<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Financing &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/financing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 31 May 2026 17:49:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Financing &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หลักทรัพย์บัวหลวงสร้างโอกาสการเรียนรู้ด้านธุรกิจการเงินให้กับเยาวชนผ่านโครงการ “BLS Intern Camp 2026”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/bls-intern-camp-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 May 2026 17:49:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BLS]]></category>
		<category><![CDATA[BLS Intern Camp 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[พิเชษฐ สิทธิอำนวย]]></category>
		<category><![CDATA[หลักทรัพย์บัวหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42159</guid>

					<description><![CDATA[<p>“คุณโบ้ พิเชษฐ สิทธิอำนวย” บอสใหญ่ใจดีแห่งค่ายหลักทรัพย์บัวหลวง ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสการเรียนรู้ในสนามจริง เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษาฝึกงานทั้งจากสถาบันภายในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 31 คน เข้าร่วมโครงการ “BLS Intern Camp 2026” จากผู้สมัครเกือบสามร้อยคน เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานด้านการเงินและการลงทุนให้กับเยาวชนไทย ได้ทำงานจริงในแผนกสำคัญๆ ขององค์กร พร้อมแก้โจทย์ธุรกิจภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากพี่ ๆ BLS มืออาชีพ ซึ่งไม่เพียงจะได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตในสายอาชีพการลงทุน ค่ายนี้ยังเปิดโอกาสให้เรียนรู้ วางแผนและลงมือทำกิจกรรมจิตอาสา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมการพัฒนาสังคมสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกแห่งการแบ่งปัน นับว่า หลักทรัพย์บัวหลวง ได้สนับสนุนการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพออกสู่อุตสาหกรรมตลาดทุนไทยมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/bls-intern-camp-2026/">หลักทรัพย์บัวหลวงสร้างโอกาสการเรียนรู้ด้านธุรกิจการเงินให้กับเยาวชนผ่านโครงการ “BLS Intern Camp 2026”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“คุณโบ้ พิเชษฐ สิทธิอำนวย”</strong> บอสใหญ่ใจดีแห่งค่ายหลักทรัพย์บัวหลวง ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสการเรียนรู้ในสนามจริง เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษาฝึกงานทั้งจากสถาบันภายในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 31 คน เข้าร่วมโครงการ “<strong>BLS Intern Camp 2026</strong>” จากผู้สมัครเกือบสามร้อยคน</p>
<p><span id="more-42159"></span></p>
<p>เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานด้านการเงินและการลงทุนให้กับเยาวชนไทย ได้ทำงานจริงในแผนกสำคัญๆ ขององค์กร พร้อมแก้โจทย์ธุรกิจภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากพี่ ๆ BLS มืออาชีพ ซึ่งไม่เพียงจะได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตในสายอาชีพการลงทุน ค่ายนี้ยังเปิดโอกาสให้เรียนรู้ วางแผนและลงมือทำกิจกรรมจิตอาสา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมการพัฒนาสังคมสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกแห่งการแบ่งปัน นับว่า หลักทรัพย์บัวหลวง ได้สนับสนุนการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพออกสู่อุตสาหกรรมตลาดทุนไทยมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/bls-intern-camp-2026/">หลักทรัพย์บัวหลวงสร้างโอกาสการเรียนรู้ด้านธุรกิจการเงินให้กับเยาวชนผ่านโครงการ “BLS Intern Camp 2026”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 4 รางวัลใหญ่จาก ก.ล.ต. ตอกย้ำบทบาทองค์กรในการสร้างความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/mtl-got-financial-award-from-sec/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 03:06:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Financial and Insurance Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[MTL Academy]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Thai Academy]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Thai Life]]></category>
		<category><![CDATA[ก.ล.ต.]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินและการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุธี โมกขะเวส]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดทุนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[อุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทยประกันชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38854</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คว้า 4 รางวัล จากโครงการ “ตลาดทุนไทยร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2 ปี 2568” ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สะท้อนบทบาทขององค์กรในการขับเคลื่อนการพัฒนาความรู้ด้านการเงิน การประกัน และการลงทุน (Financial and Insurance Literacy) ให้แก่ประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESG) และความรับผิดชอบต่อสังคมในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินในระยะยาว ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการดำเนินงานของ Muang Thai Academy ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพเนื้อหา รูปแบบการสื่อสาร และผลลัพธ์ที่วัดได้จริง ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล ประกอบด้วย รางวัลขวัญใจมหาชน รางวัลการสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม และรางวัลเกียรติยศสูงสุด “ผู้สร้างพลังความรู้ทางการเงินและการลงทุน” ผลงานของเมืองไทยประกันชีวิต สร้างการเข้าถึงเนื้อหาความรู้ทางการเงินได้มากกว่า 23 ล้านครั้ง ผ่านเกณฑ์รางวัลขวัญใจมหาชนที่กำหนดให้มีผู้เข้าชมมากกว่า 10 ล้านครั้ง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนกว่า 900 คน ในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mtl-got-financial-award-from-sec/">เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 4 รางวัลใหญ่จาก ก.ล.ต. ตอกย้ำบทบาทองค์กรในการสร้างความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)</strong> คว้า <strong>4 </strong><strong>รางวัล</strong> จากโครงการ <strong>“ตลาดทุนไทยร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส </strong><strong>2 </strong><strong>ปี </strong><strong>2568”</strong> ซึ่งจัดโดย<strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)</strong></p>
<p><span id="more-38854"></span></p>
<p>สะท้อนบทบาทขององค์กรในการขับเคลื่อนการพัฒนาความรู้ด้านการเงิน การประกัน และการลงทุน (Financial and Insurance Literacy) ให้แก่ประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESG) และความรับผิดชอบต่อสังคมในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินในระยะยาว</p>
<p>ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการดำเนินงานของ <strong>Muang Thai Academy</strong> ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพเนื้อหา รูปแบบการสื่อสาร และผลลัพธ์ที่วัดได้จริง ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล ประกอบด้วย <strong>รางวัลขวัญใจมหาชน รางวัลการสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม</strong> และรางวัลเกียรติยศสูงสุด <strong>“</strong><strong>ผู้สร้างพลังความรู้ทางการเงินและการลงทุน”</strong></p>
<p>ผลงานของเมืองไทยประกันชีวิต สร้างการเข้าถึงเนื้อหาความรู้ทางการเงินได้มากกว่า <strong>23 </strong><strong>ล้านครั้ง </strong>ผ่านเกณฑ์รางวัลขวัญใจมหาชนที่กำหนดให้มีผู้เข้าชมมากกว่า 10 ล้านครั้ง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนกว่า <strong>900 </strong><strong>คน</strong> ในปี 2568 อย่างต่อเนื่องตามเกณฑ์รางวัลการสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน และพัฒนาแนวทางการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ผ่านการอบรมพนักงานภายในกว่า <strong>2,500 </strong><strong>คน </strong>พร้อมพัฒนาเครื่องมือ <strong>MTL Retirement Check</strong> เพื่อช่วยให้ประชาชนประเมินความพร้อม  ด้านการเกษียณด้วยตนเอง สะท้อนรูปแบบการเรียนรู้ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38856 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/MTL2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยการคว้ารางวัลครบทั้ง 3 ประเภทหลักตามเกณฑ์โครงการ ยังนำไปสู่การได้รับ<strong>รางวัลพิเศษสูงสุด “ผู้สร้างพลังความรู้ทางการเงินและการลงทุน”</strong> ซึ่งมอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นรอบด้านในการส่งเสริม Financial Literacy ของประเทศ และเป็นแบบอย่างของภาคเอกชนในการสร้างสังคมไทยที่มีภูมิคุ้มกันทางการเงินอย่างยั่งยืน</p>
<p>ในโอกาสนี้ <strong>ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต.</strong> ให้เกียรติมอบรางวัลแก่ผู้บริหารบริษัทฯ ได้แก่ <strong>นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ และนางอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง รองกรรมการผู้จัดการ</strong> ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี–รังสิต</p>
<p><strong>เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงเดินหน้าบทบาทการเป็นองค์กรภาคเอกชน ที่ร่วมสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทยอย่างมั่นคง ผ่านการบูรณาการกลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมการเรียนรู้ และแนวคิด </strong><strong>ESG </strong><strong>เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า สังคม และระบบเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mtl-got-financial-award-from-sec/">เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 4 รางวัลใหญ่จาก ก.ล.ต. ตอกย้ำบทบาทองค์กรในการสร้างความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC ประกาศความสำเร็จ &#8216;ปิดการขาย&#8217; หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ​ ตามเป้า ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เสริมแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/gc-succeeded-in-new-subordinated-debenture-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Dec 2025 08:37:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[PTT GC]]></category>
		<category><![CDATA[Subordinated Debenture​ Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่ม ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ทิติพงษ์ จุลพรศิริดี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจมูลค่าสูง คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38501</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ประกาศความสำเร็จ  &#8216;ปิดการขาย&#8217; ได้ตามเป้าหมาย สำหรับการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ทั้งนี้  GC ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท​ ซึ่งได้การตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน ภายใต้การกำหนดอัตราดอกเบี้ย 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public offering) เมื่อวันที่ 27 &#8211; 28 พฤศจิกายน และวันที่ 1 &#8211; 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก คุณทิติพงษ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/gc-succeeded-in-new-subordinated-debenture-bond/">GC ประกาศความสำเร็จ &#8216;ปิดการขาย&#8217; หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ​ ตามเป้า ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เสริมแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>GC</strong> ประกาศความสำเร็จ <strong> &#8216;ปิดการขาย&#8217;</strong> ได้ตามเป้าหมาย สำหรับการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน</p>
<p><span id="more-38501"></span></p>
<p>ทั้งนี้ <strong> </strong><strong>GC</strong> ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท.<strong> ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม </strong><strong>10,000</strong><strong> ล้านบาท</strong><strong>​ ซึ่งได้การตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน </strong>ภายใต้การกำหนดอัตราดอกเบี้ย 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public offering) เมื่อวันที่ 27 &#8211; 28 พฤศจิกายน และวันที่ 1 &#8211; 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก</p>
<p><strong>คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงินและบัญชี กล่าวถึงความสำเร็จ​ครั้งนี้ว่า GC ได้ปิดการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยมูลค่ารวมทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในวงกว้าง สะท้อนถึงความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ด้านการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนของบริษัทฯ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ท้าทาย</p>
<p><em>&#8220;ผลการตอบรับที่ดีของนักลงทุนครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของ GC รวมทั้งเป็นการขับเคลื่อนตาม​แผน​​สร้างความแข็งแกร่ง เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และ​รักษาการเติบโตระยะยาวได้ตามเป้าหมาย ​​พร้อมทั้งการส่งเสริมความมั่นคงของโครงสร้างเงินทุนระยะยาว เพื่อรองรับกลยุทธ์ในการเติบโตสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value–Low Carbon)&#8221; </em></p>
<p>สำหรับเงินที่ได้รับจากออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้ GC มีแผนนำไปใช้ในการชำระคืนหนี้เงินกู้ การลงทุน การรองรับค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน การบริหารจัดการด้านการเงินอย่างมีวินัย รวมทั้งบริหารจัดการโครงสร้างเงินทุนให้มีความยืดหยุ่นและมั่นคงในระยะยาว ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสุนนกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ (High Value-Low Carbon) สอดคล้องกับเป้าหมายด้าน ESG ที่ GC ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ขณะที่​กลุ่มผู้จัดการการจัดจำหน่าย มีมุมมองว่า แม้หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป จากโครงสร้างการชำระคืนที่ยืดหยุ่นกว่าสำหรับผู้ออกหุ้นกู้ แต่ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ GC และความเชื่อมั่นในกลุ่ม ปตท. ทำให้การเสนอขายครั้งนี้ได้รับผลการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน อีกทั้ง ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของ GC ที่ระดับ<strong> &#8216;AA-(tha)&#8217;</strong> แนวโน้ม <strong>&#8216;มีเสถียรภาพ&#8217;</strong> และจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดนี้ ที่ระดับสูงถึง<strong> &#8216;A(tha)&#8217;</strong> ซึ่งถือเป็นอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ประเภทนี้ที่สูงที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและความเชื่อมั่นต่อ GC</p>
<p><em>&#8220;GC ขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนสำคัญ ทั้งนักลงทุนทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นต่อ GC รวมทั้งผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 12 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน),  บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์  หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ GC  สามารถขับเคลื่อนไปสู่การเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” </em>คุณทิติพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/gc-succeeded-in-new-subordinated-debenture-bond/">GC ประกาศความสำเร็จ &#8216;ปิดการขาย&#8217; หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ​ ตามเป้า ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เสริมแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC เคาะดอกเบี้ย &#8216;หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ&#8217; 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี เพิ่มทางเลือกนักลงทุนระยะยาว ​เล็งเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป 27 พฤศจิกายน &#8211; 3 ธันวาคม 2568</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-announced-interest-rate-perpetual-subordinated-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 07:08:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Asset Monetization]]></category>
		<category><![CDATA[Deleveraging Program]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon Business]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Perpetual Subordinated Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่ม ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิติพงษ์ จุลพรศิริดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้ด้อยสิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37838</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังประกาศเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด  (“หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ”) สกุลเงินบาท ชุดใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดภาระทางการเงิน (Deleveraging Program) พรัอมเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อรองรับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคง​ผันผวนในระดับสูง ล่าสุด  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ได้ประกาศ อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สำหรับ 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี พร้อมกำหนดวันเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public offering) ในระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน และ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ผ่าน 12 สถาบันการเงิน คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี GC [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-announced-interest-rate-perpetual-subordinated-bond/">GC เคาะดอกเบี้ย &#8216;หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ&#8217; 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี เพิ่มทางเลือกนักลงทุนระยะยาว ​เล็งเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป 27 พฤศจิกายน &#8211; 3 ธันวาคม 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังประกาศเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด  (“<strong>หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มี</strong><strong>ลักษณะคล้ายทุนฯ</strong><strong>”</strong><strong>) </strong>สกุลเงินบาท ชุดใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดภาระทางการเงิน (Deleveraging Program) พรัอมเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อรองรับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคง​ผันผวนในระดับสูง</p>
<p><span id="more-37838"></span></p>
<p>ล่าสุด  <strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GC</strong> ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ได้ประกาศ <strong>อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สำหรับ 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี</strong> พร้อมกำหนดวันเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public offering) ในระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน และ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ผ่าน 12 สถาบันการเงิน</p>
<p><strong>คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี</strong> <strong>GC</strong> กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ครั้งนี้ นับเป็น​ก้าวสำคัญเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มความยืดหยุ่นทางทางการเงินของ GC เพื่อรักษาความสามารถ​ในการเติบโตระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนและไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มปรับลดลง​ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จึงต้องการนำเสนอทางเลือกเพื่อการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนระยะยาวที่ชัดเจน ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากและหุ้นกู้ทั่วไป ​</p>
<p><em>&#8220;การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ​ครั้งนี้ ยังเป็นหนึ่ง​บทบาทสำคัญเพื่อช่วย GC ​ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้ธุรกิจ พร้อม​ต่อยอดการพัฒนาสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value–Low Carbon) ตอกย้ำฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับโลก นอกจากนี้ ยังถือเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่นักลงทุนทั่วไปผ่านทางเลือกการลงทุนที่มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ&#8221;  </em>คุณทิติพงษ์ กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37840 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/GC_Debenture-Banners-1600x800p2.1-final_0.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>ทั้งนี้  <em><strong>GC ​กำหนดอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ไว้ที่ 4.40% ต่อปี ในช่วง 5 ปี 6 เดือนแรก โดยคาดว่าจะเปิดให้ผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน และ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ซึ่งสามารถจองซื้อผ่านสาขาและสำหรับการจองซื้อออนไลน์ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายบางรายที่ให้บริการ สามารถดำเนินการได้ทุกวัน รวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์</strong></em></p>
<p>หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของ GC ชุดนี้ ยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568 ที่ระดับ AA- (tha) แนวโน้ม &#8216;มีเสถียรภาพ&#8217; และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดนี้ที่ระดับ A (tha) ซึ่งถือเป็นอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ประเภทนี้ที่สูงที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและความเชื่อมั่นต่อ GC นอกจากนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวยังนับเป็นทุน (Equity Credit) ร้อยละ 50 สำหรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และในทางบัญชีถือเป็นทุน 100% ตลอดอายุหุ้นกู้</p>
<p><strong>คุณทิติพงษ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างเงินทุน ของGC พร้อมรับโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมเมื่อธุรกิจปิโตรเคมีกลับมาฟื้นตัว พร้อมกันนี้ GC ยังดำเนินแผน Deleveraging Program อย่างต่อเนื่อง ผ่านการทำ Asset Monetization เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์  การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ​ ครั้งนี้ จึงถือเป็น​ก้าวสำคัญในการรักษาอันดับความน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับแผนการบริหารโครงสร้างเงินทุนของ GC เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต​</p>
<p><strong>สำหรับการจองหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ มีมูลค่าการจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไประหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน และ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 12 แห่ง</strong> ที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับการจองซื้อออนไลน์ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายบางรายที่ให้บริการ สามารถดำเนินการได้ทุกวัน รวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/GC_Infographic-Must-have_1920x1080_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน GC อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อจองซื้อ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</p>
<ul>
<li>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร.1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking</li>
<li>ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-626-7777</li>
<li>ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน <a href="https://www.kasikornbank.com/kmyinvest%20ได้" target="_blank" rel="noopener">https://www.kasikornbank.com/kmyinvest ได้</a> ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)</li>
<li>ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai</li>
<li>ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-777-6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004</li>
<li>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร.1572</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050</li>
<li>ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 1428 กด #4 (เปิดจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-56</li>
</ul>
<p>หมายเหตุ:</p>
<ul>
<li>แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยังไม่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.</li>
<li>การจัดสรรหุ้นกู้ดังกล่าวให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ตามแต่จะเห็นสมควร</li>
</ul>
<p>คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุน    สามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ <a href="https://protect.checkpoint.com/v2/___http:/www.sec.or.th/___.YzJ1OmtydW5nc3JpOmM6bzo5N2NjMTcwNzdhZjAxYzBmZTJlMTA1YTVlNjY3YTAzOTo2OjdjN2E6NjQ4YjIzZTRiMjk0OTRjOWE0ODAxMmQwYzQ3MzU1MmQ1NGVjYzMwZDlkMTU2YTAwOGM1YmY1Y2E3MTM3ZTM1YzpwOlQ6Tg" target="_blank" rel="noopener">www.sec.or.th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-announced-interest-rate-perpetual-subordinated-bond/">GC เคาะดอกเบี้ย &#8216;หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ&#8217; 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี เพิ่มทางเลือกนักลงทุนระยะยาว ​เล็งเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป 27 พฤศจิกายน &#8211; 3 ธันวาคม 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน &#8211; ยกระดับ SMEs &#8211; รับมือโลกรวน&#8217; ​3 โจทย์ &#8216;​ESG Symposium 2025&#8217; ​เร่งไทยบรรลุคาร์บอนต่ำ เน้น &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/scg-esg-symposium-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 13:21:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[MSMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Policy]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[TPA]]></category>
		<category><![CDATA[White Paper]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณพพงศ์ ธีระวร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โลกรวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36841</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรง ESG Symposium 2025 จัดขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นรูปธรรมที่ต้อง &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง&#8217;  โดยเน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ 1. การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) 2. การยกระดับ SMEs สู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำครบวงจรและเป็นธรรม (Just Transition for SMEs) และ 3. การเตรียมพร้อมรับมือโลกรวน (Climate Adaptation) เสริมขีดความสามารถแข่งขันระดับสากล รับมือความผันผวนทั้งโลกรวน และเศรษฐกิจโลกอย่างทันท่วงที คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ESG Symposium เป็นแพลตฟอร์ม ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/scg-esg-symposium-2025/">&#8216;เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน &#8211; ยกระดับ SMEs &#8211; รับมือโลกรวน&#8217; ​3 โจทย์ &#8216;​ESG Symposium 2025&#8217; ​เร่งไทยบรรลุคาร์บอนต่ำ เน้น &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรง <strong>ESG Symposium 2025</strong> จัดขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นรูปธรรมที่ต้อง <strong>&#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง&#8217; </strong></p>
<p><span id="more-36841"></span></p>
<p>โดยเน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ <strong>1. การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</strong> (Energy Transition) <strong>2. การยกระดับ SMEs สู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำครบวงจรและเป็นธรรม</strong> (Just Transition for SMEs) และ <strong>3. การเตรียมพร้อมรับมือโลกรวน</strong> (Climate Adaptation) เสริมขีดความสามารถแข่งขันระดับสากล รับมือความผันผวนทั้งโลกรวน และเศรษฐกิจโลกอย่างทันท่วงที</p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ESG Symposium เป็นแพลตฟอร์ม ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘<strong>GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM – เร่งด้วยกรีน รอดด้วยกัน’</strong> เพื่อร่วมออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายและโครงการที่ทำให้ประเทศไทยแข่งขันได้และยั่งยืน ผ่านการระดมความเห็น และการเสนอแนะจากผู้นำระดับ Top Leader มากกว่า  300 คน ทั้งจากภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน</p>
<p>โดยในปีนี้ ข้อเสนอจาก <strong>ESG Symposium 2025</strong>  เพื่อร่วม​ขับเคลื่อน​การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36846 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. ปลดล็อก ปรับโครงสร้าง วางระบบพลังงานเสรีครบวงจร เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน</strong></p>
<p>เร่งวางระบบพลังงานเสรีอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าด้วยมาตรฐาน <strong>TPA Code (Third Party Access)</strong> และการส่งเสริมสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) พร้อมปรับโครงสร้างระบบพลังงานให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ในต้นทุนที่เหมาะสม เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า สำหรับรับมือกับ ความผันผวนในระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>2. ยกระดับ SMEs สู่ความยั่งยืนและแข่งขันได้จริง </strong></p>
<p>จัดตั้ง One Stop Service เพื่อให้ SMEs เข้าถึงเงินทุน ความรู้ และเทคโนโลยีได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ SMEs เข้าสู่ตลาดแข่งขันได้จริง</p>
<p>ขณะเดียวกันเร่งปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล พัฒนาทักษะแรงงานผ่านการอบรมและ Skill Matching เตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงของตลาด พร้อมสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงแผนพัฒนาระดับชาติ และวาระลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้ SMEs เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><strong>3. เร่งเตรียมความพร้อมปรับตัวรับมือโลกรวน ด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือ</strong></p>
<p>ดำเนินการวางรากฐานการปรับตัว ต่อสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตร นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ประโยชน์ พร้อมศึกษาและนำแนวทางนโยบายจากต่างประเทศ มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติโลกรวน</p>
<p><em>&#8220;ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ และภาวะเศรษฐกิจโลก จากสงครามการค้า จึงต้องเร่งวางกรอบกลยุทธ์ที่  &#8216;<strong>แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</strong> เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมสร้างรากฐานอย่างยั่งยืน โ<strong>ดยสิ่งที่ตกผลึกได้จาก ESG Symposium 2025 จะมีการสรุปเป็น White Paper เพื่อนำส่งและเสนอแนะเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน และกรอบการทำงานร่วมกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน </strong>&#8221; ​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36843 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Green-.png" alt="" width="692" height="900" /></p>
<p><strong>TPA กระดุมเม็ดแรก ปลดล็อกพลังงานสะอาด</strong></p>
<p><strong>ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์</strong> นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ​ระบบพลังงานของไทยเผชิญแรงกดดันทั้งจากเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก NDC 3.0 การตอบรับมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป และความจำเป็นในการยกระดับดัชนี Energy Transition Index เพื่อความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค การขับเคลื่อนเรื่องนี้ในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องเน้นทำผ่าน​กรอบ <strong> ‘ชัด คล่อง เป็นจริง’</strong> โดยมุ่งเน้นการเปิดตลาด Direct PPA ที่โปร่งใสเพื่อดึงดูดการลงทุนพลังงานหมุนเวียน การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน และไฮโดรเจน พร้อมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อวางรากฐาน Green Infrastructure ที่มั่นคงและยั่งยืน รวมทั้งพัฒนาแรงงานทักษะสีเขียว โดย TDRI พร้อมสนับสนุนงานวิจัยและนโยบาย ในทุกขั้นตอนของการเปลี่ยนผ่านนี้</p>
<p><em>&#8220;ประเทศไทยมีศักยภาพในการขับเคลื่อนเรื่องพลังงานสะอาด (Renewable) ทั้งพลังงานโซลาร์  ไบโอแมส  ไบโอแกส หรือพลังงานลม ซึ่งหากในอนาคตมีเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น จะยิ่งเพิ่ม​ศักยภาพในการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนพลังงานสะอาดราว 10-15% ซึ่งหากต้องการขับเคลื่อนเป้าหมายให้เป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 ต้องเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดขึ้นมาเป็น 74% และหากต้องการผลักดันตามเป้าหมาย ภาครัฐจำเป็นต้องให้สิทธิในกา​รจัดส่งไฟฟ้าได้อย่างเสรีกับภาคเอกชน หรือ TPA ซึ่งถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญ เพราะตอนนี้ประเทศไทยมีความต้องการใช้ Renewable เยอะมาก ทั้งภาคอุตสาหกรรม หรือภาคส่งออก รวมทั้งมีผู้ผลิตที่มีศักยภาพ มีคุณภาพของพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพ แต่ผู้ผลิตยังไม่มีความมั่นใจว่า หากผลิตมาแล้วจะสามารถจัดส่งอย่างเสรีได้หรือไม่ จึงต้องปลดล็อกด้วย TPA ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนได้อย่างมีอัตราเร่ง&#8221; ดร.อารีพร กล่าว</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36847 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ดร.อารีพร-อัศวินพงศ์พันธ์-นักวิจัยอาวุโส-สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย-TDRI-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ จำเป็นต้องส่งเสริมเทคโนโลนี SMR หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าทั้งในเรื่องของความสะอาด (Clean Energy) และความเสถียร (Energy Security) รวมทั้งยังมีต้นทุนที่ไม่แพง ขณะที่​การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ในหลายๆ ประเทศ​มีความปลอดภัยเป็นอย่างดี แต่ในส่วนของประเทศไทย จำเป็นต้องเร่งสร้างทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นในเรื่องของความปลอดภัย​ ​เพื่อสร้างการยอมรับจากประชาชน​ ซึ่งถือเป็นการบ้านสำคัญของภาครัฐในการ​​ขับเคลื่อนให้โครงการ SMR เกิดขึ้นได้จริง</p>
<p><strong>เร่งพัฒนาโซลูชันทางการเงิน ช่วยผู้ประกอบรายเล็ก​</strong></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.ณพพงศ์ ธีระวร</strong> ประธานสมาพันธ์ SME ไทย กล่าวว่า MSMEs (Micro &amp; Small, Medium Enterprises) ซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทยกว่า 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ หรือมีรวมกันที่ราว 3.25 ล้านราย และมีการจ้างงานกว่า 13 ล้านคน และสร้างผลผลิตให้ประเทศกว่า 35% ของ GDP โดยในจำนวนนี้ แบ่งเป็น กลุ่มผู้ประกอบการในระดับไมโคร หรือกลุ่มวิสาหกิจรายย่อย​ 84.5% หรือ 2.75 ล้านราย, ระดับเล็ก หรือวิสาหกิจขนาดย่อม 13% หรือ 4.2 แสนราย, วิสาหกิจ​ขนาดกลาง 2% หรือ 6.5 หมื่นราย และวิสาหกิจขนาดใหญ่ 0.5% หรือ 1.5 หมื่นราย</p>
<p>โดยกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจทั้ง<strong> MSMEs เหล่านี้ยังคงเผชิญกับ 4 ความท้าทายหลัก ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งทุน โอกาสเชื่อมโยงตลาดใหม่ กฎระเบียบที่ยังซับซ้อน และขาดทักษะอนาคต ​จึงจำเป็นต้อง​กำหนดแนวทางเพื่อช่วยเหลือให้ครอบคลุมทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเพิ่มความสามารถในการเติมทุนหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการ</strong> โดยเฉพาะกลุ่ม Micro และ Small Entrepreneurs ที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ด้วยสัดส่วนถึง 97.5% คิดเป็นจำนวนผู้ประกอบการที่อยู่ในส่วนนี้ถึงกว่า 3.17 ล้านราย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36848 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ดร.ณพพงศ์-ธีระวร-ประธานสมาพันธ์-SME-ไทย-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ภาครัฐจำเป็นต้องพัฒนากลไกเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในรายย่อยและรายเล็กกว่า 3.17 ล้านราย ที่มักมีข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบธนาคาร ​มากกว่าเรียกร้องให้ผู้ประกอบการปรับตัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาโซลูชั่นหรือเครื่องมือเพื่อเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงแหล่งทุนที่มีดอกเบี้ยต้ำและไม่ผูกติดอยู่กับระบบธนาคารที่มีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ เพราะปัจจุบันรายย่อยและรายเล็กสามารถเข้าถึงได้เพียง Nano และ Pico Finance ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ประมาณ 30% ต่อปี ขณะที่กลุ่มซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำ 3-4% จะมีเพียงธุรกิจที่มีระบบบัญชี หรือข้อมูลทางการเงินตามเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและการอยู่รอดของผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้ประเทศต้องติดหล่มทางเศรษฐกิจและไม่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&#8221;</em> ​ดร.ณพพงศ์ กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ควรมีแนวทางเพื่อช่วยเหลือด้านการเงินและต้นทุนต่ำ ที่สามารถให้ความช่วยเหลือส่งไปถึงกลุ่มผู้ประกอบรายย่อยซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญในเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริง อาทิ กองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็ก (Micro &amp; Small Entrepreneurs) ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ 3-4% ต่อปี เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัว และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันต่อไป นอกเหนือจากนี้ การยกระดับทักษะและนวัตกรรมทาง Digital, AI and Green Transformation เพื่อให้เกิดความพร้อม ในการเชื่อมโยงตลาดใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงตลาด Online ตลอดจนการสร้าง One Stop Service และ Ecosystem ครบวงจร พร้อมผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบ ที่เอื้อกับผู้ประกอบการ MSME ให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข่งขัน ได้ในระยะยาว ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ</p>
<p><strong>​&#8217;เร่งปรับตัวรับมือวิกฤตโลกรวน&#8217; ​โจทย์ใหญ่ของประเทศ  </strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์</strong> กล่าเพิ่มเติมอีกว่า ​​หนึ่งในโจทย์เร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องรีบเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างจริงจังคือ  การเตรียมความพร้อม ในการรับมือวิกฤตโลกรวน (Climate Adaptation) เนื่องจาก​ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม และความผันผวนของทรัพยากร กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น การเร่งเตรียมพร้อมอย่างรอบด้าน จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความจำเป็น โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้มาใช้ ยกระดับความสามารถในการปรับตัว ลดความเสี่ยง และสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเป็นระบบ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Re-ESG-Symposium-2025.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีพร้อมเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อผลักดันข้อเสนอจาก ESG Symposium 2025 ไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ และการลงทุนพัฒนาผ่านโครงการนำร่อง PPP สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต”</em> คุณธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/scg-esg-symposium-2025/">&#8216;เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน &#8211; ยกระดับ SMEs &#8211; รับมือโลกรวน&#8217; ​3 โจทย์ &#8216;​ESG Symposium 2025&#8217; ​เร่งไทยบรรลุคาร์บอนต่ำ เน้น &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;COP29&#8217; แก้โลกร้อนได้อย่างไร ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/priority-agendas-in-cop29/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Sep 2025 04:42:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[ClimateAction]]></category>
		<category><![CDATA[ClimateCrisis]]></category>
		<category><![CDATA[COP]]></category>
		<category><![CDATA[COP29]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalBoiling]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalWarming]]></category>
		<category><![CDATA[InfoGraphic]]></category>
		<category><![CDATA[Nationally Determined Contributions]]></category>
		<category><![CDATA[NDC 2035]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ความท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วมมือร่วมใจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36246</guid>

					<description><![CDATA[<p>จบลงไปแล้ว สำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ COP ครั้งที่ 29 ซึ่งการจัดประชุมเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2567 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน การประชุม COP เป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหา โลกร้อน ผ่านการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปี ภายใต้ความร่วมมือจากเกือบทุกประเทศที่มารวมตัว เพื่อทำข้อตกลงร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการวางนโยบายและแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแต่ละประเทศ​ โดย &#8216;COP29&#8242; ถือเป็นการประชุมครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในปีนี้ทั้งนี้ วาระสำคัญที่มีการหารือกันในการประชุม COP29 อาทิ&#8211; การสนับสนุนการเงินด้าน Climate Finance ของประเทศที่พัฒนาแล้ว ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาภายใต้งบประมาณราว 3 แสนล้านดอลลาร์ฯ ต่อปี ภายในปี 2035&#8211; แนวทางในการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศา ผ่านการจัดทำ NDCs ฉบับใหม่ (Nationally Determined Contributions) โดยเฉพาะ NDC 3.0 0 ซึ่งเป็นเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของปี 2035 และมีความท้าทายมากขึ้น เพื่อสามารถควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส&#8211; การวางแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน เกี่ยวกับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาดคาร์บอน เพื่อไม่ให้เกิดความซับซ้อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/priority-agendas-in-cop29/">&#8216;COP29&#8217; แก้โลกร้อนได้อย่างไร ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จบลงไปแล้ว สำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">COP</span> ครั้งที่ 29 ซึ่งการจัดประชุมเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2567 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน</p>
<p><span id="more-36246"></span>การประชุม COP เป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โลกร้อน</span> ผ่านการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปี ภายใต้ความร่วมมือจากเกือบทุกประเทศที่มารวมตัว เพื่อทำข้อตกลงร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการวางนโยบายและแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแต่ละประเทศ​ โดย <strong>&#8216;<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">COP29&#8242;</span> </strong>ถือเป็นการประชุมครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในปีนี้<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ทั้งนี้ วาระสำคัญที่มีการหารือกันในการประชุม COP29 อาทิ</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; การสนับสนุนการเงินด้าน Climate Finance ของประเทศที่พัฒนาแล้ว ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาภายใต้งบประมาณราว 3 แสนล้านดอลลาร์ฯ ต่อปี ภายในปี 2035<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; แนวทางในการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศา ผ่านการจัดทำ NDCs ฉบับใหม่ (Nationally Determined Contributions) โดยเฉพาะ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">NDC</span> 3.0 0 ซึ่งเป็นเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของปี 2035 และมีความท้าทายมากขึ้น เพื่อสามารถควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; การวางแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน เกี่ยวกับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาดคาร์บอน เพื่อไม่ให้เกิดความซับซ้อน รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดภาระเพิ่มเติมเกินจำเป็น<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; การแก้ไขปัญหาความโปร่งใสของรายงานสภาพภูมิอากาศผ่านการเสนอเครื่องมือรายงานใหม่ให้แก่กรอบความโปร่งใส หรือ ETF ของข้อตกลงปารีสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ประเทศไทย ได้สรุป <strong>5 ประเด็นสำคัญ ผ่านเวที COP29</strong> ประกอบด้วย<br class="html-br" /><br class="html-br" />1. เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก 43% เพื่อบรรลุ NDC 2030 คิดเป็น 222 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า<br class="html-br" /><br class="html-br" />2. เร่งแผนปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำงานแบบบูรณาการ จัดทำข้อมูลความเสี่ยงระดับประเทศ<br class="html-br" /><br class="html-br" />3. ผลักดัน พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ<br class="html-br" /><br class="html-br" />4. สร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนให้เป็นรูปธรรม<br class="html-br" /><br class="html-br" />5. การจัดส่งรายงานความโปร่งใสราย 2 ปี<br class="html-br" /><br class="html-br" />ทั้งนี้ ประเด็นที่ประเทศไทยต้องขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการแก้ไขปัญหาสภาพอากาศ ทั้งการจัดทำแผน NDC 2035 ซึ่งจะต้องจัดส่งภายในปีหน้า เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงเป้าหมาย NDC 3.0 ในปี ค.ศ. 2035 โดยความท้าทายของประเทศไทยในการขับเคลื่อนดังกล่าว เช่น การสร้างความพร้อม, การวางกลยุทธ์การแข่งขันเพื่อเข้าถึงเงินสนับสนุน, การขอสนับสนุนเงินให้เปล่า และการเข้าถึงเงินกู้แบบเงื่อนไขผ่อนปรนสูง เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/priority-agendas-in-cop29/">&#8216;COP29&#8217; แก้โลกร้อนได้อย่างไร ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลัง &#8216;แบงก์กรุงเทพ&#8217; ซื้อ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ฐานกำลังสำคัญในอินโดนีเซีย สปริงบอร์ดสู่​ Top 3 Regional Bank พร้อมแผน &#8216;One Family One Team&#8217; ดันกำไรธุรกิจต่างประเทศแตะหมื่นล้าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/bbl-visit-permata-bank-in-indonesia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Jul 2025 13:04:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Banking]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Connecting ASEAN]]></category>
		<category><![CDATA[Deal]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Indonesia]]></category>
		<category><![CDATA[International Banking]]></category>
		<category><![CDATA[M&A]]></category>
		<category><![CDATA[One Family One Team]]></category>
		<category><![CDATA[Permata]]></category>
		<category><![CDATA[Permata Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติศิริ โสภณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพอร์มาตา]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เมลิสา รุสลิ]]></category>
		<category><![CDATA[แบงก์กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34566</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้จะมีโมเดลในการทำ International Banking  มายาวนานหลายสิบปีไม่ต่างกับการรุกธุรกิจการเงินในประเทศไทยที่ดำเนินการมากว่า 80 ปีแล้ว  แต่ที่ผ่านมา ธุรกิจต่างประเทศของ ธนาคารกรุงเทพ มักจะทำเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มคอปอเรท หรือการค้าขายระหว่างประเทศเป็นหลัก ทำให้การเพิ่ม Value Added หรือการเพิ่มบริการต่างๆ ให้ลูกค้าเป็นไปได้ค่อนข้างจำกัด ขณะที่ Big Move ล่าสุดในฟาก International Banking ของ BBL คือการขยายฐานลูกค้ามาสู่​กลุ่มรีเทล เหมือนที่มีให้บริการในประเทศไทย เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยเลือกประเทศที่มีศักยภาพสูงอย่าง &#8216;อินโดนีเซีย&#8217; ด้วยการเข้าไปซื้อกิจการ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217;  ตั้งแต่ปี 2563 พร้อมควบรวมเข้ากับธนาคารกรุงเทพที่ให้บริการในอินโดนีเซีย 3 แห่ง ได้แก่ สาขาจาการ์ตา สาขาสุรายาบา และสาขาเมดาน ​ภายใต้ชื่อ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ซึ่งเป็นภาษาอินโดนีเซียที่แปลว่า อัญมณี หรือเพชรพลอย เพื่อสร้างความใกล้ชิดและคุ้นเคยกับชาวอินโดนีเซียได้มากกว่า พร้อมได้ปรับเปลี่ยนโลโกมาเป็นสัญลักษณ์ดอกบัวหลวง ​ของธนาคารกรุงเทพเหมือนที่ใช้อยู่ในประเทศไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์​​แสดงถึงการเป็นกลุ่มธุรกิจภายใต้ครอบครัวเดียวกัน​ โฟกัส &#8216;อินโดนีเซีย -อาเซียน&#8217; ตลาดแห่งอนาคต ทั้งนี้ หากจะโฟกัสให้เห็น​ศักยภาพของอินโดนีเซียนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/bbl-visit-permata-bank-in-indonesia/">เบื้องหลัง &#8216;แบงก์กรุงเทพ&#8217; ซื้อ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ฐานกำลังสำคัญในอินโดนีเซีย สปริงบอร์ดสู่​ Top 3 Regional Bank พร้อมแผน &#8216;One Family One Team&#8217; ดันกำไรธุรกิจต่างประเทศแตะหมื่นล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้จะมีโมเดลในการทำ <strong>International Banking</strong>  มายาวนานหลายสิบปีไม่ต่างกับการรุกธุรกิจการเงินในประเทศไทยที่ดำเนินการมากว่า 80 ปีแล้ว  แต่ที่ผ่านมา ธุรกิจต่างประเทศของ ธนาคารกรุงเทพ มักจะทำเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มคอปอเรท หรือการค้าขายระหว่างประเทศเป็นหลัก ทำให้การเพิ่ม Value Added หรือการเพิ่มบริการต่างๆ ให้ลูกค้าเป็นไปได้ค่อนข้างจำกัด</p>
<p><span id="more-34566"></span></p>
<p>ขณะที่ Big Move ล่าสุดในฟาก International Banking ของ BBL คือการขยายฐานลูกค้ามาสู่​กลุ่มรีเทล เหมือนที่มีให้บริการในประเทศไทย เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยเลือกประเทศที่มีศักยภาพสูงอย่าง<strong> &#8216;อินโดนีเซีย&#8217;</strong> ด้วยการเข้าไปซื้อกิจการ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217;  ตั้งแต่ปี 2563 พร้อมควบรวมเข้ากับธนาคารกรุงเทพที่ให้บริการในอินโดนีเซีย 3 แห่ง ได้แก่ สาขาจาการ์ตา สาขาสุรายาบา และสาขาเมดาน ​ภายใต้ชื่อ<em><strong> &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ซึ่งเป็นภาษาอินโดนีเซียที่แปลว่า อัญมณี หรือเพชรพลอย</strong></em> เพื่อสร้างความใกล้ชิดและคุ้นเคยกับชาวอินโดนีเซียได้มากกว่า</p>
<p>พร้อมได้ปรับเปลี่ยนโลโกมาเป็นสัญลักษณ์ดอกบัวหลวง ​ของธนาคารกรุงเทพเหมือนที่ใช้อยู่ในประเทศไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์​​แสดงถึงการเป็นกลุ่มธุรกิจภายใต้ครอบครัวเดียวกัน​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34570 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Timeline-Logo.jpg" alt="" width="1200" height="666" /></p>
<p><strong>โฟกัส &#8216;อินโดนีเซีย -อาเซียน&#8217; ตลาดแห่งอนาคต</strong></p>
<p>ทั้งนี้ หากจะโฟกัสให้เห็น​ศักยภาพของอินโดนีเซียนั้น ถือได้ว่าเป็นตลาดสำคัญทั้งจากขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 16 ของโลก และเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคทั้งเอเชียและอาเซียน พร้อมทั้งคาดว่าจะเป็นโลเกชั่นที่จะกลายเป็นตลาดแห่งอนาคต โดยเชื่อว่าในช่วง 5 ปีจากนี้ จะเติบโตกลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก</p>
<p>รวมทั้งจำนวนประชากรที่มีกว่า 280 ล้านคน มากเป็นอันดับ 4 ของโลก และ​ส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตให้ประเทศ ขณะที่มีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับมีเสถียรภาพและความเชื่อมั่นที่ดี รวมทั้งยังเป็นประเทศสมาชิกในกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจโลกอย่าง BRICS  และ  G20 จึงเป็นโอกาสที่ดีทั้งของธนาคารและภาคธุรกิจที่ต้องการขยายการลงทุนเข้ามาในอินโดนีเซีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34574 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata-Group1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ขณะที่ใน​ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีมูลค่าการลงทุนจากประเทศไทยในอินโดนีเซียสูงถึง 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และตลอด​ปี 2560-2565 นักลงทุนไทยมีการลงทุนรวม 1.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกว่า 1,400 โครงการทั่วประเทศอินโดนีเซีย  จึงนับเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของไทย โดย​ปีที่ผ่านมาประเทศไทยส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียมูลค่า 10.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยเป็นจุดหมายส่งออกใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซีย โดยมีมูลค่าส่งออกถึง 7.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ</p>
<p><strong>เร่งยุทธศาสตร์ Connecting ASEAN ​</strong></p>
<p><strong>คุณ​ชาติศิริ โสภณพนิช </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ &#8216;ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค&#8217; และธนาคารต่างชาติแห่งแรกของอาเซียนที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารในอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 2511 เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในระยะยาว  ก่อนจะเข้าซื้อเพอร์มาตาในปี 2563 เพื่อขยายโอกาสธุรกิจและการเติบโตในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34572 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/K-Chatsiri1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ซึ่งภายหลังจากเพอร์มาตาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน​พอร์ตของกลุ่มธนาคารต่างประเทศก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ​และยังมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกมาก จากภารกิจหลักของธนาคารในการขับเคลื่อน​ยุทธศาสตร์<strong> Connecting ASEAN</strong> หรือการเชื่อมโยงอาเซียน เพื่อ Synergy ความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายของเพอร์มาตาในตลาด Local ​รวมทั้ง  BBL ที่มีความแข็งแรงในตลาดต่างประเทศ และมี Network กระจายใน 14 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก เพื่อตอกย้ำบทบาทในการเป็น Regional Banking หรือธนาคารแห่งภูมิภาคได้อย่างแท้จริง</p>
<p><em>&#8220;หลังการเข้าซื้อกิจการ BBL จะมุ่ง​​สนับสนุนและเพิ่มโอกาสเติบโตให้เพอร์มาตา ผ่านการจัดตั้งหน่วยงานบริการที่ชื่อว่า <strong>ฝ่ายพัฒนาและที่ปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Development and Advisory Directorate)</strong> เพื่อเป็นศูนย์การรองรับลูกค้าในเครือข่ายของธนาคาร ทั้งในกลุ่มอาเซียน จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย และลูกค้าในอินโดนีเซียที่ต้องการไปลงทุนประเทศอื่นในภูมิภาค  ​โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ จัดหาเงินทุนสำหรับโครงการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น กลุ่มโครงการโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สอดคล้องกับหลัก ESG ตามการผลักดันของรัฐบาลอินโดนีเซีย&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34573 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/K-Melisa.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณเมลิสา รุสลิ</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา  กล่าวว่า ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง พร้อมด้วยทรัพยากรและแรงงาน โดยปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ <strong>Golden Indonesia</strong> ที่เน้นขับเคลื่อนโครงการเศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และโครงการด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกภายในปี 2588</p>
<p>จากยุทธศาสตร์นี้ ธนาคารเพอร์มาตา ได้เล็งเห็นโอกาสสำคัญและผลักดันลูกค้าและพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อคว้าโอกาสต่างๆที่จะเกิดขึ้น ผ่านบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างครบวงจร สำหรับกลุ่มลูกค้าบุคคลและกลุ่มลูกค้าธุรกิจ โดยมีทั้งบริการการเงินทั่วไปและระบบการเงินอิสลาม (Sharia)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata9.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><em>“นโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซียในขณะนี้ สอดคล้องกับการดำเนินงานของธนาคารเพอร์มาตาภายใต้การสนับสนุนของธนาคารกรุงเทพ เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าในหลายด้าน เช่น บริการ Asia Same Day Payment ซึ่งให้บริการโอนเงินแก่ลูกค้านำเข้าและส่งออกได้ภายในวันเดียวแบบเรียลไทม์ระหว่างไทยกับอินโดนีเซียผ่านคิวอาร์โค้ด  รวมทั้งเร่งผลักดันลูกค้าเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียว โดยสนับสนุนสินเชื่อต่างๆ พร้อมทั้งดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกมิติ” </em></p>
<p><strong> มุ่งเติบโตอย่างบูรณาการผ่าน &#8216;One Family One Team&#8217;</strong></p>
<p>ภายหลัง​ธนาคารกรุงเทพ​รวมสาขาในอินโดนีเซียเข้ากับธนาคารเพอร์มาตา ส่งผลให้ธนาคารเพอร์มาตาเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีอัตราส่วนเงินกองทุนแข็งแกร่งที่สุดในอินโดนีเซีย และเป็น 1 ใน 10 ​ธนาคารที่มีสินทรัพย์รวมใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียโดยมีเครือข่ายสาขาให้บริการ 240 สาขา กระจายอยู่ใน 82 เมืองสำคัญทั่วประเทศ และมีฐานลูกค้ารวมกว่า 6.2 ล้านราย ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34575 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Dr-Kobsak3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล</strong> กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท และ <strong>คุณไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์</strong> รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  กล่าวร่วมกันว่า ทั้ง BBL และเพอร์มาตา มุ่ง​​​​​ขับเคลื่อนแผนงานอย่างบูรณาการ หลังควบรวมกิจการ ด้วยแนวคิด <strong>&#8216;One Family One Team&#8217; </strong>เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายในการ​ผนวกระบบการทำงาน วิธีคิด วัฒนธรรมองค์กร ไปจนถึงแลกเปลี่ยนนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้​ตอบโจทย์ความต้องการและมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ในโมบายแบงกิ้ง หรืออินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง ไปจนถึงโซลูชันทางการเงินสำหรับภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานในการให้บริการทางการเงินของการทำธุรกรรมทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34580 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata-2.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ ​คือ การมุ่งสู่ Top 3 ​ธนาคารแห่งภูมิภาค หรือ Regional Banking จากฐานการให้บริการที่หลากหลายและครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อ​​รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจใน​อาเซียนที่มีแนวโน้มขยับเป็นตลาดอันดับ 4 ของโลก โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว การมีฐานจากประเทศที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้นจะช่วยรักษาผลประกอบการภาพรวมให้เติบโตได้ต่อเนื่อง ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34581 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การมีเพอร์มาตา ยังทำให้ BBL สามารถเพิ่มบริการใหม่ หรือให้บริการที่ครบวงจรแก่ลูกค้าได้มากขึ้น ผ่านโครงสร้างการให้บริการของเพอร์มาตาที่มีครบทั้งลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ลูกค้าองค์กร และลูกค้าบุคคล รวมทั้งมี​แพลตฟอร์มการให้บริการที่รองรับการทำธุรกรรมลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการมีฐานลูกค้าบุคคลในต่างประเทศเป็นครั้งแรก ทำให้ธนาคารสามารถให้บริการเงินฝาก และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินที่มีต้นทุนที่ต่ำลงเพื่อนำไปต่อยอดการให้บริการหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเข้าถึงลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากกลุ่ม International Banking ได้มากขึ้น จาก​ก่อนหน้าที่มีสัดส่วนกำไรไม่มากนัก จากรูปแบบการให้บริการที่จำกัดและมีต้นทุนการเงินที่ค่อนข้างสูง&#8221;</em></p>
<p>ส่งผลให้ปีที่ผ่านมาเพอร์มาตามีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยสัดส่วนสินเชื่อ​ 12%​ ในพอร์ตสินเชื่อธนาคารกรุงเทพ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อในต่างประเทศให้เพิ่มจาก 17% เป็น 25% (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2567) ขณะที่​​กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าจะขยับขึ้นแตะหลักหมื่นล้านบาทได้อย่างแน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Permata3.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/bbl-visit-permata-bank-in-indonesia/">เบื้องหลัง &#8216;แบงก์กรุงเทพ&#8217; ซื้อ &#8216;ธนาคารเพอร์มาตา&#8217; ฐานกำลังสำคัญในอินโดนีเซีย สปริงบอร์ดสู่​ Top 3 Regional Bank พร้อมแผน &#8216;One Family One Team&#8217; ดันกำไรธุรกิจต่างประเทศแตะหมื่นล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน ผนึก​ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เร่งสร้างความยั่งยืนทางทะเล ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยตลอด Supply Chain เทียบชั้นเกณฑ์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/adb-approved-blue-finance-solutions-to-tu/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 12:14:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ADB]]></category>
		<category><![CDATA[Aquaculture Stewardship Council]]></category>
		<category><![CDATA[ASC]]></category>
		<category><![CDATA[BAP]]></category>
		<category><![CDATA[Best Aquaculture Practices]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Finance Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Global Sustainable Seafood Initiative ​]]></category>
		<category><![CDATA[GSSI]]></category>
		<category><![CDATA[Sea Change 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Union]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืนทางทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารพัฒนาเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลูโดวิค การ์นิเย่]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33996</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จับมือ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) นำ Blue Finance Solutions พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยสู่ความยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ปัจจุบันเศรษฐกิจที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลของไทยมีสัดส่วนประมาณ 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และเป็นแหล่งเลี้ยงชีพของประชากรเกือบ 1 ใน 4 ของ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลของไทย ด้วยอุตสาหกรรมหลักอย่างท่าเรือ การเดินเรือ และการท่องเที่ยวชายฝั่ง ที่มีการพึ่งพาทรัพยากรทางทะเล ดังนั้น การบริหารจัดการเพื่อดูแลท้องทะเลอย่างยั่งยืน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2580 ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนทางทะเล ADB จึงได้สนับสนุนเงินกู้ Blue Loan วงเงินรวม 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5,000 ล้านบาท แก่ไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นบริษัทแรกของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการผลิตอาหารทะเลอย่างยั่งยืน การยกระดับการเพาะเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืนจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านอาหารทะเลระดับโลก และยังสอดคล้องกับทิศทางของประเทศที่กำลังปรับตัวและมุ่งสู่ศรษฐกิจทางทะเลที่ยั่งยืน หรือ Blue [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/adb-approved-blue-finance-solutions-to-tu/">ไทยยูเนี่ยน ผนึก​ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เร่งสร้างความยั่งยืนทางทะเล ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยตลอด Supply Chain เทียบชั้นเกณฑ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> TU</strong> จับมือ <strong>ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)</strong> นำ Blue Finance Solutions พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยสู่ความยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ</p>
<p><span id="more-33996"></span></p>
<p>ปัจจุบันเศรษฐกิจที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลของไทยมีสัดส่วนประมาณ 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และเป็นแหล่งเลี้ยงชีพของประชากรเกือบ 1 ใน 4 ของ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลของไทย ด้วยอุตสาหกรรมหลักอย่างท่าเรือ การเดินเรือ และการท่องเที่ยวชายฝั่ง ที่มีการพึ่งพาทรัพยากรทางทะเล</p>
<p>ดังนั้น การบริหารจัดการเพื่อดูแลท้องทะเลอย่างยั่งยืน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2580</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34005 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/TU-x-ADB-Token-Re.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em><strong>ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนทางทะเล ADB จึงได้สนับสนุนเงินกู้ Blue Loan วงเงินรวม 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5,000 ล้านบาท แก่ไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นบริษัทแรกของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการผลิตอาหารทะเลอย่างยั่งยืน การยกระดับการเพาะเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืนจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านอาหารทะเลระดับโลก และยังสอดคล้องกับทิศทางของประเทศที่กำลังปรับตัวและมุ่งสู่ศรษฐกิจทางทะเลที่ยั่งยืน หรือ Blue Economy</strong></em></p>
<p><strong>เดินหน้าส่งเสริม Blue Economy ในไทย</strong></p>
<p><strong>มร.ลูโดวิค การ์นิเย่ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ความร่วมมือกับ ADB  ครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลอย่างยั่งยืน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านกระบวนการผลิตอาหารทะเล จัดหาวัตถุดิบ และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนา Blue Economy ของประเทศไทยให้เติบโตต่อเนื่อง</p>
<p>การผนึกกำลังความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆในการสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเล ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างที่ดีในการการนำนวัตกรรมทางการเงินมาเป็นเครื่องมือในการปกป้องดูแลทรัพยากรทางทะเล พร้อมดูแลความเป็นอยู่ของผู้คน และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34001 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.-Anouj-ADB-.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณอานุช เมธา </strong>ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทน ธนาคารพัฒนาเอเชีย กล่าวว่า ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ผลผลิตอาหารทะเลมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก โดยแหล่งผลิตหลักอยู่ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ความร่วมมือกันในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่า Blue Finance สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้สามารถปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ควบคู่ไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดย <em><strong>การออกวงเงินกู้ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกของ ADB ที่จัดสรรให้กับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การกระบวนการผลิตกุ้งของประเทศมีความยั่งยืนและเข้มแข็งยิ่งขึ้น</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34002 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.Martin-ADB-Re.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ภ<em><strong>ายใต้วงเงินกู้ด้านความยั่งยืนทางทะเลที่ได้รับในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านการจัดหาวัตถุดิบกุ้งที่เพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืนที่ได้การยอมรับในระดับโลก</strong><strong>จาก Global Sustainable Seafood Initiative หรือ GSSI</strong></em> เช่น มาตรฐาน Aquaculture Stewardship Council หรือ ASC และมาตรฐาน Best Aquaculture Practices หรือ BAP หรือจัดซื้อจากฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีความน่าเชื่อถือ (Aquaculture Improvement Projects หรือ AIPs)</p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อนตามแนวทางดังกล่าว มุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมโดยตลอดทั้ง Supply Chain  ได้แก่ การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การตรวจสอบแหล่งที่มาของอาหารกุ้ง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานหมุนเวียน ปรับปรุงประสิทธิภาพอัตราแลกเนื้อ (FCR) รวมถึงการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนส่งเสริมการใช้แรงงานที่เป็นธรรมและการทำงานร่วมกับชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33999 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.-Adam-Brennan-Thai-Union-.JPG-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มร.​อดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า &#8220;ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ของเราที่มุ่งผลิตอาหารทะเลด้วยความรับผิดชอบ และยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® 2030 ของไทยยูเนี่ยน และด้วยวงเงินสนับสนุนทางการเงินจาก ADB ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเล ที่ได้รับการยอมรับว่าดำเนินธุรกิจโปร่งใสตรวจสอบได้ มีนวัตกรรม และให้ความสำคัญต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33998 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Group-Photo-.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/adb-approved-blue-finance-solutions-to-tu/">ไทยยูเนี่ยน ผนึก​ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เร่งสร้างความยั่งยืนทางทะเล ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยตลอด Supply Chain เทียบชั้นเกณฑ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 May 2025 12:00:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Make REAL Change]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[คุณสู้ เราช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ทีทีบี]]></category>
		<category><![CDATA[ทีทีบี ผ่อนดี.. มีรางวัล]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอ็มบีธนชาต]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ตัณฑเกษม]]></category>
		<category><![CDATA[ลดดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33566</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน ตั้งรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี สอดคล้องกับมติ กนง. เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจ สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบการค้าโลก คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ของทีทีบี จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งปัจจัยภายในและนอกประเทศ อาทิ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รายได้ไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย ความกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลกโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง และผลพวงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีทิศทางลดลง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับลดลง และส่งผลต่อลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่รายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี มีความห่วงใยลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่ม จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าและเพิ่มสภาพคล่อง ให้สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับลดลง โดยธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงทุกประเภท ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.15% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน ตั้งรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง</b></p>
<p><span id="more-33566"></span></p>
<p>ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี สอดคล้องกับมติ กนง. เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้าธุรกิจ สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบการค้าโลก</p>
<p><strong>คุณปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต</strong> กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ของทีทีบี จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งปัจจัยภายในและนอกประเทศ อาทิ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รายได้ไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย ความกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลกโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง และผลพวงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีทิศทางลดลง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับลดลง และส่งผลต่อลูกค้าทุกกลุ่มตั้งแต่รายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33567 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Re-นายปิติ-ตัณฑเกษม-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ทีเอ็มบีธนชาต-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ทีทีบี มีความห่วงใยลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่ม จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด</strong><strong> 0.15</strong><strong>% ต่อปี</strong> สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าและเพิ่มสภาพคล่อง ให้สามารถตั้งรับกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับลดลง <strong>โดยธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงทุกประเภท</strong> ได้แก่ <strong>อัตราดอกเบี้ย </strong><strong>MOR </strong><strong>ลดลง </strong><strong>0.15</strong><strong>% ต่อปี</strong> ส่วน<strong>อัตราดอกเบี้ย </strong><strong>MLR </strong><strong>ลดลง </strong><strong>0.10% </strong><strong>ต่อปี</strong> และ<strong>อัตราดอกเบี้ย </strong><strong>MRR </strong><strong>ลดลง</strong><strong> 0.05</strong><strong>% ต่อปี</strong> <strong>มีผลตั้งแต่วันที่ </strong><strong>16 </strong><strong>พฤษภาคม </strong><strong>2568</strong><strong> เป็นต้นไป</strong> ทั้งนี้ ธนาคารยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องการออมภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน เพื่อช่วยเหลือผู้ฝากรายย่อยให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการออมเงินในช่วงนี้ <strong>ธนาคารพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ บัญชี ทีทีบี โนฟิกซ์ สูงสุด </strong><strong>0.40% </strong><strong>ต่อปี</strong> ซึ่งเป็นบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ที่จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนและถอนเมื่อไหร่ก็ได้ ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความกังวลเรื่องสภาพคล่อง มีผลวันที่ 1 มิถุนายน 2568</p>
<p>พร้อมกันนี้ ทีทีบีได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ลดภาระหนี้ผ่านโครงการ <strong>“คุณสู้ เราช่วย” </strong>เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ช่วยลดดอกเบี้ยเหลือ 0% และลดค่างวดผ่อนตลอด 3 ปี โดยได้ขยายช่วงเวลาการลงทะเบียนไปสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2568  และล่าสุดธนาคารยังมีโปรแกรม <strong>“ทีทีบี ผ่อนดี.. มีรางวัล”</strong> ที่ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่มีประวัติผ่อนดี ถือเป็นลูกค้าอีกกลุ่มที่สำคัญและยังไม่ค่อยได้รับการช่วยเหลือ โดยโปรแกรมนี้ช่วยเหลือครอบคลุมทั้งคนผ่อนดีที่มีบ้าน มีรถ และกลุ่มพนักงานเงินเดือนที่มีสินเชื่อบุคคล ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยลงในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์จากโปรแกรมนี้เพิ่มขึ้น</p>
<p>ทีทีบีพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถจัดการภาระหนี้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนผ่านโซลูชันรวบหนี้ โซลูชันโอนยอดหนี้ โครงการคุณสู้ เราช่วย และโปรแกรมผ่อนดีมีรางวัลควบคู่กับแนะนำการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อการจัดการหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระคืน ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ตามเป้าหมายของธนาคารที่มุ่งมั่นทำให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้ และอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">ทีทีบี ตอกย้ำ &#8216;ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้&#8217; ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี มุ่งช่วยลูกค้าทุกกลุ่มลดภาระทางการเงิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูโอบี ประเทศไทย คว้า 10 รางวัลทรงเกียรติด้านตราสารหนี้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน ESG</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/uob-won-10-awards-aboth-green-financing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 May 2025 07:52:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Investment Banking]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability-linked bonds]]></category>
		<category><![CDATA[UOB]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พิศาล ขัตติโยทัยวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโอบี]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33484</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย คว้า 10 รางวัลอันทรงเกียรติจากนิตยสาร The Asset, The Alpha Southeast Asia และสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายตราสาร ESG และตราสารที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (sustainability-linked bonds) ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาค รางวัลที่ได้รับนี้สะท้อนบทบาทของธนาคาร ในฐานะผู้บุกเบิกสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนและการพัฒนาโซลูชันตราสารหนี้อย่างสร้างสรรค์ให้แก่บริษัทชั้นนำของไทย รางวัลที่ได้รับครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก อาทิ อสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง โทรคมนาคม การค้าปลีก และพลังงาน สะท้อนถึงศักยภาพของธนาคาร ในการวางกลยุทธ์ด้านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสม ธุรกรรมที่ได้รับรางวัลของธนาคารยูโอบี ประเทศไทยในปี 2567 ได้แก่: นิตยสาร The Asset: &#8211; Thailand Best Sustainability-Linked Bond (อสังหาริมทรัพย์) จากการเป็น Sole Bookrunner และ Sole Lead Manager ของหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จำนวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/uob-won-10-awards-aboth-green-financing/">ยูโอบี ประเทศไทย คว้า 10 รางวัลทรงเกียรติด้านตราสารหนี้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน ESG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย คว้า 10 รางวัลอันทรงเกียรติจากนิตยสาร The Asset, The Alpha Southeast Asia และสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายตราสาร ESG และตราสารที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (sustainability-linked bonds) ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาค รางวัลที่ได้รับนี้สะท้อนบทบาทของธนาคาร ในฐานะผู้บุกเบิกสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนและการพัฒนาโซลูชันตราสารหนี้อย่างสร้างสรรค์ให้แก่บริษัทชั้นนำของไทย<span id="more-33484"></span></p>
<p>รางวัลที่ได้รับครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก อาทิ อสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง โทรคมนาคม การค้าปลีก และพลังงาน สะท้อนถึงศักยภาพของธนาคาร ในการวางกลยุทธ์ด้านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสม</p>
<p>ธุรกรรมที่ได้รับรางวัลของธนาคารยูโอบี ประเทศไทยในปี 2567 ได้แก่:</p>
<p><strong>นิตยสาร </strong><strong>The Asset</strong><strong>:</strong></p>
<p>&#8211; Thailand Best Sustainability-Linked Bond (อสังหาริมทรัพย์) จากการเป็น Sole Bookrunner และ Sole Lead Manager ของหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จำนวน     2 ชุด มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ถือเป็นหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนที่ออกครั้งแรกโดยบริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกในประเทศไทย</p>
<p>&#8211; Thailand Best Sustainability-Linked Bond (การขนส่ง) จากการเป็น Sole Bookrunner และ Sole Lead Manager ของหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนมีผู้ค้ำประกันของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 ชุดมูลค่ารวม 1,360 ล้านบาท ถือเป็นหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนที่ออกครั้งแรกโดยบริษัทในกลุ่มเดินเรือในเอเชีย</p>
<p>&#8211; Thailand Best Sustainability Bond (โทรคมนาคม) จากการเป็น Joint Bookrunner และ Joint Lead Manager ของหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จำนวน 5 ชุดมูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท ถือเป็นหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนที่ออกครั้งแรกโดยบริษัทในกลุ่มโทรคมนาคม ในประเทศไทย</p>
<p>&#8211; Thailand Best Bond (บริษัท) จากการเป็น Joint Bookrunner และ Joint Lead Manager ของหุ้นกู้ของบริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 5 ชุดมูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>นิตยสาร </strong><strong>The Alpha Southeast Asia</strong><strong>:</strong></p>
<p>&#8211; Best Local Currency Bond Deal of the Year in Thailand 2024 จากการเป็น Joint Bookrunner และJoint Lead Arranger ของหุ้นกู้ของบริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 5 ชุดมูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท</p>
<p>&#8211; Best ESG Green Financing in Southeast Asia 2024 จากการเป็น Joint Bookrunner และ Joint Lead Arranger ของหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จำนวน 5 ชุดมูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท</p>
<p>&#8211; Best Bond Deal for Retail Investors in Southeast Asia 2024 จากการเป็น Joint Bookrunner and Joint Lead Arranger ของหุ้นกู้ของบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 4 ชุดมูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย:</strong></p>
<p>&#8211; Top Underwriter of Corporate ESG Bonds in Thailand จากการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ESG มากที่สุดในประเทศไทย</p>
<p>&#8211; Leading Underwriter of Corporate ESG Bond of the Year – จากการเป็น Sole Bookrunner และ Sole Lead Manager ของหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 ชุดมูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท</p>
<p>&#8211; Joint Underwriter of Deal of the Year – 2024 จากการเป็น Joint Bookrunner และ Joint Lead Arranger ของหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จำนวน 5 ชุดมูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>นายพิศาล ขัตติโยทัยวงศ์</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Investment Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “รางวัลที่เราได้รับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ภาคธุรกิจมีต่อ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในการสนับสนุนการระดมทุนและการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของประเทศไทย และจะยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน และหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ภาคธุรกิจ นักลงทุน และสังคมโดยรวม”</p>
<p>รางวัลอันทรงเกียรติทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคนี้ สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญเชิงลึกในตลาดและความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชั่นทางการเงินของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ที่สร้างผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญสอดคล้องกับหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/uob-won-10-awards-aboth-green-financing/">ยูโอบี ประเทศไทย คว้า 10 รางวัลทรงเกียรติด้านตราสารหนี้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน ESG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
