<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>From Reports to REAL IMPACT &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/from-reports-to-real-impact/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 Jul 2025 12:01:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>From Reports to REAL IMPACT &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Best Practice : &#8216;เซ็นทรัล กรุ้ป &#038; ฟู้ดแพชชั่น&#8217;​ ชูโมเดลสร้าง​ Real Impact​ ธุรกิจต้องเติบโตด้วย Value และ Meaningful</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/panel-central-group-food-passion-esgniverse-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jul 2025 12:01:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Purpose]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[CG]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[ESGNIVERSE 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Food Passion]]></category>
		<category><![CDATA[From Reports to REAL IMPACT]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ชาตยา สุพรรณพงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนแม่ทา]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟู้ดแพชชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนฟู้ดแพชชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[อนาวิน ตั้งพงศ์ไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลทำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34806</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งไฮไลท์ในงานสัมมนา ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability : From Reports to REAL IMPACT ​ผ่านโชว์เคสของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเกิดผลกระทบเชิงบวกที่สามารถจับต้องได้จริง   Best Practice จาก 2 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ ที่มี​โมเดลขับเคลื่อน Positive Impact ​ผ่านการดำเนินธุรกิจ มาร่วม​แชร์องค์ความรู้  มุมมอง และวิธีการขับเคลื่อน​ เพื่อสามารถนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสมกับแต่ละองค์กร โดย คุณอนาวิน ตั้งพงศ์ไพบูลย์ ผู้บริหารสายงานกลยุทธ์และความยั่งยืน Central Group และ คุณชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Food Passion &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;  ขับเคลื่อนด้วย CSV คุณอนาวิน ตั้งพงศ์ไพบูลย์  ฉายภาพการขับเคลื่อนความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ประกอบด้วยธุรกิจหลากหลาย Business Model ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/panel-central-group-food-passion-esgniverse-2025/">Best Practice : &#8216;เซ็นทรัล กรุ้ป &#038; ฟู้ดแพชชั่น&#8217;​ ชูโมเดลสร้าง​ Real Impact​ ธุรกิจต้องเติบโตด้วย Value และ Meaningful</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกหนึ่งไฮไลท์ในงานสัมมนา <strong>ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability : From Reports to REAL IMPACT</strong> ​ผ่านโชว์เคสของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเกิดผลกระทบเชิงบวกที่สามารถจับต้องได้จริง <strong> </strong></p>
<p><span id="more-34806"></span></p>
<p>Best Practice จาก 2 องค์กรชั้นนำระดับประเทศ ที่มี​โมเดลขับเคลื่อน Positive Impact ​ผ่านการดำเนินธุรกิจ มาร่วม​แชร์องค์ความรู้  มุมมอง และวิธีการขับเคลื่อน​ เพื่อสามารถนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสมกับแต่ละองค์กร โดย <strong>คุณอนาวิน ตั้งพงศ์ไพบูลย์</strong> ผู้บริหารสายงานกลยุทธ์และความยั่งยืน Central Group และ <strong>คุณชาตยา สุพรรณพงศ์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Food Passion</p>
<p><strong>&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;  ขับเคลื่อนด้วย CSV</strong></p>
<p><strong>คุณอนาวิน ตั้งพงศ์ไพบูลย์  </strong>ฉายภาพการขับเคลื่อนความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ประกอบด้วยธุรกิจหลากหลาย Business Model ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า <strong>&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;</strong> เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นและเป้าหมายร่วมกัน ภายใต้แก่นในการขับเคลื่อนคือ <strong>การสร้างคุณค่าร่วมกัน</strong> หรือ <strong>Creating Shared Values (CSV)</strong>  โดยมีเป้าหมายในการตอบโจทย์ความต้องการทางสังคม ผ่านความเชี่ยวชาญหรือศักยภาพขององค์กร เพื่อสามารถสร้างให้เกิดคุณค่าได้อย่างสูงสุด พร้อมนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจให้แก่องค์กรเพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนคือความร่วมมือ เพื่อสร้าง  Meningful ภายใต้แนวทาง &#8216;<strong>ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ&#8217; </strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34808 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1581.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p>การขับเคลื่อนของกลุ่มเซ็นทรัล มีปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึง​ 6 มิติ ทั้งในมิติ​ Social ได้แก่<strong> Community</strong> (ชุมชน), <strong>Inclusive</strong> (ลดความเหลื่อมล้ำ)​ และ<strong> Talent</strong> (การดูแลพนักงาน) รวมทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม ซึ่งกลายมาเป็นโจทย์สำคัญของโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น <strong>Circularity</strong> (เศรษฐกิจหมุนเวียน), <strong>Climate</strong> (สภาพอากาศ) และ <strong>Nature</strong> (ธรรมชาติ) โดยบูรณาการให้แต่ละมิติผสานเป็นเนื้อเดียวไปกับการทำธุรกิจ และให้กลายเป็นสิ่งปกติที่พนักงานทุกคนในองค์กรจะสามารถขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนได้แบบเรียบง่ายได้ในทุกวัน ​โดยไม่สร้างภาระที่เพิ่มมากขึ้นให้กับองค์กร</p>
<p><em>&#8220;เซ็นทรัลทำ ขับเคลื่อนโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง ​ตาม Purpose ​ธุรกิจในการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต ผ่านเครือข่ายที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อเข้าใจความต้องการในแต่ละชุมชน รวมทั้งสามารถมีแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลลัพธ์ได้จริง&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34809 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1927.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ มีโครงการต้นแบบอย่าง <strong>&#8216;ชุมชนแม่ทา</strong>&#8216; ที่เริ่มขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2015 จากการโครงการปลูกผักออแกนิกส์ในพื้นที่ โดยทางกลุ่มเซ็นทรัล เข้าไปช่วยรองรับในเรื่องของตลาดผ่านแพลตฟอร์มจริงใจมาร์เก็ต ในท็อปส์ พร้อมทั้งช่วยการพัฒนาองค์ความรู้ในการปลูกผัก การสร้างเครือข่ายเกษตรกร พัฒนาซัพพลายเชนให้ตอบโจทย์ภาคธุรกิจมากขึ้น ทำให้ได้ทั้งผลผลิตที่มีคุณภาพ และเพิ่มศักยภาพทั้งผลผลิตและการจัดส่ง รวมทั้งสามารถขยายไปสู่พืชผักที่หลากหลายประเภทได้มากขึ้น ​พร้อมทั้งการพัฒนาต่อยอดไปสู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ขยายตลาดได้กว้างมากขึ้น​ ​รวมไปถึงการต่อยอดรายได้มากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์มาสู่การดึงคนเข้ามาดูงานในพื้นที่ผ่านการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้</p>
<p>ปัจจุบันชุมชนแม่ทา สามารถขยายผลมาสู่การสร้างธุรกิจท่องเที่ยวยั่งยืน เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้ามาสัมผัส <strong>&#8216;วิถีชีวิตชุมชนยั่งยืน&#8217;</strong>  ช่วย​​​เพิ่มอาชีพและรายได้ให้ผู้คนในชุมชนมากขึ้น ​จากเดิมที่อยู่ในภาคเกษตรจากผักออแกนิกส์ มาสู่ภาค​บริการ เช่น การทำโฮมสเตย์ การทำ​อาหาร และกิจกรรมภายในท้องถิ่น รวมทั้งการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ภายในชุมชน พร้อมขยายการดำเนินงานจากชุมชน ไปสู่วัดและโรงเรียน เพื่อกระจายการขับเคลื่อนสู่วงกว้างและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน​ได้เพิ่มมากขึ้น  สิ่งที่เกิดขึ้นจึง​ไม่เพียงช่วยให้เศรษฐกิจของชุมชนและพื้นที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับให้เศรษฐกิจของทั้งจังหวัดสามารถเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนได้ด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p><em>&#8220;<strong>การที่ภาคธุรกิจจะขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ต้องดูทั้ง Inside-Out และ Outside-In ต้องดูว่าธุรกิจของเราสามารถสร้างอิมแพ็คอะไรออกไปให้แก่สังคมหรือสิ่งแวดล้อมได้บ้าง รวมทั้งสามารถสร้างอะไรกลับมาสู่องค์กรได้บ้าง มีปัจจัยใดบ้างที่สามารถสร้างให้เกิด Value ร่วมกันได้ ซึ่งต้องเป็น Value ที่มีความหมาย (Meaningful)  มีความเชื่อมโยง​เกี่ยวข้อง​ (Relevant) หรือตอบโจทย์ความมุ่งหมาย ( Purpose) เพื่อช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรเดินหน้าได้อย่างยั่งยืนในที่สุด</strong>&#8220;​</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34810 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1985.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;​ศูนย์การเรียนฟู้ดแพชชั่น&#8217;  มุ่งสร้าง​ความเท่าเทียม</strong></p>
<p>ด้าน <strong>คุณชาตยา</strong> <strong>สุพรรณพงศ์</strong>  แห่ง Food Passion ​ที่ประสบความสำเร็จทั้งการสร้างแบรนด์ธุรกิจอาหารอย่าง ​บาร์บีคิวพลาซ่า ฌานา และเรดซัน รวมทั้งยังเป็นผู้นำในการปั้นมาสคอตเพื่อเชื่อมโยงแบรนด์และผู้บริโภคอย่าง <strong>&#8216;บาร์บีก้อน&#8217;</strong> ​จนเป็นอีกหนึ่งภาพจำของแบรนด์ได้สำเร็จ</p>
<p><strong>คุณชาตยา</strong> ​​กล่าวถึง Purpose ของฟู้ดแพชชั่น ที่มุ่งดูแลโลกและผู้คนในโลกใบนี้ให้มีความสุขอย่างยั่งยืน ผ่านอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการจัดการวงจรอย่างสมดุลด้วยการขับเคลื่อน Data และ Innovation  ขณะที่มิติการขับเคลื่อนธุรกิจ ​ต้องมีความ​สามารถในการสร้างกำไร เพื่อ​เติบโตอย่างยั่งยืน​​ตามหลักการ <strong>Tripple Bottom Line</strong> เพื่อสร้างความสมดุลทั้งการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลผู้คนในสังคม รวมทั้งสิ่งแวดล้อม​ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34811 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1954.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​โครงการของฟู้ดแพชชั่น ที่​สามารถสร้าง​ Real Impact คือ <strong>ศูนย์การเรียนฟู้ดแพชชั่น</strong> ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และถือเป็นสถานประกอบการรายเดียว ที่สามารถออกวุฒิการศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. ด้านธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจการตลาด ที่มีการรับรองอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา พร้อมช่วยพัฒนาทักษะด้านธุรกิจพร้อมเพิ่มวุฒิการศึกษาให้คนในองค์กร ขณะเดียวกันยังช่วยลดความเสี่ยงด้านทรัพยากรบุคคลขององค์กรในอนาคตได้ด้วย</p>
<p><em>&#8220;ในฐานะที่เราทำธุรกิจอาหาร  ต้องมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความต้องการกำลังคนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ประกอบกับพนักงานบางส่วน​มีความจำเป็นต้องทำงาน จึงขาดโอกาสทางการศึกษา ​บริษัทจึงมีโครงการทุนสานฝัน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้พนักงาน ก่อนจะขยายผลไปสู่กลุ่มผู้ขาดโอกาสในต่างจังหวัดเพื่อสมัครเรียนผ่านศูนย์การเรียนฟู้ดแพชชั่น ที่ช่วยแบ่งเบาทั้งภาระด้านการศึกษารวมทั้งมีรายได้จากการทำงานไปพร้อมกันได้ด้วย ขณะที่ธุรกิจก็สามารถเติมคนที่มีศักยภาพเข้ามาในธุรกิจ จากการมีศูนย์การเรียนที่ฝึกสกิลที่จำเป็นสำหรับภาคธุรกิจโดยเฉพาะ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34812 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1979.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบัน ศูนย์การเรียนฟู้ดแพชชั่น มีนักเรียนรวมเกือบ 1 พันคน ทั้งในระดับ ปวช. และ ปวส. ขณะเดียวกันยังมีโครงการส่งต่อไปสู่ระดับอุดมศึกษา ทำให้โครงการนี้ ​​มีส่วนช่วยรักษา Employee Engagement ที่ดีให้บริษัท โดยเฉพาะอัตราการลาออกที่อยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในธุรกิจอาหารที่ถือว่าสูงมากด้วยค่าเฉลี่ย 150% ต่อปี  ทำให้ธุรกิจมีความสามารถในการรักษา Talent  รวมทั้ง​​​รักษาความเชี่ยวชาญ และ​คุณภาพการให้บริการได้ตามมาตรฐานไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยทางโรงเรียนตั้งเป้าหมายพัฒนาคนผ่านโรงเรียนได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การบริหารและพัฒนาคนเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทรัพยากรและเวลาในการขับเคลื่อนค่อนข้างมาก รวมทั้งการเร่งสร้างความเชื่อมั่น ทั้งจากพันธมิตรในภาคการศึกษาด้านมาตรฐานการเรียนการสอน ไปจนถึงกลุ่มเด็กและผู้ปกครอง ที่จะไว้วางใจให้บริษัททำหน้าที่ดูแลบุตรหลานของตัวเอง แต่ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนเข้ามาในศูนย์การเรียนฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์กรสามารถผสมผสานบทบาททั้งการเป็นบริษัทที่้ต้องทำธุรกิจและโรงเรียนที่เข้ามาช่วยสร้างความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาในสังคม รวมทั้งสร้างวัฒนธรรม​ที่ผสมผสานทั้งความเป็นมืออาชีพและครอบครัวไว้ได้อย่างลงตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34813 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1834.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><em>&#8220;เรามีความเชื่อในการขับเคลื่อนความยั่งยืนระยะยาว ภายใต้แนวทาง Small But Meaningful ทำในสิ่งเล็กๆ แต่มีความหมาย เพราะการขับเคลื่อนธุรกิจมีหลายภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น การจะขับเคลื่อนความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องเริ่มจากเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้ หรือเริ่มต้นจากสิ่งที่ทุกคนต้องทำอยู่แล้ว เพื่อไม่เป็นการเข้าไปเพิ่มงานจนทำให้ไม่เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง เพราะความยั่งยืนในวันนี้ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอด เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ และต้องผสมผสานไปกับการทำธุรกิจได้ในทุกๆ วัน เพื่อลดการเผชิญความเสี่ยงต่างๆ ที่อยู่รอบด้าน ทั้งเรื่องสภาพอากาศ  หรือผลกระทบเชิงธุรกิจจากการตั้งเงื่อนไขต่างๆ ภายในตลาด ซึ่งหากไม่ปรับตัว ธุรกิจก็ไม่สามารถเติบโตต่อได้ในอนาคต&#8221;​​</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/panel-central-group-food-passion-esgniverse-2025/">Best Practice : &#8216;เซ็นทรัล กรุ้ป &#038; ฟู้ดแพชชั่น&#8217;​ ชูโมเดลสร้าง​ Real Impact​ ธุรกิจต้องเติบโตด้วย Value และ Meaningful</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัญญาณเตือน &#8216;สุขภาวะแรงงานไทย&#8217; 50% ป่วยกาย , 65% ป่วยใจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ต้องเร่งสร้าง Well-being ก่อนฉุดศักยภาพองค์ก​ร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/well-being-and-high-performance-for-workplace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Jul 2025 10:02:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CMMU]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[ESGNIVERSE 2025]]></category>
		<category><![CDATA[From Reports to REAL IMPACT]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic  Well-being]]></category>
		<category><![CDATA[Performance]]></category>
		<category><![CDATA[Productive & Aging Well Society]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Well-being]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Health]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[มหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.​ดร.สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาวะแรงงานไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34657</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งมิติของการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG  ที่โฟกัสในมุม Social หรือผลกระทบด้านสังคม จาก​เวทีสัมมนา ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability : From Reports to REAL IMPACT  ​ ผ่านการบรรยายหัวข้อ  &#8216;SUSTAINABLE WELL-BEING &#38; HIGH PERFORMANCE FOR WORKPLACE (or corporate) SUSTAINABILITY&#8217; โดย รศ.​ดร.สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว ผู้ช่วยคณบดีหน่วยธุรกิจและสังคมสัมพันธ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล  ที่มองว่า การส่งเสริมสุขภาวะที่ดี หรือ  Well-being ภายในองค์กร ไม่เพียงสามารถยกระดับ​ศักยภาพ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับแต่ละองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความแข็งแรงให้สังคม รวมท้ังช่วยยกระดับ Productivity ระดับชาติได้​ด้วย ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมองในมิติ Social ควบคู่ไปกับมิติทางเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของคน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกการพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/well-being-and-high-performance-for-workplace/">สัญญาณเตือน &#8216;สุขภาวะแรงงานไทย&#8217; 50% ป่วยกาย , 65% ป่วยใจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ต้องเร่งสร้าง Well-being ก่อนฉุดศักยภาพองค์ก​ร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกหนึ่งมิติของการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG  ที่โฟกัสในมุม Social หรือผลกระทบด้านสังคม จาก​เวทีสัมมนา<strong> ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability : From Reports to REAL IMPACT</strong>  ​</p>
<p><span id="more-34657"></span></p>
<p>ผ่านการบรรยายหัวข้อ  &#8216;<strong>SUSTAINABLE WELL-BEING &amp; HIGH PERFORMANCE FOR WORKPLACE (or corporate) SUSTAINABILITY&#8217; </strong>โดย <strong>รศ.​ดร.สุภรักษ์ สุริยันเกียรติแก้ว </strong>ผู้ช่วยคณบดีหน่วยธุรกิจและสังคมสัมพันธ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล  ที่มองว่า การส่งเสริมสุขภาวะที่ดี หรือ  <strong>Well-being</strong> ภายในองค์กร ไม่เพียงสามารถยกระดับ​ศักยภาพ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับแต่ละองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความแข็งแรงให้สังคม รวมท้ังช่วยยกระดับ Productivity ระดับชาติได้​ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34660 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1303.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมองในมิติ Social ควบคู่ไปกับมิติทางเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของคน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกการพัฒนา โดยเฉพาะโครงสร้างประชากรไทยที่เข้าสู่ Aging Society หรือสังคมสูงอายุ จากสัดส่วนประชากรที่​อายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไป เพิ่มเป็น 20% หรือราว 1 ใน 5  และจะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอนาคต​</p>
<p>ส่วน 71% หรือราว 40 ล้านคน ที่ยังอยู่ในวัยทำงาน จะเป็นกลุ่มหลักที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบ ขณะที่โครงสร้างแรงงานกำลังเปลี่ยน <strong>จากการเติบโตของ Aging Society ทำให้จำเป็นต้อง​สร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่การมีสังคมสูงวัยที่แข็งแรง เพื่อสามารถกลับเข้าสู่ระบบแรงงานได้อีกครั้ง  ผ่าน​การส่งเสริม​ Well-being</strong> ที่กำลังได้รับความสนใจในระดับโลก และจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างให้เกิดสุขภาวะที่ดีของคนไทย โดยเฉพาะในวัยแรงงานได้อย่างยั่งยืน <strong>เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นสังคมผู้สูงอายุ สู่การเป็นสังคมแห่ง</strong> <strong>Productive &amp; Aging Well Society </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34662 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1346.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ​​ข้อมูลวิจัยสุขภาพของคนไทย (Thai Health ) โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม (IPSR) มหาวิทยาลัยมหิดล พบข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับปัญหาด้าน​ Well-being ของประชากรไทยในวัยแรงงาน โดยพบว่ามากกว่า 50% หรือราว 20 ล้านคน มีปัญหาด้าน​การเจ็บป่วยในกลุ่มโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง​ เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ  หลอดเลือด หรือโรคอ้วน ขณะเดียวกัน ยังมีสัดส่วนมากถึง  65% ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาวะทางด้านจิตใจ (Mental Well-being)  โดยเฉพาะเรื่องของความเครียด ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือภาระทางครอบครัว</p>
<p><em>&#8220;ข้อมูลพบว่า <strong>50% ของแรงงานไทยมีปัญหา​ Physical Well-being หรือโรคทางกาย ขณะที่ 65% มีปัญหาทางใจ และเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลก สะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังมีการเจ็บป่วย มีสุขภาวะที่ไม่ดี และเมื่อ Workforce ไม่แข็งแรง ก็จะเพิ่มทั้งต้นทุนในการบริหารจัดการ รวม​ถึง​สูญเสียโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ​</strong> ขณะที่ในองค์การหากพนักงาน​เจ็บป่วย และต้อง​ขาด ลา มาสาย บ่อยๆ ก็กระทบต่อ Performance องค์กรเช่นเดียวกัน โดยพบว่าประเทศไทยมี Loss จากการเจ็บป่วย ขาด ลา ของพนักงานรวมทั้งปีราว 73 วัน ซึ่งยังไม่ร่วมวันหยุดประจำปี​  ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง  40% และยังส่งผลให้ Performance ในการทำงานลดลงถึง 22%  ขณะที่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอีกราว 2แสนบาทต่อคนต่อปี สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงผลลัพธ์และความสัมพันธ์ระหว่าง Well-being และ Performance ภายในองค์กรได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังกระทบให้มีต้นทุน​​การดำเนินงานที่เพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะพนักงาน หรือทรัพยากรบุคคลคือต้นทุนสำคัญที่สุดของทุกบริษัท&#8221;   </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34664 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1398.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระดับโลก และเติบโตเป็นอีกหนึ่ง Global Workplace Trend ในเรื่องของความต้องการสมดุลระหว่าง Well Being และ High Performance ขององค์กร ซึ่งสอดคล้องกับ UN SDG ข้อ 3 เรื่องของการส่งเสริมการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่​ดี ผ่านเทรนด์ <strong>Sustainable Well-being &amp; High Performance  </strong>โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มีภาวะทั้ง Burnout หรือ  Brownout  ไม่ว่าจะเป็นการหมดไฟในการทำงาน รู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยหน่ายต่อองค์กร จนมีอาการ Monday Morning Sickness หรือหดหู่ ซึมเศร้าไม่อยากไปทำงาน ทำให้ขาดการมีปฏิสัมพันธ์และอยากลาออกในที่สุด ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า​องค์กรจำเป็นเข้าไปดูแลการสร้างสมดุลในเรื่องของ Well-being ให้กับพนักงานอย่างเร่งด่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34666 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_1403.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แรงงานไทยครึ่งหนึ่ง หรือ 50% มองว่า ความสบายใจ หรือ Mental Well-being ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในระดับ 45% รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการทำงานส่งผลให้ศักยภาพทำงานลดลง 10-60% สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้องค์กรสูญเสียโอกาสด้านศักยภาพในการทำงาน  องค์กรจึงต้องหันมาให้ความสำคัญในการสร้าง<strong> Holistic Well-being</strong>ในที่ทำงาน เพื่อสร้างสมดุลทั้งการดูแลด้านร่างกาย จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญญาให้แก่พนักงาน รวมทั้งการสร้าง Ecosystem ให้เป็นระบบที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน หรือ Supportive Workplace Environment รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง รวมไปถึงการมีเครื่องมือภายในองค์กร เพื่อวัดระดับหรือสร้างให้เกิด Well -being เพื่อส่งเสริมการดูแลบุคลากรและช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน&#8221; </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/well-being-and-high-performance-for-workplace/">สัญญาณเตือน &#8216;สุขภาวะแรงงานไทย&#8217; 50% ป่วยกาย , 65% ป่วยใจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ต้องเร่งสร้าง Well-being ก่อนฉุดศักยภาพองค์ก​ร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jul 2025 10:42:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESGNIVERSE 2025]]></category>
		<category><![CDATA[From Reports to REAL IMPACT]]></category>
		<category><![CDATA[Human Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Real – World of Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Waht's Next]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34620</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเดิมเวทีงานสัมมนา ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability ภายใต้คอนเซปต์ &#8216;From Reports to REAL IMPACT&#8217; โดย Brand Buffet ร่วมกับ SD Thailand  ด้วยแนวคิดการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ จาก คุณอาร์ม &#8211;  ปิยะชาติ   อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด (BRANDi &#38; Companies)  โดยได้มาร่วมแชร์มุมมองผ่านหัวข้อ &#8216;What is Next for the Sustainable Growth&#8216;  เพื่อสะท้อนแนวคิด​การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน​​ในระบบ​เศรษฐกิจ ที่ไม่เพียงสร้าง Profit แต่ต้องสามารถผนวก People และ Planet ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ด้วย คุณอาร์ม มองปัญหาที่ผ่านมา เหมือนการตั้งสมการที่ผิด เพราะการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปี 1800 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/">แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเดิมเวทีงานสัมมนา <b>ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability</b> ภายใต้คอนเซปต์ &#8216;<b>From Reports to REAL IMPACT&#8217;</b> โดย Brand Buffet ร่วมกับ SD Thailand  ด้วยแนวคิดการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ จาก <strong>คุณอาร์ม &#8211;  ปิยะชาติ </strong> <b> อิศรภักดี </b>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด <strong>(BRANDi &amp; Companies) </strong></p>
<p><span id="more-34620"></span></p>
<p>โดยได้มาร่วมแชร์มุมมองผ่านหัวข้อ &#8216;<strong>What is Next for the Sustainable Growth</strong>&#8216;  เพื่อสะท้อนแนวคิด​การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน​​ในระบบ​เศรษฐกิจ ที่ไม่เพียงสร้าง Profit แต่ต้องสามารถผนวก People และ Planet ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ด้วย</p>
<p><strong>คุณอาร์ม</strong> มองปัญหาที่ผ่านมา เหมือนการตั้งสมการที่ผิด เพราะการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปี 1800 -2000 เป็นต้นมา มุ่งโฟกัสเพียงการสร้าง<strong> กำไร</strong>  (Profit) ให้ได้มากที่สุด โดยไม่ได้คำนึงถึง <strong>คน</strong> (People) และ <strong>สิ่งแวดล้อม</strong> ( Planet)​ ไว้ในสมการเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2784.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ผลที่ตามมา และเห็นได้ชัดเจนหลังจากปี​ 2000  เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ที่สภาพเศรษฐกิจก็ไม่ได้เติบโตตามที่หวัง ​พร้อมทั้งยังสร้างผลกระทบทั้งต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นห่วงโซ่ตามมาอีกด้วย</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบที่ผ่านมา ไม่เพียงไม่ช่วย​​ให้ GDP หรือเศรษฐกิจเติบโต แถมยังทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตสูงขึ้นกว่าเดิม ศักยภาพหรือ Productivity ของคนทำงานก็ลดลงด้วย โดยปัจจุบันพบว่า คนทำงาน 1 คน สร้างการเติบโตให้ GDP ในช่วง 10 ปีนี้ น้อยลงกว่าเดิม 1.5% ขณะที่รายได้หรือเงินเดือนต่อคนลดลง 0.8% ซึ่งส่วนต่าง 0.7% เป็นภาคเอกชนที่ต้องแบกรับไว้ เพราะไม่สามารถปรับลดค่าจ้างตาม Productivity ที่ลดลงได้ รวมทั้งค่าครองชีพ และเงินเฟ้อก็สูงขึ้น ส่งผลให้เงินในกระเป๋าทุกคนน้อยลง กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายธุรกิจไม่สามารถอยู่รอดและไปต่อได้ จึง​อยู่ในสถานการณ์ ตายแล้ว ตายอยู่ ตายต่อ เนื่องจากไม่สามารถ​แบกรับสถานการณ์เช่นนี้ได้ไหว&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2848.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างบาลานซ์ Economy + Sustainability </strong></p>
<p>อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบที่ผ่านมา คือ เกิดภาวะ &#8216;<strong>รวยกระจุก จนกระจาย&#8217;</strong> เพราะเมื่อสโคปภาพการเติบโตของ GDP ในช่วง 4-5 ปีย้อนหลัง จะเห็นว่า เศรษฐกิจที่เติบโตทุกวันนี้มาจากคนเพียง 25% จากเดิมที่มีบทบาทมากเกือบครึ่งที่ 45%</p>
<p>ขณะที่ตอนนี้การเติบโตส่วนใหญ่ถึงกว่า 40% มาจากกลุ่มเทคโนโลยีที่เรียกว่า <strong>Total Factor Productivity</strong> หรือ​เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการช่วยผลักดันการเติบโต โดยเฉพาะ AI ที่สามารถสร้างให้ธุรกิจเกิดความแตกต่าง จึงช่วยเพิ่ม Productivity และแนวโน้มจะเกิดช่องว่างระหว่างคนและเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34625 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2864.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><em>เมื่อคนเริ่มมีบทบาทในห่วงโซ่ของการผลิตน้อยลง ก็จะเป็นเหตุผลให้เกิดการลดการจ้างแรงงานคน​ กระทบต่อ​รายได้ที่ลดลง แต่รายได้ส่วนใหญ่จะไปกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแทน</em></strong></p>
<p>นอกจากมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจ​น้อยลง ในทางกลับกัน ยังเกิดภาวะการบริโภคมากขึ้น หรือ Overconsumption โดยพบว่าการบริโภครวมของประชากรทั้งโลกกว่า 8 พันล้านคนในปัจจุบัน มีการใช้ทรัพยากรต่างๆ ไปมากกว่าที่มีอยู่ถึง 1.75 เท่า ทำให้โลกของคนในรุ่นถัดไปจะสั้นลง โดยคาดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้โลกขาดแคลนน้ำสะอาดใช้ ภายในปี 2030 และกระทบต่อ​ระบบความมั่นคงทางอาหาร ในปี 2050 รวมทั้งสภาพอากาศที่จะแปรปรวนและรุนแรง จนกระทบต่อการใช้ชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0131.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;โลกล้มเหลวต่อความพยายามลดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ไปแล้ว จากนี้ทำได้ดีที่สุดคือ การรักษาระดับไว้ที่  Best Case ราว 1.8 องศาเซลเซียส และ Worst Case ต้องไม่เกิน  2.6 องศาเซลเซียส สะท้อนได้ว่า <strong>สิ่งที่โลกเดินมาตลอดนั้นไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง และขาดความสามารถในการพัฒนา New Growth หรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างการเติบโต โดยตลอดกว่า 2 ศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 1820 ถึงปัจจุบัน มูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตเป็นร้อยเท่าจาก 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (USD) เป็น 105 ล้านล้าน USD แต่โตมาจากเม็ดเงินลงทุนที่สูงถึง 307 ล้านล้าน USD เท่ากับว่า เราต้องใส่เงินถึง 3 บาท เพื่อให้มีรายได้ 1 บาท</strong> ส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องแบกรับอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้&#8221; </em></p>
<p><strong>คุณอาร์ม</strong> ชี้ให้เห็นปัญหาเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่โลกไม่มีเงิน แต่เงินอยู่ที่ภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐหรือผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถหาวิธีนำเงินเหล่านี้ออกมาใช้ได้ โดยทุกประเทศทั่วโลก เงินของภาคเอกชน หรือ Private Wealth จะมีมูลค่ามากกว่างบประมาณจากภาครัฐหลายเท่าตัว แม้แต่ประเทศไทยเองที่มีสัดส่วนต่างกันเกือบ 4 เท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34621 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0163.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ดังนั้น วิธีแก้จำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้คนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะภาคเอกชน เข้ามาอยู่ในระบบ​ของการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และ​​ผนวกการขับเคลื่อน Economy ​​โดยภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต เข้ากับเรื่องของ Sustainability ที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐ</p>
<p>เพื่อก้าวข้ามโมเดลการเติบโตเก่าๆ ที่เน้นแต่เศรษฐกิจเติบโต แต่คนและสิ่งแวดล้อมแย่ลง แม้ว่าอาจจะต้องทำให้ช้าลงบ้าง อ้อมไปบ้าง แต่จะเป็นการสร้างการเติบโตที่สามารถพาให้ทั้ง Human Capital และ Nature Capital เติบโตไปพร้อมกันด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ โมเดลที่เชื่อว่าจะเป็นโซลูชัน ในการแก้ปัญหา คือ <strong>Sustainomy</strong> เพื่อเปลี่ยนโมเดลการเติบโตจาก Consume The Future มาเป็น Create The Future โดยเปลี่ยนวิธีคิดจาก Norm. เดิมๆ ที่สะท้อนถึงการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน เพราะหากปล่อยให้เอกชนต้องแบกรับต่อไป อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแทนการเป็นโซลูชัน</p>
<p>จึงจำเป็นต้องหาโมเดลในการผนึกความร่วมมืออย่างถูกต้อง เพื่อให้ Risk ที่ภาคเอกชนจะต้องเข้าไปสนับสนุนประชาชน​ นอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ผลักดันบริษัทให้เติบโต หรือกลุ่มเปราะบางต่างๆ กลายเป็น Opportunity หรือโอกาส​ ​ขณะที่ภาครัฐก็จะมีศักยภาพในการดูแลประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ดีมากขึ้น ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0184.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกการเปลี่ยนผ่าน จำเป็นต้องอาศัยทุน หรือ Capital โดยเฉพาะการ​​ช่วยให้ภาคเอกชนแข็งแรงมากขึ้น ผ่านการขับเคลื่อน 3 ระดับ ทั้ง  <strong>Macro</strong> ผ่านการปรับปรุงเงื่อนไข หรือกฏระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องการก้าวสู่ New Economy ​เพื่อนำเงินสำหรับการพัฒนามาใช้ให้เกิดการพัฒนาได้จริง, ระดับ <strong>Market</strong> ด้วยการหาตลาด หรือ Matching ​เพื่อช่วยให้ธุรกิจ​เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย และมีต้นทุนต่ำ พร้อมสร้างกำไรแบบพรีเมียม เพิ่ม​ความแข็งแรงในระบบนิเวศธุรกิจ ​รวมทั้งระดับ <strong>Micro </strong>ต้องมุ่งเพิ่มศักยภาพธุรกิจให้พร้อมรับต่อทุกความเสี่ยงในอนาคต โดยที่​ยังรักษาความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการ หรือ Capacity Building โดยเฉพาะปัจจุบันทุกธุรกิจต้องเผชิญกับโจทย์ที่ยากและท้าทายอยู่ตลอดเวลา จึงต้องสามารถหาท่าใหม่ๆ มาใช้ในการทำธุรกิจเพื่อยังคงสามารถรอดและเติบโตต่อไปได้ ซึ่งการจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนที่แท้จริงนั้น ต้องสามารถช่วยแก้ปัญหาของวันนี้ได้ โดยไม่เพิ่มปัญหาให้วันพรุ่งนี้ และสร้างให้เกิดเป็นต้นทุนที่ดีสำหรับวันต่อไป&#8221;</em> คุณอาร์ม กล่าวสรุปส่งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34628 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0211.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/">แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
