<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Food Surplus Credit &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/food-surplus-credit/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 14 Aug 2026 13:45:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Food Surplus Credit &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สวทช. เตรียมแซนด์บ็อก &#8216;Food Surplus Credit&#8217; เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต พร้อมผนึกความร่วมมือระดับภูมิภาค ต่อยอดจาก T-VER สู่ ACI ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนระดับเอเชีย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/tiis-mtec-nstda-food-surplus-credit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 13:45:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ACI]]></category>
		<category><![CDATA[Asia Carbon Institute]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Surplus Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[T-VER]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[TIIS]]></category>
		<category><![CDATA[TIIS เอ็มเทค สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[จันทิมา สำเนียงงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43735</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังขับเคลื่อนโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank มากว่า 2 ปี จนปัจจุบันสามารถกระจายเครือข่ายทั่วประเทศได้แล้วใน​ 10 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเป้าหมายเพิ่มเครือข่ายให้ครอบคุลม 30 จังหวัด ภายในปี พ.ศ.​ 2571 นอกจากความสำเร็จด้านการขยายพื้นที่ เพื่อขยายความสามารถในการส่งต่ออาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ให้กลุ่มเปราะบางได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว  ล่าสุด สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้พัฒนาแนวทาง​ขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้กลายเป็น &#8216;คาร์บอนเครดิต&#8217; ตามมาตรฐาน T-VER (​T-VER-S-METH-09-09​) ซึ่งทาง อบก. ได้รับการรับรองระเบียบวิธีในการคำนวณตามแนวทางดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก หรือราวเดือนมีนาคมของปีนี้ ทั้งนี้ สวทช. โดยโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank และ TIIS (สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) เอ็มเทค สวทช. เตรียมเดินหน้าโครงการนำร่องทดลองโปรเจ็กต์ &#8216;The Food Surplus Credit&#8217; ในปีงบประมาณ 2570 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/tiis-mtec-nstda-food-surplus-credit/">สวทช. เตรียมแซนด์บ็อก &#8216;Food Surplus Credit&#8217; เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต พร้อมผนึกความร่วมมือระดับภูมิภาค ต่อยอดจาก T-VER สู่ ACI ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนระดับเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังขับเคลื่อนโครงการ <strong>Thailand&#8217;s Food Bank </strong>มากว่า 2 ปี จนปัจจุบันสามารถกระจายเครือข่ายทั่วประเทศได้แล้วใน​ 10 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเป้าหมายเพิ่มเครือข่ายให้ครอบคุลม 30 จังหวัด ภายในปี พ.ศ.​ 2571</p>
<p><span id="more-43735"></span></p>
<p>นอกจากความสำเร็จด้านการขยายพื้นที่ เพื่อขยายความสามารถในการส่งต่ออาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ให้กลุ่มเปราะบางได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว  ล่าสุด <strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) </strong>ได้พัฒนาแนวทาง​ขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้กลายเป็น <strong>&#8216;คาร์บอนเครดิต&#8217;</strong> ตามมาตรฐาน T-VER (​<strong>T-VER-S-METH-09-09​) </strong>ซึ่งทาง อบก. ได้รับการรับรองระเบียบวิธีในการคำนวณตามแนวทางดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก หรือราวเดือนมีนาคมของปีนี้</p>
<p>ทั้งนี้ สวทช. โดยโครงการ<strong> Thailand&#8217;s Food Bank</strong> และ <strong>TIIS (สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) </strong><strong>เอ็มเทค สวทช. </strong>เตรียมเดินหน้าโครงการนำร่องทดลองโปรเจ็กต์ &#8216;<strong>The Food Surplus Credit&#8217; </strong>ในปีงบประมาณ 2570 ร่วมกับกลุ่มที่ทำงานด้านการกอบกู้อาหารส่วนเกิน และพันธมิตร เบื้องต้น 3-5 ราย อาทิ มูลนิธิ SOS Thailand , มูลนิธิ VV Share (วีวี แชร์) และผู้ประกอบการธุรกิจอาหารชั้นนำในประเทศ ​ร่วม​นำร่องทดลอง​​ <strong>T-VER-S-METH-09-09​ </strong>​ เพื่อศึกษาผลลัพธ์ ผลกระทบ รวมทั้ง​ข้อจำกัดต่างๆ เมื่อนำไปใช้งานจริง ก่อนจะขยายผลเป็นวงกว้างต่อไปในอนาคต</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43738 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Food-TVER3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ </strong>หัวหน้าโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank และนักวิจัยนโยบายอาวุโส สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลก​ต้องกลายไปเป็นขยะอาหาร  ขณะที่ประชากรโลกกว่า 258 ล้านคน ที่ต้องเผชิญปัญหาควมมั่นคงด้านอาหาร ส่วนประเทศไทยมีปริมาณขยะอาหารกว่า 10 ล้านตันต่อปี และในจำนวนนี้มีอาหารส่วนเกินที่ยังรับประทานได้ถึงกว่า 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่มีกลุ่มเปราะบางในประเทศเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารอยู่กว่า 10 ล้านคน</p>
<p>ทั้งนี้ ในจำนวนอาหารส่วนเกินที่มีกว่า 4 ล้านตัน สามารถทำการกอบกู้มาเพื่อส่งต่อและสร้างประโยชน์ใหม่ได้ที่ราว 2,000 กว่าตันเท่านั้น ยังคงอาหารอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถกอบกู้มาได้ และต้องกลายเป็นขยะอาหารในที่สุดทั้งจากการขาดตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกฎระเบียบเงื่อนไขทางข้อกฎหมาย และระบบภาษี ​ที่ยังคงเป็นกำแพงสำคัญในการทำให้ผู้บริจาคอาหารเลือกที่จะทำลายอาหารมากกว่าการบริจาคเพื่อส่งต่อให้กลุ่มเปราะบาง หรือการเลือกบริจาคอาหารเฉพาะในกลุ่ม Non-VAT ซึ่งถือเป็นสัดส่วนจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณอาหารส่วนเกินประเภทอื่นๆ ที่สุดท้ายแล้วต้องกลายเป็นขยะอาหารและจบลงที่หลุมฝังกลบในที่สุด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43743 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/08-แนวคิด-Food-Surplus-Credit.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>&#8220;อาหารส่วนเกิน (Food Surplus) ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น หากอาหารส่วนเกินที่ยังบริโภคได้ไม่ได้รับการกอบกู้หรือนำไปใช้ประโยชน์ อาจกลายเป็นขยะอาหารและถูกนำไปกำจัด ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank มุ่งสร้างกลไกการจัดการอาหารส่วนเกินที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยนำแนวคิด Food Surplus Credit หรือการประเมินคาร์บอนเครดิตเข้ามาเป็นตัวเร่ง ให้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารเห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง&#8221;​</em><strong>  </strong></p>
<p>ด้าน <strong>คุณจันทิมา สำเนียงงาม</strong> หัวหน้าโครงการการพัฒนาแนวทางและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของอาหารส่วนเกิน และผู้ช่วยวิจัยอาวุโส TIIS เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า การขับเคลื่อนการบริจาคอาหารส่วนเกินให้เชื่อมโยงกับกลไกคาร์บอนเครดิตจำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูลที่มีคุณภาพและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์  โดยทาง TIIS เอ็มเทค สวทช. ในฐานะหน่วยงานที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและระเบียบวิธีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเครื่องมือและวิธีการประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกอบกู้และบริจาคอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ ข้อมูลมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ รองรับทั้งการพัฒนาคาร์บอนเครดิตและการรายงานด้านความยั่งยืน (ESG) ของภาคธุรกิจทั้งในประเทศและระดับสากลได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43740 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Food-TVER2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับ <strong>&#8216;ระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจสำหรับการจัดการอาหารส่วนเกินและนำไปบริจาคเพื่อบริโภค​ ตามมาตรฐาน T-VER </strong>(<strong>T-VER-S-METH-09-09)</strong> ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นคร้ังแรกของประเทศไทยในการมีคาร์บอนเครดิตจากโครงการอาหารส่วนเกิน และจะกลายเป็นอีกหนึ่ง <strong>​กลไกสำคัญที่ช่วยให้ภาคเอกชนและมูลนิธิที่ทำภารกิจด้านการกอบกู้อาหารส่วนเกิน มีรายได้เพิ่มเติมจากคาร์บอนเครดิต ภายใต้การ</strong><strong>ได้มาอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้</strong></p>
<p>หลักการคำนวณจะคิดจาก <strong>&#8216;ก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้&#8217;</strong> จากการไม่ต้องเอาขยะอาหารไปฝังกลบ แล้วนำมาหักลบด้วย <strong>&#8216;คาร์บอนที่เกิดขึ้นระหว่างทาง&#8217;</strong> ไม่ว่าจะเป็นพลังงานที่ใช้ในการแช่เย็นและแช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพอาหาร น้ำมันจากการขนส่งเพื่อส่งต่ออาหารตามระยะทาง หรือกระบวนการในการนำอาหารที่ได้รับมาปรุงประกอบอาหารใหม่ หรือแม้แต่บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการส่งต่ออาหารส่วนเกิน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นกลุ่มใช้ครั้งเดียว (Single-use) เพื่อ<strong>ช่วยให้ภาคธุรกิจนำไปรายงานผล </strong><strong>ESG </strong><strong>ได้อย่างโปร่งใส </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43742 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/09-ระเบียบวิธี-T-VER.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>โดย​อาหารส่วนเกินที่สามารถนำมาคิดคาร์บอนเครดิตได้นั้น ต้องเป็นอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ส่งต่อให้ฟรี ๆ ตามแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยอาหารสำหรับการบริจาคอาหาร  </strong></p>
<p>อย่างไรก็ดี ระเบียบวิธีฉบับปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมเครื่องดื่ม โดยกลไกนี้ทำให้ทุกองค์กรนำตัวเลขไปรายงานด้านความยั่งยืนได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งได้ทั้งช่วยเหลือสังคม ลดโลกร้อน และช่วยผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ไปพร้อมกัน</p>
<p><em>“ตัวเลขคาร์บอนที่ซ่อนอยู่ในอาหารส่วนเกินคือโอกาสใหม่ของประเทศ <strong>ส่วนระดับราคาของคาร์บอนเครดิตในกลุ่ม Food Surplus Credit อยู่ระหว่างการศึกษาและคำนวณอัตราที่เหมาะสม โดยประเมินว่าจะไม่ต่ำกว่าห​ลักร้อยบาทต่อตัน  CO2e  ซึ่งคาดว่าหลังจากการนำร่องขับเคลื่อน จะมีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น</strong><strong>ประกอบกับในอนาคตมีแผนยกระดับการทำงานด้าน​​​คาร์บอนเครดิตจากอาหารส่วนเกินไปสู่ความร่วมมือในระดับภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นป</strong><strong>ระเทศแรกที่มีการสร้างมาตรฐาน​ในเรื่องนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ระดับราคาเพิ่มสูงขึ้นได้อีก</strong> โดยทาง TIIS เอ็มเทค สวทช.  และ ACI (Asia Carbon Institute) อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันในการต่อยอด​ระเบียบวิธีของประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบการพัฒนาของ ACI และรองรับการประยุกต์ใช้ในระดับภูมิภาคเอเชีย ​​เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านการลดขยะอาหารและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับภูมิภาคต่อไป </em><em>เนื่องจาก ​เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีปริมาณอาหารส่วนเกินสูงมาก หากสามารถเปลี่ยนการบริจาคอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิตได้  ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและแรงจูงใจใหม่ให้กับภาคธุรกิจ เข้ามามีส่วนร่วมในการลดขยะอาหารเพิ่มมากขึ้น​” </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43741 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/10-ต่อยอดสู่ระดับเอเชียกับ-Asia-Carbon-Institute-ACI.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เร่งประสาน ก.คลัง ลดกำแพงบริจาคอาหาร  </strong></p>
<p><strong>ดร.ปัทมาพร </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสำคัญของ  Thailand&#8217;s Food Bank คือ การเข้าไปเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินระดับประเทศ ทั้งการขยายเครือข่ายการเป็นตัวกลางในการส่งต่ออาหารจากผู้ผลิตไปสู่กลุ่มเปราะบางต่างๆ ผ่านการทำงานร่วมกับมูลนิธิด้านการกอบกู้อาหาร เช่น SOS Thailand , VV Share รวมทั้งอาสาสมัครในแต่ละจังหวัด โดยปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 10 จังหวัด จำนวนอาสาสมัครรวมกว่า 600 คน และมีแผนขยายได้กว่า 30 จังหวัดในปี 2571 ขณะที่เพิ่มความสามารถในการกอบกู้อาหารส่วนเกินได้มากขึ้น 10 เท่า จาก 2,000 ตันต่อปี เพิ่มเป็น 20,000 ตันต่อปี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันส่วนต่างของอาหารที่กอบกู้ได้ราว 2,000 ตันต่อปี กับปริมาณอาหารส่วนเกินที่มีกว่า 4 ล้านตันต่อปีนั้น มีช่องว่างที่ต่างกันอย่างมาก เนื่องจาก ประเทศไทยยังมีกำแพงสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถเพิ่มปริมาณการบริจาคอาหารให้เติบโตได้มากนัก โดยเฉพาะกำแพงสำคัญเรื่องการแบกรับค่าใช้จ่ายของผู้บริจาคอาหาร เนื่องจาก กฎหมายประเทศไทย ยังตีความการบริจาคอาหารโดยเฉพาะในกลุ่มที่มี VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นการจำหน่าย ทำให้ผู้บริจาคต้องเสีย VAT สำหรับอาหารที่นำมาบริจาคเพิ่มเติม ​หรือกำหนดเพดานการบริจาคไว้ได้ที่ราว 2% ของกำไรสุทธิ ทำให้ปริมาณของที่บริจาคมีจำกัด และส่วนใหญ่กว่า 90% ของอาหารที่นำมาบริจาคจะเป็นกลุ่ม Non-VAT  เช่น อาหารสด หรือสินค้าการเกษตรต่างๆ ขณะที่ปริมาณอาหารรูปแบบอื่นๆ ทีมี่จำนวนมากกว่า แต่ไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้น ทำให้สุดท้ายผู้ประกอบการเลือกที่จะทำลายทิ้ง และต้องกลายเป็นขยะอาหารในหลุมฝังกลบในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43739 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Food-TVER1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เพื่อลดกำแพงเหล่านี้ ทาง สวทช. ได้เร่งผลักดัน​โดยทำหนังสือ ผ่านทางปลัดกระทรวง อว. เพื่อนำส่งมอบให้ทางปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณามาตรการผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการที่บริจาคอาหารให้มูลนิธิฯ หรือองค์กรที่ได้รับการยอมรับได้รับสิทธิการยกเว้น VAT หรือสิทธิประโยชน์ในการดำเนินการเทียบเท่ากับการทำลายอาหาร ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกัน เพื่อประเมินความรัดกุม และความโปร่งใสในการดำเนินการ  ซึ่งคาดว่าหากสามารถหาแนวทางการดำเนินการร่วมกันได้ น่าจะมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ หรืออาจจะเริ่มนำร่องในอาหารบางกลุ่ม เช่น กลุ่มอาหารสด เพื่อ​ศึกษาข้อมูลและแนวทางดำเนินการเพื่อเป็นต้นแบบก่อนจะสามารถขยายผลไปยังกลุ่มอาหารอื่นๆ เพิมเติมในอนาคต ประกอบกับการมีเครื่องมือที่ทาง สวทช. พัฒนาขึ้น เพื่อใช้ในโครงการ  Thailand&#8217;s Food Bank ที่สามารถบันทึกและตรวจสอบย้อนกลับเส้นทางของอาหารส่วนเกินต่างๆ  ได้ ก็สามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน&#8221;​ ดร.ปัทมาพร กล่าวทิ้งท้าย</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/tiis-mtec-nstda-food-surplus-credit/">สวทช. เตรียมแซนด์บ็อก &#8216;Food Surplus Credit&#8217; เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต พร้อมผนึกความร่วมมือระดับภูมิภาค ต่อยอดจาก T-VER สู่ ACI ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนระดับเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
