<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Food Rescue &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/food-rescue/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Sep 2026 08:36:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Food Rescue &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;อาหารส่วนเกิน ≠ ขยะอาหาร&#8217; ยังกินได้ บริหารจัดการ​ดีช่วยลดขยะอาหาร ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/surplus-food-management/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 08:36:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Food Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Scope 3]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44437</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบัน ประเทศไทยมี &#8216;ขยะอาหาร&#8217; โดยรวมกว่า 12 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็น &#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217; กว่า 4 ล้านตันโดยปัจจุบันสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินกลับมาสร้างประโยชน์ได้เพียง 2,000 ตัน หรือราว 0.05% เท่านั้น ทำความรู้จัก &#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217; (Surplus Food)&#8211; อาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ไม่ใช่ ขยะอาหาร (Food Waste) แต่หากจัดการไม่ดี จะกลายเป็น ‘ขยะอาหาร’ ในที่สุด&#8211; อาหารส่วนเกินยังกินได้ ปลอดภัย มีคุณค่าโภชนาการ นำไปบริโภคหรือปรุงเป็นเมนูใหม่ได้ แต่ขายไม่ได้ เพราะหน้าตาไม่สวย ใกล้หมดอายุ หรือหมดเวลาขาย&#8211; อาหารส่วนเกิน มักอยู่ในกระบวนการผลิตอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พบได้ทั้งในโรงแรม โรงงาน ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ศูนย์กระจายสินค้า ตลาดสด หรือฟาร์มเกษตรกรทำไมต้องกอบกู้อาหารส่วนเกิน1. ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก : ขยะอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจก สัดส่วน 8-10% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/surplus-food-management/">&#8216;อาหารส่วนเกิน ≠ ขยะอาหาร&#8217; ยังกินได้ บริหารจัดการ​ดีช่วยลดขยะอาหาร ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">ปัจจุบัน ประเทศไทยมี <strong>&#8216;ขยะอาหาร&#8217;</strong> โดยรวมกว่า 12 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็น &#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217; กว่า 4 ล้านตัน<br class="html-br" />โดยปัจจุบันสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินกลับมาสร้างประโยชน์ได้เพียง 2,000 ตัน หรือราว 0.05% เท่านั้น</p>
<p><span id="more-44437"></span><br class="html-br" />ทำความรู้จัก <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">&#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217;</span></strong> (Surplus Food)<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; อาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ไม่ใช่ ขยะอาหาร (Food Waste) แต่หากจัดการไม่ดี จะกลายเป็น ‘ขยะอาหาร’ ในที่สุด<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; อาหารส่วนเกินยังกินได้ ปลอดภัย มีคุณค่าโภชนาการ นำไปบริโภคหรือปรุงเป็นเมนูใหม่ได้ แต่ขายไม่ได้ เพราะหน้าตาไม่สวย ใกล้หมดอายุ หรือหมดเวลาขาย<br class="html-br" /><br class="html-br" />&#8211; อาหารส่วนเกิน มักอยู่ในกระบวนการผลิตอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พบได้ทั้งในโรงแรม โรงงาน ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ศูนย์กระจายสินค้า ตลาดสด หรือฟาร์มเกษตรกร<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทำไม</span>ต้องกอบกู้อาหารส่วนเกิน</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />1. ช่วยลด<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> : ขยะอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจก สัดส่วน 8-10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก และนับเป็นสาเหตุอันดับ 3 ของปัญหาโลกร้อน โดยเฉพาะก๊าซมีเทน ซึ่งทำให้โลกร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ได้หลายเท่า<br class="html-br" /><br class="html-br" />2. ลดการสูญเสีย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ทรัพยากร</span> : ในกระบวนการผลิตอาหาร จำเป็นต้องใช้ทั้งน้ำ พลังงาน พื้นที่การเกษตร และแรงงาน แต่หากทิ้งให้กลายเป็นขยะอาหาร ทรัพยากรเหล่านี้ก็จะสูญเปล่าในที่สุด<br class="html-br" /><br class="html-br" />3. ลดปริมาณขยะใน<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">หลุมฝังกลบ</span> : ขยะอาหารเพิ่มปัญหาขยะล้นในหลุมฝังกลบ เพิ่มต้นทุนการจัดการขยะให้กับท้องถิ่นในอนาคต<br class="html-br" /><br class="html-br" />4. ความไม่มั่นคงทางอาหาร : ลดความไม่เท่าเทียมการเข้าถึงอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร<br class="html-br" /><br class="html-br" />5. ค่าใช้จ่าย + ภาพลักษณ์แบรนด์ : ปัญหาขยะอาหาร​​ ทำให้ภาคธุรกิจต้องเสียเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายเพื่อจัดการ รวมทั้งอาจกระทบภาพลักษณ์แบรนด์ จึงควรให้ความสำคัญในการป้องกัน และบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>แนวทาง &#8216;ลดช่องว่าง&#8217; อาหารส่วนเกินในประเทศไทย</strong></p>
<p>1.  สนับสนุนความร่วมมือ เครือข่าย และเครื่องมือ ‘บริจาคอาหารส่วนเกิน’ ภายในระบบนิเวศ</p>
<p>2.  ส่งเสริมมุมมองและทัศนคติเพื่อเห็นคุณค่าแทนภาระ เปลี่ยนจากการกำจัด เป็นการส่งต่อ</p>
<p>3.  การเดินหน้าเพื่อลดกำแพง หรือเพิ่มแรงจูงใจ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการบริจาคอาหารให้มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>การ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">บริจาคอาหารส่วนเกิน</span> องค์กรได้อะไร ?</strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />1. ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ : ด้วยการลดขยะอาหารตั้งแต่ต้นทาง ช่วยลดภาระและต้นทุนในกระบวนการจัดการขยะ<br class="html-br" /><br class="html-br" />2. สนับสนุนการรายงานด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ESG</span> : โดยปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูล ประกอบการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SCOPE 3</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />3. ต่อยอดกิจกรรม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CSR</span> : ด้วยการนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วมาสร้างประโยชน์ต่อสังคม โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติม<br class="html-br" /><br class="html-br" />4. เสริมสร้างภาพลักษณ์ความยั่งยืน : สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสําคัญ<br class="html-br" /><br class="html-br" />5. ได้รับ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Credit</span> : จากการลดขยะอาหารภายใต้ระเบียบวิธีของโครงการ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">TVER</span><br class="html-br" /><br class="html-br" />6. สร้างความภาคภูมิใจให้แก่พนักงาน : เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการส่งต่อทรัพยากร<br class="html-br" />ที่มีคุณค่าและสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/surplus-food-management/">&#8216;อาหารส่วนเกิน ≠ ขยะอาหาร&#8217; ยังกินได้ บริหารจัดการ​ดีช่วยลดขยะอาหาร ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลิกอาหารส่วนเกินสู่คุณค่าร่วม บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง SOS Thailand และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ขับเคลื่อน Food Rescue ผ่านกิจกรรม “ครัวรักษ์อาหาร ปีที่ 2”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/barbqplaza-seacon-sosthgailand-food-rescue-driving/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Jul 2026 06:31:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[7 Days ทำดีรอบบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B Q Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[GON GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Seacon]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[จรูญโรจน์ เทพที]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑิต พฤกษ์คุ้มวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างคุณค่าร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกอบกู้อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43332</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ภาคอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการลดการสูญเสียทรัพยากรและการจัดการขยะอาหาร (Food Waste) ขณะเดียวกัน ยังมีประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ประสบปัญหาการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเพียงพอ ความย้อนแย้งระหว่าง &#8220;อาหารส่วนเกิน&#8221; และ &#8220;การขาดแคลนอาหาร&#8221; จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข ด้วยความเชื่อว่า &#8220;อาหารทุกมื้อมีคุณค่า&#8221; บาร์บีคิวพลาซ่า จึงร่วมมือกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ร่วมขับเคลื่อน &#8220;โครงการกอบกู้อาหาร (Food Rescue)&#8221; เพื่อส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังคงคุณภาพและปลอดภัยสู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งลด Food Waste ควบคู่ไปกับการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหาร (Food Equity) และสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนพลังของ Green Partnership ที่ขับเคลื่อนแนวคิด Circular Economy ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการร่วมมือตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบันกว่า 5,200 มื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/barbqplaza-seacon-sosthgailand-food-rescue-driving/">พลิกอาหารส่วนเกินสู่คุณค่าร่วม บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง SOS Thailand และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ขับเคลื่อน Food Rescue ผ่านกิจกรรม “ครัวรักษ์อาหาร ปีที่ 2”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ภาคอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการลดการสูญเสียทรัพยากรและการจัดการขยะอาหาร (Food Waste)</p>
<p><span id="more-43332"></span></p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังมีประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ประสบปัญหาการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเพียงพอ ความย้อนแย้งระหว่าง &#8220;อาหารส่วนเกิน&#8221; และ &#8220;การขาดแคลนอาหาร&#8221; จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข</p>
<p>ด้วยความเชื่อว่า &#8220;อาหารทุกมื้อมีคุณค่า&#8221; <strong>บาร์บีคิวพลาซ่า จึงร่วมมือกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (</strong><strong>SOS Thailand) </strong><strong>และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ร่วมขับเคลื่อน</strong> <strong>&#8220;โครงการกอบกู้อาหาร (</strong><strong>Food Rescue)&#8221;</strong> เพื่อส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังคงคุณภาพและปลอดภัยสู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งลด Food Waste ควบคู่ไปกับการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหาร (Food Equity) และสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนพลังของ Green Partnership ที่ขับเคลื่อนแนวคิด Circular Economy ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการร่วมมือตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบันกว่า 5,200 มื้อ โดยส่งมอบ &#8220;อาหารส่วนเกิน&#8221; ให้กลายเป็น &#8220;มื้อแห่งโอกาส&#8221; สำหรับกลุ่มเปราะบาง โดยในปี 2569 โครงการได้ต่อยอดสู่<strong>กิจกรรม &#8220;ครัวรักษ์อาหาร ปีที่ 2&#8221;</strong> นำอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) และการสูญเสียอาหาร (Food Loss) ที่ผ่านการบริหารจัดการอย่างปลอดภัย มาปรุงเป็นอาหารสดใหม่กว่า 500 มื้อ ส่งมอบให้กับครอบครัวใน<strong>ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร</strong> ตอกย้ำว่าอาหารที่เคยถูกมองว่าเป็นของเหลือ สามารถกลับมาสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43337 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/3-Pic-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร-ปีที่-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด</strong> กล่าวว่า “สำหรับ บาร์บีคิวพลาซ่า เราเชื่อว่า &#8216;อาหารหนึ่งจาน&#8217; มีพลังมากกว่าการสร้างความอิ่ม แต่ยังสามารถส่งต่อโอกาส ความหวัง และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับผู้คนและสังคมได้ ภายใต้แนวคิด &#8216;ทำทุกมื้อให้ดีที่สุด&#8217; เราจึงไม่ได้มุ่งเพียงการส่งมอบอาหารคุณภาพให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมุ่งส่งต่อคุณค่าของอาหารไปยังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ผ่านการบริหารจัดการอาหารอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน</p>
<p>โครงการ Food Rescue เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จากพลังของความร่วมมือ โดย บาร์บีคิวพลาซ่า, มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ได้ร่วมกันเปลี่ยน &#8216;<strong>อาหารส่วนเกิน&#8217;</strong> ให้กลับมาสร้างคุณค่าอีกครั้ง ทั้งต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรม &#8216;ครัวรักษ์อาหาร ปีที่ 2&#8217; ณ ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้นำอาหารส่วนเกินที่ผ่านการบริหารจัดการอย่างปลอดภัยมาปรุงเป็นอาหารสดใหม่กว่า 500 มื้อ เพื่อส่งต่อให้กับครอบครัวในชุมชน เราเชื่อว่าแม้อาหารเพียงหนึ่งจานอาจดูเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่เมื่อส่งต่อด้วยความตั้งใจ ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับใครบางคนได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43336 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/15-Pic-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร-ปีที่-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>และในทุกเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนครบรอบการก่อตั้งบริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เราได้สานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมสู่สังคมผ่านกิจกรรม &#8216;<strong>7 Days ทำดีรอบบ้าน</strong>&#8216; อย่างต่อเนื่อง ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทั่วประเทศร่วมคิด ร่วมลงมือทำดีในบริเวณชุมชนที่พนักงานทำงานหรือที่อยู่อาศัย เป็นการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมเก็บขยะชายหาดของสาขาต่างจังหวัด กิจกรรมพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่และสะอาดยิ่งขึ้นในพื้นที่รอบสาขา เพราะเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสามารถเริ่มต้นได้จากการลงมือทำเล็ก ๆ ของทุกคน และเมื่อทุกคนร่วมกันลงมือทำ พลังเล็ก ๆ เหล่านั้นก็สามารถสร้างความสุขและผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้” <strong>คุณจรูญโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย</strong></p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของมูลนิธิ </strong><strong>SOS Thailand </strong>กล่าวว่า “เราพบว่าในทุกๆ วัน มีอาหารคุณภาพดีจำนวนมากที่ต้องถูกทิ้งไป ไม่ใช่เพราะไม่ปลอดภัยหรือไม่มีคุณค่า แต่เพียงเพราะไม่มีช่องทางไปถึงคนที่ต้องการ นี่คือช่องว่างที่ SOS Thailand ทำงานเพื่อเชื่อมต่อมาโดยตลอด ความร่วมมือกับ บาร์บีคิวพลาซ่าและศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ในโครงการ &#8216;ครัวรักษ์อาหาร&#8217; สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การเก็บรวบรวมอาหารส่วนเกิน การบริหารจัดการอย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน จนถึงการปรุงเป็นมื้ออาหารสดใหม่ส่งต่อให้ครอบครัวในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ทุกขั้นตอนคือความตั้งใจร่วมกันที่จะไม่ปล่อยให้อาหารดีๆ กลายเป็นขยะ ในขณะที่ยังมีคนที่ต้องการอาหารมื้อนั้นอยู่จริง เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ภาคธุรกิจอื่นๆ เข้ามาร่วมสร้างระบบอาหารที่เป็นธรรมและยั่งยืนมากขึ้นไปด้วยกัน&#8221; <strong>คุณทวี กล่าวทิ้งท้าย</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43335 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/4-Pic-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร-ปีที่-2.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณบัณฑิต พฤกษ์คุ้มวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าและบริการทั่วไป บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า “โครงการ Food Rescue ผ่านกิจกรรม ‘ครัวรักษ์อาหาร ปีที่ 2’ ในครั้งนี้ ซีคอนฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนและส่งเสริมภารกิจลดขยะอาหาร โดยได้ร่วมมือกับ ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า สาขาซีคอนสแควร์ ในการเป็นตัวกลางรวบรวมอาหารส่วนเกินที่เหลือจากการจำหน่ายในแต่ละวัน ซึ่งยังคงคุณค่าทางอาหารและความปลอดภัยครบถ้วน เพื่อส่งต่อให้กับมูลนิธิสโกลารส์ สัสเทนเนเบิล ประเทศไทย (มูลนิธิ SOS Thailand) โดยอาหารส่วนเกินเหล่านี้จะถูกส่งมอบอย่างเหมาะสม เพื่อเปลี่ยน ‘อาหารส่วนเกิน’ ให้กลายเป็น ‘โอกาส’ และส่งต่อไปยังกลุ่มชุมชนเปราะบางในพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”</p>
<p>คุณบัณฑิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์การค้าซีคอนฯ มุ่งมั่นและตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด จากความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการ “Seacon Zero Waste: จากขยะ สู่พลังงาน สร้างอนาคตสะอาด” ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมาสามารถบริหารจัดการขยะได้อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และบรรลุผลสู่ Zero Waste เต็มรูปแบบ ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 2 สาขา ได้แก่ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และศูนย์การค้าซีคอน บางแค ซึ่งการขยายผลมาสู่โครงการ “ครัวรักษ์อาหาร ปีที่ 2” ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้ซีคอนฯ เดินหน้าด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป <strong>คุณบัณฑิต กล่าวทิ้งท้าย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43334 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/2-Pic-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร-ปีที่-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/barbqplaza-seacon-sosthgailand-food-rescue-driving/">พลิกอาหารส่วนเกินสู่คุณค่าร่วม บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง SOS Thailand และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ขับเคลื่อน Food Rescue ผ่านกิจกรรม “ครัวรักษ์อาหาร ปีที่ 2”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/bar-b-q-plaza-x-sos-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 15:24:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[จรูญโรจน์ เทพที]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกู้ชีพอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41942</guid>

					<description><![CDATA[<p>บาร์บีคิวพลาซ่า ในฐานะแบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 39 ปี เดินหน้าบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการกู้ชีพอาหาร (Food Rescue) ร่วมกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ SOS Thailand เพื่อนำวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพ และได้มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร นำไปสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง และผู้ที่ขาดแคลน โดยมี คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เป็นผู้ส่งมอบวัตถุดิบให้กับมูลนิธิฯ โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิดการใช้ทรัพยากรอาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการบริหารจัดอาหารส่วนเกินจากกระบวนการตัดแต่งเนื้อหมูเพื่อความสวยงาม ซึ่งยังคงมีคุณภาพ และสามารถรับประทานได้ ภายใต้การดำเนินงานของร้านบาร์บีคิวพลาซ่ากว่า 159 สาขา กว่า 400 กิโลกรัม ส่งต่อเพื่อนำไปประกอบอาหาร และกระจายสู่ชุมชนต่าง ๆ ที่มีความต้องการ เพื่อช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหาร ลดการสูญเสียอาหารโดยไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้แก่สังคม ปัจจุบัน โครงการกู้ชีพอาหาร (Food Rescue) ของบาร์บีคิวพลาซ่า สามารถกระจายอาหารไปยังชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง กว่า 5,703 มื้อ สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่า &#8216;อาหารที่ยังมีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่า&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/bar-b-q-plaza-x-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บาร์บีคิวพลาซ่า</strong> ในฐานะแบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 39 ปี เดินหน้าบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง ผ่าน<strong>โครงการ</strong><strong>กู้ชีพอาหาร </strong><strong>(</strong><strong>Food Rescue) </strong><strong>ร่วมกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ </strong><strong>SOS Thailand </strong>เพื่อนำวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพ และได้มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร นำไปสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง และผู้ที่ขาดแคลน</p>
<p><span id="more-41942"></span></p>
<p>โดยมี <strong>คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด </strong>เป็นผู้ส่งมอบวัตถุดิบให้กับมูลนิธิฯ</p>
<p>โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิดการใช้ทรัพยากรอาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการบริหารจัดอาหารส่วนเกินจากกระบวนการตัดแต่งเนื้อหมูเพื่อความสวยงาม ซึ่งยังคงมีคุณภาพ และสามารถรับประทานได้ ภายใต้การดำเนินงานของร้านบาร์บีคิวพลาซ่ากว่า 159 สาขา กว่า 400 กิโลกรัม ส่งต่อเพื่อนำไปประกอบอาหาร และกระจายสู่ชุมชนต่าง ๆ ที่มีความต้องการ เพื่อช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหาร ลดการสูญเสียอาหารโดยไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้แก่สังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41944 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/BBQ-SOS2.jpg" alt="" width="1200" height="871" /></p>
<p>ปัจจุบัน <strong>โครงการกู้ชีพอาหาร (Food Rescue)</strong> ของบาร์บีคิวพลาซ่า สามารถกระจายอาหารไปยังชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง กว่า 5,703 มื้อ สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่า <strong>&#8216;อาหารที่ยังมีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่า&#8217;</strong> แต่สามารถเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งมื้อสำคัญ ให้ผู้คนได้อิ่มท้อง และสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนได้อีกมากมาย</p>
<p>สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป บาร์บีคิวพลาซ่า มีแผนขยายการบริจาคอาหารส่วนเกินหน้าร้านไปยังสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสในการนำอาหารคุณภาพไปสร้างประโยชน์แก่สังคมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพราะสำหรับบาร์บีคิวพลาซ่า “ความอร่อย” อาจไม่ได้จบลงแค่บนโต๊ะอาหาร แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยดูแลทั้งผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/bar-b-q-plaza-x-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 May 2026 14:38:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[CIT]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Hero]]></category>
		<category><![CDATA[Food Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[VAT]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้นิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41550</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี) รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ดังนั้น หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้   ทั้งนี้ ประเทศไทยมี RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)</p>
<p><span id="more-41550"></span></p>
<p>รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ดังนั้น <em><strong>หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้  </strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยมี<strong> RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร</strong> (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน Food Rescue โดยเฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ที่ราว 1% หรือประมาณ 2,000 ตันต่อปีเท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA3.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>สวทช. เสนอมาตรการทางภาษีเพิ่มแนวร่วมบริจาคอาหาร </strong></p>
<p>นำมาสู่การศึกษาเพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย <em><strong>&#8216;การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน&#8217;</strong>  </em>ของ <strong>สวทช.</strong>  เพื่อสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายตามโรดแม็พการจัดการขยะอาหาร โดยเฉพาะการเพิ่มแนวร่วมจากภาคธุรกิจ ในการนำสินค้ากลุ่มอาหารที่ไม่ได้จำหน่ายแต่ยังสามารถรับประทานได้ เข้าสู่ระบบการบริจาคเพื่อลดปริมาณขยะอาหาร และสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกิน เพื่อลดขยะอาหารได้ตั้งแต่ต้นทางมากขึ้น <em><strong>โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการกอบกู้อาหารในประเทศไทยให้มากขึ้น 10 เท่า หรือจาก 2,000 ตันต่อปี เป็น 20,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 3,040 ล้านบาทต่อปี</strong></em></p>
<p>ข้อมูลจากการศึกษาของ สวทช. พบว่า <em><strong>ความสามารถในการกอบกู้อาหารประเทศไทยส่วนเกินของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 1%  หรือราว 2,000 ตันต่อปี</strong> </em>จากปริมาณอาหารส่วนเกินที่มีมากกว่า 4 ล้านตัน โดย<strong>อาหารที่กอบกู้มาได้ นำไปช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนอาหารให้ประชากรในประเทศไทย 8.4 ล้านมื้อ หรือคิดเป็นผลกระทบ​ทางเศรษฐกิจมูลค่า 294 ล้านบาทต่อปี</strong> (อาหาร 1 กิโลกรัม สามารถแจกจ่ายได้ประมาณ 4.2 มื้อ และอ้างอิงราคาอาหารจากร้านธงฟ้าที่ 35 บาทต่อมื้อ) <strong>พร้อมทั้งลดภาระในการบริหารจัดการขยะของประเทศลงได้ 4.95 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 5,060 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)ต่อปี ซึ่งสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ถึงกว่า 5.39 ล้านบาทต่อปี</strong> (อ้างอิงราคาตลาด T-VER กลุ่มป่า ระดับโครงการ P-REDD+ ณ เดือน ต.ค. 2568)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA-1.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><em><strong>และหากสามารถเพิ่มการกอบกู้อาหารได้มากขึ้น 10 เท่า เป็น 20,000 ตันต่อปี จะทำให้ช่วยลดความหิวโหยของประชากรได้ถึง 84 ล้านมื้อ เทียบเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่า 2,940 ล้านบาทต่อปี ลดภาระในการจัดการขยะ 49.5 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 50,600 ตัน CO2e ต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นพะยูง 2.34 -3.72 ล้านต้น และสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ราว 54 ล้านบาทต่อปี </strong></em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>อุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนที่แม้มีสินค้ากลุ่มอาหารที่ต้องการร่วมบริจาคเพื่อลดปริมาณ Food Waste แต่สุดท้าย​​ตัดสินใจเลือกที่จะไม่บริจาคอาหาร คือ</strong> <strong>&#8216;การติดเงื่อนไขทางภาษี&#8217;</strong> เนื่องจาก <em><strong>ข้อกฎหมายประเทศไทยในปัจจุบัน กำหนดให้การบริจาคอาหาร ยังจำเป็นต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายสินค้า รวมทั้งยังจัดอยู่ในกลุ่มสินค้ารายจ่ายต้องห้าม ที่กำหนดเพดานไว้ 2% ของกำไรสุทธิ เพื่อนำไปหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ​​ทำให้ไม่จูงใจภาคธุรกิจ และหลายบริษัทเลือกที่จะใช้วิธีการทำลายอาหารแทน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>เนื่องจาก ไม่มีทั้งภาระ​​ภาษีมูลค่า (VAT) พร้อมทั้งสามารถหักภาษีซื้อได้เต็มจำนวน ประกอบกับยังสามารถหักรายจ่ายจากกระบวนการในการทำลายสินค้า เช่น ต้นทุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทำลายสินค้า หรือค่าจ้างบุคลากรในการนำไปทำลาย ซึ่งช่วยลด​ภาระด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ให้แก่ภาคธุรกิจได้</p>
<p>ทำให้ในปัจจุบัน สินค้าอาหารราว 90% ​​ที่ภาคเอกชนนำมาบริจาคให้องค์กรต่างๆ มักจะอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไม่เสีย VAT  เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวสาร เบเกอรี่ หรือกลุ่มอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอายุการบริโภค (Shelf-life) ในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่สินค้าอาหารส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าระบบในการส่งต่อผ่านการบริจาคอาหาร ซึ่งสูญเสียทั้งโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งยังกระทบต่อปัญหาความหิวโหย ความมั่นคงทางอาหาร และปริมาณขยะอาหารที่เพิ่มจำนวนขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA4.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>สวทช. จึงได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากร เพื่อให้พิจารณาปรับปรุงระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน ให้กับหน่วยรับบริจาคอาหารภายใต้โครงการธนาคารอาหาร (Food Bank) หรือที่ได้รับการรับรอง ซึ่งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการประเภทต่างๆ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ เพื่อลดภาระให้​​ภาคธุรกิจที่ต้องการ​บริจาคอาหารสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเทียบเท่ากับการทำลายอาหาร เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการบริจาคอาหาร จากกลุ่มธุรกิจ​และประเภทของอาหารที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมทั้งมีปริมาณอาหารส่วนเกินเข้ามาในระบบ เพื่อนำไปส่งต่อประโยชน์แก่ผู้ที่มีความต้องการได้มากขึ้น รวมทั้งลดปัญหาทางทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในภาพรวมให้ลดลงได้</p>
<p>นอกจากเรื่องของมาตรการทางภาษีแล้ว การเพิ่มแรงจูงใจด้วยการขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต​ เนื่องจาก สามารถ​คำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลงจากปริมาณการบริจาคอาหาร และนำไปขอขึ้นทะเบียนจากทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก  เพื่อขอรับรองโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการทำให้ภาคธุรกิจหันมาบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>SOS Thailand เดินหน้าภารกิจกอบกู้อาหาร ตั้งเป้า 15 ล้านกิโลกรัม</strong></p>
<p><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) </strong>อีกหนึ่งแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทยมากว่า 10 ปี โดยมีฐานปฏิบัติงานอยู่ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และเชียงใหม่ โดยในปัจจุบันมีการดำเนินงานอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย</p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย SOS Thailand เปิดเผยว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา SOS Thailand สามารถช่วยกอบกู้อาหารได้มากกว่า 18 ล้านกิโลกรัม เพื่อนำไปส่งต่อเป็นมื้ออาหารได้รวมกว่า 76 ล้านมื้อ เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศได้มากกว่า 6,623 แห่ง โดยช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท​ ขณะที่อิมแพ็คที่สร้างได้จากการกอบกู้อาหาร ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอนลงได้กว่า 46,000 ตัน CO2e เทียบเท่าการปลูกต้นไม่เพื่อดูดซับคาร์บอนมากกว่า 7.63 แสนต้น ขณะที่การคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อยู่ที่ 23 เท่า (เมื่อเทียบการลงทุน1 บาท สร้างผลตอบแทนเทียบเท่า​​ 23 บาท)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Tawee.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับการขยายพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทย  SOS Thailand สามารถขยายพื้นที่ดำเนินงานได้รวม 19 จังหวัด ​แต่หากรวมเครือข่ายการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ผ่านโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank เท่ากับทำงานได้ครอบคลุมกว่า 50 จังหวัด หรือเข้าถึงพื้นที่ได้กว่า 65% ของประเทศ  ขณะที่จำนวนพันธมิตรในปัจจุบันมีอยู่ 5 กลุ่มสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มร้านอาหาร กลุ่มโรงแรม กลุ่มเกษตรกร กลุ่มตลาด และกลุ่มโรงงานผลิตอาหารต่างๆ  รวมกว่า 316 แบรนด์ จำนวนจุดเข้ารับอาหารเกือบ 2,300 จุด</p>
<p><em>&#8220;แนวทางการขยายจำนวนพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมการกอบกู้อาหารในปีนี้ มีทั้งการเพิ่มปริมาณอาหารจากจุดรับอาหารที่ดำเนินการอยู่แล้ว รวมทั้งการเพิ่มจุดรับอาหารใหม่ๆ จากแบรนด์เดิม รวมทั้งการหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อให้เข้าร่วมโครงการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนในการเข้าร่วมโครงการมีหลากหลาย ทั้งในแง่ของข้อกฏหมายทางภาษีซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้ภาคเอกชนตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ แม้จะทราบถึงประโยชน์ และต้องการมีส่วนร่วมในการลดขยะอาหาร ​ซึ่งทาง สวทช. ได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาเพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ ในด้านการบริหารจัดการ ซึ่งทาง SOS Thailand พยายามเข้าไปรับฟังและช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อสามารถขยายความร่วมมือกับพันธมิตรได้เพิ่มมากขึ้น และสามารถบรรลุเป้าหมายการเข้าไปกอบกู้อาหารส่วนเกินในปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านกิโลกรัม พร้อมระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานได้ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/sos-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ SOS Thailand มีบทบาทในการกอบกู้อาหาร ผ่าน 5 ภารกิจสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Food Rescue Program : ​</strong>การเข้าไปกอบกู้อาหารจากพันธมิตรด้วยรถตู้เย็น ที่ปัจจุบันมีรวม 15 คัน สำหรับปฏิบัติงานใน 4 จังหวัด​หลัก  ผ่าน Food Rescue Ambassador รวม 18 คน พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานผ่านเครือข่ายไปได้แล้ว 19 จังหวัด โดยภารกิจหลักในการเข้าไปรับอาหารส่วนเกินจากผู้บริจาค เพื่อนำไปส่งต่อ รวมทั้งการจัดทำรายงานสรุปให้ผู้บริจาคทราบถึงผลกระทบเชิงบวกที่สามารถสร้างได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Rescue Kitchen Program :</strong> กิจกรรมครัวรักษ์อาหาร ร่วมกับภาคเอกชน ในการทำกิจกรรมอาหารแจกจ่ายให้ชุมชนที่มีความต้องการ โดยใช้วัตถุดิบหลักมาจากอาหารที่กอบกู้ได้ และเป็นอีกหนึ่งโซลูชันการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับทางชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 101 ครั้ง</p>
<p><strong>&#8211; Healthy School Meal Program :</strong> เป็นการนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ทางโรงเรียนใน กทม. เพื่อดูแลโภชนการให้เด็กนักเรียน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นประโยชน์สำหรับการเรียนรู้และการเติบโต โดยได้ดำเนินการรวมแล้วใน 32 โรงเรียน และค่า BMI ของนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมดีขึ้นได้มากกว่า 82%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41560 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211;  Rescue Farm Program :</strong> การเข้าไปช่วยกลุ่มเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต จากฟาร์มที่มีผลผลิตจำนวนมาก และไม่ได้เก็บเกี่ยวหรือนำไปจำหน่าย ทาง SOS จะนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ พร้อมมีทีมอาสาเข้าไปเก็บเกี่ยวเพื่อนำผลผลิตมาส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ขณะที่เกษตรกรก็จะไม่ต้องเสียค่าจ้างเก็บเกี่ยว หรือปล่อยให้ผลผลิตเสียหายไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยปัจจุบันดำเนินการในหัวหิน และเชียงใหม่ และได้เข้าไปช่วยเก็บเกี่ยวแล้วมากกว่า 80 แห่ง</p>
<p><strong>&#8211; Thailand&#8217;s Food Bank Program :</strong> การขับเคลื่อน<strong> &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217;</strong> โดยความร่วมมือกับทาง สวทช. ในการพัฒนาโมเดลการกอบกู้อาหารให้สามารถกระจายการทำงานไปได้ท่ัวทั้งประเทศ ผ่านการมีเครือข่ายจิตอาสากระจายไปได้ทั่วประเทศ ภายใต้การขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง สวทช. ทั้งการเข้ามาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับเป็นข้อมูลกลางด้าน​การกอบกู้อาหารในระดับประเทศ รวมทั้งการทำงานร่วมกับนักวิจัยในหลากหลายสาขา เพื่อสร้าง Food Safety Guideline ในการเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสำหรับการบริจาค เพื่อการอบรมทั้งกลุ่มอาสาที่จะเข้ามาเป็น Food Hero (ผู้เข้ารับอาหารส่วนเกินเพื่อนำไปบริจาค) ​รวมทั้งกลุ่มผู้รับบริจาค ซึ่งโครงการนี้ มีความสำคัญในการช่วยเพิ่มตัวกลางในการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีอาสาร่วมโครงการแล้วกว่า 556 คน ขยายพื้นที่โครงการเพิ่มเติมได้อีกกว่า 16 จังหวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;จากการดำเนินงานมากว่า 10 ปี ของ SOS Thailand ทำให้ทราบว่า <strong>ปริมาณอาหารในประเทศไทย รวมทั้งทั่วโลก ไม่ได้ขาดแคลน ​แต่ละวันมีการผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับการบริโภคของผู้คนได้ทุกคน เพียงแต่ยังขาดตัวกลางในการนำอาหารจากผู้ผลิตไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ซึ่ง SOS Thailand พยายามเพิ่มเครือข่ายและรูปแบบในการทำงานกับทุกภาคส่วน  เพื่อเซ็ตอัพโมเดลการขับเคลื่อนที่แข็งแรง เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการได้อย่างแพร่หลาย ทำให้เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหารให้กับทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง</strong> พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่เหลือทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งทุกคนสามารถ​มีส่วนร่วมการขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้เช่นกัน เพราะ <strong>นอกจาการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจในรูปแบบ BtoB แล้ว ยังสามารถ​รณรงค์การขับเคลื่อนแบบรายบุคคล หรือ CtoC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ได้มากยิ่งขึ้น เนื่อง​จากประเทศไทย มีวัฒนธรรมในการแชร์อาหารให้แก่กันมาช้านานแล้ว</strong>&#8220;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Yindii (ยินดี) ​เผยอิมแพ็ค 2025 ​ลดการสูญเสียอาหารมากกว่า 5 แสนมื้อ ​เดินหน้าเพิ่มเครือข่าย Food Hero ขยายแนวร่วมจัดการอาหารส่วนเกินต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/yindii-performance-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Dec 2025 12:23:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Yindii]]></category>
		<category><![CDATA[กอบกู้อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มหิมา ราชางกัม นาตาราจัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยินดี]]></category>
		<category><![CDATA[หลุยส์-อัลบาน บาตาร์ด-ดูเพร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39022</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางปัญหาขยะอาหารจากอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมดและเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน​ ควบคู่กับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำมาสู่การขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Yindii (ยินดี) เพื่อมุ่ง​การจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคเอเชีย Yindii ก่อตั้งขึ้นในปี 2563  โดย คุณหลุยส์-อัลบาน บาตาร์ด-ดูเพร และ คุณมหิมา ราชางกัม นาตาราจัน เพื่อเชื่อมโยงร้านอาหาร เบเกอรี ร้านค้า และโรงแรม กับผู้บริโภค ผ่านการจำหน่ายอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพแต่ขายไม่หมดในรูปแบบ &#8216;กล่องสุ่ม&#8217; หรือ &#8216;ถุงเซอร์ไพรส์&#8217;  (Surprise Bag) ด้วยราคาที่ลดลง 50–80% จากราคาปกติ แนวคิดดังกล่าวช่วยเปลี่ยนอาหารที่กำลังจะถูกทิ้งให้กลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบของมื้ออาหารในราคาลดพิเศษ พร้อมนำเสนอทางแก้ปัญหาที่เรียบง่าย สามารถขยายผลได้จริง และสร้างประโยชน์ร่วมกันให้กับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ Yindii  มีเป้าหมายเชื่อมโยง​กลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจ​​อาหาร​ ทั้งร้านอาหาร เบเกอรี ร้านค้า และโรงแรม ​เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค และสามารถนำอาหารที่จำหน่ายไม่หมดแต่​ยังมีคุณภาพดีเพื่อจำหน่ายต่อในรูปแบบ &#8216;กล่องสุ่ม&#8217; หรือ &#8216;ถุงเซอร์ไพรส์&#8217;  (Surprise Bag) ด้วยราคาที่ลดลง 50–80% จากราคาปกติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/yindii-performance-2025/">Yindii (ยินดี) ​เผยอิมแพ็ค 2025 ​ลดการสูญเสียอาหารมากกว่า 5 แสนมื้อ ​เดินหน้าเพิ่มเครือข่าย Food Hero ขยายแนวร่วมจัดการอาหารส่วนเกินต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางปัญหาขยะอาหารจากอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมดและเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน​ ควบคู่กับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำมาสู่การขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม<strong> Yindii (ยินดี)</strong> เพื่อมุ่ง​การจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคเอเชีย</p>
<p><span id="more-39022"></span></p>
<p>Yindii ก่อตั้งขึ้นในปี 2563  โดย<strong> คุณหลุยส์-อัลบาน บาตาร์ด-ดูเพร</strong> และ <strong>คุณมหิมา ราชางกัม นาตาราจัน</strong> เพื่อเชื่อมโยงร้านอาหาร เบเกอรี ร้านค้า และโรงแรม กับผู้บริโภค ผ่านการจำหน่ายอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพแต่ขายไม่หมดในรูปแบบ &#8216;<strong>กล่องสุ่ม&#8217; </strong>หรือ <strong>&#8216;ถุงเซอร์ไพรส์&#8217;  (Surprise Bag) </strong>ด้วยราคาที่ลดลง 50–80% จากราคาปกติ</p>
<p>แนวคิดดังกล่าวช่วยเปลี่ยนอาหารที่กำลังจะถูกทิ้งให้กลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบของมื้ออาหารในราคาลดพิเศษ พร้อมนำเสนอทางแก้ปัญหาที่เรียบง่าย สามารถขยายผลได้จริง และสร้างประโยชน์ร่วมกันให้กับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39027 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/IMG_0150-re.jpg" alt="" width="450" height="600" /></p>
<p>ทั้งนี้ Yindii  มีเป้าหมายเชื่อมโยง​กลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจ​​อาหาร​ ทั้งร้านอาหาร เบเกอรี ร้านค้า และโรงแรม ​เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค และสามารถนำอาหารที่จำหน่ายไม่หมดแต่​ยังมีคุณภาพดีเพื่อจำหน่ายต่อในรูปแบบ &#8216;<strong>กล่องสุ่ม&#8217; </strong>หรือ <strong>&#8216;ถุงเซอร์ไพรส์&#8217;  (Surprise Bag) </strong>ด้วยราคาที่ลดลง 50–80% จากราคาปกติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีช่องทางในการจำหน่ายอาหารที่เป็น Surplus Food ​ขณะที่ผู้บริโภคก็สามารถซื้ออาหารได้ในราคาที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยลดปริมาณขยะอาหารให้ลดน้อยลงได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อนในปี 2568 ​​​ชุมชนผู้ใช้งาน Yindii ทั่วภูมิภาคสามารถช่วยลดการสูญเสียอาหารได้มากกว่า 500,000 มื้อ หรือเฉลี่ยประมาณ 1 มื้อต่อนาที ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 1,375 ตัน</p>
<p>ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงดังกล่าวเทียบเท่ากับการขับรถยนต์ใช้น้ำมันเป็นระยะทางราว 11 ล้านกิโลเมตร หรือระยะทางรอบโลก 277 รอบรวมทั้งใกล้เคียงกับการปล่อยคาร์บอนจากการใช้น้ำมันเบนซินราว  580,000 ลิตร หรือการเดินทางด้วยเที่ยวบินโดยสารเที่ยวเดียวจากปารีสไปนิวยอร์กประมาณ 575 เที่ยว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39026 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/IMG_0149.jpeg" alt="" width="594" height="600" /></p>
<p><strong>คุณมหิมา ราชางกัม นาตาราจัน</strong> ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Yindii กล่าวว่า ​ทุกมื้ออาหารที่นำไปบริโภคต่อไม่ให้สูญเปล่า คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการทำให้อาหารที่มีคุณภาพดีสามารถเข้าถึงได้ด้วยราคาที่จับต้องได้สำหรับทุกคน Yindii กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความคุ้มค่าและความยั่งยืนสามารถเดินเคียงข้างกับความเท่าเทียมทางสังคมได้อย่างแท้จริง</p>
<p><em>&#8220;สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุด คือการได้เห็นครอบครัว นักศึกษา และพนักงานออฟฟิศ ค้นพบร้านโปรดในย่านของตนเอง พร้อมรับรู้ว่าการตัดสินใจบริโภคของพวกเขามีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ร้านค้าพันธมิตรทางธุรกิจ​ยังสามารถเปลี่ยนอาหารที่ขายไม่หมดในแต่ละวัน ที่เคยถูกจัดการด้วยการทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ให้กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ สร้างความผูกพันกับลูกค้า และเสริมขวัญกำลังใจให้กับทีมงาน ​ขณะที่แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มหลายพันรายได้นำอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมดมาสร้างมูลค่าเป็นรายได้กลับคืนอย่างมีความหมาย โดยสร้างรายได้หมุนเวี​ยนกลับคืนสู่ธุรกิจได้มากกว่า 78 ล้านบาท แทนที่จะสูญเปล่าไปกับการถูกทิ้ง​&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ ในปี ​​2568<em> <strong>Yindii ​จำหน่ายอาหารส่วนเกินได้มากกว่า 230,000 มื้อในกรุงเทพฯ บนแพลตฟอร์ม สร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งด้วยยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมากกว่า 100,000 ครั้ง และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่า 400 ราย</strong>  ​</em>ช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกันกว่า 4 ล้านบาท พร้อมช่วยลดอาหารที่ถูกทิ้งกว่า 20,000 กิโลกรัม ชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 50,000 กิโลกรัม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39038 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/IMG_0148.jpg" alt="" width="411" height="700" /></p>
<p>ขณะเดียวกันการนำแพลตฟอร์มไปใช้งานอย่างต่อเนื่องของพันธมิตรทางธุรกิจ ส่งผลให้สามารถลดปริมาณอาหารที่ถูกทิ้งได้ในระดับสูงตลอดทั้งปี โดยแบรนด์ชั้นนำอย่าง St. Regis, Landhaus และ Tiengna มีอัตราการทิ้งอาหารลดลงถึง 70–90%</p>
<p>สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย ​ยังถือเป็นตลาดแรกที่มีการขยายการดำเนินงานจากภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มไปสู่อุตสาหกรรมโรงแรม เพื่อจัดการอาหารที่ขายไม่หมดจากไลน์บุฟเฟต์ โดยมีโรงแรมชั้นนำเข้าร่วมมากกว่า 50 แห่ง อาทิ Conrad, The Athenee Hotel และ Centara Grand at CentralWorld ขณะเดียวกัน นวัตกรรม <strong>Fill &amp; Go</strong> เวอร์ชั่นทดลองที่ The Okura Prestige Bangkok ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้ออาหารได้ที่ร้าน เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ และช่วยตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะตลาดต้นแบบสำหรับการขยายบริการไปยังฮ่องกงและสิงคโปร์ในอนาคตอีกด้วย</p>
<p>แพลตฟอร์ม Yindii ตั้งเป้าการขับเคลื่อนในปี 2569 เพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายบริการไปยังเมืองใหม่ๆ รวมถึงประเทศเกาหลีใต้ พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในตลาดที่ดำเนินงานอยู่แล้วให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้อาหารเหล่านั้นถูกทิ้งเป็นขยะ และช่วยให้ภาคธุรกิจมองอาหารที่ขายไม่หมดเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่า แทนที่จะเป็นต้นทุนหรือความสูญเสีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39025 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/IMG_0154.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“พันธกิจของ Yindii ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการสร้างชุมชนที่ผู้คนมีส่วนร่วมในการลดการสูญเสียอาหารด้วยการสร้างคุณค่าและความสุขอีกครั้ง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้สร้างฐานชุมชนที่เข้มแข็งในประเทศไทย ฮ่องกง และสิงคโปร์แล้ว และ Yindii พร้อมเดินหน้าสร้างชุมชนฮีโรด้านอาหาร (Food Hero)ในเมืองใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในอนาคต”</em> คุณมหิมา กล่าว</p>
<p>ความสำเร็จของ Yindii ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงในภาคอาหารและผู้บริโภค แต่รวมถึงเวทีด้านความยั่งยืนและนโยบายสาธารณะ  โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Yindii ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล<strong> Spirit of Hong Kong Awards</strong> จากแนวทางเชิงนวัตกรรมในการจัดการอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมดและลดการเกิดอาหารเหลือทิ้งอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/YD-Pic4.jpg" alt="" width="480" height="600" /></p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงาน Impact Week ณ ONE ประเทศสิงคโปร์ Yindii ยังได้จัดงาน<strong> Yindii Eco-Brand Awards 2025</strong> เพื่อยกย่อง 25 แบรนด์ชั้นนำและพันธมิตรด้านสื่อที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลดปัญหาขยะอาหาร ภาคธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจาก<strong> คุณโพ ลี ซาน</strong> ประธานคณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐสภาสิงคโปร์ เป็นแขกกิตติมศักดิ์ ซึ่งได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาขยะอาหารของสิงคโปร์ที่มีมากถึง 800,000 ตันต่อปี พร้อมเน้นย้ำว่าการจัดการอาหารที่สูญเสียไม่เพียงเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อ ความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนของประเทศในระยะยาวอีกด้วย</p>
<p>นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2563 Yindii มีผู้ใช้งานที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดขยะอาหารหรือฮีโรด้านอาหารกว่า 700,000 ราย สามารถช่วยลดการสูญเสียอาหารได้มากกว่า 900,000 มื้อ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการฝั่งกลบไปแล้วกว่า 2,250 ตัน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่<a href="http://www.yindii.co" target="_blank" rel="noopener"> www.yindii.co</a> หรือทางช่องทาง Instagram, Facebook และ LinkedIn ของ Yindii</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/yindii-performance-2025/">Yindii (ยินดี) ​เผยอิมแพ็ค 2025 ​ลดการสูญเสียอาหารมากกว่า 5 แสนมื้อ ​เดินหน้าเพิ่มเครือข่าย Food Hero ขยายแนวร่วมจัดการอาหารส่วนเกินต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 08:33:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bakery]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Shop]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี ซินดิเคท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38902</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จับมือ มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand โดย คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และคุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ร่วมประกาศความสำเร็จผ่านการขยายโครงการ S&#38;P Food Rescue ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินสู่สังคม จาก 96 จุดขาย เพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวถึงโครงการ S&#38;P Food Rescue ว่า  ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัท  S&#38;P มุ่งสร้างสมดุลทั้งในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/">S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> นำโดย <strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ<strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จับมือ <strong>มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand</strong> โดย<strong> คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และ<strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย ร่วมประกาศความสำเร็จผ่านการขยายโครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong> ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินสู่สังคม จาก 96 จุดขาย เพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-38902"></span></p>
<p><strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวถึงโครงการ S&amp;P Food Rescue ว่า  ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัท  S&amp;P มุ่งสร้างสมดุลทั้งในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ซึ่งมีเป้าหมายคือ การลดเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตลงไม่น้อยกว่า 4.5% ของยอดขาย ภายในปี 2573 และการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตให้เกิดประโยชน์แก่สังคม 20% จากสัดส่วนเบเกอรี่ส่วนเกิน ในปี 2573</p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายดังกล่าวนับเป็นความท้าทายของบริษัทฯ แต่ S&amp;P  ได้รับความร่วมมือที่ดีในการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตจากพันธมิตร คือ <strong>มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand</strong> มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้โครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong>&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38905 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา บริษัทฯ ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกิน จากกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย จากร้านอาหาร S&amp;P และเบเกอรี่ช็อปจำนวน  96 จุดขาย จากใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กรุงเทพฯ จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้ส่งต่อแก่ชุมชนไปแล้ว 241,777 กิโลกรัม เทียบเท่าอาหาร 1 ล้านมื้อ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากขยะฝังกลบได้ถึง 601,541 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเบเกอรี่ส่วนเกินนี้สามารถนำไปสร้างประโยชน์​แก่สังคมให้ได้อิ่มท้องและช่วยลดค่าครองชีพ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน</p>
<p><em>&#8220;S&amp;P และ SOS Thailand ได้ขยายความร่วมมือในการจัดการเบเกอรี่ส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง โดยใน​เดือนธันวาคม 2568 นี้  S&amp;P ได้ขยายโครงการความร่วมมือเพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมทั้งสิ้น 205 จุดขายทั่วประเทศ ทั้งการขยายเพิ่มเติมในจังหวัดเดิมที่ดำเนินการแล้ว และขยายไปจังหวัดอื่นๆ  ได้แก่ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.ลำปาง จ.นครสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี และจ.ลำพูน เพื่อมุ่งหวังกระจายความช่วยเหลือไปยังชุมชนทั่วประเทศเพื่อผู้บริโภคได้รับประทานอาหารคุณภาพดี สร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารอย่างเท่าเทียม&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38907 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนพัฒนาร้าน S&amp;P สาขาโรงพยาบาลศิริราชเป็นร้านต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งต่อถึงผู้บริโภค โดยมุ่งมั่นลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งโครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong> นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>การขับเคลื่อนของ S&amp;P​ ตอกย้ำความ​มุ่งมั่นในการสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำใน​การเข้าถึงอาหารแก่คนในสังคมอย่างเท่าเทียม พร้อมมีส่วนร่วมลดปัญหาขยะอาหารที่สร้างผลกระทบต่อโลก เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38908 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/">S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวทช. และมูลนิธิ SOS ขยายผล &#8216;ชุมชนรักษ์อาหาร&#8217; สู่ จ.นครสวรรค์ ยกระดับการจัดการอาหารส่วนเกินด้วยวิทยาศาสตร์และเครือข่ายจิตอาสา สร้างความมั่นคงทางอาหารและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/expand-local-food-rescue-to-nakorn-sawan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Aug 2025 07:15:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Local food rescue]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[กอบกู้อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วรรณพ วิเศษสงวน]]></category>
		<category><![CDATA[นครสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ SOS]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35865</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยปัญหาขยะอาหารที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารของประชากรกลุ่มเปราะบาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ​ร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) และภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ดำเนินงานโครงการขยายผลแนวทางการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อลดปริมาณขยะอาหารและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งมีเป้าหมายในการขยายผลโครงการใน 8 จังหวัดทั่วประเทศในปี 2568 โดยจังหวัดนครสวรรค์เป็นหนึ่งในจังหวัดนำร่องที่สำคัญ ซึ่งการขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่นครสวรรค์ เริ่มต้นด้วยการจัดการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ร่วมกับเครือข่ายตัวกลางและผู้รับอาหาร โดยมี คุณสิริธร พวงสมบัติ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป เป็นผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวต้อนรับ โดยมีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) จาก 15 อำเภอของ จ.นครสวรรค์ ผู้แทนจากโรงเรียน วัด และเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียงกว่า 70 คน เพื่อสร้างแนวทางการดำเนินงานที่ยั่งยืนและเชิญชวนเข้าร่วมโครงการ “ชุมชนรักษ์อาหาร” พร้อมกันนี้ยังเปิดเวทีรับสมัครอาสาสมัครรักษ์อาหารในพื้นที่กับมูลนิธิ SOS เพื่อขยายเครือข่ายตัวกลางให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดใน จ.นครสวรรค์ ด้วย ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า “โครงการขยายผลแนวทางการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อลดปริมาณขยะอาหารและเพิ่มความมั่นคงอาหาร” มีความมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/expand-local-food-rescue-to-nakorn-sawan/">สวทช. และมูลนิธิ SOS ขยายผล &#8216;ชุมชนรักษ์อาหาร&#8217; สู่ จ.นครสวรรค์ ยกระดับการจัดการอาหารส่วนเกินด้วยวิทยาศาสตร์และเครือข่ายจิตอาสา สร้างความมั่นคงทางอาหารและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยปัญหาขยะอาหารที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารของประชากรกลุ่มเปราะบาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ​ร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) และภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม</p>
<p><span id="more-35865"></span></p>
<p>ดำเนินงานโครงการขยายผลแนวทางการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อลดปริมาณขยะอาหารและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งมีเป้าหมายในการขยายผลโครงการใน 8 จังหวัดทั่วประเทศในปี 2568 โดยจังหวัดนครสวรรค์เป็นหนึ่งในจังหวัดนำร่องที่สำคัญ ซึ่งการขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่นครสวรรค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35868 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/01-ประชุมขยายผลชุมชนรักษ์อาหารในพื้นที่นค.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เริ่มต้นด้วยการจัดการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ร่วมกับเครือข่ายตัวกลางและผู้รับอาหาร โดยมี <strong>คุณสิริธร พวงสมบัติ</strong> นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป เป็นผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวต้อนรับ โดยมีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) จาก 15 อำเภอของ จ.นครสวรรค์ ผู้แทนจากโรงเรียน วัด และเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียงกว่า 70 คน เพื่อสร้างแนวทางการดำเนินงานที่ยั่งยืนและเชิญชวนเข้าร่วมโครงการ<strong> “ชุมชนรักษ์อาหาร”</strong> พร้อมกันนี้ยังเปิดเวทีรับสมัครอาสาสมัครรักษ์อาหารในพื้นที่กับมูลนิธิ SOS เพื่อขยายเครือข่ายตัวกลางให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดใน จ.นครสวรรค์ ด้วย</p>
<p><strong>ดร.วรรณพ วิเศษสงวน</strong> ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า “โครงการขยายผลแนวทางการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินเพื่อลดปริมาณขยะอาหารและเพิ่มความมั่นคงอาหาร” มีความมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ สวทช. มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม การประชุมครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการร่วมกันสร้างระบบนิเวศการจัดการอาหารที่เข้มแข็งในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในงานได้เชิญอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ เข้าร่วมหารือและเรียนรู้ขั้นตอนการเป็น “อาสาสมัครรักษ์อาหาร” ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ<strong> Local food rescue</strong> (ชุมชนรักษ์อาหาร) เพราะเป็นตัวกลางผู้เชื่อมระหว่างผู้ให้อาหารและผู้รับอาหาร ฉะนั้น การมีเครือข่ายอาสาสมัครที่แข็งแกร่งจะช่วยให้การส่งต่ออาหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมายที่สุด รวมถึงในงานยังมีตัวแทนอาสาสมัครผู้มีประสบการณ์มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวและสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อมาช่วยกันแก้ปัญหาการเกิดขยะอาหารและการสูญเสียอาหารซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารของประชากรกลุ่มเปราะบางหรือผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35869 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/04-ดร.ปัทมาพร-ประชุมรัตน์-หัวหน้าโครงการจาก-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์</strong> นักวิจัยนโยบายอาวุโส และหัวหน้าโครงการจาก สวทช. กล่าวว่า สวทช. ได้ดำเนินโครงการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย (Thailand&#8217;s Food Bank) เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจรในการขยายผลและประยุกต์ใช้แนวทางบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Food surplus) ของประเทศไทยในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งอาหารส่วนเกินที่ยังคงคุณภาพดีจะถูกนำมาบริหารจัดการและส่งต่อให้กับกลุ่มคนเปราะบางหรือผู้ขาดแคลนในสังคม เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นการสร้างระบบที่เชื่อมโยงระหว่างผู้บริจาค เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต กับผู้รับ ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่ง สวทช. ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บริหารจัดการโครงการ แต่ใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยจากศูนย์วิจัยแห่งชาติในสังกัด เพื่อสร้างระบบนิเวศการจัดการอาหารที่มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว ได้แก่ ไบโอเทค กับงานวิจัยเพื่อสร้างมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในการรักษาความปลอดภัยและสุขอนามัยของกระบวนการบริจาคอาหารส่วนเกิน เนคเทคกับการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการและจับคู่ (Matching) ระหว่างผู้ให้และผู้รับอาหาร และเป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับบันทึกข้อมูลการบริจาคอาหาร รวมทั้งเอ็มเทคกับการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ของอาหารที่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ</p>
<p>โอกาสนี้ <strong>คุณอุทัยวรรณ พึ่งทอง</strong> ประธานเครือข่ายศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการ อ.ตาคลี และ คุณนพนันต์ ทับทิม ประธาน อพม. เขตเทศบาลนครสวรรค์ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเป็นอาสาสมัครรักษ์อาหารที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นภาพการทำงานจริงและเข้าใจถึงคุณค่าของการเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจนี้ รวมถึงคุณณัฐพล เกษมราษฎร์ เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ SOS ยังได้อธิบายขั้นตอนการเข้าร่วมเป็น “อาสาสมัครรักษ์อาหาร” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การรับสมัคร การฝึกอบรม จนถึงการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ โดยยึดหลักการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารที่ได้รับบริจาคมีคุณภาพดีและปลอดภัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35867 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/08-อาสาสมัครรักษ์อาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“การเลือกจังหวัดนครสวรรค์เป็นพื้นที่นำร่องมาจากศักยภาพด้านเครือข่ายที่เข้มแข็ง และความพร้อมของพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นเมืองศูนย์กลางทางภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเหมาะสมในการเป็นต้นแบบสำหรับการทดลองและพัฒนาระบบต่าง ๆ โดยข้อมูลและบทเรียนที่ได้จากนครสวรรค์จะถูกนำไปเป็นโมเดล เพื่อปรับใช้และขยายผลไปยังอีกจังหวัดเป้าหมายที่เหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะอาหารและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป” ดร.ปัทมาพร หัวหน้าโครงการ กล่าวปิดท้าย</p>
<p>พร้อมกันนี้ช่วงเวลาเดียวกัน ในโอกาสได้มาเปิดเวทีขยายผลยังจังหวัดนครสวรรค์ คณะผู้วิจัยจาก สวทช. และเครือข่ายมูลนิธิ SOS ได้เข้าร่วมมอบไก่ทอด 300 ชุดและขนมสาคูเปียกข้าวโพด 300 ชุด ภายใต้โครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาคฯ ที่ทางจังหวัดจัดงานขึ้น ณ โรงเรียนนครสวรรค์ปัญญานุกูล ซึ่งอาหารดังกล่าวได้มาจากโครงการกอบกู้อาหารส่วนเกินในพื้นที่ จ.นครสวรรค์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/expand-local-food-rescue-to-nakorn-sawan/">สวทช. และมูลนิธิ SOS ขยายผล &#8216;ชุมชนรักษ์อาหาร&#8217; สู่ จ.นครสวรรค์ ยกระดับการจัดการอาหารส่วนเกินด้วยวิทยาศาสตร์และเครือข่ายจิตอาสา สร้างความมั่นคงทางอาหารและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง Green Partner SOS Thailand และ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็น “มื้ออบอุ่นที่มีความหมาย”  นำร่อง “วัดจันทร์ประดิษฐาราม”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/barbq-plaza-food-rescue-with-sos-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2025 06:53:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B Q Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Surplus]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[GON GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partner]]></category>
		<category><![CDATA[Seacon bangkae]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[จรูญโรจน์ เทพที]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑิต พฤกษ์คุ้มวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34179</guid>

					<description><![CDATA[<p>บาร์บีคิวพลาซ่า แบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างในเครือ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการส่งต่อมื้ออาหารอย่างยั่งยืนใน โครงการ “Food Rescue” โดยร่วมมือกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) และ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค พร้อมร่วมลงนามความร่วมมือ เพื่อบริหารจัดการและกระจายอาหารส่วนเกินจากร้านอาหารสู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน ภายใต้แนวคิด “จากอาหารส่วนเกินในร้าน สู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน” ที่สะท้อนเจตนารมณ์ในการลดขยะอาหาร และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหารอย่างยั่งยืน  จุดเริ่มต้นจาก มื้ออบอุ่นหนึ่งมื้อ แต่อาจกลายเป็นมื้อที่มีความหมายที่สุดสำหรับใครบางคน บาร์บีคิวพลาซ่า ได้เริ่มต้นการบริจาคอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) โดยมุ่งสร้างความเข้าใจเรื่องการบริโภคอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) ในอุตสาหกรรมร้านอาหาร มื้ออบอุ่นที่สร้างรอยยิ้มใหญ่ในชุมชน กิจกรรม “ครัวรักษ์อาหาร” ถือเป็นก้าวแรกของโครงการฯ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บาร์บีคิวพลาซ่า, มูลนิธิ SOS Thailand และศูนย์การค้าซีคอน บางแค ส่งต่ออาหารส่วนเกินจำนวน 450 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/barbq-plaza-food-rescue-with-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง Green Partner SOS Thailand และ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็น “มื้ออบอุ่นที่มีความหมาย”  นำร่อง “วัดจันทร์ประดิษฐาราม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บาร์บีคิวพลาซ่า</strong> แบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างในเครือ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการส่งต่อมื้ออาหารอย่างยั่งยืนใน <strong>โครงการ “</strong><strong>Food Rescue”</strong> โดยร่วมมือกับ <strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (</strong><strong>SOS Thailand) </strong>และ <strong>ศูนย์การค้าซีคอน บางแค</strong> พร้อมร่วมลงนามความร่วมมือ เพื่อบริหารจัดการและกระจายอาหารส่วนเกินจากร้านอาหารสู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน <strong>ภายใต้แนวคิด “จากอาหารส่วนเกินในร้าน สู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน”</strong> ที่สะท้อนเจตนารมณ์ในการลดขยะอาหาร และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหารอย่างยั่งยืน <strong><br />
</strong></p>
<p><span id="more-34179"></span></p>
<p>จุดเริ่มต้นจาก มื้ออบอุ่นหนึ่งมื้อ แต่อาจกลายเป็นมื้อที่มีความหมายที่สุดสำหรับใครบางคน บาร์บีคิวพลาซ่า ได้เริ่มต้นการบริจาคอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) โดยมุ่งสร้างความเข้าใจเรื่องการบริโภคอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) ในอุตสาหกรรมร้านอาหาร</p>
<p>มื้ออบอุ่นที่สร้างรอยยิ้มใหญ่ในชุมชน กิจกรรม <strong>“ครัวรักษ์อาหาร”</strong> ถือเป็นก้าวแรกของโครงการฯ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บาร์บีคิวพลาซ่า, มูลนิธิ SOS Thailand และศูนย์การค้าซีคอน บางแค ส่งต่ออาหารส่วนเกินจำนวน 450 มื้อ ให้กับชุมชนเปราะบาง ณ วัดจันทร์ประดิษฐาราม เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การแบ่งปันอาหาร แต่คือการวางรากฐานของ “Food Rescue Chain” ที่เปลี่ยนมื้ออบอุ่นให้กลายเป็นพลังของการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34180 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/1-Pic-Bar-B-Q-Plaza-MOU-โครงการ-Food-Rescue.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด</strong> กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังโครงการ Food Rescue ว่า “สำหรับ บาร์บีคิวพลาซ่า อาหารส่วนเกินไม่เคยถูกมองว่าเป็นของเหลือ แต่เป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าและขับเคลื่อนความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหาร เราเชื่อมั่นในคำว่า ‘ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด’ ที่ไม่ได้หมายถึงเพียงการดูแลคุณภาพอาหารบนโต๊ะของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งต่อคุณค่านั้นให้ขยายวงกว้างไปยังชุมชนและสังคมโดยรอบ แนวคิดนี้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ บาร์บีคิวพลาซ่า เริ่มต้นโครงการ Food Rescue โดยการดึงพลังกรีนพาร์ทเนอร์ (Green Partner) ที่แข็งแกร่งอย่าง มูลนิธิ SOS Thailand และศูนย์การค้าซีคอน บางแค เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกสู่สังคมในระดับชุมชน</p>
<p>จากความตั้งใจในการจัดการอาหารของ บาร์บีคิวพลาซ่า ยังต่อยอดมาจากแคมเปญ #กินเกลี้ยงเลี่ยงFoodWaste โดยมีการรณรงค์ให้ลูกค้าและพนักงานตระหนักว่าการกินอาหารให้หมดจาน ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดขยะอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสำหรับปีนี้โครงการ Food Rescue ได้เริ่มต้น ที่ ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า สาขาซีคอน บางแค สาขาแรก เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 โดยดำเนินการคัดแยกและส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังสด สะอาด และปลอดภัย เช่น กะหล่ำปลีฝอย พริกสดปั่น กระเทียมปั่น และข้าวหอมมะลิหุงสุก ของสาขาในแต่ละวัน ให้ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค ประสานส่งต่อไปยัง มูลนิธิ SOS Thailand ด้วยการจัดการอย่างเป็นระบบ อาหารเหล่านี้จึงเปลี่ยนจากของเหลือกลายเป็นมื้อที่มีคุณค่าสำหรับกลุ่มผู้เปราะบางที่ขาดโอกาสเข้าถึงอาหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34185 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/4-Pic-Bar-B-Q-Plaza-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากเพียงหนึ่งสาขา เราสามารถกู้คืนอาหารได้เฉลี่ย 1.86 กิโลกรัมต่อวัน หรือ 669.6 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 531.19 กิโลกรัม CO₂e/ปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้กว่า 44 ต้นต่อปี สำหรับปี 2568 นี้ เราวางแผนขยายไปยังสาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เป็นลำดับถัดไป และขยายผลไปยัง 11 สาขาที่เป็น Green Restaurant อาทิ สาขาเซ็นทรัล วิลเลจ สุวรรณภูมิ, สาขาเซ็นทรัล บางนา ชั้น 3, สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว, สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์, สาขาเซ็นทรัล พระราม 2,  สาขาเซ็นทรัล พระราม 3, สาขาเซ็นทรัล บางนา ชั้น 6, สาขาเซ็นทรัล พระราม 9, สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ สาขาเซ็นทรัล รามอินทรา โดยมีเป้าหมายสู่ 65 สาขาทั่วกรุงเทพมหานครในปี 2573</p>
<p>สำหรับเรา ทุกมื้ออาหารมีพลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลง แม้จะเป็นเพียงเศษผัก ชิ้นส่วนหมูตัดแต่ง หรือวัตถุดิบเล็ก ๆ ที่เคยถูกมองข้าม แต่เมื่อส่งต่อด้วยความตั้งใจ ก็สามารถกลายเป็น มื้อสำคัญของใครบางคน เพราะสุดท้ายแล้ว…‘สิ่งที่เกือบถูกทิ้ง อาจเป็นความสุขของใครบางคน’  <strong>คุณจรูญโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/14-Pic-Bar-B-Q-Plaza-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของมูลนิธิ </strong><strong>SOS Thailand</strong> กล่าวว่า ในนามของมูลนิธิ Scholars of Sustenance หรือ SOS ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งในพิธีลงนามความร่วมมืออันสำคัญยิ่งกับ บาร์บีคิวพลาซ่า  และ ศูนย์การค้าซีคอนบางแค ในวันนี้ครับ ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนภารกิจของ SOS  Thailand  ในการบรรเทาปัญหาความอดอยากและลดขยะอาหารในประเทศไทย บาร์บีคิวพลาซ่า ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจอาหาร ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการบริจาคอาหารส่วนเกินที่ยังคงมีคุณภาพดี ผ่านเครือข่ายของมูลนิธิ SOS Thailand ไปยังกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เราเชื่อมั่นว่า การที่ท่านตัดสินใจบริจาคอาหารส่วนเกินมานั้น จะเป็นก้าวสำคัญในวงการธุรกิจอาหารประเทศไทยที่ไม่ต้องทิ้งอาหารที่มีคุณภาพดีอีกต่อไป การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่พิธีการ แต่เป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม เรากำลังร่วมกันสร้างระบบอาหารแห่งความยั่งยืนที่ซึ่งอาหารจะไม่ถูกทิ้งขว้างอย่างไร้ค่า แต่จะถูกส่งต่อคุณค่าไปยังผู้ที่เหมาะสมที่สุด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในวันนี้จะเป็น อีกหนึ่งแรงผลักไทยให้ธุรกิจอาหาร จัดการอาหารส่วนเกินอย่างถูกวิธี เพื่อสังคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างเพียงพอ” <strong>คุณทวี กล่าวทิ้งท้าย        </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34184 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/7-Pic-Bar-B-Q-Plaza-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณบัณฑิต พฤกษ์คุ้มวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าและบริการทั่วไป บริษัท ซีคอน บางแค จำกัด กล่าว “</strong>เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนส่งเสริมภารกิจลดขยะอาหารสร้างความยั่งยืน โดยมีส่วนร่วมในการช่วยสนับสนุนเป็น “ตัวกลางเชื่อมต่อ” เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ มีการจัดเก็บรวบรวม และส่งต่ออาหารอย่างมีคุณภาพถูกสุขลักษณะ โดยร่วมมือกับ Green Partner ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า สาขาซีคอน บางแค ในการเป็นตัวกลางรวบรวมอาหารส่วนเกินที่เหลือในแต่ละวันแต่ยังคงคุณค่าทางอาหารและความปลอดภัย จากร้านส่งต่อให้กับ มูลนิธิ SOS Thailand อาหารส่วนเกินเหล่านี้จะถูกส่งมอบอย่างเหมาะสม เปลี่ยน “อาหารส่วนเกิน” กลายเป็น“โอกาส” ส่งต่อไปยังกลุ่มชุมชนเปราะบางในพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34181 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/10-Pic-Bar-B-Q-Plaza-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยตลอดกว่า 1 ปี ที่ศูนย์การค้าซีคอน บางแค ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนส่งเสริมภารกิจลดขยะ อาหารสร้างความยั่งยืน ซีคอนฯ ยังได้รับความร่วมมือจากร้านค้าอีกมากมายในศูนย์การค้าที่ตอบรับเข้าร่วมโครงการลดขยะ อาหารส่วนเกินนี้  ศูนย์การค้าซีคอน บางแค มีความมุ่งมั่นและเล็งเห็นความสำคัญในขับเคลื่อนส่งเสริมภารกิจสร้างความยั่งยืน เรามีความมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของ Green Model ที่ช่วยสร้างคุณค่าทางสังคม และขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ทั้งในด้านของพลังงาน สะอาด และการลดปริมาณขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด” <strong>คุณบัณฑิตฯ กล่าวทิ้งท้าย </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/barbq-plaza-food-rescue-with-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง Green Partner SOS Thailand และ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็น “มื้ออบอุ่นที่มีความหมาย”  นำร่อง “วัดจันทร์ประดิษฐาราม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สตาร์บัคส์ &#8216;Global Month of Good&#8217; ผนึก SOS ลงพื้นที่​ &#8216;ครัวรักษ์อาหาร&#8217; กอบกู้ทั้ง &#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217; พร้อมดูแล &#8216;ชุมชน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/starbucks-rescue-kitchen-in-global-month-of-good-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Apr 2025 09:53:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[FoodShare]]></category>
		<category><![CDATA[Global Month of Good]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[SOS Rescue Kitchen]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กอบกู้อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[จุฑาทิพย์ เก่งมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บั๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภา ศรีสมัย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โจ ไคน์ สนูปปี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32743</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกๆ  เดือนเมษายน สตาร์บัคส์ทั่วโลกจะจัดกิจกรรม Global Month of Good หรือเดือนแห่งการช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะมีการจัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 15 ปีแล้ว โดยในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จะเชิญชวนพาร์ทเนอร์ (พนักงาน) ของสตาร์บัคส์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลกระทบเชิงบวกในสังคมที่สตาร์บัคส์ดำเนินธุรกิจอยู่ ผ่านการทำกิจกรรมจิตอาสารูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ และในปีนี้ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ได้ชวนพาร์ทเนอร์ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรม &#8216;โครงการครัวรักษ์อาหาร&#8217; หรือ SOS Rescue Kitchen  ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสตาร์บัคส์ และมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงหาผลกำไร ​เพื่อร่วมกันจัดการแก้ไขขยะอาหาร (Food Waste) และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ​ซึ่งได้จัด​ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่งปีนี้นำร่องโครงการด้วยการลงพื้นที่ ชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม เขตภาษีเจริญ เพื่อนำอาหารส่วนเกินมาปรุงเป็นอาหาร เพื่อส่งมอบอาหารกว่า 1,200  มื้อ ให้แก่ 9 ชุมชนโดยรอบ เพื่อเข้าถึงผู้มีความต้องการได้มากกว่า 500 คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/starbucks-rescue-kitchen-in-global-month-of-good-campaign/">สตาร์บัคส์ &#8216;Global Month of Good&#8217; ผนึก SOS ลงพื้นที่​ &#8216;ครัวรักษ์อาหาร&#8217; กอบกู้ทั้ง &#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217; พร้อมดูแล &#8216;ชุมชน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกๆ  เดือนเมษายน สตาร์บัคส์ทั่วโลกจะจัดกิจกรรม <strong>Global Month of Good</strong> หรือเดือนแห่งการช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะมีการจัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 15 ปีแล้ว</p>
<p><span id="more-32743"></span></p>
<p>โดยในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จะเชิญชวนพาร์ทเนอร์ (พนักงาน) ของสตาร์บัคส์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลกระทบเชิงบวกในสังคมที่สตาร์บัคส์ดำเนินธุรกิจอยู่ ผ่านการทำกิจกรรมจิตอาสารูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ</p>
<p>และในปีนี้ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ได้ชวนพาร์ทเนอร์ร่วมลงพื้นที่จัดกิจกรรม <strong>&#8216;โครงการครัวรักษ์อาหาร&#8217;</strong> หรือ<strong> SOS Rescue Kitchen</strong>  ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง<strong>สตาร์บัคส์</strong> และ<strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS)</strong> องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงหาผลกำไร ​เพื่อร่วมกันจัดการแก้ไขขยะอาหาร (Food Waste) และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ​ซึ่งได้จัด​ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32747 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Starbucks-SOS-Rescue-Kitchen_3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ซึ่งปีนี้นำร่องโครงการด้วยการลงพื้นที่ <strong>ชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม</strong> เขตภาษีเจริญ เพื่อนำอาหารส่วนเกินมาปรุงเป็นอาหาร เพื่อส่งมอบอาหารกว่า 1,200  มื้อ ให้แก่ 9 ชุมชนโดยรอบ เพื่อเข้าถึงผู้มีความต้องการได้มากกว่า 500 คน โดยมีผู้บริหารสตาร์บัคส์ ประเทศไทย อาทิ <strong>คุณ​เนตรนภา ศรีสมัย</strong> กรรมการผู้จัดการ และ<strong> คุณจุฑาทิพย์ เก่งมานะ</strong> ผู้จัดการด้านผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืน รวมทั้งตัวแทนพาร์ทเนอร์จากสาขาต่างๆ ​ร่วมลงพื้นที่ทำกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</p>
<p>โครงการครัวรักษ์อาหาร หรือ SOS Rescue Kitchen เป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือระหว่างสตาร์บัคส์ และมูลนิธิ SOS ที่ขับเคลื่อน <strong>โครงการสตาร์บัคส์ FoodShare ร่วมส่งต่ออาหารให้ชุมชน </strong>โดยจะมี 2 กิจกรรมหลัก คือ การแบ่งปันความสุขด้วยขนมสตาร์บัคส์ ด้วยการนำสินค้าภายในร้านสตาร์บัคส์ที่จำหน่ายไม่หมด แต่ยังมีคุณภาพที่ดี และยังสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย ส่งต่อให้ SOS นำไปมอบให้ชุมชนโดยรอบ ซึ่งปัจจุบันมีร้านสตาร์บัคส์ 100 สาขา ได้เข้าร่วมโครงการแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเครือข่ายของ SOS ดำเนินการอยู่ ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หัวหิน และภูเก็ต และในปีนี้ ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนสาขาอีก 30  แห่ง เพื่อเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32746 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Starbucks-SOS-Rescue-Kitchen_6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ส่วนอีกโครงการคือ การลงพื้นที่เป็นเป็นจิตอาสา ในการร่วมปรุงอาหาร จากอาหารส่วนเกินที่กอบกู้ได้ และนำมาทำเป็นเมนูอาหารเพื่อแจกจ่ายให้ชุมชนต่างๆ เพื่อสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ถูกหลักอนามัย และช่วยลดปริมาณการเกิดขยะอาหารไปสู่หลุมฝังกลบ โดยสามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้ผู้ที่มีความต้องการและช่วยเหลือชุมชนที่ยังมีความขาดแคลน</p>
<p>​การเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์กับมูลนิธิ SOS ของสตาร์บัคส์นั้น เข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบคลุมในทุกความจำเป็น สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมส่งมอบอาหารส่วนเกิน การสนับสนุนงบประมาณ รวมทั้งการส่งพนักงานจิตอาสาร่วมลงพื้นที่เพื่อมีส่วนดูแลชุมชน โดยตลอดกว่า 3 ปี นับตั้งแต่เริ่มสนับสนุนมูลนิธิ​ ปัจจุบัน สตาร์บัคส์ได้ร่วมสมทบทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิไปแล้วกว่า 8.3 ล้านบาท พร้อมทั้งได้สนับสนุนรถขนส่งอาหารแช่เย็น 1 คัน เพื่อใช้ในการขนส่งอาหารไปแจกจ่ายยังชุมชนในหลากหลายพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32748 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Starbucks-SOS-Rescue-Kitchen_8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>และนับตั้งแต่การจัดทำโครงการครัวรักษ์อาหารครั้งแรกในเดือนมีนาคมปี 2566 จนถึงธันวาคม 2567 สตาร์บัคส์ได้ช่วย<strong>ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังรับประทานได้ </strong>รวมกว่า 4,800 กิโลกรัม เพื่อมอบอาหารให้ชุมชนแล้วกว่า 20,170 มื้อ ช่วย ​<strong>ลดการปลดปล่อยคาร์บอน </strong>ได้กว่า 12,150 กิโลกรัม <strong>​</strong>Co2e (หรือ 12 ตัน <strong>​</strong>Co2e ) โดยแผนในปีนี้ตั้งเป้าส่งมอบมื้ออาหารเพิ่มเติมอีกกว่า 3,000 มื้อ ผ่านการเพิ่มจำนวนสาขาที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น รวมทั้งการลงพื้นที่ Rescue Kitchen ตลอดทั้งปี</p>
<p>ความร่วมมือกับมูลนิธิ SOS เป็นหนึ่งในแผนขับเคลื่อนความยั่งยืนของสตาร์บัคส์ โดยเฉพาะเป้าหมาย Zero Food Waste ในปี 2030 ​ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนในมิติอื่นๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนในภาพรวม โดยเฉพาะการลดคาร์บอน ลดการใช้น้ำ และลดขยะ จากการดำเนินธุรกิจลงให้ได้ 50% โดยเฉพาะการเพิ่มการมีส่วนร่วมจากลูกค้า ผ่านแคมเปญ <strong> LITTLE CHOICES. BIG CHANGES. </strong>เพื่อช่วยลดขยะพลาสติก ด้วยการนำแก้วส่วนตัวกลับมาใช้ รวมทั้งการให้บริการแก้ว For Here ครบทุกสาขาแล้ว  โดยสิ้นเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา สามารถลดการสร้างขยะพลาสติกลงได้แล้วมากกว่า 33 ล้านชิ้น รวมทั้งแผนในการขยายสาขาร้านกาแฟชุมชน ที่จะมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกาแฟ เพื่อนำไปช่วยเหลือโครงการเพื่อสังคม รวมทั้งการขยาย Green Store เพิ่มเติม จากปัจจุบันมี 22 สาขา และมีแผนเพิ่มเติมให้ครบ 40 สาขา ภายในปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32744 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Starbucks-SOS-Rescue-Kitchen_12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​ยังมีภารกิจขับเคลื่อนความยั่งยืนในมิติอื่นๆ ทั้งความร่วมมือกับ <strong>มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน</strong> (Integrated Tribal Development Foundation หรือ ITDF) เพื่อสนับสนุนการปลูกกาแฟเป็นอาชีพ สร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชาวไร่กาแฟในพื้นที่ภาคเหนือ มาตั้งแต่ปี 2546 , <strong>การพัฒนาสินค้าเพื่อสร้างความยั่งยืน ร่วมกับ ศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต</strong> ในการเปลี่ยนกากกาแฟ เป็นสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้งานภายในร้าน เช่น ที่รองแก้ว ถาดและโต๊ะกาแฟ เพื่อเน้นย้ำประสบการณ์ร้านกาแฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม , <strong>การร่วมงานกับสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย และชุมชน </strong>เพื่อนำผลิตภัณฑ์จากชุมชนในจังหวัดต่างๆ มารังสรรค์สินค้าคอลเลกชันพิเศษในไทย , <strong>การทำงานร่วมกับมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก (Books for Children)</strong> เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ผ่านกิจกรรมการอ่านในชุมชน การจัดสรรมุมหนังสือและห้องสมุดให้กับชุมชน และ  <strong>ความร่วมมือกับ Planet W</strong><strong>ater Foundation </strong>เพื่อส่งมอบน้ำสะอาดให้ชุมชนขาดแคลนพร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสุขอนามัย เป็นต้น</p>
<p>สำหรับกิจกรรม<strong> Global Month of Good</strong> ในปีนี้ ยังได้เพิ่มความพิเศษมากขึ้นอีก ในโอกาสฉลองครบรอบ 15 ปี ​จึงได้มีการประกาศ​ความร่วมมือระดับโลก ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชัน <strong>‘พีนัทส์ โจ ไคน์ สนูปปี้’</strong> (Peanuts Joe Kind Snoopy) ใหม่ล่าสุด ที่นำเสนอคาแรกเตอร์โจ ไคน์ สนูปปี้ สุดน่ารักที่ออกแบบมาสำหรับสตาร์บัคส์โดยเฉพาะ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเชื่อมต่อ แบ่งปัน และเติมพลังให้แก่กันระหว่างสตาร์บัคส์ ลูกค้า และชุมชน ผ่านน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่มีความหมายในทุกวัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/starbucks-rescue-kitchen-in-global-month-of-good-campaign/">สตาร์บัคส์ &#8216;Global Month of Good&#8217; ผนึก SOS ลงพื้นที่​ &#8216;ครัวรักษ์อาหาร&#8217; กอบกู้ทั้ง &#8216;อาหารส่วนเกิน&#8217; พร้อมดูแล &#8216;ชุมชน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SOS​ มอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาความหิวโหย พร้อมลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงกว่า 33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/sos-serving-55-milion-meals-across-asean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Nov 2024 13:00:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Bo Holmgreen]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[World Food Day 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ZERO HUNGER]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วันอาหารโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29922</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ  SOS (Scholars of Sustenance) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อทั่วประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่า​เป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 50 ล้านมื้อ ภายในปี 2568 จากการช่วยบริการจัดการ​อาหารส่วนเกิน ช่วง​เฉลิมฉลองวันอาหารโลกปี 2567 มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินถือเป็นโซลูชั่นที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้ ช่วยแก้ไขปัญหาระดับโลกอย่างความหิวโหยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทุกปีโลกผลิตอาหารเพียงพอสำหรับ 10 พันล้านคน แต่ยังคงมีประชากร 2.33 พันล้านคน ที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับปานกลางถึงรุนแรง และมีถึง​ 864 ล้านคน ที่เผชิญความหิวโหยอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การสูญเสียอาหารยังเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซมีเทนในหลุมฝังกลบ ซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา SOS มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินและนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ปัจจุบัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/sos-serving-55-milion-meals-across-asean/">SOS​ มอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาความหิวโหย พร้อมลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงกว่า 33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ  SOS (Scholars of Sustenance)</strong> ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อทั่วประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่า​เป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 50 ล้านมื้อ ภายในปี 2568 จากการช่วยบริการจัดการ​อาหารส่วนเกิน</p>
<p><span id="more-29922"></span></p>
<p>ช่วง​เฉลิมฉลองวันอาหารโลกปี 2567 มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินถือเป็นโซลูชั่นที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้ ช่วยแก้ไขปัญหาระดับโลกอย่างความหิวโหยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทุกปีโลกผลิตอาหารเพียงพอสำหรับ 10 พันล้านคน แต่ยังคงมีประชากร 2.33 พันล้านคน ที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับปานกลางถึงรุนแรง และมีถึง​ 864 ล้านคน ที่เผชิญความหิวโหยอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การสูญเสียอาหารยังเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซมีเทนในหลุมฝังกลบ ซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29984 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/2.jpg" alt="" width="1200" height="558" /></p>
<p>ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา SOS มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินและนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ปัจจุบัน Scholars of Sustenance เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ช่วยเหลืออาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุด</p>
<p>โดยมูลนิธิฯ มีแผนที่จะขยายการทำงานเพื่อให้มีระบบอาหารที่ยั่งยืนและยุติธรรมทั่วเอเชีย ด้วยการสร้างพันธมิตรกับองค์กรสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรม ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารที่สามารถบริจาคอาหารส่วนเกิน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่สามารถช่วยสนับสนุนโครงการช่วยเหลืออาหารและการกระจายอาหารผ่านอาสาสมัคร</p>
<p>&#8220;ความสำเร็จของเราทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงให้เห็นว่า การช่วยเหลืออาหารเป็นโซลูชั่นที่สามารถทำได้จริงและขยายผลได้ ด้วยการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เราสามารถขยายและเพิ่มผลกระทบทั้งต่อผู้คนและโลก โดยการลดขยะอาหาร เรากำลังก้าวไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ข้อ 2: ขจัดความหิวโหย และข้อ 13: การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ&#8221; <strong>Bo Holmgreen</strong> ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SOS กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29985 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/3.jpg" alt="" width="1200" height="601" /></p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันอาหารโลก SOS ได้เฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ร่วมกับพันธมิตรและชุมชนทั่วภูมิภาค:</p>
<p>&#8211; ในประเทศไทย SOS และพันธมิตรได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร จัดเก็บอาหารเพื่อแจกจ่าย 40,000 มื้อให้กับชุมชนใน 12 เขต</p>
<p>&#8211; ในอินโดนีเซีย โรงเรียนนานาชาติหลายแห่งได้จัดโครงการรับบริจาคอาหาร ซึ่งรวบรวมอาหารได้ 3 ตัน และแปลงเป็นมื้ออาหารได้ 12,986 มื้อ</p>
<p>&#8211; ในฟิลิปปินส์ อาสาสมัคร 400 คนจาก 12 บริษัท ได้เตรียมอาหารจำนวน 7,000 มื้อตลอดเดือนตุลาคม</p>
<p>สำหรับมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสิ่งแวดล้อมที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2559 เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอาหารและความไม่มั่นคงทางอาหารใน 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการส่งต่ออาหารส่วนเกินจากร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้าปลีก ฟาร์ม และผู้ผลิตอาหารเจ็ดวันต่อสัปดาห์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน โดยได้แจกจ่ายอาหารไปแล้วกว่า 55 ล้านมื้อ และลดการปล่อย CO2e กว่า 33 ล้านกิโลกรัม ผ่านการขยายประสิทธิภาพการดำเนินงานและการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและอุตสาหกรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/sos-serving-55-milion-meals-across-asean/">SOS​ มอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาความหิวโหย พร้อมลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงกว่า 33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
