<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Employer of Choice &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/employer-of-choice/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 19 Apr 2025 12:21:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Employer of Choice &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย โฟกัส &#8216;People-First&#8217;​​ ​​ต้องเข้าใจ​อินไซต์ &#8216;​​พนักงาน&#8217; ไม่แตกต่างจาก &#8216;ลูกค้า&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/suntory-pepsico-beverage-thailand-drives-people-first/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Apr 2025 11:44:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Career Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Employer of Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Enhancing Capability]]></category>
		<category><![CDATA[Giving Back to Society]]></category>
		<category><![CDATA[Growing for Good]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Culture]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People-First]]></category>
		<category><![CDATA[Suntory PepsiCo Beverage (Thailand)]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[The Most Beloved Beverage Company in Thailand​ with True Gemba Centricity]]></category>
		<category><![CDATA[Yatte Minahare]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลพนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน]]></category>
		<category><![CDATA[ยศยุต สหวัชรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33108</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นหนึ่งใน Milestones ที่สามารถพิสูจน์ความสำเร็จ ในการมุ่งสู่เป้าหมาย​ &#8216;การเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย&#8217; (The Most Beloved Beverage Company in Thailand with True Gemba Centricity) สำหรับ  ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย   เมื่อสามารถติดโผ​ &#8216;Top 50 Companies in Thailand 2025&#8217; ​​ในฐานะองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด ประจำปี 2568 ​​ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2​ พร้อม​อันดับที่ขยับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงอีกหนึ่งมิติในการเป็นบริษัทที่คนไทยรักและอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร จาก​ตัวตนและคุณค่าในความเป็น  ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย​ ที่ได้ใจทั้งผู้บริโภค คู่ค้า ลูกค้า ​ รวมไปถึงพนักงาน คุณยศยุต สหวัชรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด (Suntory PepsiCo Beverage [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/suntory-pepsico-beverage-thailand-drives-people-first/">ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย โฟกัส &#8216;People-First&#8217;​​ ​​ต้องเข้าใจ​อินไซต์ &#8216;​​พนักงาน&#8217; ไม่แตกต่างจาก &#8216;ลูกค้า&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือเป็นหนึ่งใน Milestones ที่สามารถพิสูจน์ความสำเร็จ ในการมุ่งสู่เป้าหมาย​ <strong>&#8216;การเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย&#8217;</strong> (The Most Beloved Beverage Company in Thailand with True Gemba Centricity) สำหรับ <strong> ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย  </strong></p>
<p><span id="more-33108"></span></p>
<p>เมื่อสามารถติดโผ​<strong> &#8216;Top 50 Companies in Thailand 2025&#8217;</strong> ​​ในฐานะองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด ประจำปี 2568 ​​ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2​ พร้อม​อันดับที่ขยับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงอีกหนึ่งมิติในการเป็นบริษัทที่คนไทยรักและอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร จาก​ตัวตนและคุณค่าในความเป็น  <strong> ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย​ </strong>ที่ได้ใจทั้งผู้บริโภค คู่ค้า ลูกค้า ​ รวมไปถึงพนักงาน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33114 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Mr.-Yosayut-Sahawatcharin_1.jpg" alt="" width="1200" height="788" /></p>
<p><strong>คุณยศยุต สหวัชรินทร์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด (Suntory PepsiCo Beverage (Thailand) )  กล่าวว่า  นอกจาก​แบรนด์ที่แข็งแรง และกลยุทธ์ที่ดีแล้ว ​​การมีบุคลากรที่มีศักยภาพพร้อมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ถือเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ซึ่งทางซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรตามแนวคิด <strong>People-First</strong> เพื่อมุ่งพัฒนาและดูแลบุคลากรในทุกระดับ และทุกสายงานให้มีโอกาสเติบโตไปพร้อม​ความสำเร็จขององค์กรได้อย่างทั่วถึง</p>
<p><em>&#8220;ในด้านหนึ่งเราสร้างแบรนด์ วางกลยุทธ์ พัฒนา​สินค้าเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แต่ขณะเดียวกันเราต้องให้ความสำคัญในการเข้าใจความต้องการของพนักงาน พร้อมสามารถส่งมอบคุณค่าองค์กรเพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ทั้งการมี ความกล้าในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่และแตกต่าง (<strong>Yatte Minahare</strong>) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน (<strong>Growing for Good</strong>) รวมทั้งการคำนึงถึงการส่งคืนกลับให้แก่สังคม (<strong>Giving Back to Society</strong>)​ โดยคุณค่าเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดไปสู่พนักงานในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนงานผลิตในโรงงาน พนักงานออฟฟิศ หรือในส่วนของฝ่ายขายที่ทำงานประจำในศูนย์กระจายสินค้าทั้ง 25 แห่งทั่วประเทศ ที่มีโอกาสได้รับการดูแลและโอกาสในการเติบโต เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรได้อย่างเท่าเทียมกัน&#8221;​</em></p>
<p>สำหรับ​การพัฒนาบุคลากร​ด้วยแนวคิด<strong> People-First</strong> จะมีการขับเคลื่อนผ่าน 4 แนวทาง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. Employee Engagement</strong> :  การสร้างความผูกพันระหว่างองค์กรและพนักงาน ผ่านเครื่องมือสำคัญอย่างการทำ<strong> Employee Listening</strong> เพื่อสามารถเข้าใจพนักงานได้ไม่ต่างกับการทำความเข้าใจผู้บริโภค ทั้งรูปแบบการทำงาน สวัสดิการต่างๆ​ หรือการรับฟังความเห็นต่างๆ จากพนักงานไม่ว่าจะเป็นกฏระเบียบ กระบวนการทำงาน เพื่อสามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่พนักงานต้องการได้ ​ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลต่อการยกระดับ Performance โดยรวมขององค์กรให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้นในที่สุด</p>
<p><strong>2. Enhancing Capability</strong> :  เพิ่มโอกาสในการยกระดับศักยภาพของบุคลากร ทั้งจากการพัฒนาและฝึกอบรมต่างๆ เพื่อเพิ่มทักษะการทำงานได้หลากหลาย หรือแม้แต่การนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ในการทำงาน เพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้ที่หลากหลายให้พนักงานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจุดเด่นสำคัญขององค์กรที่มีเครือข่ายบริษัทแม่ทั้งในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา  ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้ Best Practice จากทั้ง 2 แห่ง  ช่วยเพิ่มโอกาสในการฝึกฝนทักษะ เรียนรู้ประสบการณ์ รวมทั้งวิธีคิดที่แตกต่างกันจากทั้ง 2 ​บริษัท​ เพื่อนำส่วนที่ดีของแต่ละแห่งมาปรับ​ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ​</p>
<p><strong>3. Career Growth</strong> : โอกาสในการเติบโตที่เปิดกว้างให้พนักงานในทุกภาคส่วน ทั้งจากการพัฒนาเทคโนโลยี​มาใช้ในส่วนงานต่างๆ  หรือแม้แต่การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานที่ได้จากกระบวนการ Employee Listening  ทำให้ได้งานที่สามารถเพิ่มทักษะใหม่ๆ รวมถึงโอกาสในการขยับไปทำงานในระดับ Regional หรือ Global ร่วมกับทางบริษัทแม่ และพันธมิตรทางธุรกิจที่มีอยู่ในต่างประเทศ ​ โดยเปิดกว้างให้พนักงานสามารถวางแผนการเติบโตในเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมได้ในแต่ละสายงานที่ต้องการ</p>
<p><strong>4. Inclusive Culture</strong> : การสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมกับองค์กรในการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเป็นมิตร ตามแนวทาง DEI  (Diversity , Equality, Inclusion) การเป็นองค์กรที่เปิดกว้างสำหรับความหลากหลาย เช่น การมีนโยบายดูแลทั้งพนักงานรวมไปถึงครอบครัวพนักงาน  รวมถึงกลุ่ม Same Sex Partner เพื่อตอกย้ำการส่งเสริมเรื่องความหลากหลายและเท่าเทียมแบบจับต้องได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33115 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Mr.-Yosayut-Sahawatcharin_2.jpg" alt="" width="1200" height="789" /></p>
<p><em>&#8220;​เราให้ความสำคัญในการหาอินไซต์จากพนักงานเพื่อนำมาปรับกระบวนการทำงาน หรือปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานและสอดคล้องกับทิศทางการทำงานในอนาคต เช่น เรื่องความยืดหยุ่น หรือ Flexibility  ที่เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถ Work From Home ได้สัปดาห์ละ 2 วัน การพัฒนา Engagement Activity ต่างๆ ภายในองค์กร เพื่อสร้าง Loyalty และความรู้สึกรักและผูกพันกับองค์กรได้มากขึ้น  และให้ความสำคัญกับพนักงานในทุกสายงาน ทำให้อัตราการลาออกขององค์กรอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม หรือแม้แต่การมีรูปแบบในการสรรหาบุคลากร (Hiring ) ที่แตกต่าง เช่น <strong>Blind Resume</strong> ​เพื่อสามารถคัดเลือกคนร่วมงานจากประสบการณ์และความสามารถได้อย่างแท้จริง รวมทั้งการมุ่งพัฒนาศักยภาพให้คนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อ<strong>สามารถสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ สามารถทำงานได้ทั้ง​ในประเทศ จนถึง​ระดับภูมิภาคหรือระดับโลก ​​</strong>รวมทั้งมีศักยภาพในการเติบโตสู่ระดับการ​ขับเคลื่อนด้านนโยบายหรือในระดับบริหาร​ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ให้กับบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ยัง​เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย​ให้เทียบชั้นสากลได้ในภาพรวมอีกด้วย&#8221;​</em></p>
<p><strong>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย​ </strong>วางเป้าหมายสำคัญในมิติ<strong> People-First</strong>  คือ การเป็น <strong>&#8216;The Most Employer of Choice&#8217;</strong>  ซึ่งสอดคล้องไปกับภาพใหญ่ทางธุรกิจในการเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งจุดเริ่มต้นต้องมาจากการทำให้พนักงานรักให้ได้ก่อน เพราะเมื่อพนักงานมีความสุขก็จะสามารถส่งต่อความสุขที่ได้รับออกไปสู่ผู้คนรอบข้าง รวมทั้งยังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างทั้ง<strong> Growing For Good</strong> ควบคู่ไปกับ <strong>Giving Back to Society </strong> เพื่อเติมเต็มทั้งความฝันในการได้ทำงานในแบบที่รัก มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ได้เป็นผู้นำที่ดี และมีส่วนในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตไปในทิศทางที่ดีร่วมกันได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/suntory-pepsico-beverage-thailand-drives-people-first/">ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย โฟกัส &#8216;People-First&#8217;​​ ​​ต้องเข้าใจ​อินไซต์ &#8216;​​พนักงาน&#8217; ไม่แตกต่างจาก &#8216;ลูกค้า&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ESG &#8211;  ดิจิทัล – EVP&#8217; 3 ปัจจัยสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจ พร้อมรักษาทาเลนต์ให้องค์กร หลังตลาดแรงงานขับเคลื่อนสู่ยุค XYZ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/trend-2025-to-build-employer-branding/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jan 2025 14:05:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Baby Boomer]]></category>
		<category><![CDATA[Best Places To Work]]></category>
		<category><![CDATA[Company]]></category>
		<category><![CDATA[DE&I]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employer]]></category>
		<category><![CDATA[Employer of Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Employer Value Proposition]]></category>
		<category><![CDATA[Employment]]></category>
		<category><![CDATA[Equality]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[Millennials]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[Top 50 Companies in Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Work Venture]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์คเวนเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์นายจ้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31553</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เวิร์คเวนเจอร์” เปิดเทรนด์สร้างแบรนด์นายจ้างปี 2568 ที่องค์กรไทยต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยชี้ 3 เทรนด์ที่สำคัญ ได้แก่ การนำ ESG มาใช้ในกลยุทธ์สร้างแบรนด์นายจ้าง เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและจริยธรรมองค์กร พร้อมทั้งใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเล่าเรื่องราวพนักงานเพื่อเข้าถึงผู้สมัครงานรุ่นใหม่ และพัฒนา Employer Value Proposition (EVP) ที่ชัดเจนและตอบโจทย์ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพให้อยู่กับองค์กร คุณจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์องค์กรนายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด ผู้ก่อตั้งและเจ้าของการสำรวจ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด (Top 50 Companies in Thailand) กล่าวว่า ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูง &#8220;แบรนด์นายจ้าง&#8221; ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือในการดึงดูดผู้สมัครงานอีกต่อไป แต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถคัดเลือกบุคลากรคุณภาพ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว ซึ่งแต่ละปีจะมีเทรนด์ใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างแบรนด์นายจ้างให้เข้าไปอยู่ในใจผู้สมัครงานและพนักงาน หากองค์กรไม่ปรับตัวตามเทรนด์ อาจพลาดโอกาสที่จะดึงดูดคนเก่ง และต้องเผชิญกับความท้าทายในยุคที่พนักงานเลือกงานมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน พนักงานไม่ได้เลือกงานจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ชี้ 3 เทรนด์สร้างแบรนด์องค์กรให้ได้ใจยุค​ XYZ &#8220;นับจากปี 2568 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/trend-2025-to-build-employer-branding/">&#8216;ESG &#8211;  ดิจิทัล – EVP&#8217; 3 ปัจจัยสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจ พร้อมรักษาทาเลนต์ให้องค์กร หลังตลาดแรงงานขับเคลื่อนสู่ยุค XYZ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>เวิร์คเวนเจอร์</strong><strong>”</strong><strong> เปิดเทรนด์สร้างแบรนด์นายจ้างปี 2568 ที่องค์กรไทยต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยชี้ 3 เทรนด์ที่สำคัญ ได้แก่ การนำ </strong><strong>ESG </strong><strong>มาใช้ในกลยุทธ์สร้างแบรนด์นายจ้าง เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและจริยธรรมองค์กร พร้อมทั้งใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเล่าเรื่องราวพนักงานเพื่อเข้าถึงผู้สมัครงานรุ่นใหม่ และพัฒนา </strong><strong>Employer Value Proposition </strong><strong>(</strong><strong>EVP</strong><strong>) ที่ชัดเจนและตอบโจทย์ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพให้อยู่กับองค์กร</strong><span id="more-31553"></span></p>
<p><strong>คุณจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์องค์กรนายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด</strong> ผู้ก่อตั้งและเจ้าของการสำรวจ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด (Top 50 Companies in Thailand) กล่าวว่า ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูง <em><strong>&#8220;แบรนด์นายจ้าง&#8221; ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือในการดึงดูดผู้สมัครงานอีกต่อไป แต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถคัดเลือกบุคลากรคุณภาพ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว</strong></em></p>
<p>ซึ่งแต่ละปีจะมีเทรนด์ใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างแบรนด์นายจ้างให้เข้าไปอยู่ในใจผู้สมัครงานและพนักงาน หากองค์กรไม่ปรับตัวตามเทรนด์ อาจพลาดโอกาสที่จะดึงดูดคนเก่ง และต้องเผชิญกับความท้าทายในยุคที่พนักงานเลือกงานมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน พนักงานไม่ได้เลือกงานจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/XYZ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ชี้ 3 เทรนด์สร้างแบรนด์องค์กรให้ได้ใจยุค​ XYZ</strong></p>
<p><em>&#8220;นับจากปี 2568 เป็นต้นไป<strong> โครงสร้างแรงงานในองค์กรจะเปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิง ถือเป็นยุคผลัดใบครั้งสำคัญของตลาดแรงงาน โดย​คนในรุ่นเบบี้บูมเมอร์ จะเกษียณจากองค์กรทั้งหมด เนื่องจากเป็นปีที่เบบี้บูมเมอร์จะอายุครบ 60 ปี จะเป็นการผลัดทั้งรุ่น ทำให้ในองค์กรจะเกิดปรากฏการณ์ XYZ  หรือจะมีเพียงเจนเนเรชั่นรุ่นใหม่ที่อยู่ในองค์กร 3 รุ่น ทำให้ปัจจัยที่เคยใช้ดึงดูดทาเลนท์ในยุคที่ผ่านมา เริ่มหมดความเซ็กซี่ ไม่สามารถดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เข้ามาในองค์กรได้อีกต่อไป ทำให้ต้องกลับมาทบทวนวิธีการเพื่อ​ดึงดูดคนทำงาน</strong> ให้มากกว่า​แค่​​การส่งมอบเรื่องของเงินเดือน และสวัสดิการ แต่ต้องทบทวน ตั้งหลัก และคิดใหม่ เพื่อมองหามิติที่ตอบโจทย์สิ่งที่แรงงานยุคใหม่ต้องการได้อย่างตรงจุดมากที่สุด&#8221;​ </em></p>
<p><strong>คุณจีรวัฒน์ </strong>ฉายภาพรวมโครงสร้างตลาดแรงงานที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ พร้อมตอกย้ำให้เห็นถึงการมีแบรนด์องค์กรที่แข็งแรง ซึ่ง​ถือเป็นทางรอดในยุค <strong>Talent War</strong> ที่แรงงานขาดแคลน ทั้งจากการเกิดที่น้อยลง หรือทางเลือกในการประกอบอาชีพของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเลือกที่จะทำธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ หรือการเป็นฟรีแลนซ์ ทำให้การคัดเลือกรวมทั้งการรักษาคนเก่งที่มีความสามารถหรือ Talent มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยปัจจัยไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เพียงเงินเดือนหรือสวัสดิการอีกต่อไป แต่ต้องสามารถส่งมอบคุณค่าจาก​ปัจจัยอื่นๆ ​เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต หรือประสบการณ์ที่ดี ​จากองค์กรที่ใช่ เพื่​อส่งมอบคุณค่าที่ตรงกันทั้งของนายจ้างและคนทำงานได้</p>
<p>แนวโน้มที่เกิดขึ้น ทำให้การสร้างแบรนด์นายจ้างกลายเป็นโจทย์ที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นขององค์กร และมีการเพิ่มเม็ดเงินเพื่อใช้ในการ​สื่อสารแบรนดิ้งขององค์กรในเชิง Corporate Image เพิ่มมากขึ้น โดยพบว่ามีการเติบโตของมีเดียเพื่อสื่อสารแบรนด์นายจ้างเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 50%  และไม่ใช่เพียงแค่มาจาก Own Channel ของแต่ละองค์กรเท่านั้น แต่ยังมีการใช้อินฟลูเอนเซอร์มาช่วยสื่อสาร ในรูปแบบการรีวิวองค์กร ทัวร์โรงงาน สัมภาษณ์ผู้บริหาร หรือมุมมองคนทำงานในองค์กร เพื่อนำเสนอคุณภาพชีวิตที่ดีของแต่ละองค์กรเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น​</p>
<p>เวิร์คเวนเจอร์ ได้สรุปเทรนด์สำคัญเพื่อใช้ในการสร้างแบรนด์นายจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2568 ​จากการศึกษาการสร้างแบรนด์นายจ้างจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศในหลายอุตสาหกรรม พบว่า <em><strong>เทรนด์การสร้างแบรนด์นายจ้างในปี 2568 กำลังมุ่งให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน การสื่อสารองค์กรผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และการพัฒนาด้าน Employer Value Proposition (EVP) หรือ การให้คำมั่นสัญญาของนายจ้าง เพื่อสามารถส่งมอบคุณค่าที่คนทำงานรุ่นใหม่มองหาได้อย่างตรงจุดเพิ่มมากขึ้น ​ </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Best-WorkPlace1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>&#8211; ผสาน </strong><strong>ESG </strong><strong>สร้างแบรนด์นายจ้าง : เทรนด์ที่กำลังมาแรงในไทย </strong></p>
<p>คุณจีรวัฒน์ เปิดเผยว่า การผสานแนวคิด<strong> ESG</strong> (Environmental, Social, Governance) ในการสร้างแบรนด์นายจ้างมีความสำคัญมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ เช่น Millennials และ Gen Z ให้ความสำคัญกับคุณค่าที่องค์กรยึดถือ โดยเฉพาะเรื่องความยั่งยืนและจริยธรรม ซึ่งทำให้องค์กรที่มีการดำเนินงานตามหลัก ESG สามารถดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ได้มากขึ้น</p>
<p><em>“การที่คนรุ่นใหม่มองหางานในองค์กรที่มีจริยธรรมและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น องค์กรนายจ้างที่ผสาน ESG ในการดำเนินธุรกิจจึงมีความโดดเด่นในตลาดแรงงาน และกลายเป็น “<strong>Employer of Choice”</strong> ที่สะท้อนถึงคุณค่าและความเชื่อมั่นของพนักงานยุคใหม่ ขณะเดียวกันการนำ ESG เข้ามาผสานในกลยุทธ์องค์กรยังช่วยลดความเสี่ยง เช่น ความเสียหายจากภาพลักษณ์องค์กร หรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ด้วย”</em></p>
<p><strong>&#8211; สื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล : กลยุทธ์สำคัญสำหรับแบรนด์นายจ้าง </strong></p>
<p>ในปี 2568 แพลตฟอร์มอย่าง Meta ( Facebook และ Instagram), YouTube และ TikTok จะกลายเป็นเครื่องมือหลักที่องค์กรไทยใช้ในการสร้างแบรนด์นายจ้าง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรและวัฒนธรรมการทำงาน</p>
<p>สำหรับการสร้างแบรนด์นายจ้างในปีนี้ควรมุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น การเล่าเรื่องราวของพนักงาน (Employee Storytelling) ซึ่งสะท้อนความเป็นจริงในองค์กร และช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับผู้สมัครงานที่มีศักยภาพ รวมทั้งการเล่าเรื่องราวที่เน้นประสบการณ์ส่วนตัวของพนักงานจะช่วยให้องค์กรได้เปรียบในตลาดแรงงาน เพราะผู้สมัครงานมักต้องการทราบประสบการณ์ของคนในองค์กรผ่านเรื่องราวที่เข้าถึงง่าย นอกจากนี้ วิดีโอสั้นที่สนุกและทันสมัย เช่น TikTok หรือ Reels จะมีบทบาทในการนำเสนอวัฒนธรรมองค์กร ขณะเดียวกัน การมีส่วนร่วมของพนักงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และสะท้อนความโปร่งใส</p>
<p><em>“พฤติกรรมการบริโภคสื่อดิจิทัลของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับความจริงใจและความโปร่งใสจากองค์กร ทำให้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นตัวเร่งการสื่อสารแบบ Real-Time องค์กรสามารถปรับเนื้อหาให้ตรงกับเหตุการณ์หรือกระแสปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว การลงทุนในเนื้อหาที่เน้นการเล่าเรื่องราวผ่านดิจิทัลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแบรนด์นายจ้างที่โดดเด่น ช่วยดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ และสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยได้เป็นอย่างดี”  </em></p>
<p><strong>พัฒนา </strong><strong>EVP </strong><strong>: กุญแจสู่ความสำเร็จในตลาดแรงงาน</strong></p>
<p>Employer Value Proposition หรือ EVP คือ คำมั่นสัญญาขององค์กรที่สะท้อนถึงคุณค่าและประสบการณ์ที่พนักงานจะได้รับ ซึ่ง EVP ที่ชัดเจนและโดดเด่นไม่เพียงแต่จะดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันกับพนักงานในระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่องค์กรต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้างองค์กร และวิสัยทัศน์องค์กร เช่น การเปลี่ยนผู้นำหรือการรีแบรนด์</p>
<p>การแข่งขันในตลาดแรงงานและความต้องการ <strong>“งานที่มีความหมาย</strong>” ของคนรุ่นใหม่ ทำให้ EVP กลายเป็นประเด็นสำคัญ องค์กรชั้นนำเริ่มลงทุนเรื่อง EVP อย่างจริงจัง เช่น การใช้เรื่องเล่าจากพนักงาน (Employee Storytelling) ผ่านดิจิทัล เช่น LinkedIn หรือ TikTok เพื่อดึงดูดบุคลากรที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร</p>
<p><em>“แนวทางด้าน EVP ที่องค์กรควรนำมาปรับใช้ในปีนี้ คือ การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อพัฒนา EVP ให้กลายเป็น Strategic EVP ที่ทั้งตอบโจทย์ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย และยังสร้างความแข่งแกร่งด้านบุคลากรให้กับองค์กรได้อีกด้วย รวมถึงการสื่อสาร EVP อย่างโปร่งใสและเป็นจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความผูกพันของพนักงาน หากองค์กรสามารถพัฒนา EVP ได้อย่างเหมาะสม จะสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันและดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพได้มากขึ้น” </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Re-Join-Factor-2025.jpg" alt="" width="1200" height="666" /></p>
<p><strong>เผยปัจจัยดึงดูด &#8211; รักษา Talent ให้องค์กร</strong></p>
<p>จากข้อมูลการสำรวจครั้งใหญ่ประจำปีล่าสุดจาก <strong>WorkVenture</strong> ยังเผยให้เห็นถึงความคาดหวังและความต้องการของทาเลนท์ไทยล่าสุดที่มีต่อองค์กรนายจ้าง ทั้งเรื่องของการตัดสินใจไปร่วมงานกับองค์กรใหม่ (Reasons to Join) และการเลือกที่จะอยู่และเติบโตกับองค์กรเดิม (Reasons to Grow) เสียงที่สะท้อนกลับมาเป็นสิ่งที่องค์กรจะต้องนำมาวางกลยุทธ์และยกระดับพัฒนาประสบการณ์การทำงานให้กลายเป็นจุดขายในการสร้างแบรนด์องค์กรในฐานะนายจ้างให้แข่งขันได้ในตลาดแรงงานในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงและเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในปี 2025 นี้</p>
<p>ในภาพรวมคนทำงานเห็นความสำคัญของเรื่องอื่นๆและประสบการณ์ที่นอกเหนือจากรายได้และสวัสดิการจากองค์กรมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า <strong><em>เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทำงานคือเรื่องของผลตอบแทนยังคงเป็นอันดับ 1 และ 2 โดยยังคงได้รับคะแนนความสำคัญเท่ากับปีที่แล้ว แต่เรื่องของโอกาสเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Advancement &amp; Mobility) ความมั่นคงในการทำงาน (Employment Stability) และเรื่องความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว (Work/Life Balance) ได้รับความสำคัญอยู่ในอันดับต้นๆ 5 อันดับแรกที่คนทำงานจะต้องตัดสินใจเลือกนายจ้างใหม่</em></strong></p>
<p><strong>แต่เมื่อได้เข้าไปอยู่ในองค์กรแล้ว คนทำงานให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ แตกต่างจากตอนเลือกก่อนเข้าหลายเรื่องด้วยกัน</strong> โดยใน <em><strong>อันดับที่ 1 และ 2 ยังเป็นปัจจัยเรื่องของรายได้และสวัสดิการ โดยมีเรื่องของสำนักงานและสถานที่ทำงาน (Office / Workplace) มีอิทธิพลต่อคนทำงานมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่คนทำงานใช้เวลาในการทำงานรวมถึงสถานที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกและบรรยากาศ มีความปลอดภัย สร้างแรงบันดาลใจ ยืดหยุ่นและหลากหลายเหมาะสมกับลักษณะงาน</strong></em></p>
<figure id="attachment_31556" aria-describedby="caption-attachment-31556" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Re-Maintain-Factor-2025.jpg" alt="" width="1200" height="660" /><figcaption id="caption-attachment-31556" class="wp-caption-text">Screenshot</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้เรื่องของสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และคล่องตัวสูง (Creative / Dynamic Environment) เป็นตัวยืนยันอีกเรื่องหนึ่งที่สอดคล้องและสนับสนุน โดยได้รับความสำคัญมากขึ้นสูงที่สุดในปี 2025 นี้ โดยการมีสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และมีความยืดหยุ่นสูงช่วยเสริมสร้างความรู้สึกท้าทายและแรงจูงใจในการทำงานได้ รวมถึงปัจจัยด้านการทำงานร่วมกันอย่างการเป็นทีมและความร่วมมือต่อกัน (Teamwork / Collaboration) และ การเคารพให้เกียรติและเข้าอกเข้าใจต่อกัน (Respect &amp; Empathy) ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้นเมื่อได้เข้ามาอยู่ในองค์กรแล้วและเป็นปัจจัยอันดับต้นๆที่ทำให้คนทำงานอยากอยู่และเติบโตกับองค์กรนั้นต่อ</p>
<p>การสำรวจประจำปี ได้มีการเผยผลการให้คะแนนล่าสุดจากคนทำงานที่รีวิวประสบการณ์ชีวิตการทำงานในองค์กร สิ่งที่นายจ้างยังคงทำได้ดีในสายตาของคนทำงานหรือที่เรียกว่า<strong> Best Places To Work</strong> คือ เรื่องของความมั่นคงในการทำงาน (Employment Stability) พันธกิจและปณิธานขององค์กร (Mission &amp; Purpose) และ เรื่องความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง (Diversity &amp; Inclusion) โดยมีคะแนนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ทั้งนี้ในเรื่องอื่นๆก็ยังได้รับการยอมรับจากคนทำงานด้วยเช่นกัน ซึ่งทางองค์กรนายจ้างจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงความพึงพอใจที่มีต่อการมอบประสบการณ์การทำงานในแง่มุมต่างๆให้กับคนทำงาน เพื่อทราบก็จะได้ทำการยกระดับพัฒนาประสบการณ์ในองค์กรให้กลายเป็นจุดแข็งและจุดขาย เพื่อที่จะได้ดึงดูด ดูแล และรักษาให้ทาเลนท์คนเก่งและคนดีมาอยู่กับองค์กรพร้อมเติบโตไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ก่อนหน้านี้ธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้า ทุ่มเทและทุ่มทุนในการยกระดับประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่า แนวคิดนี้ได้กลับมาประยุกต์ใช้กับคนทำงานในองค์กรอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับการหาตัวชี้วัดประสบการณ์เชิงบวกในองค์กรและนำมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อดึงดูดทาเลนต์และรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพได้มากขึ้น&#8221;​</em> คุณจีรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/trend-2025-to-build-employer-branding/">&#8216;ESG &#8211;  ดิจิทัล – EVP&#8217; 3 ปัจจัยสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจ พร้อมรักษาทาเลนต์ให้องค์กร หลังตลาดแรงงานขับเคลื่อนสู่ยุค XYZ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถุงหิ้วสีรุ้งของอิเกีย กับความหลากหลาย เท่าเทียม และเสมอภาค พร้อมขับเคลื่อนสู่องค์กรแห่งความสุข</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/05/ikea-drive-to-diversity-equality-inclusion-company/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 May 2022 07:47:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Employer of Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Equality]]></category>
		<category><![CDATA[IDAHOT]]></category>
		<category><![CDATA[IKEA]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ]]></category>
		<category><![CDATA[Make The World Everyone’s Home]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋าอิเกีย]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลคนในองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุขในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงอิเกีย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านที่ทุกคนเป็นตัวเองได้เต็มที่]]></category>
		<category><![CDATA[ลีโอนี่ ฮอสกิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรแห่งความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรแห่งความเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[อิเกีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11596</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายท่านคงได้เห็นถุงหิ้วสีรุ้ง เวอร์ชันลิมิเต็ดล่าสุดจากทางอิเกีย  ที่ผลิตขึ้นมาและเริ่มลอนช์ในวันไอดาฮอท (IDAHOT) ​ซึ่งเป็นวันที่รณรงค์เกี่ยวกับการสร้างความเท่าเทียมกันให้แก่กลุ่ม LGBTQ  ตรงกับวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี รวมถึงเฉลิมฉลอง Pride Month ในเดือนมิถุนายนอีกด้วย ​และอาจจะทราบดีถึงนัยยะที่ซ่อนอยู่ของสีรุ้ง​ ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างความเท่าเทียมกัน ขณะที่อิเกียได้ใช้โอกาสนี้จัดแคมเปญ​ “Make The World Everyone’s Home บ้าน&#8230;ที่ทุกคนเป็นตัวเองได้เต็มที่” เพื่อสื่อสารถึงวัฒนธรรม และคุณค่าขององค์กร ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความเสมอภาคในองค์กร ​โดยออกสินค้ารุ่นพิเศษ ที่ใช้สัญลักษณ์ธีมสีรุ้งมาเป็นไฮไลท์ โดยเฉพาะหนึ่งในไอเท็มเด่นของแบรนด์​ที่คุ้นตากันดีคือ กระเป๋าอิเกีย กระเป๋าชอปปิ้งสีฟ้าใบใหญ่ ที่เมื่อเห็นคนถือก็สามารถ Represent ได้ถึงความเป็นอิเกีย จึงไม่พลาดที่จะหยิบมาเพื่อสะท้อนการสนับสนุนในการยอมรับความแตกต่าง และเท่าเทียมกัน​ในครั้งนี้ด้วย สำหรับกระเป๋าสีรุ้งนี้ มีชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการว่า &#8220;รุ่น STORSTOMMA/สตอร์สต็อมม่า&#8221;​ มี 2 ขนาด คือ 27x18x27 ซม. ราคา 59 บาท และ 55x37x35 ซม. ราคา 99 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/ikea-drive-to-diversity-equality-inclusion-company/">ถุงหิ้วสีรุ้งของอิเกีย กับความหลากหลาย เท่าเทียม และเสมอภาค พร้อมขับเคลื่อนสู่องค์กรแห่งความสุข</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายท่านคงได้เห็นถุงหิ้วสีรุ้ง เวอร์ชันลิมิเต็ดล่าสุดจากทางอิเกีย  ที่ผลิตขึ้นมาและเริ่มลอนช์ในวันไอดาฮอท (<strong>IDAHOT</strong>) ​ซึ่งเป็นวันที่รณรงค์เกี่ยวกับการสร้างความเท่าเทียมกันให้แก่กลุ่ม LGBTQ  ตรงกับวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี รวมถึงเฉลิมฉลอง Pride Month ในเดือนมิถุนายนอีกด้วย ​และอาจจะทราบดีถึงนัยยะที่ซ่อนอยู่ของสีรุ้ง​ ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างความเท่าเทียมกัน</p>
<p><span id="more-11596"></span></p>
<p>ขณะที่อิเกียได้ใช้โอกาสนี้จัดแคมเปญ​ “<strong>Make The World Everyone’s Home บ้าน&#8230;ที่ทุกคนเป็นตัวเองได้เต็มที่</strong>” เพื่อสื่อสารถึงวัฒนธรรม และคุณค่าขององค์กร ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความเสมอภาคในองค์กร ​โดยออกสินค้ารุ่นพิเศษ ที่ใช้สัญลักษณ์ธีมสีรุ้งมาเป็นไฮไลท์ โดยเฉพาะหนึ่งในไอเท็มเด่นของแบรนด์​ที่คุ้นตากันดีคือ <strong>กระเป๋าอิเกีย</strong> กระเป๋าชอปปิ้งสีฟ้าใบใหญ่ ที่เมื่อเห็นคนถือก็สามารถ Represent ได้ถึงความเป็นอิเกีย จึงไม่พลาดที่จะหยิบมาเพื่อสะท้อนการสนับสนุนในการยอมรับความแตกต่าง และเท่าเทียมกัน​ในครั้งนี้ด้วย</p>
<p>สำหรับกระเป๋าสีรุ้งนี้ มีชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการว่า &#8220;<strong>รุ่น STORSTOMMA/สตอร์สต็อมม่า&#8221;​</strong> มี 2 ขนาด คือ 27x18x27 ซม. ราคา 59 บาท และ 55x37x35 ซม. ราคา 99 บาท ​โดยเริ่มจำหน่ายที่สโตร์อิเกีย และทาง<a href="https://www.ikea.com/th/th/" target="_blank" rel="noopener">ออนไลน์</a> ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมเป็นต้นไป นอกจากนี้ยังได้จัดทำเสื้อยืดคอลเลคชั่นพิเศษ​ ดีไซน์ด้วยสัญลักษณ์สีรุ้ง ​ สกรีน <strong> “Make the world everyone’s home”</strong> ราคา 299 บาท นำรายได้ทั้งหมดที่จำหน่ายได้ระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2565 โดยไม่หักค่าใช้จ่าย​ ​ร่วมบริจาคให้สมาคมฟ้าสีรุ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำงานด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมกันมาเป็นะระยะเวลานาน ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11607 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/IKEA2.jpg" alt="" width="1200" height="695" /></p>
<p>ขณะที่แคมเปญ  <strong>“Make The World Everyone’s Home บ้าน&#8230;ที่ทุกคนเป็นตัวเองได้เต็มที่”​ ​ </strong>เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์องค์กร  <strong>“สร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าให้กับคนทั่วไปในทุกๆ วัน”</strong>  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการคิด การทำงานของอิเกียในทุกแง่มุม รวมถึงวัฒนธรรมที่เคารพทุกความแตกต่างของทุกคน ไม่ว่าจะทางด้านอายุ ภาษา วัฒนธรรม เพศวิถี ศาสนา หรือความแตกต่างของร่างกาย เพื่อให้อิเกียเป็นองค์กรที่เปิดกว้างพร้อมที่จะต้อนรับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน</p>
<p><strong>ยั่งยืนมากกว่า ถ้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยความสุข</strong></p>
<p><strong>คุณลีโอนี่ ฮอสกิ้น </strong>ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวถึง ทิศทางการรขับเคลื่อนธุรกิจอิเกีย จะให้ความสำคัญกับการสร้างความเท่าเทียม หลากหลาย และเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะการขยายธุรกิจไปในพื้นที่ใดๆ ก็จะเปิดโอกาสให้คนในประเทศนั้นๆ สามารถเป็นผู้บริหาร รวมทั้งการสร้างความเท่าเทียมและเปิดโอกาสให้ผู้หญิงสามารถขึ้นเป็นผู้บริหารได้ไม่ต่างจากผู้ชาย โดยสัดส่วนพนักงานชายและหญิงมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งการดูแลทั้งโอกาสในการเติบโต รวมทั้งสวัสดิภาพและสวัสดิการต่างๆ ของพนักงานอย่างเหมาะ เช่น การอนุญาตให้พนักงานหญิง ลาคลอดได้ 4 เดือน ขณะที่พนักงานชาย ก็สามารถลาไปเพื่อดูแลครอบครัวหลังจากภรรยาคลอดได้ 1 เดือนเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ อิเกียยังให้ความสำคัญกับการเลือกบุคลากร โดยดูจากความสามารถที่เหมาะสมกับงาน และให้ความสำคัญกับคุณค่าของพนักงานทุกคนเป็นสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้เติบโตตามสายงาน โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นเพศใด สภาพร่างกายเป็นแบบใด หรือแม้แต่การดูแลสวัสดิภาพอย่างทั่วถึงไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือพนักงานพาร์ทไทม์ ก็มีสิทธิได้รับสวัสดิการและการดูแลไม่แตกต่างกัน รวมทั้งยังสนับสนุนการจ้างงานในพื้นที่ ซึ่งสัดส่วนพนักของอิเกีย ในประเทศไทย เป็นคนไทยถึง 95% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมากที่สุดของอิเกีย​ รวมทั้งยังเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้บริหารผู้หญิงสูงมากที่สุด​อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11608 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/IKEA.jpg" alt="" width="1200" height="602" /></p>
<p>นอกจากนี้ อีกหนึ่งดัชนี​การวัดผลความสำเร็จในมิติที่สำคัญของอิเกีย นอกจากการเติบโตในเชิงธุรกิจแล้ว การสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีความสุข เพื่อเป็นหนึ่งใน<strong> Employer of Choice</strong> หรือ<strong>การเป็นองค์กรที่ผู้คนอยากจะมาร่วมงานด้วย </strong>เป็นอันดับต้นๆ และเปิดกว้างให้กับทุกความหลากหลายและแตกต่าง เพื่อให้เป็นองค์กรที่มีทั้ง <strong>Diversity-Equality-Inclusion </strong>​ซึ่งในแต่ละปีทางอิเกียท่ัวโลก จะมีการสำรวจความคิดเห็นพนักงานมีต่อนโยบายด้านต่างๆ ขององค์กร ทั้งความหลากหลาย การเปิดโอกาส  เพื่อให้พนักงานให้คะแนนและประเมินความพึงพอใจที่มีต่อองค์กร โดยพนักงานส่วนใหญ่มีความรักองค์กร และยังคงมีความสุขในการทำงาน ซึ่งทางอิเกียจะพยายามรักษาและเพิ่มอันดับความพึงพอใจเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแค่การดูแลพนักงานภายในองค์กรเท่านั้น แต่อิเกียยังให้ความสำคัญ​กับการมอบความสุขให้กับชุมชน​โดยรอบในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมนั้นๆ</p>
<p>ขณะเดียวกัน อิเกียยังได้สะท้อนข้อมูลให้ฟังได้อย่างน่าสนใจ คือ พนักงานส่วนใหญ่ที่ทำงานกับอิเกีย ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่เพราะค่าตอบแทน และอิเกียก็เลือกที่จะไม่แข่งขันด้วยการจ่ายสูงๆ เพื่อดึงดูดคนเก่งมาร่วมงาน แม้ว่าอิเกียจะไม่ใช่สายเปย์ที่ให้ค่าตอบแทนสูงที่สุดในตลาด​​ แต่ก็จะจ่ายค่าตอบแทนให้กับพนักงานทุกคนอย่างเหมาะสม ทำให้พนักงานส่วนใหญ่มีความรักองค์กร และมีความสุขในการทำงาน ​รวมทั้งยังเลือกที่อยู่กับอิเกียต่อไป สะท้อนได้ว่า วัฒนธรรมในการทำงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อิเกียสามารถสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถมาร่วมกันได้มากกว่าแค่ปัจจัยจากเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ​ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับองค์กรได้อย่างยั่งยืนมากกว่า</p>
<p>ส่วนมุมมองที่มีต่อประเทศไทย​เรื่องการให้ความสำคัญด้านความหลากหลาย เท่าเทียม และความเสมอภาค​ คุณลีโอนี่​ มองว่า &#8220;ประเทศไทยถือว่ามีความเปิดกว้างในประเด็นเหล่านี้ค่อนข้างมากที่สุดประเทศหนึ่ง จากที่เคยได้มีโอกาสสัมผัสมาเลยทีเดียว&#8221;​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11606 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/IKEA3.jpg" alt="" width="1200" height="697" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/ikea-drive-to-diversity-equality-inclusion-company/">ถุงหิ้วสีรุ้งของอิเกีย กับความหลากหลาย เท่าเทียม และเสมอภาค พร้อมขับเคลื่อนสู่องค์กรแห่งความสุข</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
