXIM BANK พร้อมให้การสนับสนุนทางการเงิน เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเงินทุนหมุนเวียน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นเพียง 1.99% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอด 3 ปี 4.99% ต่อปี)</p>
<p>ความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ EXIM Bank จะสร้างระบบนิเวศข้อมูลด้านความยั่งยืนที่ครบวงจร ช่วยให้ธุรกิจไทยเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนากลไกสนับสนุนธุรกิจให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนได้ในตลาดโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31322 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/SET-CARBON-Framework.png" alt="" width="1300" height="722" /></p>
<p>บจ. ที่สนใจใช้งานระบบ SET Carbon สามารถศึกษารายละเอียดที่ www.setlink.set.or.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โทร 0 2009 9897 หรือ 0 2009 9868</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/set-dcce-exim-bank-join-to-launch-set-carbon-system/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร เปิดตัวระบบ SET Carbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนของธุรกิจไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมหนุนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KITCARBON ผนึก TGO เชื่อม​อีโคซิสเต็มภาคก่อสร้างไทยสู่​สังคมคาร์บอนต่ำ เร่งเครื่อง Net Zero ด้วย Green Data</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/kitcarbon-hands-tgo-use-data-driven-toward-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Oct 2024 02:47:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[A49]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Pricing]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC]]></category>
		<category><![CDATA[Data-Driven Toward Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Trading Scheme]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[Green Data]]></category>
		<category><![CDATA[Green Process]]></category>
		<category><![CDATA[Green Products]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth Talks : Data-Driven Toward Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[KITCARBON]]></category>
		<category><![CDATA[MTEC]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability as a possibility]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[คิด ก่อน สร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณรงค์วิทย์ อารีมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ทศพร ศรีเอี่ยม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นงนุช  พูลสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[นพพร กีรติบรรหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รองเพชร บุญช่วยดี]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สุรชัย นิ่มละออ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29804</guid>

					<description><![CDATA[<p>“KITCARBON” แพลตฟอร์มประมวลผลการปล่อย CO2 สำหรับโครงการก่อสร้างรายแรกในไทย ที่มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีและเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมมือภาครัฐ ผู้ออกแบบ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและสถาบันวิจัย แชร์ความรู้ในหัวข้อ “Data&#8211;Driven Toward Net Zero” ดึงตัวช่วยสุดล้ำบนแพลตฟอร์ม KITCARBON ชูแนวคิด​ &#8216;คิด ก่อน สร้าง&#8216; พร้อมผนึก TGO เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ Net Zero ด้วย Green Data เชื่อมต่อทุกภาคส่วนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ภายในงาน  KITCARBON Inclusive Green Growth Talks : Sustainability as a possibility, Data&#8211;Driven Toward Net Zero  ​คุณสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน กล่าวเปิดงานพร้อมเผยว่า SCG ในฐานะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง นอกจากเรื่องที่เราส่งมอบ Green Products [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/kitcarbon-hands-tgo-use-data-driven-toward-net-zero/">KITCARBON ผนึก TGO เชื่อม​อีโคซิสเต็มภาคก่อสร้างไทยสู่​สังคมคาร์บอนต่ำ เร่งเครื่อง Net Zero ด้วย Green Data</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“KITCARBON” </strong><strong>แพลตฟอร์มประมวลผลการปล่อย </strong><strong>CO<sub>2</sub> </strong><strong>สำหรับโครงการก่อสร้างรายแรกในไทย </strong><strong>ที่มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีและเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><span id="more-29804"></span></p>
<p><strong>ร่วมมือภาครัฐ ผู้ออกแบบ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและสถาบันวิจัย แชร์ความรู้ในหัวข้อ </strong><strong>“Data</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Driven Toward Net Zero” </strong><strong>ดึงตัวช่วยสุดล้ำบนแพลตฟอร์ม </strong><strong>KITCARBON </strong><strong>ชูแนวคิด​ </strong><strong>&#8216;</strong><strong>คิด ก่อน สร้าง</strong><strong>&#8216; </strong><strong>พร้อมผนึก </strong><strong>TGO </strong><strong>เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ด้วย </strong><strong>Green Data </strong><strong>เชื่อมต่อทุกภาคส่วนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ </strong><strong>ภายในงาน  </strong><strong>KITCARBON Inclusive Green Growth Talks : Sustainability as a possibility, Data</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Driven Toward Net Zero </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29811 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/2-คุณสุรชัย-นิ่มละออ-กรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจ-SCG-Green-Solution.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>​คุณสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน </strong>กล่าวเปิดงานพร้อมเผยว่า <strong>SCG </strong>ในฐานะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง นอกจากเรื่องที่เราส่งมอบ Green Products เรายังใช้เทคโนโลยี Digital เพื่อให้ทุกการก่อสร้างของลูกค้าของเราเป็นอาคารคาร์บอนต่ำผ่านแพลตฟอร์ม <strong>KITCARBON</strong> ที่จะช่วยประเมินคาร์บอนในโครงการก่อสร้างก่อนก่อสร้างจริง ซึ่งได้รับการสนับสนุนข้อมูลฉลากคาร์บอนจาก<strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (</strong><strong>TGO</strong><strong>)</strong> นับเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะสามารถทำให้แพลตฟอร์ม <strong>KITCARBON</strong> มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย ซึ่งสอดคล้องกับ NET ZERO Roadmap ของประเทศไทย เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29812 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/3-คุณรองเพชร-บุญช่วยดี-รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานได้รับเกียรติจาก <strong>คุณรองเพชร บุญช่วยดี รองผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (</strong><strong>TGO)</strong> ร่วมแชร์ความรู้ในหัวข้อ “Sustainability as a possibility” ถึงทิศทางภาคธุรกิจไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน พร้อมเผยถึงกลไกที่เป็น Carbon Pricing ในการลดก๊าซเรือนกระจกที่ทั่วโลกนิยมใช้หลักๆ คือ Emission Trading Scheme (ETS) และภาษีคาร์บอน ซึ่งนับว่าเป็นสองวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาต่อการใช้เทคโนโลยีที่สะอาดในประเทศได้</p>
<p>ทั้งนี้ ช่วงเสวนาในหัวข้อ “<strong>Inclusive Green Growth Talks: Data-Driven Toward Net Zero</strong>” ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 ท่านมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29810 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/5-คุณนพพร-กีรติบรรหาร-Chief-Marketing-Officer-บริษัท-ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง-จำกัด-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย <strong>คุณนพพร กีรติบรรหาร </strong><strong>Chief Marketing Officer </strong><strong>บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด</strong> เผยว่า การลดคาร์บอนนั้นต้องคำนึงถึงทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ</p>
<p><strong>1</strong><strong>) </strong><strong>Green Process </strong>เน้นการลดคาร์บอนตั้งแต่กระบวนการผลิต ลดการใช้พลังงานถ่านหิน แล้วหันมาใช้เชื้อเพลิงทดแทน รวมถึงลดการใช้ไฟฟ้าโดยใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิตซีเมนต์ในประเทศแทน</p>
<p><strong>2</strong><strong>) </strong><strong>Green Products</strong>  มีการพัฒนาปูนคาร์บอนต่ำเจเนอเรชัน 2 โดยตั้งเป้าสัดส่วนการขายปูนคาร์บอนต่ำทดแทนปูนเดิมที่ 90% ภายในปีนี้ และผลักดันให้มีการใช้สินค้า SCG Green Choice มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสินค้า 318 รายการ ที่ได้รับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และมีแผนที่จะขอจดเพิ่มอีก 210 รายการในปีนี้</p>
<p><strong>3</strong><strong>) </strong><strong>Green Solutions</strong> เน้นการพัฒนานวัตกรรมก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยีการพิมพ์คอนกรีต 3 มิติ (3D Printing) ที่ช่วยลดเศษวัสดุเหลือใช้หน้างานได้ถึง 70% และแพลตฟอร์มประเมินคาร์บอนงานก่อสร้าง หรือ KITCARBON ที่ใช้เทคโนโลยี Digital &amp; BIM เข้ามาช่วยคำนวน Embodied Carbon ของโครงการ ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการออกแบบกระบวนการก่อสร้างและการเลือกใช้วัสดุ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29805 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/6-ดร.ณรงค์วิทย์-อารีมิตร-Executive-Director-A49.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ณรงค์วิทย์ อารีมิตร </strong><strong>Executive Director </strong><strong>บริษัท สถาปนิก </strong><strong>49</strong><strong> จำกัด (</strong><strong>A</strong><strong>49) </strong><strong>and Regional Manager A</strong><strong>49 ขอนแก่น</strong> ในฐานะสถาปนิกและผู้ออกแบบ กล่าวว่า ทางบริษัทจัดตั้งแผนก Sustainability มา 20 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ หากจะทำให้ครบทั้งกระบวนการต้องอาศัยการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) บริษัทจึงจัดตั้งแผนกใหม่ชื่อ Integrated Research เพื่อบูรณาการความยั่งยืน ข้อมูล และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในการออกแบบเพื่อความยั่งยืนคือ วิธีคิดไม่ว่าจะเป็น <strong>Build Less</strong> สร้างให้น้อยลง เพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น <strong>Build Light</strong> ลดเศษวัสดุในการก่อสร้าง ใช้วัสดุที่นำมารีไซเคิลได้ <strong>Build Low Carbon</strong> ใช้วัสดุที่มีอยู่ โดยที่ไม่ได้เติมวัสดุสิ้นเปลืองเพิ่ม เป็นอีกหนึ่งวิธีคิดในการออกแบบเพื่อทำให้เกิดคาร์บอนต่ำ และ <strong>Build for The Future</strong> ออกแบบเพื่อเน้นการลด Operational Carbon เช่น การออกแบบเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในอนาคต เป็นต้น ทั้งนี้การลดคาร์บอนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ดังนั้นเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณ Embodied Carbon และ Operational Carbon จึงสำคัญมากในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29806 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/7-ดร.ทศพร-ศรีเอี่ยม-ผู้อำนวยการสถาบัน-BIM.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ทศพร ศรีเอี่ยม ผู้อำนวยการสถาบันแบบจำลองสารสนเทศอาคาร วิศวกรรมสถานแห่</strong><strong>ง</strong><strong>ประเทศไทยฯ และคณะทำงานคาร์บอนนิวทัลลิตี้ สภาวิศวกร</strong> กล่าวว่า สภาวิศวกรมีหน้าที่ในการจัดทำมาตรฐานการใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling Standard) ให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล พร้อมเผยแพร่ให้กับองค์กรต่างๆ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการก่อสร้างให้มีความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านจากยุค Analog สู่ยุค Digital นอกจากนี้ ทางสภาฯ ยังพร้อมด้วยวิศวกร จำนวน 200,000 คน และสถาปนิก จำนวน 50,000 คน เพื่อสนับสนุนองค์กรต่างๆ ในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29807 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/8-ดร.นงนุช-พูลสวัสดิ์-ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย-สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศ-เพื่อการพัฒนา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.นงนุช  พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (</strong><strong>MTEC)</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันทุกอย่างมุ่งสู่ Net Zero ทั่วโลกมีการออกมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมมากถึง 18,000 มาตรการ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 16% ยังไม่รวมถึงความต้องการด้านฉลากคาร์บอนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นทางสถาบันฯ จึงมีหน้าที่ที่จะสนับสนุนข้อมูลให้ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่บางครั้งแม้ว่าเราจะมีฐานข้อมูลของไทยเอง แต่ผู้ประกอบการมักจะเจอปัญหาเวลาจดทะเบียนในต่างประเทศ เพราะใช้ฐานข้อมูลที่ต่างกัน ดังนั้นการพัฒนาฐานข้อมูลให้สอดคล้องกับบริบทหรือธุรกิจแต่ละประเภทนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29808 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/9-Panel-Discussion.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ดังนั้น การมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำของอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้นจำเป็นต้องวางแผนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ  เริ่มตั้งแต่วิธีคิด การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การขนส่ง จนถึงการก่อสร้าง ซึ่ง <strong>KITCARBON</strong> ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ตอบโจทย์และช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลวัสดุก่อสร้าง สามารถคำนวน Embodied Carbon ของวัสดุแต่ละชนิด ลดต้นทุนโดยรวมและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29813 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-KIT-CARBON-INCLUSIVE-GREEN-GROWTH-TALKS.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/kitcarbon-hands-tgo-use-data-driven-toward-net-zero/">KITCARBON ผนึก TGO เชื่อม​อีโคซิสเต็มภาคก่อสร้างไทยสู่​สังคมคาร์บอนต่ำ เร่งเครื่อง Net Zero ด้วย Green Data</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดคาร์บอนเครดิต​ไทย ราคาเฉลี่ยเพิ่ม​ 3 เท่าตัว โครงการ &#8216;ปลูกป่า&#8217; แพงสุดแห่งปี 2565 ขายได้ 2 พันบาท/tCO2e </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/krungsri-research-point-volume-and-price-of-carbon-credit-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Oct 2023 14:58:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Trading Scheme]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[State and Trends in Carbon Pricing 2023]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาคาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัยกรุงศรี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการปลูกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22012</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก &#8216;วิจัยกรุงศรี&#8217; ระบุว่า แม้ปริมาณและมูลค่าการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย ในช่วง 8 เดือนแรก ของปี 2566 จะลดลงจากปีก่อนหน้า แต่ยังคงมีปริมาณการซื้อขายสูงกว่าภาพรวมของทั้งปี 2564 มากกว่า 2  เท่า ขณะที่ราคาเฉลี่ยจากทั้งปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว โดยพบว่า​ ในปี 2565 ราคาเฉลี่ยตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยอยู่ที่ 108 บาท/tCO2e ซึ่งสูงขึ้นจากปี 2564 กว่า 3 เท่า แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก โดยรายงาน State and Trends in Carbon Pricing 2023 ของธนาคารโลก ระบุว่าคาร์บอนเครดิตที่มาจากการดูดกลับโดยธรรมชาติหรือเทคโนโลยีต่างๆ มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 500-700 บาท/tCO2e  ส่วนเครดิตจากโครงการพลังงานทดแทนมีราคาเฉลี่ย 170-350 บาท/tCO2e ทั้งนี้ พบว่าราคาคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าราคาจากตลาดคาร์บอนในภาคบังคับค่อนข้างมาก เช่น ในสหภาพยุโรป ที่ราคาซื้อขายสิทธิในการปล่อยคาร์บอนสูงถึง 3,500 บาท/tCO2e ภายใต้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/krungsri-research-point-volume-and-price-of-carbon-credit-thailand/">ตลาดคาร์บอนเครดิต​ไทย ราคาเฉลี่ยเพิ่ม​ 3 เท่าตัว โครงการ &#8216;ปลูกป่า&#8217; แพงสุดแห่งปี 2565 ขายได้ 2 พันบาท/tCO2e </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก <strong>&#8216;วิจัยกรุงศรี&#8217;</strong> ระบุว่า แม้ปริมาณและมูลค่าการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย ในช่วง 8 เดือนแรก ของปี 2566 จะลดลงจากปีก่อนหน้า แต่ยังคงมีปริมาณการซื้อขายสูงกว่าภาพรวมของทั้งปี 2564 มากกว่า 2  เท่า ขณะที่ราคาเฉลี่ยจากทั้งปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว</p>
<p><span id="more-22012"></span></p>
<p>โดยพบว่า​ <strong>ในปี 2565 ราคาเฉลี่ยตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยอยู่ที่ 108 บาท/tCO<sub>2</sub>e ซึ่งสูงขึ้นจากปี 2564 กว่า 3 เท่า แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก </strong>โดยรายงาน<strong> State and Trends in Carbon Pricing 2023</strong> ของธนาคารโลก ระบุว่าคาร์บอนเครดิตที่มาจากการดูดกลับโดยธรรมชาติหรือเทคโนโลยีต่างๆ มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 500-700 บาท/tCO<sub>2</sub>e  ส่วนเครดิตจากโครงการพลังงานทดแทนมีราคาเฉลี่ย 170-350 บาท/tCO<sub>2</sub>e</p>
<p>ทั้งนี้ พบว่าราคาคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าราคาจากตลาดคาร์บอนในภาคบังคับค่อนข้างมาก เช่น ในสหภาพยุโรป ที่ราคาซื้อขายสิทธิในการปล่อยคาร์บอนสูงถึง 3,500 บาท/tCO<sub>2</sub>e ภายใต้ EU ETS (Emission Trading Scheme) ​เนื่องจากยังเป็นตลาดในกลไกภาคสมัครใจ ซึ่งต่างจากหลายๆ ประเทศที่ใช้กลไกภาคบังคับร่วมกับตลาดคาร์บอนเครดิตด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22014 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/3-9.jpg" alt="" width="1200" height="812" /></p>
<p>ซึ่งนอกจากประเภทของโครงการแล้ว ราคาของคาร์บอนเครดิตยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. ผู้ให้การรับรองเครดิต</strong> ซึ่งราคาซื้อขายแตกต่างกันตามแต่ละมาตรฐาน</p>
<p><strong>2. อายุของเครดิต</strong> ซึ่งเครดิตที่ได้รับรองใหม่ๆ จะขายได้ราคาสูงกว่าเพราะเป็นที่ต้องการมากกว่า</p>
<p><strong>3. ประโยชน์ร่วมของโครงการ</strong> เช่น การสร้างพื้นที่สีเขียวและการลดมลพิษ ซึ่งจะตอบสนองความพึงพอใจของผู้ซื้อที่แตกต่างกันไป<span style="font-size: 13.3333px;"> </span></p>
<p>สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย มีดังต่อไปนี้</p>
<p>&#8211;  คาร์บอนเครดิตจากโครงการแต่ละประเภทจะมีราคาซื้อขายที่แตกต่างกัน <strong>โดยประเภทโครงการที่ขายคาร์บอนเครดิตได้ราคาดีที่สุดในไทย คือการปลูกป่า </strong>(ราคาสูงสุดถึง 2,000 บาท/tCO<sub>2</sub>e ในปี 2565) เนื่องจาก เป็นโครงการที่ลงทุนสูง แต่สามารถให้เครดิตในระยะยาวได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการคาร์บอนเครดิตจากภาคป่าไม้ของโลก แต่เครดิตจากโครงการปลูกป่ายังมีการซื้อขายไม่มาก เมื่อเทียบกับโครงการพลังงานหมุนเวียน อาทิ พลังงานชีวมวล ชีวภาพ และแสงอาทิตย์ เนื่องจากโครงการปลูกป่าใช้เวลานานกว่าเพื่อให้ได้คาร์บอนเครดิต</p>
<p>&#8211; ใน​ปี 2566 (มกราคม &#8211; สิงหาคม) มีการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากภาคป่าไม้แล้ว 208,030 tCO<sub>2</sub>e ​มากเป็นอันดับ 2 รองจากโครงการพลังงานชีวมวล แต่ที่น่าสนใจคือราคาเครดิตจากป่าไม้เฉลี่ยคือ 173 บาท/tCO<sub>2</sub>e  ขณะที่ราคาชีวมวลอยู่ที่เพียง 36 บาท/tCO<sub>2</sub>e เท่านั้น</p>
<p>&#8211; โครงการที่ขายคาร์บอนเครดิตได้ราคาสูงในปี 2566 คือการทำปุ๋ยหมัก พลังงานชีวภาพ และพลังงานลม ซึ่งล้วนมีราคาขายเฉลี่ยเกิน 200 บาท/tCO<sub>2</sub>e</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22013 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/4-13.jpg" alt="" width="1200" height="711" /></p>
<p>&#8211; กลุ่มผู้ซื้ออาจเป็นองค์กรหรือบุคคลทั่วไปก็ได้ โดยคาร์บอนเครดิตสามารถนำไปชดเชยคาร์บอนได้ 4 ประเภท ได้แก่ การปล่อยคาร์บอนขององค์กร สินค้าหรือบริการ การจัดประชุมหรืองานอีเว้นท์ และระดับบุคคล ซึ่งจากการชดเชยทั้งหมด องค์กรทั้งภาคเอกชนและภาครัฐเข้าร่วมกิจกรรมชดเชยคาร์บอนและเป็นผู้ซื้อคาร์บอนเครดิตมากที่สุดรวมกันกว่า 1.2 MtCO<sub>2</sub>e จากองค์กร 164 แห่ง ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา หรือโดยเฉลี่ยแล้ว 1 องค์กรซื้อคาร์บอนเครดิต 7,582 tCO<sub>2</sub>e</p>
<p>&#8211; หน่วยงานที่ซื้อคาร์บอนเครดิตมากอยู่ในภาคการผลิต การเงินการธนาคาร บริการขนส่ง และอสังหาริมทรัพย์ โดยบางองค์กรซื้อในปริมาณมากและซื้อเป็นประจำเมื่ออายุการรับรองสิ้นสุดลง ตามมาด้วยการซื้อเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนของงานอีเว้นท์ ขณะที่บริษัทบางแห่ง​เลือกชดเชยการปล่อยคาร์บอนจากผลิตภัณฑ์ของตนด้วย เช่นเดียวกับการชดเชยระดับบุคคล ที่มีปริมาณการซื้อคาร์บอนเครดิตต่อคนโดยเฉลี่ย​ 16 tCO<sub>2</sub>e/คน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21914 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/1-10.jpg" alt="" width="1200" height="639" /></p>
<p>&#8211; สำหรับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างคาร์บอนเครดิตได้ในระดับสูง ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ภาคป่าไม้ ภาคพลังงาน และภาคการขนส่ง ส่วนอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มความต้องการคาร์บอนในระดับสูง ได้แก่ ภาคขนส่ง อุตสาหกรรม MICE ภาคท่องเที่ยว ภาคการเงินและธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่มักต้องการชดเชยการปล่อยคาร์บอนในซัพพลายเชน Scope ที่ 2 และ 3</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/krungsri-research-point-volume-and-price-of-carbon-credit-thailand/">ตลาดคาร์บอนเครดิต​ไทย ราคาเฉลี่ยเพิ่ม​ 3 เท่าตัว โครงการ &#8216;ปลูกป่า&#8217; แพงสุดแห่งปี 2565 ขายได้ 2 พันบาท/tCO2e </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
