<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Food Waste &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/food-waste/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 May 2026 15:24:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Food Waste &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/bar-b-q-plaza-x-sos-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 15:24:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[จรูญโรจน์ เทพที]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกู้ชีพอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41942</guid>

					<description><![CDATA[<p>บาร์บีคิวพลาซ่า ในฐานะแบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 39 ปี เดินหน้าบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการกู้ชีพอาหาร (Food Rescue) ร่วมกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ SOS Thailand เพื่อนำวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพ และได้มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร นำไปสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง และผู้ที่ขาดแคลน โดยมี คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เป็นผู้ส่งมอบวัตถุดิบให้กับมูลนิธิฯ โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิดการใช้ทรัพยากรอาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการบริหารจัดอาหารส่วนเกินจากกระบวนการตัดแต่งเนื้อหมูเพื่อความสวยงาม ซึ่งยังคงมีคุณภาพ และสามารถรับประทานได้ ภายใต้การดำเนินงานของร้านบาร์บีคิวพลาซ่ากว่า 159 สาขา กว่า 400 กิโลกรัม ส่งต่อเพื่อนำไปประกอบอาหาร และกระจายสู่ชุมชนต่าง ๆ ที่มีความต้องการ เพื่อช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหาร ลดการสูญเสียอาหารโดยไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้แก่สังคม ปัจจุบัน โครงการกู้ชีพอาหาร (Food Rescue) ของบาร์บีคิวพลาซ่า สามารถกระจายอาหารไปยังชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง กว่า 5,703 มื้อ สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่า &#8216;อาหารที่ยังมีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่า&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/bar-b-q-plaza-x-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บาร์บีคิวพลาซ่า</strong> ในฐานะแบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 39 ปี เดินหน้าบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง ผ่าน<strong>โครงการ</strong><strong>กู้ชีพอาหาร </strong><strong>(</strong><strong>Food Rescue) </strong><strong>ร่วมกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ </strong><strong>SOS Thailand </strong>เพื่อนำวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพ และได้มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร นำไปสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง และผู้ที่ขาดแคลน</p>
<p><span id="more-41942"></span></p>
<p>โดยมี <strong>คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด </strong>เป็นผู้ส่งมอบวัตถุดิบให้กับมูลนิธิฯ</p>
<p>โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิดการใช้ทรัพยากรอาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการบริหารจัดอาหารส่วนเกินจากกระบวนการตัดแต่งเนื้อหมูเพื่อความสวยงาม ซึ่งยังคงมีคุณภาพ และสามารถรับประทานได้ ภายใต้การดำเนินงานของร้านบาร์บีคิวพลาซ่ากว่า 159 สาขา กว่า 400 กิโลกรัม ส่งต่อเพื่อนำไปประกอบอาหาร และกระจายสู่ชุมชนต่าง ๆ ที่มีความต้องการ เพื่อช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหาร ลดการสูญเสียอาหารโดยไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้แก่สังคม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41944 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/BBQ-SOS2.jpg" alt="" width="1200" height="871" /></p>
<p>ปัจจุบัน <strong>โครงการกู้ชีพอาหาร (Food Rescue)</strong> ของบาร์บีคิวพลาซ่า สามารถกระจายอาหารไปยังชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง กว่า 5,703 มื้อ สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่า <strong>&#8216;อาหารที่ยังมีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่า&#8217;</strong> แต่สามารถเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งมื้อสำคัญ ให้ผู้คนได้อิ่มท้อง และสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนได้อีกมากมาย</p>
<p>สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป บาร์บีคิวพลาซ่า มีแผนขยายการบริจาคอาหารส่วนเกินหน้าร้านไปยังสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสในการนำอาหารคุณภาพไปสร้างประโยชน์แก่สังคมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพราะสำหรับบาร์บีคิวพลาซ่า “ความอร่อย” อาจไม่ได้จบลงแค่บนโต๊ะอาหาร แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยดูแลทั้งผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/bar-b-q-plaza-x-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 May 2026 14:38:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[CIT]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Hero]]></category>
		<category><![CDATA[Food Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[VAT]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้นิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41550</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี) รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ดังนั้น หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้   ทั้งนี้ ประเทศไทยมี RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)</p>
<p><span id="more-41550"></span></p>
<p>รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ดังนั้น <em><strong>หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้  </strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยมี<strong> RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร</strong> (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน Food Rescue โดยเฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ที่ราว 1% หรือประมาณ 2,000 ตันต่อปีเท่านั้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA3.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>สวทช. เสนอมาตรการทางภาษีเพิ่มแนวร่วมบริจาคอาหาร </strong></p>
<p>นำมาสู่การศึกษาเพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย <em><strong>&#8216;การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน&#8217;</strong>  </em>ของ <strong>สวทช.</strong>  เพื่อสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายตามโรดแม็พการจัดการขยะอาหาร โดยเฉพาะการเพิ่มแนวร่วมจากภาคธุรกิจ ในการนำสินค้ากลุ่มอาหารที่ไม่ได้จำหน่ายแต่ยังสามารถรับประทานได้ เข้าสู่ระบบการบริจาคเพื่อลดปริมาณขยะอาหาร และสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกิน เพื่อลดขยะอาหารได้ตั้งแต่ต้นทางมากขึ้น <em><strong>โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการกอบกู้อาหารในประเทศไทยให้มากขึ้น 10 เท่า หรือจาก 2,000 ตันต่อปี เป็น 20,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 3,040 ล้านบาทต่อปี</strong></em></p>
<p>ข้อมูลจากการศึกษาของ สวทช. พบว่า <em><strong>ความสามารถในการกอบกู้อาหารประเทศไทยส่วนเกินของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 1%  หรือราว 2,000 ตันต่อปี</strong> </em>จากปริมาณอาหารส่วนเกินที่มีมากกว่า 4 ล้านตัน โดย<strong>อาหารที่กอบกู้มาได้ นำไปช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนอาหารให้ประชากรในประเทศไทย 8.4 ล้านมื้อ หรือคิดเป็นผลกระทบ​ทางเศรษฐกิจมูลค่า 294 ล้านบาทต่อปี</strong> (อาหาร 1 กิโลกรัม สามารถแจกจ่ายได้ประมาณ 4.2 มื้อ และอ้างอิงราคาอาหารจากร้านธงฟ้าที่ 35 บาทต่อมื้อ) <strong>พร้อมทั้งลดภาระในการบริหารจัดการขยะของประเทศลงได้ 4.95 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 5,060 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)ต่อปี ซึ่งสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ถึงกว่า 5.39 ล้านบาทต่อปี</strong> (อ้างอิงราคาตลาด T-VER กลุ่มป่า ระดับโครงการ P-REDD+ ณ เดือน ต.ค. 2568)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA-1.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><em><strong>และหากสามารถเพิ่มการกอบกู้อาหารได้มากขึ้น 10 เท่า เป็น 20,000 ตันต่อปี จะทำให้ช่วยลดความหิวโหยของประชากรได้ถึง 84 ล้านมื้อ เทียบเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่า 2,940 ล้านบาทต่อปี ลดภาระในการจัดการขยะ 49.5 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 50,600 ตัน CO2e ต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นพะยูง 2.34 -3.72 ล้านต้น และสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ราว 54 ล้านบาทต่อปี </strong></em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>อุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนที่แม้มีสินค้ากลุ่มอาหารที่ต้องการร่วมบริจาคเพื่อลดปริมาณ Food Waste แต่สุดท้าย​​ตัดสินใจเลือกที่จะไม่บริจาคอาหาร คือ</strong> <strong>&#8216;การติดเงื่อนไขทางภาษี&#8217;</strong> เนื่องจาก <em><strong>ข้อกฎหมายประเทศไทยในปัจจุบัน กำหนดให้การบริจาคอาหาร ยังจำเป็นต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายสินค้า รวมทั้งยังจัดอยู่ในกลุ่มสินค้ารายจ่ายต้องห้าม ที่กำหนดเพดานไว้ 2% ของกำไรสุทธิ เพื่อนำไปหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ​​ทำให้ไม่จูงใจภาคธุรกิจ และหลายบริษัทเลือกที่จะใช้วิธีการทำลายอาหารแทน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>เนื่องจาก ไม่มีทั้งภาระ​​ภาษีมูลค่า (VAT) พร้อมทั้งสามารถหักภาษีซื้อได้เต็มจำนวน ประกอบกับยังสามารถหักรายจ่ายจากกระบวนการในการทำลายสินค้า เช่น ต้นทุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทำลายสินค้า หรือค่าจ้างบุคลากรในการนำไปทำลาย ซึ่งช่วยลด​ภาระด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ให้แก่ภาคธุรกิจได้</p>
<p>ทำให้ในปัจจุบัน สินค้าอาหารราว 90% ​​ที่ภาคเอกชนนำมาบริจาคให้องค์กรต่างๆ มักจะอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไม่เสีย VAT  เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวสาร เบเกอรี่ หรือกลุ่มอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอายุการบริโภค (Shelf-life) ในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่สินค้าอาหารส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าระบบในการส่งต่อผ่านการบริจาคอาหาร ซึ่งสูญเสียทั้งโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งยังกระทบต่อปัญหาความหิวโหย ความมั่นคงทางอาหาร และปริมาณขยะอาหารที่เพิ่มจำนวนขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA4.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>สวทช. จึงได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากร เพื่อให้พิจารณาปรับปรุงระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน ให้กับหน่วยรับบริจาคอาหารภายใต้โครงการธนาคารอาหาร (Food Bank) หรือที่ได้รับการรับรอง ซึ่งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการประเภทต่างๆ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ เพื่อลดภาระให้​​ภาคธุรกิจที่ต้องการ​บริจาคอาหารสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเทียบเท่ากับการทำลายอาหาร เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการบริจาคอาหาร จากกลุ่มธุรกิจ​และประเภทของอาหารที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมทั้งมีปริมาณอาหารส่วนเกินเข้ามาในระบบ เพื่อนำไปส่งต่อประโยชน์แก่ผู้ที่มีความต้องการได้มากขึ้น รวมทั้งลดปัญหาทางทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในภาพรวมให้ลดลงได้</p>
<p>นอกจากเรื่องของมาตรการทางภาษีแล้ว การเพิ่มแรงจูงใจด้วยการขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต​ เนื่องจาก สามารถ​คำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลงจากปริมาณการบริจาคอาหาร และนำไปขอขึ้นทะเบียนจากทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก  เพื่อขอรับรองโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการทำให้ภาคธุรกิจหันมาบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>SOS Thailand เดินหน้าภารกิจกอบกู้อาหาร ตั้งเป้า 15 ล้านกิโลกรัม</strong></p>
<p><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) </strong>อีกหนึ่งแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทยมากว่า 10 ปี โดยมีฐานปฏิบัติงานอยู่ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และเชียงใหม่ โดยในปัจจุบันมีการดำเนินงานอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย</p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย SOS Thailand เปิดเผยว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา SOS Thailand สามารถช่วยกอบกู้อาหารได้มากกว่า 18 ล้านกิโลกรัม เพื่อนำไปส่งต่อเป็นมื้ออาหารได้รวมกว่า 76 ล้านมื้อ เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศได้มากกว่า 6,623 แห่ง โดยช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท​ ขณะที่อิมแพ็คที่สร้างได้จากการกอบกู้อาหาร ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอนลงได้กว่า 46,000 ตัน CO2e เทียบเท่าการปลูกต้นไม่เพื่อดูดซับคาร์บอนมากกว่า 7.63 แสนต้น ขณะที่การคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อยู่ที่ 23 เท่า (เมื่อเทียบการลงทุน1 บาท สร้างผลตอบแทนเทียบเท่า​​ 23 บาท)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Tawee.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับการขยายพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทย  SOS Thailand สามารถขยายพื้นที่ดำเนินงานได้รวม 19 จังหวัด ​แต่หากรวมเครือข่ายการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ผ่านโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank เท่ากับทำงานได้ครอบคลุมกว่า 50 จังหวัด หรือเข้าถึงพื้นที่ได้กว่า 65% ของประเทศ  ขณะที่จำนวนพันธมิตรในปัจจุบันมีอยู่ 5 กลุ่มสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มร้านอาหาร กลุ่มโรงแรม กลุ่มเกษตรกร กลุ่มตลาด และกลุ่มโรงงานผลิตอาหารต่างๆ  รวมกว่า 316 แบรนด์ จำนวนจุดเข้ารับอาหารเกือบ 2,300 จุด</p>
<p><em>&#8220;แนวทางการขยายจำนวนพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมการกอบกู้อาหารในปีนี้ มีทั้งการเพิ่มปริมาณอาหารจากจุดรับอาหารที่ดำเนินการอยู่แล้ว รวมทั้งการเพิ่มจุดรับอาหารใหม่ๆ จากแบรนด์เดิม รวมทั้งการหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อให้เข้าร่วมโครงการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนในการเข้าร่วมโครงการมีหลากหลาย ทั้งในแง่ของข้อกฏหมายทางภาษีซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้ภาคเอกชนตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ แม้จะทราบถึงประโยชน์ และต้องการมีส่วนร่วมในการลดขยะอาหาร ​ซึ่งทาง สวทช. ได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาเพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ ในด้านการบริหารจัดการ ซึ่งทาง SOS Thailand พยายามเข้าไปรับฟังและช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อสามารถขยายความร่วมมือกับพันธมิตรได้เพิ่มมากขึ้น และสามารถบรรลุเป้าหมายการเข้าไปกอบกู้อาหารส่วนเกินในปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านกิโลกรัม พร้อมระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานได้ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/sos-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ SOS Thailand มีบทบาทในการกอบกู้อาหาร ผ่าน 5 ภารกิจสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Food Rescue Program : ​</strong>การเข้าไปกอบกู้อาหารจากพันธมิตรด้วยรถตู้เย็น ที่ปัจจุบันมีรวม 15 คัน สำหรับปฏิบัติงานใน 4 จังหวัด​หลัก  ผ่าน Food Rescue Ambassador รวม 18 คน พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานผ่านเครือข่ายไปได้แล้ว 19 จังหวัด โดยภารกิจหลักในการเข้าไปรับอาหารส่วนเกินจากผู้บริจาค เพื่อนำไปส่งต่อ รวมทั้งการจัดทำรายงานสรุปให้ผู้บริจาคทราบถึงผลกระทบเชิงบวกที่สามารถสร้างได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Rescue Kitchen Program :</strong> กิจกรรมครัวรักษ์อาหาร ร่วมกับภาคเอกชน ในการทำกิจกรรมอาหารแจกจ่ายให้ชุมชนที่มีความต้องการ โดยใช้วัตถุดิบหลักมาจากอาหารที่กอบกู้ได้ และเป็นอีกหนึ่งโซลูชันการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับทางชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 101 ครั้ง</p>
<p><strong>&#8211; Healthy School Meal Program :</strong> เป็นการนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ทางโรงเรียนใน กทม. เพื่อดูแลโภชนการให้เด็กนักเรียน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นประโยชน์สำหรับการเรียนรู้และการเติบโต โดยได้ดำเนินการรวมแล้วใน 32 โรงเรียน และค่า BMI ของนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมดีขึ้นได้มากกว่า 82%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41560 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211;  Rescue Farm Program :</strong> การเข้าไปช่วยกลุ่มเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต จากฟาร์มที่มีผลผลิตจำนวนมาก และไม่ได้เก็บเกี่ยวหรือนำไปจำหน่าย ทาง SOS จะนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ พร้อมมีทีมอาสาเข้าไปเก็บเกี่ยวเพื่อนำผลผลิตมาส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ขณะที่เกษตรกรก็จะไม่ต้องเสียค่าจ้างเก็บเกี่ยว หรือปล่อยให้ผลผลิตเสียหายไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยปัจจุบันดำเนินการในหัวหิน และเชียงใหม่ และได้เข้าไปช่วยเก็บเกี่ยวแล้วมากกว่า 80 แห่ง</p>
<p><strong>&#8211; Thailand&#8217;s Food Bank Program :</strong> การขับเคลื่อน<strong> &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217;</strong> โดยความร่วมมือกับทาง สวทช. ในการพัฒนาโมเดลการกอบกู้อาหารให้สามารถกระจายการทำงานไปได้ท่ัวทั้งประเทศ ผ่านการมีเครือข่ายจิตอาสากระจายไปได้ทั่วประเทศ ภายใต้การขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง สวทช. ทั้งการเข้ามาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับเป็นข้อมูลกลางด้าน​การกอบกู้อาหารในระดับประเทศ รวมทั้งการทำงานร่วมกับนักวิจัยในหลากหลายสาขา เพื่อสร้าง Food Safety Guideline ในการเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสำหรับการบริจาค เพื่อการอบรมทั้งกลุ่มอาสาที่จะเข้ามาเป็น Food Hero (ผู้เข้ารับอาหารส่วนเกินเพื่อนำไปบริจาค) ​รวมทั้งกลุ่มผู้รับบริจาค ซึ่งโครงการนี้ มีความสำคัญในการช่วยเพิ่มตัวกลางในการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีอาสาร่วมโครงการแล้วกว่า 556 คน ขยายพื้นที่โครงการเพิ่มเติมได้อีกกว่า 16 จังหวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;จากการดำเนินงานมากว่า 10 ปี ของ SOS Thailand ทำให้ทราบว่า <strong>ปริมาณอาหารในประเทศไทย รวมทั้งทั่วโลก ไม่ได้ขาดแคลน ​แต่ละวันมีการผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับการบริโภคของผู้คนได้ทุกคน เพียงแต่ยังขาดตัวกลางในการนำอาหารจากผู้ผลิตไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ซึ่ง SOS Thailand พยายามเพิ่มเครือข่ายและรูปแบบในการทำงานกับทุกภาคส่วน  เพื่อเซ็ตอัพโมเดลการขับเคลื่อนที่แข็งแรง เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการได้อย่างแพร่หลาย ทำให้เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหารให้กับทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง</strong> พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่เหลือทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งทุกคนสามารถ​มีส่วนร่วมการขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้เช่นกัน เพราะ <strong>นอกจาการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจในรูปแบบ BtoB แล้ว ยังสามารถ​รณรงค์การขับเคลื่อนแบบรายบุคคล หรือ CtoC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ได้มากยิ่งขึ้น เนื่อง​จากประเทศไทย มีวัฒนธรรมในการแชร์อาหารให้แก่กันมาช้านานแล้ว</strong>&#8220;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เตรียมผลักดัน &#8216;โครงการลดขยะอาหาร&#8217; ขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต ตามมาตรฐาน T-VER พร้อมชงภาครัฐดูแล​ VAT ​​​กลุ่มอาหารบริจาค เทียบเท่าการทำลายอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/central-group-sos-thailand-reduce-food-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Mar 2026 03:15:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[CPN]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[โก โฮลเซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40642</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหา ขยะอาหาร  (Food Waste)  เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหาร ข้อมูลจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยสูงถึง 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในอันดับ 77 ของโลก ในการสร้างขยะอาหาร ซึ่งขยะอาหารเหล่านี้เมื่อถูกฝังกลบจะเกิดกระบวนการย่อยสลายที่ปล่อย ก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม กลุ่มเซ็นทรัล และ  บริษัทในเครือ นำโดย บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย ท็อปส์ และโก โฮลเซลล์, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ  ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) องค์กรไม่แสวงหากำไร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/central-group-sos-thailand-reduce-food-waste/">เตรียมผลักดัน &#8216;โครงการลดขยะอาหาร&#8217; ขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต ตามมาตรฐาน T-VER พร้อมชงภาครัฐดูแล​ VAT ​​​กลุ่มอาหารบริจาค เทียบเท่าการทำลายอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหา <strong>ขยะอาหาร </strong> (Food Waste)  เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหาร</p>
<p><span id="more-40642"></span></p>
<p>ข้อมูลจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า<strong> คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยสูงถึง</strong><strong> 86 </strong><strong>กิโลกรัมต่อคนต่อปี และประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในอันดับ</strong><strong> 77 </strong><strong>ของโลก ในการสร้างขยะอาหาร </strong>ซึ่งขยะอาหารเหล่านี้เมื่อถูกฝังกลบจะเกิดกระบวนการย่อยสลายที่ปล่อย ก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/03.กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ-จัดกิจกรร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม <strong>กลุ่มเซ็นทรัล </strong>และ<strong>  บริษัทในเครือ</strong> นำโดย <strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย ท็อปส์ และโก โฮลเซลล์</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด </strong>ร่วมมือกับ <strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ  ซัสทีแนนซ์ (</strong><strong>SOS Thailand</strong><strong>) </strong>องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่มุ่งสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนและเท่าเทียม เดินหน้าขับเคลื่อนการส่งต่อ<strong> อาหารส่วนเกิน (</strong><strong>Surplus Food</strong><strong>) ที่ยังมีคุณภาพดี</strong> ให้กับชุมชนและกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดปริมาณขยะอาหาร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการเพื่อความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล <strong>&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;</strong> โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาขยะอาหาร ด้วยการ <strong>หมุนเวียนอาหารส่วนเกิน คุณภาพดี</strong> ส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนให้กับสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/กิจกรรมครัวรักษ์โลก-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัล ได้ร่วมมือกับเอสโอเอส มาเป็นเวลายาวนานกว่า 8 ปี ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อร่วมกันส่งมอบอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพไปยังชุมชนและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงโรงเรียนและองค์กรการกุศลต่างๆ โดยปัจจุบันสามารถส่งมอบอาหารแล้วรวมกว่า <strong>2</strong><strong>,</strong><strong>100 ตัน มากกว่า </strong><strong>8.7</strong><strong> ล้านมื้อ รวม 2</strong><strong>,</strong><strong>215 ชุมชน</strong> ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการป้องกันไม่ให้เกิดขยะอาหารเหลือทิ้งกว่า <strong>5</strong><strong>,</strong><strong>300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong></p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือครั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งลดปริมาณขยะอาหารให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากขยะอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง ขณะเดียวกันในกรณีที่ยังคงมีอาหารส่วนเกินเกิดขึ้นในแต่ละวัน กลุ่มเซ็นทรัลจึงร่วมมือกับเอสโอเอส เพื่อนำอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดีไปหมุนเวียนและส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการ เพื่อให้ทรัพยากรอาหารถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า”</em></p>
<p>ล่าสุด กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ เอสโอเอส ได้จัดกิจกรรม <strong>ครัวรักษ์โลก </strong>ด้วยการรวบรวมอาหารส่วนเกินคุณภาพดีจากภาคธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ <strong>ท็อปส์</strong><strong>, </strong><strong>โก โฮลเซลล์ </strong><strong>,</strong><strong>โรงแรมเซ็นทารา นำมาปรุงเป็นอาหารสุกใหม่ และขนมหวานจากมิสเตอร์โดนัท เพื่อมอบให้ชุมชนรอบวัดจันทร์ประดิษฐาราม</strong> <strong>จำนวน 6 ชุมชน มากกว่า 100 คน</strong> โดยมีคณะผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัลและธุรกิจในเครือ ร่วมด้วยพนักงานอาสา พร้อมใจกันปรุงเมนูอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อส่งมอบมื้ออร่อยอย่างอบอุ่น ณ โรงเรียนวัดจันทร์ประดิษฐาราม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/กิจกรรมครัวรักษ์โลก-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (</strong><strong>SOS Thailand) </strong>กล่าวว่า  เอสโอเอสมุ่งสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน เพื่อให้กลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงอาหารที่เพียงพอ ปลอดภัย และมีคุณภาพ โดยการกอบกู้อาหารส่วนเกินจากภาคธุรกิจ เพื่อนำไปส่งต่อให้กับชุมชนที่ต้องการในพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ ผ่านระบบการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ โดยยึดหลักความปลอดภัยทางอาหารเป็นสำคัญ</p>
<p>สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปีนี้ เพื่อสามารถกอบกู้อาหารได้เพิ่มมากขึ้น SOS Thailand เตรียมดำเนินการเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถได้รับประโยชน์จากการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มแหล่งต้นทางในการรับบริจาคอาหารจากกลุ่มที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น รวม​ทั้ง​ขยายการบริหารจัดการไปสู่ต้นทางได้มากขึ้น เพื่อไม่เพียง​ลดปริมาณ Food Waste แต่ยัง​ลดลด Food Loss ซึ่งเป็นการลดโอกาสที่จะเกิดปริมาณขยะอาหารตามมาในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/01.คุณพิชัย-จิราธิวัฒน์-และคุณทวี-อิ่มพูลทร.jpg" alt="" width="731" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;SOS Thailand อยู่ระหว่างการผลักดันเรื่องข้อกฏหมายในการบริจาคอาหาร ให้สามารถหัก​ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่รวมอยู่ใน​รายการสินค้า​อาหารที่นำมาบริจาคออกได้ เพื่อช่วยลดภาระให้ทางภาคเอกชน เนื่องจากปัจจุบันมีภาคเอกชนหลายราย​มีปัญหาเรื่องของการจ่ายภาษี  VAT ส่วนเกิน เพราะมีภาษีบางส่วนที่​รวมอยู่ในรายการอาหารที่นำมาบริจาคโดยไม่ได้ทำการจำหน่าย และกลายเป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดในการบริจาคที่ภาคเอกชนบางรายจะเลือกบริจาคเฉพาะรายการสินค้าที่ไม่ได้มีการรวม VAT ไว้เท่านั้น  SOS Thailand จึงต้องการผลักดันให้เกิดการปลดล็อกข้อกำหนดในเรื่องดังกล่าวนี้ เพื่อให้ดำเนินการเช่นเดียวกับมาตรการในการทำลายอาหารด้วยสารเคมี หรือการทำให้อาหารอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถรับประทานได้ แต่เปลี่ยนจากรูปแบบของการทำลายมาอยู่ในรูปแบบของการส่งต่ออาหาร ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่า&#8221;</em></p>
<p>นอกจากนี้ ยัง​ได้เตรียมทำงานร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) เพื่อ​รับรองให้โครงการบริจาคอาหารของภาคเอกชนสามารถนำไปคำนวณคาร์บอนคาร์เครดิตได้ และเป็นส่วนหนึ่งในมาตรฐาน T-VER หรือโครงการลดดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย โดยได้เพิ่มข้อมูล​การจัดทำรายงาน เพื่อเปรียบเทียบกับจำนวนต้นไม้ที่สามารถดูดซับคาร์บอนได้จากปริมาณการบริจาคอาหารของภาคเอกชนแต่ละราย จากเดิมที่​รายงานเพียงปริมาณอาหารที่บริจาคตามน้ำหนัก ​จำนวนมื้ออาหารที่ได้นำไปส่งต่อ รวมทั้งการคำนวณเป็นกิโลกรัมคาร์บอนที่ลดลงได้จากการลดปริมาณขยะอาหาร เพื่อสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐาน T-VER ได้ในอนาคต เป็นอีกโอกาสสร้างรายได้เพิ่มเติมให้ภาคเอกชน รวมทั้งการยกระดับสู่ T-VER Premium ในอนาคต เพื่อการรับรองได้ในระดับสากล​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40797 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/กิจกรรมครัวรักษ์โลก-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ได้ขยายโอกาสไปสู่การเพิ่มต้นทางในการส่งต่ออาหารได้มากขึ้น ทั้งจากพันธมิตรในกลุ่มโรงแรมจากในส่วนของห้องอาหารไปสู่ส่วน​ครัว เพื่อขยาย​การรับอาหารจากไลน์บุฟเฟต์ไปสู่ส่วนผสมที่เหลือจากการปรุงอาหาร  รวมทั้งจากกลุ่มผู้ประกอบการตลาด รวมทั้งพนักงานออฟฟิศในแต่ละองค์กรที่สามารถรวมกลุ่มและนำอาหารส่วนเกินจากครัวเรือนมาเข้าร่วมโครงการ</p>
<p>พร้อมทั้ง​ขยายการบริหารจัดการไปยังส่วนต้นน้ำมากขึ้น ด้วยการเพิ่มพันธมิตรในกลุ่มเกษตรกร เพื่อนำทีมอาสาสมัครไปช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อลดภาระค่าแรงงานในการเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งปัญหาสำคัญที่ทำให้เกษตรกรปล่อยทิ้งผลผลิตโดยไม่ทำการเก็บเกี่ยวและเกิดเป็นปัญหาขยะจากผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งยังสามารถเพิ่มการบริหารจัดการภายในห่วงโซ่อาหาร จากที่ดูแลเฉพาะ Food Waste ในส่วนปลายน้ำ มาสู่การจัดการ Food Loss ได้ตั้งแต่ต้นทางอีกด้วย​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40798 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/04.คณะผู้บริหารพร้อมเสิร์ฟอาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​<em>&#8220;ความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัล สะท้อน​ให้เห็นความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญ​กับการลดขยะอาหาร ผ่านความร่วมมือในฐานะ​​พันธมิตรสำคัญกับทาง SOS Thailand มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศไทยและช่วยลดการสูญเสียอาหารในภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<p><strong><em>กลุ่มเซ็นทรัล และ SOS Thailand ยังคงเดินหน้าร่วมภารกิจในการลดขยะอาหารอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อว่าการลดขยะอาหารไม่ใช่หน้าที่ของใครคนหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถร่วมกันทำได้ง่ายๆ ตั้งแต่ต้นทาง เพียงรับประทานอาหารให้หมดจาน หรือไม่บริโภคอาหารเกินความจำเป็น  ซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัวและ​ทุกคน​สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดขยะอาหารได้อย่างยั่งยืน </em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/central-group-sos-thailand-reduce-food-waste/">เตรียมผลักดัน &#8216;โครงการลดขยะอาหาร&#8217; ขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต ตามมาตรฐาน T-VER พร้อมชงภาครัฐดูแล​ VAT ​​​กลุ่มอาหารบริจาค เทียบเท่าการทำลายอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 22:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[chinese new year]]></category>
		<category><![CDATA[Every Day DISCOVERY]]></category>
		<category><![CDATA[Food Discovery & Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Grocery]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[My Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[The Great Chinese New Year 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ของไหว้ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลตรุษจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39996</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217; หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับ &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​ ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น &#8216;วันเที่ยว&#8217; โดยมี &#8216;วันจ่าย&#8217; 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;วันไหว้&#8217; 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก  อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ &#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217; ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้  ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217;</strong> หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><span id="more-39996"></span></p>
<p>สำหรับ<strong> &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​</strong> ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น <strong>&#8216;วันเที่ยว&#8217;</strong> โดยมี &#8216;<strong>วันจ่าย&#8217;</strong> 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;<strong>วันไหว้&#8217;</strong> 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต</p>
<p><strong>เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก </strong></p>
<p>อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ <strong>&#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217;</strong> ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้<em><strong>ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้ </strong></em></p>
<p>ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;<strong>แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์&#8217;</strong> ผ่าน​ช่องทาง<strong> LINE TOPS Thailand</strong> และ <strong>Personal Shopper</strong> และสะท้อนถึงพฤติกรรมลูกค้าที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความใส่ใจต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ทำให้​กลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Consumption&#8217;</strong> ที่​มีสัดส่วนถึง 63% ตั้งใจ​​​เฉลิมฉลองแบบรักษ์โลก ด้วยการบริหารจัดการปริมาณของไหว้ในปีนี้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหา Food Waste</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/15_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่ม Conscious Consumption จะเน้น​การ​เฉลิมฉลองอย่างมีสติและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ถือ​เป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในกลุ่มคนเมือง ​รวมทั้ง​ยังพบ <em><strong>ผู้บริโภค 18% ที่กังวลในเรื่องของอาหารเหลือจนสร้าง Food Waste ในช่วงตรุษจีน</strong></em> และอีกกว่า<em><strong> 15% ที่มองหาชุดของไหว้ที่ช่วยลดพลาสติก</strong></em> ซึ่งผลสำรวจที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นการเติบโตของเทรนด์ Sustainability หรือความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ผลสำรวจที่เกิดขึ้น​ นำมาสู่การถอดรหัสเพื่อทำความเข้าใจอินไซต์​ลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการบริโภคอย่างมีจิตสำนึก​ตามวิถี <strong>&#8216;กินเพื่ออยู่</strong>&#8216; (Eat to Live) ที่เน้นความพอดี พอประมาณ และไม่เหลือทิ้งขว้าง (Zero Waste) เพื่อมีส่วนช่วยรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเริ่มต้นได้ตั้งแต่การวางแผนซื้อวัตถุดิบ หรือสั่งอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยลดปริมาณ Food Waste ได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ท็อปส์ ต่อยอด​ &#8216;ชุดของไหว้&#8217; แบบพอดี &#8216;คุ้มค่า คุ้มราคา แต่ความหมายครบ&#8217;</strong></p>
<p>หลังถอดรหัสความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มสำคัญ​ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่าง <strong>Conscious Consumption </strong>ได้แล้ว <strong>​&#8217;ท็อปส์&#8217;</strong> ได้ต่อยอด​อินไซต์ดังกล่าว มาสู่การจัดแคมเปญเทศกาลตรุษจีน &#8216;<strong>The Great Chinese New Year 2026&#8242; </strong>ให้​ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​แนวคิดการจัด <strong>ชุดของไหว้แบบ &#8216;พอดี&#8217;</strong> เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อเพื่อนำไปใช้ในการไหว้ได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบและขนาดของครอบครัวตัวเอง โดยแบ่งเป็น 3 ขนาด ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดเล็ก (</strong><strong>Minimal) </strong><strong>สำหรับมือใหม่ – ไหว้ให้ถูกหลัก ตั้งต้นมงคล </strong>แบบเบสิค ขนาดเล็ก แต่ของครบ ราคาประหยัด : My Choice ชุดซาแซอุดมสมบูรณ์ M, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคล ชุดสุดคุ้ม, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะ และ ชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/12_ชุดไหว้ขนาดกลาง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดกลาง</strong><strong> – </strong><strong>พอดีครบ เสริมสมดุลทุกพลังมงคล </strong>: My Choice ชุดซาแซเสริมสุข, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคลประหยัด, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะใหญ่ และชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดใหญ่ &#8211;</strong> <strong>สำหรับครอบครัวใหญ่ :</strong> My Choice ชุดโหงวแซรับความมั่งคั่ง, Set Lucky Premium Fruit Gift, ชุดโหงวแซซีฟู้ด, ชุดไหว้เทพเจ้าพิเศษ (ไฉ่ซิงเอี้ยะ) และ ชุดไหว้บรรพบุรุษใหญ่พิเศษ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังจัดตัวเลือกของไหว้เพิ่มเติมสำหรับลูกค้า ทั้งของคาว–หวาน กระดาษเงินกระดาษทอง และของประดับมงคลเพื่อช่วยให้การจัดโต๊ะไหว้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ My Choice ชุดหัวหมูครบเซต, ชุดไหว้เจ้าที่ , My Choice ขนมไหว้ และ My Choice พุ่มซิ่วท้อไส้ถั่วแดง พร้อมของประดับมงคลต่างๆ เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อของไหว้ได้อย่างครบถ้วนและสะดวกได้ภายในจุดเดียว รวมท้ังสามารถเลือกซื้อให้ตอบโจทย์รูปแบบ​การไหว้ของตัวเองได้อย่างเหมาะสมและพอดีภายในครอบครัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดของเหลือจน​กลายเป็นสร้างภาระให้สิ่งแวดล้อมตามมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/18_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แนะ 4 แนวทาง จัดการ &#8216;อาหาร​ส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; </strong></p>
<p>​​ ไม่เพียงให้ความสำคัญในการออกแบบชุดของไหว้ตั้งแต่ต้นทางอย่างพอดีเท่านั้น แต่ท็อปส์ยังได้นำเสนอแนวทางเพื่อช่วยบริหาร​​จัดการ ​&#8217;อาหารส่วนเกิน&#8217; ได้อย่างยั่งยืน เพื่อรองรับในกรณียังคงมีอาหารที่เหลือจากการบริโภคในช่วงเทศกาลอยู่  เพื่อสามารถสร้างให้เกิดคุณค่าเพิ่ม รวมทั้ง​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร สาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งนำไปสู่ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ <strong>Eat – Share – Feed </strong>และ<strong> Return to Earth​ </strong>โดยแต่ละแนวทางสามารถปฏิบัติได้จริงและไม่ยุ่งยาก  ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Eat : กินให้หมดอย่างมีแผน</strong></p>
<p><strong>ความยั่งยืนที่ดีที่สุด คือ การไม่สร้างของเสียตั้งแต่ต้น</strong> ดังน้ัน ​​อาหารจากการไหว้ที่ยังอยู่ในสภาพดีควรถูกนำกลับมาใช้เพื่อการบริโภคได้ใหม่ ทั้งการแปรรูปหลากหลายเมนู รวมทั้งการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุ และนำกลับมาเป็นวัตถุดิบเพื่อทำเป็นเมนูต่างๆ ได้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดปริมาณ Food Waste ได้จริง ซึ่งการ<strong> &#8216;กินให้หมด&#8217;</strong> ในที่นี้ไม่ใช่การฝืนกิน แต่เป็นการออกแบบเพื่อนำอาหารจากเทศกาลไปทำเป็นอาหารมื้อใหม่ในชีวิตประจำวันได้อีกครั้งอย่างมีคุณภาพและสมดุล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/7X0A4307.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. Share : แบ่งปันเพื่อขยายคุณค่า</strong></p>
<p>เมื่อมีปริมาณอาหารมากเกินความต้องการ <strong>&#8216;การแบ่งปัน​&#8217;</strong> จะช่วย​ต่ออายุและสร้างคุณค่าเพิ่มให้​ทรัพยากร การส่งต่ออาหารที่ยังรับประทานได้อย่างปลอดภัย​ให้แก่เพื่อนบ้าน ชุมชน หรือองค์กรเพื่อสังคม จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่สร้างสรรค์ เพราะไม่เพียงช่วยลดโอกาสและปริมาณการเกิดของเสีย แต่ยัง <em><strong>เพิ่มการมีส่วนร่วมและส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาลจากแค่ภายในครอบครัว ไปสู่การสร้างความเอื้อเฟื้อระหว่างกันภายในชุมชน</strong> </em>เพิ่มผลกระทบเชิงบวกไปสู่สังคมวงกว้าง ​สร้าง Social Impact ที่จับต้องได้มากกว่าการบริจาคเชิงสัญลักษณ์</p>
<p><strong>3. Feed :  เลี้ยงสิ่งมีชีวิตอื่น​ในระบบนิเวศ </strong></p>
<p>สำหรับอาหารที่เหลือช่วงเทศกาล แต่​​​อาจจะไม่เหมาะสำหรับการนำไปบริโภคต่อแล้ว สามารถนำไปเป็นทรัพยากรอาหารเพื่อเลี้ยง​สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศได้ต่อ เช่น การนำเศษอาหารไปเป็นอาหารสัตว์ สำหรับฟาร์มต่างๆ ที่อยู่ภายใน​ชุมชน หรือส่งต่อให้ระบบที่ได้รับการจัดการอย่างถูกลักษณะ เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์ เพราะ <strong>ถึงแม้จะเป็นเศษอาหารแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดคุณค่า</strong> สามารถเปลี่ยนบทบาทจากการหล่อเลี้ยงผู้คน ไปสู่การเลี้ยงชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ภายในระบบนิเวศเดียวกันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. Return to Earth : คืนสู่ธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ</strong></p>
<p>สำหรับเศษอาหารที่จำเป็นต้องทิ้งจริงๆ เช่น เศษผัก ผลไม้ หรือเปลือกของผัก​​ผลไม้ รวมทั้งเศษอาหารที่ไม่สามารถนำ​ไปใช้  (Reuse) ต่อได้  ก็ยังมีแนวทางเพื่อส่งกลับสู่ธรรมชาติอย่างถูกวิธี ด้วยการนำไป <strong>เข้าสู่กระบวนการเพื่อทำเป็นปุ๋ยหมัก หรือฝังกลบขยะอินทรีย์ในดินอย่างถูกวิธีและเหมาะสม</strong> เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหาร ซึ่งการแยกจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง คือ จุดเล็กๆ ที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8216;ซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217; ​ลดขยะ &#8211; ความเหลื่อมล้ำทางอาหาร </strong></p>
<p>ท็อปส์ มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน <strong>&#8216;Zero Food Waste to Landfill&#8217;</strong> โดยไม่ได้มองเพียงการจัดการเริ่มต้นจากปลายทางของ <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> แต่เห็นได้ว่าได้ให้ความสำคัญมาต้ังแต่ <strong>&#8216;ต้นน้ำ&#8217;</strong> ของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ผ่านการ​บริหารจัดการสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การคัดเลือก การจัดเก็บ การควบคุมอายุสินค้า ไปจนถึงการบริการจัดการที่หน้าร้าน เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด ก่อนจะกลายเป็นอาหารส่วนเกินเสียด้วยซ้ำ</p>
<p>และเมื่อผ่านการบริหารจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังคงมีอาหารที่มีคุณภาพเหลืออยู่ ท็อปส์จึงเดินหน้าส่งต่อ ตามแนวทาง <strong>&#8216;จากซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217;</strong> ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิ <strong>Scholars of Sustenance Thailand (SOS Thailand)</strong> ภายใต้กิจกรรม <strong>‘Food for Good Deed’ (อาหารปันสุข)</strong> รวมถึงการทำงานร่วมกับเกษตรกรและพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อกระจายอาหารส่วนเกินและวัตถุดิบที่ยังใช้ประโยชน์ได้ ไปยังกลุ่มชุมชนที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2O4A9798.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ อาหารที่ส่งต่อจะผ่านกระบวนการจัดการที่สะอาด ปลอดภัย และคงคุณค่าทางโภชนาการ ก่อนแปรรูปหรือกระจายสู่ผู้บริโภคในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งตลอดความร่วมมือกับทาง SOS Thailand  (ข้อมูลสะสม ณ ธันวาคม 2568)  ได้มีการส่งต่อมื้ออาหารรวมแล้วมากกว่า 8.6 ล้านมื้ออาหาร คิดเป็นปริมาณอาหารที่ช่วยลดการเกิด Food Waste ​ลงได้กว่า 2,039,934 กิโลกรัม ซึ่งช่วยลดการปล่อย​ก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 5,161 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ครอบคลุม 109 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p>โครงการนี้สะท้อนบทบาทของท็อปส์ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกที่มุ่งลดปัญหา Food Waste ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำทางอาหาร (Food Inequality) อย่างเป็นรูปธรรม เพราะอาหารที่มีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่าและซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการซื้อขายแต่สามารถเป็น <strong>&#8216;จุดเชื่อมต่อ&#8217;</strong> ที่เปลี่ยนทรัพยากรส่วนเกิน ให้กลายเป็นคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40004 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากการสร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โครงการยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชน (Employee–Community Engagement) จากส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม ภายใต้กลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จากพลังของการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตามแนวคิด ‘<strong>Small Acts Together</strong>’ และปรัชญา <strong>CRC Care</strong> ของเซ็นทรัล รีเทล</p>
<p><strong>ตอกย้ำผู้นำ Food Discovery &amp; Destination </strong></p>
<p>การออกแบบชุดของไหว้ในปีนี้ของท็อปส์ นอกจากสะท้อนความเข้าใจกลุ่ม <strong>Conscious Consumption</strong> ได้อย่างถ่องแท้แล้ว ในขณะเดียวกัน​ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะ<strong> Food Discovery &amp; Destination</strong> ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มได้แบบครบ จบในที่เดียว</p>
<p>เพราะไม่เพียง​การเป็นผู้นำการเฉลิมฉลอง​เทศกาลตรุษจีน 2569 แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น​กลุ่ม <strong>Smart Planner</strong> ที่ยังกังวลเรื่องของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ​ทำให้ต้องวางแผนการซื้ออย่าง &#8216;<strong>ฉลาดเลือก</strong>&#8216;​ เน้นซื้อของมีคุณภาพ แต่ก็ยังต้องการโปรโมชันที่ช่วยเพิ่ม​ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายได้มากขึ้น</p>
<p>​รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง <strong>GenX , GenY</strong> ที่เริ่มก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักของครอบครัวในการจัดการเรื่องของไหว้ ซึ่งจัดเป็นผู้บริโภคสายโมเดิร์น ที่แม้จะให้ความสำคัญกับการสืบทอดประเพณีแต่ก็ยังต้องการความสะดวกสบาย ​ไปที่เดียวสามารถซื้อของได้ครบถ้วนแบบ One-stop Service และด้วยความที่เป็น​​คนรุ่นใหม่ ทำให้มี Painpoint เรื่องความกลัวในการจัดของไหว้ที่ผิดไปจากประพณีหรือความเชื่อ จึงต้องการตัวช่วยจาก​ชุดของไหว้ที่จัดมาแบบสำเร็จรูปและถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ท็อปส์ได้ถอดรหัสเพื่อ​นำเสนอให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/19_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมทั้ง​เพิ่มความเป็นสิริมงคลมากขึ้น ด้วยการมีที่ปรึกษาอย่าง <strong>&#8216;หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา&#8217; </strong>เพื่อให้ของไหว้ทุกชุดไม่ว่าจะเป็นชุดเล็ก กลาง หรือใหญ่ แต่มาพร้อม <strong>4 พลังแห่งความเป็นมงคล</strong> ทั้งพลังแห่งโชคลาภ <strong>(Luck)</strong> พลังแห่งสุขภาพที่ดี <strong>(Health)</strong> พลังแห่งความมั่งคั่ง <strong>(Wealth)</strong> และพลังแห่งความรัก <strong>(Love) </strong> อีกด้วย</p>
<p>​สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมความเฮง ต้อนรับปีใหม่จีน ท็อปส์ยังมีโปรโมชันสุดคุ้มมาฝากกับ<strong> &#8216;ท็อปส์แจก 3 เฮง รับตรุษจีน&#8217;</strong> เพื่อช่วยผู้บริโภควางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าอีกด้วย</p>
<p><strong>เฮงที่ 1 :</strong> รับคูปองส่วนลด <strong>The Great Chinese New Year 2026</strong> ​สูงสุด 15% สำหรับสมาชิกเดอะวัน ที่​ซื้อสินค้าครบ​ 600 บาท ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์​ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์,  ซื้อสินค้าครบ 400 บาท ที่ท็อปส์ สาขาที่ร่วมรายการ, ท็อปส์แคร์​, เพ็ตแอนด์มี ที่เข้าร่วมรายการ รวมถึงร้านมัทสึคิโยะ และเมื่อซื้อสินค้าครบ 150 บาท ที่ท็อปส์ เดลี่ทุกสาขา โดยมีสิทธิ์ลุ้นได้ถึง 12 สิทธิ์ต่อหมายเลขสมาชิก ตลอดแคมเปญ</p>
<p><strong>เฮงที่ 2</strong> : แลกคะแนน The1 เท่ายอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p><strong>เฮงที่ 3 :</strong> รับหรือแลกคะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p>พิเศษ! สำหรับลูกค้า The1 ยังมี​โปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Super Burn ลด on-top ทั้งตะกร้า เพียงแลกคะแนน The 1 ตามยอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มทันที 20% โดยมียอดแลกขั้นต่ำ 800 คะแนนต่อใบเสร็จ ที่ท็อปส์ ทุกสาขา และ ท็อปส์ ออนไลน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/14_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พบแคมเปญ <strong>&#8216;The Great Chinese New Year 2026&#8217; </strong> ที่ท็อปส์คัดสรรสินค้าและโซลูชันสำหรับเทศกาลตรุษจีนมาอย่างครบถ้วน เพื่อรับทั้งความเฮงและ ความปัง ตลอดเทศกาลจนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์ และท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์</p>
<p>พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชันต่างๆ ได้ที่ https://www.tops.co.th/th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand หรือ LINE @TOPSThailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Yindii (ยินดี) ​เผยอิมแพ็ค 2025 ​ลดการสูญเสียอาหารมากกว่า 5 แสนมื้อ ​เดินหน้าเพิ่มเครือข่าย Food Hero ขยายแนวร่วมจัดการอาหารส่วนเกินต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/yindii-performance-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Dec 2025 12:23:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Yindii]]></category>
		<category><![CDATA[กอบกู้อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มหิมา ราชางกัม นาตาราจัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยินดี]]></category>
		<category><![CDATA[หลุยส์-อัลบาน บาตาร์ด-ดูเพร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39022</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางปัญหาขยะอาหารจากอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมดและเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน​ ควบคู่กับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำมาสู่การขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Yindii (ยินดี) เพื่อมุ่ง​การจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคเอเชีย Yindii ก่อตั้งขึ้นในปี 2563  โดย คุณหลุยส์-อัลบาน บาตาร์ด-ดูเพร และ คุณมหิมา ราชางกัม นาตาราจัน เพื่อเชื่อมโยงร้านอาหาร เบเกอรี ร้านค้า และโรงแรม กับผู้บริโภค ผ่านการจำหน่ายอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพแต่ขายไม่หมดในรูปแบบ &#8216;กล่องสุ่ม&#8217; หรือ &#8216;ถุงเซอร์ไพรส์&#8217;  (Surprise Bag) ด้วยราคาที่ลดลง 50–80% จากราคาปกติ แนวคิดดังกล่าวช่วยเปลี่ยนอาหารที่กำลังจะถูกทิ้งให้กลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบของมื้ออาหารในราคาลดพิเศษ พร้อมนำเสนอทางแก้ปัญหาที่เรียบง่าย สามารถขยายผลได้จริง และสร้างประโยชน์ร่วมกันให้กับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ Yindii  มีเป้าหมายเชื่อมโยง​กลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจ​​อาหาร​ ทั้งร้านอาหาร เบเกอรี ร้านค้า และโรงแรม ​เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค และสามารถนำอาหารที่จำหน่ายไม่หมดแต่​ยังมีคุณภาพดีเพื่อจำหน่ายต่อในรูปแบบ &#8216;กล่องสุ่ม&#8217; หรือ &#8216;ถุงเซอร์ไพรส์&#8217;  (Surprise Bag) ด้วยราคาที่ลดลง 50–80% จากราคาปกติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/yindii-performance-2025/">Yindii (ยินดี) ​เผยอิมแพ็ค 2025 ​ลดการสูญเสียอาหารมากกว่า 5 แสนมื้อ ​เดินหน้าเพิ่มเครือข่าย Food Hero ขยายแนวร่วมจัดการอาหารส่วนเกินต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางปัญหาขยะอาหารจากอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมดและเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน​ ควบคู่กับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำมาสู่การขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม<strong> Yindii (ยินดี)</strong> เพื่อมุ่ง​การจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคเอเชีย</p>
<p><span id="more-39022"></span></p>
<p>Yindii ก่อตั้งขึ้นในปี 2563  โดย<strong> คุณหลุยส์-อัลบาน บาตาร์ด-ดูเพร</strong> และ <strong>คุณมหิมา ราชางกัม นาตาราจัน</strong> เพื่อเชื่อมโยงร้านอาหาร เบเกอรี ร้านค้า และโรงแรม กับผู้บริโภค ผ่านการจำหน่ายอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพแต่ขายไม่หมดในรูปแบบ &#8216;<strong>กล่องสุ่ม&#8217; </strong>หรือ <strong>&#8216;ถุงเซอร์ไพรส์&#8217;  (Surprise Bag) </strong>ด้วยราคาที่ลดลง 50–80% จากราคาปกติ</p>
<p>แนวคิดดังกล่าวช่วยเปลี่ยนอาหารที่กำลังจะถูกทิ้งให้กลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบของมื้ออาหารในราคาลดพิเศษ พร้อมนำเสนอทางแก้ปัญหาที่เรียบง่าย สามารถขยายผลได้จริง และสร้างประโยชน์ร่วมกันให้กับผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39027 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/IMG_0150-re.jpg" alt="" width="450" height="600" /></p>
<p>ทั้งนี้ Yindii  มีเป้าหมายเชื่อมโยง​กลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจ​​อาหาร​ ทั้งร้านอาหาร เบเกอรี ร้านค้า และโรงแรม ​เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค และสามารถนำอาหารที่จำหน่ายไม่หมดแต่​ยังมีคุณภาพดีเพื่อจำหน่ายต่อในรูปแบบ &#8216;<strong>กล่องสุ่ม&#8217; </strong>หรือ <strong>&#8216;ถุงเซอร์ไพรส์&#8217;  (Surprise Bag) </strong>ด้วยราคาที่ลดลง 50–80% จากราคาปกติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีช่องทางในการจำหน่ายอาหารที่เป็น Surplus Food ​ขณะที่ผู้บริโภคก็สามารถซื้ออาหารได้ในราคาที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยลดปริมาณขยะอาหารให้ลดน้อยลงได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อนในปี 2568 ​​​ชุมชนผู้ใช้งาน Yindii ทั่วภูมิภาคสามารถช่วยลดการสูญเสียอาหารได้มากกว่า 500,000 มื้อ หรือเฉลี่ยประมาณ 1 มื้อต่อนาที ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 1,375 ตัน</p>
<p>ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงดังกล่าวเทียบเท่ากับการขับรถยนต์ใช้น้ำมันเป็นระยะทางราว 11 ล้านกิโลเมตร หรือระยะทางรอบโลก 277 รอบรวมทั้งใกล้เคียงกับการปล่อยคาร์บอนจากการใช้น้ำมันเบนซินราว  580,000 ลิตร หรือการเดินทางด้วยเที่ยวบินโดยสารเที่ยวเดียวจากปารีสไปนิวยอร์กประมาณ 575 เที่ยว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39026 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/IMG_0149.jpeg" alt="" width="594" height="600" /></p>
<p><strong>คุณมหิมา ราชางกัม นาตาราจัน</strong> ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Yindii กล่าวว่า ​ทุกมื้ออาหารที่นำไปบริโภคต่อไม่ให้สูญเปล่า คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการทำให้อาหารที่มีคุณภาพดีสามารถเข้าถึงได้ด้วยราคาที่จับต้องได้สำหรับทุกคน Yindii กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความคุ้มค่าและความยั่งยืนสามารถเดินเคียงข้างกับความเท่าเทียมทางสังคมได้อย่างแท้จริง</p>
<p><em>&#8220;สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุด คือการได้เห็นครอบครัว นักศึกษา และพนักงานออฟฟิศ ค้นพบร้านโปรดในย่านของตนเอง พร้อมรับรู้ว่าการตัดสินใจบริโภคของพวกเขามีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ร้านค้าพันธมิตรทางธุรกิจ​ยังสามารถเปลี่ยนอาหารที่ขายไม่หมดในแต่ละวัน ที่เคยถูกจัดการด้วยการทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ให้กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ สร้างความผูกพันกับลูกค้า และเสริมขวัญกำลังใจให้กับทีมงาน ​ขณะที่แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มหลายพันรายได้นำอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมดมาสร้างมูลค่าเป็นรายได้กลับคืนอย่างมีความหมาย โดยสร้างรายได้หมุนเวี​ยนกลับคืนสู่ธุรกิจได้มากกว่า 78 ล้านบาท แทนที่จะสูญเปล่าไปกับการถูกทิ้ง​&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ ในปี ​​2568<em> <strong>Yindii ​จำหน่ายอาหารส่วนเกินได้มากกว่า 230,000 มื้อในกรุงเทพฯ บนแพลตฟอร์ม สร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งด้วยยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมากกว่า 100,000 ครั้ง และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่า 400 ราย</strong>  ​</em>ช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกันกว่า 4 ล้านบาท พร้อมช่วยลดอาหารที่ถูกทิ้งกว่า 20,000 กิโลกรัม ชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 50,000 กิโลกรัม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39038 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/IMG_0148.jpg" alt="" width="411" height="700" /></p>
<p>ขณะเดียวกันการนำแพลตฟอร์มไปใช้งานอย่างต่อเนื่องของพันธมิตรทางธุรกิจ ส่งผลให้สามารถลดปริมาณอาหารที่ถูกทิ้งได้ในระดับสูงตลอดทั้งปี โดยแบรนด์ชั้นนำอย่าง St. Regis, Landhaus และ Tiengna มีอัตราการทิ้งอาหารลดลงถึง 70–90%</p>
<p>สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย ​ยังถือเป็นตลาดแรกที่มีการขยายการดำเนินงานจากภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มไปสู่อุตสาหกรรมโรงแรม เพื่อจัดการอาหารที่ขายไม่หมดจากไลน์บุฟเฟต์ โดยมีโรงแรมชั้นนำเข้าร่วมมากกว่า 50 แห่ง อาทิ Conrad, The Athenee Hotel และ Centara Grand at CentralWorld ขณะเดียวกัน นวัตกรรม <strong>Fill &amp; Go</strong> เวอร์ชั่นทดลองที่ The Okura Prestige Bangkok ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้ออาหารได้ที่ร้าน เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ และช่วยตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะตลาดต้นแบบสำหรับการขยายบริการไปยังฮ่องกงและสิงคโปร์ในอนาคตอีกด้วย</p>
<p>แพลตฟอร์ม Yindii ตั้งเป้าการขับเคลื่อนในปี 2569 เพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายบริการไปยังเมืองใหม่ๆ รวมถึงประเทศเกาหลีใต้ พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในตลาดที่ดำเนินงานอยู่แล้วให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้อาหารเหล่านั้นถูกทิ้งเป็นขยะ และช่วยให้ภาคธุรกิจมองอาหารที่ขายไม่หมดเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่า แทนที่จะเป็นต้นทุนหรือความสูญเสีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39025 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/IMG_0154.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“พันธกิจของ Yindii ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการสร้างชุมชนที่ผู้คนมีส่วนร่วมในการลดการสูญเสียอาหารด้วยการสร้างคุณค่าและความสุขอีกครั้ง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้สร้างฐานชุมชนที่เข้มแข็งในประเทศไทย ฮ่องกง และสิงคโปร์แล้ว และ Yindii พร้อมเดินหน้าสร้างชุมชนฮีโรด้านอาหาร (Food Hero)ในเมืองใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในอนาคต”</em> คุณมหิมา กล่าว</p>
<p>ความสำเร็จของ Yindii ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงในภาคอาหารและผู้บริโภค แต่รวมถึงเวทีด้านความยั่งยืนและนโยบายสาธารณะ  โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Yindii ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล<strong> Spirit of Hong Kong Awards</strong> จากแนวทางเชิงนวัตกรรมในการจัดการอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมดและลดการเกิดอาหารเหลือทิ้งอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/YD-Pic4.jpg" alt="" width="480" height="600" /></p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงาน Impact Week ณ ONE ประเทศสิงคโปร์ Yindii ยังได้จัดงาน<strong> Yindii Eco-Brand Awards 2025</strong> เพื่อยกย่อง 25 แบรนด์ชั้นนำและพันธมิตรด้านสื่อที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลดปัญหาขยะอาหาร ภาคธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจาก<strong> คุณโพ ลี ซาน</strong> ประธานคณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐสภาสิงคโปร์ เป็นแขกกิตติมศักดิ์ ซึ่งได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาขยะอาหารของสิงคโปร์ที่มีมากถึง 800,000 ตันต่อปี พร้อมเน้นย้ำว่าการจัดการอาหารที่สูญเสียไม่เพียงเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อ ความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนของประเทศในระยะยาวอีกด้วย</p>
<p>นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2563 Yindii มีผู้ใช้งานที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดขยะอาหารหรือฮีโรด้านอาหารกว่า 700,000 ราย สามารถช่วยลดการสูญเสียอาหารได้มากกว่า 900,000 มื้อ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการฝั่งกลบไปแล้วกว่า 2,250 ตัน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่<a href="http://www.yindii.co" target="_blank" rel="noopener"> www.yindii.co</a> หรือทางช่องทาง Instagram, Facebook และ LinkedIn ของ Yindii</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/yindii-performance-2025/">Yindii (ยินดี) ​เผยอิมแพ็ค 2025 ​ลดการสูญเสียอาหารมากกว่า 5 แสนมื้อ ​เดินหน้าเพิ่มเครือข่าย Food Hero ขยายแนวร่วมจัดการอาหารส่วนเกินต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 08:33:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bakery]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Shop]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี ซินดิเคท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38902</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จับมือ มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand โดย คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และคุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ร่วมประกาศความสำเร็จผ่านการขยายโครงการ S&#38;P Food Rescue ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินสู่สังคม จาก 96 จุดขาย เพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวถึงโครงการ S&#38;P Food Rescue ว่า  ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัท  S&#38;P มุ่งสร้างสมดุลทั้งในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/">S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> นำโดย <strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ<strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จับมือ <strong>มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand</strong> โดย<strong> คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และ<strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย ร่วมประกาศความสำเร็จผ่านการขยายโครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong> ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินสู่สังคม จาก 96 จุดขาย เพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-38902"></span></p>
<p><strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวถึงโครงการ S&amp;P Food Rescue ว่า  ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัท  S&amp;P มุ่งสร้างสมดุลทั้งในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ซึ่งมีเป้าหมายคือ การลดเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตลงไม่น้อยกว่า 4.5% ของยอดขาย ภายในปี 2573 และการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตให้เกิดประโยชน์แก่สังคม 20% จากสัดส่วนเบเกอรี่ส่วนเกิน ในปี 2573</p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายดังกล่าวนับเป็นความท้าทายของบริษัทฯ แต่ S&amp;P  ได้รับความร่วมมือที่ดีในการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตจากพันธมิตร คือ <strong>มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand</strong> มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้โครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong>&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38905 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา บริษัทฯ ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกิน จากกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย จากร้านอาหาร S&amp;P และเบเกอรี่ช็อปจำนวน  96 จุดขาย จากใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กรุงเทพฯ จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้ส่งต่อแก่ชุมชนไปแล้ว 241,777 กิโลกรัม เทียบเท่าอาหาร 1 ล้านมื้อ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากขยะฝังกลบได้ถึง 601,541 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเบเกอรี่ส่วนเกินนี้สามารถนำไปสร้างประโยชน์​แก่สังคมให้ได้อิ่มท้องและช่วยลดค่าครองชีพ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน</p>
<p><em>&#8220;S&amp;P และ SOS Thailand ได้ขยายความร่วมมือในการจัดการเบเกอรี่ส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง โดยใน​เดือนธันวาคม 2568 นี้  S&amp;P ได้ขยายโครงการความร่วมมือเพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมทั้งสิ้น 205 จุดขายทั่วประเทศ ทั้งการขยายเพิ่มเติมในจังหวัดเดิมที่ดำเนินการแล้ว และขยายไปจังหวัดอื่นๆ  ได้แก่ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.ลำปาง จ.นครสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี และจ.ลำพูน เพื่อมุ่งหวังกระจายความช่วยเหลือไปยังชุมชนทั่วประเทศเพื่อผู้บริโภคได้รับประทานอาหารคุณภาพดี สร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารอย่างเท่าเทียม&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38907 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนพัฒนาร้าน S&amp;P สาขาโรงพยาบาลศิริราชเป็นร้านต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งต่อถึงผู้บริโภค โดยมุ่งมั่นลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งโครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong> นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>การขับเคลื่อนของ S&amp;P​ ตอกย้ำความ​มุ่งมั่นในการสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำใน​การเข้าถึงอาหารแก่คนในสังคมอย่างเท่าเทียม พร้อมมีส่วนร่วมลดปัญหาขยะอาหารที่สร้างผลกระทบต่อโลก เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38908 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/">S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ ล็อก แอนด์ ล็อก จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ” ส่งมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ปลูกฝังการลดใช้ขวดพลาสติกให้เยาวชน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/cpaxtra-join-locknlock-zero-waste-school/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 06:15:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AXTRA Green Together]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Cp for Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[LocknLock]]></category>
		<category><![CDATA[Makro X Lotuss]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[กนกวรรณ การุญ]]></category>
		<category><![CDATA[จอง วุง มูน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแอ็กซ์ตร้า เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ร บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า Axtra Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ล็อก แอนด์ ล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไร้ขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38772</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส  นำผู้บริหาร และพนักงาน  พร้อมด้วย คุณ จอง วุง มูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณกนกวรรณ การุญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต1 จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก” เพื่อสร้างนิสัยลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และปลูกฝังเยาวชนให้เห็นความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก LocknLock (Tumble Eco Friendly) ให้เด็กนักเรียนที่ โรงเรียนวัดบ้านพร้าวใน จังหวัดปทุมธานี สำหรับกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” ที่ครอบคลุมทั้ง Food Waste และ Plastic [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cpaxtra-join-locknlock-zero-waste-school/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ ล็อก แอนด์ ล็อก จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ” ส่งมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ปลูกฝังการลดใช้ขวดพลาสติกให้เยาวชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส<strong>  </strong>นำผู้บริหาร และพนักงาน  พร้อมด้วย <strong>คุณ จอง วุง มูน </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด และ <strong>คุณกนกวรรณ การุญ</strong> รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต1 จัดกิจกรรม “<strong>โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก</strong>”</p>
<p><span id="more-38772"></span></p>
<p>เพื่อสร้างนิสัยลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และปลูกฝังเยาวชนให้เห็นความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก LocknLock (Tumble Eco Friendly) ให้เด็กนักเรียนที่ โรงเรียนวัดบ้านพร้าวใน จังหวัดปทุมธานี</p>
<p>สำหรับกิจกรรม “<strong>โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก”</strong> เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste<strong>” </strong>ที่ครอบคลุมทั้ง Food Waste และ Plastic Waste ที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050 พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน และส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในพลังเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Axtra-Lock3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cpaxtra-join-locknlock-zero-waste-school/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ ล็อก แอนด์ ล็อก จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ” ส่งมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ปลูกฝังการลดใช้ขวดพลาสติกให้เยาวชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P รับมอบรางวัล &#8216;The Good Sustaining Partner Award&#8217; มุ่งมั่นขยายความร่วมมือส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง    </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/thesp-hits-good-sustaining-partner-award/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 11:01:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[SOS Thailand Awards 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[The Good Sustaining Partner Award]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[เบเกอรี่ส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37790</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร รับมอบรางวัล &#8220;The Good Sustaining Partner Award&#8221; จากคุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และ คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand เป็นผู้มอบรางวัล ภายในงาน “SOS Thailand Awards 2025” ณ SAMA Garden ไบเทค บางนา ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือในการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตของเอส แอนด์ พี ร่วมกับ มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/thesp-hits-good-sustaining-partner-award/">S&#038;P รับมอบรางวัล &#8216;The Good Sustaining Partner Award&#8217; มุ่งมั่นขยายความร่วมมือส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) </strong>นำโดย <strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร </strong>รับมอบรางวัล <strong>&#8220;</strong><strong>The Good Sustaining Partner Award&#8221;</strong> จากคุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และ คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand เป็นผู้มอบรางวัล ภายในงาน “<strong>SOS Thailand Awards 2025</strong>” ณ SAMA Garden ไบเทค บางนา<span id="more-37790"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/1447378.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือในการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตของเอส แอนด์ พี ร่วมกับ มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้ <strong>โครงการ </strong><strong>S&amp;P Food Rescue</strong> โดยบริษัทฯ ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตที่มีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย จากร้าน S&amp;P 87 จุดขายใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กรุงเทพฯ จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ <strong>โดยส่งต่อแก่ชุมชนไปแล้ว 229,675 กิโลกรัม เทียบเท่าอาหาร 965,059 มื้อ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากขยะฝังกลบได้ถึง 570,924 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37793 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/1447380.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนขยายโครงการความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง มุ่งหวังกระจายความช่วยเหลือไปยังชุมชนทั่วประเทศเพื่อผู้บริโภคได้รับประทานอาหารคุณภาพดี สร้างโอกาสในการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม อีกทั้งยังช่วยลดค่าครองชีพท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/1447373.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย สนับสนุนการเข้าถึงอาหารแก่คนในสังคมได้อย่างเท่าเทียม  </em><em>อีกทั้งเป็นการลดปัญหาขยะอาหารที่สร้างผลกระทบต่อโลก เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/thesp-hits-good-sustaining-partner-award/">S&#038;P รับมอบรางวัล &#8216;The Good Sustaining Partner Award&#8217; มุ่งมั่นขยายความร่วมมือส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์นวัตกรรมสีเขียว &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth&#8217; พลิกวิกฤตขยะ สู่การสร้างมูลค่าใหม่เพื่อความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-green-innovation-from-waste-to-wealth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 06:51:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[axtra zero waste]]></category>
		<category><![CDATA[Black Soldier Fly]]></category>
		<category><![CDATA[BSF]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[CP Innovation Expo 2025]]></category>
		<category><![CDATA[CP Innovation Exposition & Symposium 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[FROM WASTE TO WEALTH]]></category>
		<category><![CDATA[Green Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Makro X Lotuss]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เดชสิงห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36469</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยความเชื่อมั่นว่า​ ‘ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร’ ส่งผลให้ทุกการขับเคลื่อนของ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘แม็คโคร – โลตัส’  สะท้อนเด่นชัดถึงการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมองเห็นภาพของการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม จาก​การไม่หยุดนิ่งเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานในกระบวน​​การดำเนินงาน เพื่อสร้างสรรค์พร้อมนำเสนอสิ่งใหม่ให้ธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ด้านความยั่งยืน​​ได้ตามที่ตั้งใจไว้เท่านั้น แต่ยังช่วย​​สร้างให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในระบบนิเวศธุรกิจอย่างรอบด้านควบคู่ไปพร้อมกันด้วย เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนโครงการ ‘ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste’ ที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำ​นวัตกรรมสีเขียวมาใช้ในการจัดการขยะอาหาร เพื่อบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2572 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง ให้สามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ได้ทั้งต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นที่จะลดการสูญเสีย เพื่อให้ทุกกระบวนการสามารถกลับมาเป็นคุณค่าใหม่ได้ ผ่านการผสมผสาน​นวัตกรรมมาช่วยสร้างสรรค์สู่​โซลูชันที่ครอบคลุมการดำเนินงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตรในห่วงโซ่อย่างมีบูรณาการ &#8220;แนวทางขับเคลื่อนจะเริ่มต้นจากการมอบอาหารส่วนเกินในธุรกิจส่งต่อให้เกษตรกรเพื่อใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน Black Soldier Fly (BSF) ซึ่งหนอนแมลงโปรตีน BSF มีโปรตีนสูงถึง 50% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-green-innovation-from-waste-to-wealth/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์นวัตกรรมสีเขียว &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth&#8217; พลิกวิกฤตขยะ สู่การสร้างมูลค่าใหม่เพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ด้วยความเชื่อมั่นว่า​<strong> ‘ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร’ </strong>ส่งผลให้ทุกการขับเคลื่อนของ <strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘<strong>แม็คโคร – โลตัส’</strong>  สะท้อนเด่นชัดถึงการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศธุรกิจ</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-36469"></span></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมองเห็นภาพของการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม จาก​การไม่หยุดนิ่งเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานในกระบวน​​การดำเนินงาน เพื่อสร้างสรรค์พร้อมนำเสนอสิ่งใหม่ให้ธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ด้านความยั่งยืน​​ได้ตามที่ตั้งใจไว้เท่านั้น แต่ยังช่วย​​สร้างให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในระบบนิเวศธุรกิจอย่างรอบด้านควบคู่ไปพร้อมกันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36471 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re-West-to-Wealth4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">
<p>เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนโครงการ ‘<strong>ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste’ </strong>ที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำ​นวัตกรรมสีเขียวมาใช้ในการจัดการขยะอาหาร เพื่อบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2572 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง ให้สามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ได้ทั้งต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม</p>
</div>
<p><strong>คุณศิริพร เดชสิงห์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นที่จะลดการสูญเสีย เพื่อให้ทุกกระบวนการสามารถกลับมาเป็นคุณค่าใหม่ได้ ผ่านการผสมผสาน​นวัตกรรมมาช่วยสร้างสรรค์สู่​โซลูชันที่ครอบคลุมการดำเนินงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตรในห่วงโซ่อย่างมีบูรณาการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36473 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re-West-to-Wealth1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><br />
&#8220;แนวทางขับเคลื่อนจะเริ่มต้นจากการมอบอาหารส่วนเกินในธุรกิจส่งต่อให้เกษตรกรเพื่อใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน Black Soldier Fly (BSF) ซึ่งหนอนแมลงโปรตีน BSF มีโปรตีนสูงถึง 50% ​และมีกรดอะมีโนจำเป็นที่มีประโยชน์ต่อสัตว์ รวมถึงไขมันดี เช่น โอเมก้า 3, 6, 9  ทำให้เกษตรกรสามารถ​นำไปใช้เลี้ยงจิ้งหรีด ​ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน มูลจากแมลงโปรตีน BSF ยังถูกนำไปเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สำหรับปลูกผักออร์แกนิกอย่าง ผักเคล ซึ่งต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ‘แคบเคล’ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญ แมลงโปรตีน BSF ถือเป็นการจัดการขยะอาหารด้วยวิธีชีวภาพที่ดีที่สุด และเป็นการกำจัดอาหารได้เร็วกว่าการทำปุ๋ยถึง 45 เท่า แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงขยะให้เป็นประโยชน์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริง และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ข้อที่ 12 และการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36474 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re-West-to-Wealth3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><br />
นวัตกรรมดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยผสมผสานการขับเคลื่อนนวัตกรรมเข้ามาในกระบวนการทำงาน เพื่อให้​ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ร่วมกัน ทั้งผู้บริโภค เกษตรกร ชุมชน และสังคม นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการ &#8216;เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์&#8217; พร้อมต่อยอดนวัตกรรมสีเขียวมาช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันทั้งระบบนิเวศได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36472 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re-West-to-Wealth5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><br />
ผู้สนใจสามารถศึกษาโมเดลการต่อยอด &#8216;<strong>นวัตกรรมสีเขียว&#8217;</strong> เพื่อขับเคลื่อนโลกที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด<strong> &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth&#8217;</strong>  ได้ที่บูท CP AXTRA ภายในงาน <strong>CP Innovation Exposition &amp; Symposium 2025 </strong>ระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2568 ณ True Digital Park</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-green-innovation-from-waste-to-wealth/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์นวัตกรรมสีเขียว &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth&#8217; พลิกวิกฤตขยะ สู่การสร้างมูลค่าใหม่เพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำค้าปลีก &#8216;สู่ขยะเป็นศูนย์&#8217; ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; มุ่งสู่เป้าหมาย ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-axtra-zero-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2025 11:42:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[axtra zero waste]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Lotus's]]></category>
		<category><![CDATA[Makro]]></category>
		<category><![CDATA[TNN Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เดชสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร-โลตัส]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36159</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะตัวแทนธุรกิจค้าปลีก ซึ่งถือว่ามีบทบาท​สำคัญในการเชื่อมโยงให้เกิดความยั่งยืน ได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำ จากกลุ่มเกษตรกรและซัพพลายเออร์ มาจนถึงปลายน้ำในส่วนของผู้บริโภค ​ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก &#8216;แม็คโคร – โลตัส&#8217; จึงให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศ ตอกย้ำความมุ่งมั่น &#8216;ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร&#8217; ​ พร้อมขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; ผ่านความ​ร่วมมือกับพันธมิตร นำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง นำมาสร้างประโยชน์ ต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Food Waste to Landfill) ภายในปี 2573 ​ ผ่านการขับเคลื่อนใน 2 แนวทางสำคัญ &#8211;  กินได้ไม่ทิ้งกัน  : การบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ซึ่งยังเป็นอาหารที่มีคุณภาพดี ที่ยังไม่หมดอายุและยังสามารถรับประทานได้ เพื่อป้องกันและลดการ​​เกิด FoodWaste [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-axtra-zero-waste/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำค้าปลีก &#8216;สู่ขยะเป็นศูนย์&#8217; ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; มุ่งสู่เป้าหมาย ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>
<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">ในฐานะตัวแทนธุรกิจ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ค้าปลีก</span> ซึ่งถือว่ามีบทบาท​สำคัญในการเชื่อมโยงให้เกิด<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ต้นน้ำ</span> จากกลุ่มเกษตรกรและซัพพลายเออร์ มาจนถึงปลายน้ำในส่วนของผู้บริโภค ​</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-36159"></span></p>
<div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก &#8216;<strong>แม็คโคร – โลตัส&#8217;</strong> จึงให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศ ตอกย้ำความมุ่งมั่น<strong> &#8216;ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร&#8217; ​</strong></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">พร้อมขับเคลื่อนโครงการ &#8216;<strong>ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; </strong>ผ่านความ​ร่วมมือกับพันธมิตร นำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง นำมาสร้างประโยชน์ ต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36162 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/4.jpg" alt="" width="533" height="800" /></div>
<div></div>
<div>โดยตั้งเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (<strong>Zero Food Waste to Landfill</strong>) ภายในปี 2573 ​ ผ่านการขับเคลื่อนใน 2 แนวทางสำคัญ</div>
<div></div>
<div>&#8211;  <strong>กินได้ไม่ทิ้งกัน </strong> : การบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ซึ่งยังเป็นอาหารที่มีคุณภาพดี ที่ยังไม่หมดอายุและยังสามารถรับประทานได้ เพื่อป้องกันและลดการ​​เกิด FoodWaste ในที่สุด ผ่านการส่งต่อให้กลุ่มเปราะบางหรือผู้มีความต้องการ  ​เช่น ครอบครัวรายได้น้อยในชุมชน โดยร่วมมือผ่านโครงการ <strong>BKK FOOD BANK</strong>  ของ กทม. และ SOS รวมทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อสร้างให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) รวมทั้งส่งเสริมสังคมแห่งการแบ่งปันไปพร้อมกัน</div>
<div></div>
<div>&#8211; <strong>ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน : </strong> เน้นบริหารจัดการ​ขยะอาหาร (Food Waste) อย่างยั่งยืน ผ่านการนำ &#8216;นวัตกรรมสีเขียว&#8217; มาเปลี่ยนจากขยะอาหารให้เป็นประโยชน์ เพิ่มมูลค่า เช่น นำไป​​เลี้ยงแมลงโปรตีน BSF เพื่อช่วย​เกษตรกร ลดต้นทุนอาหารสัตว์ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างสินค้าใหม่ ช่วยเพิ่มรายได้​ และยังเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36163 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div>
<div>โดยตลอดปี 2568 คาดว่าโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; ​จะสามารถลดการทิ้งขยะลงสู่หลุมฝังกลบได้กว่า 15,000 ตัน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อชุมชนได้มากกว่า 76 ล้านบาท</div>
<div>นอกจากนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังเดินหน้าสานต่อโครงการ <strong>AXTRA Green Together </strong>เพื่อสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการอนุรักษ์พลังงาน การคัดแยกขยะ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยเน้นให้ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งในวิถีการทำงานของพนักงานทุกคน</div>
<div></div>
<div><strong>คุณศิริพร เดชสิงห์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถ่ายทอดวิสัยทัศน์บนเวที <strong>&#8216;<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">TNN Forum 2025</span> – TRANSFORMING THAILAND : ปรับโฉมไทย สู่อนาคตและความยั่งยืน&#8217;</strong> โดยกล่าวว่า ​การขับเคลื่อนสู่ &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน&#8217; ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่คือการลงมือทำจริงในทุกสาขาของแม็คโคร–โลตัส ภายใต้ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดยการนำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้งให้กลับมาสร้างคุณค่าแก่สังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่เป้าหมายขยะอาหารเป็นศูนย์ภายในปี 2573”</div>
</div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36164 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div><strong>ซีพี แอ็กซ์ตร้า </strong>เชื่อมั่นว่าเส้นทางสู่เป้าหมาย ขยะอาหารเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ผ่านโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืนอีกด้วย</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-axtra-zero-waste/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำค้าปลีก &#8216;สู่ขยะเป็นศูนย์&#8217; ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; มุ่งสู่เป้าหมาย ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
